Oil Fund Act B.E. 2562
Made 2019-05-27 · Text as of 2026-10-01
Public law and official guidance, published as research. Not legal, tax or financial advice.
About this law
- Language
- Thai
- Kind
- Act
- Organisation
- Mekong River Commission (MRC)
- Country
- Thailand
- Subjects
- Energy
- Keywords
- oil, energy conservation/energy production, offences/penalties, institution, governance
- Categories
- energy
Where to read it
Text
The law's own text, section by section, as held. Each section has its own link.
หนา้ ๑ เลม่ ๑๓๖ ตอนที่ ๖๙ ก ราชกิจจานุเบกษา ๒๗ พฤษภาคม ๒๕๖๒ พระราชบัญญัติ กองทุนน้ามันเชื้อเพลิง พ.ศ. ๒๕๖๒ พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ให้ไว้ ณ วันที่ ๒๔ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๖๒ เป็นปีที่ ๔ ในรัชกาลปัจจุบัน พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศว่า โดยที่เป็นการสมควรมีกฎหมายว่าด้วยกองทุนน้ามันเชื้อเพลิง พระราชบั ญ ญั ติ นี้ มี บ ทบั ญญั ติบ างประการเกี่ ย วกั บการจ้ า กัด สิ ท ธิ และเสรีภ าพของบุคคล ซึ่งมาตรา ๒๖ ประกอบกับมาตรา ๓๓ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย บัญญัติให้กระท้าได้ โดยอาศัยอ้านาจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมาย เหตุผลและความจ้าเป็นในการจ้ากัดสิทธิและเสรีภาพของบุคคลตามพระราชบัญญัตินี้ เพื่อให้ กองทุนน้ามันเชื้อเพลิงมีสถานะที่เพียงพอต่อการด้าเนินการตามวัตถุประสงค์อย่างมีประสิทธิภาพ อันจะเป็น ประโยชน์ต่อความมั่นคงด้านพลังงานและเศรษฐกิจของประเทศ ซึ่งการตราพระราชบัญญัตินี้สอดคล้องกับ เงื่อนไขที่บัญญัติไว้ในมาตรา ๒๖ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยแล้ว จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ต ราพระราชบัญญัติขึ้นไว้โดยค้าแนะน้าและยินยอมของ สภานิติบัญญัติแห่งชาติท้าหน้าที่รัฐสภา ดังต่อไปนี้ มาตรา ๑ พระราชบัญญัตินี้เรียกว่า “พระราชบัญญัติกองทุนน้ามันเชื้อเพลิง พ.ศ. ๒๕๖๒” หนา้ ๒ เลม่ ๑๓๖ ตอนที่ ๖๙ ก ราชกิจจานุเบกษา ๒๗ พฤษภาคม ๒๕๖๒
มาตรา ๒ พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับเมื่อพ้นก้าหนดหนึ่งร้อยยี่สิบวันนับแต่วันประกาศ ในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป มาตรา ๓ ในพระราชบัญญัตินี้ “กองทุน” หมายความว่า กองทุนน้ามันเชื้อเพลิง “น้ามันเชื้อเพลิง” หมายความว่า น้ามันเบนซิน น้ามันก๊าด น้ามันดีเซล น้ามันเตา น้ามัน ที่คล้ายกันหรือน้ามันส้าหรับเครื่องยนต์ที่คล้ายกัน น้ามันดิบสังเคราะห์ที่ใช้หรืออาจใช้เป็นวัตถุดิบใน การกลั่นหรือผลิตเพื่อให้ได้มาซึ่งผลิตภัณฑ์ดังกล่าวข้างต้น และให้หมายความรวมถึงก๊าซปิโตรเลียมเหลว ก๊าซธรรมชาติส้าหรับยานยนต์ หรือน้ามันเชื้อเพลิงที่ได้จากสิ่งอื่นใดตามที่รัฐมนตรีประกาศก้าหนด “ก๊าซปิโตรเลียมเหลว” หมายความว่า ก๊าซปิโตรเลียมที่ประกอบด้วยโพรเพน โพรพิลีน นอร์แมลบิวเทน ไอโซบิวเทน หรือบิวทิลีน อย่างใดอย่างหนึ่งหรือหลายอย่างผสมกันเป็นส่วนใหญ่ “ก๊าซธรรมชาติส้าหรับยานยนต์” หมายความว่า ก๊าซปิโตรเลียมที่ประกอบด้วยมีเทนเป็นส่วนใหญ่ เพื่อน้ามาใช้เป็นเชื้อเพลิงส้าหรับยานยนต์ “วิ ก ฤตการณ์ ด้ า นน้ า มั น เชื้ อ เพลิ ง ” หมายความว่ า สถานการณ์ ที่ ร าคาน้ า มั น เชื้ อ เพลิ ง มีการปรับราคาขึ้นอย่างรวดเร็วหรือผันผวนอันอาจเกิดผลกระทบต่อการด้ารงชีพของประชาชน หรือ สถานการณ์ที่น้ามันเชื้อเพลิงอาจขาดแคลนและไม่เพียงพอต่อการใช้ภายในประเทศ ทั้งนี้ ตามที่ก้าหนด ในแผนรองรับวิกฤตการณ์ด้านน้ามันเชื้อเพลิง “โรงกลั่น” หมายความว่า โรงกลั่นน้ามันเชื้อเพลิง โรงงานอุตสาหกรรมปิโตรเคมีและสารละลาย สถานที่ผลิตและจ้าหน่ายน้ามันเชื้อเพลิง และโรงแยกก๊าซธรรมชาติที่ผลิตและจ้าหน่ายก๊าซปิโตรเลียมเหลว “คณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ” หมายความว่า คณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ ตามกฎหมายว่าด้วยคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ “คณะกรรมการ” หมายความว่า คณะกรรมการบริหารกองทุนน้ามันเชื้อเพลิง “กรรมการ” หมายความว่า กรรมการบริหารกองทุนน้ามันเชื้อเพลิง “ส้านักงาน” หมายความว่า ส้านักงานกองทุนน้ามันเชื้อเพลิง “ผู้อ้านวยการ” หมายความว่า ผู้อ้านวยการส้านักงานกองทุนน้ามันเชื้อเพลิง “พนักงานเจ้าหน้าที่” หมายความว่า ผู้ซึ่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานแต่งตั้งให้ ปฏิบัติการ ตามพระราชบัญญัตินี้ “รัฐมนตรี” หมายความว่า รัฐมนตรีผู้รักษาการตามพระราชบัญญัตินี้ มาตรา ๔ ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังรักษาการ ตามพระราชบัญญัตินี้ ทั้งนี้ ในส่วนที่เกี่ยวกับหน้าที่และอ้านาจของตน
หนา้ ๓ เลม่ ๑๓๖ ตอนที่ ๖๙ ก ราชกิจจานุเบกษา ๒๗ พฤษภาคม ๒๕๖๒ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานมีอ้านาจแต่งตั้งพนักงานเจ้าหน้าที่กับออกประกาศเพื่อปฏิบัติการ ตามพระราชบัญญัตินี้ ประกาศนั้น เมื่อได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้วให้ใช้บังคับได้ หมวด ๑ การจัดตั้งกองทุน มาตรา ๕ ให้จัดตั้งกองทุนขึ้นกองทุนหนึ่ง เรียกว่า “กองทุนน้ามันเชื้อเพลิง” ในส้านักงาน กองทุนน้ามันเชื้อเพลิง มีวัตถุประสงค์เพื่อรักษาเสถียรภาพระดับราคาน้ามันเชื้อเพลิงในประเทศให้อยู่ ในระดับที่เหมาะสมในกรณีที่เกิดวิกฤตการณ์ด้านน้ามันเชื้อเพลิง การด้าเนินงานตามวัตถุประสงค์ตามวรรคหนึ่งให้อยู่ภายใต้กรอบนโยบายการบริหารกองทุน ตามที่คณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติก้าหนด มาตรา ๖ กองทุนประกอบด้วยเงินและทรัพย์สิน ดังต่อไปนี้ (๑) เงินและทรัพย์สินที่ได้รับโอนมาตามมาตรา ๔๘ และมาตรา ๔๙ (๒) เงินอุดหนุนที่รัฐบาลอาจจัดสรรให้ในกรณีที่มีเหตุฉุกเฉินและจ้าเป็น (๓) เงินและเงินเพิ่มที่ส่งเข้ากองทุนตามมาตรา ๒๗ มาตรา ๓๒ และมาตรา ๓๔ (๔) เงินกู้ตามมาตรา ๒๖ (๕) เงินหรือทรัพย์สินที่มีผู้บริจาคหรือมอบให้ (๖) เงินหรือทรัพย์สินที่ตกเป็นของกองทุนหรือที่กองทุนได้รับตามกฎหมาย (๗) ดอกผลหรือผลประโยชน์ที่เกิดจากเงินหรือทรัพย์สินของกองทุน (๘) ค่าตอบแทน ค่าบริการ หรือรายได้จากการด้าเนินงาน (๙) เงินที่ได้จากการจ้าหน่ายทรัพย์สินของกองทุนหรือที่ได้จากการจัดหารายได้ มาตรา ๗ รายได้ของกองทุนไม่ต้องน้าส่งคลังเป็นรายได้แผ่นดิน มาตรา ๘ เงินกองทุนให้ใช้จ่ายได้เพื่อกิจการ ดังต่อไปนี้ (๑) ค่าใช้จ่ายตามวัตถุประสงค์ตามมาตรา ๕ (๒) ค่าใช้จ่ายในการด้าเนินงานกองทุนหรือการบริหารกองทุนและกิจการอื่นที่เกี่ยวกับหรือ เกี่ยวเนื่องกับการจัดการกิจการของกองทุน
หนา้ ๔ เลม่ ๑๓๖ ตอนที่ ๖๙ ก ราชกิจจานุเบกษา ๒๗ พฤษภาคม ๒๕๖๒ หมวด ๒ การบริหารกิจการของกองทุน มาตรา ๙ ให้มีคณะกรรมการคณะหนึ่งเรียกว่า “คณะกรรมการบริหารกองทุนน้ามันเชื้อเพลิง” ประกอบด้วย (๑) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เป็นประธานกรรมการ (๒) ปลัดกระทรวงพลังงาน เป็นรองประธานกรรมการ (๓) กรรมการโดยต้ า แหน่ ง ได้ แ ก่ ปลั ด กระทรวงการคลั ง ปลั ด กระทรวงคมนาคม ปลั ด กระทรวงอุต สาหกรรม เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎี กา อธิ บ ดีกรมการค้าภายใน อธิบดี กรมธุรกิจพลังงาน อธิบดีกรมบัญชีกลาง และผู้อ้านวยการส้านักงานนโยบายและแผนพลังงาน (๔) กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ จ้านวนสี่คน ซึ่งคณะรัฐมนตรีแต่งตั้งจากผู้มีความรู้ ความเชี่ยวชาญ และประสบการณ์ในด้านการเงินและด้านธุรกิจน้ามันเชื้อเพลิง อย่างน้อยด้านละหนึ่งคน หรือด้านอื่น ที่เกี่ยวข้องและเป็นประโยชน์ต่อการด้าเนินงานของกองทุน ให้ผู้อ้านวยการเป็นกรรมการและเลขานุการ และให้ผู้อ้านวยการแต่งตั้งเจ้าหน้าที่ส้านักงาน เป็นผู้ช่วยเลขานุการ การแต่งตั้งกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิตาม (๔) ให้ด้าเนินการสรรหาตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และ เงื่อนไขที่คณะกรรมการก้าหนด มาตรา ๑๐ กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิต้องมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้าม ดังต่อไปนี้ (๑) มีสัญชาติไทย (๒) มีอายุไม่เกินเจ็ดสิบปี (๓) ไม่เป็นบุคคลล้มละลายหรือเคยเป็นบุคคลล้มละลายทุจริต (๔) ไม่เป็นคนไร้ความสามารถหรือคนเสมือนไร้ความสามารถ (๕) ไม่เป็นบุคคลที่ต้องค้าพิพากษาให้จ้าคุกและถูกคุมขังอยู่โดยหมายของศาล (๖) ไม่เคยได้รับโทษจ้าคุกโดยค้าพิพากษาถึงที่สุดให้จ้าคุก เว้นแต่เป็นโทษส้าหรับความผิด ที่ได้กระท้าโดยประมาทหรือความผิดลหุโทษ (๗) ไม่เป็นผู้ด้ารงต้าแหน่งทางการเมือง สมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น กรรมการ หรือผู้ด้ารงต้าแหน่งที่รับผิดชอบในการบริหารในพรรคการเมือง ที่ปรึกษาพรรคการเมือง หรือเจ้าหน้าที่ ในพรรคการเมือง
หนา้ ๕ เลม่ ๑๓๖ ตอนที่ ๖๙ ก ราชกิจจานุเบกษา ๒๗ พฤษภาคม ๒๕๖๒ (๘) ไม่เคยต้องค้าพิพากษาหรือค้าสั่งของศาลให้ทรัพย์สินตกเป็นของแผ่นดินเพราะร่้ารวยผิดปกติ หรือมีทรัพย์สินเพิ่มขึ้นผิดปกติ (๙) ไม่เคยถูกไล่ออก ปลดออก หรือให้ออกจากงาน เพราะทุจริตต่อหน้าที่หรือประพฤติ ไม่เหมาะสม มาตรา ๑๑ กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิมีวาระการด้ารงต้าแหน่งคราวละสี่ปี เมื่อกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิจะพ้นจากต้าแหน่งเพราะครบวาระในวรรคหนึ่ง ให้ด้าเนินการ เพื่อแต่งตั้ง กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิให้แล้วเสร็จก่อนครบวาระไม่น้อยกว่าสามสิบวัน ในกรณีที่ยังไม่มี การแต่งตั้งกรรมการผู้ ทรงคุณวุฒิขึ้นใหม่ ให้กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งพ้นจากต้าแหน่งตามวาระนั้ น อยู่ในต้าแหน่งต่อไปจนกว่ากรรมการผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งได้รับแต่งตั้งใหม่เข้ารับหน้าที่ กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งพ้นจากต้าแหน่งตามวาระ อาจได้รับแต่งตั้งอีกได้แต่จะด้ารงต้าแหน่ง ติดต่อกันเกินสองวาระไม่ได้ มาตรา ๑๒ นอกจากการพ้นจากต้าแหน่งตามวาระ กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิพ้นจากต้าแหน่ง เมื่อ (๑) ตาย (๒) ลาออก (๓) คณะรั ฐ มนตรี ใ ห้ อ อก เพราะบกพร่ อ งต่ อ หน้ า ที่ มี ค วามประพฤติ เ สื่ อ มเสี ย หรื อ หย่อนความสามารถ (๔) ขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา ๑๐ มาตรา ๑๓ ในกรณีที่กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิพ้นจากต้าแหน่งก่อนวาระ ให้คณะกรรมการ ประกอบด้วยกรรมการเท่าที่เหลืออยู่ และให้ด้าเนินการแต่งตั้งกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิแทนต้าแหน่งที่ว่าง ภายในเก้าสิบวัน และให้ผู้ได้รับแต่งตั้งแทนต้าแหน่งที่ว่างนั้นอยู่ในต้าแหน่งเท่ากับวาระที่เหลืออยู่ ของ กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งได้แต่งตั้งไว้แล้ว เว้นแต่วาระของกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิเหลือไม่ถึงเก้าสิบวัน จะไม่แต่งตั้งกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิแทนก็ได้ มาตรา ๑๔ คณะกรรมการมีหน้าที่และอ้านาจ ดังต่อไปนี้ (๑) เสนอแผนรองรับวิกฤตการณ์ด้านน้ามันเชื้อเพลิงและแผนยุทธศาสตร์กองทุนน้ามันเชื้อเพลิง ต่อคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ เพื่อน้าเสนอคณะรัฐมนตรีให้ความเห็นชอบ (๒) รายงานผลการประเมินการปฏิบัติงานและการเสนอแนะมาตรการแก้ไขปัญหาอุปสรรค การปฏิบัติการตามแผนรองรับวิกฤตการณ์ด้านน้ามันเชื้อเพลิงและแผนยุทธศาสตร์กองทุนน้ามันเชื้อเพลิง ต่อคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ
หนา้ ๖ เลม่ ๑๓๖ ตอนที่ ๖๙ ก ราชกิจจานุเบกษา ๒๗ พฤษภาคม ๒๕๖๒ (๓) ก้าหนดหลักเกณฑ์และวิธีการบริหารกองทุน และก้ากับดูแลการด้าเนินงานให้เป็นไป ตามวัตถุประสงค์และสอดคล้องกับนโยบายการบริหารกองทุนตามที่คณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ ก้าหนด (๔) ก้าหนดหลักเกณฑ์และวิธีการส่งเงินเข้ากองทุนหรือได้รับเงินชดเชยและก้าหนดอัตราเงิน ส่งเข้ากองทุนตามมาตรา ๒๗ อัตราเงินชดเชยตามมาตรา ๒๙ อัตราเงินคืนจากกองทุนตามมาตรา ๓๑ และอัตราเงินชดเชยคืนกองทุนตามมาตรา ๓๒ โดยอาจก้าหนดตามประเภท การใช้ และแหล่งที่มา ของน้ามันเชื้อเพลิง ก็ได้ ทั้งนี้ ให้คณะกรรมการรายงานการด้าเนินการดังกล่าวต่อคณะกรรมการนโยบาย พลังงานแห่งชาติเพื่อทราบ (๕) อนุมัติการจ่ายเงินกองทุนเพื่อด้าเนินการตามแผนรองรับวิกฤตการณ์ด้านน้ามันเชื้อเพลิง เพื่อรักษาเสถียรภาพระดับราคาน้ามันเชื้อเพลิงในประเทศให้อยู่ในระดับที่เหมาะสมตามมาตรา ๕ (๖) ให้ความเห็นชอบการกู้ยืมเงินของส้านักงานตามมาตรา ๒๖ (๗) ก้าหนดระเบียบเกี่ยวกับหลักเกณฑ์การจ่ายเงินและการเก็บรักษาเงินกองทุนโดยความเห็นชอบ ของกระทรวงการคลัง (๘) บริหารสินทรัพย์และหนี้สินของกองทุน ให้มีความคุ้มค่าและมีประสิทธิภาพ (๙) อนุมัติแผนงาน โครงการ และงบประมาณประจ้าปีของส้านักงาน (๑๐) ออกระเบียบ ข้อบังคับ หรือประกาศเพื่อให้เป็นไปตามพระราชบัญญัตินี้ (๑๑) ออกระเบียบหรือข้อบังคับเกี่ยวกับโครงสร้างองค์กร การบริหารงานบุคคล การงบประมาณ การเงินและทรัพย์สิน และการด้าเนินงานอื่นของกองทุนและส้านักงาน รวมถึงการก้าหนดค่าตอบแทน สิทธิประโยชน์ หรือสวัสดิการต่าง ๆ ของผู้อ้านวยการ เจ้าหน้าที่ และลูกจ้าง ทั้งนี้ โดยสอดคล้องกับ หลักเกณฑ์และแนวทางที่คณะกรรมการนโยบายการบริหารทุนหมุนเวียนตามกฎหมายว่าด้วยการบริหาร ทุนหมุนเวียนก้าหนด (๑๒) ปฏิบัติการอื่นใดตามพระราชบัญญัตินี้หรือตามที่คณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ มอบหมาย การออกประกาศตาม (๔) ประธานกรรมการอาจมอบอ้านาจให้ผู้อ้านวยการเป็นผู้ลงนาม ในประกาศแทนก็ได้ มาตรา ๑๕ การประชุมคณะกรรมการต้องมีกรรมการมาประชุมไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจ้านวน กรรมการทั้งหมดจึงจะเป็นองค์ประชุม
หนา้ ๗ เลม่ ๑๓๖ ตอนที่ ๖๙ ก ราชกิจจานุเบกษา ๒๗ พฤษภาคม ๒๕๖๒ ในการประชุมคณะกรรมการ ถ้าประธานกรรมการไม่มาประชุมหรือไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ได้ ให้รองประธานกรรมการเป็นประธานในที่ประชุม แต่ถ้าทั้งประธานกรรมการและรองประธานกรรมการ ไม่มาประชุมหรือไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ได้ ให้เลื่อนการประชุม การวินิจฉัยชี้ขาดของที่ประชุมให้ถือเสียงข้างมาก กรรมการคนหนึ่งให้มีเสียงหนึ่งในการลงคะแนน ถ้าคะแนนเสียงเท่ากันให้ประธานในที่ประชุมออกเสียงเพิ่มขึ้นอีกเสียงหนึ่งเป็นเสียงชี้ขาด มาตรา ๑๖ คณะกรรมการมีอ้านาจแต่งตั้งคณะอนุกรรมการเพื่อ พิจารณาหรือปฏิบัติการ อย่างใดอย่างหนึ่งตามที่คณะกรรมการมอบหมายได้ การประชุมคณะอนุกรรมการให้น้าความในมาตรา ๑๕ มาใช้บังคับโดยอนุโลม มาตรา ๑๗ ให้ประธานกรรมการ รองประธานกรรมการ กรรมการ และอนุกรรมการ ได้รับ เบี้ยประชุมหรือประโยชน์ตอบแทนอื่นตามหลักเกณฑ์และอัตราที่คณะกรรมการก้าหนดโดยความเห็นชอบ ของกระทรวงการคลัง หมวด ๓ ส้านักงานกองทุนน้ามันเชื้อเพลิง มาตรา ๑๘ ให้มีส้านักงานกองทุนน้ามันเชื้อเพลิง มีฐานะเป็นหน่วยงานของรัฐที่เป็นนิติบุคคล และไม่เป็นส่วนราชการตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบบริหารราชการแผ่นดินหรือรัฐวิสาหกิจตามกฎหมาย ว่าด้วยวิธีการงบประมาณหรือกฎหมายอื่น และให้อยู่ภายใต้การก้ากับดูแลของรัฐมนตรีว่าการกระทรวง พลังงาน กิจการของส้านักงานไม่อยู่ภายใต้บังคับของกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองแรงงาน กฎหมายว่าด้วย แรงงานสัมพันธ์ กฎหมายว่าด้วยการประกันสังคม และกฎหมายว่าด้วยเงินทดแทน แต่เจ้าหน้าที่และ ลูกจ้างของส้านักงานต้องได้รับประโยชน์ตอบแทนไม่น้อยกว่าที่ก้าหนดในกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองแรงงาน กฎหมายว่าด้วยการประกันสังคม และกฎหมายว่าด้วยเงินทดแทน มาตรา ๑๙ ให้ส้านักงานมีหน้าที่และอ้านาจ ดังต่อไปนี้ (๑) รับผิดชอบงานธุรการของคณะกรรมการและคณะอนุกรรมการ (๒) จัดท้าแผนรองรับวิกฤตการณ์ด้านน้ามันเชื้อเพลิงและแผนยุทธศาสตร์กองทุนน้ามันเชื้อเพลิง รวมทั้งรายงานผลการประเมินการปฏิบัติงานและการเสนอแนะมาตรการแก้ไขปัญหาอุปสรรคการปฏิบัติการ ตามแผนดังกล่าวเสนอต่อคณะกรรมการ (๓) กู้ยืมเงินตามมาตรา ๒๖
หนา้ ๘ เลม่ ๑๓๖ ตอนที่ ๖๙ ก ราชกิจจานุเบกษา ๒๗ พฤษภาคม ๒๕๖๒ (๔) เสนอแผนการเงินและงบประมาณประจ้าปีต่อคณะกรรมการ (๕) จัดท้ารายงานประจ้าปีและความเห็นเกี่ยวกับปัญหาและอุปสรรคในการด้าเนินงานด้านต่าง ๆ ของส้านักงาน รวมทั้งรายงานการเงินและบัญชี เสนอต่อคณะกรรมการ (๖) ถือกรรมสิทธิ์ มีสิทธิครอบครอง และมีทรัพย์สินใด ๆ (๗) ก่อตั้งสิทธิหรือท้านิติกรรมเกี่ยวกับทรัพย์สิน (๘) ด้าเนินคดีทางแพ่ง ทางอาญา และทางปกครอง ที่เกี่ยวกับการด้าเนินงานของกองทุนหรือ การบริหารกองทุนและกิจการอื่นที่เกี่ยวกับหรือเกี่ยวเนื่องกับการจัดการกิจการของกองทุน (๙) ปฏิบัติการตามที่คณะรัฐมนตรี รัฐมนตรี คณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ หรือ คณะกรรมการมอบหมาย (๑๐) ปฏิบัติการอื่นใดที่กฎหมายก้าหนดให้เป็นหน้าที่ของส้านักงาน มาตรา ๒๐ ให้ส้านักงานมีผู้อ้านวยการเป็นผู้รับผิดชอบบริหารกิจการของส้านักงานขึ้นตรงต่อ คณะกรรมการ และจะให้มีรองผู้อ้านวยการหรือผู้ช่วยผู้อ้านวยการเป็นผู้ช่วยสั่งและปฏิบัติงานรองจาก ผู้อ้านวยการก็ได้ ให้คณะกรรมการเป็นผู้แต่งตั้ง ถอดถอน และก้าหนดอัตราเงินเดือนและประโยชน์ตอบแทนอื่น ของผู้อ้านวยการ หลักเกณฑ์และวิธีการสรรหาผู้อ้านวยการ ให้เป็นไปตามที่คณะกรรมการประกาศก้าหนด มาตรา ๒๑ ผู้อ้านวยการต้องมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้าม ดังต่อไปนี้ (๑) มีอายุไม่เกินหกสิบห้าปี (๒) เป็นผู้สามารถท้างานให้แก่ส้านักงานได้เต็มเวลา (๓) เป็นผู้มีความรู้ ความสามารถ และประสบการณ์เหมาะสมกับกิจการของส้านักงาน (๔) มีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา ๑๐ (๑) (๓) (๔) (๕) (๖) (๗) (๘) และ (๙) มาตรา ๒๒ ผู้อ้านวยการมีวาระการด้ารงต้าแหน่งคราวละสี่ปี และอาจได้รับแต่งตั้งอีกได้ แต่จะด้ารงต้าแหน่งติดต่อกันเกินสองวาระไม่ได้ มาตรา ๒๓ นอกจากการพ้นจากต้าแหน่งตามวาระตามมาตรา ๒๒ ผู้อ้านวยการพ้นจาก ต้าแหน่งเมื่อ (๑) ตาย (๒) ลาออก
หนา้ ๙ เลม่ ๑๓๖ ตอนที่ ๖๙ ก ราชกิจจานุเบกษา ๒๗ พฤษภาคม ๒๕๖๒ (๓) คณะกรรมการให้ออก เพราะไม่ผ่านการประเมินผลการปฏิบัติงาน บกพร่องต่อหน้าที่ มีความประพฤติเสื่อมเสีย หรือหย่อนความสามารถ (๔) ขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา ๒๑ มติของคณะกรรมการให้ผู้อ้านวยการออกจากต้าแหน่งตาม (๓) ต้องประกอบด้วยคะแนนเสียง ไม่น้อยกว่าสองในสามของจ้านวนกรรมการเท่าที่มีอยู่ โดยไม่นับรวมผู้อ้านวยการ มาตรา ๒๔ ให้ผู้อ้านวยการมีหน้าที่และอ้านาจ ดังต่อไปนี้ (๑) บริหารกิจการของส้านักงานให้เป็นไปตามกฎหมาย วัตถุประสงค์ของกองทุน ระเบียบ ข้อบังคับ ประกาศ นโยบาย หรือมติที่คณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติหรือคณะกรรมการก้าหนด และเป็นผู้บังคับบัญชาเจ้าหน้าที่และลูกจ้างของส้านักงาน (๒) วางระเบียบเกี่ยวกับการด้าเนินงานของส้านักงานโดยไม่ขัดหรือแย้งกับกฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับ ประกาศ นโยบาย หรือมติที่คณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติหรือคณะกรรมการก้าหนด (๓) แต่งตั้งรองผู้อ้านวยการ และผู้ช่วยผู้อ้านวยการ โดยความเห็นชอบของคณะกรรมการ (๔) บรรจุ แต่งตั้ง เลื่อน ลด ตัดเงินเดือนหรือค่าจ้าง ลงโทษทางวินัยเจ้าหน้าที่และลูกจ้าง ตลอดจนให้เจ้าหน้าที่และลูกจ้างออกจากต้าแหน่ง ทั้งนี้ ตามระเบียบหรือข้อบังคับที่คณะกรรมการ ก้าหนด มาตรา ๒๕ ในกิจการที่เกี่ยวกับบุคคลภายนอก ให้ผู้อ้านวยการเป็นผู้แทนของส้านักงาน และเพื่อการนี้ ผู้อ้านวยการจะมอบอ้านาจให้บุคคลใดปฏิบัติงานเฉพาะอย่างแทนก็ได้ แต่ต้องเป็นไป ตามข้อบังคับที่คณะกรรมการก้าหนด หมวด ๔ การด้าเนินงานของกองทุน
มาตรา ๒๖ กองทุนต้องมีจ้านวนเงินเพียงพอเพื่อใช้ในการบริหารจัดการกองทุนอย่างมี ประสิทธิภาพ ซึ่งเมื่อรวมกับเงินกู้ตามวรรคสองแล้วต้องไม่เกินจ้านวนสี่หมื่นล้านบาท เมื่อกองทุนมีจ้านวนเงินไม่เพียงพอเพื่อด้าเนินงานตามวัตถุประสงค์ของกองทุนตามมาตรา ๕ ให้ส้านักงานโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการและโดยอนุมัติของคณะรัฐมนตรีมีอ้านาจกู้ยืมเงิน เป็นจ้านวนไม่เกินสองหมื่นล้านบาท ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์ที่คณะรัฐมนตรีก้าหนด การเปลี่ยนแปลงกรอบวงเงินตามวรรคหนึ่งและกรอบวงเงินกู้ตามวรรคสองให้สอดคล้องกับ สถานการณ์ทางเศรษฐกิจ ให้กระท้าได้โดยการตราพระราชกฤษฎีกา หนา้ ๑๐ เลม่ ๑๓๖ ตอนที่ ๖๙ ก ราชกิจจานุเบกษา ๒๗ พฤษภาคม ๒๕๖๒ มาตรา ๒๗ ให้บุคคลดังต่อไปนี้มีหน้าที่ส่งเงินเข้ากองทุนตามอัตราที่คณะกรรมการประกาศ ก้าหนด (๑) กรณีน้ามันเชื้อเพลิงที่ผลิตภายในราชอาณาจักร ให้ผู้ผลิตและจ้าหน่ายน้ามันเชื้อเพลิง ซึ่งเป็นโรงกลั่นส่งเงินเข้ากองทุนให้แก่กรมสรรพสามิต ตามปริมาณน้ามันเชื้อเพลิงที่ผลิตและจ้าหน่าย ทั้งนี้ ตามระยะเวลาและวิธีการที่กรมสรรพสามิตประกาศก้าหนด (๒) กรณีน้ามันเชื้อเพลิงที่น้าเข้ามาในราชอาณาจักร ให้ผู้น้าเข้าน้ามันเชื้อเพลิงส่งเงินเข้ากองทุน ให้แก่กรมศุลกากร ตามปริมาณน้ามันเชื้อเพลิงที่น้าเข้ามาในราชอาณาจักร ทั้งนี้ ตามระยะเวลาและ วิธีการที่กรมศุลกากรประกาศก้าหนด (๓) กรณีก๊าซปิโตรเลียมเหลวจากการแยกก๊า ซธรรมชาติที่ซื้อหรือได้มาจากรัฐผู้รับสัมปทาน หรือผู้รับสัญญาแบ่งปันผลผลิตตามกฎหมายว่าด้วยปิโตรเลียม ให้ผู้ซื้อหรือได้มาซึ่งก๊าซปิโตรเลียมเหลว ส่งเงินเข้ากองทุนให้แก่กรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ ตามปริมาณก๊าซปิโตรเลียมเหลวที่ซื้อหรือได้มา ทั้งนี้ ตามระยะเวลาและวิธีการที่กรมเชื้อเพลิงธรรมชาติประกาศก้าหนด มาตรา ๒๘ ในกรณีดังต่อไปนี้ให้ได้รับยกเว้นไม่ต้องส่งเงินเข้ากองทุน (๑) การน้าน้ามันเชื้อเพลิงที่ผลิตในโรงกลั่นมาใช้เป็นเชื้อเพลิงในกระบวนการผลิตในโรงกลั่น ของผู้ผลิต หรือใช้เป็นวัตถุดิบในโรงกลั่นของผู้ผลิต (๒) การน้าน้ามันเชื้อเพลิงที่ผลิตในโรงกลั่นมาขายหรือจ้าหน่ายเพื่อใช้เป็นวัตถุดิบในโรงกลั่น ของบุคคลอื่น (๓) การน้าน้ามันเชื้อเพลิงเข้ามาในราชอาณาจักรเพื่อใช้หรือขายหรือจ้าหน่ายเป็นวัตถุดิบใน โรงกลั่น (๔) การส่งน้ามันเชื้อเพลิงออกนอกราชอาณาจักร หรือส่งน้ามั นเชื้อเพลิงเข้าไปในคลังสินค้า ทัณฑ์บนหรือเขตปลอดอากรตามกฎหมายว่าด้วยศุลกากร หรือเขตประกอบการเสรีตามกฎหมายว่าด้วย การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (๕) การขายหรือจ้าหน่ายน้ามันเชื้อเพลิงให้แก่ผู้ประกอบการค้าน้ามันเชื้อเพลิงเพื่อน้าไปขาย หรือจ้าหน่ายให้แก่เรือประมงในเขตต่อเนื่องของราชอาณาจักร (๖) การขายหรือจ้าหน่ายน้ามันเชื้อเพลิงให้แก่เรือที่มีขนาดเกินกว่าห้าร้อยตันกรอสส์เพื่อใช้เป็น เชื้อเพลิงในการเดินทางออกนอกราชอาณาจักร
หนา้ ๑๑ เลม่ ๑๓๖ ตอนที่ ๖๙ ก ราชกิจจานุเบกษา ๒๗ พฤษภาคม ๒๕๖๒ มาตรา ๒๙ เพื่อด้าเนิ น การตามวัตถุประสงค์ต ามมาตรา ๕ ให้บุคคลดังต่อไปนี้มีสิทธิ ได้รับเงินชดเชยจากกองทุนตามอัตราที่คณะกรรมการประกาศก้าหนด และให้ผู้อ้านวยการเป็นผู้สั่งจ่าย เงินชดเชยให้แก่ผู้มีสิทธิได้รับเงินชดเชย (๑) กรณีน้ามันเชื้อเพลิงที่ผลิตภายในราชอาณาจักร ให้ผู้ผลิตและจ้าหน่ายน้ามันเชื้อเพลิง ซึ่ ง เป็ น โรงกลั่ น มีสิ ทธิไ ด้รั บเงิ น ชดเชยตามปริมาณน้า มันเชื้ อเพลิงที่ ผ ลิต และจ้ าหน่า ยเพื่ อใช้ภ ายใน ราชอาณาจักร (๒) กรณีน้ามันเชื้อเพลิงที่น้าเข้ามาในราชอาณาจักร ให้ผู้น้าเข้าน้ามันเชื้อเพลิงมีสิทธิได้รับ เงินชดเชยตามปริมาณน้ามันเชื้อเพลิงที่น้าเข้าเพื่อใช้ภายในราชอาณาจักร (๓) กรณีก๊าซปิโตรเลียมเหลวจากการแยกก๊าซธรรมชาติที่ซื้อหรือได้มาจากรัฐผู้รับสัมปทาน หรือผู้รับสัญญาแบ่งปันผลผลิตตามกฎหมายว่าด้วยปิโตรเลียม ให้ผู้ซื้อหรือได้มาซึ่งก๊าซปิโตรเลียมเหลว มีสิทธิได้รับเงินชดเชยตามปริมาณก๊าซปิโตรเลียมเหลวที่ซื้อหรือได้มา น้ามันเชื้อเพลิงใดได้รับยกเว้นไม่ต้องส่งเงินเข้ากองทุนตามมาตรา ๒๘ มิให้มีการจ่ายเงินชดเชย ตามมาตรานี้ การขอรับเงินชดเชย ให้ผู้มีสิทธิได้รับเงินชดเชยยื่นรายการแจ้งชนิดและปริมาณน้ามันเชื้อเพลิง ต่อกรมสรรพสามิต กรมศุลกากร หรือกรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ แล้วแต่กรณี ทั้งนี้ ภายในสามปีนับแต่ วันที่มีสิทธิได้รับเงินชดเชย และตามวิธีการที่หน่วยงานนั้นประกาศก้าหนด มาตรา ๓๐ น้ามันเชื้อเพลิงใดที่มีการส่งเงินเข้ากองทุน หรือมีการขอรับเงินชดเชยจาก กองทุนแล้ว หากมีการน้าไปผลิตใหม่โดยการผสมสารเติมแต่งและท้าให้ปริมาณน้ามันเชื้อเพลิงเพิ่มขึ้น ให้ผู้ผลิตและจ้าหน่ายน้ามันเชื้อเพลิงซึ่งเป็นโรงกลั่นส่งเงินเข้ากองทุน หรือขอรับเงินชดเชยจากกองทุน เฉพาะในส่วนของปริมาณน้ามันเชื้อเพลิงที่เพิ่มขึ้นเท่านั้น มาตรา ๓๑ น้ามันเชื้อเพลิงใดที่มีการส่งเงินเข้ากองทุนแล้วตามมาตรา ๒๗ หากมีกรณี ตามมาตรา ๒๘ เกิดขึ้นหลังจากมีการส่งเงินเข้ากองทุน ให้บุคคลดังต่อไปนี้มีสิทธิได้รับเงินคืนจากกองทุน ตามอัตราที่คณะกรรมการประกาศก้าหนด ไม่ว่าผู้นั้นเป็นผู้ส่งเงินเข้ากองทุนหรือไม่ก็ตาม (๑) ผู้ มี ห น้ า ที่ ส่ ง เงิ น เข้ า กองทุ น ตามมาตรา ๒๗ (๑) หากน้ า น้ า มั น เชื้ อ เพลิ ง นั้ น ไปใช้ ตามมาตรา ๒๘ (๑) (๒) ผู้รับใบอนุญาตเป็นผู้ค้าน้ามันตามกฎหมายว่าด้วยการค้าน้ามันเชื้อเพลิงที่ขายหรือจ้าหน่าย น้ามันเชื้อเพลิงนั้นเพื่อน้าไปใช้เป็นวัตถุดิบในโรงกลั่นตามมาตรา ๒๘ (๒) หรือ (๓) แต่ไม่รวมถึง ส่วนที่น้าไปใช้เป็นเชื้อเพลิง
หนา้ ๑๒ เลม่ ๑๓๖ ตอนที่ ๖๙ ก ราชกิจจานุเบกษา ๒๗ พฤษภาคม ๒๕๖๒ (๓) ผู้ส่งน้ ามัน เชื้อเพลิงนั้ น ออกนอกราชอาณาจักร หรือผู้ส่งน้ามันเชื้อเพลิงนั้นเข้าไปใน คลังสินค้าทัณฑ์บนหรือเขตปลอดอากรตามกฎหมายว่าด้วยศุลกากร หรือเขตประกอบการเสรีตามกฎหมาย ว่าด้วยการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ในกรณีตามมาตรา ๒๘ (๔) (๔) ผู้ประกอบการค้าน้ามันเชื้อเพลิงที่ขายหรือจ้าหน่ายน้ามันเชื้อเพลิงนั้นให้แก่เรือประมง ในเขตต่อเนื่องของราชอาณาจักร ในกรณีตามมาตรา ๒๘ (๕) (๕) ผู้ขายหรือจ้าหน่ายน้ามันเชื้อเพลิงนั้นให้แก่เรือที่มีขนาดเกินกว่าห้าร้อยตันกรอสส์เพื่อใช้เป็น เชื้อเพลิงในการเดินทางออกนอกราชอาณาจักร ในกรณีตามมาตรา ๒๘ (๖) ให้ บุคคลตามวรรคหนึ่งยื่นค้าขอรับเงินคืนจากกองทุนต่อกรมสรรพสามิตหรือกรมศุลกากร แล้วแต่กรณี ทั้งนี้ ภายในสามปีนับแต่วันที่มีสิทธิได้รับเงินคืนจากกองทุน และตามวิธีการที่หน่วยงานนั้น ประกาศก้าหนด มาตรา ๓๒ น้ามันเชื้อเพลิงใดที่มีการรับเงินชดเชยจากกองทุนแล้วตามมาตรา ๒๙ หากมีกรณี ตามมาตรา ๒๘ เกิดขึ้นหลังจากได้รับเงินชดเชยจากกองทุน ให้บุคคลดังต่อไปนี้ส่งเงินชดเชยคืนกองทุน ตามอัตราที่คณะกรรมการประกาศก้าหนด ไม่ว่าผู้นั้นเป็นผู้ได้รับเงินชดเชยหรือไม่ก็ตาม (๑) ผู้มีสิทธิได้รับเงินชดเชยตามมาตรา ๒๙ หากน้าน้ามันเชื้อเพลิงนั้นไปใช้ตามมาตรา ๒๘ (๑) (๒) ผู้รับใบอนุญาตเป็นผู้ค้าน้ามันตามกฎหมายว่าด้วยการค้าน้ามันเชื้อเพลิงที่ขายหรือจ้าหน่าย น้ามันเชื้อเพลิงนั้นเพื่อน้าไปใช้เป็นวัตถุดิบในโรงกลั่นตามมาตรา ๒๘ (๒) หรือ (๓) แต่ไม่รวมถึงส่วนที่ น้าไปใช้เป็นเชื้อเพลิง (๓) ผู้ส่งน้ ามัน เชื้อเพลิงนั้ น ออกนอกราชอาณาจักร หรือผู้ส่งน้ามันเชื้อเพลิงนั้นเข้าไปใน คลังสินค้าทัณฑ์บนหรือเขตปลอดอากรตามกฎหมายว่าด้วยศุลกากร หรือเขตประกอบการเสรีตามกฎหมาย ว่าด้วยการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ในกรณีตามมาตรา ๒๘ (๔) (๔) ผู้ประกอบการค้าน้ามันเชื้อเพลิงที่ขายหรือจ้าหน่ายน้ามันเชื้อเพลิงนั้นให้แก่เรือประมง ในเขตต่อเนื่องของราชอาณาจักร ในกรณีตามมาตรา ๒๘ (๕) (๕) ผู้ขายหรือจ้าหน่ายน้ามันเชื้อเพลิงนั้นให้แก่เรือที่มีขนาดเกินกว่าห้าร้อยตันกรอสส์เพื่อใช้เป็น เชื้อเพลิงในการเดินทางออกนอกราชอาณาจักร ในกรณีตามมาตรา ๒๘ (๖) ให้บุคคลตามวรรคหนึ่งส่งเงินชดเชยคืนกองทุนแก่กรมสรรพสามิตหรือกรมศุลกากร แล้วแต่กรณี ทั้งนี้ ภายในสิบห้าวันนับแต่วันที่มีหน้าที่ส่งเงินชดเชยคืนกองทุน และตามวิธีการที่หน่วยงานนั้นประกาศ ก้าหนด
หนา้ ๑๓ เลม่ ๑๓๖ ตอนที่ ๖๙ ก ราชกิจจานุเบกษา ๒๗ พฤษภาคม ๒๕๖๒ มาตรา ๓๓ ผู้ใดส่งเงินเข้ากองทุนโดยไม่มีหน้าที่ส่งเงินเข้ากองทุน หรือส่งเงินเข้ากองทุน เกินกว่าจ้านวนที่มีหน้าที่ต้องส่ง ให้ผู้นั้นมีสิทธิได้รับเงินคืนตามระเบียบที่ส้านักงานก้าหนด มาตรา ๓๔ ในกรณีที่ผู้มีหน้าที่ส่งเงินเข้ากองทุนไม่ส่งเงินเข้ากองทุน ส่งเงินเข้ากองทุน ไม่ครบตามจ้านวนที่ต้องส่ง ไม่ส่งเงินชดเชยคืนกองทุน หรือส่งเงินชดเชยคืนกองทุนไม่ครบตามจ้านวน ที่ต้องส่ง ภายในระยะเวลาที่ก้าหนด ให้ด้าเนินคดีตามมาตรา ๔๑ เว้นแต่ในกรณีดังต่อไปนี้ (๑) ถ้าผู้มีหน้าที่ส่งเงินเข้ากองทุนเห็นเองว่า ตนมีกรณีดังกล่าว ให้ผู้นั้นส่งเงินตามจ้านวน ที่ต้องส่ง หรือตามจ้านวนที่ขาด พร้อมทั้งเงินเพิ่มในอัตราร้อยละหนึ่งจุดห้าต่อเดือนของจ้านวนเงินดังกล่าว นับแต่วันที่ครบก้าหนดส่งเงินเข้ากองทุนจนกว่าจะครบ ทั้งนี้ เงินเพิ่มต้องมีจ้านวนรวมแล้วไม่เกินกว่า จ้านวนเงินที่ต้องน้าส่ง (๒) ถ้ากรมสรรพสามิต กรมศุลกากร หรือกรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ เป็นผู้ตรวจพบว่ามีกรณี ดังกล่าว ให้กรมสรรพสามิต กรมศุลกากร หรือกรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ แล้วแต่กรณี แจ้งเป็นหนังสือ ให้ผู้มีหน้าที่ส่งเงินเข้ากองทุน ส่งเงินตามจ้านวนที่ต้องส่ง หรือตามจ้านวนที่ขาด พร้อมทั้งเงินเพิ่มในอัตรา ร้อยละสามต่อเดือนของจ้านวนเงินดังกล่าว นับแต่วันที่ครบก้าหนดส่งเงินเข้ากองทุนจนกว่าจะครบ ภายใน ระยะเวลาที่ก้าหนด ทั้งนี้ เงินเพิ่มต้องมีจ้านวนรวมแล้วไม่เกินกว่าจ้านวนเงินที่ต้องน้าส่ง เงิน เพิ่มตามวรรคหนึ่ง เป็น เงินที่ต้องส่งเข้ากองทุนหรือเป็นเงินชดเชยที่ต้องส่งคืนกองทุน แล้วแต่กรณี ในการค้านวณระยะเวลาเพื่อการค้านวณเงินเพิ่มตามวรรคหนึ่ง หากมีเศษของเดื อนให้นับเป็น หนึ่งเดือน ให้คณะกรรมการมีอ้านาจลดหรือยกเว้นการจ่ายเงินเพิ่มตามวรรคหนึ่งได้ ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์ ที่คณะกรรมการประกาศก้าหนด หมวด ๕ พนักงานเจ้าหน้าที่
มาตรา ๓๕ เพื่อปฏิบัติการให้เป็นไปตามพระราชบัญญัตินี้ ให้พนักงานเจ้าหน้าที่มีอ้านาจ ดังต่อไปนี้ (๑) เข้าไปในสถานที่ท้าการ โรงกลั่น สถานที่เก็บ และสถานีจ้าหน่ายน้ามันเชื้อเพลิง ในระหว่าง เวลาพระอาทิตย์ขึ้นถึงพระอาทิตย์ตก หรือในเวลาท้าการของสถานที่นั้น เพื่อตรวจสอบเอกสารหรือ หลักฐานที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งการกระท้าใดที่อาจเป็นการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามพระราชบัญญัตินี้ หนา้ ๑๔ เลม่ ๑๓๖ ตอนที่ ๖๙ ก ราชกิจจานุเบกษา ๒๗ พฤษภาคม ๒๕๖๒ (๒) มีหนังสือสอบถามหรือเรียกบุคคลที่เกี่ยวข้องมาให้ถ้อยค้า หรือให้ส่งบัญชีเอกสารหรือ หลักฐาน หรือวัตถุใด มาเพื่อประกอบการพิจารณาตรวจสอบการกระท้าที่อาจเป็นการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติ ตามพระราชบัญญัตินี้ มาตรา ๓๖ ในการปฏิบัติหน้าที่ของพนักงานเจ้าหน้าที่ ให้บุคคลที่เกี่ยวข้องอ้านวยความสะดวก ตามสมควร มาตรา ๓๗ ในการปฏิ บั ติ ห น้ า ที่ ต ามพระราชบั ญ ญั ติ นี้ พนั ก งานเจ้ า หน้ า ที่ ต้ อ งแสดง บัตรประจ้าตัวต่อบุคคลที่เกี่ยวข้อง บัตรประจ้าตัวพนักงานเจ้าหน้าที่ให้เป็นไปตามแบบที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานประกาศ ก้าหนด มาตรา ๓๘ ในการปฏิบัติหน้าที่ตามพระราชบัญญัตินี้ ให้พนักงานเจ้าหน้าที่เป็นเจ้าพนักงาน ตามประมวลกฎหมายอาญา หมวด ๖ การบัญชี การตรวจสอบ และการประเมินผล มาตรา ๓๙ การบัญชี การตรวจสอบ และการประเมินผลของกองทุน ให้น้ากฎหมาย ว่าด้วยการบริหารทุนหมุนเวียนมาใช้บังคับ มาตรา ๔๐ ให้ ค ณะกรรมการท้ า รายงานประจ้ า ปี ข องกองทุ น เสนอคณะรั ฐ มนตรี สภาผู้แทนราษฎร และวุฒิสภาเพื่อทราบภายในหกสิบวันนับแต่วันที่ได้รับรายงานการสอบบัญชีจาก ผู้สอบบัญชี รายงานนี้ให้กล่าวถึงผลงานของกองทุนในปีที่ล่วงมาแล้ว พร้อมทั้งงบการเงิน และรายงาน ของผู้สอบบัญชี หมวด ๗ บทก้าหนดโทษ
มาตรา ๔๑ ผู้มีหน้าที่ส่งเงินเข้ากองทุนผู้ใดไม่ส่งเงินเข้ากองทุนหรือส่งเงินเข้ากองทุนไม่ครบ ตามจ้านวนที่ต้องส่งตามมาตรา ๒๗ หรือไม่ส่งเงินชดเชยคืนกองทุนหรือส่งเงินชดเชยคืนกองทุนไม่ครบ ตามจ้านวนที่ต้องส่งตามมาตรา ๓๒ ต้องระวางโทษปรับไม่เกินสองแสนบาทหรือปรับไม่เกินห้าเท่าของ จ้านวนที่ต้องส่งหรือจ้านวนที่ขาด แล้วแต่จ้านวนใดจะสูงกว่า หนา้ ๑๕ เลม่ ๑๓๖ ตอนที่ ๖๙ ก ราชกิจจานุเบกษา ๒๗ พฤษภาคม ๒๕๖๒ มาตรา ๔๒ ผู้ใดขัด ขวางการปฏิบัติหน้าที่ของพนักงานเจ้าหน้าที่ต ามมาตรา ๓๕ (๑) ต้องระวางโทษจ้าคุกไม่เกินหนึ่งปี หรือปรับไม่เกินสองหมื่นบาท หรือทั้งจ้าทั้งปรับ มาตรา ๔๓ ผู้ใดไม่ให้ถ้อยค้า หรือไม่ส่งบัญชี เอกสารหรือหลักฐาน หรือวัตถุใดแก่พนักงาน เจ้าหน้าที่ซึ่งปฏิบัติหน้าที่ตามมาตรา ๓๕ (๒) ต้องระวางโทษจ้าคุกไม่เกินสามเดือน หรือปรับไม่เกิน หกพันบาท หรือทั้งจ้าทั้งปรับ มาตรา ๔๔ ผู้ใดไม่อ้านวยความสะดวกตามสมควรตามมาตรา ๓๖ ต้องระวางโทษปรับ ไม่เกินหกพันบาท มาตรา ๔๕ ผู้ใดแจ้งความเท็จหรือให้ถ้อยค้าเท็จหรือตอบค้าถามด้วยถ้อยค้าอันเป็นเท็จหรื อ น้าพยานหลักฐานเท็จมาแสดงต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ เพื่อให้มีการจ่ายเงินชดเชยหรือคืนเงินให้แก่ตนเอง หรือผู้อื่นตามข้อความ ถ้อยค้า หรือพยานหลักฐานอันเป็นเท็จนั้น ต้องระวางโทษจ้าคุกไม่เกินห้าปี หรือ ปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท หรือปรับไม่เกินสิบเท่าของจ้านวนเงินชดเชยหรือเงินคืนที่ขอ แล้วแต่จ้านวนใด จะสูงกว่า หรือทั้งจ้าทั้งปรับ มาตรา ๔๖ ความผิ ด ตามมาตรา ๔๑ มาตรา ๔๒ มาตรา ๔๓ และมาตรา ๔๔ ให้ ค ณะกรรมการเปรี ย บเที ย บที่ รั ฐ มนตรี ว่ า การกระทรวงพลั ง งานแต่ ง ตั้ ง มี อ้ า นาจเปรี ย บเที ย บได้ ตามหลักเกณฑ์ที่คณะกรรมการประกาศก้าหนด คณะกรรมการเปรียบเทียบที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานแต่งตั้งตามวรรคหนึ่ง ให้มีจ้านวน สามคนซึ่งคนหนึ่งต้องเป็นพนักงานสอบสวนตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ในกรณีที่พนักงานสอบสวนหรือพนักงานเจ้าหน้าที่พบว่าผู้ใดกระท้าความผิดตามวรรคหนึ่ง และผู้นั้นยินยอมให้เปรียบเทียบ ให้พนักงานสอบสวนหรือพนักงานเจ้าหน้าที่ แล้วแต่กรณี ส่งเรื่องให้ คณะกรรมการเปรียบเทียบภายในเจ็ดวันนับแต่วันที่ผู้นั้นแสดงความยินยอมให้เปรียบเทียบ เมื่อผู้ต้องหาได้ช้าระเงินค่าปรับตามจ้านวนที่เปรียบเทียบภายในระยะเวลาสามสิบวันนับแต่ วันที่มีการเปรียบเทียบ ให้ถือว่าคดีเลิกกันตามบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ถ้าผู้ต้องหาไม่ยินยอมตามที่เปรียบเทียบ หรือเมื่อยินยอมแล้วไม่ช้าระเงินค่าปรับตามจ้า นวนที่ เปรียบเทียบภายในระยะเวลาที่ก้าหนด ให้ด้าเนินคดีต่อไป มาตรา ๔๗ ในกรณีที่ผู้กระท้าความผิดเป็นนิติบุคคล ถ้าการกระท้าความผิดของนิติบุคคลนั้น เกิดจากการสั่งการหรือการกระท้าของกรรมการ หรือผู้จัดการ หรือบุคคลใดซึ่งรับผิดชอบในการด้าเนินงาน ของนิติบุคคลนั้น หรือในกรณีที่บุคคลดังกล่าวมีหน้าที่ต้องสั่งการหรือกระท้าการ และละเว้นไม่สั่งการ หรือไม่กระท้าการจนเป็นเหตุให้นิติบุคคลนั้นกระท้าความผิดผู้นั้นต้องรับโทษตามที่บัญญัติไว้ส้าหรับ ความผิดนั้น ๆ ด้วย
หนา้ ๑๖ เลม่ ๑๓๖ ตอนที่ ๖๙ ก ราชกิจจานุเบกษา ๒๗ พฤษภาคม ๒๕๖๒ บทเฉพาะกาล มาตรา ๔๘ ให้โอนบรรดาเงิน ทรัพย์สิน สิทธิ และหนี้สิน ของกองทุนน้ามันเชื้อเพลิง ตามค้าสั่งนายกรัฐมนตรี ที่ ๔/๒๕๔๗ เรื่อง ก้าหนดมาตรการเพื่อแก้ไขและป้องกันภาวะการขาดแคลน น้ามันเชื้อเพลิง ลงวันที่ ๒๓ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๔๗ ที่ออกตามพระราชก้าหนดแก้ไขและป้องกัน ภาวะการขาดแคลนน้ามันเชื้อเพลิง พ.ศ. ๒๕๑๖ ไปเป็นของกองทุนตามพระราชบัญญัตินี้ มาตรา ๔๙ เมื่ อ พระราชกฤษฎี ก าว่ า ด้ ว ยการยุ บ เลิ ก สถาบั น บริ ห ารกองทุ น พลั ง งาน (องค์การมหาชน) ใช้บังคับ ให้โอนบรรดาเงิน ทรัพย์สิน สิทธิ หนี้สิน รวมทั้งงบประมาณของสถาบัน บริห ารกองทุน พลังงาน (องค์การมหาชน) ไปเป็นของกองทุน โดยให้ใช้จ่ายเพื่อเป็นค่าใช้จ่ายใน การด้าเนินงานกองทุนหรือการบริหารกองทุน มาตรา ๕๐ ให้ ผู้อ้านวยการสถาบันบริหารกองทุนพลังงานตามพระราชกฤษฎีกาจัดตั้ง สถาบันบริหารกองทุนพลังงาน (องค์การมหาชน) พ.ศ. ๒๕๔๖ ซึ่งด้ารงต้าแหน่งอยู่ในวันก่อนวันที่ พระราชกฤษฎีกาว่าด้วยการยุบเลิกสถาบันบริหารกองทุนพลังงาน (องค์การมหาชน) ใช้บังคับ ปฏิบัติหน้าที่ ผู้อ้านวยการตามพระราชบัญญัตินี้ จนกว่าจะพ้นจากต้าแหน่งตามสัญญาจ้างเดิมหรือพ้นจากต้าแหน่ง เพราะเหตุตามมาตรา ๒๓ และให้ได้รับเงินเดือนและประโยชน์ตอบแทนอื่นตามอัตราเงินเดือนและ ประโยชน์ตอบแทนอื่นเท่าที่ก้าหนดอยู่เดิม มาตรา ๕๑ ให้โอนเจ้าหน้าที่และลูกจ้างของสถาบันบริหารกองทุนพลังงาน (องค์การมหาชน) ตามพระราชกฤษฎีกาจัดตั้งสถาบันบริหารกองทุนพลังงาน (องค์การมหาชน) พ.ศ. ๒๕๔๖ ซึ่งปฏิบัติหน้าที่ อยู่ในวันก่อนวันที่พระราชกฤษฎีกาว่าด้วยการยุบเลิกสถาบันบริหารกองทุนพลังงาน (องค์การมหาชน) ใช้บังคับ ไปเป็นเจ้าหน้าที่และลูกจ้างของส้านักงาน ให้เจ้าหน้าที่และลูกจ้างตามวรรคหนึ่งได้รับเงินเดือนหรือค่าจ้าง รวมทั้งสิทธิประโยชน์ต่าง ๆ เท่ากับที่เคยได้รับอยู่เดิมไปพลางก่อน จนกว่าจะได้บรรจุและแต่งตั้งให้ด้ารงต้าแหน่งในส้านักงาน การโอนไปเป็นเจ้าหน้าที่หรือลูกจ้างของส้านักงานตามวรรคหนึ่ง ไม่ถือว่าเป็นการออกจากงาน เพราะเหตุเลิกจ้าง และให้ถือว่าระยะเวลาท้างานในขณะที่เป็นเจ้าหน้าที่หรือลูกจ้างของสถาบันบริหาร กองทุนพลังงาน (องค์การมหาชน) เป็นระยะเวลาที่ท้างานให้แก่ส้านักงาน มาตรา ๕๒ ข้าราชการ พนักงานราชการ หรือลูกจ้างของส้านักงานปลัดกระทรวงพลังงาน กรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ กรมธุรกิจพลังงาน กรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน หรือ ส้านักงานนโยบายและแผนพลังงาน ซึ่งประสงค์จะเปลี่ยนไปเป็นเจ้าหน้าที่หรือลูกจ้างของส้านักงาน
หนา้ ๑๗ เลม่ ๑๓๖ ตอนที่ ๖๙ ก ราชกิจจานุเบกษา ๒๗ พฤษภาคม ๒๕๖๒ ให้แจ้งความจ้านงเป็นหนังสือต่อผู้บังคับบัญชาภายในหนึ่งร้อยแปดสิบวันนับแต่วันที่พระราชบัญญัตินี้ ใช้บังคับ การบรรจุและแต่งตั้งข้าราชการ พนักงานราชการ หรือลูกจ้างตามวรรคหนึ่งให้ด้ารงต้าแหน่งใด ในส้านักงาน ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ อัตราก้าลัง คุณสมบัติ และอัตราเงินเดือนหรือค่าจ้างตามที่ คณะกรรมการก้าหนด การบรรจุแ ละแต่งตั้งเจ้าหน้าที่หรือลูกจ้างจากข้าราชการ พนักงานราชการ หรือลูกจ้าง ตามมาตรานี้ ให้ ถือว่าเป็น การให้ ออกจากราชการเพราะเลิกหรือยุ บต้าแหน่งตามกฎหมายว่าด้ ว ย บ้าเหน็จบ้านาญข้าราชการหรือกฎหมายว่าด้วยกองทุนบ้าเหน็จบ้านาญข้าราชการ การให้พนักงานราชการ ออกจากงานโดยไม่ มีความผิ ด หรื อ การให้ลู กจ้า งออกจากงานเพราะทางราชการยุบต้าแหน่งหรือ ทางราชการเลิกจ้างโดยไม่มีความผิด แล้วแต่กรณี มาตรา ๕๓ ในวาระเริ่มแรก ให้คณะกรรมการประกอบด้วยกรรมการตามมาตรา ๙ (๑) (๒) และ (๓) และให้ผู้อ้านวยการตามมาตรา ๕๐ เป็นกรรมการและเลขานุการ เพื่อปฏิบัติหน้าที่ คณะกรรมการตามพระราชบัญญัตินี้ไปพลางก่อน และให้คณะรัฐมนตรีแต่งตั้งกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ ตามมาตรา ๙ (๔) ภายในหนึ่งร้อยยี่สิบวันนับแต่วันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ ให้ผู้อ้านวยการตามวรรคหนึ่งแต่งตั้งเจ้าหน้าที่ของส้านักงานเป็นผู้ช่วยเลขานุการ มาตรา ๕๔ ให้ข้อก้าหนดตามค้าสั่งนายกรัฐมนตรี ที่ ๔/๒๕๔๗ เรื่อง ก้าหนดมาตรการ เพื่ อ แก้ ไ ขและป้อ งกั น ภาวะการขาดแคลนน้า มั นเชื้อ เพลิ ง ลงวั น ที่ ๒๓ ธั น วาคม พ.ศ. ๒๕๔๗ เฉพาะที่เกี่ยวข้องกับกองทุนน้ ามัน เชื้อเพลิง เป็นอันยกเลิก และให้น้าประกาศและระเบียบที่ออก ตามค้าสั่งนายกรัฐมนตรี ที่ ๔/๒๕๔๗ เรื่อง ก้าหนดมาตรการเพื่อแก้ไขและป้องกันภาวะการขาดแคลน น้ามันเชื้อเพลิง ลงวันที่ ๒๓ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๔๗ เฉพาะที่เกี่ยวข้องกับกองทุนน้ามันเชื้อเพลิง ที่ใช้บังคับอยู่ในวันก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ มาใช้บังคับโดยอนุโลมเท่าที่ไม่ขัดหรือแย้งกับ พระราชบัญญัตินี้ จนกว่าจะมีประกาศและระเบียบตามพระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ ให้ผู้มีหน้าที่ส่งเงินเข้ากองทุนน้ามันเชื้อเพลิงหรือส่งเงินคืนกองทุนน้ามันเชื้อเพลิงตามค้าสั่ง นายกรัฐมนตรีที่ถูกยกเลิกตามวรรคหนึ่ง ยังคงมีหน้าที่ต้องส่งเงินเข้าหรือส่งเงินคืนกองทุนต่อไป การขอรับเงินชดเชยหรือขอรับเงินคืนจากกองทุนตามค้าสั่งนายกรัฐมนตรีที่ถูกยกเลิกตามวรรคหนึ่ง หากมิได้กระท้าภายในเก้าสิบวันนับแต่วันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับให้หมดสิทธิขอรับเงินชดเชยหรือ ขอรับเงินคืนจากกองทุน และในกรณีที่ได้ยื่นขอรับเงินชดเชยหรือขอรับเงินคืนจากกองทุนไว้แล้วก่อน วันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ แต่ยังไม่ได้รับเงินชดเชย หรือเงิน คืนจากกองทุน ให้บุคคลดังกล่าว ยังคงมีสิทธิได้รับเงินชดเชยหรือเงินคืนจากกองทุนตามพระราชบัญญัตินี้
หนา้ ๑๘ เลม่ ๑๓๖ ตอนที่ ๖๙ ก ราชกิจจานุเบกษา ๒๗ พฤษภาคม ๒๕๖๒ มาตรา ๕๕ ในกรณีที่มีการจ่ายเงินชดเชยให้แก่น้ามันเชื้อเพลิงที่มีส่วนผสมของเชื้อเพลิง ชีวภาพอยู่ก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ ให้ใช้จ่ายเงินกองทุนเพื่อการด้าเนินการดังกล่าวต่อไปได้ เป็นระยะเวลาสามปีนับแต่วันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ ทั้งนี้ ให้น้าความในหมวด ๔ การด้าเนินงาน ของกองทุน และหมวด ๗ บทก้าหนดโทษ ที่เกี่ยวข้อง มาใช้บังคับกับการด้าเนินการนี้ด้วย ในการด้าเนินการตามวรรคหนึ่ง ให้คณะกรรมการด้าเนินการออกประกาศก้าหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไข และมาตรการ เพื่อลดการจ่ายเงินชดเชยทุกรอบระยะเวลาหนึ่งปี ทั้งนี้ ประกาศดังกล่าว ให้น้าเสนอต่อคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติเพื่อน้าเสนอคณะรัฐมนตรีให้ความเห็นชอบ ในกรณีที่มีความจ้าเป็นต้องด้าเนินการตามวรรคหนึ่งต่อไป ให้คณะรัฐมนตรีโดยค้าแนะน้าของ คณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติมีอ้านาจขยายระยะเวลาด้าเนินการตามวรรคหนึ่งได้อีกไม่เกิน สองครั้ง ครั้งละไม่เกินสองปี มาตรา ๕๖ ให้น้าระเบียบ ข้อบังคับ ข้อก้าหนด และประกาศที่ออกตามพระราชกฤษฎีกา จัดตั้งสถาบันบริหารกองทุนพลังงาน (องค์ การมหาชน) พ.ศ. ๒๕๔๖ ที่ใช้บังคับอยู่ในวันก่อนวันที่ พระราชกฤษฎีกาว่าด้วยการยุบเลิกสถาบันบริหารกองทุนพลังงาน (องค์การมหาชน) ใช้บังคับ มาใช้บังคับ โดยอนุ โ ลมเท่าที่ไ ม่ขัด หรือแย้งกับพระราชบัญญัตินี้ จนกว่าจะมีระเบียบ ข้อบังคับ และประกาศ ตามพระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ มาตรา ๕๗ การด้าเนินการออกระเบียบ ข้อบังคับ และประกาศตามพระราชบัญญัตินี้ ให้ด้าเนินการให้แล้วเสร็จภายในหนึ่งร้อยยี่สิบวันนับแต่วันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ หากไม่สามารถ ด้าเนินการได้ ให้รัฐมนตรีรายงานเหตุผลที่ไม่อาจด้าเนินการได้ต่อคณะรัฐมนตรีเพื่อทราบ มาตรา ๕๘ บทบัญญัติแห่งกฎหมาย กฎ ระเบียบ ข้อบังคับ หรือค้าสั่งใดที่อ้างถึงกองทุน น้ามันเชื้อเพลิงตามค้าสั่งนายกรัฐมนตรี ที่ ๔/๒๕๔๗ เรื่อง ก้าหนดมาตรการเพื่อแก้ไขและป้องกันภาวะ การขาดแคลนน้ามันเชื้อเพลิง ลงวันที่ ๒๓ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๔๗ ให้ถือว่าบทบัญญัติแห่งกฎหมาย กฎ ระเบียบ ข้อบังคับ หรือค้าสั่งนั้นอ้างถึงกองทุนตามพระราชบัญญัตินี้
ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี หนา้ ๑๙ เลม่ ๑๓๖ ตอนที่ ๖๙ ก ราชกิจจานุเบกษา ๒๗ พฤษภาคม ๒๕๖๒ หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้ พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ โดยที่สถานการณ์ราคาน้ามันเชื้อเพลิงใน ตลาดโลกมีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลาอันอาจส่งผลกระทบต่อระดับราคาขายปลีกน้ามันเชื้อเพลิงในประเทศ หรืออาจเกิดสถานการณ์ที่น้ามันเชื้อเพลิงขาดแคลนและไม่เพียงพอต่อการใช้ภายในประเทศ ดังนั้น เพื่อเป็น การรักษาเสถียรภาพของระดับราคาน้ามันเชื้อเพลิงในประเทศให้อยู่ในระดับที่เหมาะสมและป้องกันภาวะ การขาดแคลนน้ามันเชื้อเพลิงมิให้เกิดผลกระทบต่อเศรษฐกิจ และเพื่อประโยชน์แห่งความมั่นคงด้านพลังงาน และเศรษฐกิ จ ของประเทศ สมควรจั ดตั้งกองทุน น้า มัน เชื้ อเพลิ ง ขึ้ นโดยยกระดั บ กองทุ นน้า มั นเชื้ อ เพลิ ง ตามค้าสั่งนายกรัฐมนตรี ที่ ๔/๒๕๔๗ เรื่อง ก้าหนดมาตรการเพื่อแก้ไขและป้องกันภาวะการขาดแคลน น้ามันเชื้อเพลิง ลงวันที่ ๒๓ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๔๗ เพื่อเป็นกลไกในการแก้ไขปัญหาดังกล่าว โดยมี คณะกรรมการบริหารกองทุนน้ามันเชื้อเพลิงเป็นผู้ท้าหน้าที่ในการบริหารกิจการของกองทุนให้มีประสิทธิภาพ และเป็นไปตามวัตถุประสงค์ในการจัดตั้งกองทุน รวมทั้งก้าหนดโทษทางอาญาส้าหรับการกระท้าบางประการ เพื่อให้กฎหมายมีสภาพบังคับอันจะส่งผลให้การจัดเก็บเงินเข้ากองทุนเป็นไปอย่างเสมอภาคและมีประสิทธิภาพ จึงจ้าเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้