Water Resources Management Master Plan 2018-2037
颁布于 2018 · 文本截至 2026-10-01
以研究形式发布的公开法律与官方指引,不构成法律、税务或金融建议。
研究内容本身以英文撰写。标题和标签已翻译,调查结果和引文未翻译。
关于这部法律
- 语言
- Thai
- 类型
- policy
- 组织
- Mekong River Commission (MRC)
- 国家
- 泰国
- 主题
- Water
- 关键词
- water resources management, policy/planning, sustainable development, hazards, flood, water shortage/drought, water supply, waterworks, freshwater pollution, pollution control
在哪里阅读
文本
所收录的法律原文,按条款排列。每个条款都有自己的链接。
(ราง) แผนแมบทการบริหารจัดการทรัพยากรน้ํา ๒0 ป (พ.ศ. 2561 - 2580) (ฉบับเสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณา) ค ำน ำ (ร่าง) แผนแม่บทการบริหารจัดการทรัพยากรน้้า ฉบับนี้ ด้าเนินการจัดท้าโดยคณะอนุกรรมการ ยุทธศาสตร์การบริหารจัดการทรัพยากรน้้า มีกรอบการด้าเนินงาน 20 ปี (พ.ศ. 2561 – 25680) และจัดท้าให้ สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี (พ.ศ. 2561-2580) (แผนระดับ 1) และแผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติ (แผนระดับ 2) ภายใต้ประเด็นที่ 19 การบริหารจัดการน้้าทั้งระบบ มีวัตถุประสงค์เพ่ือเป็นกรอบและแนวทางในการ พัฒนาการและเพ่ิมประสิทธิภาพการบริหารจัดการทรัพยากรน้้าของประเทศ โดยยึดหลักแนวทางตามหลักปรัชญา เศรษฐกิจพอเพียง ยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี และหลักการสร้างสมดุลระหว่างการอนุรักษ์ ฟ้ืนฟู และการใช้ประโยชน์ จากทรัพยากรน้้าอย่างยั่งยืน ในการจัดท้า (ร่าง) แผนแม่บทการบริหารจัดการทรัพยากรน้้า 20 ปี (พ.ศ. 2561-2580) ในครั้งนี้ ได้ทบทวนปรับปรุงยุทธศาสตร์การบริหารจัดการทรัพยากรน้้า 12 ปี ความเห็นจากผู้ทรงคุณวุฒิ ตลอดจนการบูรณาการ หน่วยงานด้านน้้าที่เกี่ยวข้อง และจัดเวทีรับฟังความคิดเห็นจากประชาชน น้ามาวิเคราะห์เพ่ือก้าหนดเป็นกลยุทธ์และ แผนงานภายใต้แผนแม่บทฯ ส้าหรับการแก้ไขปัญหาอย่างยั่งยืน สอดคล้องกับศักยภาพของลุ่มน้้า สภาพปัญหาและ ความต้องการของประชาชน โดยได้ก้าหนดวิสัยทัศน์การพัฒนาตามแผนแม่บทการบริหารจัดการทรัพยากรน้้า 20 ปี (พ.ศ. 2561-2580) ไว้ ดังนี้ “ทุกหมู่บ้านมีน ้าสะอาดอุปโภค บริโภค น ้าเพ่ือการผลิตมั่นคง ความเสียหายจาก อุทกภัยลดลง คุณภาพน ้าอยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน บริหารจัดการน ้าอย่างยั่งยืน ภายใต้การพัฒนาอย่างสมดุล โดยการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน” คณะอนุกรรมการยุทธศาสตร์การบริหารจัดการทรัพยากรน้้าหวังเป็นอย่างยิ่งว่า ภายใต้ ความร่วมมือของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการขับเคลื่อนแผนแม่บทการบริหารจัดการทรัพยากรน้้า 20 ปี (พ.ศ. 2561-2580) รวมถึงการบูรณาการท้างานร่วมกันของภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง จะช่วยสนับสนุนการแก้ไขปัญหา ด้านน้้าของประเทศ เพ่ิมประสิทธิภาพการบริหารจัดการ ส่งเสริมธรรมาภิบาล และท้าให้เกิดประโยชน์สุขต่อประชาชน บทสรุปผูบริหาร แผนแมบทการบริหารจัดการทรัพยากรน้ํา ๒๐ ป (พ.ศ.๒๕๖๑ – ๒๕๘๐) ๑.๑ ความเปนมา “น้ํา” เปนทรัพยากรท่ีมีคุณคาของโลก รวมถึงเปนปจจัยการผลิตท่ีสําคัญในระบบเศรษฐกิจ อยางไรก็ตาม จากการแปรปรวนของสภาพภูมิอากาศ เกิดภัยพิบัติทางธรรมชาติดานน้ําบอยครั้งและรุนแรงมากข้ึน พรอมท้ัง การเพ่ิมข้ึนของชุมชนเมือง การขยายตัวของเศรษฐกิจและอุตสาหกรรม สงผลใหเกิดภาวะการขาดแคลนน้ํา ภาวะน้ําทวม มลพิษทางน้ํา ดังนั้น เพ่ือใหการบริหารจัดการทรัพยากรน้ําของประเทศเปนไปอยางมีประสิทธิภาพ สอดคลองกับ ยุทธศาสตรชาติ ๒๐ ป (พ.ศ. ๒๕๖๑-๒๕๘๐) คณะกรรมการทรัพยากรน้ําแหงชาติ (กนช.) จึงแตงตั้งคณะอนุกรรมการ ยุทธศาสตรการบริหารจัดการทรัพยากรน้ํา เพ่ือปรับปรุงยุทธศาสตรการบริหารจัดการทรัพยากรน้ํา ๑๒ ป เปนแผน แมบทการบริหารจัดการทรัพยากรน้ํา ๒๐ ป (พ.ศ. ๒๕๖๑-๒๕๘๐) ใหมีความเหมาะสมสอดคลองและตอบสนอง เปาหมายตามยุทธศาสตรชาติ ๒๐ ป (พ.ศ. ๒๕๖๑-๒๕๘๐) (แผนระดับ ๑) และแผนแมบทภายใตยุทธศาสตรชาติ (แผนระดับ ๒) ภายใตประเด็นท่ี ๑๙ การบริหารจัดการน้ําท้ังระบบ ๑.๒ วัตถุประสงค ๑) เพ่ือเปนกรอบและแนวทางในการแกไขปญหาและพัฒนาทรัพยากรน้ําของประเทศ ท่ีมีผลกระทบ รุนแรงตอประชาชน สนับสนุนดานเศรษฐกิจและสังคม ท่ีตองเรงดําเนินการอยางตอเนื่อง (ป ๒๕๖๑-๒๕๘๐) สอดคลองกับแนวทางการพัฒนาและเปาหมายตามยุทธศาสตรชาติ ๒๐ ป (พ.ศ. ๒๕๖๑-๒๕๘๐) โดยระยะเวลา ๕ ปแรก (ป ๒๕๖๑-๒๕๖๕) ตองแกไขปญหาท่ีสําคัญไดอยางเปนรูปธรรม ๒) เพ่ือพัฒนาการจัดการน้ําเชิงลุมน้ําท้ังระบบ เพ่ิมความม่ันคงดานน้ําของประเทศ โดยจัดใหมี น้ําสะอาดใชทุกครัวเรือนในชุมชนชนบทและการเจริญเติบโตของเขตเมือง การปองกัน ฟนฟู รักษาเขตตนน้ํา สภาพสิ่งแวดลอม ลําน้ําและแหลงน้ําธรรมชาติ ๓) เพ่ือเพ่ิมผลิตภาพของน้ําท้ังระบบ โดยการจัดหาน้ําและใชน้ําอยางประหยัด รูคุณคา และ สรางมูลคาเพ่ิมจากการใชน้ําใหทัดเทียมระดับสากล รองรับการเติบโตของเศรษฐกิจและสังคมในอนาคต ท้ังภาค เกษตรกรรม อุตสาหกรรม บริการและพลังงาน ๔) เพ่ือจัดระบบการจัดการภัยพิบัติจากน้ําใหสามารถลดความสูญเสีย ลดความเสี่ยงจากภัยพิบัติ ท่ีเกิดจากน้ําตามหลักวิชาการ มีประสิทธิภาพ และแบงตามลักษณะของแตละลุมน้ํา พ้ืนท่ี ใหอยูในขอบเขต ท่ีควบคุมและใหสามารถฟนตัวไดในเวลาอันสั้น ๕) เพ่ือเพ่ิมประสิทธิภาพการบริหารจัดการ มีการจัดหาและใชน้ําท่ีสมดุล ทันสมัย ทันการณ และสรางความเปนธรรม ใชมาตรการท้ังทางโครงสราง กฎระเบียบ องคกรการจัดการ การจัดการขอมูล การเตือนภัย การวิจัยและพัฒนานวัตกรรม ใหสามารถขับเคลื่อนงานภายใตแผนแมบทดานน้ําและงานตามพระราชบัญญัติ ทรัพยากรน้ํา ๑.๓ วิสัยทัศน ไดกําหนดวิสัยทัศนการพัฒนาตามแผนแมบทการบริหารจัดการทรัพยากรน้ํา ๒๐ ป (พ.ศ. ๒๕๖๑ ๒๕๘๐) ไว ดังนี้ “ทุกหมูบานมีน้ําสะอาดอุปโภค บริโภค น้ําเพ่ือการผลิตม่ันคง ความเสียหายจากอุทกภัยลดลง คุณภาพน้ําอยู ในเกณฑมาตรฐาน บริหารจัดการน้ําอยางยั่งยืน ภายใตการพัฒนาอยางสมดุล โดยการ มีสวนรวมของทุกภาคสวน” ๑.๔ แผนแมบทการบริหารจัดการทรัพยากรน้ํา ๒๐ ป เพ่ือใหบรรลุตามวิสัยทัศนขางตน ไดกําหนด แผนแมบทการบริหารจัดการทรัพยากรน้ํา ๒๐ ป (พ.ศ. ๒๕๖๑-๒๕๘๐) ๖ ดาน คือ แผนแมบท เปาประสงค ดานท่ี ๑ การจัดการน้ํา อุปโภค บริโภค จัดหาน้ําสะอาดเพ่ือการอุปโภคบริโภคใหแกชุมชน ครบทุกหมูบานหรือทุกครัวเรือน ชุมชนเมือง แหลงทองเท่ียวสําคัญ และพ้ืนท่ีเศรษฐกิจพิเศษ รวมท้ังการจัดหาแหลง น้ําสํารองในพ้ืนท่ีซ่ึงขาดแคลนแหลงน้ําตนทุน พัฒนาน้ําดื่มใหไดมาตรฐาน ในราคา ท่ีเหมาะสม และการประหยัดน้ํา โดยลดการใชน้ําภาคครัวเรือน ภาคบริการ และ ภาคราชการ ดานท่ี ๒ การสราง ความม่ันคงของน้ํา ภาคการผลิต พัฒนาแหลงเก็บกักน้ําและระบบสงน้ําใหมใหเต็มศักยภาพ พรอมท้ังการจัดหาน้ํา ในพ้ืนท่ีเกษตรน้ําฝน เพ่ือขยายโอกาสจากศักยภาพโครงการขนาดเล็กและลด ความเสี่ยงในพ้ืนท่ีไมมีศักยภาพ ลดความเสี่ยง/ความเสียหายลง รอยละ ๕๐ รวมถึง การเพ่ิมผลิตภาพและปรับโครงสรางการใชน้ํา โดยดําเนินการรวมกับยุทธศาสตรชาติ ดานการสรางความสามารถในการแขงขันและดานการสรางโอกาสและความเสมอภาค ทางสังคมเพ่ือยกระดับผลิตภาพดานน้ําท้ังระบบ ดานท่ี ๓ การจัดการ น้ําทวมและอุทกภัย เพ่ิมประสิทธิภาพการระบายน้ํา การจัดระบบปองกันน้ําทวมชุมชนเมือง การจัดการ พ้ืนท่ีน้ําทวมและพ้ืนท่ีชะลอน้ํา รวมท้ังการบรรเทาอุทกภัยในเชิงพ้ืนท่ีอยางเปนระบบ ในระดับลุมน้ําและพ้ืนท่ีวิกฤต (Area based) ลุมน้ําขนาดใหญ ลุมน้ําสาขา/ลดความเสี่ยง และความรุนแรงลงไมนอยกวา รอยละ ๖๐ ดานท่ี ๔ การจัดการ คุณภาพน้ํา และอนุรักษ ทรัพยากรน้ํา พัฒนาและเพ่ิมประสิทธิภาพระบบรวบรวมและระบบบําบัดน้ําเสียรวมของชุมชน การนําน้ําเสียกลับมาใชใหม ปองกันและลดการเกิดน้ําเสียตนทาง การควบคุมปริมาณ การไหลของน้ําเพ่ือรักษาระบบนิเวศ พรอมท้ังพ้ืนฟูแมน้ํา ลําคลอง และแหลงน้ํา ธรรมชาติท่ีมีความสําคัญในทุกมิติ เพ่ือการอนุรกัษ ฟนฟูและใชประโยชนท่ัวประเทศ ดานท่ี ๕ การอนุรักษ ฟนฟูสภาพปาตนน้ํา ท่ีเส่ือมโทรม และ ปองกันการพังทลาย ของดิน อนุรักษ ฟนฟู พ้ืนท่ีปาตนน้ําท่ีเสื่อมโทรม การปองกัน และลดการชะลางพังทลาย ของดินในพ้ืนท่ีตนน้ําและพ้ืนท่ีลาดชัน ดานท่ี ๖ การบริหาร จัดการ จัดตั้งองคกรดานการบริหารจัดการทรัพยากรน้ํา (คณะกรรมการทรัพยากรน้ําแหงชาติ คณะกรรมการลุมน้ํา ฯลฯ) ปรับปรุงกฎหมายใหทันสมัย สงเสริมความรวมมือระหวาง ประเทศเชื่อมโยงประเด็นการพัฒนาและการหาแหลงเงินทุน พัฒนาระบบ ฐานขอมูลประกอบการตัดสินใจ (คลังน้ําชาติ) สนับสนุนองคกรลุมน้ํา สนับสนุนการ แลกเปลี่ยนขอมูลระหวางภาครัฐและเอกชน การบริหารจัดการชลประทาน การศึกษาวิจัย เตรียมความพรอม สงเสริมการประชาสัมพันธและการมีสวนรวม ของประชาชนและภาคสวนท่ีเก่ียวของ สรางจิตสํานึกในการอนุรักษทรัพยากรน้ํา พัฒนางานวิจัย นวัตกรรม และเทคโนโลยีสนับสนุนการสรางมูลคาเพ่ิมในภาค การบริการและการผลิต รวมถึงพัฒนารูปแบบเพ่ือยกระดับการจัดการน้ําในพ้ืนท่ี และลุมน้ํา (เชื่อมโยงการตลาด พลังงาน การผลิต และของเสีย) สารบัญ หนา คํานํา บทสรุปผูบริหาร บทท่ี 1 บทนํา 1.1 ความเปนมา 1 1.2 วัตถุประสงค 2 1.3 กรอบแนวคิดการดําเนินงาน 2 บทท่ี 2 การประเมินสถานการณท่ีเกี่ยวของกับการบริหารจัดการทรัพยากรน้ํา 2.1 สถานการณภายนอกท่ีสําคัญและผลกระทบตอการพัฒนาประเทศ ในระยะ 20 ป 3 2.2 ยุทธศาสตรชาติ 20 ป 3 2.2.1 วิสัยทัศนประเทศไทย 4 2.2.2 ประเด็นยุทธศาสตรชาติ 20 ป (พ.ศ. 2561-2580) 4 2.3 แผนการปฏิรูปประเทศ 11 ดาน 5 2.4 ทิศทางการพัฒนาภาคภายใตยุทธศาสตรชาติและกรอบการพัฒนาดานน้ํา 5 2.5 สถานการณและแนวโนมการเปลี่ยนแปลงของประเทศ ท่ีมีผลตอการบริหารจัดการทรัพยากรน้ํา 9 บทท่ี 3 สถานการณและปญหาดานทรัพยากรน้ําของประเทศ 3.1 ศักยภาพทรัพยากรน้ําในประเทศ 15 3.2 สภาพเศรษฐกิจและสังคม 18 3.3 การใชน้ําและการบริหารจัดการ 18 3.4 สภาพปญหาทรัพยากรน้ํา 21 บทท่ี 4 แผนแมบทการบริหารจัดการทรัพยากรน้ํา 20 ป (พ.ศ. 2561-2580) 4.1 ความเชื่อมโยงยุทธศาสตรชาติ 20 ป กับแผนแมบทการบริหารจัดการทรพัยากรน้ํา 20 ป 26 4.2 ความเชื่อมโยงแผนการปฏิรูปประเทศ 11 ดาน และแผนแมบทการบริหาร จัดการทรัพยากรน้ํา 20 ป 28 4.3 ความเชื่อมโยงเปาหมายการพัฒนาท่ียั่งยืน (SDGs) และแผนแมบทการบริหาร จัดการทรัพยากรน้ํา 20 ป 30 4.4 หลักการและแนวคิดในการปรับปรุงแผนแมบท 32 สารบัญ หนา บทท่ี 4 แผนแมบทการบริหารจัดการทรัพยากรน้ํา 20 ป (พ.ศ. 2561-2580) (ตอ) 4.5 แผนแมบทการบริหารจัดการทรัพยากรน้ํา 20 ป (พ.ศ. 2561 -2580) 32 4.5.1 วิสัยทัศน 32 4.5.2 เปาหมายในภาพรวมของแผนแมบทการบริหารจัดการทรัพยากรน้ํา 20 ป 32 4.5.3 ประเด็นความครอบคลุมในการวางแผนแมบทดานน้ําของประเทศ 33 4.5.4 แผนแมบทการบริหารจดัการทรัพยากรน้ํา 20 ป 34 ดานท่ี 1 การจัดการน้ําอุปโภค บริโภค 34 ดานท่ี 2 การสรางความม่ันคงของน้ําภาคการผลิต 39 ดานท่ี 3 การจัดการน้ําทวมและอุทกภัย 45 ดานท่ี 4 การจัดการคุณภาพน้ํา และอนุรักษทรัพยากรน้ํา 51 ดานท่ี 5 การอนุรักษฟนฟูสภาพปาตนน้ําท่ีเสื่อมโทรม และปองกันการพังทลายของดิน 57 ดานท่ี 6 การบริหารจัดการ 60 4.6 การขับเคลื่อนการดําเนินงานตามแผนแมบทภายใตยุทธศาสตรชาต ิ 66 บทท่ี 5 แนวทางการขับเคล่ือนแผนแมบท ขอเสนอแนะ 5.1 การถายทอดแผนแมบทการบริหารจัดการทรัพยากรน้ําระดับชาติลงสูแผนแมบท/ แผนปฏิบัติการระดับลุมน้ํา 68 5.2 การจัดสรรงบประมาณแบบบรูณาการ 70 5.3 การเตรียมความพรอมในการขับเคลื่อน 72 5.4 การติดตามประเมินผล 74 5.5 ขอสรุปและขอเสนอแนะ 76 ภาคผนวก สรุปพ้ืนท่ีเปาหมายและแนวทางแกไขเชิงบูรณาการ (Area Based Approach) 79 หนา รายการรูปภาพ รูปท่ี 3-1 แผนท่ีแสดงความเขมและการกระจายของฝน 16 รูปท่ี 3-2 แผนท่ีแสดงปริมาณและคุณภาพน้ําบาดาล 17 รูปท่ี 3-3 พ้ืนท่ีเสี่ยงภัยแลงซํ้าซาก 22 รูปท่ี 3-4 พ้ืนท่ีเสี่ยงภัยน้ําทวมซํ้าซาก 24 รูปท่ี 3-5 คุณภาพน้ําในแหลงน้ําสําคัญท่ัวประเทศ 25 รูปท่ี 5-1 ผังแสดงการขับเคลื่อนแผนแมบทการบริหารจัดการทรัยพากรน้ํา 20 ป 69 รูปท่ี 5-2 ข้ันตอนการเสนอแผนงานตามพระราชบัญญัติทรัพยากรน้ํา ป พ.ศ. 2561 72 รายการตาราง หนา ตารางท่ี 2-1 ทิศทางการพัฒนาภาคตามแผนพัฒนาฯ ฉบับท่ี 12 และแผนแมบทการบริหาร จัดการทรัพยากรน้ํา 6 ตารางท่ี 2-2 การเปลี่ยนแปลงดานเศรษฐกิจ สังคม และกระแสโลก ท่ีมีผลตอการบริหาร จัดการทรัพยากรน้ําของประเทศ 10 ตารางท่ี 2-3 การเปลี่ยนแปลงดานทรัพยากร และสถานการณของประเทศ ท่ีมีผลตอการบริหาร จัดการทรัพยากรน้ําของประเทศ 12 ตารางท่ี 4-1 ความเชื่อมโยงยทุธศาสตรชาติ 20 ป กับแผนแมบทการบริหารจัดการทรัพยากรน้ํา 20 ป 27 ตารางท่ี 4-2 ความเชื่อมโยงแผนการปฏิรูปประเทศ 11 ดาน และแผนแมบทการบริหารจัดการ ทรัพยากรน้ํา 20 ป 28 ตารางท่ี 4-3 ความเชื่อมโยงเปาหมายการพัฒนาท่ียั่งยืน และแผนแมบทการบริหารจัดการ ทรัพยากรน้ํา 20 ป 30 ตารางท่ี 4-4 เปาหมายตามแผนแมบทดานท่ี 1 การจัดการน้ําอุปโภคบริโภค 36 ตารางท่ี 4-5 เปาหมายตามแผนแมบทดานท่ี 2 การสรางความม่ันคงของน้ําภาคการผลิต 41 ตารางท่ี 4-6 เปาหมายตามแผนแมบทดานท่ี 3 การจัดการน้ําทวมและอุทกภัย 47 ตารางท่ี 4-7 เปาหมายตามแผนแมบทดานท่ี 4 การจัดการคุณภาพน้ําและอนุรักษทรัพยากรน้ํา 52 ตารางท่ี 4-8 เปาหมายตามแผนแมบทดานท่ี 5 การอนุรักษฟนฟูสภาพปาตนน้ําท่ีเสื่อมโทรม และปองกันการพังทลายของดิน 58 ตารางท่ี 4-9 แผนแมบทดานท่ี 6 การบริหารจัดการ 62 ตารางท่ี 5-1 หลักเกณฑการจัดทําแผนปฏิบัติการ สอดคลองกับแผนแมบทการบริหารจัดการทรัพยากรน้ํา 20 ป 71 ตารางท่ี 5-2 ประเด็นการขับเคลื่อน หนวยงานหลัก และหนวยงานสนับสนุน 73 ตารางท่ี ๕-๓ สรุปตัวชี้วัดผลสัมฤทธิ์ภาพรวม ๖ ดานแผนแมบทการบริหารจัดการทรัพยากรน้ํา ๒๐ ป 75 บทที่ ๑ บทนํา ๑.๑ ความเปนมา “น้ํา” เปนทรัพยากรที่มีคุณคาของโลก สิ่งมีชีวิตทุกชนิดตองอาศัยน้ําในการดํารงชีวิต น้ําเปนสวนประกอบที่สําคัญ โดยมีจํานวนมากถึง ๓ ใน ๔ สวนของพื้นโลก ถึงแมวาจะมีน้ําจํานวนมหาศาล แตการเพ่ิมข้ึนของประชากรและการขยายตัวทางเศรษฐกิจทําใหมีความตองการใชน้ํามากข้ึน ประกอบกับมีการบุกรุก ทําลายปาตนน้ํา สงผลตอการเปลี่ยนแปลงของสภาพแวดลอมและภูมิอากาศ เกิดปญหาภัยพิบัติทางธรรมชาติ บอยครั้งและรุนแรงมากข้ึนท้ังปญหาอุทกภัย ภัยแลง ดินโคลนถลม และการชะลางพังทลายของดิน รวมถึงการเพ่ิมข้ึน ของชุมชนเมือง และการขยายตัวของอุตสาหกรรม สงผลใหเกิดปญหาดานคุณภาพน้ําทวีความรุนแรงมากข้ึน ท่ีผานมารัฐบาลไดใหความสําคัญในการบริหารจัดการน้ํามาโดยตลอด โดยไดจัดสรรงบประมาณ จํานวนมากในการแกไขปญหาและจัดหาแหลงน้ําเพ่ิมเติม แตก็ไมสามารถแกไขปญหาไดอยางยั่งยืน เนื่องจากไมมี หนวยงานกลางในการประสานงาน กํากับดูแล เพ่ือใหเกิดการบูรณาการระหวางหนวยงานอยางแทจริง ผลการดําเนินงาน ชัดเจนในชวงท่ีผานมา ไดแก การจัดการเรื่องน้ําอุปโภคบริโภค ซ่ึงไดดําเนินการเกือบครบทุกหมูบาน รวมท้ังการจัดการ เพ่ือปองกันน้ําทวมและอุทกภัย ในสวนท่ียงัไมบรรลุตามเปาหมาย ไดแก การจัดการคุณภาพน้ํา และการอนุรักษฟนฟูปาตนน้ํา ท่ีเสื่อมโทรม และในป พ.ศ. ๒๕๕๘ ไดมีการแตงตั้งคณะกรรมการทรัพยากรน้ําแหงชาติ (กนช.) มีนายกรัฐมนตรีเปนประธาน เพ่ือทําหนาท่ีผลักดันและขับเคลื่อนยุทธศาสตรการบริหารจัดการทรัพยากรน้ําอยางมีเอกภาพเกิดการบูรณาการ ในทุกระดับ พรอมท้ังไดจัดตั้งสํานักงานทรัพยากรน้ําแหงชาติ โดยคําสั่งหัวหนาคณะรักษาความสงบแหงชาติท่ี ๔๖/๒๕๖๐ ลงวันท่ี ๒๕ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๖๐ ทําหนาท่ีในการบูรณาการขอมูลสารสนเทศ แผนงาน โครงการ งบประมาณ และติดตาม ประเมินผลการบริหารจัดการทรัพยากรน้ํา เพ่ือใหการบริหารจัดการทรัพยากรน้ําของประเทศเปนไปอยางมีประสิทธิภาพ ในป พ.ศ. ๒๕๕๘ ไดจัดทํา แผนยุทธศาสตรการบริหารจัดการทรัพยากรน้ํา ระยะเวลา ๑๒ ป (พ.ศ. ๒๕๕๘- ๒๕๖๙) แตเนื่องจากการเปลี่ยนแปลง ของสถานการณ สิ่งแวดลอม และปจจัยอ่ืนท่ีเก่ียวของ รัฐบาลจึงไดจัดทํายุทธศาสตรชาติ ๒๐ ป (พ.ศ. ๒๕๖๑ – ๒๕๘๐) และ แผนปฏิรูปประเทศ ๑๑ ดาน ประกอบกับการกําหนดเปาหมาย และตัวชี้วัด ในยุทธศาสตรการบริหารจัดการน้ํา ๑๒ ป บางสวนยังไมสามารถตอบสนองยุทธศาสตรชาติไดครบทุกประเด็น ดังนั้นคณะกรรมการทรัพยากรน้ําแหงชาติ (กนช.) จึงแตงตั้งคณะอนุกรรมการยุทธศาสตรการบริหารจัดการทรัพยากรน้ํา เพ่ือดําเนินการปรับปรุงเปนแผนแมบทการบริหารจัดการ ทรัพยากรน้ํา ๒๐ ป (พ.ศ. ๒๕๖๑-๒๕๘๐) ใหสอดคลองกับยุทธศาสตรชาติ ๒๐ ป และแผนแมบทภายใตยุทธศาสตรชาติ รวมถึงแผนพัฒนาอ่ืน ๆท่ีเก่ียวของ โดยรูปแบบการปรับปรุงยังคงยึดประเด็นยุทธศาสตรท้ัง ๖ ดาน ไว แตเพ่ิมเติมแผนงานหลัก และแผนงานรอง เชน การพัฒนาน้ําดื่มใหไดมาตรฐานและราคาท่ีเหมาะสม การเพ่ิมผลิตภาพการใชน้ํา (Productivity) การเพ่ิมประสิทธิภาพการระบายน้ํา การบรรเทาอุทกภัยระดับลุมน้ํา การฟนฟูแมน้ําลําคลอง การปองกันและลด การชะลางพังทลายของดินในพ้ืนท่ีปาตนน้ําและการทําผังการใชประโยชนลุมน้ํา เปนตน ๒ ๑.๒ วัตถุประสงค ๑) เพ่ือเปนกรอบและแนวทางในการแกไขปญหาและพัฒนาทรัพยากรน้ําของประเทศ ท่ีมีผลกระทบ รุนแรงตอประชาชน สนับสนุนดานเศรษฐกิจและสังคม ท่ีตองเรงดําเนินการอยางตอเนื่อง (ป ๒๕๖๑-๒๕๘๐) สอดคลองกับแนวทางการพัฒนาและเปาหมายตามยุทธศาสตรชาติ ๒๐ ป (พ.ศ. ๒๕๖๑-๒๕๘๐) โดยระยะเวลา ๕ ปแรก (ป ๒๕๖๑-๒๕๖๕) ตองแกไขปญหาท่ีสําคัญไดอยางเปนรูปธรรม ๒) เพ่ือพัฒนาการจัดการน้ําเชิงลุมน้ําท้ังระบบ เพ่ือเพ่ิมความม่ันคงดานน้ําของประเทศ โดยจัด ใหมีน้ําสะอาดใชทุกครัวเรือนในชุมชนชนบทและการเจริญเติบโตของเขตเมือง การปองกัน ฟนฟู รักษาเขตตนน้ํา สภาพสิ่งแวดลอม ลําน้ําและแหลงน้ําธรรมชาติ ๓) เพ่ือเพ่ิมผลิตภาพของน้ําท้ังระบบ โดยการจัดหาน้ําและใชน้ําอยางประหยัด รูคุณคา และสราง มูลคาเพ่ิมจากการใชน้ําใหทัดเทียมระดับสากล รองรับการเติบโตของเศรษฐกิจและสังคมในอนาคต ท้ังภาคเกษตรกรรม อุตสาหกรรม บริการและพลังงาน ๔) เพ่ือจัดระบบการจัดการภัยพิบัติจากน้ําใหสามารถลดความสูญเสีย ลดความเสี่ยงจากภัยพิบัติ ท่ีเกิดจากน้ําตามหลักวิชาการ มีประสิทธิภาพ และแบงตามลักษณะของแตละลุมน้ํา พ้ืนท่ี ใหอยูในขอบเขต ท่ีควบคุมและใหสามารถฟนตัวไดในเวลาอันสั้น ๕) เพ่ือเพ่ิมประสิทธิภาพการบริหารจัดการ มีการจัดหาและใชน้ําท่ีสมดุล ทันสมัย ทันการณ และสรางความเปนธรรม ใชมาตรการท้ังทางโครงสราง กฎระเบียบ องคกรการจัดการ การจัดการขอมูล การเตือนภัย การวิจัยและพัฒนานวัตกรรม ใหสามารถขับเคลื่อนงานภายใตแผนแมบทดานน้ําและงานตามพระราชบัญญัติ ทรัพยากรน้ํา ๑.๓ กรอบแนวคิดการดําเนนิงาน ๑) ยึดแนวทางตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง คือความพอประมาณ ความมีเหตุผล ความมีภูมิคุมกันท่ีดี ภายใตเง่ือนไขความรูและเง่ือนไขคุณธรรม ๒) ยึดยุทธศาสตรชาติระยะ ๒๐ ป (พ.ศ. ๒๕๖๑-๒๕๘๐) “ยุทธศาสตรท่ี ๕ ยุทธศาสตรดานการสราง การเติบโตบนคุณภาพชีวิตท่ีเปนมิตรตอส่ิงแวดลอม” ในประเด็นหลักท่ี ๕.๑ “สรางการเติบโตอยางยั่งยืนบน สังคมเศรษฐกิจสีเขียว ในเรื่อง “การอนุรักษฟนฟูแมน้ําลําคลองและแหลงน้ําธรรมชาติท่ัวประเทศ” และ ประเด็นหลักท่ี ๕.๕ พัฒนาความม่ันคงน้ํา พลังงาน และเกษตร ท่ีเปนมิตรตอสิ่งแวดลอม ในเรื่อง “พัฒนาการ จัดการน้ําเชิงลุมน้ําท้ังระบบ เพ่ือเพ่ิมความม่ันคงดานน้ําของประเทศ” และเรื่อง “เพ่ิมผลิตภาพของน้ําท้ังระบบ ในการใชน้ําอยางประหยัด รูคุณคา และสรางมูลคาเพ่ิมจากการใชน้ําใหทัดเทียมกับระดับสากล” ๓) ยึดหลักการสรางความสมดุลระหวางการอนุรักษ ฟนฟู และการพัฒนาแหลงน้ํารวมถึงการใช ประโยชนทรัพยากรน้ํา เพ่ือตอบสนองปญหาความตองการในทุกดานอยางยั่งยืน โดยการจัดหาแหลงเก็บกักน้ํา ตองพิจารณาการจัดลําดับความสําคัญท่ีตอบสนองตอเปาหมาย ทิศทางการพัฒนาของประเทศในแตละดาน ในภาพรวม และแนวโนมการพัฒนาในอนาคต รวมท้ังการใหความสําคัญกับทุกภาคการใชน้ํา ในดานน้ําเพ่ือการ อุปโภคบริโภค การผลิต (เกษตรและอุตสาหกรรม) และเพ่ือรักษาระบบนิเวศ ๓ บทที่ ๒ การประเมินสถานการณที่เกี่ยวของกับการบริหารจัดการทรัพยากรน้ํา ๒.๑ สถานการณภายนอกท่ีสําคัญและผลกระทบตอการพัฒนาประเทศ ในระยะ ๒๐ ป ๒.๑.๑ เปาเหมายการพัฒนาท่ียั่งยืน ค.ศ. ๒๐๓๐ (Sustainable Development Goals: SDGs) เปนเปาหมายการพัฒนาระดับนานาชาติ ซ่ึงประเทศสมาชิกสหประชาชาติไดรวมกันรับรอง ตามวาระการพัฒนาท่ียั่งยืน ค.ศ. ๒๐๓๐ เปนเปาหมายท่ีกําหนดทิศทางการพัฒนาในชวงระยะเวลา ๑๕ ป (พ.ศ.๒๕๕๘-๒๕๗๓) ประกอบดวย ๑๗ เปาหมาย ซ่ึงเปาหมายการพัฒนาท่ียั่งยืนจะมีสวนสําคัญในการกําหนดทิศทางการพัฒนาประเทศไทยในอนาคต โดยเฉพาะ เปาหมายท่ี ๖ การเขาถึงการใชน้ําสะอาดและสุขาภิบาลท่ีดี ปญหาการขาดแคลนน้ําสะอาด เปาหมายท่ี ๑๒ มีการบริโภคและ การผลิตท่ียั่งยืนเปนมิตรกับสิ่งแวดลอม และเปาหมายท่ี ๑๓ การรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ๒.๑.๒ กระแสโลกาภิวัตน จะทวีความเขมขนข้ึนอยางตอเนื่อง มีการเคลื่อนยายอยางเสรีและ รวดเร็วของผูคน เงินทุน ขอมูลขาวสาร องคความรู เทคโนโลยี สินคาและบริการ การรวมกลุมเศรษฐกิจในภูมิภาค จะนําไปสูการเชื่อมโยงทุกระบบ ในขณะท่ีศูนยรวมอํานาจทางเศรษฐกิจโลก จะเคลื่อนยายมาสูทวีปเอเชีย ทําให มีการเติบโตดานเศรษฐกิจในภูมิภาคเอเชียสูง มีผลตอโครงสรางภาคอุตสาหกรรม การคาและบริการ รวมท้ังการเคลื่อนยาย ประชากรจากชนบทเขาสูเมืองมากข้ึน มีการเปลี่ยนแปลงรูปแบบการใชน้ํา จากความจําเปนพ้ืนฐานไปสู การเพ่ิมคุณภาพชีวิต ๒.๑.๓ การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ทําใหเกิดภัยธรรมชาติถ่ีและรุนแรงมากข้ึน สงผลตอ การผลิตในภาคการเกษตร ความม่ันคงดานน้ําและอาหาร เกิดความเสียหายทางเศรษฐกิจอยางรุนแรง สําหรับ ประเทศไทยความผันผวนและความเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ สงผลตอเนื่องไปถึงการผลิตและการสงออก สินคาเกษตรและอาหาร ซ่ึงเปนแหลงรายไดสําคัญของประเทศและอาจกอใหเกิดความไมม่ันคงดานอาหาร ท้ังระดับประเทศและระดับครัวเรือน ประเด็นการปลอยกาซเรือนกระจก อาจถูกใชเปนเง่ือนไขสําหรับกําหนด มาตรฐานสินคาในการคาระหวางประเทศ ซ่ึงอาจสงผลกระทบตอภาคการสงออกของไทย แตก็อาจสรางโอกาส ใหธุรกิจใหมดานสิ่งแวดลอม เชน ผลิตภัณฑและบริการท่ีเปนมิตรกับสิ่งแวดลอม การเพ่ิมประสิทธิภาพ การลดของเสีย เปนตน ๒.๒ ยุทธศาสตรชาติ ๒๐ ป รัฐธรรมนูญแหงราชอาณาจักรไทย พ.ศ. ๒๕๖๐ มาตรา ๖๕ กําหนดใหรัฐบาลตองจัดทําแผน ยุทธศาสตรชาติ ๒๐ ป เพ่ือเปนเปาหมายการพัฒนาประเทศอยางยั่งยืนในระยะยาว ตามหลักการธรรมาภิบาล เพ่ือใชเปนกรอบในการจัดทําแผนตางๆ ใหสอดคลองและบูรณาการกันใหบรรลุเปาหมายในระยะเวลาท่ีกําหนด โดยภายใตเง่ือนไขการเปลี่ยนแปลงของจํานวนประชากร โครงสรางทางเศรษฐกิจ สภาพสังคม และสิ่งแวดลอม สงผลให ประเทศจําเปนตองกําหนดวิสัยทัศนระยะยาว พรอมท้ังแนวทางยุทศาสตรหลักในการดําเนินการ โดยไดกําหนด วิสัยทัศนประเทศและประเด็นยุทธศาสตรชาติ ๒๐ ป (พ.ศ. ๒๕๖๑-๒๕๘๐) ดังนี้ ๔ ๒.๒.๑ วิสัยทัศนประเทศ “ประเทศมีความม่ันคง ม่ังคั่ง ย่ังยืน เปนประเทศพัฒนาแลว ดวยการพัฒนาตามหลัก ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง” ไดแก การมีเอกราช อธิปไตย และบูรณภาพแหง เขตอํานาจรัฐ การดํารงอยูอยางม่ันคง ยั่งยืน ของสถาบันหลักของชาติ การดํารงอยูอยางม่ันคงของชาติและประชาชน จากภัยคุกคามทุกรูปแบบ การอยูรวมกัน ในชาติอยางสันติสุขเปนปกแผน มีความม่ันคงทางสังคมทามกลางพหุสังคม และการมีเกียรติและศักดิ์ศรีของ ความเปนมนุษย ความเจริญเติบโตของชาติ ความเปนธรรมและความอยูดีมีสุขของประชาชน ความยั่งยืนของฐาน ทรัพยากรธรรมชาติสิ่งแวดลอม ความม่ันคงทางพลังงานและอาหารความสามารถในการรักษาผลประโยชนของชาติ ภายใตการเปลี่ยนแปลงของสภาวะแวดลอมระหวางประเทศ และการอยูรวมกันอยางสันติ ประสานสอดคลองกัน ดานความม่ันคงในประชาคมอาเซียนและประชาคมโลก อยางมีเกียรติและศักดิ์ศรี ๒.๒.๒ ประเด็นยุทธศาสตรชาติ ๒๐ ป (พ.ศ. ๒๕๖๑-๒๕๘๐) ประกอบดวย ๖ ยุทธศาสตร ไดแก ยุทธศาสตรท่ี ๑ ยุทธศาสตรชาติดานความม่ันคง เปาหมายการพัฒนา คือ ประเทศชาติม่ันคง ประชาชนมีความสุข เนนการบริหารจัดการสภาวะ แวดลอมของประเทศใหมีความม่ันคง ปลอดภัย เอกราช อธิปไตย และมีความสงบเรียบรอยในทุกระดับ มุงเนน การพัฒนาคน เทคโนโลยี และระบบฐานขอมูลขนาดใหญ ใชกลไกการแกไขปญหาแบบบูรณาการ บนพ้ืนฐานของ หลักธรรมาภิบาล ยุทธศาสตรท่ี ๒ ยุทธศาสตรชาติดานการสรางความสามารถในการแขงขัน เปาหมายการพัฒนา คือ การยกระดับศักยภาพของประเทศในหลากหลายมิติ บนพ้ืนฐานแนวคิด (๑) การตอยอดอดีต โดยมองกลับไปยังรากเหงา จุดเดน และความไดเปรียบของประเทศ นํามาประยุกตผสมผสาน กับเทคโนโลยีและนวัตกรรม (๒) ปรับปจจุบัน เพ่ือปูทางสูอนาคต ผานการพัฒนาโครงสรางพ้ืนฐานของประเทศ (๓) สรางคุณคาใหมในอนาคต โดยเพ่ิมศักยภาพของผูประกอบการ พัฒนาคนรุนใหม และปรับรูปแบบธุรกิจ เพ่ือตอบสนอง ความตองการของตลาด ยุทธศาสตรท่ี ๓ ยุทธศาสตรชาติดานการพัฒนาและเสริมสรางศักยภาพทรัพยากรมนุษย เปาหมายการพัฒนา คือ พัฒนาคนในทุกมิติและทุกชวงวัยใหเปนคนดี เกง และมีคุณภาพ มีความพรอมท้ังกาย ใจ สติปญญา มีทักษะท่ีจําเปนในศตวรรษท่ี ๒๑ สูการเปนคนไทยท่ีมีทักษะสูง เปนนวัตกรรม นักคิด ผูประกอบการ เกษตรกรยุคใหม และอ่ืนๆ โดยมีอาชีพตามความถนัดของตน ยุทธศาสตรท่ี ๔ ยุทธศาสตรชาติดานการสรางโอกาสและความเสมอภาคทางสังคม เปาหมายการพัฒนา คือ การดึงเอาพลังของภาคสวนตางๆ มารวมขับเคลื่อน โดยการสนับสนุน การรวมตัวของประชาชนในการรวมคิด รวมทํา เพ่ือสวนรวม การกระจายอํานาจและความรับผิดชอบ ไปสูกลไก การบริหารราชการแผนดินในระดับทองถ่ิน การเสริมสรางความเขมแข็งของชุมชน โดยรัฐใหหลักประกันการเขาถึง บริการและสวัสดิการท่ีมีคุณภาพ อยางเปนธรรม และยั่งยืน ๕ ยุทธศาสตรท่ี ๕ ยุทธศาสตรชาติดานการสรางการเติบโตบนคณุภาพชีวิตท่ีเปนมิตรกับส่ิงแวดลอม เปาหมายการพัฒนา คือ การพัฒนาท่ียั่งยืนในทุกมิติ และความเปนหุนสวนความรวมมือระหวาง กันอยางบูรณาการ บนพ้ืนฐานการเติบโตรวมกัน มีการสรางสมดุลท้ังดานเศรษฐกิจ สิ่งแวดลอม และคุณภาพชีวิต เพ่ือนําไปสูความยั่งยืนเพ่ือคนรุนตอไปอยางแทจริง ยุทธศาสตรท่ี ๖ ยุทธศาสตรชาติดานการปรับสมดุลและพัฒนาระบบการบริหารจัดการภาครัฐ เปาหมายการพัฒนา คือ การปรับเปลี่ยนภาครัฐท่ียึดหลัก ภาครัฐของประชาชน เพ่ือประชาชน และประโยชนสวนรวม โดยภาครัฐตองมีขนาดท่ีเหมาะสมกับบทบาทภารกิจ แยกแยะบทบาทหนวยงานของรัฐ ยึดหลักธรรมาภิบาล ปรับวัฒนธรรมการทํางานใหมุงผลสัมฤทธิ์และผลประโยชนสวนรวม มีความทันสมัย และ พรอมท่ีจะปรับตัวใหทันตอการเปลี่ยนแปลง การนํานวัตกรรม เทคโนโลยีขอมูลขนาดใหญ รวมถึงการนําระบบการ ทํางานท่ีเปนดิจิทัลเขามาประยุกตใชอยางคุมคาและปฏิบัติงานเทียบไดกับมาตรฐานสากล นอกจากนั้น กฎหมาย ตองมีความชัดเจน มีเพียงเทาท่ีจําเปน มีความทันสมัยและความเปนสากล ๒.๓ แผนการปฏิรูปประเทศ ๑๑ ดาน รัฐธรรมนูญแหงประเทศไทย ป ๒๕๖๐ หมวด ๑๖ การปฏิรูปประเทศ กําหนดใหดําเนินการ ปฏิรูปประเทศใน ๑๑ ดาน และตอมาคณะรัฐมนตรีไดมีมติแตงตั้งคณะกรรมการปฏิรูปประเทศ จํานวน ๑๑ คณะ เม่ือวันท่ี ๑๕ สิงหาคม ๒๕๖๐ เพ่ือดําเนินการจัดทํารางแผนการปฏิรูปประเทศ ซ่ึงดําเนินการแลวเสร็จและ ประกาศในราชกิจจานุเบกษา เม่ือวันท่ี ๖ เมษายน ๒๕๖๑ ประเด็นการปฏิรูปท่ีเก่ียวของกับการบริหารจัดการทรัพยากรน้ํา คือ ดานท่ี ๖ ดานทรัพยากร ธรรมชาติและสิ่งแวดลอม เปาหมาย คือ ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดลอมไดรับการรักษา ฟนฟูใหสมบูรณและยั่งยืน เปนรากฐานในการพัฒนาประเทศอยางสมดุลท้ังทางเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดลอม มีการใชประโยชนทรัพยากร ท่ีเปนมิตรกับสิ่งแวดลอมและสังคม เกิดความสมดุลระหวางการคุมครองรักษา และการใชประโยชนอยางยั่งยืน รวมท้ังมีระบบการบริหารจัดการทรัพยากรท่ีมีประสิทธิภาพบนพ้ืนฐานการมีสวนรวม ๒.๔ ทิศทางการพัฒนาภาคภายใตยุทธศาสตรชาติและกรอบการพัฒนาดานน้ํา ยุทธศาสตรชาติ ๒๐ ป (พ.ศ. ๒๕๖๑-๒๕๘๐) จะเปนแผนหลักของการพัฒนาประเทศไทย ใหมีความม่ันคง ม่ังค่ัง และยั่งยืน โดยมี แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแหงชาติ เปนเครื่องมือหรือกลไกสําคัญท่ีสุด ท่ีถายทอดยุทธศาสตรชาติ ๒๐ ป สูการปฏิบัติและขับเคลื่อนไปสูการบรรลุเปาหมายในระยะยาวไดในท่ีสุด แผนพัฒนาฯ ฉบับท่ี ๑๒ มียุทธศาสตรท่ีเก่ียวของกับการบรหิารจัดการทรัพยากรน้ํา คือ ยุทธศาสตรท่ี ๔ การเติบโตท่ีเปนมิตรกับสิ่งแวดลอม เพ่ือการพัฒนาท่ียั่งยืน และมีแนวทางการพัฒนาท่ีเก่ียวของ คือ ๑) การรักษา ฟนฟูทรัพยากรธรรมชาติ สรางสมดุลการอนุรักษและใชประโยชนอยางยั่งยืนและเปนธรรม ๒) เพ่ิมประสิทธิภาพ การบริหารจัดการทรัพยากรน้ําเพ่ือใหเกิดความม่ันคง สมดุล และยั่งยืน ๓) การบริหารจัดการ เพ่ือลดความเสี่ยง ดานภัยพิบัติ และไดจัดทําทิศทางการพัฒนาภาคในระยะแผนพัฒนาฯ ฉบับท่ี ๑๒ เพ่ือเปนเครื่องมือในการแปลงแผนไปสู การปฏิบัติ การกําหนดทิศทางการพัฒนาเชิงพ้ืนท่ีตามศักยภาพภูมิสังคมของแตละภาค ท้ัง ๖ ภาค ซ่ึงในดานการบริหาร จัดการทรัพยากรน้ําไดกําหนดทิศทางการพัฒนาดานน้ําในแตละภาคไวใหสอดคลองและสนับสนุนกัน (ตารางท่ี ๒-๑) ๖ ตารางท่ี ๒-๑ ทิศทางการพัฒนาภาคตามแผนพัฒนาฯ ฉบับท่ี ๑๒ และแผนแมบทการบริหารจัดการทรัพยากรน้ํา แผนพัฒนาฯ ฉบับท่ี ๑๒ แผนแมบทการบริหารจัดการทรัพยากรน้ํา ๑) ภาคเหนือ (๑) พัฒนาการทองเท่ียวและธุรกิจบริการตอเนื่อง (๒) ใชโอกาสจากเขตเศรษฐกิจพิเศษเชื่อมกับโครงการ ความรวมมือตางๆ ในอนุภูมิภาค (๓) เปนฐานการผลิตเกษตรอินทรียและปลอดภัย เชื่อมสู อุตสาหกรรมเกษตรแปรรูป เพ่ิมมูลคา (๔) พัฒนาคุณภาพชีวิต แกไขปญหาความยากจน (๕) อนุรักษและฟนฟูปาตนน้ํา จัดระบบการบริหาร จัดการน้ํา และปองกันแกไขปญหาหมอกควัน ๑) ภาคเหนือ (๑) อนุรักษฟนฟูปาตนน้ําและการจัดการการใชประโยชนในเขตตนน้ํา เพ่ือสรางความสมดุล และลดผลกระทบจากทรัพยากรน้ํา และรักษาสภาพธรรมชาติท่ีเปนจุดเดนการทองเท่ียว ในพ้ืนท่ีภาคเหนือตอนบน (๒) พัฒนาแหลงเก็บกักน้ําเพ่ิมปริมาณน้ําตนทุน เพ่ือเมืองหลัก พ้ืนท่ีเศรษฐกิจพิเศษ และ สนับสนุนชุมชนท่ีมีรายไดต่ํา (๓) การบรรเทาอุทกภัยน้ําหลากฉับพลันท่ีลาดเชิงเขา ดินโคลนถลม โดยเพ่ิมประสิทธิภาพ ดานการเตือนภัย การปรับตัว และเผชิญเหตุ (๔) การวางแผนระยะยาว สรางความสมดุลระหวางการใชท่ีดินตนน้ําและทายน้ํา เพ่ือลดผลกระทบจากภัยแลงและอุทกภัย ๒) ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (๑) จัดการน้ําใหเพียงพอตอการพัฒนาเศรษฐกิจและ คุณภาพชีวิตท่ียั่งยืน เพ่ือเตรียมพรอมการพัฒนาเศรษฐกิจ ในอนาคต เชน เศรษฐกิจชีวภาพ การเสริมสรางความเขมแข็ง (๒) แกไขปญหาความยากจน พัฒนาคุณภาพชีวิตผูมีรายไดนอย (๓) สรางความเขมแข็งของฐานเศรษฐกิจ ควบคูกับการแกไข ปญหาทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดลอม (๔) พัฒนาโครงขายคมนาคมขนสง ท่ีเชื่อมโยงพ้ืนท่ี เศรษฐกิจหลักภาคกลาง และ EEC (๕) สรางความเขมแข็งทางเศรษฐกิจตามแนวชายแดน และแนวระเบียงเศรษฐกิจ ๒) ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (๑) พัฒนาแหลงน้ําตนทุนและผันน้ําสนับสนุนภาคเกษตร เพ่ือยกระดับรายไดภาคการเกษตร และการพัฒนาพ้ืนท่ีเศรษฐกิจพิเศษ (๒) การพัฒนาในพ้ืนท่ีเกษตรน้ําฝนในพ้ืนท่ีท่ีมีศักยภาพ จากแหลงน้ําขนาดเล็ก แหลงน้ํา ธรรมชาติ แหลงน้ําบาดาล ใหสามารถทําการเกษตรยังชีพ และฤดูแลงไดบางสวน (๓) จัดระบบอนุรักษดินและน้ํา ในพ้ืนท่ีเกษตรอาศัยน้ําฝนท่ีไมมีศักยภาพพัฒนาแหลงน้ํา (๔) การบริหารจัดการน้ําแบบบูรณาการ การแกไขปญหาอุทกภัย โดยการบริหารจัดการ พ้ืนท่ีน้ําทวมซํ้าซาก การแกไขปญหาภัยแลงโดยการสงเสริมการเกษตรแบบครบวงจร (๕) การบริหารจัดการพ้ืนท่ีเกษตร (Zoning) ในพ้ืนท่ีท่ีมีศักยภาพการพัฒนาดานน้ําต่ํา หรือศักยภาพของดินไมเหมาะสม ๗ ตารางท่ี ๒-๑ ทิศทางการพัฒนาภาคตาม แผนพัฒนาฯ ฉบับท่ี ๑๒ และแผนแมบทการบริหารจัดการทรัพยากรน้ํา (ตอ) แผนพัฒนาฯ ฉบับท่ี ๑๒ แผนแมบทการบริหารจัดการทรัพยากรน้ํา ๓) ภาคกลาง (๑) พัฒนากรุงเทพฯ เปนมหานครทันสมัยระดับโลก (๒) พัฒนาคุณภาพแหลงทองเท่ียวท่ีมีชื่อเสียงระดับ นานาชาติ และเชื่อมโยงกระจายแหลงทองเท่ียว (๓) ยกระดับการสินคาเกษตรและอุตสาหกรรม โดยใช นวัตกรรม เทคโนโลยี และความคิดสรางสรรค (๔) บริหารจัดการน้ํา ทรัพยากรธรรมชาติ และความสมดุล ของระบบนิเวศ (๕) เปดประตูการคา การลงทุน การทองเท่ียว เชื่อมโยงทวาย – ภาคกลาง - EEC (๖) พัฒนาเชื่อมโยงเศรษฐกิจและสังคมกับทุกภาค ๓) ภาคกลาง (๑) พัฒนาน้ําตนทุนและระบบการจัดสรรน้ํา เพ่ือรองรับการเปนพ้ืนท่ีเศรษฐกิจสําคัญอันดับหนึ่ง ของประเทศและการขยายตัวในอนาคต (๒) การวางแผน และขับเคลื่อนโครงการบรรเทาอุทกภัยลุมน้ําเจาพระยาและทาจีนตอนลาง และการปองกันเมือง พ้ืนท่ีเศรษฐกิจใหครบ (๓) ปรับปรุงลําน้ําสายหลัก เพ่ือการคมนาคมและการเพ่ิมประสิทธิภาพการระบายน้ํา (๔) การบริหารจัดการน้ํา ใหสมดุลกับน้ําตนทุน (การวางแผนจัดสรรน้ํารายฤดู) (๕) การวางแผนพัฒนาระบบจัดการน้ําในพ้ืนท่ีภาคกลางตอนลาง ในระยะ ๓๐ ป (๒๐๕๐) ๔) ภาคตะวันออก (๑) พัฒนาพ้ืนท่ีระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก(EEC) ใหทันสมัยท่ีสุดในภูมิภาคอาเซียน (๒) เปนแหลงผลิตอาหารคุณภาพ มาตรฐานสากล (๓) ปรับปรุงมาตรฐานสินคาและบริการทองเท่ียว (๔) พัฒนาพ้ืนท่ีเศรษฐกิจชายแดน ใหเปนประตูเศรษฐกิจ เชื่อมโยงกับประเทศเพ่ือนบาน (๕) เรงแกปญหาจัดระบบการบริหารจัดการมลพิษ ๔) ภาคตะวันออก (๑) พัฒนาแหลงน้ํา โครงขายน้ํา และการจัดหาน้ําทางเลือกใหมเพ่ือรองรับพ้ืนท่ีระเบียงเศรษฐกิจ ภาคตะวันออก (EEC) และเขตเศรษฐกิจพิเศษ (๒) พัฒนาระบบประปาเมือง เพ่ือรองรับการขยายตัวของชุมชนเมือง และภาคการทองเท่ียว (๓) บริหารจัดการน้ําเพ่ือสนับสนุนภาคเกษตรและภาคเศรษฐกิจ การวางแผนจัดสรรน้ํา รายภาคการผลิตและรายฤดู (๔) การเพ่ิมประสิทธิภาพการใชน้ํา ปรับโครงสรางการใชน้ํา เพ่ิมผลิตภาพการใชน้ํา ภาคอุตสาหกรรม และภาคเกษตร (๕) สงเสริมและสนับสนุนการลดและการนํากลับมาใชใหมในภาคอุตสาหกรรมและภาคเกษตร ๘ ตารางท่ี ๒-๑ ทิศทางการพัฒนาภาคตาม แผนพัฒนาฯ ฉบับท่ี ๑๒ และแผนแมบทการบริหารจัดการทรัพยากรน้ํา (ตอ) แผนพัฒนาฯ ฉบับท่ี ๑๒ แผนแมบทการบริหารจัดการทรัพยากรน้ํา ๕) ภาคใต (๑) พัฒนาการทองเท่ียวของภาค ใหเปนแหลงทองเท่ียว คุณภาพชั้นนําของโลก (๒) พัฒนาอุตสาหกรรมการแปรรูปยางพารา และปาลมน้ํามัน แหงใหมของประเทศ (๓) พัฒนา การผลิตสินคาเกษตรหลักของภาค (๔) พัฒนาโครงสรางพ้ืนฐาน สนับสนุนการทองเท่ียวพัฒนา เขตอุตสาหกรรม และเชื่อมโยงการคาในอาเซียน ๕) ภาคใต (๑) พัฒนาแหลงน้ําเพ่ือเมืองทองเท่ียวสําคัญ และพ้ืนท่ีเกาะ (๒) พัฒนาแหลงน้ําเฉพาะพ้ืนท่ี เพ่ือสนับสนุนภาคการเกษตร อุตสาหกรรมแปรรูป และพ้ืนท่ีเศรษฐกิจพิเศษ (๓) การบรรเทาอุทกภัยในพ้ืนท่ีเศรษฐกิจสําคัญ และท่ีเปนอุปสรรคตอการพัฒนาเศรษฐกิจ และสังคม ไดแก เมืองหลัก เมืองทองเท่ียวสําคัญ และพ้ืนท่ีน้ําทวมเสียหายรุนแรง (๔) ) การจัดการระบบอนุรักษดินและน้ําในพ้ืนท่ีเกษตรเพ่ือลดผลกระทบจากอุทกภัยและภัยแลง ๖) ภาคใตชายแดน (๑) พัฒนาอุตสาหกรรมเกษตร และอุตสาหกรรมแปรรูป การเกษตร สรางความม่ันคงภาคการผลิต (๒) พัฒนาเมือง สุไหงโก-ลก และเมืองเบตง ใหเปนเมือง การคา และเมืองทองเท่ียวชายแดน (๓) เสริมสรางความเขมแข็งใหชุมชน ๖) ภาคใตชายแดน (๑) พัฒนาแหลงน้ํา เพ่ือสนับสนุนอุตสาหกรรมเกษตรและอุตสาหกรรมแปรรูป (๒) พัฒนาระบบประปา เพ่ือพัฒนาแหลงการคา และทองเท่ียวชายแดน (เมืองสุไหงโก-ลก เมืองเบตง เมืองปตตานี และเมืองนราธิวาส) (๓) ปองกันน้ําทวมชุมชนเมือง เมืองศูนยกลางการทองเท่ียวและพ้ืนท่ีเศรษฐกิจสําคัญ ๙ ๒.๕ สถานการณและแนวโนมการเปล่ียนแปลงของประเทศ ท่ีมีผลตอการบริหารจัดการทรัพยากรน้ํา จากสถานการณและแนวโนมการพัฒนาประเทศ ท้ังดานเศรษฐกิจ สังคม การเปลี่ยนแปลง กระแสโลกและการเปลี่ยนแปลงดานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดลอม ประเทศไทยมีแนวโนมการเปลี่ยนแปลง จากสังคมเกษตรกรรมไปเปนสังคมอุตสาหกรรมมากข้ึน มีการปรับโครงสรางทางเศรษฐกิจไปสูเศรษฐกิจฐานความรู ขับเคลื่อนดวยนวัตกรรมและการเพ่ิมผลิตภาพการผลิต มีโครงสรางเศรษฐกิจแบบก่ึงอุตสาหกรรม ท่ีผานมามีการ ใชประโยชนจากทรัพยากรธรรมชาติท่ีไมยั่งยืน พ้ืนท่ีปาถูกทําลาย การบําบัดน้ําเสียทําไดนอย การลงทุนจัดหา แหลงน้ําขนาดใหญท่ีมีจํากัดจากผลกระทบสิ่งแวดลอมและดานสังคม การจัดการน้ําเสียยังไมสามารถดําเนินการไดทัน และพอเพียง ทําใหการยกระดับคุณภาพแหลงน้ําสําคัญยังไมมีความคืบหนามากนัก ซ่ึงปจจัยการเปลี่ยนแปลง ดังกลาว มีสวนสัมพันธกับการกําหนดประเด็นการบริหารจัดการทรัพยากรน้ําของประเทศ สรุปได ดังนี ้ (ตารางท่ี ๒-๒ และ ตารางท่ี ๒-๓) ๑๐ ตารางท่ี ๒-๒ การเปล่ียนแปลงดานเศรษฐกิจ สังคม และกระแสโลก ท่ีมีผลตอการบริหารจัดการทรัพยากรน้ําของประเทศ ประเด็นสถานการณ แนวโนมการเปล่ียนแปลง ทิศทางการจัดการน้ํา ๑. ศูนยกลางเศรษฐกิจโลกจะ เคลื่อนยายมาสูทวีปเอเชีย โครงสรางประเทศไทยจะ เปลี่ยนจากเกษตรกรรม เปนอุตสาหกรรมและ บริการมากข้ึน ๑.๑ กระแสโลกาภวิัตน จะทวีความเขมขน มีการคลื่อนยายเงินทุน แรงงาน ขอมูล เทคโนโลยี สินคา และบริการอยางรวดเร็ว ๑.๒ เปลี่ยนไปสูเศรษฐกิจฐาน ความรู ท่ีขับเคลื่อนดวย นวัตกรรม โครงสรางแบบก่ึงอุตสาหกรรม มีหลาย สาขาการผลิตและบริการ ๑.๓ ภาคอุตสาหกรรมจะมีการขยายตัวและมีความตองการน้ํา มากข้ึน โดยเฉพาะภาคตะวันออกท่ีกําหนดเปนพ้ืนท่ีหลัก ๑.๑ ตองจัดเตรียมความพรอมในการพัฒนาแหลงน้ํา ขนาดใหญรองรับ ในภาคกลางและภาคตะวันออก ๑.๒ เตรียมการจัดสรรน้ําท่ีเหมาะสม และปองกัน ความขัดแยงกับภาคใชน้ําตางๆ ๒. การผลิตดานการเกษตร ยังคงเปนแกนหลักสําคัญ สําหรับภาคเศรษฐกิจ สังคมในชนบทและมีการ ผลิตเชิงเศรษฐกิจมากข้ึน ๒.๑ รายไดประชาชาตดิานการเกษตร นอยกวาอุตสาหกรรม แตเปนแหลงรองรับแรงงาน และเปนรายไดสวนใหญ ในชนบท ๒.๒ ภาคการเกษตรจะตองเพ่ิมผลิตภาพการผลิต โดยการใช เทคโนโลยีและนวัตกรรมเพ่ิมข้ึน รวมท้ังการจัดการดาน การตลาด ๒.๑ ตองจัดหาแหลงน้ําและเพ่ิมประสิทธิภาพการชลประทาน เพ่ือเพ่ิมผลิตภาพการผลิตการเกษตร โดยเฉพาะในภาค ตะวันออกเฉียงเหนือ ท่ีมีรายไดต่ํา ๒.๒ ใชพ้ืนท่ีชลประทานท่ีมีอยูเพ่ือเพ่ิมผลิตภาพการผลิต พืชเศรษฐกิจท่ีมีมูลคาสูง ๒.๓ ปรับโครงสรางใชน้ําภาคผลิต ท้ังเกษตร/อุตสาหกรรม ๓. การจัดตั้งเขตเศรษฐกิจ พิเศษ และโครงการระเบียง เศรษฐกิจภาคตะวันออก (Eastern Economics Corridor: EEC) ๓.๑ การตั้งเขตเศรษฐกิจพิเศษระยะท่ี ๑ (จังหวัดตาก มุกดาหาร สระแกว ตราด สงขลา) ระยะท่ี ๒ (จังหวัด กาญจนบุรี เชยีงราย นครพนม หนองคาย นราธิวาส) จะทําใหมีประชากรในเขตดังกลาวเพ่ิมข้ึน ๓.๑ ตองจัดการน้ําตนทุน รองรับการขยายตัวของเมืองหลัก กรุงเทพมหานครและปริมณฑล เขตเศรษฐกิจพิเศษ พ้ืนท่ี ระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก (EEC) จัดหาน้ําตนทุน เพ่ิมสําหรับภาคกลางเพ่ือรองรับความเสี่ยงปท่ีแลงจัด ๑๑ ตารางท่ี ๒-๒ การเปล่ียนแปลงดานเศรษฐกิจ สังคม และกระแสโลก ท่ีมีผลตอการบริหารจัดการทรัพยากรน้ําของประเทศ (ตอ) ประเด็นสถานการณ แนวโนมการเปลี่ยนแปลง ทิศทางการจัดการน้ํา และการพัฒนาภาคกลาง ตอนลาง และกรุงเทพฯ ใหเปน มหานครท่ีทันสมัย ทําใหมีการ เคลื่อนยายประชากรเขาสูเมือง ๓.๒ โครงการระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก (ชลบุรี ระยอง ฉะเชิงเทรา) ทําใหมีการขยายตัวมากข้ึน ๓.๓ พ้ืนท่ีภาคกลางตอนลางจะยังคงเติบโต เปนพ้ืนท่ี เศรษฐกิจสําคัญของประเทศตอไป ๓.๔ การพัฒนากรุงเทพฯ ใหเปนมหานครท่ีทันสมัย จะทําใหมีการเคลื่อนยายประชากรท้ังจากชนบท และตางประเทศเขาสูกรุงเทพฯมากข้ึน ๓.๒ ตองเรงรัดการบรรเทาอุทกภัยลุมน้ําเจาพระยา ทาจีน ใหเปนรูปธรรมโดยเร็ว เพ่ือสรางความม่ันใจท่ีจะไมเกิด ความเสียหายรุนแรง ๓.๓ การจัดหาน้ําตนทุนและมีขอตกลงในการจัดสรรน้ํา ท่ีเหมาะสม สําหรับเมืองหลักท่ีมีการเติบโตสูง ๓.๔ ตองเตรียมความพรอมใชน้ําอยางประหยัด รูคุณคา และ การนําน้ําเสียเพ่ือนํากลับมาใชใหมภาคอุตสาหกรรมและบริการ ๓.๕ การวางแผนการจัดการน้ําในพ้ืนท่ีภาคกลางตอนลาง อยางเปนระบบ รองรับสถานการณในระยะ ๓๐ ป ๔. ภาคบริการและการทองเท่ียว ยังสามารถเติบโตและสราง รายไดเขาประเทศจํานวนมาก ๔.๑ ภาคบริการและการทองเท่ียวยังคงขยายตัว มากข้ึนท้ังในเขตกรุงเทพฯ และเมืองทองเท่ียวหลัก ๔.๒ การเพ่ิมข้ึนของนักทองเท่ียวจากประเทศใน ภูมิภาคเอเชียท่ีมีการเติบโตทางเศรษฐกิจสูง ๔.๑ เตรียมจัดหาแหลงน้ําสนับสนุน สถานท่ีทองเท่ียวท่ีสําคัญ ๔.๒ แกปญหาการขาดแคลนน้ําในแหลงทองเท่ียวชายทะเล หรือพ้ืนท่ีเกาะท่ีขาดแคลนน้ําจืด ๔.๓ การจัดการน้ําทวมในเขตพ้ืนท่ีทองเท่ียวสําคัญ ๕. การเปลี่ยนแปลงสภาพ ภูมิอากาศ แนวโนมจะมี ความแปรปรวนและรนุแรง มากข้ึน ๕.๑ สภาพภูมิอากาศมีความแปรปรวนมากข้ึน ทําให เกิดปญหาขาดแคลนน้ํา ปญหาอุทกภัย วาตภัย ท่ีเกิดความเสียหายรุนแรง สงผลกระทบทาง เศรษฐกิจ ชีวิต ทรัพยสิน ของประชาชน มากข้ึน ๕.๒ การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศจะมีผลกระทบ ตอปริมาณน้ําตนทุน และผลผลิตทางการเกษตร ทําใหเกิดปญหาความไมม่ันคงดานอาหาร ๕.๑ จัดทําแผนบริหารจัดการน้ําแบบยืดหยุน มีแหลงน้ําหลัก แหลงน้ําสํารอง และการเชื่อมโยงกับระบบชลประทาน ๕.๒ กําหนดพ้ืนท่ีเสี่ยงจากอุทกภัย ภัยแลง และพัฒนาระบบ พยากรณเตือนภัยใหมีประสิทธิภาพ ถูกตอง และรวดเร็ว ๕.๓ การเตรียมความพรอมในการรับมือกับภัยธรรมชาติ การบริหารพ้ืนท่ีน้ําทวม และพัฒนาโครงสรางพ้ืนฐาน เพ่ือบรรเทา และแกไขปญหาอยางเปนระบบ ๑๒ ตารางท่ี ๒-๓ การเปล่ียนแปลงดานทรัพยากร และสถานการณของประเทศ ท่ีมีผลตอการบริหารจัดการทรัพยากรน้ําของประเทศ ประเด็นสถานการณ แนวโนมการเปล่ียนแปลง ทิศทางการจัดการน้ํา ๑. การจัดการพ้ืนท่ีตนน้ําและปาไม ๑.๑ พ้ืนท่ีปาตนน้ําถูกบุกรุกเพ่ือปลูกพืช เศรษฐกิจ เชิงเดี่ยว เชน ขาวโพดลี้ยงสัตว ยางพารา และ ยูคาลิปตัส ขาดแหลงดูดซับน้ําฝน ทําใหเกิดการ เปลี่ยนแปลงปริมาณน้ําทา ความรุนแรงของ อุทกภัย และการขาดแคลนน้ํา มากข้ึน ๑.๒ การพัฒนาแหลงน้าํในเขตพ้ืนท่ีอนุรักษทําไดยากข้ึน ๑.๑ จําเปนตองฟนฟูปาตนน้ํา เพ่ือลดผลกระทบตอพ้ืนท่ี กลางน้ําและปลายน้ํา โดยการวางแผนการใชประโยชน ท่ีดินในเขตตนน้ํา กําหนดเขตการอนุรักษ ปากันชน และ เขตพ้ืนท่ีทําการเกษตรเพ่ือยังชีพ ๑.๒ การพัฒนาแหลงน้ําตนทุน ตองพิจารณารวมกันระหวาง ผลประโยชนกับผลกระทบท่ีเกิดข้ึน เพ่ือหาจุดสมดุล ระหวางการพัฒนากับการอนุรักษ ๒. การจัดการทรัพยากรดินและ การใชประโยชนท่ีดิน ๒.๑ มีการนําท่ีดินท่ีมีความเหมาะสมในการทํา การเกษตร เชน ในเขตชลประทาน มาใชในการ ขยายเมือง และพัฒนาพ้ืนท่ีอุตสาหกรรม ๒.๒ การนําพ้ืนท่ีไมเหมาะสมมาทําการเกษตร ทําให การลงทุนสูง ผลิตภาพการผลิตต่ํา ๒.๑ จัดระบบการปลูกพืชใหเหมาะสมกับศักยภาพของพ้ืนท่ี (Zoning by Ari-map) ๒.๒ จัดระบบการอนุรักษดินและน้ํา และการปรับปรุงบํารุงดิน ในพ้ืนท่ีไมมีศักยภาพในการพัฒนาแหลงน้ํา ๓. ปญหาคุณภาพน้ําท่ีเกิดจากพฤติกรรม การผลิตและการบริโภค ๓.๑ ปริมาณน้ําเสียจากชุมชนท่ีระบายลงสูแหลงน้ํามี มากข้ึนตามการขยายตัวของเศรษฐกิจและชุมชน ๓.๒ น้ําเสียและสารเคมีจากการเพาะปลูกพืช ปศุสัตว และประมงสงผลกระทบตอแหลงน้ําธรรมชาติ โดยเฉพาะในฤดูแลง ๓.๑ ควรควบคุมน้ําเสียจากแหลงกําเนิด เพ่ือใหไมเกิน ขีดความสามารถของแหลงน้ําในการรองรับน้ําเสีย ๓.๒ ลดการใชสารเคมีเพ่ือการเกษตร น้ําเสียจากฟารม ปศุสัตวและการเพาะเลี้ยงสัตวน้ําธรรมชาติ ๑๓ ตารางท่ี ๒-๓ การเปล่ียนแปลงดานทรัพยากร และสถานการณของประเทศ ท่ีมีผลตอการบริหารจัดการทรัพยากรน้ําของประเทศ (ตอ) ประเด็นสถานการณ แนวโนมการเปล่ียนแปลง ทิศทางการจัดการน้ํา ๓.๓ การติดตาม ควบคุม การจัดการน้ําเสียของโรงงาน อุตสาหกรรมขนาดกลาง และขนาดเล็ก ท่ีกระจายตัว มีความยุงยาก ๓.๔ เมืองขยายตัว แมน้ํา คูคลองถูกบุกรุก และขาดน้ํา เพ่ือรักษาระบบนิเวศลําน้ําและการผลักดันน้ําเค็ม ๓.๓ เพ่ิมประสิทธิภาพในการบําบัดน้ําเสียของระบบบําบัด น้ําเสียรวมชุมชน ๓.๔ การวางแผนใหมีปริมาณน้ําเพ่ือรักษาระบบนิเวศ ๓.๕ การฟนฟูแมน้ําลําคลองและแหลงน้ํา ๔. สถานการณอุทกภัย ๔.๑ ปาตนน้ําลดลง ทําใหเกิดน้ําไหลบาลงพ้ืนท่ี กลางน้ํา และปลายน้ําอยางรวดเร็ว ๔.๒ การใชประโยชนท่ีดินเปลี่ยนไปทําใหขาดพ้ืนท่ี รองรับน้ําหลากในฤดูฝน (แกมลิง) ๔.๓ การขยายตัวของชุมชนและเมืองไมเหมาะสม เชน อยูในพ้ืนท่ีลุม พ้ืนท่ีน้ําหลาก การพัฒนาท่ี กีดขวางทางน้ํา ทําใหเกิดอุทกภัยรุนแรงมากข้ึน ๔.๔ การเกิดอุทกภัยมีแนวโนมรุนแรงและขยายพ้ืนท่ี มากข้ึน เชน มหาอุทกภัยในป ๒๕๕๔ ๔.๑ เพ่ิมประสิทธิภาพการระบายน้ํา โดยการปรับปรุง สิ่งกีดขวางทางน้ํา การปรับปรุงลําน้ํา ๔.๒ การจัดโครงสรางปองกันน้ําทวมชุมชนเมือง จัดทําผังน้ํา ผังการระบายน้ํา ๔.๓ การจัดการพ้ืนท่ีน้ําทวม พ้ืนท่ีชะลอน้ํา (แกมลิง) ๔.๔ การจัดทําทางผันน้ําและการใชพ้ืนท่ีเกษตร ในการ รองรับน้ํานองในภาวะวิกฤต ๕. สถานการณภัยแลง ๕.๑ ศักยภาพการพัฒนาแหลงเก็บกักน้ําท่ีคาดวาจะ สามารถดําเนินการไดถึงป ๒๕๘๐ เพ่ิมได ๑๓,๒๔๓ ลานลูกบาศกเมตร พัฒนาพ้ืนท่ีชลประทานเพ่ิม ๑๗.๙๔ ลานไร ๕.๑ ตองจัดการดานความตองการ ใหสอดคลองกับศักยภาพ การพัฒนาในแตละพ้ืนท่ี ๕.๒ การพัฒนาโครงขายน้ําเชื่อมโยงระหวางแหลงน้ํา เพ่ือสรางเสถียรภาพของน้ําตนทุน ๑๔ ตารางท่ี ๒-๓ การเปล่ียนแปลงดานทรัพยากร และสถานการณของประเทศ ท่ีมีผลตอการบริหารจัดการทรัพยากรน้ําของประเทศ (ตอ) ประเด็นสถานการณ แนวโนมการเปล่ียนแปลง ทิศทางการจัดการน้ํา ๕.๒ พ้ืนท่ีเกษตรน้ําฝนท่ีไมมีศักยภาพในการพัฒนา แหลงน้ําประมาณ ๑๐๐ ลานไร ตองพัฒนาโดยใช แหลงน้ําธรรมชาติ น้ําบาดาล และแหลงน้ําในไรนา เสริมการใชน้ําฝน ๕.๓ แองน้ําบาดาลขนาดใหญ ยังมีศักยภาพในการ พัฒนาเพ่ิมข้ึน ๕.๓ การพัฒนาแหลงน้ําขนาดเล็ก น้ําบาดาลเพ่ิมเติมในพ้ืนท่ี ๕.๔ พัฒนาแหลงน้ําบาดาลขนาดใหญเพ่ือเสริมน้ําผิวดิน ท้ังดานการเกษตร และอุตสาหกรรมในพ้ืนท่ีซ่ึงมีขอจํากัด ในการพัฒนาน้ําผิวดิน ๕.๕ จัดระบบการอนุรักษดินและน้ําในพ้ืนท่ีเกษตรน้ําฝน เพ่ือใหสามารถทําการเกษตรไดอยางนอย ปละ ๑ ครั้ง ๖. การจัดการแหลงน้ําธรรมชาติ ท่ีเปนพ้ืนท่ีชุมน้ํา ๖.๑ พ้ืนท่ีชุมน้ําสวนใหญยังไมไดรับการคุมครองตาม กฎหมาย ยกเวนพ้ืนท่ีซ่ึงอยูในเขตอนุรักษ ๖.๒ เกิดการสูญเสียพ้ืนท่ีชุมน้ําจากการบุกรุกตางๆ เชน การทําการเกษตร การเพาะเลี้ยงสัตวน้ํา ๖.๑ ปรับปรุงการจัดการใหเหมาะสม ปองกันการบุกรุก เพ่ือรักษาพ้ืนท่ีชุมน้ําไมใหสูญเสียระบบนิเวศตามธรรมชาติ ๖.๒ ใชพ้ืนท่ีชุมน้ํา เปนแหลงรองรับน้ําในฤดูฝน และเปน แหลงน้ําเสริมในฤดูแลง ๗. การบริหารจดัการทรัพยากรน้ํา แบบบูรณาการ ๗.๑ ปญหาการบริหารจัดการทรัพยากรน้ํา มีความทาทายและซับซอนมากข้ึน ๗.๒ การเขาถึงทรัพยากรน้ําของชาติเปนไปโดยอิสระ ขาดกฎหมายในการกํากับดูแล ทําใหเกิดปญหา ระหวางภาคสวนการใชน้ํา ๗.๓ การจัดการโดยการมีสวนรวมของทุกภาคสวน ๗.๑ คณะกรรมการทรัพยากรน้ําแหงชาติ (กนช.) และ สํานักงานทรัพยากรน้ําแหงชาติ (สทนช.) ตองทําหนาท่ี กํากับดูแลการบริหารจัดการทรัพยากรน้ํา ๗.๒ การขับเคลื่อนงานตาม พ.ร.บ. ทรัพยากรน้ํา ๗.๓ สนับสนุนใหทุกภาคสวน เขามามีสวนรวมในการพัฒนา อนุรักษ ฟนฟู บํารุงรักษาและใชประโยชนจากทรัพยากรน้ํา ๑๕ บทที่ ๓ สถานการณและปญหาดานทรัพยากรน้ําของประเทศ ๓.๑ ศักยภาพทรัพยากรน้ําในประเทศ ปริมาณน้ําฝน พ้ืนท่ีประเทศไทยประกอบดวย ๒๕ ลุมน้ําหลักมีพ้ืนท่ีประมาณ ๕๑๔,๐๐๘ ตารางกิโลเมตร หรือ ๓๒๑.๒ ลานไร สภาพพ้ืนท่ีตั้งอยูภายใตอิทธิพลของลมมรสุม ๒ ชนิด ไดแก ลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต และลมมรสุม ตะวันออกเฉียงเหนือ โดยท่ีลมมรสุมตะวันตกเฉียงใตพัดปกคลุมประเทศไทยระหวางกลางเดือนพฤษภาคมถึง กลางเดือนตุลาคม มีปริมาณฝนรายปเฉลี่ยท่ัวประเทศประมาณ ๑,๔๕๕ มิลลิเมตร มีความผันแปรตามพ้ืนท่ีระหวาง ๙๐๐-๔,๐๐๐ มิลลิเมตรตอป ดังแสดงในรูปท่ี ๓-๑ ปริมาณน้ําผิวดิน ปริมาณน้ําทาตามธรรมชาติ (Natural Flow) ซ่ึงเปนปริมาณน้ําบนผิวดินท่ีเกิดจากฝน โดยหักการซึมลง ใตดิน และการระเหยแลว มีปริมาณรวมท่ัวประเทศ ๒๘๕,๒๒๗ ลานลูกบาศกเมตร เปนปริมาณน้ําทาไหลออกนอกลุมน้ํา ท่ีเหลือจากการเก็บกักและการใชประโยชนแลว (Runoff) จํานวน ๒๒๔,๐๒๔ ลานลูกบาศกเมตร คิดเปนรอยละ ๗๙ ของน้ําทา ธรรมชาติ โดยลุมน้ําท่ีมีปริมาณน้ําทา (Runoff) สูง ไดแกลุมน้ําโขง (อีสาน) ภาคใตฝงตะวันออกและแมกลอง ตามลําดับ ในขณะท่ีลุมน้ําท่ีมีปริมาณน้ําทานอยท่ีสุด ไดแก ลุมแมน้ําสะแกกรัง วัง และโตนเลสาบ ตามลําดับ สําหรับลุมน้ําท่ีมี ปริมาณน้ําทารายปตอพ้ืนท่ีลุมน้ํามากท่ีสุด ไดแก ลุมน้ําชายฝงทะเลตะวันออก นอยท่ีสุด ไดแก ลุมน้ําวัง ปริมาณน้ําบาดาล ประเทศไทยมี แองน้ําบาดาลท้ังหมด ๒๗ แองน้ําบาดาล มีปริมาณการกักเก็บในชั้นน้ําบาดาล รวมประมาณ ๑.๑๓ ลานลานลูกบาศกเมตร (ดังแสดงในรูปท่ี ๓-๒) มีศักยภาพท่ีจะพัฒนาข้ึนมาใชได โดยไมกระทบตอ ปริมาณน้ําบาดาลท่ีมีอยูไดรวมปละ ๔๕,๓๘๕ ลานลูกบาศกเมตร (ท่ีมา: กรมทรัพยากรน้ําบาดาล เม.ย. ๒๕๖๐) อยางไรก็ตาม ในการพัฒนาน้ําบาดาลข้ึนมาใชนั้น มีขอจํากัดในเรื่องของความคุมทุน เนื่องจากมีคาใชจาย (คาไฟฟา/คาน้ํามัน/ คาบํารุงรักษา) ในการสูบน้ํา อีกท้ังกอนทําการเจาะบอน้ําบาดาลจําเปนตองมีการสํารวจเพ่ือใหสามารถกําหนดจุด ในการเจาะบอน้ําบาดาลท่ีมีปริมาณและคุณภาพน้ําบาดาลท่ีดี โดยเฉพาะพ้ืนท่ีท่ีเปนหินแข็งและพ้ืนท่ีน้ําเค็มซ่ึงจะมี คาใชจายในการดําเนินการสํารวจคอนขางสูง ปริมาณแหลงน้ําตนทุนท่ีควบคุมได ปริมาณน้ําทาธรรมชาติเฉลี่ยของประเทศไทยมีจํานวน ๓,๔๙๖ ลูกบาศกเมตร ตอคนตอป ซ่ึงถือวาเปนคาเฉลี่ยท่ีต่ําเม่ือเทียบกับประเทศในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต โดยมีการพัฒนาแหลงเก็บกักน้ํา รวมความจ ุ๘๑,๓๗๓ ลานลูกบาศกเมตร คิดเปนรอยละ ๒๘ ของปริมาณน้ําทาธรรมชาติ โดยจําแนกเปนแหลงเก็บกักน้ํา ขนาดใหญ ๗๓,๔๘๐ ลานลูกบาศกเมตร ขนาดกลาง ๔,๒๐๐ ลานลูกบาศกเมตร และขนาดเล็ก ๓,๖๙๓ ลานลูกบาศกเมตร มีปริมาณน้ําท่ีนําไปใชประโยชนไดปละประมาณ ๖๕,๐๐๐ ลานลูกบาศกเมตร ซ่ึงปริมาณน้ําสวนนี้มากกวารอยละ ๙๐ มาจากอางเก็บน้ําขนาดใหญ เชน เข่ือนภูมิพล เข่ือนสิริกิติ์ เข่ือนศรีนครินทร และเข่ือนวชิราลงกรณ ๑๖ รูปท่ี ๓-๑ แผนท่ีแสดงความเขมและการกระจายของฝน (ท่ีมา : สํานักงานทรัพยากรน้ําแหงชาติ, ๒๕๖๑) ๑๗ รูปท่ี ๓-๒ แผนท่ีแสดงปริมาณและคุณภาพน้ําบาดาล (ท่ีมา : กรมทรัพยากรน้ําบาดาล, ๒๕๕๗) ๑๘ ๓.๒ สภาพเศรษฐกิจและสังคม ประเทศไทยมีประชากรประมาณ ๖๖ ลานคน (ขอมูลป พ.ศ. ๒๕๖๐) โดยมีสัดสวนความหนาแนน ประชากรในพ้ืนท่ีลุมน้ําภาคใตและภาคกลางมากท่ีสุด พ้ืนท่ีลุมน้ําท่ีมีการพัฒนาแหลงน้ํา ระบบชลประทาน และ การพัฒนาดานอุตสาหกรรมจะมีมูลคาของผลิตภัณฑมวลรวมคอนขางสูง เชน ลุมน้ําเจาพระยา ลุมน้ําชายฝงทะเล ตะวันออก ลุมน้ําภาคใตฝงตะวันออก และลุมน้ํามูล เปนตน ๓.๓ การใชน้ําและการบริหารจัดการ พ้ืนท่ีการเกษตร ประเทศไทยมีพ้ืนท่ีการเกษตร ๑๔๙.๒ ลานไร โดยภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีพ้ืนท่ีการเกษตรมากท่ีสดุ คือ ๖๓.๖ ลานไร คิดเปนรอยละ ๔๓ ของพ้ืนท่ีการเกษตรท้ังประเทศ รองลงมา คือ พ้ืนท่ีภาคกลาง มีพ้ืนท่ีการเกษตร รวม ๒๗.๒ ลานไร คิดเปนรอยละ ๑๘ ของพ้ืนท่ีการเกษตรท้ังประเทศ ปจจุบัน (ป พ.ศ. ๒๕๖๐) มีการพัฒนาพ้ืนท่ีชลประทานรวม ๓๒.๗๕ ลานไร คิดเปนรอยละ ๒๒ ของพ้ืนท่ีการเกษตร ท่ีเหลืออีก ๑๑๗ ลานไร หรือกวารอยละ ๗๘ เปนพ้ืนท่ีปลูกพืชโดยใชน้ําฝนเปนหลัก ซ่ึงมีความเสี่ยง ตอการขาดแคลนน้ํามาจากความผันแปรของสภาพลม ฟา อากาศ อีกท้ังในบางพ้ืนท่ียังมีสภาพภูมิประเทศ ไมเอ้ืออํานวยตอการลําเลียงน้ําจากแหลงน้ํามาใชประโยชนอีกดวย สภาพการเพาะปลูกขาวท่ีผานมา สภาพการปลูกขาวของประเทศไทย มีความแตกตางกันไปตามสภาพของระบบนิเวศในแตละภาค ข้ึนอยูกับระบบชลประทานเปนสําคัญ กลาวคือ หากพ้ืนท่ีใดมีระบบชลประทานท่ีไมสมบูรณ เชน ในภาคเหนือ ตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคใต เกษตรกรจะสามารถปลูกขาวไดปละ ๑-๒ ครั้ง คือ ครั้งท่ี ๑ นาป และครั้งท่ี ๒ นาปรัง โดยอาศัยน้ําฝน สวนพ้ืนท่ีท่ีมีระบบชลประทานท่ีสมบูรณ เชน ในเขตภาคกลาง ภาคเหนือตอนลาง เกษตรกรจะปลูกขาว ไดปละ ๒-๓ ครั้ง โดยเกษตรกรจะทํานาปลูกขาวตอเนื่องทันทีหลังจากเก็บเก่ียวขาวครั้งท่ีผานมา ทําใหมีการทํานา ไดถึงปละ ๓ ครั้ง หรือ ๕ ครั้งใน ๒ ป ทําใหความตองการน้ําสูงมากข้ึน พ้ืนท่ีศักยภาพท่ีเหมาะสมตอการปลูกขาวท่ีพัฒนาใหเปนพ้ืนท่ีเกษตรชลประทาน มีท้ังสิ้น ๖๐ ลานไร พ้ืนท่ีดังกลาวไมไดอยูในพ้ืนท่ีอนุรักษตามกฎหมาย รวมท้ังเขตรักษาพันธุสัตวปา และพ้ืนท่ีชุมน้ํา แหลงน้ํา พรุริมชายทะเล และเปนพ้ืนท่ีมีความลาดชันนอยกวารอยละ ๒๐ โดยพัฒนาเปนพ้ืนท่ีชลประทานไปแลว ๑๘ ลานไร หรือคิดเปนรอยละ ๕๕ ของพ้ืนท่ีชลประทานท้ังหมด (๓๒.๗๕ ลานไร) การบริหารจัดการน้ําปจจุบัน การบริหารจัดการน้ําในฤดูแลงเปนชวงท่ีวิกฤต ซ่ึงจะเปนไปตามสภาพปริมาณน้ําตนทุน เม่ือสิ้นสุดฤดูฝน โดยพิจารณาตามลําดับความสําคัญของกิจกรรมการใชน้ํา ดังนี้ ลําดับ ๑ สํารองน้ําไวสําหรับการใชน้ําในชวงตนฤดูฝน เพ่ือสนับสนุนการเพาะปลูกขาวนาป ลําดับ ๒ จัดสรรน้ําเพ่ือการอุปโภคบริโภคในชวงฤดูแลง ลําดับ ๓ จัดสรรน้ําเพ่ือการรักษาระบบนิเวศในชวงฤดูแลง ลําดับ ๔ จัดสรรน้ําเพ่ือการเกษตรกรรม ลําดับ ๕ จัดสรรน้ําเพ่ือการอุตสาหกรรม ๑๙ การบริหารจัดการน้ําในฤดูฝนจะเนนใหมีการเก็บกักน้ําของแหลงน้ําใหมากท่ีสุดในปลายฤดูฝน โดยจะ บริหารจัดการควบคูกับการบรรเทาอุทกภัยอีกดวย แบงเปนการบริหารได ดังนี้ ไมใชส่ิงกอสราง ไดแก ๑) การพยากรณสภาพอากาศ น้ําฝน น้ําทา และปริมาณน้ําในอางเก็บน้ําตาง ๆลวงหนา ๗ วัน – ๖ เดือน ๒) การติดตามสถานการณน้ําทวมและประมวลผลเปนรายชั่วโมง และรายวัน ๓) การแจงเตือนพ้ืนท่ีเสี่ยงภัยชุมชนเมือง ๔) การตัดสินใจ โดยใชขอมูลจากการสํารวจพ้ืนท่ีน้ําทวมแบบ real time ๕) การประชาสัมพันธ ไดแก เว็บไซต และเจาหนาท่ีระดับพ้ืนท่ีตอประชาชนโดยตรง ผนวกกับ การสื่อสารผานวิทยุและโทรทัศนของสื่อภายนอก และใชส่ิงกอสราง ไดแก ๖) อางเก็บน้ํา ทําการเก็บกักน้ําและหนวงน้ําอยางเต็มศักยภาพ และทําการระบายน้ําสวนเกิน ท่ีเข่ือนไมสามารถรองรับได ใหสงผลกระทบตอการเกิดน้ําทวมดานลางเข่ือนนอยท่ีสุด ๗) ระบบสงน้ําและกระจายน้ํา โดยทําการเรงรัดใหเกิดการระบายน้ํา ในระบบชลประทาน เพ่ือลดยอดน้ําสูงสุดในแมน้ํา ๘) ระบบคูคลองและลําน้ํายอย โดยทําการกระจายน้ํา เพ่ือลดยอดน้ําสูงสุดในแมน้ําและรองรับ น้ําหลากจากตอนเหนือ ๙) ประตูระบายน้ํา และอาคารบังคับน้ําชลประทาน โดยทําการควบคุมและเรงระบายน้ํา จากพ้ืนท่ีน้ําทวมขัง ๑๐) เครื ่องสูบน้ํา ใชในการสูบน้ําในพื้นที่น้ําทวมขังที ่ไมสามารถระบายตามธรรมชาติ ไดลงสูระบบแมน้ํา และคูคลองตางๆ ๑๑) คันปองกันน้ําทวม โดยทําคันก้ันน้ําและเสริมคันกันน้ําท่ีมีอยูเดิม เพ่ือปองกันพ้ืนท่ีเศรษฐกิจ ๑๒) การเติมน้ําลงสูใตดิน โดยการระบายน้ําฝนในชวงฤดูน้ําหลาก ผานสระกนรั่ว ผานบอเติมน้ํา เพ่ือกักเก็บน้ําฝนไวในชั้นน้ําใตดิน ซ่ึงจะทําใหระดับน้ําใตดินใหสูงข้ึน และสามารถ นํากลับมาใชประโยชนไดอีกครั้งในฤดูแลง ความตองการใชน้ํา ในพ้ืนท่ีเกษตรท่ีอยูใกลกับแหลงน้ํา จะมีการปลูกพืชในฤดูแลง โดยเฉพาะพ้ืนท่ีเกษตรชลประทาน ทําให มีการใชน้ําเพ่ือการเกษตรเปนปริมาณมาก อีกท้ังการเพ่ิมข้ึนของประชากร การขยายตัวของพ้ืนท่ีชุมชนเมือง และการพัฒนา พ้ืนท่ีอุตสาหกรรมและพ้ืนท่ีเศรษฐกิจ ทําใหความตองการใชน้ําโดยรวมเพ่ิมข้ึนดวย สรุปไดดังนี้ ๑) การใชน้ําเพ่ือการเกษตร : มีการใชน้ํามากกวารอยละ ๗๕ ของปริมาณการใชน้ําท้ังหมด โดยแบงเปน ๑.๑) พ้ืนท่ีเกษตรในเขตชลประทานเปนการใชน้ําจากอางเก็บน้ําขนาดใหญ ขนาดกลาง และขนาดเล็ก ผานระบบชลประทาน ซ่ึงมีการเพาะปลูกพืชฤดูแลง จึงมีการใชน้ําเปนปริมาณมาก โดยเฉพาะใน พ้ืนท่ีโครงการเจาพระยาใหญ ซ่ึงพบวาในเขตชลประทานท่ัวประเทศ จํานวนท้ังสิ้น ๓๒.๗๕ ลานไร ไดจัดสรรน้ําใหพ้ืนท่ี ดังกลาวรวมท้ังปเฉลี่ย ๖๕,๐๐๐ ลานลูกบาศกเมตร ๒๐ ๑.๒) พ้ืนท่ีนอกเขตชลประทานมีท้ังสิ้น ๑๑๗ ลานไร เปนการใชน้ําฝนโดยตรงเปนสวนใหญ และบางสวนจากการสูบน้ําบาดาลและน้ําทาบริเวณพ้ืนท่ีใกลเคียง การขาดแคลนน้ําข้ึนกับปริมาณน้ําฝน และการกระจาย ของฝนในแตละป รวมท้ังสภาพภูมิประเทศ ชนิดพืชและชวงเวลาท่ีปลูก จึงตองการปริมาณน้ําเพ่ือปองกันผลผลิตเสียหาย ในชวงฝนท้ิงชวงอีกประมาณปละ ๔๘,๙๖๑ ลานลูกบาศกเมตร (คิดเฉพาะการปลูกฤดูฝนเทานั้น) ๒) การใชน้ําเพ่ืออุปโภคบริโภคและการทองเท่ียว : ปจจุบัน (ป พ.ศ. ๒๕๕๘) มีความตองน้ําอุปโภค บริโภค ๔,๗๘๓ ลานลูกบาศกเมตร ซ่ึงในอนาคต (ป พ.ศ. ๒๕๘๐) คาดการณความตองการน้ํา จํานวน ๕,๙๙๑ ลานลูกบาศกเมตร เนื่องจากการขยายตัวภาคบริการของประเทศ มีการขยายตัวคอนขางมาก เปนการขยายตัวดานการทองเท่ียว และภาคการคา ในระดับทองถ่ินและในระดับภูมิภาค ทําใหเมืองหลักในภูมิภาค เชน จ.เชียงใหม จ.อุดรธานี จ.สงขลา และแหลงทองเท่ียว สําคัญท่ีมีชื่อเสียงติดระดับโลก เชน กรุงเทพมหานคร ชายฝงทะเลอันดามันและเกาะสมุย มีความตองการใชน้ําเพ่ิมข้ึน มีจํานวนนักทองเท่ียวจากตางประเทศประมาณ ๑๔ ลานคน ซ่ึงมีการขยายตัวอยางตอเนื่อง และมีแนวโนมท่ีจะขยาย การทองเท่ียวบริเวณชายฝงทะเลตะวันตกใน จ.เพชรบุรี จ.ประจวบคีรีขันธ และ จ.ชุมพร พรอมท้ังมีการขยายตัวภาคบริการ ภาคการคาท้ังในประเทศและการคาชายแดน เชน ภาคเหนือใน จ.เชียงใหม จ.เชียงราย จ.พิษณุโลก และ จ.ตาก ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ใน จ.อุดรธานี จ.นครราชสีมา และ จ.มุกดาหาร ภาคกลางในกรุงเทพมหานคร จ.นครสวรรค จ.ชลบุรี จ.ระยอง และภาคใต ใน จ.สุราษฎรธานี จ.สงขลา และ จ.ภูเก็ต ๓) การใชน้ําเพ่ืออุตสาหกรรม : ปจจุบัน (ป พ.ศ. ๒๕๕๘) ภาคอุตสาหกรรมมีความตองการ ๑,๙๑๓ ลาน ลูกบาศกเมตร คาดการณความตองการน้ําในอนาคต (ป พ.ศ. ๒๕๘๐) จํานวน ๓,๔๘๘ ลานลูกบาศกเมตร โดยพ้ืนท่ีหลักท่ีมี โรงงานและกลุมอุตสาหกรรม คือ กรุงเทพมหานครและจังหวัดใกลเคียง รวมถึงพ้ืนท่ีในภาคตะวันออกซ่ึงเปนพ้ืนท่ี อุตสาหกรรมหลักของประเทศ สําหรับในภาคอ่ืนๆ อุตสาหกรรมสวนใหญเปนอุตสาหกรรมตอเนื่องจากภาคเกษตรและ การผลิตเพ่ือใชในทองถ่ิน ๔) การใชน้ําเพ่ือรักษาระบบนิเวศ: ปริมาณความตองการน้ําเพ่ือการรักษาระบบนิเวศในฤดูแลง รวมท้ังประเทศปละมากกวา ๒๗,๐๙๐ ลานลูกบาศกเมตร โดยสรุป ความตองการน้ํารวมท้ังประเทศ (ป พ.ศ. ๒๕๕๘) ประมาณ ๑๔๗,๗๔๙ ลานลูกบาศกเมตร สามารถเขาถึงแหลงน้ําในรูปแบบตางๆ อาทิ แหลงเก็บกักน้ํา อาคารพัฒนาแหลงน้ํา แหลงน้ํา/ลําน้ําธรรมชาติ และน้ําบาดาล เปนตน จํานวน ๑๐๒,๑๔๐ ลานลูกบาศกเมตร ท่ีเหลือยังไมสามารถจัดสรรน้ําใหกับพ้ืนท่ีการเกษตร นอกเขตชลประทาน และน้ําอุปโภคบางสวนอีกประมาณ ๔๘,๙๖๑ ลานลูกบาศกเมตร การใชน้ําบาดาล การใชน้ําบาดาลในประเทศไทย มีท้ังการใชน้ําในดานอุปโภค-บริโภค เกษตรกรรม และ อุตสาหกรรม โดยแบงน้ําบาดาลออกเปน ๒ ระดับ คือ ระดับตื้น ท่ีมีความลึกไมเกิน ๑๕ เมตร จะมีการทําบอน้ําตื้น เพ่ือสูบน้ําข้ึนมาใช และน้ําบาดาลระดับลึกท่ีตองทําการเจาะบอน้ําบาดาล โดยขอมูลบอน้ําตื้นในประเทศไทยป พ.ศ. ๒๕๕๗ มีท้ังสิ้น ๑.๙๒ ลานบอ สวนบอน้ําบาดาลในสวนภาครัฐและเอกชน ท่ีสามารถใชการไดมีจํานวน ๐.๑๗ ลานบอ โดยในแตละ ปจะมีปริมาณการใชน้ําบาดาลในประเทศ ๑๔,๗๔๑ ลานลูกบาศกเมตรตอป เปนการใชน้ําดานการเกษตรมากท่ีสุดปละ ๑๒,๗๔๑ ลานลูกบาศกเมตร เพ่ืออุปโภคบริโภคปละ ๑,๒๒๓ ลานลูกบาศกเมตร และในภาคอุตสาหกรรมปละ ๗๗๗ ลานลูกบาศกเมตร (ท่ีมา: กรมทรัพยากรน้ําบาดาล เม.ย. ๒๕๖๐) ๒๑ ๓.๔ สภาพปญหาทรัพยากรน้ํา ปญหาทรัพยากรน้ํา ประกอบดวยการขาดแคลนน้ํา น้ําทวม น้ําเสีย และน้ําเค็ม เกิดข้ึนเนื่องจาก สาเหตุตางๆ ไดแก ปริมาณน้ําฝนท่ีไมเพียงพอหรือมากเกินไป การบุกรุกพ้ืนท่ีปาตนน้ําและแหลงน้ําสาธารณะ การเพ่ิมข้ึนของประชากรและขยายตัวของชุมชนเมือง การพัฒนาพ้ืนท่ีเศรษฐกิจ การขยายตัวดานอุตสาหกรรม การทองเท่ียวพิเศษ การปลูกพืชท่ีไมเหมาะสมกับสภาพดินและน้ํา การสรางสิ่งกีดขวางทางน้ํา การปลอยมลพิษ ลงสูแมน้ําลําคลอง การขาดแหลงเก็บกักน้ําตนทุนท่ีเพียงพอ และการบริหารจัดการท่ีไมมีประสิทธิภาพเพียงพอ ซ่ึงจะแตกตางกันตามสภาพพ้ืนท่ีในแตละลุมน้ํา เปนตน สรุปรายปญหาไดดังนี้ ปญหาการขาดแคลนน้ํา ในรอบ ๔๐ ปท่ีผานมา ประเทศไทยประสบปญหาภัยแลงหลายครั้ง คือ ป พ.ศ. ๒๕๑๐, ๒๕๑๑, ๒๕๑๕, ๒๕๒๐, ๒๕๒๒, ๒๕๒๙, ๒๕๓๐, ๒๕๓๓, ๒๕๓๗, ๒๕๔๒, ๒๕๔๕ แ ละ พ.ศ. ๒๕๔๘ กอใหเกิดผลกระทบตอรายได ของเกษตรกรและความเสียหายทางเศรษฐกิจของประเทศเปนอยางมากท้ังทางดานเกษตรกรรม และอุตสาหกรรม ท่ีตองอาศัยผลผลิตทางการเกษตรเปนวัตถุดิบ ภัยแลงครั้งรุนแรงท่ีเกิดข้ึนในป พ.ศ. ๒๕๒๒, ๒๕๓๗ และ พ.ศ. ๒๕๔๒ เกิดเปนบริเวณกวางในเกือบทุกภาคของประเทศ ชวง ๑๐ ปท่ีผานมา (ป พ.ศ. ๒๕๔๘-๒๕๕๗) มีพ้ืนท่ีแลงซํ้าซากเพ่ิมมากข้ึน เนื่องจากฝนตกนอยกวาปกติหรือฝนตกไมเปนไปตามฤดูกาล ซ่ึงพ้ืนท่ีเสี่ยงภัยแลงในระดับตาง ๆข้ึนอยูกับสภาพภูมิประเทศ สภาพดิน ปริมาณฝน โดยพ้ืนท่ีเสี่ยงภัยในระดับรุนแรง (เกิดมากกวา๖ ครั้ง/๑๐ ป) และระดับปานกลาง (เกิด ๔-๕ ครั้ง/๑๐ป) มีพ้ืนท่ีรวมประมาณ ๒๖.๘ ลานไร สําหรับปญหาการขาดแคลนน้ําเพ่ือการอุปโภคบริโภค พบวาหมูบานท้ังประเทศไทย (ป พ.ศ. ๒๕๖๐) จํานวน ๗๕,๐๓๒ หมูบาน มีปญหาหมูบานท่ีไมมีระบบประปา ๒๕๖ หมูบาน ระบบประปาชํารุดและขาดประสิทธิภาพ ๒๐,๐๓๔ หมูบาน ปญหาน้ําทวม ในรอบ ๓๐ ปท่ีผานมา ประเทศไทยไดประสบปญหาน้ําทวมเกือบทุกจังหวัดของประเทศถึง ๑๓ ครั้ง ในปตางๆ ดังนี้ ป พ.ศ. ๒๕๑๕, ๒๕๑๘, ๒๕๒๑, ๒๕๒๓, ๒๕๒๖, ๒๕๓๒, ๒๕๓๘, ๒๕๔๔, ๒๕๔๕, ๒๕๔๘, ๒๕๔๙, ๒๕๕๓ และ พ.ศ. ๒๕๕๔ โดยมีอุทกภัยในลุมน้ําเจาพระยาท่ีมีความรุนแรงถึง ๘ ครั้ง คือ ป พ.ศ.๒๕๑๘, ๒๕๒๖, ๒๕๓๘, ๒๕๔๕, ๒๕๔๘, ๒๕๔๙, ๒๕๕๓ และ พ.ศ. ๒๕๕๔ ตามลําดับ กอใหเกิดความเสียหายตอชีวิต ทรัพยสิน และเศรษฐกิจของประเทศ อยางมาก เชน ในป พ.ศ. ๒๕๕๔ มีความเสียหายทางเศรษฐกิจคิดเปนมูลคาถึง ๑.๔๔ ลานลานบาท พ้ืนท่ีน้ําทวมขัง ซํ้าซาก ของท้ังประเทศ ระดับปานกลาง คือ ๔-๕ ครั้งในรอบ ๙ ป และระดับสูง คือ มากกวา ๕ ครั้งในรอบ ๙ ป รวมท้ังสิ้น ๑๐ ลานไร พ้ืนท่ีเสี่ยงตอดินโคลนถลม รวมท้ังสิ้นกวา ๖,๐๔๒ หมูบาน มีสาเหตุจากฝนท่ีตกหนักในพ้ืนท่ีลุมน้ํา และจากสภาพทางกายภาพของลุมน้ํา ท่ีเปนภูเขาสูงชัน และพ้ืนท่ีปาตนน้ําตอนบนถูกทําลาย ๒๒ รูปท่ี ๓-๓ พ้ืนท่ีเสี่ยงภัยแลงซํ้าซาก (ท่ีมา : กรมพัฒนาท่ีดิน, ๒๕๔๘-๒๕๕๖) ๒๓ ปญหาคุณภาพน้ําผิวดิน ประเทศไทย มีคุณภาพน้ําอยูในเกณฑดี รอยละ ๒๙ พอใช รอยละ ๔๙ และเสื่อมโทรม รอยละ ๒๒ ของแหลงน้ําหลักท่ัวประเทศ (จํานวน ๕๒ แหลงน้ํา) ไมพบคุณภาพน้ําท่ีอยูในเกณฑดีมาก และเสื่อมโทรมมาก อยางไรก็ตาม คุณภาพน้ําในชวง ๑๐ ปยอนหลัง (ป พ.ศ. ๒๕๔๘-๒๕๕๗) พบวา แหลงน้ําท่ีอยูในเกณฑดีมีแนวโนมลดลง ขณะท่ีแหลงน้ํา ท่ีอยูในเกณฑพอใชและเสื่อมโทรมมีแนวโนมเพ่ิมข้ึน สาเหตุสําคัญของปญหาคุณภาพน้ําเสื่อมโทรมมาจากการระบาย น้ําเสียจากชุมชน การชะหนาดินท่ีมีปุยตกคางจากการเกษตร และการปศุสัตว โดยปจจุบัน (ป พ.ศ. ๒๕๕๗) มีปริมาณน้ําเสีย จากชุมชนเกิดข้ึน ๑๐.๓ ลานลูกบาศกเมตรตอวัน ขณะท่ีระบบบําบัดน้ําเสียรองรับน้ําเสียท่ีเกิดข้ึนไดเพียงรอยละ ๓๑ พ้ืนท่ี ท่ีมีน้ําเสียชุมชนเกิดข้ึนมากท่ีสุด คือ กรุงเทพมหานคร โดยมีน้ําเสียประมาณ ๒ ลานลูกบาศกเมตรตอวัน ในขณะท่ี ระบบบําบัดน้ําเสียในพ้ืนท่ีกรุงเทพมหานครสามารถบําบัดน้ําเสียได รอยละ ๓๘ ของปริมาณน้ําเสียท่ีเกิดข้ึน ในสวนของปญหาการรุกล้ําของน้ําเค็ม เกิดข้ึนในตอนลางของแมน้ําเจาพระยา ทาจีน บางปะกง และแมกลอง ทําใหเกิดผลกระทบตอการเพาะปลูกพืช การประปา การประมง การอุตสาหกรรม ตลอดจนการ อุปโภค-บริโภคของราษฎรท่ีอยูริมฝงแมน้ํา การจัดสรรน้ําเพ่ือผลักดันน้ําเค็ม เปนการจัดสรรน้ําจากแหลงเก็บน้ํา ในพ้ืนท่ีตอนบนของลุมน้ํา เชน จากเข่ือนภูมิพล เข่ือนสิริกิติ์ เข่ือนปาสัก เข่ือนขุนดานปราการชล รวมถึง เข่ือนศรีนครินทร และเข่ือนวชิราลงกรณในฤดูแลงปละมากกวา ๒,๘๐๐ ลานลูกบาศกเมตร เพ่ือควบคุมความเค็มของน้ํา ณ จุดควบคุม ไมใหเกินมาตรฐานของการเกษตรและการประปา ปญหาคุณภาพน้ําบาดาล คุณภาพน้ําบาดาลโดยท่ัวไปจะอยูในเกณฑมาตรฐานท่ีใชบริโภคได อยางไรก็ตาม ยังมีบางพ้ืนท่ี ท่ีมีปริมาณสารละลายในน้ําบาดาลสูงกวาเกณฑมาตรฐานน้ําดื่ม เชน ในบางพ้ืนท่ีของ จ.เชียงใหม จ.ลําพูน จ.แพร จ.ลําปาง และ จ.กาญจนบุรี มีแรเหล็กและฟลูออไรดสูงกวาเกณฑมาตรฐานซ่ึงเปนปญหาท่ีมักเกิดข้ึนกับพ้ืนท่ีท่ีมี ความสัมพันธกับรอยเลื่อนและแหลงน้ําพุรอน บางพ้ืนท่ีพบปญหาการรุกล้ําของน้ําเค็มในชั้นน้ําบาดาล โดยจะเปน พ้ืนท่ีตามแนวปากแมน้ําและชายฝงทะเล เชน พ้ืนท่ีแมน้ําเจาพระยา และ จ.สงขลา ท่ีอาจจะมีสาเหตุจากการสูบ น้ําบาดาลข้ึนมาใชเกินสมดุลในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ บางพ้ืนท่ีมีคุณภาพน้ําบาดาลกรอย-เค็ม ไมเหมาะสําหรับ การอุปโภคบริโภค และเกษตรกรรม เชน จ.ยโสธร จ.อุบลราชธาน ี จ.ศรีสะเกษ จ.สุรินทร และ จ.บุรีรัมย ในบางพ้ืนท่ี ของ จ.นครศรีธรรมราช มีการพบสารหนูท่ีอาจมีสาเหตุจากการปนเปอนตามธรรมชาติของแรธาตุในชั้นหินใหน้ํา และจากการทําเหมืองแรดีบุก นอกจากนี้ บางพ้ืนท่ีท่ีมีการลักลอบท้ิงขยะพิษ น้ําเสีย ของเสียอาจถูกชะลางลงไป ปนเปอนในชั้นน้ําบาดาลได ๒๔ รูปท่ี ๓-๔ พ้ืนท่ีเสี่ยงภัยน้ําทวมซํ้าซาก (ท่ีมา : สํานักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (GISTDA), ๒๕๔๘-๒๕๕๖) http://www.gistda.or.th/ ๒๕ รูปท่ี ๓-๕ คุณภาพน้ําในแหลงน้ําสําคัญท่ัวประเทศ (ท่ีมา : กรมควบคุมมลพิษ, ๒๕๕๗) ๒๖ บทที่ ๔ แผนแมบทการบริหารจัดการทรัพยากรน้ํา ๒๐ ป (พ.ศ. ๒๕๖๑-๒๕๘๐) การพัฒนาประเทศตั้งแตอดีตจนถึงปจจุบัน รัฐบาลไดใหความสําคัญในการจัดหาแหลงน้ํา และ พัฒนาระบบชลประทานมาโดยตลอด เพ่ือตอบสนองตอความตองการใชน้ําของประเทศ ท้ังดานอุปโภค บริโภค ดานการเกษตร อุตสาหกรรม และการรักษาระบบนิเวศ อยางไรก็ตาม เนื่องจากการเพ่ิมข้ึนของจํานวนประชากร การพัฒนาดานเศรษฐกิจและสังคม สงผลใหความตองการใชน้ําเพ่ิมมากข้ึน รวมถึงการเปลี่ยนแปลงสภาพภมิูอากาศและ การเกิดปญหาภัยธรรมชาติท่ีรุนแรงเพ่ิมมากข้ึน เชน ปญหาอุทกภัย ภัยแลง ปญหาการชะลางพังทลายของดินในพ้ืนท่ี ลาดชัน และดินโคลนถลม ซ่ึงเปนผลจากการตัดไมทําลายปาและพ้ืนท่ีปาตนน้ําทรุดโทรม สงผลกระทบตอระบบนิเวศ ในพ้ืนท่ีตนน้ํา ปญหาน้ําเนาเสียท่ีเกิดจากชุมชน เกษตรกรรม และอุตสาหกรรม โดยปญหาดังกลาวทวีความรุนแรงข้ึน และกระทบตอประชาชน สังคมและเศรษฐกิจของประเทศ ประเทศไทยไดจัดทํายุทธศาสตรการบริหารจัดการทรัพยากรน้ํา ๑๒ ป (พ.ศ. ๒๕๕๘-๒๕๖๙) เพ่ือเปนกรอบและแนวทางการบริหารจัดการทรัพยากรน้ําของประเทศ อยางไรก็ตาม เนื่องจากการเปลี่ยนแปลง ของสภาพแวดลอม สภาพสังคมและเศรษฐกิจ รวมถึงรัฐบาลไดจัดทํายุทธศาสตรชาติ ๒๐ ป (พ.ศ. ๒๕๖๑-๒๕๘๐) และแผนปฏิรูปประเทศ ๑๑ ดาน ในการพัฒนาประเทศ ดังนั้น เพ่ือใหการบริหารจัดการทรัพยากรน้ํา สอดคลอง และตอบสนองเปาหมายตามยุทธศาสตรชาติ สํานักงานทรัพยากรน้ําแหงชาติ จึงไดจัดทําแผนแมบทการบริหาร จัดการทรัพยากรน้ํา ๒๐ ป (พ.ศ. ๒๕๖๑-๒๕๘๐) โดยปรับปรุงยุทธศาสตรการบริหารจัดการทรัพยากรน้ํา ๑๒ ป ใหมี ความเหมาะสมสอดคลองกับเปาหมายของยุทธศาสตรชาติ ๒๐ ป ๔.๑ ความเช่ือมโยงยุทธศาสตรชาติ ๒๐ ป กับ แผนแมบทการบริหารจัดการทรัพยากรน้ํา ๒๐ ป สอดคลองกับยุทธศาสตรชาติ ๒๐ ป ภายใตยุทธศาสตร ท่ี ๕ การเติบโตท่ีเปนมิตรกับสิ่งแวดลอม เพ่ือการพัฒนาอยางยั่งยืน ซ่ึงถายทอดลงสูการดําเนินงานตามแผนแมบทการบริหารจัดการน้ําท้ังระบบ (แผนระดับ ๒ : แผนแมบทภายใตยุทธศาสตรชาติประเด็นท่ี ๑๙ ) โดยการจัดทําแผนแมบทการบริหารจัดการทรัพยากรน้ํา ๒๐ ป มีความเชื่อมโยงและดําเนินการสอดคลองกับการพัฒนายอยตามแผนแมบทการบริหารจัดการทรัพยากรน้ําท้ังระบบ ดังนี้ ๑) พัฒนาการจัดการน้ําเชิงลุมน้ําท้ังระบบเพ่ือเพ่ิมความม่ันคงดานน้ําของประเทศ ๒) เพ่ิมผลิตภาพของน้ําท้ังระบบในการใชน้ํา อยางประหยัด รูคุณคา และสรางมูลคาเพ่ิมจากการใชน้ําใหทัดเทียมกับระดับสากล และ ๓) อนุรักษและฟนฟู แมน้ําลําคลองและแหลงน้ําธรรมชาติท่ัวประเทศ โดยจะวัดความสําเร็จจากการใชดรรชนีตามกรอบของธนาคารพัฒนา เอเชีย (ADB) ท้ังนี้แผนแมบทดานน้ําจะกําหนดแผนงานท่ีจะดําเนินการใหมีผลผลิตและผลลัพธท่ีสามารถสงผล กระทบตอดรรชนีการวัดในระดับชาติได มีประเด็นความเชื่อมโยง ดังนี้ (ตารางท่ี ๔-๑) ๒๗ ตารางท่ี ๔-๑ ความเช่ือมโยงยุทธศาสตรชาติ ๒๐ ป กับแผนแมบทการบริหารจัดการทรัพยากรน้ํา ๒๐ ป แผนแมบทประเดน็ แผนยอย/ความครอบคลุม แผนแมบทฯ น้าํท่ีสอดรับ แผนแมบทประเด็นท่ี ๑๙ การบริหารจัดการน้าํ ท้ังระบบ ๑. พัฒนาการจัดการน้ําเชิงลุมน้ํา ท้ังระบบเพ่ือเพ่ิมความม่ันคง ดานน้ําของประเทศ • จัดการน้ําเพ่ือชุมชนชนบท • จัดการน้ําเพ่ือสิ่งแวดลอม • จัดระบบการจัดการน้ํา ในภาวะวิกฤต • จัดการบริหารน้ําเชิงลุมน้ํา อยางมีธรรมาภิบาล ดานท่ี ๑ การจัดการน้ําอุปโภคบริโภค • พัฒนาระบบประปาชนบท • พัฒนาน้ําดื่มใหไดมาตรฐานและราคา ท่ีเหมาะสม ดานท่ี ๓ การจัดการน้ําทวมและอุทกภัย • เพ่ิมประสิทธิภาพการระบายน้ํา • ปองกันน้ําทวมชุมชนเมือง การจัดทําผังน้ํา และปรับปรงุผังเมือง • การจัดการพ้ืนท่ีน้ําทวม และพ้ืนท่ีชะลอน้ํา • การบรรเทาอุทกภัยในเชิงพ้ืนท่ีอยางเปน ระบบในระดับลุมน้ํา และพ้ืนท่ีวิกฤต ดานท่ี ๔ การจัดการคุณภาพน้ําและอนุรักษ ทรัพยากรน้ํา • การลดน้ําเสียจากแหลงกําเนิด • พัฒนาและเพ่ิมประสิทธิภาพระบบบําบัดน้ําเสีย ดานท่ี ๕ การอนุรักษฟนฟูสภาพปาตนน้ํา ท่ีเสื่อมโทรมและปองกันการพังทลาย ของดิน • การอนุรักษฟนฟูพ้ืนท่ีปาตนน้ําท่ีเสื่อมโทรม • การปองกันและลดการชะลางพังทลาย ของดินในพ้ืนท่ีตนน้ํา ดานท่ี ๖ การบริหารจัดการ • ปรับปรุงองคกรดานการบริหารจัดการน้ํา • การจัดทําแผนบริหารจัดการน้ํา • การพัฒนาระบบฐานขอมูลสนับสนุน การตัดสินใจ ๒๘ แผนแมบทประเดน็ แผนยอย/ความครอบคลุม แผนแมบทฯ น้าํท่ีสอดรับ ๒. เพ่ิมผลิตภาพของน้ําท้ังระบบ ในการใชน้ําอยางประหยัด รูคุณคา และสรางมูลคาเพ่ิม จากการใชน้ําใหทัดเทียมกับ ระดับสากล • จัดการน้ําในเขตเมือง • จัดการน้ําเพ่ือการพัฒนา • เพ่ิมผลิตภาพของการใชน้ํา ดานท่ี ๑ การจัดการน้ําอุปโภคบริโภค • การพัฒนาระบบประปาเมือง/เศรษฐกิจ • การประหยัดน้าํในทุกภาคสวน ดานท่ี ๒ การสรางความม่ันคงน้ําภาคการผลติ • พัฒนาแหลงน้ําตนทุนใหม • บริหารจัดการความตองการ • จัดหาน้ําพ้ืนท่ีเกษตรน้ําฝน ๓. อนุรักษและฟนฟูแมน้ํา ลําคลองและแหลงน้ําธรรมชาติ ท่ัวประเทศ • พิสูจนและสอบเขตแมน้ํา ลําคลอง • แกไขปญหา การรุกล้ํา แนวเขตแมน้ํา • จัดทําขอกําหนดในการ ออกแบบท้ังเชิงภูมิ สถาปตยกรรมและวิศวกรรม ดานท่ี ๔ การจัดการคุณภาพน้ํา และและอนุรักษ ทรัพยากรน้ํา • ฟนฟูแมน้ําลําคลอง ๔.๒ ความเช่ือมโยงแผนการปฏิรูปประเทศ ๑๑ ดาน และแผนแมบทการบริหารจัดการทรัพยากรน้ํา ๒๐ ป แผนการปฏิรูปประเทศ ดานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดลอม เรื่องทรัพยากรน้ํา ไดพิจารณา กําหนดแนวทางการปฏิรูปประเทศ เปาหมาย และทิศทางของการพัฒนา ซ่ึงแผนแมบทการบริหารจัดการทรัพยากรน้ํา จะตองกําหนดแนวทางการดําเนินงาน เปาหมาย และตัวชี้วัด ใหเปนไปในทิศทางท่ีแผนการปฏิรูปประเทศ โดยเชื่อมโยง แผนการบริหารจัดการทรัพยากรน้ํา (จํานวน ๒๘ กลยุทธ ๕๔ แผนงาน) กับแผนปฏิรูปประเทศ ดานทรัพยากรน้ํา ๕ ประเด็น (๒๗ เรื่อง/กิจกรรม) ดังนี้ (ตารางท่ี ๔-๒) ตารางท่ี ๔-๒ ความเช่ือมโยงแผนการปฏิรูปประเทศ ๑๑ ดาน และแผนแมบทการบริหารจดัการทรพัยากรน้ํา ๒๐ ป ประเด็นการปฏิรูป ความเช่ือมโยงแผนแมบทฯน้ํา ๑. การบริหารแผนงานโครงการท่ีสําคัญตามแผน ยุทธศาสตร การบริหารจัดการทรพัยากรน้ํา • การพัฒนาโครงการพัฒนาแหลงน้ําตาม ยุทธศาสตรการบริหารจัดการทรัพยากรน้ํา (กลไกการขับเคลื่อนโครงการ) • การปรับปรุงวิธีบริหารโครงสรางเชิงซอน รวมกันอยางเปนระบบ ดานท่ี ๖ การบริหารจัดการ • การจัดทําแผนบรหิารจัดการทรพัยากรน้ําสอดคลอง กับยุทธศาสตรชาติ ๒๙ ประเด็นการปฏิรูป ความเช่ือมโยงแผนแมบทฯน้ํา ๒. การบริหารเชิงพ้ืนท่ี เพ่ือเพ่ิมประสิทธิภาพ ในการบริหารจัดการน้ํา • การบริหารจัดการรวมกัน • การถายโอนภารกิจและความรับผิดชอบ • การบรหิารจัดการใชประโยชนท่ีดิน • สมดุลการใชน้ําท้ังผิวดินและใตดิน • การบริหารจัดการพ้ืนท่ีน้ําทวมตามฤดูกาล ดานท่ี ๒ การสรางความม่ันคงของน้ําภาคการผลิต (เกษตรและอุตสาหกรรม) • การจัดการดานความตองการ • เพ่ิมประสิทธิภาพโครงการแหลงน้ํา/ระบบสงน้ําเดิม • การจัดหาน้ําในพ้ืนท่ีเกษตรน้ําฝน • การพัฒนาแหลงเก็บกักน้ํา/ระบบสงน้ําใหม • พัฒนาระบบผันน้ําและระบบเชื่อมโยงแหลงน้ํา ดานท่ี ๓ การจัดการน้ําทวมและอุทกภัย • การจัดการพ้ืนท่ีน้ําทวม/พ้ืนท่ีชะลอน้ํา • การบรรเทาอุทกภัยในเชิงพ้ืนท่ีอยางเปนระบบ ในระดับลุมน้ํา/พ้ืนท่ีวิกฤต ดานท่ี ๖ การบริหารจัดการ • การจัดทํา ปรบัปรุง ทบทวน กฎหมาย ระเบียบ ขอบังคับดานทรัพยากรน้ํา • การสงเสริม พัฒนา องคกรการบริหารจัดการ ทรัพยากรน้ําในระดับประเทศ/ระดับลุมน้ํา • การจัดทําแผนบริหารจัดการทรัพยากรน้ํา • การสนับสนุนและขับเคลื่อนการบริหารจัดการ ทรัพยากรน้ําในระดับประเทศ/ลุมน้ํา • การบูรณาการการมีสวนรวมในการบริหารจัดการ ๓. การจัดการระบบเสนทางน้ํา • การจัดการระบายน้ํา • การดูแลเสนทางน้ําในบริเวณโรงพยาบาล ท่ีอยูในพ้ืนท่ีน้ําทวม ดานท่ี ๓ การจัดการน้ําทวมและอุทกภัย • เพ่ิมประสิทธิภาพการระบายน้ํา • ปองกันน้ําทวมชุมชนเมือง/ผังน้ํา • การบรรเทาอุทกภัยในเชิงพ้ืนท่ีอยางเปนระบบ ในระดับลุมน้ํา/พ้ืนท่ีวิกฤต ดานท่ี ๖ การบริหารจัดการ • การจัดทําแผนบริหารจัดการทรัพยากรน้ํา (แผนปองกันและแกไขภาวะน้ําแลงและน้ําทวม) ๔. ระบบขยายผลแบบอยางความสําเร็จ นําไปสูการเปลี่ยนแปลงการบรหิารจัดการน้ํา ดานท่ี ๖ การบรหิารจดัการ • แตงตั้งองคกรผูใชน้ําและสงเสริมการจัดการน้ําชุมชน • งานวิจัย เทคโนโลยี และนวัตกรรมดานการบริหาร จัดการทรัพยากรน้ํา • พัฒนากลไกความรวมมือระหวางประเทศ ดานทรัพยากรน้ํา (ความรวมมือดานวิชาการ) ๓๐ ประเด็นการปฏิรูป ความเช่ือมโยงแผนแมบทฯน้ํา ๕. ความรู เทคโนโลยีและทรัพยากรมนุษย เพ่ือการ บริหารจดัการการขยายผลความสําเร็จดานการ บริหารจดัการน้ํา/ดูแลรักษาอยางมีสวนรวม และยั่งยืน ดานท่ี ๖ การบรหิารจดัการ • การเพ่ิมศักยภาพการบรหิารจดัการทรัพยากรน้ํา ระดับประเทศและลุมน้าํ (การใชนวัตกรรมหรือ แนวทางใหมในการบริหารจดัการทรัพยากรน้ํา) • งานวิจยั เทคโนโลย ีและนวัตกรรมการบริหารจัดการ ทรัพยากรน้ํา • พัฒนาฐานขอมูลทรัพยากรน้ําและขอมูลอ่ืนท่ีเก่ียวของ (คลังขอมูลน้ําและระบบโทรมาตร) • การเพ่ิมประสิทธภิาพการบรหิารจัดการทรัพยากรน้ํา (พัฒนาระบบเฝาระวังและแจงเตือนคุณภาพน้ํา จัดทําระบบ Big Data และการเตือนภัยพ้ืนท่ีลาดเชงิเขา) ๔.๓ ความเช่ือมโยงเปาหมายการพัฒนาท่ีย่ังยืน (SDGs) และแผนแมบทการบริหารจัดการทรัพยากรน้ํา ๒๐ ป แผนแมบทการบริหารจัดการทรัพยากรน้ํา ๒๐ ป ไดจัดทําใหมีสอดคลองกับเปาหมายการพัฒนาท่ี ยั่งยืนเปาหมายท่ี ๖ สรางหลักประกันวาจะมีการจัดใหมีน้ําและสุขอนามัยสําหรับทุกคน และมีการบริหารจัดการท่ี ยั่งยืน โดยมีความเชื่อมโยง ดังนี้ ตารางท่ี ๔ - ๓ ตารางท่ี ๔–๓ ความเช่ือมโยงเปาหมายการพัฒนาท่ีย่ังยืน และแผนแมบทการบริหารจดัการทรัพยากรน้ํา ๒๐ ป เปาประสงค ความเช่ือมโยงแผนแมบทฯน้ํา ๖.๑ บรรลุเปาหมายการใหทุกคนเขาถึงน้ําดื่ม ท่ีปลอดภัยและมีราคาท่ีสามารถซ้ือหาได ดานท่ี ๑ การจัดการน้ําอุปโภคบริโภค • พัฒนาน้ําดื่มใหไดมาตรฐานและราคา ท่ีเหมาะสม ๖.๒ บรรลุเปาหมายการใหทุกคนเขาถึงสุขอนามัย ท่ีพอเพียงและเปนธรรม ดานท่ี ๑ การจัดการน้ําอุปโภคบริโภค • พัฒนาน้ําดื่มใหไดมาตรฐานและราคา ท่ีเหมาะสม ๖.๓ ยกระดับคุณภาพน้ํา โดยลดมลพิษ ขจัดการท้ิงขยะ และลดการปลอยสารเคมีและวัสดุอันตราย ดานท่ี ๔ การจัดการคุณภาพน้ํา และอนุรักษฟนฟู ทรัพยากรน้ํา ๖.๔ เพ่ิมประสิทธิภาพการใชน้ําในทุกภาคสวนและ สรางหลักประกันวาจะมีการใชน้ําและจัดหาน้ําท่ียั่งยืน ดานท่ี ๑ การจัดการน้ําอุปโภคบริโภค • เพ่ิมประสิทธิภาพการใชน้ํา ดานท่ี ๒ การสรางความม่ันคงน้ําภาคการผลติ • การจัดการดานความตองการ ๓๑ เปาประสงค ความเช่ือมโยงแผนแมบทฯน้ํา ๖.๕ ดําเนินการบริหารจัดการน้ําแบบองครวม ในทุกระดับ ดานท่ี ๖ การบรหิารจดัการ • สงเสริม พัฒนา องคกรการบริหารจัดการ ทรัพยากรน้ําในระดับชาติ/ระดับลุมน้ํา • การประชาสัมพันธ และการมีสวนรวม ในการบริหารจัดการน้ํา ๖.๖ ปกปองและฟนฟูระบบนิเวศท่ีเก่ียวของกับ แหลงน้ํา รวมถึงภูเขาปาไม พ้ืนท่ีชุมน้ํา แมน้ํา ชั้นหินอุมน้ําและทะเลสาบ ดานท่ี ๔ การจัดการคุณภาพน้ํา และอนุรักษฟนฟู ทรพัยากรน้ํา ดานท่ี ๕ การอนุรักษฟนฟูสภาพปาตนน้ําท่ีเสื่อมโทรม และปองกันการพังทลายของดิน ๖.a ขยายความรวมมือระหวางประเทศและ การสนับสนุนการเสริมสรางขีดความสามารถ ใหแกประเทศกําลังพัฒนาในกิจกรรมและแผนงาน ท่ีเก่ียวของกับน้ําและสุขอนามัย ดานท่ี ๖ การบรหิารจดัการ • พัฒนากลไกความรวมมือระหวางประเทศ ดานทรัพยากรน้ํา ๖.b สนับสนุนและเพ่ิมความเขมแข็งในการมีสวนรวม ของชุมชนทองถ่ินในการพัฒนาการจัดการน้ําและ สุขอนามัย ดานท่ี ๖ การบรหิารจดัการ • การประชาสัมพันธ และการมีสวนรวมในการ บริหารจัดการน้ํา • ปรับปรุงโครงสรางองคกร ท้ังระดับชาติ และระดับลุมน้ํา ๓๒ ๔.๔ หลักการและแนวคิดในการปรับปรุงแผนแมบท ในการจัดทําแผนแมบทการบรหิารจัดการทรัพยากรน้ํา ๒๐ ป (พ.ศ. ๒๕๖๑-๒๕๘๐) เปนการปรับปรุง แผนยุทธศาสตรการบริหารจัดการทรัพยากรน้ํา ๑๒ ป (พ.ศ. ๒๕๕๘-๒๕๖๙) โดยประเมินและปรับปรุงแนวทาง การดําเนินงานบางดานใหเหมาะสมยิ่งข้ึน มีการกําหนดเปาหมายและตัวชี้วัดท่ีชัดเจน สอดคลองกับยุทธศาสตรชาติ ๒๐ ป ซ่ึงผลการประเมินเปน ดังนี้ ๑) ยุทธศาสตรการบริหารจัดการทรัพยากรน้ําเดิม เปนยุทธศาสตรการบริหารจัดการทรัพยากรน้ํา ป ๒๕๕๘-๒๕๖๙ จะตองขยายเปนป ๒๕๖๑ – ๒๕๘๐ และปรับปรุงใหยุทธศาสตรน้ําสนับสนุนเปาหมาย ยุทธศาสตรชาติ ๒๐ ป และการปฏิรูปดานทรัพยากรน้ํา ในประเด็นท่ีเก่ียวของ เชน ดานการเกษตร อุตสาหกรรม การทองเท่ียว กลุมจังหวัด ภูมิภาค การพัฒนาพ้ืนท่ีเศรษฐกิจ ๒) การกําหนดกิจกรรม แผนงานโครงการ ของหนวยงานยังไมสอดคลอง หรือตอบสนองตอ เปาหมายและกรอบเวลา ใหหนวยงานปรับกิจกรรม แผนงาน โครงการ ใหมีผลสัมฤทธิ์กระทบเปาหมาย และ กรอบเวลาตามยุทธศาสตร ซ่ึงของเดิมเปนการกําหนดจากภารกิจของหนวยงานเปนสวนใหญ ๓) รวบรวมขอมูลพ้ืนฐานไมครบถวน เพียงพอใหทราบถึงสถานการณ หรือความตองการ เพ่ือนําไปใช ในการกําหนดเปาหมาย โดยใหดําเนินการใหแลวเสร็จ ภายใน ๒-๓ ป และเตรียมแนวทางในการจัดเก็บขอมูล เพ่ือการประเมินผลสัมฤทธิ์ ๔) หนวยงานจะตองจัดทําแผนแมบท แผนปฏิบัติการตามภารกิจของหนวยงาน ทําใหไมสามารถ กําหนดทิศทางยุทธศาสตรในประเด็นนั้นๆ และโครงการท่ีตองบูรณาการในพ้ืนท่ีกับหนวยงานอ่ืน ๕) เพ่ิมกิจกรรมหรือแนวทางใหม และกําหนดเจาภาพ หนวยงาน เพ่ือกํากับและขับเคลื่อนงาน ท่ีตองบูรณาการหลายหนวยงานหรือในระดับพ้ืนท่ี ๖) การใชนวัตกรรมใหมๆ การวิจัย เพ่ือขับเคลื่อนงานท่ีมีชองวาง ยังไมมีแนวทางท่ีชัดเจน ๗) การสื่อสารทําความเขาใจเก่ียวกับยุทธศาสตรไมดีพอ ทําใหหนวยงานมองเปาหมายไมเปนไป ในทิศทางเดียวกัน และไมสามารถเชื่อมโยงกับหวงโซผลลัพธ (Results Chain) ท่ีใหหนวยงานมีเปาหมายรวมกัน ๔.๕ แผนแมบทการบริหารจัดการทรพัยากรน้ํา ๒๐ ป (พ.ศ. ๒๕๖๑ -๒๕๘๐) ๔.๕.๑ วิสัยทัศน ไดกําหนดวิสัยทัศนการพัฒนาตามแผนแมบทการบริหารจัดการทรัพยากรน้ํา ๒๐ ป (พ.ศ. ๒๕๖๑ ๒๕๘๐) ไว ดังนี้ “ทุกหมูบานมีน้ําสะอาดอุปโภค บริโภค น้ําเพ่ือการผลิตม่ันคง ความเสียหายจากอุทกภัยลดลง คุณภาพน้ําอยูในเกณฑมาตรฐาน บริหารจัดการน้ําอยางย่ังยืน ภายใตการพัฒนาอยางสมดุล โดยการ มีสวนรวมของทุกภาคสวน” ๔.๕.๒ เปาหมายในภาพรวมของแผนแมบทการบริหารจัดการทรัพยากรน้ํา ๒๐ ป ๑) ประชาชนท้ังในเมืองและชนบท มีน้ําอุปโภคและน้ําด่ืมเพียงพอ ไดมาตรฐานสากลในราคา ท่ีเหมาะสม มีการประหยัดน้ําทุกภาคสวนท้ังภาคอุตสาหกรรมและครัวเรือน รวมท้ังมีความสามารถในการบริหาร จัดการน้ําระดับชุมชม และทองถ่ิน ๒) สามารถจัดหาน้ําเพ่ือการผลิต (เกษตร อุตสาหกรรม) ไดอยางสมดุลระหวางศักยภาพกับ ความตองการ มีการใชน้ําอยางมีประสิทธิภาพ ประหยัด ผลิตภาพสูงข้ึน รวมท้ัง สามารถจัดหาน้ําบรรเทาผลกระทบ จากการขาดแคลนน้ําในพ้ืนท่ีเกษตรน้ําฝนใหเพียงพอตอการดํารงชีพและการทําการเกษตรในฤดูฝน ๓๓ ๓) มีระบบปองกันน้ําทวมและอุทกภัยท่ีมีประสิทธิภาพ ท้ังโครงสรางและการบริหารจัดการ มีผังการระบายน้ําทุกระดับ การบริหารพ้ืนท่ีน้ําทวมและพ้ืนท่ีชะลอน้ํา ๔) การฟนฟูแมน้ําลําคลองและแหลงน้ําธรรมชาติ ใหมีคุณภาพตามมาตรฐาน ชุมชนขนาดใหญ มีการบําบัดน้ําเสียกอนปลอยลงสูสิ่งแวดลอม มีการจัดการโดยการปองกันและลดน้ําเสียท่ีตนทาง ๕) ปาตนน้ําไดรับการฟนฟู สามารถชะลอการไหลบาของน้ํา มีการใชประโยชนจากลุมน้ําตามผัง ท่ีกําหนด มีการอนุรักษดินและน้ําในพ้ืนท่ีลาดชัน ๖) มีระบบบริหารจัดการทรัพยากรน้ําท่ีมีธรรมาภิบาล ทันสมัย มีกฏหมาย ระเบียบ เกณฑท่ี เก่ียวของกับทรัพยากรน้ํา มีโครงสรางองคกรเหมาะสมในการบริหารจัดการน้ําทุกระดับ สามารถบริหารจัดการ ตามแผนยุทธศาสตร แผนแมบท แผนปฏิบัติการ ระบบ และกลไกการจัดสรรน้ํา รวมท้ัง มีระบบฐานขอมูล ทรัพยากรมนุษย และงานวิจัยเพียงพอในการตัดสินใจและบริหารจัดการ ๔.๕.๓ ประเด็นความครอบคลุมในการวางแผนแมบทดานน้ําของประเทศ ในการจัดทําแผนแมบทการบริหารจัดการทรัพยากรน้ํา ไดกําหนดแนวทางการพัฒนาใหครอบคลุม ตามแนวทางการพัฒนายอย ท่ีกําหนดไวในยุทธศาสตรชาติ ๒๐ ป (พ.ศ. ๒๕๖๑-๒๕๘๐) ประกอบดวย ๑) การจัดการน้ําเพ่ือชุมชนชนบท ไดแก การจัดใหมีน้ําสะอาดใชทุกครัวเรือนในชุมชนชนบท ท้ังปริมาณ คุณภาพ และราคาท่ีเหมาะสม ๒) การจัดการน้ําในเขตเมือง ไดแก การจัดใหมีน้ําเพียงพอตอการเจริญเติบโตของเขตเมือง เพ่ือการอยูอาศัย การพาณิชย และบริการ พรอมระบบการจดัการน้ําในเขตเมือง มีระบบแผนผังน้ํา ระบบกระจายน้ําดี ระบบรวบรวมน้ําเสีย ระบบปองกันน้ําทวม และระบายน้ํา ๓) การจัดการน้ําเพ่ือการพัฒนา ไดแก การพัฒนาน้ําเพ่ือการเกษตร การพัฒนาน้ําเพ่ืออุตสาหกรรม การเพ่ิมมูลคาน้ํา และการปรับโครงสรางการใชน้ําดานการเกษตร และอุตสาหกรรม ๔) การจัดการน้ําเพ่ือสิ่งแวดลอม ไดแก การจัดการพ้ืนท่ีตนน้ํา การพัฒนา ฟนฟู แหลงน้ําธรรรมชาติ การควบคุมปริมาณการไหลของน้ําเพ่ือรักษาระบบนิเวศ การจัดการคุณภาพน้ํา (การลดแหลงน้ําเสียท่ีแหลงกําเนิด และพัฒนาเพ่ิมประสิทธิภาพระบบบําบัดน้ําเสีย) การจัดการน้ําเสียภาคการเกษตร และการติดตามตรวจสอบคุณภาพน้ํา ใหครอบคลุมถึงการไหลลงทะเล ๕) การจัดระบบการจัดการน้ําในภาวะวิกฤต ไดแก การบริหารจัดการพ้ืนท่ีเสี่ยงภัย (การปรับตัว หนีภัย การบริหารจัดการพ้ืนท่ีน้ําทวม) และการจัดการเชิงโครงสราง ๖) การบริหารเชิงลุมน้ําอยางมีธรรมาภิบาล ไดแก การวางแผนลุมน้ําแบบองครวมและบูรณาการ การจัดการใหมีการจัดหา การใชน้ําท่ีสมดุล ทันสมัย ทันการณ และสรางความเปนธรรม โดยมีโครงสราง องคกร การจัดการ กฎระเบียบ การจัดหาและการใชน้ําอยางสมดุล มีระบบและกลไกการจัดสรรน้ํา และการพัฒนารูปแบบ การจัดการ ระบบการจัดการน้ําชุมชนท่ีเหมาะสม มีระบบผังน้ํา การจัดทําแผนตามความสําคัญในพ้ืนท่ี การเตรียม ความพรอมขององคกร เครื่องมือ การจัดการ การสื่อสารและสารสนเทศ การดําเนินการความรวมมือระหวาง ประเทศเก่ียวกับการบริหารจัดการทรัพยากรน้ํา เชื่อมโยงประเด็นการพัฒนาดานอ่ืนรวมกัน การศึกษา วิจัย พัฒนา เทคโนโลยี และนวัตกรรม เก่ียวกับทรัพยากรน้ํา ๓๔ ๔.๕.๔ แผนแมบทการบริหารจัดการทรัพยากรน้ํา ๒๐ ป เพ่ือใหบรรลุตามวิสัยทัศนขางตน ไดกําหนด แผนแมบทการบริหารจัดการทรัพยากรน้ํา ๒๐ ป (พ.ศ. ๒๕๖๑-๒๕๘๐) ไว ๖ ดาน คือ ดานท่ี ๑ การจัดการน้ําอุปโภคบริโภค ดานท่ี ๒ การสรางความม่ันคงของน้ําภาคการผลิต ดานท่ี ๓ การจัดการน้ําทวมและอุทกภัย ดานท่ี ๔ การจัดการคุณภาพน้ํา และอนุรักษทรัพยากรน้ํา ดานท่ี ๕ การอนุรักษฟนฟูสภาพปาตนน้ําท่ีเสื่อมโทรม และปองกันการพังทลายของดิน ดานท่ี ๖ การบริหารจัดการ ดานท่ี ๑ การจัดการน้ําอุปโภคบริโภค หลักการ : น้ําเพ่ือการอุปโภค บริโภค เปนสิ่งท่ีจําเปนสําหรับการดํารงชีวิตของมนุษย ชวงท่ีผานมารัฐบาล ไดจัดสรรงบประมาณจํานวนมาก เพ่ือจัดหาน้ํา อุปโภค บริโภค บริการประชาชนอยางท่ัวถึง ท้ังพ้ืนท่ีเมือง และชนบท รวมท้ังเพ่ือตอบสนองเปาหมายการพัฒนาท่ียั่งยืน (SDGs) ท่ีสมาชิกของ องคการสหประชาชาติ กําหนดใน เปาหมายท่ี ๖ “การเขาถึงการใชน้ําสะอาดและสุขาภิบาลท่ีดี” ภาพรวมความตองการน้ําเพ่ือการอุปโภคบริโภคมีแนวโนมเพ่ิมข้ึนเนื่องจากการขยายตัว ทางเศรษฐกิจ การเพ่ิมข้ึนของประชากร และพ้ืนท่ีเศรษฐกิจพิเศษ โดยคาดการณวาในป ๒๕๗๐ จะมีความตองการมากถึง ๘,๒๖๐ ลานลูกบาศกเมตรตอป และจากขอมูลพ้ืนฐานระดับหมูบาน (กชช. ๒ ค) ป ๒๕๕๖ พบวา มีหมูบานท่ีไมมีระบบประปา จํานวน ๗,๔๙๐ หมูบาน มีหมูบาน ท่ีประกาศเปนพ้ืนท่ีภัยแลงตองชวยเหลือเปนประจําทุกป และหลายพ้ืนท่ีมีคาใชจายสูง ในการ จัดหาน้ํา อุปโภค บริโภค ซ่ึงแผนยุทธศาสตรการบริหารจัดการทรัพยากรน้ํา ๑๒ ป (พ.ศ. ๒๕๕๘ – ๒๕๖๙) กําหนดวาจะดําเนินการใหครบทุกหมูบานในป ๒๕๖๐ ซ่ึงดําเนินการไดจริง ๗,๒๓๔ หมูบาน ยังเหลือท่ีจะดําเนินการตอใน แผนแมบทการจัดการทรัพยากรน้ํา ๒๐ ป (พ.ศ. ๒๕๖๑-๒๕๘๐) จํานวน ๒๕๖ หมูบาน กําหนดแลวเสร็จภายใน ป ๒๕๖๕ รวมท้ัง ปรับปรุงซอมแซมระบบประปา หมูบานท่ีชํารุดเสียหาย จํานวน 14,534 หมูบาน ใหแลวเสร็จภายใน ป ๒๕๘๐ สําหรับในเขตเมือง และพ้ืนท่ีเศรษฐกิจ จะขยายเขตการจายน้ํา เพ่ือรองรับการขยายตัวของเมือง การทองเท่ียว และ เขตเศรษฐกิจพิเศษ นอกจากนั้น จะปรับปรุงระบบประปาใหไดมาตรฐาน สงเสริมการประหยัดน้ํา ในภาคครัวเรือน ภาคบริการ และภาคราชการ เปาประสงค : จัดหาน้ําสะอาดเพ่ือการอุปโภคบริโภคใหแกชุมชน ครบทุกหมูบาน หรือทุกครัวเรือน ชุมชนเมือง แหลงทองเท่ียวสําคัญ และพ้ืนท่ีเศรษฐกิจพิเศษ รวมท้ังการจัดหาแหลงน้ําสํารองในพ้ืนท่ี ซ่ึงขาดแคลนแหลงน้ําตนทุน พัฒนาน้ําดื่มใหไดมาตรฐาน ในราคาท่ีเหมาะสม และการประหยัดน้ํา โดยลดการใชน้ําภาคครัวเรือน ภาคบริการ และภาคราชการ ๓๕ กลยุทธ : ๑) พัฒนา ขยายเขต และเพ่ิมประสิทธิภาพระบบประปาหมูบาน โดยจัดหาแหลงน้ํา และกอสรางระบบ ประปาใหครอบคลุมทุกหมูบานท่ัวประเทศ และปรับปรุงระบบประปาเดิมท่ีชํารุด เพ่ือใหใชงานได ๒) พัฒนาระบบประปาเมือง/พ้ืนท่ีเศรษฐกิจ โดยการขยายเขตระบบประปา เพ่ิมเขตจายน้ํา สําหรับเมืองหลัก พ้ืนท่ีเศรษฐกิจพิเศษ และแหลงทองเท่ียวท่ีสาํคัญ การจัดหาแหลงน้ําสํารองในพ้ืนท่ี ซ่ึงขาดแคลนแหลงน้ําตนทุน และลดการสูญเสียน้ําในระบบทอสงจายน้ําประปา ๓) พัฒนาน้ําดื่มใหไดมาตรฐานและราคาท่ีเหมาะสม โดยกําหนดมาตรฐานระบบประปาหมูบาน การจําแนกระบบประปา แลวดําเนินการปรับปรุงใหไดมาตรฐาน ครบทุกหมูบาน รวมท้ังพัฒนา น้ําบาดาลเพ่ือสนับสนุนน้ําดื่มสะอาดใหโรงเรียน และชุมชน ๔) การประหยัดน้ําทุกภาคสวน โดยสงเสริมการลดการใชน้ําในภาคครัวเรือน ภาคบริการ และ ภาคราชการ ๓๖ ตารางท่ี ๔-๔ เปาหมายตามแผนแมบทดานท่ี ๑ การจัดการน้ําอุปโภคบริโภค กลยุทธ /แผนงาน ตัวชี้วัด เปาหมาย (ป) หนวยงาน อํานวยการ ขับเคลื่อน หนวยงานปฏิบัติ 20 ป 61-65 66-70 71-80 หลัก สนับสนุน 1. การพัฒนา ขยายเขตและเพิ่ม ประสิทธภิาพระบบประปาหมูบาน หมูบานท่ีกอสรางระบบประปา 256 256 - - มท. สถ./ อปท. ทน./ทบ./ กปภ./นทพ. จํานวนครัวเรือน 11,441 11,441 - หมูบานท่ีไดรับการเพ่ิม ประสิทธิภาพระบบประปา 14,534 5,472 5,157 3,905 2. พฒันาประปาเมือง/พืน้ที่เศรษฐกิจ 2.1 การขยายเขต/เพ่ิมเขตจายนํ้า จํานวนแหง/สาขา 10,070 2,570 2,500 5,000 สทนช. กปน./กปภ. ชป./ทน./ทบ. จํานวนครัวเรือน 1,000,000 280,000 275,000 445,000 2.2 แผนระบบประปาเมืองหลัก/พ้ืนท่ี เศรษฐกิจ/แหลงทองเท่ียว จํานวนแหง 388 55 103 230 กปภ. จํานวนครัวเรือน 4,239,980 789,980 1,150,000 2,300,000 2.3 จัดหาแหลงนํ้าสํารอง/จัดหานํ้าตนทุน จํานวนแหง 196 59 37 100 กปน./กปภ. ปริมาณนํ้า (ลาน ลบ.ม.) 346 72 154 120 2.4 ลดการสูญเสียนํ้าในระบบทอสงจาย นํ้าประปา รอยละการควบคุมการสูญเสีย การสูญเสียไม เกินรอยละ 20 จัดทําแผน (ป 65) ไมเกินรอยละ 25 ไมเกินรอยละ 23 ไมเกินรอยละ 20 กปน./กปภ. 3. พัฒนาน้ําดื่มใหไดมาตรฐานและราคาที่เหมาะสม 3.1 การปรับปรุงระบบประปาหมูบานใหได มาตรฐาน (SDGs) รอยละหมูบานท่ีไดรับการ ปรับปรุงใหไดมาตรฐาน ครบทุกหมูบาน 20 30 50 มท. สถ. ทบ./อน./ สป.ทส./กปภ./ ทน. รอยละของระบบประปาท่ีผาน มาตรฐานประปาด่ืมได 90 18 27 45 3.2 พัฒนานํ้าด่ืมสะอาดท่ีไดมาตรฐานและ ราคาท่ีเหมาะสม จํานวนแหง 4,015 2,911 1,104 - ทบ. ศธ. ครัวเรือนท่ีไดรับประโยชน 366,700 274,300 92,400 รอยละการลดลงของผูปวย จากนํ้าด่ืม 10 2 3 5 อน. ๓๗ กลยุทธ /แผนงาน ตัวชี้วัด เปาหมาย (ป) หนวยงาน อํานวยการ ขับเคลื่อน หนวยงานปฏิบัติ 20 ป 61-65 66-70 71-80 หลัก สนับสนุน 4.การประหยัดน้ําทุกภาคสวน 4.1 ลดการใชนํ้าภาคครัวเรอืน/บริการ ปรมิาณการใชนํ้า (ลิตร/คน/วัน) ไมเกิน 215 ไมเกิน 234 ไมเกิน 229 ไมเกิน 215 สทนช. กปภ./กปน. ทุกหนวยงาน/ ภาคเอกชน 4.2 ลดการใชนํ้าภาคราชการ รอยละหนวยงานรัฐท่ีลดการ ใชนํ้าไดไมนอยกวารอยละ 10 100 20 30 50 สทนช. ทุกหนวยงาน/ ภาคเอกชน ๓๘ แนวทางการขับเคล่ือน ๑. แผนงานประปาหมูบานใหไดมาตรฐานน้ําอุปโภค บริโภค เนื่องจากเปนภารกิจขององคกร ปกครองสวนทองถ่ิน แตเปนงานท่ีริเริ่มใหม จึงเห็นควรมอบใหกระทรวงมหาดไทยเปนหนวยงานประสานและ ขับเคลื่อน และกรมสงเสริมการปกครองทองถ่ินและกรมทรัพยากรน้ําเปนหนวยงานปฎิบัติหลัก ในการกําหนด มาตรฐาน จัดทํารูปแบบมาตรฐาน สนับสนุนทองถ่ินในการสํารวจ ออกแบบ และจัดทําโครงการนํารอง พรอมท้ัง การถายทอดเทคโนโลยีและเพ่ิมขีดความสามารถใหทองถ่ินดําเนินการไดเองตอไป ๒. แผนงานประปาเมืองหลัก พ้ืนท่ีเศรษฐกิจตางๆ มอบสํานักงานทรัพยากรน้ําแหงชาติเปน หนวยประสานและขับเคลื่อนแผนการพัฒนาในดานตางๆ เพ่ือกําหนดแผนงานโครงการรองรับในอนาคต ๓. การประหยัดน้ําภาคครัวเรือนและบริการ ในระยะแรกจะดําเนินการในเขตรับผิดชอบของ การประปานครหลวง และการประปาสวนภูมิภาค โดยเนนในเขตขาดแคลนน้ําตนทุน มีเปาหมายใหอัตราการใชน้ําตอคน ลดลงหรือเหมาะสมกับกิจกรรมของพ้ืนท่ีนั้นๆ ๓๙ ดานท่ี ๒ การสรางความม่ันคงของน้ําภาคการผลิต หลักการ : ประเทศไทยมีสัดสวนในการเก็บกักน้ําตอน้ําทาเฉลี่ยในระดับสูง เฉพาะในบางลุมน้าํ ไดแกลุมน้ําภาคกลาง และตะวันตกท่ีมีอางเก็บน้ําขนาดใหญ สําหรับลุมน้ําท่ีเหลือมีการเก็บกัก ในระดับต่ํา จึงมีวิกฤตการณน้ําที่เกิดขึ้นเปนการขาดแคลนน้ําในฤดูแลงตามวงจรธรรมชาติ แตปจจุบันเกิดจากปริมาณน้ําฝนที่แปรปรวน เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ประกอบกับความตองการใชน้ําท่ีเพ่ิมข้ึนทําใหเกิดความไมสมดุลของปริมาณน้ํา ปญหาการขาดแคลนน้ํา มีแนวโนมเกิดบอยครั้ง และทวีความรุนแรงมากข้ึน ทําใหเกิดการชวงชิงทรัพยากรน้ําระหวาง ชุมชนเมือง อุตสาหกรรมและชนบท การเขาถึงทรัพยากรน้ําโดยเสรี ขาดความเปนธรรม การผลิตภาคเกษตรกรรมและอุตสาหกรรมมีบทบาทสําคัญในการพัฒนาเศรษฐกิจ ของประเทศ โดยภาคอุตสาหกรรม มีแนวโนมการขยายตัวคอนขางเร็วและตอเนื ่อง มีสัดสวนในรายไดประชาชาติคอนขางสูง สวนใหญตั้งอยูในเขตภาคกลางและภาคตะวันออก และมีแนวโนมจะขยายตัวมากขึ ้นในพื้นที ่ระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก (Eastern Economic Corridor: EEC)ไดแก จังหวัดฉะเชิงเทรา ชลบุรี และจังหวัดระยอง ซ่ึงพ้ืนท่ีดังกลาว ตองจัดหาแหลงน้ําเพิ่มเติม เพื่อรองรับความเสี่ยงในการขาดแคลนน้ํา สวนภาคเกษตรกรรม มีการขยายตัวและมีสัดสวนในรายไดประชาชาติคอนขางนอย แตก็มีความสําคัญตอเศรษฐกิจ ภูมิภาค เปนแหลงสรางงานมากกวารอยละ ๓๐ ของแรงงานท้ังประเทศ แตเกษตรกรสวนใหญ ยังไดรับผลตอบแทนไมเพียงพอตอการดํารงชีพ รายไดสวนใหญมาจากผลผลิตพืชที่สําคัญ ไดแก ขาว ยางพารา ออยโรงงาน ขาวโพดเลี้ยงสัตว ปาลมน้ํามัน และมันสําปะหลัง เปนตน ภาคเกษตรกรรมมีความตองการใชน้ําสูงถึงรอยละ ๗๕ ของความตองการใชน้ําทั้งหมด ปญหาการขาดแคลนน้ําขึ้นกับความตองการของภาคเกษตรกรรม โดยเฉพาะการผลิตขาว ดังนั้น จําเปนตองเพ่ิมประสิทธิภาพการใชน้ําและการชลประทาน โดยพิจารณาทางเศรษฐศาสตร ใชหลกัลดการใชน้ํา การนําน้ํากลับมาใชใหมและการจัดทําขอมูลการใชน้ํา (Water Footprint) ในป ๒๕๖๐ ประเทศไทยมีพ้ืนท่ีชลประทานท้ังหมด ๓๒.๖๖ ลานไร มีความสามารถ ในการเก็บกักน้ําตนทุน ๘๑,๘๔๑ ลานลูกบาศกเมตร และเพ่ือรองรับความตองการน้ําในอนาคต ซ่ึงตามแผนแมบทการบริหารจัดการทรัพยากรน้ํา ๒๐ ปนั้น ไดกําหนดจะเพ่ิมปริมาณน้ําตนทุน ๑๓,๒๔๓ ลานลูกบาศกเมตร และเพ่ิมพ้ืนท่ีระบบสงน้ํา (ชลประทาน) ๑๗.๙๕ ลานไร สวนพ้ืนท่ี เกษตรกรรมนอกเขตชลประทาน ประมาณ ๑๐๐ ลานไร ซ่ึงสวนใหญอยูในเขตภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เปนพ้ืนท่ีทําการเกษตรแบบอาศัยน้ําฝน จะพัฒนาใหสามารถเพาะปลูกพืชไดอยางนอยปละ ๑ ครั้ง โดยการฟนฟูแหลงน้ําธรรมชาติ การพัฒนาแหลงน้ําขนาดเล็ก แหลงน้ําชุมชน แหลงน้ําในไรนา พัฒนาบอบาดาล และการจัดระบบอนุรักษดินและน้ํา นอกจากการจัดหาแหลงเก็บกักน้ําเพ่ิมเติม และพัฒนาพ้ืนท่ีชลประทาน ยังมีแผนในการลดการใชน้ําภาคเกษตรกรรม โดยสงเสริมการทํานา แบบเปยกสลับแหง การจัดรูปท่ีดิน และลดการใชน้ําภาคอุตสาหกรรมรวมท้ัง สงเสริมการเพ่ิมผลิต ภาพการใชน้ํา (Productivity) ท้ังภาคเกษตรกรรมและอุตสาหกรรม ๔๐ เปาประสงค : พัฒนาแหลงเก็บกักน้ําและระบบสงน้ําใหมใหเต็มศักยภาพ พรอมท้ังการจัดหาน้ําในพ้ืนท่ีเกษตรน้ําฝน เพ่ือขยายโอกาสจากศักยภาพโครงการขนาดเล็กและลดความเสี่ยงในพ้ืนท่ีไมมีศักยภาพ ลดความเสี่ยง/ ความเสียหายลง รอยละ ๕๐ รวมถึงการเพ่ิมผลิตภาพและปรับโครงสรางการใชน้ํา โดยดําเนินการ รวมกับยุทธศาสตรชาติดานการสรางความสามารถในการแขงขันและดานการสรางโอกาสและ ความเสมอภาคทางสังคมเพ่ือยกระดับผลิตภาพดานน้ําท้ังระบบ กลยุทธ : ๑) การจัดการดานความตองการ โดยลดการใชน้ําภาคการเกษตร นําน้ํากลับมาใชใหมในพ้ืนท่ี ชลประทาน รวมถึงการลดใชน้ําในภาคอุตสาหกรรม ๒) เพ่ิมประสิทธิภาพโครงการแหลงน้ําและระบบสงน้ําเดิม โดยปรับปรุงประสิทธิภาพแหลงน้ํา ระบบสงน้ํา และเพ่ิมปริมาณน้ําตนทุนในแหลงน้ําเดิม ๓) การจัดหาน้ําในพ้ืนท่ีเกษตรน้ําฝน เพ่ือขยายโอกาสจากศักยภาพโครงการขนาดเล็ก และลดความเสี่ยง ในพ้ืนท่ีไมมีศักยภาพ โดยการอนุรักษ ฟนฟู พัฒนาแหลงน้ําและระบบกระจายน้ํา การจัดระบบ การพัฒนาแหลงน้ําเพ่ือการอนุรักษดินและน้ํา สระน้ําในไรนาและพัฒนาบอบาดาลเพ่ือการเกษตร ๔) พัฒนาแหลงเก็บกักน้ํา/ระบบสงน้ําใหม ดวยการพัฒนาแหลงเก็บกักน้ํา พัฒนาระบบชลประทาน การเพ่ิมปริมาณน้ําท่ีจัดการได รวมท้ังการพัฒนาแหลงน้ําบาดาลขนาดใหญท่ีมีศักยภาพ โดยคํานึงถึงผลกระทบดานสิ่งแวดลอม ๕) พัฒนาระบบผันน้ําและระบบเชื่อมโยงแหลงน้ํา ลดความขัดแยงการใชน้ําภาคการเกษตรและ อุตสาหกรรม โดยพัฒนาโครงขายน้ําภายในประเทศ และการผันน้ําระหวางประเทศ ๖) การเพ่ิมผลิตภาพมูลคาภาคการผลิต โดยการสงเสริมดานการเกษตร พันธุพืช และการปลูกพืช ใหมี ผลิตภาพสูงมากข้ึน ในพ้ืนท่ีตนแบบและขยายผลการดําเนินการไปสูพ้ืนท่ีท่ีไดรับการพัฒนาแหลงน้ํา และระบบสงน้ําแลวตอไป โดยดําเนินการรวมกับยุทธศาสตรชาติดานการสรางความสามารถ ในการแขงขัน และดานการสรางโอกาสและความเสมอภาคทางสังคมเพ่ือยกระดับผลิตภาพ ดานน้ําท้ังระบบ ๗) การเพ่ิมน้ําตนทุนโดยปฏิบัติการฝนหลวง ใหอางเก็บน้ําและพ้ืนท่ีเกษตรกรรม ๔๑ ตารางท่ี ๔-๕ เปาหมายตามแผนแมบทดานท่ี ๒ การสรางความม่ันคงของน้ําภาคการผลิต กลยุทธ /แผนงาน ตัวชี้วัด เปาหมาย (ป) หนวยงาน อํานวยการ ขับเคลื่อน หนวยงานปฏิบัติ 20 ป 61-65 66-70 71-80 หลัก สนับสนุน 1. การจัดการดานความตองการ 1.1 ลดการใชนํ้าภาคเกษตร และนํานํ้ากลับมาใชใหมใน เขตพ้ืนท่ีชลประทาน พ้ืนท่ีดําเนินการ (ไร) 600,000 150,000 150,000 300,000 สทนช. ชป. กษ. ปริมาณนํ้าท่ีประหยัดได (ลาน ลบ.ม./ป) 152 38 38 76 1.2 การลดการใชนํ้า ภาคอุตสาหกรรม จํานวนโรงงานท่ีเขารวม/ป ไมนอยกวา 200 โรงงาน ไมนอย กวา 80 ไมนอย กวา 150 ไมนอย กวา 200 กรอ./กนอ. สภา อุตสาหกรรม รอยละของปรมิาณนํ้าท่ีลดได ไมนอยกวา รอยละ 15 ไมนอยกวารอยละ 15 2. เพ่ิมประสิทธิภาพโครงการแหลงนํ้า และระบบสงนํ้าเดิม 2.1 ปรับปรุงประสิทธิภาพ แหลงนํ้า/ระบบสงนํ้าเดิม ปริมาณนํ้าใชการ (ลาน ลบ.ม.) 6,356 6,114 167 75 สทนช. ชป./ทน./ อปท. มูลนิธิปดทอง หลังพระฯ 2.2 เพ่ิมปริมาณนํ้าตนทุนใน โครงการแหลงนํ้าเดมิ จํานวนแหง 146 55 60 31 ชป./ทน./ อปท. ปริมาณนํ้า (ลาน ลบ.ม.) 507 356 123 28 3. การจัดหานํ้าในพ้ืนท่ีเกษตรนํ้าฝน 3.1 อนุรักษ ฟนฟู พัฒนา แหลงนํ้าเพ่ือตอบสนองความ ตองการใชนํ้าพ้ืนท่ีเกษตร นํ้าฝน ปริมาณนํ้าท่ีเพ่ิมข้ึน (ลาน ลบ.ม.) 12,388 2,701 3,722 5,965 สทนช. ทน./สปก./ อปท. ปภ. /มูลนิธิปดทอง หลังพระฯ/ /กองทัพบก* 3.2 พัฒนาระบบกระจายนํ้า ในพ้ืนท่ีเกษตรนํ้าฝน พ้ืนท่ีรับประโยชน (ไร) 13,133,490 2,725,389 3,271,975 7,136,126 ทน./สปก./ อปท. 3.3 พัฒนาแหลงนํ้าเพ่ือการ อนุรักษดินและนํ้า/แหลงนํ้า ชุมชน/สระนํ้าในไรนา พด./สปก./ อปท. มูลนิธิปดทอง หลังพระฯ/ /กองทัพบก* ๔๒ กลยุทธ /แผนงาน ตัวชี้วัด เปาหมาย (ป) หนวยงาน อํานวยการ ขับเคลื่อน หนวยงานปฏิบัติ 20 ป 61-65 66-70 71-80 หลัก สนับสนุน 3.3.1 แหลงนํ้าเพ่ือการ อนุรักษดินและนํ้า จํานวนแหง 3,963 963 1,000 2,000 พด. อปท. ปริมาณนํ้า (ลาน ลบ.ม.) 112 28 28 56 3.3.2 แหลงนํ้าชุมชน จํานวนแหง 194 44 50 100 พด./อปท. มูลนิธิปดทอง หลังพระฯ/ กองทัพบก* ปริมาณนํ้าท่ีเพ่ิมข้ึน (ลาน ลบ.ม.) 5 1 1 3 3.3.3 สระนํ้าในไรนา จํานวนแหง 382,702 224,314 151,000 7,388 พด./สปก./ อปท. ปริมาณนํ้าท่ีเพ่ิมข้ึน (ลาน ลบ.ม.) 497 301 186 10 3.4 พัฒนานํ้าบาดาลเพ่ือ การเกษตร ปริมาณนํ้า (ลาน ลบ.ม.) 858 186 249 423 ทบ./อปท. สปก. พ้ืนท่ีรับประโยชน (ไร) 1,555,790 310,670 461,800 783,320 4. การพัฒนาแหลงเก็บกักนํ้า /ระบบสงนํ้าใหม 4.1 พัฒนาแหลงเก็บกักนํ้า/ อาคารบังคับนํ้า/ระบบสงนํ้า ใหม (เกษตรและอุตสาหกรรม) จํานวนแหง 7,332 2,312 2,591 2,429 สทนช. ชป. ทน./ทบ./ มท./สปก./ กปร. ปริมาณนํ้า (ลาน ลบ.ม.) 13,243 1,140 3,609 8,494 ปริมาณนํ้าท่ีบริหารจัดการได (ลาน ลบ.ม.) 8,397 713 1,159 6,525 จํานวนพ้ืนท่ีมีระบบสงนํ้า (ไร) 17,945,232 2,163,003 3,453,933 12,328,296 4.2 พัฒนาแหลงนํ้า ทางเลือกเชน พัฒนาแหลงนํ้า บาดาลขนาดใหญ นํานํ้าทะเล มาผลติเปนนํ้าจืด ปริมาณนํ้า (ลาน ลบ.ม.) 196 84 33 79 สทนช./ทบ. ทุกหนวยงาน พ้ืนท่ีเปาหมายดาํเนินการ พื้นที่เศรษฐกิจ พิเศษ และพื้นที่ ทองเที่ยวสําคัญ พื้นที่เศรษฐกิจ พิเศษ ตาก มุกดาหาร สระแกว ตราด หนองคาย สงขลา และ EEC เกาะสมุย เกาะ ชาง พื้นที่เศรษฐกิจ พิเศษ นราธิวาส เชียงราย นครพนม กาญจนบุรี พื้นที่ทองเที่ยว สําคัญที่มีการ ขยายตัว ๔๓ กลยุทธ /แผนงาน ตัวชี้วัด เปาหมาย (ป) หนวยงาน อํานวยการ ขับเคลื่อน หนวยงานปฏิบัติ 20 ป 61-65 66-70 71-80 หลัก สนับสนุน 5. พัฒนาระบบผันนํ้าและ ระบบเชื่อมโยงแหลงนํ้า ปริมาณนํ้า (ลาน ลบ.ม.) 2,596 422 2,014 160 สทนช. ชป. พน. 6. การเพ่ิมผลิตภาพมูลคา ภาคการผลิต พ้ืนท่ีพัฒนาใหม พ้ืนท่ีพัฒนาเดิม พ้ืนท่ีดําเนินการตนแบบ และ พ้ืนท่ีขยายผลไปในพ้ืนท่ีท่ีพัฒนา แหลงนํ้าและระบบสงนํ้า (แปลง) 1,242 510 250 482 กษ. กสก./กข. มท. พ้ืนท่ีดําเนินการตนแบบ และ พ้ืนท่ีขยายผลไปในพ้ืนท่ีท่ีพัฒนา แหลงนํ้าและระบบสงนํ้า (ไร) 6,210 2,550 1,250 2,410 7. เพ่ิมนํ้าตนทุนโดยการ ปฏิบัติการฝนหลวง รอยละพ้ืนท่ีการเกษตรท่ีประสบ ภัยแลงไดรับการชวยเหลือตาม แผนงานปฏิบัติการฝนหลวง 98 80 93 98 กษ. ฝล. มท./กษ. รอยละความสาํเรจ็ของการปฏิบัต ิ การฝนหลวงเติมนํ้าในเข่ือน ตามท่ีรองขอ 90 75 80 90 หมายเหตุ : * มูลนิธิอุทกพัฒนฯ สนับสนุนเชิงเทคนิคใหกองทัพบกและใชแบบอยางความสําเร็จของเครือขายจัดการน้ําชุมชน ตามแนวพระราชดําริของมูลนิธิอุทกพัฒนฯ ขยายผลตอไป ๔๔ แนวทางการขับเคล่ือน ๑. การจัดหาน้ําในพ้ืนท่ีเกษตรน้ําฝน เปนแผนงานสําคัญท่ีกําหนดในแผนแมบทยุทธศาสตรชาติ ๒๐ ป เปนโครงการ Quick Win และสอดคลองกับยุทธศาสตรเพ่ือความม่ันคงและการปฏิรูป เพ่ือบรรเทาความเสียหาย ในพื้นที่เสี่ยงภัยแลงสูง และใหสามารถมีน้ําสนับสนุนตามศักยภาพของพื้นที่ สํานักงานทรัพยากรน้ําแหงชาติ เปนหนวยประสานและขับเคลื่อนรวมกับหนวยงานปฎิบัติในการพัฒนาแหลงน้ําขนาดเล็ก การฟนฟูแหลงน้ํา ธรรมชาติ ระบบกระจายน้ํา การใชน้ําบาดาลเพ่ือการเกษตร การพัฒนาแหลงน้ําเพ่ือการระบบอนุรักษดินและน้ํา ในพื้นที่ไมมีศักยภาพในการพัฒนาหรือเปนพื้นที่คุณสมบัติไมเหมาะสม และมีการชะลางพังทลายจาก การใชประโยชนท่ีดิน รวมท้ัง ดําเนินการรวมกับงานสงเสริมการเกษตร และการตลาด จะดําเนินการในพ้ืนท่ีเสี่ยงภัยแลง เนนในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ กําหนดเปาหมายแกไขไดไมนอยกวา รอยละ ๕๐ ของหมูบานท่ีเสี่ยงภัยแลง ๒. การจัดการในพ้ืนท่ีพิเศษท่ีตองวางแผนเชิงบูรณาการท้ังอุทกภัยและภัยแลง จํานวน ๖๖ พ้ืนท่ี สํานักงานทรัพยากรน้ําแหงชาติเปนหนวยประสานงานและขับเคลื่อนในการวางแผนหลักของแตละพ้ืนท่ีวิกฤตและ หนวยงานตามภารกิจพิจารณาดําเนินการโครงการท่ีมีผลสัมฤทธิ์สูง มีผลกระทบตอปญหา มีความสอดคลองกัน และลดปญหาการทับซอนของโครงการ ๓. การประหยัดน้ําในภาคอุตสาหกรรม ในระยะแรกดําเนินการโดยกรมโรงงานอุตสาหกรรม โดยการสนับสนุนเทคนิคใหโรงงานท่ีใชน้ํามาก และในระยะตอไป มีการนําน้ํากลับมาใชใหม และการประหยัดน้ํา จะขับเคลื่อนภายใตงานวิจัย เพ่ือกําหนดแนวทาง เทคโนโลยี และการปฏิบัติ หลังจากนั้นภายใน ๓-๕ ป จะเริ่ม ดําเนินการสนับสนุนใหโรงงานดําเนินการ ๔. การเพ่ิมผลิตภาพการใชน้ําและการปรับโครงสรางการใชน้ําภาคเกษตรและอุตสาหกรรม จะเริ่มโดยการรวบรวมการใชน้ําภาคการผลิตรายพ้ืนท่ีสําคัญดําเนินการในแผนแมบทดานท่ี ๖ และดําเนินการ ดานสงเสริมการเกษตรในการปรับเปนพืชมูลคาสูงในเขตชลประทานเดิม พรอมท้ังจัดทําระบบกระจายน้ํา การสงเสริมการเกษตรรวมกับการจัดหาน้ําในพ้ืนท่ีเกษตรน้ําฝน ๕. การจัดหาน้ําเพ่ือสนับสนุนพ้ืนท่ี ระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก (EEC) พ้ืนท่ีเศรฐกิจพิเศษ และพ้ืนท่ีเศรฐกิจท่ีมีความสําคัญ สํานักงานทรัพยากรน้ําแหงชาติเปนหนวยงานประสานและขับเคลื่อน รวมกับ หนวยงานตามภารกิจเตรียมความพรอมและเริ่มดําเนินการตั้งแต ป ๒๕๖๓ เปนตนไป ๖. การฟนฟูแหลงน้ําธรรมชาติเพ่ือการอนุรักษและใชประโยชน เรงรัดจัดทําฐานขอมูล จําแนก ประเภท ขนาดและวางแผนการดําเนินการในภาพรวม ๗. เรงรัดการเตรียมความพรอมโครงการผันน้ําโขงระยะท่ี ๑ มายังพ้ืนท่ีภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เพ่ือสนับสนุนการเกษตรท่ีผลผลิตและรายไดต่ําเนื่องจากขาดแคลนน้ํา ๔๕ ดานท่ี ๓ การจัดการน้ําทวมและอุทกภัย หลักการ : คนไทยในอดีตจะตั้งชุมชนอยูในบริเวณริมแมน้ําลําคลอง โดยสรางบานเรือนแบบยกพ้ืนสูง ประชากรสวนใหญมีอาชีพทํานาโดยเลือกปลูกขาวพันธุท่ีมีลําตนยาวตามความสูงของน้ํา ใชเรือ ในการคมนาคมในฤดูน้ําหลาก สามารถปรับตัวเขากับปญหาน้ําทวมท่ีเกิดข้ึนเปนประจําได โดยเฉพาะในเขตท่ีราบลุมภาคกลาง แตตอมาความกาวหนาทางเทคโนโลยีทําใหวิถีชีวิตเปลี่ยนไป ใชการคมนาคมทางรถยนตเปนหลัก มีการสรางถนนเพ่ิมข้ึนมากมาย สรางทํานบและกําแพง ก้ันริมฝงแมน้ํา เพ่ือไมใหน้ําทวมในชุมชน ทําใหไมมีท่ีลุมในการเก็บกักน้ําตามธรรมชาติ ประกอบ กับการสรางถนนบางแหงมีทางระบายน้ําไมเพียงพอ ทําใหกีดขวางทางน้ําและเกิดปญหาน้ําทวม มากข้ึน สวนในพ้ืนท่ีตนน้ําในอดีตมีปาไมชวยดูดซับน้ําฝนตามธรรมชาติ ลดการไหลบาของน้ํา แตปจจุบันสภาพปาตนน้ําถูกทําลาย น้ําฝนจะไหลบาลงสูดานลางอยางรวดเร็ว เกิดปญหา น้ําทวมฉับพลัน น้ําปาไหลหลาก และปญหาดินโคลนถลม ประกอบกับสภาพแวดลอมท่ีเปลี่ยนไป ทําใหเกิดการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ มีผลกระทบทําใหปญหาดังกลาวเกิดถ่ีข้ึนและ ทวีความรุนแรงมากข้ึนเรื่อยๆ จากการศึกษาพบวาปจจุบันมีพ้ืนท่ีวิกฤตปญหาน้ําทวม ท้ังประเทศ จํานวน ๒๘ แหง พ้ืนท่ี ๘.๕๒ ลานไร ซ่ึงสวนใหญอยูในเขตภาคกลางและภาคเหนือ ปญหาน้ําทวมทําใหเกิด ผลกระทบหลายดาน เชน ความเสียหายตอชีวิต ทรัพยสิน อาคารบานเรือน พ้ืนท่ีเกษตร ปศุสัตว และการเพาะเลี้ยงสัตวน้ํา ความเสียหายทางเศรษฐกิจ สุขภาพอนามัย รวมท้ัง ความเสียหาย ตอทรัพยากรธรรมชาติ เปนตน ตัวอยางเชน มหาอุทกภัยในประเทศไทยเม่ือป ๒๕๕๔ ในเขต ลุมน้ําเจาพระยามีมูลคาความเสียหายท้ังหมดรวม ๑.๔๔ ลานลานบาท ลักษณะการเกิด และแนวทางปองกันแกไขปญหาน้ําทวมและอุทกภัย ในแตพ้ืนท่ีเปน ดังนี้ ๑) พ้ืนท่ีลาดชันสูงตอเนื่องกับเชิงเขา เสี่ยงตอภัยน้ําหลากและดินโคลนถลม เกิดจากการ ตัดไมทําลายปาไมมีตนไมปกคลุมดินเพ่ือดูดซับน้ํา เม่ือมีฝนตกมากจะเกิดน้ําปาไหลหลากและ ดินโคลนถลม สรางความเสียหายตอพ้ืนท่ีดานลางอยางมาก และใชเวลานานในการฟนฟูสูสภาพเดิม แนวทางปองกันแกไข คือ การสรางระบบเตือนภัยท่ีแมนยํา การยายถ่ินฐานออกจากพ้ืนท่ีเสี่ยงภัย และการฟนฟูปาตนน้ํา ๒) น้ําลนตลิ่งของลําน้ําสายหลัก เกิดจากปริมาณน้ําหลากจากตนน้ําเกินความสามารถ ของลําน้ําจะรับได ลําน้ํามีหนาตัดเล็ก ตื้นเขิน มีสิ่งกีดขวางในลําน้ํา แนวทางปองกันแกไข ตองใช ขอมูลในการบริหารจัดการน้ําในลุมน้ํา การตรวจสอบแกไขสิ่งกีดขวางในลําน้ํา และการสราง ระบบควบคุมท่ีเหมาะสม เชน การใชพ้ืนท่ีรับน้ํานองรวมกับการพัฒนา และบริหารจัดการแหลง เก็บกักน้ําในพ้ืนท่ีตนน้ํา ๓) น้ําทวมขังในท่ีราบลุม พ้ืนท่ีชุมชนและพ้ืนท่ีเศรษฐกิจท่ีสําคัญเกิดจากความไมสมดุล ของน้ําฝนกับความสามารถในการระบายน้ํา ลักษณะการทวมขังจะไมรุนแรง คอยเปนคอยไป ๔๖ และใชเวลานานในการระบายออก สาเหตุเกิดจากการสรางถนน การวางผังเมืองไมเหมาะสม ขวางทางระบายน้ํา และสรางชองระบายน้ําไมเพียงพอ แนวทางปองกันแกไข คือ การปรับปรุง สภาพลําน้ําเพ่ือเพ่ิมประสิทธิภาพการระบายน้ํา การผันน้ําเลี่ยงพ้ืนท่ีเศรษฐกิจสําคัญ การแกไข สิ่งกีดขวางทางน้ํา การควบคุมการใชประโยชนท่ีดิน และมาตรการผังเมือง เพ่ือลดผลกระทบ และมีการบริหารพ้ืนท่ีน้ําทวมท่ีเกิดข้ึนเปนประจํา ๔) น้ําทวมขังจากฝนตกหนักในพ้ืนท่ี เนื่องจากเมืองหลัก เมืองเศรษฐกิจ และพ้ืนท่ี ทองเท่ียวสําคัญ มีการขยายตัว และมีการใชท่ีดินท่ีหนาแนน รวมท้ังสถานการณฝนเปลี่ยนแปลง เกิดฝนตกหนักเฉพาะจุดบอยครั้ง ทําใหเกิดปญหาน้ําทวมขังในเขตเมือง ๕) สิ่งกอสรางกีดขวางทางน้ํา จากการพัฒนาโครงสรางพ้ืนฐาน ซ่ึงจะมีท้ังเกิดจากสภาพ น้ําทาเปลี่ยนแปลง และการกําหนดขนาดไมเหมาะสม โดยจะตองสํารวจและแกไขเปนจุดๆ เปาประสงค : เพ่ิมประสิทธิภาพการระบายน้ํา การจัดระบบปองกันน้ําทวมชุมชนเมือง การจัดการพ้ืนท่ีน้ําทวมและ พ้ืนท่ีชะลอน้ํา รวมท้ังการบรรเทาอุทกภัยในเชิงพ้ืนท่ีอยางเปนระบบ ในระดับลุมน้ําและพ้ืนท่ีวิกฤต (Area based) ลุมน้ําขนาดใหญ ลุมน้ําสาขา/ลดความเสี่ยงและความรุนแรงลงไมนอยกวา รอยละ ๖๐ กลยุทธ : ๑) การเพ่ิมประสิทธิภาพการระบายน้ํา โดยการปรับปรุงสิ่งกีดขวางทางน้ํา การปรับปรุงลําน้ําธรรมชาติ ท่ีตื้นเขิน เพ่ือเพ่ิมประสิทธิภาพการระบายน้ํา ๒) ปองกันน้ําทวมชุมชนเมือง โดยการจัดระบบปองกันชุมชนเมือง การจัดทําผังน้ํา ผังการระบายน้ํา ในระดับลุมน้ํา จังหวัด เมือง ๓) การจัดการพ้ืนท่ีน้ําทวม/พ้ืนท่ีชะลอน้ํา โดยการพัฒนาแกมลิง พ้ืนท่ีลุมต่ํารับน้ํานอง การพัฒนา อาคารบังคับน้ํา และสถานีสูบน้ํา เพ่ือบรรเทาอุทกภัยในพ้ืนท่ีเฉพาะจุด ๔) การบรรเทาอุทกภัยเชิงพ้ืนท่ีอยางเปนระบบ ระดับลุมน้ํา/พ้ืนท่ีวิกฤต โดยจัดทําแผนและ ดําเนินการบรรเทาอุทกภัยในพ้ืนท่ีวิกฤต โดยจัดทําแผน และดําเนินการตามลําดับความสําคัญ ๕) การสนับสนุนปรับตัวและเผชิญเหตุ ๔๗ ตารางท่ี ๔-๖ เปาหมายตามแผนแมบทดานท่ี ๓ การจัดการน้ําทวมและอุทกภัย กลยุทธ /แผนงาน ตัวช้ีวัด เปาหมาย (ป) หนวยงาน อํานวยการ ขับเคล่ือน หนวยงานปฏิบัติ 20 ป 61-65 66-70 71-80 หลัก สนับสนุน 1. เพ่ิมประสิทธิภาพการระบายนํ้า 1.1 ปรับปรุงสิ่งกีดขวางทางนํ้า จํานวนแหง 562 562 ปรับปรุง สิ่งกีดขวาง ทางนํ้าให แลวเสร็จ สทนช. ชป./จท./ทล./ ทช./รฟท./สถ./ ทน. 1.2 ปรับปรุงลํานํ้าธรรมชาติท่ีตืน้ เขินใหสามารถระบายนํ้าไดมี ประสิทธิภาพ จํานวนแหง 1,234 499 340 395 จท./ทน./สถ./ ปภ./อปท. ระยะทาง (กม.) 6,271 2,122 1,671 2,478 1.2.1 ลําน้ําหลัก จํานวนแหง 565 156 136 273 จท. ระยะทาง (กม.) 3,711 861 881 1969 1.2.2 ลําน้าํสาขา/ยอย จํานวนแหง 154 10 57 87 จท./ทน./อปท. ระยะทาง (กม.) 770 50 285 435 1.2.3 ลําน้าํยอย จํานวนแหง 515 333 147 35) ปภ./อปท. ระยะทาง (กม.) 1,790 1,211 505 74 1.3 การกําจัดวัชพืชและขยะมลูฝอย ในแมนํ้าสายหลัก แมนํ้าสาขา และ แหลงนํ้าปด ปริมาณวัชพืชและขยะ มูลฝอยท่ีกําจัด (ตันตอป) ไมนอยกวา 7,400,000 ไมนอยกวา 7,400,000 ยผ./ชป./อปท./ จท./กทม./ทน. กองทัพบก/ ปภ./ปค./อปท. ฯลฯ/ ๔๘ กลยุทธ /แผนงาน ตัวช้ีวัด เปาหมาย (ป) หนวยงาน อํานวยการ ขับเคล่ือน หนวยงานปฏิบัติ 20 ป 61-65 66-70 71-80 หลัก สนับสนุน 2. การปองกันนํ้าทวมชุมชนเมือง 2.1 ระบบปองกันชุมชนเมือง จํานวนแหง 764 153 211 400 มท. ยผ./กทม. อปท. พ้ืนท่ีไดรับการปองกัน (ไร) 1,745,881 304,165 538,155 903,561 2.2 จัดทําผังนํ้าในผังเมือง/ผังการ ระบายนํ้าในระดับลุมนํ้า จังหวัด สทนช. สทนช./ยผ./ กทม. 2.2.1 ผังนํ้า จํานวนผังนํ้า ทุกลํานํ้าหลัก และสาขา ทุกลํานํ้าสาย หลัก ทุกลํานํ้าสาขา ทบทวน ปรับปรุง ทุก 5 ป สทนช. 2.2.2 ผังการระบายนํ้า จํานวนผังการระบายนํ้า ท่ีดําเนินการในผังเมือง ผังเมืองรวม จังหวัด 77 จังหวัด ผังเมืองรวม จังหวัด 44 จังหวัด ผังเมืองรวมจังหวัด 33 จังหวัด ยผ./กทม. 2.3 เข่ือนปองกันตลิ่ง ระยะทางท่ีดําเนินการ 1,681 539 530 612 มท. ยผ./จท./อปท. 3. จัดการพ้ืนท่ีนํ้าทวม/พ้ืนท่ีชะลอนํ้า 3.1 การพัฒนาและปรับปรุงพ้ืนท่ี ชะลอนํ้า จํานวนแหง 84 13 71 - สทนช. ชป. ทล./ทช./ปภ. ปริมาณนํ้า(ลาน ลบ.ม.) 4,612 2,050 2,562 3.2 การพัฒนา และเพ่ิม ประสิทธิภาพอาคารบังคับนํ้าและ สถานีสูบนํ้าเพ่ือบรรเทาอุทกภัยใน พ้ืนท่ีเฉพาะจุด จํานวนแหง 3,319 915 1,153 1,251 พ้ืนท่ีรับประโยชน (ไร) 13,148,201 3,906,897 4,530,051 4,711,253 ๔๙ กลยุทธ /แผนงาน ตัวช้ีวัด เปาหมาย (ป) หนวยงาน อํานวยการ ขับเคล่ือน หนวยงานปฏิบัติ 20 ป 61-65 66-70 71-80 หลัก สนับสนุน 4. บรรเทาอุทกภัยในเชิงพ้ืนท่ีอยาง เปนระบบในระดับลุมนํ้า/พ้ืนท่ีวิกฤต รอยละการจดัทําแผน บรรเทาอุทกภยัในเชิง พ้ืนท่ีอยางเปนระบบใน ระดับลุมนํ้า/พ้ืนท่ีวิกฤต จัดทําแผน บรรเทา อุทกภยัในเชิงพื้นที่ อยางเปนระบบใน ระดับลุมน้ํา/พื้นที่ วิกฤต จัดทําแผน 100 % สทนช. สทนช. ปภ./ชป./ยผ./ ทน./จท. รอยละพ้ืนท่ีไดรบัการ แกไขปญหา 60 10 20 30 ปภ./ชป./ยผ./ ทน./จท. 5. การสนับสนุนการปรับตัวและ เผชิญเหตุ รอยละพ้ืนท่ีเสี่ยงจาก อุทกภัยไดรับการจดัการ ดวยการปรับตัว และเผชิญเหต ุ 75 10 25 40 มท. ปภ./สถ./อปท. ทธ./ทน./ยผ./ สสน./สทอภ. ๕๐ แนวทางการขับเคล่ือน ๑. โครงการบรรเทาภัยพิบัติทางน้ําแบบบูรณาการ ท่ีกําหนดในแผนแมบทยุทธศาสตรชาติ ๒๐ ป เปนโครงการ Quick Win และสอดคลองกับยุทธศาสตรเพ่ือความม่ันคง โดยจัดทําแผนการบรรเทาอุทกภัยพ้ืนท่ี วิกฤต ใหลดความเสียหายลง รอยละ ๕๐ ในพ้ืนท่ีสําคัญ สํานักงานทรัพยากรน้ําแหงชาติเปนหนวยงานประสาน และขับเคลื่อนโดยบูรณาการงานของหนวยงานในพ้ืนท่ีวิกฤต ท่ีเหมาะสม และมีความสอดคลองกัน รวมท้ังใหมี มาตรการการบริหารจัดการพ้ืนท่ีน้ําทวม การเตือนภัย การปรับตัว เนนพ้ืนท่ีท่ีมีความเสียหายสูง ในกลุมลุมน้ํา ภาคเหนือและภาคใต ๒. โครงการบรรเทาอุทกภัยในพ้ืนท่ีวิกฤตระดับลุมน้ําขนาดใหญ เชน ลุมน้ําเจาพระยา ทาจีนตอนลาง ยม-นานตอนลาง บางปะกง ทะเลสาบสงขลา และชีมูลตอนลาง สํานักงานทรัพยากรน้ําแหงชาติดําเนินการประสานและ ขับเคลื่อนการจัดทําแผนหลักของพ้ืนท่ี จัดลําดับความสําคัญ และหนวยงานปฎิบัติเรงรัดการเตรียมความพรอม ใหสามารถเรงดําเนินการโครงการสําคัญไดโดยเร็ว ๓. การปองกันน้ําทวมเมือง และพ้ืนท่ีเศรษฐกิจสําคัญ ใหกระทรวงมหาดไทย (กรมโยธาธิการ และผังเมือง) เปนหนวยงานหลักในการวางแผนท้ังน้ําทวมจากน้ําหลากและการระบายน้ําฝน ๔. การจัดทําผังน้ําในผังชุมชน ผังเมือง และผังระดับลุมน้ํา เพ่ือการจัดการน้ําท้ังระบบและ ครบวงจร โดยสํานักงานทรัพยากรน้ําแหงชาติดําเนินการจัดทําผังระดับลุมน้ําเรงจัดทําในพ้ืนท่ีวิกฤตและเสียหาย รุนแรง กระทรวงมหาดไทย (กรมโยธาธิการและผังเมือง) ดําเนินการใหมีผังน้ําในเมืองหลักท่ีมีความสําคัญ ทางเศรษฐกิจและความหนาแนนสูง เชน เชียงใหม พิษณุโลก อุดรธานี ขอนแกน และหาดใหญ เปนตน ๕. การปรับปรุงเพ่ิมประสิทธิภาพการระบายน้ํา ลําน้ําสาขาและสายหลักสํานักงานทรัพยากรน้ํา แหงชาติดําเนินการประสานและขับเคลื่อนรวมกับหนวยปฎิบัติ (จท./ทน./อปท.) เรงรัดดําเนินการในพ้ืนท่ีวิกฤต และตองวางแผนและดําเนินการอยางตอเนื่องท้ังระบบ เพ่ือใหสามารถบรรลุเปาหมายการเพ่ิมประสิทธิภาพ การระบายน้ํา ๖. การปรับตัวและเผชิญเหตุ โดยกระทรวงมหาดไทย (กรมปองกันและบรรเทาสาธารณภัย) ดําเนินการเพ่ิมประสิทธิภาพการปรับตัวและเผชิญเหตุดานน้ํา (น้ําทวม/น้ําแลง) ใหสอดคลองกับตัวชี้วัดตามแผน แมบทภายใตยุทธศาสตรชาติ (ยกระดับจากระดับ ๒ ใหถึงระดับ ๔) ๕๑ ดานท่ี ๔ การจัดการคุณภาพน้ํา และอนุรักษทรัพยากรน้ํา หลักการ : ปจจุบันคุณภาพน้ําในแหลงน้ําตางๆ ท่ัวประเทศ ท้ังแหลงน้ําผิวดิน แหลงน้ําใตดิน และ แหลงน้ําทะเล โดยเฉพาะบริเวณท่ีมีความหนาแนนของชุมชน และกิจกรรมการพัฒนาตางๆ กําลังประสบปญหาความเสื่อมโทรมอันเนื่องมาจากการปนเปอนของสารพิษตางๆ ท่ีมาจาก กิจกรรมของมนุษย ท้ังจากชุมชน การเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ การพัฒนาอุตสาหกรรม เกษตรกรรม และการทองเท่ียว มีผลกระทบตอคุณภาพน้ําและความสมดุลของระบบนิเวศใน แหลงน้ํา ในป ๒๕๕๘ กรมควบคุมมลพิษ ไดตรวจสอบคุณภาพน้ําจากแหลงน้ําสําคัญ ๖๕ แหง จากจุดตรวจวดัคุณภาพน้ํา ๓๖๖ จุด ท่ัวประเทศ จํานวน ๔ ครั้ง ระหวางเดือน มกราคม - ธันวาคม พบวา คุณภาพน้ําอยูในเกณฑดีเพียง รอยละ ๓๔ คุณภาพพอใช รอยละ ๔๑ และอยูในสภาพเสื่อมโทรม รอยละ ๒๕ โดยแมน้ําท่ีอยูในสภาพเสื่อมโทรมมาก ไดแก แมน้ําทาจีนตอนลาง แมน้ําเจาพระยา ตอนลาง แมน้ําระยองตอนลาง และแมน้ําพังลาดตอนบน ปญหาการรุกล้ําของน้ําเค็มในแมน้ําและพ้ืนท่ีเกษตรก็มีความสําคัญ และมีแนวโนมจะ รุนแรงมากข้ึน เนื่องจากความตองการน้ําท่ีมีมากข้ึนในแหลงน้ําสายหลัก จึงไมสามารถจัดสรรน้ํา เพ่ือรักษาระบบนิเวศไดเพียงพอ โดยเฉพาะในชวงฤดูแลงของทุกป ทําใหเกิดปญหาคุณภาพน้ํา สงผลกระทบตอการอุปโภคบริโภคและการใชน้ําเพ่ือการเกษตร เปาประสงค : พัฒนาและเพ่ิมประสิทธิภาพระบบรวบรวมและระบบบําบัดน้ําเสียรวมของชุมชน การนําน้ําเสีย กลับมาใชใหม ปองกันและลดการเกิดน้ําเสียตนทาง การควบคุมปริมาณการไหลของน้ําเพ่ือรักษา ระบบนิเวศ พรอมท้ังพ้ืนฟูแมน้ํา ลําคลอง และแหลงน้ําธรรมชาติท่ีมีความสําคัญในทุกมิติ เพ่ือการอนุรักษ ฟนฟูและใชประโยชนท่ัวประเทศ กลยุทธ : ๑) การปองกันและลดการเกิดน้ําเสียท่ีตนทาง โดยลดปริมาณและความสกปรกของน้ําเสียชุมชน ณ แหลงกําเนิด ๒) การเพ่ิมประสิทธิภาพในการบําบัดและควบคุมการระบายน้ําเสียออกสูสิ่งแวดลอม โดยการพัฒนา และเพ่ิมประสิทธิภาพระบบรวบรวม และระบบบําบัดน้ําเสียรวมของชุมชน ๓) การรักษาสมดุลของระบบนิเวศ โดยการจัดทําแผนการจัดสรรน้ําในลุมน้ําหลัก ๔) การอนุรักษและฟนฟูแมน้ําลําคลองและแหลงน้ําธรรมชาติท่ัวประเทศ โดยสงเสริมใหทุกภาคสวน มีความเขาใจ รูคุณคา และความสําคัญในการจัดการคุณภาพน้ํากอนระบายออกสูแมน้ําลําคลอง การกําจัดวัชพืชและขยะมูลฝอยในแหลงน้ํา การสํารวจรังวัด พิสูจน และสอบแนว พรอมข้ึน ทะเบียน การปองกันแกไขปญหาการรุกล้ําแนวเขต การอนุรักษฟนฟู และพัฒนา รวมท้ัง การจัดทําขอกําหนดในการออกแบบท้ังเชิงภูมิสถาปตยกรรมและวิศวกรรม เพ่ือการอนุรักษ ฟนฟูแมน้ํา ลําคลอง และแหลงน้ําธรรมชาติ ๕๒ ตารางท่ี ๔-๗ เปาหมายตามแผนแมบทดานท่ี ๔ การจัดการคุณภาพน้ําและอนุรักษทรัพยากรน้ํา กลยุทธ /แผนงาน ตัวชี้วัด เปาหมาย (ป) หนวยงาน อํานวยการ ขับเคลื่อน หนวยงานปฏิบัติ 20 ป 61-65 66-70 71-80 หลัก สนับสนุน 1. การปองกันและลด การเกิดนํ้าเสียท่ีตนทาง รอยละความสาํเรจ็ในการตดิตั้ง ระบบบําบัดนํ้าเสียท่ีได มาตรฐานสําหรับครัวเรือน (ครัวเรือนท่ีเกิดข้ึนใหม) ทุกครัวเรือนใน ชุมชนเมืองไดรับ การติดตั้งระบบ บําบัดนํ้าเสีย รอยละ 10 รอยละ 40 รอยละ 50 มท. สถ./คพ. /สมอ./ อปท./สส./จท. สผ./ยผ. 2. การเพ่ิมประสิทธิภาพในการบําบัดและควบคุมการระบายนํ้าเสยีออกสูสิ่งแวดลอม 2.1 การพัฒนาและเพ่ิม ประสิทธิภาพระบบ รวบรวมและระบบบําบัด นํ้าเสียรวมของชุมชน จํานวนระบบบําบัดท่ีกอสราง ใหม 741 100 185 456 มท. สถ. /คพ./ อจน./ กทม./อปท. สผ. จํานวนระบบบําบัดท่ีเพ่ิม ประสิทธิภาพระบบเดิม 101 34 23 44 รอยละของปรมิาณนํ้าเสียท่ีรับการ บําบัดไดตามมาตรฐาน รอยละ 57 รอยละ 19 รอยละ 27 รอยละ 11 2.2 เพ่ิมประสิทธิภาพใน การควบคุม กํากับ และ บังคับการกับแหลงกําเนิด มลพิษทางนํ้าในพ้ืนท่ี เปาหมาย จํานวนแหง 19,000 แหง 9,000 แหง 5,000 แหง 5,000 แหง กรอ./สป.ทส./ สถ./อปท./คพ. (กรอ.ดําเนินการ แค 5 ป แรก) ปศ./กปม./ จท. รอยละของแหลงกําเนิดมลพิษ ทางนํ้าท่ีตรวจสอบไดรับการ จัดการ รอยละ 80 ของ แหลงกําเนิดมลพิษ ทางนํ้าท่ีตรวจสอบ รอยละ 70 รอยละ 75 รอยละ 80 ๕๓ กลยุทธ /แผนงาน ตัวชี้วัด เปาหมาย (ป) หนวยงาน อํานวยการ ขับเคลื่อน หนวยงานปฏิบัติ 20 ป 61-65 66-70 71-80 หลัก สนับสนุน 2.3 กําหนดขีดความ สามารถในการรองรับ มลพิษของแหลงนํ้า (carrying capacity) เพ่ือควบคุมมลพิษจาก แหลงกําเนิด จํานวนลุมนํ้า 20 ลุมนํ้า (9 ลุมนํ้า) ปาสัก ชายฝงทะเล ตะวันออก ปง วัง ยม นาน สะแกกรัง มูล ชี (6 ลุมนํ้า) เพชรบุรี ชายฝงทะเล ประจวบคีรีขันธ ภาคใตฝง ตะวันออก ทะเลสาบสงขลา ตาป ภาคใตฝง ตะวันตก (5 ลุมนํ้า) ปตตานี โตนเลสาป สาละวิน โขง กก คพ. 2.4 การนํานํ้าท่ีผานการ บําบัดแลวกลับไปใช ประโยชน รอยละของปรมิาณนํ้าท่ีไดรับ การบําบัดถูกนํากลับมาใช ประโยชนตอป รอยละ 40 ของ ปริมาณนํ้าท่ีไดรับ การบําบัดถูกนํา กลับมาใช ประโยชน รอยละ 10 รอยละ 10 รอยละ 20 สถ./กทม./อจน. 3 การรักษาสมดุลของ ระบบนิเวศ จํานวนลุมนํ้าท่ีมีวางแผน จัดสรรนํ้าเพ่ือระบบนิเวศ 13 ลุมนํ้า (5 ลุมนํ้า) เจาพระยา ทาจีน แมกลอง บางปะกง ปราจีนบุร ี (3 ลุมนํ้า) ชายฝงทะเล ตะวันออก เพชรบุรี ชายฝงทะเล ตะวันตก (5 ลุมนํ้า) ภาคใตฝง ตะวันออก ตาป ทะเลสาบสงขลา ภาคใตฝงตะวันตก ปตตานี สทนช. คพ./ชป./กฟผ. สผ. ๕๔ กลยุทธ /แผนงาน ตัวชี้วัด เปาหมาย (ป) หนวยงาน อํานวยการ ขับเคลื่อน หนวยงานปฏิบัติ 20 ป 61-65 66-70 71-80 หลัก สนับสนุน 4. อนุรักษและฟนฟู แมนํ้าลําคลองและแหลง นํ้าธรรมชาติท่ัวประเทศ สัดสวนพ้ืนท่ีลําคลอง ท่ีไดรับการฟนฟู คลองในเขต กรุงเทพมหานคร สวนท่ีเหลือ รอยละ 90 รอยละ 50 รอยละ 25 รอยละ 15 สทนช./มท./ ทส. สทนช./กทม./ มท./ทด./ชป./ พม./จท./คพ./ ทน. สผ./ยผ./ปม./ ธร./อปท. สัดสวนพ้ืนท่ีลํานํ้า ท่ีไดรับการฟนฟู ลํานํ้าสายหลกั ทุกลุมนํ้า ความสาํเร็จ รอยละ 75 ลํานํ้าสายหลักทุก ลุมนํ้า ความสําเร็จ รอยละ 20 สํารวจรังวัดพิสูจน และสอบแนวแมนํ้า ลําคลอง จัดทําขอกําหนด มาตรฐานการ ออกแบบการ ขุดลอกแมนํ้า ลําคลอง ลํานํ้าสายหลักทุก ลุมนํ้า ความสาํเร็จ รอยละ 30 ลํานํ้าสายหลัก ทุกลุมนํ้า ความสาํเร็จ รอยละ 25 สัดสวนพ้ืนท่ีชุมนํ้าและ แหลงนํ้าท่ีไดรับการฟนฟู พ้ืนท่ีชุมนํ้า (Ramsar Site ) และพ้ืนท่ีชุมนํ้าท่ีมี ความสาํคญั ระดับชาติ ความสาํเร็จ รอยละ 90 พ้ืนท่ีชุมนํ้า (Ramsar Site ) และพ้ืนท่ีชุมนํ้าท่ีมี ความสาํคญั ระดับชาติ ความสาํเร็จ รอยละ 40 พ้ืนท่ีชุมนํ้า (Ramsar Site ) และพ้ืนท่ีชุมนํ้าท่ี มีความสําคญั ระดับชาติ ความสาํเร็จ รอยละ 50 สทนช./มท./ ทส. สทนช./กทม./ มท./ทด./ชป./ พม./จท./คพ./ ทน. สผ./ยผ./ปม./ ธร./อปท. แหลงนํ้าธรรมชาต ิ ท่ีมีพ้ืนท่ีผิวนํ้าเกิน 1,000 ไร ความ สําเรจ็รอยละ 90 แหลงนํ้าธรรมชาต ิ ท่ีมีพ้ืนท่ีผิวนํ้าเกิน 1,000 ไร ความ สําเรจ็รอยละ 20 แหลงนํ้าธรรมชาติ ท่ีม ีพ้ืนท่ีผิวนํ้าเกิน 1,000 ไร ความ สําเรจ็รอยละ 20 แหลงนํ้าธรรมชาติ ท่ีม ีพ้ืนท่ีผิวนํ้าเกิน 1,000 ไร ความ สําเรจ็รอยละ 40 ๕๕ กลยุทธ /แผนงาน ตัวชี้วัด เปาหมาย (ป) หนวยงาน อํานวยการ ขับเคลื่อน หนวยงานปฏิบัติ 20 ป 61-65 66-70 71-80 หลัก สนับสนุน ลํานํ้าสาขา ความสําเร็จ รอยละ 50 ลํานํ้าสาขา ความสําเร็จ รอยละ 20 ลํานํ้าสาขา ความสําเร็จ รอยละ 30 สัดสวนพ้ืนท่ีชุมชน (นอกเขต กทม. ท่ีเปน ชุมชน ขนาดใหญ) ริมแมนํ้า ลําคลอง และแหลงนํ้าธรรมชาติ (รอยละของพ้ืนท่ีเปาหมาย) ความสําเร็จ รอยละ 90 ความสําเร็จ รอยละ 50 ความสําเร็จ รอยละ 40 สทนช./มท./ ทส. สทนช./กทม./ มท./ทด./ชป./ พม./จท./คพ./ ทน. สผ./ยผ./ปม./ ธร./อปท. ๕๖ แนวทางการขับเคล่ือน ๑. แผนงานการเพ่ิมประสิทธิภาพ และควบคุมการระบายน้ําเสียออกสูสิ่งแวดลอม เนื่องจาก เปนภารกิจขององคกรปกครองสวนทองถ่ิน แตเปนงานท่ีตองใชเทคนิคสูง จึงเห็นควรมอบใหกระทรวงมหาดไทย เปนหนวยงานหลักในการประสานและขับเคลื่อนรวมกับกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดลอม โดยการสนับสนุนทองถ่ินในการเตรียมความพรอม เพ่ือใหองคกรปกครองสวนทองถ่ินสามารถดําเนินการได ๒. การอนุรักษฟนฟูแหลงตนน้ําลําธารและพ้ืนท่ีชุมน้ําท่ีสมควรสงวนไว เพ่ือการอนุรักษ ทรัพยากรน้ําสาธารณะ มอบใหสํานักงานทรัพยากรน้ําแหงชาติ กระทรวงมหาดไทย และกระทรวง ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดลอม เปนหนวยงานประสานและขับเคลื่อนจัดทําแผนการอนุรักษฟ นฟู หรือดําเนินการประกาศเปนเขตคุมครองสิ่งแวดลอมตามกฎหมาย ๓. การอนุรักษฟนฟูแมน้ํา คูคลอง แหลงน้ําธรรมชาติขนาดใหญ เนื่องจากเปนแผนงานท่ีตองบูรณาการ ในกิจกรรมหลายรูปแบบ มอบใหสํานักงานทรัพยากรน้ําแหงชาติ กระทรวงมหาดไทย และกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดลอมเปนหนวยงานประสานและขับเคลื่อน จัดทําแผนหลักในแตละพ้ืนท่ีเปาหมาย ไดแก คลองแมขา จังหวัดเชียงใหม คลองเปรมประชากร บึงบอระเพ็ด หนองหารสกลนคร บึงราชนก แมน้ําพิจิตร กวานพะเยา และอ่ืนๆ และบูรณาการแผนงานของหนวยงานตามภารกิจในพ้ืนท่ีเปาหมายท่ีกําหนด ๕๗ ดานท่ี ๕ การอนุรักษฟนฟูสภาพปาตนน้ําท่ีเส่ือมโทรมและปองกันการพังทลายของดิน หลักการ : พ้ืนท่ีปาตนน้ําเปนพ้ืนท่ีซ่ึงมีความสําคัญในการดูดซับน้ําฝน เก็บรักษาความชุมชื้นและชะลอ การไหลของน้ํา การบุกรุกพ้ืนท่ีปาตนน้ําเพ่ือเปลี่ยนแปลงสภาพปาไปเปนพ้ืนท่ีเกษตรกรรมและ ชุมชน ทําใหความอุดมสมบูรณของปาตนน้ําลดลงจนถึงมีสภาพเสื่อมโทรม ทําใหเกิดปญหาน้ําทวม ฉับพลัน น้ําปาไหลหลาก และปญหาดินโคลนถลมในพ้ืนท่ีตนน้ํา สวนพ้ืนท่ีกลางน้ําและพ้ืนท่ีทายน้ํา ก็เกิดปญหาอุทกภัย การขาดแคลนน้ํา การชะลางพังทลายของดินในพ้ืนท่ีเกษตรและพ้ืนท่ีลาดชัน ทําใหความอุดมสมบูรณของดินลดลง โครงสรางของดินถูกทําลาย ความสามารถในการอุมน้ํา ของดินลดลง และตะกอนน้ําทําใหสภาพลําน้ํา อางเก็บน้ําตื้นเขิน จากขอมูลของกรมปาไมในป ๒๕๖๐ มีพ้ืนท่ีปาไมท้ังประเทศจํานวน ๑๐๒ ลานไร คิดเปน รอยละ ๓๑.๕๘ ของพ้ืนท่ีประเทศ (ประเทศไทยมีพ้ืนท่ี ท้ังหมด ๓๒๓ ลานไร) ซ่ึงยุทธศาสตรชาติ ๒๐ ป (พ.ศ. ๒๕๖๑-๒๕๘๐) ไดกําหนดเปาหมายในการฟนฟูปาตนน้ําท่ีเสื่อมโทรมเพ่ือใหไดพ้ืนท่ีปา รอยละ ๔๐ ของประเทศ หรือประมาณ ๑๒๘ ลานไร โดยการปลูกปาในพ้ืนท่ีปาตนน้ําท่ีเสื่อมโทรม การสรางฝายชะลอน้ํา การปองกันและลดการชะลางการพังทลายของดิน การปลูกหญาแฝก โดยกําหนดเปาหมายฟนฟูพ้ืนท่ีปาตนน้ํา ๓.๕๒ ลานไร และพ้ืนท่ีดําเนินการเพ่ือปองกัน การสูญเสียหนาดิน และลดการกัดเซาะในพ้ืนท่ีตนน้ํา ๒๑.๔๕ ลานไร รวมท้ังการเขมงวดในการ ปราบปรามและปองกันการบุกรุกทําลายปา ในแผนแมบทการบริหารจัดการทรัพยากรน้ํา ๒๐ ป ไดกําหนดแนวทางการดําเนินงาน ไวสอดคลองกัน ไดแก การอนุรักษฟนฟูปาตนน้ําท่ีเสื่อมโทรมโดยการปลูกปาและการทําฝายชะลอน้ํา การปองกันการชะลางพังทลายของดินในพ้ืนท่ีตนน้ํา โดยการทําผังการใชประโยชนลุมน้ํา การจัดทําระบบการอนุรักษดินและน้ํา การปลูกปาเลียนแบบธรรมชาติและการปลูกหญาแฝก เปาประสงค : อนุรักษ ฟนฟู พ้ืนท่ีปาตนน้ําท่ีเสื่อมโทรม การปองกัน และลดการชะลางพังทลายของดินในพ้ืนท่ี ตนน้ําและพ้ืนท่ีลาดชัน กลยุทธ : ๑) การอนุรักษฟนฟูพ้ืนท่ีปาตนน้ําท่ีเสื่อมโทรม โดยการปลูกปาและการสรางฝายชะลอน้ํา ประเภทตางๆ ในพ้ืนท่ีปาตนน้ํา ๒) การปองกันและลดการชะลางพังทลายของดินในพ้ืนท่ีตนน้ํา การจัดทําระบบอนุรักษดินและน้ํา ในพ้ืนท่ีเกษตรลาดชัน จัดทําแนวปากันชน การปลูกปาเลียนแบบธรรมชาติทดแทน การปลูกพืชเชิงเดี่ยวและการปลูกหญาแฝก ๕๘ ตารางท่ี ๔-๘ เปาหมายตามแผนแมบทดานท่ี ๕ การอนุรักษฟนฟูสภาพปาตนน้ําท่ีเส่ือมโทรมและปองกันการพังทลายของดิน กลยุทธ/แผนงาน ตัวชี้วัด เปาหมาย (ป) หนวยงาน อํานวยการ ขับเคลื่อน หนวยงานปฏิบัติ 20 ป 61-65 66-70 71-80 หลัก สนับสนุน 1. การอนุรกัษฟนฟูพ้ืนท่ีปาตนนํ้าท่ีเสื่อมโทรม 1.1 ฟนฟูปาตนนํ้า (พ้ืนท่ีปาตนนํ้าในเขตปา อนุรักษ/ปาสงวนฯ) จํานวนพ้ืนท่ีปาท่ี ไดรับการปลูกฟนฟู (ไร) 3,524,241 734,000 853,500 1,936,741 ทส. อส./ปม. สผ./มท./ สทอภ./ ภาคเอกชน 2. การปองกันและลดการชะลางพังทลายของดินในพ้ืนท่ีตนนํ้า 2.1 การปองกันและลดการ ชะลางพังทลายของดิน (พ้ืนท่ีปา ตนนํ้าในเขตปาอนุรักษ/ปาสงวนฯ) จํานวนพ้ืนท่ี (ไร) 1,450,000 240,000 400,000 810,000 ทส./กษ. อส./ปม. สผ./ชป./ อปท./ ภาคเอกชน 2.2 การปองกันและลดการชะ ลางพังทลายของดิน (พ้ืนท่ี เกษตรนอกพ้ืนท่ีอนุรักษ) จํานวนพ้ืนท่ี (ไร) 20,000,000 1,000,000 5,000,000 14,000,000 พด. สผ./ชป./ ภาคเอกชน/ อปท. ๕๙ แนวทางการขับเคล่ือน ๑. การฟนฟูปาตนน้ํามอบใหกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดลอมเปนหนวยงานประสานและ ขับเคลื่อนโดยดําเนินการควบคูกันไป เริ่มจากกําหนดขอบเขตการใชประโยชน เปน เขตอนุรักษ เขตปาไมกันชน และการใชประโยชนท่ีดินท่ีเหมาะสมในพ้ืนท่ีลุมน้ําชั้น ๑ และ ๒ ท่ีไดรับการผอนผันตามมติคณะรัฐมนตรี ๓๐ มิถุนายน ๒๕๔๑ โดยจะดําเนินการกําหนดพ้ืนท่ีเปาหมายท่ีมีผลกระทบดานทรัพยากรน้ํารุนแรง ไดแก ลุมน้ํา ภาคเหนือและภาคใตในระยะแรกกอน โดยดําเนินการในกิจกรรมตางๆ ไปพรอมๆ กัน เพ่ือใหสามารถเห็นผลผลิต และผลสัมฤทธิ์ไดอยางรวดเร็วและตองมีระบบการประเมินผลไปจนถึงระยะยาว เพ่ือใหเห็นผลกระทบจากการ ฟนฟูปา ๒. การลดการชะลางพังทลายของดินในพ้ืนท่ีตนน้ําโดยเฉพาะในพ้ืนท่ีเกษตรลาดชัน ใหพิจารณา ดําเนินการท้ังทางกลและการปรับระบบการปลูกพืชควบคูกันไป ๖๐ ดานท่ี ๖ การบริหารจัดการ หลักการ : ปญหาทรัพยากรน้ําท่ีผานมาท้ังปญหาการขาดแคลนน้ําเพ่ือการอุปโภคบริโภค น้ํา เพ่ือการผลิต ท้ังภาคเกษตรกรรมและอุตสาหกรรม ปญหาน้ําทวม ปญหาคุณภาพน้ําท้ังน้ําเสีย และน้ําเค็ม ปญหาน้ําปาไหลหลาก และการชะลางพังทลายของดินในพ้ืนท่ีตนน้ํา จะเกิดบอยครั้งข้ึน และทวีความรุนแรงมากข้ึน ซ่ึงเปนผลมาจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และท่ีสําคัญ คือ การบริหารจัดการท่ีไมมีเอกภาพท้ังระดับนโยบายและระดับปฏิบัติ ขาดขอมูลในการวางแผน การตัดสินใจสั่งการ ขาดกฎหมาย แผนแมบท และองคกรท่ีกํากับดูแลในภาพรวมการบริหาร จัดการทรัพยากรน้ําท้ังระบบ ทําใหไมสามารถบริหารจัดการท้ังกอนการเกิดภัย ระหวางเกิดภัย และหลังการเกิดภัย ไดอยางมีประสิทธิภาพ ดังนั้น การบริหารจัดการทรัพยากรน้ําของประเทศใหมีประสิทธิภาพ สมดุล เปนธรรม และสามารถแกไขปญหาไดท้ังระบบ จําเปนตองมีการปรับปรุง ทบทวน กฎหมาย ระเบียบ ขอบังคับ ดานทรัพยากรน้ํา การพัฒนาองคกรการบริหารจัดการทรัพยากรน้ําทุกระดับ การจัดทําแผนการบริหารจัดการทรัพยากรน้ํา การติดตามและประเมินผล การพัฒนาระบบ ฐานขอมูล รวมท้ังการประชาสัมพันธ พรอมท้ังเสริมสรางความเขมแข็งใหกับองคกรผูใชน้ําและ การมีสวนรวมของผูมีสวนไดสวนเสียทุกภาคสวน เปาประสงค : จัดตั้งองคกรดานการบริหารจัดการทรัพยากรน้ํา (คณะกรรมการทรัพยากรน้ําแหงชาติ คณะกรรมการลุมน้ํา ฯลฯ) ปรับปรุงกฎหมายใหทันสมัย สงเสริมความรวมมือระหวางประเทศ เ ชื ่อ ม โ ย งปร ะ เด ็นก า รพัฒนาและการหาแหลง เ ง ินท ุน พ ัฒน า ร ะบบฐานข อมูล ประกอบการตัดสินใจ (คลังน้ําชาติ) สนับสนุนองคกรลุมน้ํา สนับสนุนการแลกเปลี่ยนขอมูล ระหวางภาครัฐและเอกชน การบริหารจัดการชลประทาน การศึกษาวิจัย เตรียมความพรอม สงเสริมการประชาสัมพันธและการมีสวนรวมของประชาชนและภาคสวนที่เกี ่ยวของ สรางจิตสํานึกในการอนุรักษทรัพยากรน้ํา พัฒนางานวิจัย นวัตกรรม และเทคโนโลยี สนับสนุน การสรางมูลคาเพ่ิมในภาคการบริการและการผลิต รวมถึงพัฒนารูปแบบเพ่ือยกระดับการจัดการน้ํา ในพ้ืนท่ีและลุมน้ํา (เชื่อมโยงการตลาด พลังงาน การผลิต และของเสีย) กลยุทธ : ๑) การจัดทํา ปรับปรุง กฎหมาย และองคกรดานการบริหารจัดการทรัพยากรน้ําและน้ําบาดาล ไดแกการจัดทํา ปรับปรุง ทบทวน กฎหมาย ระเบียบขอบังคับ ดานทรัพยากรน้ํา การสงเสริม พัฒนาองคกร การบริหารจัดการทรัพยากรน้ํา ในระดับชาติ/ระดับลุมน้ํา และพัฒนากลไก ความรวมมือระหวางประเทศดานทรัพยากรน้ํา ๖๑ ๒) การจัดทําแผนบริหารจัดการทรัพยากรน้ํา แผนแมบทระดับลุมน้ํา และแผนปฎิบัติการ รวมท้ังการ จัดทําแผนบริหารน้ําในสภาวะวิกฤตทุกลุมน้ํา ใหสอดคลองกับยุทธศาสตรชาติและ พระราชบัญญัติทรัพยากรน้ํา ๓) การติดตามและประเมินผล ท้ังแผนงานภายใตแผนแมบท และการดําเนินงานของหนวยงาน และประเมินผลกระทบระดับแผนแมบทภายใตยุทธศาสตรชาติ ๔) การพัฒนาระบบฐานขอมูลสนับสนุนการตัดสินใจ โดยพัฒนาฐานขอมูลทรัพยากรน้ํา น้ําบาดาล และขอมูลอ่ืนท่ีเก่ียวของ การเพ่ิมประสิทธิภาพการจัดการภัยพิบัติดานน้ํา การจัดการอุทกภัย และการพัฒนาระบบติดตาม เฝาระวัง และแจงเตือนภัยคุณภาพน้ําและ น้ําบาดาล เชน การเพ่ิมประสิทธิภาพการพยากรณฝนระยะสั้น การพยากรณน้ําหลากท่ีลาดเชิงเขา (ลุ มน้ําสาขา/ยอย) ขอมูลแหลงน้ําธรรมชาติ ศักยภาพน้ําบาดาลในขั้นรายละเอียด ขอมูลคุณภาพน้ําในแหลงน้ําตางๆ ๕) การศึกษาวิจัยและพัฒนาการจัดการทรัพยากรน้ํา โดยศึกษา วิจัย พัฒนาเทคโนโลยี และ นวัตกรรมท่ี เก่ียวกับทรัพยากรน้ํ าและน้ํ าบาดาลใหสามารถดํ าเนินการตามกลยุทธ ท่ีเก่ียวของไดอยางมีประสิทธิภาพ เชน การศึกษาวิจัยการประหยัดน้ําในทุกกิจกรรมการใชน้ํา การลดการใชน้ํา นํากลับมาใชใหม และการใชน้ําซํ้าในภาคอุตสาหกรรม การศึกษาการใชน้ํา และมูลคาน้ําภาคการผลิตตางๆ ๖) การประชาสัมพันธและการมีสวนรวม โดยเสริมสรางการรับรูและประชาสัมพันธ นโยบาย ยุทธศาสตร การบริหารจัดการทรัพยากรน้ํ า และบูรณาการการมีสวนรวมในการบริหาร จดัการทรัพยากรน้ํา สงเสริมการจัดการน้ําชุมชน และการจัดการภัยพิบัติดานน้ําในระดับพ้ืนท่ี ลุมน้ํา ประเทศ และระหวางประเทศ ๖๒ ตารางท่ี ๔-๙ แผนแมบทดานท่ี ๖ การบริหารจัดการ กลยุทธ /แผนงาน ตัวชี้วัด เปาหมาย (ป) หนวยงาน ขับเคลื่อน หนวยงานปฏิบัติ 20 ป 61-65 66-70 71-80 หลัก สนับสนุน 1. จัดทําปรับปรุงกฎหมายและองคกรดานการบริหารจัดการทรัพยากรนํ้า 1.1 การจัดทํา ปรับปรุง ทบทวน กฎหมาย ระเบียบ ขอบังคับดาน ทรัพยากรนํ้า 1. การจดัทํา ปรับปรุง ทบทวน กฏหมาย ระเบียบ ขอบังคับดานทรัพยากรนํ้า 1.1 จดัทําอนุบัญญตัิ ทรัพยากรนํ้า 1.2 ปรับปรุงกฎหมาย ระเบียบ ขอบังคับ และมาตรการท่ีเก่ียวของ 35 เรื่อง/ประกาศ บังคับใช จัดทํา/ ประกาศใช กฎหมายลําดับ รอง 35 เรื่อง ติดตาม และปรับปรุงการบังคับใชกฎหมาย ใหเกิดผลอยางเปนรูปธรรมอยางตอเน่ือง สทนช. สทนช./มท./ ทส./กษ./ อปท. ทุกหนวยงาน/ ภาคประชาชน 1.2 สงเสริม พัฒนา องคกรการบริหาร จัดการทรัพยากรนํ้า ในระดับชาต/ิระดับ ลุมนํ้า ระดับความสําเร็จของการ จัดตั้งองคกรท่ีเก่ียวของกับ การบริหารจัดการ ทรัพยากรนํ้า ระดับชาต/ิ ระดับลุมนํ้า ตามพระราช บัญญัติทรัพยากรนํ้า มีองคกรทําหนาท่ี บริหารจัดการดาน ทรัพยากรนํ้าใน ระดับชาติ/ระดับลุมนํ้า กนช. สทนช. คกก. (ทุกลุมนํ้า) องคกรผูใชนํ้า ดําเนินการตอเน่ือง สทนช. ทุกหนวยงาน 1.3 พัฒนากลไก ความรวมมือระหวาง ประเทศดาน ทรัพยากรนํ้า ระดับความสําเร็จของการ จัดทําความรวมมือ/ แผนปฏิบัติการระหวาง ประเทศและองคกรระหวาง ประเทศในการบริหาร จัดการทรัพยากรนํ้า ไมนอย กวารอยละ 80 มีขอตกลง/ความ รวมมือระหวาง ประเทศ มีแผนปฏิบัติ การระหวาง ประเทศและ องคกรระหวาง ประเทศ ขับเคลื่อน รอยละ 10 ขับเคลื่อน รอยละ 40 ขับเคลื่อนรอยละ 30 สทนช. ทุกหนวยงาน ๖๓ กลยุทธ /แผนงาน ตัวชี้วัด เปาหมาย (ป) หนวยงาน ขับเคลื่อน หนวยงานปฏิบัติ 20 ป 61-65 66-70 71-80 หลัก สนับสนุน 2. การจัดทําแผน บริหารจัดการ ทรัพยากรนํ้า มีแผนการบริหารจัดการ ทรัพยากรนํ้าทุกระดับ เปนมาตรฐาน สอดคลองกับ ยุทธศาสตรการพัฒนาของ ประเทศ แผนแมบท/แผน ปฏิบัติ/แผนการจัด สรรนํ้า/แผนภาวะ วิกฤติท้ังลุมนํ้าหลัก และสาขาจัดทําเสรจ็ ตามกําหนด จัดทําแผนครบ ทุกลุมนํ้า ทบทวนและปรับปรุงแผนทุก 5 ป สทนช. สทนช. ทุกหนวยงาน 3. การติดตามและ ประเมินผล ระดับความสําเร็จในการ ติดตามและประเมินผลการ ดําเนินงาน เปาหมายสามารถวัด ไดถึงระดับผลกระทบ เปาหมายระดับ ผลผลติและ ผลลัพธ เปาหมายระดับ ผลลัพธและ ผลกระทบ เปาหมายระดับผล ผลลัพธและ ผลกระทบ สทนช. สทนช. ทุกหนวยงาน 4. การพัฒนาระบบฐานขอมูลสนับสนุนการตัดสินใจ 4.1 พัฒนาและเพ่ิม ประสิทธิภาพระบบ ฐานขอมูลเพ่ือการ การบริหารจัดการ ทรัพยากรนํ้า ระดับความสําเร็จในการ จัดทําระบบฐานขอมูลดาน ทรัพยากรนํ้า ท่ีทันสมยั ถูกตอง และบูรณาการเปน มาตรฐานเดียวกัน ทุกหนวยงานครอบคลุมท้ัง ระดับชาติ ลุมนํ้าและชุมชน มีระบบฐานขอมลูดาน ทรัพยากรนํ้า ท่ีทันสมัย ถูกตอง และบูรณาการเปน มาตรฐานเดียวกัน ทุกหนวยงาน ครอบคลมุ ท้ังระดับชาติ ลุมนํ้า และชุมชน อยางบูรณาการ และมีธรรมาภิบาล พัฒนา/เช่ือม โยงระบบฐาน ขอมูลระหวาง หนวยงานเปน มาตรฐานเดียว กัน (Bigdata) มีระบบตรวจ วัดและเตือน ภัยครอบคลุม ลุมนํ้าหลัก มีศูนยขอมูล กลางท่ีครอบ คลุมลุมนํ้าหลัก มีศูนยขอมูลกลางครอบคลุมทุกจังหวัด ชุมชนมีระบบสารสนเทศดานทรัพยากร นํ้าของชุมชนใชงาน โดยใชขอมูลระดับ ชุมชนจากศูนยขอมูลระดับจังหวัด มีระบบบริหารจัดการทรัพยากรนํ้า (platform) เพ่ือใชในการบริหาร จัดการทรัพยากรนํ้าอยางบูรณาการ และมีธรรมาภิบาล สทนช. สทนช./วท./ ดศ./ทส./กษ./ มท. ทุกหนวยงาน ๖๔ กลยุทธ /แผนงาน ตัวชี้วัด เปาหมาย (ป) หนวยงาน ขับเคลื่อน หนวยงานปฏิบัติ 20 ป 61-65 66-70 71-80 หลัก สนับสนุน 5. การศึกษา วิจัย และพัฒนาการ จัดการทรัพยากรนํ้า ระดับความสําเร็จของการ จัดทํางานศึกษาวิจัย และ นวัตกรรมเพ่ือขับเคลื่อน การบริหารจัดการนํ้าของ ประเทศท่ีถูกนําไปใช ประโยชน มีงาน วิจัย ศึกษา พัฒนาเทคโนโลยีและ นวัตกรรมท่ีไดนํามา ประยุกตใชขับเคลื่อน การบริหารจัดการนํ้า ของประเทศ กําหนด ประเด็นและ จัดทําแผนงาน นําผลการวิจัย มาขยายผล ดําเนินการอยางตอเน่ือง สทนช. สทนช./ อุดมศึกษาวิจัย และ นวัตกรรม/วท. ทุกหนวยงาน 6. การประชาสัมพันธและการมสีวนรวม 1. เสริมสรางการรับรู และประชาสัมพันธ นโยบาย/แผนแมบท การบริหารจัดการ ทรัพยากรนํ้า จํานวนชองทางของการ ประชาสมัพันธ 1.โทรทัศน 2. วิทยุ 3. หนังสือพิมพ 4. สิ่งพิมพ 5. เว็ปไซต 6. เครือขายสงัคมออนไลน 7. ประชุม/สมัมนา 8. นิทรรศการ 9. กิจกรรม 10. สื่อบุคคล สรางการรับรูนโยบาย แผนแมบทการบริหาร จัดการทรัพยากรนํ้า ท้ัง 6 ดาน อันจะ นําไปสูความรวมมือใน การพัฒนาและบริหาร จัดการนํ้าของประเทศ ไมนอยกวา รอยละ 70 ของ ชองทางท้ังหมด ไมนอยกวารอยละ 90 ของชองทาง ท้ังหมด ประชาสมัพันธในทุก ชองทางท้ังหมด สทนช. สทนช./กรม ประชาสมัพันธ ทุกหนวยงาน รอยละของหนวยงานดาน นํ้าท่ีมีการประชาสัมพันธ แผนแมบทฯ ดําเนินการใหได รอยละ 70 ไมนอยกวารอยละ 90 ของ หนวยงานดานนํ้า ทุกหนวยงานดานนํ้า ทตองมีการประชา สัมพันธแผนแมบทฯ รอยละของการรับรูของ ประชาชนท่ีมีตอแผนแมบท การบริหารจัดการ ทรัพยากรนํ้า ไมนอยกวา รอยละ 60 ของ กลุมตัวอยาง ไมนอยกวารอยละ 70 ของกลุม ตัวอยาง ไมนอยกวารอยละ 80 ของกลุมตัวอยาง - 2. บูรณาการการมี สวนรวมในการ บริหารจดัการ ทรัพยากรนํ้า จํานวนเรื่อง/กิจกรรม จัดทํากรอบงานและ สนับสนุนการมสีวน รวมขององคกรผูใชนํ้า ในการใช จัดกิจกรรมการ มีสวนรวมใหแก ภาคสวนท่ี เก่ียวของ ดําเนินการ อยางตอเน่ือง ดําเนินการ อยางตอเน่ือง สทนช. สทนช. ทุกหนวยงาน ๖๕ กลยุทธ /แผนงาน ตัวชี้วัด เปาหมาย (ป) หนวยงาน ขับเคลื่อน หนวยงานปฏิบัติ 20 ป 61-65 66-70 71-80 หลัก สนับสนุน 3. ผลักดันใหเกิด กลไกขยายผล ความสําเร็จดานการ บริหารจดัการนํ้าใน ระดับชุมชน/ระดับ ทองถ่ิน (ประเด็นการ ปฏิรูปประเทศ) จํานวนหมูบานท่ีสามารถ บริหารจดัการทรัพยากรนํ้า ไดดวยตนเอง และสามารถ ขยายผลความสําเร็จไปยัง พ้ืนท่ีอ่ืน ชุมชนสามารถบริหาร จัดการทรัพยากรนํ้า ในพ้ืนท่ีไดดวยตนเอง ผานกระบวนการมี สวนรวมของทุกภาค สวน และเกิด เครือขายการบริหาร จัดการทรัพยากรนํ้า ชุมชน ตามแนว พระราชดําร ิชุมชนมี ความเปนอยูท่ีดี เกิด ความยั่งยืนในทุกมิติ (6,000 หมูบาน) 800 หมูบาน 2,200 หมูบาน 3,000 หมูบาน สทนช. สทนช./มท./ อปท. ทส./กษ./ สสน./สกว. /มูลนิธิปดทอง หลังพระฯ/ กองทัพบก* หมายเหตุ : * มูลนิธิอุทกพัฒนฯ สนับสนุนเชิงเทคนิคใหกองทัพบกและใชแบบอยางความสําเร็จของเครือขายจัดการน้ําชุมชน ตามแนวพระราชดําริของมูลนิธิอุทกพัฒนฯ ขยายผลตอไป ๖๖ แนวทางการขับเคล่ือน ๑. การจัดทําอนุบัญญัติท่ีเก่ียวของกับพระราชบัญญัตทรัพยากรน้ําและการจัดตั้งคณะกรรมการ ลุมน้ํา สํานักงานทรัพยากรน้ําแหงชาติเปนหนวยงานหลักในการดําเนินการและประสานงานในการขับเคลื่อนการ บริหารจัดการทรัพยากรน้ําในระดับประเทศและลุมน้ํา ๒. แผนแมบทการบริหารจัดการทรัพยากรน้ํา ๒๐ ป สํานักงานทรัพยากรน้าํแหงชาติดําเนินการ จัดทําและถายทอดเปาหมายลงสูการดําเนินงานระดับลุมน้ําและแผนปฏิบัติการ รวมถึงติดตาม ประเมินผลการ ดําเนินงานของแผนงานตามนโยบายและแผนแมบทเก่ียวกับการบริหารจัดการน้ําเสนอตอคณะกรรมการ ทรัพยากรน้ําแหงชาติโดยมีกลุมผูใชน้ําทําหนาท่ีขับเคลื่อนการดําเนินงานภายใตคณะกรรมการลุมน้ํา ๓. การศึกษา วิจัย และพัฒนายกระดับการบริหารจัดการทรัพยากรน้ําและทรัพยากรมนุษย สํานักงานทรัพยากรน้ําแหงชาติรวมกับกระทรวงศึกษาธิการและหนวยงานท่ีเก่ียวของกําหนดประเด็นงานวิจัย นวัตกรรมท่ีเปนชองวาง ภายในป พ.ศ. ๒๕๖๓ และขับเคลื่อนดวยการใชเทคโนโลย ีนวัตกรรม สนับสนุนการเพ่ิม มูลคาเพ่ิมของภาคการผลิตและบริการตอไป ๔. การพัฒนาระบบฐานขอมูลทรัพยากรน้ําและขอมูลอ่ืนท่ีเก่ียวของ สํานักงานทรัพยากรน้ําแหงชาติ กระทรวงดิจิทัลเพ่ือเศรษฐกิจและสังคม และกระทรวงวทิยาศาสตรและเทคโนโลยี ประสานงานรวมกับหนวยงาน ท่ีเก่ียวของในการพัฒนาและเชื่อมโยงระบบคลังขอมูลน้ําและระบบโทรมาตร สําหรับการเฝาระวังคุณภาพน้ํานั้น กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่ งแวดลอมเปนหนวยงานหลักในการดําเนินการในแมน้ํ าสายหลัก และแหลงน้ํานิ่งท่ีสําคัญ ๔.๖ การขับเคล่ือนการดําเนินงานตามแผนแมบทภายใตยุทธศาสตรชาติ การจัดทําแผนแมบทการบริหารจัดการทรัพยากรน้ํา ๒๐ ป (พ.ศ. ๒๕๖๑-๒๕๘๐) สอดคลองกับ ยุทธศาสตรชาติ ๒๐ ป (แผนระดับ ๑) ในดานท่ี ๕ ยุทธศาสตรดานการสรางการเติบโตบนคุณภาพท่ีเปนมิตรกับ สิ่งแวดลอม และแผนแมบทภายใตยุทธศาสตรชาติ (แผนระดับ ๒) ภายใตประเด็นท่ี ๑๙ การบริหารจัดการน้ํา ท้ังระบบ ซ่ึงมีเปาหมายในภาพรวม เพ่ือใหเกิดความม่ันคงและเกิดความสมดุลดานน้ํา ท้ังดานการจัดหา การใชและ การอนุรักษ รวมถึงการดูแลพิบัติภัยท้ังระบบ โดยกําหนดแนวทางการพัฒนาตามแผนยอย ๓ แผน คือ ๑. พัฒนาการจัดการน้ําเชิงลุมน้ําท้ังระบบเพ่ือเพ่ิมความม่ันคงดานน้ําของประเทศ ๒. เพ่ิมผลิตภาพของน้ําท้ังระบบ ในการใชน้ําอยางประหยัด รูคุณคา และสรางมูลคาเพ่ิมจากการ ใชน้ําใหทัดเทียมกับระดับสากล เพ่ือเพ่ิมประสิทธิภาพการบริหารจัดการน้ําและพัฒนาเศรษฐกิจ ๓. อนุรักษและฟนฟูแมน้ําลําคลองและแหลงน้ําธรรมชาติท่ัวประเทศ เพ่ือฟนฟูแมน้ําลําคลอง บนพ้ืนฐานของการรักษาสมดุลนิเวศ และไดมีการกําหนด แผนงานโครงการสําคัญท่ีสอดคลองกับประเด็นเรงดวน ๑๕ ประเด็น (Quick Win) ประเด็นท่ี ๔ บริหารจัดการน้ําและมลพิษ โดยในแผนงานจัดระบบการจัดการน้ําในภาวะวิกฤต ประกอบดวย ๒ โครงการ คือ ๑. โครงการบรรเทาภัยพิบัติทางน้ําแบบบูรณาการ ๒. โครงการพัฒนาระบบน้ําชุมชนเพ่ือเกษตรยังชีพนอกเขตชลประทานสูภัยแลง โดยแผนแมบทการบริหารจัดการทรัพยากรน้ํา ๒๐ ป (พ.ศ. ๒๕๖๑-๒๕๘๐) ไดกําหนดไว ๖ ดาน ท้ังนี้ การจัดทํา แผนแมบทการบริหารจัดการทรัพยากรน้ํา ไดปรับปรุงเปาหมาย และแนวทางการขับเคลื่อนใหสอดคลองกับ ยุทธศาสตรชาติ ๒๐ ป และแผนแมบทภายใตยุทธศาสตรชาติ โดยไดเพ่ิมเปาหมายในการควบคุมปริมาณการไหล ๖๗ ของน้ําเพ่ือรักษาสิ่งแวดลอม (แผนแมบทดานท่ี ๔) การยกระดับการจัดการน้ําใหมีความเชื่อมโยงกับการผลิต (แผนแมบทดานท่ี ๒) ภายใตแผนแมบทประเด็นท่ี ๑๙ การบริหารจัดการน้ําท้ังระบบพรอมท้ังยังมีเปาหมายบาง ประเด็นท่ีไมไดดําเนินการในแผนแมบทการบริหารจัดการทรัพยากรน้ําโดยตรง แตดําเนินการตามแผนแมบท ภายใตแผนยุทธศาสตรชาติในประเด็นอ่ืนๆ ประกอบดวย ๑. จัดทําแผนและดําเนินการปองกัน ฟนฟู รักษา รวมกับแผนรักษาเขตตนน้ํา ถูกขับเคลื่อนให ดําเนินการตามแผนแมบทภายใตยุทธศาสตรชาติ ประเด็นท่ี ๑๘ การสรางการเติบโตอยางยั่งยืน โดยหยุดยั้ง การบุกรุกทําลายพ้ืนท่ีปา ใหมีการบริหารจัดการเชิงพ้ืนท่ีและมีการบูรณาการทุกหนวยงานในการตรวจติดตาม เฝาระวังและปองกันการบุกรุกปา รวมถึงบริหารจัดการการใชประโยชนท่ีดินในพ้ืนท่ีปาบนพ้ืนฐานใหคนและชุมชน สามารถอยูรวมกับปาได ๒. การจัดการน้ําเสียภาคการเกษตร ดําเนินตามแผนแมบทภายใตยุทธศาสตรชาติ ประเด็นท่ี ๑๘ การสรางการเติบโตอยางยั่งยืน โดยจัดการมลพิษท่ีมีผลกระทบตอสิ่งแวดลอม และสารเคมีในภาคเกษตรท้ังระบบ ใหเปนไปตามมาตรฐานสากล ๓. การยกระดับผลิตภาพดานน้ํา ตองดําเนินการรวมกับแผนแมบทภายใตยุทธศาสตรชาติ ๓ ประเด็น ดังนี้ ๓.๑ ประเด็นท่ี ๓ ประเด็นการพัฒนาการเกษตรโดยสงเสริมการผลิตและแปรรูปสินคา เกษตรสรางมูลคา ๓.๒ ประเด็นท่ี ๔ อุตสาหกรรมและบริการแหงอนาคต โดยการเพ่ิมประสิทธิภาพ ผลิตภาพ การผลิต และขีดความสามารถในการแขงขันดวยเทคโนโลยีดิจิทัล ๓.๓ ประเด็นท่ี ๑๖ การพัฒนาความเสมอภาคและสงเสริมเศรษฐกิจฐานราก โดยการ เพ่ิมขีดความสามารถการผลิต และเปนผูประกอบการธุรกิจเกษตร การพัฒนาระบบตลาดสําหรับสินคาเกษตร เพ่ือลดชองวางของรายไดระหวางประชาชนและเพ่ิมรายไดของครัวเรือนในภาคเกษตรอยางยั่งยืน ๖๘ บทที่ ๕ แนวทางการขับเคลื่อนแผนแมบท ขอเสนอแนะ ๕.๑ การถายทอดแผนแมบทการบริหารจัดการทรัพยากรน้ําระดับชาติลงสูแผนแมบท/แผนปฏิบัติการระดับลุมน้ํา รัฐธรรมนูญแหงราชอาณาจักรไทยมาตรา ๖๕ กําหนดใหรัฐพึงจัดใหมียุทธศาสตรชาติเปนเปาหมาย การพัฒนาประเทศอยางยั่งยืนตามหลักธรรมาภิบาลเพ่ือใชเปนกรอบในการจัดทําแผนตางๆ ใหสอดคลองและ บูรณาการกัน โดยกําหนดยุทธศาสตรชาติ ๒๐ ป พ.ศ ๒๕๖๑-๒๕๘๐ ไวท้ังหมด ๖ ดาน ซ่ึงดานท่ีเก่ียวของกับ การบริหารจัดการทรัพยากรน้ํา คือ ดานท่ี ๕ ยุทธศาสตรชาติดานการสรางการเติบโตบนคุณภาพชีวิตท่ีเปนมิตร กับสิ่งแวดลอม ประกอบดวยแนวทางการพัฒนา ๖ ดาน มีดานท่ีเก่ียวของ ไดแก ๑) การสรางการเติบโตอยางยั่งยืนบนสังคมเศรษฐกิจสีเขียว ๑.๑ อนุรักษและฟนฟูแมน้ําลําคลองใหคลอบคลุมแมน้ําลําคลองท่ัวประเทศ ๒) พัฒนาความม่ันคงทางน้ํา พลังงาน และเกษตรท่ีเปนมิตรตอสิ่งแวดลอม ท่ีเก่ียวของ คือ ๒.๑ มีการพัฒนา จัดการน้ําเชิงลุมน้ําท้ังระบบ เพ่ือเพ่ิมความม่ันคงดานน้ําของประเทศ ๒.๒ เพ่ิมผลิตภาพของน้ําท้ังระบบในการใชน้ําอยางประหยัด รูคุณคา และสรางมูลคาเพ่ิมจาก การใชน้ําใหทัดเทียมระดับสากล ภายใตยุทธศาสตรชาติ ๒๐ ป ไดกําหนดแผนแมบทภายใตยุทธศาสตรชาติไวท้ังหมดจํานวน ๒๓ ประเด็นแผนแมบท ท่ีเก่ียวของกับการบริหารจัดการทรัพยากรน้ํา คือ ดานท่ี ๑๙ ประเด็นการบริหารจัดการน้ํา ท้ังระบบ พ.ศ ๒๕๖๑-๒๕๘๐ โดยกําหนดแนวทางการพัฒนาไว ๓ แผนยอย คือ ๑) แผนยอย พัฒนาการจดัการน้ําเชิงลุมน้ําท้ังระบบเพ่ือเพ่ิมความม่ันคงดานน้ําของประเทศ ๒) แผนยอย เพ่ิมผลิตภาพของน้ําท้ังระบบ ในการใชน้ําอยางประหยัด รู คุณคา และสรางมูลคาเพ่ิมจากการใชน้ําใหทัดเทียมกับระดับสากล ๓) แผนยอย อนุรักษและฟนฟูแมน้ําลําคลองและแหลงน้ําธรรมชาติท่ัวประเทศ แผนแมบทการบริหารจัดการทรัพยากรน้ํา ๒๐ ป (พ.ศ. ๒๕๖๑ –๒๕๘๐) ไดจัดทําใหสอดคลอง กับยุทธศาสตรชาติ ๒๐ ป พ.ศ. ๒๕๖๑ – ๒๕๘๐ และแผนแมบทภายใตยุทธศาสตรชาติ โดยสําหรับการขับเคลื่อน แผนแมบทการบริหารจัดการทรัพยากรน้ํา ๒๐ ป สูการปฏิบัติ (ตามรูปท่ี ๕-๑) สรุปไดดังนี้ ๑. คณะกรรมการทรัพยากรน้ําแหงชาติ (กนช.) โดยอนุกรรมการยุทธศาสตรการบริหารจัดการ ทรัพยากรน้ําซ่ึงสํานักงานทรัพยากรน้ําแหงชาติ (สทนช.) เปนเลขานุการนั้น จัดทําแผนแมบทการบริหารจัดการ ทรัพยากรน้ํา ๒๐ ป (พ.ศ. ๒๕๖๑ –๒๕๘๐) (๑) (มาตราท่ี ๑๗ ขอ (๑) พระราชบัญญัติทรัพยากรน้ํา พ.ศ. ๒๕๖๑) ให มีความสอดคลองและสนับสนุนเปาหมายแผนแมบทภายใตยุทธศาสตร ๒๐ ป พ.ศ. ๒๕๖๑ – ๒๕๘๐ โดยแผนแมบท ดังกลาว ประกอบดวย ๒๘ กลยุทธ ๕๔ แผนงาน ๖๙ รูปท่ี ๕-๑ ผังแสดงการขับเคล่ือนแผนแมบทการบริหารจัดการทรัพยากรน้ํา ๒๐ ป ๗. คณะรัฐมนตรี ๑. แผนแมบทน้ํา ๒๐ ป ๒๘ กลยุทธ ๕๔ แผนงาน สนับสนุนเปาหมาย/แผนแมบท ภายใตยุทธศาสตรชาต ิ ๖. คณะกรรมการ ทรัพยากรน้ําแหงชาติ แผนแมบทน้ํา ๒๐ ป แผนแมบทลุมน้าํ แผนบูรณาการงบประมาณ ประจาํป สทนช. และหนวยงาน ตามภารกิจแผนแมบทฯ กนช. โดยอนุกรรมการ ยุทธศาสตรการบริหาร จัดการทรัพยากรนํ้า (สทนช. เลขาฯ) ๕. คณะกรรมการลุมน้ํา แผนแมบทลุมนํ้า แผนบูรณาการงบประมาณ ประจําป ๒. แผนปฎิบัติตามภารกิจ (Functions) แผนปฎิบัติการตามภารกิจแผนแมบท แผนแมบทรายพ้ืนท่ีวิกฤต/โครงการสําคญั คณะกรรมการลุมนํ้า โดยเลขานุการ คณะกรรมการลุมนํ้า/ หนวยงาน/จังหวัด/ อปท./ผูมสีวนไดสวนเสีย เลขานุการ คณะกรรมการลุมนํ้า จัดทํา ถายทอดกลยุทธ/แผนงานลงสู แผนปฏิบัติและแผนแมบทรายพื้นที ่ เสนอ กนช. กนช. เห็นชอบ สทนช.วิเคราะห/กําหนดประเด็น และเปาหมายเบื้องตน วิเคราะหความเชื่อมโยงกับแผนกลุมจังหวัด/ จังหวัด/ทองถิ่น และสถานการณของพืน้ที ่ วิเคราะห/จัดลําดับความสําคัญ แผนแมบทลุมน้ํา จัดทํา เสนอ กนช. เห็นชอบ เสนอ ครม. (แผนแมบทน้ํา ๒๐ ป และ แผนบูรณาการงบประมาณประจําป) ครม. เห็นชอบ เสนอคณะกรรมการลุมน้ํา เห็นชอบ จัดทํา จัดทํา ๘. กระทรวงเจาสังกัด ๙. สํานักงบประมาณ คณะกรรมการลุมน้ํา เห็นชอบ ๓. แผนแมบทลุมน้ํา แผนปฎิบัติการตามภารกิจของหนวยงาน (สะทอนเปาหมายแผนแมบทรายลุมนํ้า) แผนปฏิบัติการระดับพ้ืนท่ี (สะทอนเปาหมายความตองการของพ้ืนท่ี ่ ๔.แผนปฏิบัติการประจําป ๗๐ ๒. สํานักงานทรัพยากรน้ําแหงชาติ (สทนช.) และหนวยงานถายทอดเปาหมายและกลยุทธแผนแมบท การบริหารจัดการทรัพยากรน้ํา ๒๐ ป (พ.ศ. ๒๕๖๑-๒๕๘๐) ไปสูการจัดทําแผนแมบทลุมน้ํา โดยพิจารณาแผนปฏิบัติ การตามภารกิจของหนวยงานภายใตแผนแมบทฯ ๒๐ ป และแผนแมบทรายพ้ืนท่ีวิกฤต (Area based) /โครงการสําคัญ (Project based) (๒) จําแนกรายลุมน้ํา เพ่ือใชเปนขอมูลใหกับคณะกรรมการลุมน้ําใชพิจารณาในการจัดทําแผนแมบทลุมน้ํา ๓. คณะกรรมการลุมน้ํา (โดยเลขานุการลุมน้ํา/หนวยงาน/จังหวัด/ผูมีสวนไดสวนเสีย) ทําหนาท่ีวิเคราะห ขอมูลแผนปฏิบัติการตามภารกิจ (แผนปฏิบัติการตามภารกิจของหนวยงานภายใตแผนแมบทฯ ๒๐ ป และแผนแมบท รายพ้ืนท่ีวิกฤต (Area based) /โครงการสําคัญ (Project based)) เชื่อมโยงกับความตองการในการพัฒนาของพ้ืนท่ีจาก แผนปฏิบัติการของพ้ืนท่ี (แผนปฏิบัติการของกลุมจังหวัด จังหวัด อปท. ทองถ่ิน) สถานการณของพ้ืนท่ีลุมน้ํา แผนหลัก การพัฒนาโครงการในลุมน้ํา และผลการวิเคราะหทางเลือกการบริหารจัดการน้ําของลุมน้ํา (การประเมินผลกระทบสิ่งแวดลอม เชิงกลยุทธ : Strategic Environmental Assessment (SEA)) เพ่ือวิเคราะหและจัดทําแผนแมบทลุมน้ํา (๓) ๔. เลขานุการคณะกรรมการลุมน้ําทําหนาท่ีในการวิเคราะหและจัดทําแผนปฏิบัติการประจําป (๔) ตามกรอบแผนงาน/โครงการท่ีจะระบุไวในแผนแมบทลุมน้ํา โดยเม่ือคณะกรรมการลุมน้ําพิจารณาใหความเห็นชอบ (๕) ตอแผนแมบทลุมน้ําและแผนบูรณาการงบประมาณประจําปเรียบรอยแลว จะไดเสนอใหคณะกรรมการทรัพยากรน้ําแหงชาติ (๖) ใหความเห็นชอบตอแผนแมบทลุมน้ําและแผนบูรณาการงบประมาณประจําปตอไป โดยในสวนแผนบูรณาการงบประมาณ ประจําปนั้น คณะกรรมการทรัพยากรน้ําแหงชาติจะตองเสนอคณะรัฐมนตรพิีจารณา (๗) ใหความเห็นชอบ (มาตราท่ี ๑๗ ขอ (๒) พระราชบัญญัติทรัพยากรน้ํา พ.ศ. ๒๕๖๑) และเม่ือแผนดังกลาวผานความเห็นชอบแลว (แผนแมบทลุมน้ํา โดยคณะกรรมการทรัพยากรน้ําแหงชาติ และแผนบูรณาการงบประมาณประจําป โดยคณะรัฐมนตร)ี การดําเนินการตาม แผนแมบทลุมน้ําสูการปฏิบัติ กระทรวงเจาสังกัด (๘) จะไดขอจัดสรรงบประมาณตอสํานักงบประมาณ (๙) ในการ ขับเคลื่อนแผนงาน/โครงการตามแผนแมบทลุมน้ําและแผนปฏิบัติการประจําปตอไป ท้ังนี้ จะมีการปรับปรุงการจัดทํางบประมาณรายป และปรับปรุงแผนแมบทการบริหารจัดการ ทรัพยากรน้ําทุก ๕ ป พรอมท้ังจะตองพัฒนาระบบการติดตามประเมินผลในทุกระดับ ตั้งแตการประเมินผลในระดับ โครงการ ระดับลุมน้ํา ระดับแผนแมบทและระดับยุทธศาสตรชาติ เพ่ือปรับปรุงแผนแมบทการบริหารจัดการทรัพยากรน้ํา ทุก ๕ ป ใหมีความสอดคลองกับบริบทและแนวทางการพัฒนาท่ีเปลี่ยนแปลง ๕.๒ การจัดสรรงบประมาณแบบบูรณาการ เพ่ือใหเกิดการบูรณาการหนวยงานท่ีเก่ียวของในการดําเนินการตามแผนแมบทการบริหาร จัดการทรัพยากรน้ํา อยางมีประสิทธิภาพ บรรลุตามวัตถุประสงค และเปาหมายท่ีกําหนด จําเปนตองมีการจัดสรร งบประมาณแบบบูรณาการตามกรอบนโยบาย ดังนี ้ ๑) คณะกรรมการทรัพยากรน้ําแหงชาติ (กนช.) จัดทํากรอบนโยบายการจัดทําแผนงาน งบประมาณ การบริหารจัดการทรัพยากรน้ําแบบบูรณาการ โดยกําหนดเปาหมาย ลําดับความสําคัญของกิจกรรม แผนงาน โครงการ และพ้ืนท่ีเปาหมาย รวมท้ังการรับฟงความคิดเห็นของประชาชน และกรรมการลุมน้ํา เพ่ือเปน กรอบแนวทางในการจัดทําแผนปฏิบัติการระดับจังหวัด ระดับลุมน้ํา และของหนวยงาน โดยมีหลักเกณฑ การจัดทําแผนปฏิบัติการ สอดคลองกับแผนแมบทการบริหารจัดการทรัพยากรน้ํา ๒๐ ป ดังนี้ ๗๑ แผนงานตามภารกิจพ้ืนฐาน (FUNCTION) แผนงานตามภารกิจยุทธศาสตร นโยบายเรงดวน แนวทางปฏิรูป ภาครัฐ งบประมาณบูรณาการ (AGENDA) แผนงานตามภารกิจพ้ืนท่ี ทองถิ่น ภูมิภาค จังหวัด กลุมจังหวัด (AREA) ลักษณะงาน ๑) กิจกรรมภารกิจพ้ืนฐาน/ ภารกิจหลัก/ภารกิจประจํา ของแตละหนวยงาน ๒) กิจกรรมท่ีดําเนินการ แลวเสร็จภายใน ๑ ป ๓) ไมมีผลเก่ียวเนื่องถึง หนวยงานอ่ืนๆ ๔) ดําเนินการในจุดดําเนินการ ท่ีไมสงผลตอพ้ืนท่ีดําเนินการอ่ืน ลักษณะงาน ๑) มีเปาหมายหลักในการขับเคลื่อน แผนแมบทการบริหารจัดการ ทรัพยากรน้ํา ๒) แผนงาน/โครงการสําคัญ ภายใตการกําหนดพ้ืนท่ีเปาหมาย เชิงยุทธศาสตร (AREA BASED) ๓) บูรณาการการดําเนินงานรวมกัน โดยสงผลเปาหมายรวมกันมากกวา ๑ หนวยงาน ๔) ผลงานจากการดําเนินงานของ โครงการเพ่ือแกปญหาทรัพยากรน้ํา เชิงพ้ืนท่ีอยางเปนระบบ ๕) เปนงานท่ีตองใชเทคนิคท่ีมี ความซับซอน หนวยงานท่ีมี ความชํานาญเฉพาะใหการสนับสนุน ลักษณะงาน ๑) โครงการดานน้ําขนาดเล็กท่ี ดําเนินการแกไขปญหาเฉพาะจุด แกไขปญหาพ้ืนท่ีระดับตําบล/ หมูบาน ๒) ดําเนินการแลวเสร็จ ภายใน ๑ ป ๓) แกไขปญหาตามความตองการ ในการแกไขปญหาเฉพาะท่ี ๔) ไมมีความยุงยากซับซอน เชิงวิชาการ ๕) อยูในภารกิจการถายโอน ใหแกองคกรปกครองสวนทองถ่ิน ตามขอพิจารณารวมกันระหวาง หนวยงานดําเนินงานและ คณะกรรมการกระจายอํานาจ* ตารางท่ี ๕-๑ หลักเกณฑการจดัทําแผนปฏิบัติการ สอดคลองกับแผนแมบทการบริหารจดัการทรัพยากรน้ํา ๒๐ ป ๒) สํานักงบประมาณ หารือกับสํานักงานทรัพยากรน้ําแหงชาติ (สทนช.) และหนวยงาน ท่ีเก่ียวของ บูรณาการสาระสําคัญ ของแผนแมบทการบริหารจัดการทรัพยากรน้ําและการจัดสรรงบประมาณ ท่ีสอดคลองกัน รวมท้ังแนวทางจัดทําแผนงานโครงการ เพ่ือเปนขอมูลประกอบการอนุมัติงบประมาณ ๓) สํานักงบประมาณและหนวยงานท่ีเก่ียวของรวมกันกําหนดแนวทาง สนับสนุน แผนพัฒนาจังหวัด กลุมจังหวัดและทองถ่ิน ตามแผนบริหารจัดการทรัพยากรน้ํา รวมท้ังการจัดสรรงบประมาณ รายกระทรวงและมิติพ้ืนท่ี โดยมีข้ันตอนในการเสนอแผนงานตามพระราชบัญญัติทรัพยากรน้ํา พ.ศ. ๒๕๖๑ ดังนี้ ๗๒ รูปท่ี ๕.๒ ข้ันตอนการเสนอแผนงานตามพระราชบัญญัติทรัพยากรน้ํา ป พ.ศ. ๒๕๖๑ ๕.๓ การเตรียมความพรอมในการขับเคล่ือน ๑) การเตรียมความพรอมในการขับเคลื่อนการแกไขปญหาอุทกภัยและภัยแลงเชิงพ้ืนท่ีอยางเปน ระบบ (Area Based) คณะกรรมการทรัพยากรน้ําแหงชาติไดมีมติในการประชุม ครั้งท่ี ๒/๒๕๖๐ วันท่ี ๙ สิงหาคม ๒๕๖๐ ในการจัดทําแผนท่ีเชิงพ้ืนท่ีเพ่ือปองกันอุทกภัยและภัยแลงใหมีประสิทธิภาพ ภายในป พ.ศ. ๒๕๖๑ และให สํานักงานทรัพยากรน้ําแหงชาติเปนหนวยงานบูรณาการในการดําเนินงาน ซ่ึงการจัดทําแผนแมบทการบริหาร จัดการทรัพยากรน้ํา ๒๐ ป ไดศึกษาแผนหลักรายพ้ืนท่ีวิกฤต (Area Based ๖๖ พ้ืนท่ี) เพ่ือกําหนดขนาดแผนงาน และโครงการท่ีเหมาะสมท่ีจะดําเนินการในแตละพ้ืนท่ี รวมถึงกําหนดโครงการสําคัญ/ขนาดใหญ (Flagships) ในระยะ ๕ ป ดําเนินการใหมีผลเปนรูปธรรม โดยการขับเคลื่อนโครงการภายใตแผนหลักรายพ้ืนท่ีวิกฤต (Area Based) มีแนวทางการดําเนินงาน ดังนี้ ๑.๑) โครงการบูรณาการการดําเนินงานหลายหนวยงาน เตรียมความพรอมชวงแรก โดยการจัดทําแผนหลัก (Master Plans) ในพ้ืนท่ีวิกฤต (Area based) หรือเพ่ีอกําหนดรายละเอียดการดําเนินการโครงการ กรอบระยะเวลา และการติดตามประเมินผล ภายใตบริบทบูรณาการท้ังเชิงพ้ืนท่ีและหนวยงาน โดยภายหลังจากการจัดทํา แผนหลัก หนวยงานท่ีเก่ียวของจะไดดําเนินการเตรียมความพรอมตอไป ๑.๒) สําหรับโครงการท่ีมีหนวยงานรับผิดชอบเพียงหนวยงานเดียวนั้น หนวยงาน สามารถเตรียมความพรอมโครงการโดยการจัดทํารายละเอียดของแผนงาน การศึกษาความเปนไปไดของโครงการ การประเมินความเหมาะสม และดําเนินการโครงการตามกรอบเวลาท่ีกําหนดไวในแผนแมบทการบริหารจัดการ ทรัพยากรน้ํา ๒๐ ป ๗๓ ๒) การเตรียมความพรอมในการขับเคลื่อนการบริหารจัดการทรัพยากรน้ํา รายแผนงาน (Project based) เพ่ือใหแผนแมบทการบริหารจัดการทรัพยากรน้ํา ๒๐ ป สามารถขับเคลื่อนไปสูการปฏิบัติไดอยางมี ประสิทธิภาพ เปนรูปธรรม การดําเนินการตามแผนงานขับเคลื่อนโดยมีหนวยงานหลักทําหนาท่ีในการประสานงานบูรณาการ การทํางานในสวนท่ีเก่ียวของ โดยมีรายละเอียด ดังนี้ ตารางท่ี ๕-๒ ประเด็นการขับเคล่ือน หนวยงานหลัก และหนวยงานสนับสนุน แผนแมบท หนวยงานอํานวยการ ขับเคล่ือน หนวยงานปฏิบัติ หลัก สนับสนุน ดานท่ี ๑ การจัดการน้ําอุปโภค บริโภค สทนช./มท. สถ./ทบ./กปน./กปภ./ทน./ อปท. ทบ./อน./สป.ทส./ทน./ นทพ./ชป./กปภ./ ทุกหนวยงาน/ ภาคเอกชน ดานท่ี ๒ การสรางความม่ันคงน้ํา ภาคการผลิต สทนช./กษ สทนช./ชป./ทน./พด./ทบ./ กรอ./กนอ./อปท./สปก./ กสก./กข./ฝล./อปท. มท./กษ/สถ./ทน./ ทบ./ กปร./ปภ/สปก./ สภาอุตสาหกรรม/ ทุกหนวยงาน ดานท่ี ๓ การจัดการน้ําทวม และอุทกภัย สทนช./มท. สทนช./ยผ./กทม./จท/ชป./ ทน./สถ./ปภ./อปท. จท./ทล./ทช./รฟท./ สถ./ปภ./ทน./กทม./ ชป./กองทัพบก/ปค./ ทธ./ยผ./สสน./สทอภ. ดานท่ี ๔ การจัดการคุณภาพน้ํา และอนุรักษทรัพยากรน้ํา สทนช./มท./ทส. สทนช./สถ./อจน./กทม./ กรอ./กฟผ./สป.ทส./มท./ ทด. ชป./พม./จท./คพ./ ทน./สมอ./อปท./สส./อปท. สผ./กปม./จท./ยผ./ ปม./ธร./ปศ. ดานท่ี ๕ การอนุรักษฟนฟูสภาพ ปาตนน้ําท่ีเสื่อมโทรมและปองกัน การพังทลายของดิน ทส. อส./ปม./พด. สผ./ภาคเอกชน ดานท่ี ๖ การบริหารจัดการ สทนช. สทนช./มท./ทส./กษ./วท./ ดศ./ อุดมศึกษาวิจัยและ นวัตกรรม/กรม ประชาสัมพันธ ทส./กษ./สสน./ ทุกหนวยงาน/ ภาคประชาชน หมายเหตุ มท. กระทรวงมหาดไทย/ ทส. กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดลอม/กษ. กระทรวงเกษตรและสหกรณ ดศ. กระทรวงดิจิทัลเพ่ือเศรษฐกิจและสังคม/ วท. กระทรวงวิทยาศาสตรและเทคโนโลยี ๗๔ ๓) การศึกษาวิจัยเพ่ือขับเคลื่อนแผนแมบท สถาบันการศึกษา รวมกันหนวยงานท่ีเก่ียวของดําเนินการศึกษา และวิจัย เพ่ือพัฒนา นวัตกรรม การบริหารทรัพยากรน้ํา โดยใชเทคโนโลยีสนับสนุนใหเกิดการขับเคลื่อนแผนแมบท สามารถบรรลุเปาหมายตาม ท่ีกําหนดไว เชน การศึกษาเพ่ือปรับโครงสรางองคบริหารจัดการน้ํา พ้ืนท่ีใชน้ํามากในภาคตะวันออก เปนตน ๕.๔ การติดตามประเมินผล แผนแมบทการบริหารจัดการทรัพยากรน้ํา ๒๐ ป (พ.ศ. ๒๕๖๑-๒๕๘๐) ไดถูกจัดทําใหสอดคลอง กับยุทธศาสตรชาติ ๒๐ ป (แผนระดับ ๑) ในดานท่ี ๕ ยุทธศาสตรดานการสรางการเติบโตบนคุณภาพท่ีเปนมิตร กับสิ่งแวดลอม และแผนแมบทภายใตยุทธศาสตรชาติ (แผนระดับ ๒) ภายใตประเด็นท่ี ๑๙ การบริหารจัดการน้ํา ท้ังระบบ และเพ่ือใหบรรลุเปาหมาย ผลผลิต/ผลลัพธ ตามกลยุทธ/แผนงานตามแมบทการบริหารจัดการ ทรัพยากรน้ํา ๒๐ ป (แผนระดับ ๓) จึงไดกําหนดแนวทางและตัวชี้วัดในการติดตามประเมินผลแผนแมบทการ บริหารจัดการทรัพยากรน้ํา ๒๐ ป (พ.ศ. ๒๕๖๑-๒๕๘๐) ดังนี้ ๑. การติดตามประเมินผลผลสัมฤทธิ์ (ผลผลิต/ผลลัพธ) กลยุทธและแผนงานภายใตแผนแมบท การบริหารจัดการทรัพยากรน้ํา ๒๐ ป (พ.ศ. ๒๕๖๑-๒๕๘๐) (๒๘ กลยุทธ ๕๔ แผนงาน) โดยเปนการติดตามประเมินผล การดําเนินงานผานตัวชี้วัด ๕๔ แผนงาน ภายใตกรอบแผนงบประมาณตาม (๑) ภารกิจพ้ืนฐาน (Function) (๒) ภารกิจ ยุทธศาสตร นโยบายเรงดวน แนวทางปฏิรูปภาครัฐ งบประมาณบูรณาการ (Agenda) (๓) ภารกิจพ้ืนท่ี ทองถ่ิน ภูมิภาค จังหวัด กลุมจังหวัด (Area) (๔) งบกลาง และ (๕) เงินกู จึงกําหนดใหมีระบบติดตามประเมินผลท่ีสะทอนการบรรลุ เปาหมายและตัวชี้วัดของแผนแมบทการบริหารจัดการทรัพยากรน้ํา ๒๐ ป (พ.ศ. ๒๕๖๑-๒๕๘๐) ในแตละดาน และทุกระดับ ดังนี้ ๑.๑ การติดตามในรูปแบบของการรายงาน ผานระบบสารสนเทศ เพ่ือทราบผลความกาวหนา การดําเนินงานเปรียบเทียบกับเปาหมายท่ีกําหนด ๑.๒ การประเมินผลการดําเนินงานและการประเมินดัชนีชี้วัดสากล เพ่ือทราบประสิทธิภาพ ประสิทธิผล ผลกระทบท่ีเกิดข้ึน ปญหาอุปสรรค และขอจํากัดในการดําเนินโครงการ และการขับเคลื่อนแผนแมบทฯ รวมท้ัง ขอเสนอแนะการปรับปรุงแผนแมบทฯ และกลไกการขับเคลื่อนของหนวยงาน ๑.๓ การติดตามโดยบุคคล หรือคณะกรรมการ เพ่ือใหมีการกํากับดูแลและหนวยงานขับเคลื่อน แผนแมบทฯ มีจุดมุงหมายในการดําเนินงานไปในทิศทางเดียวกัน ท้ังนี้ มีการติดตามประเมินผลท้ังกอนเริ่มโครงการ ระหวางดําเนินการ และหลังการดําเนินงาน เปนการติดตามประเมินผลท้ังระบบ ตั้งแตปจจัยนําเขา กระบวนการดําเนินการ ผลผลิต ผลลัพธ และผลกระทบ ตอการบรรลุเปาหมายตามแผนแมบทฯ ตั้งแตระดับชาติ ระดับประเด็นการพัฒนา ระดับหนวยงาน และระดับพ้ืนท่ี พรอมท้ังเปดโอกาสใหผูมีสวนไดสวนเสียเขามามีสวนรวมในการติดตาม ประเมินผล และจัดใหมีการรายงานการติดตาม ประเมินผลในการบรรลุเปาหมายตอสาธารณะ คณะกรรมการทรัพยากรน้ําแหงชาติ และคณะรัฐมนตรีเปนประจํา รวมท้ังการตรวจสอบโดยองคกรอิสระตองเปนไปเพ่ือสงเสริมการขับเคลื่อนแผนแมบทฯ ๗๕ ๒. การติดตามประเมินผลผลสัมฤทธิ์ (ผลผลิต/ผลลัพธ) ภาพรวม ๖ ดาน ภายใตแผนแมบทการ บริหารจัดการทรัพยากรน้ํา ๒๐ ป (พ.ศ. ๒๕๖๑-๒๕๘๐) เพ่ือติดตามผลการดําเนินการของแผนแมบทการบริหาร จัดการทรัพยากรน้ํา ๒๐ ป (พ.ศ. ๒๕๖๑-๒๕๘๐) ใหสอดคลองและเชื่อมโยงกับเปาหมายในระดับผลสัมฤทธิ์ (ผลผลิต และ ผลลัพธ) ของแผนแมบทภายใตยุทธศาสตรชาติ ประเด็นท่ี ๑๙ การบริหารจัดการน้ําท้ังระบบ สรุปรายละเอียด ตัวชี้วัดสําหรับการประเมินผลสัมฤทธิ์แผนแมบทการบริหารจัดการทรัพยากรน้ํา ๒๐ ป ในแตละดาน ตามตารางท่ี ๕-๓ ตารางท่ี ๕-๓ สรุปตัวช้ีวัดผลสัมฤทธิ์ภาพรวม ๖ ดานแผนแมบทการบริหารจัดการทรัพยากรน้ํา ๒๐ ป แผนแมบทฯ ผลสัมฤทธิ์ (Outcome) ตัวช้ีวัด (Indicators) ดานท่ี ๑ การจัดการน้ํา อุปโภคบริโภค ประชากรเขาถึงน้ําสะอาด ท้ังดานปริมาณและคุณภาพ ๑. สัดสวนการเขาถึงน้ําประปา จํานวนครัวเรือนท่ีเขาถึงน้ําประปา/จํานวนครัวเรือนท้ังหมด ๒. สัดสวนการเขาถึงน้ําประปาท่ีไดมาตรฐาน จํานวนครัวเรือนท่ีเขาถึงน้ําประปาท่ีไดมาตรฐาน/จํานวน ครัวเรือนท้ังหมด ๓. คุณภาพน้ําประปาจํานวนคนปวยจากโรคทางน้าํ/จํานวน ประชากรท่ีเขาถึงน้ําสะอาด ดานท่ี ๒ การสรางความ ม่ันคงของน้ํา ภาคการผลิต มีความม่ันคงของน้ํา ภาคการผลิต (เกษตร อุตสาหกรรม และบริการ) ๑. ความเครียดดานน้ํา (Water Stress) ภาคการเกษตร (พ้ืนท่ีนอกเขตชลประทานและ พ้ืนท่ีในเขตชลประทาน) ภาคอุตสาหกรรม และภาคบริการ : Water Demand/ Water Supply ๒. ผลิตภาพจากการใชน้ํา ภาคการเกษตร (พ้ืนท่ีนอกเขตชลประทานและ พ้ืนท่ีในเขตชลประทาน) ภาคอุตสาหกรรม และภาคบริการ : GDP/ลูกบาศกเมตร ๓. มูลคาความเสียหายทางเศรษฐกิจจากภัยแลงท่ีลดลง ดานท่ี ๓ การจัดการ น้ําทวมและ อุทกภัย ลดความเสียหาย จากภัยพิบัติดานน้ํา ๑. มูลคาความเสียหายทางเศรษฐกิจท่ีลดลง ตอรอบปการเกิดซํ้า ๒. สัดสวนผูเสียชีวิต/สูญหาย/ไดรับผลกระทบ จากภัยพิบัติทางน้ําตอประชากรรวมตอรอบปการเกิดซํ้า ดานท่ี ๔ การจัดการ คุณภาพน้ํา และอนุรักษ ทรัพยากรน้ํา แมน้ําลําคลองและแหลงน้ํา ธรรมชาติมีคุณภาพไดมาตรฐาน ตามประเภทการใชประโยชน ท่ีกําหนด ๑. สัดสวนน้ําเสียท่ีเขาระบบรวบรวมและบําบัด ตอปริมาณน้ําเสียท้ังหมด ๒. ดัชนีความสมบูรณของแมน้ํา River Health Index (Composite indicator แหลงน้ํานิ่งและแหลงน้ําไหล) ๗๖ แผนแมบทฯ ผลสัมฤทธิ์ (Outcome) ตัวช้ีวัด (Indicators) ดานท่ี ๕ การอนุรักษฟนฟู สภาพปาตนน้ําท่ี เส่ือมโทรมและ ปองกันการ พังทลายของดิน ปาตนน้ําไดรับการฟนฟู ทําให ปริมาณน้ําเพ่ิมข้ึน และลดการ พังทลายของดิน ๑. ปริมาณน้ําทาท่ีเปลี่ยนแปลง ๒. ปริมาณตะกอนในลําน้ําท่ีเปลี่ยนแปลง ดานท่ี ๖ การบริหาร จัดการ ธรรมาภิบาลในการบริหาร จัดการทรัพยากรน้ํา ๑. ดัชนีธรรมาภิบาลดานน้ํา Water Governance Index (Composite indicator) ๕.๕ ขอสรุปและขอเสนอแนะ เพ่ือใหแผนแมบทการบริหารจัดการทรัพยากรน้ํา ๒๐ ป สามารถดําเนินการไดอยางมีประสิทธิภาพตาม เปาหมายท่ีกําหนด มีขอเสนอแนะดังนี้ ๑) การขับเคลื่อนแผนแมบทไปสูการปฏิบัติ ในระดับชาติ คณะกรรมการทรัพยากรน้ําแหงชาติ (กนช.) และสํานักงานทรัพยากรน้ําแหงชาติ (สทนช.) ตองเปนหนวยงานหลักในการขับเคลื่อน กํากับ และประสาน การดําเนินการ ใหแผนแมบทการบริหารจัดการทรัพยากรน้ํา ไปสูการปฏิบัติในทุกรัฐบาล สวนในระดับภูมิภาค และพ้ืนท่ี คณะกรรมการลุมน้ํา ตองมีกระบวนการสรรหาท่ีเหมาะสม มีทุกภาคสวนเขามามีสวนรวมในการ เปนคณะกรรมการ เพ่ือสามารถแกไขปญหาในพ้ืนท่ี รวมกับหนวยงานราชการท่ีเก่ียวของไดอยางมีประสิทธิภาพ เชื่อมโยงสอดคลองกับ แผนแมบทการบริหารจัดการทรัพยากรน้ําระดับชาติ และระดับพ้ืนท่ี ๒) หนวยงานราชการท่ีเก่ียวของ ตองนําแผนแมบทการบริหารจัดการทรัพยากรน้ํา ๒๐ ป แปลงสู การปฏิบัติ ใหสอดคลองกับแผนงานระดับกระทรวง กรม ภูมิภาค จังหวัด และทองถ่ิน ๓) ในการดําเนินการตามแผนแมบทการบริหารจัดการทรัพยากรน้ํา ๒๐ ป ใหเนนการมีสวนรวม ของประชาชน และผูมีสวนไดสวนเสียในพ้ืนท่ี ๔) ควรศึกษาเตรียมความพรอมลวงหนา ในการผันน้ําจากภายนอก หรือลุมน้ําท่ีไหลออกตางประเทศ เนื่องจากเปนโครงการท่ีมีมูลคาการลงทุนสูงมาก และมีประโยชนในการเสริมสรางความม่ันคงของน้ําตนทุนในระยะยาว ๕) ในพ้ืนท่ีเกษตรอาศัยน้ําฝนนอกเขตชลประทาน ควรพัฒนาระบบน้ําบาดาลเพ่ือการเกษตร ในพ้ืนท่ี ซ่ึงมีศักยภาพเหมาะสม สวนพ้ืนท่ีอ่ืนๆ ใหจัดระบบอนุรักษดินและน้ํา เพ่ือเก็บกักและใชประโยชนจากน้ําฝนในพ้ืนท่ี ใหมากท่ีสุด มีความม่ันคงสามารถปลูกพืชไดอยางนอย ๑ ครั้งในฤดูฝน ๖) ควรเลือกชนิดพืชท่ีเหมาะสมกับพ้ืนท่ี ตามนโยบายการจัดการพ้ืนท่ีเกษตร (Zoning by Agri-map) ท้ังในเขตและนอกเขตชลประทาน เพ่ือลดความเสี่ยง และเพ่ิมประสิทธิภาพการผลิต ๗) ตองสรางกลไกเพ่ือใหมีการจัดสรรน้ําท่ีเปนธรรม ระหวางกิจกรรม หรือระดับลุมน้ําเพ่ือลด ขอขัดแยงในกรณีท่ีเกิดการขาดแคลนน้ํา หรือภาวะแลง ๗๗ ๘) ควรควบคุมการใชประโยชนท่ีดินในพ้ืนท่ีตนน้ํา หรือเขตท่ีมีความลาดชันสูง เพ่ือใหมีความสมดุล ของน้ําทา ท้ังในชวงฤดูฝน และฤดูแลง ๙) ควรจัดทําระบบฐานขอมูลสวนกลาง โดยบูรณาการขอมูลท่ีผานกระบวนการวิเคราะหจาก หนวยงานราชการเจาของขอมูล และมีการปรับปรุงขอมูลอยางตอเนื่อง สามารถแบงปน และนําขอมูลมาใชไดอยาง มีประสิทธิภาพ ๑๐) สรางระบบคาดการณภูมิอากาศท่ีแมนยํา ท้ังตําแหนง ระยะเวลา และการคาดการณระยะยาว รวมท้ัง การติดตั้งระบบเฝาระวังสถานการณตาง ๆในพ้ืนท่ีเสี่ยงภัย เพ่ือรองรับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ๑๑) การจัดการดานคุณภาพน้ํา ควรดําเนินการเชิงรุก โดยสงเสริมใหลดปริมาณน้ําเสีย และมีการ บําบัดน้ําเสียจากแหลงกําเนิด เชน บานเรือน อุตสาหกรรมขนาดเล็ก และพ้ืนท่ีเกษตร ๑๒) แผนแมบทการบริหารจัดการทรัพยากรน้ํา ๒๐ ป ตองมีการทบทวนสถานการณและแนวทาง การดําเนินงานทุก ๕ ป ตามระยะเวลาและสถานการณท่ีเปลี่ยนแปลงไป ๗๘ ภาคผนวก ๗๙ สรุปพ้ืนท่ีเปาหมายและแนวทางแกไขเชิงบูรณาการ (Area Based Approach) ๑. ความเปนมา ปญหาดานทรัพยากรน้ําโดยเฉพาะอุทกภัยและภัยแลง จัดเปนปญหาท่ีประเทศไทยประสบมา อยางชานาน แมจะมีการดําเนินการแกไขมาอยางตอเนื่องในทุกรัฐบาล แตดวยสภาพปจจัยตางๆ ท้ังปจจัย ธรรมชาติ สังคม เศรษฐกิจ รวมไปถึงปจจัยดานนโยบาย จึงทําใหการแกไขปญหามีประสิทธิภาพเพียงระดับหนึ่ง เทานั้น ดวยงบประมาณท่ีมีอยูจํากัด จึงจําเปนตองมีการพิจารณาการใชจายอยางเหมาะสม และจากสภาวะการณ ในปจจุบันท่ีเกิดการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศข้ึนท่ัวโลก จึงทําใหปญหาเรื่องอุทกภัย และภัยแลงไดทวีความรุนแรง และมีผลกระทบตอการใชชีวิตของประชาชนมากยิ่งข้ึน ถือเปนเรื่องเรงดวน ท่ีจะตองดําเนินการปองกันและแกไข ใหมีประสิทธิภาพ ตามมติท่ีประชุม คณะกรรมการทรัพยากรน้ําแหงชาติ เม่ือวันท่ี ๒ กุมภาพันธ ๒๕๖๑ ไดมอบหมาย สํานักงานทรัพยากรน้ําแหงชาติ (สทนช.) เปนหนวยงานหลักบูรณาการรวมกับหนวยงานท่ีเก่ียวของ จัดทําแผน แมบทการแกไขปญหาเชิงพ้ืนท่ี อยางเปนระบบ (พ.ศ.๒๕๖๑-๒๕๖๕) และสรางการรับรูกับทุกหนวยงานใหแลว เสร็จภายในป ๒๕๖๑ เพ่ือใหเกิดการขับเคลื่อนอยางเปนรูปธรรม สํานักงานทรัพยากรน้ําแหงชาติ เห็นถึงความจําเปนในการวิเคราะหแผนหลักการพัฒนาแหลงน้ํา เชิงพ้ืนท่ีอยางบูรณาการ จึงไดบรรจุโครงการศึกษาวิเคราะหพ้ืนท่ีสําคัญ มีปญหาดานน้ําและแนวทางแกไขเชิงบูรณาการ (Area Based) ในแผนการดําเนินการของสํานักงานทรัพยากรน้ําแหงชาติอยางเรงดวน ๒. ความหมายของ Area Based “พ้ืนท่ีท่ีประสบปญหาน้ําทวม/ภัยแลง ซํ้าซาก หรือปญหาอ่ืนๆ ของทรัพยากรน้ํา จําเปนตอง ไดรับการแกไขเชิงบูรณาการระหวางหนวยงานท่ีเก่ียวของ เพ่ือใหพ้ืนท่ีท่ีประสบปญหาและความรุนแรงท่ีเกิดข้ึน ลดนอยลง รวมถึงพ้ืนท่ีเศรษฐกิจพิเศษตามนโยบายของรัฐบาลและพ้ืนท่ีแหลงทองเท่ียวสําคัญ” ๓. ความจําเปนในการบริหารจัดการบน Area Based ๓.๑ แกไขปญหาเชิงพ้ืนท่ีโดยการบูรณาการการทํางานของหนวยงานเขาดวยกัน ชวยใหการใช จายงบประมาณมีประสิทธิภาพ ลดความซํ้าซอน สามารถกําหนดขนาดของการพัฒนาโครงการตางๆ ใหเหมาะสม ๓.๒ มีการจัดลําดับความสําคัญของพ้ืนท่ีเพ่ือแกไขปญหาอยางเปนรูปธรรมโดยใชมาตรการท่ีใช สิ่งกอสรางและไมใชสิ่งกอสรางรวมกัน ๓.๓ มีแนวทางและเปาหมายการแกไขปญหาท่ีชัดเจน สามารถติดตามและประเมินผลได ๘๐ ๔. ปจจัยท่ีนํามาพิจารณา Area Based ปจจัยนํามาเพ่ือพิจารณา พ้ืนท่ีเส่ียงอุทกภัยและภัยแลง ๔.๑ ขอมูลดาวเทียม สถิติการเกิดอุทกภัยยอนหลัง ลําดับตามความถ่ีการเกิด มาก > นอยสภาพการใชท่ีดิน ๔.๒ สภาพการใชท่ีดิน ผลกระทบทางเศรษฐกิจ ชุมชนเมือง > พ้ืนท่ีรกราง > พ้ืนท่ีเกษตร > เกิดอุทกภัย ยอนหลัง ๔.๓ ผลิตภัณฑมวลรวมจังหวัด (Gross Prpvincial Product, GPP) ลําดับตามมูลคา GPP มาก > นอย ๔.๔ พ้ืนท่ีนโยบายรัฐบาล ใหความสําคัญสูง ใหความสําคัญพ้ืนท่ีสอดคลองนโยบาย ๔.๕ ขาวการเกิด อุทกภัย น้ําหลาก บริเวณท่ีไมไดมีบันทึกในสถิติ ขาวการเกิดภัยพิบัติในพ้ืนท่ี นอกเหนือจากขอมูลสถิติ ๔.๖ รับฟงความคิดเห็นหนวยงานท่ีเก่ียวของในพ้ืนท่ี ขอมูลพ้ืนท่ี จากการวิเคราะหขางตน รับฟงความคิดเห็น ๕. ผลการศึกษา ผลการศึกษาไดพ้ืนท่ีเปาหมาย ๖๖ พ้ืนท่ี แบงตามภูมิภาคของประเทศประกอบดวย ภาคเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออก ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคใต จํานวน ๑๒ ๑๕ ๘ ๑๖ และ ๑๕ พ้ืนท่ีตามลําดับ สามารถแบงพ้ืนท่ีออกเปน ๒ ประเภท ไดแก พ้ืนท่ีประสบปญหาดานน้ํา ๓๔.๖๒ ลานไร และพ้ืนท่ีสนับสนุน การพัฒนา ๑๑.๒๙ ลานไร รวมมีพ้ืนท่ีเปาหมาย ๔๕.๙๑ ลานไร ๘๑ ตารางท่ี ๑ สรุปขอมูล Area Based ท่ัวประเทศ ๘๒ ตารางท่ี ๑ สรุปขอมูล Area Based ท่ัวประเทศ (ตอ) จากขอมูลขางตนสามารถแบงเปน ๒ ประเภท ไดแก ๑) พ้ืนท่ีประสบปญหาดานน้ํารวม ๓๔.๖๒ ลานไร ประกอบดวยพ้ืนท่ีเสี่ยงภัยน้ําทวมและภัยแลง ๒๕ พ้ืนท่ี รวม ๑๖.๕๑ ลานไร พ้ืนท่ีเสี่ยงภัยน้ําทวม ๑๘ พ้ืนท่ี รวม ๑๑.๒๔ ลานไร พ้ืนท่ีเสี่ยงภัยแลง ๘ พ้ืนท่ี รวม ๖.๘๗ ลานไร พ้ืนท่ีน้ําเค็มรุกล้ํา ๒ พ้ืนท่ี รวม ๐.๐๐๑ ลานไร ๒) สนับสนุนพ้ืนท่ีพัฒนา ๑๑.๒๙ ลานไร ประกอบดวย สนับสนุนเขตเศรษฐกิจพิเศษ ๑๐ พ้ืนท่ี รวม ๑๐.๕๕ ลานไร สนับสนุนการทองเท่ียว ๓ พ้ืนท่ี รวม ๐.๗๔ ลานไร ๘๓ รูปท่ี ๑ แผนท่ีพ้ืนท่ีประสบปญหาดานน้ําและพ้ืนท่ีพัฒนา