跳到主要内容
Nelum
泰国的法律

Act on Establishment of the Consumer Organization Council, B.E.2562 (2019)

颁布于 2019-05-22 · 文本截至 2026-10-01

以研究形式发布的公开法律与官方指引,不构成法律、税务或金融建议。

研究内容本身以英文撰写。标题和标签已翻译,调查结果和引文未翻译。

关于这部法律

语言
Thai
类型
法令
组织
Mekong River Commission (MRC)
国家
泰国
主题
General
关键词
institution, consumer protection, governance

在哪里阅读

文本

所收录的法律原文,按条款排列。每个条款都有自己的链接。

  1. หนา้ ๒๒ เลม่ ๑๓๖ ตอนที่ ๖๗ ก ราชกิจจานุเบกษา ๒๒ พฤษภาคม ๒๕๖๒ พระราชบัญญัติ การจัดตั้งสภาองค์กรของผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๖๒ พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ให้ไว้ ณ วันที่ ๑๙ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๖๒ เป็นปีที่ ๔ ในรัชกาลปัจจุบัน พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศว่า โดยที่เป็นการสมควรมีกฎหมายว่าด้วยการจัดตั้งสภาองค์กรของผู้บริโภค จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ต ราพระราชบัญญัติขึ้นไว้โดยคาแนะนาและยินยอมของ สภานิติบัญญัติแห่งชาติทาหน้าที่รัฐสภา ดังต่อไปนี้ มาตรา ๑ พระราชบัญญัตินี้เรียกว่า “พระราชบัญญัติการจัดตั้งสภาองค์กรของผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๖๒” มาตรา ๒ พระราชบัญ ญัตินี้ใ ห้ใ ช้บัง คับ เมื่อ พ้น กาหนดหกสิบ วัน นับ แต่ วัน ประกาศใน ราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป มาตรา ๓ ในพระราชบัญญัตินี้ “สภาองค์ ก รของผู้ บ ริ โ ภค” หมายความว่ า สภาขององค์ ก รของผู้ บ ริ โ ภคที่ จั ด ตั้ ง ขึ้ น ตามพระราชบัญญัตินี้ “องค์กรของผู้บริโภค” หมายความว่า องค์กรที่ผู้บริโภคซึ่งเป็นบุคคลธรรมดาตั้งแต่สิบคน ขึ้นไปรวมตัวกันจัดตั้งขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์ในการคุ้มครองผู้บริโภคและไม่แสวงหากาไร ไม่ว่าการรวมตัว หนา้ ๒๓ เลม่ ๑๓๖ ตอนที่ ๖๗ ก ราชกิจจานุเบกษา ๒๒ พฤษภาคม ๒๕๖๒ จัดตั้งนั้นจะจัดตั้งเป็นรูปแบบใด และจะเป็นนิติบุคคลหรือไม่ก็ตาม และให้หมายความรวมถึงนิติบุคคล ที่มีวัตถุประสงค์ดังกล่าวด้วย “ผู้ประกอบธุรกิจ” หมายความว่า ผู้ประกอบธุรกิจตามกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองผู้บริโภค “นายทะเบียน” หมายความว่า นายทะเบียนกลางหรือนายทะเบียนประจาจังหวัด “นายทะเบียนกลาง” หมายความว่า ปลัดสานักนายกรัฐมนตรีหรือผู้ซึ่งปลัดสานักนายกรัฐมนตรี มอบหมาย “นายทะเบียนประจาจังหวัด” หมายความว่า ผู้ว่าราชการจังหวัดหรือผู้ซึ่งผู้ว่าราชการจังหวัด มอบหมาย มาตรา ๔ องค์กรของผู้บริโภคมีสิทธิรวมกันดาเนินการเพื่อจัดตั้งสภาองค์กรของผู้บริโภค ตามพระราชบัญญัตินี้ได้ มาตรา ๕ องค์กรของผู้บริโภคที่จะรวมตัวกันดาเนินการเพื่อจัดตั้งสภาองค์กรของผู้บริโภค หรือที่จะเข้าเป็นสมาชิกของสภาองค์กรของผู้บริโภคต้องมีลักษณะ ดังต่อไปนี้ (๑) ไม่ เ ป็ น องค์กรของผู้ บริโ ภคที่จั ด ตั้ง ขึ้นไม่ ว่าโดยทางตรงหรือ ทางอ้ อมหรือ ถูกครอบงา โดยผู้ประกอบธุรกิจที่เป็นนิ ติบุคคล กรรมการหรือผู้มีอานาจบริหารของผู้ประกอบธุรกิจดังกล่าว หรือ โดยหน่วยงานของรัฐ เจ้าหน้าที่ของรัฐ หรือพรรคการเมือง (๒) ไม่เป็นองค์กรของผู้บริโภคที่ได้รับเงินอุดหนุนไม่ว่าโดยทางตรงหรือทางอ้อมจากบุคคล ตาม (๑) เว้นแต่เป็นเงินที่ได้รับการสนับสนุนจากหน่วยงานของรัฐหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐ หรือได้รับ ตามพระราชบัญญัตินี้ (๓) เป็นองค์กรของผู้บริโภคที่ได้แจ้งสถานะความเป็นองค์กรตามมาตรา ๖ มาตรา ๖ องค์กรของผู้บริโภคใดที่มีลักษณะตามมาตรา ๕ (๑) และ (๒) ประสงค์จะเข้าร่วม จัด ตั้งหรือเป็น สมาชิกของสภาองค์กรของผู้บริโภค ให้แจ้งสถานะความเป็นองค์กรของผู้บริโภคไว้ ต่อนายทะเบียน โดยจะแจ้งต่อนายทะเบียนกลางหรือนายทะเบียนประจาจังหวัดที่ผู้แจ้งมีภูมิลาเนาอยู่ก็ได้ องค์กรของผู้บริโภคที่จะแจ้งการดาเนินการตามวรรคหนึ่ง ต้องมีหลักฐานแสดงว่าเป็นผู้ดาเนินการ เกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภคเป็นที่ประจักษ์มาแล้วไม่น้อยกว่าสองปีก่อนวันยื่นแจ้ง การแจ้ ง ให้ เ ป็ น ไปตามแบบและวิ ธีก ารที่ น ายทะเบี ย นกลางก าหนด ซึ่ ง จะก าหนดให้ แ จ้ง โดยระบบเทคโนโลยีสารสนเทศหรือระบบหรือวิธีการอื่นใดที่ผู้แจ้งสามารถดาเนินการได้โดยสะดวกด้วยก็ได้

  2. หนา้ ๒๔ เลม่ ๑๓๖ ตอนที่ ๖๗ ก ราชกิจจานุเบกษา ๒๒ พฤษภาคม ๒๕๖๒ ในการกาหนดแบบและวิธีการตามวรรคสาม ต้องไม่มีลักษณะเป็นการสร้างขั้นตอนโดยไม่จาเป็น และให้รับฟังความคิดเห็นขององค์กรของผู้บริโภคประกอบด้วย เมื่ อ ได้ รั บ แจ้ ง และเห็ น ว่ า เป็ น องค์ ก รของผู้ บ ริ โ ภคที่ มี ลั ก ษณะตามมาตรา ๕ แล้ ว ให้นายทะเบียนกลางหรือนายทะเบียนประจาจังหวัดผู้รับแจ้งออกหลักฐานการแจ้งไว้ให้แก่ผู้แจ้ง และ ให้ น ายทะเบียนกลางประกาศให้ประชาชนทราบเป็นการทั่วไปทางระบบเทคโนโลยีสารสนเทศหรือ ระบบหรือวิธีการอื่นใดที่ประชาชนทั่วไปสามารถเข้าถึงได้โดยสะดวก มาตรา ๗ ให้ปลัดสานักนายกรัฐมนตรีหรือผู้ซึ่งปลัดสานักนายกรัฐมนตรี มอบหมายเป็น นายทะเบียนกลาง มีห น้ าที่รับแจ้งสถานะความเป็นองค์กรของผู้บริโภคได้ทั่วราชอาณาจักร และ มีหน้าที่อื่นตามพระราชบัญญัตินี้ ให้ผู้ว่าราชการจังหวัดหรือผู้ซึ่งผู้ว่าราชการจังหวัดมอบหมายเป็นนายทะเบียนประจาจังหวัด มีหน้าที่รับแจ้งสถานะความเป็นองค์กรของผู้บริโภคภายในจังหวัดนั้น และเมื่อได้รับแจ้งแล้วให้ส่งรายชื่อ องค์กรของผู้บริโภคให้นายทะเบียนกลางโดยเร็วเพื่อประกาศให้ประชาชนทราบตามมาตรา ๖ วรรคห้า มาตรา ๘ ผู้ใดเห็นว่าองค์กรของผู้บริโภคที่ได้แจ้งไว้ตามมาตรา ๖ มีลักษณะไม่ถูกต้อง ตามมาตรา ๕ ให้มีสิทธิยื่นคาคัดค้านพร้อมทั้งหลักฐานต่อนายทะเบียนกลางได้ เมื่อนายทะเบียนกลางได้รับคาคัดค้านตามวรรคหนึ่ง ให้ดาเนินการสอบข้อเท็จจริงแล้ววินิจฉัย โดยเร็ว ในกรณีที่เห็นว่าองค์กรของผู้บริโภคนั้นมีลักษณะไม่ถูกต้องตามมาตรา ๕ ให้เพิกถอนการรับแจ้ง พร้อมทั้งแจ้งให้ผู้ร้องและองค์กรของผู้บริโภคที่เกี่ยวข้องทราบ คาวินิจฉัยของนายทะเบียนกลางให้เป็นที่สุด มาตรา ๙ องค์กรของผู้บริโภคที่มีลักษณะตามมาตรา ๕ ไม่น้อยกว่าหนึ่งร้อยห้าสิบองค์กร มีสิทธิเข้าชื่อกันแจ้งต่อนายทะเบียนกลางเพื่อเป็นผู้เริ่มก่อการในการจัดตั้งสภาองค์กรของผู้บริโภค เมื่อได้แจ้งตามวรรคหนึ่งแล้ว ให้ผู้เริ่มก่อการรวบรวมองค์กรของผู้บริโภคที่ยินยอมเข้าร่วมใน การจัดตั้งสภาองค์กรของผู้บริโภคให้ได้จานวนไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งขององค์กรของผู้บริโภคที่นายทะเบียนกลาง ได้ ป ระกาศการรั บแจ้ง ตามมาตรา ๖ วรรคห้ า ไว้ ค รั้ ง สุ ด ท้ ายก่ อนวัน ที่แ จ้ง ตามวรรคหนึ่ ง ทั้งนี้ ให้แล้วเสร็จภายในเก้าสิบวันนับแต่วันแจ้งตามวรรคหนึ่ง ในการดาเนินการตามวรรคสอง ผู้เริ่มก่อการจะขอให้นายทะเบียนกลางเป็นผู้ประกาศเชิญชวน ให้องค์กรของผู้บริโภคมาแสดงความยินยอมเข้าร่วมต่อนายทะเบียนกลางแทนผู้เริ่มก่อการก็ได้

  3. หนา้ ๒๕ เลม่ ๑๓๖ ตอนที่ ๖๗ ก ราชกิจจานุเบกษา ๒๒ พฤษภาคม ๒๕๖๒ เมื่อผู้เริ่มก่อการรวบรวมองค์กรของผู้บริโภคได้ครบถ้วนภายในกาหนดเวลาตามวรรคสองแล้ว ให้ แ จ้ ง ให้ น ายทะเบี ย นกลางทราบพร้ อ มด้ว ยหลั ก ฐานการยิ นยอมเข้า ร่ วมขององค์ กรของผู้ บริโภค เมื่อนายทะเบียนกลางได้รับแจ้งและตรวจสอบความถูกต้องครบถ้วนแล้ว ให้ประกาศการจัดตั้งสภาองค์กร ของผู้บริโภคในราชกิจจานุเบกษาและทางระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ ในกรณีที่นายทะเบียนกลางเป็นผู้ประกาศเชิญชวนตามวรรคสาม เมื่อนายทะเบียนกลางรวบรวม องค์กรของผู้บริโภคได้ครบถ้วนตามจานวนและภายในกาหนดเวลาตามวรรคสองแล้ว ให้นายทะเบียนกลาง ดาเนินการตรวจสอบและประกาศการจัดตั้งสภาองค์กรของผู้บริโภคตามวรรคสี่ต่อไป การประกาศการจัดตั้งสภาองค์กรของผู้บริโภค ให้นายทะเบียนกลางดาเนินการให้แล้วเสร็จ ภายในสามสิบวัน นั บแต่วัน ที่ไ ด้รับแจ้งตามวรรคสี่หรือวันที่รวบรวมองค์กรของผู้บริโภคได้ครบถ้วน ตามวรรคห้า องค์กรของผู้บริโภคที่เข้าชื่อตามวรรคหนึ่งหรือยินยอมเข้าร่วมตามวรรคสองแล้ว จะขอถอนชื่อออก และจะเข้าชื่อกับคณะผู้เริ่มก่อการอื่นหรือยินยอมเข้าร่วมในการจัดตั้งสภาองค์กรของผู้บริโภคอื่นไม่ได้ เว้นแต่มิได้มีการจัดตั้งสภาองค์กรของผู้บริโภคภายในกาหนดเวลาตามที่ได้เริ่มก่อการไว้ มาตรา ๑๐ ให้สภาองค์กรของผู้บริโภคที่จัดตั้งตามมาตรา ๙ เป็นนิติบุคคล มีวัตถุประสงค์ เพื่อการคุ้มครองผู้บริโภคในทุกด้านและดาเนินการอื่นใดตามที่บัญญัติไว้ในพระราชบัญญัตินี้ โดยให้ถือว่า องค์กรของผู้บริโภคที่เป็นผู้เริ่มก่อการและที่ได้ลงชื่อยินยอมเข้าร่วมในการจัดตั้งสภาองค์กรของผู้บริโภค ตามมาตรา ๙ เป็นสมาชิกของสภาองค์กรของผู้บริโภคนับแต่วันที่ประกาศจัดตั้งสภาองค์กรของผู้บริโภค ให้สภาองค์กรของผู้บริโภคมีความเป็นอิสระ ไม่อยู่ภายใต้อาณัติหรือการครอบงาหรือการสั่งการ ไม่ว่าโดยทางตรงหรือทางอ้อมจากหน่วยงานของรัฐ เจ้าหน้าที่ของรัฐ พรรคการเมือง ผู้ประกอบธุรกิจ หรือพนักงานหรือลูกจ้างของผู้ประกอบธุรกิจ มาตรา ๑๑ เมื่อมีการจัดตั้งสภาองค์กรของผู้บริโภคตามมาตรา ๙ แล้ว ให้คณะผู้เริ่มก่อการ จัดทาร่างข้อบังคับของสภาองค์กรของผู้บริโภคและเรียกประชุมสมาชิกภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ ประกาศการจัดตั้งในราชกิจจานุเบกษา เพื่อดาเนินกิจกรรม ดังต่อไปนี้ (๑) จัดทาข้อบังคับของสภาองค์กรของผู้บริโภค (๒) เลือกตั้งประธานและคณะกรรมการนโยบายของสภาองค์กรของผู้บริโภค (๓) กาหนดนโยบาย แนวทาง หรือแผนงาน เกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค (๔) กิจการอื่นที่คณะผู้เริ่มก่อการเห็นสมควร

  4. หนา้ ๒๖ เลม่ ๑๓๖ ตอนที่ ๖๗ ก ราชกิจจานุเบกษา ๒๒ พฤษภาคม ๒๕๖๒ มาตรา ๑๒ ข้อบังคับของสภาองค์กรของผู้บริโภคอย่างน้อยต้องมีเรื่อง ดังต่อไปนี้ (๑) วัตถุประสงค์ของสภาองค์กรของผู้บริโภค (๒) แนวทางในการดารงความเป็นอิสระตามมาตรา ๑๐ (๓) โครงสร้ างของการบริ หารงานซึ่ งอย่ างน้ อยต้ องมี คณะกรรมการนโยบายที่ ประกอบด้วย ประธาน รองประธาน และกรรมการนโยบายตามที่กาหนด และคุณสมบัติ ลักษณะต้องห้าม วาระ การดารงตาแหน่ง การพ้นจากตาแหน่ง และวิธีการได้มาซึ่งคณะกรรมการนโยบาย โดยกรรมการนโยบาย อย่างน้อยต้องประกอบด้วยผู้เชี่ยวชาญด้านต่าง ๆ ตามมาตรา ๑๓ และตัวแทนขององค์กรของผู้บริโภค จากพื้นที่ต่าง ๆ โดยจะให้มีคณะกรรมการบริหารด้วยหรือไม่ก็ได้ (๔) โครงสร้างขององค์กรซึ่งอย่างน้อยต้องมีสานักงานสภาองค์กรของผู้บริโภคและหน่วยงาน ประจาจังหวัดซึ่งอาจมีทุกจังหวัดหรือบางจังหวัดตามที่เห็นสมควร ตลอดทั้งวิธีการบริหารงานของสานักงาน สภาองค์กรของผู้บริโภคซึ่งอย่างน้อยต้องมีเลขาธิการสานักงานสภาองค์กรของผู้บริโภคเป็นหัวหน้าสานักงาน และวิธีการบริหารงานในหน่วยงานประจาจังหวัด รวมตลอดทั้งผู้มีอานาจกระทาการแทนสภาองค์กรของ ผู้บริโภค (๕) หลักเกณฑ์และวิธีการในการรับองค์กรของผู้บริโภคเข้าเป็นสมาชิก และสิทธิ หน้าที่ และประโยชน์ของสมาชิก ทั้งนี้ หลักเกณฑ์และวิธีการในการรับ สมาชิกต้องไม่มีลักษณะเป็นการกีดกัน มิให้องค์กรของผู้บริโภคที่มีคุณสมบัติครบถ้วนเข้าเป็นสมาชิกได้ (๖) จรรยาบรรณและการควบคุมการปฏิบัติงาน ให้เป็นไปตามจรรยาบรรณและโทษกรณี มีการละเมิดจรรยาบรรณ (๗) ค่าลงทะเบียน ค่าบารุง และค่าบริการที่จะพึงเรียกเก็บจากสมาชิกหรือบุคคลภายนอก (๘) การบัญชีและการเงิน การสอบบัญชี และการประเมินผลการปฏิบัติงานของสภาองค์กร ของผู้บริโภค (๙) การบรรจุ การแต่งตั้ง การถอดถอน การกาหนดตาแหน่ง อัตราเงินเดือน ค่าจ้าง และ เงินบาเหน็จ รางวัลพนักงาน รวมทั้งระเบียบ วินัย การลงโทษ และการร้องทุกข์ของพนักงาน

  5. หนา้ ๒๗ เลม่ ๑๓๖ ตอนที่ ๖๗ ก ราชกิจจานุเบกษา ๒๒ พฤษภาคม ๒๕๖๒ ข้อบังคับของสภาองค์กรของผู้บริโภคต้องแจ้งให้นายทะเบียนกลางทราบและเผยแพร่ทาง สื่ออิเล็กทรอนิกส์ ระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ หรือระบบหรือวิธีการอื่นใดที่ประชาชนทั่วไปสามารถเข้าถึงได้ โดยสะดวก มาตรา ๑๓ คณะกรรมการนโยบายสภาองค์กรของผู้บริโ ภคอย่างน้อยต้องประกอบด้ว ย ผู้เชี่ยวชาญในด้านต่าง ๆ ดังต่อไปนี้ (๑) ด้านการเงินและการธนาคาร (๒) ด้านการขนส่งและยานพาหนะ (๓) ด้านอสังหาริมทรัพย์และที่อยู่อาศัย (๔) ด้านอาหาร ยา และผลิตภัณฑ์สุขภาพ (๕) ด้านบริการสุขภาพ (๖) ด้านสินค้าและบริการทั่วไป (๗) ด้านการสื่อสารและโทรคมนาคม (๘) ด้านบริการสาธารณะ มาตรา ๑๔ สภาองค์กรของผู้บริโภค นอกจากมีอานาจดาเนินการตามวัตถุประสงค์ที่ได้ จัดตั้งแล้ว ในฐานะเป็นผู้แทนผู้บริโภค ให้มีอานาจดาเนินการในเรื่องดังต่อไปนี้ด้วย (๑) ให้ความคุ้มครองและพิทักษ์สิทธิของผู้บริโภค รวมตลอดทั้งเสนอแนะนโยบายเกี่ยวกับ การคุ้มครองผู้บริโภคต่อคณะรัฐมนตรีหรือหน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้อง (๒) สนับสนุนและดาเนินการ ตรวจสอบ ติดตาม เฝ้าระวังสถานการณ์ปัญหาสินค้าและ บริการ แจ้งหรือโฆษณาข่าวสารหรือเตือนภัยเกี่ยวกับสินค้าหรือบริการที่อาจกระทบต่อสิทธิของผู้บริโภค หรืออาจก่อให้เกิดความเสียหายหรือเกิดความเสื่อมเสียแก่ผู้บริโภค โดยจะระบุชื่อสินค้าหรือบริการหรือ ชื่อของผู้ประกอบธุรกิจด้วยก็ได้ (๓) รายงานการกระทาหรือละเลยการกระทาอันมีผลกระทบต่อสิทธิของผู้บริโภค ไปยังหน่วยงาน ของรัฐหรือหน่วยงานอื่นที่รับผิดชอบและเผยแพร่ให้ประชาชนทราบ (๔) สนั บ สนุ น และช่ ว ยเหลื อ องค์ ก รของผู้ บ ริโ ภคในการรั กษาประโยชน์ ของผู้ บ ริ โภคให้ มี ประสิทธิภาพและได้รับความเชื่อถือ ตลอดจนส่งเสริมการรวมตัวขององค์กรของผู้บริโภคในระดับจังหวัด และเขตพื้นที่ ทั้งนี้ ตามที่กาหนดในข้อบังคับของสภาองค์กรของผู้บริโภค

  6. หนา้ ๒๘ เลม่ ๑๓๖ ตอนที่ ๖๗ ก ราชกิจจานุเบกษา ๒๒ พฤษภาคม ๒๕๖๒ (๕) สนับสนุนการศึกษาและการวิจัยเพื่อประโยชน์ในการดาเนินงานคุ้มครองและพิทักษ์สิทธิ ของผู้บริโภค (๖) สนับสนุนและช่วยเหลือสมาชิกในการไกล่เกลี่ยหรือประนีประนอมยอมความข้อพิพาท เกี่ยวกับการละเมิดสิทธิของผู้บริโภคทั้งก่อนและในระหว่างการดาเนินคดีต่อศาล (๗) ดาเนินคดีเกี่ยวกับการละเมิดสิทธิของผู้บริโภคตามที่เห็นสมควรหรือเมื่อมีผู้ร้องขอ หรือ ให้ความช่วยเหลือในการดาเนินคดีในกรณีที่ผู้บริโภคหรือองค์กรของผู้บริโภคถูกฟ้องคดีจากการใช้สิทธิ ในฐานะผู้บริโภคหรือใช้สิทธิแทนผู้บริโ ภค แล้วแต่กรณี และเพื่อประโยชน์แห่งการนี้ ให้มีอานาจ ประนีประนอมยอมความด้วย (๘) จัดให้มีหรือรวบรวม และเผยแพร่ข้อมูลเกี่ยวกับสินค้าหรือบริการอันจะเป็นประโยชน์ต่อ ผู้บริโภคในการตัดสินใจซื้อสินค้าหรือใช้บริการ ให้ประชาชนสามารถเข้าถึงได้โดยสะดวก การดาเนินการตาม (๑) (๒) (๓) (๗) หรือ (๘) ถ้าเป็นการกระทาโดยสุจริต ให้สภาองค์กร ของผู้บริโภคพ้นจากความรับผิด ในกรณีที่หน่วยงานของรัฐได้รับรายงานตาม (๓) ให้แจ้งผลการดาเนินงานให้สภาองค์กรของ ผู้บริโภคทราบภายในหกสิบวันนับแต่วันที่ได้รับแจ้ง ในการดาเนินการตาม (๗) ให้สภาองค์กรของผู้บริโภคมีอานาจฟ้องคดีได้ทั้งคดีแพ่ง คดีอาญา คดีปกครอง และคดีผู้บริโภค เช่นเดียวกับผู้เสียหายตามกฎหมายว่าด้วยวิธีพิจารณาความแพ่ง กฎหมาย ว่าด้วยวิธีพิจารณาความอาญา กฎหมายว่าด้วยการจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดี ปกครอง และ กฎหมายว่าด้วยวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค รวมทั้งเช่นเดียวกับคู่กรณีตามกฎหมายว่าด้วยวิธีปฏิบัติราชการ ทางปกครอง และเมื่อศาลพิพากษาว่าผู้ประกอบธุรกิจกระทาการละเมิด หรือผิดสัญญาต่อผู้บริโภค ให้ ศาลสั่งให้ ผู้ประกอบธุรกิจชาระค่าใช้ จ่ายและค่าป่วยการให้ แก่สภาองค์ กรของผู้บริโภคไม่น้อยกว่ า ร้อยละยี่สิบห้าแต่ไม่เกินกึ่งหนึ่งของค่าเสียหายและค่าสินไหมทดแทนที่ศาลกาหนดให้ผู้ประกอบธุรกิจ ชาระให้แก่ผู้บริโภค เว้นแต่สภาองค์กรของผู้บริโภคจะพิสูจน์ได้ว่ามีค่าใช้จ่ายมากกว่านั้น ก็ให้ศาลสั่ง ให้ผู้ประกอบธุรกิจชดใช้ค่าใช้จ่ายตามจานวนดังกล่าวและชาระค่าป่วยการให้เท่ากับจานวนค่าใช้จ่ายนั้น

  7. หนา้ ๒๙ เลม่ ๑๓๖ ตอนที่ ๖๗ ก ราชกิจจานุเบกษา ๒๒ พฤษภาคม ๒๕๖๒ มาตรา ๑๕ ให้เป็นหน้าที่ของสภาองค์กรของผู้บริโภคที่จะต้องจัดให้มีการประชุมสมาชิกและ ผู้บริโภคทั่วไปที่สนใจอย่างน้อยปีละหนึ่งครั้ง เพื่อรายงานผลการดาเนินงานของสภาองค์กรของผู้บริโภค และรับฟังความคิดเห็นและข้อเสนอแนะอันจะยังประโยชน์แก่การคุ้มครองผู้บริโภค และการปรับปรุงแก้ไข การดาเนินงานของสภาองค์กรของผู้บริโภค มาตรา ๑๖ ให้เป็นหน้าที่ของสานักงานปลัดสานักนายกรัฐมนตรีที่จะเสนอต่อคณะรัฐมนตรี เพื่อพิจารณาจัดสรรเงินอุดหนุนเป็นรายปีเป็นการจ่ายขาดให้แก่สภาองค์กรของผู้บริโภคตามที่สภาองค์กร ของผู้บริโภคเสนอ ในการจัดสรรเงินอุดหนุนตามวรรคหนึ่ง ให้คณะรัฐมนตรีจัดสรรให้เพียงพอต่อการดาเนินงาน โดยอิสระของสภาองค์กรของผู้บริโภค ในกรณีที่สภาองค์กรของผู้บริโภคเห็นว่าจานวนเงินที่คณะรัฐมนตรีจัดสรรให้ไม่เพียงพอต่อ การดาเนินงานตามวรรคสอง สภาองค์กรของผู้บริโภคจะมีหนังสือขอให้คณะรัฐมนตรีทบทวนเพื่อจัดให้ เพียงพอก็ได้ มาตรา ๑๗ เพื่อประโยชน์ในการส่งเสริมประสิทธิภาพและการตรวจสอบการดาเนินงานของ สภาองค์กรของผู้บริโภคให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ ให้สภาองค์กรของผู้บริโภคจัดให้มีการประเมินผล การดาเนินงานของสภาองค์กรของผู้บริโภคตามระยะเวลาที่สภาองค์กรของผู้บริโภคกาหนด แต่ต้องไม่เกิน สามปี การประเมินผลการดาเนินงานตามวรรคหนึ่ง ให้จัดทาโดยสถาบันหรือองค์กรที่เป็นกลางและ มีความเชี่ยวชาญในด้านการประเมินผลการดาเนินงาน โดยมีการคัดเลือกตามวิธีการที่สภาองค์กรของ ผู้บริโภคกาหนด การประเมินผลการดาเนินงานของสภาองค์กรของผู้บริโภคจะต้องแสดงข้อเท็จจริงให้ปรากฏใน ด้านประสิทธิผล ประสิทธิภาพ การพัฒนาสภาองค์กรของผู้บริโภค และการสนับสนุนจากประชาชน หรือในด้านอื่นตามที่สภาองค์กรของผู้บริโภคจะได้กาหนดเพิ่มเติมขึ้น มาตรา ๑๘ ให้สภาองค์กรของผู้บริโภคจัดทารายงานผลการปฏิบัติงานประจาปี ตลอดจน ปัญหาและอุปสรรคเผยแพร่ให้ประชาชนทราบและเสนอต่อคณะรัฐมนตรี สภาผู้แทนราษฎร และวุฒิสภา เพื่อทราบภายในหกเดือนนับแต่วันสิ้นปีปฏิทิน

  8. หนา้ ๓๐ เลม่ ๑๓๖ ตอนที่ ๖๗ ก ราชกิจจานุเบกษา ๒๒ พฤษภาคม ๒๕๖๒ นายกรัฐมนตรี สภาผู้แทนราษฎร และวุฒิสภา อาจขอให้ประธานกรรมการนโยบายสภาองค์กร ของผู้บริโภคชี้แจงการดาเนินงานในเรื่องใดเรื่องหนึ่งเป็นหนังสือหรือขอให้มาชี้แจงด้วยวาจาได้ มาตรา ๑๙ เมื่อมีการประกาศจัดตั้งสภาองค์กรของผู้บริโภคตามมาตรา ๙ วรรคสี่เป็นครั้งแรก หลังจากวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ ให้รัฐบาลจัดสรรเงินอุดหนุนไว้ที่สานักงานปลัดสานักนายกรัฐมนตรี เป็นการจ่ายขาดเพื่อเป็นทุนประเดิมเบื้องต้นให้แก่สภาองค์กรของผู้บริโภคที่จัดตั้งขึ้นดังกล่าวเป็นจานวน ไม่น้อยกว่าสามร้อยห้าสิบล้านบาท เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายเบื้องต้นในการดาเนินการให้เกิดการรวมตัวกันของ องค์กรของผู้บริโภคอย่างทั่วถึงและเกิดพลังอย่างแท้จริงตามเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ ทั้งนี้ ภายใน หกสิบวันนับแต่วันประกาศจัดตั้งสภาองค์กรของผู้บริโภค และการจ่ายเงินอุดหนุนให้แก่สภาองค์กรของ ผู้บริโภคให้เป็นไปตามระเบียบที่สานักงานปลัดสานักนายกรัฐมนตรีกาหนด มาตรา ๒๐ ให้นายกรัฐมนตรีรักษาการตามพระราชบัญญัตินี้ ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี หนา้ ๓๑ เลม่ ๑๓๖ ตอนที่ ๖๗ ก ราชกิจจานุเบกษา ๒๒ พฤษภาคม ๒๕๖๒ หมายเหตุ :- เหตุผ ลในการประกาศใช้ พระราชบัญญัติ ฉบับนี้ คือ โดยที่มาตรา ๔๖ ของรัฐ ธรรมนูญ แห่งราชอาณาจักรไทย บัญญัติให้สิทธิของผู้บริโภคย่อมได้รับความคุ้มครอง บุคคลย่อมมีสิทธิรวมกันจัดตั้ง องค์กรของผู้บริโภคเพื่อคุ้มครองและพิทักษ์สิทธิของผู้บริโภค และองค์กรของผู้บริโภคดังกล่าวมีสิทธิรวมกัน จั ดตั้งเป็ น องค์กรที่มีความเป็ น อิส ระเพื่อให้ เกิดพลั งในการคุ้มครองและพิทัก ษ์สิ ทธิของผู้ บริโ ภคโดยได้ รั บ การสนับสนุนจากรัฐ ทั้งนี้ หลักเกณฑ์และวิธีการจัดตั้ง อานาจในการเป็นตัวแทนของผู้บริโภค และการสนับสนุน ด้านการเงินจากรัฐ ให้เป็นไปตามที่กฎหมายบัญญัติ สมควรมีกฎหมายว่าด้วยการจัดตั้งสภาองค์กรของผู้บริโภค ตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย จึงจาเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้

Act on Establishment of the Consumer Organization Council, B.E.2562 (2019) · Nelum