Small and Medium Enterprises Promotion Act, B.E. 2543
颁布于 2000-02-06 · 文本截至 2026-10-01
以研究形式发布的公开法律与官方指引,不构成法律、税务或金融建议。
研究内容本身以英文撰写。标题和标签已翻译,调查结果和引文未翻译。
关于这部法律
- 语言
- Thai
- 类型
- 法令
- 组织
- Mekong River Commission (MRC)
- 国家
- 泰国
- 主题
- General
- 关键词
- business/industry/corporations, institution, inspection, offences/penalties, financing, fiscal and market measures, governance
- 类别
- *
在哪里阅读
文本
所收录的法律原文,按条款排列。每个条款都有自己的链接。
หน้า ๒๔ เล่ม ๑๓๕ ตอนที่ ๒๗ ก ราชกิจจานุเบกษา ๑๙ เมษายน ๒๕๖๑ พระราชบัญญัติ ส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๖๑ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร ให้ไว้ ณ วันที่ ๑๖ เมษายน พ.ศ. ๒๕๖๑ เป็นปีที่ ๓ ในรัชกาลปัจจุบัน สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร มีพระราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศว่า โดยที่เป็นการสมควรแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม จึงทรงพระกรุณ าโปรดเกล้า ฯ ให้ต ราพระราชบัญ ญัติขึ้น ไว้โดยคํา แนะนําและยิน ยอมของ สภานิติบัญญัติแห่งชาติทําหน้าที่รัฐสภา ดังต่อไปนี้ มาตรา ๑ พระราชบัญญัตินี้เรียกว่า “พระราชบัญญัติส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและ ขนาดย่อม (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๖๑” มาตรา ๒ พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษา เป็นต้นไป มาตรา ๓ ให้ยกเลิกความในมาตรา ๔ แห่งพระราชบัญญัติส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลาง และขนาดย่อม พ.ศ. ๒๕๔๓ และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน “มาตรา ๔ วิส าหกิจ ขนาดกลางหรือ วิส าหกิจ ขนาดย่อ ม ได้แ ก่ วิส าหกิจ ที ่ม ีจํ า นวน การจ้างงาน รายได้ มูลค่าสินทรัพย์ถาวร หรือทุนจดทะเบียนที่ชําระแล้ว ตามหลักเกณฑ์ที่กําหนด ในกฎกระทรวง” หน้า ๒๕ เล่ม ๑๓๕ ตอนที่ ๒๗ ก ราชกิจจานุเบกษา ๑๙ เมษายน ๒๕๖๑ มาตรา ๔ ให้ยกเลิกความในมาตรา ๖ แห่งพระราชบัญญัติส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลาง และขนาดย่อม พ.ศ. ๒๕๔๓ และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน “มาตรา ๖ ให้มีคณะกรรมการส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมประกอบด้วย (๑) นายกรัฐมนตรี เป็นประธานกรรมการ (๒) รองนายกรัฐมนตรีซึ่งนายกรัฐมนตรีมอบหมาย เป็นรองประธานกรรมการ (๓) กรรมการโดยตําแหน่ง ได้แก่ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง รัฐมนตรีว่าการกระทรวง เกษตรและสหกรณ์ รั ฐ มนตรี ว่ า การกระทรวงพาณิ ช ย์ รั ฐ มนตรี ว่ า การกระทรวงอุ ต สาหกรรม ปลั ด กระทรวงมหาดไทย ปลั ด กระทรวงแรงงาน ปลั ด กระทรวงวิ ท ยาศาสตร์ แ ละเทคโนโลยี ปลั ด กระทรวงอุ ต สาหกรรม ผู้ อํ า นวยการสํ า นั ก งบประมาณ เลขาธิ ก ารคณะกรรมการพั ฒ นา การเศรษฐกิ จและสั งคมแห่ งชาติ เลขาธิก ารคณะกรรมการส่ งเสริมการลงทุ น และผู้ว่าการธนาคาร แห่งประเทศไทย (๔) กรรมการภาคเอกชน ได้แ ก่ ประธานสภาเกษตรกรแห่ งชาติ ประธานสภาหอการค้ า แห่ งประเทศไทย ประธานสภาอุ ต สาหกรรมท่ อ งเที่ ย วแห่ งประเทศไทย ประธานสภาอุ ต สาหกรรม แห่งประเทศไทย และประธานสมาคมธนาคารไทย (๕) กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ จํานวนสิบคนซึ่งคณะรัฐมนตรีแต่งตั้งจากผู้มีความรู้ ความเชี่ยวชาญ และประสบการณ์เกี่ยวกับวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม ทั้งนี้ ให้แต่งตั้งจากผู้แทนองค์การเอกชน จํานวนเจ็ดคน โดยในจํานวนนี้ต้องเป็นผู้ประกอบวิสาหกิจขนาดกลางหรือวิสาหกิจขนาดย่อมในภูมิภาค อย่างน้อยสี่คน และในส่วนกลางอย่างน้อยหนึ่งคน ให้ผู้อํานวยการเป็นกรรมการและเลขานุการ ในกรณี ที่ ไม่ มี ผู้ ดํ ารงตํ าแหน่ งกรรมการตาม (๔) หรือ (๕) หรือ มี ไม่ ค รบไม่ ว่าด้ วยเหตุ ใด ให้ คณะกรรมการปฏิ บั ติห น้ าที่ ต่อ ไปได้ โดยให้ถือ ว่าคณะกรรมการประกอบด้ วยกรรมการเท่ าที่ มีอ ยู่ เว้นแต่มีกรรมการตาม (๔) และ (๕) เหลืออยู่รวมกันไม่ถึงเจ็ดคน” มาตรา ๕ ให้ เพิ่ ม ความต่ อ ไปนี้ เป็ น (๙/๑) ของมาตรา ๑๑ แห่ ง พระราชบั ญ ญั ติ ส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม พ.ศ. ๒๕๔๓ “(๙/๑) เสนอแนะต่ อ คณะรัฐ มนตรี เพื่ อ กํ าหนดให้ ส่ วนราชการ หน่ ว ยงานของรัฐ หรื อ รั ฐ วิ ส าหกิ จ ที่ เ กี่ ย วข้ อ งกั บ การส่ ง เสริ ม วิ ส าหกิ จ ขนาดกลางและขนาดย่ อ ม จั ด ทํ า งบประมาณ
หน้า ๒๖ เล่ม ๑๓๕ ตอนที่ ๒๗ ก ราชกิจจานุเบกษา ๑๙ เมษายน ๒๕๖๑ ในส่ วนที่ เกี่ ย วกั บ การส่ งเสริม วิส าหกิ จ ขนาดกลางและขนาดย่ อ มโดยบู รณาการร่ว มกั น เพื่ อ ให้ เป็ น ไป ในแนวทางเดียวกัน” มาตรา ๖ ให้ยกเลิกความในมาตรา ๑๓ แห่งพระราชบัญญัติส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลาง และขนาดย่อม พ.ศ. ๒๕๔๓ และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน “มาตรา ๑๓ ให้ ค ณะกรรมการแต่ ง ตั้ ง คณะอนุ ก รรมการขึ้ น คณะหนึ่ ง เพื่ อ ติ ด ตามและ ประเมินผลการใช้จ่ายงบประมาณ คณะกรรมการอาจแต่งตั้งคณะอนุกรรมการอื่นตามที่เห็นสมควรเพื่อพิจารณาหรือปฏิบัติการ อย่างใดอย่างหนึ่งตามที่คณะกรรมการมอบหมายได้ ให้ นํ า ความในมาตรา ๑๐ และมาตรา ๑๒ มาใช้ บั ง คั บ แก่ ก ารปฏิ บั ติ ห น้ า ที่ ข อง คณะอนุกรรมการตามมาตรานี้โดยอนุโลม” มาตรา ๗ ให้ เพิ่ ม ความต่ อ ไปนี้ เป็ น (๓/๑) ของมาตรา ๑๖ แห่ ง พระราชบั ญ ญั ติ ส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม พ.ศ. ๒๕๔๓ “(๓/๑) ประสานงานกับสถาบัน การศึกษาต่าง ๆ ทั้ งในส่วนกลางและส่วนภูมิภาคเพื่อ ให้ มี การจั ด ตั้ ง ศู น ย์ บ่ ม เพาะวิ ส าหกิ จ ขนาดกลางและขนาดย่ อ ม ในการถ่ า ยทอดความรู้ แ ละเทคโนโลยี ในด้ า นต่ า ง ๆ ที่ จํ า เป็ น เพื่ อ ส่ ง เสริ ม และสนั บ สนุ น ให้ มี วิ ส าหกิ จ ขนาดกลางและขนาดย่ อ มในพื้ น ที่ ให้เข้มแข็งและเติบโตอย่างมีประสิทธิภาพ” มาตรา ๘ ให้ยกเลิกความในมาตรา ๑๘ แห่งพระราชบัญญัติส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลาง และขนาดย่อม พ.ศ. ๒๕๔๓ และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน “มาตรา ๑๘ ให้มีคณะกรรมการบริหารสํานักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม ประกอบด้วย (๑) ประธานกรรมการ ซึ่ ง คณะกรรมการแต่ ง ตั้ ง จากผู้ มี ค วามรู้ ความเชี่ ย วชาญและ ประสบการณ์เกี่ยวกับวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (๒) กรรมการโดยตําแหน่ง ได้แก่ อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า อธิ บ ดี ก รมส่ งเสริ ม การเกษตร อธิ บ ดี ก รมส่ งเสริ ม อุ ต สาหกรรม ผู้ แ ทนกระทรวงการคลั ง ผู้ แ ทน กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ผู้แ ทนสํานั กงบประมาณ และผู้แ ทนสํานั ก งานคณะกรรมการ ส่งเสริมการลงทุน
หน้า ๒๗ เล่ม ๑๓๕ ตอนที่ ๒๗ ก ราชกิจจานุเบกษา ๑๙ เมษายน ๒๕๖๑ (๓) กรรมการผู้ ท รงคุ ณ วุ ฒิ จํ า นวนเจ็ ด คนซึ่ ง คณ ะกรรมการแต่ ง ตั้ ง จากผู้ มี ค วามรู้ ความเชี่ ย วชาญ และประสบการณ์ เกี่ ย วกั บ วิ ส าหกิ จ ขนาดกลางและขนาดย่ อ ม โดยจํ า นวนสี่ ค น ให้ แ ต่ งตั้ งจากสภาเกษตรกรแห่ งชาติ สภาหอการค้ าแห่ งประเทศไทย สภาอุ ต สาหกรรมท่ อ งเที่ ย ว แห่งประเทศไทย และสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย แห่งละหนึ่งคน ให้ผู้อํานวยการเป็นกรรมการและเลขานุการ ในกรณี ที่ไม่มีผู้ดํารงตําแหน่งประธานกรรมการหรือกรรมการผู้ทรงคุณ วุฒิ หรือมีไม่ครบไม่ว่า ด้ ว ยเหตุ ใ ด ให้ ค ณะกรรมการบริ ห ารปฏิ บั ติ ห น้ า ที่ ต่ อ ไปได้ โดยให้ ถื อ ว่ า คณะกรรมการบริ ห าร ประกอบด้วยกรรมการเท่าที่มีอยู่ เว้นแต่มีกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิเหลืออยู่ไม่ถึงสี่คน ในกรณี ที่ ไม่ มี ผู้ ดํ า รงตํ า แหน่ ง ประธานกรรมการตามวรรคสาม ให้ ก รรมการซึ่ ง มาประชุ ม เลือกกรรมการคนหนึ่งเป็นประธานในที่ประชุม” มาตรา ๙ ให้ยกเลิกความในมาตรา ๑๙ แห่งพระราชบัญญัติส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลาง และขนาดย่อม พ.ศ. ๒๕๔๓ และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน “มาตรา ๑๙ ให้นําความในมาตรา ๗ มาตรา ๘ และมาตรา ๙ มาใช้บังคับแก่การดํารงตําแหน่ง ของประธานกรรมการและกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการบริหาร โดยอนุโลม เว้นแต่การพ้นจาก ตําแหน่งตามมาตรา ๙ (๓) ให้เป็นอํานาจของคณะกรรมการ” มาตรา ๑๐ บรรดากฎกระทรวงที่ออกตามพระราชบัญญัติส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและ ขนาดย่อม พ.ศ. ๒๕๔๓ ที่ใช้บังคับอยู่ในวันก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ ให้ยังคงใช้บังคับได้ ต่อไปเพียงเท่าที่ไม่ขัดหรือแย้งกับพระราชบัญญัติส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม พ.ศ. ๒๕๔๓ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัตินี้ จนกว่าจะมีกฎกระทรวงที่ออกตามพระราชบัญญัติส่งเสริมวิสาหกิจ ขนาดกลางและขนาดย่อม พ.ศ. ๒๕๔๓ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ มาตรา ๑๑ ให้นายกรัฐมนตรีรักษาการตามพระราชบัญญัตินี้
ผู้รับสนองพระราชโองการ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี หน้า ๒๘ เล่ม ๑๓๕ ตอนที่ ๒๗ ก ราชกิจจานุเบกษา ๑๙ เมษายน ๒๕๖๑ หมายเหตุ :- เหตุ ผ ลในการประกาศใช้พ ระราชบั ญ ญั ติฉ บับ นี้ คื อ โดยที่ พ ระราชบัญ ญั ติส่ งเสริม วิส าหกิจ ขนาดกลางและขนาดย่ อ ม พ.ศ. ๒๕๔๓ มี บ ทบั ญ ญั ติ บ างประการที่ ไม่ เอื้ อต่ อการส่ งเสริม และสนั บ สนุ น ผู้ประกอบวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมในสถานการณ์ปัจจุบัน สมควรเพิ่มเติมให้มีการใช้รายได้เป็นเกณฑ์ ในการกําหนดลักษณะของวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมด้วย เพื่อให้การส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและ ขนาดย่อมกว้างขวางมากขึ้น แก้ไขเพิ่ มเติ มองค์ประกอบและหน้าที่ และอํานาจของคณะกรรมการส่งเสริม วิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมและคณะกรรมการบริหารสํานักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม ให้เหมาะสม รวมทั้งแก้ไขเพิ่มเติมหน้าที่และอํานาจของสํานักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม ในการประสานงานกับสถาบันการศึกษาเพื่อให้มีการถ่ายทอดความรู้และเทคโนโลยีอันจะส่งเสริมให้วิสาหกิจ ขนาดกลางและขนาดย่อมมีความเข้มแข็งยิ่งขึ้น จึงจําเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้