Ministerial Regulation on Labour Protection in Sea Fishery Work, 2022
颁布于 2022-02-23 · 文本截至 2026-10-01
以研究形式发布的公开法律与官方指引,不构成法律、税务或金融建议。
研究内容本身以英文撰写。标题和标签已翻译,调查结果和引文未翻译。
关于这部法律
- 原标题
- กฎกระทรวง คุ้มครองแรงงานในงานประมงทะเล พ.ศ. ๒๕๖๕.
- 语言
- Thai
- 类型
- 条例
- 组织
- Mekong River Commission (MRC)
- 国家
- 泰国
- 主题
- Fisheries and aquaculture
- 关键词
- child labour, enforcement/compliance, fishing vessel, human rights, inspection, labour, marine fisheries, social protection, youth
在哪里阅读
该法律没有记录来源链接。
文本
所收录的法律原文,按条款排列。每个条款都有自己的链接。
กฎกระทรวง คุ้มครองแรงงานในงานประมงทะเล พ.ศ. ๒๕๖๕ อาศัยอ านาจตามความในมาตรา ๖ วรรคหนึ่ง และมาตรา ๒๒ แห่งพระราชบัญญัตคิุ้มครอง แรงงาน พ.ศ. ๒๕๔๑ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานออกกฎกระทรวงไว้ ดังต่อไปนี้ ข้อ ๑ ให้ยกเลิก (๑) กฎกระทรวงคุ้มครองแรงงานในงานประมงทะเล พ.ศ. ๒๕๕๗ (๒) กฎกระทรวงคุ้มครองแรงงานในงานประมงทะเล (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๖๑ ข้อ ๒ ในกฎกระทรวงนี้ “งานประมงทะเล” หมายความว่า งานหรือการกระท าอื่นใดที่เกี่ยวข้องกับการท าการประมง ในทะเลโดยใช้เรือประมงหรือเรืออื่นที่เกี่ยวข้องกับการท าประมง “เรือประมง” หมายความว่า เรือที่ใช้ส าหรับงานประมงทะเล “นายจ้าง” หมายความว่า นายจ้างตามกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองแรงงาน และให้หมายความ รวมถึงเจ้าของเรือประมงซึ่งใช้หรือยอมให้บุคคลอื่นใช้เรือประมงนั้นท างานประมงทะเลเพ่ือแบ่งปัน ผลประโยชน์กัน แต่มิให้หมายความรวมถึงเจ้าของเรือประมงซึ่งให้ผู้อื่นเช่าเรือประมงเพ่ือประกอบ กิจการงานประมงทะเลโดยตนเองไม่มีส่วนเกี่ยวข้องด้วย “ทะเล” หมายความว่า ทะเลตามกฎหมายว่าด้วยการประมง “ค่าจ้าง” หมายความว่า ค่าจ้างตามกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองแรงงาน และให้หมายความ รวมถึงเงินส่วนแบ่งที่นายจ้างตกลงจ่ายให้แก่ลูกจ้างตามมูลค่าสัตว์น้ าที่จับได้ “คนประจ าเรือ” หมายความว่า คนประจ าเรือตามกฎหมายว่าด้วยการประมง “ท าการประมงนอกน่านน้ าไทย” หมายความว่า การท าการประมงในทะเลนอกน่านน้ าไทย ตามกฎหมายว่าด้วยการประมง ้หนา ๖ ่เลม ๑๓๙ ตอนที่ ๑๖ ก ราชกิจจานุเบกษา ๑๐ มีนาคม ๒๕๖๕ ข้อ ๓ การคุ้มครองแรงงานในงานประมงทะเลให้เป็นไปตามที่ก าหนดไว้ในกฎกระทรวงนี้ เว้นแต่การคุ้มครองแรงงานตามบทบัญญัติหมวด ๑ บททั่วไป มาตรา ๗ มาตรา ๘ มาตรา ๙ มาตรา ๑๐ มาตรา ๑๑ มาตรา ๑๑/๑ มาตรา ๑๒ มาตรา ๑๓ มาตรา ๑๔ มาตรา ๑๔/๑ มาตรา ๑๕ มาตรา ๑๖ มาตรา ๑๗ มาตรา ๑๗/๑ มาตรา ๑๘ มาตรา ๑๙ มาตรา ๒๐ และมาตรา ๒๑ หมวด ๕ ค่าจ้าง ค่าล่วงเวลา ค่าท างานในวันหยุด และค่าล่วงเวลาในวันหยุด มาตรา ๗๖ และมาตรา ๗๗ หมวด ๖ คณะกรรมการค่าจ้าง มาตรา ๘๙ หมวด ๑๒ การยื่นค าร้อง และการพิจารณาค าร้อง มาตรา ๑๒๓ มาตรา ๑๒๔ มาตรา ๑๒๔/๑ มาตรา ๑๒๕ และมาตรา ๑๒๕/๑ หมวด ๑๓ กองทุนสงเคราะห์ลูกจ้าง มาตรา ๑๓๔ มาตรา ๑๓๕ มาตรา ๑๓๖ และมาตรา ๑๓๗ หมวด ๑๔ พนักงานตรวจแรงงาน มาตรา ๑๓๙ มาตรา ๑๔๐ มาตรา ๑๔๑ และมาตรา ๑๔๒ และหมวด ๑๕ การส่งหนังสือ มาตรา ๑๔๓ ให้นายจ้างและลูกจ้างปฏิบัติตามพระราชบัญญัติ คุ้มครองแรงงาน พ.ศ. ๒๕๔๑ ข้อ ๔ ห้ามจ้างลูกจ้างซึ่งมีอายุต่ ากว่าสิบแปดปีท างานในเรือประมง ข้อ ๕ เจ้าของเรือหรือผู้ควบคุมเรืออาจให้ผู้สืบสันดานหรือบุตรบุญธรรมซึ่งมีสัญชาติไทย และมีอายุไม่ต่ ากว่าสิบหกปีที่ได้รับหนังสือรับรองให้ฝึกงานตามกฎหมายว่าด้วยการเดินเรือในน่านน้ าไทย เพ่ือฝึกงานด้านการท าการประมงจ านวนล าละไม่เกินหนึ่งคน ทั้งนี้ การฝึกงานดังกล่าวให้เป็นไป ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่อธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานและอธิบดีกรมเจ้าท่า ประกาศก าหนด ข้อ ๖ ให้นายจ้างจัดให้ลูกจ้างมีเวลาพักไม่น้อยกว่าสิบชั่วโมง ในระยะเวลาการท างาน ยี่สิบสี่ชั่วโมง และไม่น้อยกว่าเจ็ดสิบเจ็ดชั่วโมง ในระยะเวลาการท างานเจ็ดวัน และจัดท าหลักฐาน เวลาพักไว้ เพื่อให้พนักงานตรวจแรงงานตรวจสอบ ในกรณีฉุกเฉินหรือจ าเป็น นายจ้างอาจให้ลูกจ้างท างานในเวลาพักได้โดยต้องจัดให้มีเวลาพัก ชดเชยโดยเร็วและให้จัดท าหลักฐานเวลาพักไว้ ข้อ ๗ ให้นายจ้างจัดท าสัญญาจ้างเป็นหนังสือที่มีข้อความถูกต้องตรงกันจ านวนสองฉบับ โดยมอบให้ลูกจ้างเก็บไว้หนึ่งฉบับ เพื่อให้พนักงานตรวจแรงงานตรวจสอบ สัญญาจ้างตามวรรคหนึ่ง ให้เป็นไปตามแบบที่อธิบดีประกาศก าหนด ซึ่งอย่างน้อยต้องจัดท า เป็นภาษาไทยและภาษาที่ลูกจ้างซึ่งเป็นคนต่างด้าวเข้าใจได้ ข้อ ๘ กรณีเรือประมงที่ออกไปท าการประมงนอกน่านน้ าไทยเกินหนึ่งปี ให้นายจ้าง น าลูกจ้างซึ่งเป็นคนประจ าเรือกลับเข้ามาในราชอาณาจักรเพ่ือให้พนักงานตรวจแรงงานตรวจสอบ สภาพการจ้างและสภาพการท างานของลูกจ้างปีละหนึ่งครั้ง นับแต่วันที่น าเรือออกท าการประมง ทั้งนี้ ้หนา ๗ ่เลม ๑๓๙ ตอนที่ ๑๖ ก ราชกิจจานุเบกษา ๑๐ มีนาคม ๒๕๖๕ ก่อนน าเรือท าการประมงในรอบถัดไปนายจ้างต้องจัดให้ลูกจ้างมีเวลาพักผ่อนตามที่ตกลงกัน แต่ต้องไม่น้อยกว่าสิบสี่วันและไม่ให้นับเวลาเดินทางเป็นเวลาพักผ่อน ข้อ ๙ ในกรณีที่นายจ้างมีลูกจ้างตั้งแต่สิบคนขึ้นไป ให้นายจ้างจัดท าทะเบียนลูกจ้างเป็น ภาษาไทยเก็บไว้ ณ สถานที่ท างานของนายจ้างและลูกจ้าง เพื่อให้พนักงานตรวจแรงงานตรวจสอบ ทะเบียนลูกจ้างตามวรรคหนึ่ง ให้เป็นไปตามแบบที่อธิบดีประกาศก าหนด ให้นายจ้างเก็บรักษาทะเบียนลูกจ้างไวไ้ม่นอ้ยกวา่สองปีนบัแตว่นัสิ้นสุดการจ้างลูกจ้างแต่ละราย ในกรณีที่นายจ้างจัดให้มีรายชื่อคนประจ าเรือตามกฎหมายว่าด้วยการเดินเรือในน่านน้ าไทยแล้ว ให้ถือว่านายจ้างได้จัดท าทะเบียนลูกจ้างแล้ว ข้อ ๑๐ ให้นายจ้างจัดท าเอกสารเกี่ยวกับการจ่ายค่าจ้างและค่าท างานในวันหยุดตามแบบ ที่อธิบดีประกาศก าหนดซึ่งอย่างน้อยต้องจัดท าเป็นภาษาไทยและภาษาที่ลูกจ้างซึ่งเป็นคนต่างด้าวเข้าใจได้ และเก็บไว้ ณ สถานที่ท างานของนายจ้างและลูกจ้าง เพ่ือให้พนักงานตรวจแรงงานตรวจสอบ โดยอย่างน้อยต้องมีรายการ ดังต่อไปนี้ (๑) ชื่อตัวและชื่อสกุล (๒) ต าแหน่งหน้าที่ในงานประมงทะเล (๓) อัตราค่าจ้างและค่าท างานในวันหยุดที่นายจ้างตกลงจ่ายให้แก่ลูกจ้างและจ านวนค่าจ้าง และค่าท างานในวันหยุดที่ลูกจ้างแต่ละคนได้รับ เมื่อมีการจ่ายค่าจ้างและค่าท างานในวันหยุดให้แก่ลูกจ้าง ให้นายจ้างจัดให้ลูกจ้างลงลายมือชื่อ ในเอกสารตามวรรคหนึ่งไว้เป็นหลักฐาน ให้นายจา้งเก็บรักษาเอกสารตามวรรคหนึ่งไว้ไม่น้อยกว่าสองปีนับแต่วันจ่ายเงิน ข้อ ๑๑ ในกรณีที่มีการยื่นค าร้องว่านายจ้างไม่ปฏิบัติตามกฎกระทรวงนี้หรือมีข้อพิพาท ตามกฎหมายเกี่ยวกับแรงงาน หรือเมื่อมีการฟ้องร้องคดี ให้นายจ้างเก็บรักษาทะเบียนลูกจ้างและ เอกสารเกี่ยวกับการจ่ายค่าจ้างและค่าท างานในวันหยุดไว้จนกว่าจะมีค าสั่งหรือค าพิพากษาถึงที่สุด เกี่ยวกับเรื่องดังกล่าว ข้อ ๑๒ ให้นายจ้างจ่ายค่าจ้าง ค่าท างานในวันหยุด หรือเงินที่นายจ้างมีหน้าที่ต้องจ่าย ตามกฎกระทรวงนี้ให้ถูกต้องและตามก าหนดเวลาที่ตกลงกันแต่ให้จ่ายเดือนหนึ่งไม่น้อยกว่าหนึ่งครั้ง ในกรณีที่เป็นเงินส่วนแบ่งที่นายจ้างตกลงจ่ายให้แก่ลูกจ้างตามมูลค่าสัตว์น้ าที่จับได้ ให้จ่าย ตามก าหนดเวลาที่ตกลงกัน แต่ต้องไม่เกินสามเดือนต่อหนึ่งครั้ง ข้อ ๑๓ ให้นายจ้างก าหนดค่าจ้างให้แก่ลูกจ้างเป็นค่าจ้างรายเดือน โดยให้ลูกจ้างได้รับค่าจ้าง ไม่น้อยกว่าอัตราค่าจ้างขั้นต่ ารายวันตามที่คณะกรรมการค่าจ้างประกาศก าหนดคูณด้วยสามสิบ ้หนา ๘ ่เลม ๑๓๙ ตอนที่ ๑๖ ก ราชกิจจานุเบกษา ๑๐ มีนาคม ๒๕๖๕ ข้อ ๑๔ ให้นายจ้างจ่ายค่าจ้างและค่าท างานในวันหยุดให้แก่ลูกจ้างผ่านบัญชีธนาคาร ของลูกจ้าง โดยนายจ้างเป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายในการโอนเงินเข้าบัญชีธนาคารของลูกจ้าง กรณีลูกจ้างประสงค์จะให้นายจ้างโอนเงินตามวรรคหนึ่งให้แก่บุคคลในครอบครัว ให้นายจ้าง ด าเนินการตามที่ลูกจ้างร้องขอตามที่ก าหนดไว้ในสัญญาจ้าง โดยนายจ้างเป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายในการโอนเงิน และเมื่อบุคคลดังกล่าวได้รับเงินตามที่โอน ให้ถือว่านายจ้างได้จ่ายค่าจ้างและค่าท างานในวันหยุดให้กับ ลูกจ้างแล้ว บุคคลในครอบครัวตามวรรคสอง ได้แก่ บุพการี ผู้สืบสันดาน คู่สมรส หรือบุตรบุญธรรม ข้อ ๑๕ ให้นายจ้างจัดให้ลูกจ้างมีวันหยุดประจ าปีในปีหนึ่งไม่น้อยกว่าสามสิบวัน ทั้งนี้ ให้นายจ้างเป็นผู้ก าหนดล่วงหน้าหรือก าหนดตามที่นายจ้างและลูกจ้างตกลงกัน โดยให้ลูกจ้างได้รับ ค่าจ้างไม่น้อยกว่าอัตราค่าจ้างขั้นต่ า เว้นแต่ในกรณีที่นายจ้างตกลงจ่ายค่าจ้างในอัตราที่สูงกว่า ก็ให้เป็นไปตามข้อตกลงนั้น ถ้านายจ้างให้ลูกจ้างท างานในวันหยุดประจ าปีตามวรรคหนึ่ง ให้นายจ้างจ่ายค่าท างาน ในวันหยุดแก่ลูกจ้างเพิ่มขึ้นอีกไม่น้อยกว่าหนึ่งเท่าของค่าจ้างตามวรรคหนึ่ง ข้อ ๑๖ ลูกจ้างมีสิทธิลาป่วยได้เท่าที่ป่วยจริง และให้นายจ้างจ่ายค่าจ้างให้แก่ลูกจ้างในวันลาปว่ย เท่ากับค่าจ้างในวันท างานตลอดระยะเวลาที่ลา แต่ปีหนึ่งต้องไม่เกินสามสิบวันท างาน ข้อ ๑๗ ในกรณีที่ลูกจ้างตกค้างอยู่ในต่างประเทศเนื่องจากการท างานให้แก่นายจ้าง ให้นายจ้างจ่ายเงินให้แก่ลูกจ้างไม่น้อยกว่าร้อยละห้าสิบของอัตราค่าจ้างขั้นต่ าตลอดเวลาที่ลูกจ้างตกค้าง อยู่ในต่างประเทศ เว้นแต่ในกรณีที่นายจ้างตกลงจ่ายค่าจ้างในอัตราที่สูงกว่า ให้ใช้อัตราค่าจ้าง ตามข้อตกลงนั้นเป็นฐานในการค านวณ ข้อ ๑๘ ให้นายจ้างจัดให้มีอาหารและน้ าดื่มที่มีคุณภาพถูกสุขลักษณะและมีปริมาณที่เพียงพอ ให้เหมาะสมกับการท างานและระยะเวลาการใช้ชีวิตบนเรือประมง ให้นายจ้างจัดให้มียาและเวชภัณฑ์ที่จ าเป็นส าหรับการปฐมพยาบาลเบื้องต้นที่เหมาะสมกับ การปฏิบัติงานบนเรือประมง โดยให้ค านึงถึงจ านวนลูกจ้างและระยะเวลาการใช้ชีวิตบนเรือประมง กรณีนายจ้างมีเรือประมงที่มีขนาดตั้งแต่หกสิบตันกรอสส์ขึ้นไป ต้องจัดให้มีห้องส้วม ตามกฎหมายว่าด้วยการประมง ในกรณีที่นายจ้างจัดให้มีอาหาร น้ าดื่ม ยา เวชภัณฑ์ และห้องส้วมตามกฎหมายว่าด้วย การประมงแล้ว ให้ถือว่านายจ้างได้ด าเนินการตามข้อนี้แล้ว ข้อ ๑๙ ให้นายจ้างซึ่งท าการประมงนอกน่านน้ าไทย จัดให้มีอุปกรณ์หรือระบบการสื่อสาร ผ่านดาวเทียมที่รองรับการส่งข้อความได้ไม่ต่ ากว่าสิบเมกะไบต์ (MB) หรือรองรับการสนทนาด้วยเสียง ้หนา ๙ ่เลม ๑๓๙ ตอนที่ ๑๖ ก ราชกิจจานุเบกษา ๑๐ มีนาคม ๒๕๖๕ ไม่น้อยกว่าสิบห้านาทีต่อคนต่อเดือน อย่างใดอย่างหนึ่ง เพ่ือให้ลูกจ้างบนเรือสามารถเข้าถึงและใช้ใน การติดต่อหรือประสานงานกับเจ้าหน้าที่หรือหน่วยงานของรัฐ สามี ภริยาหรือญาติได้ตลอดเวลา โดยให้นายจ้างเป็นผู้ออกค่าใช้จ่าย กรณีที่อุปกรณ์หรือระบบการสื่อสารผ่านดาวเทียมตามวรรคหนึ่งไม่สามารถใช้งานได้ ให้นายจ้างจัดหาอุปกรณ์อื่นทดแทนจนกว่าจะซ่อมแซมหรือแก้ไขอุปกรณ์หรือระบบการสื่อสารผ่านดาวเทียม ให้ใช้งานได้ตามปกติ ให้นายจ้างจัดให้มีเอกสารที่แสดงหมายเลขโทรศัพท์ของกรมประมงและของหน่วยช่วยเหลือ คนประจ าเรือ (Seafarer Help) ที่กรมประมงก าหนดไว้ ภายในบริเวณที่สามารถมองเห็นได้อย่างชัดเจน เพื่อให้ลูกจ้างสามารถที่จะร้องเรียน หรือติดต่อประสานงานเจ้าหน้าที่ได้ การจัดอุปกรณ์สื่อสารตามวรรคหนึ่ง ให้จัดไว้ในบริเวณที่พักของลูกจ้างที่ลูกจ้างสามารถใช้งาน ได้สะดวก ข้อ ๒๐ ให้นายจ้างให้ความรู้แก่ลูกจ้างเกี่ ยวกับสภาพการท างาน การใช้ เครื่องมือ สุขภาพอนามัยสภาพความเป็นอยู่บนเรือ และอุปกรณ์ความปลอดภัยบนเรือ ก่อนการท างาน กรณีที่นายจ้างให้ความรู้แก่ลูกจ้างเกี่ยวกับการใช้เครื่องมือ เครื่องใช้ อุปกรณ์ประจ าเรือ และความปลอดภัยในการท างานบนเรือประมงตามกฎหมายว่าด้วยการประมงแล้ว ให้ถือว่านายจ้าง ได้ด าเนินการตามวรรคหนึ่งแล้ว ข้อ ๒๑ ในกรณีที่นายจ้างได้ท าสัญญาจ้างและทะเบียนลูกจ้างในงานประมงทะเล ตามกฎกระทรวงคุ้มครองแรงงานในงานประมงทะเล พ.ศ. ๒๕๕๗ ซึ่งแก้ไขเพ่ิมเติมโดยกฎกระทรวง คุ้มครองแรงงานในงานประมงทะเล (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๖๑ ไว้แล้วก่อนวันที่กฎกระทรวงนี้ใช้บังคับ ให้ถือว่านายจ้างได้จัดท าสัญญาจ้างและทะเบียนลูกจ้างตามกฎกระทรวงนี้แล้ว และให้จัดท าสัญญาจ้าง และทะเบียนลูกจ้างตามหลักเกณฑ์ที่ก าหนดไว้ในกฎกระทรวงนี้เมื่อสิ้นสุดระยะเวลาที่ก าหนดไว้ใน สัญญาจ้างเดิมและจะมีการจ้างลูกจ้างใหม่ ให้ไว ้ ณ วนัที่ 23 กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๖5 สุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ้หนา ๑๐ ่เลม ๑๓๙ ตอนที่ ๑๖ ก ราชกิจจานุเบกษา ๑๐ มีนาคม ๒๕๖๕ หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ โดยที่กฎกระทรวงคุ้มครองแรงงาน ในงานประมงทะเล พ.ศ. ๒๕๕๗ ซึ่งแก้ไขเพ่ิมเติมโดยกฎกระทรวงคุ้มครองแรงงานในงานประมงทะเล (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๖๑ มีบทบัญญัติบางประการไม่สอดคล้องกับสภาพการจ้างงานและสภาพการท างานในเรือประมง ในปัจจุบัน ประกอบกับมีการออกกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองแรงงานในงานประมงเพ่ือยกมาตรฐาน การคุ้มครองแรงงานในภาคการประมงให้เป็นมาตรฐานสากล อันเป็นการป้องกันและแก้ไขปัญหา การใช้แรงงานประมงที่ผิดกฎหมายและการค้ามนุษย์ด้านแรงงานซึ่งเป็นนโยบายส าคัญและเร่งด่วนของรัฐบาล จึงจ าเป็นต้องออกกฎกระทรวงนี้ ้หนา ๑๑ ่เลม ๑๓๙ ตอนที่ ๑๖ ก ราชกิจจานุเบกษา ๑๐ มีนาคม ๒๕๖๕