跳到主要内容
Nelum
泰国的法律

Local Administrative Organization Decentralization Plan and Procedure Act B.E. 2542

颁布于 1999-11-17 · 文本截至 2026-10-01

以研究形式发布的公开法律与官方指引,不构成法律、税务或金融建议。

研究内容本身以英文撰写。标题和标签已翻译,调查结果和引文未翻译。

关于这部法律

语言
Thai
类型
法令
组织
Mekong River Commission (MRC)
国家
泰国
主题
General
关键词
governance, inspection, institution, local government, monitoring, policy/planning

在哪里阅读

文本

所收录的法律原文,按条款排列。每个条款都有自己的链接。

  1. พระราชบัญญัติ กาหนดแผนและขั้นตอนการกระจายอานาจ ให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น พ.ศ. ๒๕๔๒ ภูมิพลอดุลยเดช ป.ร. ให้ไว ้ ณ วันที่ ๑๑ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๔๒ เป็ นปี ที่ ๕๔ ในรัชกาลปัจจุบ ัน พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศว่า โดยที่เป็ นการสมควรมีกฎหมายว่าด้วยการกาหนดแผนและขั้นตอนการกระจายอานาจให้แก่องค์กรป กครองส่วนท้องถิ่ น ้ ้โดยคาแนะนาและยินยอมของรัฐสภา จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตราพระราชบัญญัติขึนไว ดังต่อไปนี้ มาตรา ๑ พระราชบัญญัตินี้เรียกว่า ้ “พระราชบัญญัติกาหนดแผนและขันตอนการกระจายอ านาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น พ.ศ. ๒๕๔๒” มาตรา ๒[1] พระราชบัญญัติน้ีให้ใช ้บังคับตังแต่ ้ ว ันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุ เบกษาเป็ นต้นไป มาตรา ๓ บรรดากฎหมาย กฎ และข ้อบังคับใด ๆ ในส่วนที่มีบ ัญ ญัติไว ้แล้วในพระราชบัญญัติน้ี หรือซึ่งขัดหรือแย้งกับบทแห่งพระราชบัญญัตินี้ ให้ใช ้พระราชบัญญัตินี้แทน มาตรา ๔ ในพระราชบัญญัตินี้ “องค์กรปกครองส่วนท้อ งถิ่น” หมายความว่า องค์การบริหารส่วนจังหวัด เทศบาล องค์การบริหารส่วนตาบล กรุงเทพมหานคร เมืองพัทยา และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่ นอื่นที่มีกฎหมายจัดตัง้ “คณะกรรมการ” หมายความว่า คณะกรรมการการกระจายอานาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้อ งถิ่น “กรรมการ” หมายความว่า กรรมการการกระจายอานาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น

  2. “รัฐมนตรี” หมายความว่า รัฐมนตรีผู ้ร ักษาการตามพระราชบัญญัติน้ี มาตรา ๕ ให้นายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยรักษาการตามพระราชบัญญัตินี้ ทั้งนี้ ในส่วนที่เกี่ยวกับอานาจและหน้าที่ของตน และมีอานาจออกกฎกระทรวง และระเบียบเพื่อปฏิบ ัติการตามพระราชบัญญัติน้ี กฎกระทรวงและระเบียบนั้น เมื่อได้ประกาศในราชกิจจานุ เบกษาแล้วให้ใช ้บังคับได้ หมวด ๑ คณะกรรมการการกระจายอานาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่ น มาตรา ๖ ให้มีคณะกรรมการคณะหนึ่งเรียกว่า “คณะกรรมการการกระจายอานาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่ น” ประกอบด้วย (๑) นายกรัฐมนตรีหรือรองนายกรัฐมนตรีซ ่ึงนายกรัฐมนตรีมอบหมายเป็ นประธาน (๒) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ปลัดกระทรวงมหาดไทย ปลัดกระทรวงการคลัง ปลัดกระทรวงศึก ษาธิการ ปลัดกระทรวงสาธารณสุข เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา เลขาธิการ ก.พ. เลขาธิการคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ผู ้อานวยการสานักงบประมาณ และอธิบดีกรมการปกครอง (๓) ผู ้แทนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่ นจานวนสิบสองคน ประกอบด้วยผู ้บริหารองค์การบริหารส่วนจังหวัดสองคน ผู ้บริหารเทศบาลสามคน ผู ้บริหารองค์การบริหารส่วนตาบลห้าคน และผู ้บริหารกรุงเทพมหานคร ผู ้บริหารเมืองพัทยาหรือผู ้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นอื่ นที่มีกฎหมายจัดตังขึ ้ นรวมสองคน ้ ้ ้ ทังนี โดยให้ผู ้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่ นแต่ล ะประเภทเลือกกันเองตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่นายกรัฐมนตรีกาหนด

  3. (๔) ผู ้ทรงคุณวุฒิจานวนสิบสองคน ่ ความรู ้ความเชียวชาญในด้ ประกอบด้วยบุคคลซึงมี ่ านการบริหารราชการแผ่นดิน ด้านการพัฒนาท้องถิ่น ด้านเศรษฐศาสตร ์ ด้านการปกครองส่วนท้องถิ่ นในสาขารัฐศาสตร ์หรือรัฐประศาสนศาสตร ์ และด้านกฎหมาย ทั้งนี้ การสรรหาผู ้ทรงคุณวุฒิให้เป็ นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่นายกรัฐมนตรีกาหนด ให้ห ัวหน้าสานักงานคณะกรรมการการกระจายอานาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเป็ นเลขานุ กา รคณะกรรมการ มาตรา ๗ กรรมการผู ้ทรงคุณวุฒิต ้องมีคุณสมบัติและไม่มีล ักษณะต้องห้าม ดังต่อไปนี้ (๑) มีส ัญชาติไทย (๒) มีอายุไม่ต่ากว่าสามสิบห้าปี บริบูรณ์ (๓) ไม่เป็ นข ้าราชการซึ่งมีตาแหน่ งหรือเงินเดือนประจา พนักงานหรือลูกจ ้างของหน่ วยราชการ หน่ วยงานของรัฐ รัฐวิสาหกิจ หรือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เว ้นแต่เป็ นผู ้สอนในสถาบันอุดมศึก ษาของรัฐ (๔) ไม่เป็ นผู ้ดารงตาแหน่ งทางการเมือง (๕) ไม่เป็ นสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู ้บริหารท้องถิ่น (๖) ไม่เป็ นเจ ้าหน้าที่หรือผู ้มีตาแหน่ งใด ๆ ในพรรคการเมือง มาตรา ๘ กรรมการตามมาตรา ๖ (๓) พ้นจากตาแหน่ งเมื่อลาออก โดยยื่นหนังสื อลาออกต่อประธานกรรมการหรือพ้นจากการเป็ นผู ้บริหารท้องถิ่น มาตรา ๙ กรรมการตามมาตรา ๖ (๔) มีวาระอยู่ในตาแหน่ งคราวละสี่ปี และอาจได้ร ับสรรหาเป็ นกรรมการอีกได้ไม่เกินสองวาระติดต่อกัน ถ้ากรรมการตามวรรคหนึ่งว่างลง ให้สรรหากรรมการแทน และให้ผู ้ซ ึ่งได้ร ับสรรหาอยู่ในตาแหน่ งเท่ากับระยะเวลาที่เหลืออยู่ของผู ้ซ ึ่งตนแทน ในระหว่างที่ยังมิได้สรรหากรรมการแทนตาแหน่ งที่ว่างตามวรรคสอง และยังมีกรรมการเหลืออยู่เกินกึ่งหนึ่ง ให้กรรมการที่เหลืออยู่ปฏิบ ัติห น้าที่ต่อไปได้

  4. มาตรา ๑๐ นอกจากการพ้นจากตาแหน่ งตามวาระ กรรมการผู ้ทรงคุณวุฒิพ ้นจากตาแหน่ ง เมื่อ (๑) ตาย (๒) ลาออกโดยยื่นหนังสือลาออกต่อประธานกรรมการ (๓) เป็ นบุคคลล้มละลาย (๔) เป็ นคนไร ้ความสามารถหรือคนเสมือนไร ้ความสามารถ (๕) ขาดคุณสมบัติหรือมีล ักษณะต้องห้ามตามมาตรา ๗ (๖) ได้ร ับโทษจาคุกโดยคาพิพากษาถึงที่สุดให้จาคุก มาตรา ๑๑ การประชุมของคณะกรรมการต้องมีกรรมการมาประชุมไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจานวนกรรมการทั้งหมดจึงจะเป็ นองค์ประ ชุม ในการประชุม ถ้าประธานกรรมการไม่อยู่ในที่ประชุมหรือไม่สามารถปฏิบ ัติหน้าที่ได้ ให้ที่ประชุมเลือกกรรมการคนหนึ่ งทาหน้าที่เป็ นประธานในที่ประชุม การวินิจฉัยชี ้ขาดให้ถือเสียงข ้างมาก กรรมการคนหนึ่งให้มีเสียงหนึ่งในการลงคะแนน ถ้าคะแนนเสียงเท่ากัน ให้ประธานในที่ประชุมออกเสียงเพิ่มขึนอี ้ กเสียงหนึ่งเป็ นเสียงชีขาด ้ มาตรา ๑๒ ให้คณะกรรมการมีอานาจและหน้าที่ ดังต่อไปนี้ (๑) จัดทาแผนการกระจายอานาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและแผนปฏิบ ัติการเพื่อขอความเห็นชอบจากคณะรัฐมน ตรีและรายงานต่อรัฐสภา (๒) กาหนดการจัดระบบการบริการสาธารณะตามอานาจและหน้าที่ระหว่างรัฐกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่ น และระหว่างองค์กรปกครองส่ว นท้องถิ่ นด้วยกันเอง (๓) ปรับปรุงสัดส่วนภาษีและอากร และรายได้ระหว่างรัฐกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และระหว่างองค์กรปกครองส่ว นท้องถิ่ นด้วยกันเอง โดยคานึงถึงภาระหน้าที่ของรัฐกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่ น และระหว่างองค์กรปกครองส่ว นท้องถิ่ นด้วยกันเองเป็ นสาคัญ

  5. (๔) กาหนดหลักเกณฑ์และขั้นตอนการถ่ายโอนภารกิจจากราชการส่วนกลางและราชการส่วนภูมิภาคให้แก่องค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่น (๕) ประสานการถ่ายโอนข ้าราชการ ข ้าราชการส่วนท้องถิ่น และพนักงานรัฐวิสาหกิจระหว่างส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นกับคณะกรรมการ พนักงานส่วนท้องถิ่นหรือหน่ วยงานที่เกี่ยวข ้อง เพื่อให้สอดคล้องกับการกาหนดอานาจและหน้าที่ การจัดสรรภาษีและอากร เงินอุดหนุ น เงินงบประมาณที่ราชการส่วนกลางโอนให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่ น และการถ่ายโอนภารกิจตาม (๒) (๓) และ (๔) (๖) เสนอแนะต่อคณะรัฐมนตรีใ ห้มีการกระจายอานาจการอนุ ม ัติหรือการอนุ ญาตตามที่มีกฎหมายบัญญัติให้ต ้องขออนุ ม ัติห รือขออนุ ญาตไปให้อ งค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น โดยคานึงถึงความสะดวก รวดเร็วในการให้บริการประชาชน และการกากับดูแลให้เป็ นไปตามกฎหมายนั้น ๆ เป็ นสาคัญ (๗) เสนอแนะมาตรการด้านการเงิน การคลัง การภาษีอากร การงบประมาณและการรักษาวินัยทางการเงิน การคลังขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (๘) เสนอแนะการตราพระราชบัญญัติ พระราชกฤษฎีกา ออกกฎกระทรวง ประกาศ ข ้อบังคับ ระเบียบ และคาสั่งที่จาเป็ นเพื่อดาเนินการให้เป็ นไปตามแผนการกระจายอานาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่ นต่อคณะรัฐมนต รี (๙) เร่งรัดให้มีการตราพระราชกฤษฎีกา ออกกฎกระทรวง ประกาศ ข ้อบังคับ ระเบียบ และคาสั่งที่จาเป็ นเพื่อดาเนินการให้เป็ นไปตามแผนการกระจายอานาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่ น (๑๐) เสนอแนะต่อคณะรัฐมนตรีใ นการจัดสรรเงินงบประมาณที่จัดสรรเพิ่มขึนให้ ้ แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่ น เนื่องจากการถ่ายโอนภารกิจจากส่วนกลาง

  6. (๑๑) พิจารณาหลักเกณฑ์การจัดสรรเงินอุดหนุ นให้แก่ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่ นตามความจาเป็ น (๑๒) เสนอแนะและจัดระบบตรวจสอบและการมีส่วนร่วมของประชาชนในท้องถิ่น (๑๓) เสนอความเห็นต่อนายกรัฐมนตรีเพื่อพิจารณาสั่งการในกรณีท่ีปรากฏว่าส่วนราชการหรือรัฐวิสาหกิจไม่ดาเนินการตาม แผนการกระจายอานาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่ น (๑๔) เสนอรายงานเกี่ยวกับการกระจายอานาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่ นต่อคณะรัฐมนตรี อย่างน้อยปี ละหนึงครัง้ ่ (๑๕) ออกประกาศกาหนดตามที่กาหนดไว ้ในพระราชบัญญัติน้ี (๑๖) ปฏิบ ัติการอื่นตามที่กาหนดไว ้ในพระราชบัญญัติน้ีและกฎหมายอื่น ประกาศของคณะกรรมการตาม (๑๕) เมื่อได้ประกาศในราชกิจจานุ เบกษาแล้วให้ใช ้บังคับได้ ้ มาตรา ๑๓ คณะกรรมการอาจแต่งตังคณะอนุ กรรมการเพื่อดาเนินการใด ๆ ตามที่คณะกรรมการมอบหมายได้ ให้นาบทบัญ ญัติมาตรา ๑๑ มาใช ้บังคับกับการประชุมของคณะอนุ กรรมการโดยอนุ โลม มาตรา ๑๔ ในการปฏิบ ัติหน้าที่ตามพระราชบัญญัตินี้ ให้คณะกรรมการมีอานาจออกคาสั่งเป็ นหนังสือเรียกให้ส่วนราชการ หน่ วยงานของรัฐ รัฐวิสาหกิจ และเจ ้าหน้าที่ของรัฐ ส่งข ้อมูลหรือเอกสารใด ๆ ที่เกี่ยวข ้องมาเพื่อใช ้ประกอบการพิจารณาได้ ในการนี้ อาจเรียกบุคคลใด ๆ มาชี ้แจงด้วยก็ได้ มาตรา ๑๕ ให้มีสานักงานคณะกรรมการการกระจายอานาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่ นในสานักงานปลัด สานักนายกรัฐมนตรี โดยมีอานาจและหน้าที่ดังต่อไปนี้ (๑) รับผิดชอบงานธุรการของคณะกรรมการ (๒) รวบรวมข ้อมูล ศึกษา และวิเคราะห์เกี่ยวกับการกระจายอานาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่ น ่ และข ้อมูลต่าง ๆ เกียวกับงานของคณะกรรมการ

  7. (๓) ร่วมมือและประสานงานกับราชการส่วนกลาง ราชการส่วนภูมิภาค องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และรัฐวิสาหกิจ เพื่อดาเนินการให้เป็ นไปตามพระราชบัญญัตินี้ (๔) ติดตามและประเมินผลการปฏิบ ัติตามแผนตามที่คณะกรรมการมอบหมาย (๕) ปฏิบ ัติหน้าทีอืนตามที่กฎหมายกาหนดให้เป็ นหน้าที่ของสานักงานคณะกรรมการการกระจายอานาจให้แก่องค์กรปกครอ ่ ่ งส่วนท้องถิ่ น หรือตามที่คณะกรรมการมอบหมาย หมวด ๒ การกาหนดอานาจและหน้าที่ในการจัดระบบการบริการสาธารณะ มาตรา ๑๖ ให้เทศบาล เมืองพัทยา และองค์การบริหารส่วนตาบลมีอานาจและหน้าที่ในการจัดระบบการบริการสาธารณะเพื่อประโยชน์ของประชาชนในท้อง ถิ่นของตนเองดังนี้ (๑) การจัดทาแผนพัฒนาท้องถิ่นของตนเอง (๒) การจัดให้มีและบารุงรักษาทางบก ทางน้า และทางระบายน้า (๓) การจัดให้มีและควบคุมตลาด ท่าเทียบเรือ ท่าข ้าม และที่จอดรถ (๔) การสาธารณู ปโภคและการก่อสร ้างอื่น ๆ (๕) การสาธารณู ปการ (๖) การส่งเสริม การฝึ ก และประกอบอาชีพ (๗) การพาณิชย์ และการส่งเสริมการลงทุน (๘) การส่งเสริมการท่องเที่ยว (๙) การจัดการศึกษา (๑๐) การสังคมสงเคราะห์ และการพัฒนาคุณภาพชีวิตเด็ก สตรี คนชรา และผู ้ด ้อยโอกาส (๑๑) การบารุงรักษาศิลปะ จารีตประเพณี ภูมิปัญญาท้องถิ่น และวัฒนธรรมอันดีของท้องถิ่น (๑๒) การปรับปรุงแหล่งชุมชนแออัดและการจัดการเกี่ยวกับที่อยู่อาศัย (๑๓) การจัดให้มีและบารุงรักษาสถานที่พักผ่อนหย่ อนใจ (๑๔) การส่งเสริมกีฬา (๑๕) การส่งเสริมประชาธิปไตย ความเสมอภาค และสิทธิเสรีภาพของประชาชน

  8. (๑๖) ส่งเสริมการมีส่วนร่วมของราษฎรในการพัฒนาท้องถิ่น (๑๗) การรักษาความสะอาดและความเป็ นระเบียบเรียบร ้อยของบ้านเมือ ง (๑๘) การกาจัดมูลฝอย สิ่งปฏิกูล และน้าเสีย (๑๙) การสาธารณสุข การอนามัยครอบครัว และการรักษาพยาบาล (๒๐) การจัดให้มีและควบคุมสุสานและฌาปนสถาน (๒๑) การควบคุมการเลี ้ยงสัตว ์ (๒๒) การจัดให้มีและควบคุมการฆ่าสัตว ์ (๒๓) การรักษาความปลอดภัย ความเป็ นระเบียบเรียบร ้อย และการอนามัย โรงมหรสพ และสาธารณสถานอื่น ๆ (๒๔) การจัดการ การบารุงรักษา และการใช ้ประโยชน์จากป่ าไม ้ ที่ดิน ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (๒๕) การผังเมือง (๒๖) การขนส่งและการวิศวกรรมจราจร (๒๗) การดูแลรักษาที่สาธารณะ (๒๘) การควบคุมอาคาร (๒๙) การป้ องกันและบรรเทาสาธารณภัย (๓๐) การรักษาความสงบเรียบร ้อย การส่งเสริมและสนับสนุ นการป้ องกันและรัก ษาความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิ น (๓๑) กิจการอื่นใดที่เป็ นผลประโยชน์ของประชาชนในท้องถิ่นตามที่คณะกรรมการประกาศกาหนด มาตรา ๑๗ ภายใต้บ ังคับมาตรา ๑๖ ให้องค์การบริหารส่วนจังหวัดมีอานาจและหน้าที่ในการจัดระบบบริการสาธารณะเพื่อประโยชน์ของประชาชนในท้องถิ่ น ของตนเอง ดังนี้ (๑) การจัดทาแผนพัฒนาท้องถิ่นของตนเอง และประสานการจัดทาแผนพัฒนาจังหวัดตามระเบียบที่คณะรัฐมนตรีกาหนด (๒) การสนับสนุ นองค์กรปกครองส่วนท้อ งถิ่นอื่ นในการพัฒนาท้องถิ่ น (๓) การประสานและให้ความร่วมมือในการปฏิบ ัติหน้าที่ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นอื่ น (๔) การแบ่งสรรเงินซึ่งตามกฎหมายจะต้องแบ่งให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่ นอื่น

  9. (๕) การคุ ้มครอง ดูแล และบารุงรักษาป่ าไม ้ ที่ดิน ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (๖) การจัดการศึกษา (๗) การส่งเสริมประชาธิปไตย ความเสมอภาค และสิทธิเสรีภาพของประชาชน (๘) การส่งเสริมการมีส่วนร่วมของราษฎรในการพัฒนาท้องถิ่น (๙) การส่งเสริมการพัฒนาเทคโนโลยีที่เหมาะสม (๑๐) การจัดตั้งและดูแลระบบบาบัดน้าเสียรวม (๑๑) การกาจัดมูลฝอยและสิ่งปฏิกูลรวม (๑๒) การจัดการสิ่งแวดล้อมและมลพิษต่าง ๆ (๑๓) การจัดการและดูแลสถานีขนส่ง ทั้งทางบกและทางน้า (๑๔) การส่งเสริมการท่องเที่ยว (๑๕) การพาณิชย์ การส่งเสริมการลงทุน และการทากิจการไม่ว่าจะดาเนินการเองหรือร่วมกับบุคคลอื่นหรือจากสหการ (๑๖) การสร ้างและบารุงรักษาทางบกและทางน้าที่เชือมต่ ่ อระหว่างองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นอื่ น ้ (๑๗) การจัดตังและดู แลตลาดกลาง (๑๘) การส่งเสริมการกีฬา จารีตประเพณี และวัฒนธรรมอันดีงามของท้องถิ่น (๑๙) การจัดให้มีโรงพยาบาลจังหวัด การรักษาพยาบาล การป้ องกันและควบคุมโรคติดต่อ (๒๐) การจัดให้มีพิพิธภัณฑ์และหอจดหมายเหตุ (๒๑) การขนส่งมวลชนและการวิศวกรรมจราจร (๒๒) การป้ องกันและบรรเทาสาธารณภัย (๒๓) การจัดให้มีระบบรักษาความสงบเรียบร ้อยในจังหวัด (๒๔) จัดทากิจการใดอันเป็ นอานาจและหน้าที่ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่ นอื่นที่ อยู่ในเขต และกิจการนั้นเป็ นการสมควรให้องค์กรปกครองส่วนท้อ งถิ่นอื่ นร่วมกันดาเนินการหรือให้อ งค์การบริหารส่วนจังหวัดจัด ้ ้ ตามที่คณะกรรมการประกาศกาหนด ทา ทังนี (๒๕) สนับสนุ นหรือช่วยเหลือส่วนราชการ หรือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นอื่ นในการพัฒนาท้องถิ่น

  10. (๒๖) การให้บริการแก่เอกชน ส่วนราชการ หน่ วยงานของรัฐ รัฐวิสาหกิจหรือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นอื่น (๒๗) การสังคมสงเคราะห์ และการพัฒนาคุณภาพชีวิตเด็ก สตรี คนชรา และผู ้ด ้อยโอกาส (๒๘) จัดทากิจการอื่นใดตามที่กาหนดไว ้ในพระราชบัญญัตินี้หรือกฎหมายอื่นกาหนดให้เป็ นอานาจและหน้าที่ขององค์การบริ หารส่วนจังหวัด (๒๙) กิจการอื่นใดที่เป็ นผลประโยชน์ของประชาชนในท้องถิ่ นตามที่คณะกรรมการประกาศกาหนด มาตรา ๑๘ ให้กรุงเทพมหานครมีอานาจและหน้าที่ในการจัดระบบบริการสาธารณะเพื่อประโยชน์ของประชาชนในท้องถิ่นของตนเอง ตามมาตรา ๑๖ และมาตรา ๑๗ มาตรา ๑๙ ให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่ นอื่นที่มีกฎหมายกาหนดให้เป็ นองค์กรปกครองส่วนท้อ งถิ่นรูปแบบพิเศษไม่เต็มพื ้นที่จังหวัด มีอานาจและหน้าที่ในการจัดระบบบริการสาธารณะเพื่อประโยชน์ของประชาชนในท้องถิ่นของตนเองตามมาตรา ๑๖ ให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่ นอื่นที่มีกฎหมายกาหนดให้เป็ นองค์กรปกครองส่วนท้อ งถิ่นรูปแบบพิเศษ เต็มพื ้นที่จังหวัด มีอานาจและหน้าที่ในการจัดระบบบริการสาธารณะเพื่อประโยชน์ของประชาชนในท้องถิ่นของตนเองตามมาตรา ๑๖ และมาตรา ๑๗ มาตรา ๒๐ ในกรณีทีกฎหมายบัญญัติให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่ นมีอานาจและหน้าที่เกี่ยวกับการให้บริการสาธารณะอย่างเดียวกั ่ นหรือคล้ายคลึงกัน ให้คณะกรรมการมีอานาจกาหนดว่าองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมีอานาจและหน้าที่รับผิดชอบในส่วนใด มาตรา ๒๑ บรรดาอานาจและหน้าที่ที่อยู่ในความรับผิดชอบของรัฐตามกฎหมาย รัฐอาจมอบอานาจและหน้าที่ให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นดาเนินการแทนได้ ในการดาเนินงานตามอานาจและหน้าที่ที่ระบุ ไว ้ในมาตรา ๑๖ มาตรา ๑๗ มาตรา๑๘ และมาตรา ๑๙ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นอาจร่วมมือกันดาเนินการหรืออาจร ้องขอให้ร ัฐหรือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นอื่ น แล้วแต่กรณี ดาเนินการแทนได้

  11. มาตรา ๒๒ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่ นอาจมอบให้เอกชนดาเนินการตามอานาจและหน้าที่แทนได้ ทังนี ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่กาหนดในกฎกระทรวง ้ ้ หมวด ๓ การจัดสรรสัดส่วนภาษีและอากร มาตรา ๒๓ เทศบาล เมืองพัทยา และองค์การบริหารส่วนตาบลอาจมีรายได้จากภาษีอากร ค่าธรรมเนียม และเงินรายได้ ดังต่อไปนี้ (๑) ภาษีโรงเรือนและที่ดิ นตามกฎหมายว่าด้วยภาษีโรงเรือนและที่ดิน (๒) ภาษีบารุงท้องที่ตามกฎหมายว่าด้วยภาษีบารุงท้องที่ (๓) ภาษีป้ายตามกฎหมายว่าด้วยภาษีป้าย (๔) ภาษีมูลค่าเพิมตามประมวลรัษฎากรที่ได้ร ับการจัดสรรในอัตราซึงเมื ่ ่ ่อรวมกับการจัดสรรตามมาตรา ๒๔ (๓) และมาตรา ๒๕ (๖) แล้วไม่เกินร ้อยละสามสิบของภาษีมูลค่าเพิ่มที่จัดเก็บได้ห ักส่วนที่ต้องจ่ายคืนแล้ว โดยเป็ นหน้าที่ของกรมสรรพากรที่จะจัดเก็บ (๕) ภาษีธุรกิจเฉพาะตามประมวลรัษฎากร โดยออกข ้อบัญญัติจ ัดเก็บเพิ่มขึ ้นในอัตราซึ่งเมื่อรวมกับอัตราตามมาตรา ๒๔ (๔) แล้วไม่เกินร ้อยละสามสิบของอัตราภาษีท่ีจัดเก็บตามประมวลรัษฎากร โดยเป็ นหน้าที่ของกรมสรรพากรที่จะจัดเก็บ (๖) ภาษีสรรพสามิตตามกฎหมายว่าด้วยภาษีสรรพสามิต ภาษีสุราตามกฎหมายว่าด้วยสุรา และค่าแสตมป์ ยาสูบตามกฎหมายว่าด้วยยาสูบ ซึ่งเก็บจากการค้าในเขตเทศบาล เมืองพัทยา และองค์การบริหารส่วนตาบล โดยออกข ้อบัญญัติจ ัดเก็บเพิ่มขึ ้นในอัตราไม่เกินร ้อยละสามสิบของอัตราภาษีที่กรมสรรพสามิตจัดเก็บ และให้ถือเป็ นภาษีและค่าแสตมป์ ตามกฎหมายว่าด้วยการนั้น โดยเป็ นหน้าที่ของกรมสรรพสามิตที่จะจัดเก็บ ้ นเพิ่มตามกฎหมายว่าด้วยรถยนต์ (๗) ภาษีและค่าธรรมเนียมรถยนต์ รวมทังเงิ ภาษีรถตามกฎหมายว่าด้วยการขนส่งทางบก และค่าธรรมเนียมล้อเลื่อนตามกฎหมายว่าด้วยล้อเลื่อน

  12. (๘) ภาษีการพนันตามกฎหมายว่าด้วยการพนัน (๙) ภาษีเพื่อการศึกษาตามกฎหมายว่าด้วยการศึกษาแห่งชาติ (๑๐) อากรการฆ่าสัตว ์และผลประโยชน์อ่ืนอันเกิดจากการฆ่าสัตว ์ตามกฎหมายว่าด้วยการควบคุมการฆ่าสัตว ์และจาหน่ ายเนื้อ สัตว ์ (๑๑) อากรรังนกอีแอ่นตามกฎหมายว่าด้วยอากรรังนกอีแอ่ น (๑๒) ค่าภาคหลวงแร่ตามกฎหมายว่าด้วยแร่หลังจากหักส่งเป็ นรายได้ของรัฐในอัตราร ้อยละสี่สิบแล้ว ดังต่อไปนี้ (ก) องค์การบริหารส่วนตาบลหรือเทศบาลที่มีพืนที ้ ่ครอบคลุมพืนที ้ ่ตามประทานบัตร ให้ได้ร ับการจัดสรรในอัตราร ้อยละยี่สิบของเงินค่าภาคหลวงแร่ที่จัดเก็บได้ภายในเขต (ข) องค์การบริหารส่วนตาบลและเทศบาลอื่นที่อยู่ภายในจังหวัดที่มีพืนที ้ ่ครอบคลุมพืนที ้ ่ ตามประทานบัตร ให้ได้ร ับการจัดสรรในอัตราร ้อยละสิบของเงินค่าภาคหลวงแร่ที่จัดเก็บได้ภายในเขต (ค) องค์การบริหารส่วนตาบลและเทศบาลในจังหวัดอื่น ให้ได้ร ับการจัดสรรในอัตราร ้อยละสิบของเงินค่าภาคหลวงแร่ท่ีจัดเก็บได้ภายในเขต (๑๓) ค่าภาคหลวงปิ โตรเลียมตามกฎหมายว่าด้วยปิ โตรเลียมหลังจากหักส่งเป็ นรายได้ของรัฐในอัตราร ้อยละสี่สิบแล้ว ดังต่อไปนี้ (ก) องค์การบริหารส่วนตาบลหรือเทศบาลที่มีพืนที ้ ่ครอบคลุมพืนที ้ ่ตามสัมปทาน ให้ได้ร ับการจัดสรรในอัตราร ้อยละยี่สิบของเงินค่าภาคหลวงปิ โตรเลียมที่จัดเก็บได้ภายในเขต (ข) องค์การบริหารส่วนตาบลหรือเทศบาลอื่นที่อยู่ภายในจัง หวัดที่มีพืนที ้ ่ครอบคลุมพืนที้ ่ตามสัมปทาน ให้ได้ร ับการจัดสรรในอัตราร ้อยละสิบของเงินค่าภาคหลวงปิ โตรเลียมที่จัดเก็บได้ภายในเขต

  13. (ค) องค์การบริหารส่วนตาบลและเทศบาลในจังหวัดอื่น ให้ได้ร ับการจัดสรรในอัตราร ้อยละสิบของเงินค่าภาคหลวงปิ โตรเลียมที่จัดเก็บได้ภายในเขต (๑๔) ค่าธรรมเนียมการจดทะเบียนสิทธิและนิ ติกรรมเกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์ท่ีมีทุนทรัพย์ภายในเขต ทั้งนี้ ตามประมวลกฎหมายที่ดินและกฎหมายว่าด้วยอาคารชุด (๑๕) ค่าธรรมเนียมสนามบินตามกฎหมายว่าด้วยการเดินอากาศ ทั้งนี้ ให้เป็ นไปตามอัตราและวิธีการที่คณะกรรมการกาหนด (๑๖) ค่าธรรมเนียมดังต่อไปนี้ โดยออกข ้อบัญญัติจ ัดเก็บเพิ่มขึ ้นในอัตราไม่เกินร ้อยละสิบของค่าธรรมเนียมที่มีการจัดเก็บตามกฎหมายว่าด้วยการนั้ น (ก) ค่าธรรมเนียมใบอนุ ญาตขายสุราตามกฎหมายว่าด้วยสุร า (ข) ค่าธรรมเนียมใบอนุ ญาตเล่นการพนันตามกฎหมายว่าด้วยการพนั น (๑๗) ค่าธรรมเนียม ค่าใบอนุ ญาต และค่าปรับในกิจการที่กฎหมายมอบหมายหน้าที่ให้เทศบาล เมืองพัทยา และองค์การบริหารส่วนตาบลเป็ นเจ ้าหน้าที่ดาเนินการภายในเขตท้องถิ่นนั้น ๆ และให้ตกเป็ นรายได้ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นดังกล่าว ในกรณีกฎหมายกาหนดให้เทศบาลเป็ นผู ้จ ัดเก็บค่าธรรมเนียม ค่าใบอนุ ญาต และค่าปรับ ให้นารายได้มาแบ่งให้แก่องค์การบริหารส่วนตาบลที่ อยู่ภายในเขตจังหวัดตามที่คณะกรรมการกาหนด (๑๘) ค่าใช ้น้าบาดาลตามกฎหมายว่าด้วยน้าบาดาล ทั้งนี้ ให้เป็ นไปตามสัดส่วนที่ คณะกรรมการกาหนด (๑๙) ค่าธรรมเนียมใด ๆ ที่เรียกเก็บจากผู ้ใช ้หรือได้ร ับประโยชน์จากบริการสาธารณะที่จัดให้มีขึน ้ (๒๐) รายได้อ่ืนตามที่กฎหมายบัญญัติให้เป็ นของเทศบาล เมืองพัทยา และองค์การบริหารส่วนตาบล

  14. มาตรา ๒๔ องค์การบริหารส่วนจังหวัดอาจมีรายได้จากภาษีอากร ค่าธรรมเนียม และเงินรายได้ ดังต่อไปนี้ (๑) ภาษีบารุงองค์การบริหารส่วนจังหวัด สาหรับน้ามันเบนซินและน้ามันที่คล้ายกัน นามันดีเซลและนามันที่คล้ายกัน ก๊าซปิ โตรเลียมที่ใช ้เป็ นเชือเพลิ ้ ้ ้ ่ บจากการค้าในเขตจังหวัด งสาหรับรถยนต์ ซึงเก็ โดยออกข ้อบัญญัติจ ัดเก็บเพิ่มได้ไม่เกินลิตรละสิบสตางค์สาหรับ น้ามัน และกิโลกรัมละไม่เกินสิบสตางค์สาหรับก๊าซปิ โตรเลีย ม (๒) ภาษีบารุงองค์การบริหารส่วนจังหวัดสาหรับยาสูบ ซึ่งเก็บจากการค้าในเขตจังหวัดโดยออกข ้อบัญญัติจ ัดเก็บเพิ่มได้ไม่เกินมวนละสิบสตางค์ (๓) ภาษีมูลค่าเพิ่มตามประมวลรัษฎากรที่ได้ร ับการจัดสรรในอัตราซึ่งเมื่อรวมกับอัตราตามมาตรา ๒๓ (๔) และมาตรา ๒๕ (๖) แล้วไม่เกินร ้อยละสามสิบของภาษีมูลค่าเพิ่มที่จัดเก็บได้ห ักส่วนที่ต้องจ่ายคืนแล้ว โดยเป็ นหน้าที่ของกรมสรรพากรที่จะจัดเก็บ (๔) ภาษีธุรกิจเฉพาะตามประมวลรัษฎากร โดยออกข ้อบัญญัติจ ัดเก็บเพิ่มขึนในอั ้ ่ ่อรวมกับอัตราตามมาตรา ๒๓ (๕) ตราซึงเมื แล้วไม่เกินร ้อยละสามสิบของอัตราภาษีที่จัดเก็บตามประมวลรัษฎากร โดยเป็ นหน้าที่ของกรมสรรพากรที่จะจัดเก็บ (๕) ภาษีและค่าธรรมเนียมรถยนต์ รวมทั้งเงินเพิ่มตามกฎหมายว่าด้วยรถยนต์ ภาษีรถตามกฎหมายว่าด้วยการขนส่งทางบก และค่าธรรมเนียมล้อเลื่อนตามกฎหมายว่าด้วยล้อเลื่อน (๖) ภาษีเพื่อการศึกษาตามกฎหมายว่าด้วยการศึกษาแห่งชาติ (๗) อากรรังนกอีแอ่นตามกฎหมายว่าด้วยอากรรังนกอีแอ่ น (๘) ค่าภาคหลวงแร่ตามกฎหมายว่าด้วยแร่ ให้ได้ร ับการจัดสรรในอัตราร ้อยละยี่สิบของค่าภาคหลวงแร่ที่จัดเก็บได้ภายในเขตขององค์การบริหารส่วนจังหวัดนั้ น

  15. (๙) ค่าภาคหลวงปิ โตรเลียมตามกฎหมายว่าด้วยปิ โตรเลียม ให้ได้ร ับการจัดสรรในอัตราร ้อยละยี่สิบของค่าภาคหลวงปิ โตรเลียมที่จัดเก็บได้ภายในเขตขององค์การบริหารส่วนจังหวั ดนั้น (๑๐) ค่าธรรมเนียมบารุงองค์การบริหารส่วนจังหวัดโดยออกข ้อบัญญัติเรียกเก็บจากผู ้พ ักในโรงแรมตามกฎหมายว่าด้วยโรงแ รม (๑๑) ค่าธรรมเนียม ค่าใบอนุ ญาต และค่าปรับในกิจการที่กฎหมายมอบหมายหน้าที่ให้องค์การบริหารส่วนจังหวัดเป็ นเจ ้าหน้าที่ดาเนินการภายในเขตองค์ก ารบริหารส่วนจังหวัดนั้น และให้ตกเป็ นรายได้ขององค์การบริหารส่วนจังหวัด (๑๒) ค่าธรรมเนียมใด ๆ ทีเรียกเก็บจากผู ้ใช ้หรือได้ร ับประโยชน์จากบริการสาธารณะที่องค์การบริหารส่วนจังหวัดจัดให้มีขึน ่ ้ (๑๓) รายได้อ่ืนตามที่กฎหมายบัญญัติให้เป็ นขององค์การบริหารส่วนจังหวัด มาตรา ๒๕ กรุงเทพมหานครอาจมีรายได้จากภาษีอากร ค่าธรรมเนียม และเงินรายได้ ดังต่อไปนี้ (๑) ภาษีโรงเรือนและที่ดิ นตามกฎหมายว่าด้วยภาษีโรงเรือนและที่ดิน (๒) ภาษีบารุงท้องที่ตามกฎหมายว่าด้วยภาษีบารุงท้องที่ (๓) ภาษีป้ายตามกฎหมายว่าด้วยภาษีป้าย (๔) ภาษีบารุงกรุงเทพมหานครสาหรับน้ามันเบนซินและน้ามันที่คล้ายกัน น้ามันดีเซลและน้ามันที่คล้ายกัน ก๊าซปิ โตรเลียมที่ใช ้เป็ นเชื ้อเพลิงสาหรับรถยนต์ ่ บจากการค้าในเขตกรุงเทพมหานคร โดยออกข ้อบัญญัติจ ัดเก็บเพิ่มได้ไม่เกินลิตรละสิบสตางค์สาหรับ น้ามัน ซึงเก็ และไม่เกินกิโลกรัมละสิบสตางค์สาหรับก๊าซปิ โตรเลีย ม (๕) ภาษีบารุงกรุงเทพมหานครสาหรับยาสูบซึ่งเก็บจากการค้าในเขตกรุงเทพมหานคร โดยออกข ้อบัญญัติจ ัดเก็บเพิ่มได้ไม่เกินมวนละสิบสตางค์

  16. (๖) ภาษีมูลค่าเพิ่มตามประมวลรัษฎากรที่ได้ร ับการจัดสรร ในอัตราซึ่งเมื่อรวมกับอัตราตามมาตรา ๒๓ (๔) และมาตรา ๒๔ (๓) แล้วไม่เกินร ้อยละสามสิบของภาษีมูลค่าเพิ่มที่จัดเก็บได้ห ักส่วนที่ต้องจ่ายคืนแล้ว โดยเป็ นหน้าที่ของกรมสรรพากรที่จะจัดเก็บ (๗) ภาษีธุรกิจเฉพาะตามประมวลรัษฎากร โดยออกข ้อบัญญัติจ ัดเก็บเพิ่มขึนในอั ้ ตราไม่เกินร ้อยละสามสิบของอัตราภาษีท่ีจัดเก็บตามประมวลรัษฎากร โดยเป็ นหน้าที่ของกรมสรรพากรที่จะจัดเก็บ (๘) ภาษีสรรพสามิตตามกฎหมายว่าด้วยภาษีสรรพสามิต ภาษีสุราตามกฎหมายว่าด้วยสุรา และค่าแสตมป์ ยาสูบตามกฎหมายว่าด้วยยาสูบ ซึงเก็ ่ บจากการค้าในเขตกรุงเทพมหานคร โดยออกข ้อบัญญัติจ ัดเก็บเพิ่มขึ ้นในอัตราไม่เกินร ้อยละสามสิบของอัตราภาษีที่กรมสรรพสามิตจัดเก็บ และให้ถือเป็ นภาษีและค่าแสตมป์ ตามกฎหมายว่าด้วยการนั้นโดยเป็ นหน้าที่ของกรมสรรพสามิตที่จะจัดเก็ บ (๙) ภาษีเพื่อการศึกษาตามกฎหมายว่าด้วยการศึกษาแห่งชาติ ้ นเพิ่มตามกฎหมายว่าด้วยรถยนต์ (๑๐) ภาษีและค่าธรรมเนียมรถยนต์ รวมทังเงิ ภาษีรถตามกฎหมายว่าด้วยการขนส่งทางบก และค่าธรรมเนียมล้อเลื่อนตามกฎหมายว่าด้วยล้อเลื่อน (๑๑) ภาษีการพนันตามกฎหมายว่าด้วยการพนัน (๑๒) ค่าภาคหลวงแร่ตามกฎหมายว่าด้วยแร่ที่จัดเก็บภายในเขตของกรุงเทพมหานคร ในอัตราร ้อยละสี สิบของค่าภาคหลวงแร่ท่ีกรมทรัพยากรธรณีจ ัดเก็บได้จริง ่ (๑๓) ค่าภาคหลวงปิ โตรเลียมตามกฎหมายว่าด้วยปิ โตรเลียมที่จัดเก็บภายในเขตของกรุงเทพมหานคร ในอัตราร ้อยละสี่ สิบของค่าภาคหลวงปิ โตรเลียมที่กรมทรัพยากรธรณีจ ัดเก็บได้จริง

  17. (๑๔) อากรการฆ่าสัตว ์ และผลประโยชน์อื่นอันเกิดจากการฆ่าสัตว ์ตามกฎหมายว่าด้วยการควบคุมการฆ่าสัตว ์และจาหน่ ายเนื้อสัตว ์ (๑๕) ค่าธรรมเนียมบารุงกรุงเทพมหานคร โดยออกข ้อบัญญัติเรียกเก็บจากผู ้พ ักในโรงแรมตามกฎหมายว่าด้วยโรงแรม ้ ้ (๑๖) ค่าธรรมเนียมสนามบินตามกฎหมายว่าด้วยการเดินอากาศ ทังนี ให้เป็ นไปตามอัตราและวิธีการที่คณะกรรมการกาหนด (๑๗) ค่าธรรมเนียมการจดทะเบียนสิทธิและนิติ กรรมเกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์ท่ีมีทุนทรัพย์ตามประมวลกฎหมายที่ดินและกฎหม ายว่าด้วยอาคารชุด (๑๘) ค่าธรรมเนียมดังต่อไปนี้ โดยออกข ้อบัญญัติจ ัดเก็บเพิ่มขึนในอั ้ ตราไม่เกินร ้อยละสามสิบของค่าธรรมเนียมที่จัดเก็บตามกฎหมายว่าด้วยการนั้ น (ก) ค่าธรรมเนียมใบอนุ ญาตขายสุราตามกฎหมายว่าด้วยสุร า (ข) ค่าธรรมเนียมใบอนุ ญาตเล่นการพนันตามกฎหมายว่าด้วยการพนั น (๑๙) ค่าธรรมเนียม ค่าใบอนุ ญาต และค่าปรับในกิจการที่กฎหมายมอบหมายหน้าที่ให้กรุงเทพมหานครเป็ นเจ ้าหน้าที่ดาเนินการภายในเขตของกรุงเทพมห านคร และให้ตกเป็ นรายได้ของกรุงเทพมหานคร (๒๐) ค่าธรรมเนียมใด ๆ ทีเรียกเก็บจากผู ้ใช ้หรือได้ร ับประโยชน์จากบริการสาธารณะที่กรุงเทพมหานครจัดให้มีขึน ่ ้ (๒๑) รายได้อ่ืนตามที่กฎหมายบัญญัติให้เป็ นของกรุงเทพมหานคร มาตรา ๒๖ ให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่ นอื่นที่มีกฎหมายกาหนดให้เป็ นองค์กรปกครองรูปแบบพิเศษไม่เต็มพื ้นที่จังหวัด มีรายได้จากภาษีอากร ค่าธรรมเนียม และเงินรายได้อ่ืนตามมาตรา ๒๓ ให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่ นอื่นที่มีกฎหมายกาหนดให้เป็ นองค์กรปกครองรูปแบบพิเศษเต็มพืนที ้ ่จัง หวัด มีรายได้จากภาษีอากร ค่าธรรมเนียม และเงินรายได้อื่นตามมาตรา ๒๓ และมาตรา ๒๔

  18. มาตรา ๒๗ ภาษีและอากรประเภทอื่นนอกเหนือจากที่บัญ ญัติไว ้ในมาตรา ๒๓ มาตรา ๒๔ มาตรา ๒๕ และมาตรา ๒๖ อาจกาหนดให้เป็ นภาษีและอากรร่วมกันระหว่างรัฐกับองค์กรปกครองส่วนท้อ งถิ่น หรืออาจกาหนดให้องค์กรปกครองส่วนท้อ งถิ่นจัดเก็บเพิ่มได้ เพื่อให้สอดคล้องกับการถ่ายโอนภาระหน้าที่และงบประมาณจากราชการส่วนกลางมายังองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ทั้งนี้ ตามแผนการกระจายอานาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่ น การจัดสรรสัดส่วนภาษีและอากรตามวรรคหนึ่งในแต่ ละปี ให้คณะกรรมการพิจารณากาหนดโดยคานึงถึงภาระหน้าที่ของรัฐกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่ นและระหว่างองค์กรปกค รองส่วนท้องถิ่ นด้วยกันเองเป็ นสาคัญ มาตรา ๒๘ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นอาจมีรายรับ ดังต่อไปนี้ (๑) รายได้จากทรัพย์สินขององค์กรปกครองส่วนท้อ งถิ่น (๒) รายได้จากสาธารณู ปโภค (๓) รายได้จากการพาณิชย์และการทากิจการ ไม่ว่าจะดาเนินการเองหรือร่วมกับบุคคลอื่น หรือจากสหการ (๔) ภาษีอากร ค่าธรรมเนียม ค่าใบอนุ ญาต ค่าปรับ ค่าตอบแทน หรือรายได้อื่นใดตามที่มีกฎหมายบัญญัติไว ้ให้เป็ นรายได้ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่ น (๕) ค่าบริการ (๖) เงินอุดหนุ นจากรัฐบาล ส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ หรือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นอื่น (๗) เงินช่วยเหลือจากต่างประเทศ องค์การต่างประเทศ หรือองค์การระหว่างประเทศ (๘) รายได้จากการจาหน่ ายพันธบัตร (๙) เงินกู ้จากกระทรวง ทบวง กรม องค์การ หรือนิติบุคคลต่าง ๆ (๑๐) เงินกู ้จากต่างประเทศ องค์การต่างประเทศ หรือองค์การระหว่างประเทศ (๑๑) เงินและทรัพย์สินอย่างอื่นที่มีผู ้อุทิศให้

  19. (๑๒) เงินช่วยเหลือหรือเงินค่าตอบแทน (๑๓) รายได้จากทรัพย์สินของแผ่นดิน หรือรายได้จากทรัพย์สินของรัฐวิสาหกิจที่ดาเนินการเพื่อมุ่งหากาไรในเขตขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่ น (๑๔) รายได้จากค่าธรรมเนียมพิเศษ การออกพันธบัตรตาม (๘) การกู ้เงินจากองค์การ หรือนิติบุคคลต่าง ๆ ตาม (๙) การกู ้เงินตาม (๑๐) และรายได้ตาม (๑๓) ให้ออกเป็ นข ้อบัญญัติท ้อ งถิ่นโดยได้ร ับความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรี มาตรา ๒๙ การกาหนดให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่ นได้ร ับรายได้ตามหมวดนี้ให้เป็ นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไข อัตราการจัดสรร การนาส่งเงินรายได้และการได้ร ับเงินรายได้สาหรับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่ น ตามที่คณะกรรมการกาหนดโดยประกาศในราชกิจจานุ เบกษา ในกรณีท่ีการกาหนดรายได้ขององค์กรปกครองส่วนท้อ งถิ่นในเรืองใดมี ่ กฎหมายอื่นบัญญัติ ไว ้และเป็ นการกาหนดรายได้ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่ นในเรื่องเดียวกับที่บัญญัติ ไว ้แล้วในบทบัญญัติเกี่ยวกับรายได้ขององ ค์กรปกครองส่วนท้องถิ่ นตามหมวดนี้ ให้ใช ้บทบัญ ญัติตามหมวดนี้บังคับแทนบทบัญญัติของกฎหมายนั้ น ทังนี้ ้ ถ้าการกาหนดรายได้ในเรื่องใดมีกฎหมายกาหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไข อัตราการจัดสรร การนาส่งเงินรายได้และการได้ร ับเงินรายได้ใช ้บังคับอยู่แ ล้ว ให้ใช ้บังคับตามกฎหมายเช่นว่านั้นไปพลางก่อนจนกว่าจะมีประกาศของคณะกรรมการตามวรรคหนึ่ง ่ แต่ถ ้าการกาหนดรายได้ในเรืองใดยั งไม่มีกฎหมายเช่นว่านั้น ให้การกาหนดรายได้ตามบทบัญญัติใ นหมวดนี้มีผลใช ้บังคับเมื่อมีประกาศของคณะกรรมการตามวรรคหนึ่ ง องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจะมอบให้ส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ หรือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นอื่ น จัดเก็บภาษีอากร ค่าธรรมเนียม ค่าใบอนุ ญาต ค่าตอบแทน หรือรายได้อ่ืนใด เพื่อองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่ นนั้ นก็ได้ ทั้งนี้ โดยให้คิดค่าใช ้จ่ายได้ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และอัตราที่กาหนดในกฎกระทรวง

  20. หมวด ๔ แผนการกระจายอานาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่ น มาตรา ๓๐ แผนการกระจายอานาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้อ งถิ่นให้ดาเนินการดังนี้ (๑) ให้ดาเนินการถ่ายโอนภารกิจการให้บริการสาธารณะที่รัฐดาเนินการอยู่ในวันที่พระราชบัญญัติน้ีใช ้บังคับแก่องค์กรปกค รองส่วนท้องถิ่ นภายในกาหนดเวลา ดังนี้ (ก) ภารกิจที่เป็ นการดาเนินการซ ้าซ ้อนระหว่างรัฐและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่ น หรือภารกิจทีรัฐจัดให้บริการในเขตขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ให้ดาเนินการให้เสร็จสินภายในสี ่ ้ ่ปี (ข) ภารกิจที่รัฐจัดให้บริการในเขตขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่ นและกระทบถึงองค์กรปกครองส่วนท้อ งถิ่นอื่ น ้ ให้ดาเนินการให้เสร็จสินภายในสี ่ปี (ค) ภารกิจที่เป็ นการดาเนินงานตามนโยบายของรัฐบาล ให้ดาเนินการให้เสร็จสินภายในสี ้ ่ปี (๒) กาหนดขอบเขตความรับผิดชอบในการให้บริการสาธารณะของรัฐและขององค์กรปกครองส่วนท้อ งถิ่น และระหว่างองค์กรปกครองส่ว นท้องถิ่ นด้วยกันเองตามอานาจและหน้าที่ที่กาหนดไว ้ในพระราชบัญญัตินี้ให้ช ัดเจน โดยในระยะแรกอาจกาหนดภารกิจขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่ นให้แ ตกต่างกันได้ โดยให้เป็ นไปตามความพร ้อมขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นแต่ล ะแห่ง ่ องพิจารณาจากรายได้และบุคลากรขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่ นนั้ น จานวนประชากร ซึงต้ ค่าใช ้จ่ายในการดาเนินงาน ตลอดจนคุณภาพในการให้บริการที่ประชาชนจะได้ร ับ ทั้งนี้ ต้องไม่เกินระยะเวลาสิบปี (๓) กาหนดแนวทางและหลักเกณฑ์ให้ร ัฐทาหน้าที่ประสานความร่วมมือและช่วยเหลือการดาเนินงานขององค์กรปกครองส่วน ท้องถิ่นให้มีประสิทธิภาพ

  21. (๔) กาหนดการจัดสรรภาษีและอากร เงินอุดหนุ น และรายได้อื่นให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เพือให้สอดคล้องกับการดาเนินการตามอานาจและหน้าที่ขององค์กรปกครองส่วนท้อ งถิ่นแต่ ละประเภทอย่างเหมาะสม ่ โดยในช่วงระยะเวลาไม่เกิน พ.ศ. ๒๕๔๔ ให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่ นมีรายได้เพิ่มขึนคิ ้ ดเป็ นสัดส่วนต่อรายได้ของรัฐบาลไม่ น้อยกว่าร ้อยละยี่สิบ และในช่วงระยะเวลาไม่เกิน พ.ศ. ๒๕๔๙ ให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่ นมีรายได้เพิ่มขึนคิ ้ ดเป็ นสัดส่วนต่อรายได้ของรัฐบาลในอัตราไม่น้อยกว่าร ้อยละสามสิบห้า ทั้งนี้ โดยการเพิ่มสัดส่วนตามระยะเวลาที่เหมาะสมแก่การพัฒนา ให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่ นสามารถดาเนินกิจการบริการสาธารณะได้ด ้วยตนเอง และโดยการจัดสรรสัดส่วนที่เป็ นธรรมแก่องค์กรปกครองส่วนท้อ งถิ่น โดยคานึงถึงรายได้ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นนั้นด้ว ย (๕) การจัดตั้งงบประมาณรายจ่ายประจาปี ในส่วนที่เกี่ยวกับการบริการสาธารณะในเขตองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ให้ร ัฐจัดสรรเงินอุด หนุ นให้เป็ นไปตามความจาเป็ นและความต้องการขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่ นนั้ น มาตรา ๓๑ ในการดาเนินการตามอานาจและหน้าที่ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่ น ถ้ามีกฎหมายใดบัญญัติไว ้ในลักษณะที่เป็ นผลทาให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่ นไม่อาจดาเนินการตามอานาจและหน้าที่ไ ด้ด ้วยตนเอง หรือมีล ักษณะเป็ นการซ ้าซ ้อนกับการปฏิบ ัติหน้าที่ในการให้บริการสาธารณะระหว่างรัฐกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่ นหรื อระหว่างองค์กรปกครองส่วนท้อ งถิ่นด้วยกัน และคณะกรรมการพิจารณาเห็นสมควรให้มีการแก้ไขกฎหมายนั้น ให้คณะกรรมการรายงานต่อรัฐมนตรีเพื่อดาเนินการให้มีการแก้ไขกฎหมายดังกล่าวต่อไป

  22. มาตรา ๓๒ ให้คณะกรรมการดาเนินการจัดทาแผนปฏิบ ัติการเพื่อกาหนดขันตอนการกระจายอ ้ านาจตามแผนการกระจายอานาจให้ แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น โดยอย่างน้อยต้องมีสาระสาคัญดังต่อไปนี้ (๑) กาหนดรายละเอียดของอานาจหน้าที่ในการให้บริการสาธารณะที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นแต่ละรูปแบบจะต้องกระทา โดยในกรณีใดเป็ นอานาจและหน้าที่ ที่เกี่ยวข ้องกับการดาเนินการของรัฐหรือระหว่างองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่ นด้วยกัน ให้กาหนดแนวทางวิธีปฏิบ ัติเพื่อประสานการดาเนินการให้เกิดประโยชน์แก่ส่วนรวม (๒) กาหนดหลักเกณฑ์และวิธีดาเนินการในการจัดสรรสัดส่วนภาษีและอากรให้เพียงพอแก่การดาเนินการตามอานาจและหน้ าที่ที่กาหนดให้เป็ นอานาจและหน้าที่ขององค์ก รปกครองส่วนท้องถิ่น ทั้งนี้ โดยต้องคานึงถึงภาระหน้าที่ของรัฐในการให้บริการสาธารณะเป็ นส่วนรวมด้ว ย (๓) รายละเอียดเกียวกับการเสนอให้แก้ไขหรือจัดให้มีกฎหมายที่จาเป็ นเพื่อดาเนินการตามแผนการกระจายอานาจให้แก่อง ่ ค์กรปกครองส่วนท้องถิ่ น (๔) จัดระบบการบริหารงานบุคคลขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น โดยกาหนดนโยบายและมาตรการการกระจายบุคลากรจากราชการส่วนกลางและราชการส่วนภูมิภาคไปสู่ส่วนท้องถิ่น โดยการสร ้างระบบการถ่ายเทกาลังคนสู่ท ้องถิ่ น และสร ้างระบบความก้าวหน้าสายอาชีพที่เหมาะสม แผนปฏิบ ัติการตามวรรคหนึ่งต้องกาหนดรายละเอียดวิธีปฏิบ ัติ และกาหนดหน่ วยงานที่มีห น้าที่รับผิดชอบ รวมทังระยะเวลาในการด ้ าเนินการให้ช ัดเจนด้ว ย มาตรา ๓๓ เมื่อคณะกรรมการจัดทาแผนปฏิบ ัติการตามมาตรา ๓๒ แล้ว ให้เสนอคณะรัฐมนตรีให้ความเห็นชอบ แล้วรายงานต่อรัฐสภาเพื่อประกาศในราชกิจจานุ เบกษาใช ้บังคับต่อไป

  23. แผนปฏิบ ัติการที่ประกาศใช ้บังคับตามวรรคหนึ่ง ให้มีผลผูกพันหน่ วยงานของรัฐที่เกี่ยวข ้องต้องดาเนินการตามแผนปฏิบ ัติการนั้น ในกรณีท่ีสภาพการณ์เปลี่ยนแปลงไปในระหว่างที่แผนปฏิบ ัติการใช ้บังคับ คณะกรรมการอาจดาเนินการปรับปรุงแผนปฏิบ ัติการให้เหมาะสมกับสภาพการณ์นั้นได้ ให้คณะกรรมการมีหน้าที่ติดตามผลการปฏิบ ัติงานตามแผนปฏิบ ัติการและรายงานให้คณะรัฐมนตรีท ่ ราบทุกปี ในกรณีทีมีปัญหาอุปสรรคไม่อาจดาเนินการตามแผนปฏิบ ัติการได้ ให้คณะกรรมการรายงานให้คณะรัฐมนตรีทราบปัญหาและอุปสรรค และแนวทางแก้ไขด้ว ย มาตรา ๓๔ ให้คณะกรรมการพิจารณาทบทวนการกาหนดอานาจและหน้าที่และการจัดสรรรายได้ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่ นภา ยหลังที่ ได้ดาเนินการตามแผนการกระจายอานาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นไปแล้ว โดยต้องพิจารณาทบทวนใหม่ทุกระยะเวลาไม่เกินห้าปี นับแต่ว ันที่มีการกาหนดอานาจและหน้าที่ หรือวันที่มีการจัดสรรรา ยได้ ทั้งนี้ จะต้องพิจารณาถึงความเหมาะสมของการกาหนดอานาจและหน้าที่และการจัดสรรรายได้ เพื่อกระจายอานาจเพิ่มขึนให้ ้ แก่องค์กรปกครองส่วนท้อ งถิ่น บทเฉพาะกาล ่ มาตรา ๓๕ ในวาระเริมแรก ให้คณะกรรมการจัดทาแผนตามมาตรา ๓๐ และแผนปฏิบ ัติการตามมาตรา ๓๒ ให้แล้วเสร็จภายในหนึ่งปี นับแต่ว ันที่กรรมการเริ่มปฏิบ ัติหน้าที่ตามพระราชบัญญัตินี้ มาตรา ๓๖ ในวาระเริ่มแรก ให้นายกรัฐมนตรีจ ัดให้มีการเลือกผู ้แทนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่ นและสรรหาผู ้ทรงคุณวุฒิตามมาตรา ๖ ให้แล้วเสร็จภายในหกสิบวันนับแต่ว ันที่พระราชบัญญัตินี้ใช ้บังคับ

  24. มาตรา ๓๗ ในวาระเริ่มแรก เพือประโยชน์ในการปฏิบ ัติตามอานาจและหน้าที่ของคณะกรรมการตามพระราชบัญญัติน้ี ่ นายกรัฐมนตรีอาจมีคาสั่งให้หน่ วยงานของรัฐ ที่เกี่ยวข ้องดาเนินการเพื่อช่วยเหลือการปฏิบ ัติงานของคณะกรรมการได้ต ามที่เห็นสมควร ผู ้ร ับสนองพระบรมราชโองการ ชวน หลีกภัย นายกรัฐมนตรี หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช ้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ โดยที่มาตรา ๒๘๔ ของรัฐธรรมนู ญแห่งราชอาณาจักรไทย ได้บ ัญญัติใ ห้มีกฎหมายกาหนดแผนและขั้นตอนการกระจายอานาจเพื่อพัฒนาการกระจายอานาจให้แก่ท ้องถิ่นเพิ่มขึ ้นอ ย่างต่อเนื่อง โดยมีสาระสาคัญเกี่ยวกับการกาหนดอานาจหน้าที่ในการจัดระบบการบริการสาธารณะ และการจัดสรรสัดส่วนภาษีและอากรขององค์กรปกครองส่วนท้อ งถิ่น ่ และให้มีคณะกรรมการซึงประกอบด้ วยผู ้แทนของหน่ วยราชการที่เกี่ยวข ้อง ผู ้แทนขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่ น และผู ้ทรงคุณวุฒิ มีจานวนฝ่ ายละเท่ากันเพื่อทาหน้าที่ดังกล่าว จึงจาเป็ นต้องตราพระราชบัญญัตินี้ [1] ราชกิจจานุ เบกษา เล่ม ๑๑๖/ตอนที่ ๑๑๔ ก/หน้า ๔๘/๑๗ พฤศจิกายน ๒๕๔๒

Local Administrative Organization Decentralization Plan and Procedure Act B.E. 2542 · Nelum