跳到主要内容
Nelum
泰国的法律

Water Resources Management Master Plan 2018-2037

颁布于 2018 · 文本截至 2026-10-01

以研究形式发布的公开法律与官方指引,不构成法律、税务或金融建议。

研究内容本身以英文撰写。标题和标签已翻译,调查结果和引文未翻译。

关于这部法律

语言
Thai
类型
policy
组织
Mekong River Commission (MRC)
国家
泰国
主题
Water
关键词
water resources management, policy/planning, sustainable development, hazards, flood, water shortage/drought, water supply, waterworks, freshwater pollution, pollution control

在哪里阅读

文本

所收录的法律原文,按条款排列。每个条款都有自己的链接。

  1. (ราง) แผนแมบทการบริหารจัดการทรัพยากรน้ํา ๒0 ป (พ.ศ. 2561 - 2580) (ฉบับเสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณา) ค ำน ำ (ร่าง) แผนแม่บทการบริหารจัดการทรัพยากรน้้า ฉบับนี้ ด้าเนินการจัดท้าโดยคณะอนุกรรมการ ยุทธศาสตร์การบริหารจัดการทรัพยากรน้้า มีกรอบการด้าเนินงาน 20 ปี (พ.ศ. 2561 – 25680) และจัดท้าให้ สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี (พ.ศ. 2561-2580) (แผนระดับ 1) และแผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติ (แผนระดับ 2) ภายใต้ประเด็นที่ 19 การบริหารจัดการน้้าทั้งระบบ มีวัตถุประสงค์เพ่ือเป็นกรอบและแนวทางในการ พัฒนาการและเพ่ิมประสิทธิภาพการบริหารจัดการทรัพยากรน้้าของประเทศ โดยยึดหลักแนวทางตามหลักปรัชญา เศรษฐกิจพอเพียง ยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี และหลักการสร้างสมดุลระหว่างการอนุรักษ์ ฟ้ืนฟู และการใช้ประโยชน์ จากทรัพยากรน้้าอย่างยั่งยืน ในการจัดท้า (ร่าง) แผนแม่บทการบริหารจัดการทรัพยากรน้้า 20 ปี (พ.ศ. 2561-2580) ในครั้งนี้ ได้ทบทวนปรับปรุงยุทธศาสตร์การบริหารจัดการทรัพยากรน้้า 12 ปี ความเห็นจากผู้ทรงคุณวุฒิ ตลอดจนการบูรณาการ หน่วยงานด้านน้้าที่เกี่ยวข้อง และจัดเวทีรับฟังความคิดเห็นจากประชาชน น้ามาวิเคราะห์เพ่ือก้าหนดเป็นกลยุทธ์และ แผนงานภายใต้แผนแม่บทฯ ส้าหรับการแก้ไขปัญหาอย่างยั่งยืน สอดคล้องกับศักยภาพของลุ่มน้้า สภาพปัญหาและ ความต้องการของประชาชน โดยได้ก้าหนดวิสัยทัศน์การพัฒนาตามแผนแม่บทการบริหารจัดการทรัพยากรน้้า 20 ปี (พ.ศ. 2561-2580) ไว้ ดังนี้ “ทุกหมู่บ้านมีน ้าสะอาดอุปโภค บริโภค น ้าเพ่ือการผลิตมั่นคง ความเสียหายจาก อุทกภัยลดลง คุณภาพน ้าอยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน บริหารจัดการน ้าอย่างยั่งยืน ภายใต้การพัฒนาอย่างสมดุล โดยการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน” คณะอนุกรรมการยุทธศาสตร์การบริหารจัดการทรัพยากรน้้าหวังเป็นอย่างยิ่งว่า ภายใต้ ความร่วมมือของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการขับเคลื่อนแผนแม่บทการบริหารจัดการทรัพยากรน้้า 20 ปี (พ.ศ. 2561-2580) รวมถึงการบูรณาการท้างานร่วมกันของภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง จะช่วยสนับสนุนการแก้ไขปัญหา ด้านน้้าของประเทศ เพ่ิมประสิทธิภาพการบริหารจัดการ ส่งเสริมธรรมาภิบาล และท้าให้เกิดประโยชน์สุขต่อประชาชน บทสรุปผูบริหาร แผนแมบทการบริหารจัดการทรัพยากรน้ํา ๒๐ ป (พ.ศ.๒๕๖๑ – ๒๕๘๐) ๑.๑ ความเปนมา “น้ํา” เปนทรัพยากรท่ีมีคุณคาของโลก รวมถึงเปนปจจัยการผลิตท่ีสําคัญในระบบเศรษฐกิจ อยางไรก็ตาม จากการแปรปรวนของสภาพภูมิอากาศ เกิดภัยพิบัติทางธรรมชาติดานน้ําบอยครั้งและรุนแรงมากข้ึน พรอมท้ัง การเพ่ิมข้ึนของชุมชนเมือง การขยายตัวของเศรษฐกิจและอุตสาหกรรม สงผลใหเกิดภาวะการขาดแคลนน้ํา ภาวะน้ําทวม มลพิษทางน้ํา ดังนั้น เพ่ือใหการบริหารจัดการทรัพยากรน้ําของประเทศเปนไปอยางมีประสิทธิภาพ สอดคลองกับ ยุทธศาสตรชาติ ๒๐ ป (พ.ศ. ๒๕๖๑-๒๕๘๐) คณะกรรมการทรัพยากรน้ําแหงชาติ (กนช.) จึงแตงตั้งคณะอนุกรรมการ ยุทธศาสตรการบริหารจัดการทรัพยากรน้ํา เพ่ือปรับปรุงยุทธศาสตรการบริหารจัดการทรัพยากรน้ํา ๑๒ ป เปนแผน แมบทการบริหารจัดการทรัพยากรน้ํา ๒๐ ป (พ.ศ. ๒๕๖๑-๒๕๘๐) ใหมีความเหมาะสมสอดคลองและตอบสนอง เปาหมายตามยุทธศาสตรชาติ ๒๐ ป (พ.ศ. ๒๕๖๑-๒๕๘๐) (แผนระดับ ๑) และแผนแมบทภายใตยุทธศาสตรชาติ (แผนระดับ ๒) ภายใตประเด็นท่ี ๑๙ การบริหารจัดการน้ําท้ังระบบ ๑.๒ วัตถุประสงค ๑) เพ่ือเปนกรอบและแนวทางในการแกไขปญหาและพัฒนาทรัพยากรน้ําของประเทศ ท่ีมีผลกระทบ รุนแรงตอประชาชน สนับสนุนดานเศรษฐกิจและสังคม ท่ีตองเรงดําเนินการอยางตอเนื่อง (ป ๒๕๖๑-๒๕๘๐) สอดคลองกับแนวทางการพัฒนาและเปาหมายตามยุทธศาสตรชาติ ๒๐ ป (พ.ศ. ๒๕๖๑-๒๕๘๐) โดยระยะเวลา ๕ ปแรก (ป ๒๕๖๑-๒๕๖๕) ตองแกไขปญหาท่ีสําคัญไดอยางเปนรูปธรรม ๒) เพ่ือพัฒนาการจัดการน้ําเชิงลุมน้ําท้ังระบบ เพ่ิมความม่ันคงดานน้ําของประเทศ โดยจัดใหมี น้ําสะอาดใชทุกครัวเรือนในชุมชนชนบทและการเจริญเติบโตของเขตเมือง การปองกัน ฟนฟู รักษาเขตตนน้ํา สภาพสิ่งแวดลอม ลําน้ําและแหลงน้ําธรรมชาติ ๓) เพ่ือเพ่ิมผลิตภาพของน้ําท้ังระบบ โดยการจัดหาน้ําและใชน้ําอยางประหยัด รูคุณคา และ สรางมูลคาเพ่ิมจากการใชน้ําใหทัดเทียมระดับสากล รองรับการเติบโตของเศรษฐกิจและสังคมในอนาคต ท้ังภาค เกษตรกรรม อุตสาหกรรม บริการและพลังงาน ๔) เพ่ือจัดระบบการจัดการภัยพิบัติจากน้ําใหสามารถลดความสูญเสีย ลดความเสี่ยงจากภัยพิบัติ ท่ีเกิดจากน้ําตามหลักวิชาการ มีประสิทธิภาพ และแบงตามลักษณะของแตละลุมน้ํา พ้ืนท่ี ใหอยูในขอบเขต ท่ีควบคุมและใหสามารถฟนตัวไดในเวลาอันสั้น ๕) เพ่ือเพ่ิมประสิทธิภาพการบริหารจัดการ มีการจัดหาและใชน้ําท่ีสมดุล ทันสมัย ทันการณ และสรางความเปนธรรม ใชมาตรการท้ังทางโครงสราง กฎระเบียบ องคกรการจัดการ การจัดการขอมูล การเตือนภัย การวิจัยและพัฒนานวัตกรรม ใหสามารถขับเคลื่อนงานภายใตแผนแมบทดานน้ําและงานตามพระราชบัญญัติ ทรัพยากรน้ํา ๑.๓ วิสัยทัศน ไดกําหนดวิสัยทัศนการพัฒนาตามแผนแมบทการบริหารจัดการทรัพยากรน้ํา ๒๐ ป (พ.ศ. ๒๕๖๑ ๒๕๘๐) ไว ดังนี้ “ทุกหมูบานมีน้ําสะอาดอุปโภค บริโภค น้ําเพ่ือการผลิตม่ันคง ความเสียหายจากอุทกภัยลดลง คุณภาพน้ําอยู ในเกณฑมาตรฐาน บริหารจัดการน้ําอยางยั่งยืน ภายใตการพัฒนาอยางสมดุล โดยการ มีสวนรวมของทุกภาคสวน” ๑.๔ แผนแมบทการบริหารจัดการทรัพยากรน้ํา ๒๐ ป เพ่ือใหบรรลุตามวิสัยทัศนขางตน ไดกําหนด แผนแมบทการบริหารจัดการทรัพยากรน้ํา ๒๐ ป (พ.ศ. ๒๕๖๑-๒๕๘๐) ๖ ดาน คือ แผนแมบท เปาประสงค ดานท่ี ๑ การจัดการน้ํา อุปโภค บริโภค จัดหาน้ําสะอาดเพ่ือการอุปโภคบริโภคใหแกชุมชน ครบทุกหมูบานหรือทุกครัวเรือน ชุมชนเมือง แหลงทองเท่ียวสําคัญ และพ้ืนท่ีเศรษฐกิจพิเศษ รวมท้ังการจัดหาแหลง น้ําสํารองในพ้ืนท่ีซ่ึงขาดแคลนแหลงน้ําตนทุน พัฒนาน้ําดื่มใหไดมาตรฐาน ในราคา ท่ีเหมาะสม และการประหยัดน้ํา โดยลดการใชน้ําภาคครัวเรือน ภาคบริการ และ ภาคราชการ ดานท่ี ๒ การสราง ความม่ันคงของน้ํา ภาคการผลิต พัฒนาแหลงเก็บกักน้ําและระบบสงน้ําใหมใหเต็มศักยภาพ พรอมท้ังการจัดหาน้ํา ในพ้ืนท่ีเกษตรน้ําฝน เพ่ือขยายโอกาสจากศักยภาพโครงการขนาดเล็กและลด ความเสี่ยงในพ้ืนท่ีไมมีศักยภาพ ลดความเสี่ยง/ความเสียหายลง รอยละ ๕๐ รวมถึง การเพ่ิมผลิตภาพและปรับโครงสรางการใชน้ํา โดยดําเนินการรวมกับยุทธศาสตรชาติ ดานการสรางความสามารถในการแขงขันและดานการสรางโอกาสและความเสมอภาค ทางสังคมเพ่ือยกระดับผลิตภาพดานน้ําท้ังระบบ ดานท่ี ๓ การจัดการ น้ําทวมและอุทกภัย เพ่ิมประสิทธิภาพการระบายน้ํา การจัดระบบปองกันน้ําทวมชุมชนเมือง การจัดการ พ้ืนท่ีน้ําทวมและพ้ืนท่ีชะลอน้ํา รวมท้ังการบรรเทาอุทกภัยในเชิงพ้ืนท่ีอยางเปนระบบ ในระดับลุมน้ําและพ้ืนท่ีวิกฤต (Area based) ลุมน้ําขนาดใหญ ลุมน้ําสาขา/ลดความเสี่ยง และความรุนแรงลงไมนอยกวา รอยละ ๖๐ ดานท่ี ๔ การจัดการ คุณภาพน้ํา และอนุรักษ ทรัพยากรน้ํา พัฒนาและเพ่ิมประสิทธิภาพระบบรวบรวมและระบบบําบัดน้ําเสียรวมของชุมชน การนําน้ําเสียกลับมาใชใหม ปองกันและลดการเกิดน้ําเสียตนทาง การควบคุมปริมาณ การไหลของน้ําเพ่ือรักษาระบบนิเวศ พรอมท้ังพ้ืนฟูแมน้ํา ลําคลอง และแหลงน้ํา ธรรมชาติท่ีมีความสําคัญในทุกมิติ เพ่ือการอนุรกัษ ฟนฟูและใชประโยชนท่ัวประเทศ ดานท่ี ๕ การอนุรักษ ฟนฟูสภาพปาตนน้ํา ท่ีเส่ือมโทรม และ ปองกันการพังทลาย ของดิน อนุรักษ ฟนฟู พ้ืนท่ีปาตนน้ําท่ีเสื่อมโทรม การปองกัน และลดการชะลางพังทลาย ของดินในพ้ืนท่ีตนน้ําและพ้ืนท่ีลาดชัน ดานท่ี ๖ การบริหาร จัดการ จัดตั้งองคกรดานการบริหารจัดการทรัพยากรน้ํา (คณะกรรมการทรัพยากรน้ําแหงชาติ คณะกรรมการลุมน้ํา ฯลฯ) ปรับปรุงกฎหมายใหทันสมัย สงเสริมความรวมมือระหวาง ประเทศเชื่อมโยงประเด็นการพัฒนาและการหาแหลงเงินทุน พัฒนาระบบ ฐานขอมูลประกอบการตัดสินใจ (คลังน้ําชาติ) สนับสนุนองคกรลุมน้ํา สนับสนุนการ แลกเปลี่ยนขอมูลระหวางภาครัฐและเอกชน การบริหารจัดการชลประทาน การศึกษาวิจัย เตรียมความพรอม สงเสริมการประชาสัมพันธและการมีสวนรวม ของประชาชนและภาคสวนท่ีเก่ียวของ สรางจิตสํานึกในการอนุรักษทรัพยากรน้ํา พัฒนางานวิจัย นวัตกรรม และเทคโนโลยีสนับสนุนการสรางมูลคาเพ่ิมในภาค การบริการและการผลิต รวมถึงพัฒนารูปแบบเพ่ือยกระดับการจัดการน้ําในพ้ืนท่ี และลุมน้ํา (เชื่อมโยงการตลาด พลังงาน การผลิต และของเสีย) สารบัญ หนา คํานํา บทสรุปผูบริหาร บทท่ี 1 บทนํา 1.1 ความเปนมา 1 1.2 วัตถุประสงค 2 1.3 กรอบแนวคิดการดําเนินงาน 2 บทท่ี 2 การประเมินสถานการณท่ีเกี่ยวของกับการบริหารจัดการทรัพยากรน้ํา 2.1 สถานการณภายนอกท่ีสําคัญและผลกระทบตอการพัฒนาประเทศ ในระยะ 20 ป 3 2.2 ยุทธศาสตรชาติ 20 ป 3 2.2.1 วิสัยทัศนประเทศไทย 4 2.2.2 ประเด็นยุทธศาสตรชาติ 20 ป (พ.ศ. 2561-2580) 4 2.3 แผนการปฏิรูปประเทศ 11 ดาน 5 2.4 ทิศทางการพัฒนาภาคภายใตยุทธศาสตรชาติและกรอบการพัฒนาดานน้ํา 5 2.5 สถานการณและแนวโนมการเปลี่ยนแปลงของประเทศ ท่ีมีผลตอการบริหารจัดการทรัพยากรน้ํา 9 บทท่ี 3 สถานการณและปญหาดานทรัพยากรน้ําของประเทศ 3.1 ศักยภาพทรัพยากรน้ําในประเทศ 15 3.2 สภาพเศรษฐกิจและสังคม 18 3.3 การใชน้ําและการบริหารจัดการ 18 3.4 สภาพปญหาทรัพยากรน้ํา 21 บทท่ี 4 แผนแมบทการบริหารจัดการทรัพยากรน้ํา 20 ป (พ.ศ. 2561-2580) 4.1 ความเชื่อมโยงยุทธศาสตรชาติ 20 ป กับแผนแมบทการบริหารจัดการทรพัยากรน้ํา 20 ป 26 4.2 ความเชื่อมโยงแผนการปฏิรูปประเทศ 11 ดาน และแผนแมบทการบริหาร จัดการทรัพยากรน้ํา 20 ป 28 4.3 ความเชื่อมโยงเปาหมายการพัฒนาท่ียั่งยืน (SDGs) และแผนแมบทการบริหาร จัดการทรัพยากรน้ํา 20 ป 30 4.4 หลักการและแนวคิดในการปรับปรุงแผนแมบท 32 สารบัญ หนา บทท่ี 4 แผนแมบทการบริหารจัดการทรัพยากรน้ํา 20 ป (พ.ศ. 2561-2580) (ตอ) 4.5 แผนแมบทการบริหารจัดการทรัพยากรน้ํา 20 ป (พ.ศ. 2561 -2580) 32 4.5.1 วิสัยทัศน 32 4.5.2 เปาหมายในภาพรวมของแผนแมบทการบริหารจัดการทรัพยากรน้ํา 20 ป 32 4.5.3 ประเด็นความครอบคลุมในการวางแผนแมบทดานน้ําของประเทศ 33 4.5.4 แผนแมบทการบริหารจดัการทรัพยากรน้ํา 20 ป 34 ดานท่ี 1 การจัดการน้ําอุปโภค บริโภค 34 ดานท่ี 2 การสรางความม่ันคงของน้ําภาคการผลิต 39 ดานท่ี 3 การจัดการน้ําทวมและอุทกภัย 45 ดานท่ี 4 การจัดการคุณภาพน้ํา และอนุรักษทรัพยากรน้ํา 51 ดานท่ี 5 การอนุรักษฟนฟูสภาพปาตนน้ําท่ีเสื่อมโทรม และปองกันการพังทลายของดิน 57 ดานท่ี 6 การบริหารจัดการ 60 4.6 การขับเคลื่อนการดําเนินงานตามแผนแมบทภายใตยุทธศาสตรชาต ิ 66 บทท่ี 5 แนวทางการขับเคล่ือนแผนแมบท ขอเสนอแนะ 5.1 การถายทอดแผนแมบทการบริหารจัดการทรัพยากรน้ําระดับชาติลงสูแผนแมบท/ แผนปฏิบัติการระดับลุมน้ํา 68 5.2 การจัดสรรงบประมาณแบบบรูณาการ 70 5.3 การเตรียมความพรอมในการขับเคลื่อน 72 5.4 การติดตามประเมินผล 74 5.5 ขอสรุปและขอเสนอแนะ 76 ภาคผนวก สรุปพ้ืนท่ีเปาหมายและแนวทางแกไขเชิงบูรณาการ (Area Based Approach) 79 หนา รายการรูปภาพ รูปท่ี 3-1 แผนท่ีแสดงความเขมและการกระจายของฝน 16 รูปท่ี 3-2 แผนท่ีแสดงปริมาณและคุณภาพน้ําบาดาล 17 รูปท่ี 3-3 พ้ืนท่ีเสี่ยงภัยแลงซํ้าซาก 22 รูปท่ี 3-4 พ้ืนท่ีเสี่ยงภัยน้ําทวมซํ้าซาก 24 รูปท่ี 3-5 คุณภาพน้ําในแหลงน้ําสําคัญท่ัวประเทศ 25 รูปท่ี 5-1 ผังแสดงการขับเคลื่อนแผนแมบทการบริหารจัดการทรัยพากรน้ํา 20 ป 69 รูปท่ี 5-2 ข้ันตอนการเสนอแผนงานตามพระราชบัญญัติทรัพยากรน้ํา ป พ.ศ. 2561 72 รายการตาราง หนา ตารางท่ี 2-1 ทิศทางการพัฒนาภาคตามแผนพัฒนาฯ ฉบับท่ี 12 และแผนแมบทการบริหาร จัดการทรัพยากรน้ํา 6 ตารางท่ี 2-2 การเปลี่ยนแปลงดานเศรษฐกิจ สังคม และกระแสโลก ท่ีมีผลตอการบริหาร จัดการทรัพยากรน้ําของประเทศ 10 ตารางท่ี 2-3 การเปลี่ยนแปลงดานทรัพยากร และสถานการณของประเทศ ท่ีมีผลตอการบริหาร จัดการทรัพยากรน้ําของประเทศ 12 ตารางท่ี 4-1 ความเชื่อมโยงยทุธศาสตรชาติ 20 ป กับแผนแมบทการบริหารจัดการทรัพยากรน้ํา 20 ป 27 ตารางท่ี 4-2 ความเชื่อมโยงแผนการปฏิรูปประเทศ 11 ดาน และแผนแมบทการบริหารจัดการ ทรัพยากรน้ํา 20 ป 28 ตารางท่ี 4-3 ความเชื่อมโยงเปาหมายการพัฒนาท่ียั่งยืน และแผนแมบทการบริหารจัดการ ทรัพยากรน้ํา 20 ป 30 ตารางท่ี 4-4 เปาหมายตามแผนแมบทดานท่ี 1 การจัดการน้ําอุปโภคบริโภค 36 ตารางท่ี 4-5 เปาหมายตามแผนแมบทดานท่ี 2 การสรางความม่ันคงของน้ําภาคการผลิต 41 ตารางท่ี 4-6 เปาหมายตามแผนแมบทดานท่ี 3 การจัดการน้ําทวมและอุทกภัย 47 ตารางท่ี 4-7 เปาหมายตามแผนแมบทดานท่ี 4 การจัดการคุณภาพน้ําและอนุรักษทรัพยากรน้ํา 52 ตารางท่ี 4-8 เปาหมายตามแผนแมบทดานท่ี 5 การอนุรักษฟนฟูสภาพปาตนน้ําท่ีเสื่อมโทรม และปองกันการพังทลายของดิน 58 ตารางท่ี 4-9 แผนแมบทดานท่ี 6 การบริหารจัดการ 62 ตารางท่ี 5-1 หลักเกณฑการจัดทําแผนปฏิบัติการ สอดคลองกับแผนแมบทการบริหารจัดการทรัพยากรน้ํา 20 ป 71 ตารางท่ี 5-2 ประเด็นการขับเคลื่อน หนวยงานหลัก และหนวยงานสนับสนุน 73 ตารางท่ี ๕-๓ สรุปตัวชี้วัดผลสัมฤทธิ์ภาพรวม ๖ ดานแผนแมบทการบริหารจัดการทรัพยากรน้ํา ๒๐ ป 75 บทที่ ๑ บทนํา ๑.๑ ความเปนมา “น้ํา” เปนทรัพยากรที่มีคุณคาของโลก สิ่งมีชีวิตทุกชนิดตองอาศัยน้ําในการดํารงชีวิต น้ําเปนสวนประกอบที่สําคัญ โดยมีจํานวนมากถึง ๓ ใน ๔ สวนของพื้นโลก ถึงแมวาจะมีน้ําจํานวนมหาศาล แตการเพ่ิมข้ึนของประชากรและการขยายตัวทางเศรษฐกิจทําใหมีความตองการใชน้ํามากข้ึน ประกอบกับมีการบุกรุก ทําลายปาตนน้ํา สงผลตอการเปลี่ยนแปลงของสภาพแวดลอมและภูมิอากาศ เกิดปญหาภัยพิบัติทางธรรมชาติ บอยครั้งและรุนแรงมากข้ึนท้ังปญหาอุทกภัย ภัยแลง ดินโคลนถลม และการชะลางพังทลายของดิน รวมถึงการเพ่ิมข้ึน ของชุมชนเมือง และการขยายตัวของอุตสาหกรรม สงผลใหเกิดปญหาดานคุณภาพน้ําทวีความรุนแรงมากข้ึน ท่ีผานมารัฐบาลไดใหความสําคัญในการบริหารจัดการน้ํามาโดยตลอด โดยไดจัดสรรงบประมาณ จํานวนมากในการแกไขปญหาและจัดหาแหลงน้ําเพ่ิมเติม แตก็ไมสามารถแกไขปญหาไดอยางยั่งยืน เนื่องจากไมมี หนวยงานกลางในการประสานงาน กํากับดูแล เพ่ือใหเกิดการบูรณาการระหวางหนวยงานอยางแทจริง ผลการดําเนินงาน ชัดเจนในชวงท่ีผานมา ไดแก การจัดการเรื่องน้ําอุปโภคบริโภค ซ่ึงไดดําเนินการเกือบครบทุกหมูบาน รวมท้ังการจัดการ เพ่ือปองกันน้ําทวมและอุทกภัย ในสวนท่ียงัไมบรรลุตามเปาหมาย ไดแก การจัดการคุณภาพน้ํา และการอนุรักษฟนฟูปาตนน้ํา ท่ีเสื่อมโทรม และในป พ.ศ. ๒๕๕๘ ไดมีการแตงตั้งคณะกรรมการทรัพยากรน้ําแหงชาติ (กนช.) มีนายกรัฐมนตรีเปนประธาน เพ่ือทําหนาท่ีผลักดันและขับเคลื่อนยุทธศาสตรการบริหารจัดการทรัพยากรน้ําอยางมีเอกภาพเกิดการบูรณาการ ในทุกระดับ พรอมท้ังไดจัดตั้งสํานักงานทรัพยากรน้ําแหงชาติ โดยคําสั่งหัวหนาคณะรักษาความสงบแหงชาติท่ี ๔๖/๒๕๖๐ ลงวันท่ี ๒๕ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๖๐ ทําหนาท่ีในการบูรณาการขอมูลสารสนเทศ แผนงาน โครงการ งบประมาณ และติดตาม ประเมินผลการบริหารจัดการทรัพยากรน้ํา เพ่ือใหการบริหารจัดการทรัพยากรน้ําของประเทศเปนไปอยางมีประสิทธิภาพ ในป พ.ศ. ๒๕๕๘ ไดจัดทํา แผนยุทธศาสตรการบริหารจัดการทรัพยากรน้ํา ระยะเวลา ๑๒ ป (พ.ศ. ๒๕๕๘- ๒๕๖๙) แตเนื่องจากการเปลี่ยนแปลง ของสถานการณ สิ่งแวดลอม และปจจัยอ่ืนท่ีเก่ียวของ รัฐบาลจึงไดจัดทํายุทธศาสตรชาติ ๒๐ ป (พ.ศ. ๒๕๖๑ – ๒๕๘๐) และ แผนปฏิรูปประเทศ ๑๑ ดาน ประกอบกับการกําหนดเปาหมาย และตัวชี้วัด ในยุทธศาสตรการบริหารจัดการน้ํา ๑๒ ป บางสวนยังไมสามารถตอบสนองยุทธศาสตรชาติไดครบทุกประเด็น ดังนั้นคณะกรรมการทรัพยากรน้ําแหงชาติ (กนช.) จึงแตงตั้งคณะอนุกรรมการยุทธศาสตรการบริหารจัดการทรัพยากรน้ํา เพ่ือดําเนินการปรับปรุงเปนแผนแมบทการบริหารจัดการ ทรัพยากรน้ํา ๒๐ ป (พ.ศ. ๒๕๖๑-๒๕๘๐) ใหสอดคลองกับยุทธศาสตรชาติ ๒๐ ป และแผนแมบทภายใตยุทธศาสตรชาติ รวมถึงแผนพัฒนาอ่ืน ๆท่ีเก่ียวของ โดยรูปแบบการปรับปรุงยังคงยึดประเด็นยุทธศาสตรท้ัง ๖ ดาน ไว แตเพ่ิมเติมแผนงานหลัก และแผนงานรอง เชน การพัฒนาน้ําดื่มใหไดมาตรฐานและราคาท่ีเหมาะสม การเพ่ิมผลิตภาพการใชน้ํา (Productivity) การเพ่ิมประสิทธิภาพการระบายน้ํา การบรรเทาอุทกภัยระดับลุมน้ํา การฟนฟูแมน้ําลําคลอง การปองกันและลด การชะลางพังทลายของดินในพ้ืนท่ีปาตนน้ําและการทําผังการใชประโยชนลุมน้ํา เปนตน ๒ ๑.๒ วัตถุประสงค ๑) เพ่ือเปนกรอบและแนวทางในการแกไขปญหาและพัฒนาทรัพยากรน้ําของประเทศ ท่ีมีผลกระทบ รุนแรงตอประชาชน สนับสนุนดานเศรษฐกิจและสังคม ท่ีตองเรงดําเนินการอยางตอเนื่อง (ป ๒๕๖๑-๒๕๘๐) สอดคลองกับแนวทางการพัฒนาและเปาหมายตามยุทธศาสตรชาติ ๒๐ ป (พ.ศ. ๒๕๖๑-๒๕๘๐) โดยระยะเวลา ๕ ปแรก (ป ๒๕๖๑-๒๕๖๕) ตองแกไขปญหาท่ีสําคัญไดอยางเปนรูปธรรม ๒) เพ่ือพัฒนาการจัดการน้ําเชิงลุมน้ําท้ังระบบ เพ่ือเพ่ิมความม่ันคงดานน้ําของประเทศ โดยจัด ใหมีน้ําสะอาดใชทุกครัวเรือนในชุมชนชนบทและการเจริญเติบโตของเขตเมือง การปองกัน ฟนฟู รักษาเขตตนน้ํา สภาพสิ่งแวดลอม ลําน้ําและแหลงน้ําธรรมชาติ ๓) เพ่ือเพ่ิมผลิตภาพของน้ําท้ังระบบ โดยการจัดหาน้ําและใชน้ําอยางประหยัด รูคุณคา และสราง มูลคาเพ่ิมจากการใชน้ําใหทัดเทียมระดับสากล รองรับการเติบโตของเศรษฐกิจและสังคมในอนาคต ท้ังภาคเกษตรกรรม อุตสาหกรรม บริการและพลังงาน ๔) เพ่ือจัดระบบการจัดการภัยพิบัติจากน้ําใหสามารถลดความสูญเสีย ลดความเสี่ยงจากภัยพิบัติ ท่ีเกิดจากน้ําตามหลักวิชาการ มีประสิทธิภาพ และแบงตามลักษณะของแตละลุมน้ํา พ้ืนท่ี ใหอยูในขอบเขต ท่ีควบคุมและใหสามารถฟนตัวไดในเวลาอันสั้น ๕) เพ่ือเพ่ิมประสิทธิภาพการบริหารจัดการ มีการจัดหาและใชน้ําท่ีสมดุล ทันสมัย ทันการณ และสรางความเปนธรรม ใชมาตรการท้ังทางโครงสราง กฎระเบียบ องคกรการจัดการ การจัดการขอมูล การเตือนภัย การวิจัยและพัฒนานวัตกรรม ใหสามารถขับเคลื่อนงานภายใตแผนแมบทดานน้ําและงานตามพระราชบัญญัติ ทรัพยากรน้ํา ๑.๓ กรอบแนวคิดการดําเนนิงาน ๑) ยึดแนวทางตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง คือความพอประมาณ ความมีเหตุผล ความมีภูมิคุมกันท่ีดี ภายใตเง่ือนไขความรูและเง่ือนไขคุณธรรม ๒) ยึดยุทธศาสตรชาติระยะ ๒๐ ป (พ.ศ. ๒๕๖๑-๒๕๘๐) “ยุทธศาสตรท่ี ๕ ยุทธศาสตรดานการสราง การเติบโตบนคุณภาพชีวิตท่ีเปนมิตรตอส่ิงแวดลอม” ในประเด็นหลักท่ี ๕.๑ “สรางการเติบโตอยางยั่งยืนบน สังคมเศรษฐกิจสีเขียว ในเรื่อง “การอนุรักษฟนฟูแมน้ําลําคลองและแหลงน้ําธรรมชาติท่ัวประเทศ” และ ประเด็นหลักท่ี ๕.๕ พัฒนาความม่ันคงน้ํา พลังงาน และเกษตร ท่ีเปนมิตรตอสิ่งแวดลอม ในเรื่อง “พัฒนาการ จัดการน้ําเชิงลุมน้ําท้ังระบบ เพ่ือเพ่ิมความม่ันคงดานน้ําของประเทศ” และเรื่อง “เพ่ิมผลิตภาพของน้ําท้ังระบบ ในการใชน้ําอยางประหยัด รูคุณคา และสรางมูลคาเพ่ิมจากการใชน้ําใหทัดเทียมกับระดับสากล” ๓) ยึดหลักการสรางความสมดุลระหวางการอนุรักษ ฟนฟู และการพัฒนาแหลงน้ํารวมถึงการใช ประโยชนทรัพยากรน้ํา เพ่ือตอบสนองปญหาความตองการในทุกดานอยางยั่งยืน โดยการจัดหาแหลงเก็บกักน้ํา ตองพิจารณาการจัดลําดับความสําคัญท่ีตอบสนองตอเปาหมาย ทิศทางการพัฒนาของประเทศในแตละดาน ในภาพรวม และแนวโนมการพัฒนาในอนาคต รวมท้ังการใหความสําคัญกับทุกภาคการใชน้ํา ในดานน้ําเพ่ือการ อุปโภคบริโภค การผลิต (เกษตรและอุตสาหกรรม) และเพ่ือรักษาระบบนิเวศ ๓ บทที่ ๒ การประเมินสถานการณที่เกี่ยวของกับการบริหารจัดการทรัพยากรน้ํา ๒.๑ สถานการณภายนอกท่ีสําคัญและผลกระทบตอการพัฒนาประเทศ ในระยะ ๒๐ ป ๒.๑.๑ เปาเหมายการพัฒนาท่ียั่งยืน ค.ศ. ๒๐๓๐ (Sustainable Development Goals: SDGs) เปนเปาหมายการพัฒนาระดับนานาชาติ ซ่ึงประเทศสมาชิกสหประชาชาติไดรวมกันรับรอง ตามวาระการพัฒนาท่ียั่งยืน ค.ศ. ๒๐๓๐ เปนเปาหมายท่ีกําหนดทิศทางการพัฒนาในชวงระยะเวลา ๑๕ ป (พ.ศ.๒๕๕๘-๒๕๗๓) ประกอบดวย ๑๗ เปาหมาย ซ่ึงเปาหมายการพัฒนาท่ียั่งยืนจะมีสวนสําคัญในการกําหนดทิศทางการพัฒนาประเทศไทยในอนาคต โดยเฉพาะ เปาหมายท่ี ๖ การเขาถึงการใชน้ําสะอาดและสุขาภิบาลท่ีดี ปญหาการขาดแคลนน้ําสะอาด เปาหมายท่ี ๑๒ มีการบริโภคและ การผลิตท่ียั่งยืนเปนมิตรกับสิ่งแวดลอม และเปาหมายท่ี ๑๓ การรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ๒.๑.๒ กระแสโลกาภิวัตน จะทวีความเขมขนข้ึนอยางตอเนื่อง มีการเคลื่อนยายอยางเสรีและ รวดเร็วของผูคน เงินทุน ขอมูลขาวสาร องคความรู เทคโนโลยี สินคาและบริการ การรวมกลุมเศรษฐกิจในภูมิภาค จะนําไปสูการเชื่อมโยงทุกระบบ ในขณะท่ีศูนยรวมอํานาจทางเศรษฐกิจโลก จะเคลื่อนยายมาสูทวีปเอเชีย ทําให มีการเติบโตดานเศรษฐกิจในภูมิภาคเอเชียสูง มีผลตอโครงสรางภาคอุตสาหกรรม การคาและบริการ รวมท้ังการเคลื่อนยาย ประชากรจากชนบทเขาสูเมืองมากข้ึน มีการเปลี่ยนแปลงรูปแบบการใชน้ํา จากความจําเปนพ้ืนฐานไปสู การเพ่ิมคุณภาพชีวิต ๒.๑.๓ การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ทําใหเกิดภัยธรรมชาติถ่ีและรุนแรงมากข้ึน สงผลตอ การผลิตในภาคการเกษตร ความม่ันคงดานน้ําและอาหาร เกิดความเสียหายทางเศรษฐกิจอยางรุนแรง สําหรับ ประเทศไทยความผันผวนและความเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ สงผลตอเนื่องไปถึงการผลิตและการสงออก สินคาเกษตรและอาหาร ซ่ึงเปนแหลงรายไดสําคัญของประเทศและอาจกอใหเกิดความไมม่ันคงดานอาหาร ท้ังระดับประเทศและระดับครัวเรือน ประเด็นการปลอยกาซเรือนกระจก อาจถูกใชเปนเง่ือนไขสําหรับกําหนด มาตรฐานสินคาในการคาระหวางประเทศ ซ่ึงอาจสงผลกระทบตอภาคการสงออกของไทย แตก็อาจสรางโอกาส ใหธุรกิจใหมดานสิ่งแวดลอม เชน ผลิตภัณฑและบริการท่ีเปนมิตรกับสิ่งแวดลอม การเพ่ิมประสิทธิภาพ การลดของเสีย เปนตน ๒.๒ ยุทธศาสตรชาติ ๒๐ ป รัฐธรรมนูญแหงราชอาณาจักรไทย พ.ศ. ๒๕๖๐ มาตรา ๖๕ กําหนดใหรัฐบาลตองจัดทําแผน ยุทธศาสตรชาติ ๒๐ ป เพ่ือเปนเปาหมายการพัฒนาประเทศอยางยั่งยืนในระยะยาว ตามหลักการธรรมาภิบาล เพ่ือใชเปนกรอบในการจัดทําแผนตางๆ ใหสอดคลองและบูรณาการกันใหบรรลุเปาหมายในระยะเวลาท่ีกําหนด โดยภายใตเง่ือนไขการเปลี่ยนแปลงของจํานวนประชากร โครงสรางทางเศรษฐกิจ สภาพสังคม และสิ่งแวดลอม สงผลให ประเทศจําเปนตองกําหนดวิสัยทัศนระยะยาว พรอมท้ังแนวทางยุทศาสตรหลักในการดําเนินการ โดยไดกําหนด วิสัยทัศนประเทศและประเด็นยุทธศาสตรชาติ ๒๐ ป (พ.ศ. ๒๕๖๑-๒๕๘๐) ดังนี้ ๔ ๒.๒.๑ วิสัยทัศนประเทศ “ประเทศมีความม่ันคง ม่ังคั่ง ย่ังยืน เปนประเทศพัฒนาแลว ดวยการพัฒนาตามหลัก ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง” ไดแก การมีเอกราช อธิปไตย และบูรณภาพแหง เขตอํานาจรัฐ การดํารงอยูอยางม่ันคง ยั่งยืน ของสถาบันหลักของชาติ การดํารงอยูอยางม่ันคงของชาติและประชาชน จากภัยคุกคามทุกรูปแบบ การอยูรวมกัน ในชาติอยางสันติสุขเปนปกแผน มีความม่ันคงทางสังคมทามกลางพหุสังคม และการมีเกียรติและศักดิ์ศรีของ ความเปนมนุษย ความเจริญเติบโตของชาติ ความเปนธรรมและความอยูดีมีสุขของประชาชน ความยั่งยืนของฐาน ทรัพยากรธรรมชาติสิ่งแวดลอม ความม่ันคงทางพลังงานและอาหารความสามารถในการรักษาผลประโยชนของชาติ ภายใตการเปลี่ยนแปลงของสภาวะแวดลอมระหวางประเทศ และการอยูรวมกันอยางสันติ ประสานสอดคลองกัน ดานความม่ันคงในประชาคมอาเซียนและประชาคมโลก อยางมีเกียรติและศักดิ์ศรี ๒.๒.๒ ประเด็นยุทธศาสตรชาติ ๒๐ ป (พ.ศ. ๒๕๖๑-๒๕๘๐) ประกอบดวย ๖ ยุทธศาสตร ไดแก ยุทธศาสตรท่ี ๑ ยุทธศาสตรชาติดานความม่ันคง เปาหมายการพัฒนา คือ ประเทศชาติม่ันคง ประชาชนมีความสุข เนนการบริหารจัดการสภาวะ แวดลอมของประเทศใหมีความม่ันคง ปลอดภัย เอกราช อธิปไตย และมีความสงบเรียบรอยในทุกระดับ มุงเนน การพัฒนาคน เทคโนโลยี และระบบฐานขอมูลขนาดใหญ ใชกลไกการแกไขปญหาแบบบูรณาการ บนพ้ืนฐานของ หลักธรรมาภิบาล ยุทธศาสตรท่ี ๒ ยุทธศาสตรชาติดานการสรางความสามารถในการแขงขัน เปาหมายการพัฒนา คือ การยกระดับศักยภาพของประเทศในหลากหลายมิติ บนพ้ืนฐานแนวคิด (๑) การตอยอดอดีต โดยมองกลับไปยังรากเหงา จุดเดน และความไดเปรียบของประเทศ นํามาประยุกตผสมผสาน กับเทคโนโลยีและนวัตกรรม (๒) ปรับปจจุบัน เพ่ือปูทางสูอนาคต ผานการพัฒนาโครงสรางพ้ืนฐานของประเทศ (๓) สรางคุณคาใหมในอนาคต โดยเพ่ิมศักยภาพของผูประกอบการ พัฒนาคนรุนใหม และปรับรูปแบบธุรกิจ เพ่ือตอบสนอง ความตองการของตลาด ยุทธศาสตรท่ี ๓ ยุทธศาสตรชาติดานการพัฒนาและเสริมสรางศักยภาพทรัพยากรมนุษย เปาหมายการพัฒนา คือ พัฒนาคนในทุกมิติและทุกชวงวัยใหเปนคนดี เกง และมีคุณภาพ มีความพรอมท้ังกาย ใจ สติปญญา มีทักษะท่ีจําเปนในศตวรรษท่ี ๒๑ สูการเปนคนไทยท่ีมีทักษะสูง เปนนวัตกรรม นักคิด ผูประกอบการ เกษตรกรยุคใหม และอ่ืนๆ โดยมีอาชีพตามความถนัดของตน ยุทธศาสตรท่ี ๔ ยุทธศาสตรชาติดานการสรางโอกาสและความเสมอภาคทางสังคม เปาหมายการพัฒนา คือ การดึงเอาพลังของภาคสวนตางๆ มารวมขับเคลื่อน โดยการสนับสนุน การรวมตัวของประชาชนในการรวมคิด รวมทํา เพ่ือสวนรวม การกระจายอํานาจและความรับผิดชอบ ไปสูกลไก การบริหารราชการแผนดินในระดับทองถ่ิน การเสริมสรางความเขมแข็งของชุมชน โดยรัฐใหหลักประกันการเขาถึง บริการและสวัสดิการท่ีมีคุณภาพ อยางเปนธรรม และยั่งยืน ๕ ยุทธศาสตรท่ี ๕ ยุทธศาสตรชาติดานการสรางการเติบโตบนคณุภาพชีวิตท่ีเปนมิตรกับส่ิงแวดลอม เปาหมายการพัฒนา คือ การพัฒนาท่ียั่งยืนในทุกมิติ และความเปนหุนสวนความรวมมือระหวาง กันอยางบูรณาการ บนพ้ืนฐานการเติบโตรวมกัน มีการสรางสมดุลท้ังดานเศรษฐกิจ สิ่งแวดลอม และคุณภาพชีวิต เพ่ือนําไปสูความยั่งยืนเพ่ือคนรุนตอไปอยางแทจริง ยุทธศาสตรท่ี ๖ ยุทธศาสตรชาติดานการปรับสมดุลและพัฒนาระบบการบริหารจัดการภาครัฐ เปาหมายการพัฒนา คือ การปรับเปลี่ยนภาครัฐท่ียึดหลัก ภาครัฐของประชาชน เพ่ือประชาชน และประโยชนสวนรวม โดยภาครัฐตองมีขนาดท่ีเหมาะสมกับบทบาทภารกิจ แยกแยะบทบาทหนวยงานของรัฐ ยึดหลักธรรมาภิบาล ปรับวัฒนธรรมการทํางานใหมุงผลสัมฤทธิ์และผลประโยชนสวนรวม มีความทันสมัย และ พรอมท่ีจะปรับตัวใหทันตอการเปลี่ยนแปลง การนํานวัตกรรม เทคโนโลยีขอมูลขนาดใหญ รวมถึงการนําระบบการ ทํางานท่ีเปนดิจิทัลเขามาประยุกตใชอยางคุมคาและปฏิบัติงานเทียบไดกับมาตรฐานสากล นอกจากนั้น กฎหมาย ตองมีความชัดเจน มีเพียงเทาท่ีจําเปน มีความทันสมัยและความเปนสากล ๒.๓ แผนการปฏิรูปประเทศ ๑๑ ดาน รัฐธรรมนูญแหงประเทศไทย ป ๒๕๖๐ หมวด ๑๖ การปฏิรูปประเทศ กําหนดใหดําเนินการ ปฏิรูปประเทศใน ๑๑ ดาน และตอมาคณะรัฐมนตรีไดมีมติแตงตั้งคณะกรรมการปฏิรูปประเทศ จํานวน ๑๑ คณะ เม่ือวันท่ี ๑๕ สิงหาคม ๒๕๖๐ เพ่ือดําเนินการจัดทํารางแผนการปฏิรูปประเทศ ซ่ึงดําเนินการแลวเสร็จและ ประกาศในราชกิจจานุเบกษา เม่ือวันท่ี ๖ เมษายน ๒๕๖๑ ประเด็นการปฏิรูปท่ีเก่ียวของกับการบริหารจัดการทรัพยากรน้ํา คือ ดานท่ี ๖ ดานทรัพยากร ธรรมชาติและสิ่งแวดลอม เปาหมาย คือ ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดลอมไดรับการรักษา ฟนฟูใหสมบูรณและยั่งยืน เปนรากฐานในการพัฒนาประเทศอยางสมดุลท้ังทางเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดลอม มีการใชประโยชนทรัพยากร ท่ีเปนมิตรกับสิ่งแวดลอมและสังคม เกิดความสมดุลระหวางการคุมครองรักษา และการใชประโยชนอยางยั่งยืน รวมท้ังมีระบบการบริหารจัดการทรัพยากรท่ีมีประสิทธิภาพบนพ้ืนฐานการมีสวนรวม ๒.๔ ทิศทางการพัฒนาภาคภายใตยุทธศาสตรชาติและกรอบการพัฒนาดานน้ํา ยุทธศาสตรชาติ ๒๐ ป (พ.ศ. ๒๕๖๑-๒๕๘๐) จะเปนแผนหลักของการพัฒนาประเทศไทย ใหมีความม่ันคง ม่ังค่ัง และยั่งยืน โดยมี แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแหงชาติ เปนเครื่องมือหรือกลไกสําคัญท่ีสุด ท่ีถายทอดยุทธศาสตรชาติ ๒๐ ป สูการปฏิบัติและขับเคลื่อนไปสูการบรรลุเปาหมายในระยะยาวไดในท่ีสุด แผนพัฒนาฯ ฉบับท่ี ๑๒ มียุทธศาสตรท่ีเก่ียวของกับการบรหิารจัดการทรัพยากรน้ํา คือ ยุทธศาสตรท่ี ๔ การเติบโตท่ีเปนมิตรกับสิ่งแวดลอม เพ่ือการพัฒนาท่ียั่งยืน และมีแนวทางการพัฒนาท่ีเก่ียวของ คือ ๑) การรักษา ฟนฟูทรัพยากรธรรมชาติ สรางสมดุลการอนุรักษและใชประโยชนอยางยั่งยืนและเปนธรรม ๒) เพ่ิมประสิทธิภาพ การบริหารจัดการทรัพยากรน้ําเพ่ือใหเกิดความม่ันคง สมดุล และยั่งยืน ๓) การบริหารจัดการ เพ่ือลดความเสี่ยง ดานภัยพิบัติ และไดจัดทําทิศทางการพัฒนาภาคในระยะแผนพัฒนาฯ ฉบับท่ี ๑๒ เพ่ือเปนเครื่องมือในการแปลงแผนไปสู การปฏิบัติ การกําหนดทิศทางการพัฒนาเชิงพ้ืนท่ีตามศักยภาพภูมิสังคมของแตละภาค ท้ัง ๖ ภาค ซ่ึงในดานการบริหาร จัดการทรัพยากรน้ําไดกําหนดทิศทางการพัฒนาดานน้ําในแตละภาคไวใหสอดคลองและสนับสนุนกัน (ตารางท่ี ๒-๑) ๖ ตารางท่ี ๒-๑ ทิศทางการพัฒนาภาคตามแผนพัฒนาฯ ฉบับท่ี ๑๒ และแผนแมบทการบริหารจัดการทรัพยากรน้ํา แผนพัฒนาฯ ฉบับท่ี ๑๒ แผนแมบทการบริหารจัดการทรัพยากรน้ํา ๑) ภาคเหนือ (๑) พัฒนาการทองเท่ียวและธุรกิจบริการตอเนื่อง (๒) ใชโอกาสจากเขตเศรษฐกิจพิเศษเชื่อมกับโครงการ ความรวมมือตางๆ ในอนุภูมิภาค (๓) เปนฐานการผลิตเกษตรอินทรียและปลอดภัย เชื่อมสู อุตสาหกรรมเกษตรแปรรูป เพ่ิมมูลคา (๔) พัฒนาคุณภาพชีวิต แกไขปญหาความยากจน (๕) อนุรักษและฟนฟูปาตนน้ํา จัดระบบการบริหาร จัดการน้ํา และปองกันแกไขปญหาหมอกควัน ๑) ภาคเหนือ (๑) อนุรักษฟนฟูปาตนน้ําและการจัดการการใชประโยชนในเขตตนน้ํา เพ่ือสรางความสมดุล และลดผลกระทบจากทรัพยากรน้ํา และรักษาสภาพธรรมชาติท่ีเปนจุดเดนการทองเท่ียว ในพ้ืนท่ีภาคเหนือตอนบน (๒) พัฒนาแหลงเก็บกักน้ําเพ่ิมปริมาณน้ําตนทุน เพ่ือเมืองหลัก พ้ืนท่ีเศรษฐกิจพิเศษ และ สนับสนุนชุมชนท่ีมีรายไดต่ํา (๓) การบรรเทาอุทกภัยน้ําหลากฉับพลันท่ีลาดเชิงเขา ดินโคลนถลม โดยเพ่ิมประสิทธิภาพ ดานการเตือนภัย การปรับตัว และเผชิญเหตุ (๔) การวางแผนระยะยาว สรางความสมดุลระหวางการใชท่ีดินตนน้ําและทายน้ํา เพ่ือลดผลกระทบจากภัยแลงและอุทกภัย ๒) ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (๑) จัดการน้ําใหเพียงพอตอการพัฒนาเศรษฐกิจและ คุณภาพชีวิตท่ียั่งยืน เพ่ือเตรียมพรอมการพัฒนาเศรษฐกิจ ในอนาคต เชน เศรษฐกิจชีวภาพ การเสริมสรางความเขมแข็ง (๒) แกไขปญหาความยากจน พัฒนาคุณภาพชีวิตผูมีรายไดนอย (๓) สรางความเขมแข็งของฐานเศรษฐกิจ ควบคูกับการแกไข ปญหาทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดลอม (๔) พัฒนาโครงขายคมนาคมขนสง ท่ีเชื่อมโยงพ้ืนท่ี เศรษฐกิจหลักภาคกลาง และ EEC (๕) สรางความเขมแข็งทางเศรษฐกิจตามแนวชายแดน และแนวระเบียงเศรษฐกิจ ๒) ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (๑) พัฒนาแหลงน้ําตนทุนและผันน้ําสนับสนุนภาคเกษตร เพ่ือยกระดับรายไดภาคการเกษตร และการพัฒนาพ้ืนท่ีเศรษฐกิจพิเศษ (๒) การพัฒนาในพ้ืนท่ีเกษตรน้ําฝนในพ้ืนท่ีท่ีมีศักยภาพ จากแหลงน้ําขนาดเล็ก แหลงน้ํา ธรรมชาติ แหลงน้ําบาดาล ใหสามารถทําการเกษตรยังชีพ และฤดูแลงไดบางสวน (๓) จัดระบบอนุรักษดินและน้ํา ในพ้ืนท่ีเกษตรอาศัยน้ําฝนท่ีไมมีศักยภาพพัฒนาแหลงน้ํา (๔) การบริหารจัดการน้ําแบบบูรณาการ การแกไขปญหาอุทกภัย โดยการบริหารจัดการ พ้ืนท่ีน้ําทวมซํ้าซาก การแกไขปญหาภัยแลงโดยการสงเสริมการเกษตรแบบครบวงจร (๕) การบริหารจัดการพ้ืนท่ีเกษตร (Zoning) ในพ้ืนท่ีท่ีมีศักยภาพการพัฒนาดานน้ําต่ํา หรือศักยภาพของดินไมเหมาะสม ๗ ตารางท่ี ๒-๑ ทิศทางการพัฒนาภาคตาม แผนพัฒนาฯ ฉบับท่ี ๑๒ และแผนแมบทการบริหารจัดการทรัพยากรน้ํา (ตอ) แผนพัฒนาฯ ฉบับท่ี ๑๒ แผนแมบทการบริหารจัดการทรัพยากรน้ํา ๓) ภาคกลาง (๑) พัฒนากรุงเทพฯ เปนมหานครทันสมัยระดับโลก (๒) พัฒนาคุณภาพแหลงทองเท่ียวท่ีมีชื่อเสียงระดับ นานาชาติ และเชื่อมโยงกระจายแหลงทองเท่ียว (๓) ยกระดับการสินคาเกษตรและอุตสาหกรรม โดยใช นวัตกรรม เทคโนโลยี และความคิดสรางสรรค (๔) บริหารจัดการน้ํา ทรัพยากรธรรมชาติ และความสมดุล ของระบบนิเวศ (๕) เปดประตูการคา การลงทุน การทองเท่ียว เชื่อมโยงทวาย – ภาคกลาง - EEC (๖) พัฒนาเชื่อมโยงเศรษฐกิจและสังคมกับทุกภาค ๓) ภาคกลาง (๑) พัฒนาน้ําตนทุนและระบบการจัดสรรน้ํา เพ่ือรองรับการเปนพ้ืนท่ีเศรษฐกิจสําคัญอันดับหนึ่ง ของประเทศและการขยายตัวในอนาคต (๒) การวางแผน และขับเคลื่อนโครงการบรรเทาอุทกภัยลุมน้ําเจาพระยาและทาจีนตอนลาง และการปองกันเมือง พ้ืนท่ีเศรษฐกิจใหครบ (๓) ปรับปรุงลําน้ําสายหลัก เพ่ือการคมนาคมและการเพ่ิมประสิทธิภาพการระบายน้ํา (๔) การบริหารจัดการน้ํา ใหสมดุลกับน้ําตนทุน (การวางแผนจัดสรรน้ํารายฤดู) (๕) การวางแผนพัฒนาระบบจัดการน้ําในพ้ืนท่ีภาคกลางตอนลาง ในระยะ ๓๐ ป (๒๐๕๐) ๔) ภาคตะวันออก (๑) พัฒนาพ้ืนท่ีระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก(EEC) ใหทันสมัยท่ีสุดในภูมิภาคอาเซียน (๒) เปนแหลงผลิตอาหารคุณภาพ มาตรฐานสากล (๓) ปรับปรุงมาตรฐานสินคาและบริการทองเท่ียว (๔) พัฒนาพ้ืนท่ีเศรษฐกิจชายแดน ใหเปนประตูเศรษฐกิจ เชื่อมโยงกับประเทศเพ่ือนบาน (๕) เรงแกปญหาจัดระบบการบริหารจัดการมลพิษ ๔) ภาคตะวันออก (๑) พัฒนาแหลงน้ํา โครงขายน้ํา และการจัดหาน้ําทางเลือกใหมเพ่ือรองรับพ้ืนท่ีระเบียงเศรษฐกิจ ภาคตะวันออก (EEC) และเขตเศรษฐกิจพิเศษ (๒) พัฒนาระบบประปาเมือง เพ่ือรองรับการขยายตัวของชุมชนเมือง และภาคการทองเท่ียว (๓) บริหารจัดการน้ําเพ่ือสนับสนุนภาคเกษตรและภาคเศรษฐกิจ การวางแผนจัดสรรน้ํา รายภาคการผลิตและรายฤดู (๔) การเพ่ิมประสิทธิภาพการใชน้ํา ปรับโครงสรางการใชน้ํา เพ่ิมผลิตภาพการใชน้ํา ภาคอุตสาหกรรม และภาคเกษตร (๕) สงเสริมและสนับสนุนการลดและการนํากลับมาใชใหมในภาคอุตสาหกรรมและภาคเกษตร ๘ ตารางท่ี ๒-๑ ทิศทางการพัฒนาภาคตาม แผนพัฒนาฯ ฉบับท่ี ๑๒ และแผนแมบทการบริหารจัดการทรัพยากรน้ํา (ตอ) แผนพัฒนาฯ ฉบับท่ี ๑๒ แผนแมบทการบริหารจัดการทรัพยากรน้ํา ๕) ภาคใต (๑) พัฒนาการทองเท่ียวของภาค ใหเปนแหลงทองเท่ียว คุณภาพชั้นนําของโลก (๒) พัฒนาอุตสาหกรรมการแปรรูปยางพารา และปาลมน้ํามัน แหงใหมของประเทศ (๓) พัฒนา การผลิตสินคาเกษตรหลักของภาค (๔) พัฒนาโครงสรางพ้ืนฐาน สนับสนุนการทองเท่ียวพัฒนา เขตอุตสาหกรรม และเชื่อมโยงการคาในอาเซียน ๕) ภาคใต (๑) พัฒนาแหลงน้ําเพ่ือเมืองทองเท่ียวสําคัญ และพ้ืนท่ีเกาะ (๒) พัฒนาแหลงน้ําเฉพาะพ้ืนท่ี เพ่ือสนับสนุนภาคการเกษตร อุตสาหกรรมแปรรูป และพ้ืนท่ีเศรษฐกิจพิเศษ (๓) การบรรเทาอุทกภัยในพ้ืนท่ีเศรษฐกิจสําคัญ และท่ีเปนอุปสรรคตอการพัฒนาเศรษฐกิจ และสังคม ไดแก เมืองหลัก เมืองทองเท่ียวสําคัญ และพ้ืนท่ีน้ําทวมเสียหายรุนแรง (๔) ) การจัดการระบบอนุรักษดินและน้ําในพ้ืนท่ีเกษตรเพ่ือลดผลกระทบจากอุทกภัยและภัยแลง ๖) ภาคใตชายแดน (๑) พัฒนาอุตสาหกรรมเกษตร และอุตสาหกรรมแปรรูป การเกษตร สรางความม่ันคงภาคการผลิต (๒) พัฒนาเมือง สุไหงโก-ลก และเมืองเบตง ใหเปนเมือง การคา และเมืองทองเท่ียวชายแดน (๓) เสริมสรางความเขมแข็งใหชุมชน ๖) ภาคใตชายแดน (๑) พัฒนาแหลงน้ํา เพ่ือสนับสนุนอุตสาหกรรมเกษตรและอุตสาหกรรมแปรรูป (๒) พัฒนาระบบประปา เพ่ือพัฒนาแหลงการคา และทองเท่ียวชายแดน (เมืองสุไหงโก-ลก เมืองเบตง เมืองปตตานี และเมืองนราธิวาส) (๓) ปองกันน้ําทวมชุมชนเมือง เมืองศูนยกลางการทองเท่ียวและพ้ืนท่ีเศรษฐกิจสําคัญ ๙ ๒.๕ สถานการณและแนวโนมการเปล่ียนแปลงของประเทศ ท่ีมีผลตอการบริหารจัดการทรัพยากรน้ํา จากสถานการณและแนวโนมการพัฒนาประเทศ ท้ังดานเศรษฐกิจ สังคม การเปลี่ยนแปลง กระแสโลกและการเปลี่ยนแปลงดานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดลอม ประเทศไทยมีแนวโนมการเปลี่ยนแปลง จากสังคมเกษตรกรรมไปเปนสังคมอุตสาหกรรมมากข้ึน มีการปรับโครงสรางทางเศรษฐกิจไปสูเศรษฐกิจฐานความรู ขับเคลื่อนดวยนวัตกรรมและการเพ่ิมผลิตภาพการผลิต มีโครงสรางเศรษฐกิจแบบก่ึงอุตสาหกรรม ท่ีผานมามีการ ใชประโยชนจากทรัพยากรธรรมชาติท่ีไมยั่งยืน พ้ืนท่ีปาถูกทําลาย การบําบัดน้ําเสียทําไดนอย การลงทุนจัดหา แหลงน้ําขนาดใหญท่ีมีจํากัดจากผลกระทบสิ่งแวดลอมและดานสังคม การจัดการน้ําเสียยังไมสามารถดําเนินการไดทัน และพอเพียง ทําใหการยกระดับคุณภาพแหลงน้ําสําคัญยังไมมีความคืบหนามากนัก ซ่ึงปจจัยการเปลี่ยนแปลง ดังกลาว มีสวนสัมพันธกับการกําหนดประเด็นการบริหารจัดการทรัพยากรน้ําของประเทศ สรุปได ดังนี ้ (ตารางท่ี ๒-๒ และ ตารางท่ี ๒-๓) ๑๐ ตารางท่ี ๒-๒ การเปล่ียนแปลงดานเศรษฐกิจ สังคม และกระแสโลก ท่ีมีผลตอการบริหารจัดการทรัพยากรน้ําของประเทศ ประเด็นสถานการณ แนวโนมการเปล่ียนแปลง ทิศทางการจัดการน้ํา ๑. ศูนยกลางเศรษฐกิจโลกจะ เคลื่อนยายมาสูทวีปเอเชีย โครงสรางประเทศไทยจะ เปลี่ยนจากเกษตรกรรม เปนอุตสาหกรรมและ บริการมากข้ึน ๑.๑ กระแสโลกาภวิัตน จะทวีความเขมขน มีการคลื่อนยายเงินทุน แรงงาน ขอมูล เทคโนโลยี สินคา และบริการอยางรวดเร็ว ๑.๒ เปลี่ยนไปสูเศรษฐกิจฐาน ความรู ท่ีขับเคลื่อนดวย นวัตกรรม โครงสรางแบบก่ึงอุตสาหกรรม มีหลาย สาขาการผลิตและบริการ ๑.๓ ภาคอุตสาหกรรมจะมีการขยายตัวและมีความตองการน้ํา มากข้ึน โดยเฉพาะภาคตะวันออกท่ีกําหนดเปนพ้ืนท่ีหลัก ๑.๑ ตองจัดเตรียมความพรอมในการพัฒนาแหลงน้ํา ขนาดใหญรองรับ ในภาคกลางและภาคตะวันออก ๑.๒ เตรียมการจัดสรรน้ําท่ีเหมาะสม และปองกัน ความขัดแยงกับภาคใชน้ําตางๆ ๒. การผลิตดานการเกษตร ยังคงเปนแกนหลักสําคัญ สําหรับภาคเศรษฐกิจ สังคมในชนบทและมีการ ผลิตเชิงเศรษฐกิจมากข้ึน ๒.๑ รายไดประชาชาตดิานการเกษตร นอยกวาอุตสาหกรรม แตเปนแหลงรองรับแรงงาน และเปนรายไดสวนใหญ ในชนบท ๒.๒ ภาคการเกษตรจะตองเพ่ิมผลิตภาพการผลิต โดยการใช เทคโนโลยีและนวัตกรรมเพ่ิมข้ึน รวมท้ังการจัดการดาน การตลาด ๒.๑ ตองจัดหาแหลงน้ําและเพ่ิมประสิทธิภาพการชลประทาน เพ่ือเพ่ิมผลิตภาพการผลิตการเกษตร โดยเฉพาะในภาค ตะวันออกเฉียงเหนือ ท่ีมีรายไดต่ํา ๒.๒ ใชพ้ืนท่ีชลประทานท่ีมีอยูเพ่ือเพ่ิมผลิตภาพการผลิต พืชเศรษฐกิจท่ีมีมูลคาสูง ๒.๓ ปรับโครงสรางใชน้ําภาคผลิต ท้ังเกษตร/อุตสาหกรรม ๓. การจัดตั้งเขตเศรษฐกิจ พิเศษ และโครงการระเบียง เศรษฐกิจภาคตะวันออก (Eastern Economics Corridor: EEC) ๓.๑ การตั้งเขตเศรษฐกิจพิเศษระยะท่ี ๑ (จังหวัดตาก มุกดาหาร สระแกว ตราด สงขลา) ระยะท่ี ๒ (จังหวัด กาญจนบุรี เชยีงราย นครพนม หนองคาย นราธิวาส) จะทําใหมีประชากรในเขตดังกลาวเพ่ิมข้ึน ๓.๑ ตองจัดการน้ําตนทุน รองรับการขยายตัวของเมืองหลัก กรุงเทพมหานครและปริมณฑล เขตเศรษฐกิจพิเศษ พ้ืนท่ี ระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก (EEC) จัดหาน้ําตนทุน เพ่ิมสําหรับภาคกลางเพ่ือรองรับความเสี่ยงปท่ีแลงจัด ๑๑ ตารางท่ี ๒-๒ การเปล่ียนแปลงดานเศรษฐกิจ สังคม และกระแสโลก ท่ีมีผลตอการบริหารจัดการทรัพยากรน้ําของประเทศ (ตอ) ประเด็นสถานการณ แนวโนมการเปลี่ยนแปลง ทิศทางการจัดการน้ํา และการพัฒนาภาคกลาง ตอนลาง และกรุงเทพฯ ใหเปน มหานครท่ีทันสมัย ทําใหมีการ เคลื่อนยายประชากรเขาสูเมือง ๓.๒ โครงการระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก (ชลบุรี ระยอง ฉะเชิงเทรา) ทําใหมีการขยายตัวมากข้ึน ๓.๓ พ้ืนท่ีภาคกลางตอนลางจะยังคงเติบโต เปนพ้ืนท่ี เศรษฐกิจสําคัญของประเทศตอไป ๓.๔ การพัฒนากรุงเทพฯ ใหเปนมหานครท่ีทันสมัย จะทําใหมีการเคลื่อนยายประชากรท้ังจากชนบท และตางประเทศเขาสูกรุงเทพฯมากข้ึน ๓.๒ ตองเรงรัดการบรรเทาอุทกภัยลุมน้ําเจาพระยา ทาจีน ใหเปนรูปธรรมโดยเร็ว เพ่ือสรางความม่ันใจท่ีจะไมเกิด ความเสียหายรุนแรง ๓.๓ การจัดหาน้ําตนทุนและมีขอตกลงในการจัดสรรน้ํา ท่ีเหมาะสม สําหรับเมืองหลักท่ีมีการเติบโตสูง ๓.๔ ตองเตรียมความพรอมใชน้ําอยางประหยัด รูคุณคา และ การนําน้ําเสียเพ่ือนํากลับมาใชใหมภาคอุตสาหกรรมและบริการ ๓.๕ การวางแผนการจัดการน้ําในพ้ืนท่ีภาคกลางตอนลาง อยางเปนระบบ รองรับสถานการณในระยะ ๓๐ ป ๔. ภาคบริการและการทองเท่ียว ยังสามารถเติบโตและสราง รายไดเขาประเทศจํานวนมาก ๔.๑ ภาคบริการและการทองเท่ียวยังคงขยายตัว มากข้ึนท้ังในเขตกรุงเทพฯ และเมืองทองเท่ียวหลัก ๔.๒ การเพ่ิมข้ึนของนักทองเท่ียวจากประเทศใน ภูมิภาคเอเชียท่ีมีการเติบโตทางเศรษฐกิจสูง ๔.๑ เตรียมจัดหาแหลงน้ําสนับสนุน สถานท่ีทองเท่ียวท่ีสําคัญ ๔.๒ แกปญหาการขาดแคลนน้ําในแหลงทองเท่ียวชายทะเล หรือพ้ืนท่ีเกาะท่ีขาดแคลนน้ําจืด ๔.๓ การจัดการน้ําทวมในเขตพ้ืนท่ีทองเท่ียวสําคัญ ๕. การเปลี่ยนแปลงสภาพ ภูมิอากาศ แนวโนมจะมี ความแปรปรวนและรนุแรง มากข้ึน ๕.๑ สภาพภูมิอากาศมีความแปรปรวนมากข้ึน ทําให เกิดปญหาขาดแคลนน้ํา ปญหาอุทกภัย วาตภัย ท่ีเกิดความเสียหายรุนแรง สงผลกระทบทาง เศรษฐกิจ ชีวิต ทรัพยสิน ของประชาชน มากข้ึน ๕.๒ การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศจะมีผลกระทบ ตอปริมาณน้ําตนทุน และผลผลิตทางการเกษตร ทําใหเกิดปญหาความไมม่ันคงดานอาหาร ๕.๑ จัดทําแผนบริหารจัดการน้ําแบบยืดหยุน มีแหลงน้ําหลัก แหลงน้ําสํารอง และการเชื่อมโยงกับระบบชลประทาน ๕.๒ กําหนดพ้ืนท่ีเสี่ยงจากอุทกภัย ภัยแลง และพัฒนาระบบ พยากรณเตือนภัยใหมีประสิทธิภาพ ถูกตอง และรวดเร็ว ๕.๓ การเตรียมความพรอมในการรับมือกับภัยธรรมชาติ การบริหารพ้ืนท่ีน้ําทวม และพัฒนาโครงสรางพ้ืนฐาน เพ่ือบรรเทา และแกไขปญหาอยางเปนระบบ ๑๒ ตารางท่ี ๒-๓ การเปล่ียนแปลงดานทรัพยากร และสถานการณของประเทศ ท่ีมีผลตอการบริหารจัดการทรัพยากรน้ําของประเทศ ประเด็นสถานการณ แนวโนมการเปล่ียนแปลง ทิศทางการจัดการน้ํา ๑. การจัดการพ้ืนท่ีตนน้ําและปาไม ๑.๑ พ้ืนท่ีปาตนน้ําถูกบุกรุกเพ่ือปลูกพืช เศรษฐกิจ เชิงเดี่ยว เชน ขาวโพดลี้ยงสัตว ยางพารา และ ยูคาลิปตัส ขาดแหลงดูดซับน้ําฝน ทําใหเกิดการ เปลี่ยนแปลงปริมาณน้ําทา ความรุนแรงของ อุทกภัย และการขาดแคลนน้ํา มากข้ึน ๑.๒ การพัฒนาแหลงน้าํในเขตพ้ืนท่ีอนุรักษทําไดยากข้ึน ๑.๑ จําเปนตองฟนฟูปาตนน้ํา เพ่ือลดผลกระทบตอพ้ืนท่ี กลางน้ําและปลายน้ํา โดยการวางแผนการใชประโยชน ท่ีดินในเขตตนน้ํา กําหนดเขตการอนุรักษ ปากันชน และ เขตพ้ืนท่ีทําการเกษตรเพ่ือยังชีพ ๑.๒ การพัฒนาแหลงน้ําตนทุน ตองพิจารณารวมกันระหวาง ผลประโยชนกับผลกระทบท่ีเกิดข้ึน เพ่ือหาจุดสมดุล ระหวางการพัฒนากับการอนุรักษ ๒. การจัดการทรัพยากรดินและ การใชประโยชนท่ีดิน ๒.๑ มีการนําท่ีดินท่ีมีความเหมาะสมในการทํา การเกษตร เชน ในเขตชลประทาน มาใชในการ ขยายเมือง และพัฒนาพ้ืนท่ีอุตสาหกรรม ๒.๒ การนําพ้ืนท่ีไมเหมาะสมมาทําการเกษตร ทําให การลงทุนสูง ผลิตภาพการผลิตต่ํา ๒.๑ จัดระบบการปลูกพืชใหเหมาะสมกับศักยภาพของพ้ืนท่ี (Zoning by Ari-map) ๒.๒ จัดระบบการอนุรักษดินและน้ํา และการปรับปรุงบํารุงดิน ในพ้ืนท่ีไมมีศักยภาพในการพัฒนาแหลงน้ํา ๓. ปญหาคุณภาพน้ําท่ีเกิดจากพฤติกรรม การผลิตและการบริโภค ๓.๑ ปริมาณน้ําเสียจากชุมชนท่ีระบายลงสูแหลงน้ํามี มากข้ึนตามการขยายตัวของเศรษฐกิจและชุมชน ๓.๒ น้ําเสียและสารเคมีจากการเพาะปลูกพืช ปศุสัตว และประมงสงผลกระทบตอแหลงน้ําธรรมชาติ โดยเฉพาะในฤดูแลง ๓.๑ ควรควบคุมน้ําเสียจากแหลงกําเนิด เพ่ือใหไมเกิน ขีดความสามารถของแหลงน้ําในการรองรับน้ําเสีย ๓.๒ ลดการใชสารเคมีเพ่ือการเกษตร น้ําเสียจากฟารม ปศุสัตวและการเพาะเลี้ยงสัตวน้ําธรรมชาติ ๑๓ ตารางท่ี ๒-๓ การเปล่ียนแปลงดานทรัพยากร และสถานการณของประเทศ ท่ีมีผลตอการบริหารจัดการทรัพยากรน้ําของประเทศ (ตอ) ประเด็นสถานการณ แนวโนมการเปล่ียนแปลง ทิศทางการจัดการน้ํา ๓.๓ การติดตาม ควบคุม การจัดการน้ําเสียของโรงงาน อุตสาหกรรมขนาดกลาง และขนาดเล็ก ท่ีกระจายตัว มีความยุงยาก ๓.๔ เมืองขยายตัว แมน้ํา คูคลองถูกบุกรุก และขาดน้ํา เพ่ือรักษาระบบนิเวศลําน้ําและการผลักดันน้ําเค็ม ๓.๓ เพ่ิมประสิทธิภาพในการบําบัดน้ําเสียของระบบบําบัด น้ําเสียรวมชุมชน ๓.๔ การวางแผนใหมีปริมาณน้ําเพ่ือรักษาระบบนิเวศ ๓.๕ การฟนฟูแมน้ําลําคลองและแหลงน้ํา ๔. สถานการณอุทกภัย ๔.๑ ปาตนน้ําลดลง ทําใหเกิดน้ําไหลบาลงพ้ืนท่ี กลางน้ํา และปลายน้ําอยางรวดเร็ว ๔.๒ การใชประโยชนท่ีดินเปลี่ยนไปทําใหขาดพ้ืนท่ี รองรับน้ําหลากในฤดูฝน (แกมลิง) ๔.๓ การขยายตัวของชุมชนและเมืองไมเหมาะสม เชน อยูในพ้ืนท่ีลุม พ้ืนท่ีน้ําหลาก การพัฒนาท่ี กีดขวางทางน้ํา ทําใหเกิดอุทกภัยรุนแรงมากข้ึน ๔.๔ การเกิดอุทกภัยมีแนวโนมรุนแรงและขยายพ้ืนท่ี มากข้ึน เชน มหาอุทกภัยในป ๒๕๕๔ ๔.๑ เพ่ิมประสิทธิภาพการระบายน้ํา โดยการปรับปรุง สิ่งกีดขวางทางน้ํา การปรับปรุงลําน้ํา ๔.๒ การจัดโครงสรางปองกันน้ําทวมชุมชนเมือง จัดทําผังน้ํา ผังการระบายน้ํา ๔.๓ การจัดการพ้ืนท่ีน้ําทวม พ้ืนท่ีชะลอน้ํา (แกมลิง) ๔.๔ การจัดทําทางผันน้ําและการใชพ้ืนท่ีเกษตร ในการ รองรับน้ํานองในภาวะวิกฤต ๕. สถานการณภัยแลง ๕.๑ ศักยภาพการพัฒนาแหลงเก็บกักน้ําท่ีคาดวาจะ สามารถดําเนินการไดถึงป ๒๕๘๐ เพ่ิมได ๑๓,๒๔๓ ลานลูกบาศกเมตร พัฒนาพ้ืนท่ีชลประทานเพ่ิม ๑๗.๙๔ ลานไร ๕.๑ ตองจัดการดานความตองการ ใหสอดคลองกับศักยภาพ การพัฒนาในแตละพ้ืนท่ี ๕.๒ การพัฒนาโครงขายน้ําเชื่อมโยงระหวางแหลงน้ํา เพ่ือสรางเสถียรภาพของน้ําตนทุน ๑๔ ตารางท่ี ๒-๓ การเปล่ียนแปลงดานทรัพยากร และสถานการณของประเทศ ท่ีมีผลตอการบริหารจัดการทรัพยากรน้ําของประเทศ (ตอ) ประเด็นสถานการณ แนวโนมการเปล่ียนแปลง ทิศทางการจัดการน้ํา ๕.๒ พ้ืนท่ีเกษตรน้ําฝนท่ีไมมีศักยภาพในการพัฒนา แหลงน้ําประมาณ ๑๐๐ ลานไร ตองพัฒนาโดยใช แหลงน้ําธรรมชาติ น้ําบาดาล และแหลงน้ําในไรนา เสริมการใชน้ําฝน ๕.๓ แองน้ําบาดาลขนาดใหญ ยังมีศักยภาพในการ พัฒนาเพ่ิมข้ึน ๕.๓ การพัฒนาแหลงน้ําขนาดเล็ก น้ําบาดาลเพ่ิมเติมในพ้ืนท่ี ๕.๔ พัฒนาแหลงน้ําบาดาลขนาดใหญเพ่ือเสริมน้ําผิวดิน ท้ังดานการเกษตร และอุตสาหกรรมในพ้ืนท่ีซ่ึงมีขอจํากัด ในการพัฒนาน้ําผิวดิน ๕.๕ จัดระบบการอนุรักษดินและน้ําในพ้ืนท่ีเกษตรน้ําฝน เพ่ือใหสามารถทําการเกษตรไดอยางนอย ปละ ๑ ครั้ง ๖. การจัดการแหลงน้ําธรรมชาติ ท่ีเปนพ้ืนท่ีชุมน้ํา ๖.๑ พ้ืนท่ีชุมน้ําสวนใหญยังไมไดรับการคุมครองตาม กฎหมาย ยกเวนพ้ืนท่ีซ่ึงอยูในเขตอนุรักษ ๖.๒ เกิดการสูญเสียพ้ืนท่ีชุมน้ําจากการบุกรุกตางๆ เชน การทําการเกษตร การเพาะเลี้ยงสัตวน้ํา ๖.๑ ปรับปรุงการจัดการใหเหมาะสม ปองกันการบุกรุก เพ่ือรักษาพ้ืนท่ีชุมน้ําไมใหสูญเสียระบบนิเวศตามธรรมชาติ ๖.๒ ใชพ้ืนท่ีชุมน้ํา เปนแหลงรองรับน้ําในฤดูฝน และเปน แหลงน้ําเสริมในฤดูแลง ๗. การบริหารจดัการทรัพยากรน้ํา แบบบูรณาการ ๗.๑ ปญหาการบริหารจัดการทรัพยากรน้ํา มีความทาทายและซับซอนมากข้ึน ๗.๒ การเขาถึงทรัพยากรน้ําของชาติเปนไปโดยอิสระ ขาดกฎหมายในการกํากับดูแล ทําใหเกิดปญหา ระหวางภาคสวนการใชน้ํา ๗.๓ การจัดการโดยการมีสวนรวมของทุกภาคสวน ๗.๑ คณะกรรมการทรัพยากรน้ําแหงชาติ (กนช.) และ สํานักงานทรัพยากรน้ําแหงชาติ (สทนช.) ตองทําหนาท่ี กํากับดูแลการบริหารจัดการทรัพยากรน้ํา ๗.๒ การขับเคลื่อนงานตาม พ.ร.บ. ทรัพยากรน้ํา ๗.๓ สนับสนุนใหทุกภาคสวน เขามามีสวนรวมในการพัฒนา อนุรักษ ฟนฟู บํารุงรักษาและใชประโยชนจากทรัพยากรน้ํา ๑๕ บทที่ ๓ สถานการณและปญหาดานทรัพยากรน้ําของประเทศ ๓.๑ ศักยภาพทรัพยากรน้ําในประเทศ ปริมาณน้ําฝน พ้ืนท่ีประเทศไทยประกอบดวย ๒๕ ลุมน้ําหลักมีพ้ืนท่ีประมาณ ๕๑๔,๐๐๘ ตารางกิโลเมตร หรือ ๓๒๑.๒ ลานไร สภาพพ้ืนท่ีตั้งอยูภายใตอิทธิพลของลมมรสุม ๒ ชนิด ไดแก ลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต และลมมรสุม ตะวันออกเฉียงเหนือ โดยท่ีลมมรสุมตะวันตกเฉียงใตพัดปกคลุมประเทศไทยระหวางกลางเดือนพฤษภาคมถึง กลางเดือนตุลาคม มีปริมาณฝนรายปเฉลี่ยท่ัวประเทศประมาณ ๑,๔๕๕ มิลลิเมตร มีความผันแปรตามพ้ืนท่ีระหวาง ๙๐๐-๔,๐๐๐ มิลลิเมตรตอป ดังแสดงในรูปท่ี ๓-๑ ปริมาณน้ําผิวดิน ปริมาณน้ําทาตามธรรมชาติ (Natural Flow) ซ่ึงเปนปริมาณน้ําบนผิวดินท่ีเกิดจากฝน โดยหักการซึมลง ใตดิน และการระเหยแลว มีปริมาณรวมท่ัวประเทศ ๒๘๕,๒๒๗ ลานลูกบาศกเมตร เปนปริมาณน้ําทาไหลออกนอกลุมน้ํา ท่ีเหลือจากการเก็บกักและการใชประโยชนแลว (Runoff) จํานวน ๒๒๔,๐๒๔ ลานลูกบาศกเมตร คิดเปนรอยละ ๗๙ ของน้ําทา ธรรมชาติ โดยลุมน้ําท่ีมีปริมาณน้ําทา (Runoff) สูง ไดแกลุมน้ําโขง (อีสาน) ภาคใตฝงตะวันออกและแมกลอง ตามลําดับ ในขณะท่ีลุมน้ําท่ีมีปริมาณน้ําทานอยท่ีสุด ไดแก ลุมแมน้ําสะแกกรัง วัง และโตนเลสาบ ตามลําดับ สําหรับลุมน้ําท่ีมี ปริมาณน้ําทารายปตอพ้ืนท่ีลุมน้ํามากท่ีสุด ไดแก ลุมน้ําชายฝงทะเลตะวันออก นอยท่ีสุด ไดแก ลุมน้ําวัง ปริมาณน้ําบาดาล ประเทศไทยมี แองน้ําบาดาลท้ังหมด ๒๗ แองน้ําบาดาล มีปริมาณการกักเก็บในชั้นน้ําบาดาล รวมประมาณ ๑.๑๓ ลานลานลูกบาศกเมตร (ดังแสดงในรูปท่ี ๓-๒) มีศักยภาพท่ีจะพัฒนาข้ึนมาใชได โดยไมกระทบตอ ปริมาณน้ําบาดาลท่ีมีอยูไดรวมปละ ๔๕,๓๘๕ ลานลูกบาศกเมตร (ท่ีมา: กรมทรัพยากรน้ําบาดาล เม.ย. ๒๕๖๐) อยางไรก็ตาม ในการพัฒนาน้ําบาดาลข้ึนมาใชนั้น มีขอจํากัดในเรื่องของความคุมทุน เนื่องจากมีคาใชจาย (คาไฟฟา/คาน้ํามัน/ คาบํารุงรักษา) ในการสูบน้ํา อีกท้ังกอนทําการเจาะบอน้ําบาดาลจําเปนตองมีการสํารวจเพ่ือใหสามารถกําหนดจุด ในการเจาะบอน้ําบาดาลท่ีมีปริมาณและคุณภาพน้ําบาดาลท่ีดี โดยเฉพาะพ้ืนท่ีท่ีเปนหินแข็งและพ้ืนท่ีน้ําเค็มซ่ึงจะมี คาใชจายในการดําเนินการสํารวจคอนขางสูง ปริมาณแหลงน้ําตนทุนท่ีควบคุมได ปริมาณน้ําทาธรรมชาติเฉลี่ยของประเทศไทยมีจํานวน ๓,๔๙๖ ลูกบาศกเมตร ตอคนตอป ซ่ึงถือวาเปนคาเฉลี่ยท่ีต่ําเม่ือเทียบกับประเทศในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต โดยมีการพัฒนาแหลงเก็บกักน้ํา รวมความจ ุ๘๑,๓๗๓ ลานลูกบาศกเมตร คิดเปนรอยละ ๒๘ ของปริมาณน้ําทาธรรมชาติ โดยจําแนกเปนแหลงเก็บกักน้ํา ขนาดใหญ ๗๓,๔๘๐ ลานลูกบาศกเมตร ขนาดกลาง ๔,๒๐๐ ลานลูกบาศกเมตร และขนาดเล็ก ๓,๖๙๓ ลานลูกบาศกเมตร มีปริมาณน้ําท่ีนําไปใชประโยชนไดปละประมาณ ๖๕,๐๐๐ ลานลูกบาศกเมตร ซ่ึงปริมาณน้ําสวนนี้มากกวารอยละ ๙๐ มาจากอางเก็บน้ําขนาดใหญ เชน เข่ือนภูมิพล เข่ือนสิริกิติ์ เข่ือนศรีนครินทร และเข่ือนวชิราลงกรณ ๑๖ รูปท่ี ๓-๑ แผนท่ีแสดงความเขมและการกระจายของฝน (ท่ีมา : สํานักงานทรัพยากรน้ําแหงชาติ, ๒๕๖๑) ๑๗ รูปท่ี ๓-๒ แผนท่ีแสดงปริมาณและคุณภาพน้ําบาดาล (ท่ีมา : กรมทรัพยากรน้ําบาดาล, ๒๕๕๗) ๑๘ ๓.๒ สภาพเศรษฐกิจและสังคม ประเทศไทยมีประชากรประมาณ ๖๖ ลานคน (ขอมูลป พ.ศ. ๒๕๖๐) โดยมีสัดสวนความหนาแนน ประชากรในพ้ืนท่ีลุมน้ําภาคใตและภาคกลางมากท่ีสุด พ้ืนท่ีลุมน้ําท่ีมีการพัฒนาแหลงน้ํา ระบบชลประทาน และ การพัฒนาดานอุตสาหกรรมจะมีมูลคาของผลิตภัณฑมวลรวมคอนขางสูง เชน ลุมน้ําเจาพระยา ลุมน้ําชายฝงทะเล ตะวันออก ลุมน้ําภาคใตฝงตะวันออก และลุมน้ํามูล เปนตน ๓.๓ การใชน้ําและการบริหารจัดการ พ้ืนท่ีการเกษตร ประเทศไทยมีพ้ืนท่ีการเกษตร ๑๔๙.๒ ลานไร โดยภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีพ้ืนท่ีการเกษตรมากท่ีสดุ คือ ๖๓.๖ ลานไร คิดเปนรอยละ ๔๓ ของพ้ืนท่ีการเกษตรท้ังประเทศ รองลงมา คือ พ้ืนท่ีภาคกลาง มีพ้ืนท่ีการเกษตร รวม ๒๗.๒ ลานไร คิดเปนรอยละ ๑๘ ของพ้ืนท่ีการเกษตรท้ังประเทศ ปจจุบัน (ป พ.ศ. ๒๕๖๐) มีการพัฒนาพ้ืนท่ีชลประทานรวม ๓๒.๗๕ ลานไร คิดเปนรอยละ ๒๒ ของพ้ืนท่ีการเกษตร ท่ีเหลืออีก ๑๑๗ ลานไร หรือกวารอยละ ๗๘ เปนพ้ืนท่ีปลูกพืชโดยใชน้ําฝนเปนหลัก ซ่ึงมีความเสี่ยง ตอการขาดแคลนน้ํามาจากความผันแปรของสภาพลม ฟา อากาศ อีกท้ังในบางพ้ืนท่ียังมีสภาพภูมิประเทศ ไมเอ้ืออํานวยตอการลําเลียงน้ําจากแหลงน้ํามาใชประโยชนอีกดวย สภาพการเพาะปลูกขาวท่ีผานมา สภาพการปลูกขาวของประเทศไทย มีความแตกตางกันไปตามสภาพของระบบนิเวศในแตละภาค ข้ึนอยูกับระบบชลประทานเปนสําคัญ กลาวคือ หากพ้ืนท่ีใดมีระบบชลประทานท่ีไมสมบูรณ เชน ในภาคเหนือ ตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคใต เกษตรกรจะสามารถปลูกขาวไดปละ ๑-๒ ครั้ง คือ ครั้งท่ี ๑ นาป และครั้งท่ี ๒ นาปรัง โดยอาศัยน้ําฝน สวนพ้ืนท่ีท่ีมีระบบชลประทานท่ีสมบูรณ เชน ในเขตภาคกลาง ภาคเหนือตอนลาง เกษตรกรจะปลูกขาว ไดปละ ๒-๓ ครั้ง โดยเกษตรกรจะทํานาปลูกขาวตอเนื่องทันทีหลังจากเก็บเก่ียวขาวครั้งท่ีผานมา ทําใหมีการทํานา ไดถึงปละ ๓ ครั้ง หรือ ๕ ครั้งใน ๒ ป ทําใหความตองการน้ําสูงมากข้ึน พ้ืนท่ีศักยภาพท่ีเหมาะสมตอการปลูกขาวท่ีพัฒนาใหเปนพ้ืนท่ีเกษตรชลประทาน มีท้ังสิ้น ๖๐ ลานไร พ้ืนท่ีดังกลาวไมไดอยูในพ้ืนท่ีอนุรักษตามกฎหมาย รวมท้ังเขตรักษาพันธุสัตวปา และพ้ืนท่ีชุมน้ํา แหลงน้ํา พรุริมชายทะเล และเปนพ้ืนท่ีมีความลาดชันนอยกวารอยละ ๒๐ โดยพัฒนาเปนพ้ืนท่ีชลประทานไปแลว ๑๘ ลานไร หรือคิดเปนรอยละ ๕๕ ของพ้ืนท่ีชลประทานท้ังหมด (๓๒.๗๕ ลานไร) การบริหารจัดการน้ําปจจุบัน การบริหารจัดการน้ําในฤดูแลงเปนชวงท่ีวิกฤต ซ่ึงจะเปนไปตามสภาพปริมาณน้ําตนทุน เม่ือสิ้นสุดฤดูฝน โดยพิจารณาตามลําดับความสําคัญของกิจกรรมการใชน้ํา ดังนี้  ลําดับ ๑ สํารองน้ําไวสําหรับการใชน้ําในชวงตนฤดูฝน เพ่ือสนับสนุนการเพาะปลูกขาวนาป  ลําดับ ๒ จัดสรรน้ําเพ่ือการอุปโภคบริโภคในชวงฤดูแลง  ลําดับ ๓ จัดสรรน้ําเพ่ือการรักษาระบบนิเวศในชวงฤดูแลง  ลําดับ ๔ จัดสรรน้ําเพ่ือการเกษตรกรรม  ลําดับ ๕ จัดสรรน้ําเพ่ือการอุตสาหกรรม ๑๙ การบริหารจัดการน้ําในฤดูฝนจะเนนใหมีการเก็บกักน้ําของแหลงน้ําใหมากท่ีสุดในปลายฤดูฝน โดยจะ บริหารจัดการควบคูกับการบรรเทาอุทกภัยอีกดวย แบงเปนการบริหารได ดังนี้ ไมใชส่ิงกอสราง ไดแก ๑) การพยากรณสภาพอากาศ น้ําฝน น้ําทา และปริมาณน้ําในอางเก็บน้ําตาง ๆลวงหนา ๗ วัน – ๖ เดือน ๒) การติดตามสถานการณน้ําทวมและประมวลผลเปนรายชั่วโมง และรายวัน ๓) การแจงเตือนพ้ืนท่ีเสี่ยงภัยชุมชนเมือง ๔) การตัดสินใจ โดยใชขอมูลจากการสํารวจพ้ืนท่ีน้ําทวมแบบ real time ๕) การประชาสัมพันธ ไดแก เว็บไซต และเจาหนาท่ีระดับพ้ืนท่ีตอประชาชนโดยตรง ผนวกกับ การสื่อสารผานวิทยุและโทรทัศนของสื่อภายนอก และใชส่ิงกอสราง ไดแก ๖) อางเก็บน้ํา ทําการเก็บกักน้ําและหนวงน้ําอยางเต็มศักยภาพ และทําการระบายน้ําสวนเกิน ท่ีเข่ือนไมสามารถรองรับได ใหสงผลกระทบตอการเกิดน้ําทวมดานลางเข่ือนนอยท่ีสุด ๗) ระบบสงน้ําและกระจายน้ํา โดยทําการเรงรัดใหเกิดการระบายน้ํา ในระบบชลประทาน เพ่ือลดยอดน้ําสูงสุดในแมน้ํา ๘) ระบบคูคลองและลําน้ํายอย โดยทําการกระจายน้ํา เพ่ือลดยอดน้ําสูงสุดในแมน้ําและรองรับ น้ําหลากจากตอนเหนือ ๙) ประตูระบายน้ํา และอาคารบังคับน้ําชลประทาน โดยทําการควบคุมและเรงระบายน้ํา จากพ้ืนท่ีน้ําทวมขัง ๑๐) เครื ่องสูบน้ํา ใชในการสูบน้ําในพื้นที่น้ําทวมขังที ่ไมสามารถระบายตามธรรมชาติ ไดลงสูระบบแมน้ํา และคูคลองตางๆ ๑๑) คันปองกันน้ําทวม โดยทําคันก้ันน้ําและเสริมคันกันน้ําท่ีมีอยูเดิม เพ่ือปองกันพ้ืนท่ีเศรษฐกิจ ๑๒) การเติมน้ําลงสูใตดิน โดยการระบายน้ําฝนในชวงฤดูน้ําหลาก ผานสระกนรั่ว ผานบอเติมน้ํา เพ่ือกักเก็บน้ําฝนไวในชั้นน้ําใตดิน ซ่ึงจะทําใหระดับน้ําใตดินใหสูงข้ึน และสามารถ นํากลับมาใชประโยชนไดอีกครั้งในฤดูแลง ความตองการใชน้ํา ในพ้ืนท่ีเกษตรท่ีอยูใกลกับแหลงน้ํา จะมีการปลูกพืชในฤดูแลง โดยเฉพาะพ้ืนท่ีเกษตรชลประทาน ทําให มีการใชน้ําเพ่ือการเกษตรเปนปริมาณมาก อีกท้ังการเพ่ิมข้ึนของประชากร การขยายตัวของพ้ืนท่ีชุมชนเมือง และการพัฒนา พ้ืนท่ีอุตสาหกรรมและพ้ืนท่ีเศรษฐกิจ ทําใหความตองการใชน้ําโดยรวมเพ่ิมข้ึนดวย สรุปไดดังนี้ ๑) การใชน้ําเพ่ือการเกษตร : มีการใชน้ํามากกวารอยละ ๗๕ ของปริมาณการใชน้ําท้ังหมด โดยแบงเปน ๑.๑) พ้ืนท่ีเกษตรในเขตชลประทานเปนการใชน้ําจากอางเก็บน้ําขนาดใหญ ขนาดกลาง และขนาดเล็ก ผานระบบชลประทาน ซ่ึงมีการเพาะปลูกพืชฤดูแลง จึงมีการใชน้ําเปนปริมาณมาก โดยเฉพาะใน พ้ืนท่ีโครงการเจาพระยาใหญ ซ่ึงพบวาในเขตชลประทานท่ัวประเทศ จํานวนท้ังสิ้น ๓๒.๗๕ ลานไร ไดจัดสรรน้ําใหพ้ืนท่ี ดังกลาวรวมท้ังปเฉลี่ย ๖๕,๐๐๐ ลานลูกบาศกเมตร ๒๐ ๑.๒) พ้ืนท่ีนอกเขตชลประทานมีท้ังสิ้น ๑๑๗ ลานไร เปนการใชน้ําฝนโดยตรงเปนสวนใหญ และบางสวนจากการสูบน้ําบาดาลและน้ําทาบริเวณพ้ืนท่ีใกลเคียง การขาดแคลนน้ําข้ึนกับปริมาณน้ําฝน และการกระจาย ของฝนในแตละป รวมท้ังสภาพภูมิประเทศ ชนิดพืชและชวงเวลาท่ีปลูก จึงตองการปริมาณน้ําเพ่ือปองกันผลผลิตเสียหาย ในชวงฝนท้ิงชวงอีกประมาณปละ ๔๘,๙๖๑ ลานลูกบาศกเมตร (คิดเฉพาะการปลูกฤดูฝนเทานั้น) ๒) การใชน้ําเพ่ืออุปโภคบริโภคและการทองเท่ียว : ปจจุบัน (ป พ.ศ. ๒๕๕๘) มีความตองน้ําอุปโภค บริโภค ๔,๗๘๓ ลานลูกบาศกเมตร ซ่ึงในอนาคต (ป พ.ศ. ๒๕๘๐) คาดการณความตองการน้ํา จํานวน ๕,๙๙๑ ลานลูกบาศกเมตร เนื่องจากการขยายตัวภาคบริการของประเทศ มีการขยายตัวคอนขางมาก เปนการขยายตัวดานการทองเท่ียว และภาคการคา ในระดับทองถ่ินและในระดับภูมิภาค ทําใหเมืองหลักในภูมิภาค เชน จ.เชียงใหม จ.อุดรธานี จ.สงขลา และแหลงทองเท่ียว สําคัญท่ีมีชื่อเสียงติดระดับโลก เชน กรุงเทพมหานคร ชายฝงทะเลอันดามันและเกาะสมุย มีความตองการใชน้ําเพ่ิมข้ึน มีจํานวนนักทองเท่ียวจากตางประเทศประมาณ ๑๔ ลานคน ซ่ึงมีการขยายตัวอยางตอเนื่อง และมีแนวโนมท่ีจะขยาย การทองเท่ียวบริเวณชายฝงทะเลตะวันตกใน จ.เพชรบุรี จ.ประจวบคีรีขันธ และ จ.ชุมพร พรอมท้ังมีการขยายตัวภาคบริการ ภาคการคาท้ังในประเทศและการคาชายแดน เชน ภาคเหนือใน จ.เชียงใหม จ.เชียงราย จ.พิษณุโลก และ จ.ตาก ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ใน จ.อุดรธานี จ.นครราชสีมา และ จ.มุกดาหาร ภาคกลางในกรุงเทพมหานคร จ.นครสวรรค จ.ชลบุรี จ.ระยอง และภาคใต ใน จ.สุราษฎรธานี จ.สงขลา และ จ.ภูเก็ต ๓) การใชน้ําเพ่ืออุตสาหกรรม : ปจจุบัน (ป พ.ศ. ๒๕๕๘) ภาคอุตสาหกรรมมีความตองการ ๑,๙๑๓ ลาน ลูกบาศกเมตร คาดการณความตองการน้ําในอนาคต (ป พ.ศ. ๒๕๘๐) จํานวน ๓,๔๘๘ ลานลูกบาศกเมตร โดยพ้ืนท่ีหลักท่ีมี โรงงานและกลุมอุตสาหกรรม คือ กรุงเทพมหานครและจังหวัดใกลเคียง รวมถึงพ้ืนท่ีในภาคตะวันออกซ่ึงเปนพ้ืนท่ี อุตสาหกรรมหลักของประเทศ สําหรับในภาคอ่ืนๆ อุตสาหกรรมสวนใหญเปนอุตสาหกรรมตอเนื่องจากภาคเกษตรและ การผลิตเพ่ือใชในทองถ่ิน ๔) การใชน้ําเพ่ือรักษาระบบนิเวศ: ปริมาณความตองการน้ําเพ่ือการรักษาระบบนิเวศในฤดูแลง รวมท้ังประเทศปละมากกวา ๒๗,๐๙๐ ลานลูกบาศกเมตร โดยสรุป ความตองการน้ํารวมท้ังประเทศ (ป พ.ศ. ๒๕๕๘) ประมาณ ๑๔๗,๗๔๙ ลานลูกบาศกเมตร สามารถเขาถึงแหลงน้ําในรูปแบบตางๆ อาทิ แหลงเก็บกักน้ํา อาคารพัฒนาแหลงน้ํา แหลงน้ํา/ลําน้ําธรรมชาติ และน้ําบาดาล เปนตน จํานวน ๑๐๒,๑๔๐ ลานลูกบาศกเมตร ท่ีเหลือยังไมสามารถจัดสรรน้ําใหกับพ้ืนท่ีการเกษตร นอกเขตชลประทาน และน้ําอุปโภคบางสวนอีกประมาณ ๔๘,๙๖๑ ลานลูกบาศกเมตร การใชน้ําบาดาล การใชน้ําบาดาลในประเทศไทย มีท้ังการใชน้ําในดานอุปโภค-บริโภค เกษตรกรรม และ อุตสาหกรรม โดยแบงน้ําบาดาลออกเปน ๒ ระดับ คือ ระดับตื้น ท่ีมีความลึกไมเกิน ๑๕ เมตร จะมีการทําบอน้ําตื้น เพ่ือสูบน้ําข้ึนมาใช และน้ําบาดาลระดับลึกท่ีตองทําการเจาะบอน้ําบาดาล โดยขอมูลบอน้ําตื้นในประเทศไทยป พ.ศ. ๒๕๕๗ มีท้ังสิ้น ๑.๙๒ ลานบอ สวนบอน้ําบาดาลในสวนภาครัฐและเอกชน ท่ีสามารถใชการไดมีจํานวน ๐.๑๗ ลานบอ โดยในแตละ ปจะมีปริมาณการใชน้ําบาดาลในประเทศ ๑๔,๗๔๑ ลานลูกบาศกเมตรตอป เปนการใชน้ําดานการเกษตรมากท่ีสุดปละ ๑๒,๗๔๑ ลานลูกบาศกเมตร เพ่ืออุปโภคบริโภคปละ ๑,๒๒๓ ลานลูกบาศกเมตร และในภาคอุตสาหกรรมปละ ๗๗๗ ลานลูกบาศกเมตร (ท่ีมา: กรมทรัพยากรน้ําบาดาล เม.ย. ๒๕๖๐) ๒๑ ๓.๔ สภาพปญหาทรัพยากรน้ํา ปญหาทรัพยากรน้ํา ประกอบดวยการขาดแคลนน้ํา น้ําทวม น้ําเสีย และน้ําเค็ม เกิดข้ึนเนื่องจาก สาเหตุตางๆ ไดแก ปริมาณน้ําฝนท่ีไมเพียงพอหรือมากเกินไป การบุกรุกพ้ืนท่ีปาตนน้ําและแหลงน้ําสาธารณะ การเพ่ิมข้ึนของประชากรและขยายตัวของชุมชนเมือง การพัฒนาพ้ืนท่ีเศรษฐกิจ การขยายตัวดานอุตสาหกรรม การทองเท่ียวพิเศษ การปลูกพืชท่ีไมเหมาะสมกับสภาพดินและน้ํา การสรางสิ่งกีดขวางทางน้ํา การปลอยมลพิษ ลงสูแมน้ําลําคลอง การขาดแหลงเก็บกักน้ําตนทุนท่ีเพียงพอ และการบริหารจัดการท่ีไมมีประสิทธิภาพเพียงพอ ซ่ึงจะแตกตางกันตามสภาพพ้ืนท่ีในแตละลุมน้ํา เปนตน สรุปรายปญหาไดดังนี้ ปญหาการขาดแคลนน้ํา ในรอบ ๔๐ ปท่ีผานมา ประเทศไทยประสบปญหาภัยแลงหลายครั้ง คือ ป พ.ศ. ๒๕๑๐, ๒๕๑๑, ๒๕๑๕, ๒๕๒๐, ๒๕๒๒, ๒๕๒๙, ๒๕๓๐, ๒๕๓๓, ๒๕๓๗, ๒๕๔๒, ๒๕๔๕ แ ละ พ.ศ. ๒๕๔๘ กอใหเกิดผลกระทบตอรายได ของเกษตรกรและความเสียหายทางเศรษฐกิจของประเทศเปนอยางมากท้ังทางดานเกษตรกรรม และอุตสาหกรรม ท่ีตองอาศัยผลผลิตทางการเกษตรเปนวัตถุดิบ ภัยแลงครั้งรุนแรงท่ีเกิดข้ึนในป พ.ศ. ๒๕๒๒, ๒๕๓๗ และ พ.ศ. ๒๕๔๒ เกิดเปนบริเวณกวางในเกือบทุกภาคของประเทศ ชวง ๑๐ ปท่ีผานมา (ป พ.ศ. ๒๕๔๘-๒๕๕๗) มีพ้ืนท่ีแลงซํ้าซากเพ่ิมมากข้ึน เนื่องจากฝนตกนอยกวาปกติหรือฝนตกไมเปนไปตามฤดูกาล ซ่ึงพ้ืนท่ีเสี่ยงภัยแลงในระดับตาง ๆข้ึนอยูกับสภาพภูมิประเทศ สภาพดิน ปริมาณฝน โดยพ้ืนท่ีเสี่ยงภัยในระดับรุนแรง (เกิดมากกวา๖ ครั้ง/๑๐ ป) และระดับปานกลาง (เกิด ๔-๕ ครั้ง/๑๐ป) มีพ้ืนท่ีรวมประมาณ ๒๖.๘ ลานไร สําหรับปญหาการขาดแคลนน้ําเพ่ือการอุปโภคบริโภค พบวาหมูบานท้ังประเทศไทย (ป พ.ศ. ๒๕๖๐) จํานวน ๗๕,๐๓๒ หมูบาน มีปญหาหมูบานท่ีไมมีระบบประปา ๒๕๖ หมูบาน ระบบประปาชํารุดและขาดประสิทธิภาพ ๒๐,๐๓๔ หมูบาน ปญหาน้ําทวม ในรอบ ๓๐ ปท่ีผานมา ประเทศไทยไดประสบปญหาน้ําทวมเกือบทุกจังหวัดของประเทศถึง ๑๓ ครั้ง ในปตางๆ ดังนี้ ป พ.ศ. ๒๕๑๕, ๒๕๑๘, ๒๕๒๑, ๒๕๒๓, ๒๕๒๖, ๒๕๓๒, ๒๕๓๘, ๒๕๔๔, ๒๕๔๕, ๒๕๔๘, ๒๕๔๙, ๒๕๕๓ และ พ.ศ. ๒๕๕๔ โดยมีอุทกภัยในลุมน้ําเจาพระยาท่ีมีความรุนแรงถึง ๘ ครั้ง คือ ป พ.ศ.๒๕๑๘, ๒๕๒๖, ๒๕๓๘, ๒๕๔๕, ๒๕๔๘, ๒๕๔๙, ๒๕๕๓ และ พ.ศ. ๒๕๕๔ ตามลําดับ กอใหเกิดความเสียหายตอชีวิต ทรัพยสิน และเศรษฐกิจของประเทศ อยางมาก เชน ในป พ.ศ. ๒๕๕๔ มีความเสียหายทางเศรษฐกิจคิดเปนมูลคาถึง ๑.๔๔ ลานลานบาท พ้ืนท่ีน้ําทวมขัง ซํ้าซาก ของท้ังประเทศ ระดับปานกลาง คือ ๔-๕ ครั้งในรอบ ๙ ป และระดับสูง คือ มากกวา ๕ ครั้งในรอบ ๙ ป รวมท้ังสิ้น ๑๐ ลานไร พ้ืนท่ีเสี่ยงตอดินโคลนถลม รวมท้ังสิ้นกวา ๖,๐๔๒ หมูบาน มีสาเหตุจากฝนท่ีตกหนักในพ้ืนท่ีลุมน้ํา และจากสภาพทางกายภาพของลุมน้ํา ท่ีเปนภูเขาสูงชัน และพ้ืนท่ีปาตนน้ําตอนบนถูกทําลาย ๒๒ รูปท่ี ๓-๓ พ้ืนท่ีเสี่ยงภัยแลงซํ้าซาก (ท่ีมา : กรมพัฒนาท่ีดิน, ๒๕๔๘-๒๕๕๖) ๒๓ ปญหาคุณภาพน้ําผิวดิน ประเทศไทย มีคุณภาพน้ําอยูในเกณฑดี รอยละ ๒๙ พอใช รอยละ ๔๙ และเสื่อมโทรม รอยละ ๒๒ ของแหลงน้ําหลักท่ัวประเทศ (จํานวน ๕๒ แหลงน้ํา) ไมพบคุณภาพน้ําท่ีอยูในเกณฑดีมาก และเสื่อมโทรมมาก อยางไรก็ตาม คุณภาพน้ําในชวง ๑๐ ปยอนหลัง (ป พ.ศ. ๒๕๔๘-๒๕๕๗) พบวา แหลงน้ําท่ีอยูในเกณฑดีมีแนวโนมลดลง ขณะท่ีแหลงน้ํา ท่ีอยูในเกณฑพอใชและเสื่อมโทรมมีแนวโนมเพ่ิมข้ึน สาเหตุสําคัญของปญหาคุณภาพน้ําเสื่อมโทรมมาจากการระบาย น้ําเสียจากชุมชน การชะหนาดินท่ีมีปุยตกคางจากการเกษตร และการปศุสัตว โดยปจจุบัน (ป พ.ศ. ๒๕๕๗) มีปริมาณน้ําเสีย จากชุมชนเกิดข้ึน ๑๐.๓ ลานลูกบาศกเมตรตอวัน ขณะท่ีระบบบําบัดน้ําเสียรองรับน้ําเสียท่ีเกิดข้ึนไดเพียงรอยละ ๓๑ พ้ืนท่ี ท่ีมีน้ําเสียชุมชนเกิดข้ึนมากท่ีสุด คือ กรุงเทพมหานคร โดยมีน้ําเสียประมาณ ๒ ลานลูกบาศกเมตรตอวัน ในขณะท่ี ระบบบําบัดน้ําเสียในพ้ืนท่ีกรุงเทพมหานครสามารถบําบัดน้ําเสียได รอยละ ๓๘ ของปริมาณน้ําเสียท่ีเกิดข้ึน ในสวนของปญหาการรุกล้ําของน้ําเค็ม เกิดข้ึนในตอนลางของแมน้ําเจาพระยา ทาจีน บางปะกง และแมกลอง ทําใหเกิดผลกระทบตอการเพาะปลูกพืช การประปา การประมง การอุตสาหกรรม ตลอดจนการ อุปโภค-บริโภคของราษฎรท่ีอยูริมฝงแมน้ํา การจัดสรรน้ําเพ่ือผลักดันน้ําเค็ม เปนการจัดสรรน้ําจากแหลงเก็บน้ํา ในพ้ืนท่ีตอนบนของลุมน้ํา เชน จากเข่ือนภูมิพล เข่ือนสิริกิติ์ เข่ือนปาสัก เข่ือนขุนดานปราการชล รวมถึง เข่ือนศรีนครินทร และเข่ือนวชิราลงกรณในฤดูแลงปละมากกวา ๒,๘๐๐ ลานลูกบาศกเมตร เพ่ือควบคุมความเค็มของน้ํา ณ จุดควบคุม ไมใหเกินมาตรฐานของการเกษตรและการประปา ปญหาคุณภาพน้ําบาดาล คุณภาพน้ําบาดาลโดยท่ัวไปจะอยูในเกณฑมาตรฐานท่ีใชบริโภคได อยางไรก็ตาม ยังมีบางพ้ืนท่ี ท่ีมีปริมาณสารละลายในน้ําบาดาลสูงกวาเกณฑมาตรฐานน้ําดื่ม เชน ในบางพ้ืนท่ีของ จ.เชียงใหม จ.ลําพูน จ.แพร จ.ลําปาง และ จ.กาญจนบุรี มีแรเหล็กและฟลูออไรดสูงกวาเกณฑมาตรฐานซ่ึงเปนปญหาท่ีมักเกิดข้ึนกับพ้ืนท่ีท่ีมี ความสัมพันธกับรอยเลื่อนและแหลงน้ําพุรอน บางพ้ืนท่ีพบปญหาการรุกล้ําของน้ําเค็มในชั้นน้ําบาดาล โดยจะเปน พ้ืนท่ีตามแนวปากแมน้ําและชายฝงทะเล เชน พ้ืนท่ีแมน้ําเจาพระยา และ จ.สงขลา ท่ีอาจจะมีสาเหตุจากการสูบ น้ําบาดาลข้ึนมาใชเกินสมดุลในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ บางพ้ืนท่ีมีคุณภาพน้ําบาดาลกรอย-เค็ม ไมเหมาะสําหรับ การอุปโภคบริโภค และเกษตรกรรม เชน จ.ยโสธร จ.อุบลราชธาน ี จ.ศรีสะเกษ จ.สุรินทร และ จ.บุรีรัมย ในบางพ้ืนท่ี ของ จ.นครศรีธรรมราช มีการพบสารหนูท่ีอาจมีสาเหตุจากการปนเปอนตามธรรมชาติของแรธาตุในชั้นหินใหน้ํา และจากการทําเหมืองแรดีบุก นอกจากนี้ บางพ้ืนท่ีท่ีมีการลักลอบท้ิงขยะพิษ น้ําเสีย ของเสียอาจถูกชะลางลงไป ปนเปอนในชั้นน้ําบาดาลได ๒๔ รูปท่ี ๓-๔ พ้ืนท่ีเสี่ยงภัยน้ําทวมซํ้าซาก (ท่ีมา : สํานักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (GISTDA), ๒๕๔๘-๒๕๕๖) http://www.gistda.or.th/ ๒๕ รูปท่ี ๓-๕ คุณภาพน้ําในแหลงน้ําสําคัญท่ัวประเทศ (ท่ีมา : กรมควบคุมมลพิษ, ๒๕๕๗) ๒๖ บทที่ ๔ แผนแมบทการบริหารจัดการทรัพยากรน้ํา ๒๐ ป (พ.ศ. ๒๕๖๑-๒๕๘๐) การพัฒนาประเทศตั้งแตอดีตจนถึงปจจุบัน รัฐบาลไดใหความสําคัญในการจัดหาแหลงน้ํา และ พัฒนาระบบชลประทานมาโดยตลอด เพ่ือตอบสนองตอความตองการใชน้ําของประเทศ ท้ังดานอุปโภค บริโภค ดานการเกษตร อุตสาหกรรม และการรักษาระบบนิเวศ อยางไรก็ตาม เนื่องจากการเพ่ิมข้ึนของจํานวนประชากร การพัฒนาดานเศรษฐกิจและสังคม สงผลใหความตองการใชน้ําเพ่ิมมากข้ึน รวมถึงการเปลี่ยนแปลงสภาพภมิูอากาศและ การเกิดปญหาภัยธรรมชาติท่ีรุนแรงเพ่ิมมากข้ึน เชน ปญหาอุทกภัย ภัยแลง ปญหาการชะลางพังทลายของดินในพ้ืนท่ี ลาดชัน และดินโคลนถลม ซ่ึงเปนผลจากการตัดไมทําลายปาและพ้ืนท่ีปาตนน้ําทรุดโทรม สงผลกระทบตอระบบนิเวศ ในพ้ืนท่ีตนน้ํา ปญหาน้ําเนาเสียท่ีเกิดจากชุมชน เกษตรกรรม และอุตสาหกรรม โดยปญหาดังกลาวทวีความรุนแรงข้ึน และกระทบตอประชาชน สังคมและเศรษฐกิจของประเทศ ประเทศไทยไดจัดทํายุทธศาสตรการบริหารจัดการทรัพยากรน้ํา ๑๒ ป (พ.ศ. ๒๕๕๘-๒๕๖๙) เพ่ือเปนกรอบและแนวทางการบริหารจัดการทรัพยากรน้ําของประเทศ อยางไรก็ตาม เนื่องจากการเปลี่ยนแปลง ของสภาพแวดลอม สภาพสังคมและเศรษฐกิจ รวมถึงรัฐบาลไดจัดทํายุทธศาสตรชาติ ๒๐ ป (พ.ศ. ๒๕๖๑-๒๕๘๐) และแผนปฏิรูปประเทศ ๑๑ ดาน ในการพัฒนาประเทศ ดังนั้น เพ่ือใหการบริหารจัดการทรัพยากรน้ํา สอดคลอง และตอบสนองเปาหมายตามยุทธศาสตรชาติ สํานักงานทรัพยากรน้ําแหงชาติ จึงไดจัดทําแผนแมบทการบริหาร จัดการทรัพยากรน้ํา ๒๐ ป (พ.ศ. ๒๕๖๑-๒๕๘๐) โดยปรับปรุงยุทธศาสตรการบริหารจัดการทรัพยากรน้ํา ๑๒ ป ใหมี ความเหมาะสมสอดคลองกับเปาหมายของยุทธศาสตรชาติ ๒๐ ป ๔.๑ ความเช่ือมโยงยุทธศาสตรชาติ ๒๐ ป กับ แผนแมบทการบริหารจัดการทรัพยากรน้ํา ๒๐ ป สอดคลองกับยุทธศาสตรชาติ ๒๐ ป ภายใตยุทธศาสตร ท่ี ๕ การเติบโตท่ีเปนมิตรกับสิ่งแวดลอม เพ่ือการพัฒนาอยางยั่งยืน ซ่ึงถายทอดลงสูการดําเนินงานตามแผนแมบทการบริหารจัดการน้ําท้ังระบบ (แผนระดับ ๒ : แผนแมบทภายใตยุทธศาสตรชาติประเด็นท่ี ๑๙ ) โดยการจัดทําแผนแมบทการบริหารจัดการทรัพยากรน้ํา ๒๐ ป มีความเชื่อมโยงและดําเนินการสอดคลองกับการพัฒนายอยตามแผนแมบทการบริหารจัดการทรัพยากรน้ําท้ังระบบ ดังนี้ ๑) พัฒนาการจัดการน้ําเชิงลุมน้ําท้ังระบบเพ่ือเพ่ิมความม่ันคงดานน้ําของประเทศ ๒) เพ่ิมผลิตภาพของน้ําท้ังระบบในการใชน้ํา อยางประหยัด รูคุณคา และสรางมูลคาเพ่ิมจากการใชน้ําใหทัดเทียมกับระดับสากล และ ๓) อนุรักษและฟนฟู แมน้ําลําคลองและแหลงน้ําธรรมชาติท่ัวประเทศ โดยจะวัดความสําเร็จจากการใชดรรชนีตามกรอบของธนาคารพัฒนา เอเชีย (ADB) ท้ังนี้แผนแมบทดานน้ําจะกําหนดแผนงานท่ีจะดําเนินการใหมีผลผลิตและผลลัพธท่ีสามารถสงผล กระทบตอดรรชนีการวัดในระดับชาติได มีประเด็นความเชื่อมโยง ดังนี้ (ตารางท่ี ๔-๑) ๒๗ ตารางท่ี ๔-๑ ความเช่ือมโยงยุทธศาสตรชาติ ๒๐ ป กับแผนแมบทการบริหารจัดการทรัพยากรน้ํา ๒๐ ป แผนแมบทประเดน็ แผนยอย/ความครอบคลุม แผนแมบทฯ น้าํท่ีสอดรับ แผนแมบทประเด็นท่ี ๑๙ การบริหารจัดการน้าํ ท้ังระบบ ๑. พัฒนาการจัดการน้ําเชิงลุมน้ํา ท้ังระบบเพ่ือเพ่ิมความม่ันคง ดานน้ําของประเทศ • จัดการน้ําเพ่ือชุมชนชนบท • จัดการน้ําเพ่ือสิ่งแวดลอม • จัดระบบการจัดการน้ํา ในภาวะวิกฤต • จัดการบริหารน้ําเชิงลุมน้ํา อยางมีธรรมาภิบาล ดานท่ี ๑ การจัดการน้ําอุปโภคบริโภค • พัฒนาระบบประปาชนบท • พัฒนาน้ําดื่มใหไดมาตรฐานและราคา ท่ีเหมาะสม ดานท่ี ๓ การจัดการน้ําทวมและอุทกภัย • เพ่ิมประสิทธิภาพการระบายน้ํา • ปองกันน้ําทวมชุมชนเมือง การจัดทําผังน้ํา และปรับปรงุผังเมือง • การจัดการพ้ืนท่ีน้ําทวม และพ้ืนท่ีชะลอน้ํา • การบรรเทาอุทกภัยในเชิงพ้ืนท่ีอยางเปน ระบบในระดับลุมน้ํา และพ้ืนท่ีวิกฤต ดานท่ี ๔ การจัดการคุณภาพน้ําและอนุรักษ ทรัพยากรน้ํา • การลดน้ําเสียจากแหลงกําเนิด • พัฒนาและเพ่ิมประสิทธิภาพระบบบําบัดน้ําเสีย ดานท่ี ๕ การอนุรักษฟนฟูสภาพปาตนน้ํา ท่ีเสื่อมโทรมและปองกันการพังทลาย ของดิน • การอนุรักษฟนฟูพ้ืนท่ีปาตนน้ําท่ีเสื่อมโทรม • การปองกันและลดการชะลางพังทลาย ของดินในพ้ืนท่ีตนน้ํา ดานท่ี ๖ การบริหารจัดการ • ปรับปรุงองคกรดานการบริหารจัดการน้ํา • การจัดทําแผนบริหารจัดการน้ํา • การพัฒนาระบบฐานขอมูลสนับสนุน การตัดสินใจ ๒๘ แผนแมบทประเดน็ แผนยอย/ความครอบคลุม แผนแมบทฯ น้าํท่ีสอดรับ ๒. เพ่ิมผลิตภาพของน้ําท้ังระบบ ในการใชน้ําอยางประหยัด รูคุณคา และสรางมูลคาเพ่ิม จากการใชน้ําใหทัดเทียมกับ ระดับสากล • จัดการน้ําในเขตเมือง • จัดการน้ําเพ่ือการพัฒนา • เพ่ิมผลิตภาพของการใชน้ํา ดานท่ี ๑ การจัดการน้ําอุปโภคบริโภค • การพัฒนาระบบประปาเมือง/เศรษฐกิจ • การประหยัดน้าํในทุกภาคสวน ดานท่ี ๒ การสรางความม่ันคงน้ําภาคการผลติ • พัฒนาแหลงน้ําตนทุนใหม • บริหารจัดการความตองการ • จัดหาน้ําพ้ืนท่ีเกษตรน้ําฝน ๓. อนุรักษและฟนฟูแมน้ํา ลําคลองและแหลงน้ําธรรมชาติ ท่ัวประเทศ • พิสูจนและสอบเขตแมน้ํา ลําคลอง • แกไขปญหา การรุกล้ํา แนวเขตแมน้ํา • จัดทําขอกําหนดในการ ออกแบบท้ังเชิงภูมิ สถาปตยกรรมและวิศวกรรม ดานท่ี ๔ การจัดการคุณภาพน้ํา และและอนุรักษ ทรัพยากรน้ํา • ฟนฟูแมน้ําลําคลอง ๔.๒ ความเช่ือมโยงแผนการปฏิรูปประเทศ ๑๑ ดาน และแผนแมบทการบริหารจัดการทรัพยากรน้ํา ๒๐ ป แผนการปฏิรูปประเทศ ดานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดลอม เรื่องทรัพยากรน้ํา ไดพิจารณา กําหนดแนวทางการปฏิรูปประเทศ เปาหมาย และทิศทางของการพัฒนา ซ่ึงแผนแมบทการบริหารจัดการทรัพยากรน้ํา จะตองกําหนดแนวทางการดําเนินงาน เปาหมาย และตัวชี้วัด ใหเปนไปในทิศทางท่ีแผนการปฏิรูปประเทศ โดยเชื่อมโยง แผนการบริหารจัดการทรัพยากรน้ํา (จํานวน ๒๘ กลยุทธ ๕๔ แผนงาน) กับแผนปฏิรูปประเทศ ดานทรัพยากรน้ํา ๕ ประเด็น (๒๗ เรื่อง/กิจกรรม) ดังนี้ (ตารางท่ี ๔-๒) ตารางท่ี ๔-๒ ความเช่ือมโยงแผนการปฏิรูปประเทศ ๑๑ ดาน และแผนแมบทการบริหารจดัการทรพัยากรน้ํา ๒๐ ป ประเด็นการปฏิรูป ความเช่ือมโยงแผนแมบทฯน้ํา ๑. การบริหารแผนงานโครงการท่ีสําคัญตามแผน ยุทธศาสตร การบริหารจัดการทรพัยากรน้ํา • การพัฒนาโครงการพัฒนาแหลงน้ําตาม ยุทธศาสตรการบริหารจัดการทรัพยากรน้ํา (กลไกการขับเคลื่อนโครงการ) • การปรับปรุงวิธีบริหารโครงสรางเชิงซอน รวมกันอยางเปนระบบ ดานท่ี ๖ การบริหารจัดการ • การจัดทําแผนบรหิารจัดการทรพัยากรน้ําสอดคลอง กับยุทธศาสตรชาติ ๒๙ ประเด็นการปฏิรูป ความเช่ือมโยงแผนแมบทฯน้ํา ๒. การบริหารเชิงพ้ืนท่ี เพ่ือเพ่ิมประสิทธิภาพ ในการบริหารจัดการน้ํา • การบริหารจัดการรวมกัน • การถายโอนภารกิจและความรับผิดชอบ • การบรหิารจัดการใชประโยชนท่ีดิน • สมดุลการใชน้ําท้ังผิวดินและใตดิน • การบริหารจัดการพ้ืนท่ีน้ําทวมตามฤดูกาล ดานท่ี ๒ การสรางความม่ันคงของน้ําภาคการผลิต (เกษตรและอุตสาหกรรม) • การจัดการดานความตองการ • เพ่ิมประสิทธิภาพโครงการแหลงน้ํา/ระบบสงน้ําเดิม • การจัดหาน้ําในพ้ืนท่ีเกษตรน้ําฝน • การพัฒนาแหลงเก็บกักน้ํา/ระบบสงน้ําใหม • พัฒนาระบบผันน้ําและระบบเชื่อมโยงแหลงน้ํา ดานท่ี ๓ การจัดการน้ําทวมและอุทกภัย • การจัดการพ้ืนท่ีน้ําทวม/พ้ืนท่ีชะลอน้ํา • การบรรเทาอุทกภัยในเชิงพ้ืนท่ีอยางเปนระบบ ในระดับลุมน้ํา/พ้ืนท่ีวิกฤต ดานท่ี ๖ การบริหารจัดการ • การจัดทํา ปรบัปรุง ทบทวน กฎหมาย ระเบียบ ขอบังคับดานทรัพยากรน้ํา • การสงเสริม พัฒนา องคกรการบริหารจัดการ ทรัพยากรน้ําในระดับประเทศ/ระดับลุมน้ํา • การจัดทําแผนบริหารจัดการทรัพยากรน้ํา • การสนับสนุนและขับเคลื่อนการบริหารจัดการ ทรัพยากรน้ําในระดับประเทศ/ลุมน้ํา • การบูรณาการการมีสวนรวมในการบริหารจัดการ ๓. การจัดการระบบเสนทางน้ํา • การจัดการระบายน้ํา • การดูแลเสนทางน้ําในบริเวณโรงพยาบาล ท่ีอยูในพ้ืนท่ีน้ําทวม ดานท่ี ๓ การจัดการน้ําทวมและอุทกภัย • เพ่ิมประสิทธิภาพการระบายน้ํา • ปองกันน้ําทวมชุมชนเมือง/ผังน้ํา • การบรรเทาอุทกภัยในเชิงพ้ืนท่ีอยางเปนระบบ ในระดับลุมน้ํา/พ้ืนท่ีวิกฤต ดานท่ี ๖ การบริหารจัดการ • การจัดทําแผนบริหารจัดการทรัพยากรน้ํา (แผนปองกันและแกไขภาวะน้ําแลงและน้ําทวม) ๔. ระบบขยายผลแบบอยางความสําเร็จ นําไปสูการเปลี่ยนแปลงการบรหิารจัดการน้ํา ดานท่ี ๖ การบรหิารจดัการ • แตงตั้งองคกรผูใชน้ําและสงเสริมการจัดการน้ําชุมชน • งานวิจัย เทคโนโลยี และนวัตกรรมดานการบริหาร จัดการทรัพยากรน้ํา • พัฒนากลไกความรวมมือระหวางประเทศ ดานทรัพยากรน้ํา (ความรวมมือดานวิชาการ) ๓๐ ประเด็นการปฏิรูป ความเช่ือมโยงแผนแมบทฯน้ํา ๕. ความรู เทคโนโลยีและทรัพยากรมนุษย เพ่ือการ บริหารจดัการการขยายผลความสําเร็จดานการ บริหารจดัการน้ํา/ดูแลรักษาอยางมีสวนรวม และยั่งยืน ดานท่ี ๖ การบรหิารจดัการ • การเพ่ิมศักยภาพการบรหิารจดัการทรัพยากรน้ํา ระดับประเทศและลุมน้าํ (การใชนวัตกรรมหรือ แนวทางใหมในการบริหารจดัการทรัพยากรน้ํา) • งานวิจยั เทคโนโลย ีและนวัตกรรมการบริหารจัดการ ทรัพยากรน้ํา • พัฒนาฐานขอมูลทรัพยากรน้ําและขอมูลอ่ืนท่ีเก่ียวของ (คลังขอมูลน้ําและระบบโทรมาตร) • การเพ่ิมประสิทธภิาพการบรหิารจัดการทรัพยากรน้ํา (พัฒนาระบบเฝาระวังและแจงเตือนคุณภาพน้ํา จัดทําระบบ Big Data และการเตือนภัยพ้ืนท่ีลาดเชงิเขา) ๔.๓ ความเช่ือมโยงเปาหมายการพัฒนาท่ีย่ังยืน (SDGs) และแผนแมบทการบริหารจัดการทรัพยากรน้ํา ๒๐ ป แผนแมบทการบริหารจัดการทรัพยากรน้ํา ๒๐ ป ไดจัดทําใหมีสอดคลองกับเปาหมายการพัฒนาท่ี ยั่งยืนเปาหมายท่ี ๖ สรางหลักประกันวาจะมีการจัดใหมีน้ําและสุขอนามัยสําหรับทุกคน และมีการบริหารจัดการท่ี ยั่งยืน โดยมีความเชื่อมโยง ดังนี้ ตารางท่ี ๔ - ๓ ตารางท่ี ๔–๓ ความเช่ือมโยงเปาหมายการพัฒนาท่ีย่ังยืน และแผนแมบทการบริหารจดัการทรัพยากรน้ํา ๒๐ ป เปาประสงค ความเช่ือมโยงแผนแมบทฯน้ํา ๖.๑ บรรลุเปาหมายการใหทุกคนเขาถึงน้ําดื่ม ท่ีปลอดภัยและมีราคาท่ีสามารถซ้ือหาได ดานท่ี ๑ การจัดการน้ําอุปโภคบริโภค • พัฒนาน้ําดื่มใหไดมาตรฐานและราคา ท่ีเหมาะสม ๖.๒ บรรลุเปาหมายการใหทุกคนเขาถึงสุขอนามัย ท่ีพอเพียงและเปนธรรม ดานท่ี ๑ การจัดการน้ําอุปโภคบริโภค • พัฒนาน้ําดื่มใหไดมาตรฐานและราคา ท่ีเหมาะสม ๖.๓ ยกระดับคุณภาพน้ํา โดยลดมลพิษ ขจัดการท้ิงขยะ และลดการปลอยสารเคมีและวัสดุอันตราย ดานท่ี ๔ การจัดการคุณภาพน้ํา และอนุรักษฟนฟู ทรัพยากรน้ํา ๖.๔ เพ่ิมประสิทธิภาพการใชน้ําในทุกภาคสวนและ สรางหลักประกันวาจะมีการใชน้ําและจัดหาน้ําท่ียั่งยืน ดานท่ี ๑ การจัดการน้ําอุปโภคบริโภค • เพ่ิมประสิทธิภาพการใชน้ํา ดานท่ี ๒ การสรางความม่ันคงน้ําภาคการผลติ • การจัดการดานความตองการ ๓๑ เปาประสงค ความเช่ือมโยงแผนแมบทฯน้ํา ๖.๕ ดําเนินการบริหารจัดการน้ําแบบองครวม ในทุกระดับ ดานท่ี ๖ การบรหิารจดัการ • สงเสริม พัฒนา องคกรการบริหารจัดการ ทรัพยากรน้ําในระดับชาติ/ระดับลุมน้ํา • การประชาสัมพันธ และการมีสวนรวม ในการบริหารจัดการน้ํา ๖.๖ ปกปองและฟนฟูระบบนิเวศท่ีเก่ียวของกับ แหลงน้ํา รวมถึงภูเขาปาไม พ้ืนท่ีชุมน้ํา แมน้ํา ชั้นหินอุมน้ําและทะเลสาบ ดานท่ี ๔ การจัดการคุณภาพน้ํา และอนุรักษฟนฟู ทรพัยากรน้ํา ดานท่ี ๕ การอนุรักษฟนฟูสภาพปาตนน้ําท่ีเสื่อมโทรม และปองกันการพังทลายของดิน ๖.a ขยายความรวมมือระหวางประเทศและ การสนับสนุนการเสริมสรางขีดความสามารถ ใหแกประเทศกําลังพัฒนาในกิจกรรมและแผนงาน ท่ีเก่ียวของกับน้ําและสุขอนามัย ดานท่ี ๖ การบรหิารจดัการ • พัฒนากลไกความรวมมือระหวางประเทศ ดานทรัพยากรน้ํา ๖.b สนับสนุนและเพ่ิมความเขมแข็งในการมีสวนรวม ของชุมชนทองถ่ินในการพัฒนาการจัดการน้ําและ สุขอนามัย ดานท่ี ๖ การบรหิารจดัการ • การประชาสัมพันธ และการมีสวนรวมในการ บริหารจัดการน้ํา • ปรับปรุงโครงสรางองคกร ท้ังระดับชาติ และระดับลุมน้ํา ๓๒ ๔.๔ หลักการและแนวคิดในการปรับปรุงแผนแมบท ในการจัดทําแผนแมบทการบรหิารจัดการทรัพยากรน้ํา ๒๐ ป (พ.ศ. ๒๕๖๑-๒๕๘๐) เปนการปรับปรุง แผนยุทธศาสตรการบริหารจัดการทรัพยากรน้ํา ๑๒ ป (พ.ศ. ๒๕๕๘-๒๕๖๙) โดยประเมินและปรับปรุงแนวทาง การดําเนินงานบางดานใหเหมาะสมยิ่งข้ึน มีการกําหนดเปาหมายและตัวชี้วัดท่ีชัดเจน สอดคลองกับยุทธศาสตรชาติ ๒๐ ป ซ่ึงผลการประเมินเปน ดังนี้ ๑) ยุทธศาสตรการบริหารจัดการทรัพยากรน้ําเดิม เปนยุทธศาสตรการบริหารจัดการทรัพยากรน้ํา ป ๒๕๕๘-๒๕๖๙ จะตองขยายเปนป ๒๕๖๑ – ๒๕๘๐ และปรับปรุงใหยุทธศาสตรน้ําสนับสนุนเปาหมาย ยุทธศาสตรชาติ ๒๐ ป และการปฏิรูปดานทรัพยากรน้ํา ในประเด็นท่ีเก่ียวของ เชน ดานการเกษตร อุตสาหกรรม การทองเท่ียว กลุมจังหวัด ภูมิภาค การพัฒนาพ้ืนท่ีเศรษฐกิจ ๒) การกําหนดกิจกรรม แผนงานโครงการ ของหนวยงานยังไมสอดคลอง หรือตอบสนองตอ เปาหมายและกรอบเวลา ใหหนวยงานปรับกิจกรรม แผนงาน โครงการ ใหมีผลสัมฤทธิ์กระทบเปาหมาย และ กรอบเวลาตามยุทธศาสตร ซ่ึงของเดิมเปนการกําหนดจากภารกิจของหนวยงานเปนสวนใหญ ๓) รวบรวมขอมูลพ้ืนฐานไมครบถวน เพียงพอใหทราบถึงสถานการณ หรือความตองการ เพ่ือนําไปใช ในการกําหนดเปาหมาย โดยใหดําเนินการใหแลวเสร็จ ภายใน ๒-๓ ป และเตรียมแนวทางในการจัดเก็บขอมูล เพ่ือการประเมินผลสัมฤทธิ์ ๔) หนวยงานจะตองจัดทําแผนแมบท แผนปฏิบัติการตามภารกิจของหนวยงาน ทําใหไมสามารถ กําหนดทิศทางยุทธศาสตรในประเด็นนั้นๆ และโครงการท่ีตองบูรณาการในพ้ืนท่ีกับหนวยงานอ่ืน ๕) เพ่ิมกิจกรรมหรือแนวทางใหม และกําหนดเจาภาพ หนวยงาน เพ่ือกํากับและขับเคลื่อนงาน ท่ีตองบูรณาการหลายหนวยงานหรือในระดับพ้ืนท่ี ๖) การใชนวัตกรรมใหมๆ การวิจัย เพ่ือขับเคลื่อนงานท่ีมีชองวาง ยังไมมีแนวทางท่ีชัดเจน ๗) การสื่อสารทําความเขาใจเก่ียวกับยุทธศาสตรไมดีพอ ทําใหหนวยงานมองเปาหมายไมเปนไป ในทิศทางเดียวกัน และไมสามารถเชื่อมโยงกับหวงโซผลลัพธ (Results Chain) ท่ีใหหนวยงานมีเปาหมายรวมกัน ๔.๕ แผนแมบทการบริหารจัดการทรพัยากรน้ํา ๒๐ ป (พ.ศ. ๒๕๖๑ -๒๕๘๐) ๔.๕.๑ วิสัยทัศน ไดกําหนดวิสัยทัศนการพัฒนาตามแผนแมบทการบริหารจัดการทรัพยากรน้ํา ๒๐ ป (พ.ศ. ๒๕๖๑ ๒๕๘๐) ไว ดังนี้ “ทุกหมูบานมีน้ําสะอาดอุปโภค บริโภค น้ําเพ่ือการผลิตม่ันคง ความเสียหายจากอุทกภัยลดลง คุณภาพน้ําอยูในเกณฑมาตรฐาน บริหารจัดการน้ําอยางย่ังยืน ภายใตการพัฒนาอยางสมดุล โดยการ มีสวนรวมของทุกภาคสวน” ๔.๕.๒ เปาหมายในภาพรวมของแผนแมบทการบริหารจัดการทรัพยากรน้ํา ๒๐ ป ๑) ประชาชนท้ังในเมืองและชนบท มีน้ําอุปโภคและน้ําด่ืมเพียงพอ ไดมาตรฐานสากลในราคา ท่ีเหมาะสม มีการประหยัดน้ําทุกภาคสวนท้ังภาคอุตสาหกรรมและครัวเรือน รวมท้ังมีความสามารถในการบริหาร จัดการน้ําระดับชุมชม และทองถ่ิน ๒) สามารถจัดหาน้ําเพ่ือการผลิต (เกษตร อุตสาหกรรม) ไดอยางสมดุลระหวางศักยภาพกับ ความตองการ มีการใชน้ําอยางมีประสิทธิภาพ ประหยัด ผลิตภาพสูงข้ึน รวมท้ัง สามารถจัดหาน้ําบรรเทาผลกระทบ จากการขาดแคลนน้ําในพ้ืนท่ีเกษตรน้ําฝนใหเพียงพอตอการดํารงชีพและการทําการเกษตรในฤดูฝน ๓๓ ๓) มีระบบปองกันน้ําทวมและอุทกภัยท่ีมีประสิทธิภาพ ท้ังโครงสรางและการบริหารจัดการ มีผังการระบายน้ําทุกระดับ การบริหารพ้ืนท่ีน้ําทวมและพ้ืนท่ีชะลอน้ํา ๔) การฟนฟูแมน้ําลําคลองและแหลงน้ําธรรมชาติ ใหมีคุณภาพตามมาตรฐาน ชุมชนขนาดใหญ มีการบําบัดน้ําเสียกอนปลอยลงสูสิ่งแวดลอม มีการจัดการโดยการปองกันและลดน้ําเสียท่ีตนทาง ๕) ปาตนน้ําไดรับการฟนฟู สามารถชะลอการไหลบาของน้ํา มีการใชประโยชนจากลุมน้ําตามผัง ท่ีกําหนด มีการอนุรักษดินและน้ําในพ้ืนท่ีลาดชัน ๖) มีระบบบริหารจัดการทรัพยากรน้ําท่ีมีธรรมาภิบาล ทันสมัย มีกฏหมาย ระเบียบ เกณฑท่ี เก่ียวของกับทรัพยากรน้ํา มีโครงสรางองคกรเหมาะสมในการบริหารจัดการน้ําทุกระดับ สามารถบริหารจัดการ ตามแผนยุทธศาสตร แผนแมบท แผนปฏิบัติการ ระบบ และกลไกการจัดสรรน้ํา รวมท้ัง มีระบบฐานขอมูล ทรัพยากรมนุษย และงานวิจัยเพียงพอในการตัดสินใจและบริหารจัดการ ๔.๕.๓ ประเด็นความครอบคลุมในการวางแผนแมบทดานน้ําของประเทศ ในการจัดทําแผนแมบทการบริหารจัดการทรัพยากรน้ํา ไดกําหนดแนวทางการพัฒนาใหครอบคลุม ตามแนวทางการพัฒนายอย ท่ีกําหนดไวในยุทธศาสตรชาติ ๒๐ ป (พ.ศ. ๒๕๖๑-๒๕๘๐) ประกอบดวย ๑) การจัดการน้ําเพ่ือชุมชนชนบท ไดแก การจัดใหมีน้ําสะอาดใชทุกครัวเรือนในชุมชนชนบท ท้ังปริมาณ คุณภาพ และราคาท่ีเหมาะสม ๒) การจัดการน้ําในเขตเมือง ไดแก การจัดใหมีน้ําเพียงพอตอการเจริญเติบโตของเขตเมือง เพ่ือการอยูอาศัย การพาณิชย และบริการ พรอมระบบการจดัการน้ําในเขตเมือง มีระบบแผนผังน้ํา ระบบกระจายน้ําดี ระบบรวบรวมน้ําเสีย ระบบปองกันน้ําทวม และระบายน้ํา ๓) การจัดการน้ําเพ่ือการพัฒนา ไดแก การพัฒนาน้ําเพ่ือการเกษตร การพัฒนาน้ําเพ่ืออุตสาหกรรม การเพ่ิมมูลคาน้ํา และการปรับโครงสรางการใชน้ําดานการเกษตร และอุตสาหกรรม ๔) การจัดการน้ําเพ่ือสิ่งแวดลอม ไดแก การจัดการพ้ืนท่ีตนน้ํา การพัฒนา ฟนฟู แหลงน้ําธรรรมชาติ การควบคุมปริมาณการไหลของน้ําเพ่ือรักษาระบบนิเวศ การจัดการคุณภาพน้ํา (การลดแหลงน้ําเสียท่ีแหลงกําเนิด และพัฒนาเพ่ิมประสิทธิภาพระบบบําบัดน้ําเสีย) การจัดการน้ําเสียภาคการเกษตร และการติดตามตรวจสอบคุณภาพน้ํา ใหครอบคลุมถึงการไหลลงทะเล ๕) การจัดระบบการจัดการน้ําในภาวะวิกฤต ไดแก การบริหารจัดการพ้ืนท่ีเสี่ยงภัย (การปรับตัว หนีภัย การบริหารจัดการพ้ืนท่ีน้ําทวม) และการจัดการเชิงโครงสราง ๖) การบริหารเชิงลุมน้ําอยางมีธรรมาภิบาล ไดแก การวางแผนลุมน้ําแบบองครวมและบูรณาการ การจัดการใหมีการจัดหา การใชน้ําท่ีสมดุล ทันสมัย ทันการณ และสรางความเปนธรรม โดยมีโครงสราง องคกร การจัดการ กฎระเบียบ การจัดหาและการใชน้ําอยางสมดุล มีระบบและกลไกการจัดสรรน้ํา และการพัฒนารูปแบบ การจัดการ ระบบการจัดการน้ําชุมชนท่ีเหมาะสม มีระบบผังน้ํา การจัดทําแผนตามความสําคัญในพ้ืนท่ี การเตรียม ความพรอมขององคกร เครื่องมือ การจัดการ การสื่อสารและสารสนเทศ การดําเนินการความรวมมือระหวาง ประเทศเก่ียวกับการบริหารจัดการทรัพยากรน้ํา เชื่อมโยงประเด็นการพัฒนาดานอ่ืนรวมกัน การศึกษา วิจัย พัฒนา เทคโนโลยี และนวัตกรรม เก่ียวกับทรัพยากรน้ํา ๓๔ ๔.๕.๔ แผนแมบทการบริหารจัดการทรัพยากรน้ํา ๒๐ ป เพ่ือใหบรรลุตามวิสัยทัศนขางตน ไดกําหนด แผนแมบทการบริหารจัดการทรัพยากรน้ํา ๒๐ ป (พ.ศ. ๒๕๖๑-๒๕๘๐) ไว ๖ ดาน คือ ดานท่ี ๑ การจัดการน้ําอุปโภคบริโภค ดานท่ี ๒ การสรางความม่ันคงของน้ําภาคการผลิต ดานท่ี ๓ การจัดการน้ําทวมและอุทกภัย ดานท่ี ๔ การจัดการคุณภาพน้ํา และอนุรักษทรัพยากรน้ํา ดานท่ี ๕ การอนุรักษฟนฟูสภาพปาตนน้ําท่ีเสื่อมโทรม และปองกันการพังทลายของดิน ดานท่ี ๖ การบริหารจัดการ ดานท่ี ๑ การจัดการน้ําอุปโภคบริโภค หลักการ : น้ําเพ่ือการอุปโภค บริโภค เปนสิ่งท่ีจําเปนสําหรับการดํารงชีวิตของมนุษย ชวงท่ีผานมารัฐบาล ไดจัดสรรงบประมาณจํานวนมาก เพ่ือจัดหาน้ํา อุปโภค บริโภค บริการประชาชนอยางท่ัวถึง ท้ังพ้ืนท่ีเมือง และชนบท รวมท้ังเพ่ือตอบสนองเปาหมายการพัฒนาท่ียั่งยืน (SDGs) ท่ีสมาชิกของ องคการสหประชาชาติ กําหนดใน เปาหมายท่ี ๖ “การเขาถึงการใชน้ําสะอาดและสุขาภิบาลท่ีดี” ภาพรวมความตองการน้ําเพ่ือการอุปโภคบริโภคมีแนวโนมเพ่ิมข้ึนเนื่องจากการขยายตัว ทางเศรษฐกิจ การเพ่ิมข้ึนของประชากร และพ้ืนท่ีเศรษฐกิจพิเศษ โดยคาดการณวาในป ๒๕๗๐ จะมีความตองการมากถึง ๘,๒๖๐ ลานลูกบาศกเมตรตอป และจากขอมูลพ้ืนฐานระดับหมูบาน (กชช. ๒ ค) ป ๒๕๕๖ พบวา มีหมูบานท่ีไมมีระบบประปา จํานวน ๗,๔๙๐ หมูบาน มีหมูบาน ท่ีประกาศเปนพ้ืนท่ีภัยแลงตองชวยเหลือเปนประจําทุกป และหลายพ้ืนท่ีมีคาใชจายสูง ในการ จัดหาน้ํา อุปโภค บริโภค ซ่ึงแผนยุทธศาสตรการบริหารจัดการทรัพยากรน้ํา ๑๒ ป (พ.ศ. ๒๕๕๘ – ๒๕๖๙) กําหนดวาจะดําเนินการใหครบทุกหมูบานในป ๒๕๖๐ ซ่ึงดําเนินการไดจริง ๗,๒๓๔ หมูบาน ยังเหลือท่ีจะดําเนินการตอใน แผนแมบทการจัดการทรัพยากรน้ํา ๒๐ ป (พ.ศ. ๒๕๖๑-๒๕๘๐) จํานวน ๒๕๖ หมูบาน กําหนดแลวเสร็จภายใน ป ๒๕๖๕ รวมท้ัง ปรับปรุงซอมแซมระบบประปา หมูบานท่ีชํารุดเสียหาย จํานวน 14,534 หมูบาน ใหแลวเสร็จภายใน ป ๒๕๘๐ สําหรับในเขตเมือง และพ้ืนท่ีเศรษฐกิจ จะขยายเขตการจายน้ํา เพ่ือรองรับการขยายตัวของเมือง การทองเท่ียว และ เขตเศรษฐกิจพิเศษ นอกจากนั้น จะปรับปรุงระบบประปาใหไดมาตรฐาน สงเสริมการประหยัดน้ํา ในภาคครัวเรือน ภาคบริการ และภาคราชการ เปาประสงค : จัดหาน้ําสะอาดเพ่ือการอุปโภคบริโภคใหแกชุมชน ครบทุกหมูบาน หรือทุกครัวเรือน ชุมชนเมือง แหลงทองเท่ียวสําคัญ และพ้ืนท่ีเศรษฐกิจพิเศษ รวมท้ังการจัดหาแหลงน้ําสํารองในพ้ืนท่ี ซ่ึงขาดแคลนแหลงน้ําตนทุน พัฒนาน้ําดื่มใหไดมาตรฐาน ในราคาท่ีเหมาะสม และการประหยัดน้ํา โดยลดการใชน้ําภาคครัวเรือน ภาคบริการ และภาคราชการ ๓๕ กลยุทธ : ๑) พัฒนา ขยายเขต และเพ่ิมประสิทธิภาพระบบประปาหมูบาน โดยจัดหาแหลงน้ํา และกอสรางระบบ ประปาใหครอบคลุมทุกหมูบานท่ัวประเทศ และปรับปรุงระบบประปาเดิมท่ีชํารุด เพ่ือใหใชงานได ๒) พัฒนาระบบประปาเมือง/พ้ืนท่ีเศรษฐกิจ โดยการขยายเขตระบบประปา เพ่ิมเขตจายน้ํา สําหรับเมืองหลัก พ้ืนท่ีเศรษฐกิจพิเศษ และแหลงทองเท่ียวท่ีสาํคัญ การจัดหาแหลงน้ําสํารองในพ้ืนท่ี ซ่ึงขาดแคลนแหลงน้ําตนทุน และลดการสูญเสียน้ําในระบบทอสงจายน้ําประปา ๓) พัฒนาน้ําดื่มใหไดมาตรฐานและราคาท่ีเหมาะสม โดยกําหนดมาตรฐานระบบประปาหมูบาน การจําแนกระบบประปา แลวดําเนินการปรับปรุงใหไดมาตรฐาน ครบทุกหมูบาน รวมท้ังพัฒนา น้ําบาดาลเพ่ือสนับสนุนน้ําดื่มสะอาดใหโรงเรียน และชุมชน ๔) การประหยัดน้ําทุกภาคสวน โดยสงเสริมการลดการใชน้ําในภาคครัวเรือน ภาคบริการ และ ภาคราชการ ๓๖ ตารางท่ี ๔-๔ เปาหมายตามแผนแมบทดานท่ี ๑ การจัดการน้ําอุปโภคบริโภค กลยุทธ /แผนงาน ตัวชี้วัด เปาหมาย (ป) หนวยงาน อํานวยการ ขับเคลื่อน หนวยงานปฏิบัติ 20 ป 61-65 66-70 71-80 หลัก สนับสนุน 1. การพัฒนา ขยายเขตและเพิ่ม ประสิทธภิาพระบบประปาหมูบาน หมูบานท่ีกอสรางระบบประปา 256 256 - - มท. สถ./ อปท. ทน./ทบ./ กปภ./นทพ. จํานวนครัวเรือน 11,441 11,441 - หมูบานท่ีไดรับการเพ่ิม ประสิทธิภาพระบบประปา 14,534 5,472 5,157 3,905 2. พฒันาประปาเมือง/พืน้ที่เศรษฐกิจ 2.1 การขยายเขต/เพ่ิมเขตจายนํ้า จํานวนแหง/สาขา 10,070 2,570 2,500 5,000 สทนช. กปน./กปภ. ชป./ทน./ทบ. จํานวนครัวเรือน 1,000,000 280,000 275,000 445,000 2.2 แผนระบบประปาเมืองหลัก/พ้ืนท่ี เศรษฐกิจ/แหลงทองเท่ียว จํานวนแหง 388 55 103 230 กปภ. จํานวนครัวเรือน 4,239,980 789,980 1,150,000 2,300,000 2.3 จัดหาแหลงนํ้าสํารอง/จัดหานํ้าตนทุน จํานวนแหง 196 59 37 100 กปน./กปภ. ปริมาณนํ้า (ลาน ลบ.ม.) 346 72 154 120 2.4 ลดการสูญเสียนํ้าในระบบทอสงจาย นํ้าประปา รอยละการควบคุมการสูญเสีย การสูญเสียไม เกินรอยละ 20 จัดทําแผน (ป 65) ไมเกินรอยละ 25 ไมเกินรอยละ 23 ไมเกินรอยละ 20 กปน./กปภ. 3. พัฒนาน้ําดื่มใหไดมาตรฐานและราคาที่เหมาะสม 3.1 การปรับปรุงระบบประปาหมูบานใหได มาตรฐาน (SDGs) รอยละหมูบานท่ีไดรับการ ปรับปรุงใหไดมาตรฐาน ครบทุกหมูบาน 20 30 50 มท. สถ. ทบ./อน./ สป.ทส./กปภ./ ทน. รอยละของระบบประปาท่ีผาน มาตรฐานประปาด่ืมได 90 18 27 45 3.2 พัฒนานํ้าด่ืมสะอาดท่ีไดมาตรฐานและ ราคาท่ีเหมาะสม จํานวนแหง 4,015 2,911 1,104 - ทบ. ศธ. ครัวเรือนท่ีไดรับประโยชน 366,700 274,300 92,400 รอยละการลดลงของผูปวย จากนํ้าด่ืม 10 2 3 5 อน. ๓๗ กลยุทธ /แผนงาน ตัวชี้วัด เปาหมาย (ป) หนวยงาน อํานวยการ ขับเคลื่อน หนวยงานปฏิบัติ 20 ป 61-65 66-70 71-80 หลัก สนับสนุน 4.การประหยัดน้ําทุกภาคสวน 4.1 ลดการใชนํ้าภาคครัวเรอืน/บริการ ปรมิาณการใชนํ้า (ลิตร/คน/วัน) ไมเกิน 215 ไมเกิน 234 ไมเกิน 229 ไมเกิน 215 สทนช. กปภ./กปน. ทุกหนวยงาน/ ภาคเอกชน 4.2 ลดการใชนํ้าภาคราชการ รอยละหนวยงานรัฐท่ีลดการ ใชนํ้าไดไมนอยกวารอยละ 10 100 20 30 50 สทนช. ทุกหนวยงาน/ ภาคเอกชน ๓๘ แนวทางการขับเคล่ือน ๑. แผนงานประปาหมูบานใหไดมาตรฐานน้ําอุปโภค บริโภค เนื่องจากเปนภารกิจขององคกร ปกครองสวนทองถ่ิน แตเปนงานท่ีริเริ่มใหม จึงเห็นควรมอบใหกระทรวงมหาดไทยเปนหนวยงานประสานและ ขับเคลื่อน และกรมสงเสริมการปกครองทองถ่ินและกรมทรัพยากรน้ําเปนหนวยงานปฎิบัติหลัก ในการกําหนด มาตรฐาน จัดทํารูปแบบมาตรฐาน สนับสนุนทองถ่ินในการสํารวจ ออกแบบ และจัดทําโครงการนํารอง พรอมท้ัง การถายทอดเทคโนโลยีและเพ่ิมขีดความสามารถใหทองถ่ินดําเนินการไดเองตอไป ๒. แผนงานประปาเมืองหลัก พ้ืนท่ีเศรษฐกิจตางๆ มอบสํานักงานทรัพยากรน้ําแหงชาติเปน หนวยประสานและขับเคลื่อนแผนการพัฒนาในดานตางๆ เพ่ือกําหนดแผนงานโครงการรองรับในอนาคต ๓. การประหยัดน้ําภาคครัวเรือนและบริการ ในระยะแรกจะดําเนินการในเขตรับผิดชอบของ การประปานครหลวง และการประปาสวนภูมิภาค โดยเนนในเขตขาดแคลนน้ําตนทุน มีเปาหมายใหอัตราการใชน้ําตอคน ลดลงหรือเหมาะสมกับกิจกรรมของพ้ืนท่ีนั้นๆ ๓๙ ดานท่ี ๒ การสรางความม่ันคงของน้ําภาคการผลิต หลักการ : ประเทศไทยมีสัดสวนในการเก็บกักน้ําตอน้ําทาเฉลี่ยในระดับสูง เฉพาะในบางลุมน้าํ ไดแกลุมน้ําภาคกลาง และตะวันตกท่ีมีอางเก็บน้ําขนาดใหญ สําหรับลุมน้ําท่ีเหลือมีการเก็บกัก ในระดับต่ํา จึงมีวิกฤตการณน้ําที่เกิดขึ้นเปนการขาดแคลนน้ําในฤดูแลงตามวงจรธรรมชาติ แตปจจุบันเกิดจากปริมาณน้ําฝนที่แปรปรวน เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ประกอบกับความตองการใชน้ําท่ีเพ่ิมข้ึนทําใหเกิดความไมสมดุลของปริมาณน้ํา ปญหาการขาดแคลนน้ํา มีแนวโนมเกิดบอยครั้ง และทวีความรุนแรงมากข้ึน ทําใหเกิดการชวงชิงทรัพยากรน้ําระหวาง ชุมชนเมือง อุตสาหกรรมและชนบท การเขาถึงทรัพยากรน้ําโดยเสรี ขาดความเปนธรรม การผลิตภาคเกษตรกรรมและอุตสาหกรรมมีบทบาทสําคัญในการพัฒนาเศรษฐกิจ ของประเทศ โดยภาคอุตสาหกรรม มีแนวโนมการขยายตัวคอนขางเร็วและตอเนื ่อง มีสัดสวนในรายไดประชาชาติคอนขางสูง สวนใหญตั้งอยูในเขตภาคกลางและภาคตะวันออก และมีแนวโนมจะขยายตัวมากขึ ้นในพื้นที ่ระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก (Eastern Economic Corridor: EEC)ไดแก จังหวัดฉะเชิงเทรา ชลบุรี และจังหวัดระยอง ซ่ึงพ้ืนท่ีดังกลาว ตองจัดหาแหลงน้ําเพิ่มเติม เพื่อรองรับความเสี่ยงในการขาดแคลนน้ํา สวนภาคเกษตรกรรม มีการขยายตัวและมีสัดสวนในรายไดประชาชาติคอนขางนอย แตก็มีความสําคัญตอเศรษฐกิจ ภูมิภาค เปนแหลงสรางงานมากกวารอยละ ๓๐ ของแรงงานท้ังประเทศ แตเกษตรกรสวนใหญ ยังไดรับผลตอบแทนไมเพียงพอตอการดํารงชีพ รายไดสวนใหญมาจากผลผลิตพืชที่สําคัญ ไดแก ขาว ยางพารา ออยโรงงาน ขาวโพดเลี้ยงสัตว ปาลมน้ํามัน และมันสําปะหลัง เปนตน ภาคเกษตรกรรมมีความตองการใชน้ําสูงถึงรอยละ ๗๕ ของความตองการใชน้ําทั้งหมด ปญหาการขาดแคลนน้ําขึ้นกับความตองการของภาคเกษตรกรรม โดยเฉพาะการผลิตขาว ดังนั้น จําเปนตองเพ่ิมประสิทธิภาพการใชน้ําและการชลประทาน โดยพิจารณาทางเศรษฐศาสตร ใชหลกัลดการใชน้ํา การนําน้ํากลับมาใชใหมและการจัดทําขอมูลการใชน้ํา (Water Footprint) ในป ๒๕๖๐ ประเทศไทยมีพ้ืนท่ีชลประทานท้ังหมด ๓๒.๖๖ ลานไร มีความสามารถ ในการเก็บกักน้ําตนทุน ๘๑,๘๔๑ ลานลูกบาศกเมตร และเพ่ือรองรับความตองการน้ําในอนาคต ซ่ึงตามแผนแมบทการบริหารจัดการทรัพยากรน้ํา ๒๐ ปนั้น ไดกําหนดจะเพ่ิมปริมาณน้ําตนทุน ๑๓,๒๔๓ ลานลูกบาศกเมตร และเพ่ิมพ้ืนท่ีระบบสงน้ํา (ชลประทาน) ๑๗.๙๕ ลานไร สวนพ้ืนท่ี เกษตรกรรมนอกเขตชลประทาน ประมาณ ๑๐๐ ลานไร ซ่ึงสวนใหญอยูในเขตภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เปนพ้ืนท่ีทําการเกษตรแบบอาศัยน้ําฝน จะพัฒนาใหสามารถเพาะปลูกพืชไดอยางนอยปละ ๑ ครั้ง โดยการฟนฟูแหลงน้ําธรรมชาติ การพัฒนาแหลงน้ําขนาดเล็ก แหลงน้ําชุมชน แหลงน้ําในไรนา พัฒนาบอบาดาล และการจัดระบบอนุรักษดินและน้ํา นอกจากการจัดหาแหลงเก็บกักน้ําเพ่ิมเติม และพัฒนาพ้ืนท่ีชลประทาน ยังมีแผนในการลดการใชน้ําภาคเกษตรกรรม โดยสงเสริมการทํานา แบบเปยกสลับแหง การจัดรูปท่ีดิน และลดการใชน้ําภาคอุตสาหกรรมรวมท้ัง สงเสริมการเพ่ิมผลิต ภาพการใชน้ํา (Productivity) ท้ังภาคเกษตรกรรมและอุตสาหกรรม ๔๐ เปาประสงค : พัฒนาแหลงเก็บกักน้ําและระบบสงน้ําใหมใหเต็มศักยภาพ พรอมท้ังการจัดหาน้ําในพ้ืนท่ีเกษตรน้ําฝน เพ่ือขยายโอกาสจากศักยภาพโครงการขนาดเล็กและลดความเสี่ยงในพ้ืนท่ีไมมีศักยภาพ ลดความเสี่ยง/ ความเสียหายลง รอยละ ๕๐ รวมถึงการเพ่ิมผลิตภาพและปรับโครงสรางการใชน้ํา โดยดําเนินการ รวมกับยุทธศาสตรชาติดานการสรางความสามารถในการแขงขันและดานการสรางโอกาสและ ความเสมอภาคทางสังคมเพ่ือยกระดับผลิตภาพดานน้ําท้ังระบบ กลยุทธ : ๑) การจัดการดานความตองการ โดยลดการใชน้ําภาคการเกษตร นําน้ํากลับมาใชใหมในพ้ืนท่ี ชลประทาน รวมถึงการลดใชน้ําในภาคอุตสาหกรรม ๒) เพ่ิมประสิทธิภาพโครงการแหลงน้ําและระบบสงน้ําเดิม โดยปรับปรุงประสิทธิภาพแหลงน้ํา ระบบสงน้ํา และเพ่ิมปริมาณน้ําตนทุนในแหลงน้ําเดิม ๓) การจัดหาน้ําในพ้ืนท่ีเกษตรน้ําฝน เพ่ือขยายโอกาสจากศักยภาพโครงการขนาดเล็ก และลดความเสี่ยง ในพ้ืนท่ีไมมีศักยภาพ โดยการอนุรักษ ฟนฟู พัฒนาแหลงน้ําและระบบกระจายน้ํา การจัดระบบ การพัฒนาแหลงน้ําเพ่ือการอนุรักษดินและน้ํา สระน้ําในไรนาและพัฒนาบอบาดาลเพ่ือการเกษตร ๔) พัฒนาแหลงเก็บกักน้ํา/ระบบสงน้ําใหม ดวยการพัฒนาแหลงเก็บกักน้ํา พัฒนาระบบชลประทาน การเพ่ิมปริมาณน้ําท่ีจัดการได รวมท้ังการพัฒนาแหลงน้ําบาดาลขนาดใหญท่ีมีศักยภาพ โดยคํานึงถึงผลกระทบดานสิ่งแวดลอม ๕) พัฒนาระบบผันน้ําและระบบเชื่อมโยงแหลงน้ํา ลดความขัดแยงการใชน้ําภาคการเกษตรและ อุตสาหกรรม โดยพัฒนาโครงขายน้ําภายในประเทศ และการผันน้ําระหวางประเทศ ๖) การเพ่ิมผลิตภาพมูลคาภาคการผลิต โดยการสงเสริมดานการเกษตร พันธุพืช และการปลูกพืช ใหมี ผลิตภาพสูงมากข้ึน ในพ้ืนท่ีตนแบบและขยายผลการดําเนินการไปสูพ้ืนท่ีท่ีไดรับการพัฒนาแหลงน้ํา และระบบสงน้ําแลวตอไป โดยดําเนินการรวมกับยุทธศาสตรชาติดานการสรางความสามารถ ในการแขงขัน และดานการสรางโอกาสและความเสมอภาคทางสังคมเพ่ือยกระดับผลิตภาพ ดานน้ําท้ังระบบ ๗) การเพ่ิมน้ําตนทุนโดยปฏิบัติการฝนหลวง ใหอางเก็บน้ําและพ้ืนท่ีเกษตรกรรม ๔๑ ตารางท่ี ๔-๕ เปาหมายตามแผนแมบทดานท่ี ๒ การสรางความม่ันคงของน้ําภาคการผลิต กลยุทธ /แผนงาน ตัวชี้วัด เปาหมาย (ป) หนวยงาน อํานวยการ ขับเคลื่อน หนวยงานปฏิบัติ 20 ป 61-65 66-70 71-80 หลัก สนับสนุน 1. การจัดการดานความตองการ 1.1 ลดการใชนํ้าภาคเกษตร และนํานํ้ากลับมาใชใหมใน เขตพ้ืนท่ีชลประทาน พ้ืนท่ีดําเนินการ (ไร) 600,000 150,000 150,000 300,000 สทนช. ชป. กษ. ปริมาณนํ้าท่ีประหยัดได (ลาน ลบ.ม./ป) 152 38 38 76 1.2 การลดการใชนํ้า ภาคอุตสาหกรรม จํานวนโรงงานท่ีเขารวม/ป ไมนอยกวา 200 โรงงาน ไมนอย กวา 80 ไมนอย กวา 150 ไมนอย กวา 200 กรอ./กนอ. สภา อุตสาหกรรม รอยละของปรมิาณนํ้าท่ีลดได ไมนอยกวา รอยละ 15 ไมนอยกวารอยละ 15 2. เพ่ิมประสิทธิภาพโครงการแหลงนํ้า และระบบสงนํ้าเดิม 2.1 ปรับปรุงประสิทธิภาพ แหลงนํ้า/ระบบสงนํ้าเดิม ปริมาณนํ้าใชการ (ลาน ลบ.ม.) 6,356 6,114 167 75 สทนช. ชป./ทน./ อปท. มูลนิธิปดทอง หลังพระฯ 2.2 เพ่ิมปริมาณนํ้าตนทุนใน โครงการแหลงนํ้าเดมิ จํานวนแหง 146 55 60 31 ชป./ทน./ อปท. ปริมาณนํ้า (ลาน ลบ.ม.) 507 356 123 28 3. การจัดหานํ้าในพ้ืนท่ีเกษตรนํ้าฝน 3.1 อนุรักษ ฟนฟู พัฒนา แหลงนํ้าเพ่ือตอบสนองความ ตองการใชนํ้าพ้ืนท่ีเกษตร นํ้าฝน ปริมาณนํ้าท่ีเพ่ิมข้ึน (ลาน ลบ.ม.) 12,388 2,701 3,722 5,965 สทนช. ทน./สปก./ อปท. ปภ. /มูลนิธิปดทอง หลังพระฯ/ /กองทัพบก* 3.2 พัฒนาระบบกระจายนํ้า ในพ้ืนท่ีเกษตรนํ้าฝน พ้ืนท่ีรับประโยชน (ไร) 13,133,490 2,725,389 3,271,975 7,136,126 ทน./สปก./ อปท. 3.3 พัฒนาแหลงนํ้าเพ่ือการ อนุรักษดินและนํ้า/แหลงนํ้า ชุมชน/สระนํ้าในไรนา พด./สปก./ อปท. มูลนิธิปดทอง หลังพระฯ/ /กองทัพบก* ๔๒ กลยุทธ /แผนงาน ตัวชี้วัด เปาหมาย (ป) หนวยงาน อํานวยการ ขับเคลื่อน หนวยงานปฏิบัติ 20 ป 61-65 66-70 71-80 หลัก สนับสนุน 3.3.1 แหลงนํ้าเพ่ือการ อนุรักษดินและนํ้า จํานวนแหง 3,963 963 1,000 2,000 พด. อปท. ปริมาณนํ้า (ลาน ลบ.ม.) 112 28 28 56 3.3.2 แหลงนํ้าชุมชน จํานวนแหง 194 44 50 100 พด./อปท. มูลนิธิปดทอง หลังพระฯ/ กองทัพบก* ปริมาณนํ้าท่ีเพ่ิมข้ึน (ลาน ลบ.ม.) 5 1 1 3 3.3.3 สระนํ้าในไรนา จํานวนแหง 382,702 224,314 151,000 7,388 พด./สปก./ อปท. ปริมาณนํ้าท่ีเพ่ิมข้ึน (ลาน ลบ.ม.) 497 301 186 10 3.4 พัฒนานํ้าบาดาลเพ่ือ การเกษตร ปริมาณนํ้า (ลาน ลบ.ม.) 858 186 249 423 ทบ./อปท. สปก. พ้ืนท่ีรับประโยชน (ไร) 1,555,790 310,670 461,800 783,320 4. การพัฒนาแหลงเก็บกักนํ้า /ระบบสงนํ้าใหม 4.1 พัฒนาแหลงเก็บกักนํ้า/ อาคารบังคับนํ้า/ระบบสงนํ้า ใหม (เกษตรและอุตสาหกรรม) จํานวนแหง 7,332 2,312 2,591 2,429 สทนช. ชป. ทน./ทบ./ มท./สปก./ กปร. ปริมาณนํ้า (ลาน ลบ.ม.) 13,243 1,140 3,609 8,494 ปริมาณนํ้าท่ีบริหารจัดการได (ลาน ลบ.ม.) 8,397 713 1,159 6,525 จํานวนพ้ืนท่ีมีระบบสงนํ้า (ไร) 17,945,232 2,163,003 3,453,933 12,328,296 4.2 พัฒนาแหลงนํ้า ทางเลือกเชน พัฒนาแหลงนํ้า บาดาลขนาดใหญ นํานํ้าทะเล มาผลติเปนนํ้าจืด ปริมาณนํ้า (ลาน ลบ.ม.) 196 84 33 79 สทนช./ทบ. ทุกหนวยงาน พ้ืนท่ีเปาหมายดาํเนินการ พื้นที่เศรษฐกิจ พิเศษ และพื้นที่ ทองเที่ยวสําคัญ พื้นที่เศรษฐกิจ พิเศษ ตาก มุกดาหาร สระแกว ตราด หนองคาย สงขลา และ EEC เกาะสมุย เกาะ ชาง พื้นที่เศรษฐกิจ พิเศษ นราธิวาส เชียงราย นครพนม กาญจนบุรี พื้นที่ทองเที่ยว สําคัญที่มีการ ขยายตัว ๔๓ กลยุทธ /แผนงาน ตัวชี้วัด เปาหมาย (ป) หนวยงาน อํานวยการ ขับเคลื่อน หนวยงานปฏิบัติ 20 ป 61-65 66-70 71-80 หลัก สนับสนุน 5. พัฒนาระบบผันนํ้าและ ระบบเชื่อมโยงแหลงนํ้า ปริมาณนํ้า (ลาน ลบ.ม.) 2,596 422 2,014 160 สทนช. ชป. พน. 6. การเพ่ิมผลิตภาพมูลคา ภาคการผลิต พ้ืนท่ีพัฒนาใหม พ้ืนท่ีพัฒนาเดิม พ้ืนท่ีดําเนินการตนแบบ และ พ้ืนท่ีขยายผลไปในพ้ืนท่ีท่ีพัฒนา แหลงนํ้าและระบบสงนํ้า (แปลง) 1,242 510 250 482 กษ. กสก./กข. มท. พ้ืนท่ีดําเนินการตนแบบ และ พ้ืนท่ีขยายผลไปในพ้ืนท่ีท่ีพัฒนา แหลงนํ้าและระบบสงนํ้า (ไร) 6,210 2,550 1,250 2,410 7. เพ่ิมนํ้าตนทุนโดยการ ปฏิบัติการฝนหลวง รอยละพ้ืนท่ีการเกษตรท่ีประสบ ภัยแลงไดรับการชวยเหลือตาม แผนงานปฏิบัติการฝนหลวง 98 80 93 98 กษ. ฝล. มท./กษ. รอยละความสาํเรจ็ของการปฏิบัต ิ การฝนหลวงเติมนํ้าในเข่ือน ตามท่ีรองขอ 90 75 80 90 หมายเหตุ : * มูลนิธิอุทกพัฒนฯ สนับสนุนเชิงเทคนิคใหกองทัพบกและใชแบบอยางความสําเร็จของเครือขายจัดการน้ําชุมชน ตามแนวพระราชดําริของมูลนิธิอุทกพัฒนฯ ขยายผลตอไป ๔๔ แนวทางการขับเคล่ือน ๑. การจัดหาน้ําในพ้ืนท่ีเกษตรน้ําฝน เปนแผนงานสําคัญท่ีกําหนดในแผนแมบทยุทธศาสตรชาติ ๒๐ ป เปนโครงการ Quick Win และสอดคลองกับยุทธศาสตรเพ่ือความม่ันคงและการปฏิรูป เพ่ือบรรเทาความเสียหาย ในพื้นที่เสี่ยงภัยแลงสูง และใหสามารถมีน้ําสนับสนุนตามศักยภาพของพื้นที่ สํานักงานทรัพยากรน้ําแหงชาติ เปนหนวยประสานและขับเคลื่อนรวมกับหนวยงานปฎิบัติในการพัฒนาแหลงน้ําขนาดเล็ก การฟนฟูแหลงน้ํา ธรรมชาติ ระบบกระจายน้ํา การใชน้ําบาดาลเพ่ือการเกษตร การพัฒนาแหลงน้ําเพ่ือการระบบอนุรักษดินและน้ํา ในพื้นที่ไมมีศักยภาพในการพัฒนาหรือเปนพื้นที่คุณสมบัติไมเหมาะสม และมีการชะลางพังทลายจาก การใชประโยชนท่ีดิน รวมท้ัง ดําเนินการรวมกับงานสงเสริมการเกษตร และการตลาด จะดําเนินการในพ้ืนท่ีเสี่ยงภัยแลง เนนในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ กําหนดเปาหมายแกไขไดไมนอยกวา รอยละ ๕๐ ของหมูบานท่ีเสี่ยงภัยแลง ๒. การจัดการในพ้ืนท่ีพิเศษท่ีตองวางแผนเชิงบูรณาการท้ังอุทกภัยและภัยแลง จํานวน ๖๖ พ้ืนท่ี สํานักงานทรัพยากรน้ําแหงชาติเปนหนวยประสานงานและขับเคลื่อนในการวางแผนหลักของแตละพ้ืนท่ีวิกฤตและ หนวยงานตามภารกิจพิจารณาดําเนินการโครงการท่ีมีผลสัมฤทธิ์สูง มีผลกระทบตอปญหา มีความสอดคลองกัน และลดปญหาการทับซอนของโครงการ ๓. การประหยัดน้ําในภาคอุตสาหกรรม ในระยะแรกดําเนินการโดยกรมโรงงานอุตสาหกรรม โดยการสนับสนุนเทคนิคใหโรงงานท่ีใชน้ํามาก และในระยะตอไป มีการนําน้ํากลับมาใชใหม และการประหยัดน้ํา จะขับเคลื่อนภายใตงานวิจัย เพ่ือกําหนดแนวทาง เทคโนโลยี และการปฏิบัติ หลังจากนั้นภายใน ๓-๕ ป จะเริ่ม ดําเนินการสนับสนุนใหโรงงานดําเนินการ ๔. การเพ่ิมผลิตภาพการใชน้ําและการปรับโครงสรางการใชน้ําภาคเกษตรและอุตสาหกรรม จะเริ่มโดยการรวบรวมการใชน้ําภาคการผลิตรายพ้ืนท่ีสําคัญดําเนินการในแผนแมบทดานท่ี ๖ และดําเนินการ ดานสงเสริมการเกษตรในการปรับเปนพืชมูลคาสูงในเขตชลประทานเดิม พรอมท้ังจัดทําระบบกระจายน้ํา การสงเสริมการเกษตรรวมกับการจัดหาน้ําในพ้ืนท่ีเกษตรน้ําฝน ๕. การจัดหาน้ําเพ่ือสนับสนุนพ้ืนท่ี ระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก (EEC) พ้ืนท่ีเศรฐกิจพิเศษ และพ้ืนท่ีเศรฐกิจท่ีมีความสําคัญ สํานักงานทรัพยากรน้ําแหงชาติเปนหนวยงานประสานและขับเคลื่อน รวมกับ หนวยงานตามภารกิจเตรียมความพรอมและเริ่มดําเนินการตั้งแต ป ๒๕๖๓ เปนตนไป ๖. การฟนฟูแหลงน้ําธรรมชาติเพ่ือการอนุรักษและใชประโยชน เรงรัดจัดทําฐานขอมูล จําแนก ประเภท ขนาดและวางแผนการดําเนินการในภาพรวม ๗. เรงรัดการเตรียมความพรอมโครงการผันน้ําโขงระยะท่ี ๑ มายังพ้ืนท่ีภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เพ่ือสนับสนุนการเกษตรท่ีผลผลิตและรายไดต่ําเนื่องจากขาดแคลนน้ํา ๔๕ ดานท่ี ๓ การจัดการน้ําทวมและอุทกภัย หลักการ : คนไทยในอดีตจะตั้งชุมชนอยูในบริเวณริมแมน้ําลําคลอง โดยสรางบานเรือนแบบยกพ้ืนสูง ประชากรสวนใหญมีอาชีพทํานาโดยเลือกปลูกขาวพันธุท่ีมีลําตนยาวตามความสูงของน้ํา ใชเรือ ในการคมนาคมในฤดูน้ําหลาก สามารถปรับตัวเขากับปญหาน้ําทวมท่ีเกิดข้ึนเปนประจําได โดยเฉพาะในเขตท่ีราบลุมภาคกลาง แตตอมาความกาวหนาทางเทคโนโลยีทําใหวิถีชีวิตเปลี่ยนไป ใชการคมนาคมทางรถยนตเปนหลัก มีการสรางถนนเพ่ิมข้ึนมากมาย สรางทํานบและกําแพง ก้ันริมฝงแมน้ํา เพ่ือไมใหน้ําทวมในชุมชน ทําใหไมมีท่ีลุมในการเก็บกักน้ําตามธรรมชาติ ประกอบ กับการสรางถนนบางแหงมีทางระบายน้ําไมเพียงพอ ทําใหกีดขวางทางน้ําและเกิดปญหาน้ําทวม มากข้ึน สวนในพ้ืนท่ีตนน้ําในอดีตมีปาไมชวยดูดซับน้ําฝนตามธรรมชาติ ลดการไหลบาของน้ํา แตปจจุบันสภาพปาตนน้ําถูกทําลาย น้ําฝนจะไหลบาลงสูดานลางอยางรวดเร็ว เกิดปญหา น้ําทวมฉับพลัน น้ําปาไหลหลาก และปญหาดินโคลนถลม ประกอบกับสภาพแวดลอมท่ีเปลี่ยนไป ทําใหเกิดการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ มีผลกระทบทําใหปญหาดังกลาวเกิดถ่ีข้ึนและ ทวีความรุนแรงมากข้ึนเรื่อยๆ จากการศึกษาพบวาปจจุบันมีพ้ืนท่ีวิกฤตปญหาน้ําทวม ท้ังประเทศ จํานวน ๒๘ แหง พ้ืนท่ี ๘.๕๒ ลานไร ซ่ึงสวนใหญอยูในเขตภาคกลางและภาคเหนือ ปญหาน้ําทวมทําใหเกิด ผลกระทบหลายดาน เชน ความเสียหายตอชีวิต ทรัพยสิน อาคารบานเรือน พ้ืนท่ีเกษตร ปศุสัตว และการเพาะเลี้ยงสัตวน้ํา ความเสียหายทางเศรษฐกิจ สุขภาพอนามัย รวมท้ัง ความเสียหาย ตอทรัพยากรธรรมชาติ เปนตน ตัวอยางเชน มหาอุทกภัยในประเทศไทยเม่ือป ๒๕๕๔ ในเขต ลุมน้ําเจาพระยามีมูลคาความเสียหายท้ังหมดรวม ๑.๔๔ ลานลานบาท ลักษณะการเกิด และแนวทางปองกันแกไขปญหาน้ําทวมและอุทกภัย ในแตพ้ืนท่ีเปน ดังนี้ ๑) พ้ืนท่ีลาดชันสูงตอเนื่องกับเชิงเขา เสี่ยงตอภัยน้ําหลากและดินโคลนถลม เกิดจากการ ตัดไมทําลายปาไมมีตนไมปกคลุมดินเพ่ือดูดซับน้ํา เม่ือมีฝนตกมากจะเกิดน้ําปาไหลหลากและ ดินโคลนถลม สรางความเสียหายตอพ้ืนท่ีดานลางอยางมาก และใชเวลานานในการฟนฟูสูสภาพเดิม แนวทางปองกันแกไข คือ การสรางระบบเตือนภัยท่ีแมนยํา การยายถ่ินฐานออกจากพ้ืนท่ีเสี่ยงภัย และการฟนฟูปาตนน้ํา ๒) น้ําลนตลิ่งของลําน้ําสายหลัก เกิดจากปริมาณน้ําหลากจากตนน้ําเกินความสามารถ ของลําน้ําจะรับได ลําน้ํามีหนาตัดเล็ก ตื้นเขิน มีสิ่งกีดขวางในลําน้ํา แนวทางปองกันแกไข ตองใช ขอมูลในการบริหารจัดการน้ําในลุมน้ํา การตรวจสอบแกไขสิ่งกีดขวางในลําน้ํา และการสราง ระบบควบคุมท่ีเหมาะสม เชน การใชพ้ืนท่ีรับน้ํานองรวมกับการพัฒนา และบริหารจัดการแหลง เก็บกักน้ําในพ้ืนท่ีตนน้ํา ๓) น้ําทวมขังในท่ีราบลุม พ้ืนท่ีชุมชนและพ้ืนท่ีเศรษฐกิจท่ีสําคัญเกิดจากความไมสมดุล ของน้ําฝนกับความสามารถในการระบายน้ํา ลักษณะการทวมขังจะไมรุนแรง คอยเปนคอยไป ๔๖ และใชเวลานานในการระบายออก สาเหตุเกิดจากการสรางถนน การวางผังเมืองไมเหมาะสม ขวางทางระบายน้ํา และสรางชองระบายน้ําไมเพียงพอ แนวทางปองกันแกไข คือ การปรับปรุง สภาพลําน้ําเพ่ือเพ่ิมประสิทธิภาพการระบายน้ํา การผันน้ําเลี่ยงพ้ืนท่ีเศรษฐกิจสําคัญ การแกไข สิ่งกีดขวางทางน้ํา การควบคุมการใชประโยชนท่ีดิน และมาตรการผังเมือง เพ่ือลดผลกระทบ และมีการบริหารพ้ืนท่ีน้ําทวมท่ีเกิดข้ึนเปนประจํา ๔) น้ําทวมขังจากฝนตกหนักในพ้ืนท่ี เนื่องจากเมืองหลัก เมืองเศรษฐกิจ และพ้ืนท่ี ทองเท่ียวสําคัญ มีการขยายตัว และมีการใชท่ีดินท่ีหนาแนน รวมท้ังสถานการณฝนเปลี่ยนแปลง เกิดฝนตกหนักเฉพาะจุดบอยครั้ง ทําใหเกิดปญหาน้ําทวมขังในเขตเมือง ๕) สิ่งกอสรางกีดขวางทางน้ํา จากการพัฒนาโครงสรางพ้ืนฐาน ซ่ึงจะมีท้ังเกิดจากสภาพ น้ําทาเปลี่ยนแปลง และการกําหนดขนาดไมเหมาะสม โดยจะตองสํารวจและแกไขเปนจุดๆ เปาประสงค : เพ่ิมประสิทธิภาพการระบายน้ํา การจัดระบบปองกันน้ําทวมชุมชนเมือง การจัดการพ้ืนท่ีน้ําทวมและ พ้ืนท่ีชะลอน้ํา รวมท้ังการบรรเทาอุทกภัยในเชิงพ้ืนท่ีอยางเปนระบบ ในระดับลุมน้ําและพ้ืนท่ีวิกฤต (Area based) ลุมน้ําขนาดใหญ ลุมน้ําสาขา/ลดความเสี่ยงและความรุนแรงลงไมนอยกวา รอยละ ๖๐ กลยุทธ : ๑) การเพ่ิมประสิทธิภาพการระบายน้ํา โดยการปรับปรุงสิ่งกีดขวางทางน้ํา การปรับปรุงลําน้ําธรรมชาติ ท่ีตื้นเขิน เพ่ือเพ่ิมประสิทธิภาพการระบายน้ํา ๒) ปองกันน้ําทวมชุมชนเมือง โดยการจัดระบบปองกันชุมชนเมือง การจัดทําผังน้ํา ผังการระบายน้ํา ในระดับลุมน้ํา จังหวัด เมือง ๓) การจัดการพ้ืนท่ีน้ําทวม/พ้ืนท่ีชะลอน้ํา โดยการพัฒนาแกมลิง พ้ืนท่ีลุมต่ํารับน้ํานอง การพัฒนา อาคารบังคับน้ํา และสถานีสูบน้ํา เพ่ือบรรเทาอุทกภัยในพ้ืนท่ีเฉพาะจุด ๔) การบรรเทาอุทกภัยเชิงพ้ืนท่ีอยางเปนระบบ ระดับลุมน้ํา/พ้ืนท่ีวิกฤต โดยจัดทําแผนและ ดําเนินการบรรเทาอุทกภัยในพ้ืนท่ีวิกฤต โดยจัดทําแผน และดําเนินการตามลําดับความสําคัญ ๕) การสนับสนุนปรับตัวและเผชิญเหตุ ๔๗ ตารางท่ี ๔-๖ เปาหมายตามแผนแมบทดานท่ี ๓ การจัดการน้ําทวมและอุทกภัย กลยุทธ /แผนงาน ตัวช้ีวัด เปาหมาย (ป) หนวยงาน อํานวยการ ขับเคล่ือน หนวยงานปฏิบัติ 20 ป 61-65 66-70 71-80 หลัก สนับสนุน 1. เพ่ิมประสิทธิภาพการระบายนํ้า 1.1 ปรับปรุงสิ่งกีดขวางทางนํ้า จํานวนแหง 562 562 ปรับปรุง สิ่งกีดขวาง ทางนํ้าให แลวเสร็จ สทนช. ชป./จท./ทล./ ทช./รฟท./สถ./ ทน. 1.2 ปรับปรุงลํานํ้าธรรมชาติท่ีตืน้ เขินใหสามารถระบายนํ้าไดมี ประสิทธิภาพ จํานวนแหง 1,234 499 340 395 จท./ทน./สถ./ ปภ./อปท. ระยะทาง (กม.) 6,271 2,122 1,671 2,478 1.2.1 ลําน้ําหลัก จํานวนแหง 565 156 136 273 จท. ระยะทาง (กม.) 3,711 861 881 1969 1.2.2 ลําน้าํสาขา/ยอย จํานวนแหง 154 10 57 87 จท./ทน./อปท. ระยะทาง (กม.) 770 50 285 435 1.2.3 ลําน้าํยอย จํานวนแหง 515 333 147 35) ปภ./อปท. ระยะทาง (กม.) 1,790 1,211 505 74 1.3 การกําจัดวัชพืชและขยะมลูฝอย ในแมนํ้าสายหลัก แมนํ้าสาขา และ แหลงนํ้าปด ปริมาณวัชพืชและขยะ มูลฝอยท่ีกําจัด (ตันตอป) ไมนอยกวา 7,400,000 ไมนอยกวา 7,400,000 ยผ./ชป./อปท./ จท./กทม./ทน. กองทัพบก/ ปภ./ปค./อปท. ฯลฯ/ ๔๘ กลยุทธ /แผนงาน ตัวช้ีวัด เปาหมาย (ป) หนวยงาน อํานวยการ ขับเคล่ือน หนวยงานปฏิบัติ 20 ป 61-65 66-70 71-80 หลัก สนับสนุน 2. การปองกันนํ้าทวมชุมชนเมือง 2.1 ระบบปองกันชุมชนเมือง จํานวนแหง 764 153 211 400 มท. ยผ./กทม. อปท. พ้ืนท่ีไดรับการปองกัน (ไร) 1,745,881 304,165 538,155 903,561 2.2 จัดทําผังนํ้าในผังเมือง/ผังการ ระบายนํ้าในระดับลุมนํ้า จังหวัด สทนช. สทนช./ยผ./ กทม. 2.2.1 ผังนํ้า จํานวนผังนํ้า ทุกลํานํ้าหลัก และสาขา ทุกลํานํ้าสาย หลัก ทุกลํานํ้าสาขา ทบทวน ปรับปรุง ทุก 5 ป สทนช. 2.2.2 ผังการระบายนํ้า จํานวนผังการระบายนํ้า ท่ีดําเนินการในผังเมือง ผังเมืองรวม จังหวัด 77 จังหวัด ผังเมืองรวม จังหวัด 44 จังหวัด ผังเมืองรวมจังหวัด 33 จังหวัด ยผ./กทม. 2.3 เข่ือนปองกันตลิ่ง ระยะทางท่ีดําเนินการ 1,681 539 530 612 มท. ยผ./จท./อปท. 3. จัดการพ้ืนท่ีนํ้าทวม/พ้ืนท่ีชะลอนํ้า 3.1 การพัฒนาและปรับปรุงพ้ืนท่ี ชะลอนํ้า จํานวนแหง 84 13 71 - สทนช. ชป. ทล./ทช./ปภ. ปริมาณนํ้า(ลาน ลบ.ม.) 4,612 2,050 2,562 3.2 การพัฒนา และเพ่ิม ประสิทธิภาพอาคารบังคับนํ้าและ สถานีสูบนํ้าเพ่ือบรรเทาอุทกภัยใน พ้ืนท่ีเฉพาะจุด จํานวนแหง 3,319 915 1,153 1,251 พ้ืนท่ีรับประโยชน (ไร) 13,148,201 3,906,897 4,530,051 4,711,253 ๔๙ กลยุทธ /แผนงาน ตัวช้ีวัด เปาหมาย (ป) หนวยงาน อํานวยการ ขับเคล่ือน หนวยงานปฏิบัติ 20 ป 61-65 66-70 71-80 หลัก สนับสนุน 4. บรรเทาอุทกภัยในเชิงพ้ืนท่ีอยาง เปนระบบในระดับลุมนํ้า/พ้ืนท่ีวิกฤต รอยละการจดัทําแผน บรรเทาอุทกภยัในเชิง พ้ืนท่ีอยางเปนระบบใน ระดับลุมนํ้า/พ้ืนท่ีวิกฤต จัดทําแผน บรรเทา อุทกภยัในเชิงพื้นที่ อยางเปนระบบใน ระดับลุมน้ํา/พื้นที่ วิกฤต จัดทําแผน 100 % สทนช. สทนช. ปภ./ชป./ยผ./ ทน./จท. รอยละพ้ืนท่ีไดรบัการ แกไขปญหา 60 10 20 30 ปภ./ชป./ยผ./ ทน./จท. 5. การสนับสนุนการปรับตัวและ เผชิญเหตุ รอยละพ้ืนท่ีเสี่ยงจาก อุทกภัยไดรับการจดัการ ดวยการปรับตัว และเผชิญเหต ุ 75 10 25 40 มท. ปภ./สถ./อปท. ทธ./ทน./ยผ./ สสน./สทอภ. ๕๐ แนวทางการขับเคล่ือน ๑. โครงการบรรเทาภัยพิบัติทางน้ําแบบบูรณาการ ท่ีกําหนดในแผนแมบทยุทธศาสตรชาติ ๒๐ ป เปนโครงการ Quick Win และสอดคลองกับยุทธศาสตรเพ่ือความม่ันคง โดยจัดทําแผนการบรรเทาอุทกภัยพ้ืนท่ี วิกฤต ใหลดความเสียหายลง รอยละ ๕๐ ในพ้ืนท่ีสําคัญ สํานักงานทรัพยากรน้ําแหงชาติเปนหนวยงานประสาน และขับเคลื่อนโดยบูรณาการงานของหนวยงานในพ้ืนท่ีวิกฤต ท่ีเหมาะสม และมีความสอดคลองกัน รวมท้ังใหมี มาตรการการบริหารจัดการพ้ืนท่ีน้ําทวม การเตือนภัย การปรับตัว เนนพ้ืนท่ีท่ีมีความเสียหายสูง ในกลุมลุมน้ํา ภาคเหนือและภาคใต ๒. โครงการบรรเทาอุทกภัยในพ้ืนท่ีวิกฤตระดับลุมน้ําขนาดใหญ เชน ลุมน้ําเจาพระยา ทาจีนตอนลาง ยม-นานตอนลาง บางปะกง ทะเลสาบสงขลา และชีมูลตอนลาง สํานักงานทรัพยากรน้ําแหงชาติดําเนินการประสานและ ขับเคลื่อนการจัดทําแผนหลักของพ้ืนท่ี จัดลําดับความสําคัญ และหนวยงานปฎิบัติเรงรัดการเตรียมความพรอม ใหสามารถเรงดําเนินการโครงการสําคัญไดโดยเร็ว ๓. การปองกันน้ําทวมเมือง และพ้ืนท่ีเศรษฐกิจสําคัญ ใหกระทรวงมหาดไทย (กรมโยธาธิการ และผังเมือง) เปนหนวยงานหลักในการวางแผนท้ังน้ําทวมจากน้ําหลากและการระบายน้ําฝน ๔. การจัดทําผังน้ําในผังชุมชน ผังเมือง และผังระดับลุมน้ํา เพ่ือการจัดการน้ําท้ังระบบและ ครบวงจร โดยสํานักงานทรัพยากรน้ําแหงชาติดําเนินการจัดทําผังระดับลุมน้ําเรงจัดทําในพ้ืนท่ีวิกฤตและเสียหาย รุนแรง กระทรวงมหาดไทย (กรมโยธาธิการและผังเมือง) ดําเนินการใหมีผังน้ําในเมืองหลักท่ีมีความสําคัญ ทางเศรษฐกิจและความหนาแนนสูง เชน เชียงใหม พิษณุโลก อุดรธานี ขอนแกน และหาดใหญ เปนตน ๕. การปรับปรุงเพ่ิมประสิทธิภาพการระบายน้ํา ลําน้ําสาขาและสายหลักสํานักงานทรัพยากรน้ํา แหงชาติดําเนินการประสานและขับเคลื่อนรวมกับหนวยปฎิบัติ (จท./ทน./อปท.) เรงรัดดําเนินการในพ้ืนท่ีวิกฤต และตองวางแผนและดําเนินการอยางตอเนื่องท้ังระบบ เพ่ือใหสามารถบรรลุเปาหมายการเพ่ิมประสิทธิภาพ การระบายน้ํา ๖. การปรับตัวและเผชิญเหตุ โดยกระทรวงมหาดไทย (กรมปองกันและบรรเทาสาธารณภัย) ดําเนินการเพ่ิมประสิทธิภาพการปรับตัวและเผชิญเหตุดานน้ํา (น้ําทวม/น้ําแลง) ใหสอดคลองกับตัวชี้วัดตามแผน แมบทภายใตยุทธศาสตรชาติ (ยกระดับจากระดับ ๒ ใหถึงระดับ ๔) ๕๑ ดานท่ี ๔ การจัดการคุณภาพน้ํา และอนุรักษทรัพยากรน้ํา หลักการ : ปจจุบันคุณภาพน้ําในแหลงน้ําตางๆ ท่ัวประเทศ ท้ังแหลงน้ําผิวดิน แหลงน้ําใตดิน และ แหลงน้ําทะเล โดยเฉพาะบริเวณท่ีมีความหนาแนนของชุมชน และกิจกรรมการพัฒนาตางๆ กําลังประสบปญหาความเสื่อมโทรมอันเนื่องมาจากการปนเปอนของสารพิษตางๆ ท่ีมาจาก กิจกรรมของมนุษย ท้ังจากชุมชน การเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ การพัฒนาอุตสาหกรรม เกษตรกรรม และการทองเท่ียว มีผลกระทบตอคุณภาพน้ําและความสมดุลของระบบนิเวศใน แหลงน้ํา ในป ๒๕๕๘ กรมควบคุมมลพิษ ไดตรวจสอบคุณภาพน้ําจากแหลงน้ําสําคัญ ๖๕ แหง จากจุดตรวจวดัคุณภาพน้ํา ๓๖๖ จุด ท่ัวประเทศ จํานวน ๔ ครั้ง ระหวางเดือน มกราคม - ธันวาคม พบวา คุณภาพน้ําอยูในเกณฑดีเพียง รอยละ ๓๔ คุณภาพพอใช รอยละ ๔๑ และอยูในสภาพเสื่อมโทรม รอยละ ๒๕ โดยแมน้ําท่ีอยูในสภาพเสื่อมโทรมมาก ไดแก แมน้ําทาจีนตอนลาง แมน้ําเจาพระยา ตอนลาง แมน้ําระยองตอนลาง และแมน้ําพังลาดตอนบน ปญหาการรุกล้ําของน้ําเค็มในแมน้ําและพ้ืนท่ีเกษตรก็มีความสําคัญ และมีแนวโนมจะ รุนแรงมากข้ึน เนื่องจากความตองการน้ําท่ีมีมากข้ึนในแหลงน้ําสายหลัก จึงไมสามารถจัดสรรน้ํา เพ่ือรักษาระบบนิเวศไดเพียงพอ โดยเฉพาะในชวงฤดูแลงของทุกป ทําใหเกิดปญหาคุณภาพน้ํา สงผลกระทบตอการอุปโภคบริโภคและการใชน้ําเพ่ือการเกษตร เปาประสงค : พัฒนาและเพ่ิมประสิทธิภาพระบบรวบรวมและระบบบําบัดน้ําเสียรวมของชุมชน การนําน้ําเสีย กลับมาใชใหม ปองกันและลดการเกิดน้ําเสียตนทาง การควบคุมปริมาณการไหลของน้ําเพ่ือรักษา ระบบนิเวศ พรอมท้ังพ้ืนฟูแมน้ํา ลําคลอง และแหลงน้ําธรรมชาติท่ีมีความสําคัญในทุกมิติ เพ่ือการอนุรักษ ฟนฟูและใชประโยชนท่ัวประเทศ กลยุทธ : ๑) การปองกันและลดการเกิดน้ําเสียท่ีตนทาง โดยลดปริมาณและความสกปรกของน้ําเสียชุมชน ณ แหลงกําเนิด ๒) การเพ่ิมประสิทธิภาพในการบําบัดและควบคุมการระบายน้ําเสียออกสูสิ่งแวดลอม โดยการพัฒนา และเพ่ิมประสิทธิภาพระบบรวบรวม และระบบบําบัดน้ําเสียรวมของชุมชน ๓) การรักษาสมดุลของระบบนิเวศ โดยการจัดทําแผนการจัดสรรน้ําในลุมน้ําหลัก ๔) การอนุรักษและฟนฟูแมน้ําลําคลองและแหลงน้ําธรรมชาติท่ัวประเทศ โดยสงเสริมใหทุกภาคสวน มีความเขาใจ รูคุณคา และความสําคัญในการจัดการคุณภาพน้ํากอนระบายออกสูแมน้ําลําคลอง การกําจัดวัชพืชและขยะมูลฝอยในแหลงน้ํา การสํารวจรังวัด พิสูจน และสอบแนว พรอมข้ึน ทะเบียน การปองกันแกไขปญหาการรุกล้ําแนวเขต การอนุรักษฟนฟู และพัฒนา รวมท้ัง การจัดทําขอกําหนดในการออกแบบท้ังเชิงภูมิสถาปตยกรรมและวิศวกรรม เพ่ือการอนุรักษ ฟนฟูแมน้ํา ลําคลอง และแหลงน้ําธรรมชาติ ๕๒ ตารางท่ี ๔-๗ เปาหมายตามแผนแมบทดานท่ี ๔ การจัดการคุณภาพน้ําและอนุรักษทรัพยากรน้ํา กลยุทธ /แผนงาน ตัวชี้วัด เปาหมาย (ป) หนวยงาน อํานวยการ ขับเคลื่อน หนวยงานปฏิบัติ 20 ป 61-65 66-70 71-80 หลัก สนับสนุน 1. การปองกันและลด การเกิดนํ้าเสียท่ีตนทาง รอยละความสาํเรจ็ในการตดิตั้ง ระบบบําบัดนํ้าเสียท่ีได มาตรฐานสําหรับครัวเรือน (ครัวเรือนท่ีเกิดข้ึนใหม) ทุกครัวเรือนใน ชุมชนเมืองไดรับ การติดตั้งระบบ บําบัดนํ้าเสีย รอยละ 10 รอยละ 40 รอยละ 50 มท. สถ./คพ. /สมอ./ อปท./สส./จท. สผ./ยผ. 2. การเพ่ิมประสิทธิภาพในการบําบัดและควบคุมการระบายนํ้าเสยีออกสูสิ่งแวดลอม 2.1 การพัฒนาและเพ่ิม ประสิทธิภาพระบบ รวบรวมและระบบบําบัด นํ้าเสียรวมของชุมชน จํานวนระบบบําบัดท่ีกอสราง ใหม 741 100 185 456 มท. สถ. /คพ./ อจน./ กทม./อปท. สผ. จํานวนระบบบําบัดท่ีเพ่ิม ประสิทธิภาพระบบเดิม 101 34 23 44 รอยละของปรมิาณนํ้าเสียท่ีรับการ บําบัดไดตามมาตรฐาน รอยละ 57 รอยละ 19 รอยละ 27 รอยละ 11 2.2 เพ่ิมประสิทธิภาพใน การควบคุม กํากับ และ บังคับการกับแหลงกําเนิด มลพิษทางนํ้าในพ้ืนท่ี เปาหมาย จํานวนแหง 19,000 แหง 9,000 แหง 5,000 แหง 5,000 แหง กรอ./สป.ทส./ สถ./อปท./คพ. (กรอ.ดําเนินการ แค 5 ป แรก) ปศ./กปม./ จท. รอยละของแหลงกําเนิดมลพิษ ทางนํ้าท่ีตรวจสอบไดรับการ จัดการ รอยละ 80 ของ แหลงกําเนิดมลพิษ ทางนํ้าท่ีตรวจสอบ รอยละ 70 รอยละ 75 รอยละ 80 ๕๓ กลยุทธ /แผนงาน ตัวชี้วัด เปาหมาย (ป) หนวยงาน อํานวยการ ขับเคลื่อน หนวยงานปฏิบัติ 20 ป 61-65 66-70 71-80 หลัก สนับสนุน 2.3 กําหนดขีดความ สามารถในการรองรับ มลพิษของแหลงนํ้า (carrying capacity) เพ่ือควบคุมมลพิษจาก แหลงกําเนิด จํานวนลุมนํ้า 20 ลุมนํ้า (9 ลุมนํ้า) ปาสัก ชายฝงทะเล ตะวันออก ปง วัง ยม นาน สะแกกรัง มูล ชี (6 ลุมนํ้า) เพชรบุรี ชายฝงทะเล ประจวบคีรีขันธ ภาคใตฝง ตะวันออก ทะเลสาบสงขลา ตาป ภาคใตฝง ตะวันตก (5 ลุมนํ้า) ปตตานี โตนเลสาป สาละวิน โขง กก คพ. 2.4 การนํานํ้าท่ีผานการ บําบัดแลวกลับไปใช ประโยชน รอยละของปรมิาณนํ้าท่ีไดรับ การบําบัดถูกนํากลับมาใช ประโยชนตอป รอยละ 40 ของ ปริมาณนํ้าท่ีไดรับ การบําบัดถูกนํา กลับมาใช ประโยชน รอยละ 10 รอยละ 10 รอยละ 20 สถ./กทม./อจน. 3 การรักษาสมดุลของ ระบบนิเวศ จํานวนลุมนํ้าท่ีมีวางแผน จัดสรรนํ้าเพ่ือระบบนิเวศ 13 ลุมนํ้า (5 ลุมนํ้า) เจาพระยา ทาจีน แมกลอง บางปะกง ปราจีนบุร ี (3 ลุมนํ้า) ชายฝงทะเล ตะวันออก เพชรบุรี ชายฝงทะเล ตะวันตก (5 ลุมนํ้า) ภาคใตฝง ตะวันออก ตาป ทะเลสาบสงขลา ภาคใตฝงตะวันตก ปตตานี สทนช. คพ./ชป./กฟผ. สผ. ๕๔ กลยุทธ /แผนงาน ตัวชี้วัด เปาหมาย (ป) หนวยงาน อํานวยการ ขับเคลื่อน หนวยงานปฏิบัติ 20 ป 61-65 66-70 71-80 หลัก สนับสนุน 4. อนุรักษและฟนฟู แมนํ้าลําคลองและแหลง นํ้าธรรมชาติท่ัวประเทศ สัดสวนพ้ืนท่ีลําคลอง ท่ีไดรับการฟนฟู คลองในเขต กรุงเทพมหานคร สวนท่ีเหลือ รอยละ 90 รอยละ 50 รอยละ 25 รอยละ 15 สทนช./มท./ ทส. สทนช./กทม./ มท./ทด./ชป./ พม./จท./คพ./ ทน. สผ./ยผ./ปม./ ธร./อปท. สัดสวนพ้ืนท่ีลํานํ้า ท่ีไดรับการฟนฟู ลํานํ้าสายหลกั ทุกลุมนํ้า ความสาํเร็จ รอยละ 75 ลํานํ้าสายหลักทุก ลุมนํ้า ความสําเร็จ รอยละ 20 สํารวจรังวัดพิสูจน และสอบแนวแมนํ้า ลําคลอง จัดทําขอกําหนด มาตรฐานการ ออกแบบการ ขุดลอกแมนํ้า ลําคลอง ลํานํ้าสายหลักทุก ลุมนํ้า ความสาํเร็จ รอยละ 30 ลํานํ้าสายหลัก ทุกลุมนํ้า ความสาํเร็จ รอยละ 25 สัดสวนพ้ืนท่ีชุมนํ้าและ แหลงนํ้าท่ีไดรับการฟนฟู พ้ืนท่ีชุมนํ้า (Ramsar Site ) และพ้ืนท่ีชุมนํ้าท่ีมี ความสาํคญั ระดับชาติ ความสาํเร็จ รอยละ 90 พ้ืนท่ีชุมนํ้า (Ramsar Site ) และพ้ืนท่ีชุมนํ้าท่ีมี ความสาํคญั ระดับชาติ ความสาํเร็จ รอยละ 40 พ้ืนท่ีชุมนํ้า (Ramsar Site ) และพ้ืนท่ีชุมนํ้าท่ี มีความสําคญั ระดับชาติ ความสาํเร็จ รอยละ 50 สทนช./มท./ ทส. สทนช./กทม./ มท./ทด./ชป./ พม./จท./คพ./ ทน. สผ./ยผ./ปม./ ธร./อปท. แหลงนํ้าธรรมชาต ิ ท่ีมีพ้ืนท่ีผิวนํ้าเกิน 1,000 ไร ความ สําเรจ็รอยละ 90 แหลงนํ้าธรรมชาต ิ ท่ีมีพ้ืนท่ีผิวนํ้าเกิน 1,000 ไร ความ สําเรจ็รอยละ 20 แหลงนํ้าธรรมชาติ ท่ีม ีพ้ืนท่ีผิวนํ้าเกิน 1,000 ไร ความ สําเรจ็รอยละ 20 แหลงนํ้าธรรมชาติ ท่ีม ีพ้ืนท่ีผิวนํ้าเกิน 1,000 ไร ความ สําเรจ็รอยละ 40 ๕๕ กลยุทธ /แผนงาน ตัวชี้วัด เปาหมาย (ป) หนวยงาน อํานวยการ ขับเคลื่อน หนวยงานปฏิบัติ 20 ป 61-65 66-70 71-80 หลัก สนับสนุน ลํานํ้าสาขา ความสําเร็จ รอยละ 50 ลํานํ้าสาขา ความสําเร็จ รอยละ 20 ลํานํ้าสาขา ความสําเร็จ รอยละ 30 สัดสวนพ้ืนท่ีชุมชน (นอกเขต กทม. ท่ีเปน ชุมชน ขนาดใหญ) ริมแมนํ้า ลําคลอง และแหลงนํ้าธรรมชาติ (รอยละของพ้ืนท่ีเปาหมาย) ความสําเร็จ รอยละ 90 ความสําเร็จ รอยละ 50 ความสําเร็จ รอยละ 40 สทนช./มท./ ทส. สทนช./กทม./ มท./ทด./ชป./ พม./จท./คพ./ ทน. สผ./ยผ./ปม./ ธร./อปท. ๕๖ แนวทางการขับเคล่ือน ๑. แผนงานการเพ่ิมประสิทธิภาพ และควบคุมการระบายน้ําเสียออกสูสิ่งแวดลอม เนื่องจาก เปนภารกิจขององคกรปกครองสวนทองถ่ิน แตเปนงานท่ีตองใชเทคนิคสูง จึงเห็นควรมอบใหกระทรวงมหาดไทย เปนหนวยงานหลักในการประสานและขับเคลื่อนรวมกับกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดลอม โดยการสนับสนุนทองถ่ินในการเตรียมความพรอม เพ่ือใหองคกรปกครองสวนทองถ่ินสามารถดําเนินการได ๒. การอนุรักษฟนฟูแหลงตนน้ําลําธารและพ้ืนท่ีชุมน้ําท่ีสมควรสงวนไว เพ่ือการอนุรักษ ทรัพยากรน้ําสาธารณะ มอบใหสํานักงานทรัพยากรน้ําแหงชาติ กระทรวงมหาดไทย และกระทรวง ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดลอม เปนหนวยงานประสานและขับเคลื่อนจัดทําแผนการอนุรักษฟ นฟู หรือดําเนินการประกาศเปนเขตคุมครองสิ่งแวดลอมตามกฎหมาย ๓. การอนุรักษฟนฟูแมน้ํา คูคลอง แหลงน้ําธรรมชาติขนาดใหญ เนื่องจากเปนแผนงานท่ีตองบูรณาการ ในกิจกรรมหลายรูปแบบ มอบใหสํานักงานทรัพยากรน้ําแหงชาติ กระทรวงมหาดไทย และกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดลอมเปนหนวยงานประสานและขับเคลื่อน จัดทําแผนหลักในแตละพ้ืนท่ีเปาหมาย ไดแก คลองแมขา จังหวัดเชียงใหม คลองเปรมประชากร บึงบอระเพ็ด หนองหารสกลนคร บึงราชนก แมน้ําพิจิตร กวานพะเยา และอ่ืนๆ และบูรณาการแผนงานของหนวยงานตามภารกิจในพ้ืนท่ีเปาหมายท่ีกําหนด ๕๗ ดานท่ี ๕ การอนุรักษฟนฟูสภาพปาตนน้ําท่ีเส่ือมโทรมและปองกันการพังทลายของดิน หลักการ : พ้ืนท่ีปาตนน้ําเปนพ้ืนท่ีซ่ึงมีความสําคัญในการดูดซับน้ําฝน เก็บรักษาความชุมชื้นและชะลอ การไหลของน้ํา การบุกรุกพ้ืนท่ีปาตนน้ําเพ่ือเปลี่ยนแปลงสภาพปาไปเปนพ้ืนท่ีเกษตรกรรมและ ชุมชน ทําใหความอุดมสมบูรณของปาตนน้ําลดลงจนถึงมีสภาพเสื่อมโทรม ทําใหเกิดปญหาน้ําทวม ฉับพลัน น้ําปาไหลหลาก และปญหาดินโคลนถลมในพ้ืนท่ีตนน้ํา สวนพ้ืนท่ีกลางน้ําและพ้ืนท่ีทายน้ํา ก็เกิดปญหาอุทกภัย การขาดแคลนน้ํา การชะลางพังทลายของดินในพ้ืนท่ีเกษตรและพ้ืนท่ีลาดชัน ทําใหความอุดมสมบูรณของดินลดลง โครงสรางของดินถูกทําลาย ความสามารถในการอุมน้ํา ของดินลดลง และตะกอนน้ําทําใหสภาพลําน้ํา อางเก็บน้ําตื้นเขิน จากขอมูลของกรมปาไมในป ๒๕๖๐ มีพ้ืนท่ีปาไมท้ังประเทศจํานวน ๑๐๒ ลานไร คิดเปน รอยละ ๓๑.๕๘ ของพ้ืนท่ีประเทศ (ประเทศไทยมีพ้ืนท่ี ท้ังหมด ๓๒๓ ลานไร) ซ่ึงยุทธศาสตรชาติ ๒๐ ป (พ.ศ. ๒๕๖๑-๒๕๘๐) ไดกําหนดเปาหมายในการฟนฟูปาตนน้ําท่ีเสื่อมโทรมเพ่ือใหไดพ้ืนท่ีปา รอยละ ๔๐ ของประเทศ หรือประมาณ ๑๒๘ ลานไร โดยการปลูกปาในพ้ืนท่ีปาตนน้ําท่ีเสื่อมโทรม การสรางฝายชะลอน้ํา การปองกันและลดการชะลางการพังทลายของดิน การปลูกหญาแฝก โดยกําหนดเปาหมายฟนฟูพ้ืนท่ีปาตนน้ํา ๓.๕๒ ลานไร และพ้ืนท่ีดําเนินการเพ่ือปองกัน การสูญเสียหนาดิน และลดการกัดเซาะในพ้ืนท่ีตนน้ํา ๒๑.๔๕ ลานไร รวมท้ังการเขมงวดในการ ปราบปรามและปองกันการบุกรุกทําลายปา ในแผนแมบทการบริหารจัดการทรัพยากรน้ํา ๒๐ ป ไดกําหนดแนวทางการดําเนินงาน ไวสอดคลองกัน ไดแก การอนุรักษฟนฟูปาตนน้ําท่ีเสื่อมโทรมโดยการปลูกปาและการทําฝายชะลอน้ํา การปองกันการชะลางพังทลายของดินในพ้ืนท่ีตนน้ํา โดยการทําผังการใชประโยชนลุมน้ํา การจัดทําระบบการอนุรักษดินและน้ํา การปลูกปาเลียนแบบธรรมชาติและการปลูกหญาแฝก เปาประสงค : อนุรักษ ฟนฟู พ้ืนท่ีปาตนน้ําท่ีเสื่อมโทรม การปองกัน และลดการชะลางพังทลายของดินในพ้ืนท่ี ตนน้ําและพ้ืนท่ีลาดชัน กลยุทธ : ๑) การอนุรักษฟนฟูพ้ืนท่ีปาตนน้ําท่ีเสื่อมโทรม โดยการปลูกปาและการสรางฝายชะลอน้ํา ประเภทตางๆ ในพ้ืนท่ีปาตนน้ํา ๒) การปองกันและลดการชะลางพังทลายของดินในพ้ืนท่ีตนน้ํา การจัดทําระบบอนุรักษดินและน้ํา ในพ้ืนท่ีเกษตรลาดชัน จัดทําแนวปากันชน การปลูกปาเลียนแบบธรรมชาติทดแทน การปลูกพืชเชิงเดี่ยวและการปลูกหญาแฝก ๕๘ ตารางท่ี ๔-๘ เปาหมายตามแผนแมบทดานท่ี ๕ การอนุรักษฟนฟูสภาพปาตนน้ําท่ีเส่ือมโทรมและปองกันการพังทลายของดิน กลยุทธ/แผนงาน ตัวชี้วัด เปาหมาย (ป) หนวยงาน อํานวยการ ขับเคลื่อน หนวยงานปฏิบัติ 20 ป 61-65 66-70 71-80 หลัก สนับสนุน 1. การอนุรกัษฟนฟูพ้ืนท่ีปาตนนํ้าท่ีเสื่อมโทรม 1.1 ฟนฟูปาตนนํ้า (พ้ืนท่ีปาตนนํ้าในเขตปา อนุรักษ/ปาสงวนฯ) จํานวนพ้ืนท่ีปาท่ี ไดรับการปลูกฟนฟู (ไร) 3,524,241 734,000 853,500 1,936,741 ทส. อส./ปม. สผ./มท./ สทอภ./ ภาคเอกชน 2. การปองกันและลดการชะลางพังทลายของดินในพ้ืนท่ีตนนํ้า 2.1 การปองกันและลดการ ชะลางพังทลายของดิน (พ้ืนท่ีปา ตนนํ้าในเขตปาอนุรักษ/ปาสงวนฯ) จํานวนพ้ืนท่ี (ไร) 1,450,000 240,000 400,000 810,000 ทส./กษ. อส./ปม. สผ./ชป./ อปท./ ภาคเอกชน 2.2 การปองกันและลดการชะ ลางพังทลายของดิน (พ้ืนท่ี เกษตรนอกพ้ืนท่ีอนุรักษ) จํานวนพ้ืนท่ี (ไร) 20,000,000 1,000,000 5,000,000 14,000,000 พด. สผ./ชป./ ภาคเอกชน/ อปท. ๕๙ แนวทางการขับเคล่ือน ๑. การฟนฟูปาตนน้ํามอบใหกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดลอมเปนหนวยงานประสานและ ขับเคลื่อนโดยดําเนินการควบคูกันไป เริ่มจากกําหนดขอบเขตการใชประโยชน เปน เขตอนุรักษ เขตปาไมกันชน และการใชประโยชนท่ีดินท่ีเหมาะสมในพ้ืนท่ีลุมน้ําชั้น ๑ และ ๒ ท่ีไดรับการผอนผันตามมติคณะรัฐมนตรี ๓๐ มิถุนายน ๒๕๔๑ โดยจะดําเนินการกําหนดพ้ืนท่ีเปาหมายท่ีมีผลกระทบดานทรัพยากรน้ํารุนแรง ไดแก ลุมน้ํา ภาคเหนือและภาคใตในระยะแรกกอน โดยดําเนินการในกิจกรรมตางๆ ไปพรอมๆ กัน เพ่ือใหสามารถเห็นผลผลิต และผลสัมฤทธิ์ไดอยางรวดเร็วและตองมีระบบการประเมินผลไปจนถึงระยะยาว เพ่ือใหเห็นผลกระทบจากการ ฟนฟูปา ๒. การลดการชะลางพังทลายของดินในพ้ืนท่ีตนน้ําโดยเฉพาะในพ้ืนท่ีเกษตรลาดชัน ใหพิจารณา ดําเนินการท้ังทางกลและการปรับระบบการปลูกพืชควบคูกันไป ๖๐ ดานท่ี ๖ การบริหารจัดการ หลักการ : ปญหาทรัพยากรน้ําท่ีผานมาท้ังปญหาการขาดแคลนน้ําเพ่ือการอุปโภคบริโภค น้ํา เพ่ือการผลิต ท้ังภาคเกษตรกรรมและอุตสาหกรรม ปญหาน้ําทวม ปญหาคุณภาพน้ําท้ังน้ําเสีย และน้ําเค็ม ปญหาน้ําปาไหลหลาก และการชะลางพังทลายของดินในพ้ืนท่ีตนน้ํา จะเกิดบอยครั้งข้ึน และทวีความรุนแรงมากข้ึน ซ่ึงเปนผลมาจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และท่ีสําคัญ คือ การบริหารจัดการท่ีไมมีเอกภาพท้ังระดับนโยบายและระดับปฏิบัติ ขาดขอมูลในการวางแผน การตัดสินใจสั่งการ ขาดกฎหมาย แผนแมบท และองคกรท่ีกํากับดูแลในภาพรวมการบริหาร จัดการทรัพยากรน้ําท้ังระบบ ทําใหไมสามารถบริหารจัดการท้ังกอนการเกิดภัย ระหวางเกิดภัย และหลังการเกิดภัย ไดอยางมีประสิทธิภาพ ดังนั้น การบริหารจัดการทรัพยากรน้ําของประเทศใหมีประสิทธิภาพ สมดุล เปนธรรม และสามารถแกไขปญหาไดท้ังระบบ จําเปนตองมีการปรับปรุง ทบทวน กฎหมาย ระเบียบ ขอบังคับ ดานทรัพยากรน้ํา การพัฒนาองคกรการบริหารจัดการทรัพยากรน้ําทุกระดับ การจัดทําแผนการบริหารจัดการทรัพยากรน้ํา การติดตามและประเมินผล การพัฒนาระบบ ฐานขอมูล รวมท้ังการประชาสัมพันธ พรอมท้ังเสริมสรางความเขมแข็งใหกับองคกรผูใชน้ําและ การมีสวนรวมของผูมีสวนไดสวนเสียทุกภาคสวน เปาประสงค : จัดตั้งองคกรดานการบริหารจัดการทรัพยากรน้ํา (คณะกรรมการทรัพยากรน้ําแหงชาติ คณะกรรมการลุมน้ํา ฯลฯ) ปรับปรุงกฎหมายใหทันสมัย สงเสริมความรวมมือระหวางประเทศ เ ชื ่อ ม โ ย งปร ะ เด ็นก า รพัฒนาและการหาแหลง เ ง ินท ุน พ ัฒน า ร ะบบฐานข อมูล ประกอบการตัดสินใจ (คลังน้ําชาติ) สนับสนุนองคกรลุมน้ํา สนับสนุนการแลกเปลี่ยนขอมูล ระหวางภาครัฐและเอกชน การบริหารจัดการชลประทาน การศึกษาวิจัย เตรียมความพรอม สงเสริมการประชาสัมพันธและการมีสวนรวมของประชาชนและภาคสวนที่เกี ่ยวของ สรางจิตสํานึกในการอนุรักษทรัพยากรน้ํา พัฒนางานวิจัย นวัตกรรม และเทคโนโลยี สนับสนุน การสรางมูลคาเพ่ิมในภาคการบริการและการผลิต รวมถึงพัฒนารูปแบบเพ่ือยกระดับการจัดการน้ํา ในพ้ืนท่ีและลุมน้ํา (เชื่อมโยงการตลาด พลังงาน การผลิต และของเสีย) กลยุทธ : ๑) การจัดทํา ปรับปรุง กฎหมาย และองคกรดานการบริหารจัดการทรัพยากรน้ําและน้ําบาดาล ไดแกการจัดทํา ปรับปรุง ทบทวน กฎหมาย ระเบียบขอบังคับ ดานทรัพยากรน้ํา การสงเสริม พัฒนาองคกร การบริหารจัดการทรัพยากรน้ํา ในระดับชาติ/ระดับลุมน้ํา และพัฒนากลไก ความรวมมือระหวางประเทศดานทรัพยากรน้ํา ๖๑ ๒) การจัดทําแผนบริหารจัดการทรัพยากรน้ํา แผนแมบทระดับลุมน้ํา และแผนปฎิบัติการ รวมท้ังการ จัดทําแผนบริหารน้ําในสภาวะวิกฤตทุกลุมน้ํา ใหสอดคลองกับยุทธศาสตรชาติและ พระราชบัญญัติทรัพยากรน้ํา ๓) การติดตามและประเมินผล ท้ังแผนงานภายใตแผนแมบท และการดําเนินงานของหนวยงาน และประเมินผลกระทบระดับแผนแมบทภายใตยุทธศาสตรชาติ ๔) การพัฒนาระบบฐานขอมูลสนับสนุนการตัดสินใจ โดยพัฒนาฐานขอมูลทรัพยากรน้ํา น้ําบาดาล และขอมูลอ่ืนท่ีเก่ียวของ การเพ่ิมประสิทธิภาพการจัดการภัยพิบัติดานน้ํา การจัดการอุทกภัย และการพัฒนาระบบติดตาม เฝาระวัง และแจงเตือนภัยคุณภาพน้ําและ น้ําบาดาล เชน การเพ่ิมประสิทธิภาพการพยากรณฝนระยะสั้น การพยากรณน้ําหลากท่ีลาดเชิงเขา (ลุ มน้ําสาขา/ยอย) ขอมูลแหลงน้ําธรรมชาติ ศักยภาพน้ําบาดาลในขั้นรายละเอียด ขอมูลคุณภาพน้ําในแหลงน้ําตางๆ ๕) การศึกษาวิจัยและพัฒนาการจัดการทรัพยากรน้ํา โดยศึกษา วิจัย พัฒนาเทคโนโลยี และ นวัตกรรมท่ี เก่ียวกับทรัพยากรน้ํ าและน้ํ าบาดาลใหสามารถดํ าเนินการตามกลยุทธ ท่ีเก่ียวของไดอยางมีประสิทธิภาพ เชน การศึกษาวิจัยการประหยัดน้ําในทุกกิจกรรมการใชน้ํา การลดการใชน้ํา นํากลับมาใชใหม และการใชน้ําซํ้าในภาคอุตสาหกรรม การศึกษาการใชน้ํา และมูลคาน้ําภาคการผลิตตางๆ ๖) การประชาสัมพันธและการมีสวนรวม โดยเสริมสรางการรับรูและประชาสัมพันธ นโยบาย ยุทธศาสตร การบริหารจัดการทรัพยากรน้ํ า และบูรณาการการมีสวนรวมในการบริหาร จดัการทรัพยากรน้ํา สงเสริมการจัดการน้ําชุมชน และการจัดการภัยพิบัติดานน้ําในระดับพ้ืนท่ี ลุมน้ํา ประเทศ และระหวางประเทศ ๖๒ ตารางท่ี ๔-๙ แผนแมบทดานท่ี ๖ การบริหารจัดการ กลยุทธ /แผนงาน ตัวชี้วัด เปาหมาย (ป) หนวยงาน ขับเคลื่อน หนวยงานปฏิบัติ 20 ป 61-65 66-70 71-80 หลัก สนับสนุน 1. จัดทําปรับปรุงกฎหมายและองคกรดานการบริหารจัดการทรัพยากรนํ้า 1.1 การจัดทํา ปรับปรุง ทบทวน กฎหมาย ระเบียบ ขอบังคับดาน ทรัพยากรนํ้า 1. การจดัทํา ปรับปรุง ทบทวน กฏหมาย ระเบียบ ขอบังคับดานทรัพยากรนํ้า 1.1 จดัทําอนุบัญญตัิ ทรัพยากรนํ้า 1.2 ปรับปรุงกฎหมาย ระเบียบ ขอบังคับ และมาตรการท่ีเก่ียวของ 35 เรื่อง/ประกาศ บังคับใช จัดทํา/ ประกาศใช กฎหมายลําดับ รอง 35 เรื่อง ติดตาม และปรับปรุงการบังคับใชกฎหมาย ใหเกิดผลอยางเปนรูปธรรมอยางตอเน่ือง สทนช. สทนช./มท./ ทส./กษ./ อปท. ทุกหนวยงาน/ ภาคประชาชน 1.2 สงเสริม พัฒนา องคกรการบริหาร จัดการทรัพยากรนํ้า ในระดับชาต/ิระดับ ลุมนํ้า ระดับความสําเร็จของการ จัดตั้งองคกรท่ีเก่ียวของกับ การบริหารจัดการ ทรัพยากรนํ้า ระดับชาต/ิ ระดับลุมนํ้า ตามพระราช บัญญัติทรัพยากรนํ้า มีองคกรทําหนาท่ี บริหารจัดการดาน ทรัพยากรนํ้าใน ระดับชาติ/ระดับลุมนํ้า กนช. สทนช. คกก. (ทุกลุมนํ้า) องคกรผูใชนํ้า ดําเนินการตอเน่ือง สทนช. ทุกหนวยงาน 1.3 พัฒนากลไก ความรวมมือระหวาง ประเทศดาน ทรัพยากรนํ้า ระดับความสําเร็จของการ จัดทําความรวมมือ/ แผนปฏิบัติการระหวาง ประเทศและองคกรระหวาง ประเทศในการบริหาร จัดการทรัพยากรนํ้า ไมนอย กวารอยละ 80 มีขอตกลง/ความ รวมมือระหวาง ประเทศ มีแผนปฏิบัติ การระหวาง ประเทศและ องคกรระหวาง ประเทศ ขับเคลื่อน รอยละ 10 ขับเคลื่อน รอยละ 40 ขับเคลื่อนรอยละ 30 สทนช. ทุกหนวยงาน ๖๓ กลยุทธ /แผนงาน ตัวชี้วัด เปาหมาย (ป) หนวยงาน ขับเคลื่อน หนวยงานปฏิบัติ 20 ป 61-65 66-70 71-80 หลัก สนับสนุน 2. การจัดทําแผน บริหารจัดการ ทรัพยากรนํ้า มีแผนการบริหารจัดการ ทรัพยากรนํ้าทุกระดับ เปนมาตรฐาน สอดคลองกับ ยุทธศาสตรการพัฒนาของ ประเทศ แผนแมบท/แผน ปฏิบัติ/แผนการจัด สรรนํ้า/แผนภาวะ วิกฤติท้ังลุมนํ้าหลัก และสาขาจัดทําเสรจ็ ตามกําหนด จัดทําแผนครบ ทุกลุมนํ้า ทบทวนและปรับปรุงแผนทุก 5 ป สทนช. สทนช. ทุกหนวยงาน 3. การติดตามและ ประเมินผล ระดับความสําเร็จในการ ติดตามและประเมินผลการ ดําเนินงาน เปาหมายสามารถวัด ไดถึงระดับผลกระทบ เปาหมายระดับ ผลผลติและ ผลลัพธ เปาหมายระดับ ผลลัพธและ ผลกระทบ เปาหมายระดับผล ผลลัพธและ ผลกระทบ สทนช. สทนช. ทุกหนวยงาน 4. การพัฒนาระบบฐานขอมูลสนับสนุนการตัดสินใจ 4.1 พัฒนาและเพ่ิม ประสิทธิภาพระบบ ฐานขอมูลเพ่ือการ การบริหารจัดการ ทรัพยากรนํ้า ระดับความสําเร็จในการ จัดทําระบบฐานขอมูลดาน ทรัพยากรนํ้า ท่ีทันสมยั ถูกตอง และบูรณาการเปน มาตรฐานเดียวกัน ทุกหนวยงานครอบคลุมท้ัง ระดับชาติ ลุมนํ้าและชุมชน มีระบบฐานขอมลูดาน ทรัพยากรนํ้า ท่ีทันสมัย ถูกตอง และบูรณาการเปน มาตรฐานเดียวกัน ทุกหนวยงาน ครอบคลมุ ท้ังระดับชาติ ลุมนํ้า และชุมชน อยางบูรณาการ และมีธรรมาภิบาล พัฒนา/เช่ือม โยงระบบฐาน ขอมูลระหวาง หนวยงานเปน มาตรฐานเดียว กัน (Bigdata) มีระบบตรวจ วัดและเตือน ภัยครอบคลุม ลุมนํ้าหลัก มีศูนยขอมูล กลางท่ีครอบ คลุมลุมนํ้าหลัก มีศูนยขอมูลกลางครอบคลุมทุกจังหวัด ชุมชนมีระบบสารสนเทศดานทรัพยากร นํ้าของชุมชนใชงาน โดยใชขอมูลระดับ ชุมชนจากศูนยขอมูลระดับจังหวัด มีระบบบริหารจัดการทรัพยากรนํ้า (platform) เพ่ือใชในการบริหาร จัดการทรัพยากรนํ้าอยางบูรณาการ และมีธรรมาภิบาล สทนช. สทนช./วท./ ดศ./ทส./กษ./ มท. ทุกหนวยงาน ๖๔ กลยุทธ /แผนงาน ตัวชี้วัด เปาหมาย (ป) หนวยงาน ขับเคลื่อน หนวยงานปฏิบัติ 20 ป 61-65 66-70 71-80 หลัก สนับสนุน 5. การศึกษา วิจัย และพัฒนาการ จัดการทรัพยากรนํ้า ระดับความสําเร็จของการ จัดทํางานศึกษาวิจัย และ นวัตกรรมเพ่ือขับเคลื่อน การบริหารจัดการนํ้าของ ประเทศท่ีถูกนําไปใช ประโยชน มีงาน วิจัย ศึกษา พัฒนาเทคโนโลยีและ นวัตกรรมท่ีไดนํามา ประยุกตใชขับเคลื่อน การบริหารจัดการนํ้า ของประเทศ กําหนด ประเด็นและ จัดทําแผนงาน นําผลการวิจัย มาขยายผล ดําเนินการอยางตอเน่ือง สทนช. สทนช./ อุดมศึกษาวิจัย และ นวัตกรรม/วท. ทุกหนวยงาน 6. การประชาสัมพันธและการมสีวนรวม 1. เสริมสรางการรับรู และประชาสัมพันธ นโยบาย/แผนแมบท การบริหารจัดการ ทรัพยากรนํ้า จํานวนชองทางของการ ประชาสมัพันธ 1.โทรทัศน 2. วิทยุ 3. หนังสือพิมพ 4. สิ่งพิมพ 5. เว็ปไซต 6. เครือขายสงัคมออนไลน 7. ประชุม/สมัมนา 8. นิทรรศการ 9. กิจกรรม 10. สื่อบุคคล สรางการรับรูนโยบาย แผนแมบทการบริหาร จัดการทรัพยากรนํ้า ท้ัง 6 ดาน อันจะ นําไปสูความรวมมือใน การพัฒนาและบริหาร จัดการนํ้าของประเทศ ไมนอยกวา รอยละ 70 ของ ชองทางท้ังหมด ไมนอยกวารอยละ 90 ของชองทาง ท้ังหมด ประชาสมัพันธในทุก ชองทางท้ังหมด สทนช. สทนช./กรม ประชาสมัพันธ ทุกหนวยงาน รอยละของหนวยงานดาน นํ้าท่ีมีการประชาสัมพันธ แผนแมบทฯ ดําเนินการใหได รอยละ 70 ไมนอยกวารอยละ 90 ของ หนวยงานดานนํ้า ทุกหนวยงานดานนํ้า ทตองมีการประชา สัมพันธแผนแมบทฯ รอยละของการรับรูของ ประชาชนท่ีมีตอแผนแมบท การบริหารจัดการ ทรัพยากรนํ้า ไมนอยกวา รอยละ 60 ของ กลุมตัวอยาง ไมนอยกวารอยละ 70 ของกลุม ตัวอยาง ไมนอยกวารอยละ 80 ของกลุมตัวอยาง - 2. บูรณาการการมี สวนรวมในการ บริหารจดัการ ทรัพยากรนํ้า จํานวนเรื่อง/กิจกรรม จัดทํากรอบงานและ สนับสนุนการมสีวน รวมขององคกรผูใชนํ้า ในการใช จัดกิจกรรมการ มีสวนรวมใหแก ภาคสวนท่ี เก่ียวของ ดําเนินการ อยางตอเน่ือง ดําเนินการ อยางตอเน่ือง สทนช. สทนช. ทุกหนวยงาน ๖๕ กลยุทธ /แผนงาน ตัวชี้วัด เปาหมาย (ป) หนวยงาน ขับเคลื่อน หนวยงานปฏิบัติ 20 ป 61-65 66-70 71-80 หลัก สนับสนุน 3. ผลักดันใหเกิด กลไกขยายผล ความสําเร็จดานการ บริหารจดัการนํ้าใน ระดับชุมชน/ระดับ ทองถ่ิน (ประเด็นการ ปฏิรูปประเทศ) จํานวนหมูบานท่ีสามารถ บริหารจดัการทรัพยากรนํ้า ไดดวยตนเอง และสามารถ ขยายผลความสําเร็จไปยัง พ้ืนท่ีอ่ืน ชุมชนสามารถบริหาร จัดการทรัพยากรนํ้า ในพ้ืนท่ีไดดวยตนเอง ผานกระบวนการมี สวนรวมของทุกภาค สวน และเกิด เครือขายการบริหาร จัดการทรัพยากรนํ้า ชุมชน ตามแนว พระราชดําร ิชุมชนมี ความเปนอยูท่ีดี เกิด ความยั่งยืนในทุกมิติ (6,000 หมูบาน) 800 หมูบาน 2,200 หมูบาน 3,000 หมูบาน สทนช. สทนช./มท./ อปท. ทส./กษ./ สสน./สกว. /มูลนิธิปดทอง หลังพระฯ/ กองทัพบก* หมายเหตุ : * มูลนิธิอุทกพัฒนฯ สนับสนุนเชิงเทคนิคใหกองทัพบกและใชแบบอยางความสําเร็จของเครือขายจัดการน้ําชุมชน ตามแนวพระราชดําริของมูลนิธิอุทกพัฒนฯ ขยายผลตอไป ๖๖ แนวทางการขับเคล่ือน ๑. การจัดทําอนุบัญญัติท่ีเก่ียวของกับพระราชบัญญัตทรัพยากรน้ําและการจัดตั้งคณะกรรมการ ลุมน้ํา สํานักงานทรัพยากรน้ําแหงชาติเปนหนวยงานหลักในการดําเนินการและประสานงานในการขับเคลื่อนการ บริหารจัดการทรัพยากรน้ําในระดับประเทศและลุมน้ํา ๒. แผนแมบทการบริหารจัดการทรัพยากรน้ํา ๒๐ ป สํานักงานทรัพยากรน้าํแหงชาติดําเนินการ จัดทําและถายทอดเปาหมายลงสูการดําเนินงานระดับลุมน้ําและแผนปฏิบัติการ รวมถึงติดตาม ประเมินผลการ ดําเนินงานของแผนงานตามนโยบายและแผนแมบทเก่ียวกับการบริหารจัดการน้ําเสนอตอคณะกรรมการ ทรัพยากรน้ําแหงชาติโดยมีกลุมผูใชน้ําทําหนาท่ีขับเคลื่อนการดําเนินงานภายใตคณะกรรมการลุมน้ํา ๓. การศึกษา วิจัย และพัฒนายกระดับการบริหารจัดการทรัพยากรน้ําและทรัพยากรมนุษย สํานักงานทรัพยากรน้ําแหงชาติรวมกับกระทรวงศึกษาธิการและหนวยงานท่ีเก่ียวของกําหนดประเด็นงานวิจัย นวัตกรรมท่ีเปนชองวาง ภายในป พ.ศ. ๒๕๖๓ และขับเคลื่อนดวยการใชเทคโนโลย ีนวัตกรรม สนับสนุนการเพ่ิม มูลคาเพ่ิมของภาคการผลิตและบริการตอไป ๔. การพัฒนาระบบฐานขอมูลทรัพยากรน้ําและขอมูลอ่ืนท่ีเก่ียวของ สํานักงานทรัพยากรน้ําแหงชาติ กระทรวงดิจิทัลเพ่ือเศรษฐกิจและสังคม และกระทรวงวทิยาศาสตรและเทคโนโลยี ประสานงานรวมกับหนวยงาน ท่ีเก่ียวของในการพัฒนาและเชื่อมโยงระบบคลังขอมูลน้ําและระบบโทรมาตร สําหรับการเฝาระวังคุณภาพน้ํานั้น กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่ งแวดลอมเปนหนวยงานหลักในการดําเนินการในแมน้ํ าสายหลัก และแหลงน้ํานิ่งท่ีสําคัญ ๔.๖ การขับเคล่ือนการดําเนินงานตามแผนแมบทภายใตยุทธศาสตรชาติ การจัดทําแผนแมบทการบริหารจัดการทรัพยากรน้ํา ๒๐ ป (พ.ศ. ๒๕๖๑-๒๕๘๐) สอดคลองกับ ยุทธศาสตรชาติ ๒๐ ป (แผนระดับ ๑) ในดานท่ี ๕ ยุทธศาสตรดานการสรางการเติบโตบนคุณภาพท่ีเปนมิตรกับ สิ่งแวดลอม และแผนแมบทภายใตยุทธศาสตรชาติ (แผนระดับ ๒) ภายใตประเด็นท่ี ๑๙ การบริหารจัดการน้ํา ท้ังระบบ ซ่ึงมีเปาหมายในภาพรวม เพ่ือใหเกิดความม่ันคงและเกิดความสมดุลดานน้ํา ท้ังดานการจัดหา การใชและ การอนุรักษ รวมถึงการดูแลพิบัติภัยท้ังระบบ โดยกําหนดแนวทางการพัฒนาตามแผนยอย ๓ แผน คือ ๑. พัฒนาการจัดการน้ําเชิงลุมน้ําท้ังระบบเพ่ือเพ่ิมความม่ันคงดานน้ําของประเทศ ๒. เพ่ิมผลิตภาพของน้ําท้ังระบบ ในการใชน้ําอยางประหยัด รูคุณคา และสรางมูลคาเพ่ิมจากการ ใชน้ําใหทัดเทียมกับระดับสากล เพ่ือเพ่ิมประสิทธิภาพการบริหารจัดการน้ําและพัฒนาเศรษฐกิจ ๓. อนุรักษและฟนฟูแมน้ําลําคลองและแหลงน้ําธรรมชาติท่ัวประเทศ เพ่ือฟนฟูแมน้ําลําคลอง บนพ้ืนฐานของการรักษาสมดุลนิเวศ และไดมีการกําหนด แผนงานโครงการสําคัญท่ีสอดคลองกับประเด็นเรงดวน ๑๕ ประเด็น (Quick Win) ประเด็นท่ี ๔ บริหารจัดการน้ําและมลพิษ โดยในแผนงานจัดระบบการจัดการน้ําในภาวะวิกฤต ประกอบดวย ๒ โครงการ คือ ๑. โครงการบรรเทาภัยพิบัติทางน้ําแบบบูรณาการ ๒. โครงการพัฒนาระบบน้ําชุมชนเพ่ือเกษตรยังชีพนอกเขตชลประทานสูภัยแลง โดยแผนแมบทการบริหารจัดการทรัพยากรน้ํา ๒๐ ป (พ.ศ. ๒๕๖๑-๒๕๘๐) ไดกําหนดไว ๖ ดาน ท้ังนี้ การจัดทํา แผนแมบทการบริหารจัดการทรัพยากรน้ํา ไดปรับปรุงเปาหมาย และแนวทางการขับเคลื่อนใหสอดคลองกับ ยุทธศาสตรชาติ ๒๐ ป และแผนแมบทภายใตยุทธศาสตรชาติ โดยไดเพ่ิมเปาหมายในการควบคุมปริมาณการไหล ๖๗ ของน้ําเพ่ือรักษาสิ่งแวดลอม (แผนแมบทดานท่ี ๔) การยกระดับการจัดการน้ําใหมีความเชื่อมโยงกับการผลิต (แผนแมบทดานท่ี ๒) ภายใตแผนแมบทประเด็นท่ี ๑๙ การบริหารจัดการน้ําท้ังระบบพรอมท้ังยังมีเปาหมายบาง ประเด็นท่ีไมไดดําเนินการในแผนแมบทการบริหารจัดการทรัพยากรน้ําโดยตรง แตดําเนินการตามแผนแมบท ภายใตแผนยุทธศาสตรชาติในประเด็นอ่ืนๆ ประกอบดวย ๑. จัดทําแผนและดําเนินการปองกัน ฟนฟู รักษา รวมกับแผนรักษาเขตตนน้ํา ถูกขับเคลื่อนให ดําเนินการตามแผนแมบทภายใตยุทธศาสตรชาติ ประเด็นท่ี ๑๘ การสรางการเติบโตอยางยั่งยืน โดยหยุดยั้ง การบุกรุกทําลายพ้ืนท่ีปา ใหมีการบริหารจัดการเชิงพ้ืนท่ีและมีการบูรณาการทุกหนวยงานในการตรวจติดตาม เฝาระวังและปองกันการบุกรุกปา รวมถึงบริหารจัดการการใชประโยชนท่ีดินในพ้ืนท่ีปาบนพ้ืนฐานใหคนและชุมชน สามารถอยูรวมกับปาได ๒. การจัดการน้ําเสียภาคการเกษตร ดําเนินตามแผนแมบทภายใตยุทธศาสตรชาติ ประเด็นท่ี ๑๘ การสรางการเติบโตอยางยั่งยืน โดยจัดการมลพิษท่ีมีผลกระทบตอสิ่งแวดลอม และสารเคมีในภาคเกษตรท้ังระบบ ใหเปนไปตามมาตรฐานสากล ๓. การยกระดับผลิตภาพดานน้ํา ตองดําเนินการรวมกับแผนแมบทภายใตยุทธศาสตรชาติ ๓ ประเด็น ดังนี้ ๓.๑ ประเด็นท่ี ๓ ประเด็นการพัฒนาการเกษตรโดยสงเสริมการผลิตและแปรรูปสินคา เกษตรสรางมูลคา ๓.๒ ประเด็นท่ี ๔ อุตสาหกรรมและบริการแหงอนาคต โดยการเพ่ิมประสิทธิภาพ ผลิตภาพ การผลิต และขีดความสามารถในการแขงขันดวยเทคโนโลยีดิจิทัล ๓.๓ ประเด็นท่ี ๑๖ การพัฒนาความเสมอภาคและสงเสริมเศรษฐกิจฐานราก โดยการ เพ่ิมขีดความสามารถการผลิต และเปนผูประกอบการธุรกิจเกษตร การพัฒนาระบบตลาดสําหรับสินคาเกษตร เพ่ือลดชองวางของรายไดระหวางประชาชนและเพ่ิมรายไดของครัวเรือนในภาคเกษตรอยางยั่งยืน ๖๘ บทที่ ๕ แนวทางการขับเคลื่อนแผนแมบท ขอเสนอแนะ ๕.๑ การถายทอดแผนแมบทการบริหารจัดการทรัพยากรน้ําระดับชาติลงสูแผนแมบท/แผนปฏิบัติการระดับลุมน้ํา รัฐธรรมนูญแหงราชอาณาจักรไทยมาตรา ๖๕ กําหนดใหรัฐพึงจัดใหมียุทธศาสตรชาติเปนเปาหมาย การพัฒนาประเทศอยางยั่งยืนตามหลักธรรมาภิบาลเพ่ือใชเปนกรอบในการจัดทําแผนตางๆ ใหสอดคลองและ บูรณาการกัน โดยกําหนดยุทธศาสตรชาติ ๒๐ ป พ.ศ ๒๕๖๑-๒๕๘๐ ไวท้ังหมด ๖ ดาน ซ่ึงดานท่ีเก่ียวของกับ การบริหารจัดการทรัพยากรน้ํา คือ ดานท่ี ๕ ยุทธศาสตรชาติดานการสรางการเติบโตบนคุณภาพชีวิตท่ีเปนมิตร กับสิ่งแวดลอม ประกอบดวยแนวทางการพัฒนา ๖ ดาน มีดานท่ีเก่ียวของ ไดแก ๑) การสรางการเติบโตอยางยั่งยืนบนสังคมเศรษฐกิจสีเขียว ๑.๑ อนุรักษและฟนฟูแมน้ําลําคลองใหคลอบคลุมแมน้ําลําคลองท่ัวประเทศ ๒) พัฒนาความม่ันคงทางน้ํา พลังงาน และเกษตรท่ีเปนมิตรตอสิ่งแวดลอม ท่ีเก่ียวของ คือ ๒.๑ มีการพัฒนา จัดการน้ําเชิงลุมน้ําท้ังระบบ เพ่ือเพ่ิมความม่ันคงดานน้ําของประเทศ ๒.๒ เพ่ิมผลิตภาพของน้ําท้ังระบบในการใชน้ําอยางประหยัด รูคุณคา และสรางมูลคาเพ่ิมจาก การใชน้ําใหทัดเทียมระดับสากล ภายใตยุทธศาสตรชาติ ๒๐ ป ไดกําหนดแผนแมบทภายใตยุทธศาสตรชาติไวท้ังหมดจํานวน ๒๓ ประเด็นแผนแมบท ท่ีเก่ียวของกับการบริหารจัดการทรัพยากรน้ํา คือ ดานท่ี ๑๙ ประเด็นการบริหารจัดการน้ํา ท้ังระบบ พ.ศ ๒๕๖๑-๒๕๘๐ โดยกําหนดแนวทางการพัฒนาไว ๓ แผนยอย คือ ๑) แผนยอย พัฒนาการจดัการน้ําเชิงลุมน้ําท้ังระบบเพ่ือเพ่ิมความม่ันคงดานน้ําของประเทศ ๒) แผนยอย เพ่ิมผลิตภาพของน้ําท้ังระบบ ในการใชน้ําอยางประหยัด รู คุณคา และสรางมูลคาเพ่ิมจากการใชน้ําใหทัดเทียมกับระดับสากล ๓) แผนยอย อนุรักษและฟนฟูแมน้ําลําคลองและแหลงน้ําธรรมชาติท่ัวประเทศ แผนแมบทการบริหารจัดการทรัพยากรน้ํา ๒๐ ป (พ.ศ. ๒๕๖๑ –๒๕๘๐) ไดจัดทําใหสอดคลอง กับยุทธศาสตรชาติ ๒๐ ป พ.ศ. ๒๕๖๑ – ๒๕๘๐ และแผนแมบทภายใตยุทธศาสตรชาติ โดยสําหรับการขับเคลื่อน แผนแมบทการบริหารจัดการทรัพยากรน้ํา ๒๐ ป สูการปฏิบัติ (ตามรูปท่ี ๕-๑) สรุปไดดังนี้ ๑. คณะกรรมการทรัพยากรน้ําแหงชาติ (กนช.) โดยอนุกรรมการยุทธศาสตรการบริหารจัดการ ทรัพยากรน้ําซ่ึงสํานักงานทรัพยากรน้ําแหงชาติ (สทนช.) เปนเลขานุการนั้น จัดทําแผนแมบทการบริหารจัดการ ทรัพยากรน้ํา ๒๐ ป (พ.ศ. ๒๕๖๑ –๒๕๘๐) (๑) (มาตราท่ี ๑๗ ขอ (๑) พระราชบัญญัติทรัพยากรน้ํา พ.ศ. ๒๕๖๑) ให มีความสอดคลองและสนับสนุนเปาหมายแผนแมบทภายใตยุทธศาสตร ๒๐ ป พ.ศ. ๒๕๖๑ – ๒๕๘๐ โดยแผนแมบท ดังกลาว ประกอบดวย ๒๘ กลยุทธ ๕๔ แผนงาน ๖๙ รูปท่ี ๕-๑ ผังแสดงการขับเคล่ือนแผนแมบทการบริหารจัดการทรัพยากรน้ํา ๒๐ ป ๗. คณะรัฐมนตรี ๑. แผนแมบทน้ํา ๒๐ ป ๒๘ กลยุทธ ๕๔ แผนงาน สนับสนุนเปาหมาย/แผนแมบท ภายใตยุทธศาสตรชาต ิ ๖. คณะกรรมการ ทรัพยากรน้ําแหงชาติ แผนแมบทน้ํา ๒๐ ป แผนแมบทลุมน้าํ แผนบูรณาการงบประมาณ ประจาํป สทนช. และหนวยงาน ตามภารกิจแผนแมบทฯ กนช. โดยอนุกรรมการ ยุทธศาสตรการบริหาร จัดการทรัพยากรนํ้า (สทนช. เลขาฯ) ๕. คณะกรรมการลุมน้ํา แผนแมบทลุมนํ้า แผนบูรณาการงบประมาณ ประจําป ๒. แผนปฎิบัติตามภารกิจ (Functions) แผนปฎิบัติการตามภารกิจแผนแมบท แผนแมบทรายพ้ืนท่ีวิกฤต/โครงการสําคญั คณะกรรมการลุมนํ้า โดยเลขานุการ คณะกรรมการลุมนํ้า/ หนวยงาน/จังหวัด/ อปท./ผูมสีวนไดสวนเสีย เลขานุการ คณะกรรมการลุมนํ้า จัดทํา ถายทอดกลยุทธ/แผนงานลงสู แผนปฏิบัติและแผนแมบทรายพื้นที ่ เสนอ กนช. กนช. เห็นชอบ สทนช.วิเคราะห/กําหนดประเด็น และเปาหมายเบื้องตน วิเคราะหความเชื่อมโยงกับแผนกลุมจังหวัด/ จังหวัด/ทองถิ่น และสถานการณของพืน้ที ่ วิเคราะห/จัดลําดับความสําคัญ แผนแมบทลุมน้ํา จัดทํา เสนอ กนช. เห็นชอบ เสนอ ครม. (แผนแมบทน้ํา ๒๐ ป และ แผนบูรณาการงบประมาณประจําป) ครม. เห็นชอบ เสนอคณะกรรมการลุมน้ํา เห็นชอบ จัดทํา จัดทํา ๘. กระทรวงเจาสังกัด ๙. สํานักงบประมาณ คณะกรรมการลุมน้ํา เห็นชอบ ๓. แผนแมบทลุมน้ํา แผนปฎิบัติการตามภารกิจของหนวยงาน (สะทอนเปาหมายแผนแมบทรายลุมนํ้า) แผนปฏิบัติการระดับพ้ืนท่ี (สะทอนเปาหมายความตองการของพ้ืนท่ี ่ ๔.แผนปฏิบัติการประจําป ๗๐ ๒. สํานักงานทรัพยากรน้ําแหงชาติ (สทนช.) และหนวยงานถายทอดเปาหมายและกลยุทธแผนแมบท การบริหารจัดการทรัพยากรน้ํา ๒๐ ป (พ.ศ. ๒๕๖๑-๒๕๘๐) ไปสูการจัดทําแผนแมบทลุมน้ํา โดยพิจารณาแผนปฏิบัติ การตามภารกิจของหนวยงานภายใตแผนแมบทฯ ๒๐ ป และแผนแมบทรายพ้ืนท่ีวิกฤต (Area based) /โครงการสําคัญ (Project based) (๒) จําแนกรายลุมน้ํา เพ่ือใชเปนขอมูลใหกับคณะกรรมการลุมน้ําใชพิจารณาในการจัดทําแผนแมบทลุมน้ํา ๓. คณะกรรมการลุมน้ํา (โดยเลขานุการลุมน้ํา/หนวยงาน/จังหวัด/ผูมีสวนไดสวนเสีย) ทําหนาท่ีวิเคราะห ขอมูลแผนปฏิบัติการตามภารกิจ (แผนปฏิบัติการตามภารกิจของหนวยงานภายใตแผนแมบทฯ ๒๐ ป และแผนแมบท รายพ้ืนท่ีวิกฤต (Area based) /โครงการสําคัญ (Project based)) เชื่อมโยงกับความตองการในการพัฒนาของพ้ืนท่ีจาก แผนปฏิบัติการของพ้ืนท่ี (แผนปฏิบัติการของกลุมจังหวัด จังหวัด อปท. ทองถ่ิน) สถานการณของพ้ืนท่ีลุมน้ํา แผนหลัก การพัฒนาโครงการในลุมน้ํา และผลการวิเคราะหทางเลือกการบริหารจัดการน้ําของลุมน้ํา (การประเมินผลกระทบสิ่งแวดลอม เชิงกลยุทธ : Strategic Environmental Assessment (SEA)) เพ่ือวิเคราะหและจัดทําแผนแมบทลุมน้ํา (๓) ๔. เลขานุการคณะกรรมการลุมน้ําทําหนาท่ีในการวิเคราะหและจัดทําแผนปฏิบัติการประจําป (๔) ตามกรอบแผนงาน/โครงการท่ีจะระบุไวในแผนแมบทลุมน้ํา โดยเม่ือคณะกรรมการลุมน้ําพิจารณาใหความเห็นชอบ (๕) ตอแผนแมบทลุมน้ําและแผนบูรณาการงบประมาณประจําปเรียบรอยแลว จะไดเสนอใหคณะกรรมการทรัพยากรน้ําแหงชาติ (๖) ใหความเห็นชอบตอแผนแมบทลุมน้ําและแผนบูรณาการงบประมาณประจําปตอไป โดยในสวนแผนบูรณาการงบประมาณ ประจําปนั้น คณะกรรมการทรัพยากรน้ําแหงชาติจะตองเสนอคณะรัฐมนตรพิีจารณา (๗) ใหความเห็นชอบ (มาตราท่ี ๑๗ ขอ (๒) พระราชบัญญัติทรัพยากรน้ํา พ.ศ. ๒๕๖๑) และเม่ือแผนดังกลาวผานความเห็นชอบแลว (แผนแมบทลุมน้ํา โดยคณะกรรมการทรัพยากรน้ําแหงชาติ และแผนบูรณาการงบประมาณประจําป โดยคณะรัฐมนตร)ี การดําเนินการตาม แผนแมบทลุมน้ําสูการปฏิบัติ กระทรวงเจาสังกัด (๘) จะไดขอจัดสรรงบประมาณตอสํานักงบประมาณ (๙) ในการ ขับเคลื่อนแผนงาน/โครงการตามแผนแมบทลุมน้ําและแผนปฏิบัติการประจําปตอไป ท้ังนี้ จะมีการปรับปรุงการจัดทํางบประมาณรายป และปรับปรุงแผนแมบทการบริหารจัดการ ทรัพยากรน้ําทุก ๕ ป พรอมท้ังจะตองพัฒนาระบบการติดตามประเมินผลในทุกระดับ ตั้งแตการประเมินผลในระดับ โครงการ ระดับลุมน้ํา ระดับแผนแมบทและระดับยุทธศาสตรชาติ เพ่ือปรับปรุงแผนแมบทการบริหารจัดการทรัพยากรน้ํา ทุก ๕ ป ใหมีความสอดคลองกับบริบทและแนวทางการพัฒนาท่ีเปลี่ยนแปลง ๕.๒ การจัดสรรงบประมาณแบบบูรณาการ เพ่ือใหเกิดการบูรณาการหนวยงานท่ีเก่ียวของในการดําเนินการตามแผนแมบทการบริหาร จัดการทรัพยากรน้ํา อยางมีประสิทธิภาพ บรรลุตามวัตถุประสงค และเปาหมายท่ีกําหนด จําเปนตองมีการจัดสรร งบประมาณแบบบูรณาการตามกรอบนโยบาย ดังนี ้ ๑) คณะกรรมการทรัพยากรน้ําแหงชาติ (กนช.) จัดทํากรอบนโยบายการจัดทําแผนงาน งบประมาณ การบริหารจัดการทรัพยากรน้ําแบบบูรณาการ โดยกําหนดเปาหมาย ลําดับความสําคัญของกิจกรรม แผนงาน โครงการ และพ้ืนท่ีเปาหมาย รวมท้ังการรับฟงความคิดเห็นของประชาชน และกรรมการลุมน้ํา เพ่ือเปน กรอบแนวทางในการจัดทําแผนปฏิบัติการระดับจังหวัด ระดับลุมน้ํา และของหนวยงาน โดยมีหลักเกณฑ การจัดทําแผนปฏิบัติการ สอดคลองกับแผนแมบทการบริหารจัดการทรัพยากรน้ํา ๒๐ ป ดังนี้ ๗๑ แผนงานตามภารกิจพ้ืนฐาน (FUNCTION) แผนงานตามภารกิจยุทธศาสตร นโยบายเรงดวน แนวทางปฏิรูป ภาครัฐ งบประมาณบูรณาการ (AGENDA) แผนงานตามภารกิจพ้ืนท่ี ทองถิ่น ภูมิภาค จังหวัด กลุมจังหวัด (AREA) ลักษณะงาน ๑) กิจกรรมภารกิจพ้ืนฐาน/ ภารกิจหลัก/ภารกิจประจํา ของแตละหนวยงาน ๒) กิจกรรมท่ีดําเนินการ แลวเสร็จภายใน ๑ ป ๓) ไมมีผลเก่ียวเนื่องถึง หนวยงานอ่ืนๆ ๔) ดําเนินการในจุดดําเนินการ ท่ีไมสงผลตอพ้ืนท่ีดําเนินการอ่ืน ลักษณะงาน ๑) มีเปาหมายหลักในการขับเคลื่อน แผนแมบทการบริหารจัดการ ทรัพยากรน้ํา ๒) แผนงาน/โครงการสําคัญ ภายใตการกําหนดพ้ืนท่ีเปาหมาย เชิงยุทธศาสตร (AREA BASED) ๓) บูรณาการการดําเนินงานรวมกัน โดยสงผลเปาหมายรวมกันมากกวา ๑ หนวยงาน ๔) ผลงานจากการดําเนินงานของ โครงการเพ่ือแกปญหาทรัพยากรน้ํา เชิงพ้ืนท่ีอยางเปนระบบ ๕) เปนงานท่ีตองใชเทคนิคท่ีมี ความซับซอน หนวยงานท่ีมี ความชํานาญเฉพาะใหการสนับสนุน ลักษณะงาน ๑) โครงการดานน้ําขนาดเล็กท่ี ดําเนินการแกไขปญหาเฉพาะจุด แกไขปญหาพ้ืนท่ีระดับตําบล/ หมูบาน ๒) ดําเนินการแลวเสร็จ ภายใน ๑ ป ๓) แกไขปญหาตามความตองการ ในการแกไขปญหาเฉพาะท่ี ๔) ไมมีความยุงยากซับซอน เชิงวิชาการ ๕) อยูในภารกิจการถายโอน ใหแกองคกรปกครองสวนทองถ่ิน ตามขอพิจารณารวมกันระหวาง หนวยงานดําเนินงานและ คณะกรรมการกระจายอํานาจ* ตารางท่ี ๕-๑ หลักเกณฑการจดัทําแผนปฏิบัติการ สอดคลองกับแผนแมบทการบริหารจดัการทรัพยากรน้ํา ๒๐ ป ๒) สํานักงบประมาณ หารือกับสํานักงานทรัพยากรน้ําแหงชาติ (สทนช.) และหนวยงาน ท่ีเก่ียวของ บูรณาการสาระสําคัญ ของแผนแมบทการบริหารจัดการทรัพยากรน้ําและการจัดสรรงบประมาณ ท่ีสอดคลองกัน รวมท้ังแนวทางจัดทําแผนงานโครงการ เพ่ือเปนขอมูลประกอบการอนุมัติงบประมาณ ๓) สํานักงบประมาณและหนวยงานท่ีเก่ียวของรวมกันกําหนดแนวทาง สนับสนุน แผนพัฒนาจังหวัด กลุมจังหวัดและทองถ่ิน ตามแผนบริหารจัดการทรัพยากรน้ํา รวมท้ังการจัดสรรงบประมาณ รายกระทรวงและมิติพ้ืนท่ี โดยมีข้ันตอนในการเสนอแผนงานตามพระราชบัญญัติทรัพยากรน้ํา พ.ศ. ๒๕๖๑ ดังนี้ ๗๒ รูปท่ี ๕.๒ ข้ันตอนการเสนอแผนงานตามพระราชบัญญัติทรัพยากรน้ํา ป พ.ศ. ๒๕๖๑ ๕.๓ การเตรียมความพรอมในการขับเคล่ือน ๑) การเตรียมความพรอมในการขับเคลื่อนการแกไขปญหาอุทกภัยและภัยแลงเชิงพ้ืนท่ีอยางเปน ระบบ (Area Based) คณะกรรมการทรัพยากรน้ําแหงชาติไดมีมติในการประชุม ครั้งท่ี ๒/๒๕๖๐ วันท่ี ๙ สิงหาคม ๒๕๖๐ ในการจัดทําแผนท่ีเชิงพ้ืนท่ีเพ่ือปองกันอุทกภัยและภัยแลงใหมีประสิทธิภาพ ภายในป พ.ศ. ๒๕๖๑ และให สํานักงานทรัพยากรน้ําแหงชาติเปนหนวยงานบูรณาการในการดําเนินงาน ซ่ึงการจัดทําแผนแมบทการบริหาร จัดการทรัพยากรน้ํา ๒๐ ป ไดศึกษาแผนหลักรายพ้ืนท่ีวิกฤต (Area Based ๖๖ พ้ืนท่ี) เพ่ือกําหนดขนาดแผนงาน และโครงการท่ีเหมาะสมท่ีจะดําเนินการในแตละพ้ืนท่ี รวมถึงกําหนดโครงการสําคัญ/ขนาดใหญ (Flagships) ในระยะ ๕ ป ดําเนินการใหมีผลเปนรูปธรรม โดยการขับเคลื่อนโครงการภายใตแผนหลักรายพ้ืนท่ีวิกฤต (Area Based) มีแนวทางการดําเนินงาน ดังนี้ ๑.๑) โครงการบูรณาการการดําเนินงานหลายหนวยงาน เตรียมความพรอมชวงแรก โดยการจัดทําแผนหลัก (Master Plans) ในพ้ืนท่ีวิกฤต (Area based) หรือเพ่ีอกําหนดรายละเอียดการดําเนินการโครงการ กรอบระยะเวลา และการติดตามประเมินผล ภายใตบริบทบูรณาการท้ังเชิงพ้ืนท่ีและหนวยงาน โดยภายหลังจากการจัดทํา แผนหลัก หนวยงานท่ีเก่ียวของจะไดดําเนินการเตรียมความพรอมตอไป ๑.๒) สําหรับโครงการท่ีมีหนวยงานรับผิดชอบเพียงหนวยงานเดียวนั้น หนวยงาน สามารถเตรียมความพรอมโครงการโดยการจัดทํารายละเอียดของแผนงาน การศึกษาความเปนไปไดของโครงการ การประเมินความเหมาะสม และดําเนินการโครงการตามกรอบเวลาท่ีกําหนดไวในแผนแมบทการบริหารจัดการ ทรัพยากรน้ํา ๒๐ ป ๗๓ ๒) การเตรียมความพรอมในการขับเคลื่อนการบริหารจัดการทรัพยากรน้ํา รายแผนงาน (Project based) เพ่ือใหแผนแมบทการบริหารจัดการทรัพยากรน้ํา ๒๐ ป สามารถขับเคลื่อนไปสูการปฏิบัติไดอยางมี ประสิทธิภาพ เปนรูปธรรม การดําเนินการตามแผนงานขับเคลื่อนโดยมีหนวยงานหลักทําหนาท่ีในการประสานงานบูรณาการ การทํางานในสวนท่ีเก่ียวของ โดยมีรายละเอียด ดังนี้ ตารางท่ี ๕-๒ ประเด็นการขับเคล่ือน หนวยงานหลัก และหนวยงานสนับสนุน แผนแมบท หนวยงานอํานวยการ ขับเคล่ือน หนวยงานปฏิบัติ หลัก สนับสนุน ดานท่ี ๑ การจัดการน้ําอุปโภค บริโภค สทนช./มท. สถ./ทบ./กปน./กปภ./ทน./ อปท. ทบ./อน./สป.ทส./ทน./ นทพ./ชป./กปภ./ ทุกหนวยงาน/ ภาคเอกชน ดานท่ี ๒ การสรางความม่ันคงน้ํา ภาคการผลิต สทนช./กษ สทนช./ชป./ทน./พด./ทบ./ กรอ./กนอ./อปท./สปก./ กสก./กข./ฝล./อปท. มท./กษ/สถ./ทน./ ทบ./ กปร./ปภ/สปก./ สภาอุตสาหกรรม/ ทุกหนวยงาน ดานท่ี ๓ การจัดการน้ําทวม และอุทกภัย สทนช./มท. สทนช./ยผ./กทม./จท/ชป./ ทน./สถ./ปภ./อปท. จท./ทล./ทช./รฟท./ สถ./ปภ./ทน./กทม./ ชป./กองทัพบก/ปค./ ทธ./ยผ./สสน./สทอภ. ดานท่ี ๔ การจัดการคุณภาพน้ํา และอนุรักษทรัพยากรน้ํา สทนช./มท./ทส. สทนช./สถ./อจน./กทม./ กรอ./กฟผ./สป.ทส./มท./ ทด. ชป./พม./จท./คพ./ ทน./สมอ./อปท./สส./อปท. สผ./กปม./จท./ยผ./ ปม./ธร./ปศ. ดานท่ี ๕ การอนุรักษฟนฟูสภาพ ปาตนน้ําท่ีเสื่อมโทรมและปองกัน การพังทลายของดิน ทส. อส./ปม./พด. สผ./ภาคเอกชน ดานท่ี ๖ การบริหารจัดการ สทนช. สทนช./มท./ทส./กษ./วท./ ดศ./ อุดมศึกษาวิจัยและ นวัตกรรม/กรม ประชาสัมพันธ ทส./กษ./สสน./ ทุกหนวยงาน/ ภาคประชาชน หมายเหตุ มท. กระทรวงมหาดไทย/ ทส. กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดลอม/กษ. กระทรวงเกษตรและสหกรณ ดศ. กระทรวงดิจิทัลเพ่ือเศรษฐกิจและสังคม/ วท. กระทรวงวิทยาศาสตรและเทคโนโลยี ๗๔ ๓) การศึกษาวิจัยเพ่ือขับเคลื่อนแผนแมบท สถาบันการศึกษา รวมกันหนวยงานท่ีเก่ียวของดําเนินการศึกษา และวิจัย เพ่ือพัฒนา นวัตกรรม การบริหารทรัพยากรน้ํา โดยใชเทคโนโลยีสนับสนุนใหเกิดการขับเคลื่อนแผนแมบท สามารถบรรลุเปาหมายตาม ท่ีกําหนดไว เชน การศึกษาเพ่ือปรับโครงสรางองคบริหารจัดการน้ํา พ้ืนท่ีใชน้ํามากในภาคตะวันออก เปนตน ๕.๔ การติดตามประเมินผล แผนแมบทการบริหารจัดการทรัพยากรน้ํา ๒๐ ป (พ.ศ. ๒๕๖๑-๒๕๘๐) ไดถูกจัดทําใหสอดคลอง กับยุทธศาสตรชาติ ๒๐ ป (แผนระดับ ๑) ในดานท่ี ๕ ยุทธศาสตรดานการสรางการเติบโตบนคุณภาพท่ีเปนมิตร กับสิ่งแวดลอม และแผนแมบทภายใตยุทธศาสตรชาติ (แผนระดับ ๒) ภายใตประเด็นท่ี ๑๙ การบริหารจัดการน้ํา ท้ังระบบ และเพ่ือใหบรรลุเปาหมาย ผลผลิต/ผลลัพธ ตามกลยุทธ/แผนงานตามแมบทการบริหารจัดการ ทรัพยากรน้ํา ๒๐ ป (แผนระดับ ๓) จึงไดกําหนดแนวทางและตัวชี้วัดในการติดตามประเมินผลแผนแมบทการ บริหารจัดการทรัพยากรน้ํา ๒๐ ป (พ.ศ. ๒๕๖๑-๒๕๘๐) ดังนี้ ๑. การติดตามประเมินผลผลสัมฤทธิ์ (ผลผลิต/ผลลัพธ) กลยุทธและแผนงานภายใตแผนแมบท การบริหารจัดการทรัพยากรน้ํา ๒๐ ป (พ.ศ. ๒๕๖๑-๒๕๘๐) (๒๘ กลยุทธ ๕๔ แผนงาน) โดยเปนการติดตามประเมินผล การดําเนินงานผานตัวชี้วัด ๕๔ แผนงาน ภายใตกรอบแผนงบประมาณตาม (๑) ภารกิจพ้ืนฐาน (Function) (๒) ภารกิจ ยุทธศาสตร นโยบายเรงดวน แนวทางปฏิรูปภาครัฐ งบประมาณบูรณาการ (Agenda) (๓) ภารกิจพ้ืนท่ี ทองถ่ิน ภูมิภาค จังหวัด กลุมจังหวัด (Area) (๔) งบกลาง และ (๕) เงินกู จึงกําหนดใหมีระบบติดตามประเมินผลท่ีสะทอนการบรรลุ เปาหมายและตัวชี้วัดของแผนแมบทการบริหารจัดการทรัพยากรน้ํา ๒๐ ป (พ.ศ. ๒๕๖๑-๒๕๘๐) ในแตละดาน และทุกระดับ ดังนี้ ๑.๑ การติดตามในรูปแบบของการรายงาน ผานระบบสารสนเทศ เพ่ือทราบผลความกาวหนา การดําเนินงานเปรียบเทียบกับเปาหมายท่ีกําหนด ๑.๒ การประเมินผลการดําเนินงานและการประเมินดัชนีชี้วัดสากล เพ่ือทราบประสิทธิภาพ ประสิทธิผล ผลกระทบท่ีเกิดข้ึน ปญหาอุปสรรค และขอจํากัดในการดําเนินโครงการ และการขับเคลื่อนแผนแมบทฯ รวมท้ัง ขอเสนอแนะการปรับปรุงแผนแมบทฯ และกลไกการขับเคลื่อนของหนวยงาน ๑.๓ การติดตามโดยบุคคล หรือคณะกรรมการ เพ่ือใหมีการกํากับดูแลและหนวยงานขับเคลื่อน แผนแมบทฯ มีจุดมุงหมายในการดําเนินงานไปในทิศทางเดียวกัน ท้ังนี้ มีการติดตามประเมินผลท้ังกอนเริ่มโครงการ ระหวางดําเนินการ และหลังการดําเนินงาน เปนการติดตามประเมินผลท้ังระบบ ตั้งแตปจจัยนําเขา กระบวนการดําเนินการ ผลผลิต ผลลัพธ และผลกระทบ ตอการบรรลุเปาหมายตามแผนแมบทฯ ตั้งแตระดับชาติ ระดับประเด็นการพัฒนา ระดับหนวยงาน และระดับพ้ืนท่ี พรอมท้ังเปดโอกาสใหผูมีสวนไดสวนเสียเขามามีสวนรวมในการติดตาม ประเมินผล และจัดใหมีการรายงานการติดตาม ประเมินผลในการบรรลุเปาหมายตอสาธารณะ คณะกรรมการทรัพยากรน้ําแหงชาติ และคณะรัฐมนตรีเปนประจํา รวมท้ังการตรวจสอบโดยองคกรอิสระตองเปนไปเพ่ือสงเสริมการขับเคลื่อนแผนแมบทฯ ๗๕ ๒. การติดตามประเมินผลผลสัมฤทธิ์ (ผลผลิต/ผลลัพธ) ภาพรวม ๖ ดาน ภายใตแผนแมบทการ บริหารจัดการทรัพยากรน้ํา ๒๐ ป (พ.ศ. ๒๕๖๑-๒๕๘๐) เพ่ือติดตามผลการดําเนินการของแผนแมบทการบริหาร จัดการทรัพยากรน้ํา ๒๐ ป (พ.ศ. ๒๕๖๑-๒๕๘๐) ใหสอดคลองและเชื่อมโยงกับเปาหมายในระดับผลสัมฤทธิ์ (ผลผลิต และ ผลลัพธ) ของแผนแมบทภายใตยุทธศาสตรชาติ ประเด็นท่ี ๑๙ การบริหารจัดการน้ําท้ังระบบ สรุปรายละเอียด ตัวชี้วัดสําหรับการประเมินผลสัมฤทธิ์แผนแมบทการบริหารจัดการทรัพยากรน้ํา ๒๐ ป ในแตละดาน ตามตารางท่ี ๕-๓ ตารางท่ี ๕-๓ สรุปตัวช้ีวัดผลสัมฤทธิ์ภาพรวม ๖ ดานแผนแมบทการบริหารจัดการทรัพยากรน้ํา ๒๐ ป แผนแมบทฯ ผลสัมฤทธิ์ (Outcome) ตัวช้ีวัด (Indicators) ดานท่ี ๑ การจัดการน้ํา อุปโภคบริโภค ประชากรเขาถึงน้ําสะอาด ท้ังดานปริมาณและคุณภาพ ๑. สัดสวนการเขาถึงน้ําประปา จํานวนครัวเรือนท่ีเขาถึงน้ําประปา/จํานวนครัวเรือนท้ังหมด ๒. สัดสวนการเขาถึงน้ําประปาท่ีไดมาตรฐาน จํานวนครัวเรือนท่ีเขาถึงน้ําประปาท่ีไดมาตรฐาน/จํานวน ครัวเรือนท้ังหมด ๓. คุณภาพน้ําประปาจํานวนคนปวยจากโรคทางน้าํ/จํานวน ประชากรท่ีเขาถึงน้ําสะอาด ดานท่ี ๒ การสรางความ ม่ันคงของน้ํา ภาคการผลิต มีความม่ันคงของน้ํา ภาคการผลิต (เกษตร อุตสาหกรรม และบริการ) ๑. ความเครียดดานน้ํา (Water Stress) ภาคการเกษตร (พ้ืนท่ีนอกเขตชลประทานและ พ้ืนท่ีในเขตชลประทาน) ภาคอุตสาหกรรม และภาคบริการ : Water Demand/ Water Supply ๒. ผลิตภาพจากการใชน้ํา ภาคการเกษตร (พ้ืนท่ีนอกเขตชลประทานและ พ้ืนท่ีในเขตชลประทาน) ภาคอุตสาหกรรม และภาคบริการ : GDP/ลูกบาศกเมตร ๓. มูลคาความเสียหายทางเศรษฐกิจจากภัยแลงท่ีลดลง ดานท่ี ๓ การจัดการ น้ําทวมและ อุทกภัย ลดความเสียหาย จากภัยพิบัติดานน้ํา ๑. มูลคาความเสียหายทางเศรษฐกิจท่ีลดลง ตอรอบปการเกิดซํ้า ๒. สัดสวนผูเสียชีวิต/สูญหาย/ไดรับผลกระทบ จากภัยพิบัติทางน้ําตอประชากรรวมตอรอบปการเกิดซํ้า ดานท่ี ๔ การจัดการ คุณภาพน้ํา และอนุรักษ ทรัพยากรน้ํา แมน้ําลําคลองและแหลงน้ํา ธรรมชาติมีคุณภาพไดมาตรฐาน ตามประเภทการใชประโยชน ท่ีกําหนด ๑. สัดสวนน้ําเสียท่ีเขาระบบรวบรวมและบําบัด ตอปริมาณน้ําเสียท้ังหมด ๒. ดัชนีความสมบูรณของแมน้ํา River Health Index (Composite indicator แหลงน้ํานิ่งและแหลงน้ําไหล) ๗๖ แผนแมบทฯ ผลสัมฤทธิ์ (Outcome) ตัวช้ีวัด (Indicators) ดานท่ี ๕ การอนุรักษฟนฟู สภาพปาตนน้ําท่ี เส่ือมโทรมและ ปองกันการ พังทลายของดิน ปาตนน้ําไดรับการฟนฟู ทําให ปริมาณน้ําเพ่ิมข้ึน และลดการ พังทลายของดิน ๑. ปริมาณน้ําทาท่ีเปลี่ยนแปลง ๒. ปริมาณตะกอนในลําน้ําท่ีเปลี่ยนแปลง ดานท่ี ๖ การบริหาร จัดการ ธรรมาภิบาลในการบริหาร จัดการทรัพยากรน้ํา ๑. ดัชนีธรรมาภิบาลดานน้ํา Water Governance Index (Composite indicator) ๕.๕ ขอสรุปและขอเสนอแนะ เพ่ือใหแผนแมบทการบริหารจัดการทรัพยากรน้ํา ๒๐ ป สามารถดําเนินการไดอยางมีประสิทธิภาพตาม เปาหมายท่ีกําหนด มีขอเสนอแนะดังนี้ ๑) การขับเคลื่อนแผนแมบทไปสูการปฏิบัติ ในระดับชาติ คณะกรรมการทรัพยากรน้ําแหงชาติ (กนช.) และสํานักงานทรัพยากรน้ําแหงชาติ (สทนช.) ตองเปนหนวยงานหลักในการขับเคลื่อน กํากับ และประสาน การดําเนินการ ใหแผนแมบทการบริหารจัดการทรัพยากรน้ํา ไปสูการปฏิบัติในทุกรัฐบาล สวนในระดับภูมิภาค และพ้ืนท่ี คณะกรรมการลุมน้ํา ตองมีกระบวนการสรรหาท่ีเหมาะสม มีทุกภาคสวนเขามามีสวนรวมในการ เปนคณะกรรมการ เพ่ือสามารถแกไขปญหาในพ้ืนท่ี รวมกับหนวยงานราชการท่ีเก่ียวของไดอยางมีประสิทธิภาพ เชื่อมโยงสอดคลองกับ แผนแมบทการบริหารจัดการทรัพยากรน้ําระดับชาติ และระดับพ้ืนท่ี ๒) หนวยงานราชการท่ีเก่ียวของ ตองนําแผนแมบทการบริหารจัดการทรัพยากรน้ํา ๒๐ ป แปลงสู การปฏิบัติ ใหสอดคลองกับแผนงานระดับกระทรวง กรม ภูมิภาค จังหวัด และทองถ่ิน ๓) ในการดําเนินการตามแผนแมบทการบริหารจัดการทรัพยากรน้ํา ๒๐ ป ใหเนนการมีสวนรวม ของประชาชน และผูมีสวนไดสวนเสียในพ้ืนท่ี ๔) ควรศึกษาเตรียมความพรอมลวงหนา ในการผันน้ําจากภายนอก หรือลุมน้ําท่ีไหลออกตางประเทศ เนื่องจากเปนโครงการท่ีมีมูลคาการลงทุนสูงมาก และมีประโยชนในการเสริมสรางความม่ันคงของน้ําตนทุนในระยะยาว ๕) ในพ้ืนท่ีเกษตรอาศัยน้ําฝนนอกเขตชลประทาน ควรพัฒนาระบบน้ําบาดาลเพ่ือการเกษตร ในพ้ืนท่ี ซ่ึงมีศักยภาพเหมาะสม สวนพ้ืนท่ีอ่ืนๆ ใหจัดระบบอนุรักษดินและน้ํา เพ่ือเก็บกักและใชประโยชนจากน้ําฝนในพ้ืนท่ี ใหมากท่ีสุด มีความม่ันคงสามารถปลูกพืชไดอยางนอย ๑ ครั้งในฤดูฝน ๖) ควรเลือกชนิดพืชท่ีเหมาะสมกับพ้ืนท่ี ตามนโยบายการจัดการพ้ืนท่ีเกษตร (Zoning by Agri-map) ท้ังในเขตและนอกเขตชลประทาน เพ่ือลดความเสี่ยง และเพ่ิมประสิทธิภาพการผลิต ๗) ตองสรางกลไกเพ่ือใหมีการจัดสรรน้ําท่ีเปนธรรม ระหวางกิจกรรม หรือระดับลุมน้ําเพ่ือลด ขอขัดแยงในกรณีท่ีเกิดการขาดแคลนน้ํา หรือภาวะแลง ๗๗ ๘) ควรควบคุมการใชประโยชนท่ีดินในพ้ืนท่ีตนน้ํา หรือเขตท่ีมีความลาดชันสูง เพ่ือใหมีความสมดุล ของน้ําทา ท้ังในชวงฤดูฝน และฤดูแลง ๙) ควรจัดทําระบบฐานขอมูลสวนกลาง โดยบูรณาการขอมูลท่ีผานกระบวนการวิเคราะหจาก หนวยงานราชการเจาของขอมูล และมีการปรับปรุงขอมูลอยางตอเนื่อง สามารถแบงปน และนําขอมูลมาใชไดอยาง มีประสิทธิภาพ ๑๐) สรางระบบคาดการณภูมิอากาศท่ีแมนยํา ท้ังตําแหนง ระยะเวลา และการคาดการณระยะยาว รวมท้ัง การติดตั้งระบบเฝาระวังสถานการณตาง ๆในพ้ืนท่ีเสี่ยงภัย เพ่ือรองรับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ๑๑) การจัดการดานคุณภาพน้ํา ควรดําเนินการเชิงรุก โดยสงเสริมใหลดปริมาณน้ําเสีย และมีการ บําบัดน้ําเสียจากแหลงกําเนิด เชน บานเรือน อุตสาหกรรมขนาดเล็ก และพ้ืนท่ีเกษตร ๑๒) แผนแมบทการบริหารจัดการทรัพยากรน้ํา ๒๐ ป ตองมีการทบทวนสถานการณและแนวทาง การดําเนินงานทุก ๕ ป ตามระยะเวลาและสถานการณท่ีเปลี่ยนแปลงไป ๗๘ ภาคผนวก ๗๙ สรุปพ้ืนท่ีเปาหมายและแนวทางแกไขเชิงบูรณาการ (Area Based Approach) ๑. ความเปนมา ปญหาดานทรัพยากรน้ําโดยเฉพาะอุทกภัยและภัยแลง จัดเปนปญหาท่ีประเทศไทยประสบมา อยางชานาน แมจะมีการดําเนินการแกไขมาอยางตอเนื่องในทุกรัฐบาล แตดวยสภาพปจจัยตางๆ ท้ังปจจัย ธรรมชาติ สังคม เศรษฐกิจ รวมไปถึงปจจัยดานนโยบาย จึงทําใหการแกไขปญหามีประสิทธิภาพเพียงระดับหนึ่ง เทานั้น ดวยงบประมาณท่ีมีอยูจํากัด จึงจําเปนตองมีการพิจารณาการใชจายอยางเหมาะสม และจากสภาวะการณ ในปจจุบันท่ีเกิดการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศข้ึนท่ัวโลก จึงทําใหปญหาเรื่องอุทกภัย และภัยแลงไดทวีความรุนแรง และมีผลกระทบตอการใชชีวิตของประชาชนมากยิ่งข้ึน ถือเปนเรื่องเรงดวน ท่ีจะตองดําเนินการปองกันและแกไข ใหมีประสิทธิภาพ ตามมติท่ีประชุม คณะกรรมการทรัพยากรน้ําแหงชาติ เม่ือวันท่ี ๒ กุมภาพันธ ๒๕๖๑ ไดมอบหมาย สํานักงานทรัพยากรน้ําแหงชาติ (สทนช.) เปนหนวยงานหลักบูรณาการรวมกับหนวยงานท่ีเก่ียวของ จัดทําแผน แมบทการแกไขปญหาเชิงพ้ืนท่ี อยางเปนระบบ (พ.ศ.๒๕๖๑-๒๕๖๕) และสรางการรับรูกับทุกหนวยงานใหแลว เสร็จภายในป ๒๕๖๑ เพ่ือใหเกิดการขับเคลื่อนอยางเปนรูปธรรม สํานักงานทรัพยากรน้ําแหงชาติ เห็นถึงความจําเปนในการวิเคราะหแผนหลักการพัฒนาแหลงน้ํา เชิงพ้ืนท่ีอยางบูรณาการ จึงไดบรรจุโครงการศึกษาวิเคราะหพ้ืนท่ีสําคัญ มีปญหาดานน้ําและแนวทางแกไขเชิงบูรณาการ (Area Based) ในแผนการดําเนินการของสํานักงานทรัพยากรน้ําแหงชาติอยางเรงดวน ๒. ความหมายของ Area Based “พ้ืนท่ีท่ีประสบปญหาน้ําทวม/ภัยแลง ซํ้าซาก หรือปญหาอ่ืนๆ ของทรัพยากรน้ํา จําเปนตอง ไดรับการแกไขเชิงบูรณาการระหวางหนวยงานท่ีเก่ียวของ เพ่ือใหพ้ืนท่ีท่ีประสบปญหาและความรุนแรงท่ีเกิดข้ึน ลดนอยลง รวมถึงพ้ืนท่ีเศรษฐกิจพิเศษตามนโยบายของรัฐบาลและพ้ืนท่ีแหลงทองเท่ียวสําคัญ” ๓. ความจําเปนในการบริหารจัดการบน Area Based ๓.๑ แกไขปญหาเชิงพ้ืนท่ีโดยการบูรณาการการทํางานของหนวยงานเขาดวยกัน ชวยใหการใช จายงบประมาณมีประสิทธิภาพ ลดความซํ้าซอน สามารถกําหนดขนาดของการพัฒนาโครงการตางๆ ใหเหมาะสม ๓.๒ มีการจัดลําดับความสําคัญของพ้ืนท่ีเพ่ือแกไขปญหาอยางเปนรูปธรรมโดยใชมาตรการท่ีใช สิ่งกอสรางและไมใชสิ่งกอสรางรวมกัน ๓.๓ มีแนวทางและเปาหมายการแกไขปญหาท่ีชัดเจน สามารถติดตามและประเมินผลได ๘๐ ๔. ปจจัยท่ีนํามาพิจารณา Area Based ปจจัยนํามาเพ่ือพิจารณา พ้ืนท่ีเส่ียงอุทกภัยและภัยแลง ๔.๑ ขอมูลดาวเทียม สถิติการเกิดอุทกภัยยอนหลัง ลําดับตามความถ่ีการเกิด มาก > นอยสภาพการใชท่ีดิน ๔.๒ สภาพการใชท่ีดิน ผลกระทบทางเศรษฐกิจ ชุมชนเมือง > พ้ืนท่ีรกราง > พ้ืนท่ีเกษตร > เกิดอุทกภัย ยอนหลัง ๔.๓ ผลิตภัณฑมวลรวมจังหวัด (Gross Prpvincial Product, GPP) ลําดับตามมูลคา GPP มาก > นอย ๔.๔ พ้ืนท่ีนโยบายรัฐบาล ใหความสําคัญสูง ใหความสําคัญพ้ืนท่ีสอดคลองนโยบาย ๔.๕ ขาวการเกิด อุทกภัย น้ําหลาก บริเวณท่ีไมไดมีบันทึกในสถิติ ขาวการเกิดภัยพิบัติในพ้ืนท่ี นอกเหนือจากขอมูลสถิติ ๔.๖ รับฟงความคิดเห็นหนวยงานท่ีเก่ียวของในพ้ืนท่ี ขอมูลพ้ืนท่ี จากการวิเคราะหขางตน รับฟงความคิดเห็น ๕. ผลการศึกษา ผลการศึกษาไดพ้ืนท่ีเปาหมาย ๖๖ พ้ืนท่ี แบงตามภูมิภาคของประเทศประกอบดวย ภาคเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออก ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคใต จํานวน ๑๒ ๑๕ ๘ ๑๖ และ ๑๕ พ้ืนท่ีตามลําดับ สามารถแบงพ้ืนท่ีออกเปน ๒ ประเภท ไดแก พ้ืนท่ีประสบปญหาดานน้ํา ๓๔.๖๒ ลานไร และพ้ืนท่ีสนับสนุน การพัฒนา ๑๑.๒๙ ลานไร รวมมีพ้ืนท่ีเปาหมาย ๔๕.๙๑ ลานไร ๘๑ ตารางท่ี ๑ สรุปขอมูล Area Based ท่ัวประเทศ ๘๒ ตารางท่ี ๑ สรุปขอมูล Area Based ท่ัวประเทศ (ตอ) จากขอมูลขางตนสามารถแบงเปน ๒ ประเภท ไดแก ๑) พ้ืนท่ีประสบปญหาดานน้ํารวม ๓๔.๖๒ ลานไร ประกอบดวยพ้ืนท่ีเสี่ยงภัยน้ําทวมและภัยแลง ๒๕ พ้ืนท่ี รวม ๑๖.๕๑ ลานไร พ้ืนท่ีเสี่ยงภัยน้ําทวม ๑๘ พ้ืนท่ี รวม ๑๑.๒๔ ลานไร พ้ืนท่ีเสี่ยงภัยแลง ๘ พ้ืนท่ี รวม ๖.๘๗ ลานไร พ้ืนท่ีน้ําเค็มรุกล้ํา ๒ พ้ืนท่ี รวม ๐.๐๐๑ ลานไร ๒) สนับสนุนพ้ืนท่ีพัฒนา ๑๑.๒๙ ลานไร ประกอบดวย สนับสนุนเขตเศรษฐกิจพิเศษ ๑๐ พ้ืนท่ี รวม ๑๐.๕๕ ลานไร สนับสนุนการทองเท่ียว ๓ พ้ืนท่ี รวม ๐.๗๔ ลานไร ๘๓ รูปท่ี ๑ แผนท่ีพ้ืนท่ีประสบปญหาดานน้ําและพ้ืนท่ีพัฒนา

Water Resources Management Master Plan 2018-2037 · Nelum