Skip to content
Nelum
Laws of Thailand

Water Resources Management Master Plan 2018-2037

Made 2018 · Text as of 2026-10-01

Public law and official guidance, published as research. Not legal, tax or financial advice.

About this law

Language
Thai
Kind
policy
Organisation
Mekong River Commission (MRC)
Country
Thailand
Subjects
Water
Keywords
water resources management, policy/planning, sustainable development, hazards, flood, water shortage/drought, water supply, waterworks, freshwater pollution, pollution control

Where to read it

Text

The law's own text, section by section, as held. Each section has its own link.

  1. (ราง) แผนแมบทการบริหารจัดการทรัพยากรน้ํา ๒0 ป (พ.ศ. 2561 - 2580) (ฉบับเสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณา) ค ำน ำ (ร่าง) แผนแม่บทการบริหารจัดการทรัพยากรน้้า ฉบับนี้ ด้าเนินการจัดท้าโดยคณะอนุกรรมการ ยุทธศาสตร์การบริหารจัดการทรัพยากรน้้า มีกรอบการด้าเนินงาน 20 ปี (พ.ศ. 2561 – 25680) และจัดท้าให้ สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี (พ.ศ. 2561-2580) (แผนระดับ 1) และแผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติ (แผนระดับ 2) ภายใต้ประเด็นที่ 19 การบริหารจัดการน้้าทั้งระบบ มีวัตถุประสงค์เพ่ือเป็นกรอบและแนวทางในการ พัฒนาการและเพ่ิมประสิทธิภาพการบริหารจัดการทรัพยากรน้้าของประเทศ โดยยึดหลักแนวทางตามหลักปรัชญา เศรษฐกิจพอเพียง ยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี และหลักการสร้างสมดุลระหว่างการอนุรักษ์ ฟ้ืนฟู และการใช้ประโยชน์ จากทรัพยากรน้้าอย่างยั่งยืน ในการจัดท้า (ร่าง) แผนแม่บทการบริหารจัดการทรัพยากรน้้า 20 ปี (พ.ศ. 2561-2580) ในครั้งนี้ ได้ทบทวนปรับปรุงยุทธศาสตร์การบริหารจัดการทรัพยากรน้้า 12 ปี ความเห็นจากผู้ทรงคุณวุฒิ ตลอดจนการบูรณาการ หน่วยงานด้านน้้าที่เกี่ยวข้อง และจัดเวทีรับฟังความคิดเห็นจากประชาชน น้ามาวิเคราะห์เพ่ือก้าหนดเป็นกลยุทธ์และ แผนงานภายใต้แผนแม่บทฯ ส้าหรับการแก้ไขปัญหาอย่างยั่งยืน สอดคล้องกับศักยภาพของลุ่มน้้า สภาพปัญหาและ ความต้องการของประชาชน โดยได้ก้าหนดวิสัยทัศน์การพัฒนาตามแผนแม่บทการบริหารจัดการทรัพยากรน้้า 20 ปี (พ.ศ. 2561-2580) ไว้ ดังนี้ “ทุกหมู่บ้านมีน ้าสะอาดอุปโภค บริโภค น ้าเพ่ือการผลิตมั่นคง ความเสียหายจาก อุทกภัยลดลง คุณภาพน ้าอยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน บริหารจัดการน ้าอย่างยั่งยืน ภายใต้การพัฒนาอย่างสมดุล โดยการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน” คณะอนุกรรมการยุทธศาสตร์การบริหารจัดการทรัพยากรน้้าหวังเป็นอย่างยิ่งว่า ภายใต้ ความร่วมมือของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการขับเคลื่อนแผนแม่บทการบริหารจัดการทรัพยากรน้้า 20 ปี (พ.ศ. 2561-2580) รวมถึงการบูรณาการท้างานร่วมกันของภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง จะช่วยสนับสนุนการแก้ไขปัญหา ด้านน้้าของประเทศ เพ่ิมประสิทธิภาพการบริหารจัดการ ส่งเสริมธรรมาภิบาล และท้าให้เกิดประโยชน์สุขต่อประชาชน บทสรุปผูบริหาร แผนแมบทการบริหารจัดการทรัพยากรน้ํา ๒๐ ป (พ.ศ.๒๕๖๑ – ๒๕๘๐) ๑.๑ ความเปนมา “น้ํา” เปนทรัพยากรท่ีมีคุณคาของโลก รวมถึงเปนปจจัยการผลิตท่ีสําคัญในระบบเศรษฐกิจ อยางไรก็ตาม จากการแปรปรวนของสภาพภูมิอากาศ เกิดภัยพิบัติทางธรรมชาติดานน้ําบอยครั้งและรุนแรงมากข้ึน พรอมท้ัง การเพ่ิมข้ึนของชุมชนเมือง การขยายตัวของเศรษฐกิจและอุตสาหกรรม สงผลใหเกิดภาวะการขาดแคลนน้ํา ภาวะน้ําทวม มลพิษทางน้ํา ดังนั้น เพ่ือใหการบริหารจัดการทรัพยากรน้ําของประเทศเปนไปอยางมีประสิทธิภาพ สอดคลองกับ ยุทธศาสตรชาติ ๒๐ ป (พ.ศ. ๒๕๖๑-๒๕๘๐) คณะกรรมการทรัพยากรน้ําแหงชาติ (กนช.) จึงแตงตั้งคณะอนุกรรมการ ยุทธศาสตรการบริหารจัดการทรัพยากรน้ํา เพ่ือปรับปรุงยุทธศาสตรการบริหารจัดการทรัพยากรน้ํา ๑๒ ป เปนแผน แมบทการบริหารจัดการทรัพยากรน้ํา ๒๐ ป (พ.ศ. ๒๕๖๑-๒๕๘๐) ใหมีความเหมาะสมสอดคลองและตอบสนอง เปาหมายตามยุทธศาสตรชาติ ๒๐ ป (พ.ศ. ๒๕๖๑-๒๕๘๐) (แผนระดับ ๑) และแผนแมบทภายใตยุทธศาสตรชาติ (แผนระดับ ๒) ภายใตประเด็นท่ี ๑๙ การบริหารจัดการน้ําท้ังระบบ ๑.๒ วัตถุประสงค ๑) เพ่ือเปนกรอบและแนวทางในการแกไขปญหาและพัฒนาทรัพยากรน้ําของประเทศ ท่ีมีผลกระทบ รุนแรงตอประชาชน สนับสนุนดานเศรษฐกิจและสังคม ท่ีตองเรงดําเนินการอยางตอเนื่อง (ป ๒๕๖๑-๒๕๘๐) สอดคลองกับแนวทางการพัฒนาและเปาหมายตามยุทธศาสตรชาติ ๒๐ ป (พ.ศ. ๒๕๖๑-๒๕๘๐) โดยระยะเวลา ๕ ปแรก (ป ๒๕๖๑-๒๕๖๕) ตองแกไขปญหาท่ีสําคัญไดอยางเปนรูปธรรม ๒) เพ่ือพัฒนาการจัดการน้ําเชิงลุมน้ําท้ังระบบ เพ่ิมความม่ันคงดานน้ําของประเทศ โดยจัดใหมี น้ําสะอาดใชทุกครัวเรือนในชุมชนชนบทและการเจริญเติบโตของเขตเมือง การปองกัน ฟนฟู รักษาเขตตนน้ํา สภาพสิ่งแวดลอม ลําน้ําและแหลงน้ําธรรมชาติ ๓) เพ่ือเพ่ิมผลิตภาพของน้ําท้ังระบบ โดยการจัดหาน้ําและใชน้ําอยางประหยัด รูคุณคา และ สรางมูลคาเพ่ิมจากการใชน้ําใหทัดเทียมระดับสากล รองรับการเติบโตของเศรษฐกิจและสังคมในอนาคต ท้ังภาค เกษตรกรรม อุตสาหกรรม บริการและพลังงาน ๔) เพ่ือจัดระบบการจัดการภัยพิบัติจากน้ําใหสามารถลดความสูญเสีย ลดความเสี่ยงจากภัยพิบัติ ท่ีเกิดจากน้ําตามหลักวิชาการ มีประสิทธิภาพ และแบงตามลักษณะของแตละลุมน้ํา พ้ืนท่ี ใหอยูในขอบเขต ท่ีควบคุมและใหสามารถฟนตัวไดในเวลาอันสั้น ๕) เพ่ือเพ่ิมประสิทธิภาพการบริหารจัดการ มีการจัดหาและใชน้ําท่ีสมดุล ทันสมัย ทันการณ และสรางความเปนธรรม ใชมาตรการท้ังทางโครงสราง กฎระเบียบ องคกรการจัดการ การจัดการขอมูล การเตือนภัย การวิจัยและพัฒนานวัตกรรม ใหสามารถขับเคลื่อนงานภายใตแผนแมบทดานน้ําและงานตามพระราชบัญญัติ ทรัพยากรน้ํา ๑.๓ วิสัยทัศน ไดกําหนดวิสัยทัศนการพัฒนาตามแผนแมบทการบริหารจัดการทรัพยากรน้ํา ๒๐ ป (พ.ศ. ๒๕๖๑ ๒๕๘๐) ไว ดังนี้ “ทุกหมูบานมีน้ําสะอาดอุปโภค บริโภค น้ําเพ่ือการผลิตม่ันคง ความเสียหายจากอุทกภัยลดลง คุณภาพน้ําอยู ในเกณฑมาตรฐาน บริหารจัดการน้ําอยางยั่งยืน ภายใตการพัฒนาอยางสมดุล โดยการ มีสวนรวมของทุกภาคสวน” ๑.๔ แผนแมบทการบริหารจัดการทรัพยากรน้ํา ๒๐ ป เพ่ือใหบรรลุตามวิสัยทัศนขางตน ไดกําหนด แผนแมบทการบริหารจัดการทรัพยากรน้ํา ๒๐ ป (พ.ศ. ๒๕๖๑-๒๕๘๐) ๖ ดาน คือ แผนแมบท เปาประสงค ดานท่ี ๑ การจัดการน้ํา อุปโภค บริโภค จัดหาน้ําสะอาดเพ่ือการอุปโภคบริโภคใหแกชุมชน ครบทุกหมูบานหรือทุกครัวเรือน ชุมชนเมือง แหลงทองเท่ียวสําคัญ และพ้ืนท่ีเศรษฐกิจพิเศษ รวมท้ังการจัดหาแหลง น้ําสํารองในพ้ืนท่ีซ่ึงขาดแคลนแหลงน้ําตนทุน พัฒนาน้ําดื่มใหไดมาตรฐาน ในราคา ท่ีเหมาะสม และการประหยัดน้ํา โดยลดการใชน้ําภาคครัวเรือน ภาคบริการ และ ภาคราชการ ดานท่ี ๒ การสราง ความม่ันคงของน้ํา ภาคการผลิต พัฒนาแหลงเก็บกักน้ําและระบบสงน้ําใหมใหเต็มศักยภาพ พรอมท้ังการจัดหาน้ํา ในพ้ืนท่ีเกษตรน้ําฝน เพ่ือขยายโอกาสจากศักยภาพโครงการขนาดเล็กและลด ความเสี่ยงในพ้ืนท่ีไมมีศักยภาพ ลดความเสี่ยง/ความเสียหายลง รอยละ ๕๐ รวมถึง การเพ่ิมผลิตภาพและปรับโครงสรางการใชน้ํา โดยดําเนินการรวมกับยุทธศาสตรชาติ ดานการสรางความสามารถในการแขงขันและดานการสรางโอกาสและความเสมอภาค ทางสังคมเพ่ือยกระดับผลิตภาพดานน้ําท้ังระบบ ดานท่ี ๓ การจัดการ น้ําทวมและอุทกภัย เพ่ิมประสิทธิภาพการระบายน้ํา การจัดระบบปองกันน้ําทวมชุมชนเมือง การจัดการ พ้ืนท่ีน้ําทวมและพ้ืนท่ีชะลอน้ํา รวมท้ังการบรรเทาอุทกภัยในเชิงพ้ืนท่ีอยางเปนระบบ ในระดับลุมน้ําและพ้ืนท่ีวิกฤต (Area based) ลุมน้ําขนาดใหญ ลุมน้ําสาขา/ลดความเสี่ยง และความรุนแรงลงไมนอยกวา รอยละ ๖๐ ดานท่ี ๔ การจัดการ คุณภาพน้ํา และอนุรักษ ทรัพยากรน้ํา พัฒนาและเพ่ิมประสิทธิภาพระบบรวบรวมและระบบบําบัดน้ําเสียรวมของชุมชน การนําน้ําเสียกลับมาใชใหม ปองกันและลดการเกิดน้ําเสียตนทาง การควบคุมปริมาณ การไหลของน้ําเพ่ือรักษาระบบนิเวศ พรอมท้ังพ้ืนฟูแมน้ํา ลําคลอง และแหลงน้ํา ธรรมชาติท่ีมีความสําคัญในทุกมิติ เพ่ือการอนุรกัษ ฟนฟูและใชประโยชนท่ัวประเทศ ดานท่ี ๕ การอนุรักษ ฟนฟูสภาพปาตนน้ํา ท่ีเส่ือมโทรม และ ปองกันการพังทลาย ของดิน อนุรักษ ฟนฟู พ้ืนท่ีปาตนน้ําท่ีเสื่อมโทรม การปองกัน และลดการชะลางพังทลาย ของดินในพ้ืนท่ีตนน้ําและพ้ืนท่ีลาดชัน ดานท่ี ๖ การบริหาร จัดการ จัดตั้งองคกรดานการบริหารจัดการทรัพยากรน้ํา (คณะกรรมการทรัพยากรน้ําแหงชาติ คณะกรรมการลุมน้ํา ฯลฯ) ปรับปรุงกฎหมายใหทันสมัย สงเสริมความรวมมือระหวาง ประเทศเชื่อมโยงประเด็นการพัฒนาและการหาแหลงเงินทุน พัฒนาระบบ ฐานขอมูลประกอบการตัดสินใจ (คลังน้ําชาติ) สนับสนุนองคกรลุมน้ํา สนับสนุนการ แลกเปลี่ยนขอมูลระหวางภาครัฐและเอกชน การบริหารจัดการชลประทาน การศึกษาวิจัย เตรียมความพรอม สงเสริมการประชาสัมพันธและการมีสวนรวม ของประชาชนและภาคสวนท่ีเก่ียวของ สรางจิตสํานึกในการอนุรักษทรัพยากรน้ํา พัฒนางานวิจัย นวัตกรรม และเทคโนโลยีสนับสนุนการสรางมูลคาเพ่ิมในภาค การบริการและการผลิต รวมถึงพัฒนารูปแบบเพ่ือยกระดับการจัดการน้ําในพ้ืนท่ี และลุมน้ํา (เชื่อมโยงการตลาด พลังงาน การผลิต และของเสีย) สารบัญ หนา คํานํา บทสรุปผูบริหาร บทท่ี 1 บทนํา 1.1 ความเปนมา 1 1.2 วัตถุประสงค 2 1.3 กรอบแนวคิดการดําเนินงาน 2 บทท่ี 2 การประเมินสถานการณท่ีเกี่ยวของกับการบริหารจัดการทรัพยากรน้ํา 2.1 สถานการณภายนอกท่ีสําคัญและผลกระทบตอการพัฒนาประเทศ ในระยะ 20 ป 3 2.2 ยุทธศาสตรชาติ 20 ป 3 2.2.1 วิสัยทัศนประเทศไทย 4 2.2.2 ประเด็นยุทธศาสตรชาติ 20 ป (พ.ศ. 2561-2580) 4 2.3 แผนการปฏิรูปประเทศ 11 ดาน 5 2.4 ทิศทางการพัฒนาภาคภายใตยุทธศาสตรชาติและกรอบการพัฒนาดานน้ํา 5 2.5 สถานการณและแนวโนมการเปลี่ยนแปลงของประเทศ ท่ีมีผลตอการบริหารจัดการทรัพยากรน้ํา 9 บทท่ี 3 สถานการณและปญหาดานทรัพยากรน้ําของประเทศ 3.1 ศักยภาพทรัพยากรน้ําในประเทศ 15 3.2 สภาพเศรษฐกิจและสังคม 18 3.3 การใชน้ําและการบริหารจัดการ 18 3.4 สภาพปญหาทรัพยากรน้ํา 21 บทท่ี 4 แผนแมบทการบริหารจัดการทรัพยากรน้ํา 20 ป (พ.ศ. 2561-2580) 4.1 ความเชื่อมโยงยุทธศาสตรชาติ 20 ป กับแผนแมบทการบริหารจัดการทรพัยากรน้ํา 20 ป 26 4.2 ความเชื่อมโยงแผนการปฏิรูปประเทศ 11 ดาน และแผนแมบทการบริหาร จัดการทรัพยากรน้ํา 20 ป 28 4.3 ความเชื่อมโยงเปาหมายการพัฒนาท่ียั่งยืน (SDGs) และแผนแมบทการบริหาร จัดการทรัพยากรน้ํา 20 ป 30 4.4 หลักการและแนวคิดในการปรับปรุงแผนแมบท 32 สารบัญ หนา บทท่ี 4 แผนแมบทการบริหารจัดการทรัพยากรน้ํา 20 ป (พ.ศ. 2561-2580) (ตอ) 4.5 แผนแมบทการบริหารจัดการทรัพยากรน้ํา 20 ป (พ.ศ. 2561 -2580) 32 4.5.1 วิสัยทัศน 32 4.5.2 เปาหมายในภาพรวมของแผนแมบทการบริหารจัดการทรัพยากรน้ํา 20 ป 32 4.5.3 ประเด็นความครอบคลุมในการวางแผนแมบทดานน้ําของประเทศ 33 4.5.4 แผนแมบทการบริหารจดัการทรัพยากรน้ํา 20 ป 34 ดานท่ี 1 การจัดการน้ําอุปโภค บริโภค 34 ดานท่ี 2 การสรางความม่ันคงของน้ําภาคการผลิต 39 ดานท่ี 3 การจัดการน้ําทวมและอุทกภัย 45 ดานท่ี 4 การจัดการคุณภาพน้ํา และอนุรักษทรัพยากรน้ํา 51 ดานท่ี 5 การอนุรักษฟนฟูสภาพปาตนน้ําท่ีเสื่อมโทรม และปองกันการพังทลายของดิน 57 ดานท่ี 6 การบริหารจัดการ 60 4.6 การขับเคลื่อนการดําเนินงานตามแผนแมบทภายใตยุทธศาสตรชาต ิ 66 บทท่ี 5 แนวทางการขับเคล่ือนแผนแมบท ขอเสนอแนะ 5.1 การถายทอดแผนแมบทการบริหารจัดการทรัพยากรน้ําระดับชาติลงสูแผนแมบท/ แผนปฏิบัติการระดับลุมน้ํา 68 5.2 การจัดสรรงบประมาณแบบบรูณาการ 70 5.3 การเตรียมความพรอมในการขับเคลื่อน 72 5.4 การติดตามประเมินผล 74 5.5 ขอสรุปและขอเสนอแนะ 76 ภาคผนวก สรุปพ้ืนท่ีเปาหมายและแนวทางแกไขเชิงบูรณาการ (Area Based Approach) 79 หนา รายการรูปภาพ รูปท่ี 3-1 แผนท่ีแสดงความเขมและการกระจายของฝน 16 รูปท่ี 3-2 แผนท่ีแสดงปริมาณและคุณภาพน้ําบาดาล 17 รูปท่ี 3-3 พ้ืนท่ีเสี่ยงภัยแลงซํ้าซาก 22 รูปท่ี 3-4 พ้ืนท่ีเสี่ยงภัยน้ําทวมซํ้าซาก 24 รูปท่ี 3-5 คุณภาพน้ําในแหลงน้ําสําคัญท่ัวประเทศ 25 รูปท่ี 5-1 ผังแสดงการขับเคลื่อนแผนแมบทการบริหารจัดการทรัยพากรน้ํา 20 ป 69 รูปท่ี 5-2 ข้ันตอนการเสนอแผนงานตามพระราชบัญญัติทรัพยากรน้ํา ป พ.ศ. 2561 72 รายการตาราง หนา ตารางท่ี 2-1 ทิศทางการพัฒนาภาคตามแผนพัฒนาฯ ฉบับท่ี 12 และแผนแมบทการบริหาร จัดการทรัพยากรน้ํา 6 ตารางท่ี 2-2 การเปลี่ยนแปลงดานเศรษฐกิจ สังคม และกระแสโลก ท่ีมีผลตอการบริหาร จัดการทรัพยากรน้ําของประเทศ 10 ตารางท่ี 2-3 การเปลี่ยนแปลงดานทรัพยากร และสถานการณของประเทศ ท่ีมีผลตอการบริหาร จัดการทรัพยากรน้ําของประเทศ 12 ตารางท่ี 4-1 ความเชื่อมโยงยทุธศาสตรชาติ 20 ป กับแผนแมบทการบริหารจัดการทรัพยากรน้ํา 20 ป 27 ตารางท่ี 4-2 ความเชื่อมโยงแผนการปฏิรูปประเทศ 11 ดาน และแผนแมบทการบริหารจัดการ ทรัพยากรน้ํา 20 ป 28 ตารางท่ี 4-3 ความเชื่อมโยงเปาหมายการพัฒนาท่ียั่งยืน และแผนแมบทการบริหารจัดการ ทรัพยากรน้ํา 20 ป 30 ตารางท่ี 4-4 เปาหมายตามแผนแมบทดานท่ี 1 การจัดการน้ําอุปโภคบริโภค 36 ตารางท่ี 4-5 เปาหมายตามแผนแมบทดานท่ี 2 การสรางความม่ันคงของน้ําภาคการผลิต 41 ตารางท่ี 4-6 เปาหมายตามแผนแมบทดานท่ี 3 การจัดการน้ําทวมและอุทกภัย 47 ตารางท่ี 4-7 เปาหมายตามแผนแมบทดานท่ี 4 การจัดการคุณภาพน้ําและอนุรักษทรัพยากรน้ํา 52 ตารางท่ี 4-8 เปาหมายตามแผนแมบทดานท่ี 5 การอนุรักษฟนฟูสภาพปาตนน้ําท่ีเสื่อมโทรม และปองกันการพังทลายของดิน 58 ตารางท่ี 4-9 แผนแมบทดานท่ี 6 การบริหารจัดการ 62 ตารางท่ี 5-1 หลักเกณฑการจัดทําแผนปฏิบัติการ สอดคลองกับแผนแมบทการบริหารจัดการทรัพยากรน้ํา 20 ป 71 ตารางท่ี 5-2 ประเด็นการขับเคลื่อน หนวยงานหลัก และหนวยงานสนับสนุน 73 ตารางท่ี ๕-๓ สรุปตัวชี้วัดผลสัมฤทธิ์ภาพรวม ๖ ดานแผนแมบทการบริหารจัดการทรัพยากรน้ํา ๒๐ ป 75 บทที่ ๑ บทนํา ๑.๑ ความเปนมา “น้ํา” เปนทรัพยากรที่มีคุณคาของโลก สิ่งมีชีวิตทุกชนิดตองอาศัยน้ําในการดํารงชีวิต น้ําเปนสวนประกอบที่สําคัญ โดยมีจํานวนมากถึง ๓ ใน ๔ สวนของพื้นโลก ถึงแมวาจะมีน้ําจํานวนมหาศาล แตการเพ่ิมข้ึนของประชากรและการขยายตัวทางเศรษฐกิจทําใหมีความตองการใชน้ํามากข้ึน ประกอบกับมีการบุกรุก ทําลายปาตนน้ํา สงผลตอการเปลี่ยนแปลงของสภาพแวดลอมและภูมิอากาศ เกิดปญหาภัยพิบัติทางธรรมชาติ บอยครั้งและรุนแรงมากข้ึนท้ังปญหาอุทกภัย ภัยแลง ดินโคลนถลม และการชะลางพังทลายของดิน รวมถึงการเพ่ิมข้ึน ของชุมชนเมือง และการขยายตัวของอุตสาหกรรม สงผลใหเกิดปญหาดานคุณภาพน้ําทวีความรุนแรงมากข้ึน ท่ีผานมารัฐบาลไดใหความสําคัญในการบริหารจัดการน้ํามาโดยตลอด โดยไดจัดสรรงบประมาณ จํานวนมากในการแกไขปญหาและจัดหาแหลงน้ําเพ่ิมเติม แตก็ไมสามารถแกไขปญหาไดอยางยั่งยืน เนื่องจากไมมี หนวยงานกลางในการประสานงาน กํากับดูแล เพ่ือใหเกิดการบูรณาการระหวางหนวยงานอยางแทจริง ผลการดําเนินงาน ชัดเจนในชวงท่ีผานมา ไดแก การจัดการเรื่องน้ําอุปโภคบริโภค ซ่ึงไดดําเนินการเกือบครบทุกหมูบาน รวมท้ังการจัดการ เพ่ือปองกันน้ําทวมและอุทกภัย ในสวนท่ียงัไมบรรลุตามเปาหมาย ไดแก การจัดการคุณภาพน้ํา และการอนุรักษฟนฟูปาตนน้ํา ท่ีเสื่อมโทรม และในป พ.ศ. ๒๕๕๘ ไดมีการแตงตั้งคณะกรรมการทรัพยากรน้ําแหงชาติ (กนช.) มีนายกรัฐมนตรีเปนประธาน เพ่ือทําหนาท่ีผลักดันและขับเคลื่อนยุทธศาสตรการบริหารจัดการทรัพยากรน้ําอยางมีเอกภาพเกิดการบูรณาการ ในทุกระดับ พรอมท้ังไดจัดตั้งสํานักงานทรัพยากรน้ําแหงชาติ โดยคําสั่งหัวหนาคณะรักษาความสงบแหงชาติท่ี ๔๖/๒๕๖๐ ลงวันท่ี ๒๕ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๖๐ ทําหนาท่ีในการบูรณาการขอมูลสารสนเทศ แผนงาน โครงการ งบประมาณ และติดตาม ประเมินผลการบริหารจัดการทรัพยากรน้ํา เพ่ือใหการบริหารจัดการทรัพยากรน้ําของประเทศเปนไปอยางมีประสิทธิภาพ ในป พ.ศ. ๒๕๕๘ ไดจัดทํา แผนยุทธศาสตรการบริหารจัดการทรัพยากรน้ํา ระยะเวลา ๑๒ ป (พ.ศ. ๒๕๕๘- ๒๕๖๙) แตเนื่องจากการเปลี่ยนแปลง ของสถานการณ สิ่งแวดลอม และปจจัยอ่ืนท่ีเก่ียวของ รัฐบาลจึงไดจัดทํายุทธศาสตรชาติ ๒๐ ป (พ.ศ. ๒๕๖๑ – ๒๕๘๐) และ แผนปฏิรูปประเทศ ๑๑ ดาน ประกอบกับการกําหนดเปาหมาย และตัวชี้วัด ในยุทธศาสตรการบริหารจัดการน้ํา ๑๒ ป บางสวนยังไมสามารถตอบสนองยุทธศาสตรชาติไดครบทุกประเด็น ดังนั้นคณะกรรมการทรัพยากรน้ําแหงชาติ (กนช.) จึงแตงตั้งคณะอนุกรรมการยุทธศาสตรการบริหารจัดการทรัพยากรน้ํา เพ่ือดําเนินการปรับปรุงเปนแผนแมบทการบริหารจัดการ ทรัพยากรน้ํา ๒๐ ป (พ.ศ. ๒๕๖๑-๒๕๘๐) ใหสอดคลองกับยุทธศาสตรชาติ ๒๐ ป และแผนแมบทภายใตยุทธศาสตรชาติ รวมถึงแผนพัฒนาอ่ืน ๆท่ีเก่ียวของ โดยรูปแบบการปรับปรุงยังคงยึดประเด็นยุทธศาสตรท้ัง ๖ ดาน ไว แตเพ่ิมเติมแผนงานหลัก และแผนงานรอง เชน การพัฒนาน้ําดื่มใหไดมาตรฐานและราคาท่ีเหมาะสม การเพ่ิมผลิตภาพการใชน้ํา (Productivity) การเพ่ิมประสิทธิภาพการระบายน้ํา การบรรเทาอุทกภัยระดับลุมน้ํา การฟนฟูแมน้ําลําคลอง การปองกันและลด การชะลางพังทลายของดินในพ้ืนท่ีปาตนน้ําและการทําผังการใชประโยชนลุมน้ํา เปนตน ๒ ๑.๒ วัตถุประสงค ๑) เพ่ือเปนกรอบและแนวทางในการแกไขปญหาและพัฒนาทรัพยากรน้ําของประเทศ ท่ีมีผลกระทบ รุนแรงตอประชาชน สนับสนุนดานเศรษฐกิจและสังคม ท่ีตองเรงดําเนินการอยางตอเนื่อง (ป ๒๕๖๑-๒๕๘๐) สอดคลองกับแนวทางการพัฒนาและเปาหมายตามยุทธศาสตรชาติ ๒๐ ป (พ.ศ. ๒๕๖๑-๒๕๘๐) โดยระยะเวลา ๕ ปแรก (ป ๒๕๖๑-๒๕๖๕) ตองแกไขปญหาท่ีสําคัญไดอยางเปนรูปธรรม ๒) เพ่ือพัฒนาการจัดการน้ําเชิงลุมน้ําท้ังระบบ เพ่ือเพ่ิมความม่ันคงดานน้ําของประเทศ โดยจัด ใหมีน้ําสะอาดใชทุกครัวเรือนในชุมชนชนบทและการเจริญเติบโตของเขตเมือง การปองกัน ฟนฟู รักษาเขตตนน้ํา สภาพสิ่งแวดลอม ลําน้ําและแหลงน้ําธรรมชาติ ๓) เพ่ือเพ่ิมผลิตภาพของน้ําท้ังระบบ โดยการจัดหาน้ําและใชน้ําอยางประหยัด รูคุณคา และสราง มูลคาเพ่ิมจากการใชน้ําใหทัดเทียมระดับสากล รองรับการเติบโตของเศรษฐกิจและสังคมในอนาคต ท้ังภาคเกษตรกรรม อุตสาหกรรม บริการและพลังงาน ๔) เพ่ือจัดระบบการจัดการภัยพิบัติจากน้ําใหสามารถลดความสูญเสีย ลดความเสี่ยงจากภัยพิบัติ ท่ีเกิดจากน้ําตามหลักวิชาการ มีประสิทธิภาพ และแบงตามลักษณะของแตละลุมน้ํา พ้ืนท่ี ใหอยูในขอบเขต ท่ีควบคุมและใหสามารถฟนตัวไดในเวลาอันสั้น ๕) เพ่ือเพ่ิมประสิทธิภาพการบริหารจัดการ มีการจัดหาและใชน้ําท่ีสมดุล ทันสมัย ทันการณ และสรางความเปนธรรม ใชมาตรการท้ังทางโครงสราง กฎระเบียบ องคกรการจัดการ การจัดการขอมูล การเตือนภัย การวิจัยและพัฒนานวัตกรรม ใหสามารถขับเคลื่อนงานภายใตแผนแมบทดานน้ําและงานตามพระราชบัญญัติ ทรัพยากรน้ํา ๑.๓ กรอบแนวคิดการดําเนนิงาน ๑) ยึดแนวทางตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง คือความพอประมาณ ความมีเหตุผล ความมีภูมิคุมกันท่ีดี ภายใตเง่ือนไขความรูและเง่ือนไขคุณธรรม ๒) ยึดยุทธศาสตรชาติระยะ ๒๐ ป (พ.ศ. ๒๕๖๑-๒๕๘๐) “ยุทธศาสตรท่ี ๕ ยุทธศาสตรดานการสราง การเติบโตบนคุณภาพชีวิตท่ีเปนมิตรตอส่ิงแวดลอม” ในประเด็นหลักท่ี ๕.๑ “สรางการเติบโตอยางยั่งยืนบน สังคมเศรษฐกิจสีเขียว ในเรื่อง “การอนุรักษฟนฟูแมน้ําลําคลองและแหลงน้ําธรรมชาติท่ัวประเทศ” และ ประเด็นหลักท่ี ๕.๕ พัฒนาความม่ันคงน้ํา พลังงาน และเกษตร ท่ีเปนมิตรตอสิ่งแวดลอม ในเรื่อง “พัฒนาการ จัดการน้ําเชิงลุมน้ําท้ังระบบ เพ่ือเพ่ิมความม่ันคงดานน้ําของประเทศ” และเรื่อง “เพ่ิมผลิตภาพของน้ําท้ังระบบ ในการใชน้ําอยางประหยัด รูคุณคา และสรางมูลคาเพ่ิมจากการใชน้ําใหทัดเทียมกับระดับสากล” ๓) ยึดหลักการสรางความสมดุลระหวางการอนุรักษ ฟนฟู และการพัฒนาแหลงน้ํารวมถึงการใช ประโยชนทรัพยากรน้ํา เพ่ือตอบสนองปญหาความตองการในทุกดานอยางยั่งยืน โดยการจัดหาแหลงเก็บกักน้ํา ตองพิจารณาการจัดลําดับความสําคัญท่ีตอบสนองตอเปาหมาย ทิศทางการพัฒนาของประเทศในแตละดาน ในภาพรวม และแนวโนมการพัฒนาในอนาคต รวมท้ังการใหความสําคัญกับทุกภาคการใชน้ํา ในดานน้ําเพ่ือการ อุปโภคบริโภค การผลิต (เกษตรและอุตสาหกรรม) และเพ่ือรักษาระบบนิเวศ ๓ บทที่ ๒ การประเมินสถานการณที่เกี่ยวของกับการบริหารจัดการทรัพยากรน้ํา ๒.๑ สถานการณภายนอกท่ีสําคัญและผลกระทบตอการพัฒนาประเทศ ในระยะ ๒๐ ป ๒.๑.๑ เปาเหมายการพัฒนาท่ียั่งยืน ค.ศ. ๒๐๓๐ (Sustainable Development Goals: SDGs) เปนเปาหมายการพัฒนาระดับนานาชาติ ซ่ึงประเทศสมาชิกสหประชาชาติไดรวมกันรับรอง ตามวาระการพัฒนาท่ียั่งยืน ค.ศ. ๒๐๓๐ เปนเปาหมายท่ีกําหนดทิศทางการพัฒนาในชวงระยะเวลา ๑๕ ป (พ.ศ.๒๕๕๘-๒๕๗๓) ประกอบดวย ๑๗ เปาหมาย ซ่ึงเปาหมายการพัฒนาท่ียั่งยืนจะมีสวนสําคัญในการกําหนดทิศทางการพัฒนาประเทศไทยในอนาคต โดยเฉพาะ เปาหมายท่ี ๖ การเขาถึงการใชน้ําสะอาดและสุขาภิบาลท่ีดี ปญหาการขาดแคลนน้ําสะอาด เปาหมายท่ี ๑๒ มีการบริโภคและ การผลิตท่ียั่งยืนเปนมิตรกับสิ่งแวดลอม และเปาหมายท่ี ๑๓ การรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ๒.๑.๒ กระแสโลกาภิวัตน จะทวีความเขมขนข้ึนอยางตอเนื่อง มีการเคลื่อนยายอยางเสรีและ รวดเร็วของผูคน เงินทุน ขอมูลขาวสาร องคความรู เทคโนโลยี สินคาและบริการ การรวมกลุมเศรษฐกิจในภูมิภาค จะนําไปสูการเชื่อมโยงทุกระบบ ในขณะท่ีศูนยรวมอํานาจทางเศรษฐกิจโลก จะเคลื่อนยายมาสูทวีปเอเชีย ทําให มีการเติบโตดานเศรษฐกิจในภูมิภาคเอเชียสูง มีผลตอโครงสรางภาคอุตสาหกรรม การคาและบริการ รวมท้ังการเคลื่อนยาย ประชากรจากชนบทเขาสูเมืองมากข้ึน มีการเปลี่ยนแปลงรูปแบบการใชน้ํา จากความจําเปนพ้ืนฐานไปสู การเพ่ิมคุณภาพชีวิต ๒.๑.๓ การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ทําใหเกิดภัยธรรมชาติถ่ีและรุนแรงมากข้ึน สงผลตอ การผลิตในภาคการเกษตร ความม่ันคงดานน้ําและอาหาร เกิดความเสียหายทางเศรษฐกิจอยางรุนแรง สําหรับ ประเทศไทยความผันผวนและความเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ สงผลตอเนื่องไปถึงการผลิตและการสงออก สินคาเกษตรและอาหาร ซ่ึงเปนแหลงรายไดสําคัญของประเทศและอาจกอใหเกิดความไมม่ันคงดานอาหาร ท้ังระดับประเทศและระดับครัวเรือน ประเด็นการปลอยกาซเรือนกระจก อาจถูกใชเปนเง่ือนไขสําหรับกําหนด มาตรฐานสินคาในการคาระหวางประเทศ ซ่ึงอาจสงผลกระทบตอภาคการสงออกของไทย แตก็อาจสรางโอกาส ใหธุรกิจใหมดานสิ่งแวดลอม เชน ผลิตภัณฑและบริการท่ีเปนมิตรกับสิ่งแวดลอม การเพ่ิมประสิทธิภาพ การลดของเสีย เปนตน ๒.๒ ยุทธศาสตรชาติ ๒๐ ป รัฐธรรมนูญแหงราชอาณาจักรไทย พ.ศ. ๒๕๖๐ มาตรา ๖๕ กําหนดใหรัฐบาลตองจัดทําแผน ยุทธศาสตรชาติ ๒๐ ป เพ่ือเปนเปาหมายการพัฒนาประเทศอยางยั่งยืนในระยะยาว ตามหลักการธรรมาภิบาล เพ่ือใชเปนกรอบในการจัดทําแผนตางๆ ใหสอดคลองและบูรณาการกันใหบรรลุเปาหมายในระยะเวลาท่ีกําหนด โดยภายใตเง่ือนไขการเปลี่ยนแปลงของจํานวนประชากร โครงสรางทางเศรษฐกิจ สภาพสังคม และสิ่งแวดลอม สงผลให ประเทศจําเปนตองกําหนดวิสัยทัศนระยะยาว พรอมท้ังแนวทางยุทศาสตรหลักในการดําเนินการ โดยไดกําหนด วิสัยทัศนประเทศและประเด็นยุทธศาสตรชาติ ๒๐ ป (พ.ศ. ๒๕๖๑-๒๕๘๐) ดังนี้ ๔ ๒.๒.๑ วิสัยทัศนประเทศ “ประเทศมีความม่ันคง ม่ังคั่ง ย่ังยืน เปนประเทศพัฒนาแลว ดวยการพัฒนาตามหลัก ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง” ไดแก การมีเอกราช อธิปไตย และบูรณภาพแหง เขตอํานาจรัฐ การดํารงอยูอยางม่ันคง ยั่งยืน ของสถาบันหลักของชาติ การดํารงอยูอยางม่ันคงของชาติและประชาชน จากภัยคุกคามทุกรูปแบบ การอยูรวมกัน ในชาติอยางสันติสุขเปนปกแผน มีความม่ันคงทางสังคมทามกลางพหุสังคม และการมีเกียรติและศักดิ์ศรีของ ความเปนมนุษย ความเจริญเติบโตของชาติ ความเปนธรรมและความอยูดีมีสุขของประชาชน ความยั่งยืนของฐาน ทรัพยากรธรรมชาติสิ่งแวดลอม ความม่ันคงทางพลังงานและอาหารความสามารถในการรักษาผลประโยชนของชาติ ภายใตการเปลี่ยนแปลงของสภาวะแวดลอมระหวางประเทศ และการอยูรวมกันอยางสันติ ประสานสอดคลองกัน ดานความม่ันคงในประชาคมอาเซียนและประชาคมโลก อยางมีเกียรติและศักดิ์ศรี ๒.๒.๒ ประเด็นยุทธศาสตรชาติ ๒๐ ป (พ.ศ. ๒๕๖๑-๒๕๘๐) ประกอบดวย ๖ ยุทธศาสตร ไดแก ยุทธศาสตรท่ี ๑ ยุทธศาสตรชาติดานความม่ันคง เปาหมายการพัฒนา คือ ประเทศชาติม่ันคง ประชาชนมีความสุข เนนการบริหารจัดการสภาวะ แวดลอมของประเทศใหมีความม่ันคง ปลอดภัย เอกราช อธิปไตย และมีความสงบเรียบรอยในทุกระดับ มุงเนน การพัฒนาคน เทคโนโลยี และระบบฐานขอมูลขนาดใหญ ใชกลไกการแกไขปญหาแบบบูรณาการ บนพ้ืนฐานของ หลักธรรมาภิบาล ยุทธศาสตรท่ี ๒ ยุทธศาสตรชาติดานการสรางความสามารถในการแขงขัน เปาหมายการพัฒนา คือ การยกระดับศักยภาพของประเทศในหลากหลายมิติ บนพ้ืนฐานแนวคิด (๑) การตอยอดอดีต โดยมองกลับไปยังรากเหงา จุดเดน และความไดเปรียบของประเทศ นํามาประยุกตผสมผสาน กับเทคโนโลยีและนวัตกรรม (๒) ปรับปจจุบัน เพ่ือปูทางสูอนาคต ผานการพัฒนาโครงสรางพ้ืนฐานของประเทศ (๓) สรางคุณคาใหมในอนาคต โดยเพ่ิมศักยภาพของผูประกอบการ พัฒนาคนรุนใหม และปรับรูปแบบธุรกิจ เพ่ือตอบสนอง ความตองการของตลาด ยุทธศาสตรท่ี ๓ ยุทธศาสตรชาติดานการพัฒนาและเสริมสรางศักยภาพทรัพยากรมนุษย เปาหมายการพัฒนา คือ พัฒนาคนในทุกมิติและทุกชวงวัยใหเปนคนดี เกง และมีคุณภาพ มีความพรอมท้ังกาย ใจ สติปญญา มีทักษะท่ีจําเปนในศตวรรษท่ี ๒๑ สูการเปนคนไทยท่ีมีทักษะสูง เปนนวัตกรรม นักคิด ผูประกอบการ เกษตรกรยุคใหม และอ่ืนๆ โดยมีอาชีพตามความถนัดของตน ยุทธศาสตรท่ี ๔ ยุทธศาสตรชาติดานการสรางโอกาสและความเสมอภาคทางสังคม เปาหมายการพัฒนา คือ การดึงเอาพลังของภาคสวนตางๆ มารวมขับเคลื่อน โดยการสนับสนุน การรวมตัวของประชาชนในการรวมคิด รวมทํา เพ่ือสวนรวม การกระจายอํานาจและความรับผิดชอบ ไปสูกลไก การบริหารราชการแผนดินในระดับทองถ่ิน การเสริมสรางความเขมแข็งของชุมชน โดยรัฐใหหลักประกันการเขาถึง บริการและสวัสดิการท่ีมีคุณภาพ อยางเปนธรรม และยั่งยืน ๕ ยุทธศาสตรท่ี ๕ ยุทธศาสตรชาติดานการสรางการเติบโตบนคณุภาพชีวิตท่ีเปนมิตรกับส่ิงแวดลอม เปาหมายการพัฒนา คือ การพัฒนาท่ียั่งยืนในทุกมิติ และความเปนหุนสวนความรวมมือระหวาง กันอยางบูรณาการ บนพ้ืนฐานการเติบโตรวมกัน มีการสรางสมดุลท้ังดานเศรษฐกิจ สิ่งแวดลอม และคุณภาพชีวิต เพ่ือนําไปสูความยั่งยืนเพ่ือคนรุนตอไปอยางแทจริง ยุทธศาสตรท่ี ๖ ยุทธศาสตรชาติดานการปรับสมดุลและพัฒนาระบบการบริหารจัดการภาครัฐ เปาหมายการพัฒนา คือ การปรับเปลี่ยนภาครัฐท่ียึดหลัก ภาครัฐของประชาชน เพ่ือประชาชน และประโยชนสวนรวม โดยภาครัฐตองมีขนาดท่ีเหมาะสมกับบทบาทภารกิจ แยกแยะบทบาทหนวยงานของรัฐ ยึดหลักธรรมาภิบาล ปรับวัฒนธรรมการทํางานใหมุงผลสัมฤทธิ์และผลประโยชนสวนรวม มีความทันสมัย และ พรอมท่ีจะปรับตัวใหทันตอการเปลี่ยนแปลง การนํานวัตกรรม เทคโนโลยีขอมูลขนาดใหญ รวมถึงการนําระบบการ ทํางานท่ีเปนดิจิทัลเขามาประยุกตใชอยางคุมคาและปฏิบัติงานเทียบไดกับมาตรฐานสากล นอกจากนั้น กฎหมาย ตองมีความชัดเจน มีเพียงเทาท่ีจําเปน มีความทันสมัยและความเปนสากล ๒.๓ แผนการปฏิรูปประเทศ ๑๑ ดาน รัฐธรรมนูญแหงประเทศไทย ป ๒๕๖๐ หมวด ๑๖ การปฏิรูปประเทศ กําหนดใหดําเนินการ ปฏิรูปประเทศใน ๑๑ ดาน และตอมาคณะรัฐมนตรีไดมีมติแตงตั้งคณะกรรมการปฏิรูปประเทศ จํานวน ๑๑ คณะ เม่ือวันท่ี ๑๕ สิงหาคม ๒๕๖๐ เพ่ือดําเนินการจัดทํารางแผนการปฏิรูปประเทศ ซ่ึงดําเนินการแลวเสร็จและ ประกาศในราชกิจจานุเบกษา เม่ือวันท่ี ๖ เมษายน ๒๕๖๑ ประเด็นการปฏิรูปท่ีเก่ียวของกับการบริหารจัดการทรัพยากรน้ํา คือ ดานท่ี ๖ ดานทรัพยากร ธรรมชาติและสิ่งแวดลอม เปาหมาย คือ ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดลอมไดรับการรักษา ฟนฟูใหสมบูรณและยั่งยืน เปนรากฐานในการพัฒนาประเทศอยางสมดุลท้ังทางเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดลอม มีการใชประโยชนทรัพยากร ท่ีเปนมิตรกับสิ่งแวดลอมและสังคม เกิดความสมดุลระหวางการคุมครองรักษา และการใชประโยชนอยางยั่งยืน รวมท้ังมีระบบการบริหารจัดการทรัพยากรท่ีมีประสิทธิภาพบนพ้ืนฐานการมีสวนรวม ๒.๔ ทิศทางการพัฒนาภาคภายใตยุทธศาสตรชาติและกรอบการพัฒนาดานน้ํา ยุทธศาสตรชาติ ๒๐ ป (พ.ศ. ๒๕๖๑-๒๕๘๐) จะเปนแผนหลักของการพัฒนาประเทศไทย ใหมีความม่ันคง ม่ังค่ัง และยั่งยืน โดยมี แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแหงชาติ เปนเครื่องมือหรือกลไกสําคัญท่ีสุด ท่ีถายทอดยุทธศาสตรชาติ ๒๐ ป สูการปฏิบัติและขับเคลื่อนไปสูการบรรลุเปาหมายในระยะยาวไดในท่ีสุด แผนพัฒนาฯ ฉบับท่ี ๑๒ มียุทธศาสตรท่ีเก่ียวของกับการบรหิารจัดการทรัพยากรน้ํา คือ ยุทธศาสตรท่ี ๔ การเติบโตท่ีเปนมิตรกับสิ่งแวดลอม เพ่ือการพัฒนาท่ียั่งยืน และมีแนวทางการพัฒนาท่ีเก่ียวของ คือ ๑) การรักษา ฟนฟูทรัพยากรธรรมชาติ สรางสมดุลการอนุรักษและใชประโยชนอยางยั่งยืนและเปนธรรม ๒) เพ่ิมประสิทธิภาพ การบริหารจัดการทรัพยากรน้ําเพ่ือใหเกิดความม่ันคง สมดุล และยั่งยืน ๓) การบริหารจัดการ เพ่ือลดความเสี่ยง ดานภัยพิบัติ และไดจัดทําทิศทางการพัฒนาภาคในระยะแผนพัฒนาฯ ฉบับท่ี ๑๒ เพ่ือเปนเครื่องมือในการแปลงแผนไปสู การปฏิบัติ การกําหนดทิศทางการพัฒนาเชิงพ้ืนท่ีตามศักยภาพภูมิสังคมของแตละภาค ท้ัง ๖ ภาค ซ่ึงในดานการบริหาร จัดการทรัพยากรน้ําไดกําหนดทิศทางการพัฒนาดานน้ําในแตละภาคไวใหสอดคลองและสนับสนุนกัน (ตารางท่ี ๒-๑) ๖ ตารางท่ี ๒-๑ ทิศทางการพัฒนาภาคตามแผนพัฒนาฯ ฉบับท่ี ๑๒ และแผนแมบทการบริหารจัดการทรัพยากรน้ํา แผนพัฒนาฯ ฉบับท่ี ๑๒ แผนแมบทการบริหารจัดการทรัพยากรน้ํา ๑) ภาคเหนือ (๑) พัฒนาการทองเท่ียวและธุรกิจบริการตอเนื่อง (๒) ใชโอกาสจากเขตเศรษฐกิจพิเศษเชื่อมกับโครงการ ความรวมมือตางๆ ในอนุภูมิภาค (๓) เปนฐานการผลิตเกษตรอินทรียและปลอดภัย เชื่อมสู อุตสาหกรรมเกษตรแปรรูป เพ่ิมมูลคา (๔) พัฒนาคุณภาพชีวิต แกไขปญหาความยากจน (๕) อนุรักษและฟนฟูปาตนน้ํา จัดระบบการบริหาร จัดการน้ํา และปองกันแกไขปญหาหมอกควัน ๑) ภาคเหนือ (๑) อนุรักษฟนฟูปาตนน้ําและการจัดการการใชประโยชนในเขตตนน้ํา เพ่ือสรางความสมดุล และลดผลกระทบจากทรัพยากรน้ํา และรักษาสภาพธรรมชาติท่ีเปนจุดเดนการทองเท่ียว ในพ้ืนท่ีภาคเหนือตอนบน (๒) พัฒนาแหลงเก็บกักน้ําเพ่ิมปริมาณน้ําตนทุน เพ่ือเมืองหลัก พ้ืนท่ีเศรษฐกิจพิเศษ และ สนับสนุนชุมชนท่ีมีรายไดต่ํา (๓) การบรรเทาอุทกภัยน้ําหลากฉับพลันท่ีลาดเชิงเขา ดินโคลนถลม โดยเพ่ิมประสิทธิภาพ ดานการเตือนภัย การปรับตัว และเผชิญเหตุ (๔) การวางแผนระยะยาว สรางความสมดุลระหวางการใชท่ีดินตนน้ําและทายน้ํา เพ่ือลดผลกระทบจากภัยแลงและอุทกภัย ๒) ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (๑) จัดการน้ําใหเพียงพอตอการพัฒนาเศรษฐกิจและ คุณภาพชีวิตท่ียั่งยืน เพ่ือเตรียมพรอมการพัฒนาเศรษฐกิจ ในอนาคต เชน เศรษฐกิจชีวภาพ การเสริมสรางความเขมแข็ง (๒) แกไขปญหาความยากจน พัฒนาคุณภาพชีวิตผูมีรายไดนอย (๓) สรางความเขมแข็งของฐานเศรษฐกิจ ควบคูกับการแกไข ปญหาทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดลอม (๔) พัฒนาโครงขายคมนาคมขนสง ท่ีเชื่อมโยงพ้ืนท่ี เศรษฐกิจหลักภาคกลาง และ EEC (๕) สรางความเขมแข็งทางเศรษฐกิจตามแนวชายแดน และแนวระเบียงเศรษฐกิจ ๒) ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (๑) พัฒนาแหลงน้ําตนทุนและผันน้ําสนับสนุนภาคเกษตร เพ่ือยกระดับรายไดภาคการเกษตร และการพัฒนาพ้ืนท่ีเศรษฐกิจพิเศษ (๒) การพัฒนาในพ้ืนท่ีเกษตรน้ําฝนในพ้ืนท่ีท่ีมีศักยภาพ จากแหลงน้ําขนาดเล็ก แหลงน้ํา ธรรมชาติ แหลงน้ําบาดาล ใหสามารถทําการเกษตรยังชีพ และฤดูแลงไดบางสวน (๓) จัดระบบอนุรักษดินและน้ํา ในพ้ืนท่ีเกษตรอาศัยน้ําฝนท่ีไมมีศักยภาพพัฒนาแหลงน้ํา (๔) การบริหารจัดการน้ําแบบบูรณาการ การแกไขปญหาอุทกภัย โดยการบริหารจัดการ พ้ืนท่ีน้ําทวมซํ้าซาก การแกไขปญหาภัยแลงโดยการสงเสริมการเกษตรแบบครบวงจร (๕) การบริหารจัดการพ้ืนท่ีเกษตร (Zoning) ในพ้ืนท่ีท่ีมีศักยภาพการพัฒนาดานน้ําต่ํา หรือศักยภาพของดินไมเหมาะสม ๗ ตารางท่ี ๒-๑ ทิศทางการพัฒนาภาคตาม แผนพัฒนาฯ ฉบับท่ี ๑๒ และแผนแมบทการบริหารจัดการทรัพยากรน้ํา (ตอ) แผนพัฒนาฯ ฉบับท่ี ๑๒ แผนแมบทการบริหารจัดการทรัพยากรน้ํา ๓) ภาคกลาง (๑) พัฒนากรุงเทพฯ เปนมหานครทันสมัยระดับโลก (๒) พัฒนาคุณภาพแหลงทองเท่ียวท่ีมีชื่อเสียงระดับ นานาชาติ และเชื่อมโยงกระจายแหลงทองเท่ียว (๓) ยกระดับการสินคาเกษตรและอุตสาหกรรม โดยใช นวัตกรรม เทคโนโลยี และความคิดสรางสรรค (๔) บริหารจัดการน้ํา ทรัพยากรธรรมชาติ และความสมดุล ของระบบนิเวศ (๕) เปดประตูการคา การลงทุน การทองเท่ียว เชื่อมโยงทวาย – ภาคกลาง - EEC (๖) พัฒนาเชื่อมโยงเศรษฐกิจและสังคมกับทุกภาค ๓) ภาคกลาง (๑) พัฒนาน้ําตนทุนและระบบการจัดสรรน้ํา เพ่ือรองรับการเปนพ้ืนท่ีเศรษฐกิจสําคัญอันดับหนึ่ง ของประเทศและการขยายตัวในอนาคต (๒) การวางแผน และขับเคลื่อนโครงการบรรเทาอุทกภัยลุมน้ําเจาพระยาและทาจีนตอนลาง และการปองกันเมือง พ้ืนท่ีเศรษฐกิจใหครบ (๓) ปรับปรุงลําน้ําสายหลัก เพ่ือการคมนาคมและการเพ่ิมประสิทธิภาพการระบายน้ํา (๔) การบริหารจัดการน้ํา ใหสมดุลกับน้ําตนทุน (การวางแผนจัดสรรน้ํารายฤดู) (๕) การวางแผนพัฒนาระบบจัดการน้ําในพ้ืนท่ีภาคกลางตอนลาง ในระยะ ๓๐ ป (๒๐๕๐) ๔) ภาคตะวันออก (๑) พัฒนาพ้ืนท่ีระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก(EEC) ใหทันสมัยท่ีสุดในภูมิภาคอาเซียน (๒) เปนแหลงผลิตอาหารคุณภาพ มาตรฐานสากล (๓) ปรับปรุงมาตรฐานสินคาและบริการทองเท่ียว (๔) พัฒนาพ้ืนท่ีเศรษฐกิจชายแดน ใหเปนประตูเศรษฐกิจ เชื่อมโยงกับประเทศเพ่ือนบาน (๕) เรงแกปญหาจัดระบบการบริหารจัดการมลพิษ ๔) ภาคตะวันออก (๑) พัฒนาแหลงน้ํา โครงขายน้ํา และการจัดหาน้ําทางเลือกใหมเพ่ือรองรับพ้ืนท่ีระเบียงเศรษฐกิจ ภาคตะวันออก (EEC) และเขตเศรษฐกิจพิเศษ (๒) พัฒนาระบบประปาเมือง เพ่ือรองรับการขยายตัวของชุมชนเมือง และภาคการทองเท่ียว (๓) บริหารจัดการน้ําเพ่ือสนับสนุนภาคเกษตรและภาคเศรษฐกิจ การวางแผนจัดสรรน้ํา รายภาคการผลิตและรายฤดู (๔) การเพ่ิมประสิทธิภาพการใชน้ํา ปรับโครงสรางการใชน้ํา เพ่ิมผลิตภาพการใชน้ํา ภาคอุตสาหกรรม และภาคเกษตร (๕) สงเสริมและสนับสนุนการลดและการนํากลับมาใชใหมในภาคอุตสาหกรรมและภาคเกษตร ๘ ตารางท่ี ๒-๑ ทิศทางการพัฒนาภาคตาม แผนพัฒนาฯ ฉบับท่ี ๑๒ และแผนแมบทการบริหารจัดการทรัพยากรน้ํา (ตอ) แผนพัฒนาฯ ฉบับท่ี ๑๒ แผนแมบทการบริหารจัดการทรัพยากรน้ํา ๕) ภาคใต (๑) พัฒนาการทองเท่ียวของภาค ใหเปนแหลงทองเท่ียว คุณภาพชั้นนําของโลก (๒) พัฒนาอุตสาหกรรมการแปรรูปยางพารา และปาลมน้ํามัน แหงใหมของประเทศ (๓) พัฒนา การผลิตสินคาเกษตรหลักของภาค (๔) พัฒนาโครงสรางพ้ืนฐาน สนับสนุนการทองเท่ียวพัฒนา เขตอุตสาหกรรม และเชื่อมโยงการคาในอาเซียน ๕) ภาคใต (๑) พัฒนาแหลงน้ําเพ่ือเมืองทองเท่ียวสําคัญ และพ้ืนท่ีเกาะ (๒) พัฒนาแหลงน้ําเฉพาะพ้ืนท่ี เพ่ือสนับสนุนภาคการเกษตร อุตสาหกรรมแปรรูป และพ้ืนท่ีเศรษฐกิจพิเศษ (๓) การบรรเทาอุทกภัยในพ้ืนท่ีเศรษฐกิจสําคัญ และท่ีเปนอุปสรรคตอการพัฒนาเศรษฐกิจ และสังคม ไดแก เมืองหลัก เมืองทองเท่ียวสําคัญ และพ้ืนท่ีน้ําทวมเสียหายรุนแรง (๔) ) การจัดการระบบอนุรักษดินและน้ําในพ้ืนท่ีเกษตรเพ่ือลดผลกระทบจากอุทกภัยและภัยแลง ๖) ภาคใตชายแดน (๑) พัฒนาอุตสาหกรรมเกษตร และอุตสาหกรรมแปรรูป การเกษตร สรางความม่ันคงภาคการผลิต (๒) พัฒนาเมือง สุไหงโก-ลก และเมืองเบตง ใหเปนเมือง การคา และเมืองทองเท่ียวชายแดน (๓) เสริมสรางความเขมแข็งใหชุมชน ๖) ภาคใตชายแดน (๑) พัฒนาแหลงน้ํา เพ่ือสนับสนุนอุตสาหกรรมเกษตรและอุตสาหกรรมแปรรูป (๒) พัฒนาระบบประปา เพ่ือพัฒนาแหลงการคา และทองเท่ียวชายแดน (เมืองสุไหงโก-ลก เมืองเบตง เมืองปตตานี และเมืองนราธิวาส) (๓) ปองกันน้ําทวมชุมชนเมือง เมืองศูนยกลางการทองเท่ียวและพ้ืนท่ีเศรษฐกิจสําคัญ ๙ ๒.๕ สถานการณและแนวโนมการเปล่ียนแปลงของประเทศ ท่ีมีผลตอการบริหารจัดการทรัพยากรน้ํา จากสถานการณและแนวโนมการพัฒนาประเทศ ท้ังดานเศรษฐกิจ สังคม การเปลี่ยนแปลง กระแสโลกและการเปลี่ยนแปลงดานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดลอม ประเทศไทยมีแนวโนมการเปลี่ยนแปลง จากสังคมเกษตรกรรมไปเปนสังคมอุตสาหกรรมมากข้ึน มีการปรับโครงสรางทางเศรษฐกิจไปสูเศรษฐกิจฐานความรู ขับเคลื่อนดวยนวัตกรรมและการเพ่ิมผลิตภาพการผลิต มีโครงสรางเศรษฐกิจแบบก่ึงอุตสาหกรรม ท่ีผานมามีการ ใชประโยชนจากทรัพยากรธรรมชาติท่ีไมยั่งยืน พ้ืนท่ีปาถูกทําลาย การบําบัดน้ําเสียทําไดนอย การลงทุนจัดหา แหลงน้ําขนาดใหญท่ีมีจํากัดจากผลกระทบสิ่งแวดลอมและดานสังคม การจัดการน้ําเสียยังไมสามารถดําเนินการไดทัน และพอเพียง ทําใหการยกระดับคุณภาพแหลงน้ําสําคัญยังไมมีความคืบหนามากนัก ซ่ึงปจจัยการเปลี่ยนแปลง ดังกลาว มีสวนสัมพันธกับการกําหนดประเด็นการบริหารจัดการทรัพยากรน้ําของประเทศ สรุปได ดังนี ้ (ตารางท่ี ๒-๒ และ ตารางท่ี ๒-๓) ๑๐ ตารางท่ี ๒-๒ การเปล่ียนแปลงดานเศรษฐกิจ สังคม และกระแสโลก ท่ีมีผลตอการบริหารจัดการทรัพยากรน้ําของประเทศ ประเด็นสถานการณ แนวโนมการเปล่ียนแปลง ทิศทางการจัดการน้ํา ๑. ศูนยกลางเศรษฐกิจโลกจะ เคลื่อนยายมาสูทวีปเอเชีย โครงสรางประเทศไทยจะ เปลี่ยนจากเกษตรกรรม เปนอุตสาหกรรมและ บริการมากข้ึน ๑.๑ กระแสโลกาภวิัตน จะทวีความเขมขน มีการคลื่อนยายเงินทุน แรงงาน ขอมูล เทคโนโลยี สินคา และบริการอยางรวดเร็ว ๑.๒ เปลี่ยนไปสูเศรษฐกิจฐาน ความรู ท่ีขับเคลื่อนดวย นวัตกรรม โครงสรางแบบก่ึงอุตสาหกรรม มีหลาย สาขาการผลิตและบริการ ๑.๓ ภาคอุตสาหกรรมจะมีการขยายตัวและมีความตองการน้ํา มากข้ึน โดยเฉพาะภาคตะวันออกท่ีกําหนดเปนพ้ืนท่ีหลัก ๑.๑ ตองจัดเตรียมความพรอมในการพัฒนาแหลงน้ํา ขนาดใหญรองรับ ในภาคกลางและภาคตะวันออก ๑.๒ เตรียมการจัดสรรน้ําท่ีเหมาะสม และปองกัน ความขัดแยงกับภาคใชน้ําตางๆ ๒. การผลิตดานการเกษตร ยังคงเปนแกนหลักสําคัญ สําหรับภาคเศรษฐกิจ สังคมในชนบทและมีการ ผลิตเชิงเศรษฐกิจมากข้ึน ๒.๑ รายไดประชาชาตดิานการเกษตร นอยกวาอุตสาหกรรม แตเปนแหลงรองรับแรงงาน และเปนรายไดสวนใหญ ในชนบท ๒.๒ ภาคการเกษตรจะตองเพ่ิมผลิตภาพการผลิต โดยการใช เทคโนโลยีและนวัตกรรมเพ่ิมข้ึน รวมท้ังการจัดการดาน การตลาด ๒.๑ ตองจัดหาแหลงน้ําและเพ่ิมประสิทธิภาพการชลประทาน เพ่ือเพ่ิมผลิตภาพการผลิตการเกษตร โดยเฉพาะในภาค ตะวันออกเฉียงเหนือ ท่ีมีรายไดต่ํา ๒.๒ ใชพ้ืนท่ีชลประทานท่ีมีอยูเพ่ือเพ่ิมผลิตภาพการผลิต พืชเศรษฐกิจท่ีมีมูลคาสูง ๒.๓ ปรับโครงสรางใชน้ําภาคผลิต ท้ังเกษตร/อุตสาหกรรม ๓. การจัดตั้งเขตเศรษฐกิจ พิเศษ และโครงการระเบียง เศรษฐกิจภาคตะวันออก (Eastern Economics Corridor: EEC) ๓.๑ การตั้งเขตเศรษฐกิจพิเศษระยะท่ี ๑ (จังหวัดตาก มุกดาหาร สระแกว ตราด สงขลา) ระยะท่ี ๒ (จังหวัด กาญจนบุรี เชยีงราย นครพนม หนองคาย นราธิวาส) จะทําใหมีประชากรในเขตดังกลาวเพ่ิมข้ึน ๓.๑ ตองจัดการน้ําตนทุน รองรับการขยายตัวของเมืองหลัก กรุงเทพมหานครและปริมณฑล เขตเศรษฐกิจพิเศษ พ้ืนท่ี ระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก (EEC) จัดหาน้ําตนทุน เพ่ิมสําหรับภาคกลางเพ่ือรองรับความเสี่ยงปท่ีแลงจัด ๑๑ ตารางท่ี ๒-๒ การเปล่ียนแปลงดานเศรษฐกิจ สังคม และกระแสโลก ท่ีมีผลตอการบริหารจัดการทรัพยากรน้ําของประเทศ (ตอ) ประเด็นสถานการณ แนวโนมการเปลี่ยนแปลง ทิศทางการจัดการน้ํา และการพัฒนาภาคกลาง ตอนลาง และกรุงเทพฯ ใหเปน มหานครท่ีทันสมัย ทําใหมีการ เคลื่อนยายประชากรเขาสูเมือง ๓.๒ โครงการระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก (ชลบุรี ระยอง ฉะเชิงเทรา) ทําใหมีการขยายตัวมากข้ึน ๓.๓ พ้ืนท่ีภาคกลางตอนลางจะยังคงเติบโต เปนพ้ืนท่ี เศรษฐกิจสําคัญของประเทศตอไป ๓.๔ การพัฒนากรุงเทพฯ ใหเปนมหานครท่ีทันสมัย จะทําใหมีการเคลื่อนยายประชากรท้ังจากชนบท และตางประเทศเขาสูกรุงเทพฯมากข้ึน ๓.๒ ตองเรงรัดการบรรเทาอุทกภัยลุมน้ําเจาพระยา ทาจีน ใหเปนรูปธรรมโดยเร็ว เพ่ือสรางความม่ันใจท่ีจะไมเกิด ความเสียหายรุนแรง ๓.๓ การจัดหาน้ําตนทุนและมีขอตกลงในการจัดสรรน้ํา ท่ีเหมาะสม สําหรับเมืองหลักท่ีมีการเติบโตสูง ๓.๔ ตองเตรียมความพรอมใชน้ําอยางประหยัด รูคุณคา และ การนําน้ําเสียเพ่ือนํากลับมาใชใหมภาคอุตสาหกรรมและบริการ ๓.๕ การวางแผนการจัดการน้ําในพ้ืนท่ีภาคกลางตอนลาง อยางเปนระบบ รองรับสถานการณในระยะ ๓๐ ป ๔. ภาคบริการและการทองเท่ียว ยังสามารถเติบโตและสราง รายไดเขาประเทศจํานวนมาก ๔.๑ ภาคบริการและการทองเท่ียวยังคงขยายตัว มากข้ึนท้ังในเขตกรุงเทพฯ และเมืองทองเท่ียวหลัก ๔.๒ การเพ่ิมข้ึนของนักทองเท่ียวจากประเทศใน ภูมิภาคเอเชียท่ีมีการเติบโตทางเศรษฐกิจสูง ๔.๑ เตรียมจัดหาแหลงน้ําสนับสนุน สถานท่ีทองเท่ียวท่ีสําคัญ ๔.๒ แกปญหาการขาดแคลนน้ําในแหลงทองเท่ียวชายทะเล หรือพ้ืนท่ีเกาะท่ีขาดแคลนน้ําจืด ๔.๓ การจัดการน้ําทวมในเขตพ้ืนท่ีทองเท่ียวสําคัญ ๕. การเปลี่ยนแปลงสภาพ ภูมิอากาศ แนวโนมจะมี ความแปรปรวนและรนุแรง มากข้ึน ๕.๑ สภาพภูมิอากาศมีความแปรปรวนมากข้ึน ทําให เกิดปญหาขาดแคลนน้ํา ปญหาอุทกภัย วาตภัย ท่ีเกิดความเสียหายรุนแรง สงผลกระทบทาง เศรษฐกิจ ชีวิต ทรัพยสิน ของประชาชน มากข้ึน ๕.๒ การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศจะมีผลกระทบ ตอปริมาณน้ําตนทุน และผลผลิตทางการเกษตร ทําใหเกิดปญหาความไมม่ันคงดานอาหาร ๕.๑ จัดทําแผนบริหารจัดการน้ําแบบยืดหยุน มีแหลงน้ําหลัก แหลงน้ําสํารอง และการเชื่อมโยงกับระบบชลประทาน ๕.๒ กําหนดพ้ืนท่ีเสี่ยงจากอุทกภัย ภัยแลง และพัฒนาระบบ พยากรณเตือนภัยใหมีประสิทธิภาพ ถูกตอง และรวดเร็ว ๕.๓ การเตรียมความพรอมในการรับมือกับภัยธรรมชาติ การบริหารพ้ืนท่ีน้ําทวม และพัฒนาโครงสรางพ้ืนฐาน เพ่ือบรรเทา และแกไขปญหาอยางเปนระบบ ๑๒ ตารางท่ี ๒-๓ การเปล่ียนแปลงดานทรัพยากร และสถานการณของประเทศ ท่ีมีผลตอการบริหารจัดการทรัพยากรน้ําของประเทศ ประเด็นสถานการณ แนวโนมการเปล่ียนแปลง ทิศทางการจัดการน้ํา ๑. การจัดการพ้ืนท่ีตนน้ําและปาไม ๑.๑ พ้ืนท่ีปาตนน้ําถูกบุกรุกเพ่ือปลูกพืช เศรษฐกิจ เชิงเดี่ยว เชน ขาวโพดลี้ยงสัตว ยางพารา และ ยูคาลิปตัส ขาดแหลงดูดซับน้ําฝน ทําใหเกิดการ เปลี่ยนแปลงปริมาณน้ําทา ความรุนแรงของ อุทกภัย และการขาดแคลนน้ํา มากข้ึน ๑.๒ การพัฒนาแหลงน้าํในเขตพ้ืนท่ีอนุรักษทําไดยากข้ึน ๑.๑ จําเปนตองฟนฟูปาตนน้ํา เพ่ือลดผลกระทบตอพ้ืนท่ี กลางน้ําและปลายน้ํา โดยการวางแผนการใชประโยชน ท่ีดินในเขตตนน้ํา กําหนดเขตการอนุรักษ ปากันชน และ เขตพ้ืนท่ีทําการเกษตรเพ่ือยังชีพ ๑.๒ การพัฒนาแหลงน้ําตนทุน ตองพิจารณารวมกันระหวาง ผลประโยชนกับผลกระทบท่ีเกิดข้ึน เพ่ือหาจุดสมดุล ระหวางการพัฒนากับการอนุรักษ ๒. การจัดการทรัพยากรดินและ การใชประโยชนท่ีดิน ๒.๑ มีการนําท่ีดินท่ีมีความเหมาะสมในการทํา การเกษตร เชน ในเขตชลประทาน มาใชในการ ขยายเมือง และพัฒนาพ้ืนท่ีอุตสาหกรรม ๒.๒ การนําพ้ืนท่ีไมเหมาะสมมาทําการเกษตร ทําให การลงทุนสูง ผลิตภาพการผลิตต่ํา ๒.๑ จัดระบบการปลูกพืชใหเหมาะสมกับศักยภาพของพ้ืนท่ี (Zoning by Ari-map) ๒.๒ จัดระบบการอนุรักษดินและน้ํา และการปรับปรุงบํารุงดิน ในพ้ืนท่ีไมมีศักยภาพในการพัฒนาแหลงน้ํา ๓. ปญหาคุณภาพน้ําท่ีเกิดจากพฤติกรรม การผลิตและการบริโภค ๓.๑ ปริมาณน้ําเสียจากชุมชนท่ีระบายลงสูแหลงน้ํามี มากข้ึนตามการขยายตัวของเศรษฐกิจและชุมชน ๓.๒ น้ําเสียและสารเคมีจากการเพาะปลูกพืช ปศุสัตว และประมงสงผลกระทบตอแหลงน้ําธรรมชาติ โดยเฉพาะในฤดูแลง ๓.๑ ควรควบคุมน้ําเสียจากแหลงกําเนิด เพ่ือใหไมเกิน ขีดความสามารถของแหลงน้ําในการรองรับน้ําเสีย ๓.๒ ลดการใชสารเคมีเพ่ือการเกษตร น้ําเสียจากฟารม ปศุสัตวและการเพาะเลี้ยงสัตวน้ําธรรมชาติ ๑๓ ตารางท่ี ๒-๓ การเปล่ียนแปลงดานทรัพยากร และสถานการณของประเทศ ท่ีมีผลตอการบริหารจัดการทรัพยากรน้ําของประเทศ (ตอ) ประเด็นสถานการณ แนวโนมการเปล่ียนแปลง ทิศทางการจัดการน้ํา ๓.๓ การติดตาม ควบคุม การจัดการน้ําเสียของโรงงาน อุตสาหกรรมขนาดกลาง และขนาดเล็ก ท่ีกระจายตัว มีความยุงยาก ๓.๔ เมืองขยายตัว แมน้ํา คูคลองถูกบุกรุก และขาดน้ํา เพ่ือรักษาระบบนิเวศลําน้ําและการผลักดันน้ําเค็ม ๓.๓ เพ่ิมประสิทธิภาพในการบําบัดน้ําเสียของระบบบําบัด น้ําเสียรวมชุมชน ๓.๔ การวางแผนใหมีปริมาณน้ําเพ่ือรักษาระบบนิเวศ ๓.๕ การฟนฟูแมน้ําลําคลองและแหลงน้ํา ๔. สถานการณอุทกภัย ๔.๑ ปาตนน้ําลดลง ทําใหเกิดน้ําไหลบาลงพ้ืนท่ี กลางน้ํา และปลายน้ําอยางรวดเร็ว ๔.๒ การใชประโยชนท่ีดินเปลี่ยนไปทําใหขาดพ้ืนท่ี รองรับน้ําหลากในฤดูฝน (แกมลิง) ๔.๓ การขยายตัวของชุมชนและเมืองไมเหมาะสม เชน อยูในพ้ืนท่ีลุม พ้ืนท่ีน้ําหลาก การพัฒนาท่ี กีดขวางทางน้ํา ทําใหเกิดอุทกภัยรุนแรงมากข้ึน ๔.๔ การเกิดอุทกภัยมีแนวโนมรุนแรงและขยายพ้ืนท่ี มากข้ึน เชน มหาอุทกภัยในป ๒๕๕๔ ๔.๑ เพ่ิมประสิทธิภาพการระบายน้ํา โดยการปรับปรุง สิ่งกีดขวางทางน้ํา การปรับปรุงลําน้ํา ๔.๒ การจัดโครงสรางปองกันน้ําทวมชุมชนเมือง จัดทําผังน้ํา ผังการระบายน้ํา ๔.๓ การจัดการพ้ืนท่ีน้ําทวม พ้ืนท่ีชะลอน้ํา (แกมลิง) ๔.๔ การจัดทําทางผันน้ําและการใชพ้ืนท่ีเกษตร ในการ รองรับน้ํานองในภาวะวิกฤต ๕. สถานการณภัยแลง ๕.๑ ศักยภาพการพัฒนาแหลงเก็บกักน้ําท่ีคาดวาจะ สามารถดําเนินการไดถึงป ๒๕๘๐ เพ่ิมได ๑๓,๒๔๓ ลานลูกบาศกเมตร พัฒนาพ้ืนท่ีชลประทานเพ่ิม ๑๗.๙๔ ลานไร ๕.๑ ตองจัดการดานความตองการ ใหสอดคลองกับศักยภาพ การพัฒนาในแตละพ้ืนท่ี ๕.๒ การพัฒนาโครงขายน้ําเชื่อมโยงระหวางแหลงน้ํา เพ่ือสรางเสถียรภาพของน้ําตนทุน ๑๔ ตารางท่ี ๒-๓ การเปล่ียนแปลงดานทรัพยากร และสถานการณของประเทศ ท่ีมีผลตอการบริหารจัดการทรัพยากรน้ําของประเทศ (ตอ) ประเด็นสถานการณ แนวโนมการเปล่ียนแปลง ทิศทางการจัดการน้ํา ๕.๒ พ้ืนท่ีเกษตรน้ําฝนท่ีไมมีศักยภาพในการพัฒนา แหลงน้ําประมาณ ๑๐๐ ลานไร ตองพัฒนาโดยใช แหลงน้ําธรรมชาติ น้ําบาดาล และแหลงน้ําในไรนา เสริมการใชน้ําฝน ๕.๓ แองน้ําบาดาลขนาดใหญ ยังมีศักยภาพในการ พัฒนาเพ่ิมข้ึน ๕.๓ การพัฒนาแหลงน้ําขนาดเล็ก น้ําบาดาลเพ่ิมเติมในพ้ืนท่ี ๕.๔ พัฒนาแหลงน้ําบาดาลขนาดใหญเพ่ือเสริมน้ําผิวดิน ท้ังดานการเกษตร และอุตสาหกรรมในพ้ืนท่ีซ่ึงมีขอจํากัด ในการพัฒนาน้ําผิวดิน ๕.๕ จัดระบบการอนุรักษดินและน้ําในพ้ืนท่ีเกษตรน้ําฝน เพ่ือใหสามารถทําการเกษตรไดอยางนอย ปละ ๑ ครั้ง ๖. การจัดการแหลงน้ําธรรมชาติ ท่ีเปนพ้ืนท่ีชุมน้ํา ๖.๑ พ้ืนท่ีชุมน้ําสวนใหญยังไมไดรับการคุมครองตาม กฎหมาย ยกเวนพ้ืนท่ีซ่ึงอยูในเขตอนุรักษ ๖.๒ เกิดการสูญเสียพ้ืนท่ีชุมน้ําจากการบุกรุกตางๆ เชน การทําการเกษตร การเพาะเลี้ยงสัตวน้ํา ๖.๑ ปรับปรุงการจัดการใหเหมาะสม ปองกันการบุกรุก เพ่ือรักษาพ้ืนท่ีชุมน้ําไมใหสูญเสียระบบนิเวศตามธรรมชาติ ๖.๒ ใชพ้ืนท่ีชุมน้ํา เปนแหลงรองรับน้ําในฤดูฝน และเปน แหลงน้ําเสริมในฤดูแลง ๗. การบริหารจดัการทรัพยากรน้ํา แบบบูรณาการ ๗.๑ ปญหาการบริหารจัดการทรัพยากรน้ํา มีความทาทายและซับซอนมากข้ึน ๗.๒ การเขาถึงทรัพยากรน้ําของชาติเปนไปโดยอิสระ ขาดกฎหมายในการกํากับดูแล ทําใหเกิดปญหา ระหวางภาคสวนการใชน้ํา ๗.๓ การจัดการโดยการมีสวนรวมของทุกภาคสวน ๗.๑ คณะกรรมการทรัพยากรน้ําแหงชาติ (กนช.) และ สํานักงานทรัพยากรน้ําแหงชาติ (สทนช.) ตองทําหนาท่ี กํากับดูแลการบริหารจัดการทรัพยากรน้ํา ๗.๒ การขับเคลื่อนงานตาม พ.ร.บ. ทรัพยากรน้ํา ๗.๓ สนับสนุนใหทุกภาคสวน เขามามีสวนรวมในการพัฒนา อนุรักษ ฟนฟู บํารุงรักษาและใชประโยชนจากทรัพยากรน้ํา ๑๕ บทที่ ๓ สถานการณและปญหาดานทรัพยากรน้ําของประเทศ ๓.๑ ศักยภาพทรัพยากรน้ําในประเทศ ปริมาณน้ําฝน พ้ืนท่ีประเทศไทยประกอบดวย ๒๕ ลุมน้ําหลักมีพ้ืนท่ีประมาณ ๕๑๔,๐๐๘ ตารางกิโลเมตร หรือ ๓๒๑.๒ ลานไร สภาพพ้ืนท่ีตั้งอยูภายใตอิทธิพลของลมมรสุม ๒ ชนิด ไดแก ลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต และลมมรสุม ตะวันออกเฉียงเหนือ โดยท่ีลมมรสุมตะวันตกเฉียงใตพัดปกคลุมประเทศไทยระหวางกลางเดือนพฤษภาคมถึง กลางเดือนตุลาคม มีปริมาณฝนรายปเฉลี่ยท่ัวประเทศประมาณ ๑,๔๕๕ มิลลิเมตร มีความผันแปรตามพ้ืนท่ีระหวาง ๙๐๐-๔,๐๐๐ มิลลิเมตรตอป ดังแสดงในรูปท่ี ๓-๑ ปริมาณน้ําผิวดิน ปริมาณน้ําทาตามธรรมชาติ (Natural Flow) ซ่ึงเปนปริมาณน้ําบนผิวดินท่ีเกิดจากฝน โดยหักการซึมลง ใตดิน และการระเหยแลว มีปริมาณรวมท่ัวประเทศ ๒๘๕,๒๒๗ ลานลูกบาศกเมตร เปนปริมาณน้ําทาไหลออกนอกลุมน้ํา ท่ีเหลือจากการเก็บกักและการใชประโยชนแลว (Runoff) จํานวน ๒๒๔,๐๒๔ ลานลูกบาศกเมตร คิดเปนรอยละ ๗๙ ของน้ําทา ธรรมชาติ โดยลุมน้ําท่ีมีปริมาณน้ําทา (Runoff) สูง ไดแกลุมน้ําโขง (อีสาน) ภาคใตฝงตะวันออกและแมกลอง ตามลําดับ ในขณะท่ีลุมน้ําท่ีมีปริมาณน้ําทานอยท่ีสุด ไดแก ลุมแมน้ําสะแกกรัง วัง และโตนเลสาบ ตามลําดับ สําหรับลุมน้ําท่ีมี ปริมาณน้ําทารายปตอพ้ืนท่ีลุมน้ํามากท่ีสุด ไดแก ลุมน้ําชายฝงทะเลตะวันออก นอยท่ีสุด ไดแก ลุมน้ําวัง ปริมาณน้ําบาดาล ประเทศไทยมี แองน้ําบาดาลท้ังหมด ๒๗ แองน้ําบาดาล มีปริมาณการกักเก็บในชั้นน้ําบาดาล รวมประมาณ ๑.๑๓ ลานลานลูกบาศกเมตร (ดังแสดงในรูปท่ี ๓-๒) มีศักยภาพท่ีจะพัฒนาข้ึนมาใชได โดยไมกระทบตอ ปริมาณน้ําบาดาลท่ีมีอยูไดรวมปละ ๔๕,๓๘๕ ลานลูกบาศกเมตร (ท่ีมา: กรมทรัพยากรน้ําบาดาล เม.ย. ๒๕๖๐) อยางไรก็ตาม ในการพัฒนาน้ําบาดาลข้ึนมาใชนั้น มีขอจํากัดในเรื่องของความคุมทุน เนื่องจากมีคาใชจาย (คาไฟฟา/คาน้ํามัน/ คาบํารุงรักษา) ในการสูบน้ํา อีกท้ังกอนทําการเจาะบอน้ําบาดาลจําเปนตองมีการสํารวจเพ่ือใหสามารถกําหนดจุด ในการเจาะบอน้ําบาดาลท่ีมีปริมาณและคุณภาพน้ําบาดาลท่ีดี โดยเฉพาะพ้ืนท่ีท่ีเปนหินแข็งและพ้ืนท่ีน้ําเค็มซ่ึงจะมี คาใชจายในการดําเนินการสํารวจคอนขางสูง ปริมาณแหลงน้ําตนทุนท่ีควบคุมได ปริมาณน้ําทาธรรมชาติเฉลี่ยของประเทศไทยมีจํานวน ๓,๔๙๖ ลูกบาศกเมตร ตอคนตอป ซ่ึงถือวาเปนคาเฉลี่ยท่ีต่ําเม่ือเทียบกับประเทศในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต โดยมีการพัฒนาแหลงเก็บกักน้ํา รวมความจ ุ๘๑,๓๗๓ ลานลูกบาศกเมตร คิดเปนรอยละ ๒๘ ของปริมาณน้ําทาธรรมชาติ โดยจําแนกเปนแหลงเก็บกักน้ํา ขนาดใหญ ๗๓,๔๘๐ ลานลูกบาศกเมตร ขนาดกลาง ๔,๒๐๐ ลานลูกบาศกเมตร และขนาดเล็ก ๓,๖๙๓ ลานลูกบาศกเมตร มีปริมาณน้ําท่ีนําไปใชประโยชนไดปละประมาณ ๖๕,๐๐๐ ลานลูกบาศกเมตร ซ่ึงปริมาณน้ําสวนนี้มากกวารอยละ ๙๐ มาจากอางเก็บน้ําขนาดใหญ เชน เข่ือนภูมิพล เข่ือนสิริกิติ์ เข่ือนศรีนครินทร และเข่ือนวชิราลงกรณ ๑๖ รูปท่ี ๓-๑ แผนท่ีแสดงความเขมและการกระจายของฝน (ท่ีมา : สํานักงานทรัพยากรน้ําแหงชาติ, ๒๕๖๑) ๑๗ รูปท่ี ๓-๒ แผนท่ีแสดงปริมาณและคุณภาพน้ําบาดาล (ท่ีมา : กรมทรัพยากรน้ําบาดาล, ๒๕๕๗) ๑๘ ๓.๒ สภาพเศรษฐกิจและสังคม ประเทศไทยมีประชากรประมาณ ๖๖ ลานคน (ขอมูลป พ.ศ. ๒๕๖๐) โดยมีสัดสวนความหนาแนน ประชากรในพ้ืนท่ีลุมน้ําภาคใตและภาคกลางมากท่ีสุด พ้ืนท่ีลุมน้ําท่ีมีการพัฒนาแหลงน้ํา ระบบชลประทาน และ การพัฒนาดานอุตสาหกรรมจะมีมูลคาของผลิตภัณฑมวลรวมคอนขางสูง เชน ลุมน้ําเจาพระยา ลุมน้ําชายฝงทะเล ตะวันออก ลุมน้ําภาคใตฝงตะวันออก และลุมน้ํามูล เปนตน ๓.๓ การใชน้ําและการบริหารจัดการ พ้ืนท่ีการเกษตร ประเทศไทยมีพ้ืนท่ีการเกษตร ๑๔๙.๒ ลานไร โดยภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีพ้ืนท่ีการเกษตรมากท่ีสดุ คือ ๖๓.๖ ลานไร คิดเปนรอยละ ๔๓ ของพ้ืนท่ีการเกษตรท้ังประเทศ รองลงมา คือ พ้ืนท่ีภาคกลาง มีพ้ืนท่ีการเกษตร รวม ๒๗.๒ ลานไร คิดเปนรอยละ ๑๘ ของพ้ืนท่ีการเกษตรท้ังประเทศ ปจจุบัน (ป พ.ศ. ๒๕๖๐) มีการพัฒนาพ้ืนท่ีชลประทานรวม ๓๒.๗๕ ลานไร คิดเปนรอยละ ๒๒ ของพ้ืนท่ีการเกษตร ท่ีเหลืออีก ๑๑๗ ลานไร หรือกวารอยละ ๗๘ เปนพ้ืนท่ีปลูกพืชโดยใชน้ําฝนเปนหลัก ซ่ึงมีความเสี่ยง ตอการขาดแคลนน้ํามาจากความผันแปรของสภาพลม ฟา อากาศ อีกท้ังในบางพ้ืนท่ียังมีสภาพภูมิประเทศ ไมเอ้ืออํานวยตอการลําเลียงน้ําจากแหลงน้ํามาใชประโยชนอีกดวย สภาพการเพาะปลูกขาวท่ีผานมา สภาพการปลูกขาวของประเทศไทย มีความแตกตางกันไปตามสภาพของระบบนิเวศในแตละภาค ข้ึนอยูกับระบบชลประทานเปนสําคัญ กลาวคือ หากพ้ืนท่ีใดมีระบบชลประทานท่ีไมสมบูรณ เชน ในภาคเหนือ ตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคใต เกษตรกรจะสามารถปลูกขาวไดปละ ๑-๒ ครั้ง คือ ครั้งท่ี ๑ นาป และครั้งท่ี ๒ นาปรัง โดยอาศัยน้ําฝน สวนพ้ืนท่ีท่ีมีระบบชลประทานท่ีสมบูรณ เชน ในเขตภาคกลาง ภาคเหนือตอนลาง เกษตรกรจะปลูกขาว ไดปละ ๒-๓ ครั้ง โดยเกษตรกรจะทํานาปลูกขาวตอเนื่องทันทีหลังจากเก็บเก่ียวขาวครั้งท่ีผานมา ทําใหมีการทํานา ไดถึงปละ ๓ ครั้ง หรือ ๕ ครั้งใน ๒ ป ทําใหความตองการน้ําสูงมากข้ึน พ้ืนท่ีศักยภาพท่ีเหมาะสมตอการปลูกขาวท่ีพัฒนาใหเปนพ้ืนท่ีเกษตรชลประทาน มีท้ังสิ้น ๖๐ ลานไร พ้ืนท่ีดังกลาวไมไดอยูในพ้ืนท่ีอนุรักษตามกฎหมาย รวมท้ังเขตรักษาพันธุสัตวปา และพ้ืนท่ีชุมน้ํา แหลงน้ํา พรุริมชายทะเล และเปนพ้ืนท่ีมีความลาดชันนอยกวารอยละ ๒๐ โดยพัฒนาเปนพ้ืนท่ีชลประทานไปแลว ๑๘ ลานไร หรือคิดเปนรอยละ ๕๕ ของพ้ืนท่ีชลประทานท้ังหมด (๓๒.๗๕ ลานไร) การบริหารจัดการน้ําปจจุบัน การบริหารจัดการน้ําในฤดูแลงเปนชวงท่ีวิกฤต ซ่ึงจะเปนไปตามสภาพปริมาณน้ําตนทุน เม่ือสิ้นสุดฤดูฝน โดยพิจารณาตามลําดับความสําคัญของกิจกรรมการใชน้ํา ดังนี้  ลําดับ ๑ สํารองน้ําไวสําหรับการใชน้ําในชวงตนฤดูฝน เพ่ือสนับสนุนการเพาะปลูกขาวนาป  ลําดับ ๒ จัดสรรน้ําเพ่ือการอุปโภคบริโภคในชวงฤดูแลง  ลําดับ ๓ จัดสรรน้ําเพ่ือการรักษาระบบนิเวศในชวงฤดูแลง  ลําดับ ๔ จัดสรรน้ําเพ่ือการเกษตรกรรม  ลําดับ ๕ จัดสรรน้ําเพ่ือการอุตสาหกรรม ๑๙ การบริหารจัดการน้ําในฤดูฝนจะเนนใหมีการเก็บกักน้ําของแหลงน้ําใหมากท่ีสุดในปลายฤดูฝน โดยจะ บริหารจัดการควบคูกับการบรรเทาอุทกภัยอีกดวย แบงเปนการบริหารได ดังนี้ ไมใชส่ิงกอสราง ไดแก ๑) การพยากรณสภาพอากาศ น้ําฝน น้ําทา และปริมาณน้ําในอางเก็บน้ําตาง ๆลวงหนา ๗ วัน – ๖ เดือน ๒) การติดตามสถานการณน้ําทวมและประมวลผลเปนรายชั่วโมง และรายวัน ๓) การแจงเตือนพ้ืนท่ีเสี่ยงภัยชุมชนเมือง ๔) การตัดสินใจ โดยใชขอมูลจากการสํารวจพ้ืนท่ีน้ําทวมแบบ real time ๕) การประชาสัมพันธ ไดแก เว็บไซต และเจาหนาท่ีระดับพ้ืนท่ีตอประชาชนโดยตรง ผนวกกับ การสื่อสารผานวิทยุและโทรทัศนของสื่อภายนอก และใชส่ิงกอสราง ไดแก ๖) อางเก็บน้ํา ทําการเก็บกักน้ําและหนวงน้ําอยางเต็มศักยภาพ และทําการระบายน้ําสวนเกิน ท่ีเข่ือนไมสามารถรองรับได ใหสงผลกระทบตอการเกิดน้ําทวมดานลางเข่ือนนอยท่ีสุด ๗) ระบบสงน้ําและกระจายน้ํา โดยทําการเรงรัดใหเกิดการระบายน้ํา ในระบบชลประทาน เพ่ือลดยอดน้ําสูงสุดในแมน้ํา ๘) ระบบคูคลองและลําน้ํายอย โดยทําการกระจายน้ํา เพ่ือลดยอดน้ําสูงสุดในแมน้ําและรองรับ น้ําหลากจากตอนเหนือ ๙) ประตูระบายน้ํา และอาคารบังคับน้ําชลประทาน โดยทําการควบคุมและเรงระบายน้ํา จากพ้ืนท่ีน้ําทวมขัง ๑๐) เครื ่องสูบน้ํา ใชในการสูบน้ําในพื้นที่น้ําทวมขังที ่ไมสามารถระบายตามธรรมชาติ ไดลงสูระบบแมน้ํา และคูคลองตางๆ ๑๑) คันปองกันน้ําทวม โดยทําคันก้ันน้ําและเสริมคันกันน้ําท่ีมีอยูเดิม เพ่ือปองกันพ้ืนท่ีเศรษฐกิจ ๑๒) การเติมน้ําลงสูใตดิน โดยการระบายน้ําฝนในชวงฤดูน้ําหลาก ผานสระกนรั่ว ผานบอเติมน้ํา เพ่ือกักเก็บน้ําฝนไวในชั้นน้ําใตดิน ซ่ึงจะทําใหระดับน้ําใตดินใหสูงข้ึน และสามารถ นํากลับมาใชประโยชนไดอีกครั้งในฤดูแลง ความตองการใชน้ํา ในพ้ืนท่ีเกษตรท่ีอยูใกลกับแหลงน้ํา จะมีการปลูกพืชในฤดูแลง โดยเฉพาะพ้ืนท่ีเกษตรชลประทาน ทําให มีการใชน้ําเพ่ือการเกษตรเปนปริมาณมาก อีกท้ังการเพ่ิมข้ึนของประชากร การขยายตัวของพ้ืนท่ีชุมชนเมือง และการพัฒนา พ้ืนท่ีอุตสาหกรรมและพ้ืนท่ีเศรษฐกิจ ทําใหความตองการใชน้ําโดยรวมเพ่ิมข้ึนดวย สรุปไดดังนี้ ๑) การใชน้ําเพ่ือการเกษตร : มีการใชน้ํามากกวารอยละ ๗๕ ของปริมาณการใชน้ําท้ังหมด โดยแบงเปน ๑.๑) พ้ืนท่ีเกษตรในเขตชลประทานเปนการใชน้ําจากอางเก็บน้ําขนาดใหญ ขนาดกลาง และขนาดเล็ก ผานระบบชลประทาน ซ่ึงมีการเพาะปลูกพืชฤดูแลง จึงมีการใชน้ําเปนปริมาณมาก โดยเฉพาะใน พ้ืนท่ีโครงการเจาพระยาใหญ ซ่ึงพบวาในเขตชลประทานท่ัวประเทศ จํานวนท้ังสิ้น ๓๒.๗๕ ลานไร ไดจัดสรรน้ําใหพ้ืนท่ี ดังกลาวรวมท้ังปเฉลี่ย ๖๕,๐๐๐ ลานลูกบาศกเมตร ๒๐ ๑.๒) พ้ืนท่ีนอกเขตชลประทานมีท้ังสิ้น ๑๑๗ ลานไร เปนการใชน้ําฝนโดยตรงเปนสวนใหญ และบางสวนจากการสูบน้ําบาดาลและน้ําทาบริเวณพ้ืนท่ีใกลเคียง การขาดแคลนน้ําข้ึนกับปริมาณน้ําฝน และการกระจาย ของฝนในแตละป รวมท้ังสภาพภูมิประเทศ ชนิดพืชและชวงเวลาท่ีปลูก จึงตองการปริมาณน้ําเพ่ือปองกันผลผลิตเสียหาย ในชวงฝนท้ิงชวงอีกประมาณปละ ๔๘,๙๖๑ ลานลูกบาศกเมตร (คิดเฉพาะการปลูกฤดูฝนเทานั้น) ๒) การใชน้ําเพ่ืออุปโภคบริโภคและการทองเท่ียว : ปจจุบัน (ป พ.ศ. ๒๕๕๘) มีความตองน้ําอุปโภค บริโภค ๔,๗๘๓ ลานลูกบาศกเมตร ซ่ึงในอนาคต (ป พ.ศ. ๒๕๘๐) คาดการณความตองการน้ํา จํานวน ๕,๙๙๑ ลานลูกบาศกเมตร เนื่องจากการขยายตัวภาคบริการของประเทศ มีการขยายตัวคอนขางมาก เปนการขยายตัวดานการทองเท่ียว และภาคการคา ในระดับทองถ่ินและในระดับภูมิภาค ทําใหเมืองหลักในภูมิภาค เชน จ.เชียงใหม จ.อุดรธานี จ.สงขลา และแหลงทองเท่ียว สําคัญท่ีมีชื่อเสียงติดระดับโลก เชน กรุงเทพมหานคร ชายฝงทะเลอันดามันและเกาะสมุย มีความตองการใชน้ําเพ่ิมข้ึน มีจํานวนนักทองเท่ียวจากตางประเทศประมาณ ๑๔ ลานคน ซ่ึงมีการขยายตัวอยางตอเนื่อง และมีแนวโนมท่ีจะขยาย การทองเท่ียวบริเวณชายฝงทะเลตะวันตกใน จ.เพชรบุรี จ.ประจวบคีรีขันธ และ จ.ชุมพร พรอมท้ังมีการขยายตัวภาคบริการ ภาคการคาท้ังในประเทศและการคาชายแดน เชน ภาคเหนือใน จ.เชียงใหม จ.เชียงราย จ.พิษณุโลก และ จ.ตาก ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ใน จ.อุดรธานี จ.นครราชสีมา และ จ.มุกดาหาร ภาคกลางในกรุงเทพมหานคร จ.นครสวรรค จ.ชลบุรี จ.ระยอง และภาคใต ใน จ.สุราษฎรธานี จ.สงขลา และ จ.ภูเก็ต ๓) การใชน้ําเพ่ืออุตสาหกรรม : ปจจุบัน (ป พ.ศ. ๒๕๕๘) ภาคอุตสาหกรรมมีความตองการ ๑,๙๑๓ ลาน ลูกบาศกเมตร คาดการณความตองการน้ําในอนาคต (ป พ.ศ. ๒๕๘๐) จํานวน ๓,๔๘๘ ลานลูกบาศกเมตร โดยพ้ืนท่ีหลักท่ีมี โรงงานและกลุมอุตสาหกรรม คือ กรุงเทพมหานครและจังหวัดใกลเคียง รวมถึงพ้ืนท่ีในภาคตะวันออกซ่ึงเปนพ้ืนท่ี อุตสาหกรรมหลักของประเทศ สําหรับในภาคอ่ืนๆ อุตสาหกรรมสวนใหญเปนอุตสาหกรรมตอเนื่องจากภาคเกษตรและ การผลิตเพ่ือใชในทองถ่ิน ๔) การใชน้ําเพ่ือรักษาระบบนิเวศ: ปริมาณความตองการน้ําเพ่ือการรักษาระบบนิเวศในฤดูแลง รวมท้ังประเทศปละมากกวา ๒๗,๐๙๐ ลานลูกบาศกเมตร โดยสรุป ความตองการน้ํารวมท้ังประเทศ (ป พ.ศ. ๒๕๕๘) ประมาณ ๑๔๗,๗๔๙ ลานลูกบาศกเมตร สามารถเขาถึงแหลงน้ําในรูปแบบตางๆ อาทิ แหลงเก็บกักน้ํา อาคารพัฒนาแหลงน้ํา แหลงน้ํา/ลําน้ําธรรมชาติ และน้ําบาดาล เปนตน จํานวน ๑๐๒,๑๔๐ ลานลูกบาศกเมตร ท่ีเหลือยังไมสามารถจัดสรรน้ําใหกับพ้ืนท่ีการเกษตร นอกเขตชลประทาน และน้ําอุปโภคบางสวนอีกประมาณ ๔๘,๙๖๑ ลานลูกบาศกเมตร การใชน้ําบาดาล การใชน้ําบาดาลในประเทศไทย มีท้ังการใชน้ําในดานอุปโภค-บริโภค เกษตรกรรม และ อุตสาหกรรม โดยแบงน้ําบาดาลออกเปน ๒ ระดับ คือ ระดับตื้น ท่ีมีความลึกไมเกิน ๑๕ เมตร จะมีการทําบอน้ําตื้น เพ่ือสูบน้ําข้ึนมาใช และน้ําบาดาลระดับลึกท่ีตองทําการเจาะบอน้ําบาดาล โดยขอมูลบอน้ําตื้นในประเทศไทยป พ.ศ. ๒๕๕๗ มีท้ังสิ้น ๑.๙๒ ลานบอ สวนบอน้ําบาดาลในสวนภาครัฐและเอกชน ท่ีสามารถใชการไดมีจํานวน ๐.๑๗ ลานบอ โดยในแตละ ปจะมีปริมาณการใชน้ําบาดาลในประเทศ ๑๔,๗๔๑ ลานลูกบาศกเมตรตอป เปนการใชน้ําดานการเกษตรมากท่ีสุดปละ ๑๒,๗๔๑ ลานลูกบาศกเมตร เพ่ืออุปโภคบริโภคปละ ๑,๒๒๓ ลานลูกบาศกเมตร และในภาคอุตสาหกรรมปละ ๗๗๗ ลานลูกบาศกเมตร (ท่ีมา: กรมทรัพยากรน้ําบาดาล เม.ย. ๒๕๖๐) ๒๑ ๓.๔ สภาพปญหาทรัพยากรน้ํา ปญหาทรัพยากรน้ํา ประกอบดวยการขาดแคลนน้ํา น้ําทวม น้ําเสีย และน้ําเค็ม เกิดข้ึนเนื่องจาก สาเหตุตางๆ ไดแก ปริมาณน้ําฝนท่ีไมเพียงพอหรือมากเกินไป การบุกรุกพ้ืนท่ีปาตนน้ําและแหลงน้ําสาธารณะ การเพ่ิมข้ึนของประชากรและขยายตัวของชุมชนเมือง การพัฒนาพ้ืนท่ีเศรษฐกิจ การขยายตัวดานอุตสาหกรรม การทองเท่ียวพิเศษ การปลูกพืชท่ีไมเหมาะสมกับสภาพดินและน้ํา การสรางสิ่งกีดขวางทางน้ํา การปลอยมลพิษ ลงสูแมน้ําลําคลอง การขาดแหลงเก็บกักน้ําตนทุนท่ีเพียงพอ และการบริหารจัดการท่ีไมมีประสิทธิภาพเพียงพอ ซ่ึงจะแตกตางกันตามสภาพพ้ืนท่ีในแตละลุมน้ํา เปนตน สรุปรายปญหาไดดังนี้ ปญหาการขาดแคลนน้ํา ในรอบ ๔๐ ปท่ีผานมา ประเทศไทยประสบปญหาภัยแลงหลายครั้ง คือ ป พ.ศ. ๒๕๑๐, ๒๕๑๑, ๒๕๑๕, ๒๕๒๐, ๒๕๒๒, ๒๕๒๙, ๒๕๓๐, ๒๕๓๓, ๒๕๓๗, ๒๕๔๒, ๒๕๔๕ แ ละ พ.ศ. ๒๕๔๘ กอใหเกิดผลกระทบตอรายได ของเกษตรกรและความเสียหายทางเศรษฐกิจของประเทศเปนอยางมากท้ังทางดานเกษตรกรรม และอุตสาหกรรม ท่ีตองอาศัยผลผลิตทางการเกษตรเปนวัตถุดิบ ภัยแลงครั้งรุนแรงท่ีเกิดข้ึนในป พ.ศ. ๒๕๒๒, ๒๕๓๗ และ พ.ศ. ๒๕๔๒ เกิดเปนบริเวณกวางในเกือบทุกภาคของประเทศ ชวง ๑๐ ปท่ีผานมา (ป พ.ศ. ๒๕๔๘-๒๕๕๗) มีพ้ืนท่ีแลงซํ้าซากเพ่ิมมากข้ึน เนื่องจากฝนตกนอยกวาปกติหรือฝนตกไมเปนไปตามฤดูกาล ซ่ึงพ้ืนท่ีเสี่ยงภัยแลงในระดับตาง ๆข้ึนอยูกับสภาพภูมิประเทศ สภาพดิน ปริมาณฝน โดยพ้ืนท่ีเสี่ยงภัยในระดับรุนแรง (เกิดมากกวา๖ ครั้ง/๑๐ ป) และระดับปานกลาง (เกิด ๔-๕ ครั้ง/๑๐ป) มีพ้ืนท่ีรวมประมาณ ๒๖.๘ ลานไร สําหรับปญหาการขาดแคลนน้ําเพ่ือการอุปโภคบริโภค พบวาหมูบานท้ังประเทศไทย (ป พ.ศ. ๒๕๖๐) จํานวน ๗๕,๐๓๒ หมูบาน มีปญหาหมูบานท่ีไมมีระบบประปา ๒๕๖ หมูบาน ระบบประปาชํารุดและขาดประสิทธิภาพ ๒๐,๐๓๔ หมูบาน ปญหาน้ําทวม ในรอบ ๓๐ ปท่ีผานมา ประเทศไทยไดประสบปญหาน้ําทวมเกือบทุกจังหวัดของประเทศถึง ๑๓ ครั้ง ในปตางๆ ดังนี้ ป พ.ศ. ๒๕๑๕, ๒๕๑๘, ๒๕๒๑, ๒๕๒๓, ๒๕๒๖, ๒๕๓๒, ๒๕๓๘, ๒๕๔๔, ๒๕๔๕, ๒๕๔๘, ๒๕๔๙, ๒๕๕๓ และ พ.ศ. ๒๕๕๔ โดยมีอุทกภัยในลุมน้ําเจาพระยาท่ีมีความรุนแรงถึง ๘ ครั้ง คือ ป พ.ศ.๒๕๑๘, ๒๕๒๖, ๒๕๓๘, ๒๕๔๕, ๒๕๔๘, ๒๕๔๙, ๒๕๕๓ และ พ.ศ. ๒๕๕๔ ตามลําดับ กอใหเกิดความเสียหายตอชีวิต ทรัพยสิน และเศรษฐกิจของประเทศ อยางมาก เชน ในป พ.ศ. ๒๕๕๔ มีความเสียหายทางเศรษฐกิจคิดเปนมูลคาถึง ๑.๔๔ ลานลานบาท พ้ืนท่ีน้ําทวมขัง ซํ้าซาก ของท้ังประเทศ ระดับปานกลาง คือ ๔-๕ ครั้งในรอบ ๙ ป และระดับสูง คือ มากกวา ๕ ครั้งในรอบ ๙ ป รวมท้ังสิ้น ๑๐ ลานไร พ้ืนท่ีเสี่ยงตอดินโคลนถลม รวมท้ังสิ้นกวา ๖,๐๔๒ หมูบาน มีสาเหตุจากฝนท่ีตกหนักในพ้ืนท่ีลุมน้ํา และจากสภาพทางกายภาพของลุมน้ํา ท่ีเปนภูเขาสูงชัน และพ้ืนท่ีปาตนน้ําตอนบนถูกทําลาย ๒๒ รูปท่ี ๓-๓ พ้ืนท่ีเสี่ยงภัยแลงซํ้าซาก (ท่ีมา : กรมพัฒนาท่ีดิน, ๒๕๔๘-๒๕๕๖) ๒๓ ปญหาคุณภาพน้ําผิวดิน ประเทศไทย มีคุณภาพน้ําอยูในเกณฑดี รอยละ ๒๙ พอใช รอยละ ๔๙ และเสื่อมโทรม รอยละ ๒๒ ของแหลงน้ําหลักท่ัวประเทศ (จํานวน ๕๒ แหลงน้ํา) ไมพบคุณภาพน้ําท่ีอยูในเกณฑดีมาก และเสื่อมโทรมมาก อยางไรก็ตาม คุณภาพน้ําในชวง ๑๐ ปยอนหลัง (ป พ.ศ. ๒๕๔๘-๒๕๕๗) พบวา แหลงน้ําท่ีอยูในเกณฑดีมีแนวโนมลดลง ขณะท่ีแหลงน้ํา ท่ีอยูในเกณฑพอใชและเสื่อมโทรมมีแนวโนมเพ่ิมข้ึน สาเหตุสําคัญของปญหาคุณภาพน้ําเสื่อมโทรมมาจากการระบาย น้ําเสียจากชุมชน การชะหนาดินท่ีมีปุยตกคางจากการเกษตร และการปศุสัตว โดยปจจุบัน (ป พ.ศ. ๒๕๕๗) มีปริมาณน้ําเสีย จากชุมชนเกิดข้ึน ๑๐.๓ ลานลูกบาศกเมตรตอวัน ขณะท่ีระบบบําบัดน้ําเสียรองรับน้ําเสียท่ีเกิดข้ึนไดเพียงรอยละ ๓๑ พ้ืนท่ี ท่ีมีน้ําเสียชุมชนเกิดข้ึนมากท่ีสุด คือ กรุงเทพมหานคร โดยมีน้ําเสียประมาณ ๒ ลานลูกบาศกเมตรตอวัน ในขณะท่ี ระบบบําบัดน้ําเสียในพ้ืนท่ีกรุงเทพมหานครสามารถบําบัดน้ําเสียได รอยละ ๓๘ ของปริมาณน้ําเสียท่ีเกิดข้ึน ในสวนของปญหาการรุกล้ําของน้ําเค็ม เกิดข้ึนในตอนลางของแมน้ําเจาพระยา ทาจีน บางปะกง และแมกลอง ทําใหเกิดผลกระทบตอการเพาะปลูกพืช การประปา การประมง การอุตสาหกรรม ตลอดจนการ อุปโภค-บริโภคของราษฎรท่ีอยูริมฝงแมน้ํา การจัดสรรน้ําเพ่ือผลักดันน้ําเค็ม เปนการจัดสรรน้ําจากแหลงเก็บน้ํา ในพ้ืนท่ีตอนบนของลุมน้ํา เชน จากเข่ือนภูมิพล เข่ือนสิริกิติ์ เข่ือนปาสัก เข่ือนขุนดานปราการชล รวมถึง เข่ือนศรีนครินทร และเข่ือนวชิราลงกรณในฤดูแลงปละมากกวา ๒,๘๐๐ ลานลูกบาศกเมตร เพ่ือควบคุมความเค็มของน้ํา ณ จุดควบคุม ไมใหเกินมาตรฐานของการเกษตรและการประปา ปญหาคุณภาพน้ําบาดาล คุณภาพน้ําบาดาลโดยท่ัวไปจะอยูในเกณฑมาตรฐานท่ีใชบริโภคได อยางไรก็ตาม ยังมีบางพ้ืนท่ี ท่ีมีปริมาณสารละลายในน้ําบาดาลสูงกวาเกณฑมาตรฐานน้ําดื่ม เชน ในบางพ้ืนท่ีของ จ.เชียงใหม จ.ลําพูน จ.แพร จ.ลําปาง และ จ.กาญจนบุรี มีแรเหล็กและฟลูออไรดสูงกวาเกณฑมาตรฐานซ่ึงเปนปญหาท่ีมักเกิดข้ึนกับพ้ืนท่ีท่ีมี ความสัมพันธกับรอยเลื่อนและแหลงน้ําพุรอน บางพ้ืนท่ีพบปญหาการรุกล้ําของน้ําเค็มในชั้นน้ําบาดาล โดยจะเปน พ้ืนท่ีตามแนวปากแมน้ําและชายฝงทะเล เชน พ้ืนท่ีแมน้ําเจาพระยา และ จ.สงขลา ท่ีอาจจะมีสาเหตุจากการสูบ น้ําบาดาลข้ึนมาใชเกินสมดุลในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ บางพ้ืนท่ีมีคุณภาพน้ําบาดาลกรอย-เค็ม ไมเหมาะสําหรับ การอุปโภคบริโภค และเกษตรกรรม เชน จ.ยโสธร จ.อุบลราชธาน ี จ.ศรีสะเกษ จ.สุรินทร และ จ.บุรีรัมย ในบางพ้ืนท่ี ของ จ.นครศรีธรรมราช มีการพบสารหนูท่ีอาจมีสาเหตุจากการปนเปอนตามธรรมชาติของแรธาตุในชั้นหินใหน้ํา และจากการทําเหมืองแรดีบุก นอกจากนี้ บางพ้ืนท่ีท่ีมีการลักลอบท้ิงขยะพิษ น้ําเสีย ของเสียอาจถูกชะลางลงไป ปนเปอนในชั้นน้ําบาดาลได ๒๔ รูปท่ี ๓-๔ พ้ืนท่ีเสี่ยงภัยน้ําทวมซํ้าซาก (ท่ีมา : สํานักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (GISTDA), ๒๕๔๘-๒๕๕๖) http://www.gistda.or.th/ ๒๕ รูปท่ี ๓-๕ คุณภาพน้ําในแหลงน้ําสําคัญท่ัวประเทศ (ท่ีมา : กรมควบคุมมลพิษ, ๒๕๕๗) ๒๖ บทที่ ๔ แผนแมบทการบริหารจัดการทรัพยากรน้ํา ๒๐ ป (พ.ศ. ๒๕๖๑-๒๕๘๐) การพัฒนาประเทศตั้งแตอดีตจนถึงปจจุบัน รัฐบาลไดใหความสําคัญในการจัดหาแหลงน้ํา และ พัฒนาระบบชลประทานมาโดยตลอด เพ่ือตอบสนองตอความตองการใชน้ําของประเทศ ท้ังดานอุปโภค บริโภค ดานการเกษตร อุตสาหกรรม และการรักษาระบบนิเวศ อยางไรก็ตาม เนื่องจากการเพ่ิมข้ึนของจํานวนประชากร การพัฒนาดานเศรษฐกิจและสังคม สงผลใหความตองการใชน้ําเพ่ิมมากข้ึน รวมถึงการเปลี่ยนแปลงสภาพภมิูอากาศและ การเกิดปญหาภัยธรรมชาติท่ีรุนแรงเพ่ิมมากข้ึน เชน ปญหาอุทกภัย ภัยแลง ปญหาการชะลางพังทลายของดินในพ้ืนท่ี ลาดชัน และดินโคลนถลม ซ่ึงเปนผลจากการตัดไมทําลายปาและพ้ืนท่ีปาตนน้ําทรุดโทรม สงผลกระทบตอระบบนิเวศ ในพ้ืนท่ีตนน้ํา ปญหาน้ําเนาเสียท่ีเกิดจากชุมชน เกษตรกรรม และอุตสาหกรรม โดยปญหาดังกลาวทวีความรุนแรงข้ึน และกระทบตอประชาชน สังคมและเศรษฐกิจของประเทศ ประเทศไทยไดจัดทํายุทธศาสตรการบริหารจัดการทรัพยากรน้ํา ๑๒ ป (พ.ศ. ๒๕๕๘-๒๕๖๙) เพ่ือเปนกรอบและแนวทางการบริหารจัดการทรัพยากรน้ําของประเทศ อยางไรก็ตาม เนื่องจากการเปลี่ยนแปลง ของสภาพแวดลอม สภาพสังคมและเศรษฐกิจ รวมถึงรัฐบาลไดจัดทํายุทธศาสตรชาติ ๒๐ ป (พ.ศ. ๒๕๖๑-๒๕๘๐) และแผนปฏิรูปประเทศ ๑๑ ดาน ในการพัฒนาประเทศ ดังนั้น เพ่ือใหการบริหารจัดการทรัพยากรน้ํา สอดคลอง และตอบสนองเปาหมายตามยุทธศาสตรชาติ สํานักงานทรัพยากรน้ําแหงชาติ จึงไดจัดทําแผนแมบทการบริหาร จัดการทรัพยากรน้ํา ๒๐ ป (พ.ศ. ๒๕๖๑-๒๕๘๐) โดยปรับปรุงยุทธศาสตรการบริหารจัดการทรัพยากรน้ํา ๑๒ ป ใหมี ความเหมาะสมสอดคลองกับเปาหมายของยุทธศาสตรชาติ ๒๐ ป ๔.๑ ความเช่ือมโยงยุทธศาสตรชาติ ๒๐ ป กับ แผนแมบทการบริหารจัดการทรัพยากรน้ํา ๒๐ ป สอดคลองกับยุทธศาสตรชาติ ๒๐ ป ภายใตยุทธศาสตร ท่ี ๕ การเติบโตท่ีเปนมิตรกับสิ่งแวดลอม เพ่ือการพัฒนาอยางยั่งยืน ซ่ึงถายทอดลงสูการดําเนินงานตามแผนแมบทการบริหารจัดการน้ําท้ังระบบ (แผนระดับ ๒ : แผนแมบทภายใตยุทธศาสตรชาติประเด็นท่ี ๑๙ ) โดยการจัดทําแผนแมบทการบริหารจัดการทรัพยากรน้ํา ๒๐ ป มีความเชื่อมโยงและดําเนินการสอดคลองกับการพัฒนายอยตามแผนแมบทการบริหารจัดการทรัพยากรน้ําท้ังระบบ ดังนี้ ๑) พัฒนาการจัดการน้ําเชิงลุมน้ําท้ังระบบเพ่ือเพ่ิมความม่ันคงดานน้ําของประเทศ ๒) เพ่ิมผลิตภาพของน้ําท้ังระบบในการใชน้ํา อยางประหยัด รูคุณคา และสรางมูลคาเพ่ิมจากการใชน้ําใหทัดเทียมกับระดับสากล และ ๓) อนุรักษและฟนฟู แมน้ําลําคลองและแหลงน้ําธรรมชาติท่ัวประเทศ โดยจะวัดความสําเร็จจากการใชดรรชนีตามกรอบของธนาคารพัฒนา เอเชีย (ADB) ท้ังนี้แผนแมบทดานน้ําจะกําหนดแผนงานท่ีจะดําเนินการใหมีผลผลิตและผลลัพธท่ีสามารถสงผล กระทบตอดรรชนีการวัดในระดับชาติได มีประเด็นความเชื่อมโยง ดังนี้ (ตารางท่ี ๔-๑) ๒๗ ตารางท่ี ๔-๑ ความเช่ือมโยงยุทธศาสตรชาติ ๒๐ ป กับแผนแมบทการบริหารจัดการทรัพยากรน้ํา ๒๐ ป แผนแมบทประเดน็ แผนยอย/ความครอบคลุม แผนแมบทฯ น้าํท่ีสอดรับ แผนแมบทประเด็นท่ี ๑๙ การบริหารจัดการน้าํ ท้ังระบบ ๑. พัฒนาการจัดการน้ําเชิงลุมน้ํา ท้ังระบบเพ่ือเพ่ิมความม่ันคง ดานน้ําของประเทศ • จัดการน้ําเพ่ือชุมชนชนบท • จัดการน้ําเพ่ือสิ่งแวดลอม • จัดระบบการจัดการน้ํา ในภาวะวิกฤต • จัดการบริหารน้ําเชิงลุมน้ํา อยางมีธรรมาภิบาล ดานท่ี ๑ การจัดการน้ําอุปโภคบริโภค • พัฒนาระบบประปาชนบท • พัฒนาน้ําดื่มใหไดมาตรฐานและราคา ท่ีเหมาะสม ดานท่ี ๓ การจัดการน้ําทวมและอุทกภัย • เพ่ิมประสิทธิภาพการระบายน้ํา • ปองกันน้ําทวมชุมชนเมือง การจัดทําผังน้ํา และปรับปรงุผังเมือง • การจัดการพ้ืนท่ีน้ําทวม และพ้ืนท่ีชะลอน้ํา • การบรรเทาอุทกภัยในเชิงพ้ืนท่ีอยางเปน ระบบในระดับลุมน้ํา และพ้ืนท่ีวิกฤต ดานท่ี ๔ การจัดการคุณภาพน้ําและอนุรักษ ทรัพยากรน้ํา • การลดน้ําเสียจากแหลงกําเนิด • พัฒนาและเพ่ิมประสิทธิภาพระบบบําบัดน้ําเสีย ดานท่ี ๕ การอนุรักษฟนฟูสภาพปาตนน้ํา ท่ีเสื่อมโทรมและปองกันการพังทลาย ของดิน • การอนุรักษฟนฟูพ้ืนท่ีปาตนน้ําท่ีเสื่อมโทรม • การปองกันและลดการชะลางพังทลาย ของดินในพ้ืนท่ีตนน้ํา ดานท่ี ๖ การบริหารจัดการ • ปรับปรุงองคกรดานการบริหารจัดการน้ํา • การจัดทําแผนบริหารจัดการน้ํา • การพัฒนาระบบฐานขอมูลสนับสนุน การตัดสินใจ ๒๘ แผนแมบทประเดน็ แผนยอย/ความครอบคลุม แผนแมบทฯ น้าํท่ีสอดรับ ๒. เพ่ิมผลิตภาพของน้ําท้ังระบบ ในการใชน้ําอยางประหยัด รูคุณคา และสรางมูลคาเพ่ิม จากการใชน้ําใหทัดเทียมกับ ระดับสากล • จัดการน้ําในเขตเมือง • จัดการน้ําเพ่ือการพัฒนา • เพ่ิมผลิตภาพของการใชน้ํา ดานท่ี ๑ การจัดการน้ําอุปโภคบริโภค • การพัฒนาระบบประปาเมือง/เศรษฐกิจ • การประหยัดน้าํในทุกภาคสวน ดานท่ี ๒ การสรางความม่ันคงน้ําภาคการผลติ • พัฒนาแหลงน้ําตนทุนใหม • บริหารจัดการความตองการ • จัดหาน้ําพ้ืนท่ีเกษตรน้ําฝน ๓. อนุรักษและฟนฟูแมน้ํา ลําคลองและแหลงน้ําธรรมชาติ ท่ัวประเทศ • พิสูจนและสอบเขตแมน้ํา ลําคลอง • แกไขปญหา การรุกล้ํา แนวเขตแมน้ํา • จัดทําขอกําหนดในการ ออกแบบท้ังเชิงภูมิ สถาปตยกรรมและวิศวกรรม ดานท่ี ๔ การจัดการคุณภาพน้ํา และและอนุรักษ ทรัพยากรน้ํา • ฟนฟูแมน้ําลําคลอง ๔.๒ ความเช่ือมโยงแผนการปฏิรูปประเทศ ๑๑ ดาน และแผนแมบทการบริหารจัดการทรัพยากรน้ํา ๒๐ ป แผนการปฏิรูปประเทศ ดานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดลอม เรื่องทรัพยากรน้ํา ไดพิจารณา กําหนดแนวทางการปฏิรูปประเทศ เปาหมาย และทิศทางของการพัฒนา ซ่ึงแผนแมบทการบริหารจัดการทรัพยากรน้ํา จะตองกําหนดแนวทางการดําเนินงาน เปาหมาย และตัวชี้วัด ใหเปนไปในทิศทางท่ีแผนการปฏิรูปประเทศ โดยเชื่อมโยง แผนการบริหารจัดการทรัพยากรน้ํา (จํานวน ๒๘ กลยุทธ ๕๔ แผนงาน) กับแผนปฏิรูปประเทศ ดานทรัพยากรน้ํา ๕ ประเด็น (๒๗ เรื่อง/กิจกรรม) ดังนี้ (ตารางท่ี ๔-๒) ตารางท่ี ๔-๒ ความเช่ือมโยงแผนการปฏิรูปประเทศ ๑๑ ดาน และแผนแมบทการบริหารจดัการทรพัยากรน้ํา ๒๐ ป ประเด็นการปฏิรูป ความเช่ือมโยงแผนแมบทฯน้ํา ๑. การบริหารแผนงานโครงการท่ีสําคัญตามแผน ยุทธศาสตร การบริหารจัดการทรพัยากรน้ํา • การพัฒนาโครงการพัฒนาแหลงน้ําตาม ยุทธศาสตรการบริหารจัดการทรัพยากรน้ํา (กลไกการขับเคลื่อนโครงการ) • การปรับปรุงวิธีบริหารโครงสรางเชิงซอน รวมกันอยางเปนระบบ ดานท่ี ๖ การบริหารจัดการ • การจัดทําแผนบรหิารจัดการทรพัยากรน้ําสอดคลอง กับยุทธศาสตรชาติ ๒๙ ประเด็นการปฏิรูป ความเช่ือมโยงแผนแมบทฯน้ํา ๒. การบริหารเชิงพ้ืนท่ี เพ่ือเพ่ิมประสิทธิภาพ ในการบริหารจัดการน้ํา • การบริหารจัดการรวมกัน • การถายโอนภารกิจและความรับผิดชอบ • การบรหิารจัดการใชประโยชนท่ีดิน • สมดุลการใชน้ําท้ังผิวดินและใตดิน • การบริหารจัดการพ้ืนท่ีน้ําทวมตามฤดูกาล ดานท่ี ๒ การสรางความม่ันคงของน้ําภาคการผลิต (เกษตรและอุตสาหกรรม) • การจัดการดานความตองการ • เพ่ิมประสิทธิภาพโครงการแหลงน้ํา/ระบบสงน้ําเดิม • การจัดหาน้ําในพ้ืนท่ีเกษตรน้ําฝน • การพัฒนาแหลงเก็บกักน้ํา/ระบบสงน้ําใหม • พัฒนาระบบผันน้ําและระบบเชื่อมโยงแหลงน้ํา ดานท่ี ๓ การจัดการน้ําทวมและอุทกภัย • การจัดการพ้ืนท่ีน้ําทวม/พ้ืนท่ีชะลอน้ํา • การบรรเทาอุทกภัยในเชิงพ้ืนท่ีอยางเปนระบบ ในระดับลุมน้ํา/พ้ืนท่ีวิกฤต ดานท่ี ๖ การบริหารจัดการ • การจัดทํา ปรบัปรุง ทบทวน กฎหมาย ระเบียบ ขอบังคับดานทรัพยากรน้ํา • การสงเสริม พัฒนา องคกรการบริหารจัดการ ทรัพยากรน้ําในระดับประเทศ/ระดับลุมน้ํา • การจัดทําแผนบริหารจัดการทรัพยากรน้ํา • การสนับสนุนและขับเคลื่อนการบริหารจัดการ ทรัพยากรน้ําในระดับประเทศ/ลุมน้ํา • การบูรณาการการมีสวนรวมในการบริหารจัดการ ๓. การจัดการระบบเสนทางน้ํา • การจัดการระบายน้ํา • การดูแลเสนทางน้ําในบริเวณโรงพยาบาล ท่ีอยูในพ้ืนท่ีน้ําทวม ดานท่ี ๓ การจัดการน้ําทวมและอุทกภัย • เพ่ิมประสิทธิภาพการระบายน้ํา • ปองกันน้ําทวมชุมชนเมือง/ผังน้ํา • การบรรเทาอุทกภัยในเชิงพ้ืนท่ีอยางเปนระบบ ในระดับลุมน้ํา/พ้ืนท่ีวิกฤต ดานท่ี ๖ การบริหารจัดการ • การจัดทําแผนบริหารจัดการทรัพยากรน้ํา (แผนปองกันและแกไขภาวะน้ําแลงและน้ําทวม) ๔. ระบบขยายผลแบบอยางความสําเร็จ นําไปสูการเปลี่ยนแปลงการบรหิารจัดการน้ํา ดานท่ี ๖ การบรหิารจดัการ • แตงตั้งองคกรผูใชน้ําและสงเสริมการจัดการน้ําชุมชน • งานวิจัย เทคโนโลยี และนวัตกรรมดานการบริหาร จัดการทรัพยากรน้ํา • พัฒนากลไกความรวมมือระหวางประเทศ ดานทรัพยากรน้ํา (ความรวมมือดานวิชาการ) ๓๐ ประเด็นการปฏิรูป ความเช่ือมโยงแผนแมบทฯน้ํา ๕. ความรู เทคโนโลยีและทรัพยากรมนุษย เพ่ือการ บริหารจดัการการขยายผลความสําเร็จดานการ บริหารจดัการน้ํา/ดูแลรักษาอยางมีสวนรวม และยั่งยืน ดานท่ี ๖ การบรหิารจดัการ • การเพ่ิมศักยภาพการบรหิารจดัการทรัพยากรน้ํา ระดับประเทศและลุมน้าํ (การใชนวัตกรรมหรือ แนวทางใหมในการบริหารจดัการทรัพยากรน้ํา) • งานวิจยั เทคโนโลย ีและนวัตกรรมการบริหารจัดการ ทรัพยากรน้ํา • พัฒนาฐานขอมูลทรัพยากรน้ําและขอมูลอ่ืนท่ีเก่ียวของ (คลังขอมูลน้ําและระบบโทรมาตร) • การเพ่ิมประสิทธภิาพการบรหิารจัดการทรัพยากรน้ํา (พัฒนาระบบเฝาระวังและแจงเตือนคุณภาพน้ํา จัดทําระบบ Big Data และการเตือนภัยพ้ืนท่ีลาดเชงิเขา) ๔.๓ ความเช่ือมโยงเปาหมายการพัฒนาท่ีย่ังยืน (SDGs) และแผนแมบทการบริหารจัดการทรัพยากรน้ํา ๒๐ ป แผนแมบทการบริหารจัดการทรัพยากรน้ํา ๒๐ ป ไดจัดทําใหมีสอดคลองกับเปาหมายการพัฒนาท่ี ยั่งยืนเปาหมายท่ี ๖ สรางหลักประกันวาจะมีการจัดใหมีน้ําและสุขอนามัยสําหรับทุกคน และมีการบริหารจัดการท่ี ยั่งยืน โดยมีความเชื่อมโยง ดังนี้ ตารางท่ี ๔ - ๓ ตารางท่ี ๔–๓ ความเช่ือมโยงเปาหมายการพัฒนาท่ีย่ังยืน และแผนแมบทการบริหารจดัการทรัพยากรน้ํา ๒๐ ป เปาประสงค ความเช่ือมโยงแผนแมบทฯน้ํา ๖.๑ บรรลุเปาหมายการใหทุกคนเขาถึงน้ําดื่ม ท่ีปลอดภัยและมีราคาท่ีสามารถซ้ือหาได ดานท่ี ๑ การจัดการน้ําอุปโภคบริโภค • พัฒนาน้ําดื่มใหไดมาตรฐานและราคา ท่ีเหมาะสม ๖.๒ บรรลุเปาหมายการใหทุกคนเขาถึงสุขอนามัย ท่ีพอเพียงและเปนธรรม ดานท่ี ๑ การจัดการน้ําอุปโภคบริโภค • พัฒนาน้ําดื่มใหไดมาตรฐานและราคา ท่ีเหมาะสม ๖.๓ ยกระดับคุณภาพน้ํา โดยลดมลพิษ ขจัดการท้ิงขยะ และลดการปลอยสารเคมีและวัสดุอันตราย ดานท่ี ๔ การจัดการคุณภาพน้ํา และอนุรักษฟนฟู ทรัพยากรน้ํา ๖.๔ เพ่ิมประสิทธิภาพการใชน้ําในทุกภาคสวนและ สรางหลักประกันวาจะมีการใชน้ําและจัดหาน้ําท่ียั่งยืน ดานท่ี ๑ การจัดการน้ําอุปโภคบริโภค • เพ่ิมประสิทธิภาพการใชน้ํา ดานท่ี ๒ การสรางความม่ันคงน้ําภาคการผลติ • การจัดการดานความตองการ ๓๑ เปาประสงค ความเช่ือมโยงแผนแมบทฯน้ํา ๖.๕ ดําเนินการบริหารจัดการน้ําแบบองครวม ในทุกระดับ ดานท่ี ๖ การบรหิารจดัการ • สงเสริม พัฒนา องคกรการบริหารจัดการ ทรัพยากรน้ําในระดับชาติ/ระดับลุมน้ํา • การประชาสัมพันธ และการมีสวนรวม ในการบริหารจัดการน้ํา ๖.๖ ปกปองและฟนฟูระบบนิเวศท่ีเก่ียวของกับ แหลงน้ํา รวมถึงภูเขาปาไม พ้ืนท่ีชุมน้ํา แมน้ํา ชั้นหินอุมน้ําและทะเลสาบ ดานท่ี ๔ การจัดการคุณภาพน้ํา และอนุรักษฟนฟู ทรพัยากรน้ํา ดานท่ี ๕ การอนุรักษฟนฟูสภาพปาตนน้ําท่ีเสื่อมโทรม และปองกันการพังทลายของดิน ๖.a ขยายความรวมมือระหวางประเทศและ การสนับสนุนการเสริมสรางขีดความสามารถ ใหแกประเทศกําลังพัฒนาในกิจกรรมและแผนงาน ท่ีเก่ียวของกับน้ําและสุขอนามัย ดานท่ี ๖ การบรหิารจดัการ • พัฒนากลไกความรวมมือระหวางประเทศ ดานทรัพยากรน้ํา ๖.b สนับสนุนและเพ่ิมความเขมแข็งในการมีสวนรวม ของชุมชนทองถ่ินในการพัฒนาการจัดการน้ําและ สุขอนามัย ดานท่ี ๖ การบรหิารจดัการ • การประชาสัมพันธ และการมีสวนรวมในการ บริหารจัดการน้ํา • ปรับปรุงโครงสรางองคกร ท้ังระดับชาติ และระดับลุมน้ํา ๓๒ ๔.๔ หลักการและแนวคิดในการปรับปรุงแผนแมบท ในการจัดทําแผนแมบทการบรหิารจัดการทรัพยากรน้ํา ๒๐ ป (พ.ศ. ๒๕๖๑-๒๕๘๐) เปนการปรับปรุง แผนยุทธศาสตรการบริหารจัดการทรัพยากรน้ํา ๑๒ ป (พ.ศ. ๒๕๕๘-๒๕๖๙) โดยประเมินและปรับปรุงแนวทาง การดําเนินงานบางดานใหเหมาะสมยิ่งข้ึน มีการกําหนดเปาหมายและตัวชี้วัดท่ีชัดเจน สอดคลองกับยุทธศาสตรชาติ ๒๐ ป ซ่ึงผลการประเมินเปน ดังนี้ ๑) ยุทธศาสตรการบริหารจัดการทรัพยากรน้ําเดิม เปนยุทธศาสตรการบริหารจัดการทรัพยากรน้ํา ป ๒๕๕๘-๒๕๖๙ จะตองขยายเปนป ๒๕๖๑ – ๒๕๘๐ และปรับปรุงใหยุทธศาสตรน้ําสนับสนุนเปาหมาย ยุทธศาสตรชาติ ๒๐ ป และการปฏิรูปดานทรัพยากรน้ํา ในประเด็นท่ีเก่ียวของ เชน ดานการเกษตร อุตสาหกรรม การทองเท่ียว กลุมจังหวัด ภูมิภาค การพัฒนาพ้ืนท่ีเศรษฐกิจ ๒) การกําหนดกิจกรรม แผนงานโครงการ ของหนวยงานยังไมสอดคลอง หรือตอบสนองตอ เปาหมายและกรอบเวลา ใหหนวยงานปรับกิจกรรม แผนงาน โครงการ ใหมีผลสัมฤทธิ์กระทบเปาหมาย และ กรอบเวลาตามยุทธศาสตร ซ่ึงของเดิมเปนการกําหนดจากภารกิจของหนวยงานเปนสวนใหญ ๓) รวบรวมขอมูลพ้ืนฐานไมครบถวน เพียงพอใหทราบถึงสถานการณ หรือความตองการ เพ่ือนําไปใช ในการกําหนดเปาหมาย โดยใหดําเนินการใหแลวเสร็จ ภายใน ๒-๓ ป และเตรียมแนวทางในการจัดเก็บขอมูล เพ่ือการประเมินผลสัมฤทธิ์ ๔) หนวยงานจะตองจัดทําแผนแมบท แผนปฏิบัติการตามภารกิจของหนวยงาน ทําใหไมสามารถ กําหนดทิศทางยุทธศาสตรในประเด็นนั้นๆ และโครงการท่ีตองบูรณาการในพ้ืนท่ีกับหนวยงานอ่ืน ๕) เพ่ิมกิจกรรมหรือแนวทางใหม และกําหนดเจาภาพ หนวยงาน เพ่ือกํากับและขับเคลื่อนงาน ท่ีตองบูรณาการหลายหนวยงานหรือในระดับพ้ืนท่ี ๖) การใชนวัตกรรมใหมๆ การวิจัย เพ่ือขับเคลื่อนงานท่ีมีชองวาง ยังไมมีแนวทางท่ีชัดเจน ๗) การสื่อสารทําความเขาใจเก่ียวกับยุทธศาสตรไมดีพอ ทําใหหนวยงานมองเปาหมายไมเปนไป ในทิศทางเดียวกัน และไมสามารถเชื่อมโยงกับหวงโซผลลัพธ (Results Chain) ท่ีใหหนวยงานมีเปาหมายรวมกัน ๔.๕ แผนแมบทการบริหารจัดการทรพัยากรน้ํา ๒๐ ป (พ.ศ. ๒๕๖๑ -๒๕๘๐) ๔.๕.๑ วิสัยทัศน ไดกําหนดวิสัยทัศนการพัฒนาตามแผนแมบทการบริหารจัดการทรัพยากรน้ํา ๒๐ ป (พ.ศ. ๒๕๖๑ ๒๕๘๐) ไว ดังนี้ “ทุกหมูบานมีน้ําสะอาดอุปโภค บริโภค น้ําเพ่ือการผลิตม่ันคง ความเสียหายจากอุทกภัยลดลง คุณภาพน้ําอยูในเกณฑมาตรฐาน บริหารจัดการน้ําอยางย่ังยืน ภายใตการพัฒนาอยางสมดุล โดยการ มีสวนรวมของทุกภาคสวน” ๔.๕.๒ เปาหมายในภาพรวมของแผนแมบทการบริหารจัดการทรัพยากรน้ํา ๒๐ ป ๑) ประชาชนท้ังในเมืองและชนบท มีน้ําอุปโภคและน้ําด่ืมเพียงพอ ไดมาตรฐานสากลในราคา ท่ีเหมาะสม มีการประหยัดน้ําทุกภาคสวนท้ังภาคอุตสาหกรรมและครัวเรือน รวมท้ังมีความสามารถในการบริหาร จัดการน้ําระดับชุมชม และทองถ่ิน ๒) สามารถจัดหาน้ําเพ่ือการผลิต (เกษตร อุตสาหกรรม) ไดอยางสมดุลระหวางศักยภาพกับ ความตองการ มีการใชน้ําอยางมีประสิทธิภาพ ประหยัด ผลิตภาพสูงข้ึน รวมท้ัง สามารถจัดหาน้ําบรรเทาผลกระทบ จากการขาดแคลนน้ําในพ้ืนท่ีเกษตรน้ําฝนใหเพียงพอตอการดํารงชีพและการทําการเกษตรในฤดูฝน ๓๓ ๓) มีระบบปองกันน้ําทวมและอุทกภัยท่ีมีประสิทธิภาพ ท้ังโครงสรางและการบริหารจัดการ มีผังการระบายน้ําทุกระดับ การบริหารพ้ืนท่ีน้ําทวมและพ้ืนท่ีชะลอน้ํา ๔) การฟนฟูแมน้ําลําคลองและแหลงน้ําธรรมชาติ ใหมีคุณภาพตามมาตรฐาน ชุมชนขนาดใหญ มีการบําบัดน้ําเสียกอนปลอยลงสูสิ่งแวดลอม มีการจัดการโดยการปองกันและลดน้ําเสียท่ีตนทาง ๕) ปาตนน้ําไดรับการฟนฟู สามารถชะลอการไหลบาของน้ํา มีการใชประโยชนจากลุมน้ําตามผัง ท่ีกําหนด มีการอนุรักษดินและน้ําในพ้ืนท่ีลาดชัน ๖) มีระบบบริหารจัดการทรัพยากรน้ําท่ีมีธรรมาภิบาล ทันสมัย มีกฏหมาย ระเบียบ เกณฑท่ี เก่ียวของกับทรัพยากรน้ํา มีโครงสรางองคกรเหมาะสมในการบริหารจัดการน้ําทุกระดับ สามารถบริหารจัดการ ตามแผนยุทธศาสตร แผนแมบท แผนปฏิบัติการ ระบบ และกลไกการจัดสรรน้ํา รวมท้ัง มีระบบฐานขอมูล ทรัพยากรมนุษย และงานวิจัยเพียงพอในการตัดสินใจและบริหารจัดการ ๔.๕.๓ ประเด็นความครอบคลุมในการวางแผนแมบทดานน้ําของประเทศ ในการจัดทําแผนแมบทการบริหารจัดการทรัพยากรน้ํา ไดกําหนดแนวทางการพัฒนาใหครอบคลุม ตามแนวทางการพัฒนายอย ท่ีกําหนดไวในยุทธศาสตรชาติ ๒๐ ป (พ.ศ. ๒๕๖๑-๒๕๘๐) ประกอบดวย ๑) การจัดการน้ําเพ่ือชุมชนชนบท ไดแก การจัดใหมีน้ําสะอาดใชทุกครัวเรือนในชุมชนชนบท ท้ังปริมาณ คุณภาพ และราคาท่ีเหมาะสม ๒) การจัดการน้ําในเขตเมือง ไดแก การจัดใหมีน้ําเพียงพอตอการเจริญเติบโตของเขตเมือง เพ่ือการอยูอาศัย การพาณิชย และบริการ พรอมระบบการจดัการน้ําในเขตเมือง มีระบบแผนผังน้ํา ระบบกระจายน้ําดี ระบบรวบรวมน้ําเสีย ระบบปองกันน้ําทวม และระบายน้ํา ๓) การจัดการน้ําเพ่ือการพัฒนา ไดแก การพัฒนาน้ําเพ่ือการเกษตร การพัฒนาน้ําเพ่ืออุตสาหกรรม การเพ่ิมมูลคาน้ํา และการปรับโครงสรางการใชน้ําดานการเกษตร และอุตสาหกรรม ๔) การจัดการน้ําเพ่ือสิ่งแวดลอม ไดแก การจัดการพ้ืนท่ีตนน้ํา การพัฒนา ฟนฟู แหลงน้ําธรรรมชาติ การควบคุมปริมาณการไหลของน้ําเพ่ือรักษาระบบนิเวศ การจัดการคุณภาพน้ํา (การลดแหลงน้ําเสียท่ีแหลงกําเนิด และพัฒนาเพ่ิมประสิทธิภาพระบบบําบัดน้ําเสีย) การจัดการน้ําเสียภาคการเกษตร และการติดตามตรวจสอบคุณภาพน้ํา ใหครอบคลุมถึงการไหลลงทะเล ๕) การจัดระบบการจัดการน้ําในภาวะวิกฤต ไดแก การบริหารจัดการพ้ืนท่ีเสี่ยงภัย (การปรับตัว หนีภัย การบริหารจัดการพ้ืนท่ีน้ําทวม) และการจัดการเชิงโครงสราง ๖) การบริหารเชิงลุมน้ําอยางมีธรรมาภิบาล ไดแก การวางแผนลุมน้ําแบบองครวมและบูรณาการ การจัดการใหมีการจัดหา การใชน้ําท่ีสมดุล ทันสมัย ทันการณ และสรางความเปนธรรม โดยมีโครงสราง องคกร การจัดการ กฎระเบียบ การจัดหาและการใชน้ําอยางสมดุล มีระบบและกลไกการจัดสรรน้ํา และการพัฒนารูปแบบ การจัดการ ระบบการจัดการน้ําชุมชนท่ีเหมาะสม มีระบบผังน้ํา การจัดทําแผนตามความสําคัญในพ้ืนท่ี การเตรียม ความพรอมขององคกร เครื่องมือ การจัดการ การสื่อสารและสารสนเทศ การดําเนินการความรวมมือระหวาง ประเทศเก่ียวกับการบริหารจัดการทรัพยากรน้ํา เชื่อมโยงประเด็นการพัฒนาดานอ่ืนรวมกัน การศึกษา วิจัย พัฒนา เทคโนโลยี และนวัตกรรม เก่ียวกับทรัพยากรน้ํา ๓๔ ๔.๕.๔ แผนแมบทการบริหารจัดการทรัพยากรน้ํา ๒๐ ป เพ่ือใหบรรลุตามวิสัยทัศนขางตน ไดกําหนด แผนแมบทการบริหารจัดการทรัพยากรน้ํา ๒๐ ป (พ.ศ. ๒๕๖๑-๒๕๘๐) ไว ๖ ดาน คือ ดานท่ี ๑ การจัดการน้ําอุปโภคบริโภค ดานท่ี ๒ การสรางความม่ันคงของน้ําภาคการผลิต ดานท่ี ๓ การจัดการน้ําทวมและอุทกภัย ดานท่ี ๔ การจัดการคุณภาพน้ํา และอนุรักษทรัพยากรน้ํา ดานท่ี ๕ การอนุรักษฟนฟูสภาพปาตนน้ําท่ีเสื่อมโทรม และปองกันการพังทลายของดิน ดานท่ี ๖ การบริหารจัดการ ดานท่ี ๑ การจัดการน้ําอุปโภคบริโภค หลักการ : น้ําเพ่ือการอุปโภค บริโภค เปนสิ่งท่ีจําเปนสําหรับการดํารงชีวิตของมนุษย ชวงท่ีผานมารัฐบาล ไดจัดสรรงบประมาณจํานวนมาก เพ่ือจัดหาน้ํา อุปโภค บริโภค บริการประชาชนอยางท่ัวถึง ท้ังพ้ืนท่ีเมือง และชนบท รวมท้ังเพ่ือตอบสนองเปาหมายการพัฒนาท่ียั่งยืน (SDGs) ท่ีสมาชิกของ องคการสหประชาชาติ กําหนดใน เปาหมายท่ี ๖ “การเขาถึงการใชน้ําสะอาดและสุขาภิบาลท่ีดี” ภาพรวมความตองการน้ําเพ่ือการอุปโภคบริโภคมีแนวโนมเพ่ิมข้ึนเนื่องจากการขยายตัว ทางเศรษฐกิจ การเพ่ิมข้ึนของประชากร และพ้ืนท่ีเศรษฐกิจพิเศษ โดยคาดการณวาในป ๒๕๗๐ จะมีความตองการมากถึง ๘,๒๖๐ ลานลูกบาศกเมตรตอป และจากขอมูลพ้ืนฐานระดับหมูบาน (กชช. ๒ ค) ป ๒๕๕๖ พบวา มีหมูบานท่ีไมมีระบบประปา จํานวน ๗,๔๙๐ หมูบาน มีหมูบาน ท่ีประกาศเปนพ้ืนท่ีภัยแลงตองชวยเหลือเปนประจําทุกป และหลายพ้ืนท่ีมีคาใชจายสูง ในการ จัดหาน้ํา อุปโภค บริโภค ซ่ึงแผนยุทธศาสตรการบริหารจัดการทรัพยากรน้ํา ๑๒ ป (พ.ศ. ๒๕๕๘ – ๒๕๖๙) กําหนดวาจะดําเนินการใหครบทุกหมูบานในป ๒๕๖๐ ซ่ึงดําเนินการไดจริง ๗,๒๓๔ หมูบาน ยังเหลือท่ีจะดําเนินการตอใน แผนแมบทการจัดการทรัพยากรน้ํา ๒๐ ป (พ.ศ. ๒๕๖๑-๒๕๘๐) จํานวน ๒๕๖ หมูบาน กําหนดแลวเสร็จภายใน ป ๒๕๖๕ รวมท้ัง ปรับปรุงซอมแซมระบบประปา หมูบานท่ีชํารุดเสียหาย จํานวน 14,534 หมูบาน ใหแลวเสร็จภายใน ป ๒๕๘๐ สําหรับในเขตเมือง และพ้ืนท่ีเศรษฐกิจ จะขยายเขตการจายน้ํา เพ่ือรองรับการขยายตัวของเมือง การทองเท่ียว และ เขตเศรษฐกิจพิเศษ นอกจากนั้น จะปรับปรุงระบบประปาใหไดมาตรฐาน สงเสริมการประหยัดน้ํา ในภาคครัวเรือน ภาคบริการ และภาคราชการ เปาประสงค : จัดหาน้ําสะอาดเพ่ือการอุปโภคบริโภคใหแกชุมชน ครบทุกหมูบาน หรือทุกครัวเรือน ชุมชนเมือง แหลงทองเท่ียวสําคัญ และพ้ืนท่ีเศรษฐกิจพิเศษ รวมท้ังการจัดหาแหลงน้ําสํารองในพ้ืนท่ี ซ่ึงขาดแคลนแหลงน้ําตนทุน พัฒนาน้ําดื่มใหไดมาตรฐาน ในราคาท่ีเหมาะสม และการประหยัดน้ํา โดยลดการใชน้ําภาคครัวเรือน ภาคบริการ และภาคราชการ ๓๕ กลยุทธ : ๑) พัฒนา ขยายเขต และเพ่ิมประสิทธิภาพระบบประปาหมูบาน โดยจัดหาแหลงน้ํา และกอสรางระบบ ประปาใหครอบคลุมทุกหมูบานท่ัวประเทศ และปรับปรุงระบบประปาเดิมท่ีชํารุด เพ่ือใหใชงานได ๒) พัฒนาระบบประปาเมือง/พ้ืนท่ีเศรษฐกิจ โดยการขยายเขตระบบประปา เพ่ิมเขตจายน้ํา สําหรับเมืองหลัก พ้ืนท่ีเศรษฐกิจพิเศษ และแหลงทองเท่ียวท่ีสาํคัญ การจัดหาแหลงน้ําสํารองในพ้ืนท่ี ซ่ึงขาดแคลนแหลงน้ําตนทุน และลดการสูญเสียน้ําในระบบทอสงจายน้ําประปา ๓) พัฒนาน้ําดื่มใหไดมาตรฐานและราคาท่ีเหมาะสม โดยกําหนดมาตรฐานระบบประปาหมูบาน การจําแนกระบบประปา แลวดําเนินการปรับปรุงใหไดมาตรฐาน ครบทุกหมูบาน รวมท้ังพัฒนา น้ําบาดาลเพ่ือสนับสนุนน้ําดื่มสะอาดใหโรงเรียน และชุมชน ๔) การประหยัดน้ําทุกภาคสวน โดยสงเสริมการลดการใชน้ําในภาคครัวเรือน ภาคบริการ และ ภาคราชการ ๓๖ ตารางท่ี ๔-๔ เปาหมายตามแผนแมบทดานท่ี ๑ การจัดการน้ําอุปโภคบริโภค กลยุทธ /แผนงาน ตัวชี้วัด เปาหมาย (ป) หนวยงาน อํานวยการ ขับเคลื่อน หนวยงานปฏิบัติ 20 ป 61-65 66-70 71-80 หลัก สนับสนุน 1. การพัฒนา ขยายเขตและเพิ่ม ประสิทธภิาพระบบประปาหมูบาน หมูบานท่ีกอสรางระบบประปา 256 256 - - มท. สถ./ อปท. ทน./ทบ./ กปภ./นทพ. จํานวนครัวเรือน 11,441 11,441 - หมูบานท่ีไดรับการเพ่ิม ประสิทธิภาพระบบประปา 14,534 5,472 5,157 3,905 2. พฒันาประปาเมือง/พืน้ที่เศรษฐกิจ 2.1 การขยายเขต/เพ่ิมเขตจายนํ้า จํานวนแหง/สาขา 10,070 2,570 2,500 5,000 สทนช. กปน./กปภ. ชป./ทน./ทบ. จํานวนครัวเรือน 1,000,000 280,000 275,000 445,000 2.2 แผนระบบประปาเมืองหลัก/พ้ืนท่ี เศรษฐกิจ/แหลงทองเท่ียว จํานวนแหง 388 55 103 230 กปภ. จํานวนครัวเรือน 4,239,980 789,980 1,150,000 2,300,000 2.3 จัดหาแหลงนํ้าสํารอง/จัดหานํ้าตนทุน จํานวนแหง 196 59 37 100 กปน./กปภ. ปริมาณนํ้า (ลาน ลบ.ม.) 346 72 154 120 2.4 ลดการสูญเสียนํ้าในระบบทอสงจาย นํ้าประปา รอยละการควบคุมการสูญเสีย การสูญเสียไม เกินรอยละ 20 จัดทําแผน (ป 65) ไมเกินรอยละ 25 ไมเกินรอยละ 23 ไมเกินรอยละ 20 กปน./กปภ. 3. พัฒนาน้ําดื่มใหไดมาตรฐานและราคาที่เหมาะสม 3.1 การปรับปรุงระบบประปาหมูบานใหได มาตรฐาน (SDGs) รอยละหมูบานท่ีไดรับการ ปรับปรุงใหไดมาตรฐาน ครบทุกหมูบาน 20 30 50 มท. สถ. ทบ./อน./ สป.ทส./กปภ./ ทน. รอยละของระบบประปาท่ีผาน มาตรฐานประปาด่ืมได 90 18 27 45 3.2 พัฒนานํ้าด่ืมสะอาดท่ีไดมาตรฐานและ ราคาท่ีเหมาะสม จํานวนแหง 4,015 2,911 1,104 - ทบ. ศธ. ครัวเรือนท่ีไดรับประโยชน 366,700 274,300 92,400 รอยละการลดลงของผูปวย จากนํ้าด่ืม 10 2 3 5 อน. ๓๗ กลยุทธ /แผนงาน ตัวชี้วัด เปาหมาย (ป) หนวยงาน อํานวยการ ขับเคลื่อน หนวยงานปฏิบัติ 20 ป 61-65 66-70 71-80 หลัก สนับสนุน 4.การประหยัดน้ําทุกภาคสวน 4.1 ลดการใชนํ้าภาคครัวเรอืน/บริการ ปรมิาณการใชนํ้า (ลิตร/คน/วัน) ไมเกิน 215 ไมเกิน 234 ไมเกิน 229 ไมเกิน 215 สทนช. กปภ./กปน. ทุกหนวยงาน/ ภาคเอกชน 4.2 ลดการใชนํ้าภาคราชการ รอยละหนวยงานรัฐท่ีลดการ ใชนํ้าไดไมนอยกวารอยละ 10 100 20 30 50 สทนช. ทุกหนวยงาน/ ภาคเอกชน ๓๘ แนวทางการขับเคล่ือน ๑. แผนงานประปาหมูบานใหไดมาตรฐานน้ําอุปโภค บริโภค เนื่องจากเปนภารกิจขององคกร ปกครองสวนทองถ่ิน แตเปนงานท่ีริเริ่มใหม จึงเห็นควรมอบใหกระทรวงมหาดไทยเปนหนวยงานประสานและ ขับเคลื่อน และกรมสงเสริมการปกครองทองถ่ินและกรมทรัพยากรน้ําเปนหนวยงานปฎิบัติหลัก ในการกําหนด มาตรฐาน จัดทํารูปแบบมาตรฐาน สนับสนุนทองถ่ินในการสํารวจ ออกแบบ และจัดทําโครงการนํารอง พรอมท้ัง การถายทอดเทคโนโลยีและเพ่ิมขีดความสามารถใหทองถ่ินดําเนินการไดเองตอไป ๒. แผนงานประปาเมืองหลัก พ้ืนท่ีเศรษฐกิจตางๆ มอบสํานักงานทรัพยากรน้ําแหงชาติเปน หนวยประสานและขับเคลื่อนแผนการพัฒนาในดานตางๆ เพ่ือกําหนดแผนงานโครงการรองรับในอนาคต ๓. การประหยัดน้ําภาคครัวเรือนและบริการ ในระยะแรกจะดําเนินการในเขตรับผิดชอบของ การประปานครหลวง และการประปาสวนภูมิภาค โดยเนนในเขตขาดแคลนน้ําตนทุน มีเปาหมายใหอัตราการใชน้ําตอคน ลดลงหรือเหมาะสมกับกิจกรรมของพ้ืนท่ีนั้นๆ ๓๙ ดานท่ี ๒ การสรางความม่ันคงของน้ําภาคการผลิต หลักการ : ประเทศไทยมีสัดสวนในการเก็บกักน้ําตอน้ําทาเฉลี่ยในระดับสูง เฉพาะในบางลุมน้าํ ไดแกลุมน้ําภาคกลาง และตะวันตกท่ีมีอางเก็บน้ําขนาดใหญ สําหรับลุมน้ําท่ีเหลือมีการเก็บกัก ในระดับต่ํา จึงมีวิกฤตการณน้ําที่เกิดขึ้นเปนการขาดแคลนน้ําในฤดูแลงตามวงจรธรรมชาติ แตปจจุบันเกิดจากปริมาณน้ําฝนที่แปรปรวน เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ประกอบกับความตองการใชน้ําท่ีเพ่ิมข้ึนทําใหเกิดความไมสมดุลของปริมาณน้ํา ปญหาการขาดแคลนน้ํา มีแนวโนมเกิดบอยครั้ง และทวีความรุนแรงมากข้ึน ทําใหเกิดการชวงชิงทรัพยากรน้ําระหวาง ชุมชนเมือง อุตสาหกรรมและชนบท การเขาถึงทรัพยากรน้ําโดยเสรี ขาดความเปนธรรม การผลิตภาคเกษตรกรรมและอุตสาหกรรมมีบทบาทสําคัญในการพัฒนาเศรษฐกิจ ของประเทศ โดยภาคอุตสาหกรรม มีแนวโนมการขยายตัวคอนขางเร็วและตอเนื ่อง มีสัดสวนในรายไดประชาชาติคอนขางสูง สวนใหญตั้งอยูในเขตภาคกลางและภาคตะวันออก และมีแนวโนมจะขยายตัวมากขึ ้นในพื้นที ่ระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก (Eastern Economic Corridor: EEC)ไดแก จังหวัดฉะเชิงเทรา ชลบุรี และจังหวัดระยอง ซ่ึงพ้ืนท่ีดังกลาว ตองจัดหาแหลงน้ําเพิ่มเติม เพื่อรองรับความเสี่ยงในการขาดแคลนน้ํา สวนภาคเกษตรกรรม มีการขยายตัวและมีสัดสวนในรายไดประชาชาติคอนขางนอย แตก็มีความสําคัญตอเศรษฐกิจ ภูมิภาค เปนแหลงสรางงานมากกวารอยละ ๓๐ ของแรงงานท้ังประเทศ แตเกษตรกรสวนใหญ ยังไดรับผลตอบแทนไมเพียงพอตอการดํารงชีพ รายไดสวนใหญมาจากผลผลิตพืชที่สําคัญ ไดแก ขาว ยางพารา ออยโรงงาน ขาวโพดเลี้ยงสัตว ปาลมน้ํามัน และมันสําปะหลัง เปนตน ภาคเกษตรกรรมมีความตองการใชน้ําสูงถึงรอยละ ๗๕ ของความตองการใชน้ําทั้งหมด ปญหาการขาดแคลนน้ําขึ้นกับความตองการของภาคเกษตรกรรม โดยเฉพาะการผลิตขาว ดังนั้น จําเปนตองเพ่ิมประสิทธิภาพการใชน้ําและการชลประทาน โดยพิจารณาทางเศรษฐศาสตร ใชหลกัลดการใชน้ํา การนําน้ํากลับมาใชใหมและการจัดทําขอมูลการใชน้ํา (Water Footprint) ในป ๒๕๖๐ ประเทศไทยมีพ้ืนท่ีชลประทานท้ังหมด ๓๒.๖๖ ลานไร มีความสามารถ ในการเก็บกักน้ําตนทุน ๘๑,๘๔๑ ลานลูกบาศกเมตร และเพ่ือรองรับความตองการน้ําในอนาคต ซ่ึงตามแผนแมบทการบริหารจัดการทรัพยากรน้ํา ๒๐ ปนั้น ไดกําหนดจะเพ่ิมปริมาณน้ําตนทุน ๑๓,๒๔๓ ลานลูกบาศกเมตร และเพ่ิมพ้ืนท่ีระบบสงน้ํา (ชลประทาน) ๑๗.๙๕ ลานไร สวนพ้ืนท่ี เกษตรกรรมนอกเขตชลประทาน ประมาณ ๑๐๐ ลานไร ซ่ึงสวนใหญอยูในเขตภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เปนพ้ืนท่ีทําการเกษตรแบบอาศัยน้ําฝน จะพัฒนาใหสามารถเพาะปลูกพืชไดอยางนอยปละ ๑ ครั้ง โดยการฟนฟูแหลงน้ําธรรมชาติ การพัฒนาแหลงน้ําขนาดเล็ก แหลงน้ําชุมชน แหลงน้ําในไรนา พัฒนาบอบาดาล และการจัดระบบอนุรักษดินและน้ํา นอกจากการจัดหาแหลงเก็บกักน้ําเพ่ิมเติม และพัฒนาพ้ืนท่ีชลประทาน ยังมีแผนในการลดการใชน้ําภาคเกษตรกรรม โดยสงเสริมการทํานา แบบเปยกสลับแหง การจัดรูปท่ีดิน และลดการใชน้ําภาคอุตสาหกรรมรวมท้ัง สงเสริมการเพ่ิมผลิต ภาพการใชน้ํา (Productivity) ท้ังภาคเกษตรกรรมและอุตสาหกรรม ๔๐ เปาประสงค : พัฒนาแหลงเก็บกักน้ําและระบบสงน้ําใหมใหเต็มศักยภาพ พรอมท้ังการจัดหาน้ําในพ้ืนท่ีเกษตรน้ําฝน เพ่ือขยายโอกาสจากศักยภาพโครงการขนาดเล็กและลดความเสี่ยงในพ้ืนท่ีไมมีศักยภาพ ลดความเสี่ยง/ ความเสียหายลง รอยละ ๕๐ รวมถึงการเพ่ิมผลิตภาพและปรับโครงสรางการใชน้ํา โดยดําเนินการ รวมกับยุทธศาสตรชาติดานการสรางความสามารถในการแขงขันและดานการสรางโอกาสและ ความเสมอภาคทางสังคมเพ่ือยกระดับผลิตภาพดานน้ําท้ังระบบ กลยุทธ : ๑) การจัดการดานความตองการ โดยลดการใชน้ําภาคการเกษตร นําน้ํากลับมาใชใหมในพ้ืนท่ี ชลประทาน รวมถึงการลดใชน้ําในภาคอุตสาหกรรม ๒) เพ่ิมประสิทธิภาพโครงการแหลงน้ําและระบบสงน้ําเดิม โดยปรับปรุงประสิทธิภาพแหลงน้ํา ระบบสงน้ํา และเพ่ิมปริมาณน้ําตนทุนในแหลงน้ําเดิม ๓) การจัดหาน้ําในพ้ืนท่ีเกษตรน้ําฝน เพ่ือขยายโอกาสจากศักยภาพโครงการขนาดเล็ก และลดความเสี่ยง ในพ้ืนท่ีไมมีศักยภาพ โดยการอนุรักษ ฟนฟู พัฒนาแหลงน้ําและระบบกระจายน้ํา การจัดระบบ การพัฒนาแหลงน้ําเพ่ือการอนุรักษดินและน้ํา สระน้ําในไรนาและพัฒนาบอบาดาลเพ่ือการเกษตร ๔) พัฒนาแหลงเก็บกักน้ํา/ระบบสงน้ําใหม ดวยการพัฒนาแหลงเก็บกักน้ํา พัฒนาระบบชลประทาน การเพ่ิมปริมาณน้ําท่ีจัดการได รวมท้ังการพัฒนาแหลงน้ําบาดาลขนาดใหญท่ีมีศักยภาพ โดยคํานึงถึงผลกระทบดานสิ่งแวดลอม ๕) พัฒนาระบบผันน้ําและระบบเชื่อมโยงแหลงน้ํา ลดความขัดแยงการใชน้ําภาคการเกษตรและ อุตสาหกรรม โดยพัฒนาโครงขายน้ําภายในประเทศ และการผันน้ําระหวางประเทศ ๖) การเพ่ิมผลิตภาพมูลคาภาคการผลิต โดยการสงเสริมดานการเกษตร พันธุพืช และการปลูกพืช ใหมี ผลิตภาพสูงมากข้ึน ในพ้ืนท่ีตนแบบและขยายผลการดําเนินการไปสูพ้ืนท่ีท่ีไดรับการพัฒนาแหลงน้ํา และระบบสงน้ําแลวตอไป โดยดําเนินการรวมกับยุทธศาสตรชาติดานการสรางความสามารถ ในการแขงขัน และดานการสรางโอกาสและความเสมอภาคทางสังคมเพ่ือยกระดับผลิตภาพ ดานน้ําท้ังระบบ ๗) การเพ่ิมน้ําตนทุนโดยปฏิบัติการฝนหลวง ใหอางเก็บน้ําและพ้ืนท่ีเกษตรกรรม ๔๑ ตารางท่ี ๔-๕ เปาหมายตามแผนแมบทดานท่ี ๒ การสรางความม่ันคงของน้ําภาคการผลิต กลยุทธ /แผนงาน ตัวชี้วัด เปาหมาย (ป) หนวยงาน อํานวยการ ขับเคลื่อน หนวยงานปฏิบัติ 20 ป 61-65 66-70 71-80 หลัก สนับสนุน 1. การจัดการดานความตองการ 1.1 ลดการใชนํ้าภาคเกษตร และนํานํ้ากลับมาใชใหมใน เขตพ้ืนท่ีชลประทาน พ้ืนท่ีดําเนินการ (ไร) 600,000 150,000 150,000 300,000 สทนช. ชป. กษ. ปริมาณนํ้าท่ีประหยัดได (ลาน ลบ.ม./ป) 152 38 38 76 1.2 การลดการใชนํ้า ภาคอุตสาหกรรม จํานวนโรงงานท่ีเขารวม/ป ไมนอยกวา 200 โรงงาน ไมนอย กวา 80 ไมนอย กวา 150 ไมนอย กวา 200 กรอ./กนอ. สภา อุตสาหกรรม รอยละของปรมิาณนํ้าท่ีลดได ไมนอยกวา รอยละ 15 ไมนอยกวารอยละ 15 2. เพ่ิมประสิทธิภาพโครงการแหลงนํ้า และระบบสงนํ้าเดิม 2.1 ปรับปรุงประสิทธิภาพ แหลงนํ้า/ระบบสงนํ้าเดิม ปริมาณนํ้าใชการ (ลาน ลบ.ม.) 6,356 6,114 167 75 สทนช. ชป./ทน./ อปท. มูลนิธิปดทอง หลังพระฯ 2.2 เพ่ิมปริมาณนํ้าตนทุนใน โครงการแหลงนํ้าเดมิ จํานวนแหง 146 55 60 31 ชป./ทน./ อปท. ปริมาณนํ้า (ลาน ลบ.ม.) 507 356 123 28 3. การจัดหานํ้าในพ้ืนท่ีเกษตรนํ้าฝน 3.1 อนุรักษ ฟนฟู พัฒนา แหลงนํ้าเพ่ือตอบสนองความ ตองการใชนํ้าพ้ืนท่ีเกษตร นํ้าฝน ปริมาณนํ้าท่ีเพ่ิมข้ึน (ลาน ลบ.ม.) 12,388 2,701 3,722 5,965 สทนช. ทน./สปก./ อปท. ปภ. /มูลนิธิปดทอง หลังพระฯ/ /กองทัพบก* 3.2 พัฒนาระบบกระจายนํ้า ในพ้ืนท่ีเกษตรนํ้าฝน พ้ืนท่ีรับประโยชน (ไร) 13,133,490 2,725,389 3,271,975 7,136,126 ทน./สปก./ อปท. 3.3 พัฒนาแหลงนํ้าเพ่ือการ อนุรักษดินและนํ้า/แหลงนํ้า ชุมชน/สระนํ้าในไรนา พด./สปก./ อปท. มูลนิธิปดทอง หลังพระฯ/ /กองทัพบก* ๔๒ กลยุทธ /แผนงาน ตัวชี้วัด เปาหมาย (ป) หนวยงาน อํานวยการ ขับเคลื่อน หนวยงานปฏิบัติ 20 ป 61-65 66-70 71-80 หลัก สนับสนุน 3.3.1 แหลงนํ้าเพ่ือการ อนุรักษดินและนํ้า จํานวนแหง 3,963 963 1,000 2,000 พด. อปท. ปริมาณนํ้า (ลาน ลบ.ม.) 112 28 28 56 3.3.2 แหลงนํ้าชุมชน จํานวนแหง 194 44 50 100 พด./อปท. มูลนิธิปดทอง หลังพระฯ/ กองทัพบก* ปริมาณนํ้าท่ีเพ่ิมข้ึน (ลาน ลบ.ม.) 5 1 1 3 3.3.3 สระนํ้าในไรนา จํานวนแหง 382,702 224,314 151,000 7,388 พด./สปก./ อปท. ปริมาณนํ้าท่ีเพ่ิมข้ึน (ลาน ลบ.ม.) 497 301 186 10 3.4 พัฒนานํ้าบาดาลเพ่ือ การเกษตร ปริมาณนํ้า (ลาน ลบ.ม.) 858 186 249 423 ทบ./อปท. สปก. พ้ืนท่ีรับประโยชน (ไร) 1,555,790 310,670 461,800 783,320 4. การพัฒนาแหลงเก็บกักนํ้า /ระบบสงนํ้าใหม 4.1 พัฒนาแหลงเก็บกักนํ้า/ อาคารบังคับนํ้า/ระบบสงนํ้า ใหม (เกษตรและอุตสาหกรรม) จํานวนแหง 7,332 2,312 2,591 2,429 สทนช. ชป. ทน./ทบ./ มท./สปก./ กปร. ปริมาณนํ้า (ลาน ลบ.ม.) 13,243 1,140 3,609 8,494 ปริมาณนํ้าท่ีบริหารจัดการได (ลาน ลบ.ม.) 8,397 713 1,159 6,525 จํานวนพ้ืนท่ีมีระบบสงนํ้า (ไร) 17,945,232 2,163,003 3,453,933 12,328,296 4.2 พัฒนาแหลงนํ้า ทางเลือกเชน พัฒนาแหลงนํ้า บาดาลขนาดใหญ นํานํ้าทะเล มาผลติเปนนํ้าจืด ปริมาณนํ้า (ลาน ลบ.ม.) 196 84 33 79 สทนช./ทบ. ทุกหนวยงาน พ้ืนท่ีเปาหมายดาํเนินการ พื้นที่เศรษฐกิจ พิเศษ และพื้นที่ ทองเที่ยวสําคัญ พื้นที่เศรษฐกิจ พิเศษ ตาก มุกดาหาร สระแกว ตราด หนองคาย สงขลา และ EEC เกาะสมุย เกาะ ชาง พื้นที่เศรษฐกิจ พิเศษ นราธิวาส เชียงราย นครพนม กาญจนบุรี พื้นที่ทองเที่ยว สําคัญที่มีการ ขยายตัว ๔๓ กลยุทธ /แผนงาน ตัวชี้วัด เปาหมาย (ป) หนวยงาน อํานวยการ ขับเคลื่อน หนวยงานปฏิบัติ 20 ป 61-65 66-70 71-80 หลัก สนับสนุน 5. พัฒนาระบบผันนํ้าและ ระบบเชื่อมโยงแหลงนํ้า ปริมาณนํ้า (ลาน ลบ.ม.) 2,596 422 2,014 160 สทนช. ชป. พน. 6. การเพ่ิมผลิตภาพมูลคา ภาคการผลิต พ้ืนท่ีพัฒนาใหม พ้ืนท่ีพัฒนาเดิม พ้ืนท่ีดําเนินการตนแบบ และ พ้ืนท่ีขยายผลไปในพ้ืนท่ีท่ีพัฒนา แหลงนํ้าและระบบสงนํ้า (แปลง) 1,242 510 250 482 กษ. กสก./กข. มท. พ้ืนท่ีดําเนินการตนแบบ และ พ้ืนท่ีขยายผลไปในพ้ืนท่ีท่ีพัฒนา แหลงนํ้าและระบบสงนํ้า (ไร) 6,210 2,550 1,250 2,410 7. เพ่ิมนํ้าตนทุนโดยการ ปฏิบัติการฝนหลวง รอยละพ้ืนท่ีการเกษตรท่ีประสบ ภัยแลงไดรับการชวยเหลือตาม แผนงานปฏิบัติการฝนหลวง 98 80 93 98 กษ. ฝล. มท./กษ. รอยละความสาํเรจ็ของการปฏิบัต ิ การฝนหลวงเติมนํ้าในเข่ือน ตามท่ีรองขอ 90 75 80 90 หมายเหตุ : * มูลนิธิอุทกพัฒนฯ สนับสนุนเชิงเทคนิคใหกองทัพบกและใชแบบอยางความสําเร็จของเครือขายจัดการน้ําชุมชน ตามแนวพระราชดําริของมูลนิธิอุทกพัฒนฯ ขยายผลตอไป ๔๔ แนวทางการขับเคล่ือน ๑. การจัดหาน้ําในพ้ืนท่ีเกษตรน้ําฝน เปนแผนงานสําคัญท่ีกําหนดในแผนแมบทยุทธศาสตรชาติ ๒๐ ป เปนโครงการ Quick Win และสอดคลองกับยุทธศาสตรเพ่ือความม่ันคงและการปฏิรูป เพ่ือบรรเทาความเสียหาย ในพื้นที่เสี่ยงภัยแลงสูง และใหสามารถมีน้ําสนับสนุนตามศักยภาพของพื้นที่ สํานักงานทรัพยากรน้ําแหงชาติ เปนหนวยประสานและขับเคลื่อนรวมกับหนวยงานปฎิบัติในการพัฒนาแหลงน้ําขนาดเล็ก การฟนฟูแหลงน้ํา ธรรมชาติ ระบบกระจายน้ํา การใชน้ําบาดาลเพ่ือการเกษตร การพัฒนาแหลงน้ําเพ่ือการระบบอนุรักษดินและน้ํา ในพื้นที่ไมมีศักยภาพในการพัฒนาหรือเปนพื้นที่คุณสมบัติไมเหมาะสม และมีการชะลางพังทลายจาก การใชประโยชนท่ีดิน รวมท้ัง ดําเนินการรวมกับงานสงเสริมการเกษตร และการตลาด จะดําเนินการในพ้ืนท่ีเสี่ยงภัยแลง เนนในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ กําหนดเปาหมายแกไขไดไมนอยกวา รอยละ ๕๐ ของหมูบานท่ีเสี่ยงภัยแลง ๒. การจัดการในพ้ืนท่ีพิเศษท่ีตองวางแผนเชิงบูรณาการท้ังอุทกภัยและภัยแลง จํานวน ๖๖ พ้ืนท่ี สํานักงานทรัพยากรน้ําแหงชาติเปนหนวยประสานงานและขับเคลื่อนในการวางแผนหลักของแตละพ้ืนท่ีวิกฤตและ หนวยงานตามภารกิจพิจารณาดําเนินการโครงการท่ีมีผลสัมฤทธิ์สูง มีผลกระทบตอปญหา มีความสอดคลองกัน และลดปญหาการทับซอนของโครงการ ๓. การประหยัดน้ําในภาคอุตสาหกรรม ในระยะแรกดําเนินการโดยกรมโรงงานอุตสาหกรรม โดยการสนับสนุนเทคนิคใหโรงงานท่ีใชน้ํามาก และในระยะตอไป มีการนําน้ํากลับมาใชใหม และการประหยัดน้ํา จะขับเคลื่อนภายใตงานวิจัย เพ่ือกําหนดแนวทาง เทคโนโลยี และการปฏิบัติ หลังจากนั้นภายใน ๓-๕ ป จะเริ่ม ดําเนินการสนับสนุนใหโรงงานดําเนินการ ๔. การเพ่ิมผลิตภาพการใชน้ําและการปรับโครงสรางการใชน้ําภาคเกษตรและอุตสาหกรรม จะเริ่มโดยการรวบรวมการใชน้ําภาคการผลิตรายพ้ืนท่ีสําคัญดําเนินการในแผนแมบทดานท่ี ๖ และดําเนินการ ดานสงเสริมการเกษตรในการปรับเปนพืชมูลคาสูงในเขตชลประทานเดิม พรอมท้ังจัดทําระบบกระจายน้ํา การสงเสริมการเกษตรรวมกับการจัดหาน้ําในพ้ืนท่ีเกษตรน้ําฝน ๕. การจัดหาน้ําเพ่ือสนับสนุนพ้ืนท่ี ระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก (EEC) พ้ืนท่ีเศรฐกิจพิเศษ และพ้ืนท่ีเศรฐกิจท่ีมีความสําคัญ สํานักงานทรัพยากรน้ําแหงชาติเปนหนวยงานประสานและขับเคลื่อน รวมกับ หนวยงานตามภารกิจเตรียมความพรอมและเริ่มดําเนินการตั้งแต ป ๒๕๖๓ เปนตนไป ๖. การฟนฟูแหลงน้ําธรรมชาติเพ่ือการอนุรักษและใชประโยชน เรงรัดจัดทําฐานขอมูล จําแนก ประเภท ขนาดและวางแผนการดําเนินการในภาพรวม ๗. เรงรัดการเตรียมความพรอมโครงการผันน้ําโขงระยะท่ี ๑ มายังพ้ืนท่ีภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เพ่ือสนับสนุนการเกษตรท่ีผลผลิตและรายไดต่ําเนื่องจากขาดแคลนน้ํา ๔๕ ดานท่ี ๓ การจัดการน้ําทวมและอุทกภัย หลักการ : คนไทยในอดีตจะตั้งชุมชนอยูในบริเวณริมแมน้ําลําคลอง โดยสรางบานเรือนแบบยกพ้ืนสูง ประชากรสวนใหญมีอาชีพทํานาโดยเลือกปลูกขาวพันธุท่ีมีลําตนยาวตามความสูงของน้ํา ใชเรือ ในการคมนาคมในฤดูน้ําหลาก สามารถปรับตัวเขากับปญหาน้ําทวมท่ีเกิดข้ึนเปนประจําได โดยเฉพาะในเขตท่ีราบลุมภาคกลาง แตตอมาความกาวหนาทางเทคโนโลยีทําใหวิถีชีวิตเปลี่ยนไป ใชการคมนาคมทางรถยนตเปนหลัก มีการสรางถนนเพ่ิมข้ึนมากมาย สรางทํานบและกําแพง ก้ันริมฝงแมน้ํา เพ่ือไมใหน้ําทวมในชุมชน ทําใหไมมีท่ีลุมในการเก็บกักน้ําตามธรรมชาติ ประกอบ กับการสรางถนนบางแหงมีทางระบายน้ําไมเพียงพอ ทําใหกีดขวางทางน้ําและเกิดปญหาน้ําทวม มากข้ึน สวนในพ้ืนท่ีตนน้ําในอดีตมีปาไมชวยดูดซับน้ําฝนตามธรรมชาติ ลดการไหลบาของน้ํา แตปจจุบันสภาพปาตนน้ําถูกทําลาย น้ําฝนจะไหลบาลงสูดานลางอยางรวดเร็ว เกิดปญหา น้ําทวมฉับพลัน น้ําปาไหลหลาก และปญหาดินโคลนถลม ประกอบกับสภาพแวดลอมท่ีเปลี่ยนไป ทําใหเกิดการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ มีผลกระทบทําใหปญหาดังกลาวเกิดถ่ีข้ึนและ ทวีความรุนแรงมากข้ึนเรื่อยๆ จากการศึกษาพบวาปจจุบันมีพ้ืนท่ีวิกฤตปญหาน้ําทวม ท้ังประเทศ จํานวน ๒๘ แหง พ้ืนท่ี ๘.๕๒ ลานไร ซ่ึงสวนใหญอยูในเขตภาคกลางและภาคเหนือ ปญหาน้ําทวมทําใหเกิด ผลกระทบหลายดาน เชน ความเสียหายตอชีวิต ทรัพยสิน อาคารบานเรือน พ้ืนท่ีเกษตร ปศุสัตว และการเพาะเลี้ยงสัตวน้ํา ความเสียหายทางเศรษฐกิจ สุขภาพอนามัย รวมท้ัง ความเสียหาย ตอทรัพยากรธรรมชาติ เปนตน ตัวอยางเชน มหาอุทกภัยในประเทศไทยเม่ือป ๒๕๕๔ ในเขต ลุมน้ําเจาพระยามีมูลคาความเสียหายท้ังหมดรวม ๑.๔๔ ลานลานบาท ลักษณะการเกิด และแนวทางปองกันแกไขปญหาน้ําทวมและอุทกภัย ในแตพ้ืนท่ีเปน ดังนี้ ๑) พ้ืนท่ีลาดชันสูงตอเนื่องกับเชิงเขา เสี่ยงตอภัยน้ําหลากและดินโคลนถลม เกิดจากการ ตัดไมทําลายปาไมมีตนไมปกคลุมดินเพ่ือดูดซับน้ํา เม่ือมีฝนตกมากจะเกิดน้ําปาไหลหลากและ ดินโคลนถลม สรางความเสียหายตอพ้ืนท่ีดานลางอยางมาก และใชเวลานานในการฟนฟูสูสภาพเดิม แนวทางปองกันแกไข คือ การสรางระบบเตือนภัยท่ีแมนยํา การยายถ่ินฐานออกจากพ้ืนท่ีเสี่ยงภัย และการฟนฟูปาตนน้ํา ๒) น้ําลนตลิ่งของลําน้ําสายหลัก เกิดจากปริมาณน้ําหลากจากตนน้ําเกินความสามารถ ของลําน้ําจะรับได ลําน้ํามีหนาตัดเล็ก ตื้นเขิน มีสิ่งกีดขวางในลําน้ํา แนวทางปองกันแกไข ตองใช ขอมูลในการบริหารจัดการน้ําในลุมน้ํา การตรวจสอบแกไขสิ่งกีดขวางในลําน้ํา และการสราง ระบบควบคุมท่ีเหมาะสม เชน การใชพ้ืนท่ีรับน้ํานองรวมกับการพัฒนา และบริหารจัดการแหลง เก็บกักน้ําในพ้ืนท่ีตนน้ํา ๓) น้ําทวมขังในท่ีราบลุม พ้ืนท่ีชุมชนและพ้ืนท่ีเศรษฐกิจท่ีสําคัญเกิดจากความไมสมดุล ของน้ําฝนกับความสามารถในการระบายน้ํา ลักษณะการทวมขังจะไมรุนแรง คอยเปนคอยไป ๔๖ และใชเวลานานในการระบายออก สาเหตุเกิดจากการสรางถนน การวางผังเมืองไมเหมาะสม ขวางทางระบายน้ํา และสรางชองระบายน้ําไมเพียงพอ แนวทางปองกันแกไข คือ การปรับปรุง สภาพลําน้ําเพ่ือเพ่ิมประสิทธิภาพการระบายน้ํา การผันน้ําเลี่ยงพ้ืนท่ีเศรษฐกิจสําคัญ การแกไข สิ่งกีดขวางทางน้ํา การควบคุมการใชประโยชนท่ีดิน และมาตรการผังเมือง เพ่ือลดผลกระทบ และมีการบริหารพ้ืนท่ีน้ําทวมท่ีเกิดข้ึนเปนประจํา ๔) น้ําทวมขังจากฝนตกหนักในพ้ืนท่ี เนื่องจากเมืองหลัก เมืองเศรษฐกิจ และพ้ืนท่ี ทองเท่ียวสําคัญ มีการขยายตัว และมีการใชท่ีดินท่ีหนาแนน รวมท้ังสถานการณฝนเปลี่ยนแปลง เกิดฝนตกหนักเฉพาะจุดบอยครั้ง ทําใหเกิดปญหาน้ําทวมขังในเขตเมือง ๕) สิ่งกอสรางกีดขวางทางน้ํา จากการพัฒนาโครงสรางพ้ืนฐาน ซ่ึงจะมีท้ังเกิดจากสภาพ น้ําทาเปลี่ยนแปลง และการกําหนดขนาดไมเหมาะสม โดยจะตองสํารวจและแกไขเปนจุดๆ เปาประสงค : เพ่ิมประสิทธิภาพการระบายน้ํา การจัดระบบปองกันน้ําทวมชุมชนเมือง การจัดการพ้ืนท่ีน้ําทวมและ พ้ืนท่ีชะลอน้ํา รวมท้ังการบรรเทาอุทกภัยในเชิงพ้ืนท่ีอยางเปนระบบ ในระดับลุมน้ําและพ้ืนท่ีวิกฤต (Area based) ลุมน้ําขนาดใหญ ลุมน้ําสาขา/ลดความเสี่ยงและความรุนแรงลงไมนอยกวา รอยละ ๖๐ กลยุทธ : ๑) การเพ่ิมประสิทธิภาพการระบายน้ํา โดยการปรับปรุงสิ่งกีดขวางทางน้ํา การปรับปรุงลําน้ําธรรมชาติ ท่ีตื้นเขิน เพ่ือเพ่ิมประสิทธิภาพการระบายน้ํา ๒) ปองกันน้ําทวมชุมชนเมือง โดยการจัดระบบปองกันชุมชนเมือง การจัดทําผังน้ํา ผังการระบายน้ํา ในระดับลุมน้ํา จังหวัด เมือง ๓) การจัดการพ้ืนท่ีน้ําทวม/พ้ืนท่ีชะลอน้ํา โดยการพัฒนาแกมลิง พ้ืนท่ีลุมต่ํารับน้ํานอง การพัฒนา อาคารบังคับน้ํา และสถานีสูบน้ํา เพ่ือบรรเทาอุทกภัยในพ้ืนท่ีเฉพาะจุด ๔) การบรรเทาอุทกภัยเชิงพ้ืนท่ีอยางเปนระบบ ระดับลุมน้ํา/พ้ืนท่ีวิกฤต โดยจัดทําแผนและ ดําเนินการบรรเทาอุทกภัยในพ้ืนท่ีวิกฤต โดยจัดทําแผน และดําเนินการตามลําดับความสําคัญ ๕) การสนับสนุนปรับตัวและเผชิญเหตุ ๔๗ ตารางท่ี ๔-๖ เปาหมายตามแผนแมบทดานท่ี ๓ การจัดการน้ําทวมและอุทกภัย กลยุทธ /แผนงาน ตัวช้ีวัด เปาหมาย (ป) หนวยงาน อํานวยการ ขับเคล่ือน หนวยงานปฏิบัติ 20 ป 61-65 66-70 71-80 หลัก สนับสนุน 1. เพ่ิมประสิทธิภาพการระบายนํ้า 1.1 ปรับปรุงสิ่งกีดขวางทางนํ้า จํานวนแหง 562 562 ปรับปรุง สิ่งกีดขวาง ทางนํ้าให แลวเสร็จ สทนช. ชป./จท./ทล./ ทช./รฟท./สถ./ ทน. 1.2 ปรับปรุงลํานํ้าธรรมชาติท่ีตืน้ เขินใหสามารถระบายนํ้าไดมี ประสิทธิภาพ จํานวนแหง 1,234 499 340 395 จท./ทน./สถ./ ปภ./อปท. ระยะทาง (กม.) 6,271 2,122 1,671 2,478 1.2.1 ลําน้ําหลัก จํานวนแหง 565 156 136 273 จท. ระยะทาง (กม.) 3,711 861 881 1969 1.2.2 ลําน้าํสาขา/ยอย จํานวนแหง 154 10 57 87 จท./ทน./อปท. ระยะทาง (กม.) 770 50 285 435 1.2.3 ลําน้าํยอย จํานวนแหง 515 333 147 35) ปภ./อปท. ระยะทาง (กม.) 1,790 1,211 505 74 1.3 การกําจัดวัชพืชและขยะมลูฝอย ในแมนํ้าสายหลัก แมนํ้าสาขา และ แหลงนํ้าปด ปริมาณวัชพืชและขยะ มูลฝอยท่ีกําจัด (ตันตอป) ไมนอยกวา 7,400,000 ไมนอยกวา 7,400,000 ยผ./ชป./อปท./ จท./กทม./ทน. กองทัพบก/ ปภ./ปค./อปท. ฯลฯ/ ๔๘ กลยุทธ /แผนงาน ตัวช้ีวัด เปาหมาย (ป) หนวยงาน อํานวยการ ขับเคล่ือน หนวยงานปฏิบัติ 20 ป 61-65 66-70 71-80 หลัก สนับสนุน 2. การปองกันนํ้าทวมชุมชนเมือง 2.1 ระบบปองกันชุมชนเมือง จํานวนแหง 764 153 211 400 มท. ยผ./กทม. อปท. พ้ืนท่ีไดรับการปองกัน (ไร) 1,745,881 304,165 538,155 903,561 2.2 จัดทําผังนํ้าในผังเมือง/ผังการ ระบายนํ้าในระดับลุมนํ้า จังหวัด สทนช. สทนช./ยผ./ กทม. 2.2.1 ผังนํ้า จํานวนผังนํ้า ทุกลํานํ้าหลัก และสาขา ทุกลํานํ้าสาย หลัก ทุกลํานํ้าสาขา ทบทวน ปรับปรุง ทุก 5 ป สทนช. 2.2.2 ผังการระบายนํ้า จํานวนผังการระบายนํ้า ท่ีดําเนินการในผังเมือง ผังเมืองรวม จังหวัด 77 จังหวัด ผังเมืองรวม จังหวัด 44 จังหวัด ผังเมืองรวมจังหวัด 33 จังหวัด ยผ./กทม. 2.3 เข่ือนปองกันตลิ่ง ระยะทางท่ีดําเนินการ 1,681 539 530 612 มท. ยผ./จท./อปท. 3. จัดการพ้ืนท่ีนํ้าทวม/พ้ืนท่ีชะลอนํ้า 3.1 การพัฒนาและปรับปรุงพ้ืนท่ี ชะลอนํ้า จํานวนแหง 84 13 71 - สทนช. ชป. ทล./ทช./ปภ. ปริมาณนํ้า(ลาน ลบ.ม.) 4,612 2,050 2,562 3.2 การพัฒนา และเพ่ิม ประสิทธิภาพอาคารบังคับนํ้าและ สถานีสูบนํ้าเพ่ือบรรเทาอุทกภัยใน พ้ืนท่ีเฉพาะจุด จํานวนแหง 3,319 915 1,153 1,251 พ้ืนท่ีรับประโยชน (ไร) 13,148,201 3,906,897 4,530,051 4,711,253 ๔๙ กลยุทธ /แผนงาน ตัวช้ีวัด เปาหมาย (ป) หนวยงาน อํานวยการ ขับเคล่ือน หนวยงานปฏิบัติ 20 ป 61-65 66-70 71-80 หลัก สนับสนุน 4. บรรเทาอุทกภัยในเชิงพ้ืนท่ีอยาง เปนระบบในระดับลุมนํ้า/พ้ืนท่ีวิกฤต รอยละการจดัทําแผน บรรเทาอุทกภยัในเชิง พ้ืนท่ีอยางเปนระบบใน ระดับลุมนํ้า/พ้ืนท่ีวิกฤต จัดทําแผน บรรเทา อุทกภยัในเชิงพื้นที่ อยางเปนระบบใน ระดับลุมน้ํา/พื้นที่ วิกฤต จัดทําแผน 100 % สทนช. สทนช. ปภ./ชป./ยผ./ ทน./จท. รอยละพ้ืนท่ีไดรบัการ แกไขปญหา 60 10 20 30 ปภ./ชป./ยผ./ ทน./จท. 5. การสนับสนุนการปรับตัวและ เผชิญเหตุ รอยละพ้ืนท่ีเสี่ยงจาก อุทกภัยไดรับการจดัการ ดวยการปรับตัว และเผชิญเหต ุ 75 10 25 40 มท. ปภ./สถ./อปท. ทธ./ทน./ยผ./ สสน./สทอภ. ๕๐ แนวทางการขับเคล่ือน ๑. โครงการบรรเทาภัยพิบัติทางน้ําแบบบูรณาการ ท่ีกําหนดในแผนแมบทยุทธศาสตรชาติ ๒๐ ป เปนโครงการ Quick Win และสอดคลองกับยุทธศาสตรเพ่ือความม่ันคง โดยจัดทําแผนการบรรเทาอุทกภัยพ้ืนท่ี วิกฤต ใหลดความเสียหายลง รอยละ ๕๐ ในพ้ืนท่ีสําคัญ สํานักงานทรัพยากรน้ําแหงชาติเปนหนวยงานประสาน และขับเคลื่อนโดยบูรณาการงานของหนวยงานในพ้ืนท่ีวิกฤต ท่ีเหมาะสม และมีความสอดคลองกัน รวมท้ังใหมี มาตรการการบริหารจัดการพ้ืนท่ีน้ําทวม การเตือนภัย การปรับตัว เนนพ้ืนท่ีท่ีมีความเสียหายสูง ในกลุมลุมน้ํา ภาคเหนือและภาคใต ๒. โครงการบรรเทาอุทกภัยในพ้ืนท่ีวิกฤตระดับลุมน้ําขนาดใหญ เชน ลุมน้ําเจาพระยา ทาจีนตอนลาง ยม-นานตอนลาง บางปะกง ทะเลสาบสงขลา และชีมูลตอนลาง สํานักงานทรัพยากรน้ําแหงชาติดําเนินการประสานและ ขับเคลื่อนการจัดทําแผนหลักของพ้ืนท่ี จัดลําดับความสําคัญ และหนวยงานปฎิบัติเรงรัดการเตรียมความพรอม ใหสามารถเรงดําเนินการโครงการสําคัญไดโดยเร็ว ๓. การปองกันน้ําทวมเมือง และพ้ืนท่ีเศรษฐกิจสําคัญ ใหกระทรวงมหาดไทย (กรมโยธาธิการ และผังเมือง) เปนหนวยงานหลักในการวางแผนท้ังน้ําทวมจากน้ําหลากและการระบายน้ําฝน ๔. การจัดทําผังน้ําในผังชุมชน ผังเมือง และผังระดับลุมน้ํา เพ่ือการจัดการน้ําท้ังระบบและ ครบวงจร โดยสํานักงานทรัพยากรน้ําแหงชาติดําเนินการจัดทําผังระดับลุมน้ําเรงจัดทําในพ้ืนท่ีวิกฤตและเสียหาย รุนแรง กระทรวงมหาดไทย (กรมโยธาธิการและผังเมือง) ดําเนินการใหมีผังน้ําในเมืองหลักท่ีมีความสําคัญ ทางเศรษฐกิจและความหนาแนนสูง เชน เชียงใหม พิษณุโลก อุดรธานี ขอนแกน และหาดใหญ เปนตน ๕. การปรับปรุงเพ่ิมประสิทธิภาพการระบายน้ํา ลําน้ําสาขาและสายหลักสํานักงานทรัพยากรน้ํา แหงชาติดําเนินการประสานและขับเคลื่อนรวมกับหนวยปฎิบัติ (จท./ทน./อปท.) เรงรัดดําเนินการในพ้ืนท่ีวิกฤต และตองวางแผนและดําเนินการอยางตอเนื่องท้ังระบบ เพ่ือใหสามารถบรรลุเปาหมายการเพ่ิมประสิทธิภาพ การระบายน้ํา ๖. การปรับตัวและเผชิญเหตุ โดยกระทรวงมหาดไทย (กรมปองกันและบรรเทาสาธารณภัย) ดําเนินการเพ่ิมประสิทธิภาพการปรับตัวและเผชิญเหตุดานน้ํา (น้ําทวม/น้ําแลง) ใหสอดคลองกับตัวชี้วัดตามแผน แมบทภายใตยุทธศาสตรชาติ (ยกระดับจากระดับ ๒ ใหถึงระดับ ๔) ๕๑ ดานท่ี ๔ การจัดการคุณภาพน้ํา และอนุรักษทรัพยากรน้ํา หลักการ : ปจจุบันคุณภาพน้ําในแหลงน้ําตางๆ ท่ัวประเทศ ท้ังแหลงน้ําผิวดิน แหลงน้ําใตดิน และ แหลงน้ําทะเล โดยเฉพาะบริเวณท่ีมีความหนาแนนของชุมชน และกิจกรรมการพัฒนาตางๆ กําลังประสบปญหาความเสื่อมโทรมอันเนื่องมาจากการปนเปอนของสารพิษตางๆ ท่ีมาจาก กิจกรรมของมนุษย ท้ังจากชุมชน การเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ การพัฒนาอุตสาหกรรม เกษตรกรรม และการทองเท่ียว มีผลกระทบตอคุณภาพน้ําและความสมดุลของระบบนิเวศใน แหลงน้ํา ในป ๒๕๕๘ กรมควบคุมมลพิษ ไดตรวจสอบคุณภาพน้ําจากแหลงน้ําสําคัญ ๖๕ แหง จากจุดตรวจวดัคุณภาพน้ํา ๓๖๖ จุด ท่ัวประเทศ จํานวน ๔ ครั้ง ระหวางเดือน มกราคม - ธันวาคม พบวา คุณภาพน้ําอยูในเกณฑดีเพียง รอยละ ๓๔ คุณภาพพอใช รอยละ ๔๑ และอยูในสภาพเสื่อมโทรม รอยละ ๒๕ โดยแมน้ําท่ีอยูในสภาพเสื่อมโทรมมาก ไดแก แมน้ําทาจีนตอนลาง แมน้ําเจาพระยา ตอนลาง แมน้ําระยองตอนลาง และแมน้ําพังลาดตอนบน ปญหาการรุกล้ําของน้ําเค็มในแมน้ําและพ้ืนท่ีเกษตรก็มีความสําคัญ และมีแนวโนมจะ รุนแรงมากข้ึน เนื่องจากความตองการน้ําท่ีมีมากข้ึนในแหลงน้ําสายหลัก จึงไมสามารถจัดสรรน้ํา เพ่ือรักษาระบบนิเวศไดเพียงพอ โดยเฉพาะในชวงฤดูแลงของทุกป ทําใหเกิดปญหาคุณภาพน้ํา สงผลกระทบตอการอุปโภคบริโภคและการใชน้ําเพ่ือการเกษตร เปาประสงค : พัฒนาและเพ่ิมประสิทธิภาพระบบรวบรวมและระบบบําบัดน้ําเสียรวมของชุมชน การนําน้ําเสีย กลับมาใชใหม ปองกันและลดการเกิดน้ําเสียตนทาง การควบคุมปริมาณการไหลของน้ําเพ่ือรักษา ระบบนิเวศ พรอมท้ังพ้ืนฟูแมน้ํา ลําคลอง และแหลงน้ําธรรมชาติท่ีมีความสําคัญในทุกมิติ เพ่ือการอนุรักษ ฟนฟูและใชประโยชนท่ัวประเทศ กลยุทธ : ๑) การปองกันและลดการเกิดน้ําเสียท่ีตนทาง โดยลดปริมาณและความสกปรกของน้ําเสียชุมชน ณ แหลงกําเนิด ๒) การเพ่ิมประสิทธิภาพในการบําบัดและควบคุมการระบายน้ําเสียออกสูสิ่งแวดลอม โดยการพัฒนา และเพ่ิมประสิทธิภาพระบบรวบรวม และระบบบําบัดน้ําเสียรวมของชุมชน ๓) การรักษาสมดุลของระบบนิเวศ โดยการจัดทําแผนการจัดสรรน้ําในลุมน้ําหลัก ๔) การอนุรักษและฟนฟูแมน้ําลําคลองและแหลงน้ําธรรมชาติท่ัวประเทศ โดยสงเสริมใหทุกภาคสวน มีความเขาใจ รูคุณคา และความสําคัญในการจัดการคุณภาพน้ํากอนระบายออกสูแมน้ําลําคลอง การกําจัดวัชพืชและขยะมูลฝอยในแหลงน้ํา การสํารวจรังวัด พิสูจน และสอบแนว พรอมข้ึน ทะเบียน การปองกันแกไขปญหาการรุกล้ําแนวเขต การอนุรักษฟนฟู และพัฒนา รวมท้ัง การจัดทําขอกําหนดในการออกแบบท้ังเชิงภูมิสถาปตยกรรมและวิศวกรรม เพ่ือการอนุรักษ ฟนฟูแมน้ํา ลําคลอง และแหลงน้ําธรรมชาติ ๕๒ ตารางท่ี ๔-๗ เปาหมายตามแผนแมบทดานท่ี ๔ การจัดการคุณภาพน้ําและอนุรักษทรัพยากรน้ํา กลยุทธ /แผนงาน ตัวชี้วัด เปาหมาย (ป) หนวยงาน อํานวยการ ขับเคลื่อน หนวยงานปฏิบัติ 20 ป 61-65 66-70 71-80 หลัก สนับสนุน 1. การปองกันและลด การเกิดนํ้าเสียท่ีตนทาง รอยละความสาํเรจ็ในการตดิตั้ง ระบบบําบัดนํ้าเสียท่ีได มาตรฐานสําหรับครัวเรือน (ครัวเรือนท่ีเกิดข้ึนใหม) ทุกครัวเรือนใน ชุมชนเมืองไดรับ การติดตั้งระบบ บําบัดนํ้าเสีย รอยละ 10 รอยละ 40 รอยละ 50 มท. สถ./คพ. /สมอ./ อปท./สส./จท. สผ./ยผ. 2. การเพ่ิมประสิทธิภาพในการบําบัดและควบคุมการระบายนํ้าเสยีออกสูสิ่งแวดลอม 2.1 การพัฒนาและเพ่ิม ประสิทธิภาพระบบ รวบรวมและระบบบําบัด นํ้าเสียรวมของชุมชน จํานวนระบบบําบัดท่ีกอสราง ใหม 741 100 185 456 มท. สถ. /คพ./ อจน./ กทม./อปท. สผ. จํานวนระบบบําบัดท่ีเพ่ิม ประสิทธิภาพระบบเดิม 101 34 23 44 รอยละของปรมิาณนํ้าเสียท่ีรับการ บําบัดไดตามมาตรฐาน รอยละ 57 รอยละ 19 รอยละ 27 รอยละ 11 2.2 เพ่ิมประสิทธิภาพใน การควบคุม กํากับ และ บังคับการกับแหลงกําเนิด มลพิษทางนํ้าในพ้ืนท่ี เปาหมาย จํานวนแหง 19,000 แหง 9,000 แหง 5,000 แหง 5,000 แหง กรอ./สป.ทส./ สถ./อปท./คพ. (กรอ.ดําเนินการ แค 5 ป แรก) ปศ./กปม./ จท. รอยละของแหลงกําเนิดมลพิษ ทางนํ้าท่ีตรวจสอบไดรับการ จัดการ รอยละ 80 ของ แหลงกําเนิดมลพิษ ทางนํ้าท่ีตรวจสอบ รอยละ 70 รอยละ 75 รอยละ 80 ๕๓ กลยุทธ /แผนงาน ตัวชี้วัด เปาหมาย (ป) หนวยงาน อํานวยการ ขับเคลื่อน หนวยงานปฏิบัติ 20 ป 61-65 66-70 71-80 หลัก สนับสนุน 2.3 กําหนดขีดความ สามารถในการรองรับ มลพิษของแหลงนํ้า (carrying capacity) เพ่ือควบคุมมลพิษจาก แหลงกําเนิด จํานวนลุมนํ้า 20 ลุมนํ้า (9 ลุมนํ้า) ปาสัก ชายฝงทะเล ตะวันออก ปง วัง ยม นาน สะแกกรัง มูล ชี (6 ลุมนํ้า) เพชรบุรี ชายฝงทะเล ประจวบคีรีขันธ ภาคใตฝง ตะวันออก ทะเลสาบสงขลา ตาป ภาคใตฝง ตะวันตก (5 ลุมนํ้า) ปตตานี โตนเลสาป สาละวิน โขง กก คพ. 2.4 การนํานํ้าท่ีผานการ บําบัดแลวกลับไปใช ประโยชน รอยละของปรมิาณนํ้าท่ีไดรับ การบําบัดถูกนํากลับมาใช ประโยชนตอป รอยละ 40 ของ ปริมาณนํ้าท่ีไดรับ การบําบัดถูกนํา กลับมาใช ประโยชน รอยละ 10 รอยละ 10 รอยละ 20 สถ./กทม./อจน. 3 การรักษาสมดุลของ ระบบนิเวศ จํานวนลุมนํ้าท่ีมีวางแผน จัดสรรนํ้าเพ่ือระบบนิเวศ 13 ลุมนํ้า (5 ลุมนํ้า) เจาพระยา ทาจีน แมกลอง บางปะกง ปราจีนบุร ี (3 ลุมนํ้า) ชายฝงทะเล ตะวันออก เพชรบุรี ชายฝงทะเล ตะวันตก (5 ลุมนํ้า) ภาคใตฝง ตะวันออก ตาป ทะเลสาบสงขลา ภาคใตฝงตะวันตก ปตตานี สทนช. คพ./ชป./กฟผ. สผ. ๕๔ กลยุทธ /แผนงาน ตัวชี้วัด เปาหมาย (ป) หนวยงาน อํานวยการ ขับเคลื่อน หนวยงานปฏิบัติ 20 ป 61-65 66-70 71-80 หลัก สนับสนุน 4. อนุรักษและฟนฟู แมนํ้าลําคลองและแหลง นํ้าธรรมชาติท่ัวประเทศ สัดสวนพ้ืนท่ีลําคลอง ท่ีไดรับการฟนฟู คลองในเขต กรุงเทพมหานคร สวนท่ีเหลือ รอยละ 90 รอยละ 50 รอยละ 25 รอยละ 15 สทนช./มท./ ทส. สทนช./กทม./ มท./ทด./ชป./ พม./จท./คพ./ ทน. สผ./ยผ./ปม./ ธร./อปท. สัดสวนพ้ืนท่ีลํานํ้า ท่ีไดรับการฟนฟู ลํานํ้าสายหลกั ทุกลุมนํ้า ความสาํเร็จ รอยละ 75 ลํานํ้าสายหลักทุก ลุมนํ้า ความสําเร็จ รอยละ 20 สํารวจรังวัดพิสูจน และสอบแนวแมนํ้า ลําคลอง จัดทําขอกําหนด มาตรฐานการ ออกแบบการ ขุดลอกแมนํ้า ลําคลอง ลํานํ้าสายหลักทุก ลุมนํ้า ความสาํเร็จ รอยละ 30 ลํานํ้าสายหลัก ทุกลุมนํ้า ความสาํเร็จ รอยละ 25 สัดสวนพ้ืนท่ีชุมนํ้าและ แหลงนํ้าท่ีไดรับการฟนฟู พ้ืนท่ีชุมนํ้า (Ramsar Site ) และพ้ืนท่ีชุมนํ้าท่ีมี ความสาํคญั ระดับชาติ ความสาํเร็จ รอยละ 90 พ้ืนท่ีชุมนํ้า (Ramsar Site ) และพ้ืนท่ีชุมนํ้าท่ีมี ความสาํคญั ระดับชาติ ความสาํเร็จ รอยละ 40 พ้ืนท่ีชุมนํ้า (Ramsar Site ) และพ้ืนท่ีชุมนํ้าท่ี มีความสําคญั ระดับชาติ ความสาํเร็จ รอยละ 50 สทนช./มท./ ทส. สทนช./กทม./ มท./ทด./ชป./ พม./จท./คพ./ ทน. สผ./ยผ./ปม./ ธร./อปท. แหลงนํ้าธรรมชาต ิ ท่ีมีพ้ืนท่ีผิวนํ้าเกิน 1,000 ไร ความ สําเรจ็รอยละ 90 แหลงนํ้าธรรมชาต ิ ท่ีมีพ้ืนท่ีผิวนํ้าเกิน 1,000 ไร ความ สําเรจ็รอยละ 20 แหลงนํ้าธรรมชาติ ท่ีม ีพ้ืนท่ีผิวนํ้าเกิน 1,000 ไร ความ สําเรจ็รอยละ 20 แหลงนํ้าธรรมชาติ ท่ีม ีพ้ืนท่ีผิวนํ้าเกิน 1,000 ไร ความ สําเรจ็รอยละ 40 ๕๕ กลยุทธ /แผนงาน ตัวชี้วัด เปาหมาย (ป) หนวยงาน อํานวยการ ขับเคลื่อน หนวยงานปฏิบัติ 20 ป 61-65 66-70 71-80 หลัก สนับสนุน ลํานํ้าสาขา ความสําเร็จ รอยละ 50 ลํานํ้าสาขา ความสําเร็จ รอยละ 20 ลํานํ้าสาขา ความสําเร็จ รอยละ 30 สัดสวนพ้ืนท่ีชุมชน (นอกเขต กทม. ท่ีเปน ชุมชน ขนาดใหญ) ริมแมนํ้า ลําคลอง และแหลงนํ้าธรรมชาติ (รอยละของพ้ืนท่ีเปาหมาย) ความสําเร็จ รอยละ 90 ความสําเร็จ รอยละ 50 ความสําเร็จ รอยละ 40 สทนช./มท./ ทส. สทนช./กทม./ มท./ทด./ชป./ พม./จท./คพ./ ทน. สผ./ยผ./ปม./ ธร./อปท. ๕๖ แนวทางการขับเคล่ือน ๑. แผนงานการเพ่ิมประสิทธิภาพ และควบคุมการระบายน้ําเสียออกสูสิ่งแวดลอม เนื่องจาก เปนภารกิจขององคกรปกครองสวนทองถ่ิน แตเปนงานท่ีตองใชเทคนิคสูง จึงเห็นควรมอบใหกระทรวงมหาดไทย เปนหนวยงานหลักในการประสานและขับเคลื่อนรวมกับกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดลอม โดยการสนับสนุนทองถ่ินในการเตรียมความพรอม เพ่ือใหองคกรปกครองสวนทองถ่ินสามารถดําเนินการได ๒. การอนุรักษฟนฟูแหลงตนน้ําลําธารและพ้ืนท่ีชุมน้ําท่ีสมควรสงวนไว เพ่ือการอนุรักษ ทรัพยากรน้ําสาธารณะ มอบใหสํานักงานทรัพยากรน้ําแหงชาติ กระทรวงมหาดไทย และกระทรวง ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดลอม เปนหนวยงานประสานและขับเคลื่อนจัดทําแผนการอนุรักษฟ นฟู หรือดําเนินการประกาศเปนเขตคุมครองสิ่งแวดลอมตามกฎหมาย ๓. การอนุรักษฟนฟูแมน้ํา คูคลอง แหลงน้ําธรรมชาติขนาดใหญ เนื่องจากเปนแผนงานท่ีตองบูรณาการ ในกิจกรรมหลายรูปแบบ มอบใหสํานักงานทรัพยากรน้ําแหงชาติ กระทรวงมหาดไทย และกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดลอมเปนหนวยงานประสานและขับเคลื่อน จัดทําแผนหลักในแตละพ้ืนท่ีเปาหมาย ไดแก คลองแมขา จังหวัดเชียงใหม คลองเปรมประชากร บึงบอระเพ็ด หนองหารสกลนคร บึงราชนก แมน้ําพิจิตร กวานพะเยา และอ่ืนๆ และบูรณาการแผนงานของหนวยงานตามภารกิจในพ้ืนท่ีเปาหมายท่ีกําหนด ๕๗ ดานท่ี ๕ การอนุรักษฟนฟูสภาพปาตนน้ําท่ีเส่ือมโทรมและปองกันการพังทลายของดิน หลักการ : พ้ืนท่ีปาตนน้ําเปนพ้ืนท่ีซ่ึงมีความสําคัญในการดูดซับน้ําฝน เก็บรักษาความชุมชื้นและชะลอ การไหลของน้ํา การบุกรุกพ้ืนท่ีปาตนน้ําเพ่ือเปลี่ยนแปลงสภาพปาไปเปนพ้ืนท่ีเกษตรกรรมและ ชุมชน ทําใหความอุดมสมบูรณของปาตนน้ําลดลงจนถึงมีสภาพเสื่อมโทรม ทําใหเกิดปญหาน้ําทวม ฉับพลัน น้ําปาไหลหลาก และปญหาดินโคลนถลมในพ้ืนท่ีตนน้ํา สวนพ้ืนท่ีกลางน้ําและพ้ืนท่ีทายน้ํา ก็เกิดปญหาอุทกภัย การขาดแคลนน้ํา การชะลางพังทลายของดินในพ้ืนท่ีเกษตรและพ้ืนท่ีลาดชัน ทําใหความอุดมสมบูรณของดินลดลง โครงสรางของดินถูกทําลาย ความสามารถในการอุมน้ํา ของดินลดลง และตะกอนน้ําทําใหสภาพลําน้ํา อางเก็บน้ําตื้นเขิน จากขอมูลของกรมปาไมในป ๒๕๖๐ มีพ้ืนท่ีปาไมท้ังประเทศจํานวน ๑๐๒ ลานไร คิดเปน รอยละ ๓๑.๕๘ ของพ้ืนท่ีประเทศ (ประเทศไทยมีพ้ืนท่ี ท้ังหมด ๓๒๓ ลานไร) ซ่ึงยุทธศาสตรชาติ ๒๐ ป (พ.ศ. ๒๕๖๑-๒๕๘๐) ไดกําหนดเปาหมายในการฟนฟูปาตนน้ําท่ีเสื่อมโทรมเพ่ือใหไดพ้ืนท่ีปา รอยละ ๔๐ ของประเทศ หรือประมาณ ๑๒๘ ลานไร โดยการปลูกปาในพ้ืนท่ีปาตนน้ําท่ีเสื่อมโทรม การสรางฝายชะลอน้ํา การปองกันและลดการชะลางการพังทลายของดิน การปลูกหญาแฝก โดยกําหนดเปาหมายฟนฟูพ้ืนท่ีปาตนน้ํา ๓.๕๒ ลานไร และพ้ืนท่ีดําเนินการเพ่ือปองกัน การสูญเสียหนาดิน และลดการกัดเซาะในพ้ืนท่ีตนน้ํา ๒๑.๔๕ ลานไร รวมท้ังการเขมงวดในการ ปราบปรามและปองกันการบุกรุกทําลายปา ในแผนแมบทการบริหารจัดการทรัพยากรน้ํา ๒๐ ป ไดกําหนดแนวทางการดําเนินงาน ไวสอดคลองกัน ไดแก การอนุรักษฟนฟูปาตนน้ําท่ีเสื่อมโทรมโดยการปลูกปาและการทําฝายชะลอน้ํา การปองกันการชะลางพังทลายของดินในพ้ืนท่ีตนน้ํา โดยการทําผังการใชประโยชนลุมน้ํา การจัดทําระบบการอนุรักษดินและน้ํา การปลูกปาเลียนแบบธรรมชาติและการปลูกหญาแฝก เปาประสงค : อนุรักษ ฟนฟู พ้ืนท่ีปาตนน้ําท่ีเสื่อมโทรม การปองกัน และลดการชะลางพังทลายของดินในพ้ืนท่ี ตนน้ําและพ้ืนท่ีลาดชัน กลยุทธ : ๑) การอนุรักษฟนฟูพ้ืนท่ีปาตนน้ําท่ีเสื่อมโทรม โดยการปลูกปาและการสรางฝายชะลอน้ํา ประเภทตางๆ ในพ้ืนท่ีปาตนน้ํา ๒) การปองกันและลดการชะลางพังทลายของดินในพ้ืนท่ีตนน้ํา การจัดทําระบบอนุรักษดินและน้ํา ในพ้ืนท่ีเกษตรลาดชัน จัดทําแนวปากันชน การปลูกปาเลียนแบบธรรมชาติทดแทน การปลูกพืชเชิงเดี่ยวและการปลูกหญาแฝก ๕๘ ตารางท่ี ๔-๘ เปาหมายตามแผนแมบทดานท่ี ๕ การอนุรักษฟนฟูสภาพปาตนน้ําท่ีเส่ือมโทรมและปองกันการพังทลายของดิน กลยุทธ/แผนงาน ตัวชี้วัด เปาหมาย (ป) หนวยงาน อํานวยการ ขับเคลื่อน หนวยงานปฏิบัติ 20 ป 61-65 66-70 71-80 หลัก สนับสนุน 1. การอนุรกัษฟนฟูพ้ืนท่ีปาตนนํ้าท่ีเสื่อมโทรม 1.1 ฟนฟูปาตนนํ้า (พ้ืนท่ีปาตนนํ้าในเขตปา อนุรักษ/ปาสงวนฯ) จํานวนพ้ืนท่ีปาท่ี ไดรับการปลูกฟนฟู (ไร) 3,524,241 734,000 853,500 1,936,741 ทส. อส./ปม. สผ./มท./ สทอภ./ ภาคเอกชน 2. การปองกันและลดการชะลางพังทลายของดินในพ้ืนท่ีตนนํ้า 2.1 การปองกันและลดการ ชะลางพังทลายของดิน (พ้ืนท่ีปา ตนนํ้าในเขตปาอนุรักษ/ปาสงวนฯ) จํานวนพ้ืนท่ี (ไร) 1,450,000 240,000 400,000 810,000 ทส./กษ. อส./ปม. สผ./ชป./ อปท./ ภาคเอกชน 2.2 การปองกันและลดการชะ ลางพังทลายของดิน (พ้ืนท่ี เกษตรนอกพ้ืนท่ีอนุรักษ) จํานวนพ้ืนท่ี (ไร) 20,000,000 1,000,000 5,000,000 14,000,000 พด. สผ./ชป./ ภาคเอกชน/ อปท. ๕๙ แนวทางการขับเคล่ือน ๑. การฟนฟูปาตนน้ํามอบใหกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดลอมเปนหนวยงานประสานและ ขับเคลื่อนโดยดําเนินการควบคูกันไป เริ่มจากกําหนดขอบเขตการใชประโยชน เปน เขตอนุรักษ เขตปาไมกันชน และการใชประโยชนท่ีดินท่ีเหมาะสมในพ้ืนท่ีลุมน้ําชั้น ๑ และ ๒ ท่ีไดรับการผอนผันตามมติคณะรัฐมนตรี ๓๐ มิถุนายน ๒๕๔๑ โดยจะดําเนินการกําหนดพ้ืนท่ีเปาหมายท่ีมีผลกระทบดานทรัพยากรน้ํารุนแรง ไดแก ลุมน้ํา ภาคเหนือและภาคใตในระยะแรกกอน โดยดําเนินการในกิจกรรมตางๆ ไปพรอมๆ กัน เพ่ือใหสามารถเห็นผลผลิต และผลสัมฤทธิ์ไดอยางรวดเร็วและตองมีระบบการประเมินผลไปจนถึงระยะยาว เพ่ือใหเห็นผลกระทบจากการ ฟนฟูปา ๒. การลดการชะลางพังทลายของดินในพ้ืนท่ีตนน้ําโดยเฉพาะในพ้ืนท่ีเกษตรลาดชัน ใหพิจารณา ดําเนินการท้ังทางกลและการปรับระบบการปลูกพืชควบคูกันไป ๖๐ ดานท่ี ๖ การบริหารจัดการ หลักการ : ปญหาทรัพยากรน้ําท่ีผานมาท้ังปญหาการขาดแคลนน้ําเพ่ือการอุปโภคบริโภค น้ํา เพ่ือการผลิต ท้ังภาคเกษตรกรรมและอุตสาหกรรม ปญหาน้ําทวม ปญหาคุณภาพน้ําท้ังน้ําเสีย และน้ําเค็ม ปญหาน้ําปาไหลหลาก และการชะลางพังทลายของดินในพ้ืนท่ีตนน้ํา จะเกิดบอยครั้งข้ึน และทวีความรุนแรงมากข้ึน ซ่ึงเปนผลมาจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และท่ีสําคัญ คือ การบริหารจัดการท่ีไมมีเอกภาพท้ังระดับนโยบายและระดับปฏิบัติ ขาดขอมูลในการวางแผน การตัดสินใจสั่งการ ขาดกฎหมาย แผนแมบท และองคกรท่ีกํากับดูแลในภาพรวมการบริหาร จัดการทรัพยากรน้ําท้ังระบบ ทําใหไมสามารถบริหารจัดการท้ังกอนการเกิดภัย ระหวางเกิดภัย และหลังการเกิดภัย ไดอยางมีประสิทธิภาพ ดังนั้น การบริหารจัดการทรัพยากรน้ําของประเทศใหมีประสิทธิภาพ สมดุล เปนธรรม และสามารถแกไขปญหาไดท้ังระบบ จําเปนตองมีการปรับปรุง ทบทวน กฎหมาย ระเบียบ ขอบังคับ ดานทรัพยากรน้ํา การพัฒนาองคกรการบริหารจัดการทรัพยากรน้ําทุกระดับ การจัดทําแผนการบริหารจัดการทรัพยากรน้ํา การติดตามและประเมินผล การพัฒนาระบบ ฐานขอมูล รวมท้ังการประชาสัมพันธ พรอมท้ังเสริมสรางความเขมแข็งใหกับองคกรผูใชน้ําและ การมีสวนรวมของผูมีสวนไดสวนเสียทุกภาคสวน เปาประสงค : จัดตั้งองคกรดานการบริหารจัดการทรัพยากรน้ํา (คณะกรรมการทรัพยากรน้ําแหงชาติ คณะกรรมการลุมน้ํา ฯลฯ) ปรับปรุงกฎหมายใหทันสมัย สงเสริมความรวมมือระหวางประเทศ เ ชื ่อ ม โ ย งปร ะ เด ็นก า รพัฒนาและการหาแหลง เ ง ินท ุน พ ัฒน า ร ะบบฐานข อมูล ประกอบการตัดสินใจ (คลังน้ําชาติ) สนับสนุนองคกรลุมน้ํา สนับสนุนการแลกเปลี่ยนขอมูล ระหวางภาครัฐและเอกชน การบริหารจัดการชลประทาน การศึกษาวิจัย เตรียมความพรอม สงเสริมการประชาสัมพันธและการมีสวนรวมของประชาชนและภาคสวนที่เกี ่ยวของ สรางจิตสํานึกในการอนุรักษทรัพยากรน้ํา พัฒนางานวิจัย นวัตกรรม และเทคโนโลยี สนับสนุน การสรางมูลคาเพ่ิมในภาคการบริการและการผลิต รวมถึงพัฒนารูปแบบเพ่ือยกระดับการจัดการน้ํา ในพ้ืนท่ีและลุมน้ํา (เชื่อมโยงการตลาด พลังงาน การผลิต และของเสีย) กลยุทธ : ๑) การจัดทํา ปรับปรุง กฎหมาย และองคกรดานการบริหารจัดการทรัพยากรน้ําและน้ําบาดาล ไดแกการจัดทํา ปรับปรุง ทบทวน กฎหมาย ระเบียบขอบังคับ ดานทรัพยากรน้ํา การสงเสริม พัฒนาองคกร การบริหารจัดการทรัพยากรน้ํา ในระดับชาติ/ระดับลุมน้ํา และพัฒนากลไก ความรวมมือระหวางประเทศดานทรัพยากรน้ํา ๖๑ ๒) การจัดทําแผนบริหารจัดการทรัพยากรน้ํา แผนแมบทระดับลุมน้ํา และแผนปฎิบัติการ รวมท้ังการ จัดทําแผนบริหารน้ําในสภาวะวิกฤตทุกลุมน้ํา ใหสอดคลองกับยุทธศาสตรชาติและ พระราชบัญญัติทรัพยากรน้ํา ๓) การติดตามและประเมินผล ท้ังแผนงานภายใตแผนแมบท และการดําเนินงานของหนวยงาน และประเมินผลกระทบระดับแผนแมบทภายใตยุทธศาสตรชาติ ๔) การพัฒนาระบบฐานขอมูลสนับสนุนการตัดสินใจ โดยพัฒนาฐานขอมูลทรัพยากรน้ํา น้ําบาดาล และขอมูลอ่ืนท่ีเก่ียวของ การเพ่ิมประสิทธิภาพการจัดการภัยพิบัติดานน้ํา การจัดการอุทกภัย และการพัฒนาระบบติดตาม เฝาระวัง และแจงเตือนภัยคุณภาพน้ําและ น้ําบาดาล เชน การเพ่ิมประสิทธิภาพการพยากรณฝนระยะสั้น การพยากรณน้ําหลากท่ีลาดเชิงเขา (ลุ มน้ําสาขา/ยอย) ขอมูลแหลงน้ําธรรมชาติ ศักยภาพน้ําบาดาลในขั้นรายละเอียด ขอมูลคุณภาพน้ําในแหลงน้ําตางๆ ๕) การศึกษาวิจัยและพัฒนาการจัดการทรัพยากรน้ํา โดยศึกษา วิจัย พัฒนาเทคโนโลยี และ นวัตกรรมท่ี เก่ียวกับทรัพยากรน้ํ าและน้ํ าบาดาลใหสามารถดํ าเนินการตามกลยุทธ ท่ีเก่ียวของไดอยางมีประสิทธิภาพ เชน การศึกษาวิจัยการประหยัดน้ําในทุกกิจกรรมการใชน้ํา การลดการใชน้ํา นํากลับมาใชใหม และการใชน้ําซํ้าในภาคอุตสาหกรรม การศึกษาการใชน้ํา และมูลคาน้ําภาคการผลิตตางๆ ๖) การประชาสัมพันธและการมีสวนรวม โดยเสริมสรางการรับรูและประชาสัมพันธ นโยบาย ยุทธศาสตร การบริหารจัดการทรัพยากรน้ํ า และบูรณาการการมีสวนรวมในการบริหาร จดัการทรัพยากรน้ํา สงเสริมการจัดการน้ําชุมชน และการจัดการภัยพิบัติดานน้ําในระดับพ้ืนท่ี ลุมน้ํา ประเทศ และระหวางประเทศ ๖๒ ตารางท่ี ๔-๙ แผนแมบทดานท่ี ๖ การบริหารจัดการ กลยุทธ /แผนงาน ตัวชี้วัด เปาหมาย (ป) หนวยงาน ขับเคลื่อน หนวยงานปฏิบัติ 20 ป 61-65 66-70 71-80 หลัก สนับสนุน 1. จัดทําปรับปรุงกฎหมายและองคกรดานการบริหารจัดการทรัพยากรนํ้า 1.1 การจัดทํา ปรับปรุง ทบทวน กฎหมาย ระเบียบ ขอบังคับดาน ทรัพยากรนํ้า 1. การจดัทํา ปรับปรุง ทบทวน กฏหมาย ระเบียบ ขอบังคับดานทรัพยากรนํ้า 1.1 จดัทําอนุบัญญตัิ ทรัพยากรนํ้า 1.2 ปรับปรุงกฎหมาย ระเบียบ ขอบังคับ และมาตรการท่ีเก่ียวของ 35 เรื่อง/ประกาศ บังคับใช จัดทํา/ ประกาศใช กฎหมายลําดับ รอง 35 เรื่อง ติดตาม และปรับปรุงการบังคับใชกฎหมาย ใหเกิดผลอยางเปนรูปธรรมอยางตอเน่ือง สทนช. สทนช./มท./ ทส./กษ./ อปท. ทุกหนวยงาน/ ภาคประชาชน 1.2 สงเสริม พัฒนา องคกรการบริหาร จัดการทรัพยากรนํ้า ในระดับชาต/ิระดับ ลุมนํ้า ระดับความสําเร็จของการ จัดตั้งองคกรท่ีเก่ียวของกับ การบริหารจัดการ ทรัพยากรนํ้า ระดับชาต/ิ ระดับลุมนํ้า ตามพระราช บัญญัติทรัพยากรนํ้า มีองคกรทําหนาท่ี บริหารจัดการดาน ทรัพยากรนํ้าใน ระดับชาติ/ระดับลุมนํ้า กนช. สทนช. คกก. (ทุกลุมนํ้า) องคกรผูใชนํ้า ดําเนินการตอเน่ือง สทนช. ทุกหนวยงาน 1.3 พัฒนากลไก ความรวมมือระหวาง ประเทศดาน ทรัพยากรนํ้า ระดับความสําเร็จของการ จัดทําความรวมมือ/ แผนปฏิบัติการระหวาง ประเทศและองคกรระหวาง ประเทศในการบริหาร จัดการทรัพยากรนํ้า ไมนอย กวารอยละ 80 มีขอตกลง/ความ รวมมือระหวาง ประเทศ มีแผนปฏิบัติ การระหวาง ประเทศและ องคกรระหวาง ประเทศ ขับเคลื่อน รอยละ 10 ขับเคลื่อน รอยละ 40 ขับเคลื่อนรอยละ 30 สทนช. ทุกหนวยงาน ๖๓ กลยุทธ /แผนงาน ตัวชี้วัด เปาหมาย (ป) หนวยงาน ขับเคลื่อน หนวยงานปฏิบัติ 20 ป 61-65 66-70 71-80 หลัก สนับสนุน 2. การจัดทําแผน บริหารจัดการ ทรัพยากรนํ้า มีแผนการบริหารจัดการ ทรัพยากรนํ้าทุกระดับ เปนมาตรฐาน สอดคลองกับ ยุทธศาสตรการพัฒนาของ ประเทศ แผนแมบท/แผน ปฏิบัติ/แผนการจัด สรรนํ้า/แผนภาวะ วิกฤติท้ังลุมนํ้าหลัก และสาขาจัดทําเสรจ็ ตามกําหนด จัดทําแผนครบ ทุกลุมนํ้า ทบทวนและปรับปรุงแผนทุก 5 ป สทนช. สทนช. ทุกหนวยงาน 3. การติดตามและ ประเมินผล ระดับความสําเร็จในการ ติดตามและประเมินผลการ ดําเนินงาน เปาหมายสามารถวัด ไดถึงระดับผลกระทบ เปาหมายระดับ ผลผลติและ ผลลัพธ เปาหมายระดับ ผลลัพธและ ผลกระทบ เปาหมายระดับผล ผลลัพธและ ผลกระทบ สทนช. สทนช. ทุกหนวยงาน 4. การพัฒนาระบบฐานขอมูลสนับสนุนการตัดสินใจ 4.1 พัฒนาและเพ่ิม ประสิทธิภาพระบบ ฐานขอมูลเพ่ือการ การบริหารจัดการ ทรัพยากรนํ้า ระดับความสําเร็จในการ จัดทําระบบฐานขอมูลดาน ทรัพยากรนํ้า ท่ีทันสมยั ถูกตอง และบูรณาการเปน มาตรฐานเดียวกัน ทุกหนวยงานครอบคลุมท้ัง ระดับชาติ ลุมนํ้าและชุมชน มีระบบฐานขอมลูดาน ทรัพยากรนํ้า ท่ีทันสมัย ถูกตอง และบูรณาการเปน มาตรฐานเดียวกัน ทุกหนวยงาน ครอบคลมุ ท้ังระดับชาติ ลุมนํ้า และชุมชน อยางบูรณาการ และมีธรรมาภิบาล พัฒนา/เช่ือม โยงระบบฐาน ขอมูลระหวาง หนวยงานเปน มาตรฐานเดียว กัน (Bigdata) มีระบบตรวจ วัดและเตือน ภัยครอบคลุม ลุมนํ้าหลัก มีศูนยขอมูล กลางท่ีครอบ คลุมลุมนํ้าหลัก มีศูนยขอมูลกลางครอบคลุมทุกจังหวัด ชุมชนมีระบบสารสนเทศดานทรัพยากร นํ้าของชุมชนใชงาน โดยใชขอมูลระดับ ชุมชนจากศูนยขอมูลระดับจังหวัด มีระบบบริหารจัดการทรัพยากรนํ้า (platform) เพ่ือใชในการบริหาร จัดการทรัพยากรนํ้าอยางบูรณาการ และมีธรรมาภิบาล สทนช. สทนช./วท./ ดศ./ทส./กษ./ มท. ทุกหนวยงาน ๖๔ กลยุทธ /แผนงาน ตัวชี้วัด เปาหมาย (ป) หนวยงาน ขับเคลื่อน หนวยงานปฏิบัติ 20 ป 61-65 66-70 71-80 หลัก สนับสนุน 5. การศึกษา วิจัย และพัฒนาการ จัดการทรัพยากรนํ้า ระดับความสําเร็จของการ จัดทํางานศึกษาวิจัย และ นวัตกรรมเพ่ือขับเคลื่อน การบริหารจัดการนํ้าของ ประเทศท่ีถูกนําไปใช ประโยชน มีงาน วิจัย ศึกษา พัฒนาเทคโนโลยีและ นวัตกรรมท่ีไดนํามา ประยุกตใชขับเคลื่อน การบริหารจัดการนํ้า ของประเทศ กําหนด ประเด็นและ จัดทําแผนงาน นําผลการวิจัย มาขยายผล ดําเนินการอยางตอเน่ือง สทนช. สทนช./ อุดมศึกษาวิจัย และ นวัตกรรม/วท. ทุกหนวยงาน 6. การประชาสัมพันธและการมสีวนรวม 1. เสริมสรางการรับรู และประชาสัมพันธ นโยบาย/แผนแมบท การบริหารจัดการ ทรัพยากรนํ้า จํานวนชองทางของการ ประชาสมัพันธ 1.โทรทัศน 2. วิทยุ 3. หนังสือพิมพ 4. สิ่งพิมพ 5. เว็ปไซต 6. เครือขายสงัคมออนไลน 7. ประชุม/สมัมนา 8. นิทรรศการ 9. กิจกรรม 10. สื่อบุคคล สรางการรับรูนโยบาย แผนแมบทการบริหาร จัดการทรัพยากรนํ้า ท้ัง 6 ดาน อันจะ นําไปสูความรวมมือใน การพัฒนาและบริหาร จัดการนํ้าของประเทศ ไมนอยกวา รอยละ 70 ของ ชองทางท้ังหมด ไมนอยกวารอยละ 90 ของชองทาง ท้ังหมด ประชาสมัพันธในทุก ชองทางท้ังหมด สทนช. สทนช./กรม ประชาสมัพันธ ทุกหนวยงาน รอยละของหนวยงานดาน นํ้าท่ีมีการประชาสัมพันธ แผนแมบทฯ ดําเนินการใหได รอยละ 70 ไมนอยกวารอยละ 90 ของ หนวยงานดานนํ้า ทุกหนวยงานดานนํ้า ทตองมีการประชา สัมพันธแผนแมบทฯ รอยละของการรับรูของ ประชาชนท่ีมีตอแผนแมบท การบริหารจัดการ ทรัพยากรนํ้า ไมนอยกวา รอยละ 60 ของ กลุมตัวอยาง ไมนอยกวารอยละ 70 ของกลุม ตัวอยาง ไมนอยกวารอยละ 80 ของกลุมตัวอยาง - 2. บูรณาการการมี สวนรวมในการ บริหารจดัการ ทรัพยากรนํ้า จํานวนเรื่อง/กิจกรรม จัดทํากรอบงานและ สนับสนุนการมสีวน รวมขององคกรผูใชนํ้า ในการใช จัดกิจกรรมการ มีสวนรวมใหแก ภาคสวนท่ี เก่ียวของ ดําเนินการ อยางตอเน่ือง ดําเนินการ อยางตอเน่ือง สทนช. สทนช. ทุกหนวยงาน ๖๕ กลยุทธ /แผนงาน ตัวชี้วัด เปาหมาย (ป) หนวยงาน ขับเคลื่อน หนวยงานปฏิบัติ 20 ป 61-65 66-70 71-80 หลัก สนับสนุน 3. ผลักดันใหเกิด กลไกขยายผล ความสําเร็จดานการ บริหารจดัการนํ้าใน ระดับชุมชน/ระดับ ทองถ่ิน (ประเด็นการ ปฏิรูปประเทศ) จํานวนหมูบานท่ีสามารถ บริหารจดัการทรัพยากรนํ้า ไดดวยตนเอง และสามารถ ขยายผลความสําเร็จไปยัง พ้ืนท่ีอ่ืน ชุมชนสามารถบริหาร จัดการทรัพยากรนํ้า ในพ้ืนท่ีไดดวยตนเอง ผานกระบวนการมี สวนรวมของทุกภาค สวน และเกิด เครือขายการบริหาร จัดการทรัพยากรนํ้า ชุมชน ตามแนว พระราชดําร ิชุมชนมี ความเปนอยูท่ีดี เกิด ความยั่งยืนในทุกมิติ (6,000 หมูบาน) 800 หมูบาน 2,200 หมูบาน 3,000 หมูบาน สทนช. สทนช./มท./ อปท. ทส./กษ./ สสน./สกว. /มูลนิธิปดทอง หลังพระฯ/ กองทัพบก* หมายเหตุ : * มูลนิธิอุทกพัฒนฯ สนับสนุนเชิงเทคนิคใหกองทัพบกและใชแบบอยางความสําเร็จของเครือขายจัดการน้ําชุมชน ตามแนวพระราชดําริของมูลนิธิอุทกพัฒนฯ ขยายผลตอไป ๖๖ แนวทางการขับเคล่ือน ๑. การจัดทําอนุบัญญัติท่ีเก่ียวของกับพระราชบัญญัตทรัพยากรน้ําและการจัดตั้งคณะกรรมการ ลุมน้ํา สํานักงานทรัพยากรน้ําแหงชาติเปนหนวยงานหลักในการดําเนินการและประสานงานในการขับเคลื่อนการ บริหารจัดการทรัพยากรน้ําในระดับประเทศและลุมน้ํา ๒. แผนแมบทการบริหารจัดการทรัพยากรน้ํา ๒๐ ป สํานักงานทรัพยากรน้าํแหงชาติดําเนินการ จัดทําและถายทอดเปาหมายลงสูการดําเนินงานระดับลุมน้ําและแผนปฏิบัติการ รวมถึงติดตาม ประเมินผลการ ดําเนินงานของแผนงานตามนโยบายและแผนแมบทเก่ียวกับการบริหารจัดการน้ําเสนอตอคณะกรรมการ ทรัพยากรน้ําแหงชาติโดยมีกลุมผูใชน้ําทําหนาท่ีขับเคลื่อนการดําเนินงานภายใตคณะกรรมการลุมน้ํา ๓. การศึกษา วิจัย และพัฒนายกระดับการบริหารจัดการทรัพยากรน้ําและทรัพยากรมนุษย สํานักงานทรัพยากรน้ําแหงชาติรวมกับกระทรวงศึกษาธิการและหนวยงานท่ีเก่ียวของกําหนดประเด็นงานวิจัย นวัตกรรมท่ีเปนชองวาง ภายในป พ.ศ. ๒๕๖๓ และขับเคลื่อนดวยการใชเทคโนโลย ีนวัตกรรม สนับสนุนการเพ่ิม มูลคาเพ่ิมของภาคการผลิตและบริการตอไป ๔. การพัฒนาระบบฐานขอมูลทรัพยากรน้ําและขอมูลอ่ืนท่ีเก่ียวของ สํานักงานทรัพยากรน้ําแหงชาติ กระทรวงดิจิทัลเพ่ือเศรษฐกิจและสังคม และกระทรวงวทิยาศาสตรและเทคโนโลยี ประสานงานรวมกับหนวยงาน ท่ีเก่ียวของในการพัฒนาและเชื่อมโยงระบบคลังขอมูลน้ําและระบบโทรมาตร สําหรับการเฝาระวังคุณภาพน้ํานั้น กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่ งแวดลอมเปนหนวยงานหลักในการดําเนินการในแมน้ํ าสายหลัก และแหลงน้ํานิ่งท่ีสําคัญ ๔.๖ การขับเคล่ือนการดําเนินงานตามแผนแมบทภายใตยุทธศาสตรชาติ การจัดทําแผนแมบทการบริหารจัดการทรัพยากรน้ํา ๒๐ ป (พ.ศ. ๒๕๖๑-๒๕๘๐) สอดคลองกับ ยุทธศาสตรชาติ ๒๐ ป (แผนระดับ ๑) ในดานท่ี ๕ ยุทธศาสตรดานการสรางการเติบโตบนคุณภาพท่ีเปนมิตรกับ สิ่งแวดลอม และแผนแมบทภายใตยุทธศาสตรชาติ (แผนระดับ ๒) ภายใตประเด็นท่ี ๑๙ การบริหารจัดการน้ํา ท้ังระบบ ซ่ึงมีเปาหมายในภาพรวม เพ่ือใหเกิดความม่ันคงและเกิดความสมดุลดานน้ํา ท้ังดานการจัดหา การใชและ การอนุรักษ รวมถึงการดูแลพิบัติภัยท้ังระบบ โดยกําหนดแนวทางการพัฒนาตามแผนยอย ๓ แผน คือ ๑. พัฒนาการจัดการน้ําเชิงลุมน้ําท้ังระบบเพ่ือเพ่ิมความม่ันคงดานน้ําของประเทศ ๒. เพ่ิมผลิตภาพของน้ําท้ังระบบ ในการใชน้ําอยางประหยัด รูคุณคา และสรางมูลคาเพ่ิมจากการ ใชน้ําใหทัดเทียมกับระดับสากล เพ่ือเพ่ิมประสิทธิภาพการบริหารจัดการน้ําและพัฒนาเศรษฐกิจ ๓. อนุรักษและฟนฟูแมน้ําลําคลองและแหลงน้ําธรรมชาติท่ัวประเทศ เพ่ือฟนฟูแมน้ําลําคลอง บนพ้ืนฐานของการรักษาสมดุลนิเวศ และไดมีการกําหนด แผนงานโครงการสําคัญท่ีสอดคลองกับประเด็นเรงดวน ๑๕ ประเด็น (Quick Win) ประเด็นท่ี ๔ บริหารจัดการน้ําและมลพิษ โดยในแผนงานจัดระบบการจัดการน้ําในภาวะวิกฤต ประกอบดวย ๒ โครงการ คือ ๑. โครงการบรรเทาภัยพิบัติทางน้ําแบบบูรณาการ ๒. โครงการพัฒนาระบบน้ําชุมชนเพ่ือเกษตรยังชีพนอกเขตชลประทานสูภัยแลง โดยแผนแมบทการบริหารจัดการทรัพยากรน้ํา ๒๐ ป (พ.ศ. ๒๕๖๑-๒๕๘๐) ไดกําหนดไว ๖ ดาน ท้ังนี้ การจัดทํา แผนแมบทการบริหารจัดการทรัพยากรน้ํา ไดปรับปรุงเปาหมาย และแนวทางการขับเคลื่อนใหสอดคลองกับ ยุทธศาสตรชาติ ๒๐ ป และแผนแมบทภายใตยุทธศาสตรชาติ โดยไดเพ่ิมเปาหมายในการควบคุมปริมาณการไหล ๖๗ ของน้ําเพ่ือรักษาสิ่งแวดลอม (แผนแมบทดานท่ี ๔) การยกระดับการจัดการน้ําใหมีความเชื่อมโยงกับการผลิต (แผนแมบทดานท่ี ๒) ภายใตแผนแมบทประเด็นท่ี ๑๙ การบริหารจัดการน้ําท้ังระบบพรอมท้ังยังมีเปาหมายบาง ประเด็นท่ีไมไดดําเนินการในแผนแมบทการบริหารจัดการทรัพยากรน้ําโดยตรง แตดําเนินการตามแผนแมบท ภายใตแผนยุทธศาสตรชาติในประเด็นอ่ืนๆ ประกอบดวย ๑. จัดทําแผนและดําเนินการปองกัน ฟนฟู รักษา รวมกับแผนรักษาเขตตนน้ํา ถูกขับเคลื่อนให ดําเนินการตามแผนแมบทภายใตยุทธศาสตรชาติ ประเด็นท่ี ๑๘ การสรางการเติบโตอยางยั่งยืน โดยหยุดยั้ง การบุกรุกทําลายพ้ืนท่ีปา ใหมีการบริหารจัดการเชิงพ้ืนท่ีและมีการบูรณาการทุกหนวยงานในการตรวจติดตาม เฝาระวังและปองกันการบุกรุกปา รวมถึงบริหารจัดการการใชประโยชนท่ีดินในพ้ืนท่ีปาบนพ้ืนฐานใหคนและชุมชน สามารถอยูรวมกับปาได ๒. การจัดการน้ําเสียภาคการเกษตร ดําเนินตามแผนแมบทภายใตยุทธศาสตรชาติ ประเด็นท่ี ๑๘ การสรางการเติบโตอยางยั่งยืน โดยจัดการมลพิษท่ีมีผลกระทบตอสิ่งแวดลอม และสารเคมีในภาคเกษตรท้ังระบบ ใหเปนไปตามมาตรฐานสากล ๓. การยกระดับผลิตภาพดานน้ํา ตองดําเนินการรวมกับแผนแมบทภายใตยุทธศาสตรชาติ ๓ ประเด็น ดังนี้ ๓.๑ ประเด็นท่ี ๓ ประเด็นการพัฒนาการเกษตรโดยสงเสริมการผลิตและแปรรูปสินคา เกษตรสรางมูลคา ๓.๒ ประเด็นท่ี ๔ อุตสาหกรรมและบริการแหงอนาคต โดยการเพ่ิมประสิทธิภาพ ผลิตภาพ การผลิต และขีดความสามารถในการแขงขันดวยเทคโนโลยีดิจิทัล ๓.๓ ประเด็นท่ี ๑๖ การพัฒนาความเสมอภาคและสงเสริมเศรษฐกิจฐานราก โดยการ เพ่ิมขีดความสามารถการผลิต และเปนผูประกอบการธุรกิจเกษตร การพัฒนาระบบตลาดสําหรับสินคาเกษตร เพ่ือลดชองวางของรายไดระหวางประชาชนและเพ่ิมรายไดของครัวเรือนในภาคเกษตรอยางยั่งยืน ๖๘ บทที่ ๕ แนวทางการขับเคลื่อนแผนแมบท ขอเสนอแนะ ๕.๑ การถายทอดแผนแมบทการบริหารจัดการทรัพยากรน้ําระดับชาติลงสูแผนแมบท/แผนปฏิบัติการระดับลุมน้ํา รัฐธรรมนูญแหงราชอาณาจักรไทยมาตรา ๖๕ กําหนดใหรัฐพึงจัดใหมียุทธศาสตรชาติเปนเปาหมาย การพัฒนาประเทศอยางยั่งยืนตามหลักธรรมาภิบาลเพ่ือใชเปนกรอบในการจัดทําแผนตางๆ ใหสอดคลองและ บูรณาการกัน โดยกําหนดยุทธศาสตรชาติ ๒๐ ป พ.ศ ๒๕๖๑-๒๕๘๐ ไวท้ังหมด ๖ ดาน ซ่ึงดานท่ีเก่ียวของกับ การบริหารจัดการทรัพยากรน้ํา คือ ดานท่ี ๕ ยุทธศาสตรชาติดานการสรางการเติบโตบนคุณภาพชีวิตท่ีเปนมิตร กับสิ่งแวดลอม ประกอบดวยแนวทางการพัฒนา ๖ ดาน มีดานท่ีเก่ียวของ ไดแก ๑) การสรางการเติบโตอยางยั่งยืนบนสังคมเศรษฐกิจสีเขียว ๑.๑ อนุรักษและฟนฟูแมน้ําลําคลองใหคลอบคลุมแมน้ําลําคลองท่ัวประเทศ ๒) พัฒนาความม่ันคงทางน้ํา พลังงาน และเกษตรท่ีเปนมิตรตอสิ่งแวดลอม ท่ีเก่ียวของ คือ ๒.๑ มีการพัฒนา จัดการน้ําเชิงลุมน้ําท้ังระบบ เพ่ือเพ่ิมความม่ันคงดานน้ําของประเทศ ๒.๒ เพ่ิมผลิตภาพของน้ําท้ังระบบในการใชน้ําอยางประหยัด รูคุณคา และสรางมูลคาเพ่ิมจาก การใชน้ําใหทัดเทียมระดับสากล ภายใตยุทธศาสตรชาติ ๒๐ ป ไดกําหนดแผนแมบทภายใตยุทธศาสตรชาติไวท้ังหมดจํานวน ๒๓ ประเด็นแผนแมบท ท่ีเก่ียวของกับการบริหารจัดการทรัพยากรน้ํา คือ ดานท่ี ๑๙ ประเด็นการบริหารจัดการน้ํา ท้ังระบบ พ.ศ ๒๕๖๑-๒๕๘๐ โดยกําหนดแนวทางการพัฒนาไว ๓ แผนยอย คือ ๑) แผนยอย พัฒนาการจดัการน้ําเชิงลุมน้ําท้ังระบบเพ่ือเพ่ิมความม่ันคงดานน้ําของประเทศ ๒) แผนยอย เพ่ิมผลิตภาพของน้ําท้ังระบบ ในการใชน้ําอยางประหยัด รู คุณคา และสรางมูลคาเพ่ิมจากการใชน้ําใหทัดเทียมกับระดับสากล ๓) แผนยอย อนุรักษและฟนฟูแมน้ําลําคลองและแหลงน้ําธรรมชาติท่ัวประเทศ แผนแมบทการบริหารจัดการทรัพยากรน้ํา ๒๐ ป (พ.ศ. ๒๕๖๑ –๒๕๘๐) ไดจัดทําใหสอดคลอง กับยุทธศาสตรชาติ ๒๐ ป พ.ศ. ๒๕๖๑ – ๒๕๘๐ และแผนแมบทภายใตยุทธศาสตรชาติ โดยสําหรับการขับเคลื่อน แผนแมบทการบริหารจัดการทรัพยากรน้ํา ๒๐ ป สูการปฏิบัติ (ตามรูปท่ี ๕-๑) สรุปไดดังนี้ ๑. คณะกรรมการทรัพยากรน้ําแหงชาติ (กนช.) โดยอนุกรรมการยุทธศาสตรการบริหารจัดการ ทรัพยากรน้ําซ่ึงสํานักงานทรัพยากรน้ําแหงชาติ (สทนช.) เปนเลขานุการนั้น จัดทําแผนแมบทการบริหารจัดการ ทรัพยากรน้ํา ๒๐ ป (พ.ศ. ๒๕๖๑ –๒๕๘๐) (๑) (มาตราท่ี ๑๗ ขอ (๑) พระราชบัญญัติทรัพยากรน้ํา พ.ศ. ๒๕๖๑) ให มีความสอดคลองและสนับสนุนเปาหมายแผนแมบทภายใตยุทธศาสตร ๒๐ ป พ.ศ. ๒๕๖๑ – ๒๕๘๐ โดยแผนแมบท ดังกลาว ประกอบดวย ๒๘ กลยุทธ ๕๔ แผนงาน ๖๙ รูปท่ี ๕-๑ ผังแสดงการขับเคล่ือนแผนแมบทการบริหารจัดการทรัพยากรน้ํา ๒๐ ป ๗. คณะรัฐมนตรี ๑. แผนแมบทน้ํา ๒๐ ป ๒๘ กลยุทธ ๕๔ แผนงาน สนับสนุนเปาหมาย/แผนแมบท ภายใตยุทธศาสตรชาต ิ ๖. คณะกรรมการ ทรัพยากรน้ําแหงชาติ แผนแมบทน้ํา ๒๐ ป แผนแมบทลุมน้าํ แผนบูรณาการงบประมาณ ประจาํป สทนช. และหนวยงาน ตามภารกิจแผนแมบทฯ กนช. โดยอนุกรรมการ ยุทธศาสตรการบริหาร จัดการทรัพยากรนํ้า (สทนช. เลขาฯ) ๕. คณะกรรมการลุมน้ํา แผนแมบทลุมนํ้า แผนบูรณาการงบประมาณ ประจําป ๒. แผนปฎิบัติตามภารกิจ (Functions) แผนปฎิบัติการตามภารกิจแผนแมบท แผนแมบทรายพ้ืนท่ีวิกฤต/โครงการสําคญั คณะกรรมการลุมนํ้า โดยเลขานุการ คณะกรรมการลุมนํ้า/ หนวยงาน/จังหวัด/ อปท./ผูมสีวนไดสวนเสีย เลขานุการ คณะกรรมการลุมนํ้า จัดทํา ถายทอดกลยุทธ/แผนงานลงสู แผนปฏิบัติและแผนแมบทรายพื้นที ่ เสนอ กนช. กนช. เห็นชอบ สทนช.วิเคราะห/กําหนดประเด็น และเปาหมายเบื้องตน วิเคราะหความเชื่อมโยงกับแผนกลุมจังหวัด/ จังหวัด/ทองถิ่น และสถานการณของพืน้ที ่ วิเคราะห/จัดลําดับความสําคัญ แผนแมบทลุมน้ํา จัดทํา เสนอ กนช. เห็นชอบ เสนอ ครม. (แผนแมบทน้ํา ๒๐ ป และ แผนบูรณาการงบประมาณประจําป) ครม. เห็นชอบ เสนอคณะกรรมการลุมน้ํา เห็นชอบ จัดทํา จัดทํา ๘. กระทรวงเจาสังกัด ๙. สํานักงบประมาณ คณะกรรมการลุมน้ํา เห็นชอบ ๓. แผนแมบทลุมน้ํา แผนปฎิบัติการตามภารกิจของหนวยงาน (สะทอนเปาหมายแผนแมบทรายลุมนํ้า) แผนปฏิบัติการระดับพ้ืนท่ี (สะทอนเปาหมายความตองการของพ้ืนท่ี ่ ๔.แผนปฏิบัติการประจําป ๗๐ ๒. สํานักงานทรัพยากรน้ําแหงชาติ (สทนช.) และหนวยงานถายทอดเปาหมายและกลยุทธแผนแมบท การบริหารจัดการทรัพยากรน้ํา ๒๐ ป (พ.ศ. ๒๕๖๑-๒๕๘๐) ไปสูการจัดทําแผนแมบทลุมน้ํา โดยพิจารณาแผนปฏิบัติ การตามภารกิจของหนวยงานภายใตแผนแมบทฯ ๒๐ ป และแผนแมบทรายพ้ืนท่ีวิกฤต (Area based) /โครงการสําคัญ (Project based) (๒) จําแนกรายลุมน้ํา เพ่ือใชเปนขอมูลใหกับคณะกรรมการลุมน้ําใชพิจารณาในการจัดทําแผนแมบทลุมน้ํา ๓. คณะกรรมการลุมน้ํา (โดยเลขานุการลุมน้ํา/หนวยงาน/จังหวัด/ผูมีสวนไดสวนเสีย) ทําหนาท่ีวิเคราะห ขอมูลแผนปฏิบัติการตามภารกิจ (แผนปฏิบัติการตามภารกิจของหนวยงานภายใตแผนแมบทฯ ๒๐ ป และแผนแมบท รายพ้ืนท่ีวิกฤต (Area based) /โครงการสําคัญ (Project based)) เชื่อมโยงกับความตองการในการพัฒนาของพ้ืนท่ีจาก แผนปฏิบัติการของพ้ืนท่ี (แผนปฏิบัติการของกลุมจังหวัด จังหวัด อปท. ทองถ่ิน) สถานการณของพ้ืนท่ีลุมน้ํา แผนหลัก การพัฒนาโครงการในลุมน้ํา และผลการวิเคราะหทางเลือกการบริหารจัดการน้ําของลุมน้ํา (การประเมินผลกระทบสิ่งแวดลอม เชิงกลยุทธ : Strategic Environmental Assessment (SEA)) เพ่ือวิเคราะหและจัดทําแผนแมบทลุมน้ํา (๓) ๔. เลขานุการคณะกรรมการลุมน้ําทําหนาท่ีในการวิเคราะหและจัดทําแผนปฏิบัติการประจําป (๔) ตามกรอบแผนงาน/โครงการท่ีจะระบุไวในแผนแมบทลุมน้ํา โดยเม่ือคณะกรรมการลุมน้ําพิจารณาใหความเห็นชอบ (๕) ตอแผนแมบทลุมน้ําและแผนบูรณาการงบประมาณประจําปเรียบรอยแลว จะไดเสนอใหคณะกรรมการทรัพยากรน้ําแหงชาติ (๖) ใหความเห็นชอบตอแผนแมบทลุมน้ําและแผนบูรณาการงบประมาณประจําปตอไป โดยในสวนแผนบูรณาการงบประมาณ ประจําปนั้น คณะกรรมการทรัพยากรน้ําแหงชาติจะตองเสนอคณะรัฐมนตรพิีจารณา (๗) ใหความเห็นชอบ (มาตราท่ี ๑๗ ขอ (๒) พระราชบัญญัติทรัพยากรน้ํา พ.ศ. ๒๕๖๑) และเม่ือแผนดังกลาวผานความเห็นชอบแลว (แผนแมบทลุมน้ํา โดยคณะกรรมการทรัพยากรน้ําแหงชาติ และแผนบูรณาการงบประมาณประจําป โดยคณะรัฐมนตร)ี การดําเนินการตาม แผนแมบทลุมน้ําสูการปฏิบัติ กระทรวงเจาสังกัด (๘) จะไดขอจัดสรรงบประมาณตอสํานักงบประมาณ (๙) ในการ ขับเคลื่อนแผนงาน/โครงการตามแผนแมบทลุมน้ําและแผนปฏิบัติการประจําปตอไป ท้ังนี้ จะมีการปรับปรุงการจัดทํางบประมาณรายป และปรับปรุงแผนแมบทการบริหารจัดการ ทรัพยากรน้ําทุก ๕ ป พรอมท้ังจะตองพัฒนาระบบการติดตามประเมินผลในทุกระดับ ตั้งแตการประเมินผลในระดับ โครงการ ระดับลุมน้ํา ระดับแผนแมบทและระดับยุทธศาสตรชาติ เพ่ือปรับปรุงแผนแมบทการบริหารจัดการทรัพยากรน้ํา ทุก ๕ ป ใหมีความสอดคลองกับบริบทและแนวทางการพัฒนาท่ีเปลี่ยนแปลง ๕.๒ การจัดสรรงบประมาณแบบบูรณาการ เพ่ือใหเกิดการบูรณาการหนวยงานท่ีเก่ียวของในการดําเนินการตามแผนแมบทการบริหาร จัดการทรัพยากรน้ํา อยางมีประสิทธิภาพ บรรลุตามวัตถุประสงค และเปาหมายท่ีกําหนด จําเปนตองมีการจัดสรร งบประมาณแบบบูรณาการตามกรอบนโยบาย ดังนี ้ ๑) คณะกรรมการทรัพยากรน้ําแหงชาติ (กนช.) จัดทํากรอบนโยบายการจัดทําแผนงาน งบประมาณ การบริหารจัดการทรัพยากรน้ําแบบบูรณาการ โดยกําหนดเปาหมาย ลําดับความสําคัญของกิจกรรม แผนงาน โครงการ และพ้ืนท่ีเปาหมาย รวมท้ังการรับฟงความคิดเห็นของประชาชน และกรรมการลุมน้ํา เพ่ือเปน กรอบแนวทางในการจัดทําแผนปฏิบัติการระดับจังหวัด ระดับลุมน้ํา และของหนวยงาน โดยมีหลักเกณฑ การจัดทําแผนปฏิบัติการ สอดคลองกับแผนแมบทการบริหารจัดการทรัพยากรน้ํา ๒๐ ป ดังนี้ ๗๑ แผนงานตามภารกิจพ้ืนฐาน (FUNCTION) แผนงานตามภารกิจยุทธศาสตร นโยบายเรงดวน แนวทางปฏิรูป ภาครัฐ งบประมาณบูรณาการ (AGENDA) แผนงานตามภารกิจพ้ืนท่ี ทองถิ่น ภูมิภาค จังหวัด กลุมจังหวัด (AREA) ลักษณะงาน ๑) กิจกรรมภารกิจพ้ืนฐาน/ ภารกิจหลัก/ภารกิจประจํา ของแตละหนวยงาน ๒) กิจกรรมท่ีดําเนินการ แลวเสร็จภายใน ๑ ป ๓) ไมมีผลเก่ียวเนื่องถึง หนวยงานอ่ืนๆ ๔) ดําเนินการในจุดดําเนินการ ท่ีไมสงผลตอพ้ืนท่ีดําเนินการอ่ืน ลักษณะงาน ๑) มีเปาหมายหลักในการขับเคลื่อน แผนแมบทการบริหารจัดการ ทรัพยากรน้ํา ๒) แผนงาน/โครงการสําคัญ ภายใตการกําหนดพ้ืนท่ีเปาหมาย เชิงยุทธศาสตร (AREA BASED) ๓) บูรณาการการดําเนินงานรวมกัน โดยสงผลเปาหมายรวมกันมากกวา ๑ หนวยงาน ๔) ผลงานจากการดําเนินงานของ โครงการเพ่ือแกปญหาทรัพยากรน้ํา เชิงพ้ืนท่ีอยางเปนระบบ ๕) เปนงานท่ีตองใชเทคนิคท่ีมี ความซับซอน หนวยงานท่ีมี ความชํานาญเฉพาะใหการสนับสนุน ลักษณะงาน ๑) โครงการดานน้ําขนาดเล็กท่ี ดําเนินการแกไขปญหาเฉพาะจุด แกไขปญหาพ้ืนท่ีระดับตําบล/ หมูบาน ๒) ดําเนินการแลวเสร็จ ภายใน ๑ ป ๓) แกไขปญหาตามความตองการ ในการแกไขปญหาเฉพาะท่ี ๔) ไมมีความยุงยากซับซอน เชิงวิชาการ ๕) อยูในภารกิจการถายโอน ใหแกองคกรปกครองสวนทองถ่ิน ตามขอพิจารณารวมกันระหวาง หนวยงานดําเนินงานและ คณะกรรมการกระจายอํานาจ* ตารางท่ี ๕-๑ หลักเกณฑการจดัทําแผนปฏิบัติการ สอดคลองกับแผนแมบทการบริหารจดัการทรัพยากรน้ํา ๒๐ ป ๒) สํานักงบประมาณ หารือกับสํานักงานทรัพยากรน้ําแหงชาติ (สทนช.) และหนวยงาน ท่ีเก่ียวของ บูรณาการสาระสําคัญ ของแผนแมบทการบริหารจัดการทรัพยากรน้ําและการจัดสรรงบประมาณ ท่ีสอดคลองกัน รวมท้ังแนวทางจัดทําแผนงานโครงการ เพ่ือเปนขอมูลประกอบการอนุมัติงบประมาณ ๓) สํานักงบประมาณและหนวยงานท่ีเก่ียวของรวมกันกําหนดแนวทาง สนับสนุน แผนพัฒนาจังหวัด กลุมจังหวัดและทองถ่ิน ตามแผนบริหารจัดการทรัพยากรน้ํา รวมท้ังการจัดสรรงบประมาณ รายกระทรวงและมิติพ้ืนท่ี โดยมีข้ันตอนในการเสนอแผนงานตามพระราชบัญญัติทรัพยากรน้ํา พ.ศ. ๒๕๖๑ ดังนี้ ๗๒ รูปท่ี ๕.๒ ข้ันตอนการเสนอแผนงานตามพระราชบัญญัติทรัพยากรน้ํา ป พ.ศ. ๒๕๖๑ ๕.๓ การเตรียมความพรอมในการขับเคล่ือน ๑) การเตรียมความพรอมในการขับเคลื่อนการแกไขปญหาอุทกภัยและภัยแลงเชิงพ้ืนท่ีอยางเปน ระบบ (Area Based) คณะกรรมการทรัพยากรน้ําแหงชาติไดมีมติในการประชุม ครั้งท่ี ๒/๒๕๖๐ วันท่ี ๙ สิงหาคม ๒๕๖๐ ในการจัดทําแผนท่ีเชิงพ้ืนท่ีเพ่ือปองกันอุทกภัยและภัยแลงใหมีประสิทธิภาพ ภายในป พ.ศ. ๒๕๖๑ และให สํานักงานทรัพยากรน้ําแหงชาติเปนหนวยงานบูรณาการในการดําเนินงาน ซ่ึงการจัดทําแผนแมบทการบริหาร จัดการทรัพยากรน้ํา ๒๐ ป ไดศึกษาแผนหลักรายพ้ืนท่ีวิกฤต (Area Based ๖๖ พ้ืนท่ี) เพ่ือกําหนดขนาดแผนงาน และโครงการท่ีเหมาะสมท่ีจะดําเนินการในแตละพ้ืนท่ี รวมถึงกําหนดโครงการสําคัญ/ขนาดใหญ (Flagships) ในระยะ ๕ ป ดําเนินการใหมีผลเปนรูปธรรม โดยการขับเคลื่อนโครงการภายใตแผนหลักรายพ้ืนท่ีวิกฤต (Area Based) มีแนวทางการดําเนินงาน ดังนี้ ๑.๑) โครงการบูรณาการการดําเนินงานหลายหนวยงาน เตรียมความพรอมชวงแรก โดยการจัดทําแผนหลัก (Master Plans) ในพ้ืนท่ีวิกฤต (Area based) หรือเพ่ีอกําหนดรายละเอียดการดําเนินการโครงการ กรอบระยะเวลา และการติดตามประเมินผล ภายใตบริบทบูรณาการท้ังเชิงพ้ืนท่ีและหนวยงาน โดยภายหลังจากการจัดทํา แผนหลัก หนวยงานท่ีเก่ียวของจะไดดําเนินการเตรียมความพรอมตอไป ๑.๒) สําหรับโครงการท่ีมีหนวยงานรับผิดชอบเพียงหนวยงานเดียวนั้น หนวยงาน สามารถเตรียมความพรอมโครงการโดยการจัดทํารายละเอียดของแผนงาน การศึกษาความเปนไปไดของโครงการ การประเมินความเหมาะสม และดําเนินการโครงการตามกรอบเวลาท่ีกําหนดไวในแผนแมบทการบริหารจัดการ ทรัพยากรน้ํา ๒๐ ป ๗๓ ๒) การเตรียมความพรอมในการขับเคลื่อนการบริหารจัดการทรัพยากรน้ํา รายแผนงาน (Project based) เพ่ือใหแผนแมบทการบริหารจัดการทรัพยากรน้ํา ๒๐ ป สามารถขับเคลื่อนไปสูการปฏิบัติไดอยางมี ประสิทธิภาพ เปนรูปธรรม การดําเนินการตามแผนงานขับเคลื่อนโดยมีหนวยงานหลักทําหนาท่ีในการประสานงานบูรณาการ การทํางานในสวนท่ีเก่ียวของ โดยมีรายละเอียด ดังนี้ ตารางท่ี ๕-๒ ประเด็นการขับเคล่ือน หนวยงานหลัก และหนวยงานสนับสนุน แผนแมบท หนวยงานอํานวยการ ขับเคล่ือน หนวยงานปฏิบัติ หลัก สนับสนุน ดานท่ี ๑ การจัดการน้ําอุปโภค บริโภค สทนช./มท. สถ./ทบ./กปน./กปภ./ทน./ อปท. ทบ./อน./สป.ทส./ทน./ นทพ./ชป./กปภ./ ทุกหนวยงาน/ ภาคเอกชน ดานท่ี ๒ การสรางความม่ันคงน้ํา ภาคการผลิต สทนช./กษ สทนช./ชป./ทน./พด./ทบ./ กรอ./กนอ./อปท./สปก./ กสก./กข./ฝล./อปท. มท./กษ/สถ./ทน./ ทบ./ กปร./ปภ/สปก./ สภาอุตสาหกรรม/ ทุกหนวยงาน ดานท่ี ๓ การจัดการน้ําทวม และอุทกภัย สทนช./มท. สทนช./ยผ./กทม./จท/ชป./ ทน./สถ./ปภ./อปท. จท./ทล./ทช./รฟท./ สถ./ปภ./ทน./กทม./ ชป./กองทัพบก/ปค./ ทธ./ยผ./สสน./สทอภ. ดานท่ี ๔ การจัดการคุณภาพน้ํา และอนุรักษทรัพยากรน้ํา สทนช./มท./ทส. สทนช./สถ./อจน./กทม./ กรอ./กฟผ./สป.ทส./มท./ ทด. ชป./พม./จท./คพ./ ทน./สมอ./อปท./สส./อปท. สผ./กปม./จท./ยผ./ ปม./ธร./ปศ. ดานท่ี ๕ การอนุรักษฟนฟูสภาพ ปาตนน้ําท่ีเสื่อมโทรมและปองกัน การพังทลายของดิน ทส. อส./ปม./พด. สผ./ภาคเอกชน ดานท่ี ๖ การบริหารจัดการ สทนช. สทนช./มท./ทส./กษ./วท./ ดศ./ อุดมศึกษาวิจัยและ นวัตกรรม/กรม ประชาสัมพันธ ทส./กษ./สสน./ ทุกหนวยงาน/ ภาคประชาชน หมายเหตุ มท. กระทรวงมหาดไทย/ ทส. กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดลอม/กษ. กระทรวงเกษตรและสหกรณ ดศ. กระทรวงดิจิทัลเพ่ือเศรษฐกิจและสังคม/ วท. กระทรวงวิทยาศาสตรและเทคโนโลยี ๗๔ ๓) การศึกษาวิจัยเพ่ือขับเคลื่อนแผนแมบท สถาบันการศึกษา รวมกันหนวยงานท่ีเก่ียวของดําเนินการศึกษา และวิจัย เพ่ือพัฒนา นวัตกรรม การบริหารทรัพยากรน้ํา โดยใชเทคโนโลยีสนับสนุนใหเกิดการขับเคลื่อนแผนแมบท สามารถบรรลุเปาหมายตาม ท่ีกําหนดไว เชน การศึกษาเพ่ือปรับโครงสรางองคบริหารจัดการน้ํา พ้ืนท่ีใชน้ํามากในภาคตะวันออก เปนตน ๕.๔ การติดตามประเมินผล แผนแมบทการบริหารจัดการทรัพยากรน้ํา ๒๐ ป (พ.ศ. ๒๕๖๑-๒๕๘๐) ไดถูกจัดทําใหสอดคลอง กับยุทธศาสตรชาติ ๒๐ ป (แผนระดับ ๑) ในดานท่ี ๕ ยุทธศาสตรดานการสรางการเติบโตบนคุณภาพท่ีเปนมิตร กับสิ่งแวดลอม และแผนแมบทภายใตยุทธศาสตรชาติ (แผนระดับ ๒) ภายใตประเด็นท่ี ๑๙ การบริหารจัดการน้ํา ท้ังระบบ และเพ่ือใหบรรลุเปาหมาย ผลผลิต/ผลลัพธ ตามกลยุทธ/แผนงานตามแมบทการบริหารจัดการ ทรัพยากรน้ํา ๒๐ ป (แผนระดับ ๓) จึงไดกําหนดแนวทางและตัวชี้วัดในการติดตามประเมินผลแผนแมบทการ บริหารจัดการทรัพยากรน้ํา ๒๐ ป (พ.ศ. ๒๕๖๑-๒๕๘๐) ดังนี้ ๑. การติดตามประเมินผลผลสัมฤทธิ์ (ผลผลิต/ผลลัพธ) กลยุทธและแผนงานภายใตแผนแมบท การบริหารจัดการทรัพยากรน้ํา ๒๐ ป (พ.ศ. ๒๕๖๑-๒๕๘๐) (๒๘ กลยุทธ ๕๔ แผนงาน) โดยเปนการติดตามประเมินผล การดําเนินงานผานตัวชี้วัด ๕๔ แผนงาน ภายใตกรอบแผนงบประมาณตาม (๑) ภารกิจพ้ืนฐาน (Function) (๒) ภารกิจ ยุทธศาสตร นโยบายเรงดวน แนวทางปฏิรูปภาครัฐ งบประมาณบูรณาการ (Agenda) (๓) ภารกิจพ้ืนท่ี ทองถ่ิน ภูมิภาค จังหวัด กลุมจังหวัด (Area) (๔) งบกลาง และ (๕) เงินกู จึงกําหนดใหมีระบบติดตามประเมินผลท่ีสะทอนการบรรลุ เปาหมายและตัวชี้วัดของแผนแมบทการบริหารจัดการทรัพยากรน้ํา ๒๐ ป (พ.ศ. ๒๕๖๑-๒๕๘๐) ในแตละดาน และทุกระดับ ดังนี้ ๑.๑ การติดตามในรูปแบบของการรายงาน ผานระบบสารสนเทศ เพ่ือทราบผลความกาวหนา การดําเนินงานเปรียบเทียบกับเปาหมายท่ีกําหนด ๑.๒ การประเมินผลการดําเนินงานและการประเมินดัชนีชี้วัดสากล เพ่ือทราบประสิทธิภาพ ประสิทธิผล ผลกระทบท่ีเกิดข้ึน ปญหาอุปสรรค และขอจํากัดในการดําเนินโครงการ และการขับเคลื่อนแผนแมบทฯ รวมท้ัง ขอเสนอแนะการปรับปรุงแผนแมบทฯ และกลไกการขับเคลื่อนของหนวยงาน ๑.๓ การติดตามโดยบุคคล หรือคณะกรรมการ เพ่ือใหมีการกํากับดูแลและหนวยงานขับเคลื่อน แผนแมบทฯ มีจุดมุงหมายในการดําเนินงานไปในทิศทางเดียวกัน ท้ังนี้ มีการติดตามประเมินผลท้ังกอนเริ่มโครงการ ระหวางดําเนินการ และหลังการดําเนินงาน เปนการติดตามประเมินผลท้ังระบบ ตั้งแตปจจัยนําเขา กระบวนการดําเนินการ ผลผลิต ผลลัพธ และผลกระทบ ตอการบรรลุเปาหมายตามแผนแมบทฯ ตั้งแตระดับชาติ ระดับประเด็นการพัฒนา ระดับหนวยงาน และระดับพ้ืนท่ี พรอมท้ังเปดโอกาสใหผูมีสวนไดสวนเสียเขามามีสวนรวมในการติดตาม ประเมินผล และจัดใหมีการรายงานการติดตาม ประเมินผลในการบรรลุเปาหมายตอสาธารณะ คณะกรรมการทรัพยากรน้ําแหงชาติ และคณะรัฐมนตรีเปนประจํา รวมท้ังการตรวจสอบโดยองคกรอิสระตองเปนไปเพ่ือสงเสริมการขับเคลื่อนแผนแมบทฯ ๗๕ ๒. การติดตามประเมินผลผลสัมฤทธิ์ (ผลผลิต/ผลลัพธ) ภาพรวม ๖ ดาน ภายใตแผนแมบทการ บริหารจัดการทรัพยากรน้ํา ๒๐ ป (พ.ศ. ๒๕๖๑-๒๕๘๐) เพ่ือติดตามผลการดําเนินการของแผนแมบทการบริหาร จัดการทรัพยากรน้ํา ๒๐ ป (พ.ศ. ๒๕๖๑-๒๕๘๐) ใหสอดคลองและเชื่อมโยงกับเปาหมายในระดับผลสัมฤทธิ์ (ผลผลิต และ ผลลัพธ) ของแผนแมบทภายใตยุทธศาสตรชาติ ประเด็นท่ี ๑๙ การบริหารจัดการน้ําท้ังระบบ สรุปรายละเอียด ตัวชี้วัดสําหรับการประเมินผลสัมฤทธิ์แผนแมบทการบริหารจัดการทรัพยากรน้ํา ๒๐ ป ในแตละดาน ตามตารางท่ี ๕-๓ ตารางท่ี ๕-๓ สรุปตัวช้ีวัดผลสัมฤทธิ์ภาพรวม ๖ ดานแผนแมบทการบริหารจัดการทรัพยากรน้ํา ๒๐ ป แผนแมบทฯ ผลสัมฤทธิ์ (Outcome) ตัวช้ีวัด (Indicators) ดานท่ี ๑ การจัดการน้ํา อุปโภคบริโภค ประชากรเขาถึงน้ําสะอาด ท้ังดานปริมาณและคุณภาพ ๑. สัดสวนการเขาถึงน้ําประปา จํานวนครัวเรือนท่ีเขาถึงน้ําประปา/จํานวนครัวเรือนท้ังหมด ๒. สัดสวนการเขาถึงน้ําประปาท่ีไดมาตรฐาน จํานวนครัวเรือนท่ีเขาถึงน้ําประปาท่ีไดมาตรฐาน/จํานวน ครัวเรือนท้ังหมด ๓. คุณภาพน้ําประปาจํานวนคนปวยจากโรคทางน้าํ/จํานวน ประชากรท่ีเขาถึงน้ําสะอาด ดานท่ี ๒ การสรางความ ม่ันคงของน้ํา ภาคการผลิต มีความม่ันคงของน้ํา ภาคการผลิต (เกษตร อุตสาหกรรม และบริการ) ๑. ความเครียดดานน้ํา (Water Stress) ภาคการเกษตร (พ้ืนท่ีนอกเขตชลประทานและ พ้ืนท่ีในเขตชลประทาน) ภาคอุตสาหกรรม และภาคบริการ : Water Demand/ Water Supply ๒. ผลิตภาพจากการใชน้ํา ภาคการเกษตร (พ้ืนท่ีนอกเขตชลประทานและ พ้ืนท่ีในเขตชลประทาน) ภาคอุตสาหกรรม และภาคบริการ : GDP/ลูกบาศกเมตร ๓. มูลคาความเสียหายทางเศรษฐกิจจากภัยแลงท่ีลดลง ดานท่ี ๓ การจัดการ น้ําทวมและ อุทกภัย ลดความเสียหาย จากภัยพิบัติดานน้ํา ๑. มูลคาความเสียหายทางเศรษฐกิจท่ีลดลง ตอรอบปการเกิดซํ้า ๒. สัดสวนผูเสียชีวิต/สูญหาย/ไดรับผลกระทบ จากภัยพิบัติทางน้ําตอประชากรรวมตอรอบปการเกิดซํ้า ดานท่ี ๔ การจัดการ คุณภาพน้ํา และอนุรักษ ทรัพยากรน้ํา แมน้ําลําคลองและแหลงน้ํา ธรรมชาติมีคุณภาพไดมาตรฐาน ตามประเภทการใชประโยชน ท่ีกําหนด ๑. สัดสวนน้ําเสียท่ีเขาระบบรวบรวมและบําบัด ตอปริมาณน้ําเสียท้ังหมด ๒. ดัชนีความสมบูรณของแมน้ํา River Health Index (Composite indicator แหลงน้ํานิ่งและแหลงน้ําไหล) ๗๖ แผนแมบทฯ ผลสัมฤทธิ์ (Outcome) ตัวช้ีวัด (Indicators) ดานท่ี ๕ การอนุรักษฟนฟู สภาพปาตนน้ําท่ี เส่ือมโทรมและ ปองกันการ พังทลายของดิน ปาตนน้ําไดรับการฟนฟู ทําให ปริมาณน้ําเพ่ิมข้ึน และลดการ พังทลายของดิน ๑. ปริมาณน้ําทาท่ีเปลี่ยนแปลง ๒. ปริมาณตะกอนในลําน้ําท่ีเปลี่ยนแปลง ดานท่ี ๖ การบริหาร จัดการ ธรรมาภิบาลในการบริหาร จัดการทรัพยากรน้ํา ๑. ดัชนีธรรมาภิบาลดานน้ํา Water Governance Index (Composite indicator) ๕.๕ ขอสรุปและขอเสนอแนะ เพ่ือใหแผนแมบทการบริหารจัดการทรัพยากรน้ํา ๒๐ ป สามารถดําเนินการไดอยางมีประสิทธิภาพตาม เปาหมายท่ีกําหนด มีขอเสนอแนะดังนี้ ๑) การขับเคลื่อนแผนแมบทไปสูการปฏิบัติ ในระดับชาติ คณะกรรมการทรัพยากรน้ําแหงชาติ (กนช.) และสํานักงานทรัพยากรน้ําแหงชาติ (สทนช.) ตองเปนหนวยงานหลักในการขับเคลื่อน กํากับ และประสาน การดําเนินการ ใหแผนแมบทการบริหารจัดการทรัพยากรน้ํา ไปสูการปฏิบัติในทุกรัฐบาล สวนในระดับภูมิภาค และพ้ืนท่ี คณะกรรมการลุมน้ํา ตองมีกระบวนการสรรหาท่ีเหมาะสม มีทุกภาคสวนเขามามีสวนรวมในการ เปนคณะกรรมการ เพ่ือสามารถแกไขปญหาในพ้ืนท่ี รวมกับหนวยงานราชการท่ีเก่ียวของไดอยางมีประสิทธิภาพ เชื่อมโยงสอดคลองกับ แผนแมบทการบริหารจัดการทรัพยากรน้ําระดับชาติ และระดับพ้ืนท่ี ๒) หนวยงานราชการท่ีเก่ียวของ ตองนําแผนแมบทการบริหารจัดการทรัพยากรน้ํา ๒๐ ป แปลงสู การปฏิบัติ ใหสอดคลองกับแผนงานระดับกระทรวง กรม ภูมิภาค จังหวัด และทองถ่ิน ๓) ในการดําเนินการตามแผนแมบทการบริหารจัดการทรัพยากรน้ํา ๒๐ ป ใหเนนการมีสวนรวม ของประชาชน และผูมีสวนไดสวนเสียในพ้ืนท่ี ๔) ควรศึกษาเตรียมความพรอมลวงหนา ในการผันน้ําจากภายนอก หรือลุมน้ําท่ีไหลออกตางประเทศ เนื่องจากเปนโครงการท่ีมีมูลคาการลงทุนสูงมาก และมีประโยชนในการเสริมสรางความม่ันคงของน้ําตนทุนในระยะยาว ๕) ในพ้ืนท่ีเกษตรอาศัยน้ําฝนนอกเขตชลประทาน ควรพัฒนาระบบน้ําบาดาลเพ่ือการเกษตร ในพ้ืนท่ี ซ่ึงมีศักยภาพเหมาะสม สวนพ้ืนท่ีอ่ืนๆ ใหจัดระบบอนุรักษดินและน้ํา เพ่ือเก็บกักและใชประโยชนจากน้ําฝนในพ้ืนท่ี ใหมากท่ีสุด มีความม่ันคงสามารถปลูกพืชไดอยางนอย ๑ ครั้งในฤดูฝน ๖) ควรเลือกชนิดพืชท่ีเหมาะสมกับพ้ืนท่ี ตามนโยบายการจัดการพ้ืนท่ีเกษตร (Zoning by Agri-map) ท้ังในเขตและนอกเขตชลประทาน เพ่ือลดความเสี่ยง และเพ่ิมประสิทธิภาพการผลิต ๗) ตองสรางกลไกเพ่ือใหมีการจัดสรรน้ําท่ีเปนธรรม ระหวางกิจกรรม หรือระดับลุมน้ําเพ่ือลด ขอขัดแยงในกรณีท่ีเกิดการขาดแคลนน้ํา หรือภาวะแลง ๗๗ ๘) ควรควบคุมการใชประโยชนท่ีดินในพ้ืนท่ีตนน้ํา หรือเขตท่ีมีความลาดชันสูง เพ่ือใหมีความสมดุล ของน้ําทา ท้ังในชวงฤดูฝน และฤดูแลง ๙) ควรจัดทําระบบฐานขอมูลสวนกลาง โดยบูรณาการขอมูลท่ีผานกระบวนการวิเคราะหจาก หนวยงานราชการเจาของขอมูล และมีการปรับปรุงขอมูลอยางตอเนื่อง สามารถแบงปน และนําขอมูลมาใชไดอยาง มีประสิทธิภาพ ๑๐) สรางระบบคาดการณภูมิอากาศท่ีแมนยํา ท้ังตําแหนง ระยะเวลา และการคาดการณระยะยาว รวมท้ัง การติดตั้งระบบเฝาระวังสถานการณตาง ๆในพ้ืนท่ีเสี่ยงภัย เพ่ือรองรับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ๑๑) การจัดการดานคุณภาพน้ํา ควรดําเนินการเชิงรุก โดยสงเสริมใหลดปริมาณน้ําเสีย และมีการ บําบัดน้ําเสียจากแหลงกําเนิด เชน บานเรือน อุตสาหกรรมขนาดเล็ก และพ้ืนท่ีเกษตร ๑๒) แผนแมบทการบริหารจัดการทรัพยากรน้ํา ๒๐ ป ตองมีการทบทวนสถานการณและแนวทาง การดําเนินงานทุก ๕ ป ตามระยะเวลาและสถานการณท่ีเปลี่ยนแปลงไป ๗๘ ภาคผนวก ๗๙ สรุปพ้ืนท่ีเปาหมายและแนวทางแกไขเชิงบูรณาการ (Area Based Approach) ๑. ความเปนมา ปญหาดานทรัพยากรน้ําโดยเฉพาะอุทกภัยและภัยแลง จัดเปนปญหาท่ีประเทศไทยประสบมา อยางชานาน แมจะมีการดําเนินการแกไขมาอยางตอเนื่องในทุกรัฐบาล แตดวยสภาพปจจัยตางๆ ท้ังปจจัย ธรรมชาติ สังคม เศรษฐกิจ รวมไปถึงปจจัยดานนโยบาย จึงทําใหการแกไขปญหามีประสิทธิภาพเพียงระดับหนึ่ง เทานั้น ดวยงบประมาณท่ีมีอยูจํากัด จึงจําเปนตองมีการพิจารณาการใชจายอยางเหมาะสม และจากสภาวะการณ ในปจจุบันท่ีเกิดการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศข้ึนท่ัวโลก จึงทําใหปญหาเรื่องอุทกภัย และภัยแลงไดทวีความรุนแรง และมีผลกระทบตอการใชชีวิตของประชาชนมากยิ่งข้ึน ถือเปนเรื่องเรงดวน ท่ีจะตองดําเนินการปองกันและแกไข ใหมีประสิทธิภาพ ตามมติท่ีประชุม คณะกรรมการทรัพยากรน้ําแหงชาติ เม่ือวันท่ี ๒ กุมภาพันธ ๒๕๖๑ ไดมอบหมาย สํานักงานทรัพยากรน้ําแหงชาติ (สทนช.) เปนหนวยงานหลักบูรณาการรวมกับหนวยงานท่ีเก่ียวของ จัดทําแผน แมบทการแกไขปญหาเชิงพ้ืนท่ี อยางเปนระบบ (พ.ศ.๒๕๖๑-๒๕๖๕) และสรางการรับรูกับทุกหนวยงานใหแลว เสร็จภายในป ๒๕๖๑ เพ่ือใหเกิดการขับเคลื่อนอยางเปนรูปธรรม สํานักงานทรัพยากรน้ําแหงชาติ เห็นถึงความจําเปนในการวิเคราะหแผนหลักการพัฒนาแหลงน้ํา เชิงพ้ืนท่ีอยางบูรณาการ จึงไดบรรจุโครงการศึกษาวิเคราะหพ้ืนท่ีสําคัญ มีปญหาดานน้ําและแนวทางแกไขเชิงบูรณาการ (Area Based) ในแผนการดําเนินการของสํานักงานทรัพยากรน้ําแหงชาติอยางเรงดวน ๒. ความหมายของ Area Based “พ้ืนท่ีท่ีประสบปญหาน้ําทวม/ภัยแลง ซํ้าซาก หรือปญหาอ่ืนๆ ของทรัพยากรน้ํา จําเปนตอง ไดรับการแกไขเชิงบูรณาการระหวางหนวยงานท่ีเก่ียวของ เพ่ือใหพ้ืนท่ีท่ีประสบปญหาและความรุนแรงท่ีเกิดข้ึน ลดนอยลง รวมถึงพ้ืนท่ีเศรษฐกิจพิเศษตามนโยบายของรัฐบาลและพ้ืนท่ีแหลงทองเท่ียวสําคัญ” ๓. ความจําเปนในการบริหารจัดการบน Area Based ๓.๑ แกไขปญหาเชิงพ้ืนท่ีโดยการบูรณาการการทํางานของหนวยงานเขาดวยกัน ชวยใหการใช จายงบประมาณมีประสิทธิภาพ ลดความซํ้าซอน สามารถกําหนดขนาดของการพัฒนาโครงการตางๆ ใหเหมาะสม ๓.๒ มีการจัดลําดับความสําคัญของพ้ืนท่ีเพ่ือแกไขปญหาอยางเปนรูปธรรมโดยใชมาตรการท่ีใช สิ่งกอสรางและไมใชสิ่งกอสรางรวมกัน ๓.๓ มีแนวทางและเปาหมายการแกไขปญหาท่ีชัดเจน สามารถติดตามและประเมินผลได ๘๐ ๔. ปจจัยท่ีนํามาพิจารณา Area Based ปจจัยนํามาเพ่ือพิจารณา พ้ืนท่ีเส่ียงอุทกภัยและภัยแลง ๔.๑ ขอมูลดาวเทียม สถิติการเกิดอุทกภัยยอนหลัง ลําดับตามความถ่ีการเกิด มาก > นอยสภาพการใชท่ีดิน ๔.๒ สภาพการใชท่ีดิน ผลกระทบทางเศรษฐกิจ ชุมชนเมือง > พ้ืนท่ีรกราง > พ้ืนท่ีเกษตร > เกิดอุทกภัย ยอนหลัง ๔.๓ ผลิตภัณฑมวลรวมจังหวัด (Gross Prpvincial Product, GPP) ลําดับตามมูลคา GPP มาก > นอย ๔.๔ พ้ืนท่ีนโยบายรัฐบาล ใหความสําคัญสูง ใหความสําคัญพ้ืนท่ีสอดคลองนโยบาย ๔.๕ ขาวการเกิด อุทกภัย น้ําหลาก บริเวณท่ีไมไดมีบันทึกในสถิติ ขาวการเกิดภัยพิบัติในพ้ืนท่ี นอกเหนือจากขอมูลสถิติ ๔.๖ รับฟงความคิดเห็นหนวยงานท่ีเก่ียวของในพ้ืนท่ี ขอมูลพ้ืนท่ี จากการวิเคราะหขางตน รับฟงความคิดเห็น ๕. ผลการศึกษา ผลการศึกษาไดพ้ืนท่ีเปาหมาย ๖๖ พ้ืนท่ี แบงตามภูมิภาคของประเทศประกอบดวย ภาคเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออก ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคใต จํานวน ๑๒ ๑๕ ๘ ๑๖ และ ๑๕ พ้ืนท่ีตามลําดับ สามารถแบงพ้ืนท่ีออกเปน ๒ ประเภท ไดแก พ้ืนท่ีประสบปญหาดานน้ํา ๓๔.๖๒ ลานไร และพ้ืนท่ีสนับสนุน การพัฒนา ๑๑.๒๙ ลานไร รวมมีพ้ืนท่ีเปาหมาย ๔๕.๙๑ ลานไร ๘๑ ตารางท่ี ๑ สรุปขอมูล Area Based ท่ัวประเทศ ๘๒ ตารางท่ี ๑ สรุปขอมูล Area Based ท่ัวประเทศ (ตอ) จากขอมูลขางตนสามารถแบงเปน ๒ ประเภท ไดแก ๑) พ้ืนท่ีประสบปญหาดานน้ํารวม ๓๔.๖๒ ลานไร ประกอบดวยพ้ืนท่ีเสี่ยงภัยน้ําทวมและภัยแลง ๒๕ พ้ืนท่ี รวม ๑๖.๕๑ ลานไร พ้ืนท่ีเสี่ยงภัยน้ําทวม ๑๘ พ้ืนท่ี รวม ๑๑.๒๔ ลานไร พ้ืนท่ีเสี่ยงภัยแลง ๘ พ้ืนท่ี รวม ๖.๘๗ ลานไร พ้ืนท่ีน้ําเค็มรุกล้ํา ๒ พ้ืนท่ี รวม ๐.๐๐๑ ลานไร ๒) สนับสนุนพ้ืนท่ีพัฒนา ๑๑.๒๙ ลานไร ประกอบดวย สนับสนุนเขตเศรษฐกิจพิเศษ ๑๐ พ้ืนท่ี รวม ๑๐.๕๕ ลานไร สนับสนุนการทองเท่ียว ๓ พ้ืนท่ี รวม ๐.๗๔ ลานไร ๘๓ รูปท่ี ๑ แผนท่ีพ้ืนท่ีประสบปญหาดานน้ําและพ้ืนท่ีพัฒนา

Water Resources Management Master Plan 2018-2037 · Nelum