National Security Policy and Plan B.E. 2566 – 2570 (2023 - 2027)
颁布于 2023 · 文本截至 2026-10-01
以研究形式发布的公开法律与官方指引,不构成法律、税务或金融建议。
研究内容本身以英文撰写。标题和标签已翻译,调查结果和引文未翻译。
关于这部法律
- 语言
- Thai
- 类型
- policy
- 组织
- Mekong River Commission (MRC)
- 国家
- 泰国
- 主题
- Environment, Fisheries and aquaculture, Sea
- 关键词
- flood, hazards, early warning system, governance, public health, biodiversity, capacity building, international cooperation, maritime zone, monitoring, navigation, policy/planning, protection of environment, sustainable development, sustainable use, mariculture, marine fisheries, aquaculture, ecosystem conservation, management/conservation, marine area, blue economy
在哪里阅读
文本
所收录的法律原文,按条款排列。每个条款都有自己的链接。
cov007 v02 okay.pdf 1 18/4/2566 BE 14:26 นโยบายและแผนระดับชาติว2าด3วยความม่ันคงแห2งชาติ (พ.ศ. ๒๕๖๖ – ๒๕๗๐) สำนักงานสภาความม่ันคงแห/งชาติ สำนักนายกรัฐมนตรี คำนำ ความมั่นคงถือเป/นรากฐานที่สำคัญต9อความอยู9รอดปลอดภัย ความเจริญกAาวหนAาของชาติ และประชาชนอยู9ดีมีสุขปลอดภัยจากภัยคุกคามทุกรูปแบบ โดยเมื ่อวันที่ ๑๐ สิงหาคม ๒๕๖๕ ที่ประชุมสภาความมั่นคงแห9งชาติไดAมีมติเห็นชอบนโยบายและแผนระดับชาติว9าดAวยความมั่นคง แห9งชาติ (พ.ศ. ๒๕๖๖ – ๒๕๗๐) และต9อมาเมื่อวันที่ ๕ ตุลาคม ๒๕๖๕ คณะรัฐมนตรีไดAมีมติเห็นชอบ นโยบายและแผนระดับชาติว9าดAวยความมั่นคงแห9งชาติ (พ.ศ. ๒๕๖๖ – ๒๕๗๐) เพื่อเป/นทิศทาง ในการดำเนินการป[องกัน แจAงเตือน แกAไข หรือระงับยับยั้งภัยคุกคามเพื่อธำรงไวAซึ่งความม่ันคงแห9งชาติ นโยบายและแผนระดับชาติว9าดAวยความมั่นคงแห9งชาติ (พ.ศ. ๒๕๖๖ – ๒๕๗๐) ฉบับนี้ ไดAจัดทำขึ ้นโดยใชAกระบวนการมีส9วนร9วมของหน9วยงานรัฐและภาคส9วนต9าง ๆ ในการประมวล วิเคราะหb และเสนอแนะนโยบายและแผนความมั่นคงทั้ง ๑๗ ดAาน ภายใตAกรอบคิดความมั่นคง แบบองคbรวม (Comprehensive Security) และความมั่นคงของมนุษยb (Human Security) ในบริบท ความมั่นคงปvจจุบันและแนวโนAมภายในประเทศและต9างประเทศ โดยใหAความสำคัญกับการทำงาน ร9วมกันระหว9างหน9วยงานภาครัฐใหAเป/นไปในทิศทางเดียวกัน (Whole-of-Government Approach) ควบคู9กับการดำเนินงานที่ทุกภาคส9วนในสังคมมีส9วนร9วมในงานความมั่นคง (Whole-of-Society Approach) ตลอดจนการบริหารจัดการความเสี ่ยงและการสรAางความสามารถในการกลับคืนสู 9สภาพเดิม (Resilience) เพื่อใหAพรAอมเผชิญปvญหาที่ส9งผลต9อความมั่นคงของประเทศ ด Aวยเหตุน ี ้ ผลสัมฤทธิ ์ของนโยบายและแผนระดับชาติว 9าด Aวยความมั ่นคงแห9งชาติ (พ.ศ. ๒๕๖๖ – ๒๕๗๐) จำเป/นตAองไดAรับความร9วมมือจากภาคส9วนต9าง ๆ ในการผนึกกำลังร9วมกัน เพื่อขับเคลื่อนนโยบาย แผนงาน โครงการ ใหAประสานสอดคลAองกันอย9างเป/นระบบ ทั้งในระดับ นโยบายและระดับปฏิบัติ เพื่อใหAประเทศชาติมีความมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน ถาวรสืบไป พลเอก (ประยุทธb จันทรbโอชา) นายกรัฐมนตรี ประธานสภาความมั่นคงแห9งชาติ สารบัญ หน#า บทสรุปผู#บริหาร ๑ ส/วนท่ี ๑ ความสำคัญและสถานะของนโยบายและแผนระดับชาติว/าด#วยความม่ันคงแห/งชาติ ๑๑ (พ.ศ. ๒๕๖๖ – ๒๕๗๐) ๑. ความนำ ๑๓ ๒. ผลการดำเนินการขับเคล่ือนนโยบายและแผนระดับชาติว?าด@วยความม่ันคงแห?งชาติ ๑๓ ในห@วงท่ีผ?านมา ๓. การกำหนดผลประโยชนGแห?งชาติและความม่ันคงแห?งชาติ ๑๖ ๔. หลักการ สถานะ และความสำคัญ ๑๗ ส/วนท่ี ๒ สถานการณR ผลกระทบ และแนวโน#มการเปล่ียนแปลงบริบทความม่ันคงในระยะ ๕ ปU ๒๓ ๑. ความสำคัญภูมิยุทธศาสตรG ภูมิรัฐศาสตรG และภูมิเศรษฐศาสตรGไทย ๒๕ ท่ีส?งผลต?อความม่ันคงแห?งชาติ ๒. การประเมินขีดความสามารถของประเทศเพ่ือเสริมสร@างกำลังอำนาจของชาติ ๒๗ ๓. ความเปล่ียนแปลงบริบทความม่ันคง ๒๘ ส/วนท่ี ๓ วิสัยทัศนR กรอบแนวคิด วัตถุประสงคR และเปWาหมาย ๓๕ ๑. วิสัยทัศนG ๓๗ ๒. กรอบแนวคิด ๓๗ ๓. วัตถุประสงคG ๔๑ ๔. เปZาหมาย ตัวช้ีวัด และค?าเปZาหมายในภาพรวม ๔๑ ส/วนท่ี ๔ นโยบายและแผนความม่ันคง ๔๓ • หมวดประเด็นความม่ันคง นโยบายและแผนความม่ันคงท่ี ๑ การเสริมสร@างความม่ันคงของสถาบันหลักของชาติ ๔๕ นโยบายและแผนความม่ันคงท่ี ๒ การปกปZองอธิปไตยและผลประโยชนGของชาติ ๔๙ และการพัฒนาศักยภาพการปZองกันประเทศ นโยบายและแผนความม่ันคงท่ี ๓ การรักษาความม่ันคงและผลประโยชนGของชาติพ้ืนท่ีชายแดน ๕๑ นโยบายและแผนความม่ันคงท่ี ๔ การรักษาความม่ันคงและผลประโยชนGของชาติทางทะเล ๕๔ นโยบายและแผนความม่ันคงท่ี ๕ การปZองกันและแก@ไขป̂ญหาจังหวัดชายแดนภาคใต@ ๕๗ นโยบายและแผนความม่ันคงท่ี ๖ การบริหารจัดการผู@หลบหนีเข@าเมืองและ ๖๐ ผู@โยกย@ายถ่ินฐานแบบไม?ปกติ และผู้โยกย้ายถิ่นฐานแบบไม่ปกติ หน#า นโยบายและแผนความม่ันคงท่ี ๗ การปZองกันและแก@ไขป̂ญหาการค@ามนุษยG ๖๓ นโยบายและแผนความม่ันคงท่ี ๘ การปZองกัน ปราบปราม และแก@ไขป̂ญหายาเสพติด ๖๖ นโยบายและแผนความม่ันคงท่ี ๙ การปZองกันและบรรเทาสาธารณภัย ๖๙ นโยบายและแผนความม่ันคงท่ี ๑๐ การปZองกันและแก@ไขป̂ญหาความม่ันคงทางไซเบอรG ๗๒ นโยบายและแผนความม่ันคงท่ี ๑๑ การปZองกันและแก@ไขป̂ญหาการก?อการร@าย ๗๕ นโยบายและแผนความม่ันคงท่ี ๑๒ การสร@างดุลยภาพระหว?างประเทศ ๗๘ นโยบายและแผนความม่ันคงท่ี ๑๓ การบริหารจัดการภาวะฉุกเฉินด@านสาธารณสุข ๘๑ และโรคติดต?ออุบัติใหม? • หมวดประเด็นศักยภาพความม่ันคง นโยบายและแผนความม่ันคงท่ี ๑๔ การพัฒนาศักยภาพการเตรียมพร@อมแห?งชาติ ๘๔ และการบริหารจัดการวิกฤตการณGระดับชาติ นโยบายและแผนความม่ันคงท่ี ๑๕ การพัฒนาระบบข?าวกรองแห?งชาติ ๘๗ นโยบายและแผนความม่ันคงท่ี ๑๖ การบูรณาการข@อมูลด@านความม่ันคง ๘๙ นโยบายและแผนความม่ันคงท่ี ๑๗ การเสริมสร@างความม่ันคงเชิงพ้ืนท่ี ๙๑ ส/วนท่ี ๕ การขับเคล่ือนและติดตามประเมินผล ๙๓ ๑. ภาพรวมการขับเคล่ือนและติดตามประเมินผล ๙๕ ๒. แนวทางการขับเคล่ือนและติดตามประเมินผล ๙๕ ๓. กลไกการบริหารจัดการ ๙๗ ๔. ป̂จจัยแห?งความสำเร็จ ๑๐๓ ส/วนท่ี ๖ ภาคผนวก ๑๐๕ ผนวก ก กระบวนการจัดทำ ๑๐๗ ผนวก ข ความเปล่ียนแปลงบริบทความม่ันคงในระยะ ๕ ปe ๑๑๓ ผนวก ค แผนท่ีกลยุทธG ๑๓๕ ผนวก ง ตารางสรุปตัวช้ีวัด ๑๕๕ ผนวก จ แผนระดับท่ี ๓ ขับเคล่ือนนโยบายและแผนระดับชาติว?าด@วยความม่ันคงแห?งชาติ ๑๗๕ (พ.ศ. ๒๕๖๖ – ๒๕๗๐) ผนวก ฉ มติคณะรัฐมนตรีท่ีเก่ียวข@อง ๑๗๙ ๑ บทสรุปผู,บริหาร นโยบายและแผนระดับชาติว:าด,วยความมั่นคงแห:งชาติ (พ.ศ. ๒๕๖๖ – ๒๕๗๐) รัฐธรรมนูญแห?งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. ๒๕๖๐ กำหนดให@รัฐต@องพิทักษGรักษาไว@ซึ่งสถาบันพระมหากษัตริยG เอกราช อธิปไตย บูรณภาพแห?งอาณาเขตและเขตที่ประเทศไทยมีสิทธิอธิปไตย เกียรติภูมิและผลประโยชนG ของชาติ ความมั่นคงของรัฐและความสงบเรียบร@อยของประชาชน เพื ่อประโยชนGแห?งการนี้ รัฐต@องจัดให@มี การทหาร การทูตและการข?าวกรองที่มีประสิทธิภาพ กำลังทหารให@ใช@เพื่อประโยชนGในการพัฒนาประเทศด@วย ตลอดจนกำหนดให@รัฐพึงจัดให@มียุทธศาสตรGชาติเปkนเปZาหมายการพัฒนาประเทศอย?างยั่งยืนตามหลักธรรมาภิบาล เพื่อใช@เปkนกรอบในการจัดทำแผนต?าง ๆ ให@สอดคล@องและบูรณาการกัน เพื่อให@เกิดเปkนพลังผลักดันร?วมกัน ไปสู?เปZาหมายดังกล?าว ประกอบกับ พระราชบัญญัติการจัดทำยุทธศาสตรGชาติ พ.ศ. ๒๕๖๐ มีหลักการให@การกำหนด นโยบายและแผนระดับชาติว?าด@วยความมั่นคงแห?งชาติต@องสอดคล@องกับยุทธศาสตรGชาติ ซึ่งการจัดทำนโยบาย และแผนระดับชาติว?าด@วยความมั่นคงแห?งชาติเปkนไปตามพระราชบัญญัติสภาความมั่นคงแห?งชาติ พ.ศ. ๒๕๕๙ เพื่อให@เปkนกรอบหรือทิศทางในการดำเนินการปZองกัน แจ@งเตือน แก@ไข หรือระงับยับยั้งภัยคุกคามเพื่อธำรง ไว@ซึ่งความมั่นคงแห?งชาติ โดยต@องมีสาระท่ีครอบคลุมถึงนโยบายภายในประเทศ นโยบายต?างประเทศ และนโยบาย การทหารกับการเศรษฐกิจ และอื ่น ๆ อันเกี ่ยวกับความมั ่นคงแห?งชาติให@สอดคล@องต@องกัน เพื ่อให@กิจการ ของหน?วยงานของรัฐสามารถประสานกันได@อย?างใกล@ชิดเปkนผลดีต?อความม่ันคงแห?งชาติ นโยบายและแผนระดับชาติว?าด@วยความมั่นคงแห?งชาติ (พ.ศ. ๒๕๖๖ – ๒๕๗๐) เปkนแผนระยะปานกลาง ๕ ปe ท่ีมีสถานะเปkนแผนระดับที ่ ๒ รองรับการดำเนินการในห@วงท่ีสองของยุทธศาสตรGชาติ (แผนระดับท่ี ๑) โดยนโยบายและแผนระดับชาติว?าด@วยความมั่นคงแห?งชาติฉบับนี้มีความเชื่อมโยงและประสานสอดคล@องกับ ยุทธศาสตรGชาติด@านความมั ่นคง แผนแม?บทภายใต@ย ุทธศาสตรGชาติ ประเด็นความมั ่นคง และประเด็น การต?างประเทศ ตลอดจนกำหนดขอบเขตและหลักเกณฑGพิจารณา “ประเด็นความมั ่นคง” เพื ่อตอบสนอง ตัวชี ้วัดและค?าเปZาหมายที่ต@องเห็นผลสัมฤทธิ์ภายในปe ๒๕๗๐ การยกระดับขีดความสามารถในการปZองกัน และแก@ไขป^ญหาความมั่นคง โดยมุ?งขยายผลกรอบแนวคิดความมั่นคงแบบองคGรวม เพื่อให@หน?วยงานของรัฐมีกรอบ การจัดทำและขับเคลื่อนแผนระดับที่ ๓ โดยนำเปZาหมายและตัวชี้วัดที่กำหนดไว@ไปกำหนดแผนงาน โครงการ กิจกรรม หรือการดำเนินการอ่ืน ๆ ไปสู?การปฏิบัติได@อย?างชัดเจนและมีประสิทธิภาพมากข้ึน การจัดทำนโยบายความมั่นคงแห?งชาติที่ผ?านมา (ฉบับแรกที่มีการเผยแพร?อย?างเปkนทางการ พ.ศ. ๒๕๔๑ – ๒๕๔๔) จนถึงฉบับป^จจุบัน มีพัฒนาการมาอย?างต?อเนื่องภายใต@สถานการณG เงื่อนไข และการเปลี่ยนแปลงในมิติต?าง ๆ ทั้งภายในและภายนอกประเทศ ดังนั้น นโยบายและแผนระดับชาติว?าด@วยความมั่นคงแห?งชาติ (พ.ศ. ๒๕๖๖ – ๒๕๗๐) จึงให@ความสำคัญกับการวางรากฐานความมั่นคงของประเทศ โดยเริ่มต@นจากหน?วยย?อยของสังคม คือ สถาบันครอบครัว และสถาบันการศึกษา โดยส?งเสริมการเข@ามามีส?วนร?วมของทุกภาคส?วน เพื่อให@เกิดการบูรณาการการทำงาน ร?วมกัน โดยเฉพาะภาคประชาชน รวมถึงการแปลงนโยบายไปสู?การปฏิบัติในพื้นท่ีให@มุ?งเน@นไปที่พื้นที่ตำบลเปZาหมาย เพื่อขยายแนวคิดการพัฒนาพื้นที่เพื่อเสริมความมั่นคงของชาติ และแผนตำบล “มั่นคง มั่งค่ัง ยั่งยืน” โดยเร?งปZองกัน 1 ๒ และแก@ไขเฉพาะป^ญหาความมั่นคงที่สำคัญจากการประเมินสถานการณGและแนวโน@มความเสี่ยงในระยะ ๕ ปe ผ?านกระบวนการคัดเลือกและจัดลำดับความสำคัญของประเด็นความมั่นคงที่มีผลกระทบและความเสี ่ยงสูง (High Risk, High Impact) จากบร ิบทและสภาพแวดล@อมทั ้งภายในและภายนอกประเทศ การประเมิน ขีดความสามารถของประเทศเพื่อเสริมสร@างกำลังอำนาจของชาติ เพื่อกำหนดจุดยืนหรือตำแหน?งของประเทศ และเสริมสร@างแนวทางการพัฒนาศักยภาพความมั่นคงของประเทศให@สามารถบริหารจัดการความเสี่ยงภัยคุกคาม ทุกรูปแบบได@อย?างทันท?วงที โดยขยายผลกรอบแนวคิดความมั่นคงแบบองคGรวมในการเชื่อมโยงมิติการเมือง เศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรม การทหาร วิทยาศาสตรGและเทคโนโลยี ทรัพยากรธรรมชาติและสิ ่งแวดล@อม เพื่อให@เกิดความมั่นคง ปลอดภัย และมีความสงบเรียบร@อยในทุกระดับ นอกจากน้ี มีการกำหนดจุดเน@น (Focus) และแนวทางสำคัญเชิงลึก (Highlight) ของเปZาหมาย ตัวชี ้ว ัด และกลยุทธGให@เห็นผลสัมฤทธิ ์เปkนรูปธรรม การเติมเต็มช?องว?างของแนวทางการพัฒนาที่กำหนดไว@ในแผนแม?บทภายใต@ยุทธศาสตรGชาติ ตลอดจนนำเปZาหมาย ตัวชี้วัด และค?าเปZาหมายที่ต@องการมุ?งเน@นในแต?ละปeผนวกเข@ากับยุทธศาสตรGการจัดสรรงบประมาณรายจ?าย ประจำปeงบประมาณ เพื่อประโยชนGในการพิจารณาสนับสนุนงบประมาณสำหรับแผนงานหรือโครงการเกี่ยวกับ ความม่ันคงแห?งชาติซ่ึงเปkนเร่ืองสำคัญท่ีเก่ียวกับนโยบายและแผนระดับชาติว?าด@วยความม่ันคงแห?งชาติ วิสัยทัศนR “ประเทศชาติมีเสถียรภาพ ประชาชนอยู?ดีมีสุข ปลอดภัยจากภัยคุกคามทุกรูปแบบ มีศักยภาพบริหาร จัดการความม่ันคงแบบองคGรวม และรักษาไว@ซ่ึงผลประโยชนGแห?งชาติอย?างย่ังยืน” วัตถุประสงคR • เพ่ือเปkนกรอบทิศทางในการดำเนินการปZองกัน แจ@งเตือน แก@ไข หรือระงับยับยั ้งภัยคุกคาม เพ่ือธำรงไว@ซ่ึงความม่ันคงแห?งชาติ • เพื่อถ?ายทอดยุทธศาสตรGชาติด@านความมั่นคงไปสู?การปฏิบัติได@อย?างเปkนรูปธรรมและเปkนไปตาม เปZาหมายท่ีกำหนดไว@ • เพื่อให@หน?วยงานของรัฐใช@เปkนกรอบทิศทางการจัดทำและขับเคลื่อนแผนระดับที่ ๓ (แผนปฏิบัติการด@านต?าง ๆ แผนปฏิบัติราชการของหน?วยงาน แผนพัฒนาในระดับพื้นที่) ที่เก่ียวข@องกับด@านความมั่นคงได@อย?างสอดคล@อง และเปkนไปในทิศทางเดียวกัน เปWาหมาย ตัวช้ีวัด และค/าเปWาหมายในภาพรวม • เปWาหมายในภาพรวม ประเทศไทยมีความมั่นคงและมีเสถียรภาพมากขึ้น ประชาชนดำรงชีวิตโดยปกติสุข รวมทั้งมีการพัฒนา ศักยภาพบริหารจัดการ เพ่ือเสริมสร@างความม่ันคงแบบองคGรวมและรักษาไว@ซ่ึงผลประโยชนGแห?งชาติ • ตัวช้ีวัดและค/าเปWาหมายในภาพรวม ความสำเร็จของการบรรลุค?าเปZาหมายที่กำหนดไว@ในแต?ละตัวชี ้วัดย?อยของ ๑๗ นโยบายและแผน ความม่ันคง ภายใต@นโยบายและแผนระดับชาติว?าด@วยความม่ันคงแห?งชาติ (พ.ศ. ๒๕๖๖ – ๒๕๗๐) 2 ๓ นอกจากนี้ กรอบแนวคิดยังคงน@อมนำแนวพระราชดำริ หลักการทรงงาน หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และพระราชปณิธาน ของพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล@าเจ@าอยู?หัว “การสืบสาน รักษา และต?อยอด และครองแผ?นดินโดยธรรม เพื ่อประโยชนGสุขแห?งอาณาราษฎรตลอดไป” การพัฒนาท่ีย่ังยืน การบูรณาการเพื่อส?งเสริมความร?วมมือของทุกภาคส?วน การบริหารจัดการความเสี่ยงและการสร@างความสามารถ ในการกลับคืนสู?สภาพเดิม หรือ “ล@มแล@ว ลุกไว” ตลอดจนขยายผลความม่ันคงแบบองคGรวม ภาพรวมสภาวะแวดล#อมด#านความม่ันคง ในห@วง ๕ ปeข@างหน@า ประเทศไทยยังคงต@องเผชิญความเสี่ยงหลายประการที่มีความเชื่อมโยงระหว?างกัน ซึ ่งสามารถส?งผลกระทบต?อความมั่นคงในหลายระดับ โดยภัยคุกคามและป^ญหาความมั่นคงมีความซับซ@อน และเชื่อมโยงกับมิติต?าง ๆ ทั้งการเมือง เศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรม การทหาร วิทยาศาสตรGและเทคโนโลยี ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล@อม ตลอดจนบริบทและแนวโน@มมิติความมั่นคงจะเปkนการผสมผสานระหว?าง ภัยคุกคามรูปแบบเก?าและภัยคุกคามรูปแบบใหม?ที่เรียกว?า “ภัยคุกคามแบบผสมผสาน” ส?งผลให@ต@องพิจารณา ทั้งในเชิงมุมมองผลกระทบภายนอกที่ส?งผลต?อไทย และมุมมองสถานการณGภายในประเทศที่ส?งผลต?อภายนอก แบ?งออกเปkน ๓ ระดับ ได@แก? ๑) ระดับโลก กลุ?มประเทศมหาอำนาจ การรวมกลุ?มระหว?างประเทศ ยังคงเปkนป^จจัยหลัก ที ่ส?งผลต?อบริบทความมั ่นคงในระดับโลก ซึ ่งประเทศไทยจำเปkนต@องมีการเตรียมพร@อมรับมือวิกฤตการณG ความมั่นคง เพื่อลดความเสี่ยงต?อความมั่นคงแห?งชาติและคุณภาพชีวิตของคนในชาติ โดยมีแนวโน@มการแข?งขัน ระหว?างประเทศที่สำคัญจากการสะสมอาวุธและการแพร?ขยายอาวุธ รวมทั้งการแสวงประโยชนGจากความก@าวหน@า ทางเทคโนโลยีและนวัตกรรม ๒) ระดับภูมิภาค พื้นท่ีภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต@ถือเปkนยุทธศาสตรGสำคัญ เนื ่องจากเปkนเส@นทางคมนาคมและแหล?งทรัพยากรพลังงานท่ีสำคัญ ส?งผลให@มีแนวโน@มการแข?งขันและ ขยายอิทธิพลเชิงยุทธศาสตรGระหว?างประเทศมหาอำนาจและขั้วอำนาจต?าง ๆ โดยเฉพาะกรณีพิพาทในทะเลจีนใต@ และอนุภูมิภาคลุ?มน้ำโขง และ ๓) ระดับประเทศ ความม่ันคงของสถาบันหลักของชาติ สถานการณGภายในประเทศต?าง ๆ อาทิ ป^ญหาทางด@านการเมือง ความไม?สงบในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต@ ผู @หลบหนีเข@าเมืองและผู@โยกย@าย ถ ิ ่นฐานแบบไม?ปกติ ยาเสพติด การทุจริตคอรGร ัปชัน สาธารณภัย ป^ญหาทรัพยากรธรรมชาติและสิ ่งแวดล@อม ความมั่นคงทางเศรษฐกิจ ตลอดจนป̂ญหาความม่ันคงทางพลังงานและอาหาร ล@วนเปkนป̂จจัยสำคัญในการพิจารณา ฉากทัศนGของบริบทความม่ันคงในระดับประเทศ นโยบายและแผนระดับชาติว/าด#วยความมั่นคงแห/งชาติ (พ.ศ. ๒๕๖๖ – ๒๕๗๐) มีทั้งสิ้น ๑๗ นโยบาย และแผนความม่ันคง แบ?งออกเปkน ๒ หมวด ดังน้ี ๑. หมวดประเด็นความมั ่นคง เปkนประเด็นภัยคุกคามที ่มีผลกระทบและแนวโน@มความเสี ่ยงสูง ต?อความม่ันคงแห?งชาติและผลประโยชนGแห?งชาติ รวม ๑๓ นโยบายและแผนความม่ันคง ดังน้ี นโยบายและแผนความมั่นคงที่ ๑ การเสริมสร#างความมั่นคงของสถาบันหลักของชาติ มุ?งเน@น ให@สังคมไทยอยู?ร?วมกันอย?างสันติและเคารพในความแตกต?างหลากหลายบนพื้นฐานสิทธิมนุษยชนและพร@อมธำรงรักษา ไว@ซึ ่งสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริยG โดยปกปZองและเชิดชูสถาบันพระมหากษัตริยG ผ?านการส?งเสริม 3 ๔ การเรียนรู@ จัดทำหรือพัฒนาหลักสูตรและเผยแพร?ชุดข@อมูลความรู@เกี่ยวกับสถาบันพระมหากษัตริยG ตลอดจนส?งเสริม การอยู ?ร ?วมกันของคนในชาติอย?างสันติ และเคารพในความแตกต?างหลากหลายบนพื ้นฐานสิทธิมนุษยชน และให@ความสำคัญกับทุกศาสนา ผู @ที ่มีหลักความเชื ่อต?าง ๆ และผู@ที ่ไม?นับถือศาสนา (กองอำนวยการรักษา ความม่ันคงภายในราชอาณาจักร เปkนหน?วยงานเจ@าภาพ) นโยบายและแผนความมั่นคงที่ ๒ การปกปWองอธิปไตยและผลประโยชนRของชาติ และการพัฒนาศักยภาพ การปWองกันประเทศ มุ?งเน@นการปกปZอง รักษา และแก@ไขป^ญหาที่กระทบต?ออธิปไตยและผลประโยชนGของชาติ ทั้งทางบก ทางทะเล และทางอากาศ รวมทั้งการพัฒนาขีดความสามารถเชิงยุทธศาสตรGของกองทัพและหน?วยงาน ด@านความมั่นคงที่เกี่ยวข@องเพื่อการปZองกันประเทศในอนาคต ผ?านการเตรียมกำลังเชิงยุทธศาสตรG และพัฒนา กองทัพและหน?วยงานความมั่นคงไปสู?ความทันสมัย โดยเฉพาะการเตรียมความพร@อมเพื่อให@สามารถรองรับ ปฏิบัติการทางไซเบอรGและอวกาศ (กระทรวงกลาโหม เปkนหน?วยงานเจ@าภาพ) นโยบายและแผนความมั่นคงที่ ๓ การรักษาความมั่นคงและผลประโยชนRของชาติพื้นที่ชายแดน มุ?งเน@นให@พื้นที่ชายแดนและประชาชนในพื้นที่มีการพัฒนา มีความมั่นคง ปลอดภัย มีศักยภาพในการปZองกัน และแก@ไขภัยคุกคามทุกรูปแบบ มีสภาพแวดล@อมที่เหมาะสมต?อการพัฒนาทางเศรษฐกิจ สังคม และความมั่นคง ของมนุษยGอย?างสมดุล อีกทั ้งยังเปkนพื้นที ่แห?งความร?วมมือและสร@างความสัมพันธGอันดีกับประเทศรอบบ@าน ทั้งในด@านการร?วมกันปZองกันภัยคุกคามและป^ญหาความมั่นคง การแก@ไขป^ญหาคงค@าง รวมถึงการสร@างการเติบโต ทางเศรษฐกิจร?วมกันอย?างยั่งยืน โดยสร@างสภาพแวดล@อมในพื้นที่ชายแดนให@มีความปลอดภัยและมีศักยภาพ ในการปZองกันและแก@ไขภัยคุกคาม ยกระดับและพัฒนาจุดผ?านแดนให@มีประสิทธิภาพในการปZองกันภัยคุกคาม และเชื ่อมโยงเศรษฐกิจ การค@า และการสัญจรข@ามแดน ตลอดจนสามารถแก@ไขป^ญหาเขตแดนระหว?างไทย กับประเทศรอบบ@านให@เกิดความสมดุลระหว?างผลประโยชนGแห?งชาติและความสัมพันธGระหว?างประเทศ (กระทรวงมหาดไทย เปkนหน?วยงานเจ@าภาพ) นโยบายและแผนความมั่นคงที ่ ๔ การรักษาความมั่นคงและผลประโยชนRของชาติทางทะเล มุ?งเน@นการเสริมสร@างความมั่นคงทางทะเลแบบองคGรวมให@ปZองกันและแก@ไขป^ญหาภัยคุกคามทางทะเลที่สำคัญ อย?างต?อเนื ่อง และความร?วมมือระหว?างภาคส?วนต?าง ๆ โดยคำนึงถ ึงการรักษาความมั ่นคงทางทะเล และผลประโยชนGของชาติทางทะเลให@มีความสมดุลและยั ่งยืน และการบริหารจัดการองคGความรู @ทางทะเล ที่มีประสิทธิภาพ พร@อมทั้งส?งเสริมและพัฒนาศักยภาพการดำเนินการด@านความมั่นคงทางทะเล เสริมสร@าง ความร?วมมือกับประเทศเพื่อนบ@าน อาเซียน และประเทศในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟÜก รวมถึงการใช@ประโยชนG จากทะเลอย?างสมดุลและยั่งยืนเปkนมิตรต?อสิ่งแวดล@อม ภายใต@แนวคิดเศรษฐกิจสีน้ำเงิน โดยเฉพาะการท?องเที่ยว การประมง การพาณิชยนาวี และการขุดเจาะหรือสำรวจแหล?งพลังงานใต@ทะเล การบริหารจัดการองคGความรู@ทางทะเล และการสร@างความตระหนักรู @ความสำคัญของทะเล (ศูนยGอำนวยการรักษาผลประโยชนGของชาติทางทะเล เปkนหน?วยงานเจ@าภาพ) 4 ๕ นโยบายและแผนความมั่นคงที่ ๕ การปWองกันและแก#ไขปaญหาจังหวัดชายแดนภาคใต# มุ?งเน@น การลดการก?อเหตุรุนแรงและความสูญเสีย การพัฒนาทางเศรษฐกิจให@สอดคล@องกับวิถีชีวิตและศักยภาพของพื้นท่ี รวมทั้งเสริมสร@างความเข@มแข็งของสังคมในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต@ โดยเสริมสร@างความปลอดภัยและขจัดเงื่อนไข ความรุนแรง ผ?านการเสริมสร@างความสามารถในการรักษาความปลอดภัยในชีวิตและทรัพยGสินของประชาชน สร@างความเข@มแข็งของชุมชนและหมู?บ@าน โดยขับเคลื่อนผ?านกระบวนการพูดคุยเพื่อสันติสุขจังหวัดชายแดนภาคใต@ ภายใต@เจตนารมณGของรัฐธรรมนูญแห?งราชอาณาจักรไทย บนพื้นฐานของความจริงใจ สมัครใจ และให@เกียรติ เพื่อเปkนทางออกของความขัดแย@งตามแนวทางสันติวิธี ผ?านการพัฒนาและปรับปรุงโครงสร@างพื้นฐานสำคัญ คุณภาพการศึกษา และการบริหารจัดการของภาครัฐ (สำนักงานสภาความม่ันคงแห?งชาติ เปkนหน?วยงานเจ@าภาพ) นโยบายและแผนความมั่นคงที่ ๖ การบริหารจัดการผู#หลบหนีเข#าเมืองและผู#โยกย#ายถิ่นฐานแบบไม/ปกติ มุ?งเน@นการบริหารจัดการผู@มีป^ญหาสถานะและสิทธิบุคคล แรงงานต?างด@าว กลุ?มที่มีความเปราะบางต?อความมั่นคง และความสัมพันธGระหว?างประเทศ ผู@โยกย@ายถ่ินฐานแบบไม?ปกติ รวมถึงผู@ได@รับการคุ@มครองหรือผู@อยู?ระหว?างคัดกรอง สถานะที่ไม?สามารถเดินทางกลับประเทศอันเปkนภูมิลำเนาได@ ให@มีความสมดุลระหว?างมิติความมั่นคง ความสัมพันธGระหว?าง ประเทศ และหลักสิทธิมนุษยชน โดยเร?งดำเนินการจัดทำฐานข@อมูลเก่ียวกับสถิติผู@หลบหนีเข@าเมืองในกลุ?มท่ีมีป̂ญหา สถานะและสิทธิบุคคล การบังคับใช@กฎหมายที่เกี่ยวข@องในการตรวจสอบและจับกุมแรงงานต?างด@าวผิดกฎหมาย ผู@ประกอบการ รวมถึงผู@จัดหาแรงงานต?างด@าวผิดกฎหมาย การบูรณาการความร?วมมือระหว?างภาครัฐ ภาคส?วนที่เกี่ยวข@อง และประเทศต@นทางในการเร?งรัดกำหนดมาตรการแก@ไขป^ญหากลุ?มผู@ติดตามแรงงานต?างด@าว (กองอำนวยการรักษา ความม่ันคงภายในราชอาณาจักร เปkนหน?วยงานเจ@าภาพ) นโยบายและแผนความมั่นคงที่ ๗ การปWองกันและแก#ไขปaญหาการค#ามนุษยR มุ?งเน@นการยกระดับ สถานะและเพิ่มขีดสมรรถนะของประเทศไทยในการปZองกันและแก@ไขป^ญหาการค@ามนุษยGได@อย?างมีประสิทธิภาพ และเปkนรูปธรรมให@ได@รับการยอมรับจากสากล โดยดำเนินการเร?งรัดการบริหารจัดการคดีค@ามนุษยG โดยใช@กลไก การขับเคลื่อนและบูรณาการการทำงานกับหน?วยงานท่ีเกี่ยวข@องในการปZองกันและแก@ไขป^ญหาแรงงานบังคับ และการค@ามนุษยGของแรงงานไทยและแรงงานต?างด@าว ตลอดจนเสริมสร@างความรู@ความเข@าใจ ทักษะ และพัฒนา ศักยภาพให@แก?คณะสหวิชาชีพ เจ@าหน@าที่รัฐ และผู@ปฏิบัติงานที่เกี่ยวข@องในการบังคับใช@กฎหมายที่เกี่ยวข@องกับ การดำเนินคดีค@ามนุษยG (กระทรวงการพัฒนาสังคมและความม่ันคงของมนุษยG เปkนหน?วยงานเจ@าภาพ) นโยบายและแผนความมั่นคงที่ ๘ การปWองกัน ปราบปราม และแก#ไขปaญหายาเสพติด มุ?งเน@น การปZองกันประชากรทุกกลุ?มเปZาหมายไม?ให@เข@าไปเกี่ยวข@องกับยาเสพติด การสกัดกั้นและปราบปรามขบวนการ การค@ายาเสพติด ตลอดจนการบำบัด รักษา และฟáàนฟูผู@ติดยาเสพติดให@เกิดการยอมรับจากสังคม โดยเสริมสร@าง ความเข@มแข็งในระดับป^จเจกบุคคล ครอบครัว ชุมชน สร@างภูมิคุ@มกันระดับบุคคล ด@วยการเสริมสร@างทัศนคติ และความรู @เท?าทันยาเสพติดทั ้งการเสพและการค@า เสริมสร@างและยกระดับความร?วมมือด@านยาเสพติด ทั้งการปZองกัน ปราบปราม และบำบัดฟáàนฟูร?วมกับองคGการระหว?างประเทศ ตลอดจนสกัดกั้นการลักลอบลำเลียง ปราบปรามผู@ค@ายาเสพติดและเครือข?ายการค@ายาเสพติดในประเทศและอาชญากรรมข@ามชาติ รวมถึงพัฒนา เทคโนโลยีและฐานข@อมูล เพื่อใช@ประโยชนGในการเฝZาระวังการใช@แพลตฟอรGมออนไลนGในการลักลอบจำหน?ายยาเสพติด 5 ๖ นอกจากน้ี ยังมุ?งเสริมสร@างโอกาสและทางเลือกของผู@เสพยาเสพติด ภายหลังการเข@ารับการบำบัดให@สามารถใช@ชีวิต ในสังคมได@อย?างปกติสุข มีศักดิ์ศรีบนพื้นฐานสิทธิมนุษยชน สามารถพัฒนาศักยภาพมนุษยGและไม?ถูกตีตราหรือเลือกปฏิบัติ (กระทรวงยุติธรรม โดย สำนักงานคณะกรรมการปZองกันและปราบปรามยาเสพติด เปkนหน?วยงานเจ@าภาพ) นโยบายและแผนความมั ่นคงที ่ ๙ การปWองกันและบรรเทาสาธารณภัย มุ ?งเน@นการยกระดับ การจัดการความเสี ่ยงสาธารณภัยที ่สำคัญอันเกิดจากภัยธรรมชาติ และภัยที ่เกิดจากการกระทำของมนุษยG และ/หรือ เปkนภัยซ้ำซ@อน ให@สามารถแก@ไขป^ญหาที่เกิดขึ้นได@รวดเร็ว ทันต?อเหตุการณG และยั่งยืน โดยเสริมสร@าง ความรู@ความเข@าใจ การรับรู@และตระหนักรู@ถึงการจัดการความเสี่ยงจากสาธารณภัยที่ถูกต@องให@กับทุกภาคส?วน เพื่อลดความเสี่ยงจากสาธารณภัยได@อย?างมีประสิทธิภาพ ตลอดจนส?งเสริมความเปkนหุ@นส?วนระหว?างประเทศ ในการจัดการความเสี่ยงสาธารณภัย และประสานความช?วยเหลือด@านมนุษยธรรม โดยมุ?งจัดการสาธารณภัยให@มี มาตรฐานตามหลักสากล ด@วยการเสริมสร@างการจัดการในภาวะฉุกเฉินแบบบูรณาการให@เปkนไปตามมาตรฐาน ในการปฏิบัติในภาวะฉุกเฉิน ตลอดจนกำหนดแนวทางการปฏิบัติร?วมของศูนยGปฏิบัติการฉุกเฉิน และเสริมสร@าง ระบบการบริหารจัดการเกี่ยวกับการบรรเทาทุกขGและการช?วยเหลือผู@ประสบภัยได@อย?างรวดเร็ว ทั่วถึง และเปkนธรรม (กระทรวงมหาดไทย โดย กรมปZองกันและบรรเทาสาธารณภัย เปkนหน?วยงานเจ@าภาพ) นโยบายและแผนความมั่นคงที่ ๑๐ การปWองกันและแก#ไขปaญหาความมั่นคงทางไซเบอรR มุ?งเน@น ให@ประเทศไทยสามารถเพิ่มประสิทธิภาพการปZองกันการโจมตีทางไซเบอรG ยกระดับมาตรฐานการรักษาความมั่นคง ปลอดภัยไซเบอรG และลดการก?ออาชญากรรมทางไซเบอรG โดยพัฒนาระบบการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอรG ให@สอดคล@องมาตรฐานสากล สามารถแก@ไขเหตุการณGที่เกี่ยวกับความมั่นคงปลอดภัยไซเบอรGต?อโครงสร@างพื้นฐานสำคัญ ทางสารสนเทศได@อย?างมีประสิทธิภาพ ตลอดจนพัฒนากลไก มาตรการ และแนวทางในการปZองกันและปราบปราม อาชญากรรมทางไซเบอรG รวมถึงพัฒนาการสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางไซเบอรGให@เกิดประสิทธิภาพสูงสุด (สำนักงานคณะกรรมการการรักษาความม่ันคงปลอดภัยไซเบอรGแห?งชาติ เปkนหน?วยงานเจ@าภาพ) นโยบายและแผนความมั่นคงท่ี ๑๑ การปWองกันและแก#ไขปaญหาการก/อการร#าย มุ?งเน@นให@ประเทศไทย มีภูมิคุ @มกันในการรับมือกับภัยก?อการร@าย มีขีดความสามารถในการตอบโต@ต?อเหตุวิกฤติจากการก?อการร@าย และมีศักยภาพในการฟáàนตัวจากภัยก?อการร@ายให@กลับสู?ภาวะปกติ โดยแลกเปลี่ยนข@อมูลข?าวสารและข?าวกรอง ด@านการก?อการร@าย ทั้งภายในและต?างประเทศ ปกปZองโครงสร@างพื้นฐานสำคัญและพื้นที่เปราะบาง มีระบบฐานข@อมูล และเชื่อมโยงข@อมูลที่เกี่ยวข@องกับการต?อต@านการก?อการร@าย ตลอดจนสร@างความตระหนักรู@และการมีส?วนร?วม ของภาคเอกชนและภาคประชาชนในการปZองกันภัยก?อการร@าย พัฒนากลไกการรับมือขณะเกิดเหตุและระบบ การแจ@งเตือน การสื่อสาร การประชาสัมพันธGต?อเหตุวิกฤติจากการก?อการร@าย เพื่อสร@างความรับรู@ ความเข@าใจ เสริมสร@างการมีส?วนร?วมกับชุมชน ท@องถิ่น สถาบันศาสนา และสถาบันการศึกษา (สำนักงานสภาความมั่นคงแห?งชาติ เปkนหน?วยงานเจ@าภาพ) นโยบายและแผนความมั่นคงท่ี ๑๒ การสร#างดุลยภาพระหว/างประเทศ มุ?งเน@นให@ประเทศไทย สามารถรักษาดุลยภาพระหว?างประเทศ เพื่อเสริมสร@างความมั่นคงแห?งชาติ มีบทบาทนำในประชาคมการเมือง 6 ๗ และความมั่นคงอาเซียน รวมท้ังรักษาผลประโยชนGแห?งชาติในอนุภูมิภาคลุ?มน้ำโขง และความสัมพันธGอันดี กับประเทศรอบบ@าน โดยรักษาผลประโยชนGแห?งชาติเปkนที่ตั้ง มีปฏิสัมพันธGกับกลุ?มประเทศเปZาหมายอย?างสม่ำเสมอ รวมถึงรักษาดุลยภาพระหว?างประเทศสำคัญทางยุทธศาสตรG โดยทบทวนและกำหนดแนวทางท?าทีและความร?วมมือ ของไทยต?อประเทศมหาอำนาจหรือกลุ?มประเทศท่ีมีบทบาทสำคัญทางยุทธศาสตรG เพ่ือให@ไทยสามารถประมาณการ ความเปลี่ยนแปลงและปรับเปลี่ยนแนวทางการรักษาดุลยภาพระหว?างประเทศของไทยได@ทันท?วงที และเสริมสร@าง บทบาทนำของไทยในประชาคมการเมืองและความมั่นคงอาเซียน เพื่อรักษาผลประโยชนGแห?งชาติและผลประโยชนG ร?วมกันของภูมิภาค โดยผลักดันความร?วมมือในการปZองกันและแก@ไขภัยคุกคามระดับภูมิภาค อาทิ ประเด็น การต?อต@านยาเสพติดและสินค@าผิดกฎหมาย ประเด็นหมอกควันข@ามแดน และประเด็นภัยคุกคามทางไซเบอรG (กระทรวงการต?างประเทศ เปkนหน?วยงานเจ@าภาพ) นโยบายและแผนความมั่นคงที่ ๑๓ การบริหารจัดการภาวะฉุกเฉินด#านสาธารณสุขและโรคติดต/อ อุบัติใหม/ มุ?งเน@นการเตรียมความพร@อมและการเพิ่มขีดความสามารถการบริหารจัดการภาวะฉุกเฉินด@านสาธารณสุข และโรคติดต?ออุบัติใหม? รวมทั ้งการพัฒนานวัตกรรมและการบริหารจัดการทรัพยากรด@านการแพทยGรองรับ ภาวะวิกฤติ โดยพัฒนาศักยภาพและดำเนินการตามแผนปฏิบัติการเตรียมความพร@อม ปZองกัน และแก@ไขป^ญหา โรคติดต?ออุบัติใหม? รวมถึงแผนเผชิญเหตุและการบริหารจัดการด@านสาธารณสุขฉุกเฉิน โดยมีการฝãกซ@อมเพื่อบูรณาการ ความร?วมมือจากทุกภาคส?วน โดยส?งเสริมให@ประเทศมีความมั่นคงทางยาและเวชภัณฑG สามารถผลิตยาและเวชภัณฑG ที่เกี่ยวข@องกับการจัดการภาวะฉุกเฉินทางการแพทยGและสาธารณสุขได@ทั้งห?วงโซ?อุปทาน (กระทรวงสาธารณสุข เปkนหน?วยงานเจ@าภาพ) ๒. หมวดประเด็นศักยภาพความมั่นคง เปkนประเด็นเสริมสร@างศักยภาพและพัฒนาขีดความสามารถ ของประเทศในการปZองกันและแก@ไขประเด็นความมั่นคงให@มีประสิทธิภาพมากขึ้น รวม ๔ นโยบายและแผน ความม่ันคง ดังน้ี นโยบายและแผนความมั่นคงที่ ๑๔ การพัฒนาศักยภาพการเตรียมพร#อมแห/งชาติ และการบริหารจัดการ วิกฤตการณRระดับชาติ มุ?งเน@นให@พัฒนาศักยภาพการเตรียมพร@อม เพ่ือปZองกันและตอบสนองต?อภัยคุกคาม รวมท้ัง บูรณาการทรัพยากรของประเทศเพื่อใช@ในการเผชิญกับวิกฤตการณGระดับชาติ โดยทบทวนและพัฒนากลไก การบริหารจัดการ ทั้งในระดับนโยบาย ระดับอำนวยการ และระดับปฏิบัติ ให@สามารถปฏิบัติภารกิจร?วมกัน ได@อย?างประสานสอดคล@องเมื ่อประเทศเผชิญกับป^ญหาภัยคุกคาม หรือเข@าสู ?ภาวะวิกฤติระดับชาติ ส?งเสริม ความร?วมมือกับต?างประเทศในระดับทวิภาคีและพหุภาคี เพื่อสร@างความเข@มแข็งในการวิจัยและพัฒนาร?วมกัน พร@อมทั้งพัฒนาประสิทธิภาพกลไกการบริหารจัดการ ระบบการแจ@งเตือนและการสั่งการ ตลอดจนประสานงาน ระหว?างหน?วยงานและผู @ปฏิบัติภารกิจเมื ่อเข@าสู ?ภาวะวิกฤติระดับชาติ (สำนักงานสภาความมั ่นคงแห?งชาติ เปkนหน?วยงานเจ@าภาพ) นโยบายและแผนความมั ่นคงที ่ ๑๕ การพัฒนาระบบข/าวกรองแห/งชาติ มุ?งเน@นการยกระดับ ระบบงานข?าวกรองแห?งชาติในการเฝZาระวัง ประเมิน ตอบสนอง และแจ@งเตือน ต?อสถานการณGด@านความมั่นคง เชิงยุทธศาสตรGในระยะยาว พร@อมทั ้งขยายเครือข?ายเฝZาระวังเพื ่อสนับสนุนงานข?าวกรอง และการวางระบบ 7 ๘ งานข?าวกรองเพื่อปZองกันภัยคุกคามที่สำคัญ โดยพัฒนาขีดความสามารถในการรวบรวมและประเมินสถานการณG ด@านการข?าว พัฒนาและขยายเครือข?ายด@านการข?าว รวมถึงพัฒนาศักยภาพ เสริมสร@างองคGความรู@บุคลากร เพ่ือใช@ในการประเมินสถานการณGด@านการข?าวในระยะยาว (สำนักข?าวกรองแห?งชาติ เปkนหน?วยงานเจ@าภาพ) นโยบายและแผนความมั ่นคงที ่ ๑๖ การบูรณาการข#อมูลด#านความมั ่นคง มุ ?งเน@นการจัดทำ และเชื่อมโยงบัญชีข@อมูลด@านความมั่นคงขนาดใหญ?เชิงดิจิทัลให@สามารถนำไปใช@ประกอบการตัดสินใจเชิงนโยบาย ในการปZองกันและแก@ไขภัยคุกคามที่ส?งผลกระทบต?อความมั่นคงแห?งชาติ โดยบูรณาการข@อมูลด@านความมั่นคง เพื ่อประกอบการตัดสินใจเชิงนโยบาย ตลอดจนกำหนดโจทยGประเด็นความมั ่นคงและประเด็นศักยภาพ ความมั่นคง ภายใต@นโยบายและแผนระดับชาติว?าด@วยความมั่นคงแห?งชาติ (พ.ศ. ๒๕๖๖ – ๒๕๗๐) เพื่อใช@เปkนประเด็น สำหรับการวิเคราะหGข@อมูลขนาดใหญ? (Big Data) และพัฒนากลไกการบริหารจัดการการบูรณาการข@อมูลด@านความมั่นคง ผ?านการจัดทำแผนหรือแนวทางการขับเคลื ่อนการบูรณาการข@อมูลด@านความมั่นคง และสร@างความร?วมมือ หรือความตกลงสำหรับการเชื่อมโยง แลกเปลี่ยน และแบ?งป^นข@อมูลภายในแพลตฟอรGมด@านความมั่นคงตามหน@าท่ีอำนาจ ของหน?วยงานท่ีเก่ียวข@อง (กองอำนวยการรักษาความม่ันคงภายในราชอาณาจักร เปkนหน?วยงานเจ@าภาพ) นโยบายและแผนความมั ่นคงที ่ ๑๗ การเสริมสร#างความมั ่นคงเชิงพื ้นท่ี มุ ?งเน@นการปZองกัน และแก@ไขป^ญหาความมั่นคงในพื้นที่เปZาหมายระดับตำบลเพื่อให@เกิดความมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน โดยขยายแนวคิด การพัฒนาพื้นที่เพื่อเสริมความมั่นคงของชาติ และแผนตำบล มั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน ให@เปkนรูปธรรม โดยพัฒนา คุณภาพชีวิตและเสริมสร@างภูมิคุ @มกันด@านความมั่นคงเชิงพื้นที่ให@แก?ประชาชน ด@วยการนำนโยบายและแผน ความมั ่นคงต?าง ๆ รวมถึงประเด็นความมั ่นคงในระดับพื ้นที ่ ท่ีสำคัญ อาทิ ป^ญหาทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล@อม ป^ญหาการอยู?ร?วมกันระหว?างคนกับสัตวGในพื้นที่ ความขัดแย@งทางพลังงาน อาหาร และน้ำ ไปใช@กำหนดทิศทางเพื่อแก@ไขป^ญหาให@สอดคล@องกับบริบทภัยความมั่นคงในพื้นท่ี ตลอดจนพัฒนาศักยภาพ บุคลากรผู@ปฏิบัติงานความมั่นคงในระดับพื้นที่ และเครือข?ายการเสริมสร@างความมั่นคงเชิงรุกในระดับพื้นท่ี ทั้งภาครัฐและนอกภาครัฐให@มีการแลกเปลี่ยนข@อมูล ประสานการดำเนินการ และสะท@อนความต@องการจากระดับพื้นท่ี สู?ระดับนโยบายอย?างมีประสิทธิภาพ (กองอำนวยการรักษาความม่ันคงภายในราชอาณาจักร เปkนหน?วยงานเจ@าภาพ) แนวทางการขับเคล่ือน ติดตาม ตรวจสอบ และประเมินผล การบูรณาการเพื ่อส?งเสริมความร?วมมือของทุกภาคส?วนตามแนวทางบูรณาการการทำงาน ของหน?วยงานภาครัฐให@เปkนไปในทิศทางเดียวกัน (Whole-of-Government Approach) และแนวทางบูรณาการ การทำงานที ่ทุกภาคส?วนในสังคมมีส?วนร?วม (Whole-of-Society Approach) เพื ่อเสริมสร@างความมั ่นคง แบบองคGรวม จึงกำหนดให@มีการบูรณาการทั้งในเชิงโครงสร@างและกลไก การถ?ายทอดเปZาหมายและตัวชี ้วัด ลงสู ?ระดับหน?วยงาน เพื ่อเชื ่อมโยงให@การดำเนินการมีทิศทางเชิงนโยบายและยุทธศาสตรGร?วมกัน รวมท้ัง ให@มีหน?วยงานเจ@าภาพรับผิดชอบบูรณาการขับเคลื ่อนที ่ชัดเจน โดยกลไกการบริหารจัดการมีความสำคัญ ในการขับเคลื่อนและติดตามประเมินผลนโยบายและแผนระดับชาติว?าด@วยความมั่นคงแห?งชาติ (พ.ศ. ๒๕๖๖ – ๒๕๗๐) ซึ ่งสภาความมั ่นคงแห?งชาติ ถือเปkนกลไกสูงสุดในการกํากับและติดตามการดำเนินการในภาพรวม รวมท้ัง 8 ๙ มีกลไกแผนงานยุทธศาสตรGความมั ่นคงเปkนกลไกหลักสำคัญเพื ่อผลักดันการขับเคลื ่อนให@บรรลุเปZาหมาย ตามหลักการความสัมพันธGเชิงเหตุและผล (Causal Relationship: XYZ) แบ?งออกเปkน ๓ ระดับ ดังน้ี ๑. ระดับนโยบาย กำหนดทิศทางการขับเคลื่อนนโยบายและแผนระดับชาติว?าด@วยความมั่นคงแห?งชาติ (พ.ศ. ๒๕๖๖ – ๒๕๗๐) มีสถานะแผนระดับที ่ ๒ ไปในคราวเดียวกันกับแผนแม?บทภายใต@ย ุทธศาสตรGชาติ ประเด็นความมั่นคง เพื ่อให@บรรลุเปZาหมายยุทธศาสตรGชาติด@านความมั่นคง คือ คณะกรรมการบูรณาการ ขับเคล่ือนยุทธศาสตรRชาติด#านความม่ันคง ๒. ระดับส/วนกลาง อำนวยการ ประสานงาน และกำกับเปZาหมายและตัวชี ้วัดให@สอดคล@องกับ นโยบายและแผนระดับชาติว?าด@วยความมั่นคงแห?งชาติ (พ.ศ. ๒๕๖๖ – ๒๕๗๐) โดยดำเนินการไปในคราวเดียวกัน กับการขับเคลื่อนแผนแม?บทภายใต@ยุทธศาสตรGชาติ ประเด็นความมั่นคง เพื่อรายงานต?อคณะกรรมการบูรณาการ ขับเคลื่อนยุทธศาสตรGชาติด@านความมั่นคง และสภาความมั่นคงแห?งชาติ ตามลำดับ คือ คณะกรรมการขับเคลื่อน แผนแม/บทภายใต#ยุทธศาสตรRชาติ ประเด็นความมั่นคง และนโยบายและแผนระดับชาติว/าด#วยความมั่นคงแห/งชาติ ประกอบด@วย ๕ คณะย?อย ดังน้ี ๒.๑ คณะกรรมการขับเคลื่อนแผนย/อยด#านการรักษาความสงบภายในประเทศ (เลขาธิการ กองอำนวยการรักษาความม่ันคงภายในราชอาณาจักร เปkนประธาน) ๒.๒ คณะกรรมการขับเคลื ่อนแผนย/อยด#านการปWองกันและแก#ไขปaญหาที ่มีผลกระทบต/อ ความม่ันคง (เลขาธิการกองอำนวยการรักษาความม่ันคงภายในราชอาณาจักร เปkนประธาน) ๒.๓ คณะกรรมการขับเคลื่อนแผนย/อยด#านการพัฒนาศักยภาพของประเทศให#พร#อมเผชิญ ภัยคุกคามท่ีกระทบต/อความม่ันคงของชาติ (ปลัดกระทรวงกลาโหม เปkนประธาน) ๒.๔ คณะกรรมการขับเคลื่อนแผนย/อยด#านการบูรณาการความร/วมมือด#านความมั่นคงกับ อาเซียนและนานาชาติ รวมท้ังองคRกรภาครัฐและท่ีมิใช/ภาครัฐ (ปลัดกระทรวงการต?างประเทศ เปkนประธาน) ๒.๕ คณะกรรมการขับเคลื่อนแผนย/อยด#านการพัฒนากลไกการบริหารจัดการความมั่นคง แบบองคRรวม (เลขาธิการสภาความม่ันคงแห?งชาติ เปkนประธาน) ๓. ระดับพื ้นท่ี ให@ความสำคัญกับการขับเคลื ่อนที ่เก ี ่ยวข@องกับกลไกการบริหารแผนพัฒนา ในระดับพื้นที่ ตามกฎหมายว?าด@วยการบริหารงานเชิงพื้นที่แบบบูรณาการ โดยมีหน?วยงาน/กลไกที่รับผิดชอบ ได@แก? กระทรวงมหาดไทย คณะกรรมการบริหารงานจังหวัดแบบบูรณาการ (ก.บ.จ.) และคณะอนุกรรมการ จัดทำแผนงานด@านความม่ันคงจังหวัด หน?วยงานเจ@าภาพบูรณาการขับเคลื่อนจำเปkนต@องติดตามและประเมินผลในขั้นต@น ทั้งรอบ ๖ เดือน และรายปe ตามที่หน?วยงานที่เกี่ยวข@องดำเนินการตามแผน/ภารกิจ ๑๗ นโยบายและแผนความมั่นคง โดยมีกลไก การบริหารจัดการ ทั้งในระดับนโยบาย ระดับส?วนกลาง และระดับพื้นที่ เร?งรัดติดตาม ตรวจสอบ และประเมินผล เพ่ือเสนอสภาความม่ันคงแห?งชาติ เพ่ือกำกับและติดตามการดำเนินการในภาพรวม หรือพิจารณาทบทวน ปรับปรุง และพัฒนากระบวนการดำเนินงานให@เหมาะสมและมีประสิทธิภาพต?อไป 9 ๑๐ ป^จจัยแห?งความสำเร็จขึ้นอยู?กับการที่รัฐบาลให@ความสำคัญและสนับสนุนการดำเนินการ หน?วยงาน ที่เกี่ยวข@องในทุกระดับรับรู@และเข@าใจเกี่ยวกับการดำเนินการและขับเคลื่อน การถ?ายทอดเปZาหมายและตัวชี้วัด ไปสู?การจัดทำแผนระดับที่ ๓ หน?วยงานที่เกี ่ยวข@องมีความพร@อมด@านทรัพยากรสามารถปรับปรุงและพัฒนา การบริหารจัดการตามภารกิจที่รับผิดชอบให@สอดคล@องกับแนวทางที่กำหนด การพิจารณาจัดสรรงบประมาณ ให@หน?วยงานของรัฐ การบูรณาการการทำงานของทุกภาคส?วน ตลอดจนการขับเคลื ่อนไปสู ?การปฏิบัติ ได@อย?างมีประสิทธิภาพ 10 ๑๑ ส"วนที่ ๑ ความสำคัญและสถานะ ของนโยบายและแผนระดับชาติ ว;าด<วยความมั่นคงแห;งชาติ (พ.ศ. ๒๕๖๖ – ๒๕๗๐) 11 ๑๒ 12 ๑๓ ๑. ความนำ นโยบายและแผนระดับชาติว?าด@วยความมั่นคงแห?งชาติ (พ.ศ. ๒๕๖๖ – ๒๕๗๐) เปkนแผนระดับที่ ๒ โดยมีกรอบระยะเวลาดำเนินการ ๕ ปe ครอบคลุมปeงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๖ – ๒๕๗๐ รองรับการถ?ายทอด แผนระดับที่ ๑ ยุทธศาสตรGชาติด@านความมั่นคง และเชื่อมโยงให@มีการขับเคลื่อนไปสู?การปฏิบัติผ?านแผนระดับที่ ๓ เพื่อให@เปkนกรอบทิศทางในการปZองกัน แจ@งเตือน แก@ไข หรือระงับยับยั้งภัยคุกคามเพื่อธำรงไว@ซึ่งความมั่นคงแห?งชาติ และรักษาผลประโยชนGแห?งชาติอันเปkนเปZาหมายสูงสุดของประเทศ ซึ ่งนโยบายและแผนระดับชาติว?าด@วย ความมั่นคงแห?งชาติฉบับนี้ให@ความสำคัญกับการขับเคลื่อนกรอบแนวคิดความมั่นคงแบบองคGรวม มุ?งเน@นการกำหนด นโยบายและแผนการขับเคลื่อนงานด@านความมั่นคงให@สอดคล@องในทิศทางเดียวกัน โดยมิได@จำกัดเฉพาะความมั่นคง ของรัฐ แต?ให@หมายรวมถึงความมั่นคงของมนุษยG และความมั่นคงระหว?างประเทศ จึงจำเปkนต@องมีกรอบทิศทาง ให@สามารถบริหารจัดการความเสี ่ยงภัยคุกคามสำคัญที ่จำเปkนต@องเร?งปZองกันและแก@ไขได@อย?างทันท?วงที โดยใช@กระบวนการเสริมสร@างการมีส?วนร?วมของทุกภาคส?วน เพื่อให@ประเทศมีเสถียรภาพ ประชาชนอยู?ดีมีสุข และมีศักยภาพบริหารจัดการความม่ันคงแบบองคGรวม และรักษาไว@ซ่ึงผลประโยชนGแห?งชาติอย?างย่ังยืน ๒. ผลการดำเนินการขับเคลื่อนนโยบายและแผนระดับชาติว:าด,วยความม่ันคงแห:งชาติในห,วงที่ผ:านมา การขับเคลื่อนภารกิจความมั่นคงของประเทศเปkนการดำเนินการภายใต@แผนระดับที่ ๑ ยุทธศาสตรGชาติ ด@านความมั่นคง โดยมีแผนระดับที่ ๒ แผนแม?บทภายใต@ยุทธศาสตรGชาติ ประเด็นความมั่นคง และ นโยบายและแผน ระดับชาติว?าด@วยความมั่นคงแห?งชาติ เปkนกรอบแนวทางหลักที่ขับเคลื่อนไปในคราวเดียวกัน ทำให@ผลการดำเนินการ ขับเคลื่อนนโยบายและแผนระดับชาติว?าด@วยความมั่นคงแห?งชาติในห@วงที่ผ?านมามีความเชื่อมโยงกับการขับเคลื่อน แผนแม?บทภายใต@ยุทธศาสตรGชาติ ประเด็นความม่ันคง โดยมีผลสัมฤทธ์ิและข@อจำกัด ดังน้ี ๒.๑ ผลสัมฤทธ์ิ ในภาพรวมพบว?าสถานการณGป^ญหาความมั่นคงคลี่คลายไปในทิศทางที่ดีขึ้น โดยหน?วยงาน ของรัฐร?วมกับภาคส?วนที่เกี ่ยวข@องได@ขับเคลื ่อนการดำเนินการให@สอดคล@องกับเปZาหมายของแผนแม?บทภายใต@ ยุทธศาสตรGชาติ ประเด็นความมั่นคง และนโยบายและแผนระดับชาติว?าด@วยความมั่นคงแห?งชาติ (พ.ศ. ๒๕๖๒ – ๒๕๖๕) ซึ่งผลสัมฤทธ์ิการดำเนินการปZองกันและแก@ไขป^ญหาความมั่นคงพิจารณาได@จากประเด็นความมั่นคงที่สะท@อน การเปลี่ยนแปลงอย?างชัดเจนและเปkนไปตามเปZาหมายที่กำหนดไว@ในนโยบายและแผนระดับชาติว?าด@วยความมั่นคง แห?งชาติ (พ.ศ. ๒๕๖๒ – ๒๕๖๕) ดังน้ี ๒.๑.๑ การปWองกันและแก#ไขปaญหาในพื้นที่จังหวัดชายแดนใต# เหตุการณGความรุนแรงมีแนวโน@ม ลดลงอย?างต?อเนื่อง แม@ว?าปe ๒๕๖๔ จะมีเหตุการณGความรุนแรงเพิ่มขึ้นจากปe ๒๕๖๓ แต?ยังคงอยู?ในเปZาหมาย โดยเฉลี่ย คือ ลดลงร@อยละ ๒๐ ต?อปe เมื่อเทียบจากปeฐาน ๒๕๖๑ สถิติการเสียชีวิตมีจำนวน ๔๐ คน ลดลงจาก ปe ๒๕๖๓ (๖๖ คน) คิดเปkนร@อยละ ๔๒.๔๒ ดังนั้นการรักษาความปลอดภัยจึงยังคงเปkนแนวทางหลักที่ต@องให@ ความสำคัญอย?างต?อเน่ือง อย?างไรก็ตาม การดำเนินการระยะต?อไปจำเปkนต@องมุ?งเน@นแนวทางการสร@างความเช่ือม่ัน และลดความหวาดระแวง รวมถึงเร?งฟáàนฟูเศรษฐกิจ และส?งเสริมศักยภาพพ้ืนท่ีจังหวัดชายแดนภาคใต@ เพ่ือยกระดับ ความเปkนอยู?ของประชาชนในพื้นที่ อันจะเปkนรากฐานที่ทำให@พื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต@มีความสันติสุขภายใต@ สังคมพหุวัฒนธรรม 13 ๑๔ ๒.๑.๒ การรักษาความมั่นคงและผลประโยชนRของชาติพื้นที่ชายแดน มีความมั่นคง ปลอดภัย และสามารถ พัฒนาระบบสัญจรข@ามแดน และการจัดการพื้นที่ชายแดนเพื่อรองรับเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษ โดยมีการพิจารณา การเปÜด – ระงับ หรือปÜดจุดผ?านแดนประเภทต?าง ๆ การพัฒนาระบบการแจ@งเตือนภัยความมั่นคงและจัดระเบียบ พื้นที่ที่มีเงื่อนไขของป^ญหาความมั่นคง การเพิ่มประสิทธิภาพบริการออกบัตรผ?านแดนด@วยระบบอิเล็กทรอนิกสG (E-Border Pass) ซึ ่งใช@เพียงบัตรประชาชนหรือเลขประจำตัวประชาชน ๑๓ หลัก ให@สามารถจัดทำหนังสือ ผ?านแดนชั่วคราวได@อย?างรวดเร็ว การพัฒนาด?านเขตเศรษฐกิจพิเศษเพ่ือเพ่ิมมูลค?าการลงทุน ตลอดจนการยกระดับ คุณภาพมาตรฐานสินค@าเกษตรเพ่ือตรวจสอบ ปZองกัน เฝZาระวังการนำเข@าส?งออก และนำผ?านสัตวGน้ำหรือผลิตภัณฑG สัตวGน้ำให@มีคุณภาพมาตรฐานผ?านจุดผ?านแดน ๒.๑.๓ การรักษาความมั่นคงและผลประโยชนRของชาติทางทะเล สามารถปกปZอง รักษา และแสวงหา ผลประโยชนGของชาติทางทะเลได@อย?างสมดุลและยั่งยืน โดยมีการจัดตั้งและพัฒนาประสิทธิภาพการดำเนินงาน ของศูนยGอำนวยการรักษาผลประโยชนGของชาติทางทะเล ตามพระราชบัญญัติการรักษาผลประโยชนGของชาติ ทางทะเล พ.ศ. ๒๕๖๒ การกำหนดและปรับปรุงพื้นที่เขตการปกครองของจังหวัดทางทะเล การอนุวัติกฎหมาย ตามอนุสัญญาสหประชาชาติว?าด@วยกฎหมายทะเล ค.ศ. ๑๙๘๒ ตลอดจนการเสริมสร@างองคGความรู@ทางทะเล และศึกษารูปแบบการจัดต้ังองคGกรจัดการความรู@ทางทะเล ๒.๑.๔ การบริหารจัดการผู#หลบหนีเข#าเมือง มีการขับเคลื่อนผ?านกลไกการหารือเพื่อแก@ไขป^ญหา ผู@หนีภัยการสู@รบจากเมียนมา การศึกษาแนวทางการแก@ไขป^ญหาผู@หลบหนีเข@าเมืองกรณีกลุ?มผู@มีป^ญหาสถานะ และสิทธิของบุคคล การจัดทำหลักเกณฑGสถานะและสิทธิของบุคคลที่เข@ามาและอาศัยอยู?มานาน รวมถึงในปe ๒๕๖๔ จำนวนแรงงานต?างด@าวและแรงงานไทยที่ได@รับการคุ@มครองตามกฎหมายและมาตรฐานสากลเพิ่มขึ้น คิดเปkน ร@อยละ ๕๙.๗๗ ของแรงงานท้ังหมด ๒.๑.๕ การปWองกัน ปราบปราม และแก#ไขปaญหายาเสพติด มีแนวโน@มในระดับที่ดีขึ้นจากการยึด และอายัดทรัพยGสินเครือข?ายยาเสพติดรายสำคัญ การสร@างพื้นที่ปลอดภัยจากยาเสพติดให@มีศักยภาพในการลด อุปสงคGยาเสพติด โดยในปe ๒๕๖๔ เพิ่มขึ้นคิดเปkนร@อยละ ๙๐.๔๙ ของเปZาหมายในพื้นที่ท่ีมีป^ญหาการแพร?ระบาด ของยาเสพติด ผู@ป°วยยาเสพติดที่เข@าสู?กระบวนการบำบัดรักษาได@รับการดูแลอย?างมีคุณภาพอย?างต?อเนื่องจนถึง การติดตาม (Retention Rate) นอกจากน้ี ได@มีการตราประมวลกฎหมายยาเสพติด เพื่อให@การบังคับใช@กฎหมาย มีประสิทธิภาพมากขึ ้น รวมทั้งกำหนดให@มีระบบอนุญาตเพื ่อให@การควบคุมและการใช@ประโยชนGยาเสพติด ในทางการแพทยG วิทยาศาสตรG และอุตสาหกรรม พร@อมทั้งปZองกันการแพร?กระจายยาเสพติดและการใช@ยาเสพติด ในทางที่ไม?ถูกต@องอันจะนำไปสู?การเสพติดยาเสพติด ซึ่งเปkนการบั่นทอนสุขภาพของประชาชน โดยเฉพาะอย?างย่ิง การแพร?กระจายยาเสพติดเข@าสู?กลุ?มเยาวชน ซ่ึงเปkนกำลังสำคัญในการพัฒนาประเทศ ๒.๑.๖ การพัฒนาระบบข/าวกรองแห/งชาติ ได@มีการตราพระราชบัญญัติข?าวกรองแห?งชาติ พ.ศ. ๒๕๖๒ เพื่อเสริมสร@างสภาวะแวดล@อมให@เอื้อต?อการปฏิบัติการข?าวกรองของชาติ เพิ่มขีดความสามารถในการปฏิบัติงาน ของเจ@าหน@าท่ี และทำให@ภารกิจของรัฐด@านกิจการการข?าวกรองมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น สามารถรองรับสถานการณG ภัยคุกคามความมั่นคงทุกรูปแบบได@อย?างเหมาะสมและทันท?วงที เพื่อรักษาความมั่นคงและผลประโยชนGแห?งชาติ นอกจากน้ี หน?วยงานด@านข?าวกรองและประชาคมข?าวกรอง ได@ขยายความเชื่อมโยงระบบฐานข@อมูลด@านการข?าว 14 ๑๕ ในประชาคมข?าวกรอง ระหว?าง ๔ หน?วยงาน ได@แก? ๑) สำนักการข?าว กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร ๒) ศูนยGรักษาความปลอดภัย กองบัญชาการกองทัพไทย ๓) กองบัญชาการตำรวจสันติบาล สำนักงานตำรวจแห?งชาติ และ ๔) หน?วยข?าวกรองทางทหาร กองทัพบก ๒.๒ ข#อจำกัด การขับเคลื่อนนโยบายและแผนระดับชาติว?าด@วยความมั่นคงแห?งชาติในระยะที่ผ?านมา มีข@อจำกัดสำคัญท่ีส?งผลต?อการบรรลุผลสัมฤทธ์ิตามเปZาหมายในภาพรวม ๔ ประการ ดังน้ี ๒.๒.๑ การแปลงนโยบายและแผนระดับชาติว/าด#วยความมั ่นคงแห/งชาติไปสู /การปฏิบัติ พบป^ญหาและข@อจำกัดที่เกิดจากหลายป^จจัย ประกอบด@วย ๑) การรับรู@และความเข@าใจเกี่ยวกับความเชื่อมโยง และความประสานสอดคล@องของนโยบายและแผนระดับชาติว?าด@วยความมั่นคงแห?งชาติภายใต@ระบบยุทธศาสตรGชาติ ๒) กรอบทิศทางและแนวทางการขับเคลื่อนมีความคล@ายคลึงกับแผนแม?บทภายใต@ยุทธศาสตรGชาติ ประเด็นความมั่นคง และประเด็นการต?างประเทศ ๓) การบูรณาการการทำงานระหว?างหน?วยงานที่เกี่ยวข@อง ๔) หน?วยปฏิบัติมีความรู@ ความเข@าใจเฉพาะเปZาหมายตามภารกิจท่ีรับผิดชอบแต?ยังไม?สามารถเช่ือมโยงไปยังเปZาหมายร?วมให@สามารถสะท@อน ความมั่นคงแบบองคGรวมของประเทศได@ ๕) ความไม?ชัดเจนของเปZาหมายและตัวชี้วัดในการวัดผลเชิงค?าเปZาหมาย รายปeและผลสัมฤทธิ์ ๕ ปe จึงทำให@หน?วยงานที่เกี่ยวข@องไม?สามารถถ?ายทอดไปสู?การปฏิบัติผ?านแผนระดับที่ ๓ โดยเฉพาะความเชื่อมโยงแผนด@านความมั่นคงเฉพาะเรื่องตามกรอบทิศทางที่กำหนดไว@ รวมทั้งการจัดทำแผนงาน โครงการ และงบประมาณไม?สะท@อนตามหลักการความสัมพันธGเชิงเหตุและผล (Causal Relationship: XYZ) ๖) การกำหนดกลยุทธGบางประเด็นความมั่นคงมุ?งเน@นเฉพาะการปZองกันและแก@ไขป^ญหาผ?านการบริหารจัดการ ของหน?วยงานส?วนกลางเท?านั้น แต?ยังไม?ลงไปสู?การปฏิบัติในระดับพื้นที่ และ ๗) การใช@ประโยชนGจากการเชื่อมโยง ข@อมูลด@านความมั ่นคงระหว?างหน?วยงานยังมีอย?างจำกัดอันเกิดจากยังไม?มีระบบนวัตกรรมและเทคโนโลยี ในการประมวลผลการดำเนินการ ๒.๒.๒ การกำหนดขอบเขตและจัดลำดับความสำคัญประเด็นความมั่นคง ป^จจุบันภัยคุกคาม มีความซับซ@อนและเชื่อมโยงกับมิติต?าง ๆ ทั้งเศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรม และเทคโนโลยีสารสนเทศ ทำให@ประเด็น ความมั่นคงมีความเหลื่อมซ@อนกับมิติการพัฒนา ส?งผลให@การดำเนินการมีความซ้ำซ@อนในการชี้ชัดเพื่อตีความ ขอบเขตประเด็นความมั่นคงกับมิติการพัฒนาให@เปkนระบบ ประกอบกับการจัดทำนโยบายและแผนระดับชาติ ว?าด@วยความมั่นคงแห?งชาติที่ผ?านมายังไม?มีแนวทางการจัดลำดับความสำคัญของภัยคุกคามที่ส?งผลกระทบต?อ ความมั่นคงตามหลักวิชาการอย?างชัดเจน รวมถึงบริบทความมั่นคงมีแนวโน@มเข@าสู?ภาวะ VUCA ที่มีความผันผวน (Volatility) ความไม?แน?นอน (Uncertainty) ความซับซ@อน (Complexity) และความคลุมเครือ (Ambiguity) ที่ทวีความรุนแรงมากขึ้น จึงทำให@มีความจำเปkนในการกำหนดทิศทางการขับเคลื่อนประเด็นที่มีความสำคัญเร?งด?วน และให@ความสำคัญกับการวัดผลเชิงผลสัมฤทธ์ิท่ีใช@เครื่องมือตามหลักวิชาการ รวมทั้งการอ@างอิงข@อมูลเชิงสถิติ และหลักฐานเชิงประจักษG เพ่ือให@สามารถระบุแนวโน@มและผลกระทบได@อย?างชัดเจน ๒.๒.๓ บทบาทของหน/วยงานเจ#าภาพรับผิดชอบบูรณาการขับเคลื่อน พบป^ญหาความไม?ชัดเจน ของบทบาทและความรับผิดชอบของหน?วยงานเจ@าภาพฯ ในการขับเคลื่อนทิศทางให@เปkนไปตามเปZาหมายที่กำหนด และมองเปZาหมายไปในทิศทางในภาพรวมให@เปkนระบบเดียวกัน รวมถึงการขับเคลื่อนและติดตามประเมินผล 15 ๑๖ ยังไม?สามารถผลักดันให@หน?วยงานเจ@าภาพฯ สามารถบูรณาการขับเคล่ือนในแต?ละประเด็นท่ีรับผิดชอบ และสรุปผล การดำเนินงานตามท่ีกำหนดไว@ในป^จจัยแห?งความสำเร็จ โดยหน?วยงานเจ@าภาพฯ ทำหน@าที่ได@เพียงจัดการประชุม ปรึกษาหารือระหว?างหน?วยงาน เพ่ือประสานภารกิจและบูรณาการการทำงานท่ีคาบเก่ียวกัน ๒.๒.๔ ผลสืบเนื่องจากสถานการณRแพร/ระบาดของโรคโควิด-19 ได@ส?งผลกระทบอย?างรุนแรงทั่วโลก และนำมาซึ่งการเปลี่ยนแปลงฉากทัศนGของการปZองกันและแก@ไขป^ญหาความมั่นคงที่เชื ่อมโยงกับการเผชิญ ภัยคุกคามในรูปแบบผสมผสานมากขึ้น ประเทศไทยจำเปkนต@องรับมือและแก@ไขวิกฤตการณGดังกล?าวที่ส?งผลต?อ การเปลี ่ยนแปลงวิถีชีวิตของประชาชนและการบริหารจัดการภาครัฐ ทำให@การขับเคลื ่อนการดำเนินงาน ในภาพรวมที ่ผ?านมาจำเปkนต@องทุ ?มเททรัพยากรและสรรพกำลังในการแก@ไขวิกฤตการณGดังกล?าวโดยเร็ว ซึ่งย?อมส?งผลต?อเปZาหมายการดำเนินงานประเด็นความมั่นคงอื่น ๆ ที่กำหนดไว@ในนโยบายและแผนระดับชาติ ว?าด@วยความมั่นคงแห?งชาติ (พ.ศ. ๒๕๖๒ – ๒๕๖๕) ทำให@หน?วยงานของรัฐที่รับผิดชอบงานด@านความมั่นคง จำเปkนต@องทบทวน ปรับปรุง และพัฒนาการดำเนินงานให@สอดคล@องกับพลวัตการเปลี่ยนแปลงของบริบทความมั่นคง รวมทั้งการพัฒนาศักยภาพและขีดความสามารถในการพลิกฟáàนจากวิกฤตการณGการแพร?ระบาดของโรคโควิด-19 ภายใต@การบริหารจัดการทรัพยากรท่ีมีอยู?อย?างจำกัดให@เกิดประสิทธิภาพสูงสุด ๓. การกำหนดผลประโยชนTแห:งชาติและความมั่นคงแห:งชาต ิ ๓.๑ ผลประโยชนRแห/งชาติ เปZาหมายสูงสุดของนโยบายและแผนระดับชาติว?าด@วยความมั่นคงแห?งชาติ (พ.ศ. ๒๕๖๖ – ๒๕๗๐) ให@ความสำคัญกับการรักษาไว@ซึ่งผลประโยชนGแห?งชาติที่กำหนดไว@แล@วในยุทธศาสตรGชาติ (พ.ศ. ๒๕๖๑ – ๒๕๘๐) อันได@แก? การมีเอกราช อธิปไตย การดำรงอยู?อย?างมั่นคง และยั่งยืนของสถาบันหลักของชาติและประชาชน จากภัยคุกคามทุกรูปแบบ การอยู?ร?วมกันในชาติอย?างสันติสุขเปkนปãกแผ?น มีความมั่นคงทางสังคมท?ามกลางพหุสังคม และการมีเกียรติและศักดิ์ศรีของความเปkนมนุษยG ความเจริญเติบโตของชาติ ความเปkนธรรมและความอยู?ดีมีสุข ของประชาชน ความยั ่งยืนของฐานทรัพยากรธรรมชาติสิ ่งแวดล@อม ความมั ่นคงทางพลังงานและอาหาร ความสามารถในการรักษาผลประโยชนGของชาติภายใต@การเปลี่ยนแปลงของสภาวะแวดล@อมระหว?างประเทศ และการอยู?ร?วมกันอย?างสันติประสานสอดคล@องกันด@านความมั่นคงในประชาคมอาเซียนและประชาคมโลก อย?างมีเกียรติและศักด์ิศรี ๓.๒ ความม่ันคงแห/งชาติ ๓.๒.๑ นิยาม “ความม่ันคงแห/งชาติ” พระราชบัญญัติสภาความมั่นคงแห/งชาติ พ.ศ. ๒๕๕๙ บัญญัติว?า ภาวะที่ประเทศปลอดจาก ภัยคุกคามต?อเอกราช อธิปไตย บูรณภาพแห?งอาณาเขต สถาบันศาสนา สถาบันพระมหากษัตริยG ความปลอดภัย ของประชาชน การดำรงชีวิตโดยปกติสุขของประชาชน หรือที่กระทบต?อผลประโยชนGแห?งชาติหรือการปกครอง ระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริยGทรงเปkนประมุข รวมทั้งความพร@อมของประเทศที่จะเผชิญสถานการณGต?าง ๆ อันเกิดจากภัยคุกคามทุกรูปแบบ 16 ๑๗ ยุทธศาสตรRชาติ (พ.ศ. ๒๕๖๑ – ๒๕๘๐) ให@ความสำคัญกับการมีความมั่นคงปลอดภัย จากภัยและการเปลี่ยนแปลงทั้งภายในประเทศและภายนอกประเทศในทุกระดับ ทั้งระดับประเทศ สังคม ชุมชน ครัวเรือน และป^จเจกบุคคล และมีความมั่นคงในทุกมิติ ทั ้งมิติทางการทหาร เศรษฐกิจ สังคม สิ ่งแวดล@อม และการเมือง ๓.๒.๒ หลักเกณฑRการพิจารณาขอบเขต “ความม่ันคงแห/งชาติ” ๑) ป̂ญหาหรือสถานการณGท่ีมีความรุนแรงส?งผลต?อการรักษาผลประโยชนGแห?งชาติ ๒) ป^ญหาหรือสถานการณGที่มีความสลับซับซ@อน ยากต?อการแก@ไขจากหน?วยงานใดหน?วยงานหน่ึง และมีแนวโน@มนำไปสู?วิกฤตการณGของประเทศ ๓) ป̂ญหาหรือสถานการณGท่ีส?งผลกระทบต?อความสงบสุขเรียบร@อยของประชาชนในวงกว@าง ๔) ความจำเปkนต@องเพิ่มศักยภาพในการบูรณาการและระดมสรรพกำลังมากกว?า ๑ หน?วยงาน เพื่อบริหารจัดการความเสี่ยงภัยคุกคามที่ส?งผลต?อความมั่นคงแห?งชาติ และเสริมสร@างโอกาสในการพัฒนาขีดความสามารถ เพ่ือเสริมสร@างกำลังอำนาจของชาติ ๔. หลักการ สถานะ และความสำคัญ ๔.๑ กฎหมายท่ีเก่ียวข#อง รัฐธรรมนูญแห/งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. ๒๕๖๐ กำหนดให@รัฐต@องพิทักษGรักษาไว@ซึ่งสถาบันพระมหากษัตริยG เอกราช อธิปไตย บูรณภาพแห?งอาณาเขตและเขตที่ประเทศไทยมีสิทธิอธิปไตย เกียรติภูมิและผลประโยชนGของชาติ ความมั่นคงของรัฐและความสงบเรียบร@อยของประชาชน เพื่อประโยชนGแห?งการนี้ รัฐต@องจัดให@มีการทหาร การทูตและการข?าวกรองที่มีประสิทธิภาพ กําลังทหารให@ใช@เพื่อประโยชนGในการพัฒนาประเทศด@วย ตลอดจน กำหนดให@รัฐพึงจัดให@มียุทธศาสตรGชาติเปkนเปZาหมายการพัฒนาประเทศอย?างย่ังยืนตามหลักธรรมาภิบาล เพื่อใช@เปkนกรอบในการจัดทำแผนต?าง ๆ และกรอบงบประมาณรายจ?ายประจำปeให@สอดคล@องและบูรณาการกัน เพื่อให@เกิดเปkนพลังผลักดันร?วมกัน ไปสู?เปZาหมายการพัฒนาประเทศที่กำหนดไว@ในยุทธศาสตรGชาติ ประกอบกับ พระราชบัญญัติการจัดทำยุทธศาสตรRชาติ พ.ศ. ๒๕๖๐ มีหลักการให@การกำหนดนโยบายและแผนระดับชาติ ว?าด@วยความมั ่นคงแห?งชาติ ต@องสอดคล@องกับยุทธศาสตรGชาติ ซึ ่งการจัดทำนโยบายและแผนระดับชาติ ว/าด#วยความมั่นคงแห/งชาติเปsนไปตามพระราชบัญญัติสภาความมั่นคงแห/งชาติ พ.ศ. ๒๕๕๙ เพื่อให@เปkนกรอบ หรือทิศทางในการดำเนินการปZองกัน แจ@งเตือน แก@ไข หรือระงับยับยั้งภัยคุกคามในการธำรงไว@ซึ่งความมั่นคงแห?งชาติ ซึ่งต@องมีสาระครอบคลุมถึงนโยบายภายในประเทศ นโยบายต?างประเทศ และนโยบายการทหารกับการเศรษฐกิจ และอื่น ๆ อันเกี่ยวกับความมั่นคงแห?งชาติให@สอดคล@องต@องกัน เพื่อให@กิจการของหน?วยงานของรัฐสามารถ ประสานกันได@อย?างใกล@ชิดเปkนผลดีต?อความม่ันคงของชาติ ๔.๒ สถานะ นโยบายและแผนระดับชาติว?าด@วยความมั่นคงแห?งชาติ (พ.ศ. ๒๕๖๖ – ๒๕๗๐) ทำหน@าที่เปkน แผนระดับที่ ๒ ระบุทิศทางและเปZาหมายความมั่นคงที่ประเทศควรให@ความสำคัญและมุ?งดำเนินการให@เห็น ผลสัมฤทธิ์ในห@วงเวลาของแผนระยะ ๕ ปe โดยถ?ายทอดแผนระดับที่ ๑ ยุทธศาสตรRชาติด#านความมั่นคง ให@บรรลุ 17 ๑๘ เปZาหมายในภาพรวม “ประเทศชาติมั่นคง ประชาชนมีความสุข” ควบคู?กับเชื่อมโยงและประสานสอดคล@องกับ แผนระดับที ่ ๒ ที ่เกี ่ยวข@องอันเปkนกลไกสำคัญในการถ?ายทอดแนวทางการขับเคลื ่อนประเทศในมิติต?าง ๆ ของยุทธศาสตรGชาติไปสู?การปฏิบัติ ซึ่งประกอบด@วย แผนแม/บทภายใต#ยุทธศาสตรRชาติ ทำหน@าที่ในการถ?ายทอด เปZาหมายและประเด็นยุทธศาสตรGของยุทธศาสตรGชาติลงสู?แผนระดับต?าง ๆ โดยคำนึงถึงประเด็นร?วมหรือประเด็น ตัดข@ามระหว?างยุทธศาสตรGและการประสานเชื่อมโยงเปZาหมายของแต?ละแผนแม?บทภายใต@ยุทธศาสตรGชาติ ให@มีความสอดคล@องไปในทิศทางเดียวกัน ในที่นี ้มุ ?งเน@นความเชื ่อมโยงกับประเด็นความมั่นคง และประเด็น การต?างประเทศ แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห/งชาติ เปkนแผนระบุทิศทางและเปZาหมายการพัฒนาที่ประเทศ ควรให@ความสำคัญและมุ?งดำเนินการท่ีคำนึงถึงพลวัตและเงื่อนไขการพัฒนาที่ประเทศเผชิญอยู?ในมิติด@านเศรษฐกิจ มิติด@านสังคมและทรัพยากรมนุษยG มิติด@านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล@อม และมิติด@านการบริหารจัดการภาครัฐ ทั ้งน้ี ประเด็นการพัฒนาสำคัญนอกเหนือจากที ่ระบุในนโยบายและแผนระดับชาติว?าด@วยความมั ่นคงแห?งชาติ (พ.ศ. ๒๕๖๖ – ๒๕๗๐) จะยังคงได@รับการเน@นย้ำให@ความสำคัญและดูแลขับเคลื่อนผ?านแผนระดับท่ี ๒ อื่น ๆ ที่อยู?ในระนาบเดียวกัน และร?วมกันถ?ายทอดยุทธศาสตรGชาติไปสู?การปฏิบัติในแผนระดับท่ี ๓ ทำหน@าที่เปkน แผนเชิงปฏิบัติที่ระบุการดำเนินงานภายใต@แผนงาน/โครงการที่มีความชัดเจนตามภารกิจของหน?วยงานของรัฐ เพื่อสนับสนุนให@แผนระดับท่ี ๒ และยุทธศาสตรGชาติบรรลุเปZาหมายที่กำหนดไว@บนความสอดคล@องเชื่อมโยงกัน ของแผนทุกระดับ การกำหนดกรอบทิศทางและการขับเคลื่อนนโยบายและแผนระดับชาติว?าด@วยความมั่นคงแห?งชาติ (พ.ศ. ๒๕๖๖ – ๒๕๗๐) มีความแตกต?างจากแผนแม?บทภายใต@ยุทธศาสตรGชาติ ประเด็นความมั่นคง ซึ่งเปkน แผนระยะยาว ๒๐ ปe ที่มีการกำหนดค?าเปZาหมายทุก ๕ ปe โดยให@ความสำคัญกับการกำหนดจุดเน@นและแนวทาง สำคัญเชิงลึกของเปZาหมาย ตัวชี ้วัด และกลยุทธG ตลอดจนเติมเต็มช?องว?างแนวทางการพัฒนาที่กำหนดไว@ใน แผนแม?บทภายใต@ยุทธศาสตรGชาติ ประเด็นความมั่นคง โดยเริ่มต@นจากการสังเคราะหG วิเคราะหGแนวโน@ม พร@อมท้ัง ผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงของบริบทความมั่นคงที่อาจเกิดขึ้น ทั้งภายในประเทศ ภูมิภาค และระดับโลก ควบคู?ไปกับความสำคัญของภูมิยุทธศาสตรG ภูมิรัฐศาสตรG และภูมิเศรษฐศาสตรGไทย ขีดความสามารถของประเทศ 18 ๑๙ เพื่อเสริมสร@างกำลังอำนาจของชาติ เพื่อประเมินความท@าทายและโอกาสในการเสริมสร@างความมั่นคงของประเทศ ภายใต@บริบทเงื่อนไขข@อจำกัดที่ประเทศไทยต@องเผชิญ อันเนื่องมาจากการเปลี่ยนแปลงดังกล?าว เพื่อให@หน?วยงานของรัฐ มีกรอบการจัดทำแผนระดับท่ี ๓ โดยนำเปZาหมายและตัวช้ีวัดท่ีกำหนดไว@ไปดำเนินการสู?การปฏิบัติได@อย?างสัมฤทธ์ิผล ๔.๓ ความสำคัญ ๔.๓.๑ การปรับเปลี่ยนทิศทางการวางนโยบายและแผนการขับเคลื่อนงานด#านความมั่นคง ให@เร?งปZองกันและแก@ไขเฉพาะป^ญหาความมั่นคงที่สำคัญจากการประเมินสถานการณGและแนวโน@มความเสี่ยง ในระยะ ๕ ปe จึงให@ความสำคัญกับการวางรากฐานความมั่นคงของประเทศ โดยเริ่มต@นจากหน?วยย?อยของสังคม คือ สถาบันครอบครัวและสถาบันการศึกษา รวมทั้งเพิ่มการประเมินขีดความสามารถของประเทศเพื่อเสริมสร@าง กำลังอำนาจของชาติในการกำหนดจุดยืนหรือตำแหน?งของประเทศ ตลอดจนเสริมสร@างแนวทางการพัฒนา ศักยภาพความม่ันคงของประเทศให@สามารถบริหารจัดการความเส่ียงภัยคุกคามทุกรูปแบบได@อย?างทันท?วงที ๔.๓.๒ การจัดลำดับความสำคัญของประเด็นความมั ่นคงที ่มีผลกระทบและความเสี ่ยงสูง จากบริบทและสภาพแวดล@อมทั้งภายในและภายนอกประเทศบนพื้นฐานผลประโยชนGแห?งชาติ โดยกำหนดขอบเขต และหลักเกณฑGพิจารณา “ประเด็นความมั่นคง” เพื่อตอบสนองค?าเปZาหมายที่ต@องเห็นผลสัมฤทธิ์ภายในปe ๒๕๗๐ โดยมีกระบวนการพิจารณา ดังน้ี ๑) การประเมินและวิเคราะหRสถานการณRภัยคุกคาม ท่ีส?งผลกระทบต?อความมั่นคงแห?งชาติ ของประเทศในป̂จจุบัน และแนวโน@มในอนาคตท่ีจะเกิดข้ึนในห@วงระหว?าง พ.ศ. ๒๕๖๖ – ๒๕๗๐ ๒) หลักการบริหารจัดการความเสี่ยง ผ?านวิธีการจัดลำดับจากผู@เชี่ยวชาญด@านความมั่นคง ด@วยเทคนิคเดลฟาย (Delphi Technique) โดยพิจารณาภัยคุกคามสำคัญของประเทศ และนำมาสู?การจัดลำดับ ภัยคุกคามสำคัญท่ีมีผลกระทบและความเส่ียงสูงอันจำเปkนต@องเร?งดำเนินการปZองกันและแก@ไขในระยะ ๕ ปe ๓) หลักเกณฑRการจัดเร ียงลำดับนโยบายและแผนความมั ่นคง ยึดโยงกับเปZาหมาย และแนวทางการดำเนินการในการรักษาความมั่นคงแห?งชาติ ตามพระราชบัญญัติสภาความมั่นคงแห?งชาติ พ.ศ. ๒๕๕๙ ของมาตรา ๑๔ ครอบคลุมถึงนโยบายภายในประเทศ นโยบายต?างประเทศ และนโยบายการทหาร กับการเศรษฐกิจ และอื่น ๆ อันเกี่ยวกับความมั่นคงแห?งชาติให@สอดคล@องต@องกัน เพื่อให@กิจการของหน?วยงานของรัฐ สามารถประสานกันได@อย?างใกล@ชิดเปkนผลดีต?อความม่ันคงแห?งชาติ ดังน้ี ท่ี เปWาหมายและแนวทางการดำเนินการ ในการรักษาความม่ันคงแห/งชาติ นโยบายและแผนความม่ันคง ๑. การเสริมสร#างความม่ันคงของสถาบันหลักของชาติ และการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมี พระมหากษัตริยRทรงเปsนประมุข นโยบายและแผนความม่ันคงท่ี ๑ การเสริมสร@างความม่ันคงของสถาบันหลักของชาติ ๒. การปกปWองและรักษาผลประโยชนRแห/งชาติ โดยเรียงลำดับจากผลประโยชนGแห?งชาติท่ีกำหนด ไว@แล@วในยุทธศาสตรGชาติ (พ.ศ. ๒๕๖๑ – ๒๕๘๐) 19 ๒๐ ท่ี เปWาหมายและแนวทางการดำเนินการ ในการรักษาความม่ันคงแห/งชาติ นโยบายและแผนความม่ันคง • การมีเอกราช อธิปไตย การดำรงอยู?อย?างม่ันคง และย่ังยืนของสถาบันหลักของชาติ และประชาชนจากภัยคุกคามทุกรูปแบบ การอยู?ร?วมกันในชาติอย?างสันติสุขเปkนปãกแผ?น มีความม่ันคงทางสังคมท?ามกลางพหุสังคม • การมีเกียรติและศักด์ิศรีของความเปkนมนุษยG • ความเจริญเติบโตของชาติความเปkนธรรม และความอยู?ดีมีสุขของประชาชน • ความสามารถในการรักษาผลประโยชนGของชาติ ภายใต@การเปล่ียนแปลงของสภาวะแวดล@อม ระหว?างประเทศ และการอยู?ร?วมกันอย?างสันติ ประสานสอดคล@องกันด@านความม่ันคง นโยบายและแผนความม่ันคงท่ี ๒ การปกปZองอธิปไตยและผลประโยชนGของชาติ และการพัฒนาศักยภาพการปZองกันประเทศ นโยบายและแผนความม่ันคงท่ี ๓ การรักษาความม่ันคงและผลประโยชนGของชาติ พ้ืนท่ีชายแดน นโยบายและแผนความม่ันคงท่ี ๔ การรักษาความม่ันคงและผลประโยชนGของชาติทางทะเล นโยบายและแผนความม่ันคงท่ี ๕ การปZองกันและแก@ไขป̂ญหาจังหวัดชายแดนภาคใต@ นโยบายและแผนความม่ันคงท่ี ๖ การบริหารจัดการผู@หลบหนีเข@าเมือง และผู@โยกย@ายถ่ินฐานแบบไม?ปกติ นโยบายและแผนความม่ันคงท่ี ๗ การปZองกันและแก@ไขป̂ญหาการค@ามนุษยG นโยบายและแผนความม่ันคงท่ี ๘ การปZองกัน ปราบปราม และแก@ไขป̂ญหายาเสพติด นโยบายและแผนความม่ันคงท่ี ๙ การปZองกันและบรรเทาสาธารณภัย นโยบายและแผนความม่ันคงท่ี ๑๐ การปZองกันและแก@ไขป̂ญหาความม่ันคงทางไซเบอรG นโยบายและแผนความม่ันคงท่ี ๑๑ การปZองกันและแก@ไขป̂ญหาการก?อการร@าย นโยบายและแผนความม่ันคงท่ี ๑๓ การบริหารจัดการภาวะฉุกเฉินด@านสาธารณสุข และโรคติดต?ออุบัติใหม? นโยบายและแผนความม่ันคงท่ี ๑๒ การสร@างดุลยภาพระหว?างประเทศ 20 ๒๑ ท่ี เปWาหมายและแนวทางการดำเนินการ ในการรักษาความม่ันคงแห/งชาติ นโยบายและแผนความม่ันคง ในประชาคมอาเซียนและประชาคมโลก อย?างมีเกียรติและศักด์ิศรี ๓. การพัฒนาระบบการเตรียมพร#อมแห/งชาติ และศักยภาพการปWองกันประเทศ นโยบายและแผนความม่ันคงท่ี ๑๔ การพัฒนาศักยภาพการเตรียมพร@อมแห?งชาติ และการบริหารจัดการวิกฤตการณGระดับชาติ นโยบายและแผนความม่ันคงท่ี ๑๕ การพัฒนาระบบข?าวกรองแห?งชาติ นโยบายและแผนความม่ันคงท่ี ๑๖ การบูรณาการข@อมูลด@านความม่ันคง ๔. การรักษาความม่ันคงภายในประเทศ และระหว/างประเทศ นโยบายและแผนความม่ันคงท่ี ๑๗ การเสริมสร@างความม่ันคงเชิงพ้ืนท่ี ๔.๓.๓ การยกระดับขีดความสามารถในการปWองกันและแก#ไขปaญหาความมั่นคง พร#อมทั้งพัฒนา ศักยภาพความมั่นคงของประเทศ เพื่อขยายผลกรอบแนวคิดความมั่นคงแบบองคRรวม โดยกำหนดจุดเน@น และแนวทางสำคัญเชิงลึกของเปZาหมาย ตัวชี้วัด และกลยุทธGให@เกิดผลสัมฤทธิ์เปkนรูปธรรมและเฉพาะเจาะจงมากข้ึน ทั้งในเชิงประสิทธิภาพและประสิทธิผล ตลอดจนการจัดหมวดหมู?เพื่อประโยชนGในการกำหนดทิศทางและวางน้ำหนัก การขับเคลื่อนตาม ๑๗ นโยบายและแผนความมั่นคง แบ?งออกเปkน ๒ หมวด ดังน้ี ๑) หมวดประเด็นความมั่นคง เปkนประเด็นภัยคุกคามท่ีมีผลกระทบและแนวโน@มความเสี่ยงสูงต?อความมั่นคงแห?งชาติและผลประโยชนGแห?งชาติ รวม ๑๓ นโยบายและแผนความมั่นคง และ ๒) หมวดประเด็นศักยภาพความมั่นคง เปkนประเด็นเพื่อเสริมสร@าง ศักยภาพและพัฒนาขีดความสามารถของประเทศในการปZองกันและแก@ไขประเด็นความมั่นคงให@มีประสิทธิภาพ มากขึ้น รวม ๔ นโยบายและแผนความมั่นคง เพื่อให@หน?วยงานของรัฐมีกรอบการจัดทำแผนระดับที่ ๓ โดยนำเปZาหมาย และตัวชี้วัดที่กำหนดไว@ไปกำหนดแผนงาน โครงการ หรือการดำเนินการของหน?วยงานต?าง ๆ ไปสู?การปฏิบัติ ได@อย?างชัดเจนและมีประสิทธิภาพมากขึ้น พร@อมทั้งเชื่อมโยงกับระบบติดตามและประเมินผลแห?งชาติ (Electronic Monitoring and Evaluation System of National Strategy and Country Reform: eMENSCR) ๔.๓.๔ กรอบทิศทางกำหนดยุทธศาสตรRการจัดสรรงบประมาณของประเทศ เพื่อให@กลไกงบประมาณ เปkนเครื่องมือสำคัญในการผลักดันนโยบายและแผนระดับชาติว?าด@วยความมั่นคงแห?งชาติ (พ.ศ. ๒๕๖๖ – ๒๕๗๐) สามารถขับเคลื่อนต?อไปได@อย?างมีประสิทธิภาพ เปkนรูปธรรม เกิดผลสัมฤทธิ์ และประโยชนGสูงสุดต?อประชาชน โดยนำเปZาหมาย ตัวชี ้ว ัด และกลยุทธGที ่ต@องการมุ ?งเน@นในแต?ละปeของ ๑๗ นโยบายและแผนความมั ่นคง ผนวกเข@ากับยุทธศาสตรGการจัดสรรงบประมาณรายจ?ายประจำปeงบประมาณ ตลอดจนเพื ่อประโยชนG ในการพิจารณาสนับสนุนงบประมาณสำหรับแผนงานหรือโครงการเกี่ยวกับความมั่นคงแห?งชาติซึ่งเปkนเรื่องสำคัญ ท่ีเก่ียวกับนโยบายและแผนระดับชาติว?าด@วยความม่ันคงแห?งชาติ 21 ๒๒ ๔.๓.๕ การแปลงนโยบายไปสู/การปฏิบัติในพื้นท่ี มุ?งเน@นให@นโยบายและแผนระดับชาติว?าด@วย ความมั่นคงแห?งชาติ (พ.ศ. ๒๕๖๖ – ๒๕๗๐) สามารถนำไปสู?การถ?ายทอดผ?านการดำเนินงานของหน?วยงานในพื้นท่ี โดยมีแผนพัฒนาในระดับพื้นที่ ซึ่งมีสถานะเปkนแผนระดับที่ ๓ เปkนจุดเชื่อมต?อยุทธศาสตรGชาติด@านความมั่นคง และแผนระดับที่ ๒ ต?าง ๆ ไปสู?การปฏิบัติในการปZองกันและแก@ไขป^ญหาความมั่นคงในพื้นที่ โดยเฉพาะการแปลง นโยบายไปสู?การปฏิบัติในพื้นที่ตำบลเปZาหมาย เพื่อขยายแนวคิดการพัฒนาพื้นที่เพื่อเสริมความมั่นคงของชาติ และแผนตำบล มั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน ให@เปkนรูปธรรม โดยมีกลไกการขับเคลื่อนในระดับพื้นท่ีวางแผนและประสาน การปฏิบัติการดำเนินการร?วมกัน ๔.๓.๖ การเข#ามามีส/วนร/วมของทุกภาคส/วนเพื ่อให#เกิดการบูรณาการการทำงานร/วมกัน ตามแนวทางบูรณาการการทำงานของหน?วยงานภาครัฐให @เป kนไปในทิศทางเด ียวกัน (Whole-of-Government Approach) และ แนวทางบูรณาการการทำงานที่ทุกภาคส?วนในสังคมมีส?วนร?วม (Whole-of-Society Approach) ที่ให@ทุกภาคส?วนในสังคม อาทิ ภาครัฐ ภาควิชาการ ภาคเอกชน ภาคประชาสังคม และภาคประชาชน ได@เข@ามา มีส?วนร?วมตลอดกระบวนการจัดทำและขับเคลื่อนนโยบายและแผนความมั่นคงด@านต?าง ๆ ให@ครอบคลุมอย?างรอบด@าน ท้ังเชิงรุกและเชิงรับ ๔.๓.๗ การใช#หลักการและเครื่องมือทางวิชาการตลอดกระบวนการจัดทำนโยบายและแผน ระดับชาติว/าด#วยความมั่นคงแห/งชาติ ประกอบด@วย ๑) การประเมินสถานการณGและบริบทความมั่นคงตามหลัก SWOT Analysis (วิเคราะหGจุดแข็ง จุดอ?อน โอกาส และผลกระทบต?อประเทศไทย) PESTEL+M (การจำแนก บริบทความมั่นคงที ่เกิดขึ ้นในแต?ละด@าน) Foresight Analysis (การประเมินแนวโน@มภัยคุกคามที่จะเกิดข้ึน ในห@วง ๕ ปeข@างหน@า) ๒) การจัดลำดับความสำคัญของประเด็นความมั่นคงที่ใช@เครื่องมือตามหลักการบริหาร ความเสี ่ยง (Risk Matrix) ๓) การตั้งเปZาหมายและวัดความสำเร็จตามหลักเปZาหมายและผลสัมฤทธิ์ที ่สำคัญ (Objectives and Key Results: OKRs) และ ๔) การขับเคลื่อนและติดตามประเมินผลตามหลักการบริหารงาน คุณภาพ (Plan Do Check Act: PDCA) 22 ๒๓ ส"วนที่ ๒ สถานการณL ผลกระทบ และแนวโน<ม การเปลี่ยนแปลงบริบทความมั่นคง ในระยะ ๕ ปR 23 ๒๔ 24 ๒๕ ๑. ความสำคัญภูมิยุทธศาสตรT ภูมิรัฐศาสตรT และภูมิเศรษฐศาสตรTไทยที่ส:งผลต:อความมั่นคงแห:งชาติ ภูมิยุทธศาสตรGของประเทศไทยพิจารณาจากสภาพที่ตั้งที่มีความสำคัญในภูมิภาค โดยอยู?กลางคาบสมุทร อินโดจีนในเอเชียตะวันออกเฉียงใต@ และบนคาบสมุทรมลายู มีความเสี่ยงภัยธรรมชาติค?อนข@างต่ำเมื่อเทียบกับ ประเทศเพื่อนบ@าน และมีพรมแดนติดกับประเทศเพื่อนบ@านมากที่สุดในภูมิภาค โดยประเทศไทยมีแนวเขตแดน ทางบกร?วมกับประเทศเพื่อนบ@าน รวมระยะทางประมาณ ๕,๖๗๑ กิโลเมตร ประกอบด@วย แนวเขตแดนระหว?าง ไทย – สาธารณรัฐแห?งสหภาพเมียนมา ประมาณ ๒,๔๐๑ กิโลเมตร แนวเขตแดนระหว?างไทย – สาธารณรัฐ ประชาธิปไตยประชาชนลาว ประมาณ ๑,๘๑๐ กิโลเมตร แนวเขตแดนระหว?างไทย – ราชอาณาจักรกัมพูชา ประมาณ ๗๙๘ กิโลเมตร และแนวเขตแดนระหว?างไทย – มาเลเซีย ประมาณ ๖๖๒ กิโลเมตร พื้นที่ส?วนใหญ?ของประเทศเปkนเนินเขาและภูเขาสูง จากตำแหน?งที่ตั้งของประเทศ ส?งผลให@ประเทศไทย มีทรัพยากรธรรมชาติที่อุดมสมบูรณG อาทิ ทรัพยากรป°าไม@ ซึ่งมีพื้นที่มากถึง ๒ ใน ๓ ของพื้นที่ประเทศ ทรัพยากรน้ำ ที่มีเพียงพอต?อการเกษตร ทรัพยากรเชื้อเพลิงและแร?ธาตุต?าง ๆ นอกจากน้ี ยังมีความหลากหลายทางชีวภาพ ของพืชและสัตวGอันเปkนรากฐานการผลิตในภาคเกษตรกรรม ทางด@านทะเล ประเทศไทยมีแผ?นดินติดกับทะเล ๒ ด@าน คือ ด@านตะวันตกติดกับทะเลอันดามัน และช?องแคบมะละกา ส?วนด@านตะวันออกติดกับอ?าวไทย โดยมีอาณาเขตทางทะเลประมาณ ๓๒๓,๔๘๘.๓๒๔ ตารางกิโลเมตร มีความยาว ชายฝ^ ≤งทะเล ๓,๐๑๐ กิโลเมตร ด@านอ?าวไทย ๑,๙๗๒.๕ กิโลเมตร และด@านอันดามัน ๑,๐๓๗.๕ กิโลเมตร โดยประกอบด@วยเขตต?าง ๆ ในทะเล ค ือ น ?านน้ำภายใน ทะเลอาณาเขต เขตต?อเน ื ่อง เขตไหล?ทวีป และเขตเศรษฐกิจจำเพาะ และเมื่อพิจารณาที่ตั้งทางภูมิศาสตรGของประเทศไทยแล@วจะเห็นได@ว?า น?านน้ำด@านตะวันออก ของประเทศไทยเปkนส?วนหนึ่งของอ?าวไทย โดยมีลักษณะเปkนทะเลกึ่งปÜด ซึ่งมีเขตทางทะเลที่ประชิดและตรงข@ามกับ กัมพูชา เวียดนาม และมาเลเซีย และเชื่อมต?อกับทะเลจีนใต@ด@านตะวันออก ในส?วนของน?านน้ำด@านตะวันตก ของประเทศไทย ตั้งแต?จังหวัดระนอง ถึงแหลมพรหมเทพ จังหวัดภูเก็ต เปkนส?วนหนึ่งของทะเลอันดามัน และตั้งแต? แหลมพรหมเทพ จังหวัดภูเก็ต ถึงจังหวัดสตูล เปkนส?วนหนึ่งของช?องแคบมะละกา โดยฝ^≤งอันดามัน ประเทศไทย มีเขตทางทะเลประชิดและตรงข@ามกับมาเลเซีย เมียนมา อินโดนีเซีย และอินเดีย แม@พื้นที่ทางทะเลของไทยจะไม?อยู?ในเส@นทางเดินเรือสากล แต?การเปkนรัฐชายฝ̂≤งที่มีทางออกสู?ทะเล ท้ังสองด@านทำให@ไทยได@รับประโยชนG โดยมีแหล?งประมงนอกน?านน้ำไทยครอบคลุมพ้ืนที่ทั้งทะเลจีนใต@ ช?องแคบมะละกา ทะเลอันดามันด@านสาธารณรัฐแห?งสหภาพเมียนมา และ สาธารณรัฐประชาชนบังกลาเทศ นอกจากนี้ การสำรวจ ยังพบว?าใต@ท@องทะเลบริเวณอ?าวไทยมีแหล?งปÜโตรเลียมกระจายอยู?ท่ัวไปท่ีสามารถจะนำมาใช@ในเชิงพาณิชยGได@ ในขณะเดียวกัน ประเทศไทยตั้งอยู?ในบริเวณเส@นทางคมนาคมที่สำคัญของโลก เปkนจุดเชื่อมต?อระหว?าง มหาสมุทรอินเดียและมหาสมุทรแปซิฟÜก มีความสำคัญทางยุทธศาสตรGต?อประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต@และ ต?อประเทศมหาอำนาจ โดยมีความได@เปรียบด@านยุทธศาสตรGการคมนาคมและมีที่ตั้งเอื้อต?อการเปkนศูนยGกลางโลจิสติกสG มีแนวทางพัฒนาเส@นทางระเบียงเศรษฐกิจเหนือ-ใต@ และเส@นทางระเบียงเศรษฐกิจตะวันออก-ตะวันตก ซึ่งได@ส?งผล ให@เกิดความร?วมมือต?าง ๆ หลายด@านจำนวนมาก หลักแห?งอำนาจอธิปไตยและบูรณภาพแห?งดินแดนยังคงเปkนพื้นฐานที่สำคัญยิ่งของกฎหมายระหว?างประเทศ พิจารณาได@จากการสร@างสมดุลอำนาจทางทหารในภูมิภาคยังคงปรากฏเปkนการสะสมสรรพอาวุธในคลัง และการจัดหา 25 ๒๖ อาวุธยุทโธปกรณGใหม? ๆ เพื่อใช@ดำเนินกิจกรรมทางการทหารในภูมิภาค การฝãกซ@อมร?วมกัน หรือเพื่อใช@ในปฏิบัติการ ช?วยเหลือทางมนุษยธรรม ในขณะที่พื้นที่ทางทะเลมีความสำคัญเพิ่มขึ้นจากกิจกรรมเชิงพาณิชยGมีแนวโน@มพัฒนาเปkน กิจกรรมทางการทหารและความมั่นคงด@วย ทั้งในเรื่องการปฏิเสธการใช@ทะเลอันเปkนความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้นจากการใช@ ขีดความสามารถขั้นสูงจากประเทศชายฝ^≤งโดยรอบ การพัฒนาศักยภาพการจัดหาเรือขนาดใหญ?ที่ใช@ปฏิบัติการ ในทะเล การขยายขีดความสามารถตั้งแต?ชายฝ^≤งไปจนถึงอวกาศในด@านการเฝZาระวัง การสื่อสาร และการปZองปราม ตลอดจนระดับน้ำทะเลที่เพิ่มสูงขึ้นจากการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศและภาวะโลกร@อน การเปลี่ยนแปลง ของสภาพแวดล@อมตามธรรมชาติ และการกระทำของมนุษยGที่จะส?งผลต?อสภาพทางด@านอธิปไตยและเขตแดน อันก?อให@เกิดการหดหายของพื้นที่ชายฝ^≤ง การจมตัวของเกาะขนาดเล็กที่มีลักษณะราบต่ำ รวมถึงการเพิ่มข้ึน ของพ้ืนท่ีจากการถมทะเล อย?างไรก็ตาม ผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและภาวะโลกร@อน ความเสื ่อมโทรม ของระบบนิเวศ ความก@าวหน@าทางวิทยาศาสตรGและเทคโนโลยีที่ได@รับการพัฒนาอย?างก@าวกระโดดก?อให@เกิดนวัตกรรม อย?างพลิกผัน รวมถึงผลกระทบจากสถานการณGการแพร?ระบาดของโรคโควิด-19 ทำให@ความสัมพันธGเชิงพื้นท่ี กายภาพลดลง และมีผลต?อการเปลี่ยนแปลงขอบเขตความสัมพันธGทางภูมิยุทธศาสตรGที่เชื่อมโยงกับภูมิรัฐศาสตรG และภูมิเศรษฐศาสตรG โดยบริบทและแนวโน@มมิติความมั่นคงจะเปkนการผสมผสานระหว?างภัยคุกคามรูปแบบเก?า กับภัยคุกคามรูปแบบใหม?ที่เรียกว?า “ภัยคุกคามแบบผสมผสาน” โดยมีป^จจัยเร?งที่สำคัญอันเกิดจากความไม?ชัดเจน ของพื้นที่ทางไซเบอรG การเสริมสร@างศักยภาพและขีดความสามารถในพื้นท่ีทางอวกาศท่ีส?งผลต?อความได@เปรียบ เชิงเปรียบเทียบให@กับประเทศที่มีเทคโนโลยีและยุทธวิธีสูง อาทิ ดาวเทียมที่เพิ่มศักยภาพในการนำทาง การสื่อสาร และการตระหนักรู@สถานการณGในสนามรบตามเวลาจริง จึงจำเปkนต@องพิจารณาในกรณีพื้นที่ทางอวกาศถูกใช@เปkน พื ้นที ่การแข?งขันและขยายอิทธิพลที ่ม ีความเปkนไปได@ในการเกิดการโจมตีทางไซเบอรG สงครามอิเล็กทรอนิกสG หรือการโจมตีแบบปฏิบัติการในอวกาศต?อทรัพยากรสนับสนุนหรือต?อภาคพื้นดิน นอกจากน้ี ประเทศมหาอำนาจ มีการขยายอิทธิพลของการสร@างระบบภูมิรัฐศาสตรGและภูมิเศรษฐศาสตรGในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟÜกมากข้ึน อาทิ การแข?งขันด@านทรัพยากร และการเปkนศูนยGกลางคมนาคม ทำให@แต?ละประเทศจะสร@างความร?วมมือ แบบเฉพาะกิจที ่มีความยืดหยุ ?นกับประเทศอื ่น ๆ ท่ีมีผลประโยชนGสอดคล@องกัน หรือการระดมสรรพกำลัง และสนับสนุนประเทศใดประเทศหนึ่งในการต?อต@านประเทศอื่นในกรณีที่ผลประโยชนGขัดแย@งกัน การใช@เครื่องมือ ทางเศรษฐกิจในการสนับสนุนส?งเสริมและปกปZองผลประโยชนGของประเทศ ตลอดจนการสร@างผลกระทบต?อ การดำเนินการด@านเศรษฐกิจของชาติอ่ืน ๆ และต?อเปZาหมายทางการเมืองของประเทศตนเอง ดังนั้น การมีจุดที่ตั้งทางยุทธศาสตรGที่สำคัญประกอบกับบริบทและสภาพแวดล@อม ทั้งภายในและภายนอก ประเทศมีแนวโน@มที่จะเปลี่ยนแปลงอย?างรวดเร็ว มีพลวัตสูง และมีความซับซ@อนหลากหลายมิติ ทำให@ประเทศไทย จำเปkนต@องมีการเตรียมพร@อมและบริหารจัดการความเสี ่ยงผลกระทบจากกิจกรรมทางการเมือง เศรษฐกิจ และสังคมระหว?างประเทศ อันส?งผลต?อการกำหนดทิศทางเพ่ือปZองกันและแก@ไขป^ญหาความมั่นคงของประเทศ ให@สามารถปรับตัวและแสวงหาโอกาสในการเชื่อมโยงบทบาทที่เหมาะสมระหว?างประเทศสมาชิกอาเซียน ภูมิภาค ประเทศมหาอำนาจ และข้ัวอำนาจต?าง ๆ 26 ๒๗ ๒. การประเมินขีดความสามารถของประเทศเพื่อเสริมสร,างกำลังอำนาจของชาติ การเสริมสร@างกำลังอำนาจของชาติให@ความสำคัญกับการประเมินศักยภาพและขีดความสามารถ ของประเทศ เพื่อให@สามารถกำหนดกรอบทิศทางเชิงนโยบายของป^ญหาความมั่นคงเร?งด?วนที่จะต@องดำเนินการแก@ไข โดยพิจารณาเชิงเปรียบเทียบกับต?างประเทศ เพื่อกำหนดจุดยืนหรือตำแหน?งของประเทศในมุมมองบริบทแวดล@อม ๖ มิติ ดังน้ี ๒.๑ กำลังอำนาจทางการเมือง จำเปkนต@องรักษาเสถียรภาพทางการเมืองภายในประเทศตาม ระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริยGทรงเปkนประมุข โดยมุ ?งลดความขัดแย@งจากทัศนะทางการเมือง การดำเนินกิจกรรมของกลไกทางการเมืองเพื่อให@เกิดการยอมรับและเชื่อมั่นศรัทธาจากประชาชน ในขณะท่ี การเมืองต?างประเทศยังคงสามารถรักษาดุลยภาพความสัมพันธGกับประเทศเพื ่อนบ@าน อาเซียน และประเทศ มหาอำนาจ และคงบทบาทอย?างสร@างสรรคGในเวทีโลก ซึ ่งสถาบัน Lowy Institute ได@รายงานดัชนีช้ีว ัดสากล Asia Power Index ประจำปe ๒๕๖๔ ประเทศไทยมีอำนาจแบบองคGรวม (Comprehensive Power) อยู?อันดับที่ ๑๐ จากท้ังหมด ๒๖ ประเทศในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟÜก ๒.๒ กำลังอำนาจทางเศรษฐกิจ ผลจากภาวะเศรษฐกิจชะลอตัวทั่วโลก การพึ่งพาการลงทุนและการท?องเที่ยว จากต?างประเทศ การขาดแคลนแรงงานในระยะยาว และความสามารถด@านการผลิตและส?งออกในภาวะวิกฤตการณG การแพร?ระบาดของโรคโควิด-19 ส?งผลให@สถาบัน Institute for Management Development (IMD) จัดอันดับ ขีดความสามารถในการแข?งขันของไทยประจำปe ๒๕๖๔ อยู?อันดับท่ี ๒๘ จากท้ังหมด ๖๔ ประเทศท่ัวโลก ๒.๓ กำลังอำนาจทางสังคมจิตวิทยา คนรุ?นใหม?มีแนวโน@มเปkนพลเมืองสากลมากขึ้น มีทัศนคติต?อมุมมอง มิติทางวัฒนธรรมขนบธรรมเนียม ประเพณี จารีต ศาสนา เปkนทางเลือกดำเนินชีวิตมากกว?ากฎระเบียบที่กำหนด วิถีชีวิต ยอมรับความแตกต?างระหว?างบุคคลแต?ก็มีความเปkนป^จเจกบุคคลสูงขึ้น และให@ความสำคัญกับพื้นท่ีส?วนตัว นอกจากนี้ อิทธิพลทางวัฒนธรรมความเปkนไทย อาทิ การท?องเที่ยว อาหาร ดนตรี และผลงานศิลปÜนของไทย ที ่ผสมผสานความเปkนไทยกับความเปkนสากล ได@เปkนป^จจัยสนับสนุนพลังอำนาจแบบอ?อน (Soft Power) ท่ีเชื ่อมโยงและส?งผ?านไปยังสังคมของโลกไร@พรมแดนมากขึ้น โดยรายงานของ US News and World Report ในปe ๒๕๖๔ จัดอันดับให@ไทยอยู?ที ่ ๒๘ จากทั้งหมด ๗๘ ประเทศทั่วโลก โดยเปkนประเทศที่มีการเยี่ยมเยือน ของต?างชาติสูงที่สุด ในขณะเดียวกันรายงานดัชนีชี้วัดสากล Asia Power Index แสดงอันดับที่ดีขึ ้นของไทย ในทิศทางเดียวกันอยู?อันดับท่ี ๖ จากท้ังหมด ๒๖ ประเทศในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟÜก ๒.๔ กำลังอำนาจทางทหาร ยังคงเปkนกำลังอำนาจหลักในการรักษาความมั่นคงแห?งชาติ อธิปไตย และผลประโยชนGแห?งชาติที่จำเปkนต@องมีขีดความสามารถในการจัดเตรียมกำลังพลและศักยภาพของกองทัพ ให@มีความพร@อมสำหรับภารกิจต?าง ๆ ทั ้งยามสงบและสงคราม โดยธนาคารโลกได@อ@างอิงข@อมูลจากสถาบัน Stockholm International Peace Research Institute (SIPRI) พบว?า ไทยมีค?าใช@จ?ายด@านการทหาร (SIPRI Military Expenditure Database) ในปe ๒๕๖๔ คิดเปkนร@อยละ ๑.๕ ของผลิตภัณฑGมวลรวมภายในประเทศ ซ่ึงอยู?ในระดับเกณฑGปานกลางเม่ือเทียบกับประเทศอ่ืน ๒.๕ กำลังอำนาจทางเทคโนโลยีสารสนเทศ การเปลี่ยนผ?านเข@าสู?ยุคดิจิทัลทำให@ไทยต@องเร?งพัฒนา เทคโนโลยีและนวัตกรรมให@ก@าวทันต?อการเปลี่ยนแปลง โดยเชื ่อมโยงและเข@าถึงผ?านระบบข@อมูลขนาดใหญ? 27 ๒๘ ความพร@อมด@านโครงสร@างพื้นฐานดิจิทัล รวมถึงการให@ความรู@ด@านจริยธรรม กฎ และระเบียบที่เกี ่ยวข@อง เพื่อลด ป^ญหาการใช@เทคโนโลยีในทางที่มิชอบและส?งผลต?อความมั่นคงของรัฐ โดยในปe ๒๕๖๔ สถาบัน Institute for Management Development (IMD) จัดอันดับขีดความสามารถในการแข?งขันทางดิจิทัลของไทยอยู?อันดับท่ี ๓๘ จากท้ังหมด ๖๔ ประเทศท่ัวโลก ๒.๖ กำลังอำนาจทางทรัพยากรมนุษยR ข@อมูลของสำนักงานสถิติแห?งชาติในปe ๒๕๖๔ รายงานว?า จำนวนประชากรไทยจากการทะเบียนทั ่วราชอาณาจักรมีประมาณ ๖๖ ล@านคน ประกอบกับการอ@างอิง ตามหลักประชากรศาสตรG (Demographic Segmentation) ทั้งในเรื่องอายุ เพศ รายได@ การศึกษา ครอบครัว ศาสนา สถานะทางสังคมและเศรษฐกิจ พบว?าแนวโน@มในห@วง ๕ ปeถัดไป ประเทศไทยจะเผชิญป^ญหาสัดส?วน ช?วงอายุของประชากรที่ไม?สมดุล โดยในปe ๒๕๖๓ มีจำนวนประชากรผู@สูงอายุรวมกว?า ๑๑.๖ ล@านคน หรือคิดเปkน ร@อยละ ๑๗.๕๗ และมีแนวโน@มเพิ่มขึ้นอย?างต?อเนื่อง โดยคาดว?าภายในปe ๒๕๖๖ ไทยจะกลายเปkนสังคมสูงวัย อย?างสมบูรณGที่มีประชากรอายุมากกว?า ๖๐ ปeขึ้นไปสูงถึงร@อยละ ๒๐.๑ ของประชากรทั้งหมด สวนทางกับประชากร วัยเรียนและวัยแรงงานท่ีมีแนวโน@มลดลง โดยเฉพาะกลุ?มอายุ ๓ – ๒๑ ปe ท่ีจะมีสัดส?วนลดลงอย?างต?อเน่ืองจนเหลือเพียง ร@อยละ ๒๐.๖๖ ของประชากรทั้งหมดในปe ๒๕๗๐ หรือลดลงกว?า ๗๑๕,๐๐๐ คน ด@วยเหตุนี้ การเข@าสู?สังคมสูงวัย ย?อมส?งผลต?อป^ญหาความเหลื่อมล้ำ การขาดแคลนกำลังแรงงานในประเทศที่ตอกย้ำความจำเปkนในการพึ่งพา แรงงานต?างชาติมากขึ้น ภาระทางการคลังในด@านการดูแลสุขภาพของผู@สูงอายุ รวมทั้งป^ญหาความมั่นคงอื่น ๆ ที่จะทวีความรุนแรง มีความซับซ@อน และส?งผลกระทบในวงกว@างมากขึ้น เช?น ผู@หลบหนีเข@าเมืองและผู@โยกย@าย ถิ่นฐานแบบไม?ปกติ การค@ามนุษยG ยาเสพติด เปkนต@น จึงจำเปkนต@องมีการวางแผนเพื่อบริหารจัดการกำลังคนวัยต?าง ๆ ให@สอดคล@องกับบริบทการเปล่ียนแปลงตามโครงสร@างประชากร ดังนั ้น การจัดทำนโยบายและแผนระดับชาติว?าด@วยความมั ่นคงแห?งชาติ (พ.ศ. ๒๕๖๖ – ๒๕๗๐) จึงได@นำองคGประกอบกำลังอำนาจของชาติดังกล?าวมากำหนดทิศทางให@ครอบคลุมการปกปZองความมั่นคงแห?งชาติ และความปลอดภัยของประชาชนจากภัยคุกคามทุกรูปแบบ การเสริมสร@างความมั่นคงทางเศรษฐกิจเพื่อพัฒนา คุณภาพชีวิตของประชาชนและความเข@มแข็งของชุมชนฐานราก ตลอดจนส?งเสริมค?านิยมประชาธิปไตย ความเท?าเทียม เสมอภาค และสิทธิมนุษยชน ๓. ความเปลี่ยนแปลงบริบทความมั่นคง ประเทศไทยยังคงต@องเผชิญความเสี่ยงหลายประการที่มีความเชื่อมโยงระหว?างกัน ซึ่งสามารถส?งผลกระทบ ต?อความมั่นคงในหลายระดับ เนื ่องจากลักษณะของภัยคุกคามมีความผันผวน ความไม?แน?นอน ความสลับซับซ@อน และความคลุมเครือ อันเปkนผลมาจากป^จจัยภายในประเทศและป^จจัยระหว?างประเทศ ส?งผลให@สถานการณG ที่จะเกิดขึ้นมีความรุนแรงและยากจะคาดการณG รูปแบบภัยคุกคามจะมีความหลากหลาย และมีลักษณะผสมผสาน ป^ญหาข@ามพรมแดนแปรผันตามความสัมพันธGระหว?างประเทศที่มีความซับซ@อน ทั้งที ่เปkนผลสืบเนื่องมาจาก สถานการณGแพร?ระบาดของโควิด-19 และแนวโน@มสถานการณGในระดับโลก (Megatrends) ทำให@กรอบการประเมิน สถานการณGและแนวโน@มความมั ่นคงได@ใช@กระบวนการวิเคราะหGด@านการคาดการณGอนาคตเชิงยุทธศาสตรG เพื่อประเมินความเสี่ยงภัยคุกคามท่ีจะส?งผลต?อความมั่นคงของประเทศในห@วง ๕ ปe ระหว?าง พ.ศ. ๒๕๖๖ – ๒๕๗๐ 28 ๒๙ โดยพิจารณาจากมุมมองผลกระทบภายนอกที่ส?งผลต?อไทย และมุมมองสถานการณGภายในประเทศที่ส?งผลต?อ ภายนอก แบ?งออกเปkน ๓ ระดับ ได@แก? ๑) ระดับโลก ๒) ระดับภูมิภาค และ ๓) ระดับประเทศ ๓.๑ ความเปล่ียนแปลงบริบทความม่ันคงในระดับโลก ในห@วงที่ผ?านมามีการแข/งขันระหว/างประเทศมหาอำนาจ และขั้วอำนาจต/าง ๆ ของโลกอย?างเข@มข@น ไม?ว?าจะเปkนการแข?งขันของประเทศมหาอำนาจอย?างสหรัฐอเมริกาเพื่อสกัดกั้นอิทธิพลของจีน ในขณะเดียวกัน หากสถานการณGความขัดแย@งหรือวิกฤตการณGการสู@รบของประเทศมหาอำนาจหนึ่งที่มีต?อประเทศอื่นมีสัญญาณบ?งช้ี ขยายผลกระทบในวงกว@างไปสู?ระดับโลกได@ ทั้งในเรื่องการแสดงท?าทีและการดำเนินการความสัมพันธGระหว?างประเทศ การดำเนินนโยบายรองรับการเปลี่ยนแปลงห?วงโซ?อุปทานโลก ซ่ึงประเทศไทยจำเปkนต@องมีการเตรียมพร@อมรับมือ วิกฤตการณGความมั ่นคงดังกล?าว เพื ่อลดความเสี ่ยงต?อความมั ่นคงแห?งชาติและคุณภาพชีวิตของคนในชาติ นอกจากนี้ แนวโน@มการรวมกลุ?มของขั้วอำนาจต?าง ๆ ได@มีการต?อรองผลประโยชนGร?วมกัน และเร?งรัดกระบวนการแยกตัว (decoupling) ของระบบการเมือง การทหาร เศรษฐกิจ และเทคโนโลยีระหว?างกลุ?มประเทศต?าง ๆ ให@ชัดเจน และรวดเร็วย่ิงข้ึน อย?างไรก็ตามมีแนวโน@มการรวมกลุ?มกันในรายประเด็นผลประโยชนGท่ีมีความเช่ือมโยงทับซ@อนกัน ระหว?างประเทศในแต?ละขั้วอำนาจไม?ได@แยกออกจากกันโดยส้ินเชิงด@วย โดยมีแนวโน@มการแข?งขันเพ่ือขยายอิทธิพล ที่สำคัญ คือ ๑) การสะสมอาวุธและการแพร/ขยายอาวุธ และ ๒) การแสวงประโยชนRจากความก#าวหน#า ทางเทคโนโลยีและนวัตกรรม แม@สถานการณGการแพร?ระบาดของโรคโควิด-19 ตลอดห@วงที ่ผ?านมา จะส?งผลให@การเคลื ่อนไหว ของกลุ ?มก/อการร#ายต?าง ๆ ลดน@อยลง แต?กลุ ?มก?อการร@ายมีแนวโน@มปรับรูปแบบการก?อเหตุในลักษณะ ของปฏิบัติการโดยลำพัง (Lone Actor) รวมถึงมุ?งเน@นการเผยแพร?/บ?มเพาะแนวคิดสุดโต?งที่นิยมความรุนแรงมากข้ึน กลุ?มก?อการร@ายอาจใช@ไทยเปkนสถานที่พักพิงและอำนวยความสะดวกเพื่อตระเตรียมก?อเหตุไปจนถึงขั้นก?อเหตุ อีกท้ัง การก?อการร@ายยังเก่ียวข@องกับอาชญากรรมอ่ืน ๆ ดังน้ัน ไทยจำเปkนต@องมีแนวทางการเตรียมพร@อม เพ่ือรับมือและต?อต@าน การก?อการร@ายทุกรูปแบบ และเสริมสร@างความร?วมมือระหว?างประเทศ การเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีอย/างฉับพลัน ได@เปkนป^จจัยเร?งให@วิถีชีวิตของประชาชนต@องพึ่งพิง ระบบเทคโนโลยีสารสนเทศมากขึ้น ซึ่งมีความเสี่ยงไปสู?การก/ออาชญากรรมทางไซเบอรR โดยไทยมีแนวโน@มเผชิญ กับสถานการณGการโจมตีทางไซเบอรGและอาชญากรรมทางไซเบอรG รวมถึงมีการละเมิดข@อมูล หรือการเข@าถึงข@อมูล โดยไม?ได@รับอนุญาตจะเพิ่มขึ้นและมีขนาดใหญ?ขึ้น ซึ่งจะทำให@องคGกรและรัฐบาลต@องเสียค?าใช@จ?ายในการกู@คืน ในขณะเดียวกันไทยสามารถใช@โอกาสจากความก@าวหน@าทางเทคโนโลยีเพื่อพัฒนาอุตสาหกรรมและเทคโนโลยี การปZองกันประเทศ เพื่อนำไปใช@ในการปZองกันและการสืบสวนอาชญากรรมทางไซเบอรG รวมถึงส?งเสริมความร?วมมือ กับประชาคมระหว?างประเทศในการปZองกันและแก@ไขภัยคุกคามทางไซเบอรG เพื่อปZองกันการโจมตีโครงสร@าง พ้ืนฐานสำคัญ และโครงสร@างพ้ืนฐานสำคัญทางสารสนเทศ รวมถึงอาชญากรรมทางไซเบอรGและการก?อการร@าย ป^จจัยทางชีวภาพของเชื้อโรคที่มีวิวัฒนาการอย?างสม่ำเสมอ การดื้อยาต@านจุลชีพ พฤติกรรมของมนุษยG ที่ไม?ถูกสุขลักษณะ และป^จจัยด@านการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศที่เกิดขึ้นอย?างต?อเนื่อง ส?งผลให@โรคติดต/อ อุบัติใหม/และภัยสุขภาพต/าง ๆ มากขึ ้น โดยเฉพาะโรคติดต?ออุบัติใหม?มีแนวโน@มยกระดับเปkนโรคระบาด 29 ๓๐ ที ่เปkนโรคติดต?อหรือโรคที ่ยังไม?ทราบสาเหตุของการเกิดโรคแน?ชัด ซึ ่งอาจแพร?ไปสู ?ผู @อื ่นได@อย?างรวดเร็ว และกว@างขวาง หรือมีภาวะของการเกิดโรคมากกว?าปกติท่ีเคยเปkนมาท่ีส?งผลต?อวิกฤตการณGความม่ันคงของประเทศ โดยเฉพาะผลกระทบต?อความมั ่นคงทางอาหารและความมั ่นคงทางสุขภาพต?อสุขภาวะของคนในชาติ อาทิ การนำเข@าอาหาร ยารักษาโรค และเครื่องมือทางการแพทยG นอกจากน้ี สถานการณGและผลกระทบดังกล?าวยังเปkน ช?องทางให@ประเทศต?าง ๆ แสวงประโยชนGผ?านความร?วมมือทางด@านการแพทยGและสาธารณสุขเพื่อเสริมบทบาทนำ ในเวทีระหว?างประเทศ สำหรับไทยควรมีการเสริมสร@างศักยภาพและขีดความสามารถการบริหารจัดการภาวะ ฉุกเฉินด@านสาธารณสุขและโรคติดต?ออุบัติใหม? พร@อมทั้งนวัตกรรมและการบริหารจัดการทรัพยากรด@านการแพทยG และสาธารณสุข เพื่อรับมือกับสถานการณGการแพร?ระบาดและภัยสุขภาพในภาวะฉุกเฉินต?าง ๆ ที่มีแนวโน@มเกิดข้ึน ในอนาคต ผลกระทบจากการเปลี ่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและภาวะโลกร#อน มีความเกี ่ยวข@องกับ มิติความมั่นคงหลายประการและเปkนป^จจัยที่เพิ่มความเปราะบางของป^ญหาที่มีอยู?เดิม ดังน้ี ๑) ป^ญหาระดับน้ำทะเล ที่สูงขึ้นส?งผลกระทบต?อการกัดเซาะบริเวณชายฝ^≤งทำให@เส@นฐาน (Baseline) ที่ใช@ในการกำหนดเขตพื้นที่ดังกล?าว ถอยร?นตามแนวน้ำที่สูงขึ้นจากตำแหน?งเดิม ๒) ป̂ญหาการขาดแคลนและแย?งชิงทรัพยากรน้ำ ๓) ป̂ญหาการโยกย@ายถิ่นฐาน ๔) ป̂ญหาความม่ันคงทางอาหารและน้ำ และ ๕) ป̂ญหาความม่ันคงทางพลังงาน คาดการณGว?าจำนวนประชากรโลกจะเพ่ิมข้ึนมากกว?า ๑ พันล@านคนภายในปe ๒๐๓๐ และภายในปe ๒๐๕๐ ร@อยละ ๘๐ ของประชากรโลกที่มีอายุเกิน ๖๐ ปeขึ ้นไปจะอยู ?ในประเทศกำลังพัฒนา โดยการเปลี่ยนแปลง ทางภูมิประชากรศาสตรRได@ส?งผลให@ไทยจะเข@าสู ?สังคมผู @สูงอายุโดยสมบูรณG นำมาซึ ่งความท@าทายต?อความมั ่นคง ของประเทศ ทั ้งในเรื ่องป^ญหาการขาดแคลนแรงงาน ป^ญหาการค@ามนุษยGอันเปkนผลมาจากความต@องการ ด@านแรงงานที่เพิ่มขึ้น การขาดระบบสวัสดิการที่เพียงพอ ป^ญหาสุขภาพจิตใจของผู@สูงวัยจากการถูกแยกออกจาก ภาคเศรษฐกิจและสังคม รวมถึงป̂ญหาช?องว?างระหว?างวัยท่ีนำไปสู?การปะทะกันทางความคิดและความแตกแยกในสังคม ๓.๒ ความเปล่ียนแปลงบริบทความม่ันคงในระดับภูมิภาค สภาพที่ตั ้งของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต@ในการเปkนเส@นทางคมนาคมและแหล?งทรัพยากร พลังงานที่สำคัญส?งผลให@มีแนวโน@มการแข/งขันและขยายอิทธิพลเชิงยุทธศาสตรRระหว/างประเทศมหาอำนาจ และขั ้วอำนาจต/าง ๆ มาอย?างต?อเนื ่อง โดยเฉพาะกรณี ๒ พื ้นที ่สำคัญ คือ ๑) กรณีพิพาทในทะเลจีนใต# แม@ไทยจะไม?ใช?คู ?ขัดแย@งในประเด็นพิพาทโดยตรง แต?เปkนผู@ใช@เส@นทางการเดินเรือพาณิชยGผ?านพื้นที่ดังกล?าว จึงย?อมได@รับผลกระทบหากเกิดการใช@กำลังทหาร หรือเหตุกระทบกระทั ่งแบบไม?เจตนา จนถึงขั ้นกระทบ กับผลประโยชนGของชาติท่ีต@องใช@ทะเลในบริเวณพื้นที ่ความขัดแย@งเปkนเส@นทางในการขนส?งสินค@าทางทะเล เพ่ือเข@าและออกประเทศไทยได@ และ ๒) กรณีอนุภูมิภาคลุ/มน้ำโขง เน่ืองจากเปkนพ้ืนท่ีท่ีนานาประเทศใช@ทรัพยากร ธรรมชาติและสิ่งแวดล@อมร?วมกัน โดยเฉพาะอย?างยิ่งการพัฒนาทรัพยากรน้ำในลุ?มน้ำโขง ผลกระทบด@านสิ่งแวดล@อม และประชาชนที่อาศัยทรัพยากรธรรมชาติในการดำเนินชีวิต รวมถึงความปลอดภัยในการคมนาคมทางน้ำ และการปล?อยสารพิษลงในน้ำ 30 ๓๑ เนื ่องด@วยความแตกต?างด@านค?านิยม วัฒนธรรม ระดับการพัฒนา ระบบการปกครอง จึงเปkน ความท#าทายของอาเซียนในการมีกฎเกณฑGและค?านิยมร?วมกัน ที่อาจส?งผลต?อป^ญหาและความท@าทายที่สำคัญ ไม?ว?าจะเปkนการปZองกันและแก@ไขภัยคุกคามระหว?างประเทศสมาชิกอาเซียน ความมีเอกภาพ ความเปkนแกนกลาง และมุมมองของอาเซียนต?อแนวคิดอินโด-แปซิฟÜก (ASEAN Outlook on Indo-Pacific: AOIP) แนวโน@มประเทศมหาอำนาจจะเข@ามามีบทบาทต?อสถานการณRความมั่นคงในประเทศรอบบ#าน ในมิติด@านการเมือง เศรษฐกิจ และสังคม ในกรณีสถานการณGความขัดแย@งภายในของประเทศรอบบ@านมีการแทรกแซง จากภายนอกอันเปkนผลจากสถานการณGความขัดแย@งทางการเมืองภายใน คาดการณGได@ว?านานาชาติอาจเพ่ิม การกดดันเพื ่อเร ?งให@สถานการณGคลี ่คลาย ซ่ึงไทยจะได@ร ับผลกระทบโดยตรงจากสถานการณGตึงเครียด ตามแนวชายแดนในการเปkนพื ้นที ่รองร ับผู @ ได @ร ับผลกระทบ หรือการใช@ไทยเปkนทางผ?านไปยังประเทศอ่ืน รวมถึงความพยายามที่จะให@ไทยเข@าไปมีส?วนร?วมในประเด็นความขัดแย@ง ตลอดจนผลกระทบทางเศรษฐกิจ และการค@าชายแดนของไทย สถานการณRความมั ่นคงทางชายแดนจะยังคงมีความแตกต?างกันไปตามบริบทของพื ้นท่ี และความสัมพันธGเชื่อมโยงกับมิติต?าง ๆ ซึ่งจะส?งผลกระทบต?อความมั่นคงของประเทศโดยรวม โดยยังคงพบป^ญหา ท่ีสำคัญ ท้ังในเร่ืองอาชญากรรมข@ามชาติในพ้ืนท่ีชายแดน แรงงานผิดกฎหมายและการลักลอบเข@าเมืองผิดกฎหมาย ความไม?ชัดเจนของเส@นเขตแดน และป^ญหาโรคระบาดในพื้นท่ีชายแดน ในขณะท่ีการดำเนินกิจกรรมความมั่นคง ทางทะเลของภูมิภาคจำเปkนต@องเฝZาระวังการแย?งชิงผลประโยชนGและการแข?งขันทางทะเล ความปลอดภัย และอาชญากรรมทางทะเล ป̂ญหาส่ิงแวดล@อมทางทะเล ดังน้ันการดำเนินนโยบายทางทะเลจำเปkนจะต@องเสริมสร@าง องคGความรู@และความตระหนักรู@เกี่ยวกับความสำคัญของทะเลอย?างเปkนระบบ นอกจากนี้ แนวโน@มความมั่นคง ทางอากาศและอวกาศจะกลายเปkนสนามการแข?งขันที่สำคัญยิ่งขึ ้นผ?านการพัฒนานวัตกรรมและเทคโนโลยี กำลังทางอากาศต?าง ๆ โดยไทยสามารถแสวงหาโอกาสจากความร?วมมือเพื ่อรักษาผลประโยชนGแห?งชาติได@ โดยเตรียมพร@อมทรัพยากร การพัฒนาองคGความรู@ ตลอดจนการส?งเสริมและแลกเปลี่ยนงานวิจัยและนวัตกรรม ท้ังภายในประเทศ ประเทศต?าง ๆ และสถาบันหรือองคGการระหว?างประเทศ ปaญหาอาชญากรรมข#ามชาติเปkนป^ญหาความมั่นคงที่สำคัญในภูมิภาคและมีความซับซ@อนเชื่อมโยง ระหว?างประเทศมากขึ้น โดยมีประเด็นสำคัญที่ควรเฝZาระวัง ทั้งในเรื่องการลักลอบค@ายาเสพติด การปลอมแปลง เอกสารและหลักฐานเก่ียวกับตัวบุคคล การลักลอบเข@าเมือง การค@ามนุษยG และการฟอกเงิน ปaญหาการก/อการร#ายและปaญหาจากการบ/มเพาะแนวคิดสุดโต/งที่นิยมความรุนแรงยังเปkนป^ญหา ความมั ่นคงที ่สำคัญของภูมิภาค เพื ่อแสวงหาแนวร?วมในอนาคตโดยเฉพาะผ?านการใช@สื ่อสังคมออนไลนG ในขณะเดียวกันสถานการณGความขัดแย@งทางการเมืองภายในภูมิภาคตะวันออกกลางและในอัฟกานิสถาน ท่ียังไม?แน?นอน มีสัญญาณแนวโน@มส?งผลให@เกิดการเคลื ่อนย@ายของนักรบก?อการร@ายต?างชาติ (Foreign Terrorist Fighters) และการก?อเหตุของผู@ปฏิบัติการโดยลำพัง ทำเลที่ตั้งของไทยซึ่งเปkนศูนยGกลางการเดินทางระหว?างประเทศ ท่ีสำคัญในภูมิภาคอาจถูกใช@เปkนทางผ?าน แหล?งพักพิงและแหล?งจัดหาวัสดุอุปกรณG และมักจะก?อเหตุในพ้ืนท่ีเปราะบาง 31 ๓๒ ๓.๓ ความเปล่ียนแปลงบริบทความม่ันคงในระดับประเทศ ความมั่นคงของสถาบันหลักของชาติ ประกอบด@วย ๓ สถาบันสำคัญ ได@แก? ๑) สถาบันชาติ ไทยเข@าสู?ความเปkนพหุสังคมมากขึ้น และมีการแสดงพลังในการเรียกร@องสิทธิขั้นพื้นฐานที่พึงได@รับตามกรอบของกฎหมาย อย?างไรก็ตามกระแสการเปลี่ยนแปลงท่ีรวดเร็วมีแนวโน@มก?อให@เกิดความไม?เข@าใจในอัตลักษณG และความหลากหลาย ระหว?างกลุ?ม ซึ่งส?งผลกระทบต?อความปรองดองสมานฉันทGของคนในสังคมและความมั่นคงของชาติในภาพรวมได@ ๒) สถาบันศาสนา ความเข@าใจในหลักคำสอนที่แตกต?างออกไปเปkนป^จจัยที ่นำไปสู?ความไม?เข@าใจระหว?างกัน และการบิดเบือนคำสอนของแต?ละศาสนาในประเทศ ดังปรากฏความขัดแย@งที่เห็นต?างระหว?างชนต?างศาสนิก ในบางพื้นที่ แต?ก็ยังอยู?ในระดับที่สามารถแก@ไขร?วมกันตามแนวทางสันติวิธีในพื้นที่ได@ และ ๓) สถาบันพระมหากษัตริยR มีความสำคัญและผูกพันกับสังคมไทยมาตลอดประวัติศาสตรGของประเทศในการเปkนศูนยGรวมจิตใจของคนในชาติ เนื่องมาจากสมเด็จพระบูรพมหากษัตริยาธิราชทุกพระองคGได@ทรงประกอบพระราชกรณียกิจอันเปkนคุณประโยชนG ต?อประเทศชาติและประชาชนชาวไทยอย?างเปkนอเนกประการ ทั้งนี ้ บริบทและสถานการณGของสังคมสมัยใหม? จำเปkนต@องสร@างพื้นที่พูดคุยและการแลกเปลี่ยนมุมมองอย?างสันติ เพื่อเสริมสร@างความรู@ความเข@าใจและความตระหนัก ถึงการธำรงรักษาไว@ซ่ึงสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริยG จ ุดเปลี ่ยนสำคัญของสถานการณRการเมืองภายในประเทศเปkนผลสืบเนื ่องจากประชาชน ที่มีความหลากหลายทางอายุ อาชีพ และสถานะทางสังคมเข@ามามีส?วนร?วมทางการเมืองมากขึ้นในการแสดงทัศนะ ต?อป^ญหาเชิงโครงสร@าง สถาบันทางการเมือง โอกาสและการเข@าถึงสวัสดิการของรัฐ ความยากจน ความเหลื่อมล้ำ สิทธิมนุษยชน และการชุมนุมประท@วง อย?างไรก็ตาม บุคคลหรือกลุ?มบุคคลอาจใช@เครื่องมือเทคโนโลยีผ?านสื่อสังคม ออนไลนGเปkนช?องทางในการปลุกระดมมวลชนด@วยการบิดเบือนข@อมูล หรือการเผยแพร?ข@อมูลข?าวสารเปkนเท็จ ดังนั้น สถาบันครอบครัวและสถาบันการศึกษาจึงมีบทบาทสำคัญในการวางรากฐานเพื่อลดหรือขจัดเงื่อนไขที่ส?งผลต?อ ความม่ันคงของประเทศ เงื่อนไขที่มีความละเอียดอ?อน ซับซ@อน และเช่ือมโยงกันได@ส?งผลต?อความไม/สงบในพื้นที่จังหวัด ชายแดนภาคใต#มาอย?างต?อเน่ือง ท้ังในระดับบุคคล ระดับโครงสร@าง และระดับวัฒนธรรม โดยแนวโน@มสถานการณG ระยะต?อไปการก?อเหตุรุนแรงลดลง แต?จะมีความเคลื่อนไหวทางการเมืองมากยิ่งขึ้น นอกจากนี้ ป^ญหาภัยแทรกซ@อน ป^ญหาทางด@านเศรษฐกิจและสังคม ป^ญหาความหวาดระแวงและความเข@าใจระหว?างกัน ยังคงเปkนป^ญหาที่เชื่อมโยง และส?งผลกระทบในพ้ืนท่ีอย?างมีนัยสำคัญ การโยกย@ายถิ่นฐานเปkนปรากฏการณGที่เกิดขึ้นในทุกภูมิภาคทั่วโลก ซึ่งที่ผ?านมาไทยได@รับผลกระทบ ปaญหาผู#หลบหนีเข#าเมืองจากประเทศเพื่อนบ@านอย?างต?อเนื่อง ไม?ว?าจะเปkนกลุ?มที่อพยพเข@ามานานและไม?สามารถ เดินทางกลับประเทศต@นทางหรือออกไปยังประเทศที่สามได@จึงยังตกค@างอยู?ในประเทศไทย กลุ?มที่อพยพเข@ามา เพื่อแสวงหาโอกาสทางเศรษฐกิจ กลุ?มที่อพยพเข@ามาเนื่องจากสถานการณGความไม?มั่นคงจากประเทศและกลุ?มอื่น ๆ ท่ีเปkนกลุ?มคนต?างด@าวที่เดินทางเข@ามายังประเทศไทยอย?างถูกกฎหมาย แต?มีการลักลอบอาศัยอยู?ในไทยต?อภายหลัง และกลุ?มท่ีปลอมแปลงเอกสารเดินทางเข@ามาในราชอาณาจักรด@วยวัตถุประสงคGต?าง ๆ ประเทศไทยอยู?ในสถานะเปkนทั้งประเทศต@นทาง ทางผ?าน และปลายทางของกระบวนการค#ามนุษยR โดยผู@ค@ามนุษยGเปลี่ยนรูปแบบการกระทำความผิดของตนมาดำเนินการที่ผิดกฎหมายผ?านช?องทางออนไลนGมากข้ึน 32 ๓๓ ผ?านการค@าประเวณี การแสวงหาประโยชนGทางเพศ และการหลอกลวงโฆษณาจัดหางาน อีกทั้งการเคลื่อนย@าย แรงงานโดยผิดกฎหมายยังคงมีอย?างต?อเนื่อง ซึ่งประเทศไทยจำเปkนต@องเพิ่มมาตรการในการคัดแยกผู@เสียหาย ตามชายแดนมากข้ึน และยกระดับมาตรการต?อต@านการค@ามนุษยGท้ังในระดับประเทศและระดับสากล ป^จจัยอุปทานสูงขึ ้นส?งผลต?อความเชื ่อมโยงกับสถานการณGปaญหายาเสพติด โดยสารตั ้งต@น และเคมีภัณฑGยังคงสามารถลำเลียงเข@าสู?แหล?งผลิตได@ และการเปลี่ยนแปลงรูปแบบการผลิตเปkนอุตสาหกรรม ขนาดใหญ?ที่ดำเนินการโดยองคGกรอาชญากรรมข@ามชาติ แม@ว?าจะมีมาตรการปZองกัน แก@ไข และปราบปราม แต?ยังพบว?าผู@เข@าสู?วงจรยาเสพติดรายใหม?มีแนวโน@มสูงขึ้น ทั้งผู@เสพและผู@ค@า ตลอดจนผู@กระทำผิดซ้ำอันเกิดจาก ป̂จจัยมุมมองของสังคมต?อผู@เสพ และผู@ต@องโทษคดียาเสพติดที่เอื้อให@กลุ?มคนเหล?านี้สามารถมีโอกาสใช@ชีวิตในสังคม นอกจากนี ้ ขบวนการค@ายาเสพติดยังคงสรรหาวิธ ีการเพื ่อหลีกเลี ่ยงการจับกุม และแนวโน@มการขยายตัว ของอาชญากรรมทางไซเบอรGมีความเกี่ยวเนื่องกับป^ญหาการค@ายาเสพติดที่ใช@ช?องทางบล็อกเชน (Blockchain) ในการซ้ือและขาย แม@ว?าในห@วงที่ผ?านมาภาครัฐมีความพยายามแก@ไขป^ญหาอย?างจริงจังผ?านการบริหารจัดการบ@านเมืองที่ดี ตามหลักธรรมาภิบาล แต?จากการจัดอันดับความโปร?งใสของไทยและอันดับการรับรู@การทุจริตของประเทศ ได@สะท@อนให@เห็นว?าสถานการณRการทุจริตคอรRรัปชันของประเทศยังอยู?ในระดับที่น?าเปkนห?วง โดยเฉพาะอย?างย่ิง การทุจริตในภาครัฐที่มีการกระจายตัวไปยังทุกระดับของสังคม ซึ่งทำให@สาธารณชนเห็นว?าการทุจริตเปkนเรื่องปกติ อีกทั้งการทุจริตต?อหน@าท่ี หรือการแสวงหาประโยชนGโดยมิชอบของเจ@าหน@าที่รัฐได@เกี่ยวพันกับการปZองกันและแก@ไข ป̂ญหาภัยคุกคามต?าง ๆ โดยเฉพาะป̂ญหาการค@ามนุษยG และป̂ญหายาเสพติด ประเทศไทยยังคงต@องเผชิญกับสาธารณภัยท่ีเกิดจากภัยทางธรรมชาติ ไม?ว?าจะเปkนการเปล่ียนแปลง สภาพภูมิอากาศที่ทำให@เกิดภาวะลมฟZาอากาศแปรปรวน ระดับน้ำทะเลของโลกสูงขึ้น เกิดภาวะแล@งจัด พายุหมุน การกัดเซาะชายฝ^≤งทะเล วาตภัย มหาอุทกภัย น้ำป°าไหลหลาก ดินโคลนถล?ม แผ?นดินไหว สึนามิ ไฟป°าและหมอกควัน และภัยที่เกิดจากกระทำของมนุษยR อาทิ อัคคีภัย ภัยจากสารเคมี ป^ญหาน้ำมันรั่วไหลในทะเล ภัยจากการคมนาคม ที่เปkนอุบัติเหตุจากการจราจรทางบก ทางน้ำ และทางอากาศ การปล?อยของเสียและขยะมูลฝอยจากโรงงาน อุตสาหกรรม ภัยจากมลพิษทางอากาศประเภทฝุ °นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 นอกจากน้ี ยังหมายรวมถึง ภัยซ้ำซ@อนต?าง ๆ การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ภาวะโลกร@อน ภัยพิบัติ ขยะมูลฝอย ความเสื่อมโทรมของดินและน้ำ การเพิ ่มขึ ้นของจำนวนประชากร การแข?งขันทางเศรษฐกิจ ตลอดจนการใช@ทรัพยากรโดยขาดความสมดุล เพื ่อรองรับการเจริญเติบโตของสังคมเมือง เปkนป^จจัยเร?งสำคัญที ่ส ?งผลต?อปaญหาทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล#อม และแนวโน@มของป^ญหาดังกล?าวทวีความรุนแรงขึ้นจากการบุกรุกแผ@วถางป°าและครอบครอง พื้นที่ป°า การลักลอบเผาในพื้นที่ป°าอนุรักษGและป°าสงวน การลักลอบตัดและค@าไม@หวงห@ามและไม@มีค?าต?าง ๆ การออกโฉนดที ่ดินหรือเอกสารสิทธิที ่ไม?ถูกต@อง การกำหนดแนวเขตป°าไม@และที ่ดินของรัฐ รวมทั ้งป^ญหา การอยู?ร?วมกันระหว?างคนกับสัตวGในพ้ืนท่ี นอกจากนี ้ ประเทศต@องมีการเตรียมความพร#อมความมั ่นคงด#านพลังงาน และความมั ่นคง ด#านอาหาร โดยเฉพาะหากอยู?ในภาวะขาดแคลน หรือภาวะวิกฤติ 33 ๓๔ ความมั่นคงทางเศรษฐกิจเปkนผลมาจากความแตกต?างป^จจัยเชิงโครงสร@าง ประกอบกับการแพร?ระบาด ของโรคโควิด-19 และระบบเศรษฐกิจโลกที ่มีความไม?แน?นอนและผันผวนสูงเปkนป^จจัยเร?งที ่ส?งผลให@ไทย ต@องเผชิญกับภาวะการชะลอตัวทางเศรษฐกิจ โดยกลุ?มทุนขนาดใหญ?จะยังคงถือครองกำไรส?วนใหญ?และมีอำนาจ ในการกำหนดราคาสินค@าและบริการ ส?งผลให@วิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย?อม รวมทั้งผู @ประกอบการรายย?อย เกิดความไม?คล?องตัวในการบริหารจัดการ อีกทั้งพฤติกรรมการบริโภคในระดับป^จเจกที่เปลี่ยนแปลงไปได@กลายเปkน ป̂จจัยเส่ียงต?อการก?ออาชญากรรมทางเศรษฐกิจท่ีจะขยายตัวมากข้ึน 34 ๓๕ ส"วนที่ ๓ วิสัยทัศนL กรอบแนวคิด วัตถุประสงคL และเปTาหมาย 35 ๓๖ 36 ๓๗ ๑. วิสัยทัศนT ประเทศชาติมีเสถียรภาพ ประชาชนอยู?ดีมีสุข ปลอดภัยจากภัยคุกคามทุกรูปแบบ มีศักยภาพบริหารจัดการ ความม่ันคงแบบองคGรวม และรักษาไว@ซ่ึงผลประโยชนGแห?งชาติอย?างย่ังยืน ๒. กรอบแนวคิด ๒.๑ ความมั่นคงแบบองคRรวม ให@ความสำคัญกับการเชื่อมโยงมิติทั้งปวง ทั้งทางการเมือง เศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรม การทหาร วิทยาศาสตรGและเทคโนโลยี ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล@อม เพื่อให@เกิดความมั่นคงปลอดภัย และมีความสงบเรียบร@อยในทุกระดับ ดังน้ี ๒.๑.๑ ความมั่นคงของรัฐ การมีอิสรภาพในการปกครองประเทศ ปราศจากภัยคุกคามต?อเอกราช อธิปไตย บูรณภาพแห?งดินแดน และการแทรกแซงการดำเนินกิจการภายในของรัฐ รวมทั้งมีขีดความสามารถ ให@พร@อมเผชิญต?อสถานการณGภัยคุกคามที่กระทบต?อความมั่นคงแห?งชาติเพื่อปกปZองและรักษาความปลอดภัย ให@แก?บุคคลท่ีอาศัยในรัฐ ๒.๑.๒ ความมั ่นคงของมนุษยR ความอยู ?ด ีม ีส ุขของคนในชาติให@ปลอดจากความหวาดกลัว (Freedom from Fear) หลุดพ@นจากความต@องการขั ้นพื ้นฐานในการดำรงชีว ิต (Freedom from Want) อยู?อย?างมีเกียรติและศักด์ิศรี (Freedom to Live in Dignity) บนพ้ืนฐานสิทธิมนุษยชน ๒.๑.๓ ความมั ่นคงระหว/างประเทศ การสร@างความสมดุลและบทบาทที ่สร@างสรรคGของไทย และแสวงความร?วมมือกับมิตรประเทศในระดับทวิภาคี อนุภูมิภาค ภูมิภาค และประชาคมโลก บนพื้นฐาน ความไว@เนื ้อเชื ่อใจและความเปkนหุ @นส?วนทางยุทธศาสตรG ตลอดจนการส?งเสริมและพัฒนาความร?วมมือ ระหว?างประเทศในการปZองกันและแก@ไขป̂ญหาภัยคุกคามด@านความม่ันคง ๒.๒ เปWาหมายการพัฒนาท่ียั ่งยืนของสหประชาชาติ (Sustainable Development Goals: SDGs) ตามวาระการพัฒนาอย?างยั่งยืน ค.ศ. ๒๐๓๐ โดยกำหนดทิศทางการพัฒนาที่อยู?บนพื้นฐานของแนวคิด “ไม?ทิ้งใคร ไว@ข@างหลัง” มุ?งเสริมสร@างคุณภาพชีวิตท่ีดีให@กับประชาชนทุกกลุ?ม มุ?งเน@น ๑๓ เปZาหมายจากทั้งหมด ๑๗ เปZาหมาย ให@สอดคล@องกับเปZาหมาย ตัวชี้วัด และกลยุทธGตามที่ปรากฏใน ๑๗ นโยบายและแผนความมั่นคง ซึ่งคำนึงถึง บริบทการพัฒนาเพ่ือเสริมความม่ันคงของประเทศ ดังน้ี เปWาหมายที่ ๑ ขจัดความยากจนทุกรูปแบบในทุกพื้นท่ี ครอบคลุมคนทุกกลุ?ม ทั้งชาย หญิง เด็ก คนยากจน และกลุ?มคนเปราะบาง โดยให@ความสำคัญกับการใช@ระบบและมาตรการคุ@มครองทางสังคม การสร@าง หลักประกันในเรื่องสิทธิการเข@าถึงทรัพยากรทางเศรษฐกิจ บริการขั้นพื้นฐาน การถือกรรมสิทธิ์และใช@ประโยชนG เหนือที่ดินและทรัพยGสิน ตลอดจนการสร@างภูมิต@านทานให@กับผู@ที่ยากจนและอยู?ในสภาวะเปราะบางต?อเหตุรุนแรง ท่ีเก่ียวข@องกับภูมิอากาศ และภัยพิบัติทางเศรษฐกิจ สังคม และส่ิงแวดล@อม เปWาหมายที ่ ๒ ยุต ิความหิวโหย บรรลุความมั ่นคงทางอาหาร และยกระดับโภชนาการ และส/งเสริมเกษตรกรรมที่ยั ่งยืน ให@ความสำคัญกับความมั่นคงทางอาหารและโภชนาการ การเข@าถึงอาหาร ที ่ปลอดภัย และเพียงพอตลอดทั ้งปe ตลอดจนการสร@างหลักประกันว?าจะมีระบบการผลิตอาหารที ่ยั ่งยืน ซ่ึงมีความจำเปkนต?อการดำรงชีวิตของมนุษยGทุกคน 37 ๓๘ เปWาหมายที่ ๓ สร#างหลักประกันว/าคนมีชีวิตที่มีสุขภาพดีและส/งเสริมสวัสดิภาพสำหรับทุกคน ในทุกวัย ครอบคลุมประเด็นด@านสุขภาพและสวัสดิภาพต?าง ๆ โดยให@ความสำคัญกับการเสริมสร@างการปZองกัน และการรักษาการใช@สารในทางที่ผิด ซึ่งรวมถึงการใช@ยาเสพติดในทางที่ผิดและการใช@แอลกอฮอลGในทางอันตราย ลดจำนวนการตายและบาดเจ็บจากอุบัติเหตุทางถนน การมีหลักประกันสุขภาพถ@วนหน@า รวมถึงการปZองกัน ความเสี ่ยงทางการเงิน การเข@าถึงการบริการสาธารณสุขจำเปkนที่มีคุณภาพ และเข@าถึงยาและวัคซีนจำเปkน ที่ปลอดภัย มีประสิทธิภาพ มีคุณภาพ และมีราคาที่สามารถซื้อหาได@ ตลอดจนลดจำนวนการตายและการป°วย จากสารเคมีอันตรายและจากการปนเปáàอนและมลพิษทางอากาศ น้ำ และดิน เปWาหมายที ่ ๕ บรรลุความเท/าเทียมระหว/างเพศ และเสริมสร#างความเข#มแข็งให#แก/สตรี และเด็กหญิง ให@ความสำคัญกับการยุติการเลือกปฏิบัติ และขจัดความรุนแรงทุกรูปแบบต?อผู@หญิงและเด็กหญิง รวมถึงการค@ามนุษยG การกระทำทางเพศ และการแสวงประโยชนGในรูปแบบอ่ืน เป Wาหมายท่ี ๖ สร #างหล ักประก ันว /าจะม ีการจ ัดให #ม ีน ้ำและส ุขอนามัยสำหร ับท ุกคน และมีการบริหารจัดการที่ยั ่งยืน ให@ความสำคัญกับการบริหารจัดการน้ำแบบองคGรวมในทุกระดับ รวมถึงผ?าน ทางความร?วมมือระหว?างเขตแดนตามความเหมาะสม ตลอดจนการปกปZองและฟáàนฟูระบบนิเวศที่เกี่ยวข@องกับ แหล?งน้ำรวมถึงภูเขา ป°าไม@ พ้ืนท่ีชุ?มน้ำ แม?น้ำ ช้ันหินอุ@มน้ำ และทะเลสาบ เปWาหมายที่ ๗ สร#างหลักประกันว/าทุกคนเข#าถึงพลังงานสมัยใหม/ในราคาที่สามารถซื้อหาได# เชื ่อถือได# และยั ่งยืน ให@ความสำคัญกับพลังงานสะอาดโดยเฉพาะพลังงานหมุนเวียน ซึ ่งเปkนทางเลือก ในการยกระดับประสิทธิภาพการบริหารจัดการพลังงานไปสู ?การพัฒนาที ่ยั ่งยืน โดยคำนึงถึงผลกระทบต?อ สิ่งแวดล@อม ลดการพึ่งพาเชื้อเพลิงฟอสซิล ให@ประชาชนสามารถเข@าถึง และหาซื้อพลังงานหมุนเวียนได@ง?ายข้ึน สามารถยกระดับคุณภาพชีวิต รวมทั้งตอบสนองต?อการเปลี่ยนแปลงพลังงาน การเพิ่มบทบาทของเทคโนโลยีดิจิทัล และการเปล่ียนผ?านยุคแห?งการขับเคล่ือนด@วยไฟฟZา เปWาหมายท่ี ๘ ส/งเสริมการเติบโตทางเศรษฐกิจท่ีต/อเน่ือง ครอบคลุม และย่ังยืน การจ#างงานเต็มท่ี มีผลิตภาพ และการมีงานที่เหมาะสมสำหรับทุกคน ให@ความสำคัญกับการเพิ่มผลิตภาพผ?านการเพิ่มความหลากหลาย การยกระดับเทคโนโลยีและนวัตกรรม การส?งเสริมผู@ประกอบการและวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดเล็ก นอกจากน้ี ยังให@ความสำคัญกับประเด็นด@านแรงงานเปkนการเฉพาะไม?ว ?าจะเปkนการดำเนินมาตรการโดยทันทีและ มีประสิทธิภาพเพื่อขจัดแรงงานบังคับ ยุติความเปkนทาสสมัยใหม?และการค@ามนุษยG ยับยั้งและกำจัดการใช@แรงงานเด็ก ปกปZองสิทธิแรงงาน และส?งเสริมสภาพแวดล@อมในการทำงานที่ปลอดภัยและมั ่นคงสำหรับผู @ทำงานทุกคน รวมถึงผู@ทำงานต?างด@าว โดยเฉพาะหญิงต?างด@าวและผู@ท่ีทำงานเส่ียงอันตราย เปWาหมายที่ ๑๐ ลดความไม/เสมอภาคภายในและระหว/างประเทศ ให@ความสำคัญกับการเข@าถึง โอกาสทางเศรษฐกิจ สังคม และการเมืองโดยไม?เลือกปฏิบัติ การสร@างหลักประกันว?าจะมีโอกาสที่เท?าเทียม และลดความไม?เสมอภาคของผลลัพธG รวมถึงโดยการขจัดกฎหมาย นโยบาย และแนวทางปฏิบัติที่เลือกปฏิบัติ และส?งเสริมการออกกฎหมาย นโยบาย และการกระทำท่ีเหมาะสมในเรื ่องน้ี ตลอดจนการเลือกใช@นโยบาย โดยเฉพาะนโยบายการคลัง ค?าจ@าง และการคุ@มครองทางสังคม และให@บรรลุความเสมอภาคย่ิงข้ึนอย?างต?อเน่ือง 38 ๓๙ เปWาหมายที่ ๑๑ ทำให#เมืองและการตั้งถิ่นฐานของมนุษยRมีความครอบคลุม ปลอดภัย มีภูมิต#านทาน และยั่งยืน ครอบคลุมในหลายประเด็นที่เกี่ยวข@องกับเมืองและชุมชน โดยให@ความสำคัญกับการสร@างหลักประกัน ว?าจะมีการเข@าถึงที่อยู?อาศัยและการบริการพื้นฐาน การลดความเสียหายจากภัยพิบัติ โดยเฉพาะที่เกี่ยวกับน้ำ โดยมุ?งปกปZองคนจนและคนเปราะบาง เปWาหมายที ่ ๑๓ ปฏิบัติการอย/างเร/งด/วนเพื ่อต/อสู #ก ับการเปลี ่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และผลกระทบที่เกิดขึ้น ให@ความสำคัญกับการเสริมภูมิต@านทานและขีดความสามารถในการปรับตัวต?ออันตราย และภัยพิบัติทางธรรมชาติที่เกี ่ยวข@องกับภูมิอากาศในทุกประเทศ บูรณาการมาตรการด@านการเปลี่ยนแปลง สภาพภูมิอากาศในนโยบาย ยุทธศาสตรG และการวางแผนระดับชาติ ตลอดจนพัฒนาการศึกษา การสร@างความตระหนักรู@ และขีดความสามารถของมนุษยGและของสถาบันในเรื่องการลดผลกระทบและการปรับตัวต?อการเปลี่ยนแปลง สภาพภูมิอากาศ และการเตือนภัยล?วงหน@า เปWาหมายที่ ๑๔ อนุรักษRและใช#ประโยชนRจากมหาสมุทร ทะเล และทรัพยากรทางทะเลอย/างยั่งยืน เพื ่อการพัฒนาที่ยั ่งยืน ให@ความสำคัญกับการปZองกันและลดมลพิษทางทะเลโดยเฉพาะที่เกิดจากกิจกรรม บนแผ?นดิน รวมถึงขยะทะเลและมลพิษของสารอาหาร ยุติและขจัดป^จจัยที่อุดหนุนการประมงแบบผิดกฎหมาย การบริหารจัดการเชิงวิทยาศาสตรGมาฟáàนฟูทรัพยากรสัตวGน้ำ การบริหารจัดการ อนุรักษG และฟáàนฟูระบบนิเวศ ทางทะเลและชายฝ̂≤ง ตลอดจนการเพ่ิมพ้ืนท่ีอนุรักษGทางทะเลและชายฝ̂≤ง เปWาหมายที่ ๑๖ ส/งเสริมสังคมที่สงบสุขและครอบคลุมเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน ให#ทุกคนเข#าถึง ความยุติธรรม และสร#างสถาบันที ่มีประสิทธิผล รับผิดชอบ และครอบคลุมในทุกระดับ ให@ความสำคัญ กับการลดความรุนแรงทุกรูปแบบ ยุติการข?มเหง การใช@หาประโยชนGอย?างไม?ถูกต@อง การค@ามนุษยG ความรุนแรง และการทรมานทุกรูปแบบที่มีต?อเด็ก ส?งเสริมนิติธรรมทั้งในระดับชาติและระหว?างประเทศ สร@างหลักประกัน ว?าจะมีการเข@าถึงความยุติธรรมอย?างเท?าเทียมแก?ทุกคน ลดการลักลอบการเคลื่อนย@ายอาวุธและเงิน และต?อสู@ กับองคGกรอาชญากรรม ลดการทุจริตในตำแหน?งหน@าที่และการรับสินบนทุกรูปแบบ พัฒนาสถาบันที่มีประสิทธิผล มีความรับผิดชอบและโปร?งใสในทุกระดับ ตลอดจนสร@างหลักประกันว?าสาธารณชนสามารถเข@าถึงข@อมูล และมีการปกปZองเสรีภาพข้ันพ้ืนฐานโดยเปkนไปตามกฎหมายภายในประเทศและความตกลงระหว?างประเทศ เปWาหมายที่ ๑๗ เสริมความแข็งแกร/งให#แก/กลไกการดำเนินงานและฟáàนฟูหุ#นส/วนความร/วมมือ ระดับโลก เพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน มุ?งยกระดับหุ@นส?วนความร?วมมือระดับโลก โดยเฉพาะความร?วมมือหลายภาคส?วน เพื่อขับเคลื่อนเปZาหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนในทุกประเทศ ทั้งด@านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล@อม โดยไม?ทิ้งใคร ไว@ข@างหลัง ผ?านการระดมทุนที่เปkนตัวเงิน เทคโนโลยีและนวัตกรรม ตลอดจนความรู@และแนวปฏิบัติที่ดี เพื่อสนับสนุน ประเทศกำลังพัฒนาและประเทศพัฒนาน@อยที่สุดในการดำเนินนโยบายและมาตรการต?าง ๆ ตามความต@องการ จนสามารถบรรลุเปZาหมายการพัฒนาท่ีย่ังยืนได@ภายในปe ๒๕๗๓ ๒.๓ การน#อมนำพระราชปณิธานสืบสาน รักษา ต/อยอดเพื่อขับเคลื่อนการพัฒนาตามหลักปรัชญา ของเศรษฐกิจพอเพียง และแนวพระราชดำริ “เข#าใจ เข#าถึง พัฒนา” เปkนการสืบสานโครงการพระราชดำริ ต?อเนื ่อง รักษาความเปkนอยู ?ที ่ดีของประชาชน และต?อยอดปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงเพื ่อชี ้ถึงแนวทาง การดำรงอยู ?และปฏิบัติตนของประชาชนในทุกระดับ ตั ้งแต?ระดับครอบครัว ระดับชุมชน จนถึงระดับรัฐ 39 ๔๐ ทั้งในการพัฒนาและบริหารประเทศให@ดำเนินไปในทางสายกลาง โดยเฉพาะการพัฒนาเศรษฐกิจเพื่อให@ก@าวทัน ต?อโลกยุคโลกาภิวัตนG รวมถึงความจำเปkนที่จะต@องมีระบบภูมิคุ@มกันในตัวที่ดีพอสมควรต?อการกระทบใด ๆ อันเกิด จากการเปลี่ยนแปลงทั้งภายในและภายนอก ในขณะที่แนวพระราชดำริ “เข@าใจ เข@าถึง พัฒนา” เปkนวิธีการ แห?งศาสตรGพระราชทานเพื่อการพัฒนาอย?างยั ่งยืนที่หน?วยงานด@านความมั่นคงน@อมรับปฏิบัติอย?างต?อเนื่อง โดยอาศัยความเข@าใจจุดศูนยGดุลของป̂ญหาและสภาพแวดล@อมในทุกมิติอย?างรอบด@าน ขณะเดียวกันต@องเข@าถึง สภาพป̂ญหาและความต@องการของประชาชนอย?างแท@จริงผ?านกระบวนการมีส?วนร?วม ๒.๔ การบูรณาการเพื่อส/งเสริมความร/วมมือของทุกภาคส/วน ให@ความสำคัญกับ แนวทางบูรณาการ การทำงานของหน/วยงานภาครัฐให#เปsนไปในทิศทางเดียวกัน (Whole-of-Government Approach) มุ?งเน@นให@คนเปkนศูนยGกลางการพัฒนา หน?วยงานของรัฐตระหนักถึงบทบาทหน@าที่ของตนและของหน?วยงานอื่น ๆ ที่เกี่ยวข@อง เพื่อให@สามารถสร@างผลผลิตที่จะผลักดันให@เกิดผลลัพธGที่ต@องการ โดยเฉพาะผลลัพธGที่จะต@องร?วมกันทำ หรือบูรณาการระหว?างหน?วยงาน รวมทั้งส?งเสริมความสัมพันธGและพัฒนา/ขยายความร?วมมือระหว?างหน?วยงาน ของรัฐไทยกับต?างประเทศ ควบคู/กับแนวทางบูรณาการการทำงานที่ทุกภาคส/วนในสังคมมีส/วนร/วม (Whole-of Society Approach) เปkนแนวทางที่ทุกภาคส?วนในสังคม ทั้งภาครัฐ ภาควิชาการ ภาคเอกชน ภาคประชาสังคม และภาคประชาชน ให@เข@ามามีส?วนร?วมตลอดกระบวนการจัดทำและขับเคลื ่อนเชิงนโยบายและเชิงปฏิบัติ ทำให@เกิดองคGความรู@ด@านความมั่นคง ความเข@าใจถึงสาเหตุแท@จริงของป^ญหาที่เปkนป^จจัยผลักดันได@อย?างรอบด@าน และสามารถระบุหรือกำหนดลำดับความสำคัญในการพัฒนาและการปZองกันแก@ไขป̂ญหาท่ีเกิดข้ึน ๒.๕ การบริหารจัดการความเสี่ยง (Risk Management) และการสร#างความสามารถในการกลับคืนสู/ สภาพเดิม หรือ “ล#มแล#ว ลุกไว” (Resilience) เปkนการตระหนักถึงการบริหารจัดการเพื่อลด หลีกเลี่ยง ควบคุม และกระจายความเสี่ยงให@อยู?ในระดับที่รับได@ ในขณะที่ต@องมีการเตรียมการให@ลดความเปราะบางต?อความเปลี่ยนแปลง ของความเส่ียงท่ีจะเกิดข้ึน โดยมุ?งเน@นการสร@างความสามารถของประเทศ ๓ ระดับ ดังน้ี ๒.๕.๑ การพร#อมรับ หรือ ระดับ “อยู/รอด” ในการแก@ไขข@อจำกัดหรือจุดอ?อนที่มีอยู? ซึ่งเปkนผลให@ ประชาชนประสบความยากลำบากในการดำรงชีวิต หรือทำให@ประเทศมีความเปราะบางต?อการเปลี่ยนแปลง จากภายนอกและภายใน รวมถึงการสร@างความพร@อมในทุกระดับในการรับมือกับสภาวะวิกฤติที ่อาจเกิดข้ึน ให@สามารถฟáàนคืนสู?ภาวะปกติได@อย?างรวดเร็ว ๒.๕.๒ การปรับตัว หรือ ระดับ “พอเพียง” ในการปรับเปลี่ยนป^จจัยที่จำเปkนเพื่อเสริมสร@างความมั่นคง ทางเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล@อม ตั้งแต?ในระดับครอบครัว ชุมชน พื้นท่ี และประเทศ รวมถึงปรับทิศทาง รูปแบบ และแนวทางการพัฒนาให@สอดรับกับกระแสการเปล่ียนแปลงของโลกยุคใหม? ๒.๕.๓ การเปลี่ยนแปลงเพื่อพร#อมเติบโตอย/างยั่งยืน หรือ ระดับ “ยั่งยืน” ในการผลักดันให@เกิด การเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร@างในมิติต?าง ๆ เพื่อเสริมสร@างความสามารถของบุคคลและสังคมในการพัฒนาอย?างต?อเนื่อง รวมท้ังเพ่ือสนับสนุนให@ประเทศสามารถเติบโตได@อย?างมีคุณภาพและย่ังยืน ๒.๖ การให#ความสำคัญกับแนวคิดยุทธศาสตรRชาติด#านความมั่นคง ตลอดจนแผนแม/บทภายใต# ยุทธศาสตรRชาติ ประเด็นความมั่นคง ครอบคลุมประเด็นความม่ันคงปลอดภัยในชีวิตและทรัพยGสิน บ@านเมือง 40 ๔๑ มีความสงบเรียบร@อย การปZองกันและแก@ไขป^ญหาที่มีผลกระทบต?อความมั่นคงที่มีอยู?เดิมและปZองกันป^ญหาใหม? การพัฒนาศักยภาพของประเทศให@พร@อมเผชิญภัยคุกคามที่กระทบต?อความมั่นคงของชาติ การบูรณาการความร?วมมือ ด@านความมั่นคงกับอาเซียนและนานาชาติ องคGกรภาครัฐและที่มิใช?ภาครัฐ และ การพัฒนากลไกการบริหารจัดการ ความมั่นคงแบบบูรณาการเพื่อขับเคลื่อนยุทธศาสตรGชาติได@อย?างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผล เพื่อขับเคลื่อน ไปสู?การปฏิบัติ ๒.๗ การพัฒนาเศรษฐกิจชีวภาพ เศรษฐกิจหมุนเวียน เศรษฐกิจสีเขียว (Bio-Circular-Green Economy: BCG Model) ให@ความสำคัญกับการบูรณาการการพัฒนาการขับเคลื่อนประเทศไทยอย?างสมดุล เปkนธรรม และยั่งยืน ตั้งแต?ต@นทางถึงปลายทาง โดยรักษา ต?อยอด ภูมิป^ญญาเดิม และใช@องคGความรู@ทางด@านวิทยาศาสตรG เทคโนโลยีสมัยใหม? นวัตกรรม และความคิดสร@างสรรคG เพื่อสร@างมูลค?าเพิ่มทางเศรษฐกิจควบคู?กับการรักษาความสมดุลระหว?างการอนุรักษG และการใช@ประโยชนGจากฐานทรัพยากรธรรมชาติและความหลากหลายทางชีวภาพ การบริหารจัดการโดยชุมชน ภายใต@หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง อันจะช?วยสนับสนุนการเสริมสร@างความมั่นคงแบบองคGรวม และสอดรับ กับเปZาหมายการพัฒนาท่ีย่ังยืนของสหประชาชาติ ๓. วัตถุประสงคT ๓.๑ เพ่ือเปkนกรอบทิศทางในการดำเนินการปZองกัน แจ@งเตือน แก@ไข หรือระงับยับย้ังภัยคุกคามเพ่ือธำรงไว@ซ่ึง ความม่ันคงแห?งชาติ ๓.๒ เพื่อถ?ายทอดยุทธศาสตรGชาติด@านความมั่นคงไปสู?การปฏิบัติได@อย?างเปkนรูปธรรมและเปkนไปตาม เปZาหมายท่ีกำหนดไว@ ๓.๓ เพ่ือให@หน?วยงานของรัฐใช@เปkนกรอบทิศทางการจัดทำและขับเคล่ือนแผนระดับท่ี ๓ (แผนปฏิบัติการด@านต?าง ๆ แผนปฏิบัติราชการของหน?วยงาน แผนพัฒนาในระดับพื้นที่) ที่เกี่ยวข@องกับด@านความมั่นคงได@อย?างสอดคล@อง และเปkนไปในทิศทางเดียวกัน ๔. เป]าหมาย ตัวชี้วัด และค:าเป]าหมายในภาพรวม ๔.๑ เปWาหมายในภาพรวม ประเทศไทยมีความมั่นคงและมีเสถียรภาพมากขึ้น ประชาชนดำรงชีวิตโดยปกติสุข รวมทั้งมีการพัฒนา ศักยภาพบริหารจัดการ เพ่ือเสริมสร@างความม่ันคงแบบองคGรวมและรักษาไว@ซ่ึงผลประโยชนGแห?งชาติ ๔.๒ ตัวช้ีวัดและค/าเปWาหมายในภาพรวม ความสำเร็จของการบรรลุค?าเปZาหมายที่กำหนดไว@ในแต?ละตัวชี ้วัดย?อยของ ๑๗ นโยบายและแผน ความม่ันคง ภายใต@นโยบายและแผนระดับชาติว?าด@วยความม่ันคงแห?งชาติ (พ.ศ. ๒๕๖๖ – ๒๕๗๐) ทั้งนี้ ตัวชี้วัดย?อยมีทั้งสิ้น ๕๘ ตัวชี้วัด โดยให@มีการประเมินผลรายปeเพื่อติดตามและประเมินผล ให@บรรลุค?าเปZาหมายในแต?ละตัวชี ้วัดย?อยที่กำหนดไว@ให@นำไปสู?ผลสัมฤทธิ์ภายในปe ๒๕๗๐ (สรุปผลสัมฤทธ์ิ ในภาพรวมระยะ ๕ ปe) เพ่ือทบทวน พัฒนา และปรับปรุงการดำเนินการในระยะต?อไป 41 ๔๒ 42 ๔๓ ส"วนที่ ๔ นโยบายและแผนความมั่นคง 43 ๔๔ 44 ๔๕ นโยบายและแผนความมั่นคงที่ ๑ การเสริมสร,างความมั่นคงของสถาบันหลักของชาติ ๑. จุดมุ/งเน#น สังคมไทยอยู ?ร ?วมกันอย?างสันติและเคารพในความแตกต?างหลากหลายบนพื ้นฐานสิทธิมนุษยชน และพร@อมธำรงรักษาไว@ซ่ึงสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริยG ๒. ความเช่ือมโยงกับยุทธศาสตรRชาติ และ แผนแม/บทภายใต#ยุทธศาสตรRชาติ ๒.๑ ยุทธศาสตรRชาติด#านความม่ันคง เปWาหมาย ประชาชนอยู?ดี กินดี และมีความสุข ๒.๒ แผนแม/บทภายใต#ยุทธศาสตรRชาติ • ประเด็นความม่ันคง แผนย/อยการรักษาความสงบภายในประเทศ เปWาหมาย ๑. ประชาชนมีความม่ันคงปลอดภัยในชีวิต และทรัพยGสินเพ่ิมข้ึน ๒. คนไทยมีความจงรักภักดี ซื ่อสัตยG พร@อมธำรงรักษาไว@ซึ ่งสถาบันหลักของชาติ สถาบันศาสนาเปkนท่ีเคารพ ยึดเหน่ียวจิตใจของคนไทยสูงข้ึน ๓. การเมืองมีเสถียรภาพและธรรมาภิบาลสูงข้ึน ๓. เปWาหมาย ผลสัมฤทธ์ิ และตัวช้ีวัด เปWาหมายท่ี ๑ การธำรงรักษาไว@ซ่ึงสถาบันพระมหากษัตริยG ผลสัมฤทธ์ิ การสร@างพื้นที่พูดคุยอย?างสันติ ส?งเสริมการแลกเปลี่ยนมุมมอง และเสริมสร@าง ความรู@ความเข@าใจ เพ่ือให@เกิดความตระหนักถึงความสำคัญของสถาบันพระมหากษัตริยG ตัวชี้วัด การจัดทำชุดข@อมูลองคGความรู@เกี่ยวกับสถาบันพระมหากษัตริยG และเผยแพร?ตามช?องทาง ประชาสัมพันธGต?าง ๆ เพ่ิมข้ึนอย?างน@อยร@อยละ ๕ จากผลการดำเนินงานของปeท่ีผ?านมา เปWาหมายที่ ๒ คนในชาติอยู?ร?วมกันอย?างสันติและเคารพในความแตกต?างหลากหลาย โดยได@รับความคุ@มครอง ตามหลักสิทธิมนุษยชน ซึ่งหมายรวมถึงการให@ความสำคัญกับทุกศาสนา ผู@ที่มีหลักความเชื่อต?าง ๆ และผู@ท่ีไม? นับถือศาสนา ผลสัมฤทธิ์ คนในชาติอยู ?ร?วมกันอย?างมีความเสมอภาคและความเท?าเทียมกันบนพื้นฐาน สิทธิมนุษยชน ตัวช้ีวัดท่ี ๑ การจัดทำ พัฒนา หรือปรับปรุงมาตรการของรัฐ เพ่ือส?งเสริม คุ@มครอง และปกปZอง สิทธิมนุษยชนภายในของไทยให@สอดคล@องกับบริบทภายในประเทศและสนธิสัญญาระหว?างประเทศว?าด@วย สิทธิมนุษยชนท่ีประเทศไทยเปkนภาคี อย?างน@อยปeละ ๒ มาตรการ 45 ๔๖ ตัวชี ้ว ัดที ่ ๒ คำร@องเกี ่ยวกับการถูกละเมิดสิทธิมนุษยชนและการถูกเลือกปฏิบัติได@รับ การพิจารณาและเข@าสู?กระบวนการแก@ไขป^ญหาโดยหน?วยงานที่เกี่ยวข@อง เพิ่มขึ้นอย?างน@อยร@อยละ ๕ เมื่อเทียบกับ ค?าเฉล่ียย@อนหลัง ๕ ปe ตัวชี้วัดที่ ๓ การปฏิบัติตามข@อเสนอแนะที่ไทยตอบรับในรายงานทบทวนสถานการณGสิทธิมนุษยชน ของประเทศตามกระบวนการทบทวนสถานการณGสิทธิมนุษยชน (Universal Periodic Review: UPR) ภายใต@ คณะมนตรีสิทธิมนุษยชนแห?งสหประชาชาติ (Human Rights Council: HRC) ภายในปe ๒๕๗๐ มีผลการปฏิบัติตาม ข@อเสนอแนะท่ีไทยตอบรับในกระบวนการ UPR รอบท่ี ๓ ไม?ต่ำกว?าร@อยละ ๕๐ และรอบท่ี ๔ ไม?ต่ำกว?าร@อยละ ๑๐ ๔. กลยุทธR กลยุทธRหลักท่ี ๑ การปกปWองและเชิดชูสถาบันพระมหากษัตริยR กลยุทธRย/อยที่ ๑.๑ ส?งเสริมการเรียนรู@ และการจัดทำหรือพัฒนาหลักสูตรการศึกษาเกี่ยวกับ สถาบันพระมหากษัตริยGในทุกระดับอย?างเหมาะสมสอดคล@องกับทุกช?วงวัย เพื่อสร@างความรู@ความเข@าใจและ การตระหนักถึงความสำคัญของสถาบันพระมหากษัตริยGในฐานะศูนยGรวมจิตใจของประชาชนในชาติ กลยุทธRย/อยท่ี ๑.๒ ส?งเสริมการจัดทำและเผยแพร?ชุดข@อมูลความรู@เก่ียวกับสถาบันพระมหากษัตริยG พระราชประวัติ พระราชกรณียกิจ โครงการพระราชดำริ หลักการทรงงาน แก?เด็ก เยาวชน และประชาชนทั่วไป โดยมุ?งเน@นการจัดทำสื่อที่มีความทันสมัย มีการเผยแพร?ในหลายช?องทาง รวมถึงมีการจัดทำระบบการบริหารจัดการ ชุดข@อมูลระหว?างส?วนราชการ ภาคเอกชน และภาคประชาชน โดยเฉพาะการเข@ามามีส?วนร?วมของเด็กและเยาวชน กลยุทธRย/อยที่ ๑.๓ เสริมสร@างการพัฒนาประสิทธิภาพในการธำรงรักษาสถาบันพระมหากษัตริยG โดยมุ?งเน@นการประเมินและกลไกการบริหารจัดการที่มีอยู?เดิมให@เกิดประสิทธิภาพ และสอดคล@องกับสภาพแวดล@อม ท่ีเปล่ียนแปลงไป รวมถึงการสร@างเครือข?ายความร?วมมือระหว?างภาครัฐ เอกชน ประชาชน และองคGกรทางสังคม กลยุทธRหลักที่ ๒ การส/งเสริมการอยู/ร/วมกันของคนในชาติอย/างสันติ และเคารพในความแตกต/างหลากหลาย บนพ้ืนฐานสิทธิมนุษยชน กลยุทธRย/อยที่ ๒.๑ ทบทวน ปรับปรุง พัฒนากฎหมาย กฎ ระเบียบ แนวทาง วิธีปฏิบัติ คำส่ัง ทางการบริหาร ข@อบังคับ และมาตรการของรัฐ ในการส?งเสริมและให@ความคุ@มครองบนพื้นฐานสิทธิมนุษยชน การให@บริการสาธารณะโดยไม?เลือกปฏิบัติ ตลอดจนสร@างหลักประกันว?าบุคคลต@องได@รับความคุ@มครองตาม กฎหมายอย?างเท?าเทียมกัน กลยุทธRย/อยที่ ๒.๒ ส?งเสริมการอยู?ร?วมกันของคนในชาติ โดยสร@างความตระหนักรู@ให@แก? ทุกภาคส?วนให@เห็นคุณค?าการอยู?ร?วมกันในสังคมพหุวัฒนธรรม การเคารพสิทธิและศักดิ์ศรีของความเปkนมนุษยG และให@เกียรติซึ่งกันและกัน โดยดำเนินงานภายใต@กรอบการไม?เลือกปฏิบัติต?อบุคคล ไม?ว?าด@วยเหตุความแตกต?าง ในเรื่องถิ่นกำเนิด เชื้อชาติ ชาติพันธุG ภาษา ศาสนา เพศ เพศสภาพและเพศวิถี อายุ ความพิการ สภาพทางกาย หรือจิต สุขภาพ ผู@ติดเชื้อเอชไอวี ผู@ติดยาเสพติด สถานะของบุคคล ฐานะทางเศรษฐกิจหรือสังคม ความเช่ือ ทางศาสนาหรือความเชื่ออื่น การศึกษาอบรม ตลอดจนความคิดเห็นทางการเมืองหรือความคิดเห็นอื่น อันไม?ขัดต?อ บทบัญญัติแห?งรัฐธรรมนูญ หรือเหตุอ่ืนใดจะกระทำมิได@ 46 ๔๗ กลยุทธRย/อยที่ ๒.๓ ใช@แนวทางสันติวิธีในการจัดการความขัดแย@งและส?งเสริมให@เกิดพื้นท่ี สาธารณะในการพูดคุยแลกเปลี่ยนระหว?างภาครัฐ ภาคประชาสังคม และภาคประชาชน โดยเฉพาะประเด็น ทางการเมือง ข@อเรียกร@องที่เกี่ยวข@องกับสิทธิมนุษยชน สิทธิชุมชน และประเด็นที่รัฐเปkนคู?ขัดแย@ง ตามหลักสิทธิมนุษยชน อย?างสันติ กลยุทธRย/อยที่ ๒.๔ สร@างความตระหนักรู@ การเสริมสร@างทัศนคติ และความรู@ความเข@าใจ เกี ่ยวกับหลักสิทธิมนุษยชนในทุกระดับ ตั้งแต?ระดับครอบครัว ชุมชน สถานศึกษา สถานท่ีทำงาน ให@บุคคล ตระหนักและปกปZองสิทธิของตนเอง รวมถึงเคารพและไม?ละเมิดสิทธิของบุคคลอ่ืน กลยุทธRย/อยที่ ๒.๕ เพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการของภาครัฐในการจัดสรรทรัพยากร และการเข@าถึงบริการสาธารณะของรัฐบนพ้ืนฐานของความเสมอภาค ความเท?าเทียม และการไม?เลือกปฏิบัติ กลยุทธRย/อยที่ ๒.๖ เพิ่มประสิทธิภาพการขยายช?องทางการร@องเรียนหรือร@องทุกขGให@สามารถ เข@าถึงได@ทุกระดับ โดยมีการติดตามและรายงานผลให@แก?ผู@ร@องเรียนหรือผู@ร@องทุกขG กลยุทธRย/อยที่ ๒.๗ ส?งเสริมและสนับสนุนการเข@าถึงความยุติธรรมอย?างเสมอภาคและเปkนธรรม โดยเฉพาะการดำเนินการของกองทุนยุติธรรมให@มีงบประมาณเพียงพอต?อการดำเนินการและความต@องการ ของประชาชนในการเข@าถึงการรับบริการ และการกำหนดให@มีมาตรการคุ@มครองและช?วยเหลือเยียวยาแก?ประชาชน ท่ีถูกละเมิดสิทธิอย?างมีประสิทธิภาพ กลยุทธRย/อยท่ี ๒.๘ สนับสนุนและกำกับดูแลเจ@าหน@าท่ีของรัฐให@ปฏิบัติหน@าท่ีด@วยความถูกต@อง โปร?งใส เปkนธรรม และเคารพหลักสิทธิมนุษยชน ไม?ให@เกิดการเลือกปฏิบัติ โดยเฉพาะการปฏิบัติหน@าท่ี และการให@บริการต?อประชาชน และให@ความสำคัญกับความคุ@มครองเจ@าหน@าที่รัฐในการปฏิเสธคำสั่งที่มิชอบ ด@วยกฎหมาย หรือการกระทำอื่นใด ซึ่งเข@าข?ายการเลือกปฏิบัติหรือขัดต?อหลักสิทธิมนุษยชน ตลอดจนดำเนินการ ทางวินัยและ/หรือกฎหมายแก?เจ@าหน@าท่ีรัฐท่ีปฏิบัติหน@าท่ีโดยขัดกับหลักสิทธิมนุษยชนอย?างจริงจัง กลยุทธRย/อยที่ ๒.๙ บูรณาการความร?วมมือของภาคีเครือข?าย ทั้งภายในประเทศและระหว?าง ประเทศในการส?งเสริมและคุ@มครองสิทธิมนุษยชน กลยุทธRย/อยที่ ๒.๑๐ ส?งเสริมให@สถาบันครอบครัวและสถาบันการศึกษาเปkนหน?วยทางสังคม ที่สำคัญในการวางรากฐานความมั่นคงของประเทศ โดยมุ?งเน@นแนวคิดการแบ?งป^นและการทำประโยชนGเพื่อสังคม ส?วนรวม ตลอดจนการอยู?ร?วมกันบนความแตกต?างหลากหลายของคนในชาติ กลยุทธRหลักท่ี ๓ การให#ความสำคัญกับทุกศาสนา ผู#ท่ีมีหลักความเช่ือต/าง ๆ และผู#ท่ีไม/นับถือศาสนา กลยุทธRย/อยที่ ๓.๑ สร@างหลักประกันทางสังคมสำหรับผู@ที่นับถือศาสนาและไม?นับถือศาสนา ในการปZองกันมิให@เกิดความไม?เท?าเทียมในการรับบริการจากรัฐ หรือการกระทำอ่ืนใดของบุคคลซ่ึงอาจถูกเลือกปฏิบัติ กลยุทธRย/อยที่ ๓.๒ ให@ความคุ@มครองและส?งเสริมศาสนาและหลักความเชื่อต?าง ๆ รวมถึง ผู@ท่ีไม?นับถือศาสนาอย?างเท?าเทียมตามหลักสิทธิมนุษยชน 47 ๔๘ กลยุทธRย/อยที่ ๓.๓ เสริมสร@างความเข@าใจ ทัศนคติเชิงบวก และความเคารพในความหลากหลาย ระหว?างศาสนิก ผู@ท่ีมีความเช่ือต?าง ๆ และผู@ท่ีไม?นับถือศาสนา ๕. หน/วยงานเจ#าภาพรับผิดชอบบูรณาการขับเคล่ือน กองอำนวยการรักษาความม่ันคงภายในราชอาณาจักร 48 ๔๙ นโยบายและแผนความมั่นคงที่ ๒ การปกป]องอธิปไตยและผลประโยชนTของชาติ และการพัฒนาศักยภาพการป]องกันประเทศ ๑. จุดมุ/งเน#น การปกปZอง รักษา และแก@ไขป^ญหาที่กระทบต?ออธิปไตยและผลประโยชนGของชาติ ทั้งทางบก ทางทะเล และทางอากาศ รวมทั้งการพัฒนาขีดความสามารถเชิงยุทธศาสตรGของกองทัพและหน?วยงานด@านความมั่นคง ท่ีเก่ียวข@อง เพ่ือการปZองกันประเทศในอนาคต ๒. ความเช่ือมโยงกับยุทธศาสตรRชาติ และ แผนแม/บทภายใต#ยุทธศาสตรRชาติ ๒.๑ ยุทธศาสตรRชาติด#านความม่ันคง เปWาหมาย กองทัพ หน?วยงานด@านความมั ่นคง ภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชน มีความพร@อม ในการปZองกันและแก@ไขป̂ญหาความม่ันคง ๒.๒ แผนแม/บทภายใต#ยุทธศาสตรRชาติ • ประเด็นความม่ันคง แผนย/อยการพัฒนาศักยภาพของประเทศให#พร#อมเผชิญภัยคุกคามท่ีกระทบต/อความม่ันคงของชาติ เปWาหมาย กองทัพและหน?วยงานด@านความมั่นคงมีความพร@อมสูงขึ้นที่จะเผชิญภัยคุกคามทุกรูปแบบ ทุกมิติ และทุกระดับความรุนแรง ๓. เปWาหมาย ผลสัมฤทธ์ิ และตัวช้ีวัด เปWาหมายท่ี ๑ การปกปZอง รักษา และแก@ไขป̂ญหาท่ีกระทบต?ออธิปไตยและผลประโยชนGของชาติ ผลสัมฤทธ์ิ กองทัพและหน?วยงานด@านความม่ันคงท่ีเก่ียวข@อง มีความพร@อมสูงข้ึน สำหรับการปฏิบัติการ ตามแผนปZองกันประเทศ หรือแผนปฏิบัติการอ่ืน ๆ ด@วยระบบการปฏิบัติการร?วม ตัวชี้วัดท่ี ๑ ความพร@อมของกองทัพและหน?วยงานด@านความมั่นคงที่เกี่ยวข@องในการปฏิบัติการ ตามแผนปZองกันประเทศด@วยระบบปฏิบัติการร?วม โดยหน?วยทหารตามแผนปZองกันประเทศผ?านเกณฑGมาตรฐาน การฝãกร?วมกองทัพไทย ภายในปe ๒๕๗๐ ตัวชี ้วัดท่ี ๒ หน?วยปฏิบัติการหลักของเหล?าทัพในการปฏิบัติการตามแผนปZองกันประเทศ มีความพร@อมด@านกำลังพล ยุทโธปกรณG และการฝãก ไม?ต่ำกว?าร@อยละ ๘๐ ภายในปe ๒๕๗๐ เปWาหมายท่ี ๒ การพัฒนาขีดความสามารถเชิงยุทธศาสตรGเพ่ือการปZองกันประเทศในอนาคต ผลสัมฤทธิ ์ กองทัพและหน?วยงานด@านความมั ่นคงที ่เกี ่ยวข@องมีความพร@อมและทันสมัย ทั้งในด@านการจัดหน?วย อาวุธยุทโธปกรณG ระบบการสนับสนุน และการส?งกำลังบำรุง รวมทั้งระบบการควบคุม บังคับบัญชาด@วยการประยุกตGใช@นวัตกรรมและเทคโนโลยีดิจิทัล การปฏิบัติการทางไซเบอรGและอวกาศ ตลอดจน สามารถนำกำลังพลสำรองในบัญชีบรรจุกำลังของหน?วยเข@าร?วมการฝãกหรือปฏิบัติภารกิจกับกองทัพได@ ทั้งในภาวะปกติ วิกฤติ และสงคราม 49 ๕๐ ตัวชี ้วัดที ่ ๑ การพัฒนากองทัพและหน?วยงานด@านความมั ่นคงที ่เกี ่ยวข@องไปสู ?ความทันสมัย ด@วยการประยุกตGใช@เทคโนโลยีดิจิทัลในการเช่ือมโยงระบบงาน ตลอดจนเสริมสร@างความพร@อมเพ่ือให@สามารถรองรับ ปฏิบัติการทางไซเบอรGและอวกาศได@ ภายในปe ๒๕๗๐ ตัวชี้วัดที่ ๒ หน?วยทหารที่มีกำลังพลสำรองบรรจุในอัตราของหน?วยมีการเรียกกำลังพลสำรอง เข@าร?วมการฝãกหรือปฏิบัติภารกิจร?วมกับกองทัพครบทุกหน?วย ภายในปe ๒๕๗๐ ๔. กลยุทธR กลยุทธRหลักท่ี ๑ การปกปWองอธิปไตยและผลประโยชนRของชาติทางบก ทางทะเล และทางอากาศ กลยุทธRย/อยที่ ๑.๑ จัดให@มีระบบการข?าว การลาดตระเวน การเฝZาตรวจ ปZองกัน และรักษา พ้ืนท่ีชายแดน ชายฝ̂≤งทะเล เกาะแก?ง และอาณาเขตทางทะเล เพ่ือปZองกัน ปZองปราม และแก@ไขการละเมิดอธิปไตย ท้ังทางบก ทางทะเล และทางอากาศ กลยุทธRย/อยที่ ๑.๒ พัฒนาขีดความสามารถด@านการปฏิบัติการร?วมระหว?างกองทัพกับหน?วยงาน ด@านความม่ันคงท่ีเก่ียวข@องให@มีความพร@อมต้ังแต?ภาวะปกติ กลยุทธRย /อยที ่ ๑.๓ ปรับปรุงและพัฒนาแผนและระบบการปZองกันประเทศให@ทันสมัย สามารถใช@ได@จริง และมีการฝãกซ@อมการปฏิบัติอยู?เสมอ เพื่อสร@างความพร@อมให@แก?กองทัพและหน?วยงานด@านความมั่นคง ท่ีเก่ียวข@อง กลยุทธRหลักท่ี ๒ การพัฒนาศักยภาพการปWองกันประเทศ กลยุทธRย/อยที่ ๒.๑ เตรียมกำลังเชิงยุทธศาสตรG เพื ่อให@หน?วยขึ้นตรงของกระทรวงกลาโหม กองทัพ และหน?วยงานด@านความมั่นคงที่เกี่ยวข@อง มีความพร@อม ความทันสมัย และความต?อเนื่องในการปฏิบัติ สำหรับใช@สนับสนุนแผนปZองกันประเทศ หรือแผนการปฏิบัติการอ่ืน ๆ กลยุทธRย/อยที่ ๒.๒ พัฒนากองทัพและหน?วยงานด@านความมั่นคงที่เกี่ยวข@องไปสู?ความทันสมัย ด@วยการประยุกตGใช@เทคโนโลยีดิจิทัลในการเชื่อมโยงระบบงาน ทั้งภายในและภายนอก ตลอดจนเสริมสร@าง ความพร@อมเพ่ือให@สามารถรองรับการปฏิบัติการทางไซเบอรGและอวกาศได@ กลยุทธRย/อยที่ ๒.๓ พัฒนาระบบกำลังสำรอง กำลังพลสำรอง และการระดมสรรพกำลัง รวมถึงกิจการมวลชนและกำลังประชาชน เพ่ือการปZองกันประเทศ ๕. หน/วยงานเจ#าภาพรับผิดชอบบูรณาการขับเคล่ือน กระทรวงกลาโหม 50 ๕๑ นโยบายและแผนความมั่นคงที่ ๓ การรักษาความมั่นคงและผลประโยชนTของชาติพื้นที่ชายแดน ๑. จุดมุ/งเน#น พื้นที่ชายแดนและประชาชนในพื้นที่มีการพัฒนา มีความมั่นคงปลอดภัย มีศักยภาพในการปZองกันและแก@ไข ภัยคุกคามทุกรูปแบบ มีสภาพแวดล@อมที่เหมาะสมต?อการพัฒนาทางเศรษฐกิจ สังคม และความมั่นคงของมนุษยG อย?างสมดุล อีกทั้งยังเปkนพื้นที่ความร?วมมือและสร@างความสัมพันธGอันดีกับประเทศรอบบ@าน ทั้งในด@านการร?วมกัน ปZองกันภัยคุกคามและป^ญหาความมั่นคง การแก@ไขป^ญหาคงค@าง รวมถึงการสร@างการเติบโตทางเศรษฐกิจร?วมกัน อย?างย่ังยืน ๒. ความเช่ือมโยงกับยุทธศาสตรRชาติ และ แผนแม/บทภายใต#ยุทธศาสตรRชาติ ๒.๑ ยุทธศาสตรRชาติด#านความม่ันคง เปWาหมาย บ@านเมืองมีความม่ันคงในทุกมิติและทุกระดับ ๒.๒ แผนแม/บทภายใต#ยุทธศาสตรRชาติ • ประเด็นความม่ันคง แผนย/อยการปWองกันและแก#ไขปaญหาท่ีมีผลกระทบต/อความม่ันคง เปWาหมาย ป^ญหาความมั่นคงที่มีอยู?ในป^จจุบัน (เช?น ป^ญหายาเสพติด ความมั่นคงทางไซเบอรG การค@ามนุษยG ฯลฯ) ได@รับการแก@ไขจนไม?ส?งผลกระทบต?อการบริหารและพัฒนาประเทศ ๓. เปWาหมาย ผลสัมฤทธ์ิ และตัวช้ีวัด เปWาหมายที่ ๑ พื้นที่ชายแดนมีความมั่นคง ปลอดภัย มีศักยภาพการปZองกันและแก@ไขภัยคุกคามทุกรูปแบบ และเปkนพ้ืนท่ีเช่ือมโยงทางเศรษฐกิจและสังคมระหว?างไทยกับประเทศรอบบ@าน ผลสัมฤทธ์ิ พื้นที่ชายแดนมีศักยภาพในการปZองกันภัยคุกคามทุกรูปแบบ ประชาชนและชุมชน ตามแนวชายแดนมีความปลอดภัยและมีคุณภาพชีวิตที่ดี รวมถึงเปkนจุดเชื่อมโยงสำคัญทางเศรษฐกิจ การสัญจร และความม่ันคงในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต@ ตัวชี้วัดที่ ๑ การพัฒนาระบบปZองกันตามแนวชายแดนด@วยการใช@เทคโนโลยี อย?างน@อยร@อยละ ๘๕ ของจังหวัดชายแดนท้ังหมด ภายในปe ๒๕๗๐ ตัวช้ีวัดท่ี ๒ มูลค?าการค@าชายแดนเพ่ิมข้ึนอย?างน@อยร@อยละ ๕ ต?อปe เปWาหมายที่ ๒ ป̂ญหาเขตแดนระหว?างไทยกับประเทศรอบบ@านได@รับการแก@ไข และไม?ส?งผลกระทบต?อความสัมพันธG ระหว?างประเทศ ผลสัมฤทธ์ิ ประเทศไทยสามารถแก@ไขป^ญหาเขตแดน โดยมีความสมดุลระหว?างผลประโยชนGแห?งชาติ และความสัมพันธGระหว?างประเทศ ตัวช้ีวัด เปZาหมายในการสำรวจและจัดทำหลักเขตแดนของไทย อยู?ท่ีร@อยละ ๘๐ ภายในปe ๒๕๗๐ 51 ๕๒ ๔. กลยุทธR กลยุทธRหลักที่ ๑ การสร#างสภาพแวดล#อมในพื้นที่ชายแดนให#มีความปลอดภัยและมีศักยภาพในการปWองกัน และแก#ไขภัยคุกคาม กลยุทธRย/อยที่ ๑.๑ สร@างความเข@มแข็งให@กับชุมชนชายแดนไทยและประเทศรอบบ@าน รวมทั้งให@ประชาชนตามแนวชายแดนมีส?วนร?วมกับหน?วยงานความมั่นคงในพื้นที่ชายแดนในการปZองกันภัยคุกคาม ที่อาจผ?านพื้นที่ชายแดนเข@าสู?พื้นที่ของประเทศไทย และเพิ่มกลยุทธGในการสร@างแรงจูงใจให@ประชาชนเข@ามา มีส?วนร?วมมากขึ้น สนับสนุนบทบาทของผู@นำชุมชนในพื้นที่ให@ผลักดันการพัฒนาจากภายในชุมชน ตลอดจน สร@างความสัมพันธGในชุมชนเพ่ือร?วมดำเนินกิจกรรมพัฒนาและปZองกันความม่ันคงปลอดภัยในชุมชนตามแนวชายแดน กลยุทธRย/อยที่ ๑.๒ ปZองกันและแก@ไขภัยคุกคามทุกรูปแบบบริเวณพื้นที่ชายแดน โดยผลักดัน การหารือระหว?างไทยกับประเทศรอบบ@านผ?านกลไกความร?วมมือระหว?างประเทศในทุกระดับ โดยเฉพาะ อาชญากรรมข@ามชาติ ป̂ญหาการลักลอบตัดไม@และทำลายป°า ผู@หลบหนีเข@าเมือง และโรคติดต?ออุบัติใหม? กลยุทธRย/อยที่ ๑.๓ จัดทำระบบปZองกันพื้นที่ชายแดนของจังหวัดชายแดน โดยให@ความสำคัญ กับการนำเทคโนโลยีเข@ามาสนับสนุนการปZองกัน ปราบปราม และแก@ไขการกระทำอันผิดกฎหมายของไทย โดยเฉพาะ บริเวณช?องทางธรรมชาติ กลยุทธRหลักที่ ๒ การยกระดับและพัฒนาจุดผ/านแดนให#มีประสิทธิภาพในการปWองกันภัยคุกคามและ เช่ือมโยงเศรษฐกิจ การค#า และการสัญจรข#ามแดน กลยุทธRย/อยที ่ ๒.๑ พัฒนาระบบโครงสร@างพื ้นฐาน หรือจุดผ?านแดนประเภทต?าง ๆ เพื่ออำนวยความสะดวกด@านเศรษฐกิจ การค@า และการสัญจรข@ามแดน เพื่อเตรียมความพร@อมสำหรับการยกระดับ จุดผ?านแดนถาวรในอนาคต กลยุทธRย/อยที่ ๒.๒ พัฒนาระบบการสัญจรข@ามแดน ประกอบด@วย สินค@า ยานพาหนะ และการเดินทางข@ามแดน โดยเชื่อมโยงฐานข@อมูลระหว?างหน?วยงาน เพื่ออำนวยความสะดวกในการข@ามแดน และสามารถเฝZาระวังภัยคุกคามที่แฝงมากับการข@ามแดน กิจกรรมทางเศรษฐกิจของประชาชน และอาชญากรรม ข@ามชาติได@ กลยุทธRย/อยที่ ๒.๓ หารือร?วมกับประเทศรอบบ@านผ?านกลไกความร?วมมือระหว?างประเทศ ในทุกระดับ เพื่อผลักดันให@มีการยกระดับช?องทางธรรมชาติและจุดผ?านแดน ให@สอดคล@องกับแนวทางการยกระดับ ช?องทางธรรมชาติและจุดผ?านแดนของไทย กลยุทธRหลักที ่ ๓ การแก#ไขปaญหาเขตแดนระหว/างไทยกับประเทศรอบบ#าน โดยให#สมดุลระหว/าง ผลประโยชนRแห/งชาติและความสัมพันธRระหว/างประเทศ กลยุทธRย /อยที ่ ๓.๑ หยิบยกประเด็นการสำรวจและจัดทำหลักเขตแดนระหว?างไทย และประเทศรอบบ@านเข@าสู ?การหารือและพิจารณากำหนดแนวทางการดำเนินการ ภายใต@กลไกความร?วมมือ ระหว?างประเทศในทุกระดับ รวมถึงพิจารณาแนวทางร?วมในการใช@ประโยชนGพ้ืนท่ีชายแดน กลยุทธRย/อยที่ ๓.๒ สำรวจภูมิประเทศในพื้นที่ชายแดนเพื่อสนับสนุนกระบวนการสำรวจ และจัดทำหลักเขตแดน 52 ๕๓ กลยุทธRย/อยที่ ๓.๓ เสริมสร@างความรู@ความเข@าใจในประเด็นเขตแดนท่ีถูกต@องให@กับประชาชน โดยเฉพาะในพื ้นที ่ชายแดน เพื ่อให@ประชาชนใช@ประโยชนGพื ้นที ่ได@อย?างถูกต@อง พร@อมทั ้งปZองกันไม?ให@เกิด การกระทำท่ีอาจละเมิดข@อตกลงระหว?างประเทศ ๕. หน/วยงานเจ#าภาพรับผิดชอบบูรณาการขับเคล่ือน กระทรวงมหาดไทย 53 ๕๔ นโยบายและแผนความมั่นคงที่ ๔ การรักษาความมั่นคงและผลประโยชนTของชาติทางทะเล ๑. จุดมุ/งเน#น การเสริมสร@างความมั่นคงทางทะเลแบบองคGรวม ให@ปZองกันและแก@ไขป^ญหาภัยคุกคามทางทะเลที่สำคัญ อย?างต?อเนื่อง และความร?วมมือระหว?างภาคส?วนต?าง ๆ โดยคำนึงถึงการรักษาความมั่นคงทางทะเลและผลประโยชนG ของชาติทางทะเลให@มีความสมดุลและย่ังยืน และการบริหารจัดการองคGความรู@ทางทะเลท่ีมีประสิทธิภาพ ๒. ความเช่ือมโยงกับยุทธศาสตรRชาติ และ แผนแม/บทภายใต#ยุทธศาสตรRชาติ ๒.๑ ยุทธศาสตรRชาติด#านความม่ันคง เปWาหมาย บ@านเมืองมีความม่ันคงในทุกมิติและทุกระดับ ๒.๒ แผนแม/บทภายใต#ยุทธศาสตรRชาติ • ประเด็นความม่ันคง แผนย/อยการปWองกันและแก#ไขปaญหาท่ีมีผลกระทบต/อความม่ันคง เปWาหมาย ป^ญหาความมั่นคงที่มีอยู?ในป^จจุบัน (เช?น ป^ญหายาเสพติด ความมั่นคงทางไซเบอรG การค@ามนุษยG ฯลฯ) ได@รับการแก@ไขจนไม?ส?งผลกระทบต?อการบริหารและพัฒนาประเทศ ๓. เปWาหมาย ผลสัมฤทธ์ิ และตัวช้ีวัด เปWาหมายที่ ๑ ประเทศไทยสามารถปZองกันและแก@ไขป^ญหาความมั่นคงทางทะเลได@อย?างต?อเนื่องจนไม?ส?งผลกระทบ ต?อความม่ันคงและความปลอดภัยของประเทศ ผลสัมฤทธ์ิ ประเทศไทยมีขีดความสามารถและศักยภาพในการเฝZาระวัง ติดตาม ปZองกัน และแก@ไขป̂ญหาความม่ันคงทางทะเลในภาพรวมของประเทศเพ่ิมข้ึนส?งผลให@ประเทศมีความม่ันคงและปลอดภัย ตัวช้ีวัด ดัชนีความม่ันคงทางทะเลในภาพรวม อยู?ท่ี ๖๙ คะแนน ภายในปe ๒๕๗๐ เปWาหมายที่ ๒ ประเทศไทยมีการบริหารจัดการองคGความรู@ทางทะเลที่ช?วยสนับสนุนการรักษาความมั่นคง และผลประโยชนGของชาติทางทะเล ผลสัมฤทธิ์ ประเทศไทยมีองคGความรู@ทางทะเลที่สำคัญที่สนับสนุนการตัดสินใจเชิงนโยบาย ในการรักษาความมั่นคงและผลประโยชนGของชาติทางทะเล และประชาชนมีความรู@ ความเข@าใจ และความตระหนักรู@ เก่ียวกับทะเล ตัวชี้วัดที่ ๑ จำนวนองคGความรู@ทางทะเลที่สำคัญที่สนับสนุนการตัดสินใจของกลไกระดับ นโยบายของประเทศ อย?างน@อยปeละ ๑ ประเด็น ตัวชี้วัดที่ ๒ การสร@างองคGความรู@และความตระหนักรู@ทางทะเลให@แก?ภาคส?วนที่เกี ่ยวข@อง อย?างน@อยปeละ ๑ ประเด็น 54 ๕๕ ๔. กลยุทธR กลยุทธRหลักท่ี ๑ การส/งเสริมและพัฒนาศักยภาพเก่ียวกับการดำเนินการด#านความม่ันคงทางทะเล กลยุทธRย/อยที่ ๑.๑ พัฒนาขีดความสามารถของหน?วยงานที่เกี่ยวข@องในการปกปZองและรักษา ความมั่นคงทางทะเล ทั้งด@านสมรรถนะของอุปกรณGและเครื่องมือในการปฏิบัติงาน ระบบเทคโนโลยี รวมถึง ศักยภาพของบุคลากร โดยเฉพาะขีดความสามารถด@านการตรวจการณG การลาดตระเวน รวมถึงปฏิบัติการทางทะเล กลยุทธRย/อยที่ ๑.๒ ปZองกัน ปราบปราม และแก@ไขป^ญหาอาชญากรรมทางทะเล โดยเฉพาะ ป^ญหาโจรสลัดและการปล@นเรือโดยใช@อาวุธ การลักลอบค@าและขนส?งสินค@าผิดกฎหมาย รวมถึงการค@ามนุษยG และการโยกย@ายถ่ินฐานทางทะเลแบบไม?ปกติ กลยุทธRย/อยที่ ๑.๓ เสริมสร@างและใช@ประโยชนGจากความร?วมมือระหว?างประเทศเกี่ยวกับ ประเด็นทางทะเล โดยเฉพาะความร?วมมือกับประเทศเพ่ือนบ@าน อาเซียน และประเทศในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟÜก กลยุทธRย /อยที ่ ๑.๔ พัฒนาคุณภาพการบริหารจัดการของภาครัฐตามหลักธรรมาภิบาล โดยเฉพาะการจัดทำ พัฒนา ปรับปรุง กฎหมาย กฎ ระเบียบ หรือมาตรการที่เกี่ยวข@องกับกิจการทางทะเลให@สอดคล@อง กับสถานการณGป^จจุบันและอนุสัญญาระหว?างประเทศว?าด@วยกิจการทางทะเลฉบับต?าง ๆ โดยเฉพาะอนุสัญญา สหประชาชาติว?าด@วยกฎหมายทะเล ค.ศ. ๑๙๘๒ กลยุทธRย/อยที่ ๑.๕ สนับสนุนการเฝZาระวัง และรักษาความปลอดภัยทางทะเล ทั้งน?านน้ำ ภายในและนอกทะเลอาณาเขตของประเทศ โดยเฉพาะเส@นทางการเดินเรือ การขนส?งสินค@า ภัยพิบัติและอุบัติภัย ทางทะเล รวมถึงการดำเนินกิจกรรมอ่ืนท่ีเก่ียวข@องกับการรักษาผลประโยชนGของชาติทางทะเลของไทย กลยุทธRหลักท่ี ๒ การส/งเสริมการใช#ประโยชนRจากทะเลอย/างสมดุลและย่ังยืน ภายใต#แนวคิดเศรษฐกิจสีน้ำเงิน กลยุทธRย/อยที่ ๒.๑ ส?งเสริมการดำเนินกิจกรรมทางเศรษฐกิจภาคทะเลอย?างเปkนมิตรต?อสิ่งแวดล@อม โดยเฉพาะการท?องเท่ียว การประมง การพาณิชยนาวี และการขุดเจาะหรือสำรวจแหล?งพลังงานใต@ทะเล กลยุทธRย/อยท่ี ๒.๒ ส?งเสริมการบริหารจัดการประมงและการเพาะเลี้ยงทางทะเลอย?างถูกกฎหมาย และยั ่งยืน เพื ่อรักษาสมดุลของทรัพยากรสัตวGน้ำ รวมทั้งอนุรักษG ฟá àนฟูและคุ @มครองสิ ่งแวดล@อมทางทะเล โดยเฉพาะการแก@ไขป̂ญหามลพิษทางทะเลและขยะทะเล กลยุทธRย/อยที ่ ๒.๓ ส?งเสริมและพัฒนาแนวทางการปZองกันและแก@ไขป^ญหาการกัดเซาะ ชายฝ̂≤งทะเล เพ่ือรักษาระบบนิเวศทางทะเลและชายฝ̂≤ง รวมท้ังพ้ืนท่ีการใช@ประโยชนGจากทะเลและชายฝ̂≤ง กลยุทธRย/อยที่ ๒.๔ ส?งเสริมการมีส?วนร?วมของผู@มีส?วนได@ส?วนเสียและชุมชนบริเวณชายฝ̂≤ง และเกาะแก?งสามารถใช@ประโยชนGทางเศรษฐกิจจากทะเลได@อย?างยั ่งยืน โดยไม?ส?งผลต?อป^ญหาความมั ่นคง และผลประโยชนGของชาติทางทะเล กลยุทธRหลักท่ี ๓ การบริหารจัดการองคRความรู#ทางทะเล และการสร#างความตระหนักรู#ความสำคัญของทะเล กลยุทธ Rย /อยที ่ ๓.๑ ผล ักด ันการจ ัดต ั ้งองค Gกรจ ัดการความร ู @ทางทะเลในระยะนำร ?อง ภายใต@มหาวิทยาลัยในกำกับดูแลของรัฐ หรือคลังสมองทางทะเล (Maritime Think Tank) เพื่อรวบรวม ศึกษา วิจัย และพัฒนาองคGความรู @ด@านความมั่นคงทางทะเลแบบองคGรวม ตลอดจนมีบทบาทในการกำหนดยุทธศาสตรG หรือแผนในระดับนโยบาย ท้ังในเชิงสมุททานุภาพ (Sea Power) และสมุทราภิบาล (Ocean Governance) 55 ๕๖ กลยุทธRย/อยที่ ๓.๒ พัฒนาและขยายเครือข?ายความร?วมมือทางวิชาการเกี่ยวกับองคGความรู@ ทางทะเล เพื่อให@ทุกภาคส?วน โดยเฉพาะภาคประชาชน มีความรู@ ความเข@าใจ และตระหนักรู@ถึงความสำคัญ ของทะเลในทุกมิติ ๕. หน/วยงานเจ#าภาพรับผิดชอบบูรณาการขับเคล่ือน ศูนยGอำนวยการรักษาผลประโยชนGของชาติทางทะเล 56 ๕๗ นโยบายและแผนความมั่นคงที่ ๕ การป]องกันและแก,ไขป`ญหาจังหวัดชายแดนภาคใต, ๑. จุดมุ/งเน#น การลดการก?อเหตุรุนแรงและความสูญเสีย การพัฒนาทางเศรษฐกิจให@สอดคล@องกับวิถีชีวิตและศักยภาพ ของพ้ืนท่ี รวมท้ังเสริมสร@างความเข@มแข็งของสังคมในพ้ืนท่ีจังหวัดชายแดนภาคใต@ ๒. ความเช่ือมโยงกับยุทธศาสตรRชาติ และ แผนแม/บทภายใต#ยุทธศาสตรRชาติ ๒.๑ ยุทธศาสตรRชาติด#านความม่ันคง เปWาหมาย บ@านเมืองมีความม่ันคงในทุกมิติและทุกระดับ ๒.๒ แผนแม/บทภายใต#ยุทธศาสตรRชาติ • ประเด็นความม่ันคง แผนย/อยการปWองกันและแก#ไขปaญหาท่ีมีผลกระทบต/อความม่ันคง เปWาหมาย ภาคใต@มีความสงบสุข ร?มเย็น ๓. เปWาหมาย ผลสัมฤทธ์ิ และตัวช้ีวัด เปWาหมายท่ี ๑ จังหวัดชายแดนภาคใต@มีการก?อเหตุรุนแรงและความสูญเสียลดลง ผลสัมฤทธ์ิ ความรุนแรงและความสูญเสียจากสถานการณGความมั่นคงในพื้นที่จังหวัดชายแดน ภาคใต@ยุติลงในปe ๒๕๗๐ ตัวชี้วัด สถิติเหตุการณGความรุนแรงและความสูญเสียจากสถานการณGความมั่นคงในพ้ืนท่ีจังหวัด ชายแดนภาคใต@ ลดลงร@อยละ ๑๐๐ จากปeฐาน ๒๕๖๐ ภายในปe ๒๕๗๐ เปWาหมายท่ี ๒ จังหวัดชายแดนภาคใต@มีการพัฒนาทางเศรษฐกิจเพ่ิมข้ึน ผลสัมฤทธิ์ คุณภาพชีวิตของประชาชนดีขึ้น ด@วยการยกระดับการพัฒนาเศรษฐกิจได@อย?างเหมาะสม อันสอดคล@องกับวิถีชีวิตและความต@องการของประชาชน และศักยภาพของพ้ืนท่ีจังหวัดชายแดนภาคใต@ ตัวชี้วัด สถิติผลิตภัณฑGมวลรวมภาค (Gross Regional Product: GRP) ในพื้นที่จังหวัดชายแดน ภาคใต@เพ่ิมข้ึนทุกปe เปWาหมายท่ี ๓ ประชาชนมีความเช่ือม่ันต?อการแก@ไขป̂ญหาจังหวัดชายแดนภาคใต@ ผลสัมฤทธ์ิ การยอมรับและตระหนักถึงคุณค?าของการอยู?ร?วมกันบนความแตกต?างหลากหลาย ตัวชี้วัด การสร@างความเชื่อมั่นต?อการปZองกันและแก@ไขป^ญหาจังหวัดชายแดนภาคใต@ อย?างน@อย ร@อยละ ๘๐ ภายในปe ๒๕๗๐ ๔. กลยุทธR กลยุทธRหลักท่ี ๑ การเสริมสร#างความปลอดภัยและขจัดเง่ือนไขความรุนแรงในพ้ืนท่ีจังหวัดชายแดนภาคใต# กลยุทธRย /อยที ่ ๑.๑ เสร ิมสร@างขีดความสามารถในการรักษาความปลอดภัยในชีวิต และทรัพยGสินของประชาชน โดยเพิ่มประสิทธิภาพการเฝZาระวังความปลอดภัย การเฝZาตรวจพื้นที่เสี่ยง การสร@าง 57 ๕๘ ความเข@มแข็งของชุมชนและหมู?บ@าน ควบคู?กับการพัฒนาระบบงานด@านการข?าวกรองและฐานข@อมูลด@านความมั่นคง จังหวัดชายแดนภาคใต@ รวมทั้งยกระดับขีดความสามารถการบริหารจัดการชายแดนด@านความมั่นคงให@สามารถ ปZองกัน สกัดกั้น และยับยั้งการก?อเหตุรุนแรงและการกระทำความผิดในรูปแบบต?าง ๆ ตลอดจนเร?งรัดการแก@ไข ป̂ญหายาเสพติดและภัยแทรกซ@อนอ่ืน ๆ กลยุทธRย/อยที ่ ๑.๒ ขับเคลื ่อนกระบวนการพูดคุยเพื ่อสันติสุขจังหวัดชายแดนภาคใต@ ภายใต@เจตนารมณGของรัฐธรรมนูญแห?งราชอาณาจักรไทย บนพื้นฐานของความจริงใจ สมัครใจ และให@เกียรติ เพื่อเปkนทางออกของความขัดแย@งตามแนวทางสันติวิธี รวมทั้งเสริมสร@างสภาวะแวดล@อมที่เอื้อต?อกระบวนการพูดคุย เพื่อสันติสุขจังหวัดชายแดนภาคใต@ ควบคู?กับการศึกษาและแลกเปล่ียนความเห็นถึงความเปkนไปได@เกี ่ยวกับ ประเด็นการกระจายอำนาจท่ีเหมาะสมของพ้ืนท่ี กลยุทธRหลักท่ี ๒ การยกระดับการพัฒนาท่ีสอดคล#องกับวิถีชีวิตและบริบทของพ้ืนท่ีจังหวัดชายแดนภาคใต# กลยุทธRย/อยที่ ๒.๑ ยกระดับการพัฒนาเศรษฐกิจให@สอดคล@องกับวิถีชีวิตและความต@องการ ของประชาชน และความเหมาะสมกับศักยภาพของพื้นที ่ โดยพัฒนาและปรับปรุงโครงสร@างพื ้นฐานสำคัญ ให@ครอบคลุมการสร@างโอกาสการพัฒนาทางเศรษฐกิจที่อาศัยการนำความคิดสร@างสรรคGและนวัตกรรมมายกระดับ สินค@าและวัตถุดิบในพื้นที่ การส?งเสริมการเชื่อมโยงเครือข?ายกลุ?มธุรกิจให@เกื้อหนุนซึ่งกันและกัน การสนับสนุน การค@าชายแดนและการลงทุนขนาดใหญ? รวมทั้งการหนุนเสริมการพัฒนาเศรษฐกิจที่สอดรับกับบริบทของพื้นท่ี โดยเฉพาะธุรกิจฮาลาล การประมง และปศุสัตวG กลยุทธRย/อยท่ี ๒.๒ พัฒนาศักยภาพและคุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นท่ี โดยเสริมสร@าง องคGความรู@และทักษะท่ีจำเปkนอย?างทั่วถึงผ?านการพัฒนาคุณภาพการศึกษา การพัฒนาหลักสูตรที่สอดคล@องกับ ความต@องการและวิถีชีวิต การส?งเสริมการเรียนรู@ตลอดชีวิต การขยายโอกาสการเข@าถึงการศึกษาอย?างไม?เลือกปฏิบัติ เพื ่อให@การศึกษาที่เท?าเทียมและทั่วถึง (Inclusive Education) ทั ้งการศึกษาในระบบและนอกระบบของรัฐ และเอกชน การเสริมสร@างบทบาทของครอบครัวและชุมชนให@มีความเปkนปãกแผ?นและสามารถพึ่งพาตนเองได@ การส?งเสริมการเรียนและใช@ภาษาไทยควบคู?กับการใช@ภาษาที่หลากหลาย ตลอดจนการแก@ไขป^ญหาความยากจน และลดความเหล่ือมล้ำในพ้ืนท่ี กลยุทธRหลักท่ี ๓ การเสริมสร#างความเข#มแข็งของสังคมในพ้ืนท่ีจังหวัดชายแดนภาคใต# กลยุทธRย/อยที่ ๓.๑ พัฒนาการอำนวยความยุติธรรมและการเยียวยาผู@ได@รับผลกระทบ รวมท้ัง การลดเงื่อนไขความหวาดระแวงและฟáàนคืนความไว@เนื้อเชื่อใจต?อกัน โดยมุ?งเน@นการส?งเสริมการอำนวยความยุติธรรม และการบังคับใช@กฎหมายที่เปkนธรรมและไม?เลือกปฏิบัติ การส?งเสริมกระบวนการเยียวยาของภาครัฐให@มี ความรวดเร็ว เปkนธรรม และครอบคลุมทั่วถึง การเสริมสร@างประสิทธิภาพของมาตรการคุ@มครองสิทธิและเสรีภาพ ของประชาชน ตลอดจนส?งเสริมกระบวนการยุติธรรมทางเลือกท่ีเก่ียวข@องกับวิถีชีวิตและวัฒนธรรมของพ้ืนท่ี กลยุทธRย/อยที่ ๓.๒ ส?งเสริมการยอมรับและตระหนักถึงคุณค?าของการอยู?ร?วมกันบนความแตกต?าง หลากหลาย โดยสนับสนุนการดำเนินวิถีชีวิตตามหลักศาสนา การสร@างพื้นที่กลางและสภาวะแวดล@อมที่เอื้อต?อ การปฏิสัมพันธG การพัฒนาทักษะทางวัฒนธรรม การเสริมสร@างความไว@เนื้อเชื่อใจระหว?างประชาชนกับประชาชน 58 ๕๙ การฟáàนฟูและสร@างความตระหนักรู@ถึงความเปkนเอกลักษณGร?วมในพื้นที่ที่มีมาตั้งแต?อดีต และไม?มีการแบ?งแยก ตลอดจนขจัดการเลือกปฏิบัติทางวัฒนธรรม เพ่ือให@ประชาชนในพ้ืนท่ีรู@สึกถึงการเปkนส?วนหน่ึงของสังคมไทย กลยุทธRหลักที่ ๔ การเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการของภาครัฐ และการประสานความร/วมมือกับภาคส/วน ท่ีเก่ียวข#องในการปWองกันและแก#ไขปaญหาจังหวัดชายแดนภาคใต# กลยุทธRย/อยที่ ๔.๑ เพิ ่มประสิทธิภาพการแก@ไขป^ญหาจังหวัดชายแดนภาคใต@ให@มีเอกภาพ ประสิทธิภาพ และประสานสอดคล@อง โดยบูรณาการการแก@ไขป^ญหาจังหวัดชายแดนภาคใต@ ทั้งมิติด@านความมั่นคง และด@านการพัฒนาอันเปkนไปตามหลักธรรมาภิบาล การเสริมสร@างความเข@าใจและพัฒนาขีดความสามารถเจ@าหน@าท่ี ของรัฐให@มีความรู@และทักษะที่จำเปkนต?อการปฏิบัติงานในพื้นที่ การส?งเสริมการประยุกตGใช@งานวิจัยทางวิชาการ เพื ่อสนับสนุนการแก@ไขป^ญหาจังหวัดชายแดนภาคใต@ ตลอดจนการติดตามและประเมินผลการขับเคลื ่อนงาน อย?างเปkนระบบ กลยุทธRย/อยที่ ๔.๒ เสริมสร@างความรับรู@ให@กับสังคมภายในและภายนอกพื้นที่จังหวัดชายแดน ภาคใต@ให@มีความเข@าใจต?อสถานการณG โดยมีการประชาสัมพันธGเชิงรุกอย?างบูรณาการด@วยการปZองกันและแก@ไข การนำเสนอข@อมูลที่อาจก?อให@เกิดความขัดแย@งในสังคม การชี้แจงและทำความเข@าใจต?อสถานการณGในพื้นท่ี และแนวนโยบายของภาครัฐแก?ประชาชนในพื้นที่ สังคมนอกพื้นที่ และต?างประเทศ ตลอดจนเร?งรัดการชี้แจง กรณีที่เปkนประเด็นความห?วงกังวลที่เกิดขึ้นทั้งในและต?างประเทศได@อย?างทันท?วงที การเสริมสร@างความตระหนักรู@ ของหน?วยงานภาครัฐต?อประเด็นที่มีนัยละเอียดอ?อนและเปkนที่สนใจของประชาคมระหว?างประเทศ เพื่อหลีกเลี่ยง การส่ือสารท่ีบิดเบือนข@อเท็จจริงและก?อให@เกิดความเข@าใจท่ีคลาดเคล่ือน กลยุทธRย /อยที ่ ๔.๓ เสริมสร@างความร?วมมือเชิงสร@างสรรคGกับภาคส?วนที ่เก ี ่ยวข@อง ทั ้งในและต?างประเทศ เพื ่อแก@ไขป^ญหาและพัฒนาพื้นที ่จังหวัดชายแดนภาคใต@ โดยประสานความร?วมมือ เชิงสร@างสรรคGกับภาคส?วนที่เกี่ยวข@องทั้งภายในประเทศและต?างประเทศ ผ?านกรอบความร?วมมือและกลไกต?าง ๆ รวมทั้งพัฒนาเครือข?ายการทำงานร?วมกันระหว?างภาครัฐกับภาคีเครือข?ายนอกภาครัฐ และการเสริมสร@าง ความไว@วางใจระหว?างภาครัฐกับเครือข?ายองคGการระหว?างประเทศ และองคGกรภาคประชาสังคมต?าง ๆ ท่ีดำเนินกิจกรรม ในพ้ืนท่ีจังหวัดชายแดนภาคใต@ ๕. หน/วยงานเจ#าภาพรับผิดชอบบูรณาการขับเคล่ือน สำนักงานสภาความม่ันคงแห?งชาติ 59 ๖๐ นโยบายและแผนความมั่นคงที่ ๖ การบริหารจัดการผู,หลบหนีเข,าเมืองและผู,โยกย,ายถิ่นฐานแบบไม:ปกติ ๑. จุดมุ/งเน#น การบริหารจัดการผู@มีป^ญหาสถานะและสิทธิบุคคล แรงงานต?างด@าว กลุ?มที่มีความเปราะบางต?อความมั่นคง และความสัมพันธGระหว?างประเทศ ผู@โยกย@ายถิ่นฐานแบบไม?ปกติ รวมถึงผู@ได@รับการคุ@มครองหรือผู@อยู?ระหว?าง คัดกรองสถานะ ท่ีไม?สามารถเดินทางกลับประเทศอันเปkนภูมิลำเนาได@ ให@มีความสมดุลระหว?างมิติความมั่นคง ความสัมพันธGระหว?างประเทศ และหลักสิทธิมนุษยชน ๒. ความเช่ือมโยงกับยุทธศาสตรRชาติ และ แผนแม/บทภายใต#ยุทธศาสตรRชาติ ๒.๑ ยุทธศาสตรRชาติด#านความม่ันคง เปWาหมาย บ@านเมืองมีความม่ันคงในทุกมิติและทุกระดับ ๒.๒ แผนแม/บทภายใต#ยุทธศาสตรRชาติ • ประเด็นความม่ันคง แผนย/อยการปWองกันและแก#ไขปaญหาท่ีมีผลกระทบต/อความม่ันคง เปWาหมาย ป^ญหาความมั่นคงที่มีอยู?ในป^จจุบัน (เช?น ป^ญหายาเสพติด ความมั่นคงทางไซเบอรG การค@ามนุษยG ฯลฯ) ได@รับการแก@ไขจนไม?ส?งผลกระทบต?อการบริหารและพัฒนาประเทศ ๓. เปWาหมาย ผลสัมฤทธ์ิ และตัวช้ีวัด เปWาหมายท่ี ๑ ผู@มีป̂ญหาสถานะและสิทธิบุคคลมีจำนวนลดลง และได@รับการดูแลตามหลักมนุษยธรรม ผลสัมฤทธ์ิ ผู @มีป^ญหาสถานะและสิทธิบุคคลได@รับสถานะอยู?ในราชอาณาจักรอย?างถูกต@อง ตามกฎหมายเพ่ิมข้ึน ตัวชี้วัด จำนวนผู@มีป^ญหาสถานะและสิทธิบุคคลที่ได@รับสถานะอยู?ในราชอาณาจักรอย?างถูกต@อง ตามกฎหมาย เพ่ิมข้ึนร@อยละ ๓๐ ภายในปe ๒๕๗๐ เปWาหมายที่ ๒ แรงงานต?างด@าวสัญชาติกัมพูชา ลาว เมียนมา และเวียดนาม มีจำนวนการลักลอบหลบหนี เข@าเมืองลดลง ผลสัมฤทธิ์ แรงงานต?างด@าวสัญชาติกัมพูชา ลาว เมียนมา และเวียดนาม มีการจดทะเบียนถูกต@อง ตามกฎหมายเพ่ิมข้ึน ตัวชี ้วัด จำนวนแรงงานต?างด@าวสัญชาติกัมพูชา ลาว เมียนมา และเวียดนาม อย?างถูกต@อง ตามกฎหมาย เพ่ิมข้ึนร@อยละ ๓๐ ภายในปe ๒๕๗๐ เปWาหมายที่ ๓ การบริหารจัดการเพื่อปZองกันและแก@ไขป^ญหาผู@หลบหนีเข@าเมืองกลุ?มเปราะบางต?อความมั่นคง และความสัมพันธGระหว?างประเทศ ผู@โยกย@ายถิ่นฐานแบบไม?ปกติ ผู@ได@รับการคุ@มครอง รวมถึงผู@อยู?ระหว?างคัดกรอง สถานะท่ีไม?สามารถเดินทางกลับประเทศอันเปkนภูมิลำเนาได@อย?างเปkนระบบ 60 ๖๑ ผลสัมฤทธิ์ ประเทศไทยมีระบบและมาตรการการบริหารจัดการผู@หลบหนีเข@าเมืองกลุ?มเปราะบาง ต?อความมั่นคงและความสัมพันธGระหว?างประเทศ ผู@โยกย@ายถิ่นฐานแบบไม?ปกติ รวมถึงผู@ได@รับการคุ@มครองหรือ ผู@อยู?ระหว?างคัดกรองสถานะที่ไม?สามารถเดินทางกลับประเทศอันเปkนภูมิลำเนาได@ เพื่อเปkนเครื่องมือในการบริหารจัดการ โดยคำนึงถึงความสมดุลระหว?างมิติความม่ันคง ความสัมพันธGระหว?างประเทศ และหลักสิทธิมนุษยชน ตัวชี้วัด การจัดวางระบบปZองกัน กระบวนการ และหลักเกณฑGบริหารจัดการผู@หลบหนีเข@าเมือง กลุ?มเปราะบางต?อความมั่นคงและความสัมพันธGระหว?างประเทศ ผู@โยกย@ายถิ่นฐานแบบไม?ปกติ รวมถึงผู@ได@รับ การคุ@มครองหรือผู@อยู?ระหว?างคัดกรองสถานะ ท่ีไม?สามารถเดินทางกลับประเทศอันเปkนภูมิลำเนาได@ ภายในปe ๒๕๗๐ ๔. กลยุทธR กลยุทธRหลักท่ี ๑ การปWองกันและแก#ไขปaญหาผู#หลบหนีเข#าเมืองกลุ/มท่ีมีปaญหาสถานะและสิทธิของบุคคล กลยุทธRย/อยที่ ๑.๑ เร?งรัดการจัดทำสถานะบุคคลให@แก?ผู @มีป^ญหาสถานะและสิทธิที ่ได@รับ การสำรวจจัดทำทะเบียนประวัติไว@แล@ว กลยุทธRย/อยที่ ๑.๒ ทบทวน ปรับปรุง และพัฒนากฎหมายที่มีอยู ?เพื ่อขจัดป^ญหาอุปสรรค หรือการขัดกันของกฎ ระเบียบ และหลักเกณฑGที ่เกี ่ยวข@องกับป^ญหาผู@หลบหนีเข@าเมืองกลุ?มที่มีป^ญหาสถานะ และสิทธิของบุคคล กลยุทธRย/อยที่ ๑.๓ คุ@มครองสิทธิและส?งเสริมสวัสดิการ อาทิ ด@านการศึกษา ด@านสาธารณสุข และด@านการทำงานของกลุ ?มที ่มีป^ญหาสถานะและสิทธิของบุคคลให@เข@าถึงและเปkนไปตามกฎหมายภายใน และพันธกรณีระหว?างประเทศที่ไทยเปkนรัฐภาคี รวมทั้งการมีกองทุนสนับสนุนงบประมาณรองรับการดำเนินงาน ท่ีเก่ียวข@อง กลยุทธRย/อยที่ ๑.๔ จัดทำฐานข@อมูลที่เปkนข@อมูลมัธยฐานเกี่ยวกับสถิติผู @หลบหนีเข@าเมือง กลุ?มท่ีมีป̂ญหาสถานะและสิทธิของบุคคล กลยุทธRหลักท่ี ๒ การปWองกันและการแก#ไขปaญหาผู#หลบหนีเข#าเมืองกลุ/มแรงงานต/างด#าวผิดกฎหมาย กลยุทธRย/อยที่ ๒.๑ บังคับใช@กฎหมายที่เกี่ยวข@องในการตรวจสอบและจับกุมแรงงานต?างด@าว ผิดกฎหมาย ผู@ประกอบการ รวมถึงผู@จัดหาแรงงานต?างด@าวผิดกฎหมายอย?างต?อเน่ือง กลยุทธRย/อยที่ ๒.๒ ทบทวนหรือปรับปรุงบันทึกความเข@าใจว?าด@วยการจ@างงานระหว?างรัฐบาล ไทย – กัมพูชา ลาว เมียนมา และเวียดนาม รวมทั้งบันทึกข@อตกลงว?าด@วยการจ@างงานเพื่อส?งเสริมการจ@างงาน อย?างถูกกฎหมาย กลยุทธRย/อยที่ ๒.๓ บูรณาการความร?วมมือระหว?างภาครัฐ ภาคส?วนที่เกี่ยวข@อง และประเทศต@นทาง ในการเร?งรัดกำหนดมาตรการแก@ไขป^ญหากลุ?มผู @ติดตามแรงงานต?างด@าว อาทิ บุตร บิดา มารดา และญาติ ของแรงงานต?างด@าวที่ติดตามเข@ามาในราชอาณาจักรแต?ไม?ได@ทำงาน และกำหนดมาตรการเฉพาะในการจัดการ กับกลุ?มแรงงานต?างด@าวท่ีไม?ผ?านการพิสูจนGสัญชาติจากประเทศต@นทาง กลยุทธRย/อยที่ ๒.๔ ส?งเสริมความร?วมมือกับประเทศต@นทาง เพื่อเร?งรัดการออกหนังสือ เดินทางหรือเอกสารแสดงตน 61 ๖๒ กลยุทธRหลักที่ ๓ การปWองกันและแก#ไขปaญหาผู#หลบหนีเข#าเมืองกลุ/มเปราะบางต/อความมั่นคงและความสัมพันธR ระหว/างประเทศ ผู#โยกย#ายถ่ินฐานแบบไม/ปกติ และกลุ/มอ่ืน ๆ ตามระเบียบท่ีเก่ียวข#อง กลยุทธRย/อยที่ ๓.๑ เพิ่มความเข@มข@นในการสกัดกั้นและปZองกันการหลบหนีเข@าเมืองเปkนพิเศษ ของกลุ?มเปราะบางต?อความม่ันคงและความสัมพันธGระหว?างประเทศ รวมถึงผู@โยกย@ายถ่ินฐานแบบไม?ปกติ กลยุทธRย/อยที่ ๓.๒ จัดระบบการตรวจสอบและติดตามการเคลื่อนไหวของผู@หลบหนีเข@าเมือง และผู@โยกย@ายถิ่นฐานแบบไม?ปกติอันจะมีผลกระทบต?อความมั่นคงและป^ญหาความสัมพันธGระหว?างประเทศ อย?างใกล@ชิด กลยุทธRย/อยที่ ๓.๓ ชี้แจงและทำความเข@าใจกับประเทศที่เกี่ยวข@องและองคGการระหว?างประเทศ เกี่ยวกับการดำเนินการของฝ°ายไทยในประเด็นการบริหารจัดการผู@หลบหนีเข@าเมือง กลุ?มเปราะบางต?อความมั่นคง และความสัมพันธGระหว?างประเทศ และผู@โยกย@ายถิ่นฐานแบบไม?ปกติ เพื่อให@เกิดภาพลักษณGที่ดีต?อประเด็น ด@านสิทธิมนุษยชน กลยุทธRย/อยที่ ๓.๔ แสวงหาความร?วมมือกับประเทศต@นทาง ประเทศทางผ?าน องคGการ ระหว?างประเทศ และองคGกรพัฒนาเอกชน ทั้งในระดับทวิภาคีและพหุภาคี เพื่อสกัดกั้นและปZองกันการเดินทาง เข@าสู?ประเทศไทย รวมถึงเตรียมพร@อมในการเดินทางกลับมาตุภูมิ หรือการส?งไปประเทศที่สาม โดยคำนึงถึง กฎหมายภายในและหลักสิทธิมนุษยชน กลยุทธRย/อยที่ ๓.๕ พัฒนาและเพิ่มประสิทธิภาพระบบตรวจคนเข@าเมืองและฐานข@อมูล คนเข@าเมืองให@ทันสมัยและเชื่อมโยงระหว?างหน?วยงานของรัฐ เพ่ือเพิ่มประสิทธิภาพในการตรวจสอบและติดตาม บุคคลต?างด@าวท่ีเดินทางเข@า – ออก และพำนักในประเทศไทย กลยุทธRย/อยที่ ๓.๖ กำหนดมาตรการที่เหมาะสมต?อกลุ?มเปZาหมายให@สอดคล@องกับกฎหมาย ว?าด@วยการคัดกรองคนต?างด@าวท่ีเข@ามาในราชอาณาจักรและไม?สามารถเดินทางกลับประเทศอันเปkนภูมิลำเนาได@ ๕. หน/วยงานเจ#าภาพรับผิดชอบบูรณาการขับเคล่ือน กองอำนวยการรักษาความม่ันคงภายในราชอาณาจักร 62 ๖๓ นโยบายและแผนความมั่นคงที่ ๗ การป]องกันและแก,ไขป`ญหาการค,ามนุษยT ๑. จุดมุ/งเน#น การยกระดับสถานะและเพิ่มขีดสมรรถนะของประเทศไทยในการปZองกันและแก@ไขป^ญหาการค@ามนุษยG ให@ได@รับการยอมรับจากสากล ๒. ความเช่ือมโยงกับยุทธศาสตรRชาติ และ แผนแม/บทภายใต#ยุทธศาสตรRชาติ ๒.๑ ยุทธศาสตรRชาติด#านความม่ันคง เปWาหมาย บ@านเมืองมีความม่ันคงในทุกมิติและทุกระดับ ๒.๒ แผนแม/บทภายใต#ยุทธศาสตรRชาติ • ประเด็นความม่ันคง แผนย/อยการปWองกันและแก#ไขปaญหาท่ีมีผลกระทบต/อความม่ันคง เปWาหมาย ป^ญหาความมั่นคงที่มีอยู?ในป^จจุบัน (เช?น ป^ญหายาเสพติด ความมั่นคงทางไซเบอรG การค@ามนุษยG ฯลฯ) ได@รับการแก@ไขจนไม?ส?งผลกระทบต?อการบริหารและพัฒนาประเทศ ๓. เปWาหมาย ผลสัมฤทธ์ิ และตัวช้ีวัด เปWาหมายท่ี ๑ การยกระดับสถานะของประเทศไทยในการปZองกันและแก@ไขป̂ญหาการค@ามนุษยG ผลสัมฤทธ์ิ ประเทศไทยแก@ไขป^ญหาการค@ามนุษยGดีขึ้นอย?างต?อเนื่องจนไม?ส?งผลกระทบต?อภาพลักษณG เศรษฐกิจ การบริหาร และการพัฒนาประเทศ ตัวชี ้ว ัด ร@อยละความสำเร็จของประเทศไทยในการปZองกันและแก@ไขป^ญหาการค@ามนุษยG ในระดับนานาชาติ ไม?น@อยกว?าร@อยละ ๘๕ ภายในปe ๒๕๗๐ เปWาหมายท่ี ๒ ประเทศไทยสามารถปZองกันและแก@ไขป̂ญหาการค@ามนุษยGได@อย?างมีประสิทธิภาพและเปkนรูปธรรม ผลสัมฤทธิ์ หน?วยงานที่เกี่ยวข@องและบุคลากรที่ปฏิบัติงานมีศักยภาพในการปZองกันและแก@ไข ป̂ญหาการค@ามนุษยGดีข้ึน รวมท้ังสามารถบูรณาการการทำงานกับทุกภาคส?วนเพ่ือต?อต@านการค@ามนุษยGร?วมกัน ตัวช้ีวัดท่ี ๑ การปราบปรามและดำเนินคดีเก่ียวกับการค@ามนุษยG เพ่ิมข้ึนร@อยละ ๘๕ ภายในปe ๒๕๗๐ ตัวชี้วัดที่ ๒ แรงงานที่ได@รับการคุ@มครองตามกฎหมายและพันธกรณีระหว?างประเทศ เพิ่มข้ึน ร@อยละ ๘๕ ภายในปe ๒๕๗๐ ตัวชี้วัดที่ ๓ ผู@เสียหายจากการค@ามนุษยGและผู@เสียหายจากการบังคับใช@แรงงานหรือบริการที่ได@รับ การคุ@มครองตามกฎหมายและมาตรฐานสากล เพ่ิมข้ึนร@อยละ ๘๕ ภายในปe ๒๕๗๐ ตัวชี้วัดที่ ๔ การพัฒนาศักยภาพภาคีเครือข?ายในการปZองกันและแก@ไขป^ญหาการค@ามนุษยG เพ่ิมข้ึนร@อยละ ๕ จากผลการดำเนินงานของปeท่ีผ?านมา 63 ๖๔ ๔. กลยุทธR กลยุทธRหลักท่ี ๑ การยกระดับความเช่ือม่ันการปWองกันและแก#ไขปaญหาการค#ามนุษยRในระดับสากล กลยุทธRย/อยที่ ๑.๑ เร?งรัดการบริหารจัดการคดีค@ามนุษยG โดยมีการดำเนินคดีทางอาญา กับผู@กระทำความผิดฐานค@ามนุษยG กลยุทธRย/อยที่ ๑.๒ ส?งเสริมความร?วมมือและประสานงานกับภาคประชาสังคมภายในประเทศ และต?างประเทศในการสืบสวนสอบสวนการค@ามนุษยG กลยุทธRย/อยที่ ๑.๓ เพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินการกับเจ@าหน@าที่รัฐที่เกี่ยวข@องกับกระบวนการ ค@ามนุษยGท้ังทางอาญาและวินัย กลยุทธRย/อยที่ ๑.๔ เพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการแรงงานกลุ?มเปราะบางที่เกี่ยวข@องกับ กระบวนการนำเข@าและอนุญาตทำงานของคนต?างด@าวแบบถูกกฎหมาย โดยใช@กลไกการขับเคลื่อนและบูรณาการ การทำงานกับหน?วยงานที่เกี่ยวข@องในการปZองกันและแก@ไขป^ญหาแรงงานบังคับและการค@ามนุษยGของแรงงานไทย และแรงงานต?างด@าว กลยุทธRย/อยที่ ๑.๕ ปZองกัน คุ@มครอง และแก@ไขป^ญหาแรงงานประมงผิดกฎหมาย รวมท้ัง ส?งเสริมการตรวจติดตามเฝZาระวังเรือประมง กลยุทธRย/อยที่ ๑.๖ เสริมสร@างความเข@าใจ การรับรู@และบูรณาการความร?วมมือในการปZองกัน และปราบปรามการค@ามนุษยGของประเทศไทยแก?นานาประเทศ กลยุทธRย/อยที่ ๑.๗ เพิ่มประสิทธิภาพในการคุ@มครองช?วยเหลือผู@เสียหายจากการค@ามนุษยG และกลุ?มเส่ียงอย?างเปkนระบบ กลยุทธRย/อยท่ี ๑.๘ เพ่ิมประสิทธิภาพกระบวนการปZองกันและปราบปรามป̂ญหาการค@าประเวณี และบริการทางเพศในกลุ?มเด็กและเยาวชน กลยุทธRย/อยที่ ๑.๙ เพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินการปZองกัน ปราบปราม และแก@ไขป^ญหา การค@ามนุษยGท่ีเก่ียวข@องกับการกระทำความผิดผ?านแพลตฟอรGมออนไลนG กลยุทธRหลักท่ี ๒ การพัฒนาขีดความสามารถและสมรรถนะในการปWองกันและแก#ไขปaญหาการค#ามนุษยR กลยุทธRย/อยที่ ๒.๑ จัดทำ ปรับปรุง ระเบียบที่เกี่ยวข@อง และพัฒนากฎหมายที่เกี่ยวข@อง ให@มีประสิทธิภาพ เพ่ือการต?อต@านการค@ามนุษยG กลยุทธRย/อยที ่ ๒.๒ เสริมสร@างความรู @ความเข@าใจ ทักษะ และพัฒนาศักยภาพให@แก? คณะสหวิชาชีพ เจ@าหน@าที่รัฐ และผู@ปฏิบัติงานที่เกี่ยวข@อง โดยเฉพาะเจ@าพนักงานตำรวจ และพนักงานฝ°ายปกครอง ในการบังคับใช@กฎหมายที่เกี่ยวข@องกับการดำเนินคดีค@ามนุษยG รวมทั้งเทคนิคการสืบสวนสอบสวนอย?างมีประสิทธิภาพ และทันต?อการเปล่ียนแปลงของสภาวะแวดล@อมและบริบทต?าง ๆ กลยุทธRย/อยที่ ๒.๓ เสริมสร@างความรู@ความเข@าใจของพนักงานอัยการและผู@พิพากษาเกี่ยวกับ ข้ันตอนการดำเนินงาน โดยคำนึงถึงบาดแผลทางใจให@แก?ผู@เสียหายจากการค@ามนุษยG กลยุทธRย/อยที่ ๒.๔ จัดทำและพัฒนาหลักสูตรการเรียนการสอนในสถานศึกษาเพื่อให@เด็ก และเยาวชนสามารถปZองกันตนเองจากการค@ามนุษยG 64 ๖๕ กลยุทธRย/อยที่ ๒.๕ ส?งเสริมความร?วมมือการสร@างภาคีเครือข?ายนอกภาครัฐให@เปkนหุ@นส?วน เชิงยุทธศาสตรGกับภาครัฐ เพื่อให@ตระหนักถึงป̂ญหาการค@ามนุษยGและนำไปสู?การเฝZาระวังและแจ@งเตือนสถานการณG ท่ีเก่ียวข@องกับการค@ามนุษยG กลยุทธRย/อยที่ ๒.๖ ส?งเสริมการดำเนินนโยบายเชิงรุกให@ภาคเอกชนมีการอบรมให@ความรู@ กับพนักงานหรือลูกจ@างเกี ่ยวกับแนวทางการปZองกัน การคุ @มครองความเสียหาย และการรักษาสวัสดิภาพ ในกรณีหากตกเปkนเหย่ือการค@ามนุษยG กลยุทธRย/อยที่ ๒.๗ พัฒนาระบบบูรณาการฐานข@อมูลด@านการค@ามนุษยGระหว?างหน?วยงาน ที่เกี่ยวข@อง เพื่อติดตามการดำเนินงานและนำมาใช@ประกอบการตัดสินใจเชิงนโยบาย โดยเฉพาะการเชื่อมโยง ฐานข@อมูลแรงงานในเรือประมงให@เปkนป̂จจุบัน กลยุทธRย/อยที ่ ๒.๘ ส?งเสริมและพัฒนาการใช@นวัตกรรมและเทคโนโลยีในการปZองกัน และแก@ไขป^ญหาการค@ามนุษยG โดยเฉพาะการปราบปรามการแสวงประโยชนGทางเพศต?อเด็กทางอินเทอรGเน็ต การสืบสวนสอบสวนเพ่ือให@ได@มาซ่ึงเส@นทางการเงินและทรัพยGสิน ๕. หน/วยงานเจ#าภาพรับผิดชอบบูรณาการขับเคล่ือน กระทรวงการพัฒนาสังคมและความม่ันคงของมนุษยG 65 ๖๖ นโยบายและแผนความมั่นคงที่ ๘ การป]องกัน ปราบปราม และแก,ไขป`ญหายาเสพติด ๑. จุดมุ/งเน#น การปZองกันประชากรทุกกลุ?มเปZาหมายไม?ให@เข@าไปเกี่ยวข@องกับยาเสพติด การสกัดกั้นและปราบปราม ขบวนการค@ายาเสพติด ตลอดจนการบำบัด รักษา และฟáàนฟูผู@ติดยาเสพติดให@เกิดการยอมรับจากสังคม ๒. ความเช่ือมโยงกับยุทธศาสตรRชาติ และ แผนแม/บทภายใต#ยุทธศาสตรRชาติ ๒.๑ ยุทธศาสตรRชาติด#านความม่ันคง เปWาหมาย บ@านเมืองมีความม่ันคงในทุกมิติและทุกระดับ ๒.๒ แผนแม/บทภายใต#ยุทธศาสตรRชาติ • ประเด็นความม่ันคง แผนย/อยการปWองกันและแก#ไขปaญหาท่ีมีผลกระทบต/อความม่ันคง เปWาหมาย ป^ญหาความมั่นคงที่มีอยู?ในป^จจุบัน (เช?น ป^ญหายาเสพติด ความมั่นคงทางไซเบอรG การค@ามนุษยG ฯลฯ) ได@รับการแก@ไขจนไม?ส?งผลกระทบต?อการบริหารและพัฒนาประเทศ ๓. เปWาหมาย ผลสัมฤทธ์ิ และตัวช้ีวัด เปWาหมายท่ี ๑ การปZองกันประชากรทุกกลุ?มเปZาหมายไม?ให@เข@าไปเก่ียวข@องกับยาเสพติด ผลสัมฤทธ์ิ ประชากรทุกกลุ?มเปZาหมายได@รับการปZองกันจากยาเสพติด ตัวชี้วัด สัดส?วนของผู@ที่เกี่ยวข@องกับยาเสพติดต?อประชากรลดลง ๘ คน ต?อประชากร ๑,๐๐๐ คน ภายในปe ๒๕๗๐ เปWาหมายท่ี ๒ การสกัดก้ันและปราบปรามเครือข?ายการค@ายาเสพติดในประเทศและอาชญากรรมข@ามชาติ ผลสัมฤทธิ์ ประเทศไทยสามารถสกัดกั้นยาเสพติด ปราบปราม และทำลายเครือข?ายการค@า ยาเสพติดรายสำคัญ ด@วยมาตรการทางทรัพยGสิน ตัวชี้วัดที่ ๑ คดียาเสพติดที่มีการสืบสวนขยายผลจากการจับกุมผู@กระทำความผิดเกี่ยวกับ ยาเสพติดตามประมวลกฎหมายยาเสพติด เพ่ิมข้ึนร@อยละ ๑ จากผลการดำเนินงานของปeท่ีผ?านมา ตัวชี้วัดที่ ๒ การสกัดกั้นยาเสพติดตามแนวชายแดนเปรียบเทียบกับปริมาณที่จับกุมยาเสพติด ท้ังประเทศ เพ่ิมข้ึนร@อยละ ๕ จากผลการดำเนินงานของปeท่ีผ?านมา เปWาหมายที่ ๓ ผู@เสพยาเสพติดมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นสามารถใช@ชีวิตอยู?ในสังคมได@อย?างปกติสุขไม?ส?งผลกระทบ ต?อสังคม และไม?หวนกลับเข@าสู?วงจรยาเสพติด ผลสัมฤทธิ์ ผู@เสพยาเสพติดที่เข@าสู?กระบวนการบำบัดรักษาและปรับเปลี่ยนพฤติกรรมมีคุณภาพชีวิต ท่ีดีข้ึน ตัวชี้วัด ผู@เสพยาเสพติดที่เข@าสู?กระบวนการบำบัดรักษาและปรับเปลี่ยนพฤติกรรมให@มีคุณภาพชีวิต ท่ีดีข้ึนเพ่ิมข้ึนร@อยละ ๒ จากปe ๒๕๖๙ ในปe ๒๕๗๐ 66 ๖๗ ๔. กลยุทธR กลยุทธRหลักท่ี ๑ การเสริมสร#างความเข#มแข็งในระดับปaจเจกบุคคล ครอบครัว ชุมชน และสังคมให#มีภูมิคุ#มกัน และสภาวะแวดล#อมท่ีเอ้ือต/อการสร#างพ้ืนท่ีปลอดภัยและลดความต#องการยาเสพติด กลยุทธRย/อยท่ี ๑.๑ สร@างภูมิคุ @มกันระดับบุคคล ด@วยการเสริมสร@างทัศนคติและความรู@ เท?าทันยาเสพติด ทั้งการเสพและการค@า รวมถึงการพัฒนาคุณภาพชีวิตและส?งเสริมกิจกรรมเชิงสร@างสรรคG ให@สอดคล@องกับแต?ละกลุ?มเปZาหมาย ทั้งรูปแบบ เนื้อหา วิธีการ และช?องทางการสื่อสาร และให@ความสำคัญ กับการมีส?วนร?วมของกลุ?มเปZาหมายในทุกข้ันตอน กลยุทธRย/อยท่ี ๑.๒ สร@างความเข@มแข็งในสถาบันครอบครัวและชุมชน เพื่อเปkนกลไกปZองกัน ยาเสพติด และดูแลประคับประคองกลุ?มเปZาหมายที่มีความเสี่ยง เพื่อลดโอกาสการเข@าไปเกี่ยวข@องกับยาเสพติด ท้ังการเสพและการค@า กลยุทธRย/อยท่ี ๑.๓ สร@างการมีส?วนร?วมจากทุกภาคส?วน พัฒนา เสริมสร@างกลไก เครือข?าย ทางสังคมในการเฝZาระวัง ปZองกัน พัฒนาป^จจัยบวก และควบคุมป^จจัยเสี่ยง เพื่อให@สังคมเกิดสภาวะแวดล@อม ท่ีปลอดภัยจากยาเสพติด กลยุทธRย/อยท่ี ๑.๔ เฝZาระวัง ปZองกัน และสร@างความรู@เท?าทันยาเสพติดบนพื้นที่เสมือน (Cyber Space) กลยุทธRหลักท่ี ๒ การลดอุปทานยาเสพติดและปราบปรามเครือข/ายยาเสพติด/องคRกรอาชญากรรม กลยุทธRย/อยที่ ๒.๑ สกัดกั้นการลักลอบลำเลียงยาเสพติดตั้งแต?พื้นที่ชายแดนไม?ให@เข@าสู? พ้ืนท่ีตอนในของประเทศ และไม?ให@ประเทศไทยเปkนทางผ?านในการลักลอบลำเลียงยาเสพติด กลยุทธRย/อยที่ ๒.๒ ปราบปรามผู@ค@ายาเสพติดและเครือข?ายการค@ายาเสพติดในประเทศ และอาชญากรรมข@ามชาติ ด@วยมาตรการทางทรัพยGสินอย?างมีประสิทธิภาพ กลยุทธRย/อยที่ ๒.๓ เพิ่มประสิทธิภาพการบังคับใช@กฎหมายในกระบวนการยุติธรรมอย?างเปkนธรรม ตลอดจนดำเนินการต?อเจ@าหน@าท่ีของรัฐท่ีเข@าไปเก่ียวข@องกับยาเสพติดอย?างจริงจัง กลยุทธRย/อยที่ ๒.๔ พัฒนาเทคโนโลยีและฐานข@อมูล เพื่อใช@ประโยชนGในการเฝZาระวังการใช@ แพลตฟอรGมออนไลนGในการลักลอบจำหน?ายยาเสพติด และประโยชนGทางเทคโนโลยีในการลักลอบลำเลียงยาเสพติด กลยุทธRย/อยที่ ๒.๕ พัฒนาระบบการข?าวและการแจ@งเตือนข@อมูลเครือข?ายการค@ายาเสพติด เพ่ือให@ทุกภาคส?วนท่ีเก่ียวข@องสามารถดำเนินการจับกุมและสกัดก้ันได@อย?างมีประสิทธิภาพ กลยุทธRย/อยที่ ๒.๖ ลดวงจรค@ายาเสพติดในระดับผู@ค@ายาเสพติดรายย?อย และลงโทษผู@ต@องหา คดียาเสพติดรายย?อยตามลักษณะและพฤติกรรมความผิด กลยุทธRหลักที่ ๓ การสร#างความสมดุลบนพื้นฐานสิทธิมนุษยชนในการบำบัด ฟáàนฟู และการผนวกสู/สังคม ได#อย/างปกติสุข กลยุทธRย/อยที่ ๓.๑ ลดความเปkนอาชญากรรม ปรับเปลี่ยนมุมมองทางสังคมต?อผู@ที่ติดยาเสพติด มองผู@เสพเปkนผู@ป°วยท่ีควรได@รับการบำบัดรักษา และดูแลช?วยเหลือ 67 ๖๘ กลยุทธRย/อยที่ ๓.๒ ยึดหลักทางสาธารณสุขเปkนแนวทางนำในการลดอุปสงคGยาเสพติด โดยใช@ระบบสมัครใจของผู@เสพ รวมถึงการพัฒนาระบบการบำบัด รักษา และฟáàนฟูผู@ท่ีติดยาเสพติดให@มีประสิทธิผล และประสิทธิภาพในทุกกระบวนการ โดยมุ?งเน@นปZองกันการกลับมาติดยาเสพติดซ้ำ กลยุทธRย/อยที่ ๓.๓ เสริมสร@างโอกาสและทางเลือกของผู@เสพยาเสพติด ภายหลังการเข@ารับ การบำบัดให@สามารถใช@ชีวิตในสังคมได@อย?างปกติสุข มีศักดิ์ศรีบนพื้นฐานสิทธิมนุษยชน และไม?ถูกตีตราหรือ เลือกปฏิบัติ กลยุทธRหลักที่ ๔ การเสริมสร#างความร/วมมือระหว/างประเทศในการปWองกัน ปราบปราม และแก#ไขปaญหา ยาเสพติด กลยุทธRย/อยที่ ๔.๑ เสริมสร@างและยกระดับความร?วมมือด@านยาเสพติด ทั้งการปZองกัน ปราบปราม และบำบัดฟáàนฟูร?วมกับองคGการระหว?างประเทศ ประเทศในภูมิภาคอาเซียน และนานาประเทศ กลยุทธRย /อยที ่ ๔.๒ พัฒนาขีดความสามารถให@ประเทศไทยเปkนศูนยGกลางการเร ียนรู@ และการพัฒนาบุคลากรด@านยาเสพติดระหว?างประเทศ กลยุทธRย/อยที่ ๔.๓ เสริมสร@างการใช@กลไกคณะทำงานร?วมด@านความมั่นคง เพื่อส?งเสริม ความร?วมมือระดับทวิภาคีและพหุภาคีในการปราบปรามองคGกรอาชญากรรมข@ามชาติ และการค@ายาเสพติด ระหว?างประเทศ ๕. หน/วยงานเจ#าภาพรับผิดชอบบูรณาการขับเคล่ือน กระทรวงยุติธรรม (สำนักงานคณะกรรมการปZองกันและปราบปรามยาเสพติด) 68 ๖๙ นโยบายและแผนความมั่นคงที่ ๙ การป]องกันและบรรเทาสาธารณภัย ๑. จุดมุ/งเน#น การยกระดับการจัดการความเสี ่ยงสาธารณภัยที ่สำคัญอันเกิดจากภัยธรรมชาติ และภัยที ่เกิดจาก การกระทำของมนุษยG และ/หรือ เปkนภัยซ้ำซ@อน ให@สามารถแก@ไขป̂ญหาท่ีเกิดข้ึนได@รวดเร็ว ทันต?อเหตุการณG และย่ังยืน ๒. ความเช่ือมโยงกับยุทธศาสตรRชาติ และ แผนแม/บทภายใต#ยุทธศาสตรRชาติ ๒.๑ ยุทธศาสตรRชาติด#านความม่ันคง เปWาหมาย บ@านเมืองมีความม่ันคงในทุกมิติและทุกระดับ ๒.๒ แผนแม/บทภายใต#ยุทธศาสตรRชาติ • ประเด็นความม่ันคง แผนย/อยการปWองกันและแก#ไขปaญหาท่ีมีผลกระทบต/อความม่ันคง เปWาหมาย ป^ญหาความมั่นคงที่มีอยู?ในป^จจุบัน (เช?น ป^ญหายาเสพติด ความมั่นคงทางไซเบอรG การค@ามนุษยG ฯลฯ) ได@รับการแก@ไขจนไม?ส?งผลกระทบต?อการบริหารและพัฒนาประเทศ ๓. เปWาหมาย ผลสัมฤทธ์ิ และตัวช้ีวัด เปWาหมาย การยกระดับการจัดการความเสี่ยงสาธารณภัยที่สำคัญอันเกิดจากภัยธรรมชาติ และภัยที่เกิดจาก การกระทำของมนุษยGท่ีเกิดข้ึน และ/หรือ เปkนภัยซ้ำซ@อน (Compound Hazards) ไปสู?มาตรฐานตามหลักสากล ผลสัมฤทธ์ิ ประเทศไทยสามารถจัดการความเสี่ยง พร@อมทั้งรับมือและลดผลกระทบจากสาธารณภัย ได@อย?างมีประสิทธิภาพ ตัวชี้วัดท่ี ๑ อัตราการเสียชีวิตจากภัยธรรมชาติ (อุทกภัย วาตภัย ภัยแล@ง) ต?อประชากร ๑๐๐,๐๐๐ คน ลดลงเม่ือเทียบกับค?าเฉล่ียย@อนหลัง ๕ ปe ตัวชี้วัดท่ี ๒ จำนวนผู@ได@รับผลกระทบจากภัยธรรมชาติ (อุทกภัย วาตภัย ภัยแล@ง) ต?อประชากร ๑๐๐,๐๐๐ คน ลดลงเม่ือเทียบกับค?าเฉล่ียย@อนหลัง ๕ ปe ตัวชี้วัดที่ ๓ อัตราการเสียชีวิตจากภัยที่เกิดจากการกระทำของมนุษยG (อัคคีภัย) ต?อประชากร ๑๐๐,๐๐๐ คน ลดลงเม่ือเทียบกับค?าเฉล่ียย@อนหลัง ๕ ปe ตัวชี ้วัดท่ี ๔ การแจ@งเตือนสาธารณภัยล?วงหน@าได@ทันสถานการณGภายในระยะเวลาที ่กำหนด (เฉพาะภัยธรรมชาติ ๔ ภัย ได@แก? อุทกภัย วาตภัย น้ำป°าไหลหลากและดินโคลนถล?ม สึนามิ) ไม?ต่ำกว?าร@อยละ ๙๘ ของการเกิดภัยดังกล?าวทุกปe ๔. กลยุทธR กลยุทธRหลักท่ี ๑ การลดความเส่ียงจากสาธารณภัยให#มีประสิทธิภาพ กลยุทธRย/อยที่ ๑.๑ พัฒนามาตรการลดความเสี่ยงจากสาธารณภัยที่เกิดขึ้น และปZองกัน ความเสี่ยงใหม?ให@มีประสิทธิภาพ รวมถึงภัยซ้ำซ@อน โดยเฉพาะอุทกภัย วาตภัย น้ำป°าไหลหลากและดินโคลนถล?ม 69 ๗๐ สึนามิ และอัคคีภัย หรือเหตุอื ่นใดซึ ่งก?อให@เกิดอันตรายแก?ชีวิต ร?างกายของประชาชน หรือความเสียหาย แก?ทรัพยGสินของประชาชน หรือของรัฐ อาทิ ภัยจากสารเคมีร่ัวไหล และป̂ญหาน้ำมันร่ัวไหลในทะเล กลยุทธRย/อยที ่ ๑.๒ พัฒนาระบบคลังข@อมูลความเส่ียงสาธารณภัยแห?งชาติให@ทันสมัย มีคุณภาพ และได@มาตรฐาน โดยมีการแบ?งป^นข@อมูลระหว?างหน?วยงาน การประสานแลกเปลี่ยน และบูรณาการ ข@อมูลร?วมกันด@วยเทคโนโลยี เพื่อนำมาวางแผนตัดสินใจเชิงนโยบายและแนวทางปฏิบัติที่เปkนมาตรฐาน รวมถึง การแจ@งเตือนภัย พร@อมท้ังการเข@าถึงและการใช@ประโยชนGของทุกภาคส?วน กลยุทธRย/อยที่ ๑.๓ เสริมสร@างความรู@ความเข@าใจ รวมถึงการรับรู@และตระหนักรู@การจัดการ ความเสี่ยงจากสาธารณภัยที่ถูกต@องให@กับทุกภาคส?วน ทั้งมิติการวิเคราะหGภัยที่อาจเกิดขึ้น ความล?อแหลมในพื้นท่ี และประเมินสภาพความเปราะบางท่ีอาจก?อให@เกิดอันตรายต?อชีวิตและทรัพยGสิน กลยุทธRย/อยที ่ ๑.๔ พัฒนาแนวทางการประเมินความเสี ่ยงจากสาธารณภัยในทุกระดับ ให@สอดคล@องกับมาตรฐานตามหลักสากล โดยให@ความสำคัญกับการระดมทรัพยากรเข@าพื้นที่ประสบภัย การให@ ความช?วยเหลือผู@ประสบภัย การลงทุนในโครงสร@างพื้นฐานและบริการสาธารณะของประเทศ การจัดการพื้นท่ี ตามระบบผังเมือง ระบบประกันภัย การฝãกปZองกันและบรรเทาสาธารณภัย การอพยพและศูนยGพักพิงชั่วคราว การบริหารความต?อเนื ่อง โดยให@องคGกรปกครองส?วนท@องถิ ่น ภาคเอกชน ภาคประชาสังคม และภาคประชาชน เข@ามามีส?วนร?วมตลอดกระบวนการประเมินความเส่ียงด@วย กลยุทธRย/อยที่ ๑.๕ ส?งเสริม สนับสนุนทรัพยากร รวมทั้งการสร@างแรงจูงใจในการดำเนินการ ปZองกันและบรรเทาสาธารณภัยของภาคีเครือข?าย ภาคประชาชน อาสาสมัคร และอ่ืน ๆ กลยุทธRย/อยท่ี ๑.๖ ส?งเสริม พัฒนา ต?อยอดงานวิจัยและองคGความรู@ โดยประยุกตGใช@นวัตกรรม เทคโนโลยี ภูมิป̂ญญาท@องถ่ิน ท้ังภายในและต?างประเทศ รวมถึงการจัดต้ังสถาบันด@านการปZองกันและบรรเทาสาธารณภัย ของประเทศ เพื ่อพัฒนาศักยภาพบุคลากรให@มีความเชี ่ยวชาญและความเปkนมืออาชีพ โดยมีทักษะ ความรู@ และสมรรถนะด@านการจัดการความเสี่ยงสาธารณภัย ตลอดจนยกระดับศักยภาพการจัดการความเสี่ยงจากสาธารณภัย ของประเทศ กลยุทธRย/อยท่ี ๑.๗ ส?งเสริมความเปkนหุ@นส?วนระหว?างประเทศในการจัดการความเสี่ยงสาธารณภัย และการประสานความช?วยเหลือด@านมนุษยธรรมให@ครอบคลุมมิติการพัฒนาทางเศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล@อม และความม่ันคง กลยุทธRหลักท่ี ๒ การจัดการสาธารณภัยให#มีมาตรฐานตามหลักสากล กลยุทธRย/อยที ่ ๒.๑ เสริมสร@างการจัดการในภาวะฉุกเฉินแบบบูรณาการให@เปkนไปตาม มาตรฐานในการปฏิบัติในภาวะฉุกเฉิน โดยเร?งกระบวนการประกาศเขตพื้นที่ประสบสาธารณภัย การใช@ระบบ บัญชาการเหตุการณG (Incident Command System: ICS) และการใช@วงเงินทดรองราชการ เพื ่อช?วยเหลือ ผู@ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน และบรรเทาความเดือดร@อนเฉพาะหน@าของผู@ประสบภัยพิบัติ กลยุทธRย/อยที่ ๒.๒ กำหนดแนวทางการปฏิบัติร?วมของศูนยGปฏิบัติการฉุกเฉิน (Emergency Operation Center: EOC) ให@เปkนระบบมาตรฐานตามหลักสากล และหลักธรรมาภิบาล เพื่อลดความเสี่ยงจากสาธารณภัย การเตรียมพร@อมรับมือกับสาธารณภัย และการฟáàนฟูบนฐานข@อมูลความเสียหายและความต@องการของประชาชน 70 ๗๑ กลยุทธRย/อยที ่ ๒.๓ พัฒนาระบบการสื ่อสารและการแลกเปลี่ยนข@อมูลข?าวสารระหว?าง หน?วยงานในการจัดการความเสี่ยงสาธารณภัยที่มีแนวโน@มขยายขอบเขตไปสู?การจัดการสาธารณภัยขนาดใหญ? ข้ึนไปให@มีประสิทธิภาพ กลยุทธRย/อยท่ี ๒.๔ พัฒนาระบบการแจ@งเตือนภัยล?วงหน@า (Early Warning) โดยใช@เทคโนโลยี สารสนเทศ นวัตกรรม แบบจำลองการวิเคราะหGข@อมูลจำนวนมาก (Data Analytics and Big Data) ป^ญญาประดิษฐG (Artificial Intelligence: AI) รวมถึงเสริมสร@างความตระหนักรู@และการตอบสนองต?อการแจ@งเตือนภัยของชุมชน และประชาชน กลยุทธRย/อยที่ ๒.๕ เสริมสร@างระบบการบริหารจัดการเกี่ยวกับการบรรเทาทุกขGและการช?วยเหลือ ผู@ประสบภัยได@อย?างรวดเร็ว ท่ัวถึง และเปkนธรรม ๕. หน/วยงานเจ#าภาพรับผิดชอบบูรณาการขับเคล่ือน กระทรวงมหาดไทย (กรมปZองกันและบรรเทาสาธารณภัย) 71 ๗๒ นโยบายและแผนความมั่นคงที่ ๑๐ การป]องกันและแก,ไขป`ญหาความมั่นคงทางไซเบอรT ๑. จุดมุ/งเน#น ประเทศไทยสามารถเพิ่มประสิทธิภาพการปZองกันการโจมตีทางไซเบอรG ยกระดับมาตรฐานการรักษา ความม่ันคงปลอดภัยไซเบอรG และลดการก?ออาชญากรรมทางไซเบอรG ๒. ความเช่ือมโยงกับยุทธศาสตรRชาติ และ แผนแม/บทภายใต#ยุทธศาสตรRชาติ ๒.๑ ยุทธศาสตรRชาติด#านความม่ันคง เปWาหมาย บ@านเมืองมีความม่ันคงในทุกมิติและทุกระดับ ๒.๒ แผนแม/บทภายใต#ยุทธศาสตรRชาติ • ประเด็นความม่ันคง แผนย/อยการปWองกันและแก#ไขปaญหาท่ีมีผลกระทบต/อความม่ันคง เปWาหมาย ป^ญหาความมั่นคงที่มีอยู?ในป^จจุบัน (เช?น ป^ญหายาเสพติด ความมั่นคงทางไซเบอรG การค@ามนุษยG ฯลฯ) ได@รับการแก@ไขจนไม?ส?งผลกระทบต?อการบริหารและพัฒนาประเทศ ๓. เปWาหมาย ผลสัมฤทธ์ิ และตัวช้ีวัด เปWาหมาย ประเทศไทยมีความพร@อมต?อการปZองกัน รับมือความเสี่ยงกับภัยคุกคามทางไซเบอรGอย?างมีประสิทธิภาพ ท้ังการปZองกันการโจมตีทางไซเบอรGและอาชญากรรมทางไซเบอรG ผลสัมฤทธิ์ หน?วยงานระดับชาติ กลุ?มภารกิจหรือให@บริการโครงสร@างพื้นฐานสำคัญทางสารสนเทศ และระดับหน?วยงานมีความพร@อมตามมาตรการและแนวทางปฏิบัติในการลดความเสี่ยงจากภัยคุกคามทางไซเบอรG ที ่เท?าทันเหตุการณGสอดคล@องกับมาตรฐานสากล รวมถึงมีกลไกและแนวทางในการปZองกันและปราบปราม อาชญากรรมทางไซเบอรG และการพัฒนาการสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางไซเบอรG ตัวชี้วัดที่ ๑ การพัฒนาระบบการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอรGให@สอดคล@องกับมาตรฐานสากล เพ่ิมข้ึนร@อยละ ๙๐ ภายในปe ๒๕๗๐ ตัวชี้วัดที่ ๒ การแก@ไขเหตุการณGที่เกี่ยวกับความมั่นคงปลอดภัยไซเบอรGต?อโครงสร@างพื้นฐานสำคัญ ทางสารสนเทศท่ีมีประสิทธิภาพ เพ่ิมข้ึนร@อยละ ๙๐ ภายในปe ๒๕๗๐ ตัวชี้วัดที่ ๓ การจัดทำหรือพัฒนากลไก มาตรการ และแนวทางในการปZองกันและปราบปราม อาชญากรรมทางไซเบอรG รวมถึงพัฒนาการสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางไซเบอรG เพ่ิมข้ึนร@อยละ ๖๐ ภายในปe ๒๕๗๐ ตัวช้ีวัดท่ี ๔ สถิติคดีเก่ียวกับอาชญากรรมทางไซเบอรGลดลงร@อยละ ๓๐ เม่ือเทียบกับปeก?อนหน@า 72 ๗๓ ๔. กลยุทธR กลยุทธRหลักที่ ๑ การปWองกัน รับมือ และลดความเสี่ยงกับภัยคุกคามทางไซเบอรRที่กระทบต/อระบบโครงสร#าง พ้ืนฐานสำคัญทางสารสนเทศ กลยุทธRย/อยที่ ๑.๑ เสริมสร@างศักยภาพของกลไกและหน?วยงานระดับชาติ ศูนยGประสานการรักษา ความมั ่นคงปลอดภัยระบบคอมพิวเตอรGแห?งชาติ (National Computer Emergency Response Team: NCERT) และศูนยGประสานการรักษาความมั ่นคงปลอดภัยระบบคอมพิวเตอรGสำหรับหน?วยงานโครงสร@างพื ้นฐานสำคัญ ทางสารสนเทศ (Sectorial CERT) โดยมีการเชื่อมโยงการทำงานระหว?างกันอย?างเปkนระบบ เพื่อให@สามารถรักษา ความม่ันคงปลอดภัยไซเบอรG และแก@ไขเหตุการณGท่ีเก่ียวกับความม่ันคงปลอดภัยไซเบอรGได@อย?างมีประสิทธิภาพ กลยุทธRย/อยที่ ๑.๒ ส?งเสริมให@หน?วยงานโครงสร@างพื้นฐานสำคัญทางสารสนเทศมีมาตรฐาน และแนวทางปฏิบัติในการปZองกัน รับมือ ลดความเสี่ยง รักษา และฟáàนฟูความเสียหายจากภัยคุกคามทางไซเบอรG ท่ีเท?าทันต?อเหตุการณGและสอดคล@องกับมาตรฐานสากล กลยุทธRย/อยที่ ๑.๓ บูรณาการความร?วมมือภายในประเทศระหว?างหน?วยงานภาครัฐ ทั้งฝ°ายทหาร พลเรือน ตำรวจ ภาคเอกชน และภาคส?วนที่เกี่ยวข@อง ให@เปkนเครือข?ายความร?วมมือที่เข@มแข็ง เพื่อปZองกัน รับมือ และลดความเสี่ยงจากภัยคุกคามทางไซเบอรGและเหตุการณGที่เกี่ยวกับความมั่นคงปลอดภัยไซเบอรGต?อโครงสร@าง พ้ืนฐานสำคัญทางสารสนเทศ รวมถึงสงครามไซเบอรG กลยุทธRย/อยที่ ๑.๔ ส?งเสริมความร?วมมือระหว?างประเทศในการรักษาความมั่นคงปลอดภัย ไซเบอรG ทั้งในระดับทวิภาคีและพหุภาคี โดยแลกเปลี่ยนข@อมูลข?าวสาร ข?าวกรอง และความรู@ที่ทันต?อเหตุการณG และเสริมสร@างความสัมพันธGที ่ดีในทุกระดับ เพื ่อให@สามารถปZองกัน ลดความเสี ่ยง รวมถึงรับมือกับภัยคุกคาม ทางไซเบอรGและเหตุการณGที ่เกี ่ยวกับความมั ่นคงปลอดภัยไซเบอรGต?อโครงสร@างพื ้นฐานสำคัญทางสารสนเทศ ได@อย?างทันท?วงที กลยุทธRย/อยที่ ๑.๕ ส?งเสริมให@หน?วยงานของรัฐ หน?วยงานควบคุมหรือกำกับดูแล และหน?วยงาน เอกชนที ่เกี ่ยวข@อง พัฒนาทักษะความรู@และความเชี ่ยวชาญในด@านการรักษาความมั ่นคงปลอดภัยไซเบอรG ให@แก?พนักงานเจ@าหน@าท่ี เจ@าหน@าท่ี หรือบุคลากรของทุกภาคส?วนท่ีเก่ียวข@อง กลยุทธRย/อยที่ ๑.๖ ส?งเสริมการเผยแพร?ความรู@ เพื ่อสร@างความตระหนักถึงความสำคัญ ของภัยคุกคามทางไซเบอรGและเหตุการณGที่เกี่ยวกับความมั่นคงปลอดภัยไซเบอรGแก?องคGกรและบุคลากรภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาสังคมท่ีเก่ียวข@อง กลยุทธRหลักที่ ๒ การเสริมสร#างขีดความสามารถในการปWองกันและแก#ไขปaญหาการใช#ไซเบอรRเปsนช/องทาง ในการก/ออาชญากรรมทางไซเบอรR กลยุทธRย/อยที ่ ๒.๑ พัฒนากลไก มาตรการ และแนวทางที ่เกี ่ยวข@องกับการปZองกัน และปราบปรามที่ครอบคลุมถึงการพัฒนาการเฝZาระวังความเสี่ยงในการก?ออาชญากรรมทางไซเบอรG การแจ@งเตือน เพื่อลดความเสี่ยงการก?ออาชญากรรมทางไซเบอรG รวมถึงการติดตาม วิเคราะหG และประมวลผลข@อมูล ตลอดจน พัฒนาการสืบสวนอาชญากรรมทางไซเบอรGด@วยการนำเทคโนโลยีมาใช@ประโยชนG 73 ๗๔ กลยุทธRย /อยที ่ ๒.๒ ส?งเสริมความร?วมมือหรือให@ความช?วยเหลือระหว?างหน?วยงาน ท้ังภายในประเทศและต?างประเทศ เพ่ือปZองกัน รับมือ และลดความเส่ียงจากการก?ออาชญากรรมทางไซเบอรGร?วมกัน กลยุทธRย/อยที ่ ๒.๓ เสริมสร@างความตระหนักรู @และพัฒนาขีดความสามารถแก?องคGกร และบุคลากรภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาสังคมที่เกี่ยวข@องให@มีความรู@ในการปZองกันตนเองจากอาชญากรรม ทางไซเบอรG ๕. หน/วยงานเจ#าภาพรับผิดชอบบูรณาการขับเคล่ือน สำนักงานคณะกรรมการการรักษาความม่ันคงปลอดภัยไซเบอรGแห?งชาติ 74 ๗๕ นโยบายและแผนความมั่นคงที่ ๑๑ การป]องกันและแก,ไขป`ญหาการก:อการร,าย ๑. จุดมุ/งเน#น ประเทศไทยมีภูมิคุ@มกันในการรับมือกับภัยก?อการร@าย มีขีดความสามารถในการตอบโต@ต?อเหตุวิกฤติ จากการก?อการร@าย และมีศักยภาพในการฟáàนตัวจากภัยก?อการร@ายให@กลับสู?ภาวะปกติ ๒. ความเช่ือมโยงกับยุทธศาสตรRชาติ และ แผนแม/บทภายใต#ยุทธศาสตรRชาติ ๒.๑ ยุทธศาสตรRชาติด#านความม่ันคง เปWาหมาย บ@านเมืองมีความม่ันคงในทุกมิติและทุกระดับ ๒.๒ แผนแม/บทภายใต#ยุทธศาสตรRชาติ • ประเด็นความม่ันคง แผนย/อยการปWองกันและแก#ไขปaญหาท่ีมีผลกระทบต/อความม่ันคง เปWาหมาย ป^ญหาความมั่นคงที่มีอยู?ในป^จจุบัน (เช?น ป^ญหายาเสพติด ความมั่นคงทางไซเบอรG การค@ามนุษยG ฯลฯ) ได@รับการแก@ไขจนไม?ส?งผลกระทบต?อการบริหารและพัฒนาประเทศ ๓. เปWาหมาย ผลสัมฤทธ์ิ และตัวช้ีวัด เปWาหมายท่ี ๑ ประเทศไทยมีภูมิคุ@มกันในการรับมือกับภัยก?อการร@าย ผลสัมฤทธ์ิ หน?วยงานทั้งในระดับนโยบายและระดับปฏิบัติมีขีดความสามารถในการเตรียมพร@อม รับมือกับภัยก?อการร@ายเพ่ิมข้ึน ตัวชี้วัด การดำเนินการมาตรการเฝZาระวังและแจ@งเตือนเชิงปZองกันภัยก?อการร@าย อย?างน@อย ร@อยละ ๘๐ ภายในปe ๒๕๗๐ เปWาหมายท่ี ๒ ประเทศไทยมีขีดความสามารถในการตอบโต@ต?อเหตุวิกฤติจากการก?อการร@าย ผลสัมฤทธ์ิ หน?วยงานสามารถระงับเหตุจากการก?อการร@ายได@ทันการณG และลดความสูญเสียชีวิต และทรัพยGสินของประชาชนท่ีได@รับผลกระทบให@น@อยท่ีสุด ตัวชี้วัด การพัฒนาศักยภาพของระบบที่ตอบสนองต?อการระงับเหตุวิกฤติจากการก?อการร@าย และควบคุมสถานการณGการก?อการร@าย อย?างน@อยร@อยละ ๘๐ ภายในปe ๒๕๗๐ เปWาหมายท่ี ๓ ประเทศไทยมีศักยภาพในการฟáàนตัวจากภัยก?อการร@ายให@กลับสู?สภาวะปกติ ผลสัมฤทธิ ์ เหยื ่อและผู @ได@รับผลกระทบจากการก?อการร@ายได@รับการช?วยเหลือเยียวยา อย?างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ รวมทั้งพื้นที่ประสบภัยจากการก?อการร@ายมีการฟáàนตัวให@กลับคืนสู?สภาวะปกติ โดยเร็ว และปลอดภัยกว?าเดิม ตัวช้ีวัด การวางระบบฟáàนตัวจากภัยก?อการร@าย อย?างน@อยร@อยละ ๘๐ ภายในปe ๒๕๗๐ และสามารถ ฟáàนฟูจากเหตุก?อการร@ายได@ 75 ๗๖ ๔. กลยุทธR กลยุทธRหลักท่ี ๑ การปWองกันและสร#างภูมิคุ#มกันในการรับมือกับภัยก/อการร#าย กลยุทธRย/อยท่ี ๑.๑ แลกเปล่ียนข@อมูลข?าวสารและข?าวกรองด@านการก?อการร@าย ท้ังภายในประเทศ และต?างประเทศ โดยมุ?งเน@นความถูกต@อง รวดเร็ว และความน?าเชื่อถือ เพื่อเอื้ออำนวยให@มีข@อมูลที่เพียงพอ ต?อการตัดสินใจเชิงนโยบาย กลยุทธRย/อยที ่ ๑.๒ ปZองกันการเดินทางผ?านเข@าและออกของนักรบก?อการร@ายต?างชาติ โดยเสริมสร@างการบริหารจัดการระบบการรักษาความมั ่นคงปลอดภัยทั ้งทางบก ทางน้ำ และทางอากาศ ให@มีประสิทธิภาพ กลยุทธRย/อยที่ ๑.๓ รับมือกับการเผยแพร?ลัทธิและแนวคิดที่ยึดหลักความรุนแรงทุกรูปแบบ โดยเฉพาะการปZองกันและยับย้ังแนวคิดสุดโต?งท่ีนิยมความรุนแรง โดยอาศัยการมีส?วนร?วมของทุกภาคส?วน กลยุทธRย/อยที่ ๑.๔ ปกปZองโครงสร@างพื้นฐานสำคัญและพื้นที่เปราะบาง โดยเฉพาะการรักษา ความปลอดภัยสถานท่ีราชการ สถานท่ีสำคัญ และบุคคล กลยุทธRย/อยที่ ๑.๕ ต?อต@านการสนับสนุนทางการเงินแก?การก?อการร@าย โดยเสริมสร@างความรู@ ความเข@าใจ และความร?วมมือระหว?างหน?วยงานเก่ียวกับกระบวนการสืบสวนสอบสวนทางการเงิน กลยุทธRย/อยที่ ๑.๖ จัดทำระบบฐานข@อมูล และเชื่อมโยงข@อมูลที่เกี ่ยวข@องกับการต?อต@าน การก?อการร@ายระหว?างหน?วยงานภายในประเทศ กลยุทธRย/อยที ่ ๑.๗ พัฒนาศักยภาพเจ@าหน@าท่ีของรัฐ ในการสร@างความรู @ความเข@าใจ ในการดำเนินการในกรอบนโยบายและกรอบกฎหมาย พร@อมทั้งสร@างการตระหนักรู@และการมีส?วนร?วมของ ภาคเอกชนและภาคประชาชนในการปZองกันภัยก?อการร@าย กลยุทธRหลักท่ี ๒ การเสริมสร#างการตอบโต#ต/อเหตุวิกฤติจากการก/อการร#าย กลยุทธRย/อยที่ ๒.๑ พัฒนากลไกการรับมือขณะเกิดเหตุก?อการร@ายให@เปkนเอกภาพ โดยเฉพาะ บุคคลแรกหรือหน?วยงานแรก (First Responder) ท่ีต@องเข@าถึงท่ีเกิดเหตุ กลยุทธRย/อยท่ี ๒.๒ ส?งเสริมความร?วมมือกระบวนการยุติธรรมทางอาญาในคดีที่เกี่ยวข@องกับ การก?อการร@ายกับหน?วยงานภายในประเทศและหน?วยงานต?างประเทศท่ีเก่ียวข@อง กลยุทธRย/อยที่ ๒.๓ พัฒนาศักยภาพและขีดความสามารถเจ@าหน@าที่ของรัฐ โดยแลกเปลี่ยน และพัฒนาองคGความรู@และการฝãกซ@อมร?วมกันกับหน?วยงานภายในประเทศหรือต?างประเทศ กลยุทธRย/อยที่ ๒.๔ พัฒนาระบบการแจ@งเตือน การสื่อสาร และการประชาสัมพันธGต?อเหตุวิกฤติ จากการก?อการร@าย เพ่ือสร@างความรับรู@ ความเข@าใจ และความเช่ือม่ันให@แก?ประชาชน กลยุทธRหลักท่ี ๓ การเสริมสร#างการฟáàนตัวภายหลังเกิดเหตุวิกฤติก/อการร#ายให#กลับสู/สภาพปกติโดยเร็ว กลยุทธRย/อยที่ ๓.๑ ฟáàนฟูระบบการทำงานของโครงสร@างพื้นฐานสำคัญที่ได@รับความเสียหาย หรือผลกระทบจากการก?อเหตุก?อการร@าย เพ่ือให@ประชาชนสามารถกลับมาใช@ชีวิตประจำวันปกติได@โดยเร็วท่ีสุด 76 ๗๗ กลยุทธRย/อยที่ ๓.๒ จัดทำ พัฒนา วางระบบกลไก และหลักเกณฑGการประเมินความเสียหาย ความต@องการความช?วยเหลือ และดำเนินการการเยียวยาแก?เหยื่อ ครอบครัวของเหยื่อ และผู@ได@รับผลกระทบ จากการก?อเหตุก?อการร@าย กลยุทธRย/อยที่ ๓.๓ ส?งเสริมการมีส?วนร?วมของชุมชน ท@องถิ่น สถาบันศาสนา สถาบันการศึกษา เพื่อปZองกันการแพร?กระจายแนวคิดสุดโต?งที่นิยมความรุนแรง ผู@ที่เคยได@รับการบ?มเพาะแนวคิดสุดโต?งที่นิยม ความรุนแรง และผู@เคยกระทำผิดฐานการก?อการร@าย ๕. หน/วยงานเจ#าภาพรับผิดชอบบูรณาการขับเคล่ือน สำนักงานสภาความม่ันคงแห?งชาติ 77 ๗๘ นโยบายและแผนความมั่นคงที่ ๑๒ การสร,างดุลยภาพระหว:างประเทศ ๑. จุดมุ/งเน#น ประเทศไทยสามารถรักษาดุลยภาพระหว?างประเทศ เพื่อเสริมสร@างความมั่นคงแห?งชาติ มีบทบาทนำ ในประชาคมการเมืองและความมั ่นคงอาเซียน รวมทั ้งรักษาผลประโยชนGแห?งชาติในอนุภูมิภาคลุ ?มน้ำโขง และความสัมพันธGอันดีกับประเทศรอบบ@าน ๒. ความเช่ือมโยงกับเปWาหมายยุทธศาสตรRชาติด#านความม่ันคง และ แผนแม/บทภายใต#ยุทธศาสตรRชาติ ๒.๑ ยุทธศาสตรRชาติด#านความม่ันคง เปWาหมาย ประเทศไทยมีบทบาทด@านความมั ่นคงเปkนที ่ชื ่นชมและได@รับการยอมรับโดยประชาคม ระหว?างประเทศ ๒.๒ แผนแม/บทภายใต#ยุทธศาสตรRชาติ • ประเด็นความม่ันคง แผนย/อยการบูรณาการความร/วมมือด#านความมั่นคงกับอาเซียนและนานาชาติ รวมทั้งองคRกร ภาครัฐและมิใช/ภาครัฐ เปWาหมาย ๑. ประเทศไทยมีความมั ่นคงและสามารถรับมือกับความท@าทายจากภายนอก ได@ทุกรูปแบบสูงข้ึน ๒. ประเทศไทยมีบทบาทเพิ ่มขึ ้นในการกำหนดทิศทางและส?งเสริมเสถียรภาพ ของภูมิภาคเอเชีย รวมท้ังเปkนประเทศแนวหน@าในภูมิภาคอาเซียน • ประเด็นการต/างประเทศ แผนย/อยความร/วมมือด#านความม่ันคงระหว/างประเทศ เปWาหมาย ๑. ประเทศไทยมีความมั ่นคงและสามารถรับมือกับความท@าทายจากภายนอก ได@ทุกรูปแบบสูงข้ึน ๒. ประเทศไทยมีบทบาทเพิ ่มขึ ้นในการกำหนดทิศทางและส?งเสริมเสถียรภาพ ของภูมิภาคเอเชีย รวมท้ังเปkนประเทศแนวหน@าในภูมิภาคอาเซียน ๓. เปWาหมาย ผลสัมฤทธ์ิ และตัวช้ีวัด เปWาหมายที่ ๑ ประเทศไทยสามารถรักษาความสัมพันธGกับประเทศมหาอำนาจและประเทศที่มีความสำคัญ เชิงยุทธศาสตรGต?อความม่ันคงของไทยอย?างมีดุลยภาพ ผลสัมฤทธ์ิ ประเทศไทยสามารถรักษาผลประโยชนGแห?งชาติ และแสดงท?าทีอย?างเหมาะสม ผ?านกลไกความร?วมมือหรือความสัมพันธGระหว?างประเทศท่ีมีความสำคัญเชิงยุทธศาสตรGต?อความม่ันคงของไทย ตัวชี้วัด ประเทศไทยมีปฏิสัมพันธGอย?างสม่ำเสมอกับ ๔ กลุ?มประเทศเหล?านี้ อย?างน@อยกลุ?มละ ๑ ครั ้งต?อปe ได@แก? กลุ ?มที ่ ๑ ประเทศเพื ่อนบ@าน กลุ ?มที ่ ๒ สหรัฐอเมริกา สหภาพยุโรป สหราชอาณาจักร 78 ๗๙ และออสเตรเลีย กลุ?มที่ ๓ จีนและรัสเซีย กลุ?มที่ ๔ ประเทศอื่น ๆ ที่มีความสำคัญเชิงยุทธศาสตรGกับไทย ได@แก? ญ่ีปุ°น สาธารณรัฐเกาหลี อินเดีย แอฟริกาใต@ บราซิล ตุรกี ซาอุดีอาระเบีย อิหร?าน และอิสราเอล เปWาหมายท่ี ๒ ประเทศไทยมีบทบาทนำในประชาคมการเมืองและความม่ันคงอาเซียน ผลสัมฤทธ์ิ ข@อตกลงหรือข@อปฏิบัติร?วมกันของประชาคมการเมืองและความมั่นคงอาเซียน ในเร่ืองการปZองกันและแก@ไขภัยคุกคามท่ีสำคัญในภูมิภาค ตัวชี ้ว ัด ความสำเร ็จของไทยในการผลักดันให@ข @อเสนอในประเด็นความมั ่นคงท่ีไทย ให@ความสำคัญปรากฏในเอกสารผลลัพธGการประชุมในระดับเจ@าหน@าที่อาวุโสขึ้นไปของกลไกภายใต@ประชาคม การเมืองและความม่ันคงอาเซียน อย?างน@อย ๑ ฉบับต?อปe เปWาหมายที่ ๓ ประเทศไทยสามารถรักษาผลประโยชนGแห?งชาติในอนุภูมิภาคลุ?มน้ำโขง และสามารถรักษา ความสัมพันธGอันดีกับประเทศรอบบ@าน ผลสัมฤทธิ์ การได@รับผลประโยชนGร?วมกันของกลุ?มประเทศอนุภูมิภาคลุ?มน้ำโขง และประเทศ รอบบ@านของไทย ตัวชี ้วัดที ่ ๑ ระดับความสำเร็จในการจัดทำแผนลุ ?มน้ำเชิงรุกระดับภูมิภาค (Proactive Regional Planning) เพ่ือบริหารทรัพยากรน้ำในลุ?มน้ำโขงอย?างย่ังยืน เปkนไปตามเปZาหมายท่ีต้ังไว@ภายในปe ๒๕๗๐ ตัวชี ้วัดที ่ ๒ ไทยสามารถจัดทำผลลัพธGด@านความร?วมมือด@านความมั ่นคงที ่เปkนรูปธรรม (key deliverables) ในกรอบหรือกับประเทศอนุภูมิภาคลุ?มน้ำโขงได@อย?างน@อยปeละ ๓ ประเด็น หรือ ๑๕ ประเด็น ภายในปe ๒๕๗๐ ๔. กลยุทธR กลยุทธRหลักท่ี ๑ การรักษาดุลยภาพระหว/างประเทศสำคัญทางยุทธศาสตรR กลยุทธRย/อยที ่ ๑.๑ ทบทวนและกำหนดแนวทางท?าทีของไทยต?อประเทศมหาอำนาจ ประเทศหรือกลุ?มประเทศที่มีบทบาทสำคัญทางยุทธศาสตรG และประเทศท่ีมีบทบาทด@านการเมือง ความมั่นคง การทหาร และเศรษฐกิจที ่สำคัญในภูมิภาค เพื ่อปกปZองผลประโยชนGแห?งชาติของไทย และรักษาดุลยภาพ ความสัมพันธGด@านความม่ันคงระหว?างประเทศได@อย?างเหมาะสม กลยุทธRย/อยที่ ๑.๒ รักษาความร?วมมือด@านความมั่นคงระหว?างไทยกับประเทศหรือกลุ?มประเทศ ที่มีความสำคัญทางยุทธศาสตรG เพื่อให@ไทยสามารถประเมินการเปลี่ยนแปลงและปรับเปลี่ยนแนวทางการรักษา ดุลยภาพระหว?างประเทศของไทยได@ทันท?วงที กลยุทธRย/อยที่ ๑.๓ ส?งเสริมการจัดตั้งหรือขับเคลื่อนกลไกหารือด@านความมั่นคงระหว?างไทย กับประเทศท่ีมีความสำคัญทางยุทธศาสตรG เพ่ือรักษาผลประโยชนGแห?งชาติของไทย กลยุทธRหลักท่ี ๒ การเสริมสร#างบทบาทนำของไทยในประชาคมการเมืองและความม่ันคงอาเซียน กลยุทธRย/อยที ่ ๒.๑ เสริมสร@างบทบาทนำที ่สร@างสรรคGของไทยในการรักษาสันติภาพ และการแก@ไขข@อพิพาทโดยสันติวิธี เพ่ือเสถียรภาพความม่ันคงของอาเซียน 79 ๘๐ กลยุทธRย/อยที่ ๒.๒ เสริมสร@างบทบาทนำของไทยในประชาคมการเมืองและความมั่นคงอาเซียน เพื่อรักษาผลประโยชนGแห?งชาติของไทย และเพื่อผลประโยชนGร?วมกันของภูมิภาค โดยผลักดันความร?วมมือ ในการป Zองก ันและแก @ไขภ ัยค ุกคามระด ับภ ูม ิภาค อาท ิ ประเด ็นโจรสล ัดและการปล@นเร ือโดยใช @อาวุธ ประเด็นการต?อต@านยาเสพติดและสินค@าผิดกฎหมาย ประเด็นการโยกย@ายถิ่นฐานแบบไม?ปกติ ประเด็นภัยคุกคาม ทางไซเบอรG ประเด็นหมอกควันข@ามแดน และประเด็นโรคติดต?ออุบัติใหม? กลยุทธRย/อยที่ ๒.๓ ดำเนินการสร@างความไว@เนื้อเชื่อใจและการทูตเชิงปZองกันระหว?างไทย กับประเทศสมาชิกอาเซียน เพ่ือสร@างบรรยากาศแห?งสันติภาพ เสถียรภาพ และความเจริญรุ?งเรืองในภูมิภาค กลยุทธRย/อยที่ ๒.๔ เสริมสร@างศักยภาพปฏิบัติการทางทหารร?วมกับอาเซียนในภารกิจที่มิใช? ด@านสงคราม อาทิ การช?วยเหลือด@านมนุษยธรรมและบรรเทาภัยพิบัติ (Humanitarian Assistance and Disaster Relief: HADR) การแพทยGทหาร (Military Medicine: MM) และการต?อต@านการก?อการร@าย (Counter Terrorism: CT) ผ?านการแลกเปล่ียนความร?วมมือและข@อมูลร?วมกัน กลยุทธRหลักที่ ๓ การส/งเสริมความเข#าใจและพัฒนาความร/วมมือด#านความมั่นคงกับประเทศรอบบ#าน และอนุภูมิภาคลุ/มน้ำโขง กลยุทธRย/อยที่ ๓.๑ เสริมสร@างบทบาทนำของไทยในกรอบความร?วมมือด@านความมั่นคง ในอนุภูมิภาคลุ?มน้ำโขง เพื่อกำหนดทิศทางและแนวทางการปฏิบัติที่ส?งเสริมความสัมพันธGอันดี ความร?วมมือ ท่ีสร@างสรรคG และความย่ังยืนร?วมกัน อันส?งผลให@อนุภูมิภาคลุ?มน้ำโขงเปkนอนุภูมิภาคแห?งความร?วมมือ กลยุทธRย/อยที่ ๓.๒ ผลักดันกลไกความร?วมมือด@านความมั่นคงที่มีอยู?ในอนุภูมิภาคลุ?มน้ำโขง เพ่ือปZองกันและแก@ไขประเด็นความม่ันคงท่ีสำคัญ อาทิ ประเด็นการบริหารจัดการน้ำ ทรัพยากรธรรมชาติและส่ิงแวดล@อม และการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ประเด็นยาเสพติด ประเด็นการค@ามนุษยG และประเด็นการบริหารจัดการ ความเส่ียงโรคติดต?ออุบัติใหม?และโรคระบาดข@ามพรมแดน กลยุทธRย/อยที่ ๓.๓ ส?งเสริมความร?วมมือด@านความมั่นคงกับกลุ?มประเทศในอนุภูมิภาค ลุ?มน้ำโขง เพ่ือสร@างดุลยภาพท่ีสร@างสรรคGและรักษาผลประโยชนGแห?งชาติของไทย กลยุทธRย/อยที่ ๓.๔ เสริมสร@างความเข@าใจและพัฒนาความร?วมมือด@านความมั่นคง รวมถึง การแก@ไขป^ญหาความขัดแย@งด@วยสันติวิธีระหว?างไทยกับประเทศรอบบ@าน ภายใต@กลไกความร?วมมือด@านความมั่นคง ทุกระดับ กลยุทธRย/อยท่ี ๓.๕ ส?งเสริม สนับสนุน และใช@ความเข@มแข็งของความร?วมมือระดับประชาชน ชุมชน ท@องถิ่น ภาคเอกชน และสมาคมมิตรภาพ มาใช@ในการดำเนินกิจกรรมที่นำไปสู?การสร@างความสัมพันธGอันดี ระหว?างไทยกับประเทศรอบบ@าน ๕. หน/วยงานเจ#าภาพรับผิดชอบบูรณาการขับเคล่ือน กระทรวงการต?างประเทศ 80 ๘๑ นโยบายและแผนความมั่นคงที่ ๑๓ การบริหารจัดการภาวะฉุกเฉินด,านสาธารณสุขและโรคติดต:ออุบัติใหม: ๑. จุดมุ/งเน#น การเตรียมความพร@อม และเพิ ่มขีดความสามารถการบริหารจัดการภาวะฉุกเฉินด@านสาธารณสุข และโรคติดต?ออุบัติใหม? รวมท้ังการพัฒนานวัตกรรมและการบริหารจัดการทรัพยากรด@านการแพทยGรองรับภาวะวิกฤติ ๒. ความเช่ือมโยงกับยุทธศาสตรRชาติ และ แผนแม/บทภายใต#ยุทธศาสตรRชาติ ๒.๑ ยุทธศาสตรRชาติด#านความม่ันคง เปWาหมาย บ@านเมืองมีความม่ันคงในทุกมิติและทุกระดับ ๒.๒ แผนแม/บทภายใต#ยุทธศาสตรRชาติ • ประเด็นความม่ันคง แผนย/อยการปWองกันและแก#ไขปaญหาท่ีมีผลกระทบต/อความม่ันคง เปWาหมาย ป^ญหาความมั่นคงที่มีอยู?ในป^จจุบัน (เช?น ป^ญหายาเสพติด ความมั่นคงทางไซเบอรG การค@ามนุษยG ฯลฯ) ได@รับการแก@ไขจนไม?ส?งผลกระทบต?อการบริหารและพัฒนาประเทศ ๓. เปWาหมาย ผลสัมฤทธ์ิ และตัวช้ีวัด เปWาหมายที่ ๑ ระบบสาธารณสุขมีความพร@อมในการบริหารจัดการภาวะฉุกเฉินด@านสาธารณสุข ๕ ด@าน ประกอบด@วย ๑) โรคติดต?อและการระบาด ๒) โรคและภัยที่เกิดจากสารเคมี ๓) โรคและภัยสุขภาพที่เกิดจาก กัมมันตภาพรังสีและนิวเคลียรG ๔) โรคที่เกิดจากการบาดเจ็บและอุบัติภัย และ ๕) โรคและภัยสุขภาพอันเกิดจาก ภัยธรรมชาติ ผลสัมฤทธ์ิ ประเทศไทยมีการเตรียมความพร@อมเพื่อบูรณาการความร?วมมือระหว?างหน?วยงาน สาธารณสุขกับทุกภาคส?วน รองรับภาวะฉุกเฉินด@านสาธารณสุขและโรคติดต?ออุบัติใหม? ตัวชี้วัดที่ ๑ หน?วยงานด@านสาธารณสุขทั้งส?วนกลางและระดับภูมิภาค มีแผนเผชิญเหตุเพื่อรองรับ ภาวะฉุกเฉินด@านสาธารณสุขท้ัง ๕ ด@าน ร@อยละ ๘๐ ภายในปe ๒๕๗๐ ตัวช้ีวัดท่ี ๒ การฝãกซ@อมเพ่ือบูรณาการความร?วมมือจากทุกภาคส?วน เปkนประจำทุก ๒ ปe เปWาหมายท่ี ๒ ระบบสาธารณสุขมีศักยภาพการเผชิญเหตุและการบริการด@านการแพทยGในภาวะฉุกเฉิน ผลสัมฤทธิ์ ประเทศไทยสามารถควบคุมการแพร?ระบาดของโรค จัดการภัยคุกคามสุขภาพ และดูแลประชาชนเม่ือเกิดภาวะสาธารณสุขฉุกเฉินและโรคติดต?ออุบัติใหม? ตัวชี้วัดที่ ๑ ความสำเร็จของการมีระบบรองรับการบริหารจัดการเฝZาระวัง คัดกรอง และตรวจ วินิจฉัยโรคติดต?ออุบัติใหม?และภัยสุขภาพ เม่ือเกิดภาวะฉุกเฉินระดับเขตสุขภาพ ร@อยละ ๑๐๐ ภายในปe ๒๕๗๐ ตัวชี้วัดที่ ๒ ระบบบริการทางการแพทยGและสาธารณสุขสามารถให@บริการได@อย?างต?อเนื่อง ในภาวะวิกฤติจากการระบาดของโรคติดต?ออุบัติใหม?และภัยสุขภาพ ได@แก? ๑) เขตสุขภาพมีระบบการบริหารจัดการเตียง เพื่อรองรับผู@ป°วยวิกฤติในภาวะฉุกเฉิน ร@อยละ ๑๐๐ ภายในปe ๒๕๗๐ และ ๒) เขตสุขภาพมีระบบบริหารจัดการ 81 ๘๒ ทรัพยากรทางการแพทยG การสำรองยา และเวชภัณฑGที ่จำเปkนให@สามารถใช@งานได@อย?างน@อย ๒ เดือน เพ่ือให@สามารถเผชิญเหตุได@อย?างรวดเร็ว ร@อยละ ๘๐ ภายในปe ๒๕๗๐ ตัวชี้วัดที่ ๓ เขตสุขภาพมีแนวทางการระดมสรรพกำลังบุคลากรเพื่อดูแลประชาชนยามวิกฤติ ร@อยละ ๑๐๐ ภายในปe ๒๕๗๐ เปWาหมายท่ี ๓ ระบบสาธารณสุขของประเทศสามารถพ่ึงตนเองได@ มีความม่ันคงทางยาและเวชภัณฑG ผลสัมฤทธิ์ ประเทศไทยสามารถผลิตยาและเวชภัณฑGที่เกี่ยวข@องกับการจัดการภาวะฉุกเฉิน ทางการแพทยGและสาธารณสุขได@ท้ังห?วงโซ?อุปทาน ตัวชี้วัดที่ ๑ มูลค?าการสนับสนุนการผลิตยาและอุตสาหกรรมทางการแพทยGภายในประเทศ เพ่ิมข้ึนร@อยละ ๒๐ เม่ือเทียบกับค?าเฉล่ียย@อนหลัง ๕ ปe ตัวชี้วัดที่ ๒ การจัดทำข@อมูลห?วงโซ?อุปทานของการผลิตยาและอุตสาหกรรมทางการแพทยG (Resource Mapping) ท่ีใช@ในภาวะฉุกเฉินเปkนประจำทุก ๒ ปe ๔. กลยุทธR กลยุทธRหลักที่ ๑ การพัฒนาศักยภาพและการเตรียมความพร#อมด#านการแพทยRและสาธารณสุขรองรับ ภาวะสาธารณสุขฉุกเฉินและโรคติดต/ออุบัติใหม/ กลยุทธRย/อยที่ ๑.๑ วางแผนและดำเนินการตามแผนการเตรียมความพร@อมปZองกันและแก@ไข ป̂ญหาโรคติดต?ออุบัติใหม? กลยุทธRย/อยที ่ ๑.๒ พัฒนาการเตรียมความพร@อมและการบริหารจัดการความเสี ่ยง ของโรคติดต?ออุบัติใหม?และภัยสุขภาพท้ัง ๕ ด@านแก?บุคลากร กลยุทธRย/อยที่ ๑.๓ สร@างความเข@มแข็งของศูนยGปฏิบัติการฉุกเฉินทางการแพทยGและสาธารณสุข รองรับภาวะฉุกเฉินทางสาธารณสุขท้ัง ๕ ด@าน กลยุทธRย/อยท่ี ๑.๔ เสริมสร@างสวัสดิภาพและมาตรการคุ@มครองแก?บุคลากรการแพทยGเพ่ือลด ความเส่ียงจากการปฏิบัติงานในภาวะฉุกเฉิน กลยุทธRย/อยที่ ๑.๕ ปรับปรุงกฎหมายท่ีเก่ียวข@องด@านการแพทยGและสาธารณสุขให@สอดคล@อง กับกฎอนามัยระหว?างประเทศ และวาระความม่ันคงด@านสุขภาพโลก กลยุทธRหลักท่ี ๒ การพัฒนาระบบและบริการทางการแพทยRในภาวะฉุกเฉิน กลยุทธRย/อยที ่ ๒.๑ พัฒนาระบบบัญชาการเหตุการณGและการจัดการด@านการแพทยG และสาธารณสุข เพ่ือความเปkนเอกภาพของการปฏิบัติงานในสถานการณGฉุกเฉิน กลยุทธRย/อยที่ ๒.๒ ส?งเสริมศักยภาพของระบบวินิจฉัย การรักษาพยาบาลและการจัดการ ทรัพยากร รวมถึงระบบสำรองเวชภัณฑGให@สามารถเผชิญเหตุได@อย?างรวดเร็ว กลยุทธRย/อยที่ ๒.๓ พัฒนาเครือข?ายและกลไกเพื่อบูรณาการความร?วมมือจากทุกภาคส?วนในสังคม ท้ังระดับประเทศและนานาชาติ 82 ๘๓ กลยุทธRย/อยที่ ๒.๔ ส?งเสริมการฝãกซ@อมแผนเผชิญเหตุและการบริหารจัดการด@านสาธารณสุข ฉุกเฉินและโรคติดต?ออุบัติใหม?บนแนวทางท่ีทุกภาคส?วนในสังคมมีส?วนร?วม กลยุทธRย/อยท่ี ๒.๕ เตรียมแผนฟáàนฟูหลังการเกิดภาวะสาธารณสุขฉุกเฉินและโรคติดต?ออุบัติใหม? ร?วมกับทุกภาคส?วน กลยุทธRหลักที่ ๓ การส/งเสริมการวิจัย พัฒนานวัตกรรมและผลิตยา รวมถึงอุตสาหกรรมทางการแพทยR ภายในประเทศ ลดการพ่ึงพาต/างประเทศ กลยุทธRย/อยที่ ๓.๑ ยกระดับขีดความสามารถในการผลิตยา และอุตสาหกรรมทางการแพทยG ภายในประเทศ กลยุทธRย/อยที ่ ๓.๒ พัฒนาระบบการจัดการห?วงโซ?อุปทานให@มั ่นคงสามารถผลิตยา และเวชภัณฑGในภาวะฉุกเฉินได@ กลยุทธ Rย /อยที ่ ๓.๓ สนับสนุนงบประมาณ เพื ่อการว ิจ ัย พัฒนายาและอุตสาหกรรม ทางการแพทยGครบวงจรในประเทศ กลยุทธRย/อยท่ี ๓.๔ จัดทำระบบฐานข@อมูลและแผนท่ีทรัพยากร เพ่ือการเผชิญเหตุยามฉุกเฉิน กลยุทธRย/อยที่ ๓.๕ ส?งเสริมการวิจัยและพัฒนานวัตกรรมที่เกี่ยวข@องกับด@านสาธารณสุขฉุกเฉิน และโรคติดต?ออุบัติใหม? เพ่ือเผยแพร?และแลกเปล่ียนองคGความรู@สู?ระดับสากล ๕. หน/วยงานเจ#าภาพรับผิดชอบบูรณาการขับเคล่ือน กระทรวงสาธารณสุข 83 ๘๔ นโยบายและแผนความมั่นคงที่ ๑๔ การพัฒนาศักยภาพการเตรียมพร,อมแห:งชาติ และการบริหารจัดการวิกฤตการณTระดับชาติ ๑. จุดมุ/งเน#น การพัฒนาศักยภาพการเตรียมพร@อม เพื่อปZองกันและตอบสนองต?อภัยคุกคาม รวมทั้งการบูรณาการ ทรัพยากรของประเทศ เพ่ือใช@ในการเผชิญกับวิกฤตการณGระดับชาติ ๒. ความเช่ือมโยงกับยุทธศาสตรRชาติ และ แผนแม/บทภายใต#ยุทธศาสตรRชาติ ๒.๑ ยุทธศาสตรRชาติด#านความม่ันคง เปWาหมาย กองทัพ หน?วยงานด@านความมั ่นคง ภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชน มีความพร@อม ในการปZองกันและแก@ไขป̂ญหาความม่ันคง ๒.๒ แผนแม/บทภายใต#ยุทธศาสตรRชาติ • ประเด็นความม่ันคง แผนย/อยการพัฒนาศักยภาพของประเทศให#พร#อมเผชิญภัยคุกคามท่ีกระทบต/อความม่ันคงของชาติ เปWาหมาย กองทัพและหน?วยงานด@านความมั่นคงมีความพร@อมสูงขึ้นที่จะเผชิญภัยคุกคามทุกรูปแบบ ทุกมิติ และทุกระดับความรุนแรง ๓. เปWาหมาย ผลสัมฤทธ์ิ และตัวช้ีวัด เปWาหมายที่ ๑ การพัฒนาศักยภาพการเตรียมพร@อม สำหรับการระดมทรัพยากรที่จำเปkน เพื่อใช@ในกรณี ท่ีประเทศเผชิญกับภัยคุกคามหรือวิกฤตการณGระดับชาติ ผลสัมฤทธ์ิ ประเทศไทยมีความพร@อมในการระดมทรัพยากรที่จำเปkน เพื่อใช@ในกรณีที่ประเทศ เผชิญกับภัยคุกคาม รวมถึงเม่ือประเทศเข@าสู?ภาวะวิกฤตระดับชาติ ตัวชี้วัด การพัฒนาศักยภาพของกลไก การบริหารจัดการ และความพร@อมของทรัพยากร ที่จำเปkน เพื่อใช@สำหรับการระดมทรัพยากรในกรณีที่ประเทศเผชิญกับภัยคุกคามหรือวิกฤตการณGระดับชาติ ร@อยละ ๘๕ ภายในปe ๒๕๗๐ เปWาหมายท่ี ๒ การพัฒนาศักยภาพการบริหารจัดการวิกฤตการณGระดับชาติ ผลสัมฤทธิ์ กลไกและหน?วยงานที่เกี่ยวข@องมีศักยภาพในการตอบสนอง ระงับเหตุ และควบคุม วิกฤตการณGระดับชาติ เพ่ือลดความรุนแรงของผลกระทบและความเสียหายได@อย?างมีประสิทธิภาพ ตัวช้ีวัด การพัฒนาศักยภาพการบริหารจัดการวิกฤตการณGระดับชาติ ร@อยละ ๑๐๐ ภายในปe ๒๕๗๐ ๔. กลยุทธR กลยุทธRหลักท่ี ๑ การเสริมสร#างศักยภาพการเตรียมพร#อม เพ่ือรองรับภัยคุกคามและวิกฤตการณRระดับชาติ กลยุทธRย/อยที่ ๑.๑ จัดทำ ทบทวน และปรับปรุงกฎหมาย กฎ ระเบียบ ข@อบังคับ และประกาศ ที่เกี่ยวกับการบริหารจัดการในด@านที่มีความจำเปkนเร?งด?วน เพื่อให@เอื้อต?อการบริหารจัดการเมื่อประเทศเผชิญกับ ป̂ญหาภัยคุกคาม หรือเข@าสู?ภาวะวิกฤติระดับชาติ ิ 84 ๘๕ กลยุทธRย/อยที่ ๑.๒ ทบทวนและพัฒนากลไกการบริหารจัดการ ทั้งในระดับนโยบาย ระดับอำนวยการ และระดับปฏิบัติการ ให@สามารถปฏิบัติภารกิจร?วมกันได@อย?างประสานสอดคล@องเมื่อประเทศเผชิญกับป^ญหา ภัยคุกคาม หรือเข@าสู?ภาวะวิกฤติระดับชาติ กลยุทธRย/อยที ่ ๑.๓ ส?งเสริมความร?วมมือกับต?างประเทศในระดับทวิภาคีและพหุภาคี เพื่อสร@างความเข@มแข็งในการวิจัยและพัฒนาร?วมกัน ตลอดจนแลกเปลี่ยนองคGความรู@ในระดับมาตรฐานสากล ท่ีเก่ียวข@องกับการเตรียมพร@อมรับมือกับภัยคุกคามและการบริหารวิกฤตการณG กลยุทธRย/อยที่ ๑.๔ ส?งเสริมและสนับสนุนการนำเทคโนโลยีที่ทันสมัยเข@ามาใช@ ทั้งในก?อนเกิดเหตุ ขณะเกิดเหตุ และหลังเกิดเหตุ โดยการพัฒนาเครื่องมือ อุปกรณG ทรัพยากรทุกประเภท เทคโนโลยีสารสนเทศ ที ่สามารถเตรียมพร@อมรับมือได@แบบทันเวลา เพื ่อให@สามารถรองรับภัยคุกคามและวิกฤตการณGระดับชาติ ได@อย?างมีประสิทธิภาพ กลยุทธRย/อยท่ี ๑.๕ ส?งเสริมการบริหารจัดการพลังงาน ด@วยการพัฒนาแหล?งพลังงาน ที่มีการผลิตและใช@พลังงานทดแทนในประเทศ อาทิ พลังงานแสงอาทิตยG พลังงานลม พลังงานชีวมวล พลังงานน้ำ รวมถึงควรมีการศึกษาความเปkนไปได@การใช@พลังงานนิวเคลียรG ตลอดจนสนับสนุนความร?วมมือด@านพลังงาน กับต?างประเทศ และส?งเสริมพัฒนาต?อยอดการวิจัยด@านพลังงาน เพื่อนำไปสู?การสร@างความตระหนักรู@ในการใช@พลังงาน แก?ผู @ประกอบการ ผู@มีส?วนได@เสีย และประชาชน รวมทั้งให@มีการจัดเตรียมแผนเตรียมพร@อมและแผนบริหาร วิกฤตการณGความม่ันคงด@านพลังงาน เพ่ือไม?ส?งผลต?อการขาดแคลนพลังงานในประเทศต้ังแต?ในภาวะปกติ กลยุทธRย/อยท่ี ๑.๖ เสริมสร@างความมั่นคงด@านอาหาร โดยมุ?งเน@นการมีอาหารที่เพียงพอ ปลอดภัย มีคุณค?าทางโภชนาการและสามารถเข@าถึงอาหารได@อย?างทั ่วถึง โดยเฉพาะมีคลังอาหารสำรอง กรณีฉุกเฉิน ตลอดจนส?งเสริมการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีการผลิตทางการเกษตร รวมทั้งให@มีการจัดเตรียม แผนเตรียมพร@อมและแผนบริหารวิกฤตการณGความมั่นคงด@านอาหาร เพื ่อไม?ส?งผลต?อการขาดแคลนอาหาร ในประเทศต้ังแต?ในภาวะปกติ กลยุทธRหลักท่ี ๒ การจัดการทรัพยากร เพ่ือเตรียมพร#อมรองรับภัยคุกคามทุกรูปแบบ กลยุทธRย/อยท่ี ๒.๑ พัฒนาประสิทธิภาพในการประเมินความต@องการใช@ทรัพยากรท่ีมีความจำเปkน รองรับเม่ือประเทศเผชิญกับป̂ญหาภัยคุกคาม หรือเข@าสู?ภาวะวิกฤติระดับชาติ และจัดหาทรัพยากรให@มีความพร@อม ต?อการปฏิบัติภารกิจ รวมถึงรวบรวมข@อมูลแหล?งที่มาและบัญชีทรัพยากร ทั้งในระดับประเทศและระดับท@องถ่ิน อย?างเปkนระบบ กลยุทธRย/อยที ่ ๒.๒ พัฒนากลไก ระบบการสั ่งการ และการบูรณาการในการระดม จัดสรร และถ?ายโอนทรัพยากรที่จำเปkน เพื่อนำมาใช@ในการปฏิบัติภารกิจเมื่อประเทศเผชิญกับป^ญหาภัยคุกคาม หรือเข@าสู? ภาวะวิกฤติระดับชาติได@อย?างทันท?วงที กลยุทธRย/อยที่ ๒.๓ ส?งเสริมและพัฒนาช?องทางการเรียนรู@และฝãกทักษะที่สำคัญและจำเปkน ต?อการปฏิบัติภารกิจเมื่อประเทศเผชิญกับป^ญหาภัยคุกคาม หรือเข@าสู?ภาวะวิกฤติระดับชาติ เพื่อให@บุคลากร ตั้งแต?ระดับนโยบายจนถึงระดับปฏิบัติ ทั้งในภาครัฐและเอกชนให@สามารถเรียนรู@และฝãกฝนได@อย?างสม่ำเสมอ 85 ๘๖ ตลอดจนเสริมสร@างความเข@มแข็งของภาคีเครือข?ายความร?วมมือระหว?างบุคลากรทุกภาคส?วน เพื ่อเปkนพื ้นท่ี ในการแลกเปล่ียนข@อมูล องคGความรู@ และทักษะท่ีสำคัญ กลยุทธRหลักท่ี ๓ การพัฒนาประสิทธิภาพในการบริหารจัดการวิกฤตการณRระดับชาติ กลยุทธRย/อยที่ ๓.๑ กำหนด ทบทวน และพัฒนาหลักเกณฑGหรือแนวทางการวิเคราะหG และประเมินระดับความรุนแรงของภัยคุกคาม รวมถึงการเข@าสู?ภาวะวิกฤติระดับชาติของประเทศ เพื่อใช@เปkน กรอบในการบริหารจัดการได@อย?างเหมาะสมและมีประสิทธิภาพ กลยุทธRย /อยที ่ ๓.๒ จัดทำ ทบทวน และปรับปรุงแผน คู ?ม ือ แนวทาง หรือแนวปฏิบัติ ในการบริหารวิกฤตการณGระดับชาติ พร@อมท้ังประยุกตGใช@เทคโนโลยีในการถ?ายทอดข@อมูลไปสู?ทุกภาคส?วนท่ีเก่ียวข@อง กลยุทธRย/อยที ่ ๓.๓ พัฒนาขีดความสามารถในการประเมินและติดตามสถานการณG ที่มีความเสี่ยงในการเข@าสู?ภาวะวิกฤตการณGระดับชาติ การแจ@งเตือนภัย การประสานงานระหว?างหน?วยงาน และผู@ปฏิบัติภารกิจ ตลอดจนการประชาสัมพันธGข@อมูลข?าวสารเมื ่อประเทศเข@าสู ?ภาวะวิกฤติระดับชาติไปสู? ทุกภาคส?วน ท้ังหน?วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคประชาสังคม และภาคประชาชน กลยุทธRย/อยที่ ๓.๔ ยกระดับการบูรณาการสำหรับการบริหารจัดการภัยคุกคามในทุกภาคส?วน ที่เกี ่ยวข@อง ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคประชาสังคม และภาคประชาชน ผ?านการจัดตั้งภาคีเครือข?ายความร?วมมือ การประชุมปรึกษาหารือร?วมกันอย?างต?อเนื่อง หรือกิจกรรมอื่น ๆ เพื่อให@เกิดความร?วมมือที่เข@มแข็งและสามารถ แก@ไขป̂ญหาได@อย?างเปkนองคGรวม กลยุทธRย/อยที ่ ๓.๕ จัดการฝãกการบริหารวิกฤตการณGทั ้งในระดับชาติ ระดับหน?วยงาน และระดับท@องถิ่นเปkนประจำและต?อเนื่อง เพื่อทดสอบประสิทธิภาพและเปkนการเตรียมความพร@อมของหน?วยงาน ให@สามารถเผชิญกับภัยคุกคามได@ ๕. หน/วยงานเจ#าภาพรับผิดชอบบูรณาการขับเคล่ือน สำนักงานสภาความม่ันคงแห?งชาติ 86 ๘๗ นโยบายและแผนความมั่นคงที่ ๑๕ การพัฒนาระบบข:าวกรองแห:งชาติ ๑. จุดมุ/งเน#น การยกระดับระบบงานข?าวกรองแห?งชาติในการเฝZาระวัง ประเมิน ตอบสนอง และแจ@งเตือนต?อสถานการณG ด@านความมั่นคงเชิงยุทธศาสตรGในระยะยาว พร@อมทั้งขยายเครือข?ายเฝZาระวัง เพื ่อสนับสนุนงานข?าวกรอง และการวางระบบงานข?าวกรองสำหรับปZองกันภัยคุกคามท่ีสำคัญ ๒. ความเช่ือมโยงกับเปWาหมายยุทธศาสตรRชาติด#านความม่ันคง และ แผนแม/บทภายใต#ยุทธศาสตรRชาติ ๒.๑ ยุทธศาสตรRชาติด#านความม่ันคง เปWาหมาย กองทัพ หน?วยงานด@านความมั ่นคง ภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชน มีความพร@อม ในการปZองกันและแก@ไขป̂ญหาความม่ันคง ๒.๒ แผนแม/บทภายใต#ยุทธศาสตรRชาติ • ประเด็นความม่ันคง แผนย/อยการพัฒนาศักยภาพของประเทศให#พร#อมเผชิญภัยคุกคามท่ีกระทบต/อความม่ันคงของชาติ หน?วยงานด@านการข?าวและประชาคมข?าวกรองทำงานอย?างมีประสิทธิภาพเพ่ิมข้ึน ๓. เปWาหมาย ผลสัมฤทธ์ิ และตัวช้ีวัด เปWาหมาย การยกระดับระบบข?าวกรองแห?งชาติในการเฝZาระวัง ประเมิน ตอบสนอง และแจ@งเตือนสถานการณG ท่ีมีความเส่ียงอันจะนำไปสู?ภัยคุกคามต?อความม่ันคงแห?งชาติและผลประโยชนGแห?งชาติ ผลสัมฤทธ์ิ กลไกระดับนโยบายของประเทศ และหน?วยงานที่เกี ่ยวข@องได@นำรายงานข?าวกรอง ที่ประเมินภัยคุกคามด@านความมั่นคงในระยะยาว (๑๐ ปeขึ้นไป) ไปใช@ประโยชนGในการตัดสินใจกำหนดนโยบาย ยุทธศาสตรG และแผน รวมทั้งการใช@ประโยชนGจากข@อมูลข?าวสารและข?าวกรองที่มาจากเครือข?ายความร?วมมือ จากหน?วยงานภายในประเทศและต?างประเทศ ตลอดจนสามารถปZองกันการโจมตีทางไซเบอรGได@ ตัวชี ้วัดที ่ ๑ รายงานข?าวกรองที ่ประเมินภัยคุกคามด@านความมั ่นคงในระยะยาว (๑๐ ปeขึ ้นไป) เพื่อประกอบการตัดสินใจในระดับนโยบายของประเทศ รวมถึงการกำหนดนโยบาย ยุทธศาสตรG และแผนของหน?วยงาน ท่ีเก่ียวข@อง ภายในปe ๒๕๗๐ ตัวชี้วัดที่ ๒ การขยายเครือข?ายเฝZาระวังตามประเด็นความมั่นคงสำคัญ/พื้นที่ความมั่นคงภายในประเทศ เพ่ิมข้ึนร@อยละ ๒๕ ภายในปe ๒๕๗๐ ตัวชี้วัดที่ ๓ การมีระบบเชื่อมโยงและบูรณาการข@อมูลด@านการข?าว เพื่อการแจ@งเตือนภัยคุกคามทางไซเบอรG ภายในปe ๒๕๗๐ 87 ๘๘ ๔. กลยุทธR กลยุทธRหลักท่ี ๑ การพัฒนาการประเมินสถานการณRความม่ันคงเชิงยุทธศาสตรRในระยะยาว กลยุทธRย/อยที่ ๑.๑ พัฒนาขีดความสามารถในการรวบรวมและประเมินสถานการณGด@านการข?าว และจัดทำรายงานข?าวกรองที่ประเมินภัยคุกคามด@านความมั่นคงในระยะยาว (๑๐ ปeขึ ้นไป) ในการประกอบ การตัดสินใจเชิงนโยบายให@เท?าทันพลวัตของบริบทด@านความม่ันคง กลยุทธRย/อยที่ ๑.๒ พัฒนาศักยภาพ เสริมสร@างองคGความรู@ และสร@างความเชี่ยวชาญให@กับ บุคลากรในประชาคมข?าวกรองให@สอดรับกับระบบ วิธีการ และกลไกที่ถูกพัฒนาขึ้น เพื่อใช@ในการประเมินสถานการณG ด@านการข?าวในระยะยาว กลยุทธRหลักที่ ๒ การพัฒนาและขยายเครือข/ายความร/วมมือกับภาคส/วนอื่นนอกภาครัฐให#เข#ามาเปsนหุ#นส/วน ด#านการข/าวกรอง กลยุทธRย/อยที่ ๒.๑ แสวงหาเครือข?ายความร?วมมือกับภาคส?วนอื่นนอกภาครัฐ เพื ่อให@เข@าถึง ข@อมูลข?าวสารเชิงลึกในพ้ืนท่ีเปZาหมาย กลยุทธRย/อยท่ี ๒.๒ พัฒนาและขยายเครือข?ายด@านการข?าวในประเด็นความมั่นคงสำคัญ กับภาคส?วนอื่นนอกภาครัฐ โดยเฉพาะภาคประชาชนในพื้นที่เปZาหมาย เพื่อสนับสนุนภารกิจงานด@านการรักษา ความม่ันคงปลอดภัย กลยุทธRย/อยที่ ๒.๓ เสริมสร@างศักยภาพของเครือข?ายด@านการข?าวนอกภาครัฐให@มีความตระหนักรู@ และนำไปสู?การยกระดับประสิทธิภาพการเฝZาระวังและติดตามสถานการณG กลยุทธRหลักท่ี ๓ การเช่ือมโยง บูรณาการ และแจ#งเตือนข#อมูลด#านการข/าว เพ่ือรักษาความม่ันคงปลอดภัยไซเบอรR กลยุทธRย/อยที่ ๓.๑ พัฒนานวัตกรรมและเทคโนโลยีด@านการข?าวให@สามารถแจ@งเตือน ภัยคุกคาม และปZองกันการโจมตีทางไซเบอรGได@อย?างมีประสิทธิภาพ กลยุทธRย/อยที่ ๓.๒ พัฒนาระบบ กลไก การเชื่อมโยง และการบูรณาการข@อมูลด@านการข?าว เพ่ือรักษาความม่ันคงปลอดภัยไซเบอรG และสามารถแจ@งเตือนภัยคุกคามทางไซเบอรGได@อย?างมีประสิทธิภาพ ๕. หน/วยงานเจ#าภาพรับผิดชอบบูรณาการขับเคล่ือน สำนักข?าวกรองแห?งชาติ 88 ๘๙ นโยบายและแผนความมั่นคงที่ ๑๖ การบูรณาการข,อมูลด,านความมั่นคง ๑. จุดมุ/งเน#น การจัดทำและเชื ่อมโยงบัญชีข@อมูลด@านความมั ่นคงขนาดใหญ?เชิงดิจิทัลให@สามารถนำไปใช@ประกอบ การตัดสินใจเชิงนโยบายในการปZองกันและแก@ไขภัยคุกคามท่ีส?งผลกระทบต?อความม่ันคงแห?งชาติ ๒. ความเช่ือมโยงกับเปWาหมายยุทธศาสตรRชาติด#านความม่ันคง และ แผนแม/บทภายใต#ยุทธศาสตรRชาติ ๒.๑ ยุทธศาสตรRชาติด#านความม่ันคง เปWาหมาย การบริหารจัดการความม่ันคงมีผลสำเร็จท่ีเปkนรูปธรรมอย?างมีประสิทธิภาพ ๒.๒ แผนแม/บทภายใต#ยุทธศาสตรRชาติ • ประเด็นความม่ันคง แผนย/อยการพัฒนากลไกการบริหารจัดการความม่ันคงแบบองคRรวม เปWาหมาย กลไกการบริหารจัดการความม่ันคงมีประสิทธิภาพสูงข้ึน ๓. เปWาหมาย ผลสัมฤทธ์ิ และตัวช้ีวัด เปWาหมาย การมีฐานข@อมูลหรือชุดข@อมูลร?วมกับหน?วยงานที่เกี่ยวข@องสำหรับวิเคราะหGข@อมูลขนาดใหญ?ด@านความมั่นคง สามารถนำไปสนับสนุนการตัดสินใจ เพ่ือแก@ไขป̂ญหาท่ีมีผลกระทบต?อความม่ันคงระดับชาติ ผลสัมฤทธ์ิ ระบบวิเคราะหGข@อมูลขนาดใหญ?ด@านความมั่นคง เพื่อใช@สนับสนุนการแก@ไขป^ญหา ท่ีมีผลกระทบต?อความม่ันคง ตัวชี้วัด จำนวนของประเด็นความมั่นคง และประเด็นศักยภาพความมั่นคง ภายใต@นโยบายและแผน ระดับชาติว?าด@วยความมั่นคงแห?งชาติ (พ.ศ. ๒๕๖๖ – ๒๕๗๐) ที่นำมาเชื่อมโยง วิเคราะหG และประมวลผลด@วยระบบ วิเคราะหGข@อมูลขนาดใหญ? เพ่ิมข้ึนอย?างน@อยปeละ ๒ ประเด็น ๔. กลยุทธR กลยุทธRหลักท่ี ๑ การเช่ือมโยงและบูรณาการข#อมูลด#านความม่ันคง เพ่ือประกอบการตัดสินใจเชิงนโยบาย กลยุทธRย/อยที่ ๑.๑ พัฒนาระบบข@อมูลในรูปแบบดิจิทัลของหน?วยงานของรัฐให@มีประสิทธิภาพ และเปkนไปตามแพลตฟอรGม สำหรับการแลกเปล่ียนระหว?างกัน กลยุทธRย/อยที่ ๑.๒ จัดทำบัญชีข@อมูลด@านความมั่นคงตามประเด็นความมั่นคงและประเด็น ศักยภาพความม่ันคง ภายใต@นโยบายและแผนระดับชาติว?าด@วยความม่ันคงแห?งชาติ (พ.ศ. ๒๕๖๖ – ๒๕๗๐) กลยุทธRย/อยที่ ๑.๓ กำหนดโจทยGประเด็นความมั ่นคงและประเด็นศักยภาพความมั ่นคง ภายใต@นโยบายและแผนระดับชาติว?าด@วยความมั่นคงแห?งชาติ (พ.ศ. ๒๕๖๖ – ๒๕๗๐) เพื่อใช@เปkนประเด็นสำหรับ การวิเคราะหGข@อมูลขนาดใหญ? (Big Data) กลยุทธRย/อยที่ ๑.๔ จัดทำระบบเชื่อมโยงหรือแลกเปลี่ยนข@อมูลที่ได@จากการวิเคราะหGข@อมูล ขนาดใหญ? สำหรับแบ?งป̂นข@อมูลภายในแพลตฟอรGมด@านความม่ันคง 89 ๙๐ กลยุทธRหลักท่ี ๒ การพัฒนากลไกการบริหารจัดการการบูรณาการข#อมูลด#านความม่ันคง กลยุทธRย/อยท่ี ๒.๑ จัดทำแผน หรือแนวทางการขับเคล่ือนการบูรณาการข@อมูลด@านความม่ันคง กลยุทธRย/อยท่ี ๒.๒ สร@างความร?วมมือหรือความตกลงสำหรับการเชื ่อมโยง แลกเปลี่ยน และแบ?งป̂นข@อมูลภายในแพลตฟอรGมด@านความม่ันคงตามหน@าท่ีอำนาจของหน?วยงานท่ีเก่ียวข@อง กลยุทธRย/อยที่ ๒.๓ จัดทำธรรมาภิบาลข@อมูลและต@องดูแลรักษาข@อมูลให@มีความมั่นคงปลอดภัย พร@อมท้ังประมวลแนวทางปฏิบัติและกรอบมาตรฐานด@านการรักษาความม่ันคงปลอดภัยระบบสารสนเทศ กลยุทธRย /อยที ่ ๒.๔ ส?งเสริมและสนับสนุนการพัฒนาศักยภาพของบุคลากรให@มีความรู@ ความสามารถด@านดิจิทัล รวมถึงความเช่ียวชาญเฉพาะด@านการวิเคราะหGข@อมูลขนาดใหญ? ๕. หน/วยงานเจ#าภาพรับผิดชอบบูรณาการขับเคล่ือน กองอำนวยการรักษาความม่ันคงภายในราชอาณาจักร 90 ๙๑ นโยบายและแผนความมั่นคงที่ ๑๗ การเสริมสร,างความมั่นคงเชิงพื้นที่ ๑. จุดมุ/งเน#น การปZองกันและแก@ไขป^ญหาความมั่นคงในพื้นที่เปZาหมายระดับตำบล เพื่อให@เกิดความมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน โดยขยายแนวคิดของการพัฒนาพ้ืนท่ี เพ่ือเสริมความม่ันคงของชาติ และแผนตำบล ม่ันคง ม่ังค่ัง ย่ังยืน ให@เปkนรูปธรรม ๒. ความเช่ือมโยงกับยุทธศาสตรRชาติ และ แผนแม/บทภายใต#ยุทธศาสตรRชาติ ๒.๑ ยุทธศาสตรRชาติด#านความม่ันคง เปWาหมาย บ@านเมืองมีความม่ันคงในทุกมิติและทุกระดับ ๒.๒ แผนแม/บทภายใต#ยุทธศาสตรRชาติ • ประเด็นความม่ันคง แผนย/อยการปWองกันและแก#ไขปaญหาท่ีมีผลกระทบต/อความม่ันคง เปWาหมาย ป^ญหาความมั่นคงที่มีอยู?ในป^จจุบัน (เช?น ป^ญหายาเสพติด ความมั่นคงทางไซเบอรG การค@ามนุษยG ฯลฯ) ได@รับการแก@ไขจนไม?ส?งผลกระทบต?อการบริหารและพัฒนาประเทศ ๓. เปWาหมาย ผลสัมฤทธ์ิ และตัวช้ีวัด เปWาหมาย พ้ืนท่ีเปZาหมายระดับตำบลท่ีมีป̂ญหาความม่ันคงสำคัญเร?งด?วนลดลง ผลสัมฤทธ์ิ พื้นที่เปZาหมายระดับตำบลได@รับการแก@ไขป^ญหาและพัฒนาให@ประชาชนมีคุณภาพชีวิตที่ดี และชุมชนมีความเข@มแข็ง นำไปสู?ความม่ันคง ม่ังค่ัง ย่ังยืน ตัวชี้วัด พื้นที่เปZาหมายระดับตำบลทั้งประเทศตามที่จังหวัดประกาศมีป^ญหาความมั่นคงสำคัญ เร?งด?วนลดลงร@อยละ ๘๐ ภายในปe ๒๕๗๐ ๔. กลยุทธR กลยุทธRหลักท่ี ๑ การปWองกันและแก#ไขปaญหาในพ้ืนท่ีเปWาหมายระดับตำบลให#เกิดความม่ันคง ม่ังค่ัง ย่ังยืน กลยุทธRย/อยที่ ๑.๑ เสริมสร@างศักยภาพและความเข@มแข็งของชุมชน ให@ประชาชนมีภูมิคุ@มกัน ด@านความมั่นคงในเชิงพื้นที่ โดยพัฒนาคุณภาพชีวิตและความเปkนอยู?ของประชาชนให@สามารถเข@าถึงบริการพื้นฐาน และสวัสดิการสังคมอย?างทั่วถึง พร@อมทั้งสร@างสภาพแวดล@อมของชุมชนให@น?าอยู? ร?วมคิดร?วมทำ ช?วยเหลือ เกื้อกูล อันจะนำไปสู?การแก@ไขป̂ญหาความม่ันคงแบบองคGรวม และเกิดการพัฒนาท่ีย่ังยืน กลยุทธRย/อยที่ ๑.๒ ส?งเสริมการปZองกันและแก@ไขป^ญหาความมั่นคงเร?งด?วนในพื้นที่เปZาหมาย ระดับตำบล โดยพิจารณาบนพื้นฐานประเด็นที่กำหนดไว@ในนโยบายและแผนความมั่นคง โดยเฉพาะความมั่นคง ทางชายแดน ความมั่นคงทางทะเล ผู@หลบหนีเข@าเมือง การค@ามนุษยG ยาเสพติด สาธารณภัย ความมั่นคงทางไซเบอรG โรคติดต?ออุบัติใหม? ตลอดจนประเด็นความมั่นคงในระดับพื้นท่ีสำคัญ อาทิ ป^ญหาทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล@อม ป̂ญหาการอยู?ร?วมกันระหว?างคนกับสัตวGในพ้ืนท่ี ป̂ญหาความม่ันคงทางพลังงาน อาหาร และน้ำ 91 ๙๒ กลยุทธRย/อยที่ ๑.๓ ส?งเสริมให@เกิดการบูรณาการในการดำเนินงานของทุกภาคส?วน ทั้งภาครัฐ (ราชการส?วนกลาง ราชการส?วนภูมิภาค ราชการส?วนท@องถิ่น) ภาคเอกชน ภาคประชาสังคม และภาคประชาชน ที่มีความสอดคล@องกับบริบทความมั่นคงเฉพาะพื้นท่ี เพื่อปZองกัน แก@ไข และพัฒนาพื้นที่เปZาหมาย โดยเฉพาะ ในระดับตำบลที่มีขอบเขตของป^ญหาความมั่นคงเชื ่อมโยงหรือทับซ@อนกับจังหวัดใกล@เคียงที ่ปรากฏป^ญหา ความมั่นคงเร?งด?วนและไม?สามารถดำเนินการแก@ไขป^ญหาได@ด@วยกลไกระดับจังหวัดเพียงจังหวัดใดจังหวัดหน่ึง จึงต@องอาศัยความร?วมมือในการขับเคล่ือนร?วมกับภาคส?วนต?าง ๆ อย?างมีประสิทธิภาพ และเปkนเอกภาพ กลยุทธRหลักท่ี ๒ การบริหารจัดการความม่ันคงเชิงพ้ืนท่ี กลยุทธRย/อยที่ ๒.๑ จัดทำแนวทางการบริหารจัดการเพื่อเสริมสร@างความมั่นคงเชิงพื้นที่ตามท่ี สภาความมั่นคงแห?งชาติให@ความเห็นชอบ เพื่อให@เกิดการขยายผลแนวคิดการพัฒนา เพื่อเสริมความมั่นคงของชาติ และแผนตำบลม่ันคง ม่ังค่ัง ย่ังยืน ไปสู?การปฏิบัติอย?างเปkนรูปธรรม กลยุทธRย/อยที่ ๒.๒ ทบทวน ปรับปรุง แก@ไข และพัฒนากฎหมายที่เกี่ยวข@องกับการบริหารจัดการ ความมั่นคงเชิงพื้นท่ีให@เปkนป^จจุบันและสอดคล@องกับการดำเนินงานในพื้นท่ี โดยบูรณาการกลไกให@มีความเปkนเอกภาพ และให@ประสานการดำเนินงาน ทั้งในระดับนโยบายส?วนกลางและระดับจังหวัด เพื่อกำหนดโครงการ/กิจกรรม/ งบประมาณ ท่ีเก้ือกูลกันและกันในพ้ืนท่ีตำบลเปZาหมายเดียวกัน กลย ุทธ Rย /อยท่ี ๒.๓ พัฒนาและเสร ิมสร @างแนวทางการประเม ินระด ับความร ุนแรง ของภัยคุกคามความมั่นคงเชิงพื้นที่ โดยมีหลักเกณฑGกลางตามที่สภาความมั่นคงแห?งชาติกำหนดในการประเมิน สถานการณGและจัดลำดับความสำคัญของป^ญหาความมั่นคงในระดับพื้นที่ รวมทั้งนำเทคโนโลยีและนวัตกรรม มาใช@ในการรวบรวมข@อมูลระดับความรุนแรงของภัยความมั ่นคงดังกล?าว และใช@ประโยชนGในการประมวลผล หาพ้ืนท่ีเปZาหมายเร?งด?วน กลยุทธRย/อยที่ ๒.๔ พัฒนาองคGความรู@และเสริมสร@างความรู@ความเข@าใจงานความมั่นคงเชิงพื้นท่ี โดยมุ ?งเน@นพัฒนาศักยภาพบุคลากรผู @ปฏิบัติงานความมั ่นคงในระดับพื ้นที ่ ให@สามารถดำเนินงานอย?างถูกต@อง และเปkนไปในทิศทางเดียวกัน รวมทั ้งสามารถถ?ายทอดและขยายผลองคGความรู @ไปสู ?ผู @ปฏิบัติงานในองคGกร และภาคส?วนอ่ืนท่ีเก่ียวข@อง กลยุทธRย/อยที่ ๒.๕ พัฒนาเครือข?ายการเสริมสร@างความมั่นคงเชิงรุกในระดับพื้นที่ ทั้งภาครัฐ และนอกภาครัฐ ให@มีการแลกเปลี่ยนข@อมูล ประสานการดำเนินการ และสะท@อนความต@องการจากระดับพื้นท่ี สู?ระดับนโยบายอย?างมีประสิทธิภาพ กลยุทธRย/อยที่ ๒.๖ พัฒนาระบบการติดตามและประเมินผลการดำเนินงานเชิงพื้นที่อย?างมีประสิทธิภาพ โดยนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมมาใช@ในการรวบรวมข@อมูลการดำเนินการ ทั้งผลผลิต ผลลัพธG และป^ญหาอุปสรรค เพื ่อให@การประมวลผลในภาพรวมเปkนไปอย?างรวดเร็ว ครบถ@วน และรอบด@าน ทั ้งในเชิงปริมาณและเชิงคุณภาพ สามารถนำมาใช@ประโยชนGประกอบการตัดสินใจของผู @บริหารทุกระดับ รวมท้ังกำหนดตัวชี ้วัดและค?าเปZาหมาย การดำเนินงานเชิงพ้ืนท่ีแบบมุ?งผลสัมฤทธ์ิอย?างชัดเจน ๕. หน/วยงานเจ#าภาพรับผิดชอบบูรณาการขับเคล่ือน กองอำนวยการรักษาความม่ันคงภายในราชอาณาจักร 92 ๙๓ ส"วนที่ ๕ การขับเคลื่อนและติดตามประเมินผล 93 ๙๔ 94 ๙๕ ๑. ภาพรวมการขับเคลื่อนและติดตามประเมินผล นโยบายและแผนระดับชาติว?าด@วยความมั่นคงแห?งชาติ (พ.ศ. ๒๕๖๖ – ๒๕๗๐) มีสถานะเปkนแผนระดับที่ ๒ รองรับการดำเนินการแผนระดับที่ ๑ ยุทธศาสตรGชาติด@านความมั่นคง โดยเปkนนโยบายและแผนการขับเคลื่อน ของประเทศในมิติด@านความมั่นคงในเชิงลึกให@เห็นผลสัมฤทธิ์การดำเนินการตามท่ีกำหนดไว@ในห@วง ๕ ปe (เปZาหมาย ระยะปานกลาง) และใช@เปkนกรอบทิศทางเชิงนโยบายควบคู?ไปกับการดำเนินการร?วมกับแผนระดับที่ ๒ ที่เกี่ยวข@อง โดยเฉพาะแผนแม?บทภายใต@ยุทธศาสตรGชาติ ประเด็นความมั ่นคง ให@มีการขับเคลื ่อนไปในคราวเดียวกัน โดยให@หน?วยงานของรัฐนำไปจัดทำแผนระดับที่ ๓ โดยจะต@องถ?ายทอดเปZาหมาย ตัวชี้วัด ค?าเปZาหมาย และกลยุทธG ท่ีกำหนดไว@ไปเปkนแนวทางการจัดทำและขับเคล่ือนให@เห็นผลสัมฤทธ์ิเปkนรูปธรรมในห@วงระยะเวลา ๕ ปe การจัดทำแผนระดับที ่ ๓ ให@สอดคล@องกับนโยบายและแผนระดับชาติว ?าด @วยความมั ่นคงแห?งชาติ (พ.ศ. ๒๕๖๖ – ๒๕๗๐) จะเปkนกลไกสำคัญในการแสดงให@เห็นถึงผลการดำเนินงานผ?านโครงการและกิจกรรมต?าง ๆ ของหน?วยงานของรัฐในแต?ละปeงบประมาณ และห@วง ๕ ปe อันจะนำไปสู?การบรรลุเปZาหมายการพัฒนาตามที่กำหนด ตามหลักการความสัมพันธGเชิงเหตุและผล (Causal Relationship: XYZ) แนวทางการขับเคลื่อน ติดตาม ตรวจสอบ และประเมินผลมุ?งเน@นการบูรณาการ เพื่อส?งเสริมความร?วมมือ ของทุกภาคส?วนตามแนวทางบูรณาการการทำงานของหน?วยงานภาครัฐให@เปkนไปในทิศทางเดียวกัน (Whole-of Government Approach) และแนวทางบูรณาการการทำงานที ่ทุกภาคส?วนในสังคมมีส?วนร?วม (Whole-of Society Approach) เพื่อเสริมสร@างความมั่นคงแบบองคGรวม จึงกำหนดให@มีการบูรณาการ ทั้งในเชิงโครงสร@าง และกลไก การถ?ายทอดเปZาหมายและตัวชี ้วัดลงสู ?ระดับหน?วยงาน เพื ่อเชื ่อมโยงให@การดำเนินการมีทิศทาง เชิงนโยบายและยุทธศาสตรGที ่ชัดเจน รวมทั้งให@มีหน?วยงานเจ@าภาพรับผิดชอบบูรณาการขับเคลื่อนที่ชัดเจน ซึ่งจะส?งเสริมให@มีการทำงานร?วมกันในลักษณะประสานเชื่อมโยงแบบเครือข?าย รวมทั้งให@นำนโยบายและแผน ระดับชาติว?าด@วยความมั่นคงแห?งชาติ (พ.ศ. ๒๕๖๖ – ๒๕๗๐) เปkนกรอบทิศทางการจัดสรรงบประมาณภายใต@ ยุทธศาสตรGการจัดสรรงบประมาณรายจ?ายประจำปeของประเทศ ด@วยเหตุน้ี นโยบายและแผนระดับชาติว?าด@วยความมั ่นคงแห?งชาติ (พ.ศ. ๒๕๖๖ – ๒๕๗๐) จึงนำ หลักการบริหารงานคุณภาพ (Plan Do Check Act: PDCA) มาใช@ในกระบวนการทำงานให@เปkนระบบมากข้ึน ตามแนวทางวงจรนโยบายให@สามารถแปลงไปสู?การปฏิบัติได@อย?างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผล ๒. แนวทางการขับเคลื่อนและติดตามประเมินผล ยึดหลักการบริหารงานคุณภาพ (Plan Do Check Act: PDCA) เพื ่อให@เกิดกระบวนการทำงาน “ต้ังเปZา ปฏิบัติ ตรวจสอบ ปรับปรุง” โดยครอบคลุมการดำเนินงาน ๔ ข้ันตอน ดังน้ี ๒.๑ การวางแผนเชิงยุทธศาสตรR (Plan) ให@กลไกการบริหารจัดการ ทั ้งเชิงแผนยุทธศาสตรGและ เชิงภารกิจ วางแผนร?วมกับหน?วยงานของรัฐที่เกี่ยวข@อง โดยให@ภาคส?วนต?าง ๆ อาทิ ภาควิชาการ ภาคประชาสังคม ภาคเอกชน และภาคประชาชน ได@เข@ามามีส?วนร?วมตลอดกระบวนการ เพื่อขับเคลื่อนการดำเนินงานให@เปkนไปตาม หลักการความสัมพันธGเชิงเหตุและผล โดยนำสาระสำคัญของนโยบายและแผนระดับชาติว?าด@วยความมั่นคงแห?งชาติ (พ.ศ. ๒๕๖๖ – ๒๕๗๐) ที่มีการกำหนดเปZาหมาย ตัวชี้วัด ค?าเปZาหมาย กลยุทธG และผลสัมฤทธิ์ของ ๑๗ นโยบาย 95 ๙๖ และแผนความมั่นคง ไปถ?ายทอดในการจัดทำแผนระดับที่ ๓ และวางแผนจัดทำคำของบประมาณตามยุทธศาสตรG การจัดสรรงบประมาณรายจ?ายประจำปeงบประมาณ ๒.๒ การปฏิบัติ (Do) ให@กลไกการบริหารจัดการ ทั้งเชิงแผนยุทธศาสตรGและเชิงภารกิจ ดำเนินการ ตามนโยบายและแผนระดับชาติว?าด@วยความมั่นคงแห?งชาติ (พ.ศ. ๒๕๖๖ – ๒๕๗๐) และหน?วยงานของรัฐ จัดทำแผนระดับที่ ๓ ตามภารกิจที่รับผิดชอบรองรับนโยบายและแผนระดับชาติว?าด@วยความมั่นคงแห?งชาติ (พ.ศ. ๒๕๖๖ – ๒๕๗๐) โดยให@ความสำคัญกับการมุ?งเน@นผลสัมฤทธิ์ที่ต@องมีการวัดผลสำเร็จของการดำเนินงาน ด@วยการถ?ายทอดเปZาหมาย ตัวชี้วัด และค?าเปZาหมายที่เปkนรูปธรรม ทั้งในเชิงประสิทธิภาพและประสิทธิผล ในทุกกระบวนการของวงจรหลักการบริหารงานคุณภาพ โดยมีหน?วยงานเจ@าภาพรับผิดชอบบูรณาการขับเคลื่อน มีบทบาทหน@าที่ในการเปkนหน?วยประสานงานกลาง (Focal Point) เพื่อบูรณาการขับเคลื่อน ๑๗ นโยบายและแผน ความมั่นคง ผ?านการติดตามความก@าวหน@าอย?างต?อเนื่อง และประเมินผลสำเร็จขั้นต@นของการแปลงนโยบายและแผน ระดับชาติว?าด@วยความม่ันคงแห?งชาติ (พ.ศ. ๒๕๖๖ – ๒๕๗๐) ไปสู?การปฏิบัติ ๒.๓ การติดตาม ตรวจสอบ และประเมินผล (Check) ให@สำนักงานสภาความมั่นคงแห?งชาติ ร?วมกับ หน?วยงานเจ@าภาพรับผิดชอบบูรณาการขับเคล่ือน ดำเนินการประมวลข@อมูลการติดตาม ตรวจสอบ และประเมินผล ตามนโยบายและแผนระดับชาติว?าด@วยความมั่นคงแห?งชาติ (พ.ศ. ๒๕๖๖ – ๒๕๗๐) เพ่ือรายงานผลการดำเนินงาน เสนอสภาความมั่นคงแห?งชาติ โดยใช@ประโยชนGจากระบบติดตามและประเมินผลแห?งชาติ (Electronic Monitoring and Evaluation System of National Strategy and Country Reform: eMENSCR) ซึ ่งต @องให@ความสำคัญ กับการติดตามผลการดำเนินการเพื่อแจ@งเตือนล?วงหน@าในกรณีประเด็นที่ต@องเร?งดำเนินการ หรือต@องเร?งแก@ไขให@เท?าทัน ต?อสถานการณG และจำเปkนต@องปรับแผนการดำเนินการประจำปe/แผนงบประมาณ โดยขั้นตอนการติดตาม ตรวจสอบ และประเมินผล แบ?งออกเปkน ๒ ห@วงสำคัญ ดังน้ี ๒.๓.๑ การติดตามความคืบหน#าการดำเนินการรอบ ๖ เดือน เพื่อติดตามประเมินผลในระหว?าง ท่ีแผนงานและโครงการต?าง ๆ อยู ?ระหว?างการดำเนินการ เพื ่อตรวจติดตามว?าการดำเนินการเปkนไปตาม วัตถุประสงคG เปZาหมาย กรอบระยะเวลา และการสำรวจป^ญหาอุปสรรคที่อาจส?งผลให@การดำเนินการล?าช@าหรือไม? สามารถบรรลุผลสัมฤทธ์ิตามท่ีกำหนด ๒.๓.๒ การประเมินผลสัมฤทธิ์การดำเนินงานรายปU และราย ๕ ปU เปkนการประเมินผลว?าแผนงาน และโครงการที่ดำเนินการแล@วเสร็จสามารถบรรลุเปZาหมาย ผลผลิต และผลลัพธGตามที่กำหนดไว@มากน@อยเพียงใด ทั้งในระหว?างและหลังจากสิ้นสุดแผน ตลอดจนประเมินผลกระทบที่เปkนการศึกษาวิเคราะหGถึงการเปลี่ยนแปลง ของบริบทความมั่นคงท่ีเกิดเนื่องมาจากการดำเนินงานที่สำคัญภายใต@นโยบายและแผนระดับชาติว?าด@วยความมั่นคงแห?งชาติ (พ.ศ. ๒๕๖๖ – ๒๕๗๐) ตลอดจนความสามารถในการสนับสนุนการบรรลุเปZาหมายตามยุทธศาสตรGชาติ ทั้งน้ี การรายงานผลสัมฤทธิ์ให@เสนอสภาความมั่นคงแห?งชาติรับทราบ พร@อมทั้งเผยแพร?ผลการดำเนินงานที่สำคัญ ให@สาธารณชนรับทราบ และจัดให@มีช?องทางในการรับฟ^งความคิดเห็นของทุกภาคส?วน เพื ่อเปkนประโยชนG ในการทบทวน ปรับปรุง และพัฒนากระบวนการดำเนินงาน ๒.๔ การทบทวน ปรับปรุง และพัฒนากระบวนการดำเนินงาน (Act) ให@สำนักงานสภาความมั่นคงแห?งชาติ วิเคราะหGและประมวลข@อมูลรายงานให@สภาความมั่นคงแห?งชาติรับทราบ สำหรับกรณีที่สถานการณGของโลก 96 ๙๗ หรือสถานการณGของประเทศเปลี ่ยนแปลงไป จนไม?สามารถหรือไม?เหมาะสมที่จะดำเนินการตามเปZาหมาย นโยบายและแผนระดับชาติว?าด@วยความมั ่นคงแห?งชาติ (พ.ศ. ๒๕๖๖ – ๒๕๗๐) หรือการปรับรายละเอียด ของกลไกการบริหารจัดการ หรือการขับเคลื่อนการดำเนินการที่เกี่ยวข@อง ให@สำนักงานสภาความมั่นคงแห?งชาติ เสนอสภาความม่ันคงแห?งชาติดำเนินการตามหน@าท่ีอำนาจต?อไป ๓. กลไกการบริหารจัดการ กลไกการบริหารจัดการมีความสำคัญในการขับเคลื่อนและติดตามประเมินผลนโยบายและแผนระดับชาติ ว?าด@วยความมั่นคงแห?งชาติ (พ.ศ. ๒๕๖๖ – ๒๕๗๐) ตามหลักการบริหารงานคุณภาพ (Plan Do Check Act: PDCA) ท้ัง ๔ ข้ันตอน เพ่ือให@เกิดกระบวนการทำงาน “ต้ังเปZา ปฏิบัติ ตรวจสอบ ปรับปรุง” 97 ๙๘ ๓.๑ สภาความมั่นคงแห/งชาติ (นายกรัฐมนตรี/ประธานสภาความมั่นคงแห?งชาติ เปkนประธาน) เปkนกลไกหลัก ในการกำกับและติดตามการดำเนินการในภาพรวมของนโยบายและแผนระดับชาติว?าด@วยความมั่นคงแห?งชาติ (พ.ศ. ๒๕๖๖ – ๒๕๗๐) รวมถึงการพิจารณาปรับปรุงกลไกการบริหารจัดการ และการขับเคลื่อนที่เกี่ยวข@องกับ นโยบายและแผนระดับชาติว?าด@วยความม่ันคงแห?งชาติ (พ.ศ. ๒๕๖๖ – ๒๕๗๐) ๓.๒ กลไกแผนงานยุทธศาสตรRความมั่นคง เปkนกลไกหลักสำคัญที่สภาความมั่นคงแห?งชาติจัดตั้งข้ึน เพื่อผลักดันการขับเคลื่อนให@บรรลุเปZาหมายยุทธศาสตรGชาติ (พ.ศ. ๒๕๖๑ – ๒๕๘๐) ตามหลักความสัมพันธG เชิงเหตุและผล โดยถ?ายทอดแผนระดับที ่ ๑ ยุทธศาสตรGชาติด@านความมั ่นคง แผนระดับท่ี ๒ (แผนแม?บท ภายใต@ยุทธศาสตรGชาติ ประเด็นความมั่นคง และ ประเด็นการต?างประเทศ) ไปสู?การปฏิบัติผ?านแผนระดับที่ ๓ (แผนปฏิบัติการด@าน... แผนปฏิบัติราชการ และแผนพัฒนาในระดับพ้ืนท่ี) แบ?งออกเปkน ๓ ระดับ ดังน้ี ๓.๒.๑ ระดับนโยบาย คือ คณะกรรมการบูรณาการขับเคลื่อนยุทธศาสตรRชาติด#านความมั่นคง (รองนายกรัฐมนตรีที่ได@รับมอบหมายจากนายกรัฐมนตรี เปkนประธาน) เปkนกลไกการขับเคลื่อน ติดตาม และตรวจสอบ การดำเนินงานตามยุทธศาสตรGชาติ (พ.ศ. ๒๕๖๑ – ๒๕๘๐) และเช่ือมโยงกับกลไกอ่ืน ๆ ด@านความม่ันคง ๓.๒.๒ ระดับส/วนกลาง คือ คณะกรรมการขับเคลื่อนแผนแม/บทภายใต#ยุทธศาสตรRชาติ ประเด็น ความมั่นคง และนโยบายและแผนระดับชาติว/าด#วยความมั่นคงแห/งชาติ (หัวหน@าส?วนราชการที่รับผิดชอบ ในแต?ละคณะกรรมการขับเคลื่อนแผนย?อย เปkนประธาน) เปkนกลไกการขับเคลื่อน ติดตาม และการรายงาน ผลการดำเนินงานตามยุทธศาสตรGชาติด@านความมั่นคงให@มีความเหมาะสมและเปkนเอกภาพ โดยมีการบูรณาการกลไก การดำเนินการระหว?างแผนแม?บทภายใต@ยุทธศาสตรGชาติ ประเด็นความมั่นคง และนโยบายและแผนระดับชาติ ว?าด@วยความมั่นคงแห?งชาติ โดยรายงานผลเสนอคณะกรรมการบูรณาการขับเคลื่อนยุทธศาสตรGชาติด@านความมั่นคง และสภาความม่ันคงแห?งชาติ ประกอบด@วย ๕ คณะย?อย ดังน้ี ๑) คณะกรรมการขับเคลื่อนแผนย/อยด#านการรักษาความสงบภายในประเทศ (เลขาธิการ กองอำนวยการรักษาความม่ันคงภายในราชอาณาจักร เปkนประธาน) ๒) คณะกรรมการขับเคลื่อนแผนย/อยด#านการปWองกันและแก#ไขปaญหาที่มีผลกระทบต/อ ความม่ันคง (เลขาธิการกองอำนวยการรักษาความม่ันคงภายในราชอาณาจักร เปkนประธาน) ๓) คณะกรรมการขับเคลื่อนแผนย/อยด#านการพัฒนาศักยภาพของประเทศให#พร#อมเผชิญ ภัยคุกคามท่ีกระทบต/อความม่ันคงของชาติ (ปลัดกระทรวงกลาโหม เปkนประธาน) ๔) คณะกรรมการขับเคลื่อนแผนย/อยด#านการบูรณาการความร/วมมือด#านความมั่นคง กับอาเซียนและนานาชาติ รวมท้ังองคRกรภาครัฐและท่ีมิใช/ภาครัฐ (ปลัดกระทรวงการต?างประเทศ เปkนประธาน) ๕) คณะกรรมการขับเคลื่อนแผนย/อยด#านการพัฒนากลไกการบริหารจัดการความมั่นคง แบบองคRรวม (เลขาธิการสภาความม่ันคงแห?งชาติ เปkนประธาน) ๓.๒.๓ ระดับพื้นท่ี ให@ความสำคัญกับการขับเคลื่อนที่เกี่ยวข@องกับกลไกการบริหารแผนพัฒนา ในระดับพ้ืนท่ี ตามกฎหมายว?าด@วยการบริหารงานเชิงพ้ืนท่ีแบบบูรณาการ ๑) กระทรวงมหาดไทย เปkนหน?วยงานบูรณาการสำคัญในการเสนอแผนหรือแนวทางปฏิบัติ ที่เกี่ยวข@องกับงานด@านความมั่นคงในระดับพื้นที่ รองรับนโยบายและแผนระดับชาติว?าด@วยความมั่นคงแห?งชาติ 98 ๙๙ (พ.ศ. ๒๕๖๖ – ๒๕๗๐) ให@กลไกที่เกี่ยวข@องตามกฎหมายว?าด@วยการบริหารงานเชิงพื้นที่แบบบูรณาการ ซึ่งจะส?งผล ต?อการถ?ายทอดไปสู?การจัดทำและประสานแผนพัฒนาในระดับพื้นที่เปkนลักษณะแผนเดียวกัน (One Plan) ตั้งแต?ระดับ หมู?บ@าน/ชุมชน (แผนพัฒนาหมู?บ@าน/ชุมชน) ระดับตำบล (แผนชุมชนระดับตำบล/แผนพัฒนาตำบล) ระดับอำเภอ (แผนพัฒนาอำเภอ) ระดับจังหวัด (แผนพัฒนาจังหวัด/แผนปฏิบัติราชการประจำปeของจังหวัด/การจัดทำ และบริหารงบประมาณจังหวัด) และระดับกลุ?มจังหวัด (แผนพัฒนากลุ?มจังหวัด/แผนปฏิบัติราชการประจำปe ของกลุ?มจังหวัด/การจัดทำและบริหารงบประมาณกลุ?มจังหวัด) รวมถึงประสานกับสำนักงานสภาพัฒนาการ เศรษฐกิจและสังคมแห?งชาติที่รับผิดชอบการจัดทำเปZาหมายและแนวทางการพัฒนาภาค พร@อมทั้งองคGกรปกครอง ส?วนท@องถ่ินท่ีรับผิดชอบจัดทำแผนพัฒนาท@องถ่ิน ๒) คณะกรรมการบริหารงานจังหวัดแบบบูรณาการ (ก.บ.จ.) เปkนกลไกหลักสำคัญที่เปkน แกนกลางในการผลักดันแผนงานด@านความม่ันคงในแผนพัฒนาระดับพ้ืนท่ี ๓) คณะอนุกรรมการจัดทำแผนงานด#านความมั่นคงจังหวัด เปkนกลไกสนับสนุนในการให@ ข@อเสนอแผนและบูรณาการแผนงาน/โครงการ/กิจกรรมต?าง ๆ ให@สนับสนุนและสอดประสานกันในพื้นที่เปZาหมาย ด@านความม่ันคงของจังหวัด โดยทุกจังหวัดมีกลไกคณะอนุกรรมการดังกล?าวท่ีมีองคGประกอบ อาทิ รองผู@ว?าราชการจังหวัด ท่ีได@รับมอบหมาย ผู@แทนกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาคหรือจังหวัด ศูนยGอำนวยการรักษาผลประโยชนG ของชาติทางทะเลภาคหรือจังหวัด ภาคเอกชน ภาคีภาคประชาสังคม ๓.๓ กลไกขับเคลื ่อนการดำเนินงานตามภารกิจความมั ่นคง เปkนกลไกขับเคลื ่อนดำเนินการของ หน?วยงานที่มีภารกิจรับผิดชอบในแต?ละประเด็นความมั่นคงหรือประเด็นศักยภาพความมั่นคงภายใต@นโยบายและแผน ระดับชาติว?าด@วยความมั ่นคงแห?งชาติ (พ.ศ. ๒๕๖๖ – ๒๕๗๐) การจัดทำและขับเคลื ่อนแผนระดับที ่ ๓ รวมท้ังกรณีมีเร่ืองสำคัญท่ีเห็นควรเสนอให@กลไกสภาความม่ันคงแห?งชาติตัดสินใจ แบ?งออกเปkน ๓ ระดับ ดังน้ี ๓.๓.๑ ระดับนโยบาย ประกอบด@วย ๒ กลไก ดังน้ี ๑) คณะกรรมการที่จัดตั้งขึ้นภายใต#คำสั่งสภาความมั่นคงแห/งชาติ อาทิ คณะกรรมการนโยบาย ของสภาความมั่นคงแห?งชาติ คณะกรรมการร@อยกรองงานของสภาความมั่นคงแห?งชาติ คณะกรรมการประสานงาน ของสภาความม่ันคงแห?งชาติ คณะกรรมการเตรียมพร@อมแห?งชาติ และคณะกรรมการนโยบายวิชาการด@านความม่ันคง ๒) คณะกรรมการระดับชาติที ่เกี ่ยวข#องกับประเด็นที่กระทบต/อความมั่นคงแห/งชาติ อาทิ คณะกรรมการนโยบายการรักษาผลประโยชนGของชาติทางทะเล คณะกรรมการขับเคลื่อนการแก@ไขป^ญหา จังหวัดชายแดนภาคใต@ คณะกรรมการปZองกันและปราบปรามการค@ามนุษยG คณะกรรมการปZองกันและปราบปราม ยาเสพติด คณะกรรมการปZองกันและบรรเทาสาธารณภัยแห?งชาติ คณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัย ไซเบอรGแห?งชาติ และคณะกรรมการบูรณาการข@อมูลด@านความม่ันคง ๓.๓.๒ ระดับส/วนกลาง ๑) หน/วยงานของรัฐระดับส/วนกลาง ให@หน?วยงานระดับกระทรวงและกรม แปลงนโยบายและแผน ระดับชาติว?าด@วยความมั่นคงแห?งชาติ (พ.ศ. ๒๕๖๖ – ๒๕๗๐) ไปสู?การปฏิบัติ อาทิ การถ?ายทอดนโยบายและแผน ความม่ันคงท่ีมีภารกิจรับผิดชอบ การจัดทำแผนระดับท่ี ๓ มาตรการ แผนงาน โครงการ และกิจกรรมต?าง ๆ 99 ๑๐๐ ๒) คณะที ่ปรึกษาของสภาความมั ่นคงแห/งชาติที ่จัดตั ้งขึ ้นภายใต#พระราชบัญญัติ สภาความมั ่นคงแห/งชาติ พ.ศ. ๒๕๕๙ เพื ่อติดตาม ประเมิน วิเคราะหGสถานการณGอันเปkนภัยคุกคามต?อ ความมั่นคงแห?งชาติ รวมทั้งให@คำแนะนำ คำปรึกษา และความคิดเห็นในเรื ่องเกี ่ยวกับความมั่นคงแห?งชาติ หรือพิจารณาเร่ืองเก่ียวกับความม่ันคงแห?งชาติตามท่ีสภาความม่ันคงแห?งชาติมอบหมาย ๓.๓.๓ ระดับพื้นท่ี คือ หน?วยงานของรัฐระดับภูมิภาค จังหวัด องคGกรปกครองส?วนท@องถิ่น รวมถึง หน?วยงานและ/หรือกลไกในระดับพ้ืนท่ีอ่ืน ๆ ท่ีมีภารกิจเก่ียวข@อง ๓.๔ กลไกอำนวยการที่มีภารกิจความมั่นคงในพื้นท่ี เปkนกลไกอำนวยการ ประสานงาน และสนับสนุน การปฏิบัติของหน?วยงานของรัฐในภารกิจความมั่นคงในพื้นที่ ประกอบด@วย กองอำนวยการรักษาความมั่นคง ภายในภาค กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัด ศูนยGอำนวยการรักษาผลประโยชนGของชาติทางทะเลภาค ศูนยGอำนวยการรักษาผลประโยชนGของชาติทางทะเลจังหวัด คณะกรรมการอำนวยการรักษาความม่ันคงภายในภาค และคณะกรรมการอำนวยการรักษาความม่ันคงภายในจังหวัด ๓.๕ กลไกสนับสนุนอื่น ๆ ที่เกี่ยวข#องกับการขับเคลื่อนและติดตามประเมินผล เปkนกลไกที่มีหน@าท่ี อำนาจและความรับผิดชอบตามกฎหมายและความเชี ่ยวชาญของหน?วยงาน โดยดำเนินการให@สอดคล@องกับ แนวทางการติดตาม ตรวจสอบ และประเมินผล เพ่ือขับเคล่ือนยุทธศาสตรGชาติไปสู?การปฏิบัติ ๓.๖ หน/วยงานเจ#าภาพรับผิดชอบบูรณาการขับเคล่ือน ๓.๖.๑ หลักเกณฑRพิจารณากำหนดหน/วยงานเจ#าภาพรับผิดชอบบูรณาการขับเคล่ือน ๑) กำหนดให@มีหน?วยงานเจ@าภาพรับผิดชอบบูรณาการขับเคลื่อนในทุกนโยบายและแผน ความมั่นคง จำนวน ๑ หน?วยงาน เพื่อให@เกิดเอกภาพในการดำเนินการตามนโยบายและแผนระดับชาติว?าด@วย ความม่ันคงแห?งชาติ (พ.ศ. ๒๕๖๖ – ๒๕๗๐) ๒) สอดคล@องกับภารกิจและหน@าที่อำนาจของหน?วยงานที่มีบทบาทสำคัญหรือความรับผิดชอบ โดยตรงในแต?ละประเด็นความม่ันคงหรือประเด็นศักยภาพความม่ันคง หรือเปkนไปตามท่ีกฎหมายกำหนดไว@ ๓) เปkนหน?วยงานของรัฐ อันหมายรวมถึงหน?วยงานในกำกับของรัฐ รัฐวิสาหกิจ และองคGการมหาชน กรณีเปkนส?วนราชการให@ระบุเปkนระดับกระทรวง ยกเว@นกรณีที่มีภารกิจเกี่ยวข@องโดยตรงหน?วยเดียว หรือมีส?วนสำคัญ อย?างชัดเจนให@ระบุเปkนระดับกรมหรือเทียบเท?า ๔) เปkนหน?วยงานเดียวกับ “แนวความคิดในการบริหารจัดการยุทธศาสตรGชาติด@านความมั่นคง” ตามที่ปรากฏในแผนแม?บทภายใต@ยุทธศาสตรGชาติ ประเด็นความมั่นคง โดยอาศัยการแบ?งมอบความรับผิดชอบ ให@หน?วยงานในระดับต?าง ๆ เพ่ือให@การดำเนินงานเปkนไปอย?างมีประสิทธิภาพ และประสิทธิผล ทั้งนี้ นโยบายและแผน ความมั่นคงที่ ๑๓ การบริหารจัดการด@านสาธารณสุขฉุกเฉินและโรคติดต?ออุบัติใหม? เปkนประเด็นที่ไม?ได@กำหนดไว@ ในแผนแม?บทภายใต@ยุทธศาสตรGชาติ ประเด็นความมั่นคง จึงพิจารณาหน?วยงานที่มีภารกิจและหน@าที่อำนาจ รับผิดชอบสำคัญต?อความสำเร็จในการขับเคล่ือนอย?างชัดเจน 100 ๑๐๑ ๓.๖.๒ การแบ/งมอบความรับผิดชอบ นโยบายและแผนระดับชาติว/าด#วยความม่ันคงแห/งชาติ (พ.ศ. ๒๕๖๖ – ๒๕๗๐) หน/วยงานเจ#าภาพ รับผิดชอบบูรณาการ คณะท่ี ๑ : คณะกรรมการขับเคล่ือนแผนย/อยด#านการรักษาความสงบภายในประเทศ นโยบายและแผนความม่ันคงท่ี ๑ การเสริมสร@างความม่ันคงของสถาบันหลักของชาติ กองอำนวยการรักษาความมั ่นคง ภายในราชอาณาจักร คณะท่ี ๒ : คณะกรรมการขับเคล่ือนแผนย/อยด#านการปWองกันและแก#ไขปaญหาท่ีมีผลกระทบต/อความม่ันคง นโยบายและแผนความม่ันคงท่ี ๓ การรักษาความม่ันคงและผลประโยชนGของชาติพ้ืนท่ีชายแดน กระทรวงมหาดไทย นโยบายและแผนความม่ันคงท่ี ๔ การรักษาความม่ันคงและผลประโยชนGของชาติทางทะเล ศูนยGอำนวยการรักษาผลประโยชนG ของชาติทางทะเล นโยบายและแผนความม่ันคงท่ี ๕ การปZองกันและแก@ไขป̂ญหาจังหวัดชายแดนภาคใต@ สำนักงานสภาความม่ันคงแห?งชาติ นโยบายและแผนความม่ันคงท่ี ๖ การบริหารจัดการผู@หลบหนีเข@าเมืองและผู@โยกย@ายถ่ินฐานแบบไม?ปกติ กองอำนวยการรักษาความมั ่นคง ภายในราชอาณาจักร นโยบายและแผนความม่ันคงท่ี ๗ การปZองกันและแก@ไขป̂ญหาการค@ามนุษยG กระทรวงการพัฒนาสังคมและ ความม่ันคงของมนุษยG นโยบายและแผนความม่ันคงท่ี ๘ การปZองกัน ปราบปราม และแก@ไขป̂ญหายาเสพติด กระทรวงยุติธรรม (สำนักงานคณะกรรมการปZองกัน และปราบปรามยาเสพติด) นโยบายและแผนความม่ันคงท่ี ๙ การปZองกันและบรรเทาสาธารณภัย กระทรวงมหาดไทย (กรมปZองกันและบรรเทาสาธารณภัย) นโยบายและแผนความม่ันคงท่ี ๑๐ การปZองกันและแก@ไขป̂ญหาความม่ันคงทางไซเบอรG สำนักงานคณะกรรมการการรักษา ความม่ันคงปลอดภัยไซเบอรGแห?งชาติ นโยบายและแผนความม่ันคงท่ี ๑๑ การปZองกันและแก@ไขป̂ญหาการก?อการร@าย สำนักงานสภาความม่ันคงแห?งชาติ นโยบายและแผนความม่ันคงท่ี ๑๓ การบริหารจัดการภาวะฉุกเฉินด@านสาธารณสุขและโรคติดต?ออุบัติใหม? กระทรวงสาธารณสุข นโยบายและแผนความม่ันคงท่ี ๑๗ การเสริมสร@างความม่ันคงเชิงพ้ืนท่ี กองอำนวยการรักษาความมั ่นคง ภายในราชอาณาจักร 101 ๑๐๒ นโยบายและแผนระดับชาติว/าด#วยความม่ันคงแห/งชาติ (พ.ศ. ๒๕๖๖ – ๒๕๗๐) หน/วยงานเจ#าภาพ รับผิดชอบบูรณาการ คณะท่ี ๓ : คณะกรรมการขับเคล่ือนแผนย/อยด#านการพัฒนาศักยภาพของประเทศให#พร#อมเผชิญภัยคุกคาม ท่ีกระทบต/อความม่ันคงของชาติ นโยบายและแผนความม่ันคงท่ี ๒ การปกปZองอธิปไตยและผลประโยชนGของชาติและการพัฒนาศักยภาพ การปZองกันประเทศ กระทรวงกลาโหม นโยบายและแผนความม่ันคงท่ี ๑๔ การพัฒนาศักยภาพการเตรียมพร@อมแห?งชาติ และการบริหารจัดการวิกฤตการณGระดับชาติ สำนักงานสภาความม่ันคงแห?งชาติ นโยบายและแผนความม่ันคงท่ี ๑๕ การพัฒนาระบบข?าวกรองแห?งชาติ สำนักข?าวกรองแห?งชาติ คณะท่ี ๔ : คณะกรรมการขับเคล่ือนแผนย/อยด#านการบูรณาการความร/วมมือด#านความม่ันคงกับอาเซียน และนานาชาติ รวมท้ังองคRกรภาครัฐและมิใช/ภาครัฐ นโยบายและแผนความม่ันคงท่ี ๑๒ การสร@างดุลยภาพระหว?างประเทศ กระทรวงการต?างประเทศ คณะท่ี ๕ : คณะกรรมการขับเคล่ือนแผนย/อยด#านการพัฒนากลไกการบริหารจัดการความม่ันคง แบบองคRรวม นโยบายและแผนความม่ันคงท่ี ๑๖ การบูรณาการข@อมูลด@านความม่ันคง กองอำนวยการรักษาความมั ่นคง ภายในราชอาณาจักร ๓.๖.๓ แนวทางการดำเนินการ ๑) เปkนหน?วยรับผิดชอบประสานงานกลางเพื ่อบูรณาการขับเคลื ่อนติดตามความคืบหน@า การดำเนินการและประเมินผลสัมฤทธ์ิข้ันต@นให@เกิดเอกภาพในการบริหารจัดการ และปรับปรุงการดำเนินงานอย?างต?อเน่ือง ๒) อาจพิจารณาใช@กลไกที่มีหน@าที ่อำนาจสอดคล@องกับประเด็นตามที่ได@รับมอบหมาย เพ่ือให@เปkนกลไกกลางในการประสานขับเคล่ือนภารกิจและบูรณาการการปฏิบัติ ๓) หากมีประเด็นท่ีต@องการรับการสนับสนุนเชิงนโยบายให@หน?วยงานเจ@าภาพรับผิดชอบ บูรณาการขับเคล่ือนประสานสำนักงานสภาความม่ันคงแห?งชาติ เพ่ือเสนอสภาความม่ันคงแห?งชาติพิจารณา ๔) การรายงานผลความคืบหน@าการดำเนินการรอบ ๖ เดือน และรายปe ให@หน?วยงานเจ@าภาพ บูรณาการขับเคลื่อนพิจารณาประมวลและวิเคราะหGข@อมูลตามที่ได@รับมอบหมาย อาทิ ข@อมูลจากหน?วยงานต?าง ๆ กลไกความม่ันคงเฉพาะกรณีที่เกี ่ยวข@อง และระบบติดตามและประเมินผลแห?งชาติ (eMENSCR) โดยแจ@งให@ สำนักงานสภาความม่ันคงแห?งชาติ เพ่ือประมวลผลในภาพรวมเสนอสภาความม่ันคงแห?งชาติต?อไป ๕) การกำหนดหน?วยงานสนับสนุนในระยะต?อไปให@หน?วยงานเจ@าภาพบูรณาการขับเคลื่อน มีส?วนร?วมในการพิจารณาร?วมกับสำนักงานสภาความม่ันคงแห?งชาติ การปกป้องอธิปไตยและผลประโยชน์ของชาติ และการพัฒนาศักยภาพ 102 ๑๐๓ ๔. ป`จจัยแห:งความสำเร็จ ๔.๑ รัฐบาลให#ความสำคัญและสนับสนุนการดำเนินการตามนโยบายและแผนระดับชาติว/าด#วย ความมั่นคงแห/งชาติ (พ.ศ. ๒๕๖๖ – ๒๕๗๐) อย/างต/อเนื่อง โดยให@การสนับสนุนทรัพยากรแก?หน?วยงาน ที่เกี่ยวข@อง เพ่ือดำเนินภารกิจให@สอดคล@องกับนโยบายและแผนระดับชาติว?าด@วยความม่ันคงแห?งชาติ (พ.ศ. ๒๕๖๖ – ๒๕๗๐) ตลอดจนสนับสนุนการแก@ไขป̂ญหาอุปสรรคในการขับเคล่ือนนโยบายและแผนระดับชาติว?าด@วยความม่ันคงแห?งชาติ (พ.ศ. ๒๕๖๖ – ๒๕๗๐) ไปสู?การปฏิบัติ ๔.๒ หน/วยงานที ่เกี ่ยวข#องในทุกระดับรับรู #และเข#าใจเกี ่ยวกับการดำเนินการและขับเคลื ่อน นโยบายและแผนระดับชาติว/าด#วยความมั่นคงแห/งชาติ (พ.ศ. ๒๕๖๖ – ๒๕๗๐) โดยสำนักงานสภาความมั่นคง แห?งชาติมีแนวทางและกลยุทธGสร@างการรับรู@และสร@างความเข@าใจแก?หน?วยงานในระดับนโยบาย กระทรวง กรม และหน?วยงานที่เกี่ยวข@องในระดับปฏิบัติอย?างต?อเนื่องเกี่ยวกับความสำคัญและความมุ?งหมายของนโยบาย จุดเน@น สำคัญที ่ควรเร?งดำเนินการ กลไกการขับเคลื ่อนไปสู ?การปฏิบัติ การติดตาม ตรวจสอบ และประเมินผล เพื ่อให@หน?วยงานที ่เกี ่ยวข@องสนับสนุนการดำเนินการ ทั ้งเชิงนโยบายและเชิงปฏิบัติอย?างมีประสิทธิภาพ และเกิดผลลัพธGอย?างเปkนรูปธรรม ๔.๓ หน/วยงานที่เกี่ยวข#องให#ความสำคัญกับการถ/ายทอดเปWาหมายและตัวชี้วัดของนโยบายและแผน ระดับชาติว/าด#วยความมั่นคงแห/งชาติ (พ.ศ. ๒๕๖๖ – ๒๕๗๐) ไปสู/การจัดทำแผนระดับที่ ๓ เพื่อให@สามารถ สะท@อนการแปลงนโยบายและแผนระดับชาติว?าด@วยความมั่นคงแห?งชาติ (พ.ศ. ๒๕๖๖ – ๒๕๗๐) ไปสู?การปฏิบัติ ตามหลักการความสัมพันธGเชิงเหตุและผลได@อย?างชัดเจน โดยเฉพาะความสอดคล@องกับเปZาหมายของแผนแม?บท ภายใต@ยุทธศาสตรGชาติ และห?วงโซ?คุณค?าประเทศไทย (Value Chain Thailand) รวมทั ้งนำไปเปkนหลักการ จัดลำดับความสำคัญและความเร?งด?วนของโครงการและการดำเนินงานให@สอดคล@องเปkนไปในทิศทางเดียวกัน ๔.๔ หน/วยงานที่เกี่ยวข#องมีความพร#อมด#านทรัพยากร สามารถปรับปรุงและพัฒนาการบริหารจัดการ ตามภารกิจที่รับผิดชอบ ให#สอดคล#องกับแนวทางตามนโยบายและแผนระดับชาติว/าด#วยความมั่นคงแห/งชาติ (พ.ศ. ๒๕๖๖ – ๒๕๗๐) และสถานการณRความมั่นคงที่เปลี่ยนแปลงไปอย/างรวดเร็ว โดยเฉพาะความพร@อม ด#านงบประมาณที่เพียงพอและสามารถดำเนินการให@เกิดผลอย?างคุ@มค?า ด#านบุคลากรท้ังในระดับผู@บริหารและ ผู@ปฏิบัติในการพัฒนาแผนงาน/โครงการของหน?วยงานให@สอดคล@องกับนโยบาย รวมไปถึงการมีบุคลากรที่เข@าใจ บริบทงานความมั่นคง และด#านการบริหารจัดการ โดยพัฒนาปรับปรุงวิธีการปฏิบัติงานให@มีความทันสมัย ยืดหยุ?น คล?องตัว บนพ้ืนฐานของการบูรณาการงานให@เกิดความประสานสอดคล@องในการปฏิบัติ และสร@างภาคีความร?วมมือกับ ทุกภาคส?วนอย?างใกล@ชิด เพื่อมุ?งรับมือกับภัยคุกคามและบริหารจัดการความเสี่ยงด@านความมั่นคงในรูปแบบต?าง ๆ ในเชิงรุก โดยมีการติดตามและประเมินความสำเร็จตามเปZาหมายและตัวช้ีวัดอย?างต?อเน่ือง ๔.๕ การพิจารณาจัดสรรงบประมาณให#หน/วยงานของรัฐให#สอดคล#องกับนโยบายและแผนระดับชาติ ว/าด#วยความมั่นคงแห/งชาติ (พ.ศ. ๒๕๖๖ – ๒๕๗๐) เพื่อประโยชนGในการพิจารณาสนับสนุนงบประมาณสำหรับ แผนงานหรือโครงการเกี่ยวกับความมั่นคงแห?งชาติซึ ่งเปkนเรื ่องสำคัญ ให@หน?วยงานของรัฐเสนอแผนงานหรือ โครงการดังกล?าวต?อสำนักงานสภาความมั่นคงแห?งชาติเพื่อพิจารณาให@ความเห็น และให@หน?วยงานของรัฐที่มีหน@าท่ี 103 ๑๐๔ อำนาจในการจัดทำงบประมาณนำความเห็นดังกล?าวไปประกอบการพิจารณาด@วย โดยแผนงานหรือโครงการใด จะถือเปkนแผนงานหรือโครงการเร่ืองสำคัญให@เปkนไปตามท่ีคณะรัฐมนตรีกำหนด ๔.๖ การบูรณาการการทำงานของทุกภาคส/วนให#เข#ามามีส/วนร/วมและสนับสนุนการดำเนินการ ตามนโยบายและแผนระดับชาติว/าด#วยความมั่นคงแห/งชาติ (พ.ศ. ๒๕๖๖ – ๒๕๗๐) ทั้งภาครัฐ (ราชการส?วนกลาง ราชการส?วนภูมิภาค และราชการส?วนท@องถิ่น) ภาคเอกชน ภาคประชาสังคม และภาคประชาชน ผ?านกลไก คณะกรรมการ คณะอนุกรรมการ คณะทำงาน หรือกลไกรูปแบบอื่นภายใต@สภาความมั่นคงแห?งชาติ หรือหน?วยงานอ่ืน จัดตั้งข้ึน เพื่อเพ่ิมประสิทธิภาพในการติดตาม ตรวจสอบ และประเมินผลการขับเคล่ือนนโยบายและแผนระดับชาติ ว?าด@วยความมั่นคงแห?งชาติ (พ.ศ. ๒๕๖๖ – ๒๕๗๐) ตลอดจนเข@ามามีส?วนร?วมโดยสนับสนุนข@อมูลหรือทรัพยากร ด@านต?าง ๆ ต?อการดำเนินการให@เกิดผลสำเร็จอย?างเปkนรูปธรรมในการแก@ไขป̂ญหาความม่ันคงได@อย?างแท@จริง ๔.๗ การขับเคลื่อนนโยบายและแผนระดับชาติว/าด#วยความมั่นคงแห/งชาติ (พ.ศ. ๒๕๖๖ – ๒๕๗๐) สามารถดำเนินการไปสู/การปฏิบัติได#อย/างมีประสิทธิภาพ สำนักงานสภาความมั่นคงแห?งชาติเปkนหน?วยงานหลัก ในการติดตามผลการดำเนินงานตามนโยบายและแผนระดับชาติว?าด@วยความมั่นคงแห?งชาติ (พ.ศ. ๒๕๖๖ – ๒๕๗๐) แผนด@านความมั่นคงเฉพาะเรื ่อง และแผนงานหรือโครงการเกี ่ยวกับความมั่นคงแห?งชาติซึ ่งเปkนเรื ่องสำคัญ เพ่ือสนับสนุน อำนวยการ หรือประสานการดำเนินการท่ีจำเปkน รวมท้ังให@คำแนะนำเก่ียวกับการเร?งรัดหรือปรับปรุง การดำเนินงานดังกล?าวให@เปkนไปอย?างเหมาะสมและมีประสิทธิภาพ ในกรณีที ่สำนักงานสภาความมั่นคงแห?งชาติ เห็นว?าการดำเนินงานใดของหน?วยงานของรัฐไม?เปkนไปตามนโยบายและแผนระดับชาติว?าด@วยความมั่นคงแห?งชาติ (พ.ศ. ๒๕๖๖ – ๒๕๗๐) หรือแผนด@านความมั่นคงเฉพาะเรื่อง หรือแผนงานหรือโครงการเกี่ยวกับความมั่นคงแห?งชาติ ซึ ่งเปkนเรื ่องสำคัญ ให@เสนอความเห็นต?อสภาความมั่นคงแห?งชาติ เพื ่อพิจารณาเสนอเรื ่องต?อนายกรัฐมนตรี หรือคณะรัฐมนตรี พิจารณาตามท่ีเห็นสมควรต?อไป 104 ๑๐๕ ส"วนที่ ๖ ภาคผนวก 105 ๑๐๖ 106 ๑๐๗ ผนวก ก กระบวนการจัดทำ 107 ๑๐๘ 108 ๑๐๙ กระบวนการจัดทำ (ร/าง) นโยบายและแผนระดับชาติว/าด#วยความมั่นคงแห/งชาติ (พ.ศ. ๒๕๖๖ – ๒๕๗๐) ประกอบด@วย ๕ ข้ันตอน ดังน้ี ๑. การกำหนดเค#าโครงและกรอบทิศทาง ๑.๑ หลักการ ศึกษาเปรียบเทียบนโยบายความมั่นคงแห?งชาติที่ผ?านมา (ฉบับแรกที่มีการเผยแพร? อย?างเปkนทางการ พ.ศ. ๒๕๔๑ – ๒๕๔๔) จนถึงฉบับป^จจุบัน (พ.ศ. ๒๕๖๒ – ๒๕๖๕) แผนแม?บทภายใต@ ยุทธศาสตรGชาติ ประเด็นความม่ันคง และ (ร?าง) ทิศทางแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห?งชาติ ฉบับท่ี ๑๓ รวมท้ัง นโยบายความมั่นคงแห?งชาติของต?างประเทศ เช?น สหรัฐอเมริกาที่มีจุดเด?นการกำหนดขอบเขตและชี้เปZาประเด็น ความมั่นคงที่ต@องดำเนินการภายใน ๔ ปe สหราชอาณาจักรที่มีแนวคิดการจัดลำดับความสำคัญของประเด็น ความม่ันคง เปkนต@น ๑.๒ วิธีการ ดำเนินการโดยสำนักงานสภาความม่ันคงแห?งชาติ โดยมีการหารือภายในหน?วยงาน และนำเสนอคณะอนุกรรมการเฉพาะกิจเพื่อจัดทำร?างนโยบายและแผนระดับชาติว?าด@วยความมั่นคงแห?งชาติ (พ.ศ. ๒๕๖๖ – ๒๕๗๐) พิจารณาเห็นชอบ ๒. การตรวจสอบสภาวะแวดล#อมและผลกระทบด#านความม่ันคง ๒.๑ หลักการ วิเคราะหGความสำคัญของภูมิยุทธศาสตรG ภูมิรัฐศาสตรG และภูมิเศรษฐศาสตรGไทยที่ส?งผล ต?อความมั ่นคงแห?งชาติ การประเมินขีดความสามารถของประเทศเพื ่อเสริมสร@างกำลังอำนาจของชาติ รวมทั้งความเปลี ่ยนแปลงของบริบทความมั ่นคงในระดับโลก ระดับภูมิภาค และระดับประเทศ โดยเฉพาะ ผลสืบเนื่องมาจากสถานการณGแพร?ระบาดของโรคโควิด-19 และแนวโน@มสถานการณGในระดับโลก ทำให@กรอบการประเมิน สถานการณGและแนวโน@มความมั ่นคงได@ใช@กระบวนการวิเคราะหGด@านการคาดการณGอนาคตเชิงยุทธศาสตรG เพ่ือประเมินความเส่ียงภัยคุกคามท่ีจะส?งผลต?อความม่ันคงของประเทศในห@วง ๕ ปe ระหว?าง พ.ศ. ๒๕๖๖ – ๒๕๗๐ ๒.๒ วิธีการ แบ?งออกเปkน ๑) สำรวจเอกสาร ได@แก? แผนระดับชาติที่เกี่ยวข@อง รายงานสถานการณG ความมั่นคงในรอบ ๕ ปeของคณะที่ปรึกษาการข?าวจากการประมวลข@อมูลโดยสำนักข?าวกรองแห?งชาติ และกองประเมิน ภัยคุกคามของสำนักงานสภาความมั่นคงแห?งชาติ งานวิจัยของคณะที่ปรึกษาด@านวิชาการ และบทความทางวิชาการ 109 ๑๑๐ ที่เกี่ยวข@อง ๒) ประชุมหารือและขอรับข#อมูลสนับสนุนร/วมกับภาคส/วนที่เกี่ยวข#อง อาทิ ภาครัฐ ภาควิชาการ ภาคการเมือง ภาคเอกชน ภาคประชาสังคม และภาคประชาชน และ ๓) หารือและแลกเปลี่ยนข#อมูลร/วมกับกลไก และหน/วยงานระดับนโยบายท่ีเก่ียวข#อง อาทิ คณะกรรมการจัดทำยุทธศาสตรGชาติด@านความม่ันคง คณะท่ีปรึกษาของ สภาความมั่นคงแห?งชาติ คณะอนุกรรมการจัดทำข@อเสนอทางวิชาการ เพื ่อเสนอแนะนโยบาย ยุทธศาสตรG และแผนด@านความม่ันคง และสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห?งชาติ ๓. การวิเคราะหRความเส่ียงของภัยคุกคามและจัดลำดับความสำคัญของประเด็นความม่ันคง ๓.๑ หลักการ สังเคราะหGข@อมูลแนวโน@มความเสี่ยงและโอกาส โดยใช@หลักการประเมินความเปkนไปได@ และผลกระทบ จึงกำหนดประเด็นความมั่นคงที่พิจารณาบนพื้นฐานผลประโยชนGแห?งชาติ การประเมินสถานการณG และการศึกษาของคณะที่ปรึกษาด@านวิชาการ ซึ่งประมวลผลและวิเคราะหGข@อมูลอย?างเปkนระบบ พบว?า ความเสี่ยง ของภัยคุกคามในป̂จจุบันและแนวโน@มเปล่ียนผ?านระยะต?อไป มีท้ังส้ิน ๒๘ ประเด็นความม่ันคง ดังน้ี ๑. สถาบันหลักของชาติ ๒. ความขัดแย@งทางการเมือง ๓. ความแตกแยกของคนในชาติ และความรุนแรงในสังคม ๔. ป̂ญหาอาชญากรรม ภายในประเทศ ๕. การปZองกันประเทศ ๖. ความม่ันคงทางชายแดน ๗. ความม่ันคงทางทะเล ๘. ความม่ันคงทางอากาศ และอวกาศ ๙. ความไม?สงบในพ้ืนท่ี จังหวัดชายแดนภาคใต@ ๑๐. สาธารณภัย ๑๑. ทรัพยากรธรรมชาติ และส่ิงแวดล@อม ๑๒. ความม่ันคงทางพลังงาน ๑๓. ความม่ันคงทางอาหาร ๑๔. ความม่ันคงทางน้ำ ๑๕. การเปล่ียนแปลงทาง ภูมิประชากรศาสตรG ๑๖. ผู@หลบหนีเข@าเมือง ๑๗. ยาเสพติด ๑๘. การก?อการร@าย ๑๙. โรคติดต?ออุบัติใหม? ๒๐. ความม่ันคงทางไซเบอรG ๒๑. อาชญากรรม ทางเศรษฐกิจ ๒๒. การฟอกเงิน ๒๓. การค@ามนุษยG และช้ินส?วนมนุษยG ๒๔. ฉ@อโกงข@ามชาติ ๒๕. การปลอมแปลงเอกสารและ หลักฐานเก่ียวกับตัวบุคคล ๒๖. ทุจริตคอรGรัปชัน ๒๗. การแข?งขันขยายอิทธิพล ของมหาอำนาจ และข้ัวอำนาจต?าง ๆ ๒๘. การสะสมและแพร?ขยาย อาวุธ รวมถึงการค@า และการลักลอบค@าอาวุธ ผิดกฎหมาย 110 ๑๑๑ ๓.๒ วิธีการ ๓.๒.๑ เครื่องมือทางวิชาการร?วมกับคณะที่ปรึกษาด@านวิชาการ มุ?งเน@นการประเมินแนวโน@มอนาคต เชิงยุทธศาสตรG และการบริหารจัดการความเส่ียง ๓.๒.๒ จัดทำหลักเกณฑGประเมินภาพรวมระดับความเปkนไปได@และระดับผลกระทบของแนวโน@ม ความเส่ียงและโอกาสประเด็นความม่ันคง แบ?งออกเปkน ๔ ระดับ ดังน้ี ๑) ระดับคะแนนสีแดง เปkนประเด็นท่ีจะส?งผลกระทบและแนวโน@มความเส่ียงสูงอย?างร@ายแรง ๒) ระดับคะแนนสีส@ม เปkนประเด็นท่ีจะส?งผลกระทบและแนวโน@มความเส่ียงสูงอย?างมาก ๓) ระดับคะแนนสีเหลือง เปkนประเด็นท่ีจะส?งผลกระทบและแนวโน@มความเส่ียงสูง ๔) ระดับคะแนนสีเขียว เปkนประเด็นท่ีจะส?งผลกระทบและแนวโน@มความเส่ียงเฝZาระวัง ๓.๒.๓ สำรวจความเห็นและการสัมภาษณGผู @ เช ี ่ยวชาญด@านความมั ่นคงด@วยเทคนิคเดลฟาย เพ่ือจัดลำดับความสำคัญประเด็นความม่ันคงท่ีมีผลกระทบและความเส่ียงตามเกณฑGระดับคะแนนท่ีกำหนดไว@ ๓.๒.๔ กำหนดประเด็นความมั่นคงที่มีความสำคัญในระดับคะแนนสีแดง และระดับคะแนนสีส@ม รวมท้ังส้ิน ๑๓ ประเด็นความม่ันคง ซ่ึงจำเปkนต@องมีเคร่ืองมือสนับสนุนการปZองกันและแก@ไขป̂ญหาดังกล?าวอย?างเร?งด?วน ทำให@จำแนกออกเปkน ๒ หมวด ได@แก? ๑) หมวดประเด็นความมั่นคง และ ๒) หมวดประเด็นศักยภาพความมั่นคง ท้ังน้ี ประเด็นอ่ืนยังคงได@รับความสำคัญไว@ในแผนแม?บทภายใต@ยุทธศาสตรGชาติ (พ.ศ. ๒๕๖๑ – ๒๕๘๐) ๔. การกำหนดประเด็นนโยบายด#านความม่ันคงและแนวทางการขับเคล่ือน ๔.๑ หลักการ กำหนดขอบเขตความมั่นคงแบบองคGรวมและจัดวางทิศทางการขับเคลื่อนให@ชัดเจน ท่ีเล็งเห็นผลความสำเร็จในระยะ ๕ ปe โดยใช@ข@อมูลจากการประเมินแนวโน@มสถานการณGความมั่นคง และการจัดลำดับ ความสำคัญของประเด็นความม่ันคง เพ่ือให@บรรลุเปZาหมายของยุทธศาสตรGชาติด@านความม่ันคง ๔.๒ วิธีการ ดำเนินการตามกระบวนการที่กำหนดไว@ในพระราชบัญญัติสภาความมั่นคงแห?งชาติ พ.ศ. ๒๕๕๙ รวมถึงกลไกอื่น ๆ ที่เกี่ยวข@อง โดยการยกร?างมี ๒ กลไกหลัก ได@แก? ๑) คณะทำงานยกร?างนโยบายและแผนระดับชาติ ว?าด@วยความมั่นคงแห?งชาติ (พ.ศ. ๒๕๖๖ – ๒๕๗๐) และ ๒) คณะอนุกรรมการเฉพาะกิจเพื่อจัดทำร?างนโยบายและแผน ระดับชาติว?าด@วยความม่ันคงแห?งชาติ (พ.ศ. ๒๕๖๖ – ๒๕๗๐) ๕. การเสนอ (ร/าง) นโยบายและแผนระดับชาติว/าด#วยความม่ันคงแห/งชาติ (พ.ศ. ๒๕๖๖ – ๒๕๗๐) ๕.๑ หลักการ เปkนไปตามพระราชบัญญัติสภาความมั่นคงแห?งชาติ พ.ศ. ๒๕๕๙ กำหนดให@สำนักงาน สภาความมั่นคงแห?งชาติ จัดทำนโยบายและแผนระดับชาติว?าด@วยความมั่นคงแห?งชาติ ตามเปZาหมายและแนวทาง ที่สภาความม่ันคงแห?งชาติกำหนด เพื่อเสนอต?อสภาความมั่นคงแห?งชาติ และคณะรัฐมนตรีพิจารณาให@ความเห็นชอบ รวมทั้งให@มีการรับฟ^งความคิดเห็นของหน?วยงานของรัฐที ่เกี ่ยวข@องและของประชาชน และทำเปkนประกาศ พระบรมราชโองการ และประกาศในราชกิจจานุเบกษา ๕.๒ วิธีการ เสนอกลไกพิจารณา ดังนี้ ๑) คณะกรรมการร@อยกรองงานของสภาความมั่นคงแห?งชาติ (เลขาธ ิการสภาความมั ่นคงแห?งชาติ เป kนประธาน) ๒) คณะกรรมการนโยบายของสภาความมั ่นคงแห?งชาติ (รองนายกรัฐมนตรี เปkนประธาน) ๓) สภาความมั่นคงแห?งชาติ (นายกรัฐมนตรี เปkนประธาน) และ ๔) คณะรัฐมนตรี หลังจากนั้นเสนอทูลเกล@าฯ เพื่อประกาศพระบรมราชโองการ และประกาศในราชกิจจานุเบกษา ทั้งนี้ ได@เสนอ คณะกรรมการยุทธศาสตรGชาติ (นายกรัฐมนตรี เปkนประธาน) รับทราบด@วย เพื ่อแสดงความสอดคล@อง และความเช่ือมโยงกับยุทธศาสตรGชาติด@านความม่ันคง 111 ๑๑๒ 112 ๑๑๓ ผนวก ข ความเปลี่ยนแปลง บริบทความมั่นคงในระยะ ๕ ปR 113 ๑๑๔ 114 ๑๑๕ ประเทศไทยยังคงต@องเผชิญความเสี่ยงหลายประการที่มีความเชื่อมโยงระหว?างกัน ซึ่งสามารถส?งผลกระทบ ต?อความมั่นคงในหลายระดับ เนื ่องจากลักษณะของภัยคุกคามมีความผันผวน ความไม?แน?นอน ความสลับซับซ@อน และความคลุมเครือ (VUCA World) อันเปkนผลมาจากป^จจัยภายในประเทศและป^จจัยระหว?างประเทศ ส?งผลให@ สถานการณGที่จะเกิดขึ้นมีความรุนแรงและยากจะคาดการณG รูปแบบภัยคุกคามจะมีความหลากหลาย และมีลักษณะ ผสมผสาน ป^ญหาข@ามพรมแดนแปรผันตามความสัมพันธGระหว?างประเทศที่มีความซับซ@อน ทั้งที่เปkนผลสืบเนื่อง มาจากสถานการณGการแพร?ระบาดของโรคโควิด-19 และแนวโน@มสถานการณGในระดับโลก ทำให@กรอบการประเมิน สถานการณGและแนวโน@มความมั ่นคงได@ใช@กระบวนการวิเคราะหGด@านการคาดการณGอนาคตเชิงยุทธศาสตรG เพ่ือประเมินความเส่ียงภัยคุกคามท่ีจะส?งผลต?อความม่ันคงของประเทศในห@วง ๕ ปe ระหว?าง พ.ศ. ๒๕๖๖ – ๒๕๗๐ แบ?งออกเปkน ๓ ระดับ ได@แก? ๑) ระดับโลก ๒) ระดับภูมิภาค และ ๓) ระดับประเทศ โดยพิจารณาจากมุมมอง ผลกระทบภายนอกท่ีส?งผลต?อไทย และมุมมองสถานการณGภายในประเทศท่ีส?งผลต?อภายนอก ๑. ความเปล่ียนแปลงบริบทความม่ันคงในระดับโลก ๑.๑ การแข/งขันขยายอิทธิพลของประเทศมหาอำนาจและข้ัวอำนาจต/าง ๆ ในห@วงที่ผ?านมามีการแข?งขันระหว?างประเทศมหาอำนาจ และขั้วอำนาจต?าง ๆ ของโลกอย?างเข@มข@น ไม?ว?าจะเปkนการแข?งขันของประเทศมหาอำนาจอย?างสหรัฐอเมริกาผ?านการสานต?อการดำเนินยุทธศาสตรGอินโด-แปซิฟÜก เพ่ือสกัดกั้นอิทธิพลของจีนที่มีต?อโครงการข@อริเร่ิมหน่ึงแถบหน่ึงเส@นทาง และการนำเสนอให@มีการจัดต้ังกรอบความริเร่ิม ความม่ันคงโลก ซ่ึงเปkนแนวคิดความม่ันคงโลกแบบองคGรวมท่ีจีนได@นำเสนอ ในขณะเดียวกัน หากสถานการณGความขัดแย@งหรือวิกฤตการณGการสู@รบของประเทศมหาอำนาจหน่ึง ที ่มีต?อประเทศอื่นมีสัญญาณบ?งชี ้การขยายผลกระทบในวงกว@างไปสู?ระดับโลกได@ ทั ้งในเรื ่องการแสดงท?าที และการดำเนินการความสัมพันธGระหว?างประเทศ การดำเนินนโยบายรองรับการเปลี่ยนแปลงห?วงโซ?อุปทานโลก และป^ญหาทางเศรษฐกิจ หากประเทศคู?ขัดแย@งเปkนผู @ส?งออกสินค@าสำคัญ อาทิ สินค@าทางการเกษตร น้ำมัน และกπาซธรรมชาติ ที่เปkนวัตถุดิบสำคัญในภาคการผลิตด@วยแล@ว ก็อาจนำไปสู?ความผันผวนของราคาพลังงาน อาหาร รวมถึงสินค@าหลายประเภท และส?งผลต?อวิถีชีวิตและความเปkนอยู?ของประชาชนจนเกิดเปkนภาวะวิกฤติได@ ซึ ่งประเทศไทยจำเปkนต@องมีการเตรียมพร@อมรับมือวิกฤตการณGความมั ่นคงดังกล?าว โดยให@ความสำคัญกับ การเสริมสร@างสมดุลความมั่นคงทางอาหารและพลังงาน เพื่อลดความเสี่ยงต?อความมั่นคงแห?งชาติและคุณภาพชีวิต ของคนในชาติ ตลอดจนการพัฒนาระบบปZองกันประเทศและการเตรียมพร@อมแห?งชาติ เพื่อรองรับกับภัยคุกคาม ต?อความม่ันคงด@านต?าง ๆ ท่ีอาจเกิดข้ึน อาทิ อาวุธท่ีมีอานุภาพทำลายล@างสูง และความม่ันคงปลอดภัยไซเบอรG นอกจากนี้ แนวโน@มการรวมกลุ?มของขั ้วอำนาจต?าง ๆ ได@มีการต?อรองผลประโยชนGร?วมกัน และเร?งรัดกระบวนการแยกตัวของระบบการเมือง การทหาร เศรษฐกิจ และเทคโนโลยีระหว?างกลุ?มประเทศต?าง ๆ ให@ชัดเจนและรวดเร็วยิ ่งขึ ้น อาทิ กรอบความร?วมมือด@านความมั่นคงในภูมิภาคอินโด – แปซิฟÜกของพันธมิตร ความมั่นคงสี่ฝ°าย ประกอบด@วย สหรัฐอเมริกา อินเดีย ญี่ปุ°น ออสเตรเลีย (Quadrilateral Security Dialogue: QUAD) และกลุ ?ม AUKUS (Australia – the United Kingdom – the United States) เพื ่อเสริมสร@างกำลังอำนาจของชาติ ผ?านรูปแบบกิจกรรมที่หลากหลาย เช?น การพัฒนาทางเศรษฐกิจและเทคโนโลยี การเสริมสร@างศักยภาพของกองทัพ และยุทโธปกรณG การแสวงหาทรัพยากรและพื ้นที ่อิทธิพลใหม? ๆ การรวมกลุ ?มพันธมิตรที ่มีผลประโยชนG 115 ๑๑๖ สอดคล@องกัน ตลอดจนการปÜดล@อมหรือสกัดกั้นอิทธิพลของประเทศที่เปkนคู?ขัดแย@ง อย?างไรก็ตาม มีแนวโน@ม การรวมกลุ?มกันในรายประเด็นผลประโยชนGที่มีความเชื่อมโยงทับซ@อนกันระหว?างประเทศในแต?ละขั้วอำนาจไม?ได@ แยกออกจากกันโดยส้ินเชิงด@วย การดำเนินการดังกล?าวส?งผลให@รูปแบบความสัมพันธGระหว?างประเทศมีความซับซ@อนมากยิ่งข้ึน และสร@างความท@าทายต?อการดำเนินนโยบายความมั่นคงกับต?างประเทศ อันส?งผลต?อการกำหนดจุดยืนของไทย ในเวทีการเมืองและความม่ันคงระหว?างประเทศ โดยมีแนวโน@มการแข?งขันเพ่ือขยายอิทธิพล ๒ เร่ืองสำคัญ ดังน้ี ๑.๑.๑ การสะสมอาวุธและการแพร/ขยายอาวุธ ข@อบ?งชี้การใช@จ?ายงบประมาณทางทหารทั่วโลกและรายงานสถานการณGการขัดกันทางอาวุธ (Armed conflict) ที่เพิ่มสูงขึ้นได@สร@างบรรยากาศความหวาดระแวงและความไม?ไว@เนื้อเชื่อใจระหว?างกัน ส?งผลให@ แต?ละประเทศและพันธมิตรของขั้วอำนาจเสริมสร@างศักยภาพการปZองกันประเทศให@พร@อมรับมือด@วยการเพ่ิม ปริมาณการสะสมอาวุธ การปรับยุทธศาสตรGเพื่อเตรียมความพร@อมหากเกิดวิกฤตการณGความขัดแย@งระหว?างประเทศ และการพัฒนาแสนยานุภาพและเทคโนโลยีทางการทหาร โดยนำไปสู?การแพร?ขยายของอาวุธตามแบบ (conventional weapons) และอาวุธที่มีอานุภาพทำลายล@างสูง (Weapons of Mass Destruction: WMD) รวมถึงอาวุธไฮเปอรG โซนิกหรืออาวุธความเร็วเหนือเสียง (Hypersonic Weapon) ซึ่งนำไปสู?การละเมิดสิทธิมนุษยชน และการนำไปใช@ ในอาชญากรรม หากอาวุธดังกล?าวอยู?ภายใต@การครอบครองของรัฐที่มีสถานการณGขัดกันทางอาวุธหรือตัวแสดง ที่ไม?ใช?รัฐบางกลุ?ม ทำให@เกิดความพยายามในการจัดระเบียบโลกเพื่อควบคุมและลดอาวุธอันจะส?งผลกระทบต?อ ความสัมพันธGระหว?างประเทศและความม่ันคงของรัฐ ไทยมีความเสี่ยงจากการเปkนพื้นที่แสวงประโยชนGเพื่อการจัดหา จัดซื้อ ลักลอบขนส?ง และลำเลียงสินค@าอาวุธยุทโธปกรณGที่ผิดกฎหมาย ตลอดจนการถูกกดดันให@มีการควบคุมและลดอาวุธที่ส?งผลต?อ การพัฒนาศักยภาพการปZองกันประเทศ ๑.๑.๒ การแสวงประโยชนRจากความก#าวหน#าทางเทคโนโลยีและนวัตกรรม การเปลี ่ยนผ?านเข@าสู ?ยุคดิจิทัลของการปฏิวัติอุตสาหกรรมครั ้งท่ี ๔ ได@สร@างพลวัต ให@ประเทศมหาอำนาจ ประเทศที่มีศักยภาพ และตัวแสดงระหว?างประเทศ เพื่อขยายอิทธิพลในการเสริมสร@าง กำลังอำนาจของชาติ ด@วยการพัฒนาและเสริมสร@างความทันสมัยของเทคโนโลยีและนวัตกรรมแห?งอนาคต ท่ีเน@นการต?อยอดและผสมผสานเทคโนโลยีต?างสาขาเข@าด@วยกัน อาทิ เทคโนโลยีควอนตัม การจัดการระบบ แพลตฟอรGม การวิเคราะหGและเข@าถึงข@อมูลขนาดใหญ? การใช@ประโยชนGจากป^ญญาประดิษฐG หุ ?นยนตG และ ระบบอัตโนมัติ ซึ่งเทคโนโลยีและนวัตกรรมดังกล?าวมีแนวโน@มถูกนำมาใช@เปkนเครื่องมือต?อรองและแสวงประโยชนG ที ่เพิ ่มความหวาดระแวงระหว?างกัน ทั ้งในเรื ่องการโจมตีโครงสร@างพื ้นฐาน การจารกรรมข@อมูล การสอดแนม การก?ออาชญากรรมทางไซเบอรG และอาชญากรรมข@ามชาติรูปแบบอ่ืน ๆ รวมถึงภาวะการพ่ึงพิงจากการใช@เทคโนโลยี และนวัตกรรม อย?างไรก็ตาม ไทยสามารถแสวงหาโอกาสและประโยชนGกับประเทศมหาอำนาจ และขั้วอำนาจต?าง ๆ ผ?านการส?งเสริมความร?วมมือระหว?างประเทศ เพื่อพัฒนาต?อยอดและนำเทคโนโลยีมาประยุกตGใช@ได@อย?างเหมาะสม ให@เท?าทันต?อการเปลี่ยนแปลงแบบก@าวกระโดด และรองรับภัยคุกคามอันเกิดจากความก@าวหน@าทางเทคโนโลยี และนวัตกรรม 116 ๑๑๗ ๑.๒ สถานการณRการก/อการร#าย แม@สถานการณGการแพร?ระบาดของโรคโควิด-19 ตลอดห@วงที่ผ?านมา จะส?งผลให@การเคลื่อนไหว ของกลุ?มก?อการร@ายต?าง ๆ ลดน@อยลง อันเนื่องจากมาตรการจำกัดการเข@าเมือง และการปÜดพรมแดนของนานาประเทศ ตลอดจนการเข@มงวดการเดินทางสัญจรระหว?างประเทศ แต?กลุ?มก?อการร@ายมีแนวโน@มปรับรูปแบบการก?อเหตุ ในลักษณะของปฏิบัติการโดยลำพัง รวมถึงมุ?งเน@นการเผยแพร?/บ?มเพาะแนวคิดสุดโต?งที่นิยมความรุนแรงมากข้ึน โดยเฉพาะการดำเนินการผ?านสื่อสังคมออนไลนGต?อกลุ?มที่มีความเปราะบาง ได@แก? เด็ก เยาวชน และสตรี อีกท้ัง หากสถานการณGของโรคโควิด-19 คลี่คลายลง มีแนวโน@มที่กลุ?มก?อการร@ายต?าง ๆ โดยเฉพาะกลุ?มนักรบก?อการร@าย ต?างประเทศจะกลับมาเคลื่อนไหว/ก?อเหตุรุนแรงอีก โดยมีป^จจัยสนับสนุน เช?น ความขัดแย@งทางการเมือง ศาสนา ชาติพันธุG เปkนต@น รวมท้ังความขัดแย@งในภูมิภาคต?าง ๆ ท่ีมีความอ?อนไหวต?อสถานการณGการก?อการร@าย กลุ?มก?อการร@ายอาจใช@ไทยเปkนสถานที่พักพิงและอำนวยความสะดวกเพื่อตระเตรียมก?อเหตุ ไปจนถึงขั้นก?อเหตุ อีกทั้งการก?อการร@ายยังเกี่ยวข@องกับอาชญากรรมอื่น ๆ อาทิ ยาเสพติด การค@ามนุษยG การค@าอาวุธ อาชญากรรมทางเศรษฐกิจ โดยเฉพาะการฟอกเงินและการให@เง ินอุดหนุนต?อการก?อการร@าย นอกจากน้ี ความก@าวหน@าของนวัตกรรมและเทคโนโลยีจะเปkนป^จจัยเสี่ยงสำคัญที่นำมาใช@พัฒนาอาวุธในการก?อการร@าย อาทิ อากาศยานโจมตีไร@คนขับก?อเหตุ การก?อการร@ายทางไซเบอรG และการใช@อาวุธทางชีวภาพในการก?อการร@าย ดังนั ้น ไทยจำเปkนต@องมีแนวทางการเตรียมพร@อม เพื ่อรับมือและต?อต@านการก?อการร@าย ทุกรูปแบบ และเสริมสร@างความร?วมมือระหว?างประเทศ ๑.๓ การเปล่ียนแปลงทางเทคโนโลยีอย/างฉับพลันท่ีส/งผลต/อภัยคุกคามทางไซเบอรR พัฒนาการความก@าวหน@าทางเทคโนโลยีและนวัตกรรม ทำให@ระบบโครงสร@างพื้นฐานสำคัญ เชื ่อมต?อกับระบบอินเทอรGเน็ต ประกอบกับสถานการณGการแพร?ระบาดของโรคโควิด-19 ได@เปkนป^จจัยเร?ง ให@ว ิถ ีช ีว ิตของประชาชนต@องพึ ่งพิงระบบเทคโนโลยีสารสนเทศมากขึ ้น ซ ึ ่งม ีแนวโน@มความเสี ่ยงไปสู? การก?ออาชญากรรมทางไซเบอรGท่ีมีลักษณะไร@ตัวตน (Invisible) ไร@พรมแดน (Borderless) และนิรนาม (Anonymous) ไทยมีแนวโน@มเผชิญกับสถานการณGการโจมตีทางไซเบอรGและอาชญากรรมทางไซเบอรG อาทิ การทำสงครามไซเบอรGระหว?างรัฐที่เปkนคู?ขัดแย@ง ปฏิบัติการของเครือข?ายอาชญากรรมข@ามชาติ การล?อลวง และฉ@อโกงทางไซเบอรGเพื่อแสวงประโยชนGทางการเงินผ?านมัลแวรGเรียกค?าไถ? (Ransomware) ขบวนการฉ@อโกง การสื ่อสารทางเสียงผ?านโครงข?ายอินเทอรGเน็ต (Voice over Internet Protocol: VoIP) การโจมตีระบบของ สถาบันทางการเงิน ภัยจากการใช@เงินตราเข@ารหัสลับ (Cryptocurrency) ที่นำไปสู?การฟอกเงิน ธุรกิจแชรGลูกโซ? ข@ามชาติ การพนันออนไลนG การถูกครอบงำหรือชี้นำทางความคิดผ?านสื่อสังคมออนไลนGเพื่อวัตถุประสงคGต?าง ๆ การล?อลวงเปZาหมายอ?อนแอด@วยวิธีการหาคู?ทางอินเทอรGเน็ต (Romance scam) การระรานทางไซเบอรG (Cyber bullying) รวมถึงมีการละเมิดข@อมูล หรือการเข@าถึงข@อมูล โดยไม?ได@รับอนุญาตจะเพิ่มขึ้นและมีขนาดใหญ?ขึ้น ซึ่งจะทำให@ องคGกรและรัฐบาลต@องเสียค?าใช@จ?ายมากขึ ้นในการกู @คืน อาชญากรไซเบอรGส?วนใหญ?ยังคงมุ ?งโจมตีเว็บไซตG แลกเปลี่ยน ซื้อ – ขาย และเว็บไซตGที่ให@บริการจัดเก็บสินทรัพยGดิจิทัลในกระเปºาเงินอิเล็กทรอนิกสGออนไลนG อีกท้ัง ใช@เปkนช?องทางฟอกเงิน เน่ืองจากจะไม?ปรากฏเส@นทางการโอนเงินเหมือนกับการชำระด@วยเงินสดหรือบัตรเครดิต 117 ๑๑๘ ในขณะเดียวกัน ไทยสามารถใช@โอกาสจากความก@าวหน@าทางเทคโนโลยีเพื่อพัฒนาอุตสาหกรรมและ เทคโนโลยีการปZองกันประเทศ เพื่อนำไปใช@ในการปZองกันและการสืบสวนอาชญากรรมทางไซเบอรG รวมทั้งเชื่อมโยง ระบบข@อมูลขนาดใหญ?ด@านความมั่นคงของประเทศให@เปkนเอกภาพ รวมถึงส?งเสริมความร?วมมือกับประชาคม ระหว?างประเทศในการปZองกันและแก@ไขภัยคุกคามทางไซเบอรG ทั้งจากรัฐและตัวแสดงที่มิใช?รัฐ ที่ใช@ช?องทาง ของเทคโนโลยีและนวัตกรรมไปใช@ในการโจมตีโครงสร@างพื้นฐานสำคัญ การโจมตีโครงสร@างพื้นฐานสำคัญทางสารสนเทศ รวมถึงอาชญากรรมทางไซเบอรGและการก?อการร@าย ๑.๔ โรคติดต/ออุบัติใหม/และภัยสุขภาพต/าง ๆ ป^จจัยทางชีวภาพของเชื้อโรคที่มีวิวัฒนาการอย?างสม่ำเสมอ การดื้อยาต@านจุลชีพ (Antimicrobial resistance) พฤติกรรมของมนุษยGที่ไม?ถูกสุขลักษณะ และป^จจัยด@านการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศที่เกิดข้ึน อย?างต?อเนื่องส?งผลให@โรคติดต?ออุบัติใหม?และภัยสุขภาพต?าง ๆ มากข้ึน และมีแนวโน@มยกระดับโรคติดต?ออุบัติใหม? และอุบัติซ้ำเปkนโรคระบาดที่เปkนโรคติดต?อหรือโรคที่ยังไม?ทราบสาเหตุของการเกิดโรคแน?ชัด ซึ่งอาจแพร?ไปสู?ผู@อ่ืน ได@อย?างรวดเร็วและกว@างขวาง หรือมีภาวะของการเกิดโรคมากกว?าปกติท่ีเคยเปkนมา กรณีตัวอย?างที ่ช ัดเจนพิจารณาได@จากองคGการอนามัยโลก (World Health Organization: WHO) แถลงการณGเมื่อวันที่ ๑๑ มีนาคม ๒๕๖๓ ยกระดับการแพร?ระบาดของไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ หรือ COVID-19 จากโรคระบาด (Epidemic) เปkนโรคระบาดใหญ? (Pandemic) หลังจากมีการลุกลามไปหลายประเทศในภูมิภาค ต?าง ๆ ได@ส?งผลกระทบในทุกระดับ และเปkนประเด็นระดับโลกที่จำเปkนต@องร?วมมือเพื่อปZองกันและระงับยับย้ัง ร?วมกันในการบริหารจัดการทางด@านสาธารณสุขของประชาคมโลกผ?านกรอบความร?วมมือระหว?างประเทศ วิกฤตการณGโรคติดต?ออุบัติใหม?และภัยสุขภาพต?าง ๆ จึงส?งผลต?อความมั่นคงของประเทศได@ โดยเฉพาะผลกระทบต?อความมั ่นคงทางอาหารและความมั ่นคงทางสุขภาพต?อสุขภาวะของคนในชาติ อาทิ การนำเข@าอาหาร ยารักษาโรค และเครื่องมือทางการแพทยG ดังนั้น การพัฒนานวัตกรรมและการบริหารจัดการ ทรัพยากรด@านการแพทยGและสาธารณสุขจึงมีความจำเปkนในการรับมือกับโรคต?าง ๆ ทั้งเรื่องโรคติดต?อและการระบาด โรคและภัยที่เกิดจากสารเคมี โรคและภัยสุขภาพที่เกิดจากกัมตภาพรังสีและนิวเคลียรG โรคที่เกิดจากการบาดเจ็บ และอุบัติภัย ตลอดจนโรคและภัยสุขภาพท่ีเกิดจากภัยธรรมชาติ อย?างไรก็ตาม สถานการณGของโรคอุบัติใหม?และภัยสุขภาพในภาวะฉุกเฉินจะเปkนช?องทาง ให@ประเทศมหาอำนาจแสวงประโยชนGผ?านความร?วมมือทางด@านสาธารณสุขเพื่อเสริมบทบาทนำในเวทีระหว?าง ประเทศ อาทิ การแลกเปลี ่ยนวิทยาการทางการแพทยG องคGความรู @ในการจัดการ ตลอดจนกำหนดแนวทาง ในการแบ?งป^น/จัดสรร เวชภัณฑGและเทคโนโลยีทางการแพทยGที่เกี่ยวข@องกับการรักษาและปZองกันโรค สำหรับไทย ควรมีการเสริมศักยภาพในการบริหารจัดการด@านสาธารณสุข ทั ้งในด@านงบประมาณ หน?วยงาน บุคลากร และองคGความรู@ เพ่ือรับมือกับสถานการณGการแพร?ระบาดท่ีมีแนวโน@มเกิดข้ึนในอนาคต ๑.๕ การเปล่ียนแปลงสภาพภูมิอากาศและภาวะโลกร#อน ผลกระทบจากการเปลี ่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและภาวะโลกร@อนมีความเกี ่ยวข@องกับ มิติความม่ันคงหลายประการและเปkนป̂จจัยท่ีเพ่ิมความเปราะบางของป̂ญหาท่ีมีอยู?เดิม ดังน้ี 118 ๑๑๙ ๑.๕.๑ ปaญหาระดับน้ำทะเลที่สูงขึ้น ส?งผลกระทบต?อการกัดเซาะบริเวณชายฝ^≤งทำให@เส@นฐาน (Baseline) ที่ใช@ในการกำหนดเขตพื้นที่ดังกล?าวถอยร?นตามแนวน้ำที่สูงขึ้นจากตำแหน?งเดิม อย?างไรก็ตาม ป^จจุบัน ยังไม?มีบรรทัดฐานทางกฎหมายระหว?างประเทศอันเปkนที่ยอมรับอย?างเปkนสากลเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงเส@นฐาน การกำหนดเขตทางทะเลอันเปkนผลจากการเพ่ิมสูงของระดับน้ำทะเล ๑.๕.๒ ปaญหาการขาดแคลนและแย/งชิงทรัพยากรน้ำ อันเปkนผลมาจากประชากรโลกที่เพิ่มข้ึน และการเปลี ่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศเปkนสาเหตุของป^ญหาภัยแล@ง จึงมีแนวโน@มเกิดความขัดแย@งหรือ กรณีพิพาทระหว?างประเทศต?อป̂ญหาการแย?งชิงกรรมสิทธ์ิในบริเวณท่ีมีทรัพยากรน้ำ ๑.๕.๓ ปaญหาการโยกย#ายถิ่นฐาน ผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและภัยพิบัติ ในรูปแบบต?าง ๆ เปkนแรงผลักดันให@กลุ?มประชากรที่ได@รับผลกระทบพิจารณาโยกย@ายถิ่นฐานเพื่อแสวงหาโอกาส ทางเศรษฐกิจที่ดีขึ้น ซึ่งการโยกย@ายถิ่นฐานข@ามประเทศก?อให@เกิดป^ญหาทั้งในมิติด@านความมั่นคง สังคม ทรัพยากร และเศรษฐกิจของประเทศปลายทาง ๑.๕.๔ ปaญหาความมั่นคงทางอาหารและน้ำ ประชากรโลกมีแนวโน@มเผชิญภาวะอดอยาก และการขาดสารอาหารเพิ่มขึ้น ราคาอาหารมีแนวโน@มอยู?ในระดับสูง เนื่องจากผู@ผลิตไม?สามารถผลิตอาหารได@ทันกับ ความต@องการทั่วโลกที่เพิ่มขึ้นอย?างรวดเร็ว ประกอบกับสถานการณGด@านความมั่นคงทางน้ำของโลกในระยะยาว ยังคงน?ากังวล โดยประชากรโลกร@อยละ ๓๐ ไม?สามารถเข@าถึงน้ำสะอาด และขาดแคลนน้ำดื่ม ซึ่งหากประชาชน ไม?สามารถเข@าถึงแหล?งน้ำและอาหารที่ปลอดภัยและเพียงพอต?อความต@องการ ย?อมเพิ่มความรุนแรงของป^ญหา ความเหล่ือมล้ำในสังคมและนำไปสู?ความขัดแย@งท่ีขยายตัวเปkนวงกว@าง ๑.๕.๕ ปaญหาความมั่นคงทางพลังงาน กระบวนการจัดหาพลังงาน การนำเข@าและส?งออก พลังงานฟอสซิลได@รับผลกระทบจากภาวะโลกร@อน ทำให@หลายประเทศเริ่มหันไปใช@พลังงานสะอาด รวมถึงพลังงาน ทดแทนและพลังงานทางเลือก อาทิ พลังงานแสงอาทิตยG พลังงานลม และพลังงานนิวเคลียรGเพื่อสันติ ที่มีสัดส?วน การปลดปล?อยกπาซเรือนกระจกอันเปkนสาเหตุหลักของการเกิดภาวะโลกร@อนในปริมาณที่น@อยกว?าเมื่อเทียบกับ พลังงานฟอสซิล ประกอบกับการถูกกีดกันด@วยบรรทัดฐานทางการค@าและการลงทุนระหว?างประเทศ รวมท้ัง มีสัญญาณบ?งช้ีการหยุดชะงักโครงสร@างพื้นฐานด@านพลังงานสำคัญ เช?น ไฟฟZา น้ำมัน เปkนต@น ที่มีผลต?อการเปลี่ยนแปลง ห?วงโซ?อุปทานโลก ทำให@ประเทศที่ยังคงใช@พลังงานฟอสซิลและพึ่งพาการนำเข@าทรัพยากรพลังงาน โดยเฉพาะ น้ำมันดิบจากต?างประเทศ ต@องเร?งปรับนโยบายสนับสนุนการใช@พลังงานทดแทนและพลังงานทางเลือก ซึ่งรวมถึง การปรับบทบาทและโอกาสของไทยให@สอดคล@องกับแนวโน@มสถานการณGดังกล?าว ลดการพึ่งพาแหล?งพลังงาน จากภายนอกของไทยผ?านการพัฒนาแหล?งพลังงานในประเทศ การสร@างความพร@อมของบุคลากรของประเทศ ตลอดจนการบริหารจัดการพลังงานท่ีมีประสิทธิภาพ ปลอดภัย และคำนึงถึงผลกระทบต?อส่ิงแวดล@อม ๑.๖ การเปล่ียนแปลงทางภูมิประชากรศาสตรR คาดการณ Gว ? าจำนวนประชากรโลกจะเพ ิ ่มข ึ ้นมากกว ?า ๑ พ ันล @านคนภายในป e ๒๐๓๐ และภายในปe ๒๐๕๐ ร@อยละ ๘๐ ของประชากรโลกที ่มีอายุเกิน ๖๐ ปeขึ ้นไปจะอยู ?ในประเทศกำลังพัฒนา ซึ่งการที่ประชากรมีอายุยืนยาวขึ้นส?งผลให@ภาครัฐต@องมีการบริหารจัดการด@านหลักประกันสุขภาพและสาธารณสุข ที่เหมาะสม ในขณะเดียวกัน ความไม?สอดคล@องกันระหว?างแรงงานและความต@องการทางเศรษฐกิจอันเปkนผลมาจาก 119 ๑๒๐ แนวโน@มประชากรวัยทำงานที่ลดลงจะก?อให@เกิดความไม?คล?องตัวต?อการสร@างรายได@ของรัฐบาลในช?วงเวลา ที่ประเทศต@องเผชิญกับความต@องการด@านอื่น ๆ อย?างเร?งด?วน โดยไทยจะเปkนหนึ่งในประเทศที่เผชิญป^ญหาสังคม ผู@สูงวัยไปพร@อมกับสถานการณGในระดับโลก การเข@าสู?สังคมผู @สูงอายุโดยสมบูรณGของไทยจะนำมาซึ ่งความท@าทายทางเศรษฐกิจ สังคม และความมั่นคง ทั้งในเรื่องป^ญหาการขาดแคลนแรงงาน ป^ญหาการค@ามนุษยGอันเปkนผลมาจากความต@องการ ด@านแรงงานที่เพิ่มขึ้น การขาดระบบสวัสดิการที่เพียงพอ ป^ญหาสุขภาพจิตใจของผู@สูงวัยจากการถูกแยกออกจาก ภาคเศรษฐกิจและสังคม รวมไปถึงป^ญหาช?องว?างระหว?างวัยที่นำไปสู?การปะทะกันทางความคิดและความแตกแยก ในสังคม ดังนั้น ภาครัฐต@องปรับเปลี่ยนวิธีการวางนโยบายและการจัดสรรงบประมาณ เพื่อรองรับแนวโน@มสังคมสูงวัย และความท@าทายของตลาดแรงงานไทย ตลอดจนการบริหารจัดการไม?ให@เกิดการอคติระหว?างช?วงวัยจนนำไปสู? การใช@ความรุนแรง ๒. ความเปล่ียนแปลงบริบทความม่ันคงในระดับภูมิภาค ๒.๑ การแข/งขันและขยายอิทธิพลของประเทศมหาอำนาจและขั้วอำนาจต/าง ๆ ในภูมิภาคเอเชีย ตะวันออกเฉียงใต# สภาพที ่ตั ้งของภูมิภาคในการเปkนเส@นทางคมนาคมและแหล?งทรัพยากรพลังงานที ่สำคัญ ส?งผลให@มีแนวโน@มการแข?งขันเชิงยุทธศาสตรGระหว?างประเทศมหาอำนาจและพันธมิตรมาอย?างต?อเนื ่อง ในห@วงหลายปeที่ผ?านมา โดยเฉพาะการขยายอิทธิพลทางเศรษฐกิจการเมืองของจีน การที่สหรัฐอเมริกาพยายาม คานอำนาจและอิทธิพลของจีนในภูมิภาค การแสวงหาพันธมิตรในการเพิ ่มอำนาจต?อรองหรือผลประโยชนG จากพ้ืนท่ีบริเวณช?องแคบไต@หวัน และคาบสมุทรเกาหลี ตลอดจนการดึงดูดให@ประเทศที่มีอิทธิพลในภูมิภาค อาทิ รัสเซีย ญี่ปุ°น เกาหลีใต@ และอินเดีย เข@ามามีบทบาทผ?านกรอบความร?วมมือระหว?างประเทศ ทั้งในระดับทวิภาคีและพหุภาคี โดยการแข?งขันและ ขยายอิทธิพลดังกล?าวส?งผลต?อการกำหนดท?าที และการดำเนินนโยบายต?างประเทศของแต?ละประเทศ อาทิ นโยบายเน@นการพึ่งพาประเทศมหาอำนาจ และนโยบายแสวงหาความร?วมมือด@านอื ่น ๆ จากประเทศ มหาอำนาจใดมหาอำนาจหน่ึง ซ่ึงเปkนอุปสรรคต?อการรักษาดุลยภาพในภูมิภาคในอนาคต อย?างไรก็ตาม บริบทแนวโน@มการแข?งขันและขยายอิทธิพลที่ส?งผลกระทบและโอกาสในระดับ ภูมิภาคปรากฏพ้ืนท่ีสำคัญ ๒ กรณี ดังน้ี ๒.๑.๑ กรณีพิพาทในทะเลจีนใต# สถานการณGความขัดแย@งในทะเลจีนใต@ยังคงเปkนประเด็นท@าทายที่สำคัญของภูมิภาค ซึ่งเดิมพื้นฐานความขัดแย@งดังกล?าวเปkนเรื่องการอ@างสิทธิทับซ@อนเหนือพื้นที่ทะเลจีนใต@ ต?อมาได@ยกระดับเปkน ประเด็นระดับโลก โดยมีประเทศภายนอกภูมิภาคเข@ามารักษาผลประโยชนGจากการใช@สิทธิการเดินเรืออย?างเสรี นอกจากนี้ ยังปรากฏแนวโน@มที่ทะเลจีนใต@จะถูกทำให@เปkนพื้นที่ทางการทหาร (Militarization) ซึ่งมีสัญญาณบ?งช้ี ได@แก? การสะสมกำลังทางทะเลของประเทศที่เกี ่ยวข@องกับการอ@างสิทธิเหนือพื้นที่พิพาท รวมถึงการนำกำลัง ของประเทศนอกภูมิภาคมาปฏิบัติการ อาทิ ปฏิบัติการเดินเรือและบินผ?านอย?างเสรี (Freedom of Navigation 120 ๑๒๑ Operations: FONOPs) การสร@างเครือข?ายความร?วมมือและการฝãกซ@อมทางทหาร ตลอดจนการแข?งขัน เพื่อสร@างอิทธิพลเหนือทะเลจีนใต@ในรูปแบบอื่น อาทิ การให@บริการเกี่ยวกับกิจการทางทะเล โดยเฉพาะการรักษา ความปลอดภัยในการเดินเรือ และการใช@ยุทธวิธีก่ึงทหารก่ึงพลเรือน (Grey zone activities) เพ่ือควบคุมพ้ืนท่ี แม@ไทยจะไม?ใช?คู?ขัดแย@งในประเด็นพิพาทโดยตรง แต?เปkนผู@ใช@เส@นทางการเดินเรือพาณิชยG ผ?านพื้นที่ดังกล?าว จึงย?อมได@รับผลกระทบหากเกิดการใช@กำลังทหาร ไม?ว?าจะเปkนการทำสงครามอย?างเปÜดเผย หรือเหตุกระทบกระทั่งแบบไม?เจตนา หรือสถานการณGความปลอดภัยและความมั่นคงในการขนส?งทางทะเล การกระทำอันเปkนโจรสลัด จนถึงข้ันกระทบกับผลประโยชนGของชาติท่ีต@องใช@ทะเลในบริเวณพื้นที่ความขัดแย@ง เปkนเส@นทางในการขนส?งสินค@าทางทะเลเพ่ือเข@าและออกประเทศไทยได@ นอกจากนี้ หากเส@นทางขนส?งสินค@าทางทะเลในพื้นที่ขัดแย@งปÜดลง ประเทศไทยจะมี ระยะเวลาเตือนภัยเพียง ๔๘ ชั ่วโมง เพื ่อบริหารจัดการแก@ไขป^ญหาดังกล?าวอันจะส?งผลต?อแหล?งเศรษฐกิจ ซึ ่งอยู?ในห?วงโซ?การส?งออกและนำเข@าที่ต@องพึ่งพาการลำเลียงวัตถุดิบและผลิตภัณฑGผ?านการขนส?งทางทะเล โดยมีมูลค?าสูงถึง ๗ ล@านล@านบาทต?อปe อีกทั ้งไทยยังมีแนวโน@มถูกกดดันจากประเทศมหาอำนาจเพื ่อขอรับ การสนับสนุนเกี่ยวกับการแสดงท?าที หรือการดำเนินกิจการในทะเลจีนใต@อีกด@วย ดังนั้น ไทยจึงควรแสดงท?าที ต?อการสนับสนุนในการแก@ไขข@อพิพาทของคู?กรณีต?าง ๆ ผ?านกระบวนการสันติและสร@างสรรคG เพื่อลดความขัดแย@ง ในบริเวณพ้ืนท่ีทะเลจีนใต@ ๒.๑.๒ กรณีอนุภูมิภาคลุ/มน้ำโขง อนุภูมิภาคลุ?มน้ำโขงมีความสำคัญทางยุทธศาสตรGเพิ่มขึ้นในการเปkนอีกพื้นที่แข?งขันอิทธิพล อย?างเข@มข@นของประเทศมหาอำนาจ โดยเฉพาะอย?างยิ่งระหว?างสหรัฐอเมริกาและจีน ผ?านการดำเนินนโยบาย ของประเทศตน โดยใช@ช?องทางทวิภาคีและพหุภาคี เช?น ข@อริเริ่มสายแถบและเส@นทาง (Belt and Road Initiative: BRI) ของจีน และการจัดตั้งกรอบความร?วมมือข@อริเริ่มลุ?มน้ำโขงตอนล?าง (Lower Mekong Initiative - LMI) ซึ่งได@ยกระดับ เปkนกรอบความร?วมมือหุ @นส?วนลุ ?มน้ำโขง (Mekong – U.S. Partnership) ของสหรัฐอเมริกา เปkนต@น รวมถึง ใช@ประโยชนGจากความได@เปรียบของภูมิร ัฐศาสตรG ทรัพยากรธรรมชาติ อำนาจทางเศรษฐกิจ หรือเทคโนโลยี ของประเทศน้ัน ๆ เปkนกลไกสนับสนุนการดำเนินนโยบายและยุทธศาสตรG การแข?งขันเพ่ือช?วงชิงบทบาทนำระหว?างประเทศมหาอำนาจเหล?าน้ีก?อให@เกิดความท@าทาย แก?ประเทศในอนุภูมิภาค โดยเฉพาะการกำหนดท?าทีและดำเนินนโยบายต?างประเทศ ทั้งการรักษาสมดุลความสัมพันธG และหลีกเลี่ยงการเข@าไปมีส?วนเกี่ยวข@อง เนื่องจากลุ?มแม?น้ำโขงเปkนพื้นที่ที่นานาประเทศใช@ทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล@อมร?วมกัน โดยเฉพาะอย?างยิ ่งการพัฒนาทรัพยากรน้ำในลุ?มน้ำโขง ผลกระทบด@านสิ่งแวดล@อม และประชาชนที่อาศัยทรัพยากรธรรมชาติในการดำเนินชีวิต รวมถึงความปลอดภัยในการคมนาคมทางน้ำ และการปล?อยสารพิษลงในน้ำ ดังนั้น การอาศัยกลไกหรือกระบวนการที่มีประสิทธิภาพจะช?วยส?งเสริมการบริหารจัดการ ที่สามารถลดความขัดแย@งหรือความตึงเครียดอันเปkนผลมาจากการแข?งขันทางอิทธิพลดังกล?าวได@ อย?างไรก็ตาม ไทยควรใช@โอกาสดำเนินความสัมพันธGกับประเทศมหาอำนาจอย?างสร@างสรรคGและมีดุลยภาพ เพื ่อรักษา ผลประโยชนGของชาติ 121 ๑๒๒ ๒.๒ บทบาทของอาเซียน เนื่องด@วยความแตกต?างด@านค?านิยม วัฒนธรรม ระดับการพัฒนา ระบบการปกครอง จึงเปkน ความท@าทายของอาเซียนในการมีกฎเกณฑGและค?านิยมร?วมกัน ท่ีอาจส?งผลต?อป̂ญหาและความท@าทายท่ีสำคัญ ดังน้ี ๒.๒.๑ การปWองกันและแก#ไขภัยคุกคามระหว/างประเทศสมาชิกอาเซียน การอำนวยความสะดวก ให@มีการติดต?อแลกเปลี่ยนระหว?างประเทศสมาชิกอาเซียน ผ?านช?องทางชายแดน ระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ และปฏิสัมพันธGระหว?างประชาชน ย?อมส?งผลให@มีการเคลื่อนย@าย ทั้งคนและสินค@ามากขึ้น ซึ่งมีแนวโน@มเชื่อมโยงกับ ป̂ญหาอาชญากรรมข@ามชาติ และภัยข@ามชาติต?าง ๆ ท่ีกระทบต?อเสถียรภาพทางความม่ันคงภายในภูมิภาค ๒.๒.๒ ความมีเอกภาพของอาเซียน อาเซียนจะเผชิญบททดสอบความเปkนเอกภาพของประเทศสมาชิก และการเปkนกลไกที่มีประสิทธิภาพในการแก@ไขป^ญหาความมั่นคงในภูมิภาคอันเนื่องมาจากมุมมองเกี ่ยวกับ ผลประโยชนGด@านความมั่นคงของแต?ละประเทศสมาชิกอาเซียนประกอบกับสภาพที่ตั้งทางภูมิศาสตรG และระดับ การพัฒนาระหว?างประเทศสมาชิกที่แตกต?างกันจะกระทบต?อความเปkนอันหนึ่งอันเดียวกันระหว?างประเทศสมาชิก ในการตอบสนองต?อประเด็นความมั่นคงรูปแบบต?าง ๆ ขณะเดียวกันการมองผลประโยชนGของประเทศสมาชิก ที่แตกต?างกันย?อมเพิ่มแนวโน@มการพัฒนาความสัมพันธGกับประเทศมหาอำนาจ และประเทศนอกภูมิภาคอื่น ๆ ในกรอบทวิภาคีมากกว?าการดำเนินการผ?านกลไกของอาเซียน ซึ่งจะทำให@อาเซียนขาดพลังต?อรองกับประเทศนอกภูมิภาค รวมท้ังในเวทีระหว?างประเทศ ๒.๒.๓ ความเปsนแกนกลางของอาเซียน มีแนวโน@มว?าประเทศมหาอำนาจจะแข?งขันขยายอิทธิพล ในภูมิภาคอย?างเข@มข@นขึ้น ทั้งรูปแบบของการใช@พลังอำนาจทางการเมือง การทหาร เศรษฐกิจ สังคม และเทคโนโลยี เพื่อให@ได@มาซึ่งผลประโยชนGจะส?งผลให@มีการเข@ามาแทรกแซงกิจการภายในของประเทศในภูมิภาค ซึ่งอาเซียน ต@องทบทวนบทบาทเก่ียวกับการคงสถานะความเปkนกลางท่ีจะไม?แทรกแซงกิจการภายในของประเทศสมาชิก ๒.๒.๔ มุมมองของอาเซียนต/อแนวคิดอินโด-แปซิฟöก (ASEAN Outlook on Indo-Pacific: AOIP) ให@ความสำคัญกับความร?วมมือภาคพื ้นมหาสมุทร เพื ่อยืนยันจุดยืนของอาเซียนในเรื ่องการกำหนดให@ มหาสมุทรอินเดียและมหาสมุทรแปซิฟÜกเปkนพื้นที่ที่เปÜดกว@างและปลอดภัยสำหรับทุกฝ°ายที่จะเข@ามาแสวงหา ประโยชนGร?วมกันด@วยการยึดการประชุมสหประชาชาติว?าด@วยกฎหมายทะเล การแสดงบทบาทเปkนตัวกลาง ประสานความร?วมมือและเชื่อมโยงทุกฝ°ายที่เข@ามาแสวงประโยชนGในภูมิภาค รวมถึงการส?งเสริมและขับเคลื่อน ตามเปZาหมายการพัฒนาอย?างย่ังยืนของสหประชาชาติ ด@วยเหตุนี้ ไทยและประเทศสมาชิกในอาเซียนจะได@ประโยชนGจากการแข?งขันทางยุทธศาสตรG ของมหาอำนาจ เพื ่อพัฒนาโครงสร@างพื ้นฐาน กระตุ @นการลงทุนภาคเอกชน ช?องทางการเข@าถึงแหล?งเงินทุน การเติบโตของอุตสาหกรรมการท?องเที่ยว และโอกาสในการดำเนินธุรกิจมีมากขึ้น อย?างไรก็ตาม ประเทศมหาอำนาจ อาจมีอิทธิพลในการกำหนดทิศทางของอาเซียนได@ ป̂ญหาประชากรจีนย@ายถ่ินฐาน และความเส่ียงด@านการชำระหน้ี ซึ ่งไทยควรเพิ ่มอำนาจต?อรองให@เกิดประโยชนGสูงสุดต?อประเทศ รวมทั ้งเพิ ่มบทบาทในการเสนอแนวทาง เพ่ือปZองกันและแก@ไขภัยคุกคามในเวทีการประชุมทุกระดับของอาเซียน 122 ๑๒๓ ๒.๓ สถานการณRความม่ันคงในประเทศรอบบ#าน แนวโน@มประเทศมหาอำนาจจะเข@ามามีบทบาทในมิติด@านการเมือง เศรษฐกิจ และสังคม ของประเทศรอบบ@านเพิ ่มมากขึ ้น ผ?านการปรับปรุงโครงสร@างพื ้นฐาน การสนับสนุนทางการเมือง เศรษฐกิจ และการสนับสนุนเทคโนโลยีด@านการทหารและความมั่นคง ซึ่งทำให@ประเทศรอบบ@านของไทยมีการพ่ึงพามหาอำนาจใด มหาอำนาจหนึ่งสูงขึ ้นจนส?งผลกระทบต?อดุลยภาพและความสัมพันธGระหว?างประเทศได@ นอกจากนี้ ในกรณี สถานการณGความขัดแย@งภายในของประเทศรอบบ@านมีการแทรกแซงจากภายนอกอันเปkนผลจากสถานการณG ความขัดแย@งทางการเมืองภายใน ทำให@การสู@รบระหว?างฝ°ายรัฐกับกลุ?มผู@เห็นต?างรุนแรงขึ้น ซึ่งคาดการณGได@ว?า นานาชาติอาจเพิ่มการกดดัน เพื่อเร?งให@สถานการณGคลี่คลาย ตลอดจนมีความคาดหวังต?อกลไกอาเซียนหรือกลไก ความร?วมมือระหว?างประเทศอ่ืน ๆ ในการเปkนช?องทางหรือตัวกลางในการแก@ไขป̂ญหาดังกล?าว หากสถานการณGความขัดแย@งไม?มีสัญญาณการเจรจาประนีประนอมมีแนวโน@มพบความพยายาม ของประชาชนในการหลบหนีเข@ามาตามแนวชายแดน และความพยายามจัดหาอาวุธจากแหล?งต?าง ๆ ภายในภูมิภาค เพิ่มมากขึ้น ซึ่งไทยจะได@รับผลกระทบโดยตรงจากสถานการณGตึงเครียดตามแนวชายแดนในการเปkนพื้นที่รองรับ ผู@ได@รับผลกระทบ หรือการใช@ไทยเปkนทางผ?านไปยังประเทศอื่น รวมถึงความพยายามที่จะให@ไทยเข@าไปมีส?วนร?วม ในประเด็นความขัดแย@ง ตลอดจนผลกระทบทางเศรษฐกิจและการค@าชายแดนของไทย อย?างไรก็ตาม ไทยสามารถแสดงบทบาทนำในการประสานงานและร?วมมือเพื่อแก@ไขป^ญหา ดังกล?าวบนเวทีประชาคมอาเซียนและผ?านกลไกแบบทวิภาคีและพหุภาคีที่เกี่ยวข@องอื่น ๆ ในการกำหนดท?าที ท่ีเหมาะสม เพ่ือดำเนินความสัมพันธGระหว?างประเทศให@เกิดประโยชนGสูงสุดแก?ทุกฝ°าย ๒.๔ ความม่ันคงทางชายแดน สถานการณGความมั่นคงบริเวณชายแดนจะยังคงมีความแตกต?างกันไปตามบริบทของพื้นที่และ ความสัมพันธGเชื่อมโยงกับมิติต?าง ๆ ซึ่งจะส?งผลกระทบต?อความมั่นคงของประเทศโดยรวม โดยยังคงพบป^ญหา ท่ีสำคัญ ดังน้ี ๒.๔.๑ อาชญากรรมข#ามชาติในพื้นที ่ชายแดน ป^ญหาแหล?งการผลิตยาเสพติดของประเทศ ภายในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต@ โดยเฉพาะในพื้นที่สามเหลี่ยมทองคำ ยังคงเปkนป^ญหาต?อเนื่อง โดยขบวนการ ค@ายาเสพติดอาศัยไทยเปkนทางผ?านในการลำเลียงยาเสพติดไปยังประเทศที่สาม เนื่องด@วยการลำเลียงมีความสะดวกกว?า การลำเลียงภายในประเทศเพื่อนบ@าน รวมถึงยังพบป^ญหาการค@าอาวุธ ซึ่งมีป^จจัยจากสถานการณGทางการเมือง ของประเทศเพื่อนบ@าน การใช@อาวุธสงครามของกลุ?มอาชญากรรมข@ามชาติ เพื่อใช@ปZองกันจากเจ@าหน@าที่ด@านความมั่นคง ในพื้นที่ชายแดน นอกจากนี้ กลุ?มผู@ก?อเหตุใช@พื้นท่ีชายแดนในการกระทำความผิดในการก?อป^ญหาอาชญากรรม ทางไซเบอรG มิจฉาชีพคอลเซ็นเตอรG (Call Center) การฟอกเงิน และการพนันออนไลนG ซึ ่งส?งผลกระทบต?อ ประชาชนภายในประเทศ จึงจำเปkนต@องแก@ไขป^ญหาอาชญากรรมข@ามชาติในพื้นที่ชายแดนผ?านกลไกความร?วมมือ ทวิภาคีในระดับพื้นที ่ โดยเฉพาะด@านการข?าวและการปฏิบัติการทางความมั่นคงร?วมกัน เพื ่อปZองกันไม?ให@ อาชญากรรมข@ามชาติในพ้ืนท่ีชายแดนส?งผลเข@ามายังพ้ืนท่ีช้ันในของประเทศ ๒.๔.๒ แรงงานผิดกฎหมายและการลักลอบเข#าเมืองผิดกฎหมาย เกิดจากป^จจัยทางเศรษฐกิจ ของไทยและประเทศรอบบ@าน ได@แก? ความต@องการแรงงานภายในไทย การแสวงหาโอกาสของประชาชน 123 ๑๒๔ ในประเทศรอบบ@าน รวมถึงสถานการณGทางการเมืองและเศรษฐกิจของประเทศรอบบ@าน ส?งผลให@เกิดขบวนการ นำพาแรงงานผิดกฎหมายโดยลักลอบเข@าเมืองผิดกฎหมายผ?านช?องทางธรรมชาติอย?างต?อเน่ือง รวมถึงในพ้ืนท่ีชายแดน มีการสร@างเครือข?ายในระดับประชาชน เพื่อจัดหาแรงงานผิดกฎหมาย ส?งผลให@แรงงานผิดกฎหมายเข@ามายังในพื้นที่ชั้นใน ของประเทศ รวมถึงเปkนพาหะของโรคระบาดเดิมและโรคติดต?ออุบัติใหม? ซึ ่งไทยควรสร@างความเข@มแข็ง ให@กับชุมชนชายแดน เพื่อเฝZาระวังขบวนการนำพาแรงงานผิดกฎหมาย รวมถึงการลดขั้นตอนและลดค?าธรรมเนียม เพ่ืออำนวยความสะดวกให@แรงงานจากประเทศรอบบ@านเข@าประเทศไทยผ?านช?องทางจุดผ?านแดนให@มากข้ึน ๒.๔.๓ ความไม/ชัดเจนของเส#นเขตแดน สืบเนื่องจากกระบวนการสำรวจและจัดทำหลักเขตแดน ท้ังทางบกและทางทะเล ระหว?างไทยกับประเทศรอบบ@านบางส?วนยังไม?แล@วเสร็จ นอกจากนี้ ยังคงมีป̂ญหาเขตแดน ที่เกิดขึ้นมาใหม?อย?างต?อเนื่องอันเกิดจากป^ญหาความไม?ชัดเจนของเส@นเขตแดนที่อ@างอิงแผนที่คนละฉบับ รวมท้ัง การเปลี่ยนแปลงทางภูมิศาสตรG ทั้งโดยธรรมชาติและการกระทำของมนุษยG จึงส?งผลให@การดำเนินการบริเวณพื้นท่ี ที่มีป^ญหาเขตแดนเปkนไปด@วยความยากลำบาก อย?างไรก็ตาม ไทยควรดำเนินการรักษาผลประโยชนGของไทย อย?างสูงสุด และควรแสดงท?าทีอย?างสร@างสรรคGในการกำหนดนโยบายต?างประเทศในประเด็นเขตแดน เพื่อคงไว@ซ่ึง ความสงบเรียบร@อยและความสัมพันธGอันดีกับประเทศรอบบ@าน ๒.๔.๔ ปaญหาโรคระบาดในพื้นที่ชายแดน เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศส?งผลให@ เกิดโรคระบาดซ้ำและโรคอุบัติใหม?ในหลายภูมิภาคของโรค ทั้งโรคระบาดในสัตวG โรคระบาดในคน โรคระบาด ทั้งคนและสัตวG และโรคระบาดในพืช โดยเฉพาะในพื้นที่ประชากรหนาแน?นอย?างภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต@ ประกอบกับประเทศรอบบ@านมีระดับทางสาธารณสุขที่แตกต?างจากประเทศไทย โดยเฉพาะในพื้นที่ชายแดน มีการแพร?ระบาดของโรคตามแนวชายแดน ทั้งที่เกิดในมนุษยGและสัตวG ซึ่งไทยควรมีการเตรียมพร@อมด@านความรู@ ด@านสาธารณสุขในเบื้องต@นให@กับเจ@าหน@าที่ในพื้นที่ชายแดนทุกระดับ รวมถึงสร@างความรู@ความเข@าใจให@กับผู@นำเข@าสินค@า ประเภทสัตวGและเนื้อสัตวGสด นอกจากน้ี ควรแสวงหาความร?วมมือกับประเทศรอบบ@าน เพื่อพัฒนาระบบสาธารณสุข และสร@างสุขภาวะที่ดีในพื้นที่ชายแดน รวมทั้งปZองกันไม?ให@มีการแพร?ระบาดของโรคในพื้นที่ชายแดนที่จะเข@ามายัง พ้ืนท่ีช้ันใน ๒.๕ ความม่ันคงทางทะเล สถานการณGการเปลี่ยนแปลงในระดับโลก (Megatrends) ประกอบกับการแพร?ระบาดของโรคโควิด-19 ได@ส?งผลกระทบต?อขีดความสามารถในการดำเนินกิจกรรมทางทะเลของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต@ในหลายมิติ ท่ีจำเปkนต@องเฝZาระวังในระยะต?อไป ดังน้ี ๒.๕.๑ การแย/งชิงผลประโยชนRและการแข/งขันทางทะเล มีสัญญาณแนวโน@มเปkนภัยคุกคามสำคัญ ต?อเสถียรภาพและความมั่นคงทางทะเลในภูมิภาค เช?น การแข?งขันด@านอิทธิพลทางทะเลของประเทศมหาอำนาจ การแย?งชิงทรัพยากรธรรมชาติทางทะเล การอ@างสิทธิในพ้ืนที่ทางทะเลในบริเวณทะเลจีนใต@ ป^ญหาพื้นที่อ@างสิทธิทับซ@อน ทางทะเลระหว?างไทยกับประเทศเพ่ือนบ@าน ตลอดจนการรุกล้ำน?านน้ำเพ่ือทำการประมง ซึ่งสถานการณGที่ไม?มีความแน?นอน ดังกล?าวจะสร@างความหวาดระแวง และส?งผลให@ขาดความไว@เนื้อเชื่อใจกันภายในภูมิภาค รวมถึงอาจเปkนป^จจัย ผลักดันให@ประเทศคู?กรณีหรือประเทศอื่น ๆ ในภูมิภาคมีความต@องการเสริมสร@างกำลังทางทหารเพิ่มมากข้ึน โดยอ@างความจำเปkนในการปกปZองผลประโยชนGและอธิปไตยของประเทศ 124 ๑๒๕ ๒.๕.๒ ความปลอดภัยและอาชญากรรมทางทะเล ภาวะเศรษฐกิจชะลอตัวจากสถานการณG การแพร?ระบาดของโรคโควิด-19 ส?งผลให@คนตกงานและมีแรงงานว?างงานเปkนจำนวนมาก เปkนป^จจัยท่ีสามารถ ส?งผลให@มีแนวโน@มการก?อเหตุปล@นเรือและโจรสลัดในภูมิภาคเพิ ่มขึ ้น ตลอดจนการใช@เส@นทางทางทะเล เพื่อลักลอบเข@าเมืองและแสวงหาอาชีพในต?างแดนแทนการเดินทางทางอากาศ เนื่องจากโรคโควิด-19 ส?งผลให@ สายการบินระหว?างประเทศมีมาตรการคัดกรองผู@เดินทางอย?างเข@มงวดและปรับลดการให@บริการ นอกจากน้ี การเพิ่มกำลังเจ@าหน@าที่ในการตรวจตราการกระทำผิดกฎหมายบริเวณชายแดนทางบกอาจส?งผลให@กลุ?มอาชญากร ปรับรูปแบบการก?ออาชญากรรมข@ามชาติ โดยใช@เส@นทางทางทะเลเพิ่มขึ้น อาทิ การค@ามนุษยG การก?อการร@าย การลักลอบขนส?งยาเสพติด สินค@าหนีภาษี น้ำมันเถื่อน และการค@าอาวุธผิดกฎหมาย ประกอบกับการใช@ประโยชนG จากเทคโนโลยีที่หลากหลายในการก?ออาชญากรรมทางทะเลส?งผลให@ภาครัฐจำเปkนต@องมีมาตรการและแนวทาง อย?างเข@มข@นในการเฝZาระวังปZองกันและปราบปรามการก?อเหตุดังกล?าว ๒.๕.๓ ปaญหาสิ่งแวดล#อมทางทะเล เกิดขึ้นจากกระบวนการทางธรรมชาติหรือการกระทำ ของมนุษยG ทั้งในเรื่องป^ญหาการกัดเซาะชายฝ^≤งทะเล ปรากฏการณGขี้ปลาวาฬ หรือแพลงกGตอนบลูม อย?างไรก็ดี แนวโน@มกิจกรรมที่เกิดจากมนุษยGได@ส?งผลกระทบต?อทรัพยากรและสิ่งแวดล@อมทางทะเลอย?างรุนแรงและกว@างขวาง อาทิ การรั ่วไหลของน้ำมันจากการขนส?งทางทะเล นอกจากนี้ ในห@วงที่ผ?านมา สถานการณGการแพร?ระบาด ของโรคโควิด-19 ทำให@หลายประเทศมีมาตรการที่เข@มงวดในการควบคุมการแพร?ระบาด ซึ่งส?งผลกระทบต?อ ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล@อมทางทะเล โดยเฉพาะการเพิ่มขึ้นอย?างรวดเร็วของปริมาณขยะทางการแพทยG หน@ากากอนามัย และการใช@พลาสติกประเภทใช@ครั ้งเดียวทิ ้ง ซึ ่งหากการบริหารจัดการไม?มีประสิทธิภาพ จะกลายเปkนขยะพลาสติกไหลออกสู ?ทะเล นอกจากนี ้ การแสวงหาและใช@ประโยชนGที ่ไม?คำนึงถึงขีดจำกัด และศักยภาพในการฟáàนตัว ย?อมส?งผลกระทบต?อทรัพยากรธรรมชาติและส่ิงแวดล@อมทางทะเลมากข้ึน ดังนั้น การดำเนินนโยบายทางทะเลจำเปkนจะต@องเร?งรัดให@ทุกภาคส?วนที่เกี่ยวข@อง โดยเฉพาะ ภาคประชาชนได@เข@ามามีส?วนร?วมในการปZองกันและแก@ไขป^ญหาดังกล?าว รวมทั้งการเสริมสร@างองคGความรู@ และความตระหนักรู@เกี ่ยวกับความสำคัญของทะเลอย?างเปkนระบบบนพื้นฐานของข@อมูลเชิงวิชาการ ซึ่งหากมี การจัดตั้งองคGกรจัดการความรู@ทางทะเลในอนาคต จะเปkนส?วนเสริมให@การรักษาความมั่นคงและผลประโยชนG ของชาติทางทะเลเปkนไปอย?างมีประสิทธิภาพมากย่ิงข้ึน ๒.๖ ความม่ันคงทางอากาศและอวกาศ แนวโน@มที ่จะกลายเปkนสนามการแข?งข ันที ่สำคัญยิ ่งข ึ ้น โดยหลายประเทศในภูม ิภาค เอเชียตะวันออกเฉียงใต@ม ีความเคลื ่อนไหวในการพัฒนาขีดความสามารถทางอากาศมาอย?างต?อเนื ่อง ผ?านการพัฒนานวัตกรรมและเทคโนโลยีกำลังทางอากาศต?าง ๆ อาทิ การพัฒนาเทคโนโลยีอากาศยานไร@คนขับ เทคโนโลยีด@านการสื่อสารและโทรคมนาคม การพัฒนาท?าอากาศยาน การบริการด@านการบินพลเรือน ตลอดจน การจัดหาอาวุธยุทโธปกรณGเพ่ือเสริมสร@างศักยภาพทางการทหารและปกปZองผลประโยชนGของประเทศ นอกเหนือจากการแข?งขันการพัฒนาขีดความสามารถของกำลังทางอากาศแล@ว มีแนวโน@มที่ประเทศต?าง ๆ จะให@ความสำคัญกับบริบทความมั่นคงทางอวกาศ (Space Security) มากยิ่งขึ้นด@วย โดยประเทศมหาอำนาจ มีแนวทางดำเนินนโยบายเพื่อช?วงชิงการเปkนผู@นำทางอวกาศ โดยการแย?งชิงตำแหน?งวงโคจรดาวเทียมระหว?างประเทศ 125 ๑๒๖ การพัฒนาขีดความสามารถของกลุ?มดาวเทียมในการระบุพิกัดพ้ืนท่ี การพัฒนาเทคโนโลยีกลุ?มดาวเทียม (Constellation Satellites) การแสวงประโยชนGจากกิจการอวกาศเพื ่อเพิ ่มศักยภาพทางการทหารและการปZองกันประเทศ การลงทุนและการให@บริการอินเทอรGเน็ตความเร็วสูง ตลอดจนการสร@างความร?วมมือกับมิตรประเทศต?าง ๆ ในอาเซียน ซึ่งเปkนพื้นที่เปZาหมายสำคัญเชิงยุทธศาสตรGที่อยู?ตรงกลางของภูมิภาคอินโด – แปซิฟÜก เพื่อเสริมสร@างบทบาทผู@นำทางอวกาศ โดยมีการสนับสนุนการแลกเปลี่ยนและถ?ายทอดองคGความรู@ด@านนวัตกรรมและเทคโนโลยีทางอวกาศให@แก?ประเทศ ดังกล?าว ซึ่งจะส?งผลต?อการช?วงชิงพื้นที่ทางยุทธศาสตรGต?อบริบทความมั่นคงทางอวกาศที่เชื่อมโยงทั้งในบริบท โลก ภูมิภาค และกิจการภายในประเทศ ในโอกาสนี้ ไทยสามารถแสวงหาโอกาสจากความร?วมมือด@านความมั่นคงทางอากาศและอวกาศ เพื่อรักษาผลประโยชนGแห?งชาติได@ โดยเตรียมพร@อมทรัพยากร การพัฒนาองคGความรู@และทักษะให@แก?บุคลากร เพื่อให@เปkนผู@เชี ่ยวชาญด@านความมั่นคงทางอากาศและอวกาศ ตลอดจนการส?งเสริมและแลกเปลี่ยนงานวิจัย และนวัตกรรม ท้ังภายในประเทศ ประเทศต?าง ๆ และสถาบันหรือองคGการระหว?างประเทศ ๒.๗ ปaญหาอาชญากรรมข#ามชาติ เปkนป^ญหาความมั่นคงที่สำคัญในภูมิภาคและมีความซับซ@อนเชื่อมโยงระหว?างประเทศมากข้ึน โดยมีประเด็นสำคัญท่ีควรเฝZาระวัง ดังน้ี ๒.๗.๑ การลักลอบค#ายาเสพติด จะมีการขยายตัวในภูมิภาคอย?างต?อเนื่องและนำไปสู?ป^ญหา อาชญากรรมอื่น ๆ โดยมีป^จจัยเร?งจากสถานการณGการแพร?ระบาดของโรคโควิด-19 ที่ส?งผลกระทบทางเศรษฐกิจ ในวงกว@าง และการขยายช?องทางจัดจำหน?ายผ?านสื่อสังคมออนไลนGที่ทำให@สามารถเข@าถึงยาเสพติดได@ง?ายข้ึน รวมถึงมีการปรับเปลี่ยนรูปแบบการขนส?งที่หลากหลายขึ้น สำหรับไทยจะยังประสบป^ญหาการปZองกัน แก@ไข และปราบปรามการค@ายาเสพติด เนื่องจากเส@นเขตแดนระหว?างไทยกับประเทศรอบบ@านมีความทับซ@อนในหลายพื้นท่ี ส?งผลให@เปkนพ้ืนท่ีทางผ?านและพ้ืนท่ีปลายทางของการลักลอบขนส?งยาเสพติด ๒.๗.๒ การปลอมแปลงเอกสารและหลักฐานเกี่ยวกับตัวบุคคล แม@การลักลอบผลิตและจัดหา เอกสารปลอมของประเทศในภูมิภาคได@ลดลงไปอย?างมาก แต?ยังคงพบขบวนการลักลอบการปลอมแปลงเอกสาร เคลื่อนไหวอยู?อีกหลายกลุ?ม โดยมักเกี่ยวข@องกับการปลอมแปลงบัตรอิเล็กทรอนิกสGและธนบัตรปลอม รวมถึง การปลอมแปลงดวงตราประทับวีซ?าและใบอนุญาตทำงาน และมีการปลอมเอกสารที่เกี่ยวข@อง โดยเฉพาะใบรับรอง การไม?ติดเชื ้อหรือรับรองการได@รับวัคซีนปZองกันโรค เพื ่อให@บุคคลสามารถเดินทางข@ามประเทศได@ในห@วง ของการแพร?ระบาดของโรคโควิด-19 ซ่ึงส?งผลกระทบต?อความม่ันคงของประเทศ ๒.๗.๓ การลักลอบเข#าเมืองและการค#ามนุษยR มีป^จจัยผลักดันและป^จจัยดึงดูดของประเทศต@นทาง และปลายทางที่ก?อให@เกิดการเคลื่อนย@ายคนและแรงงานอย?างผิดกฎหมายมากขึ้น โดยมีการแสวงประโยชนG จากประชาชนในพื้นที่ตามแนวชายแดนร?วมกับขบวนการค@ามนุษยGในการอำนวยความสะดวก และจัดหาแรงงาน ผิดกฎหมาย ซึ่งประเทศในภูมิภาครวมถึงไทยจำเปkนต@องมีการบริหารจัดการความเสี่ยงบริเวณพื้นที่ชายแดน ร?วมกับประเทศต@นทาง ๒.๗.๔ การฟอกเงิน การพัฒนาทางเทคโนโลยีและนวัตกรรมทางการเงินที่ทันสมัย รวมถึง การเคลื่อนย@ายอย?างเสรีของคน เงิน และข@อมูลดิจิทัล ได@ส?งผลให@การฟอกเงินมีรูปแบบที่ซับซ@อนมากกว?าในอดีต 126 ๑๒๗ และมักจะมีความเชื่อมโยงกับอาชญากรรมข@ามชาติประเภทอื่น ๆ อาทิ การลักลอบค@ายาเสพติด การค@ามนุษยG การพนันออนไลนG การหลอกลวงผ?านอีเมล และการลักลอบค@าสัตวGป°า โดยเฉพาะการทำธุรกรรมทางการเงิน โดยผ?านช?องทางธุรกิจในพื้นที่จังหวัดชายแดนระหว?างประเทศไทยและประเทศเพื่อนบ@าน ทั้งการเปÜดธุรกิจบังหน@า การรับจ@างเปÜดบัญชี การให@บริการโอนเงินและแลกเปลี่ยนสกุลเงินตราต?างประเทศได@เพิ่มความเสี่ยงให@กับไทย ที่จะถูกใช@เปkนแหล?งฟอกเงินขององคGกรอาชญากรรมข@ามชาติ ขบวนการค@ายาเสพติดข@ามชาติ รวมถึงการสนับสนุน ทางการเงินแก?การก?อการร@ายได@ ด@วยเหตุนี้ ประเทศไทยมีแนวโน@มได@รับผลกระทบและเผชิญกับประเด็นท@าทายการก?ออาชญากรรม ข@ามชาติดังกล?าว เนื่องจากเปkนที่ตั้งและศูนยGกลางด@านการคมนาคมและการสัญจรระหว?างประเทศที่สำคัญของ ภูมิภาค และเปkนแหล?งพักพิงและพ้ืนท่ีปฏิบัติการของเครือข?ายอาชญากรรมข@ามชาติ ๒.๘ การก/อการร#ายในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต# การก?อการร@ายในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต@ ป^ญหาการก?อการร@ายและป^ญหาจาก การบ?มเพาะแนวคิดสุดโต?งที่นิยมความรุนแรงยังเปkนป^ญหาความมั่นคงที่สำคัญของภูมิภาค โดยมีความพยายาม เผยแพร?อุดมการณGและแนวคิดสุดโต?งที่นิยมความรุนแรง เพื่อแสวงหาแนวร?วมในอนาคต โดยเฉพาะผ?านการใช@ ส่ือสังคมออนไลนG นอกจากน้ี สถานการณGความขัดแย@งทางการเม ืองภายในภูม ิภาคตะวันออกกลางและ ในอัฟกานิสถานที่ยังไม?แน?นอน มีสัญญาณแนวโน@มส?งผลให@เกิดการเคลื่อนย@ายของนักรบก?อการร@ายต?างชาติ (Foreign Terrorist Fighters) เดินทางไปรวมกลุ?มในพื้นที่หรือนำอุดมการณGที่นิยมความรุนแรงกลับมาก?อเหตุ ในประเทศมาตุภูมิในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต@ ทำเลที่ตั ้งของไทยซึ่งเปkนศูนยGกลางการเดินทางระหว?างประเทศที่สำคัญในภูมิภาคอาจถูกใช@เปkน ทางผ?าน แหล?งพักพิงและแหล?งจัดหาวัสดุอุปกรณG นอกจากน้ี การก?อเหตุของผู@ปฏิบัติการโดยลำพัง (Lone Actor) มีแนวโน@มเพิ่มมากขึ้น ซึ่งในระยะหลังบ?อยครั้งเปkนปฏิบัติการจากสตรีและเยาวชน เพื่อหลีกเลี่ยงการเฝZาระวังและติดตาม ของเจ@าหน@าท่ี และมักจะก?อเหตุในพ้ืนท่ีเปราะบาง อาทิ ห@างสรรพสินค@า ศาสนสถาน และสถานท่ีท?องเท่ียวสำคัญ ๆ ๓. ความเปล่ียนแปลงบริบทความม่ันคงในระดับประเทศ ๓.๑ ความม่ันคงของสถาบันหลักของชาติ ประกอบด@วย ๓ สถาบันสำคัญ ดังน้ี ๓.๑.๑ สถาบันชาติ ไทยเข@าสู?ความเปkนพหุสังคมมากขึ้น และมีการแสดงพลังในการเรียกร@อง สิทธิขั้นพื้นฐานที่พึงได@รับตามกรอบของกฎหมาย ซึ่งการรวมกลุ?มดังกล?าวถือเปkนจุดเริ่มต@นที่ดีของการอยู?ร?วมกัน ของคนในชาติภายใต@สังคมที่มีความหลากหลาย อย?างไรก็ตาม กระแสการเปลี่ยนแปลงท่ีรวดเร็วมีแนวโน@มก?อให@เกิด ความไม?เข@าใจในอัตลักษณG และความหลากหลายระหว?างกลุ?ม ทั้งในเรื่องเชื้อชาติ ภาษา ศาสนา วิถีชีวิต และวัฒนธรรม ซึ่งส?งผลกระทบต?อความปรองดองสมานฉันทGของคนในสังคมและความมั่นคงของชาติในภาพรวมได@ รวมถึง การปรับเปลี่ยนเชิงความคิดในระดับป^จเจกบุคคลที่จะเพิ่มสูงขึ้นจากผลของความก@าวหน@าทางเทคโนโลยี ประกอบกับ แนวโน@มของพฤติกรรมของคนรุ?นใหม?ที่ต@องการแสดงออกทางความคิดในประเด็นที่เกี่ยวข@องกับสังคมมากข้ึน โดยชุดความคิดดังกล?าวมีความแตกต?างกับแนวความคิดเดิม ซึ่งจะเปkนป^จจัยสำคัญที่ส?งผลต?อการเสริมสร@าง ความมั่นคงสถาบันหลักของชาติ เช?น บทบาทการมีส?วนร?วมและทัศนคติของเด็กและเยาวชนต?อการเสริมสร@าง 127 ๑๒๘ ความมั่นคงให@กับสถาบันหลักของชาติ การสร@างการรับรู@และกระตุ@นให@เกิดความรู@สึกเปkนเจ@าของและหวงแหน ในศิลปวัฒนธรรม ประเพณี และเอกลักษณGของความเปkนไทย เปkนต@น ๓.๑.๒ สถาบันศาสนา สังคมไทยมีความหลากหลายทางด@านการนับถือศาสนา รวมถึง ผู @ที ่มีหลักความเชื ่อต?าง ๆ และผู @ที ่ไม?นับถือศาสนา ส?งผลให@มีวิถีชีวิตที ่แตกต?างกันไปตามความเชื ่อและ ขนบธรรมเนียมประเพณี อย?างไรก็ตาม ด@วยความเข@าใจในหลักคำสอนที่แตกต?างออกไปเปkนป^จจัยที่นำไปสู? ความไม?เข@าใจระหว?างกัน และการบิดเบือนคำสอนของแต?ละศาสนาในประเทศ ดังปรากฏความขัดแย@งที่เห็นต?าง ระหว?างผู@นับถือต?างศาสนาในบางพ้ืนท่ี แต?ก็ยังอยู?ในระดับท่ีสามารถแก@ไขร?วมกันตามแนวทางสันติวิธีในพ้ืนท่ีได@ ๓.๑.๓ สถาบันพระมหากษัตริยR มีความสำคัญและผูกพันกับสังคมไทยมาตลอดประวัติศาสตรG ของประเทศในการเปkนศูนยGรวมจิตใจของคนในชาติ เนื่องมาจากสมเด็จพระบูรพมหากษัตริยาธิราชทุกพระองคG ได@ทรงประกอบพระราชกรณียกิจอันเปkนคุณประโยชนGต?อประเทศชาติและประชาชนชาวไทยอย?างเปkนอเนกประการ โดยเฉพาะโครงการตามแนวพระราชดำริ รวมทั้งการดำเนินการต?าง ๆ ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง และหลักการทรงงาน เพื่อเสริมสร@างภูมิคุ@มกันที่ดีให@แก?ปวงชนชาวไทย ทั้งน้ี บริบทและสถานการณGของสังคม สมัยใหม?จำเปkนต@องสร@างพื้นที่พูดคุยและการแลกเปลี่ยนมุมมองอย?างสันติเพื่อเสริมสร@างความรู@ความเข@าใจ และความตระหนักถึงการธำรงรักษาไว@ซ่ึงสถาบันพระมหากษัตริยG ๓.๒ สถานการณRการเมืองภายในประเทศ จุดเปลี ่ยนสำคัญของสถานการณGการเมืองภายในประเทศเปkนผลสืบเนื ่องจากประชาชน ที่มีความหลากหลายทางอายุ อาชีพ และสถานะทางสังคม เข@ามามีส?วนร?วมทางการเมืองมากขึ้นในการแสดงทัศนะ ต?อป^ญหาเชิงโครงสร@าง สถาบันทางการเมือง โอกาสและการเข@าถึงสวัสดิการของรัฐ ความยากจน ความเหลื่อมล้ำ สิทธิมนุษยชน และการชุมนุมประท@วงเพื ่อเรียกร@องสิทธิจากรัฐบาลในการบรรเทาความเดือดร@อนที่เกิดข้ึน เปkนประจำทุกปe อาทิ ป^ญหาภัยพิบัติทางธรรมชาติ และป^ญหาราคาผลผลิตทางการเกษตรตกต่ำ จึงจำเปkนต@อง มีแนวทางการบริหารจัดการเพื่อเปÜดโอกาสรับฟ^งความคิดเห็นอย?างรอบด@านให@ลดเงื่อนไขที่นำไปสู?ความขัดแย@ง และการใช@ความรุนแรงในสังคม นอกจากนี้ การแพร?ระบาดของโรคโควิด-19 ภายในประเทศส?งผลให@ประชาชนปรับเปลี่ยน วิถีชีวิตใหม? โดยมีการนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมมาใช@เปkนเครื่องมืออำนวยความสะดวกในการดำรงชีวิตและการทำงาน ตลอดจนรูปแบบและวิธีการทางการเมืองได@นำเทคโนโลยีผ?านสื่อสังคมออนไลนGมาใช@เปkนเครื่องมือสำคัญมากข้ึน โดยบุคคลหรือกลุ?มบุคคลอาจใช@เปkนช?องทางในการปลุกระดมมวลชนด@วยการบิดเบือนข@อมูล หรือการเผยแพร? ข@อมูลข?าวสารเปkนเท็จ ดังนั ้น สถาบันครอบครัวและสถาบันการศึกษาจึงมีบทบาทสำคัญในการวางรากฐาน เพ่ือลดหรือขจัดเง่ือนไขท่ีส?งผลต?อความม่ันคงของประเทศ ๓.๓ สถานการณRจังหวัดชายแดนภาคใต# เงื่อนไขที่มีความละเอียดอ?อน ซับซ@อน และเชื่อมโยงกันได@ส?งผลต?อความไม?สงบในพื้นที่จังหวัด ชายแดนภาคใต@มาอย?างต?อเน่ือง ดังน้ี ๓.๓.๑ เงื่อนไขระดับบุคคล โดยเฉพาะกลุ?มคนไทยบางกลุ?มที่เห็นต?างจากรัฐ ได@นำเงื่อนไข ความแตกต?างทางชาติพันธุG ศาสนา และประวัติศาสตรGมาสร@างความชอบธรรมในการต?อสู?ตามเปZาหมาย/อุดมการณG 128 ๑๒๙ ๓.๓.๒ เง่ือนไขระดับโครงสร#าง จากข@อจำกัดของโครงสร@างการบริหารจัดการภาครัฐ ๓.๓.๓ เง่ือนไขระดับวัฒนธรรม ท่ีประชาชนในพ้ืนท่ีบางส?วนยังรู@สึกแปลกแยกจากสังคมไทย แนวโน@มสถานการณGการก?อเหตุรุนแรงระยะต?อไปลดลง แต?จะมีความเคลื่อนไหวทางการเมือง มากย่ิงข้ึน ส?วนหน่ึงเปkนผลสัมฤทธ์ิของการขับเคล่ือนงานและกระบวนการพูดคุยเพ่ือสันติสุขจังหวัดชายแดนภาคใต@ ในห@วงท่ีผ?านมา และการปรับเปล่ียนรูปแบบการเคล่ือนไหวของกลุ?มผู@เห็นต?างจากรัฐ นอกจากนี้ ป^ญหาภัยแทรกซ@อน ป^ญหาทางด@านเศรษฐกิจและสังคม ป^ญหาความหวาดระแวง และความเข@าใจระหว?างกัน ยังคงเปkนป^ญหาที่เชื่อมโยงและส?งผลกระทบในพื้นที่อย?างมีนัยสำคัญ ขณะเดียวกัน สถานการณGการแพร?ระบาดของโรคโควิด-19 ยังส?งผลให@ป̂ญหาเศรษฐกิจมีความรุนแรง และมีความเหล่ือมล้ำมากย่ิงข้ึน ดังนั้น ภาครัฐจึงจำเปkนต@องเสริมสร@างความปลอดภัยและความสันติสุขของประชาชนในพื้นท่ี จังหวัดชายแดนภาคใต@ โดยมุ?งเน@นการลดเงื่อนไขต?าง ๆ โดยเฉพาะความหวาดระแวง ความเสี่ยงต?อการละเมิด สิทธิมนุษยชน ข@อเรียกร@องต?าง ๆ ควบคู?กับการยุติเหตุความรุนแรงในพื้นที่ และขยายผลการพัฒนาให@สอดคล@อง ตามศักยภาพของพ้ืนท่ีต?อไป ๓.๔ ปaญหาผู#หลบหนีเข#าเมือง การโยกย@ายถ่ินฐานเปkนปรากฏการณGท่ีเกิดข้ึนในทุกภูมิภาคท่ัวโลก ซ่ึงท่ีผ?านมาไทยได@รับผลกระทบ จากการโยกย@ายถ่ินฐานของประชากรจากประเทศเพ่ือนบ@านอย?างต?อเน่ือง แบ?งออกเปkน ๔ กลุ?มหลัก ดังน้ี ๓.๔.๑ กลุ/มที่อพยพเข#ามานานและไม/สามารถเดินทางกลับประเทศต#นทางหรือออกไปยัง ประเทศที่สามได#จึงยังตกค#างอยู/ในประเทศไทย ย?อมก?อให@เกิดป^ญหาป^ญหาสถานะและสิทธิของบุคคลต?อ ผู@โยกย@ายถ่ินฐานและบุตรในระยะยาว ๓.๔.๒ กลุ/มที่อพยพเข#ามาเพื่อแสวงหาโอกาสทางเศรษฐกิจ โดยมากเปkนกลุ?มแรงงานต?างด@าว ๓ สัญชาติ (เมียนมา ลาว และกัมพูชา) ลักลอบเข@ามาทำงานอย?างผิดกฎหมายจากประเทศรอบบ@านผ?านช?องทาง ชายแดนธรรมชาติ ๓.๔.๓ กลุ/มที่อพยพเข#ามาเนื่องจากสถานการณRความไม/มั่นคงจากประเทศ ทั้งภายในและ ภายนอกภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต# โดยจำเปkนต@องมีแนวทางการดำเนินการแก@ไขป^ญหาเปkนการเฉพาะ เน่ืองจากเปkนกลุ?มท่ีมีความอ?อนไหวทางการเมืองและส?งผลกระทบต?อความสัมพันธGระหว?างประเทศ ๓.๔.๔ กลุ/มอื ่น ๆ อาทิ กลุ?มคนต?างด@าวที่เดินทางเข@ามายังประเทศไทยอย?างถูกกฎหมาย แต?มีการลักลอบอาศัยอยู?ในไทยต?อภายหลังจากที่การอนุญาตให@อยู?ในราชอาณาจักรได@สิ้นสุดลง และกลุ?มที่ปลอมแปลง เอกสารเดินทางเข@ามาในราชอาณาจักรด@วยวัตถุประสงคGต?าง ๆ ไม?ว?าจะเปkนการท?องเที่ยว การลักลอบทำงาน หรือการแฝงตัวในรูปแบบต?าง ๆ ซึ่งส?งผลให@ไทยมีความเสี่ยงต?อการเปkนแหล?งพักพิงของกลุ?มอาชญากรรมข@ามชาติ หรือกลุ?มผู@ก?อความไม?สงบ ๓.๕ ปaญหาการค#ามนุษยR ประเทศไทยอยู?ในสถานะเปkนทั้งประเทศต@นทาง ทางผ?าน และปลายทางของกระบวนการค@ามนุษยG ตลอดระยะเวลาที่ผ?านมา รัฐบาลไทยได@พยายามดำเนินการปZองกันและปราบปรามการค@ามนุษยGมาอย?างต?อเนื่อง โดยให@ความสำคัญกับการปZองกัน การดำเนินคดี การคุ @มครองและช?วยเหลือ การพัฒนากลไกเชิงนโยบาย 129 ๑๓๐ และการขับเคลื่อน ตลอดจนการพัฒนาและการบริหารจัดการข@อมูล อย?างไรก็ตาม ผลกระทบจากสถานการณG การแพร?ระบาดของโรคโควิด-19 ได@ส?งผลถึงการเปลี่ยนแปลงรูปแบบในการกระทำความผิด เนื่องจากผู@ค@ามนุษยG เปลี ่ยนรูปแบบการกระทำความผิดของตนมาดำเนินการที ่ผ ิดกฎหมาย (to conduct illegal activities) ผ?านช?องทางออนไลนGมากข้ึน รูปแบบการค@ามนุษยGที่พบบ?อย แบ?งออกเปkน ๑) รูปแบบการค@าประเวณีโดยใช@ช?องทางออนไลนG ในการติดต?อสื่อสาร ๒) รูปแบบการแสวงหาประโยชนGทางเพศออนไลนG โดยการหลอกผู@เสียหาย ทั้งเด็กหญิง เด็กชาย และผู @หญิงมาผลิตสื ่อลามกอนาจาร (Child Sexual Abuse Material) และ ๓) รูปแบบการหลอกลวงโฆษณา จัดหางานผ?านช?องทางสื่อสังคมโซเชียล เพื่อชักชวนผู@เสียหายโดยเฉพาะผู@เสียหายคนไทยให@ไปทำงานต?างประเทศ ไม?ว?าจะเปkนประเทศเพื ่อนบ@าน อาทิ ประเทศเมียนมา ประเทศลาว ประเทศกัมพูชา และประเทศในแถบ ประเทศตะวันออกกลางที่ไม?บังคับให@มีมาตรการในการกักตัว จึงทำให@มีจำนวนผู@เสียหายจากการค@ามนุษยGชาวไทย ในประเทศเหล?าน้ีเพ่ิมมากข้ึน อีกทั ้งในส?วนของการเคลื ่อนย@ายแรงงานโดยผิดกฎหมายยังคงมีอย?างต?อเนื ่อง โดยเฉพาะ ในกลุ?มแรงงานหรือประชาชนจากประเทศเมียนมาที่หนีภัยการสู@รบ ทำให@บุคคลกลุ?มนี้ตกเปkนกลุ?มเปราะบาง และมีแนวโน@มถูกแสวงหาประโยชนGจากกลุ?มนายหน@า ซึ่งประเทศไทยจำเปkนต@องตอบสนองต?อป^ญหาดังกล?าว โดยเพิ่มมาตรการในการคัดแยกผู@เสียหายตามชายแดนมากขึ้น นอกจากน้ี จำเปkนต@องมีการดำเนินการเชิงนโยบาย และเชิงปฏิบัติในภาพรวมของประเทศ เพื ่อสร@างความเชื ่อมั ่นและยกระดับมาตรการต?อต@านการค@ามนุษยG ท้ังในระดับประเทศและระดับสากล ๓.๖ ปaญหายาเสพติด ป^จจัยอุปทานสูงขึ้นส?งผลต?อความเชื่อมโยงกับสถานการณGป^ญหายาเสพติด โดยสารตั้งต@นและ เคมีภัณฑGยังคงสามารถลำเลียงเข@าสู?แหล?งผลิตได@ และการเปล่ียนแปลงรูปแบบการผลิตเปkนอุตสาหกรรมขนาดใหญ? ที่ดำเนินการโดยองคGกรอาชญากรรมข@ามชาติ ทำให@การผลิตยาเสพติดในพื้นที่สามเหลี่ยมทองคำขยายตัวมากข้ึน ประกอบกับสถานการณGความไม?สงบภายในประเทศเพื ่อนบ@านเปkนช?องโหว?ให@ผู @ค@ายาเสพติดฉกฉวยโอกาส ในการเร?งผลิตและลักลอบขนส?งยาเสพติดเข@าสู?ประเทศไทย โดยใช@ระบบคมนาคมที่มีความสะดวกในการลำเลียง จากพ้ืนท่ีชายแดนภาคเหนือ และพ้ืนท่ีชายแดนภาคตะวันออกเฉียงเหนือผ?านทางแม?น้ำโขง รวมถึงการลักลอบนำเข@า ยาเสพติดทางทะเลในบางจังหวัดที่มีพื้นที่ติดชายฝ^≤งมายังพื้นที่กรุงเทพฯ ปริมณฑล ตลอดจนการใช@ประเทศไทย เปkนทางผ?านเพ่ือส?งต?อยาเสพติดไปยังประเทศท่ีสาม แม@ว?าจะมีมาตรการปZองกัน แก@ไข และปราบปรามเพ่ือลดอุปทานยาเสพติด การบำบัด และฟáàนฟู สมรรถภาพผู@ติดยาเสพติด และการปZองกันเชิงรุกในกลุ?มเสี่ยง แต?อุปสงคGและอุปทานยาเสพติดยังคงมีเพิ่มมากข้ึน อันเนื่องมาจากกลยุทธGทางการค@าของกลุ?มนักค@ายาเสพติด ราคายาเสพติดถูกลง และป^จจัยความไม?แน?นอน ทางเศรษฐกิจและสังคมในป̂จจุบันส?งผลให@เกิดการกระตุ@นการใช@ยาเสพติดในประเทศเพ่ิมข้ึน โดยพบว?าผู@เข@าสู?วงจร ยาเสพติดรายใหม?มีแนวโน@มสูงข้ึนท้ังผู@เสพและผู@ค@า ผู @กระทำผิดซ้ำมีแนวโน@มสูงขึ ้นทั ้งผู @เสพและผู @ค @าจากป^จจัยมุมมองของสังคมต?อผู @เสพ และผู@ต@องโทษคดียาเสพติดที่เอื้อให@กลุ?มคนเหล?านี้สามารถมีโอกาสใช@ชีวิตในสังคมได@ จึงมีแนวโน@มที่จะกระทำผิดซ้ำ 130 ๑๓๑ จนส?งผลให@เกิดป^ญหานักโทษคดียาเสพติดล@นคุกที่เกี ่ยวเนื่องตามมา ผู@ใช@ยาเสพติดที่มีอาการจิตเวชร?วมด@วย มีแนวโน@มสูงขึ้น การใช@วัตถุออกฤทธิ์ต?อจิตและประสาทมีแนวโน@มและรูปแบบที่หลากหลายมากขึ้น โดยเฉพาะ ในกลุ?มเด็กและเยาวชนที่มีความเสี่ยงสูงในการเสพยาเสพติดที่ผสมกันหลายชนิด (Cocktail Drugs) รูปแบบใหม? ๆ ที่แพร?ระบาดและสร@างผลกระทบมากขึ้น วัยแรงงานซึ่งเปkนกำลังหลักในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจมีแนวโน@ม การใช@ยาเสพติดมากข้ึนอย?างต?อเน่ืองในห@วง ๑๐ ปeท่ีผ?านมา นอกจากนี้ ขบวนการค@ายาเสพติดยังคงสรรหาวิธีการเพื่อหลีกเลี่ยงการจับกุมของเจ@าหน@าท่ี และแสวงหาโอกาสจากรูปแบบการส?งยาเสพติดทางพัสดุไปรษณียG การค@ายาเสพติดผ?านช?องทางออนไลนG ในการสร@างช?องทางจำหน?าย โฆษณา และขยายโครงข?ายการค@ายาเสพติดให@เข@าถึงกลุ?มผู@เสพมีความหลากหลาย รูปแบบและในพื ้นที ่ห?างไกลเพิ ่มมากขึ ้น ในขณะเดียวกันแนวโน@มการขยายตัวของอาชญากรรมทางไซเบอรG มีความเกี ่ยวเนื ่องกับป^ญหาการค@ายาเสพติดที่ใช@ช?องทางบล็อกเชน (Blockchain) ในการซื ้อและขายมากข้ึน โดยเฉพาะในรูปแบบสกุลเงินดิจิทัล (Cryptocurrency) ทำให@การติดตามตรวจสอบเพ่ือระบุตัวตนดำเนินการได@ยากข้ึน ด@วยเหตุนี้ ป^ญหายาเสพติดจึงเปkนตัวการสำคัญที่ก?อให@เกิดป^ญหาสังคมอื่น ๆ ตามมาหลายประการ เช?น ป^ญหาครอบครัว ป^ญหาความอ?อนแอทั้งร?างกายและจิตใจของประชาชน ป^ญหาอาชญากรรมและการกระทำ ผิดกฎหมาย เปkนต@น ซ่ึงส?งผลต?อความสงบเรียบร@อยและความม่ันคงของประชาชนและของชาติโดยรวม ๓.๗ ปaญหาการทุจริตคอรRรัปชัน แม@ว?าในห@วงที่ผ?านมาภาครัฐมีความพยายามแก@ไขป^ญหาอย?างจริงจังผ?านการบริหารจัดการ บ@านเมืองที ่ดีตามหลักธรรมาภิบาล (Good Governance) แต?จากการจัดอันดับความโปร?งใสของไทยและ อันดับการรับรู@การทุจริตของประเทศได@สะท@อนให@เห็นว?าสถานการณGการทุจริตคอรGรัปชันของประเทศยังอยู?ในระดับ ที่มีความน?าเปkนห?วง โดยเฉพาะอย?างยิ่งการทุจริตในภาครัฐที่มีการกระจายตัวไปยังทุกระดับของสังคม ซึ่งทำให@ สาธารณชนเห็นการทุจริตเปkนเรื ่องปกติ อีกทั ้งการทุจริตต?อหน@าท่ี หรือการแสวงหาประโยชนGโดยมิชอบ ของเจ@าหน@าที่รัฐได@เกี่ยวพันกับการปZองกันและแก@ไขป^ญหาภัยคุกคามอื่น ๆ อาทิ ยาเสพติด ผู@หลบหนีเข@าเมือง กลุ?มผู@มีอิทธิพลในพื้นที่ที่ประกอบธุรกิจผิดกฎหมาย และการฟอกเงิน ส?งผลให@ป^ญหาทวีความรุนแรงและซับซ@อน มากยิ่งขึ้น อีกทั้งยังเปkนอุปสรรคสำคัญในการพัฒนาประเทศ ตลอดจนส?งผลต?อความเชื่อมั่นต?อรัฐบาล ภาครัฐ และระบอบประชาธิปไตยตามลำดับ ๓.๘ สาธารณภัย ไทยยังคงต@องเผชิญกับสาธารณภัยท่ีท@าทาย ดังน้ี ๓.๘.๑ ภัยที่เกิดจากทางธรรมชาติ ไม?ว?าจะเปkนการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่ทำให@เกิด ภาวะลมฟZาอากาศแปรปรวน ระดับน้ำทะเลของโลกสูงขึ้น เกิดภาวะแล@งจัด พายุหมุน การกัดเซาะชายฝ^≤งทะเล วาตภัย มหาอุทกภัย น้ำป°าไหลหลาก ดินโคลนถล?ม โรคติดต?ออุบัติใหม? และการเกิดสาธารณภัยขนาดใหญ? นอกจากน้ี ยังมีภัยที่ไม?อาจคาดการณGได@ อาทิ แผ?นดินไหว สึนามิ ไฟป°าและหมอกควัน เปkนสาธารณภัยที่ต@องเผชิญ ในป^จจุบัน และมีแนวโน@มมากขึ้นในอนาคต ตลอดจนป^ญหาสาธารณภัยที่มีแนวโน@มส?งผลกระทบและสร@างความขัดแย@ง ระหว?างประชาชนในพ้ืนท่ี อาทิ ป̂ญหาอุทกภัยจากการผันน้ำออกจากพ้ืนท่ีหน่ึงไปยังอีกพ้ืนท่ีหน่ึง ทำให@หลายหน?วยงาน ต@องบูรณาการการทำงานเพ่ือไกล?เกล่ียข@อพิพาทและลดความขัดแย@งดังกล?าว 131 ๑๓๒ ๓.๘.๒ ภัยที่เกิดจากกระทำของมนุษยR อาทิ อัคคีภัย ภัยจากสารเคมี ป^ญหาน้ำมันรั่วไหลในทะเล ภัยจากการคมนาคมท่ีเปkนอุบัติเหตุจากการจราจรทางบก ทางน้ำ และทางอากาศ การปล?อยของเสียและขยะมูลฝอย จากโรงงานอุตสาหกรรม ภัยจากมลพิษทางอากาศประเภทฝุ°นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 ที่มีสาเหตุหลักจาก การเผาในที่โล?งของภาคเกษตรกรรม โดยส?วนใหญ?เปkนการเผาซังข@าวโพดเลี้ยงสัตวGที ่ขยายพื้นที่ปลูกในที่สูง เผาอ@อยเพื่อเก็บเกี่ยว และเผาตอซังข@าวในพื้นที่ราบเพื่อเตรียมเพาะปลูกรอบต?อไป การบุกรุกและลักลอบเผาป°า และการเผาตามวิถีชีวิตดั ้งเดิม นอกจากน้ี ยังรวมถึงการเผาไหม@เชื ้อเพลิงฟอสซิลจากการคมนาคมขนส?ง และภาคการผลิต ซ่ึงป̂ญหาดังกล?าวส?งผลให@มีจุดความร@อน (Hotspots) เพ่ิมข้ึน และคุณภาพทางอากาศท่ีแย?ลง ดังนั้น ไทยมีความเสี่ยงสูงที่จะเกิดสาธารณภัยที่มีความถี่และความรุนแรงเพิ่มขึ้น ซึ่งย?อมส?งผลกระทบ ต?อคุณภาพชีวิตของประชาชน ภาคธุรกิจ ภาคอุตสาหกรรม และภาคการท?องเที่ยว จึงจำเปkนต@องมีการลงทุน เพื่อการลดความเสี่ยงจากสาธารณภัยที่จะเกิดขึ้นด@วยการประเมินให@เข@าใจความเสี่ยง การปZองกันและลดผลกระทบ การเตรียมความพร@อม และการฟáàนฟูให@ดีกว?าเดิมมากขึ้น เพื่อให@ความสูญเสียด@านชีวิต ทรัพยGสิน เศรษฐกิจ และสังคม ของประชาชนและประเทศลดลงอย?างเปkนรูปธรรม ๓.๙ ปaญหาทรัพยากรธรรมชาติและส่ิงแวดล#อม การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ภาวะโลกร@อน ภัยพิบัติ ขยะมูลฝอย ความเสื่อมโทรมของดิน และน้ำ การเพิ่มขึ้นของจำนวนประชากรและการเติบโตทางเศรษฐกิจ ตลอดจนการใช@ทรัพยากรโดยขาดความสมดุล เพื่อรองรับการเจริญเติบโตของสังคมเมือง เปkนป^จจัยเร?งสำคัญที่ส?งผลต?อป^ญหาทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล@อม และแนวโน@มของป^ญหาดังกล?าวทวีความรุนแรงขึ้นจากการบุกรุกแผ@วถางป°าและครอบครองพื้นที่ป°าเพื่อทำเปkนพื้นท่ี ประกอบอาชีพและอยู?อาศัยของประชาชน การลักลอบเผาในพื้นที่ป°าอนุรักษGและป°าสงวนที่ส?งผลกระทบต?อ คุณภาพของอากาศ และป^ญหาฝุ°นละอองขนาดเล็ก การลักลอบตัดและค@าไม@หวงห@ามและไม@มีค?าต?าง ๆ จำนวนมาก เพื่อนำไปจำหน?ายแก?นายทุนอย?างผิดกฎหมาย การออกโฉนดที่ดินหรือเอกสารสิทธิที ่ไม?ถูกต@อง การกำหนด แนวเขตป°าไม@ และที่ดินของรัฐ เนื่องจากเทคโนโลยีในการจัดทำแผนที่ในอดีตไม?สามารถกำหนดรายละเอียด ขอบเขตพื้นที่ป°าไม@ได@อย?างชัดเจน จึงทำให@ไม?มีการกันพื้นที่ชุมชนและพื้นที่ทำกินของประชาชนท่ีอยู?ก?อนประกาศ เขตพ้ืนท่ีป°าไม@ออกจากพ้ืนท่ีป°าสงวนแห?งชาติ รวมท้ังป̂ญหาการอยู?ร?วมกันระหว?างคนกับสัตวGในพ้ืนท่ี นอกจากน้ี สภาพภูมิอากาศท่ีเปล่ียนแปลงไปจากการทำลายทรัพยากรธรรมชาติและส่ิงแวดล@อม ก?อให@เกิดความคลาดเคลื่อนของฤดูกาล ส?งผลให@การประกอบอาชีพเกษตรกรรมได@รับผลกระทบจากป^ญหาผลผลิต ทางการเกษตรได@รับความเสียหายจากสาธารณภัยนำไปสู?ภัยพิบัติท่ีรุนแรงและสร@างความเสียหายในวงกว@างมากข้ึน ซึ ่งการสร@างความสมดุลในการบริหารจัดการของฐานทรัพยากรธรรมชาติและสิ ่งแวดล@อมอย?างเปkนระบบ จะช?วยปZองกันและแก@ไขป̂ญหาได@อย?างย่ังยืน ๓.๑๐ ความม่ันคงทางเศรษฐกิจ ความแตกต?างทางรายได@ประกอบกับป^ญหาการขาดโอกาสเชิงเศรษฐกิจของประชาชนในบางกลุ?ม และบางพื้นที่อันเปkนผลมาจากป^จจัยเชิงโครงสร@าง และก?อให@เกิดความเหลื่อมล้ำทางสังคมสามารถนำไปสู?ป^ญหา ความมั่นคงอื่น ๆ หรือส?งผลให@ป^ญหาที่มีอยู?เดิมทวีความรุนแรงมากขึ้น เช?น ป^ญหาความยากจน การเข@าถึงป^จจัย ขั้นพื้นฐาน ป^ญหาการก?ออาชญากรรม ป^ญหายาเสพติด เปkนต@น ประกอบกับการแพร?ระบาดของโรคโควิด-19 132 ๑๓๓ และระบบเศรษฐกิจโลกที ่ม ีความไม?แน?นอนและผันผวนสูงเปkนป^จจัยหนึ ่งที ่ส ?งผลให@ไทยต@องเผชิญกับ ภาวะการชะลอตัวทางเศรษฐกิจ อย?างไรก็ตาม กลุ?มทุนขนาดใหญ?จะยังคงถือครองกำไรส?วนใหญ?และมีอำนาจในการกำหนด ราคาสินค@าและบริการ ส?งผลให@ภาควิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย?อม รวมท้ังผู @ประกอบการรายย?อย เกิดความไม?คล?องตัวในการบริหารจัดการ นอกจากนี้ การเข@าสู?ยุคดิจิทัลได@ปรับเปลี่ยนลักษณะการดำเนินกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่มุ?งไปใช@ ประโยชนGจากแพลตฟอรGมออนไลนGมากขึ้น ก?อให@เกิดธุรกิจรายย?อยและแรงงานแพลตฟอรGม (Platform labor/ Gig worker) จำนวนมาก ซึ่งนับว?าเปkนกลุ?มแรงงานในธุรกิจใหม?ที่เข@ามาขับเคล่ือนการดำเนินเศรษฐกิจของสังคมเมือง และยังไม?มีหลักประกันในการทำงานหรือสวัสดิการที่เหมาะสม จึงเปkนเงื่อนไขสำคัญที่นำไปสู?ป^ญหาความขัดแย@ง ระหว?างประชาชน และความขัดแย@งกับหน?วยงานภาครัฐ อีกทั ้งพฤติกรรมการบริโภคในระดับป^จเจกที ่เปลี ่ยนแปลงไปได@กลายเปkนป^จจัยเส่ียงต?อ การก?ออาชญากรรมทางเศรษฐกิจที่จะขยายตัวมากขึ้น อาทิ การลักลอบค@าสินค@าละเมิดทรัพยGสินทางป^ญญา การค@าน้ำมันเถ่ือน การโจรกรรม การลักลอบค@าพาหนะข@ามแดน และการพนันออนไลนG 133 ๑๓๔ 134 ๑๓๕ ผนวก ค แผนที่กลยุทธL 135 ๑๓๖ 136 ๑๓๗ แผนที่กลยุทธ/ (Strategy Map) เปkนเครื่องมือความเชื่อมโยงระหว?างเปZาหมาย กลยุทธG ตัวชี้วัด และค?าเปZาหมายในแต?ละ ๑๗ นโยบายและแผน ความมั่นคง ตามหลักการความสัมพันธGเชิงเหตุและผล โดยมีจุดมุ ?งเน@นเปkนแกนกลางแสดงความสอดคล@อง ในภาพรวมท้ังหมดดังกล?าว ๑. ความมุ/งหมาย ๑.๑ ใช@ในการขับเคล่ือนและติดตามประเมินผลในการแปลงนโยบายและแผนระดับชาติฯ ไปสู?การปฏิบัติ ๑.๒ เช่ือมโยงและประสานสอดคล@องกับระบบติดตามและประเมินผลแห?งชาติ (eMENSCR) และกลไกงบประมาณ ๑.๓ ให@หน?วยงานของรัฐสามารถนำไปสู?การถ?ายทอดในแผนระดับท่ี ๓ รวมท้ังแผนงาน โครงการ ๒. หลักการพิจารณา ๒.๑ ยึดโยงเปZาหมายย?อยในแต?ละ ๑๗ นโยบายและแผนความมั ่นคงเปkนตัวตั ้ง พิจารณาตัวชี ้ว ัดและ ค?าเปZาหมายรองรับ ซ่ึงนำไปสู?การกำหนดกลยุทธGในการขับเคล่ือน ๒.๒ บางกลยุทธGมีความเช่ือมโยงได@หลายตัวช้ีวัด ท้ังทางตรงและทางอ@อม จุดมุ:งเน,น เปWาหมายย/อยของ ๑๗ นโยบายและแผน ความม่ันคง ตัวชี้วัดและค/าเปWาหมาย กลยุทธT กลยุทธRหลัก กลยุทธRหลัก กลยุทธRหลัก กลยุทธRหลัก กลยุทธ)ย*อย กลยุทธ)ย*อย กลยุทธ)ย*อย กลยุทธ)ย*อย กลยุทธ)ย*อย กลยุทธ)ย*อย กลยุทธ)ย*อย กลยุทธ)ย*อย 137 ๑ ๓๘ 138 ๑ ๓๙ 139 ๑ ๔๐ 140 ๑ ๔๑ 141 ๑ ๔๒ 142 ๑ ๔๓ 143 ๑ ๔๔ 144 ๑ ๔๕ 145 ๑ ๔๖ 146 ๑ ๔๗ 147 ๑ ๔๘ 148 ๑ ๔๙ 149 ๑ ๕๐ 150 ๑ ๕๑ 151 ๑ ๕๒ 152 ๑ ๕๓ 153 ๑ ๕๔ 154 ๑๕๕ ผนวก ง ตารางสรุปตัวชี้วัด 155 ๑๕๖ 156 ๑๕๗ นโยบายและแผนความมั่นคงที่ ๑ การเสริมสร,างความมั่นคงของสถาบันหลักของชาต ิ เปWาหมาย ตัวช้ีวัด ค/าเปWาหมาย การธำรงรักษาไว@ซ่ึงสถาบัน พระมหากษัตริยG การจัดทำชุดข@อมูลองคGความรู@เก่ียวกับ สถาบันพระมหากษัตริยG และเผยแพร?ตาม ช?องทางประชาสัมพันธGต?าง ๆ เพ่ิมข้ึนอย?างน@อยร@อยละ ๕ จากผลการดำเนินงานของ ปeท่ีผ?านมา คนในชาติอยู?ร?วมกันอย?างสันติ และเคารพในความแตกต?าง หลากหลาย โดยได@รับ ความคุ@มครองตามหลักสิทธิมนุษยชน ซ่ึงหมายรวมถึงการให@ความสำคัญ กับทุกศาสนา ผู@ท่ีมีหลักความเช่ือ ต?าง ๆ และผู@ท่ีไม?นับถือศาสนา การจัดทำ พัฒนา หรือปรับปรุงมาตรการ ของรัฐเพ่ือส?งเสริม คุ@มครอง และปกปZอง สิทธิมนุษยชนภายในของไทยให@สอดคล@องกับ บริบทภายในประเทศและสนธิสัญญาระหว?าง ประเทศว?าด@วยสิทธิมนุษยชนท่ีประเทศไทย เปkนภาคี อย?างน@อยปeละ ๒ มาตรการ คำร@องเก่ียวกับการถูกละเมิดสิทธิมนุษยชน และการถูกเลือกปฏิบัติได@รับการพิจารณา และเข@าสู?กระบวนการแก@ไขป̂ญหา โดยหน?วยงานท่ีเก่ียวข@อง เพ่ิมข้ึนอย?างน@อยร@อยละ ๕ เม่ือเทียบกับค?าเฉล่ีย ย@อนหลัง ๕ ปe การปฏิบัติตามข@อเสนอแนะท่ีไทยตอบรับ ในรายงานทบทวนสถานการณGสิทธิมนุษยชน ของประเทศตามกระบวนการทบทวน สถานการณGสิทธิมนุษยชน (Universal Periodic Review: UPR) ภายใต@คณะมนตรี สิทธิมนุษยชนแห?งสหประชาชาติ (Human Rights Council: HRC) ภายในปe ๒๕๗๐ มีผลการปฏิบัติตาม ข@อเสนอแนะท่ีไทย ตอบรับในกระบวนการ UPR รอบท่ี ๓ ไม?ต่ำกว?า ร@อยละ ๕๐ และรอบท่ี ๔ ไม?ต่ำกว?าร@อยละ ๑๐ 157 ๑๕๘ นโยบายและแผนความมั่นคงที่ ๒ การปกป]องอธิปไตยและผลประโยชนTของชาติ และการพัฒนาศักยภาพการป]องกันประเทศ เปWาหมาย ตัวช้ีวัด ค/าเปWาหมาย การปกปZอง รักษา และแก@ไขป̂ญหา ท่ีกระทบต?ออธิปไตยของชาติ และผลประโยชนGของชาติ ความพร@อมของกองทัพและหน?วยงาน ความม่ันคงท่ีเก่ียวข@องในการปฏิบัติการ ตามแผนปZองกันประเทศด@วยระบบปฏิบัติการร?วม หน?วยทหารตาม แผนปZองกันประเทศ ผ?านเกณฑGมาตรฐาน การฝãกร?วมกองทัพไทย ภายในปe ๒๕๗๐ หน?วยปฏิบัติการหลักของเหล?าทัพ ในการปฏิบัติการตามแผนปZองกันประเทศ มีความพร@อมด@านกำลังพล ยุทโธปกรณG และการฝãก ไม?ต่ำกว?าร@อยละ ๘๐ ภายในปe ๒๕๗๐ การพัฒนาขีดความสามารถ เชิงยุทธศาสตรGของกองทัพ เพ่ือการปZองกันประเทศในอนาคต การพัฒนากองทัพและหน?วยงานด@าน ความม่ันคงท่ีเก่ียวข@องไปสู?ความทันสมัย การประยุกตGใช@เทคโนโลยี ดิจิทัลในการเช่ือมโยง ระบบงาน ตลอดจน เสริมสร@างความพร@อม เพ่ือให@สามารถรองรับ ปฏิบัติการทางไซเบอรG และอวกาศได@ ภายในปe ๒๕๗๐ หน?วยทหารท่ีมีกำลังพลสำรองบรรจุในอัตรา ของหน?วยมีการเรียกกำลังพลสำรองเข@าร?วม การฝãกหรือปฏิบัติภารกิจร?วมกับของกองทัพ ครบทุกหน?วย ภายในปe ๒๕๗๐ 158 ๑๕๙ นโยบายและแผนความมั่นคงที่ ๓ การรักษาความมั่นคงและผลประโยชนTของชาติพื้นที่ชายแดน เปWาหมาย ตัวช้ีวัด ค/าเปWาหมาย พ้ืนท่ีชายแดนมีความม่ันคง ปลอดภัย มีศักยภาพการปZองกัน และแก@ไขภัยคุกคามทุกรูปแบบ และเปkนพ้ืนท่ีเช่ือมโยง ทางเศรษฐกิจและสังคม ระหว?างไทยกับประเทศรอบบ@าน การพัฒนาระบบปZองกันตามแนวชายแดน ด@วยการใช@เทคโนโลยี อย?างน@อยร@อยละ ๘๕ ของจังหวัดชายแดนท้ังหมด ภายในปe ๒๕๗๐ มูลค?าการค@าชายแดน เพ่ิมข้ึนอย?างน@อย ร@อยละ ๕ ต?อปe ป̂ญหาเขตแดนระหว?างไทยกับ ประเทศรอบบ@านได@รับการแก@ไข และไม?ส?งผลกระทบต?อ ความสัมพันธGระหว?างประเทศ เปZาหมายในการสำรวจและจัดทำ หลักเขตแดนของไทย ร@อยละ ๘๐ ภายในปe ๒๕๗๐ 159 ๑๖๐ นโยบายและแผนความมั่นคงที่ ๔ การรักษาความมั่นคงและผลประโยชนTของชาติทางทะเล เปWาหมาย ตัวช้ีวัด ค/าเปWาหมาย ประเทศไทยสามารถปZองกันและ แก@ไขป̂ญหาความม่ันคงทางทะเล ได@อย?างต?อเน่ือง จนไม?ส?งผล กระทบต?อความม่ันคงและ ความปลอดภัยของประเทศ ดัชนีความม่ันคงทางทะเลในภาพรวม อยู?ท่ี ๖๙ คะแนน ภายในปe ๒๕๗๐ ประเทศไทยมีการบริหารจัดการ องคGความรู@ทางทะเลท่ีช?วยสนับสนุน การรักษาความม่ันคงและ ผลประโยชนGของชาติทางทะเล จำนวนองคGความรู@ทางทะเลท่ีสำคัญท่ีสนับสนุน การตัดสินใจของกลไกระดับนโยบายของประเทศ อย?างน@อยปeละ ๑ ประเด็น การสร@างองคGความรู@และความตระหนักรู@ ทางทะเลให@แก?ภาคส?วนท่ีเก่ียวข@อง อย?างน@อยปeละ ๑ ประเด็น 160 ๑๖๑ นโยบายและแผนความมั่นคงที่ ๕ การป]องกันและแก,ไขป`ญหาจังหวัดชายแดนภาคใต, เปWาหมาย ตัวช้ีวัด ค/าเปWาหมาย จังหวัดชายแดนภาคใต@มีการก?อเหตุ รุนแรงและความสูญเสียลดลง สถิติเหตุการณGความรุนแรงและความสูญเสีย จากสถานการณGความม่ันคงในพ้ืนท่ีจังหวัด ชายแดนภาคใต@ลดลง ร@อยละ ๑๐๐ จากปeฐาน ๒๕๖๐ ภายในปe ๒๕๗๐ จังหวัดชายแดนภาคใต@ มีการพัฒนาทางเศรษฐกิจเพ่ิมข้ึน สถิติผลิตภัณฑGมวลรวมภาค (Gross Regional Product: GRP) ในพ้ืนท่ีจังหวัดชายแดนภาคใต@ เพ่ิมข้ึนทุกปe ประชาชนมีความเช่ือม่ันต?อ การแก@ไขป̂ญหาจังหวัด ชายแดนภาคใต@ การสร@างความเช่ือม่ันต?อการปZองกัน และแก@ไขป̂ญหาจังหวัดชายแดนภาคใต@ อย?างน@อยร@อยละ ๘๐ ภายในปe ๒๕๗๐ 161 ๑๖๒ นโยบายและแผนความมั่นคงที่ ๖ การบริหารจัดการผู,หลบหนีเข,าเมืองและผู,โยกย,ายถิ่นฐานแบบไม:ปกต ิ เปWาหมาย ตัวช้ีวัด ค/าเปWาหมาย ผู@มีป̂ญหาสถานะและสิทธิบุคคล มีจำนวนลดลง และได@รับ การดูแลตามหลักมนุษยธรรม จำนวนผู@มีป̂ญหาสถานะและสิทธิบุคคล ท่ีได@รับสถานะอยู?ในราชอาณาจักรอย?างถูกต@อง ตามกฎหมาย เพ่ิมข้ึนร@อยละ ๓๐ ภายในปe ๒๕๗๐ แรงงานต?างด@าวสัญชาติกัมพูชา ลาว เมียนมา และเวียดนาม มีจำนวนการลักลอบหลบหนี เข@าเมืองลดลง จำนวนแรงงานต?างด@าวสัญชาติกัมพูชา ลาว เมียนมา และเวียดนาม อย?างถูกต@องตาม กฎหมาย เพ่ิมข้ึนร@อยละ ๓๐ ภายในปe ๒๕๗๐ การบริหารจัดการเพ่ือปZองกัน และแก@ไขป̂ญหาผู@หลบหนี เข@าเมืองกลุ?มเปราะบางต?อ ความม่ันคงและความสัมพันธG ระหว?างประเทศ ผู@โยกย@ายถ่ินฐาน แบบไม?ปกติ ผู@ได@รับการคุ@มครอง รวมถึงผู@อยู?ระหว?างคัดกรองสถานะ ท่ีไม?สามารถเดินทางกลับประเทศ อันเปkนภูมิลำเนาได@อย?างเปkนระบบ การจัดวางระบบปZองกัน กระบวนการ และ หลักเกณฑGบริหารจัดการผู@หลบหนีเข@าเมือง กลุ?มเปราะบางต?อความม่ันคงและความสัมพันธG ระหว?างประเทศ ผู@โยกย@ายถ่ินฐานแบบไม?ปกติ รวมถึงผู@ได@รับการคุ@มครองหรือผู@อยู?ระหว?าง คัดกรองสถานะ ท่ีไม?สามารถเดินทางกลับประเทศ อันเปkนภูมิลำเนาได@ การจัดวางระบบ ภายในปe ๒๕๗๐ 162 ๑๖๓ นโยบายและแผนความมั่นคงที่ ๗ การป]องกันและแก,ไขป`ญหาการค,ามนุษยT เปWาหมาย ตัวช้ีวัด ค/าเปWาหมาย การยกระดับสถานะของประเทศไทย ในการปZองกันและแก@ไขป̂ญหา การค@ามนุษยG ร@อยละความสำเร็จของประเทศไทย ในการปZองกันและแก@ไขป̂ญหาการค@ามนุษยG ในระดับนานาชาติ ไม?น@อยกว?าร@อยละ ๘๕ ภายในปe ๒๕๗๐ ประเทศไทยสามารถปZองกัน และแก@ไขป̂ญหาการค@ามนุษยG ได@อย?างมีประสิทธิภาพ และเปkนรูปธรรม การปราบปรามและดำเนินคดีเก่ียวกับ การค@ามนุษยG เพ่ิมข้ึนร@อยละ ๘๕ ภายในปe ๒๕๗๐ แรงงานท่ีได@รับการคุ@มครองตามกฎหมาย และพันธกรณีระหว?างประเทศ เพ่ิมข้ึนร@อยละ ๘๕ ภายในปe ๒๕๗๐ ผู@เสียหายจากการค@ามนุษยGและผู@เสียหาย จากการบังคับใช@แรงงานหรือบริการท่ีได@รับ การคุ@มครองตามกฎหมายและมาตรฐานสากล เพ่ิมข้ึนร@อยละ ๘๕ ภายในปe ๒๕๗๐ การพัฒนาศักยภาพภาคีเครือข?ายในการปZองกัน และแก@ไขป̂ญหาการค@ามนุษยG เพ่ิมข้ึนร@อยละ ๕ จากผลการดำเนินงาน ของปeท่ีผ?านมา 163 ๑๖๔ นโยบายและแผนความมั่นคงที่ ๘ การป]องกัน ปราบปราม และแก,ไขป`ญหายาเสพติด เปWาหมาย ตัวช้ีวัด ค/าเปWาหมาย การปZองกันประชากรทุก กลุ?มเปZาหมายไม?ให@เข@าไป เก่ียวข@องกับยาเสพติด สัดส?วนของผู@ท่ีเก่ียวข@องกับยาเสพติด ต?อประชากร ลดลง ๘ คน ต?อประชากร ๑,๐๐๐ คน ภายในปe ๒๕๗๐ การสกัดก้ันและปราบปราม เครือข?ายการค@ายาเสพติด ในประเทศและอาชญากรรม ข@ามชาติ คดียาเสพติดท่ีมีการสืบสวนขยายผลจาก การจับกุมผู@กระทำความผิดเก่ียวกับยาเสพติด ตามประมวลกฎหมายยาเสพติด เพ่ิมข้ึนร@อยละ ๑ จากผลการดำเนินงาน ของปeท่ีผ?านมา การสกัดก้ันยาเสพติดตามแนวชายแดน เปรียบเทียบกับปริมาณท่ีจับกุมยาเสพติด ท้ังประเทศ เพ่ิมข้ึนร@อยละ ๕ จากผลการดำเนินงาน ของปeท่ีผ?านมา ผู@เสพยาเสพติดมีคุณภาพชีวิต ท่ีดีข้ึนสามารถใช@ชีวิต อยู?ในสังคมได@อย?างปกติสุข ไม?ส?งผลกระทบต?อสังคม และไม?หวนกลับเข@าสู?วงจร ยาเสพติด ผู@เสพยาเสพติดท่ีเข@าสู?กระบวนการ บำบัดรักษาและปรับเปล่ียนพฤติกรรม ให@มีคุณภาพชีวิตท่ีดีข้ึน เพ่ิมข้ึนร@อยละ ๒ จากปe ๒๕๖๙ ในปe ๒๕๗๐ 164 ๑๖๕ นโยบายและแผนความมั่นคงที่ ๙ การป]องกันและบรรเทาสาธารณภัย เปWาหมาย ตัวช้ีวัด ค/าเปWาหมาย การยกระดับการจัดการ ความเส่ียงสาธารณภัย ท่ีสำคัญอันเกิดจากภัยธรรมชาติ และภัยท่ีเกิดจากการกระทำ ของมนุษยGท่ีเกิดข้ึน และ/หรือ เปkนภัยซ้ำซ@อน (Compound Hazards) ไปสู?มาตรฐาน ตามหลักสากล อัตราการเสียชีวิตจากภัยธรรมชาติ (อุทกภัย วาตภัย ภัยแล@ง) ต?อประชากร ๑๐๐,๐๐๐ คน ลดลงเม่ือเทียบกับ ค?าเฉล่ียย@อนหลัง ๕ ปe จำนวนผู@ได@รับผลกระทบจากภัยธรรมชาติ (อุทกภัย วาตภัย ภัยแล@ง) ต?อประชากร ๑๐๐,๐๐๐ คน ลดลงเม่ือเทียบกับ ค?าเฉล่ียย@อนหลัง ๕ ปe อัตราการเสียชีวิตจากภัยท่ีเกิดจาก การกระทำของมนุษยG (อัคคีภัย) ต?อประชากร ๑๐๐,๐๐๐ คน ลดลงเม่ือเทียบกับ ค?าเฉล่ียย@อนหลัง ๕ ปe การแจ@งเตือนสาธารณภัยล?วงหน@าได@ทัน สถานการณGภายในระยะเวลาท่ีกำหนด (เฉพาะภัยธรรมชาติ ๔ ภัย ได@แก? อุทกภัย วาตภัย น้ำป°าไหลหลากและดินโคลนถล?ม และสึนามิ) ไม?ต่ำกว?าร@อยละ ๙๘ ของการเกิดภัยดังกล?าว ทุกปe 165 ๑๖๖ นโยบายและแผนความมั่นคงที่ ๑๐ การป]องกันและแก,ไขป`ญหาความมั่นคงทางไซเบอรT เปWาหมาย ตัวช้ีวัด ค/าเปWาหมาย ประเทศไทยมีความพร@อมต?อ การปZองกัน รับมือความเส่ียงกับ ภัยคุกคามทางไซเบอรGอย?างมี ประสิทธิภาพ ในการปZองกัน การโจมตีทางไซเบอรGและ อาชญากรรมไซเบอรG การพัฒนาระบบการรักษาความม่ันคง ปลอดภัยไซเบอรGให@สอดคล@องมาตรฐานสากล เพ่ิมข้ึนร@อยละ ๙๐ ภายในปe ๒๕๗๐ การแก@ไขเหตุการณGท่ีเก่ียวกับความม่ันคง ปลอดภัยไซเบอรGต?อโครงสร@างพ้ืนฐานสำคัญ ทางสารสนเทศท่ีมีประสิทธิภาพ อย?างน@อยร@อยละ ๙๐ ภายในปe ๒๕๗๐ การจัดทำหรือพัฒนากลไก มาตรการ และแนวทางในการปZองกันและปราบปราม อาชญากรรมทางไซเบอรG รวมถึงการพัฒนา การสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางไซเบอรG เพ่ิมข้ึนร@อยละ ๖๐ ภายในปe ๒๕๗๐ สถิติคดีเก่ียวกับอาชญากรรมทางไซเบอรG ลดลงร@อยละ ๓๐ เม่ือเทียบกับปeก?อนหน@า 166 ๑๖๗ นโยบายและแผนความมั่นคงที่ ๑๑ การป]องกันและแก,ไขป`ญหาการก:อการร,าย เปWาหมาย ตัวช้ีวัด ค/าเปWาหมาย ประเทศไทยมีภูมิคุ@มกัน ในการรับมือกับภัยก?อการร@าย การดำเนินการมาตรการเฝZาระวัง และแจ@งเตือนเชิงปZองกันภัยก?อการร@าย อย?างน@อยร@อยละ ๘๐ ภายในปe ๒๕๗๐ ประเทศไทยมีขีดความสามารถ ในการตอบโต@ต?อเหตุวิกฤติ จากการก?อการร@าย การพัฒนาศักยภาพของระบบท่ีตอบสนอง ต?อการระงับเหตุวิกฤติจากการก?อการร@าย และควบคุมสถานการณGการก?อการร@าย อย?างน@อยร@อยละ ๘๐ ภายในปe ๒๕๗๐ ประเทศไทยมีศักยภาพ ในการฟáàนตัวจากภัยก?อการร@าย ให@กลับสู?สภาวะปกติ การวางระบบฟáàนตัวจากภัยก?อการร@าย ร@อยละ ๘๐ ภายในปe ๒๕๗๐ และสามารถฟáàนฟูจาก เหตุก?อการร@ายได@ 167 ๑๖๘ นโยบายและแผนความมั่นคงที่ ๑๒ การสร,างดุลยภาพระหว:างประเทศ เปWาหมาย ตัวช้ีวัด ค/าเปWาหมาย ประเทศไทยสามารถรักษา ความสัมพันธGกับประเทศ มหาอำนาจและประเทศ ท่ีมีความสำคัญเชิงยุทธศาสตรG ต?อความม่ันคงของไทย อย?างมีดุลยภาพ ประเทศไทยมีปฏิสัมพันธGอย?างสม่ำเสมอกับ ๔ กลุ?มประเทศ กลุ?มท่ี ๑ ประเทศเพ่ือนบ@าน กลุ?มท่ี ๒ สหรัฐฯ สหภาพยุโรป สหราชอาณาจักร และออสเตรเลีย กลุ?มท่ี ๓ จีน และรัสเซีย กลุ?มท่ี ๔ ประเทศอ่ืน ๆ ท่ีมีความสำคัญ เชิงยุทธศาสตรGกับไทย ได@แก? ญ่ีปุ°น สาธารณรัฐเกาหลี อินเดีย แอฟริกาใต@ บราซิล ตุรกี ซาอุดีอาระเบีย อิหร?าน และอิสราเอล อย?างน@อยกลุ?มละ ๑ คร้ังต?อปe ประเทศไทยมีบทบาทนำ ในประชาคมการเมือง และความม่ันคงอาเซียน ความสำเร็จของไทยในการผลักดันให@ข@อเสนอ ในประเด็นความม่ันคงท่ีไทยให@ความสำคัญปรากฏ ในเอกสารผลลัพธGการประชุมในระดับเจ@าหน@าท่ี อาวุโสข้ึนไปของกลไกภายใต@ประชาคมการเมือง และความม่ันคงอาเซียน อย?างน@อย ๑ ฉบับต?อปe ประเทศไทยสามารถรักษา ผลประโยชนGแห?งชาติ ในอนุภูมิภาคลุ?มน้ำโขง และสามารถรักษาความสัมพันธG อันดีกับประเทศรอบบ@าน ระดับความสำเร็จในการจัดทำแผนลุ?มน้ำเชิงรุก ระดับภูมิภาค (Proactive Regional Planning) เพ่ือบริหารทรัพยากรน้ำในลุ?มน้ำโขงอย?างย่ังยืน เปkนไปตามเปZาหมาย ท่ีต้ังไว@ ภายในปe ๒๕๗๐ ไทยสามารถจัดทำผลลัพธGด@านความร?วมมือ ด@านความม่ันคงท่ีเปkนรูปธรรม (key deliverables) ในกรอบหรือกับประเทศอนุภูมิภาคลุ?มน้ำโขงได@ อย?างน@อยปeละ ๓ ประเด็น หรือ ๑๕ ประเด็น ภายในปe ๒๕๗๐ 168 ๑๖๙ นโยบายและแผนความมั่นคงที่ ๑๓ การบริหารจัดการภาวะฉุกเฉินด,านสาธารณสุขและโรคติดต:ออุบัติใหม: เปWาหมาย ตัวช้ีวัด ค/าเปWาหมาย ระบบสาธารณสุขมีความพร@อม ในการบริหารจัดการภาวะฉุกเฉิน ด@านสาธารณสุข ๕ ด@าน ประกอบด@วย ๑) โรคติดต?อและ การระบาด ๒) โรคและภัยท่ีเกิด จากสารเคมี ๓) โรคและภัยสุขภาพ ท่ีเกิดจากกัมมันตภาพรังสี และนิวเคลียรG ๔) โรคท่ีเกิดจาก การบาดเจ็บและอุบัติภัย และ ๕) โรคและภัยสุขภาพอันเกิดจาก ภัยธรรมชาติ หน?วยงานด@านสาธารณสุขท้ังส?วนกลางและระดับ ภูมิภาค มีแผนเผชิญเหตุเพ่ือรองรับภาวะฉุกเฉิน ด@านสาธารณสุขท้ัง ๕ ด@าน ร@อยละ ๘๐ ภายในปe ๒๕๗๐ การฝãกซ@อมเพ่ือบูรณาการความร?วมมือจาก ทุกภาคส?วน ประจำทุก ๒ ปe ระบบสาธารณสุขมีศักยภาพ การเผชิญเหตุและการบริการ ด@านการแพทยGในภาวะฉุกเฉิน ความสำเร็จของการมีระบบรองรับการบริหาร จัดการเฝZาระวัง คัดกรอง และตรวจวินิจฉัย โรคติดต?ออุบัติใหม?และภัยสุขภาพ เม่ือเกิดภาวะฉุกเฉินระดับเขตสุขภาพ ร@อยละ ๑๐๐ ภายในปe ๒๕๗๐ ระบบบริการทางการแพทยGและสาธารณสุข สามารถให@บริการได@อย?างต?อเน่ืองในภาวะวิกฤติ จากการระบาดของโรคติดต?ออุบัติใหม?และภัยสุขภาพ ๑) เขตสุขภาพ มีระบบการบริหาร จัดการเตียงเพ่ือ รองรับผู@ป°วยวิกฤติ ในภาวะฉุกเฉิน ร@อยละ ๑๐๐ ภายในปe ๒๕๗๐ และ ๒) เขตสุขภาพ มีระบบบริหาร จัดการทรัพยากร ทางการแพทยG การสำรองยา และเวชภัณฑG 169 ๑๗๐ เปWาหมาย ตัวช้ีวัด ค/าเปWาหมาย ท่ีจำเปkนให@สามารถ ใช@งานได@อย?างน@อย ๒ เดือน เพ่ือให@ สามารถเผชิญเหตุได@ อย?างรวดเร็ว ร@อยละ ๘๐ ภายในปe ๒๕๗๐ เขตสุขภาพมีแนวทางการระดมสรรพกำลังบุคลากร เพ่ือดูแลประชาชนยามวิกฤติ ร@อยละ ๑๐๐ ภายในปe ๒๕๗๐ ระบบสาธารณสุขของประเทศ สามารถพ่ึงตนเองได@ มีความม่ันคง ทางยาและเวชภัณฑG มูลค?าการสนับสนุนการผลิตยาและอุตสาหกรรม ทางการแพทยGภายในประเทศ เพ่ิมข้ึนร@อยละ ๒๐ เม่ือเทียบกับ ค?าเฉล่ียย@อนหลัง ๕ ปe การจัดทำข@อมูลห?วงโซ?อุปทานของการผลิตยาและ อุตสาหกรรมทางการแพทยG (Resource Mapping) ท่ีใช@ในภาวะฉุกเฉิน ประจำทุก ๒ ปe 170 ๑๗๑ นโยบายและแผนความมั่นคงที่ ๑๔ การพัฒนาศักยภาพการเตรียมพร,อมแห:งชาติ และการบริหารจัดการวิกฤตการณTระดับชาต ิ เปWาหมาย ตัวช้ีวัด ค/าเปWาหมาย การพัฒนาศักยภาพ การเตรียมพร@อม สำหรับ การระดมทรัพยากรท่ีจำเปkน เพ่ือใช@ในกรณีท่ีประเทศเผชิญ กับภัยคุกคามหรือวิกฤตการณG ระดับชาติ การพัฒนาศักยภาพของกลไก การบริหารจัดการ และความพร@อมของทรัพยากรท่ีจำเปkน เพ่ือใช@สำหรับการระดมทรัพยากรในกรณี ท่ีประเทศเผชิญกับภัยคุกคามหรือ วิกฤตการณGระดับชาติ ร@อยละ ๘๕ ภายในปe ๒๕๗๐ การพัฒนาศักยภาพการบริหาร จัดการวิกฤตการณGระดับชาติ การพัฒนาศักยภาพการบริหารจัดการ วิกฤตการณGระดับชาติ ร@อยละ ๑๐๐ ภายในปe ๒๕๗๐ 171 ๑๗๒ นโยบายและแผนความมั่นคงที่ ๑๕ การพัฒนาระบบข:าวกรองแห:งชาต ิ เปWาหมาย ตัวช้ีวัด ค/าเปWาหมาย การยกระดับระบบข?าวกรอง แห?งชาติในการเฝZาระวัง ประเมิน ตอบสนอง และแจ@งเตือน สถานการณGท่ีมีความเส่ียงอันจะ นำไปสู?ภัยคุกคามต?อความม่ันคง แห?งชาติและผลประโยชนGแห?งชาติ รายงานข?าวกรองท่ีประเมินภัยคุกคาม ด@านความม่ันคงในระยะยาว (๑๐ ปeข้ึนไป) เพ่ือประกอบการตัดสินใจในระดับนโยบาย ของประเทศ รวมถึงการกำหนดนโยบาย ยุทธศาสตรG และแผนของหน?วยงาน ท่ีเก่ียวข@อง ภายในปe ๒๕๗๐ การขยายเครือข?ายเฝZาระวังตามประเด็น ความม่ันคงสำคัญ/พ้ืนท่ีความม่ันคง ภายในประเทศ เพ่ิมข้ึนร@อยละ ๒๕ ภายในปe ๒๕๗๐ การมีระบบเช่ือมโยงและบูรณาการข@อมูล ด@านการข?าว เพ่ือการแจ@งเตือนภัยคุกคาม ทางไซเบอรG ภายในปe ๒๕๗๐ 172 ๑๗๓ นโยบายและแผนความมั่นคงที่ ๑๖ การบูรณาการข,อมูลด,านความมั่นคง เปWาหมาย ตัวช้ีวัด ค/าเปWาหมาย การมีฐานข@อมูลหรือชุดข@อมูล ร?วมกับหน?วยงานท่ีเก่ียวข@อง สำหรับวิเคราะหGข@อมูล ขนาดใหญ?ด@านความม่ันคง สามารถนำไปสนับสนุน การตัดสินใจ เพ่ือแก@ไขป̂ญหา ท่ีมีผลกระทบต?อความม่ันคง ระดับชาติ จำนวนของประเด็นความม่ันคง และประเด็น ศักยภาพความม่ันคง ภายใต@นโยบายและแผน ระดับชาติว?าด@วยความม่ันคงแห?งชาติ (พ.ศ. ๒๕๖๖ – ๒๕๗๐) ท่ีนำมาเช่ือมโยง วิเคราะหG และประมวลผลด@วยระบบวิเคราะหG ข@อมูลขนาดใหญ? เพ่ิมข้ึนอย?างน@อย ปeละ ๒ ประเด็น 173 ๑๗๔ นโยบายและแผนความมั่นคงที่ ๑๗ การเสริมสร,างความมั่นคงเชิงพื้นที ่ เปWาหมาย ตัวช้ีวัด ค/าเปWาหมาย พ้ืนท่ีเปZาหมายระดับตำบล ท่ีมีป̂ญหาความม่ันคงสำคัญ เร?งด?วนลดลง พ้ืนท่ีเปZาหมายระดับตำบลท้ังประเทศตามท่ี จังหวัดประกาศมีป̂ญหาความม่ันคงสำคัญ เร?งด?วนลดลง ลดลงร@อยละ ๘๐ ภายในปe ๒๕๗๐ 174 ๑๗๕ ผนวก จ แผนระดับที่ ๓ ขับเคลื่อนนโยบายและแผนระดับชาติ ว;าด<วยความมั่นคงแห;งชาติ (พ.ศ. ๒๕๖๖ – ๒๕๗๐) 175 ๑๗๖ 176 ๑๗๗ แผนระดับที่ ๒ แผนระดับที่ ๓ นโยบายและแผนความม่ันคงท่ี ๑ การเสริมสร@างความม่ันคงของสถาบันหลักของชาติ แผนปฏิบัติการด@านการธำรงรักษาสถาบันหลักของชาติ แผนสิทธิมนุษยชนแห?งชาติ แผนปฏิบัติการด@านการส?งเสริมการอยู?ร?วมกันภายใต@ สังคมพหุวัฒนธรรมในประเทศไทย แผนการอุปถัมภGคุ@มครองศาสนาต?าง ๆ แผนรักษาความม่ันคงภายในราชอาณาจักร แผนปฏิบัติราชการของส?วนราชการท่ีเก่ียวข@อง นโยบายและแผนความม่ันคงท่ี ๒ การปกปZองอธิปไตยและผลประโยชนGของชาติ และการพัฒนาศักยภาพการปZองกันประเทศ แผนปฏิบัติการด@านการปกปZองอธิปไตยและ ผลประโยชนGของชาติในภาพรวม ระยะท่ี ๒ แผนปฏิบัติการด@านการพัฒนาศักยภาพของประเทศ ด@านความม่ันคง แผนปฏิบัติราชการของส?วนราชการท่ีเก่ียวข@อง นโยบายและแผนความม่ันคงท่ี ๓ การรักษาความม่ันคงและผลประโยชนGของชาติ พ้ืนท่ีชายแดน แผนปฏิบัติการด@านบริหารจัดการชายแดน ด@านความม่ันคง แผนปฏิบัติราชการของส?วนราชการท่ีเก่ียวข@อง นโยบายและแผนความม่ันคงท่ี ๔ การรักษาความม่ันคงและผลประโยชนGของชาติทางทะเล แผนความม่ันคงแห?งชาติทางทะเล แผนการรักษาความม่ันคงและผลประโยชนG ของชาติทางทะเล แผนปฏิบัติราชการของส?วนราชการท่ีเก่ียวข@อง นโยบายและแผนความม่ันคงท่ี ๕ การปZองกันและแก@ไขป̂ญหาจังหวัดชายแดนภาคใต@ นโยบายการบริหารและการพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต@ แผนปฏิบัติการด@านการบริหารและการพัฒนาจังหวัด ชายแดนภาคใต@ แผนปฏิบัติราชการของส?วนราชการท่ีเก่ียวข@อง นโยบายและแผนความม่ันคงท่ี ๖ การบริหารจัดการผู@หลบหนีเข@าเมือง และผู@โยกย@ายถ่ินฐานแบบไม?ปกติ แผนรักษาความม่ันคงภายในราชอาณาจักร นโยบายและยุทธศาสตรGการบริหารจัดการ การทำงานของคนต?างด@าว แผนปฏิบัติราชการของส?วนราชการท่ีเก่ียวข@อง นโยบายและแผนความม่ันคงท่ี ๗ การปZองกันและแก@ไขป̂ญหาการค@ามนุษยG แผนการปฏิบัติการด@านการปZองกันและปราบปราม การค@ามนุษยG แผนปฏิบัติราชการของส?วนราชการท่ีเก่ียวข@อง 177 ๑๗๘ แผนระดับที่ ๒ แผนระดับที่ ๓ นโยบายและแผนความม่ันคงท่ี ๘ การปZองกัน ปราบปราม และแก@ไขป̂ญหายาเสพติด นโยบายและแผนระดับชาติว?าด@วยการปZองกัน ปราบปราม และแก@ไขป̂ญหายาเสพติด แผนปฏิบัติราชการของส?วนราชการท่ีเก่ียวข@อง นโยบายและแผนความม่ันคงท่ี ๙ การปZองกันและบรรเทาสาธารณภัย แผนการปZองกันและบรรเทาสาธารณภัยแห?งชาติ แผนปฏิบัติราชการของส?วนราชการท่ีเก่ียวข@อง นโยบายและแผนความม่ันคงท่ี ๑๐ การปZองกันและแก@ไขป̂ญหาความม่ันคงทางไซเบอรG นโยบายและแผนปฏิบัติการว?าด@วยการรักษา ความม่ันคงปลอดภัยไซเบอรG แผนปฏิบัติราชการของส?วนราชการท่ีเก่ียวข@อง นโยบายและแผนความม่ันคงท่ี ๑๑ การปZองกันและแก@ไขป̂ญหาการก?อการร@าย แผนปฏิบัติการด@านการต?อต@านการก?อการร@าย ยุทธศาสตรGด@านการปZองกันและปราบปรามการฟอกเงิน และการต?อต@านการสนับสนุนทางการเงินแก?การก?อการร@าย แผนปฏิบัติราชการของส?วนราชการท่ีเก่ียวข@อง นโยบายและแผนความม่ันคงท่ี ๑๒ การสร@างดุลยภาพระหว?างประเทศ แผนยุทธศาสตรGรายภูมิภาค และแผนปฏิบัติการการทูตพหุภาคี แผนปฏิบัติราชการของส?วนราชการท่ีเก่ียวข@อง นโยบายและแผนความม่ันคงท่ี ๑๓ การบริหารจัดการภาวะฉุกเฉินด@านสาธารณสุข และโรคติดต?ออุบัติใหม? แผนปฏิบัติการเตรียมความพร@อม ปZองกัน และแก@ไขป̂ญหาโรคติดต?ออุบัติใหม? แผนปฏิบัติการด@านการปZองกันและบรรเทาสาธารณภัย ทางการแพทยGและการสาธารณสุข แผนปฏิบัติราชการของส?วนราชการท่ีเก่ียวข@อง นโยบายและแผนความม่ันคงท่ี ๑๔ การพัฒนาศักยภาพการเตรียมพร@อมแห?งชาติ และการบริหารจัดการวิกฤตการณGระดับชาติ แผนเตรียมพร@อมแห?งชาติและแผนบริหารวิกฤตการณG แผนปฏิบัติราชการของส?วนราชการท่ีเก่ียวข@อง นโยบายและแผนความม่ันคงท่ี ๑๕ การพัฒนาระบบข?าวกรองแห?งชาติ แผนปฏิบัติราชการของสำนักข?าวกรองแห?งชาติ แผนปฏิบัติราชการของส?วนราชการท่ีเก่ียวข@อง นโยบายและแผนความม่ันคงท่ี ๑๖ การบูรณาการข@อมูลด@านความม่ันคง แผนรักษาความม่ันคงภายในราชอาณาจักร แผนปฏิบัติราชการของส?วนราชการท่ีเก่ียวข@อง นโยบายและแผนความม่ันคงท่ี ๑๗ การเสริมสร@างความม่ันคงเชิงพ้ืนท่ี แผนรักษาความม่ันคงภายในราชอาณาจักร แผนปฏิบัติราชการของส?วนราชการท่ีเก่ียวข@อง 178 ๑๗๙ ผนวก ฉ มติคณะรัฐมนตรีที่เกี่ยวข<อง 179 ๑๘๐ 180 ๑๘๑ 181 ๑๘๒ 182 cov007 v02 okay.pdf 1 18/4/2566 BE 14:26