Act on Organizing Welfare for the Grassroots Economy and Society, B.E.2562 (2019)
颁布于 2019-03-03 · 文本截至 2026-10-01
以研究形式发布的公开法律与官方指引,不构成法律、税务或金融建议。
研究内容本身以英文撰写。标题和标签已翻译,调查结果和引文未翻译。
关于这部法律
- 语言
- Thai
- 类型
- 法令
- 组织
- Mekong River Commission (MRC)
- 国家
- 泰国
- 主题
- General
- 关键词
- institution, equity, social protection, public private partnership (PPP), governance
在哪里阅读
文本
所收录的法律原文,按条款排列。每个条款都有自己的链接。
หนา้ ๑ เลม่ ๑๓๖ ตอนที่ ๒๕ ก ราชกิจจานุเบกษา ๓ มีนาคม ๒๕๖๒ พระราชบัญญัติ การจัดประชารัฐสวัสดิการเพื่อเศรษฐกิจฐานรากและสังคม พ.ศ. ๒๕๖๒ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร ให้ไว้ ณ วันที่ ๑ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๖๒ เป็นปีที่ ๔ ในรัชกาลปัจจุบัน สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกู ร มีพระราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศว่า โดยที่เป็นการสมควรมีกฎหมายว่าด้วยการจัดประชารัฐสวัสดิการเพื่อเศรษฐกิจฐานรากและสังคม จึงทรงพระกรุณ าโปรดเกล้าฯ ให้ต ราพระราชบัญ ญั ติขึ้นไว้โดยคาแนะนาและยินยอมของ สภานิติบัญญัติแห่งชาติทาหน้าที่รัฐสภา ดังต่อไปนี้ มาตรา ๑ พระราชบั ญ ญั ติ นี้ เรี ย กว่ า “พระราชบั ญ ญั ติ ก ารจั ด ประชารั ฐ สวั ส ดิ ก าร เพื่อเศรษฐกิจฐานรากและสังคม พ.ศ. ๒๕๖๒” มาตรา ๒ พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษา เป็นต้นไป มาตรา ๓ ในพระราชบัญญัตินี้ “ประชารัฐสวัสดิการ” หมายความว่า สวัสดิการที่จัดขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์ในการลดความเหลื่อมล้า เพิ่มศักยภาพให้ประชาชนผู้มีรายได้น้อยมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น และสนับสนุนโครงการที่ให้บริการทางสังคมแก่ ประชาชน โดยมีการดาเนินการร่วมกันระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชน อันจะเป็นการแก้ไขปัญหา และพัฒนาเศรษฐกิจให้เป็นไปอย่างยั่งยืน หนา้ ๒ เลม่ ๑๓๖ ตอนที่ ๒๕ ก ราชกิจจานุเบกษา ๓ มีนาคม ๒๕๖๒ “โครงการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐ ” หมายความว่า โครงการที่กระทรวงการคลัง กาหนดให้ประชาชนผู้มีรายได้น้อยที่มีคุณสมบัติมาลงทะเบียน เพื่อเป็นฐานข้อมูลในการจัดประชารัฐ สวัสดิการที่เป็นการให้ความช่วยเหลือผ่านบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ “กองทุน” หมายความว่า กองทุนประชารัฐสวัสดิการเพื่อเศรษฐกิจฐานรากและสังคม “คณะกรรมการ” หมายความว่า คณะกรรมการประชารัฐสวัสดิการเพื่อเศรษฐกิจฐานรากและสังคม “กรรมการ” หมายความว่า กรรมการประชารัฐสวัสดิการเพื่อเศรษฐกิจฐานรากและสังคม “สานักงาน” หมายความว่า สานักงานปลัดกระทรวง กระทรวงการคลัง มาตรา ๔ ให้ มี คณะกรรมการคณะหนึ่ งเรียกว่า “คณะกรรมการประชารัฐสวัส ดิก าร เพื่อเศรษฐกิจฐานรากและสังคม” ประกอบด้วย (๑) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เป็นประธานกรรมการ (๒) ปลัดกระทรวงการคลัง เป็นรองประธานกรรมการ (๓) กรรมการโดยตาแหน่ง ได้แก่ ปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เลขาธิก ารคณะกรรมการพั ฒ นาการเศรษฐกิ จและสั งคมแห่ งชาติ ผู้ อานวยการสานั กงบประมาณ อธิบดีกรมบัญชีกลาง และผู้อานวยการสานักงานเศรษฐกิจการคลัง (๔) กรรมการผู้ ท รงคุ ณ วุฒิ จ านวนสามคน ซึ่งประธานกรรมการแต่ งตั้งจากผู้มี ค วามรู้ ความเชี่ยวชาญและประสบการณ์ด้านเศรษฐศาสตร์ สังคม การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ หรือด้านอื่น อันจะเป็นประโยชน์แก่การจัดประชารัฐสวัสดิการ ให้ปลัดกระทรวงการคลังแต่งตั้งรองปลัดกระทรวงการคลังคนหนึ่ง เป็นกรรมการและเลขานุการ และแต่งตั้งข้าราชการในสานักงานจานวนไม่เกินสองคน เป็นผู้ช่วยเลขานุการ หลักเกณฑ์และวิธีการแต่งตั้งกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิตาม (๔) และการให้พ้นจากตาแหน่งของ กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิตามมาตรา ๗ (๓) ให้เป็นไปตามระเบียบที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังกาหนด โดยความเห็นชอบของคณะรัฐมนตรี มาตรา ๕ กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิต้องมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้าม ดังต่อไปนี้ (๑) มีสัญชาติไทย (๒) มีอายุไม่เกินหกสิบห้าปีบริบูรณ์ (๓) ไม่เป็นบุคคลล้มละลายหรือเคยเป็นบุคคลล้มละลายทุจริต (๔) ไม่เป็นคนไร้ความสามารถหรือคนเสมือนไร้ความสามารถ
หนา้ ๓ เลม่ ๑๓๖ ตอนที่ ๒๕ ก ราชกิจจานุเบกษา ๓ มีนาคม ๒๕๖๒ (๕) ไม่เคยได้รับโทษจาคุกโดยคาพิพากษาถึงที่สุดให้จาคุก เว้นแต่เป็นโทษสาหรับความผิด ที่ได้กระทาโดยประมาทหรือความผิดลหุโทษ (๖) ไม่เคยถูกลงโทษไล่ออก ปลดออก หรือให้ออกจากงาน เพราะทุจริต ต่อหน้าที่หรือ ประพฤติชั่วอย่างร้ายแรง (๗) ไม่เป็นผู้ดารงตาแหน่งทางการเมือง สมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่นหรือกรรมการ หรือผู้ดารงตาแหน่งที่รับผิดชอบในการบริหารพรรคการเมือง ที่ปรึกษาพรรคการเมืองหรือเจ้าหน้าที่ของ พรรคการเมือง (๘) ไม่เป็นผู้มีส่วนได้เสียไม่ว่าโดยตรงหรือโดยอ้อมในการจัดประชารัฐสวัสดิการ มาตรา ๖ กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิมีวาระการดารงตาแหน่งคราวละสี่ปี เมื่อกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิจะพ้นจากตาแหน่งตามวาระในวรรคหนึ่ง ให้ดาเนินการเพื่อแต่งตั้ง กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิให้แล้วเสร็จก่อนครบวาระไม่น้อยกว่าสามสิบวัน ในระหว่างที่ยังมิได้มีการแต่งตั้ง กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิขึ้นใหม่ ให้กรรมการซึ่งพ้นจากตาแหน่งตามวาระนั้นอยู่ในตาแหน่งเพื่อปฏิบัติหน้าที่ ต่อไปจนกว่ากรรมการซึ่งได้รับแต่งตั้งใหม่เข้ารับหน้าที่ กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งพ้นจากตาแหน่งตามวาระ อาจได้รับแต่งตั้งอีกได้ แต่จะดารงตาแหน่ง ติดต่อกันเกินสองวาระไม่ได้ มาตรา ๗ นอกจากการพ้นจากตาแหน่งตามวาระ กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิพ้นจากตาแหน่งเมื่อ (๑) ตาย (๒) ลาออก (๓) ประธานกรรมการให้ออก เพราะบกพร่องต่อหน้าที่ มีความประพฤติเสื่อมเสีย หรือ หย่อนความสามารถ (๔) ขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา ๕ ในกรณี ที่กรรมการผู้ทรงคุณ วุฒิ พ้น จากตาแหน่งก่อนวาระ ให้ดาเนินการแต่งตั้งกรรมการ ผู้ ท รงคุ ณ วุ ฒิ แ ทนต าแหน่ ง ที่ ว่ างภายในหกสิ บ วั น นั บ แต่ วั น ที่ ต าแหน่ ง ว่ า งลง ในระหว่ า งที่ ยั ง มิ ไ ด้ มีการแต่งตั้งกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิแทนตาแหน่งที่ว่าง ให้คณะกรรมการประกอบด้วยกรรมการทั้งหมด เท่าที่มีอยู่จนกว่าจะมีการแต่งตั้งกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิแทนตาแหน่งที่ว่าง ในกรณีที่วาระการดารงตาแหน่งเหลืออยู่ไม่ถึงเก้าสิบวัน จะไม่แต่งตั้งกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ ขึ้นดารงตาแหน่งแทนก็ได้
หนา้ ๔ เลม่ ๑๓๖ ตอนที่ ๒๕ ก ราชกิจจานุเบกษา ๓ มีนาคม ๒๕๖๒ กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งได้รับแต่งตั้งแทนตาแหน่งที่ว่าง ให้มีวาระการดารงตาแหน่งเท่ากับ เวลาที่เหลืออยู่ของกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิที่ตนได้รับแต่งตั้งแทน มาตรา ๘ คณะกรรมการมีหน้าที่และอานาจ ดังต่อไปนี้ (๑) เสนอนโยบาย แผนการดาเนินงาน มาตรการหรือโครงการเกี่ยวกับประชารัฐสวัสดิการ ที่เป็นการให้ความช่วยเหลือในการดารงชีพและเพิ่มศักยภาพให้แก่ประชาชนผู้มีรายได้น้ อยตามโครงการ ลงทะเบี ย นเพื่ อ สวัส ดิ ก ารแห่ งรัฐ เพื่ อ ลดภาระค่ าใช้จ่ ายในครัว เรือ นและค่ าใช้ จ่ ายในการเดิ น ทาง โดยการสนับสนุนค่าใช้จ่ายบางส่วนที่จาเป็น ต่อคณะรัฐมนตรีเพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบ (๒) พิจารณาการสนับสนุนโครงการที่ให้บริการทางสังคมที่จัดทาขึ้นโดยหน่ วยงานของเอกชน มูล นิธ ิ หรือ องค์ก รสาธารณประโยชน์ เพื ่อ ช่ว ยเหลือ ประชาชนในภาวะลาบากทุก ประเภท เสนอคณะรัฐ มนตรี เพื่ อ พิ จ ารณาให้ ค วามเห็ น ชอบ ทั้ งนี้ หลั ก เกณฑ์ ก ารเสนอโครงการให้ เป็ น ไป ตามระเบียบที่คณะกรรมการกาหนดโดยความเห็นชอบของคณะรัฐมนตรี (๓) จัดให้มีฐานข้อมูลของประชาชนผู้มีรายได้น้อยซึ่งผ่านการตรวจสอบคุณสมบัติในโครงการ ลงทะเบี ย นเพื่ อ สวั ส ดิ ก ารแห่ ง รั ฐ ที่ ถู ก ต้ อ งและเป็ น ปั จ จุ บั น เพื่ อ ใช้ ในการจั ด ประชารั ฐ สวั ส ดิ ก าร การกากับดูแล การบริหารจัดการ และการประเมินผลการดาเนินการ ได้อย่างเหมาะสม (๔) กากับดูแลการบริห ารจัด การ ตรวจสอบข้อมูล และติดตามการดาเนินงานให้เป็นไป ตามวัตถุประสงค์ของการจัดประชารัฐสวัสดิการ (๕) ประเมินผลการดาเนินงานและความคุ้มค่าในการจัดประชารัฐสวัสดิการอย่างน้อยปีละหนึ่งครั้ง พร้อมทั้งรายงานผลการประเมินดังกล่าวต่อคณะรัฐมนตรี ทั้งนี้ หลักเกณฑ์และวิธีการประเมินให้เป็นไป ตามที่คณะกรรมการกาหนดโดยความเห็นชอบของคณะรัฐมนตรี (๖) ออกระเบียบเกี่ยวกับการรับเงิน การจ่ายเงิน และการเก็บรักษาเงินของกองทุน (๗) แต่งตั้งคณะอนุกรรมการเพื่อดาเนินการให้เป็นไปตามพระราชบัญญัตินี้ (๘) ออกระเบียบ ประกาศ หรือคาสั่ง เพื่อปฏิบัติการให้เป็นไปตามพระราชบัญญัตินี้ (๙) ปฏิบัติการอื่น ใดตามที่กาหนดไว้ในพระราชบัญญัตินี้หรือการจัดประชารัฐสวัสดิการที่ คณะรัฐมนตรีมอบหมาย มาตรา ๙ การประชุมของคณะกรรมการต้องมีกรรมการมาประชุมไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของ จานวนกรรมการทั้งหมดจึงจะเป็นองค์ประชุม
หนา้ ๕ เลม่ ๑๓๖ ตอนที่ ๒๕ ก ราชกิจจานุเบกษา ๓ มีนาคม ๒๕๖๒ ในการประชุมคณะกรรมการ ถ้าประธานกรรมการไม่มาประชุมหรือไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ได้ ให้รองประธานกรรมการเป็นประธานในที่ประชุม แต่ถ้าทั้งประธานกรรมการและรองประธานกรรมการ ไม่มาประชุมให้เลื่อนการประชุม การวิ นิ จ ฉั ย ชี้ ข าดของที่ ป ระชุ ม ให้ ถื อ เสี ย งข้ า งมาก กรรมการคนหนึ่ ง ให้ มี เสี ย งหนึ่ ง ใน การลงคะแนน ถ้าคะแนนเสียงเท่ากันให้ประธานในที่ประชุมออกเสียงเพิ่มขึ้นอีกเสียงหนึ่งเป็นเสียงชี้ขาด มาตรา ๑๐ การประชุมของคณะอนุกรรมการ ให้นาความในมาตรา ๙ มาบังคับใช้โดยอนุโลม มาตรา ๑๑ ในการเสนอนโยบาย แผนการดาเนินงาน มาตรการหรือโครงการตามมาตรา ๘ (๑) และการสนับสนุนโครงการที่ให้บริการทางสังคมตามมาตรา ๘ (๒) ให้คณะกรรมการกาหนดผู้รับผิดชอบ ในการดาเนินงาน ประมาณการรายจ่าย วิธีการประเมินผล การวัดความคุ้มค่า และประโยชน์ที่จะได้รับ รวมทั้งวิเคราะห์ผลกระทบจากการดาเนินโครงการ เพื่อประกอบการพิจารณาของคณะรัฐมนตรีด้วย มาตรา ๑๒ การจัดประชารัฐสวัสดิการที่เป็นการให้ความช่วยเหลือในการดารงชีพแก่ประชาชน ผู้มีรายได้น้อยตามโครงการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐ ให้ดาเนินการผ่านบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ทั้งนี้ การจัดประชารัฐสวัสดิการตามมาตรานี้อาจแตกต่างกันตามความเหมาะสมและความจาเป็น ให้กระทรวงการคลังออกบัตรสวัสดิการแห่งรัฐให้แก่ประชาชนผู้มีรายได้น้อยซึ่งผ่านการตรวจสอบ คุณสมบัติในโครงการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐ การออกและการใช้บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่คณะกรรมการ กาหนด มาตรา ๑๓ ให้ สานั กงานทาหน้าที่ เป็น สานักงานเลขานุการของคณะกรรมการ รวมทั้ ง ให้มีหน้าที่และอานาจ ดังต่อไปนี้ (๑) ศึกษาและวิเคราะห์แนวทางในการจัดประชารัฐสวัสดิการเพื่อสนับสนุนการปฏิบัติงานของ คณะกรรมการ (๒) บริหารจัดการฐานข้อมูลของประชาชนผู้มีรายได้ น้อย เพื่อใช้ในการจัดประชารัฐสวัสดิการ ได้อย่างเหมาะสม (๓) รับเงิน จ่ายเงิน และเก็บรักษาเงินของกองทุนตามระเบียบที่คณะกรรมการกาหนด (๔) จัดทารายงานการเงินและการบัญชีของกองทุน (๕) รายงานผลการดาเนินงานของกองทุนเสนอต่อคณะกรรมการ (๖) ดาเนินงานของกองทุนให้เป็นไปตามระเบียบ ประกาศ คาสั่ง และมติของคณะกรรมการ
หนา้ ๖ เลม่ ๑๓๖ ตอนที่ ๒๕ ก ราชกิจจานุเบกษา ๓ มีนาคม ๒๕๖๒ (๗) ดาเนินการและประสานงานกับหน่วยงานของรัฐหรือเอกชนที่เกี่ยวข้องกับการจัดประชารัฐ สวัสดิการและการดาเนินงานของกองทุน (๘) ปฏิบัติการอื่นใดตามที่คณะกรรมการมอบหมาย มาตรา ๑๔ ให้จัดตั้งกองทุนขึ้นกองทุนหนึ่งในสานักงาน เรียกว่า “กองทุนประชารัฐสวัสดิการ เพื่อเศรษฐกิจฐานรากและสังคม” โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อใช้จ่ายในการจัดประชารัฐสวัสดิการที่เป็น การให้ความช่วยเหลือประชาชนผู้มีรายได้น้อย หรือเพื่อสนับสนุนโครงการที่ให้บริการทางสังคมที่เป็น การช่วยเหลือประชาชนในภาวะลาบากทุกประเภท มาตรา ๑๕ กองทุนประกอบด้วยเงินและทรัพย์สิน ดังต่อไปนี้ (๑) เงินและทรัพย์สินที่โอนมาตามมาตรา ๒๕ (๒) เงินอุดหนุนที่รัฐบาลจัดสรรจากงบประมาณรายจ่าย (๓) เงินหรือทรัพย์สินที่มีผู้บริจาคให้ (๔) เงินหรือทรัพย์สินที่ตกเป็นของกองทุนหรือที่กองทุนได้รับตามกฎหมายอื่น (๕) ดอกผลหรือผลประโยชน์ที่เกิดจากเงินหรือทรัพย์สินของกองทุน เงินและดอกผลของกองทุนไม่ต้องนาส่งคลังเป็นรายได้แผ่นดิน มาตรา ๑๖ เงินของกองทุน ให้ใช้จ่ายเพื่อการจัดประชารัฐสวัสดิการและกิจการ ดังต่อไปนี้ (๑) การให้ความช่วยเหลือประชาชนผู้มีรายได้น้อยตามโครงการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐ (๒) การสนับสนุนโครงการที่ให้บริการทางสังคมที่จัดทาขึ้นโดยหน่วยงานของเอกชน มูลนิธิ หรือองค์กรสาธารณประโยชน์ เพื่อช่วยเหลือประชาชนในภาวะลาบากทุกประเภท (๓) การดาเนินงานและบริหารกองทุนตามที่คณะกรรมการให้ความเห็นชอบ มาตรา ๑๗ เงินกองทุนให้ฝากไว้ที่กระทรวงการคลัง มาตรา ๑๘ ให้สานั กงานวางและรักษาไว้ซึ่งระบบบัญชีที่เหมาะสมเพื่อให้สามารถจัด ทา รายงานการเงิน แสดงฐานะทางการเงิน และผลการดาเนินงานของกองทุนได้อย่างถูกต้องตามหลักการ บัญชีที่รับรองทั่วไป ปีบัญชีของกองทุนให้เป็นไปตามปีงบประมาณ มาตรา ๑๙ ให้สานักงานจัดทารายงานการเงินของกองทุนส่งผู้สอบบัญชีภายในหกสิบวัน นับแต่วันสิ้นปีบัญชี มาตรา ๒๐ ให้สานักงานการตรวจเงินแผ่นดินหรือบุคคลที่สานักงานการตรวจเงินแผ่นดิน ให้ความเห็นชอบเป็นผู้สอบบัญชีของกองทุน
หนา้ ๗ เลม่ ๑๓๖ ตอนที่ ๒๕ ก ราชกิจจานุเบกษา ๓ มีนาคม ๒๕๖๒ ให้ผู้สอบบัญชีของกองทุนทารายงานการสอบบัญชีเสนอต่อคณะกรรมการภายในหนึ่งร้อยห้าสิบวัน นับแต่วันสิ้นปีบัญชี ให้ คณะกรรมการน าส่งรายงานการเงินพร้อมด้วยรายงานการสอบบัญ ชีของผู้สอบบัญ ชีต่อ กระทรวงการคลังภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ได้รับรายงานจากผู้สอบบัญชี มาตรา ๒๑ ให้สานักงานจัดให้มีระบบการตรวจสอบภายในเพื่อตรวจสอบการดาเนินงาน ของกองทุน โดยให้ถือปฏิบัติตามมาตรฐานและหลักเกณฑ์ที่กระทรวงการคลังกาหนด มาตรา ๒๒ ภายในหนึ่งร้อยแปดสิบวันนับแต่วันสิ้นปีงบประมาณ ให้คณะกรรมการเสนอ รายงานประจาปีของกองทุนต่อคณะรัฐมนตรี สภาผู้แทนราษฎร และวุฒิสภา รายงานนี้ให้กล่าวถึ ง ผลงานของกองทุนในปีที่ล่วงมาแล้วโดยเฉพาะด้านผลสัมฤทธิ์และประสิทธิภาพการใช้จ่ายเงินของกองทุน รายงานการเงิน พร้อมด้ว ยรายงานการสอบบัญ ชีของผู้สอบบัญ ชี ทั้งนี้ ให้เปิ ด เผยรายงานดังกล่าว ให้ประชาชนทราบเป็นการทั่วไป มาตรา ๒๓ ในกรณีที่ไม่มีความจาเป็นที่ต้องดาเนินการตามวัตถุประสงค์ของกองทุนอีกต่อไป ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังเสนอต่อคณะรัฐมนตรีเพื่อพิจารณาให้มีการยุบเลิกกองทุน เมื่อคณะรัฐมนตรีมีมติเห็ นชอบด้วย ให้กองทุนยุบเลิกเมื่อพ้นกาหนดสามสิบวันนับแต่วัน ที่ คณะรัฐมนตรีมีมติ มาตรา ๒๔ เมื่อยุบเลิกกองทุนแล้ว ให้ปลัดกระทรวงการคลังแต่งตั้งผู้ชาระบัญชีเพื่อตรวจสอบ ทรัพย์สินและชาระบัญชี รวมทั้งการโอนหรือจาหน่ายทรัพย์สินที่ยังคงเหลืออยู่ ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่คณะกรรมการประกาศกาหนด เงินหรือทรัพย์สินที่เหลือหลังจากการชาระบัญชีให้นาส่งคลังเป็นรายได้แผ่นดิน มาตรา ๒๕ ให้โอนบรรดาเงิน ทรัพย์สิน สิทธิ หนี้สิน และภาระผูกพัน ที่เกี่ยวเนื่องกับ กองทุนประชารัฐเพื่อเศรษฐกิจฐานราก ในสานักงานปลัดกระทรวง กระทรวงการคลัง ตามมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ ๙ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๖๐ ไปเป็นของกองทุนตามพระราชบัญญัตินี้ มาตรา ๒๖ ในวาระเริ่มแรก ให้คณะกรรมการประกอบด้วยกรรมการตามมาตรา ๔ (๑) (๒) (๓) และวรรคสอง เพื่อปฏิบัติหน้าที่เท่าที่จาเป็นไปพลางก่อน จนกว่าจะมีการแต่งตั้งกรรมการ ผู้ทรงคุณวุฒิตามมาตรา ๔ (๔) และให้ดาเนินการแต่งตั้งกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิตามมาตรา ๔ (๔) ให้แล้วเสร็จภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ระเบียบที่ออกตามมาตรา ๔ วรรคสาม ใช้บังคับ
หนา้ ๘ เลม่ ๑๓๖ ตอนที่ ๒๕ ก ราชกิจจานุเบกษา ๓ มีนาคม ๒๕๖๒ มาตรา ๒๗ โครงการลงทะเบี ย นเพื่ อ สวั ส ดิ ก ารแห่ ง รั ฐ ตามมติ ค ณะรั ฐ มนตรี เมื่ อ วั น ที่ ๒๘ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๖๐ และวันที่ ๒๘ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๖๑ และการจัดประชารัฐสวัสดิการ ผ่านบัตรสวัสดิการแห่งรัฐที่คณะรัฐมนตรีให้ความเห็นชอบและดาเนินการอยู่ในวันก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้ ใช้บังคับ ให้ถือว่าเป็นโครงการที่คณะรัฐมนตรีให้ความเห็นชอบแล้วตามมาตรา ๘ (๑) มาตรา ๒๘ การออกระเบียบหรือประกาศตามพระราชบัญญัตินี้ ต้องดาเนินการให้แล้วเสร็จ เพื่อให้มีผลใช้บังคับภายในเก้าสิบวันนับแต่วันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ ให้นาข้อบังคับเกี่ยวกับกองทุนประชารัฐเพื่อเศรษฐกิจฐานราก ที่ใช้บังคับอยู่ในวันก่อนวันที่ พระราชบั ญ ญั ติ นี้ ใช้ บั งคั บ มาใช้ บั งคั บ แก่ ก องทุ น ตามพระราชบั ญ ญั ติ นี้ โดยอนุ โลม เท่ า ที่ ไม่ ขั ด หรือแย้งกับพระราชบัญญัตินี้ จนกว่าจะมีระเบียบหรือประกาศที่ออกตามพระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ มาตรา ๒๙ ให้ รัฐมนตรีว่ าการกระทรวงการคลั งรัก ษาการตามพระราชบั ญ ญั ติ นี้ และ ให้มีอานาจออกระเบียบเพื่อปฏิบัติการให้เป็นไปตามพระราชบัญญัตินี้ ผู้รับสนองพระราชโองการ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี หนา้ ๙ เลม่ ๑๓๖ ตอนที่ ๒๕ ก ราชกิจจานุเบกษา ๓ มีนาคม ๒๕๖๒ หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ โดยที่เป็นการสมควรให้มีการจัดสวัสดิการ ให้แก่ประชาชนผู้มีรายได้น้อยเพื่อลดความเหลื่อมล้าทางเศรษฐกิจและสังคม กระจายรายได้อย่างเป็นธรรม ตลอดจนยกระดับและพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนอย่างยั่งยืน โดยมีการดาเนินการร่วมกันระหว่างภาครั ฐ ภาคเอกชน และประชาชน อั น จะมี ผ ลท าให้ ป ระชาชนผู้ มี ร ายได้ น้ อ ยมี ปั จ จั ย ที่ เพี ย งพอและสามารถ ดารงชีวิต ได้อย่ างมีคุณภาพ รวมทั้งมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น ในการนี้ เพื่อให้การดาเนินการจัดสวัสดิ การเป็นไป ตามวัตถุประสงค์อย่างมีประสิทธิภาพ จึงจาเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้