Skip to content
Nelum
Laws of Thailand

Royal Decree on the Establishment of the Wastewater Management Organization B.E. 2538

Made 1995-07-20 · Text as of 2026-10-01

Public law and official guidance, published as research. Not legal, tax or financial advice.

About this law

Language
Thai
Kind
Regulation
Organisation
Mekong River Commission (MRC)
Country
Thailand
Subjects
Water
Keywords
institution, policy/planning, water resources management, recycling/reuse, sewerage, waterworks, governance

Where to read it

Text

The law's own text, section by section, as held. Each section has its own link.

  1. พระราชกฤษฎีกาจัดตั้ง องค์การจัดการน�้าเสีย พ.ศ.๒๕๓๘ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มีพระบรมราชโองการ โปรดเกล้าฯ ให้ประกาศว่า โดยที่เป็นการสมควรจัดตั้งองค์การจัดการน�้าเสีย อาศัยอ�านาจตามความในมาตรา ๑๗๘ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ซึ่งแก้ไขเพ่ิมเติมโดยรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ๕) พุทธศักราช ๒๕๓๘ และมาตรา ๓ แห่งพระราชบัญญัติว่าด้วยการจัดตั้งองค์การของ รัฐบาล พ.ศ.๒๔๙๖ จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตราพระราชกฤษฎีกาขึ้นไว้ ดังต่อไปนี้ มาตรา ๑ พระราชกฤษฎีกานี้เรียกว่า “พระราชกฤษฎีกาจัดตั้งองค์การ จัดการน�้าเสีย พ.ศ.๒๕๓๘” พระราชกฤษฎีกา จัดตั้งองค์การจัดการน�้าเสีย พ.ศ.๒๕๓๘ ภูมิพลอดุลยเดช ป.ร. ให้ไว้ ณ วันที่ ๒๐ กรกฎาคม พ.ศ.๒๕๓๘ เป็นปีที่ ๕๐ ในรัชกาลปัจจุบัน มาตรา ๒ พระราชกฤษฎีกานี้ให้ใช้บังคับต้ังแต่วันถัดจากวันประกาศใน ราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป มาตรา ๓ ในพระราชกฤษฎีกานี้ “น�้าเสีย” หมายความว่า น�้าเสียตามกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมและรักษา คุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ “เขตพื้นที่จัดการน�้าเสีย” หมายความว่า พื้นที่ในเขตกรุงเทพมหานคร จังหวัดนครปฐม จังหวัดนนทบุรี จังหวัดปทุมธานี จังหวัดสมุทรปราการ และ จังหวัดสมุทรสาคร และพื้นที่อื่นตามที่คณะรัฐมนตรีก�าหนดโดยประกาศในราชกิจจา นุเบกษา “ระบบบ�าบัดน�้าเสีย” หมายความว่า ระบบท่อ สิ่งปลูกสร้าง เครื่องมือ เครื่องใช้ และอุปกรณ์ต่างๆ ที่ราชการส่วนภูมิภาค ราชการส่วนท้องถิ่น ส่วนราชการ ที่เกี่ยวข้องหรือบุคคลใดที่มิใช่องค์การจัดการน�้าเสียจัดให้มีขึ้นเพื่อรับและบ�าบัดน�้าเสีย “ระบบบ�าบัดน�้าเสียรวม” หมายความว่า ระบบท่อ สิ่งปลูกสร้าง เครื่องมือ เครื่องใช้ และอุปกรณ์ต่างๆ ที่องค์การจัดการน�้าเสียได้จัดให้มีขึ้นเพื่อรับและบ�าบัดน�้าเสีย “ระบบระบายน�้า” หมายความว่า ระบบทางหรือท่อระบายน�้าที่ราชการ ส่วนท้องถิ่นได้จัดให้มีขึ้นในเขตพื้นที่จัดการน�้าเสีย “ท่อรวบรวมน�้าเสียแยก” หมายความว่า ท่อรวบรวมน�้าเสียท่ีองค์การจัดการ น�้าเสียได้จัดให้มีขึ้นที่แยกต่างหากออกจากระบบระบายน�้า “แผนปฏิบัติการ” หมายความว่า (๑) แผนการด�าเนินการจัดให้มีระบบบ�าบัดน�้าเสียรวมในเขตพื้นที่จัดการ น�้าเสีย ซึ่งจัดท�าโดยองค์การจัดการน�้าเสีย (๒) แผนการด�าเนินการบริหารหรือรับจัดการน�้าเสียทั้งในและนอกเขตพื้นที่ จัดการน�้าเสีย หมายเหตุ บทนิยามค�าว่า “ระบบบ�าบัดน�้าเสีย” ในมาตรา ๓ นี้ได้เพิ่มเติมโดยมาตรา ๓ แห่ง พระราชกฤษฎีกาจัดตั้งองค์การจัดการน�้าเสีย (ฉบับที่ ๓) พ.ศ.๒๕๔๘ ดังที่พิมพ์ไว้นี้ บทนิยามค�าว่า “แผนปฏิบัติการ” ในมาตรา ๓ นี้ ความเดิมถูกยกเลิกโดยมาตรา ๔ แห่ง พระราชกฤษฎีกาจัดตั้งองค์การจัดการน�้าเสีย (ฉบับที่ ๓) พ.ศ.๒๕๔๘ และให้ใช้ความใหม่แทน ดังที่ พิมพ์ไว้นี้ ๒ “ราชการส่วนท้องถิ่น” หมายความว่า กรุงเทพมหานคร เทศบาล สุขาภิบาล องค์การบริหารส่วนจังหวัด องค์การบริหารส่วนต�าบล หรือองค์การปกครองท้องถิ่น อื่นที่กฎหมายก�าหนดให้เป็นราชการส่วนท้องถิ่น “ราชการส่วนภูมิภาค” หมายความว่า จังหวัดตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบ บริหารราชการแผ่นดิน “ส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง” หมายความว่า กระทรวง ทบวง กรม ตามกฎหมาย ว่าด้วยระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน ที่มีอ�านาจหน้าท่ีตามกฎหมายเกี่ยวกับ การจัดการน�้าเสีย “ข้อตกลงร่วม” หมายความว่า ข้อตกลงระหว่างองค์การจัดการน�้าเสียกับ ราชการส่วนท้องถิ่น ราชการส่วนภูมิภาค หรือส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง เพื่อด�าเนินการ ตามแผนปฏิบัติการ “ข้อตกลงจัดการน�้าเสีย” หมายความว่า ข้อตกลงระหว่างองค์การจัดการ น�้าเสียกับผู้ใช้บริการระบบบ�าบัดน�้าเสียรวมในเขตพื้นที่จัดการน�้าเสีย “คณะกรรมการ” หมายความว่า คณะกรรมการองค์การจัดการน�้าเสีย “กรรมการ” หมายความว่า กรรมการองค์การจัดการน�้าเสีย “ผู้อ�านวยการ” หมายความว่า ผู้อ�านวยการองค์การจัดการน�้าเสีย “พนักงาน” หมายความว่า พนักงานขององค์การจัดการน�้าเสีย รวมท้ัง ผู้อ�านวยการ “ลูกจ้าง” หมายความว่า ลูกจ้างขององค์การจัดการน�้าเสีย “รัฐมนตรี” หมายความว่า รัฐมนตรีผู้รักษาการตามพระราชกฤษฎีกานี้ มาตรา ๔ ให้จัดตั้งองค์การขึ้นองค์การหนึ่ง เรียกว่า “องค์การจัดการน�้าเสีย” เรียกโดยย่อว่า “อจน.” มาตรา ๕ ให้ อจน. มีส�านักงานใหญ่อยู่ในกรุงเทพมหานครหรือในจังหวัด ใกล้เคียง และจะจัดตั้งส�านักงานสาขาหรือตัวแทนขึ้น ณ ที่ใดในราชอาณาจักรก็ได้ ๓ มาตรา ๖ อจน. มีวัตถุประสงค์ในการจัดให้มีระบบบ�าบัดน�้าเสียรวมส�าหรับ การบ�าบัดน�้าเสียภายในเขตพื้นที่จัดการน�้าเสีย และการให้บริการรับบริหารหรือจัดการ ระบบบ�าบัดน�้าเสีย ท้ังในและนอกเขตพื้นที่จัดการน�้าเสีย รวมทั้งบริการหรือกิจการ ต่อเนื่องที่เกี่ยวกับการจัดการน�้าเสียอย่างมีประสิทธิภาพในเชิงเศรษฐกิจ มาตรา ๗ ให้ อจน. มีอ�านาจกระท�าการต่างๆ ภายในขอบวัตถุประสงค ์ ตามมาตรา ๖ และอ�านาจเช่นว่านี้ให้รวมถึง (๑) ถือกรรมสิทธิ์ มีสิทธิครอบครองหรือทรัพยสิทธิต่างๆ สร้าง ซื้อ ว่าจ้าง รับจ้าง จัดหา ขาย จ�าหน่าย เช่า ให้เช่า เช่าซื้อ ให้เช่าซื้อ ยืม ให้ยืม รับจ�าน�า รับจ�านอง แลกเปลี่ยน โอน รับโอน หรือด�าเนินการใดๆ เกี่ยวกับทรัพย์สินทั้งในและนอก ราชอาณาจักร ตลอดจนรับทรัพย์สินที่มีผู้อุทิศให้ (๑/๑) ให้ค�าเสนอแนะหรือเสนอความเห็นต่อคณะรัฐมนตรีเพื่อพิจารณา เกี่ยวกับการประกาศก�าหนดเขตพื้นที่จัดการน�้าเสีย (๒) ส�ารวจ วางแผนปฏิบัติการ ออกแบบ ก่อสร้าง ด�าเนินการ จัดการและ บ�ารุงรักษาระบบบ�าบัดน�้าเสียและระบบบ�าบัดน�้าเสียรวม รวมทั้งติดตามตรวจสอบผล การด�าเนินการของระบบบ�าบัดน�้าเสียทั้งในและนอกเขตพื้นที่จัดการน�้าเสีย และระบบ บ�าบัดน�้าเสียรวมในเขตพื้นที่จัดการน�้าเสีย (๓) ด�าเนินการเกี่ยวกับการน�าน�้าเสียกลับมาใช้ประโยชน์ใหม่และการผลิต พลังงานจากน�้าเสีย เพื่อให้เป็นไปตามแผนจัดการคุณภาพสิ่งแวดล้อมตามกฎหมาย ว่าด้วยการส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติและตามข้อตกลงร่วม หมายเหตุ มาตรา ๖ นี้ ความเดิมถูกยกเลิกโดยมาตรา ๕ แห่งพระราชกฤษฎีกาจัดตั้งองค์การจัดการ น�้าเสีย (ฉบับที่ ๓) พ.ศ.๒๕๔๘ และให้ใช้ความใหม่แทน ดังที่พิมพ์ไว้นี้ มาตรา ๗ (๑/๑) นี้ ได้เพิ่มเติมโดยมาตรา ๖ แห่งพระราชกฤษฎีกาจัดตั้งองค์การจัดการ น�้าเสีย (ฉบับที่ ๓) พ.ศ.๒๕๔๘ ดังที่พิมพ์ไว้นี้ มาตรา ๗ (๒) นี้ ความเดิมถูกยกเลิกโดยมาตรา ๗ แห่งพระราชกฤษฎีกาจัดตั้งองค์การ จัดการน�้าเสีย (ฉบับที่ ๓) พ.ศ.๒๕๔๘ และให้ใช้ความใหม่แทน ดังที่พิมพ์ไว้นี้ มาตรา ๗ (๕) นี้ ความเดิมถูกยกเลิกโดยมาตรา ๘ แห่งพระราชกฤษฎีกาจัดตั้งองค์การ จัดการน�้าเสีย (ฉบับที่ ๓) พ.ศ.๒๕๔๘ และให้ใช้ความใหม่แทน ดังที่พิมพ์ไว้นี้ ๔ (๔) ท�าข้อตกลงร่วม เพ่ือให้การจัดการน�้าเสียในเขตพื้นที่จัดการน�้าเสีย บรรลุเป้าหมายและมีประสิทธิภาพ (๕) เก็บค่าบริการ ค่าธรรมเนียม หรือค่าบริหารจัดการส�าหรับการบ�าบัด น�้าเสีย (๖) กู้หรือยืมเงินภายในและภายนอกราชอาณาจักร (๗) ให้กู้หรือให้ยืมเงินโดยมีหลักประกันด้วยทรัพย์สินเพื่อประโยชน์แก่ กิจการของ อจน. (๘) ออกพันธบัตรหรือตราสารอื่นใดเพื่อการลงทุน (๙) จัดตั้งบริษัทจ�ากัดหรือบริษัทมหาชนจ�ากัดเพื่อประกอบกิจการจัดการ น�้าเสียในเขตพื้นที่จัดการน�้าเสีย (๑๐) เข้าร่วมกิจการกับหน่วยงานอื่นไม่ว่าจะเป็นของเอกชนหรือของรัฐ ทั้งในและนอกราชอาณาจักร หรือกับองค์การระหว่างประเทศ หรือถือหุ้นในบริษัท จ�ากัดหรือบริษัทมหาชนจ�ากัด ทั้งนี้ เพื่อประโยชน์แก่กิจการอันอยู่ในวัตถุประสงค์ ของ อจน. (๑๑) ตั้งหรือรับเป็นตัวแทน ตัวแทนค้าต่าง หรือนายหน้าในกิจการตาม วัตถุประสงค์ของ อจน. (๑๒) ว่าจ้างหรือมอบให้บุคคลใดประกอบกิจการส่วนหนึ่งส่วนใดของ อจน. (๑๓) ประสานงานกับราชการส่วนภูมิภาค ราชการส่วนท้องถิ่น หรือ ส่วนราชการที่เกี่ยวข้องกับการจัดการน�้าเสีย (๑๔) กระท�าการอื่นบรรดาที่เกี่ยวกับหรือเนื่องในการจัดการให้ส�าเร็จตาม วัตถุประสงค์ของ อจน. ในการจัดเก็บค่าบริการ ค่าธรรมเนียม หรือค่าบริหารจัดการตาม (๕) อจน. อาจมอบหมายให้ส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ ราชการส่วนท้องถิ่น หรือหน่วยงานอื่นของรัฐ จัดเก็บหรือเรียกเก็บเพื่อ อจน. ก็ได้ ทั้งนี้ โดยให้คิดค่าใช้จ่ายตามอัตราที่ อจน. ตกลง หมายเหตุ มาตรา ๗ (๑๓) นี้ ความเดิมถูกยกเลิกโดยมาตรา ๙ แห่งพระราชกฤษฎีกาจัดตั้งองค์การ จัดการน�้าเสีย (ฉบับที่ ๓) พ.ศ.๒๕๔๘ และให้ใช้ความใหม่แทน ดังที่พิมพ์ไว้นี้ มาตรา ๗ วรรคสอง นี้ ได้เพิ่มเติมโดยมาตรา ๑๐ แห่งพระราชกฤษฎีกาจัดตั้งองค์การ จัดการน�้าเสีย (ฉบับที่ ๓) พ.ศ.๒๕๔๘ ดังที่พิมพ์ไว้นี้ ๕ ร่วมกับส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ ราชการส่วนท้องถิ่น หรือหน่วยงานอื่นของรัฐที่จัดเก็บ หรือเรียกเก็บนั้น แล้วแต่กรณี มาตรา ๘ การจัดตั้งบริษัทจ�ากัดหรือบริษัทมหาชนจ�ากัด ตามมาตรา ๗ (๙) หรือการเข้าร่วมกิจการกับหน่วยงานอ่ืนหรือการถือหุ้นในบริษัทจ�ากัดหรือบริษัท มหาชนจ�ากัด ตามมาตรา ๗ (๑๐) ห้ามมิให้ อจน. ถือหุ้นเกินกว่าร้อยละสามสิบ มาตรา ๙ ทุนของ อจน. ประกอบด้วย (๑) เงินงบประมาณที่ได้รับจัดสรรจากรัฐบาล (๒) เงินและทรัพย์สินที่ได้รับสมทบจากราชการส่วนท้องถิ่น (๓) เงินที่ได้รับจัดสรรจากกองทุนสิ่งแวดล้อมตามกฎหมายว่าด้วยการ ส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ (๔) เงินและทรัพย์สินที่ได้รับโอนจากส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง (๕) เ งินกู ้และเงินที่ ได ้ รับความช ่วยเหลือทั้ งภายในและภายนอก ราชอาณาจักร (๖) เงินและทรัพย์สินที่มีผู้อุทิศให้ มาตรา ๑๐ อจน. อาจมีรายได้ ดังต่อไปนี้ (๑) ค่าบริการ ค่าธรรมเนียม และค่าบริหารจัดการตามมาตรา ๗ (๕) (๒) รายได้จากการลงทุนหรือการร่วมทุน (๓) ดอกผลของเงินหรือทรัพย์สินตามมาตรา ๙ (๔) รายได้อื่นๆ หมายเหตุ มาตรา ๘ นี้ ความเดิมถูกยกเลิกโดยมาตรา ๓ แห่งพระราชกฤษฎีกาจัดตั้งองค์การจัดการ น�้าเสีย (ฉบับที่ ๒) พ.ศ.๒๕๔๐ และให้ใช้ความใหม่แทน ดังที่พิมพ์ไว้นี้ มาตรา ๑๐ นี้ ความเดิมถูกยกเลิกโดยมาตรา ๑๑ แห่งพระราชกฤษฎีกาจัดตั้งองค์การจัดการ น�้าเสีย (ฉบับที่ ๓) พ.ศ.๒๕๔๘ และให้ใช้ความใหม่แทน ดังที่พิมพ์ไว้นี้ ๖ มาตรา ๑๑ เงินส�ารองของ อจน. ให้ประกอบด้วยเงินส�ารองธรรมดา ซึ่งตั้งไว้เผื่อขาด เงินส�ารองเพื่อไถ่ถอนหนี้ เงินส�ารองเพื่อขยายกิจการ และเงินส�ารอง อื่น ๆ เพื่อความประสงค์แต่ละอย่างโดยเฉพาะตามที่คณะกรรมการเห็นสมควร เงินส�ารองจะน�าออกใช้ได้ก็แต่โดยความเห็นชอบของคณะกรรมการ มาตรา ๑๒ ให้มีคณะกรรมการคณะหนึ่งเรียกว่า “คณะกรรมการองค์การ จัดการน�้าเสีย” ประกอบด้วย ประธานกรรมการ ผู ้แทนกระทรวงการคลัง ผู ้แทนกระทรวงมหาดไทย ผู ้แทนกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ผู้แทนกระทรวงอุตสาหกรรม ผู้แทนส�านักงบประมาณ ผู้แทนการประปานครหลวง ผู้แทนการประปาส่วนภูมิภาค และกรรมการอื่นอีกไม่เกินหกคนเป็นกรรมการ ให้ผู้อ�านวยการเป็นกรรมการและเลขานุการ ให้คณะรัฐมนตรีโดยค�าแนะน�าของรัฐมนตรี เป็นผู้แต่งตั้งประธานกรรมการ และกรรมการอื่น มาตรา ๑๓ ประธานกรรมการ กรรมการซึ่งคณะรัฐมนตรีแต่งตั้ง และ ผู้อ�านวยการต้องเป็นผู้มีความรู้และจัดเจนเกี่ยวกับกฎหมาย การบริหาร การผังเมือง วิทยาศาสตร์ วิศวกรรม สิ่งแวดล้อม เศรษฐศาสตร์ หรือสถาปัตยกรรมศาสตร์ มาตรา ๑๔ ผู ้มีลักษณะอย่างหนึ่งอย่างใดดังต่อไปนี้ ต้องห้ามมิให้เป็น ประธานกรรมการ หรือกรรมการซึ่งคณะรัฐมนตรีแต่งตั้ง (๑) มีส่วนได้เสียในสัญญากับ อจน. หรือในกิจการที่กระท�าให้แก่ อจน. หรือ ในกิจการที่เป็นการแข่งขันกับกิจการของ อจน. ทั้งนี้ ไม่ว่าโดยทางตรงหรือโดยทางอ้อม เว้นแต่จะเป็นผู้ซ่ึงคณะกรรมการมอบหมายให้เป็นผู้ถือหุ้นหรือเป็นกรรมการในบริษัท จ�ากัดหรือบริษัทมหาชนจ�ากัด ซึ่ง อจน. จัดตั้งขึ้นตามมาตรา ๗ (๙) หรือร่วมทุน ตามมาตรา ๗ (๑๐) หมายเหตุ มาตรา ๑๒ นี้ ความเดิมถูกยกเลิกโดยมาตรา ๑๒ แห่งพระราชกฤษฎีกาจัดตั้งองค์การจัดการ น�้าเสีย (ฉบับที่ ๓) พ.ศ.๒๕๔๘ และให้ใช้ความใหม่แทน ดังที่พิมพ์ไว้นี้ มาตรา ๑๒ วรรคสามนี้ ความเดิมถูกยกเลิกโดยมาตรา ๓ แห่งพระราชกฤษฎีกาจัดตั้งองค์การ จัดการน�้าเสีย (ฉบับที่ ๕) พ.ศ.๒๕๖๑ และให้ใช้ความใหม่แทน ดังที่พิมพ์ไว้นี้ ๗ (๒) เป็นหรือเคยเป็นบุคคลล้มละลาย (๓) เคยได้รับโทษจ�าคุกโดยค�าพิพากษาถึงที่สุดให้จ�าคุก เว้นแต่เป็นโทษ ส�าหรับความผิดอันได้กระท�าโดยประมาทหรือความผิดลหุโทษ (๔) เป็นข้าราชการการเมือง (๕) เป็นที่ปรึกษาพรรคการเมือง กรรมการบริหารพรรคการเมือง หรือ เจ้าหน้าที่ในพรรคการเมือง มาตรา ๑๕ ให้ประธานกรรมการและกรรมการซ่ึงคณะรัฐมนตรีแต่งต้ังอยู่ใน ต�าแหน่งคราวละสามปี ในกรณีท่ีประธานกรรมการหรือกรรมการซ่ึงคณะรัฐมนตรีแต่งตั้งพ้นจาก ต�าแหน่งก่อนวาระ หรือในกรณีที่คณะรัฐมนตรีแต่งตั้งกรรมการเพิ่มขึ้นในระหว่างท่ี กรรมการซึ่งแต่งตั้งไว้แล้วยังมีวาระอยู่ในต�าแหน่ง ให้ผู้ได้รับแต่งตั้งแทนต�าแหน่งที่ว่าง หรือเป็นกรรมการเพ่ิมขึ้น อยู่ในต�าแหน่งเท่ากับวาระที่เหลืออยู่ของกรรมการซึ่งได้ แต่งตั้งไว้แล้ว ในกรณีที่ประธานกรรมการหรือกรรมการซึ่งคณะรัฐมนตรีแต่งต้ังทั้งหมด พ้นจากต�าแหน่งก่อนวาระ ให้คณะกรรมการประกอบด้วยกรรมการทั้งหมดท่ีมีอยู่ จนกว่าจะมีการแต่งตั้งประธานกรรมการหรือกรรมการซ่ึงคณะรัฐมนตรีแต่งตั้ง ให้ด�ารงต�าแหน่งแทน แล้วแต่กรณี เมื่อครบก�าหนดตามวาระในวรรคหนึ่ง หากยังมิได้มีการแต่งตั้งประธาน กรรมการหรือกรรมการขึ้นใหม่ ให้ประธานกรรมการหรือกรรมการซึ่งพ้นจากต�าแหน่ง ตามวาะนั้น อยู ่ในต�าแหน่งเพื่อด�าเนินงานต่อไปจนกว่าประธานกรรมการหรือ กรรมการซึ่งได้รับแต่งตั้งใหม่เข้ารับหน้าที่ ประธานกรรมการหรือกรรมการซ่ึงพ้นจากต�าแหน่งตามวาระอาจได้รับแต่งตั้ง อีกได้ หมายเหตุ มาตรา ๑๔ (๔) นี้ ความเดิมถูกยกเลิกโดยมาตรา ๔ แห่งพระราชกฤษฎีกาจัดตั้งองค์การ จัดการน�้าเสีย (ฉบับที่ ๕) พ.ศ.๒๕๖๑ และให้ใช้ความใหม่แทน ดังที่พิมพ์ไว้นี้ มาตรา ๑๕ นี้ ความเดิมถูกยกเลิกโดยมาตรา ๕ แห่งพระราชกฤษฎีกาจัดตั้งองค์การจัดการ น�้าเสีย (ฉบับที่ ๕) พ.ศ.๒๕๖๑ และให้ใช้ความใหม่แทน ดังที่พิมพ์ไว้นี้ ๘ มาตรา ๑๖ นอกจากการพ้นจากต�าแหน่งตามวาระตามมาตรา ๑๕ ประธาน กรรมการ หรือกรรมการซึ่งคณะรัฐมนตรีแต่งตั้ง พ้นจากต�าแหน่ง เมื่อ (๑) ตาย (๒) ลาออก (๓) คณะรัฐมนตรีให้ออก (๔) เป็นคนไร้ความสามา่รถหรือคนเสมือนไร้ความสามารถ (๕) ขาดคุณสมบัติตามมาตรา ๑๓ หรือมีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา ๑๔ มาตรา ๑๗ ประธานกรรมการและกรรมการย่อมได้รับประโยชน์ตอบแทน ตามที่คณะรัฐมนตรีก�าหนด มาตรา ๑๘ ให้คณะกรรมการมีอ�านาจหน้าที่วางนโยบาย และควบคุมดูแล โดยทั่วไปซึ่งกิจการของ อจน. อ�านาจหน้าที่เช่นว่าให้รวมถึง (๑) พิจารณาให้ความเห็นชอบแผนปฏิบัติการ (๒) ออกระเบียบหรือข้อบังคับเพื่อด�าเนินการตามแผนปฏิบัติการ โดยให้ สอดคล้องกับข้อตกลงร่วม (๓) ออกระเบียบหรือข้อบังคับก�าหนดเงื่อนไขของข้อตกลงจัดการน�้าเสีย (๔) ออกระเบียบหรือข้อบังคับเพื่อปฏิบัติการให้เป็นไปตามมาตรา ๖ และ มาตรา ๗ (๕) ออกระเบียบหรือข้อบังคับว่าด้วยการประชุมและการด�าเนินกิจการ ของคณะกรรมการและคณะอนุกรรมการ (๖) ออกระเบียบหรือข้อบังคับว่าด้วยการจัดแบ่งส่วนงานและระเบียบ ปฏิบัติงาน (๗) ออกระเบียบหรือข้อบังคับก�าหนดต�าแหน่ง อัตราเงินเดือนหรือค่าจ้าง หรือเงินอื่น ๆ ของพนักงานหรือลูกจ้าง (๘) ออกระเบียบหรือข้อบังคับว่าด้วยการบรรจุ การแต่งต้ัง การเลื่อน เงินเดือนหรือค่าจ้าง การออกจากต�าแหน่ง วินัย การลงโทษ การอุทธรณ์การลงโทษ และการร้องทุกข์ของพนักงานและลูกจ้าง (๙) ออกระเบียบหรือข้อบังคับว่าด้วยกองทุนสงเคราะห์หรือการสงเคราะห ์ อื่น เพื่อสวัสดิการของพนักงานและลูกจ้างและครอบครัว ๙ (๑๐) ออกระเบียบหรือข้อบังคับว่าด้วยการจ่ายค่าพาหนะ เบี้ยเลี้ยงเดินทาง ค่าเช่าที่พัก ค่าท�างานล่วงเวลา และการจ่ายเงินอื่น (๑๑) ออกระเบียบหรือข้อบังคับว่าด้วยเครื่องแบบพนักงานและลูกจ้าง (๑๒) ออกระเบียบหรือข้อบังคับเกี่ยวกับความปลอดภัยในการใช้และรักษา ทรัพย์สินของ อจน. ระเบียบหรือข้อบังคับตามวรรคหนึ่ง ถ้ามีข้อความจ�ากัดอ�านาจของผู้อ�านวยการ ในการท�านิติกรรมไว้ประการใด ให้ประกาศข้อความเช่นว่านั้นในราชกิจจานุเบกษา มาตรา ๑๙ เพื่อประโยชน์แก่กิจการของ อจน. ให้คณะกรรมการมีอ�านาจ แต่งตั้งคณะอนุกรรมการเพ่ือด�าเนินการอย่างหนึ่งอย่างใดของ อจน. และก�าหนด ค่าตอบแทนอนุกรรมการได้ มาตรา ๒๐ ให้ประธานกรรมการและกรรมการตามมาตรา ๑๒ วรรคหนึ่ง เป็นผู้แต่งต้ังและก�าหนดอัตราเงินเดือนของผู้อ�านวยการ ด้วยความเห็นชอบของ คณะรัฐมนตรี มาตรา ๒๑ ผู้อ�านวยการต้อง (๑) มีความรู้ความสามารถในการบริหารกิจการของ อจน. (๒) ไม่มีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา ๑๔ (๓) มีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามกฎหมายว่าด้วยคุณสมบัติ มาตรฐานส�าหรับกรรมการและพนักงานรัฐวิสาหกิจ มาตรา ๒๒ ผู้อ�านวยการพ้นจากต�าแหน่ง เมื่อ (๑) ตาย (๒) ลาออก (๓) คณะกรรมการให้ออกด้วยความเห็นชอบของคณะรัฐมนตรีเพราะ บกพร่องต่อหน้าที่ หรือมีความประพฤติเสื่อมเสียหรือหย่อนความสามารถ ๑๐ (๔) เป็นคนไร้ความสามารถหรือคนเสมือนไร้ความสามารถ (๕) ขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา ๒๑ มติของคณะกรรมการให้ผู้อ�านวยการพ้นจากต�าแหน่งตาม (๓) ต้องประกอบ ด้วยคะแนนเสียงไม่น้อยกว่าสองในสามของจ�านวนกรรมการทั้งหมดท่ีอยู่ในต�าแหน่ง แต่ไม่รวมผู้อ�านวยการ มาตรา ๒๓ ผู้อ�านวยการมีหน้าที่บริหารกิจการของ อจน. ให้เป็นไปตาม วัตถุประสงค์และอ�านาจหน้าท่ี อจน. และตามนโยบาย ระเบียบ หรือข้อบังคับที ่ คณะกรรมการก�าหนด และมีอ�านาจบังคับบัญชาพนักงานและลูกจ้างทุกต�าแหน่ง ผู้อ�านวยการต้องรับผิดชอบต่อคณะกรรมการในการบริหารกิจการของ อจน. มาตรา ๒๔ ผู้อ�านวยการมีอ�านาจ (๑) บรรจุ แต่งตั้ง เลื่อน ลด ตัดเงินเดือนหรือค่าจ้าง ลงโทษทางวินัยแก่ พนักงานและลูกจ้าง ตลอดจนให้พนักงานและลูกจ้างออกจากต�าแหน่งตามระเบียบ หรือข้อบังคับของคณะกรรมการ แต่ถ้าเป็นพนักงานหรือลูกจ้างต้ังแต่ต�าแหน่ง ที่ปรึกษา ผู้เชี่ยวชาญ ผู้อ�านวยการฝ่ายหรือผู้ด�ารงต�าแหน่งเทียบเท่าขึ้นไป จะต้องได้รับ ความเห็นชอบจากคณะกรรมการก่อน (๒) ก�าหนดเงื่อนไขในการท�างานของพนักงานและลูกจ้าง และออก ระเบียบวิธีปฏิบัติงานของ อจน. โดยไม่ขัดหรือแย้งกับระเบียบหรือข้อบังคับท่ี คณะกรรมการก�าหนด มาตรา ๒๕ ในกิจการที่เกี่ยวกับบุคคลภายนอก ให้ผู้อ�านวยการเป็นตัวแทน ของ อจน. และเพ่ือการนี้ ผู ้อ�านวยการจะมอบอ�านาจให้บุคคลใดกระท�ากิจการ เฉพาะอย่างแทนก็ได้ แต่ต้องเป็นไปตามข้อบังคับที่คณะกรรมการก�าหนด นิติกรรมที่ผู้อ�านวยการกระท�าโดยฝ่าฝืนระเบียบหรือข้อบังคับตามมาตรา ๑๘ วรรคสอง ย่อมไม่ผูกพัน อจน. เว้นแต่คณะกรรมการจะให้สัตยาบัน ๑๑ มาตรา ๒๖ ในกรณีที่ผู้อ�านวยการไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ได้ และระเบียบ หรือ ข้อบังคับว่าด้วยระเบียบปฏิบัติงานไม่ได้ก�าหนดให้พนักงานต�าแหน่งใดท�าการแทน ผู้อ�านวยการ หรือเมื่อต�าแหน่งผู ้อ�านวยการว่างลงและในระหว่างที่ยังมิได้มีการ แต่งตั้งผู้อ�านวยการให้คณะกรรมการแต่งตั้งพนักงานคนหน่ึงเป็นผู้รักษาการแทน ผู้อ�านวยการ ให้ผู้รักษาการแทนผู้อ�านวยการมีอ�านาจหน้าที่อย่างเดียวกับผู้อ�านวยการ มาตรา ๒๗ ให้พนักงานและลูกจ้างของ อจน. มีสิทธิอุทธรณ์เก่ียวกับการ ลงโทษหรือร้องทุกข์ได้ตามระเบียบที่คณะกรรมการก�าหนด มาตรา ๒๘ ให้รัฐมนตรีมีอ�านาจหน้าที่ก�ากับโดยทั่วไปซ่ึงกิจการของ อจน. เพื่อการนี้จะสั่งให้ อจน. ชี้แจงข้อเท็จจริง แสดงความคิดเห็น ท�ารายงานหรือยับยั้ง การกระท�าที่ขัดต่อนโยบายของรัฐบาล มติของคณะรัฐมนตรี หรือมติหรือค�าส่ังของ คณะกรรมการส่ิงแวดล้อมแห่งชาติตามกฎหมายว่าด้วย การส่งเสริมและรักษา คุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ ตลอดจนมีอ�านาจที่จะสั่งให้ปฏิบัติการตามนโยบายของ รัฐบาล หรือมติของคณะรัฐมนตรีและสั่งสอบสวนข้อเท็จจริงที่เกี่ยวกับการด�าเนินการได้ มาตรา ๒๙ ในกรณีที่ อจน. จะต้องเสนอเรื่องใด ๆ ไปยังคณะกรรมการ สิ่งแวดล้อมแห่งชาติหรือคณะรัฐมนตรี ให้ อจน. น�าเรื่องเสนอรัฐมนตรีเพื่อเสนอ ต่อไปยังคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติหรือคณะรัฐมนตรี แล้วแต่กรณี มาตรา ๓๐ อจน. ต้องได้รับความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรีก่อนจึงจะ ด�าเนินการดังต่อไปนี้ได้ (๑) ลงทุนเพื่อขยายโครงการของระบบบ�าบัดน�้าเสียรวมหรือริเริ่มโครงการ หรือกิจกรรมต่อเนื่องที่เกี่ยวกับการจัดการน�้าเสีย (๒) เพิ่มทุนโดยตีราคาทรัพย์สินใหม่ (๓) ลดทุน (๔) กู้ยืมเงินมีจ�านวนเกินคราวละหน่ึงร้อยล้านบาทหรือให้กู้ยืมเงินเกิน คราวละห้าล้านบาท หมายเหตุ มาตรา ๒๖ วรรคสองนี้ ความเดิมถูกยกเลิกโดยมาตรา ๓ แห่งพระราชกฤษฎีกาจัดตั้ง องค์การจัดการน�้าเสีย (ฉบับที่ ๔) พ.ศ.๒๕๕๘ และให้ใช้ความใหม่แทน ดังที่พิมพ์ไว้นี้ ๑๒ (๕) ออกพันธบัตรหรือตราสารอื่นใดเพื่อการลงทุน (๖) ด�าเนินการเวนคืนอสังหาริมทรัพย์เพื่อใช้ในกิจการของ อจน. ตาม กฎหมายว่าด้วยการเวนคืนอสังหาริมทรัพย์ มาตรา ๓๑ ให้ อจน. เปิดบัญชีเงินฝากไว้กับธนาคารที่เป็นรัฐวิสาหกิจ ในกรณีที่จะเปิดบัญชีเงินฝากไว้กับธนาคารอ่ืนจะต้องได้รับอนุญาตจากกระทรวง การคลังก่อน มาตรา ๓๒ ให้ อจน. จัดท�างบประมาณประจ�าปี โดยแยกเป็นงบลงทุนและ งบท�าการ ส�าหรับงบลงทุนนั้นให้น�าเสนอคณะรัฐมนตรีเพื่อพิจารณาและให้ความ เห็นชอบ ส่วนงบท�าการให้น�าเสนอคณะรัฐมนตรีเพื่อทราบ มาตรา ๓๓ รายได้ที่ อจน. ได้รับจากการด�าเนินการในปีหนึ่งๆ ให้ตกเป็น ของ อจน. ส�าหรับเป็นค่าใช้จ่ายในการด�าเนินงาน และเม่ือได้หักรายจ่ายส�าหรับ การด�าเนินงาน ค่าภาระต่างๆ ที่เหมาะสม เช่น ค่าบ�ารุงรักษา ค่าเสื่อมราคา เงินส�ารอง ตามมาตรา ๑๑ หนี้เงินกู้ที่ถึงก�าหนดช�าระ และเงินลงทุนตามที่ได้รับความเห็นชอบ จากคณะรัฐมนตรีแล้ว เหลือเท่าใดให้น�าส่งเป็นรายได้ของรัฐ ในกรณีที่รายได้มีไม่เพียงพอส�าหรับกรณีตามวรรคหนึ่ง นอกจากเงินส�ารอง ตามมาตรา ๑๑ และ อจน. ไม่สามารถหาเงินจากทางอื่นได้ รัฐพึงจ่ายเงินให้แก่ อจน. เท่าจ�านวนที่ขาด หรือเท่าที่จ�าเป็นต่อการด�าเนินงานของ อจน. มาตรา ๓๔ ให้ อจน. ท�ารายงานปีละครั้งเสนอรัฐมนตรี รายงานนี้ให้กล่าวถึง ผลงานของ อจน. ในปีที่ล่วงมาแล้ว และค�าชี้แจงเกี่ยวกับนโยบายของคณะกรรมการ โครงการและแผนงานที่จะจัดท�าในภายหน้า มาตรา ๓๕ ให้ อจน. วางและรักษาไว้ซึ่งระบบการบัญชีที่เหมาะสมแก่ กิจการสาธารณูปโภคแยกตามประเภทงานส่วนที่ส�าคัญ มีการลงรายการรับและ จ่ายเงินสินทรัพย์และหนี้สินที่แสดงกิจการที่มีอยู ่ตามความจริงและตามที่ควร ตามประเภทงาน พร้อมด้วยข้อความอันเป็นที่มาของรายการดังกล่าว และให้มีการ ตรวจสอบบัญชีภายในเป็นประจ�า ๑๓ มาตรา ๓๖ ให้ อจน. จัดท�างบดุล บัญชีท�าการและบัญชีก�าไรขาดทุนภายใน หนึ่งร้อยยี่สิบวัน นับแต่วันสิ้นปีบัญชี มาตรา ๓๗ ให้ส�านักงานตรวจเงินแผ่นดินเป็นผู้สอบบัญชี ท�าการตรวจสอบ รองรับบัญชีและการเงินทุกประเภทของ อจน. มาตรา ๓๘ ผู ้สอบบัญชีมีอ�านาจตรวจสอบสรรพสมุดบัญชีและเอกสาร หลักฐานของ อจน. เพื่อการนี้ให้มีอ�านาจสอบถามประธานกรรมการ กรรมการ พนักงาน ลูกจ้าง และผู้อื่นซึ่งเป็นตัวแทนของ อจน. มาตรา ๓๙ ให้ผู้สอบบัญชีท�ารายงานผลการสอบบัญชีเสนอต่อคณะกรรมการ เพื่อเสนอต่อไปยังคณะรัฐมนตรี และให้ อจน. โฆษณารายงานประจ�าปีของปีที่ล่วงแลว้ แสดงงบดุล บัญชีท�าการ และบัญชีก�าไรขาดทุน ที่ผู้สอบบัญชีรับรองว่าถูกต้องแล้ว ภายในหกสิบวันนับแต่วันที่ผู้สอบบัญชีรับรองว่าถูกต้อง มาตรา ๔๐ ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยรักษาการตามพระราช กฤษฎีกานี้ ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ ชวน หลีกภัย นายกรัฐมนตรี ๑๔ หมายเหตุ มาตรา ๔๐ นี้ ความเดิมถูกยกเลิกโดยมาตรา ๖ แห่งพระราชกฤษฎีกาจัดตั้งองค์การ จัดการน�้าเสีย (ฉบับที่ ๕) พ.ศ.๒๕๖๑ และให้ใช้ความใหม่แทน ดังที่พิมพ์ไว้นี้ บันทึกหลักการและเหตุผล ประกอบร่างพระราชกฤษฎีกาจัดตั้งองค์การจัดการน�้าเสีย พ.ศ. ๒๕๓๘ หลักการ จัดตั้งองค์การจัดการน�้าเสีย เหตุผล เนื่องจากในปัจจุบัน ปัญหาน�้าเสียในพื้นที่ลุ ่มน�้าเจ้าพระยาตอนล่างได้ทวี ความรุนแรงมากข้ึน ประกอบกับการด�าเนินการแก้ไขปัญหาดังกล่าวจ�าเป็นต้อง กระท�าอย่างต่อเนื่อง นอกจากนั้นอ�านาจในการจัดการน�้าเสียยังกระจัดกระจายอยู่ใน ความรับผิดชอบของหน่วยงานของรัฐหลายหน่วยงาน ส่งผลให้การด�าเนินงาน ซ�้าซ้อนไม่เป็นเอกภาพ และขาดประสิทธิภาพ ดังนั้น เพื่อให้การจัดการน�้าเสียเป็นไป อย่างประหยัด มีประสิทธิภาพ และสอดคล้องกับหลักทางวิศวกรรมศาสตร์และ เศรษฐศาสตร์ จึงจ�าเป็นต้องตราพระราชกฤษฎีกานี้ ๑๕ บันทึกหลักการและเหตุผล ประกอบร่างพระราชกฤษฎีกาจัดตั้งองค์การจัดการน�้าเสีย (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๔๐ หลักการ แก้ไขเพิ่มเติมพระราชกฤษฎีกาจัดตั้งองค์การจัดการน�้าเสีย พ.ศ.๒๕๓๘ ดังนี้ (๑) ยกเลิกการก�าหนดให้องค์การจัดการน�้าเสียจัดตั้งบริษัทจ�ากัด หรือ บริษัทมหาชนจ�ากัดขึ้นเพื่อการด�าเนินการ การจัดการและการบ�ารุงรักษาระบบ บ�าบัดน�้าเสียรวม (มาตรา ๘) (๒) ปรับปรุงจ�านวนกรรมการและองค์ประกอบคณะกรรมการองค์การ จัดการน�้าเสีย (มาตรา ๑๒) เหตุผล โดยที่เป็นการสมควรยกเลิกบทบัญญัติที่ก�าหนดให้องค์การจัดการน�้าเสีย จัดตั้งบริษัทจ�ากัด หรือบริษัทมหาชนจ�ากัด เพื่อการด�าเนินการ การจัดการและการบ�ารุง รักษาระบบบ�าบัดน�้าเสียรวม เนื่องจากในการด�าเนินการจัดให้มีระบบบ�าบัดน�้าเสียรวม ในระยะเริ่มแรกนั้น การที่จะให้เอกชนเข้าร่วมลงทุนจัดตั้งบริษัทเป็นไปได้ยาก เพราะ เอกชนยังไม่มีความมั่นใจในผลตอบแทนที่จะได้รับ ดังนั้นองค์การจัดการน�้าเสีย จึงจ�าเป็นจะต้องเป็นผู้เริ่มด�าเนินการเองก่อน แล้วจึงชักจูงให้เอกชนเข้าร่วมลงทุน ในภายหลัง นอกจากนั้นเป็นการสมควรปรับปรุงจ�านวนและองค์ประกอบของ คณะกรรมการ เพื่อให้การด�าเนินการมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น จึงจ�าเป็นต้องตราพระราช กฤษฎีกานี้ ๑๖ บันทึกหลักการและเหตุผล ประกอบร่างพระราชกฤษฎีกาจัดตั้งองค์การจัดการน�้าเสีย (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๔๘ หลักการ แก้ไขเพิ่มเติมพระราชกฤษฎีกาจัดตั้งองค์การจัดการน�้าเสีย พ.ศ.๒๕๓๘ ดังต่อไปนี้ (๑) ก�าหนดให้องค์การจัดการน�้าเสียสามารถเข้าบริหารหรือรับจัดการ เกี่ยวกับการจัดการน�้าเสียโดยระบบบ�าบัดน�้าเสียที่ผู ้อื่นจัดให้มีขึ้นได้ทั้งในและ นอกเขตพื้นที่จัดการน�้าเสีย โดยเรียกเก็บค่าตอบแทนได้ (เพ่ิมบทนิยามค�าว่า “ระบบบ�าบัดน�้าเสีย” และแก้ไขเพิ่มเติมบทนิยามค�าว ่า “แผนปฏิบัติการ” ในมาตรา ๓ เพิ่มมาตรา ๗ (๑/๑) และแก้ไขเพิ่มเติมมาตรา ๖ มาตรา ๗ (๒) (๕) และ (๑๓) และมาตรา ๑๐) (๒) ก�าหนดให้องค์การจัดการน�้าเสียอาจมอบหมายให้ส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ ราชการส่วนท้องถิ่น หรือหน่วยงานอ่ืนของรัฐ จัดเก็บหรือเรียกเก็บ ค่าบริการ ค่าธรรมเนียม หรือค่าบริหารจัดการ ในการจัดการน�้าเสียแทนได้ (เพิ่มวรรคสองของมาตรา ๗) (๓) ปรับปรุงองค์ประกอบของคณะกรรมการองค์การจัดการน�้าเสีย และ ผู้รักษาการตามกฎหมายเพื่อให้สอดคล้องกับการโอนการก�ากับดูแลกิจการของ องค์การจัดการน�้าเสียของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีไปอยู ่ ในการก�ากับดูแลของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและส่ิงแวดล้อม (แก้ไขเพิ่มเติมมาตรา ๑๒ และมาตรา ๔๐) ๑๗ เหตุผล เนื่องด้วยองค์การจัดการน�้าเสียจัดตั้งขึ้นโดยวัตถุประสงค์ในการจัดให้มีระบบ บ�าบัดน�้าเสียรวม ส�าหรับการบ�าบัดน�้าเสียภายในเขตพื้นที่จัดการน�้าเสีย แต่ในปัจจุบัน มีระบบบ�าบัดน�้าเสียที่ก่อสร้างเสร็จแล้วที่อยู่ในความรับผิดชอบของหน่วยงานต่างๆ เช่น ราชการส่วนท้องถิ่น ราชการส่วนภูมิภาค หรือส่วนราชการที่มีอ�านาจหน้าที่เกี่ยว กับการจัดการน�้าเสีย ตลอดจนภาคเอกชน เป็นจ�านวนมาก ซึ่งไม่อาจด�าเนินการได้ ด้วยตนเอง อันจะเป็นผลให้การจัดการน�้าเสียในภาพรวมไม่อาจเป็นไปอย่างมี ประสิทธิภาพ ดังนั้น เพื่อให้องค์การจัดการน�้าเสียสามารถเข้าบริหารหรือรับจัดการ เกี่ยวกับการจัดการน�้าเสียโดยระบบบ�าบัดน�้าเสียของหน่วยงานดังกล่าวและเรียก ค่าตอบแทนได้ และสามารถจัดเก็บค่าบริการ ค่าธรรมเนียม หรือค่าบริหารจัดการ ส�าหรับการบ�าบัดน�้าเสียได้ รวมทั้งสมควรปรับปรุงองค์ประกอบของคณะกรรมการ องค์การจัดการน�้าเสียให้สอดคล้องกับการโอนกิจการขององค์การจัดการน�้าเสีย ไปอยู่ภายใต้การก�ากับดูแลของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและ สิ่งแวดล้อม จึงจ�าเป็นต้องตราพระราชกฤษฎีกานี้ ๑๘ บันทึกหลักการและเหตุผล ประกอบร่างพระราชกฤษฎีกาจัดตั้งองค์การจัดการน�้าเสีย (ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๕๘ หลักการ แก้ไขเพิ่มเติมพระราชกฤษฎีกาจัดตั้งองค์การจัดการน�้าเสีย พ.ศ.๒๕๓๘ โดยให้ผู ้ รักษาการแทนผู ้อ�านวยการมีอ�านาจหน้าที่อย่างเดียวกับผู ้อ�านวยการ (มาตรา ๒๖ วรรคสอง) เหตุผล โดยท่ีพระราชกฤษฎีกาจัดตั้งองค์การจัดการน�้าเสีย พ.ศ. ๒๕๓๘ บัญญัต ิ ให้ผู ้อ�านวยการองค์การจัดการน�้าเสียเป็นองค์ประกอบหน่ึงของคณะกรรมการ องค์การจัดการน�้าเสียและให้ผู้รักษาการแทนผู้อ�านวยการองค์การจัดการน�้าเสีย มีอ�านาจหน้าที่อย่างเดียวกับผู้อ�านวยการองค์การจัดการน�้าเสีย เว้นแต่อ�านาจหน้าที่ ในฐานะกรรมการองค์การจัดการน�้าเสีย ดังนั้น เมื่อผู้อ�านวยการองค์การจัดการน�้าเสีย ไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ได้ หรือต�าแหน่งผู ้อ�านวยการองค์การจัดการน�้าเสียว่างลง คณะกรรมการองค์การจัดการน�้าเสียจึงไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ตามที่กฎหมายก�าหนด ไว้ได้ สมควรก�าหนดให้อ�านาจหน้าที่ของผู้รักษาการแทนผู้อ�านวยการองค์การจัดการ น�้าเสีย ครอบคลุมถึงอ�านาจหน้าที่ในฐานะกรรมการองค์การจัดการน�้าเสียด้วย เพื่อให้การบริหารงานขององค์การจัดการน�้าเสียและการปฏิบัติหน้าที่ของคณะกรรมการ องค์การจัดการน�้าเสียเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและต่อเนื่อง จึงจ�าเป็นต้องตรา พระราชกฤษฎีกานี้ ๑๙ บันทึกหลักการและเหตุผล ประกอบร่างพระราชกฤษฎีกาจัดตั้งองค์การจัดการน�้าเสีย (ฉบับที่ ๕) พ.ศ. ๒๕๖๑ หลักการ แก้ไขเพิ่มเติมพระราชกฤษฎีกาจัดตั้งองค์การจัดการน�้าเสีย พ.ศ.๒๕๓๘ ดังนี้ (๑) ตัดค�าว่า กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ออก เพื่อให้ สอดคล้องกับรัฐมนตรีผู้รักษาการตามพระราชกฤษฎีกานี้ (มาตรา ๑๒) (๒) ปรับปรุงผู้มีลักษณะต้องห้ามมิให้เป็นประธานกรรมการและกรรมการ ซึ่งคณะรัฐมนตรีแต่งตั้ง (มาตรา ๑๔) (๓) ก�าหนดประธานกรรมการและกรรมการซึ่งคณะรัฐมนตรีแต่งตั้งพ้น จากต�าแหน่งก่อนวาระ ให้คณะกรรมการประกอบด้วยกรรมการทั้งหมดที่มีอยู่จนกว่า จะมีการแต่งตั้งประธานกรรมการหรือกรรมการขึ้นใหม่ (มาตรา ๑๕) (๔) ก�าหนดให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยรักษาการตามพระราช กฤษฎีกานี้ (มาตรา ๔๐) ๒๐ เหตุผล โดยที่องค์การจัดการน�้าเสียมีความจ�าเป็นต้องปฏิบัติงานร่วมกับหน่วยงาน ของรัฐ ทั้งในราชการส่วนกลาง ราชการส่วนภูมิภาค และราชการส่วนท้องถิ่นในการ ด�าเนินการแก้ไขปัญหาน�้าเสีย และเพื่อให้องค์การจัดการน�้าเสียสามารถบริหารงาน ได้อย่างคล่องตัวและเกิดการบูรณาการระหว่างหน่วยงานที่เก่ียวข้องในการจัดการ น�้าเสีย สมควรโอนการก�ากับดูแลกิจการขององค์การจัดการน�้าเสียของรัฐมนตรี ว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมให้แก่รัฐมนตรีว่าการกระทรวง มหาดไทยและปรับปรุงการแต่งตั้งและลักษณะต้องห้ามของประธานกรรมการและ กรรมการอื่น รวมทั้งเพ่ิมบทบัญญัติรองรับการปฏิบัติหน้าที่ของคณะกรรมการ องค์การจัดการน�้าเสีย กรณีประธานกรรมการหรือกรรมการ ซึ่งคณะรัฐมนตรีแต่งตั้ง ทั้งหมดพ้นจากต�าแหน่งก่อนวาระ จึงจ�าเป็นต้องตราพระราชกฤษฎีกานี้ หมายเหตุ ๑. พระราชกฤษฎีกาจัดตั้งองค์การจัดการน�้าเสีย พ.ศ. ๒๕๓๘ ได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษา ฉบับกฤษฎีกา เล่ม ๑๑๒ ตอนที่ ๓๓ ก ลงวันที่ ๑๔ สิงหาคม ๒๕๓๘ แล้ว ๒. พระราชกฤษฎีกาจัดตั้งองค์การจัดการน�้าเสีย (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๔๐ ได้ประกาศใน ราชกิจจานุเบกษา ฉบับกฤษฎีกา เล่ม ๑๑๔ ตอนที่ ๕๒ ก ลงวันที่ ๒ ตุลาคม ๒๕๔๐ แล้ว ๓. พระราชกฤษฎีกาจัดตั้งองค์การจัดการน�้าเสีย (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๔๘ ได้ประกาศใน ราชกิจจานุเบกษา ฉบับกฤษฎีกา เล่ม ๑๒๒ ตอนที่ ๑๔ ก ลงวันที่ ๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๔๘ แล้ว ๔. พระราชกฤษฎีกาจัดตั้งองค์การจัดการน�้าเสีย (ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๕๘ ได้ประกาศใน ราชกิจจานุเบกษา ฉบับกฤษฎีกา เล่ม ๑๓๒ ตอนที่ ๒๑ ก ลงวันที่ ๒๖ มีนาคม ๒๕๕๘ แล้ว ๕. พระราชกฤษฎีกาจัดตั้งองค์การจัดการน�้าเสีย (ฉบับที่ ๕) พ.ศ. ๒๕๖๑ ได้ประกาศใน ราชกิจจานุเบกษา ฉบับกฤษฎีกา เล่ม ๑๓๕ ตอนที่ ๙๘ ก ลงวันที่ ๒๒ พฤศจิกายน ๒๕๖๑ แล้ว ๒๑ บันทึก .............................................................................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................................................................. ๒๒ พิมพ์ที่ บริษัท ดวงแดงดีไซน์แอนด์มาร์เก็ตติ้ง จ�ากัด 23/378 ถ.นวมินทร์ แขวงคลองกุ่ม เขตบึงกุ่ม กรุงเทพฯ 10240 นายชาญณรงค์ อนุพัฒนกูล ผู้พิมพ์ผู้โฆษณา มิถุนายน 2563 โทร. 0-2988-9133-6 แฟกซ์. 0-2988-9136

Royal Decree on the Establishment of the Wastewater Management Organization B.E. 2538 · Nelum