National Environmental Quality Promotion and Preservation Act (No. 2), B.E. 2561 (2018)
颁布于 2018-04-16 · 文本截至 2026-10-01
以研究形式发布的公开法律与官方指引,不构成法律、税务或金融建议。
研究内容本身以英文撰写。标题和标签已翻译,调查结果和引文未翻译。
关于这部法律
- 语言
- Thai
- 类型
- 法令
- 组织
- Mekong River Commission (MRC)
- 国家
- 泰国
- 主题
- Environment, Water, Wild species and ecosystems
- 关键词
- protection of environment, pollution control, environmental impact assessment (EIA), freshwater pollution
在哪里阅读
该法律没有记录来源链接。
文本
所收录的法律原文,按条款排列。每个条款都有自己的链接。
หน้า ๒๙ เล่ม ๑๓๕ ตอนที่ ๒๗ ก ราชกิจจานุเบกษา ๑๙ เมษายน ๒๕๖๑ พระราชบัญญัติ ส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๖๑ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร ให้ไว้ ณ วันที่ ๑๖ เมษายน พ.ศ. ๒๕๖๑ เป็นปีที่ ๓ ในรัชกาลปัจจุบัน สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร มีพระราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศว่า โดยที่เป็นการสมควรแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ พระราชบัญญั ตินี้ มีบทบัญญั ติบางประการเก่ียวกับการจํากัดสิทธิและเสรีภาพของบุคคล ซึ่ งมาตรา ๒๖ ประกอบกับมาตรา ๓๓ มาตรา ๓๗ และมาตรา ๔๐ ของรัฐธรรมนูญ แห่งราชอาณาจักรไทย บัญญัติให้กระทําได้โดยอาศัยอํานาจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมาย เหตุผลและความจําเป็นในการจํากัดสิทธิและเสรีภาพของบุคคลตามพระราชบัญญัตินี้เพื่อให้ การบริหารจัดการด้านสิ่งแวดล้อมของประเทศเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพอันจะเป็นประโยชน์ในการส่งเสริม และรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมและสุขภาพของประชาชนและประโยชน์สาธารณะ ซึ่งการตราพระราชบัญญัตินี้ สอดคล้องกับเง่ือนไขที่บัญญัติไว้ในมาตรา ๒๖ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยแล้ว จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตราพระราชบัญญัติขึ้นไว้โดยคําแนะนําและยินยอมของ สภานิติบัญญัติแห่งชาติทําหน้าที่รัฐสภา ดังต่อไปนี้ มาตรา ๑ พระราชบัญญั ตินี้ เรียกว่า “พระราชบัญญั ติส่ งเสริมและรักษาคุณภาพ สิ่งแวดล้อมแห่งชาติ (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๖๑” หน้า ๓๐ เล่ม ๑๓๕ ตอนที่ ๒๗ ก ราชกิจจานุเบกษา ๑๙ เมษายน ๒๕๖๑ มาตรา ๒ พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับเม่ือพ้นกําหนดเก้าสิบวันนับแต่วันประกาศ ในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป มาตรา ๓ ให้แก้ไขคําว่า “รายงานการวิเคราะห์ผลกระทบส่ิงแวดล้อม” ในพระราชบัญญัติ ส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๓๕ เป็น “รายงานการประเมินผลกระทบ สิ่งแวดล้อม” ทุกแห่ง มาตรา ๔ ให้ เพิ่มบทนิยามคําว่า “หน่วยงานของรัฐ” ระหว่างบทนิยามคําว่า “เขตอนุรักษ์” และคําว่า “เจ้าพนักงานท้องถิ่น” ในมาตรา ๔ แห่งพระราชบัญญัติส่งเสริมและ รักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๓๕ ““หน่วยงานของรัฐ” หมายความว่า ส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ องค์การมหาชน องค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่น และหน่วยงานอื่นของรัฐที่มีกฎหมายจัดตั้ง” มาตรา ๕ ให้ยกเลิกความในส่วนที่ ๔ การทํารายงานการวิเคราะห์ผลกระทบส่ิงแวดล้อม มาตรา ๔๖ มาตรา ๔๗ มาตรา ๔๘ มาตรา ๔๙ มาตรา ๕๐ และมาตรา ๕๑ ของหมวด ๓ การคุ้มครองสิ่งแวดล้อม แห่งพระราชบัญญัติส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๓๕ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยคําสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ ๙/๒๕๕๙ เร่ือง การแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมาย ว่าด้วยการส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ ลงวันที่ ๗ มีนาคม พุทธศักราช ๒๕๕๙ และ ให้ใช้ความต่อไปนี้แทน “ส่วนที่ ๔ การจัดทํารายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม มาตรา ๔๖ ในส่วนนี้ เว้นแต่ข้อความจะแสดงให้เห็นเป็นอย่างอื่น “การประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม” หมายความว่า กระบวนการศึกษาและประเมินผล ที่อาจเกิดขึ้นจากการดําเนินโครงการหรือกิจการหรือการดําเนินการใดของรัฐหรือที่รัฐจะอนุญาตให้มี การดําเนินการที่อาจมีผลกระทบต่อทรัพยากรธรรมชาติ คุณภาพสิ่งแวดล้อม สุขภาพ อนามัย คุณภาพชีวิต หรือส่วนได้เสียอื่นใดของประชาชนหรือชุมชน ทั้งทางตรงและทางอ้อม โดยผ่านกระบวนการ การมีส่วนร่วมของประชาชน เพื่อกําหนดมาตรการป้องกันแก้ไขผลกระทบดังกล่าว ผลการศึกษา เรียกว่า รายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม หน้า ๓๑ เล่ม ๑๓๕ ตอนที่ ๒๗ ก ราชกิจจานุเบกษา ๑๙ เมษายน ๒๕๖๑ “อนุญาต” หมายความว่า การที่เจ้าหน้าที่ของหน่วยงานของรัฐยินยอมให้บุคคลใดกระทําการใด ที่มีกฎหมายกําหนดให้ต้องได้รับความยินยอมก่อนกระทําการนั้น และให้หมายความรวมถึงการออกใบอนุญาต การอนุมัติ การจดทะเบียน การข้ึนทะเบียน การรับแจ้ง การให้ประทานบัตร และการให้อาชญาบัตรด้วย “ผู้ดําเนินการ” หมายความว่า เจ้าของโครงการหรือกิจการหรือการดําเนินการที่ต้องจัดทํา รายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมตามมาตรา ๔๘ และให้หมายความรวมถึงผู้จัดการของ นิติบุคคลอาคารชุดสําหรับทรัพย์ส่วนกลางตามกฎหมายว่าด้วยอาคารชุด และผู้จัดสรรที่ดินหรือ คณะกรรมการหมู่บ้านจัดสรรของนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรรสําหรับสาธารณูปโภคตามกฎหมายว่าด้วย การจัดสรรที่ดินด้วย มาตรา ๔๗ ในกรณีที่ มีการประเมินสิ่งแวดล้อมระดับยุทธศาสตร์ตามระเบียบหรือ กฎหมายอื่นใดไว้แล้ว การประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมให้คํานึงถึงผลการประเมินสิ่งแวดล้อมระดับ ยุทธศาสตร์ดังกล่าวด้วย มาตรา ๔๘ เพื่อประโยชน์ในการส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อม ให้รัฐมนตรี โดยความเห็นชอบของคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติมีอํานาจประกาศกําหนดให้โครงการหรือกิจการ หรือการดําเนินการใดของรัฐหรือที่ รัฐจะอนุญาตให้ผู้ ใดดําเนินการ เป็นโครงการหรือกิจการหรือ การดําเนินการที่มีผลกระทบสิ่งแวดล้อม หรือที่อาจมีผลกระทบต่อทรัพยากรธรรมชาติ คุณภาพสิ่งแวดล้อม สุขภาพ อนามัย คุณภาพชีวิต หรือส่วนได้เสียสําคัญอื่นใดของประชาชนหรือชุมชนหรือสิ่งแวดล้อม อย่างรุนแรง ซึ่งผู้ดําเนินการหรือผู้ขออนุญาตต้องจัดทํารายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการจัดทํารายงานการประเมินผลกระทบส่ิงแวดล้อม ตามวรรคหนึ่ง ให้เป็นไปตามที่ รัฐมนตรีโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ ประกาศกําหนด โดยจะกําหนดให้แตกต่างกันตามประเภทหรือขนาดของโครงการหรือกิจการหรือ การดําเนินการก็ได้ และอย่างน้อยต้องประกอบด้วยสาระสําคัญเก่ียวกับรายละเอียดโครงการหรือกิจการ หรือการดําเนินการ สภาพสิ่งแวดล้อมปัจจุบัน การประเมินทางเลือกในการดําเนินการ การประเมินผล กระทบสิ่งแวดล้อมที่อาจเกิดขึ้นจากโครงการหรือกิจการหรือการดําเนินการทั้งทางตรงและทางอ้อม การมีส่วนร่วมของประชาชนในการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม และมาตรการป้องกันแก้ไขผลกระทบ สิ่งแวดล้อมและการชดเชยเยียวยาความเดือดร้อนหรือเสียหาย หน้า ๓๒ เล่ม ๑๓๕ ตอนที่ ๒๗ ก ราชกิจจานุเบกษา ๑๙ เมษายน ๒๕๖๑ การจัดทํารายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมสําหรับโครงการหรือกิจการหรือ การดําเนินการของรัฐหรือที่รัฐจะอนุญาตให้ผู้ใดดําเนินการที่อาจมีผลกระทบต่อทรัพยากรธรรมชาติ คุณภาพสิ่งแวดล้อม สุขภาพ อนามัย คุณภาพชีวิต หรือส่วนได้เสียสําคัญอื่นใดของประชาชนหรือชุมชน หรือสิ่งแวดล้อมอย่างรุนแรง ผู้ดําเนินการหรือผู้ขออนุญาตต้องประเมินผลกระทบด้านสุขภาพ และจัดให้ มีการรับฟังความคิดเห็นของผู้มีส่วนได้เสียและประชาชนและชุมชนที่เก่ียวข้อง ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่ รัฐมนตรีโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติประกาศกําหนด เป็นการเพิ่มเติมจากที่ต้องดําเนินการตามวรรคสองด้วย ให้สํานักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเสนอคณะกรรมการ สิ่งแวดล้อมแห่งชาติเพื่อพิจารณาทบทวนประกาศตามวรรคหนึ่งทุกรอบระยะเวลาห้าปี หรือในกรณี ที่มีความจําเป็นจะดําเนินการให้เร็วกว่านั้นก็ได้ มาตรา ๔๙ ในกรณีที่ โครงการหรือกิจการหรือการดําเนินการที่ต้องจัดทํารายงาน การประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมตามมาตรา ๔๘ เป็นโครงการหรือกิจการหรือการดําเนินการของ หน่วยงานของรัฐหรือหน่วยงานของรัฐดําเนินการร่วมกับเอกชนที่ต้องเสนอขอรับความเห็นชอบจาก คณะรัฐมนตรีตามระเบียบปฏิบัติของทางราชการ ให้หน่วยงานของรัฐซึ่งเป็นผู้รับผิดชอบโครงการหรือ กิจการหรือการดําเนินการนั้น จัดทํารายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมตั้งแต่ในระยะทําการศึกษา ความเหมาะสมของโครงการหรือกิจการหรือการดําเนินการ และเสนอต่อคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ เพื่อเสนอความเห็นประกอบการพิจารณาของคณะรัฐมนตรี ในการพิจารณาเสนอความเห็นของ คณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติให้มีความเห็นของคณะกรรมการผู้ชํานาญการประกอบการพิจารณาด้วย ในการพิจารณารายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมตามวรรคหนึ่ง คณะรัฐมนตรีอาจขอให้ บุคคลหรือสถาบันใดซึ่งมีความชํานาญหรือเชี่ยวชาญเก่ียวกับการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม ทําการศึกษาและเสนอรายงานหรือความเห็นเพื่อประกอบการพิจารณาด้วยก็ได้ กรณีโครงการหรือกิจการหรือการดําเนินการที่ต้องจัดทํารายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม ตามมาตรา ๔๘ เป็นโครงการหรือกิจการหรือการดําเนินการของหน่วยงานของรัฐที่ไม่ต้องเสนอขอรับ ความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรีหรือไม่ต้องได้รับอนุญาตตามกฎหมาย ให้หน่วยงานของรัฐซึ่งเป็นผู้รับผิดชอบ โครงการหรือกิจการหรือการดําเนินการนั้นจัดทําและเสนอรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเง่ือนไขที่กําหนดไว้ในมาตรา ๕๐ และมาตรา ๕๑/๑ ด้วยโดยอนุโลม หน้า ๓๓ เล่ม ๑๓๕ ตอนที่ ๒๗ ก ราชกิจจานุเบกษา ๑๙ เมษายน ๒๕๖๑ ในกรณีที่โครงการหรือกิจการหรือการดําเนินการที่ต้องจัดทํารายงานการประเมินผลกระทบ สิ่ งแวดล้อมตามวรรคหน่ึ งเป็นโครงการหรือกิจการหรือการดํ าเนินการด้ านการคมนาคมขนส่ ง การชลประทาน การป้องกันสาธารณภัย โรงพยาบาล หรือที่อยู่อาศัย ที่ มีความจําเป็นเร่งด่วน เพื่อประโยชน์สาธารณะ ในระหว่างที่รอผลการพิจารณารายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม หน่วยงานของรัฐซึ่งเป็นผู้รับผิดชอบโครงการหรือกิจการหรือการดําเนินการนั้น อาจเสนอคณะรัฐมนตรี เพื่ อพิจารณาอนุ มัติ ให้ดําเนินกระบวนการหรือขั้นตอนเพื่ อให้ ได้มาซึ่ งเอกชนที่ จะเป็นผู้ รับงานนั้น ไปพลางก่อนได้ แต่จะลงนามผูกพันในสัญญาหรือให้สิทธิกับเอกชนผู้นั้นไม่ได้ มาตรา ๕๐ ในกรณีที่ โครงการหรือกิจการหรือการดําเนินการที่ต้องจัดทํารายงาน การประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมตามมาตรา ๔๘ เป็นโครงการหรือกิจการหรือการดําเนินการที่จะต้อง ได้รับอนุญาตตามกฎหมายก่อนเร่ิมการก่อสร้างหรือดําเนินการ ให้ผู้ดําเนินการหรือผู้ขออนุญาตเสนอ รายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมต่อเจ้าหน้าที่ซึ่งมีอํานาจอนุญาตตามกฎหมายน้ัน และต่อ สํานักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมหรือหน่วยงานของรัฐตามที่คณะกรรมการ สิ่งแวดล้อมแห่งชาติมอบหมายให้ปฏิบัติหน้าที่แทน ในการเสนอรายงานดังกล่าวอาจจัดทําเป็นรายงาน ผลกระทบสิ่งแวดล้อมเบ้ืองต้นตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่รัฐมนตรีกําหนดตามมาตรา ๔๘ วรรคสอง ก็ได้ ให้เจ้าหน้าที่ซึ่งมีอํานาจอนุญาตตามกฎหมายรอการสั่งอนุญาตสําหรับโครงการหรือกิจการหรือ การดําเนินการตามวรรคหน่ึงไว้จนกว่ารายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมจะได้รับความเห็นชอบ หรือถือว่าได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการผู้ชํานาญการ และได้รับหนังสือแจ้งผลการพิจารณา รายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมดังกล่าวจากสํานักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและ สิ่งแวดล้อมหรือหน่วยงานของรัฐตามที่คณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติมอบหมายให้ปฏิบัติหน้าที่แทน ให้สํานักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมหรือหน่วยงานของรัฐ ตามท่ีคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติมอบหมายให้ปฏิบัติหน้าที่แทนตรวจสอบรายงานการประเมินผล กระทบส่ิงแวดล้อมและเอกสารท่ีเก่ียวข้องที่ เสนอมา หากเห็นว่ารายงานการประเมินผลกระทบ สิ่งแวดล้อมนั้นมิได้จัดทําให้ถูกต้องตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเง่ือนไขที่กําหนดไว้ในมาตรา ๔๘ วรรคสอง หรือวรรคสาม หรือมีเอกสารไม่ครบถ้วน ให้สํานักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อมหรือหน่วยงานของรัฐตามที่คณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติมอบหมายให้ปฏิบัติหน้าที่แทน หน้า ๓๔ เล่ม ๑๓๕ ตอนที่ ๒๗ ก ราชกิจจานุเบกษา ๑๙ เมษายน ๒๕๖๑ แจ้งให้ผู้ดําเนินการหรือผู้ขออนุญาตที่เสนอรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมทราบภายในสิบห้าวัน นับแต่วันที่ได้รับรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมนั้น ในกรณีที่สํานักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมหรือหน่วยงานของรัฐ ตามที่คณะกรรมการส่ิงแวดล้อมแห่งชาติมอบหมายให้ปฏิบัติหน้าที่แทนเห็นว่ารายงานการประเมินผล กระทบส่ิงแวดล้อมได้จัดทําถูกต้องและมีเอกสารครบถ้วน หรือได้มีการแก้ไขเพิ่มเติมให้ถูกต้องและ ครบถ้วนตามวรรคสามแล้ว ให้สํานักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมหรือ หน่วยงานของรัฐตามที่คณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติมอบหมายให้ปฏิบัติหน้าที่แทนพิจารณาเสนอ ความเห็นเบ้ืองต้นเก่ียวกับรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมดังกล่าวให้แล้วเสร็จภายในสามสิบวัน นับแต่วันที่ได้รับรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมนั้น เพื่อเสนอให้คณะกรรมการผู้ชํานาญการ พิจารณาต่อไป ในการดําเนินการตามมาตราน้ี สํานักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยความเห็นชอบของคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติอาจมอบหมายให้หน่วยงานของรัฐแห่งอื่น ปฏิบัติหน้าที่แทนได้ เว้นแต่โครงการหรือกิจการหรือการดําเนินการที่ต้องจัดทํารายงานการประเมินผล กระทบสิ่ งแวดล้อมตามวรรคหนึ่ ง เป็นโครงการหรือกิจการหรือการดําเนินการที่ อาจมีผลกระทบ ต่อทรัพยากรธรรมชาติ คุณภาพสิ่งแวดล้อม สุขภาพ อนามัย คุณภาพชีวิต หรือส่วนได้เสียสําคัญอื่นใด ของประชาชนหรือชุมชนหรือสิ่งแวดล้อมอย่างรุนแรง หรือเป็นโครงการหรือกิจการหรือการดําเนินการ ตามมาตรา ๔๙ วรรคสี่ ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่คณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติประกาศกําหนด ให้หน่วยงานของรัฐตามที่คณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติมอบหมายให้ปฏิบัติหน้าที่แทน ตามวรรคห้า รายงานผลการปฏิบัติงานและการพิจารณารายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมของ คณะกรรมการผู้ชํานาญการให้คณะกรรมการส่ิงแวดล้อมแห่งชาติทราบภายในระยะเวลา และตามหลักเกณฑ์ และวิธีการที่คณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติประกาศกําหนด มาตรา ๕๑ ให้คณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติแต่งตั้งคณะกรรมการผู้ชํานาญการ เพื่อทําหน้าที่พิจารณารายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม ซึ่งต้องประกอบด้วยผู้ทรงคุณวุฒิหรือ ผู้เชี่ยวชาญในสาขาวิชาการต่าง ๆ ที่เก่ียวข้อง และจะต้องมีเจ้าหน้าที่ซึ่งมีอํานาจอนุญาตในกิจการ อันเป็นสาระสําคัญสําหรับการดําเนินโครงการหรือกิจการหรือการดําเนินการนั้นตามกฎหมายร่วมเป็น กรรมการอยู่ด้วย หน้า ๓๕ เล่ม ๑๓๕ ตอนที่ ๒๗ ก ราชกิจจานุเบกษา ๑๙ เมษายน ๒๕๖๑ หลักเกณฑ์ วิธีการ และเง่ือนไขในการแต่งตั้งกรรมการผู้ชํานาญการตามวรรคหนึ่ง ให้เป็นไป ตามที่คณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติประกาศกําหนด ให้นําความในมาตรา ๑๖ และมาตรา ๑๗ มาใช้บังคับแก่การประชุมคณะกรรมการ ผู้ชํานาญการตามวรรคหน่ึงด้วยโดยอนุโลม มาตรา ๕๑/๑ ให้คณะกรรมการผู้ชํานาญการพิจารณารายงานการประเมินผลกระทบ สิ่งแวดล้อมให้แล้วเสร็จภายในสี่สิบห้าวันนับแต่วันที่ได้รับรายงานการประเมินผลกระทบส่ิงแวดล้อม จากสํานักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่ งแวดล้อมหรือหน่วยงานของรัฐตามที่ คณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติมอบหมายให้ปฏิบัติหน้าที่แทน ถ้าคณะกรรมการผู้ชํานาญการมิได้ พิจารณาให้แล้วเสร็จภายในกําหนดเวลาดังกล่าวให้ถือว่าคณะกรรมการผู้ชํานาญการให้ความเห็นชอบ ในกรณีที่คณะกรรมการผู้ชํานาญการไม่ให้ความเห็นชอบ ให้ผู้ดําเนินการหรือผู้ขออนุญาตแก้ไข เพิ่มเติมหรือจัดทํารายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมใหม่ตามแนวทาง รายละเอียด ประเด็น หรือหัวข้อที่คณะกรรมการผู้ชํานาญการกําหนดภายในหนึ่งร้อยแปดสิบวันนับแต่วันที่ได้รับแจ้งผล การพิจารณาของคณะกรรมการผู้ชํานาญการ มิฉะนั้นให้ถือว่าผู้ดําเนินการหรือผู้ขออนุญาตไม่ประสงค์ จะเสนอรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม และให้ถือว่าจบกระบวนการพิจารณารายงาน การประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม แต่ไม่ตัดสิทธิที่ผู้ดําเนินการหรือผู้ขออนุญาตจะเสนอรายงาน การประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมใหม่ตามมาตรา ๕๐ เม่ือผู้ดําเนินการหรือผู้ขออนุญาตได้เสนอรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมซึ่งได้ทํา การแก้ไขเพิ่มเติมหรือได้จัดทําใหม่แล้ว ให้คณะกรรมการผู้ชํานาญการพิจารณาให้แล้วเสร็จภายในสามสิบวัน นับแต่วันที่ได้รับรายงานดังกล่าว ถ้าคณะกรรมการผู้ชํานาญการมิได้พิจารณาให้แล้วเสร็จภายใน กําหนดเวลาดังกล่าว ให้ถือว่าคณะกรรมการผู้ชํานาญการให้ความเห็นชอบ ในกรณีคณะกรรมการผู้ชํานาญการไม่ให้ความเห็นชอบรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม ที่ เสนอตามวรรคสาม ให้ถือว่าจบกระบวนการพิจารณารายงานการประเมินผลกระทบสิ่ งแวดล้อม แต่ไม่ตัดสิทธิที่ ผู้ดําเนินการหรือผู้ขออนุญาตจะเสนอรายงานการประเมินผลกระทบสิ่ งแวดล้อมใหม่ ตามมาตรา ๕๐ ในกรณีที่คณะกรรมการผู้ชํานาญการให้ความเห็นชอบหรือไม่ให้ความเห็นชอบ ความเห็นของ คณะกรรมการผู้ชํานาญการให้เป็นที่สุด หน้า ๓๖ เล่ม ๑๓๕ ตอนที่ ๒๗ ก ราชกิจจานุเบกษา ๑๙ เมษายน ๒๕๖๑ มาตรา ๕๑/๒ เพื่อประโยชน์ในการพิจารณารายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม ตามมาตรา ๔๙ มาตรา ๕๐ และมาตรา ๕๑/๑ ให้กรรมการผู้ชํานาญการหรือพนักงานเจ้าหน้าที่ ซึ่งได้รับมอบหมายจากคณะกรรมการผู้ชํานาญการมีอํานาจตรวจสถานที่ที่เป็นที่ตั้งของโครงการหรือ กิจการหรือการดําเนินการที่เสนอรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมนั้นได้ โดยต้องกระทําต่อหน้า หรือด้วยความยินยอมของผู้ดําเนินการหรือผู้ขออนุญาต มาตรา ๕๑/๓ เม่ือคณะกรรมการผู้ชํานาญการให้ความเห็นชอบ หรือในกรณีที่ให้ถือว่า คณะกรรมการผู้ชํานาญการให้ความเห็นชอบตามมาตรา ๕๑/๑ แล้ว ให้เจ้าหน้าที่ซึ่งมีอํานาจอนุญาต ตามกฎหมายนํามาตรการตามที่เสนอไว้ในรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมไปกําหนดเป็นเง่ือนไข ในการสั่งอนุญาตหรือต่ออายุใบอนุญาต โดยให้ถือว่าเป็นเง่ือนไขที่กําหนดตามกฎหมายในเร่ืองนั้นด้วย ให้เจ้าหน้าที่ซึ่งมีอํานาจอนุญาตตามกฎหมายนํารายงานผลการปฏิบัติตามมาตรการในวรรคหนึ่ง ที่ผู้ดําเนินการหรือผู้ขออนุญาตต้องจัดทําตามมาตรา ๕๑/๕ ไปกําหนดเป็นเง่ือนไขในการส่ังอนุญาตหรือ ต่ออายุใบอนุญาตด้วย มาตรา ๕๑/๔ เพื่ อประโยชน์ ในการปฏิบัติตามมาตรา ๔๙ และมาตรา ๕๐ รัฐมนตรี โดยความเห็นชอบของคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติอาจกําหนดให้การจัดทํารายงานการประเมินผลกระทบ สิ่งแวดล้อมตามมาตรา ๔๘ ต้องจัดทําหรือได้รับการรับรองจากผู้รับใบอนุญาตเป็นผู้จัดทํารายงาน การประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม การขอและการออกใบอนุญาต คุณสมบัติของผู้รับใบอนุญาตเป็นผู้จัดทํารายงานการประเมินผล กระทบสิ่งแวดล้อม การต่ออายุใบอนุญาต การออกใบแทนใบอนุญาต และการสั่งพักใช้และ การเพิกถอนใบอนุญาต ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเง่ือนไขที่กําหนดในกฎกระทรวง มาตรา ๕๑/๕ เพื่อประโยชน์ในการติดตามตรวจสอบและพัฒนาระบบการประเมินผล กระทบสิ่งแวดล้อม ให้ผู้ดําเนินการหรือผู้ขออนุญาตที่ได้จัดทํารายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม ซึ่งได้รับอนุญาตให้ดําเนินการแล้ว จัดทํารายงานผลการปฏิบัติตามมาตรการที่กําหนดไว้ในรายงาน การประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม เสนอต่อเจ้าหน้าที่ซึ่งมีอํานาจอนุญาตอย่างน้อยปีละหน่ึงคร้ัง ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่ รัฐมนตรีโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการสิ่ งแวดล้อมแห่ งชาติ ประกาศกําหนด หน้า ๓๗ เล่ม ๑๓๕ ตอนที่ ๒๗ ก ราชกิจจานุเบกษา ๑๙ เมษายน ๒๕๖๑ ให้ เจ้ าหน้ าที่ ซึ่ งมี อํ านาจอนุญาตรวบรวมรายงานที่ ได้ รับตามวรรคหนึ่ งส่ งให้ สํ านั กงาน ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่ งแวดล้อมจังหวัดในเขตท้องที่ นั้ น หรือสํานักงานนโยบายและแผน ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมสําหรับในเขตกรุงเทพมหานคร ภายในหกสิบวันนับแต่วันได้รับรายงาน ให้สํานักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมรวบรวมรายงานตามวรรคสอง และจัดทํารายงานผลการปฏิ บัติตามมาตรการดังกล่าวพร้อมข้อเสนอแนะและความเห็นเสนอ ต่อคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติอย่างน้อยปีละหนึ่งคร้ัง ในกรณีที่ปรากฏว่าผู้ดําเนินการหรือผู้ขออนุญาตผู้ใดหลีกเลี่ยงหรือมิได้ปฏิบัติตามมาตรการ ที่กําหนดไว้ในรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมซึ่งเป็นเง่ือนไขในการสั่งอนุญาตหรือต่ออายุ ใบอนุญาตตามมาตรา ๕๑/๓ ให้สํานักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เสนอแนะหน่วยงานของรัฐหรือเจ้าหน้าที่ผู้มีอํานาจอนุญาตให้มีการดําเนินการทางกฎหมายเพื่อบังคับ ให้ผู้ดําเนินการ หรือผู้ขออนุญาตปฏิบัติตามมาตรการที่ได้กําหนดไว้ในรายงานการประเมินผลกระทบ สิ่งแวดล้อม ซึ่งเป็นเง่ือนไขในการสั่งอนุญาตหรือต่ออายุใบอนุญาตให้ถูกต้อง และให้หน่วยงานของรัฐ หรือเจ้าหน้าที่ผู้ มีอํานาจอนุญาต แล้วแต่กรณี แจ้งผลการดําเนินการให้สํานักงานนโยบายและ แผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมทราบภายในระยะเวลาเก้าสิบวัน มาตรา ๕๑/๖ รายงานการประ เมินผลกระทบสิ่ งแวดล้ อมที่ ได้ รับความ เห็ นจาก คณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติหรือได้ รับความเห็นชอบหรือถือว่าได้ รับความเห็นชอบจาก คณะกรรมการผู้ชํานาญการสามารถนําไปใช้เพื่อเสนอขอรับความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรีหรือ ประกอบการพิจารณาอนุญาตตามกฎหมายได้เป็นระยะเวลาห้าปีนับแต่วันที่สํานักงานนโยบายและ แผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมหรือหน่วยงานของรัฐตามที่คณะกรรมการส่ิงแวดล้อมแห่งชาติ มอบหมายให้ปฏิบัติหน้าที่แทนได้มีหนังสือแจ้งความเห็นของคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติหรือ ความเห็นชอบของคณะกรรมการผู้ชํานาญการ แล้วแต่กรณี ในกรณีที่ผู้ดําเนินการหรือผู้ขออนุญาตประสงค์จะนํารายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม ที่ได้รับความเห็นจากคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ หรือได้รับความเห็นชอบหรือถือว่าได้รับ ความเห็นชอบจากคณะกรรมการผู้ชํานาญการแล้ว เพื่อเสนอขอรับความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรี หรือ ประกอบการพิจารณาอนุญาตตามกฎหมายเม่ือพ้นระยะเวลาตามท่ีกําหนดในวรรคหน่ึง โครงการหรือ กิจการ หรือการดําเนินการที่จะดําเนินการนั้นจะต้องไม่มีการดัดแปลง ขยาย ต่อเติม เพิ่ม ลด หรือ หน้า ๓๘ เล่ม ๑๓๕ ตอนที่ ๒๗ ก ราชกิจจานุเบกษา ๑๙ เมษายน ๒๕๖๑ เปลี่ยนแปลงที่จะมีผลกระทบหรือทําให้เกิดความเสียหายต่อสิ่งแวดล้อมในพื้นที่และชุมชนเพิ่มขึ้น จากที่ระบุในรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมที่ได้รับความเห็นจากคณะกรรมการสิ่งแวดล้อม แห่งชาติ หรือได้รับความเห็นชอบหรือถือว่าได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการผู้ชํานาญการ หรือ จะต้องไม่เป็นโครงการหรือกิจการหรือการดําเนินการที่อาจมีผลกระทบต่อทรัพยากรธรรมชาติ คุณภาพ สิ่งแวดล้อม สุขภาพ อนามัย คุณภาพชีวิต หรือส่วนได้เสียสําคัญอื่นใดของประชาชนหรือชุมชนหรือ สิ่งแวดล้อมอย่างรุนแรง และผู้ดําเนินการหรือผู้ขออนุญาตต้องทบทวนมาตรการป้องกันและแก้ไข ผลกระทบสิ่งแวดล้อมในรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมที่ ได้ รับความเห็นหรือได้ รับ ความเห็นชอบ เสนอให้คณะกรรมการส่ิงแวดล้อมแห่งชาติหรือคณะกรรมการผู้ชํานาญการพิจารณาใหม่ แล้วแต่กรณี มาตรา ๕๑/๗ ให้คณะกรรมการผู้ชํานาญการได้รับเบ้ียประชุมตามที่กําหนดในพระราชกฤษฎีกา ในการพิจารณารายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมตามมาตรา ๔๙ และมาตรา ๕๑/๑ คณะกรรมการผู้ชํานาญการจะมอบหมายให้บุคคลหรือสถาบันใดได้ให้ความเห็นเพื่อประกอบการพิจารณา รายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมของคณะกรรมการผู้ชํานาญการโดยได้รับค่าตอบแทนตามที่กําหนด ในพระราชกฤษฎีกาก็ได้ บุคคลซึ่งได้รับมอบหมายจากคณะกรรมการผู้ชํานาญการตามวรรคสองจะต้องไม่เป็นข้าราชการ หรือเจ้าหน้าที่หรือบุคลากรในสังกัดสํานักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม หรือ หน่วยงานของรัฐตามที่คณะกรรมการส่ิงแวดล้อมแห่งชาติมอบหมายให้ปฏิบัติหน้าที่แทน แล้วแต่กรณี และมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามที่คณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติประกาศกําหนด รายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมที่คณะกรรมการผู้ชํานาญการจะมอบหมายให้บุคคล ตามวรรคสองเป็นผู้ให้ความเห็นประกอบการพิจารณาได้จะต้องเป็นรายงานการประเมินผลกระทบ สิ่งแวดล้อมสําหรับโครงการหรือกิจการหรือการดําเนินการของรัฐหรือที่รัฐจะอนุญาตให้ผู้ใดดําเนินการ ที่อาจมีผลกระทบต่อทรัพยากรธรรมชาติ คุณภาพสิ่งแวดล้อม สุขภาพ อนามัย คุณภาพชีวิต หรือ ส่วนได้เสียสําคัญอื่นใดของประชาชนหรือชุมชนหรือสิ่งแวดล้อมอย่างรุนแรง หรือมีความยุ่งยากซับซ้อน หรือมีการใช้เทคโนโลยีขั้นสูง หรือต้องใช้ความรู้ความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน ทั้งนี้ ตามท่ีคณะกรรมการ สิ่งแวดล้อมแห่งชาติประกาศกําหนด” หน้า ๓๙ เล่ม ๑๓๕ ตอนที่ ๒๗ ก ราชกิจจานุเบกษา ๑๙ เมษายน ๒๕๖๑ มาตรา ๖ ให้ยกเลิกความในมาตรา ๘๖ แห่งพระราชบัญญัติส่งเสริมและรักษาคุณภาพ สิ่งแวดล้อมแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๓๕ และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน “มาตรา ๘๖ ในการปฏิบัติหน้าที่ของพนักงานเจ้าหน้าที่ตามมาตรา ๖๕ และการปฏิบัติ หน้าที่ของเจ้าพนักงานควบคุมมลพิษตามมาตรา ๘๒ (๑) ให้ทําต่อหน้าเจ้าของหรือผู้ครอบครองสถานที่ หรือยานพาหนะ ถ้าหาบุคคลดังกล่าวไม่ได้ ให้ทําต่อหน้าบุคคลอ่ืนอย่างน้อยสองคน ซึ่งพนักงาน เจ้าหน้าที่หรือเจ้าพนักงานควบคุมมลพิษได้ขอร้องให้มาเป็นพยาน” มาตรา ๗ ให้ เพิ่ มความต่ อ ไปนี้ เป็ นมาตรา ๑๐๑ /๑ และมาตรา ๑๐๑ /๒ แห่งพระราชบัญญัติส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๓๕ “มาตรา ๑๐๑/๑ ผู้ดํ าเนินการหรือผู้ ขออนุญาตผู้ ใด ก่อสร้างหรือดําเนินโครงการหรือ กิจการก่อนที่รายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมตามมาตรา ๔๘ จะได้รับความเห็นชอบหรือถือว่า ได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการผู้ชํานาญการ ต้องระวางโทษปรับไม่เกินหนึ่งล้านบาท และ ปรับอีกไม่เกินวันละหนึ่งแสนบาทตลอดระยะเวลาที่ไม่ได้ปฏิบัติให้ถูกต้องหรือหยุดการกระทํานั้น ถ้าการกระทําความผิดตามวรรคหน่ึงเป็นการก่อสร้างหรือดําเนินการในโครงการหรือกิจการหรือ การดําเนินการใดที่อาจมีผลกระทบต่อทรัพยากรธรรมชาติ คุณภาพสิ่งแวดล้อม สุขภาพ อนามัย คุณภาพชีวิต หรือส่วนได้เสียสําคัญอื่นใดของประชาชนหรือชุมชนหรือสิ่งแวดล้อมอย่างรุนแรง ผู้กระทําต้องระวางโทษ หนักกว่าโทษที่กฎหมายบัญญัติในวรรคหน่ึงก่ึงหนึ่ง มาตรา ๑๐๑/๒ ผู้ดําเนินการหรือผู้ขออนุญาตผู้ใดไม่นําส่งรายงานผลการปฏิบัติตามมาตรการ ที่กําหนดไว้ในรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมตามมาตรา ๕๑/๕ วรรคหน่ึง ต้องระวางโทษ ปรับไม่เกินหนึ่งล้านบาท” มาตรา ๘ ให้ เพิ่ มความต่ อ ไปนี้ เป็ นมาตรา ๑๑๐ /๑ และมาตรา ๑๑๐ /๒ แห่งพระราชบัญญัติส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๓๕ “มาตรา ๑๑๐/๑ ให้รัฐมนตรีมีอํานาจแต่งตั้งคณะกรรมการเปรียบเทียบในเขตกรุงเทพมหานคร และในส่วนภูมิภาคได้ตามความเหมาะสม คณะกรรมการเปรียบเทียบแต่ละคณะให้มีจํานวนสามคน และต้องแต่งตั้งจากผู้แทนสํานักงาน อัยการสูงสุด ผู้แทนสํานักงานตํารวจแห่งชาติ และผู้แทนกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยมีวาระการดํารงตําแหน่งคราวละสองปี แต่เม่ือพ้นจากตําแหน่งแล้วอาจได้รับแต่งตั้งอีกได้ หน้า ๔๐ เล่ม ๑๓๕ ตอนที่ ๒๗ ก ราชกิจจานุเบกษา ๑๙ เมษายน ๒๕๖๑ การพ้นจากตําแหน่งก่อนวาระ การประชุม และวิธีพิจารณาของคณะกรรมการเปรียบเทียบ ให้เป็นไปตามที่รัฐมนตรีประกาศกําหนด มาตรา ๑๑๐/๒ บรรดาความผิดตามพระราชบัญญั ตินี้ ที่ มี โทษป รับสถานเดียวห รือ เป็นความผิดที่มีโทษปรับหรือจําคุกไม่เกินสองปี ให้คณะกรรมการเปรียบเทียบมีอํานาจเปรียบเทียบได้ ในกรณีที่พนักงานสอบสวน เจ้าพนักงานควบคุมมลพิษ หรือพนักงานเจ้าหน้าที่พบว่าบุคคลใด กระทําความผิดตามวรรคหนึ่ง และบุคคลนั้นยินยอมให้เปรียบเทียบ ให้พนักงานสอบสวน เจ้าพนักงาน ควบคุมมลพิษ หรือพนักงานเจ้าหน้าที่ แล้วแต่กรณี ส่งเร่ืองให้คณะกรรมการเปรียบเทียบภายในเจ็ดวัน นับแต่วันที่บุคคลนั้นแสดงความยินยอมให้เปรียบเทียบ เม่ือผู้ต้องหาได้ชําระค่าปรับตามจํานวนที่ เป รียบเทียบภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ มี การเปรียบเทียบแล้ว ให้ถือว่าคดีเลิกกันตามบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา” มาตรา ๙ ให้ยกเลิก ๑. ของอัตราค่าธรรมเนียมท้ายพระราชบัญญัติส่งเสริมและ รักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๓๕ มาตรา ๑๐ ให้ยกเลิกความใน ๒. ของอัตราค่าธรรมเนียมท้ายพระราชบัญญัติส่งเสริม และรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๓๕ และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน “๒. ใบอนุญาตเป็นผู้จัดทํารายงาน ปีละ ๕,๐๐๐ บาท” การประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม มาตรา ๑๑ ให้เพิ่มความต่อไปนี้เป็น ๗. ของอัตราค่าธรรมเนียมท้ายพระราชบัญญัติ ส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๓๕ “๗. การต่ออายุใบอนุญาต คร้ังละเท่ากับค่าธรรมเนียม ใบอนุญาต” มาตรา ๑๒ ให้คณะกรรมการผู้ชํานาญการพิจารณารายงานการวิเคราะห์ผลกระทบ สิ่งแวดล้อมซึ่งคณะกรรมการส่ิงแวดล้อมแห่งชาติแต่งตั้งขึ้นตามพระราชบัญญัติส่งเสริมและรักษาคุณภาพ สิ่งแวดล้อมแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๓๕ ปฏิบัติหน้าที่ต่อไปจนกว่าจะมีการแต่งตั้งคณะกรรมการผู้ชํานาญการ พิจารณารายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมตามพระราชบัญญัติส่งเสริมและรักษาคุณภาพ สิ่งแวดล้อมแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๓๕ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัตินี้ หน้า ๔๑ เล่ม ๑๓๕ ตอนที่ ๒๗ ก ราชกิจจานุเบกษา ๑๙ เมษายน ๒๕๖๑ มาตรา ๑๓ บรรดารายงานการวิเคราะห์ผลกระทบส่ิงแวดล้อมสําหรับโครงการหรือ กิจการตามพระราชบัญญัติส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๓๕ ที่ได้ย่ืนไว้ก่อน วันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ และยังอยู่ในระหว่างการพิจารณา ให้ถือว่าเป็นรายงานการประเมินผล กระทบสิ่งแวดล้อมตามพระราชบัญญัติส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๓๕ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัตินี้ และให้ดําเนินการต่อไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กําหนด ตามพระราชบัญญัติส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๓๕ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติม โดยพระราชบัญญัตินี้ ให้รายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อมสําหรับโครงการหรือกิจการตามพระราชบัญญัติ ส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๓๕ ที่คณะกรรมการผู้ชํานาญการพิจารณา รายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อมได้ให้ความเห็นชอบ หรือถือได้ว่าให้ความเห็นชอบ หรือ ที่คณะกรรมการส่ิงแวดล้อมแห่งชาติได้ให้ความเห็นแล้ว สามารถนําไปใช้เพื่อเสนอขอรับความเห็นชอบ จากคณะรัฐมนตรีหรือประกอบการพิจารณาอนุญาตตามกฎหมายได้ ภายในระยะเวลาห้าปีนับแต่วันที่ พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ มาตรา ๑๔ โครงการหรือกิจการที่ ได้ รับความยินยอมจากสํานักงานนโยบายและ แผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมให้ปฏิบัติตามมาตรการที่กําหนด โดยได้รับการยกเว้นไม่ต้อง จัดทํารายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อมตามพระราชบัญญัติส่งเสริมและรักษาคุณภาพ สิ่งแวดล้อมแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๓๕ ก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ ให้โครงการหรือกิจการนั้นสามารถ ดําเนินการต่อไปได้ โดยต้องปฏิบัติตามมาตรการที่ได้แสดงความยินยอมนําไปปฏิบัติและส่งรายงานผล การปฏิบัติตามมาตรการที่กําหนดตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กําหนดตามพระราชบัญญัติส่งเสริมและ รักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๓๕ มาตรา ๑๕ ให้ผู้รับใบอนุญาตเป็นผู้มีสิทธิทํารายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม ตามพระราชบัญญัติส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๓๕ เป็นผู้รับใบอนุญาตเป็น ผู้จัดทํารายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมตามพระราชบัญญัติส่งเสริมและรักษาคุณภาพ สิ่งแวดล้อมแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๓๕ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัตินี้ได้ต่อไปจนกว่าใบอนุญาตจะสิ้นอายุ มาตรา ๑๖ บรรดาคําขอรับใบอนุญาตเป็นผู้มีสิทธิทํารายงานการวิเคราะห์ผลกระทบ สิ่งแวดล้อมตามพระราชบัญญัติส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๓๕ ที่ได้ย่ืนไว้ หน้า ๔๒ เล่ม ๑๓๕ ตอนที่ ๒๗ ก ราชกิจจานุเบกษา ๑๙ เมษายน ๒๕๖๑ ก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ ให้ถือว่าเป็นคําขอรับใบอนุญาตเป็นผู้จัดทํารายงานการประเมินผล กระทบสิ่งแวดล้อมตามพระราชบัญญัติส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๓๕ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัตินี้ และให้พิจารณาดําเนินการตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเง่ือนไข ที่บัญญัติไว้ในพระราชบัญญัติส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๓๕ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติม โดยพระราชบัญญัตินี้ ทั้งนี้ การใดที่ได้ดําเนินการไปตามขั้นตอนโดยชอบตามพระราชบัญญัติส่งเสริมและ รักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๓๕ แล้ว ให้ถือว่าดําเนินการโดยชอบตามพระราชบัญญัติ ส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๓๕ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัตินี้ มาตรา ๑๗ บรรดากฎกระทรวง ข้อบังคับ ระเบียบ ประกาศ หรือคําสั่งที่ออก ตามพระราชบัญญัติส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๓๕ เฉพาะที่เก่ียวกับ การจัดทํารายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม ที่ใช้บังคับอยู่ในวันก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้ ใช้บังคับ ให้ยังคงใช้บังคับได้ต่อไปเพียงเท่าที่ไม่ขัดหรือแย้งกับพระราชบัญญัติส่งเสริมและรักษาคุณภาพ สิ่งแวดล้อมแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๓๕ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัตินี้จนกว่าจะมีพระราชกฤษฎีกา กฎกระทรวง หรือประกาศ ตามพระราชบัญญัติส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๓๕ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ การดําเนินการออกพระราชกฤษฎีกา กฎกระทรวง หรือประกาศตามพระราชบัญญัตินี้ ให้ดําเนินการให้แล้วเสร็จภายในเก้าสิบวันนับแต่วันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ หากไม่สามารถดําเนินการได้ ให้รัฐมนตรีรายงานเหตุผลที่ไม่อาจดําเนินการได้ต่อคณะรัฐมนตรีเพื่อทราบ มาตรา ๑๘ ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมรักษาการ ตามพระราชบัญญัตินี้ ผู้รับสนองพระราชโองการ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี หน้า ๔๓ เล่ม ๑๓๕ ตอนที่ ๒๗ ก ราชกิจจานุเบกษา ๑๙ เมษายน ๒๕๖๑ หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับน้ี คือ โดยที่พระราชบัญญัติส่งเสริมและ รักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๓๕ บัญญัติให้การจัดทํารายงานการวิเคราะห์ผลกระทบ สิ่งแวดล้อมสําหรับโครงการหรือกิจการที่อาจก่อให้เกิดผลกระทบต่อชุมชนอย่างรุนแรงทั้งทางด้านคุณภาพ สิ่งแวดล้อม ทรัพยากรธรรมชาติและสุขภาพ ให้เป็นตามที่กําหนดในประกาศกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและ สิ่งแวดล้อม อันเป็นการไม่สอดคล้องกับมาตรา ๕๘ และมาตรา ๒๗๘ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ซึ่งบัญญัติให้มีการจัดทํากฎหมายท่ีจําเป็นเพ่ือกําหนดให้การดําเนินการใดของรัฐหรือที่รัฐจะอนุญาตให้ผู้ใด ดําเนินการ ถ้าการน้ันอาจมีผลกระทบต่อทรัพยากรธรรมชาติ คุณภาพสิ่งแวดล้อม สุขภาพ อนามัย คุณภาพชีวิต หรือส่วนได้เสียสําคัญอ่ืนใดของประชาชนหรือชุมชนหรือสิ่งแวดล้อมอย่างรุนแรง ต้องดําเนินการ ให้มีการศึกษาและประเมินผลกระทบต่อคุณภาพสิ่งแวดล้อมและสุขภาพของประชาชนหรือชุมชน และจัดให้มี การรับฟังความคิดเห็นของผู้มีส่วนได้เสียและประชาชนและชุมชนท่ีเก่ียวข้องก่อน เพ่ือนํามาประกอบ การพิจารณาดําเนินการหรืออนุญาตตามกฎหมาย ประกอบกับกระบวนการและขั้นตอนการจัดทํา การเสนอ และการพิจารณารายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อมตามที่กําหนดไว้ในพระราชบัญญัติดังกล่าว เป็นหลักเกณฑ์การปฏิบัติที่ ได้ใช้บังคับเป็นเวลานานแล้ว และในปัจจุบันไม่สอดคล้องกับสภาวการณ์ ที่เปลี่ยนแปลงไป สมควรปรับปรุงบทบัญญัติเก่ียวกับการจัดทํารายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม และระบบการ วิ เค ราะ ห์ ผลกระทบสิ่ งแ วดล้ อม ให้ ส อดคล้ อ ง กั บบท บัญญั ติ ขอ งรั ฐ ธรรม นูญ แห่งราชอาณาจักรไทย และเพ่ือให้มีมาตรฐานอันเป็นที่ยอมรับและได้รับความเช่ือมั่นจากทุกภาคส่วน ในการดํารงไว้ซึ่งการรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรธรรมชาติควบคู่ไปกับการพัฒนาประเทศอย่างสมดุล จึงจําเป็นต้องตราพระราชบัญญัติน้ี