Skip to content
Nelum
Laws of Thailand

National Security Policy and Plan B.E. 2566 – 2570 (2023 - 2027)

Made 2023 · Text as of 2026-10-01

Public law and official guidance, published as research. Not legal, tax or financial advice.

About this law

Language
Thai
Kind
policy
Organisation
Mekong River Commission (MRC)
Country
Thailand
Subjects
Environment, Fisheries and aquaculture, Sea
Keywords
flood, hazards, early warning system, governance, public health, biodiversity, capacity building, international cooperation, maritime zone, monitoring, navigation, policy/planning, protection of environment, sustainable development, sustainable use, mariculture, marine fisheries, aquaculture, ecosystem conservation, management/conservation, marine area, blue economy

Where to read it

Text

The law's own text, section by section, as held. Each section has its own link.

  1. cov007 v02 okay.pdf 1 18/4/2566 BE 14:26 นโยบายและแผนระดับชาติว2าด3วยความม่ันคงแห2งชาติ (พ.ศ. ๒๕๖๖ – ๒๕๗๐) สำนักงานสภาความม่ันคงแห/งชาติ สำนักนายกรัฐมนตรี คำนำ ความมั่นคงถือเป/นรากฐานที่สำคัญต9อความอยู9รอดปลอดภัย ความเจริญกAาวหนAาของชาติ และประชาชนอยู9ดีมีสุขปลอดภัยจากภัยคุกคามทุกรูปแบบ โดยเมื ่อวันที่ ๑๐ สิงหาคม ๒๕๖๕ ที่ประชุมสภาความมั่นคงแห9งชาติไดAมีมติเห็นชอบนโยบายและแผนระดับชาติว9าดAวยความมั่นคง แห9งชาติ (พ.ศ. ๒๕๖๖ – ๒๕๗๐) และต9อมาเมื่อวันที่ ๕ ตุลาคม ๒๕๖๕ คณะรัฐมนตรีไดAมีมติเห็นชอบ นโยบายและแผนระดับชาติว9าดAวยความมั่นคงแห9งชาติ (พ.ศ. ๒๕๖๖ – ๒๕๗๐) เพื่อเป/นทิศทาง ในการดำเนินการป[องกัน แจAงเตือน แกAไข หรือระงับยับยั้งภัยคุกคามเพื่อธำรงไวAซึ่งความม่ันคงแห9งชาติ นโยบายและแผนระดับชาติว9าดAวยความมั่นคงแห9งชาติ (พ.ศ. ๒๕๖๖ – ๒๕๗๐) ฉบับนี้ ไดAจัดทำขึ ้นโดยใชAกระบวนการมีส9วนร9วมของหน9วยงานรัฐและภาคส9วนต9าง ๆ ในการประมวล วิเคราะหb และเสนอแนะนโยบายและแผนความมั่นคงทั้ง ๑๗ ดAาน ภายใตAกรอบคิดความมั่นคง แบบองคbรวม (Comprehensive Security) และความมั่นคงของมนุษยb (Human Security) ในบริบท ความมั่นคงปvจจุบันและแนวโนAมภายในประเทศและต9างประเทศ โดยใหAความสำคัญกับการทำงาน ร9วมกันระหว9างหน9วยงานภาครัฐใหAเป/นไปในทิศทางเดียวกัน (Whole-of-Government Approach) ควบคู9กับการดำเนินงานที่ทุกภาคส9วนในสังคมมีส9วนร9วมในงานความมั่นคง (Whole-of-Society Approach) ตลอดจนการบริหารจัดการความเสี ่ยงและการสรAางความสามารถในการกลับคืนสู 9สภาพเดิม (Resilience) เพื่อใหAพรAอมเผชิญปvญหาที่ส9งผลต9อความมั่นคงของประเทศ ด Aวยเหตุน ี ้ ผลสัมฤทธิ ์ของนโยบายและแผนระดับชาติว 9าด Aวยความมั ่นคงแห9งชาติ (พ.ศ. ๒๕๖๖ – ๒๕๗๐) จำเป/นตAองไดAรับความร9วมมือจากภาคส9วนต9าง ๆ ในการผนึกกำลังร9วมกัน เพื่อขับเคลื่อนนโยบาย แผนงาน โครงการ ใหAประสานสอดคลAองกันอย9างเป/นระบบ ทั้งในระดับ นโยบายและระดับปฏิบัติ เพื่อใหAประเทศชาติมีความมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน ถาวรสืบไป พลเอก (ประยุทธb จันทรbโอชา) นายกรัฐมนตรี ประธานสภาความมั่นคงแห9งชาติ สารบัญ หน#า บทสรุปผู#บริหาร ๑ ส/วนท่ี ๑ ความสำคัญและสถานะของนโยบายและแผนระดับชาติว/าด#วยความม่ันคงแห/งชาติ ๑๑ (พ.ศ. ๒๕๖๖ – ๒๕๗๐) ๑. ความนำ ๑๓ ๒. ผลการดำเนินการขับเคล่ือนนโยบายและแผนระดับชาติว?าด@วยความม่ันคงแห?งชาติ ๑๓ ในห@วงท่ีผ?านมา ๓. การกำหนดผลประโยชนGแห?งชาติและความม่ันคงแห?งชาติ ๑๖ ๔. หลักการ สถานะ และความสำคัญ ๑๗ ส/วนท่ี ๒ สถานการณR ผลกระทบ และแนวโน#มการเปล่ียนแปลงบริบทความม่ันคงในระยะ ๕ ปU ๒๓ ๑. ความสำคัญภูมิยุทธศาสตรG ภูมิรัฐศาสตรG และภูมิเศรษฐศาสตรGไทย ๒๕ ท่ีส?งผลต?อความม่ันคงแห?งชาติ ๒. การประเมินขีดความสามารถของประเทศเพ่ือเสริมสร@างกำลังอำนาจของชาติ ๒๗ ๓. ความเปล่ียนแปลงบริบทความม่ันคง ๒๘ ส/วนท่ี ๓ วิสัยทัศนR กรอบแนวคิด วัตถุประสงคR และเปWาหมาย ๓๕ ๑. วิสัยทัศนG ๓๗ ๒. กรอบแนวคิด ๓๗ ๓. วัตถุประสงคG ๔๑ ๔. เปZาหมาย ตัวช้ีวัด และค?าเปZาหมายในภาพรวม ๔๑ ส/วนท่ี ๔ นโยบายและแผนความม่ันคง ๔๓ • หมวดประเด็นความม่ันคง นโยบายและแผนความม่ันคงท่ี ๑ การเสริมสร@างความม่ันคงของสถาบันหลักของชาติ ๔๕ นโยบายและแผนความม่ันคงท่ี ๒ การปกปZองอธิปไตยและผลประโยชนGของชาติ ๔๙ และการพัฒนาศักยภาพการปZองกันประเทศ นโยบายและแผนความม่ันคงท่ี ๓ การรักษาความม่ันคงและผลประโยชนGของชาติพ้ืนท่ีชายแดน ๕๑ นโยบายและแผนความม่ันคงท่ี ๔ การรักษาความม่ันคงและผลประโยชนGของชาติทางทะเล ๕๔ นโยบายและแผนความม่ันคงท่ี ๕ การปZองกันและแก@ไขป̂ญหาจังหวัดชายแดนภาคใต@ ๕๗ นโยบายและแผนความม่ันคงท่ี ๖ การบริหารจัดการผู@หลบหนีเข@าเมืองและ ๖๐ ผู@โยกย@ายถ่ินฐานแบบไม?ปกติ และผู้โยกย้ายถิ่นฐานแบบไม่ปกติ หน#า นโยบายและแผนความม่ันคงท่ี ๗ การปZองกันและแก@ไขป̂ญหาการค@ามนุษยG ๖๓ นโยบายและแผนความม่ันคงท่ี ๘ การปZองกัน ปราบปราม และแก@ไขป̂ญหายาเสพติด ๖๖ นโยบายและแผนความม่ันคงท่ี ๙ การปZองกันและบรรเทาสาธารณภัย ๖๙ นโยบายและแผนความม่ันคงท่ี ๑๐ การปZองกันและแก@ไขป̂ญหาความม่ันคงทางไซเบอรG ๗๒ นโยบายและแผนความม่ันคงท่ี ๑๑ การปZองกันและแก@ไขป̂ญหาการก?อการร@าย ๗๕ นโยบายและแผนความม่ันคงท่ี ๑๒ การสร@างดุลยภาพระหว?างประเทศ ๗๘ นโยบายและแผนความม่ันคงท่ี ๑๓ การบริหารจัดการภาวะฉุกเฉินด@านสาธารณสุข ๘๑ และโรคติดต?ออุบัติใหม? • หมวดประเด็นศักยภาพความม่ันคง นโยบายและแผนความม่ันคงท่ี ๑๔ การพัฒนาศักยภาพการเตรียมพร@อมแห?งชาติ ๘๔ และการบริหารจัดการวิกฤตการณGระดับชาติ นโยบายและแผนความม่ันคงท่ี ๑๕ การพัฒนาระบบข?าวกรองแห?งชาติ ๘๗ นโยบายและแผนความม่ันคงท่ี ๑๖ การบูรณาการข@อมูลด@านความม่ันคง ๘๙ นโยบายและแผนความม่ันคงท่ี ๑๗ การเสริมสร@างความม่ันคงเชิงพ้ืนท่ี ๙๑ ส/วนท่ี ๕ การขับเคล่ือนและติดตามประเมินผล ๙๓ ๑. ภาพรวมการขับเคล่ือนและติดตามประเมินผล ๙๕ ๒. แนวทางการขับเคล่ือนและติดตามประเมินผล ๙๕ ๓. กลไกการบริหารจัดการ ๙๗ ๔. ป̂จจัยแห?งความสำเร็จ ๑๐๓ ส/วนท่ี ๖ ภาคผนวก ๑๐๕ ผนวก ก กระบวนการจัดทำ ๑๐๗ ผนวก ข ความเปล่ียนแปลงบริบทความม่ันคงในระยะ ๕ ปe ๑๑๓ ผนวก ค แผนท่ีกลยุทธG ๑๓๕ ผนวก ง ตารางสรุปตัวช้ีวัด ๑๕๕ ผนวก จ แผนระดับท่ี ๓ ขับเคล่ือนนโยบายและแผนระดับชาติว?าด@วยความม่ันคงแห?งชาติ ๑๗๕ (พ.ศ. ๒๕๖๖ – ๒๕๗๐) ผนวก ฉ มติคณะรัฐมนตรีท่ีเก่ียวข@อง ๑๗๙ ๑ บทสรุปผู,บริหาร นโยบายและแผนระดับชาติว:าด,วยความมั่นคงแห:งชาติ (พ.ศ. ๒๕๖๖ – ๒๕๗๐) รัฐธรรมนูญแห?งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. ๒๕๖๐ กำหนดให@รัฐต@องพิทักษGรักษาไว@ซึ่งสถาบันพระมหากษัตริยG เอกราช อธิปไตย บูรณภาพแห?งอาณาเขตและเขตที่ประเทศไทยมีสิทธิอธิปไตย เกียรติภูมิและผลประโยชนG ของชาติ ความมั่นคงของรัฐและความสงบเรียบร@อยของประชาชน เพื ่อประโยชนGแห?งการนี้ รัฐต@องจัดให@มี การทหาร การทูตและการข?าวกรองที่มีประสิทธิภาพ กำลังทหารให@ใช@เพื่อประโยชนGในการพัฒนาประเทศด@วย ตลอดจนกำหนดให@รัฐพึงจัดให@มียุทธศาสตรGชาติเปkนเปZาหมายการพัฒนาประเทศอย?างยั่งยืนตามหลักธรรมาภิบาล เพื่อใช@เปkนกรอบในการจัดทำแผนต?าง ๆ ให@สอดคล@องและบูรณาการกัน เพื่อให@เกิดเปkนพลังผลักดันร?วมกัน ไปสู?เปZาหมายดังกล?าว ประกอบกับ พระราชบัญญัติการจัดทำยุทธศาสตรGชาติ พ.ศ. ๒๕๖๐ มีหลักการให@การกำหนด นโยบายและแผนระดับชาติว?าด@วยความมั่นคงแห?งชาติต@องสอดคล@องกับยุทธศาสตรGชาติ ซึ่งการจัดทำนโยบาย และแผนระดับชาติว?าด@วยความมั่นคงแห?งชาติเปkนไปตามพระราชบัญญัติสภาความมั่นคงแห?งชาติ พ.ศ. ๒๕๕๙ เพื่อให@เปkนกรอบหรือทิศทางในการดำเนินการปZองกัน แจ@งเตือน แก@ไข หรือระงับยับยั้งภัยคุกคามเพื่อธำรง ไว@ซึ่งความมั่นคงแห?งชาติ โดยต@องมีสาระท่ีครอบคลุมถึงนโยบายภายในประเทศ นโยบายต?างประเทศ และนโยบาย การทหารกับการเศรษฐกิจ และอื ่น ๆ อันเกี ่ยวกับความมั ่นคงแห?งชาติให@สอดคล@องต@องกัน เพื ่อให@กิจการ ของหน?วยงานของรัฐสามารถประสานกันได@อย?างใกล@ชิดเปkนผลดีต?อความม่ันคงแห?งชาติ นโยบายและแผนระดับชาติว?าด@วยความมั่นคงแห?งชาติ (พ.ศ. ๒๕๖๖ – ๒๕๗๐) เปkนแผนระยะปานกลาง ๕ ปe ท่ีมีสถานะเปkนแผนระดับที ่ ๒ รองรับการดำเนินการในห@วงท่ีสองของยุทธศาสตรGชาติ (แผนระดับท่ี ๑) โดยนโยบายและแผนระดับชาติว?าด@วยความมั่นคงแห?งชาติฉบับนี้มีความเชื่อมโยงและประสานสอดคล@องกับ ยุทธศาสตรGชาติด@านความมั ่นคง แผนแม?บทภายใต@ย ุทธศาสตรGชาติ ประเด็นความมั ่นคง และประเด็น การต?างประเทศ ตลอดจนกำหนดขอบเขตและหลักเกณฑGพิจารณา “ประเด็นความมั ่นคง” เพื ่อตอบสนอง ตัวชี ้วัดและค?าเปZาหมายที่ต@องเห็นผลสัมฤทธิ์ภายในปe ๒๕๗๐ การยกระดับขีดความสามารถในการปZองกัน และแก@ไขป^ญหาความมั่นคง โดยมุ?งขยายผลกรอบแนวคิดความมั่นคงแบบองคGรวม เพื่อให@หน?วยงานของรัฐมีกรอบ การจัดทำและขับเคลื่อนแผนระดับที่ ๓ โดยนำเปZาหมายและตัวชี้วัดที่กำหนดไว@ไปกำหนดแผนงาน โครงการ กิจกรรม หรือการดำเนินการอ่ืน ๆ ไปสู?การปฏิบัติได@อย?างชัดเจนและมีประสิทธิภาพมากข้ึน การจัดทำนโยบายความมั่นคงแห?งชาติที่ผ?านมา (ฉบับแรกที่มีการเผยแพร?อย?างเปkนทางการ พ.ศ. ๒๕๔๑ – ๒๕๔๔) จนถึงฉบับป^จจุบัน มีพัฒนาการมาอย?างต?อเนื่องภายใต@สถานการณG เงื่อนไข และการเปลี่ยนแปลงในมิติต?าง ๆ ทั้งภายในและภายนอกประเทศ ดังนั้น นโยบายและแผนระดับชาติว?าด@วยความมั่นคงแห?งชาติ (พ.ศ. ๒๕๖๖ – ๒๕๗๐) จึงให@ความสำคัญกับการวางรากฐานความมั่นคงของประเทศ โดยเริ่มต@นจากหน?วยย?อยของสังคม คือ สถาบันครอบครัว และสถาบันการศึกษา โดยส?งเสริมการเข@ามามีส?วนร?วมของทุกภาคส?วน เพื่อให@เกิดการบูรณาการการทำงาน ร?วมกัน โดยเฉพาะภาคประชาชน รวมถึงการแปลงนโยบายไปสู?การปฏิบัติในพื้นท่ีให@มุ?งเน@นไปที่พื้นที่ตำบลเปZาหมาย เพื่อขยายแนวคิดการพัฒนาพื้นที่เพื่อเสริมความมั่นคงของชาติ และแผนตำบล “มั่นคง มั่งค่ัง ยั่งยืน” โดยเร?งปZองกัน 1 ๒ และแก@ไขเฉพาะป^ญหาความมั่นคงที่สำคัญจากการประเมินสถานการณGและแนวโน@มความเสี่ยงในระยะ ๕ ปe ผ?านกระบวนการคัดเลือกและจัดลำดับความสำคัญของประเด็นความมั่นคงที่มีผลกระทบและความเสี ่ยงสูง (High Risk, High Impact) จากบร ิบทและสภาพแวดล@อมทั ้งภายในและภายนอกประเทศ การประเมิน ขีดความสามารถของประเทศเพื่อเสริมสร@างกำลังอำนาจของชาติ เพื่อกำหนดจุดยืนหรือตำแหน?งของประเทศ และเสริมสร@างแนวทางการพัฒนาศักยภาพความมั่นคงของประเทศให@สามารถบริหารจัดการความเสี่ยงภัยคุกคาม ทุกรูปแบบได@อย?างทันท?วงที โดยขยายผลกรอบแนวคิดความมั่นคงแบบองคGรวมในการเชื่อมโยงมิติการเมือง เศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรม การทหาร วิทยาศาสตรGและเทคโนโลยี ทรัพยากรธรรมชาติและสิ ่งแวดล@อม เพื่อให@เกิดความมั่นคง ปลอดภัย และมีความสงบเรียบร@อยในทุกระดับ นอกจากน้ี มีการกำหนดจุดเน@น (Focus) และแนวทางสำคัญเชิงลึก (Highlight) ของเปZาหมาย ตัวชี ้ว ัด และกลยุทธGให@เห็นผลสัมฤทธิ ์เปkนรูปธรรม การเติมเต็มช?องว?างของแนวทางการพัฒนาที่กำหนดไว@ในแผนแม?บทภายใต@ยุทธศาสตรGชาติ ตลอดจนนำเปZาหมาย ตัวชี้วัด และค?าเปZาหมายที่ต@องการมุ?งเน@นในแต?ละปeผนวกเข@ากับยุทธศาสตรGการจัดสรรงบประมาณรายจ?าย ประจำปeงบประมาณ เพื่อประโยชนGในการพิจารณาสนับสนุนงบประมาณสำหรับแผนงานหรือโครงการเกี่ยวกับ ความม่ันคงแห?งชาติซ่ึงเปkนเร่ืองสำคัญท่ีเก่ียวกับนโยบายและแผนระดับชาติว?าด@วยความม่ันคงแห?งชาติ วิสัยทัศนR “ประเทศชาติมีเสถียรภาพ ประชาชนอยู?ดีมีสุข ปลอดภัยจากภัยคุกคามทุกรูปแบบ มีศักยภาพบริหาร จัดการความม่ันคงแบบองคGรวม และรักษาไว@ซ่ึงผลประโยชนGแห?งชาติอย?างย่ังยืน” วัตถุประสงคR • เพ่ือเปkนกรอบทิศทางในการดำเนินการปZองกัน แจ@งเตือน แก@ไข หรือระงับยับยั ้งภัยคุกคาม เพ่ือธำรงไว@ซ่ึงความม่ันคงแห?งชาติ • เพื่อถ?ายทอดยุทธศาสตรGชาติด@านความมั่นคงไปสู?การปฏิบัติได@อย?างเปkนรูปธรรมและเปkนไปตาม เปZาหมายท่ีกำหนดไว@ • เพื่อให@หน?วยงานของรัฐใช@เปkนกรอบทิศทางการจัดทำและขับเคลื่อนแผนระดับที่ ๓ (แผนปฏิบัติการด@านต?าง ๆ แผนปฏิบัติราชการของหน?วยงาน แผนพัฒนาในระดับพื้นที่) ที่เก่ียวข@องกับด@านความมั่นคงได@อย?างสอดคล@อง และเปkนไปในทิศทางเดียวกัน เปWาหมาย ตัวช้ีวัด และค/าเปWาหมายในภาพรวม • เปWาหมายในภาพรวม ประเทศไทยมีความมั่นคงและมีเสถียรภาพมากขึ้น ประชาชนดำรงชีวิตโดยปกติสุข รวมทั้งมีการพัฒนา ศักยภาพบริหารจัดการ เพ่ือเสริมสร@างความม่ันคงแบบองคGรวมและรักษาไว@ซ่ึงผลประโยชนGแห?งชาติ • ตัวช้ีวัดและค/าเปWาหมายในภาพรวม ความสำเร็จของการบรรลุค?าเปZาหมายที่กำหนดไว@ในแต?ละตัวชี ้วัดย?อยของ ๑๗ นโยบายและแผน ความม่ันคง ภายใต@นโยบายและแผนระดับชาติว?าด@วยความม่ันคงแห?งชาติ (พ.ศ. ๒๕๖๖ – ๒๕๗๐) 2 ๓ นอกจากนี้ กรอบแนวคิดยังคงน@อมนำแนวพระราชดำริ หลักการทรงงาน หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และพระราชปณิธาน ของพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล@าเจ@าอยู?หัว “การสืบสาน รักษา และต?อยอด และครองแผ?นดินโดยธรรม เพื ่อประโยชนGสุขแห?งอาณาราษฎรตลอดไป” การพัฒนาท่ีย่ังยืน การบูรณาการเพื่อส?งเสริมความร?วมมือของทุกภาคส?วน การบริหารจัดการความเสี่ยงและการสร@างความสามารถ ในการกลับคืนสู?สภาพเดิม หรือ “ล@มแล@ว ลุกไว” ตลอดจนขยายผลความม่ันคงแบบองคGรวม ภาพรวมสภาวะแวดล#อมด#านความม่ันคง ในห@วง ๕ ปeข@างหน@า ประเทศไทยยังคงต@องเผชิญความเสี่ยงหลายประการที่มีความเชื่อมโยงระหว?างกัน ซึ ่งสามารถส?งผลกระทบต?อความมั่นคงในหลายระดับ โดยภัยคุกคามและป^ญหาความมั่นคงมีความซับซ@อน และเชื่อมโยงกับมิติต?าง ๆ ทั้งการเมือง เศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรม การทหาร วิทยาศาสตรGและเทคโนโลยี ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล@อม ตลอดจนบริบทและแนวโน@มมิติความมั่นคงจะเปkนการผสมผสานระหว?าง ภัยคุกคามรูปแบบเก?าและภัยคุกคามรูปแบบใหม?ที่เรียกว?า “ภัยคุกคามแบบผสมผสาน” ส?งผลให@ต@องพิจารณา ทั้งในเชิงมุมมองผลกระทบภายนอกที่ส?งผลต?อไทย และมุมมองสถานการณGภายในประเทศที่ส?งผลต?อภายนอก แบ?งออกเปkน ๓ ระดับ ได@แก? ๑) ระดับโลก กลุ?มประเทศมหาอำนาจ การรวมกลุ?มระหว?างประเทศ ยังคงเปkนป^จจัยหลัก ที ่ส?งผลต?อบริบทความมั ่นคงในระดับโลก ซึ ่งประเทศไทยจำเปkนต@องมีการเตรียมพร@อมรับมือวิกฤตการณG ความมั่นคง เพื่อลดความเสี่ยงต?อความมั่นคงแห?งชาติและคุณภาพชีวิตของคนในชาติ โดยมีแนวโน@มการแข?งขัน ระหว?างประเทศที่สำคัญจากการสะสมอาวุธและการแพร?ขยายอาวุธ รวมทั้งการแสวงประโยชนGจากความก@าวหน@า ทางเทคโนโลยีและนวัตกรรม ๒) ระดับภูมิภาค พื้นท่ีภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต@ถือเปkนยุทธศาสตรGสำคัญ เนื ่องจากเปkนเส@นทางคมนาคมและแหล?งทรัพยากรพลังงานท่ีสำคัญ ส?งผลให@มีแนวโน@มการแข?งขันและ ขยายอิทธิพลเชิงยุทธศาสตรGระหว?างประเทศมหาอำนาจและขั้วอำนาจต?าง ๆ โดยเฉพาะกรณีพิพาทในทะเลจีนใต@ และอนุภูมิภาคลุ?มน้ำโขง และ ๓) ระดับประเทศ ความม่ันคงของสถาบันหลักของชาติ สถานการณGภายในประเทศต?าง ๆ อาทิ ป^ญหาทางด@านการเมือง ความไม?สงบในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต@ ผู @หลบหนีเข@าเมืองและผู@โยกย@าย ถ ิ ่นฐานแบบไม?ปกติ ยาเสพติด การทุจริตคอรGร ัปชัน สาธารณภัย ป^ญหาทรัพยากรธรรมชาติและสิ ่งแวดล@อม ความมั่นคงทางเศรษฐกิจ ตลอดจนป̂ญหาความม่ันคงทางพลังงานและอาหาร ล@วนเปkนป̂จจัยสำคัญในการพิจารณา ฉากทัศนGของบริบทความม่ันคงในระดับประเทศ นโยบายและแผนระดับชาติว/าด#วยความมั่นคงแห/งชาติ (พ.ศ. ๒๕๖๖ – ๒๕๗๐) มีทั้งสิ้น ๑๗ นโยบาย และแผนความม่ันคง แบ?งออกเปkน ๒ หมวด ดังน้ี ๑. หมวดประเด็นความมั ่นคง เปkนประเด็นภัยคุกคามที ่มีผลกระทบและแนวโน@มความเสี ่ยงสูง ต?อความม่ันคงแห?งชาติและผลประโยชนGแห?งชาติ รวม ๑๓ นโยบายและแผนความม่ันคง ดังน้ี นโยบายและแผนความมั่นคงที่ ๑ การเสริมสร#างความมั่นคงของสถาบันหลักของชาติ มุ?งเน@น ให@สังคมไทยอยู?ร?วมกันอย?างสันติและเคารพในความแตกต?างหลากหลายบนพื้นฐานสิทธิมนุษยชนและพร@อมธำรงรักษา ไว@ซึ ่งสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริยG โดยปกปZองและเชิดชูสถาบันพระมหากษัตริยG ผ?านการส?งเสริม 3 ๔ การเรียนรู@ จัดทำหรือพัฒนาหลักสูตรและเผยแพร?ชุดข@อมูลความรู@เกี่ยวกับสถาบันพระมหากษัตริยG ตลอดจนส?งเสริม การอยู ?ร ?วมกันของคนในชาติอย?างสันติ และเคารพในความแตกต?างหลากหลายบนพื ้นฐานสิทธิมนุษยชน และให@ความสำคัญกับทุกศาสนา ผู @ที ่มีหลักความเชื ่อต?าง ๆ และผู@ที ่ไม?นับถือศาสนา (กองอำนวยการรักษา ความม่ันคงภายในราชอาณาจักร เปkนหน?วยงานเจ@าภาพ) นโยบายและแผนความมั่นคงที่ ๒ การปกปWองอธิปไตยและผลประโยชนRของชาติ และการพัฒนาศักยภาพ การปWองกันประเทศ มุ?งเน@นการปกปZอง รักษา และแก@ไขป^ญหาที่กระทบต?ออธิปไตยและผลประโยชนGของชาติ ทั้งทางบก ทางทะเล และทางอากาศ รวมทั้งการพัฒนาขีดความสามารถเชิงยุทธศาสตรGของกองทัพและหน?วยงาน ด@านความมั่นคงที่เกี่ยวข@องเพื่อการปZองกันประเทศในอนาคต ผ?านการเตรียมกำลังเชิงยุทธศาสตรG และพัฒนา กองทัพและหน?วยงานความมั่นคงไปสู?ความทันสมัย โดยเฉพาะการเตรียมความพร@อมเพื่อให@สามารถรองรับ ปฏิบัติการทางไซเบอรGและอวกาศ (กระทรวงกลาโหม เปkนหน?วยงานเจ@าภาพ) นโยบายและแผนความมั่นคงที่ ๓ การรักษาความมั่นคงและผลประโยชนRของชาติพื้นที่ชายแดน มุ?งเน@นให@พื้นที่ชายแดนและประชาชนในพื้นที่มีการพัฒนา มีความมั่นคง ปลอดภัย มีศักยภาพในการปZองกัน และแก@ไขภัยคุกคามทุกรูปแบบ มีสภาพแวดล@อมที่เหมาะสมต?อการพัฒนาทางเศรษฐกิจ สังคม และความมั่นคง ของมนุษยGอย?างสมดุล อีกทั ้งยังเปkนพื้นที ่แห?งความร?วมมือและสร@างความสัมพันธGอันดีกับประเทศรอบบ@าน ทั้งในด@านการร?วมกันปZองกันภัยคุกคามและป^ญหาความมั่นคง การแก@ไขป^ญหาคงค@าง รวมถึงการสร@างการเติบโต ทางเศรษฐกิจร?วมกันอย?างยั่งยืน โดยสร@างสภาพแวดล@อมในพื้นที่ชายแดนให@มีความปลอดภัยและมีศักยภาพ ในการปZองกันและแก@ไขภัยคุกคาม ยกระดับและพัฒนาจุดผ?านแดนให@มีประสิทธิภาพในการปZองกันภัยคุกคาม และเชื ่อมโยงเศรษฐกิจ การค@า และการสัญจรข@ามแดน ตลอดจนสามารถแก@ไขป^ญหาเขตแดนระหว?างไทย กับประเทศรอบบ@านให@เกิดความสมดุลระหว?างผลประโยชนGแห?งชาติและความสัมพันธGระหว?างประเทศ (กระทรวงมหาดไทย เปkนหน?วยงานเจ@าภาพ) นโยบายและแผนความมั่นคงที ่ ๔ การรักษาความมั่นคงและผลประโยชนRของชาติทางทะเล มุ?งเน@นการเสริมสร@างความมั่นคงทางทะเลแบบองคGรวมให@ปZองกันและแก@ไขป^ญหาภัยคุกคามทางทะเลที่สำคัญ อย?างต?อเนื ่อง และความร?วมมือระหว?างภาคส?วนต?าง ๆ โดยคำนึงถ ึงการรักษาความมั ่นคงทางทะเล และผลประโยชนGของชาติทางทะเลให@มีความสมดุลและยั ่งยืน และการบริหารจัดการองคGความรู @ทางทะเล ที่มีประสิทธิภาพ พร@อมทั้งส?งเสริมและพัฒนาศักยภาพการดำเนินการด@านความมั่นคงทางทะเล เสริมสร@าง ความร?วมมือกับประเทศเพื่อนบ@าน อาเซียน และประเทศในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟÜก รวมถึงการใช@ประโยชนG จากทะเลอย?างสมดุลและยั่งยืนเปkนมิตรต?อสิ่งแวดล@อม ภายใต@แนวคิดเศรษฐกิจสีน้ำเงิน โดยเฉพาะการท?องเที่ยว การประมง การพาณิชยนาวี และการขุดเจาะหรือสำรวจแหล?งพลังงานใต@ทะเล การบริหารจัดการองคGความรู@ทางทะเล และการสร@างความตระหนักรู @ความสำคัญของทะเล (ศูนยGอำนวยการรักษาผลประโยชนGของชาติทางทะเล เปkนหน?วยงานเจ@าภาพ) 4 ๕ นโยบายและแผนความมั่นคงที่ ๕ การปWองกันและแก#ไขปaญหาจังหวัดชายแดนภาคใต# มุ?งเน@น การลดการก?อเหตุรุนแรงและความสูญเสีย การพัฒนาทางเศรษฐกิจให@สอดคล@องกับวิถีชีวิตและศักยภาพของพื้นท่ี รวมทั้งเสริมสร@างความเข@มแข็งของสังคมในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต@ โดยเสริมสร@างความปลอดภัยและขจัดเงื่อนไข ความรุนแรง ผ?านการเสริมสร@างความสามารถในการรักษาความปลอดภัยในชีวิตและทรัพยGสินของประชาชน สร@างความเข@มแข็งของชุมชนและหมู?บ@าน โดยขับเคลื่อนผ?านกระบวนการพูดคุยเพื่อสันติสุขจังหวัดชายแดนภาคใต@ ภายใต@เจตนารมณGของรัฐธรรมนูญแห?งราชอาณาจักรไทย บนพื้นฐานของความจริงใจ สมัครใจ และให@เกียรติ เพื่อเปkนทางออกของความขัดแย@งตามแนวทางสันติวิธี ผ?านการพัฒนาและปรับปรุงโครงสร@างพื้นฐานสำคัญ คุณภาพการศึกษา และการบริหารจัดการของภาครัฐ (สำนักงานสภาความม่ันคงแห?งชาติ เปkนหน?วยงานเจ@าภาพ) นโยบายและแผนความมั่นคงที่ ๖ การบริหารจัดการผู#หลบหนีเข#าเมืองและผู#โยกย#ายถิ่นฐานแบบไม/ปกติ มุ?งเน@นการบริหารจัดการผู@มีป^ญหาสถานะและสิทธิบุคคล แรงงานต?างด@าว กลุ?มที่มีความเปราะบางต?อความมั่นคง และความสัมพันธGระหว?างประเทศ ผู@โยกย@ายถ่ินฐานแบบไม?ปกติ รวมถึงผู@ได@รับการคุ@มครองหรือผู@อยู?ระหว?างคัดกรอง สถานะที่ไม?สามารถเดินทางกลับประเทศอันเปkนภูมิลำเนาได@ ให@มีความสมดุลระหว?างมิติความมั่นคง ความสัมพันธGระหว?าง ประเทศ และหลักสิทธิมนุษยชน โดยเร?งดำเนินการจัดทำฐานข@อมูลเก่ียวกับสถิติผู@หลบหนีเข@าเมืองในกลุ?มท่ีมีป̂ญหา สถานะและสิทธิบุคคล การบังคับใช@กฎหมายที่เกี่ยวข@องในการตรวจสอบและจับกุมแรงงานต?างด@าวผิดกฎหมาย ผู@ประกอบการ รวมถึงผู@จัดหาแรงงานต?างด@าวผิดกฎหมาย การบูรณาการความร?วมมือระหว?างภาครัฐ ภาคส?วนที่เกี่ยวข@อง และประเทศต@นทางในการเร?งรัดกำหนดมาตรการแก@ไขป^ญหากลุ?มผู@ติดตามแรงงานต?างด@าว (กองอำนวยการรักษา ความม่ันคงภายในราชอาณาจักร เปkนหน?วยงานเจ@าภาพ) นโยบายและแผนความมั่นคงที่ ๗ การปWองกันและแก#ไขปaญหาการค#ามนุษยR มุ?งเน@นการยกระดับ สถานะและเพิ่มขีดสมรรถนะของประเทศไทยในการปZองกันและแก@ไขป^ญหาการค@ามนุษยGได@อย?างมีประสิทธิภาพ และเปkนรูปธรรมให@ได@รับการยอมรับจากสากล โดยดำเนินการเร?งรัดการบริหารจัดการคดีค@ามนุษยG โดยใช@กลไก การขับเคลื่อนและบูรณาการการทำงานกับหน?วยงานท่ีเกี่ยวข@องในการปZองกันและแก@ไขป^ญหาแรงงานบังคับ และการค@ามนุษยGของแรงงานไทยและแรงงานต?างด@าว ตลอดจนเสริมสร@างความรู@ความเข@าใจ ทักษะ และพัฒนา ศักยภาพให@แก?คณะสหวิชาชีพ เจ@าหน@าที่รัฐ และผู@ปฏิบัติงานที่เกี่ยวข@องในการบังคับใช@กฎหมายที่เกี่ยวข@องกับ การดำเนินคดีค@ามนุษยG (กระทรวงการพัฒนาสังคมและความม่ันคงของมนุษยG เปkนหน?วยงานเจ@าภาพ) นโยบายและแผนความมั่นคงที่ ๘ การปWองกัน ปราบปราม และแก#ไขปaญหายาเสพติด มุ?งเน@น การปZองกันประชากรทุกกลุ?มเปZาหมายไม?ให@เข@าไปเกี่ยวข@องกับยาเสพติด การสกัดกั้นและปราบปรามขบวนการ การค@ายาเสพติด ตลอดจนการบำบัด รักษา และฟáàนฟูผู@ติดยาเสพติดให@เกิดการยอมรับจากสังคม โดยเสริมสร@าง ความเข@มแข็งในระดับป^จเจกบุคคล ครอบครัว ชุมชน สร@างภูมิคุ@มกันระดับบุคคล ด@วยการเสริมสร@างทัศนคติ และความรู @เท?าทันยาเสพติดทั ้งการเสพและการค@า เสริมสร@างและยกระดับความร?วมมือด@านยาเสพติด ทั้งการปZองกัน ปราบปราม และบำบัดฟáàนฟูร?วมกับองคGการระหว?างประเทศ ตลอดจนสกัดกั้นการลักลอบลำเลียง ปราบปรามผู@ค@ายาเสพติดและเครือข?ายการค@ายาเสพติดในประเทศและอาชญากรรมข@ามชาติ รวมถึงพัฒนา เทคโนโลยีและฐานข@อมูล เพื่อใช@ประโยชนGในการเฝZาระวังการใช@แพลตฟอรGมออนไลนGในการลักลอบจำหน?ายยาเสพติด 5 ๖ นอกจากน้ี ยังมุ?งเสริมสร@างโอกาสและทางเลือกของผู@เสพยาเสพติด ภายหลังการเข@ารับการบำบัดให@สามารถใช@ชีวิต ในสังคมได@อย?างปกติสุข มีศักดิ์ศรีบนพื้นฐานสิทธิมนุษยชน สามารถพัฒนาศักยภาพมนุษยGและไม?ถูกตีตราหรือเลือกปฏิบัติ (กระทรวงยุติธรรม โดย สำนักงานคณะกรรมการปZองกันและปราบปรามยาเสพติด เปkนหน?วยงานเจ@าภาพ) นโยบายและแผนความมั ่นคงที ่ ๙ การปWองกันและบรรเทาสาธารณภัย มุ ?งเน@นการยกระดับ การจัดการความเสี ่ยงสาธารณภัยที ่สำคัญอันเกิดจากภัยธรรมชาติ และภัยที ่เกิดจากการกระทำของมนุษยG และ/หรือ เปkนภัยซ้ำซ@อน ให@สามารถแก@ไขป^ญหาที่เกิดขึ้นได@รวดเร็ว ทันต?อเหตุการณG และยั่งยืน โดยเสริมสร@าง ความรู@ความเข@าใจ การรับรู@และตระหนักรู@ถึงการจัดการความเสี่ยงจากสาธารณภัยที่ถูกต@องให@กับทุกภาคส?วน เพื่อลดความเสี่ยงจากสาธารณภัยได@อย?างมีประสิทธิภาพ ตลอดจนส?งเสริมความเปkนหุ@นส?วนระหว?างประเทศ ในการจัดการความเสี่ยงสาธารณภัย และประสานความช?วยเหลือด@านมนุษยธรรม โดยมุ?งจัดการสาธารณภัยให@มี มาตรฐานตามหลักสากล ด@วยการเสริมสร@างการจัดการในภาวะฉุกเฉินแบบบูรณาการให@เปkนไปตามมาตรฐาน ในการปฏิบัติในภาวะฉุกเฉิน ตลอดจนกำหนดแนวทางการปฏิบัติร?วมของศูนยGปฏิบัติการฉุกเฉิน และเสริมสร@าง ระบบการบริหารจัดการเกี่ยวกับการบรรเทาทุกขGและการช?วยเหลือผู@ประสบภัยได@อย?างรวดเร็ว ทั่วถึง และเปkนธรรม (กระทรวงมหาดไทย โดย กรมปZองกันและบรรเทาสาธารณภัย เปkนหน?วยงานเจ@าภาพ) นโยบายและแผนความมั่นคงที่ ๑๐ การปWองกันและแก#ไขปaญหาความมั่นคงทางไซเบอรR มุ?งเน@น ให@ประเทศไทยสามารถเพิ่มประสิทธิภาพการปZองกันการโจมตีทางไซเบอรG ยกระดับมาตรฐานการรักษาความมั่นคง ปลอดภัยไซเบอรG และลดการก?ออาชญากรรมทางไซเบอรG โดยพัฒนาระบบการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอรG ให@สอดคล@องมาตรฐานสากล สามารถแก@ไขเหตุการณGที่เกี่ยวกับความมั่นคงปลอดภัยไซเบอรGต?อโครงสร@างพื้นฐานสำคัญ ทางสารสนเทศได@อย?างมีประสิทธิภาพ ตลอดจนพัฒนากลไก มาตรการ และแนวทางในการปZองกันและปราบปราม อาชญากรรมทางไซเบอรG รวมถึงพัฒนาการสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางไซเบอรGให@เกิดประสิทธิภาพสูงสุด (สำนักงานคณะกรรมการการรักษาความม่ันคงปลอดภัยไซเบอรGแห?งชาติ เปkนหน?วยงานเจ@าภาพ) นโยบายและแผนความมั่นคงท่ี ๑๑ การปWองกันและแก#ไขปaญหาการก/อการร#าย มุ?งเน@นให@ประเทศไทย มีภูมิคุ @มกันในการรับมือกับภัยก?อการร@าย มีขีดความสามารถในการตอบโต@ต?อเหตุวิกฤติจากการก?อการร@าย และมีศักยภาพในการฟáàนตัวจากภัยก?อการร@ายให@กลับสู?ภาวะปกติ โดยแลกเปลี่ยนข@อมูลข?าวสารและข?าวกรอง ด@านการก?อการร@าย ทั้งภายในและต?างประเทศ ปกปZองโครงสร@างพื้นฐานสำคัญและพื้นที่เปราะบาง มีระบบฐานข@อมูล และเชื่อมโยงข@อมูลที่เกี่ยวข@องกับการต?อต@านการก?อการร@าย ตลอดจนสร@างความตระหนักรู@และการมีส?วนร?วม ของภาคเอกชนและภาคประชาชนในการปZองกันภัยก?อการร@าย พัฒนากลไกการรับมือขณะเกิดเหตุและระบบ การแจ@งเตือน การสื่อสาร การประชาสัมพันธGต?อเหตุวิกฤติจากการก?อการร@าย เพื่อสร@างความรับรู@ ความเข@าใจ เสริมสร@างการมีส?วนร?วมกับชุมชน ท@องถิ่น สถาบันศาสนา และสถาบันการศึกษา (สำนักงานสภาความมั่นคงแห?งชาติ เปkนหน?วยงานเจ@าภาพ) นโยบายและแผนความมั่นคงท่ี ๑๒ การสร#างดุลยภาพระหว/างประเทศ มุ?งเน@นให@ประเทศไทย สามารถรักษาดุลยภาพระหว?างประเทศ เพื่อเสริมสร@างความมั่นคงแห?งชาติ มีบทบาทนำในประชาคมการเมือง 6 ๗ และความมั่นคงอาเซียน รวมท้ังรักษาผลประโยชนGแห?งชาติในอนุภูมิภาคลุ?มน้ำโขง และความสัมพันธGอันดี กับประเทศรอบบ@าน โดยรักษาผลประโยชนGแห?งชาติเปkนที่ตั้ง มีปฏิสัมพันธGกับกลุ?มประเทศเปZาหมายอย?างสม่ำเสมอ รวมถึงรักษาดุลยภาพระหว?างประเทศสำคัญทางยุทธศาสตรG โดยทบทวนและกำหนดแนวทางท?าทีและความร?วมมือ ของไทยต?อประเทศมหาอำนาจหรือกลุ?มประเทศท่ีมีบทบาทสำคัญทางยุทธศาสตรG เพ่ือให@ไทยสามารถประมาณการ ความเปลี่ยนแปลงและปรับเปลี่ยนแนวทางการรักษาดุลยภาพระหว?างประเทศของไทยได@ทันท?วงที และเสริมสร@าง บทบาทนำของไทยในประชาคมการเมืองและความมั่นคงอาเซียน เพื่อรักษาผลประโยชนGแห?งชาติและผลประโยชนG ร?วมกันของภูมิภาค โดยผลักดันความร?วมมือในการปZองกันและแก@ไขภัยคุกคามระดับภูมิภาค อาทิ ประเด็น การต?อต@านยาเสพติดและสินค@าผิดกฎหมาย ประเด็นหมอกควันข@ามแดน และประเด็นภัยคุกคามทางไซเบอรG (กระทรวงการต?างประเทศ เปkนหน?วยงานเจ@าภาพ) นโยบายและแผนความมั่นคงที่ ๑๓ การบริหารจัดการภาวะฉุกเฉินด#านสาธารณสุขและโรคติดต/อ อุบัติใหม/ มุ?งเน@นการเตรียมความพร@อมและการเพิ่มขีดความสามารถการบริหารจัดการภาวะฉุกเฉินด@านสาธารณสุข และโรคติดต?ออุบัติใหม? รวมทั ้งการพัฒนานวัตกรรมและการบริหารจัดการทรัพยากรด@านการแพทยGรองรับ ภาวะวิกฤติ โดยพัฒนาศักยภาพและดำเนินการตามแผนปฏิบัติการเตรียมความพร@อม ปZองกัน และแก@ไขป^ญหา โรคติดต?ออุบัติใหม? รวมถึงแผนเผชิญเหตุและการบริหารจัดการด@านสาธารณสุขฉุกเฉิน โดยมีการฝãกซ@อมเพื่อบูรณาการ ความร?วมมือจากทุกภาคส?วน โดยส?งเสริมให@ประเทศมีความมั่นคงทางยาและเวชภัณฑG สามารถผลิตยาและเวชภัณฑG ที่เกี่ยวข@องกับการจัดการภาวะฉุกเฉินทางการแพทยGและสาธารณสุขได@ทั้งห?วงโซ?อุปทาน (กระทรวงสาธารณสุข เปkนหน?วยงานเจ@าภาพ) ๒. หมวดประเด็นศักยภาพความมั่นคง เปkนประเด็นเสริมสร@างศักยภาพและพัฒนาขีดความสามารถ ของประเทศในการปZองกันและแก@ไขประเด็นความมั่นคงให@มีประสิทธิภาพมากขึ้น รวม ๔ นโยบายและแผน ความม่ันคง ดังน้ี นโยบายและแผนความมั่นคงที่ ๑๔ การพัฒนาศักยภาพการเตรียมพร#อมแห/งชาติ และการบริหารจัดการ วิกฤตการณRระดับชาติ มุ?งเน@นให@พัฒนาศักยภาพการเตรียมพร@อม เพ่ือปZองกันและตอบสนองต?อภัยคุกคาม รวมท้ัง บูรณาการทรัพยากรของประเทศเพื่อใช@ในการเผชิญกับวิกฤตการณGระดับชาติ โดยทบทวนและพัฒนากลไก การบริหารจัดการ ทั้งในระดับนโยบาย ระดับอำนวยการ และระดับปฏิบัติ ให@สามารถปฏิบัติภารกิจร?วมกัน ได@อย?างประสานสอดคล@องเมื ่อประเทศเผชิญกับป^ญหาภัยคุกคาม หรือเข@าสู ?ภาวะวิกฤติระดับชาติ ส?งเสริม ความร?วมมือกับต?างประเทศในระดับทวิภาคีและพหุภาคี เพื่อสร@างความเข@มแข็งในการวิจัยและพัฒนาร?วมกัน พร@อมทั้งพัฒนาประสิทธิภาพกลไกการบริหารจัดการ ระบบการแจ@งเตือนและการสั่งการ ตลอดจนประสานงาน ระหว?างหน?วยงานและผู @ปฏิบัติภารกิจเมื ่อเข@าสู ?ภาวะวิกฤติระดับชาติ (สำนักงานสภาความมั ่นคงแห?งชาติ เปkนหน?วยงานเจ@าภาพ) นโยบายและแผนความมั ่นคงที ่ ๑๕ การพัฒนาระบบข/าวกรองแห/งชาติ มุ?งเน@นการยกระดับ ระบบงานข?าวกรองแห?งชาติในการเฝZาระวัง ประเมิน ตอบสนอง และแจ@งเตือน ต?อสถานการณGด@านความมั่นคง เชิงยุทธศาสตรGในระยะยาว พร@อมทั ้งขยายเครือข?ายเฝZาระวังเพื ่อสนับสนุนงานข?าวกรอง และการวางระบบ 7 ๘ งานข?าวกรองเพื่อปZองกันภัยคุกคามที่สำคัญ โดยพัฒนาขีดความสามารถในการรวบรวมและประเมินสถานการณG ด@านการข?าว พัฒนาและขยายเครือข?ายด@านการข?าว รวมถึงพัฒนาศักยภาพ เสริมสร@างองคGความรู@บุคลากร เพ่ือใช@ในการประเมินสถานการณGด@านการข?าวในระยะยาว (สำนักข?าวกรองแห?งชาติ เปkนหน?วยงานเจ@าภาพ) นโยบายและแผนความมั ่นคงที ่ ๑๖ การบูรณาการข#อมูลด#านความมั ่นคง มุ ?งเน@นการจัดทำ และเชื่อมโยงบัญชีข@อมูลด@านความมั่นคงขนาดใหญ?เชิงดิจิทัลให@สามารถนำไปใช@ประกอบการตัดสินใจเชิงนโยบาย ในการปZองกันและแก@ไขภัยคุกคามที่ส?งผลกระทบต?อความมั่นคงแห?งชาติ โดยบูรณาการข@อมูลด@านความมั่นคง เพื ่อประกอบการตัดสินใจเชิงนโยบาย ตลอดจนกำหนดโจทยGประเด็นความมั ่นคงและประเด็นศักยภาพ ความมั่นคง ภายใต@นโยบายและแผนระดับชาติว?าด@วยความมั่นคงแห?งชาติ (พ.ศ. ๒๕๖๖ – ๒๕๗๐) เพื่อใช@เปkนประเด็น สำหรับการวิเคราะหGข@อมูลขนาดใหญ? (Big Data) และพัฒนากลไกการบริหารจัดการการบูรณาการข@อมูลด@านความมั่นคง ผ?านการจัดทำแผนหรือแนวทางการขับเคลื ่อนการบูรณาการข@อมูลด@านความมั่นคง และสร@างความร?วมมือ หรือความตกลงสำหรับการเชื่อมโยง แลกเปลี่ยน และแบ?งป^นข@อมูลภายในแพลตฟอรGมด@านความมั่นคงตามหน@าท่ีอำนาจ ของหน?วยงานท่ีเก่ียวข@อง (กองอำนวยการรักษาความม่ันคงภายในราชอาณาจักร เปkนหน?วยงานเจ@าภาพ) นโยบายและแผนความมั ่นคงที ่ ๑๗ การเสริมสร#างความมั ่นคงเชิงพื ้นท่ี มุ ?งเน@นการปZองกัน และแก@ไขป^ญหาความมั่นคงในพื้นที่เปZาหมายระดับตำบลเพื่อให@เกิดความมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน โดยขยายแนวคิด การพัฒนาพื้นที่เพื่อเสริมความมั่นคงของชาติ และแผนตำบล มั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน ให@เปkนรูปธรรม โดยพัฒนา คุณภาพชีวิตและเสริมสร@างภูมิคุ @มกันด@านความมั่นคงเชิงพื้นที่ให@แก?ประชาชน ด@วยการนำนโยบายและแผน ความมั ่นคงต?าง ๆ รวมถึงประเด็นความมั ่นคงในระดับพื ้นที ่ ท่ีสำคัญ อาทิ ป^ญหาทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล@อม ป^ญหาการอยู?ร?วมกันระหว?างคนกับสัตวGในพื้นที่ ความขัดแย@งทางพลังงาน อาหาร และน้ำ ไปใช@กำหนดทิศทางเพื่อแก@ไขป^ญหาให@สอดคล@องกับบริบทภัยความมั่นคงในพื้นท่ี ตลอดจนพัฒนาศักยภาพ บุคลากรผู@ปฏิบัติงานความมั่นคงในระดับพื้นที่ และเครือข?ายการเสริมสร@างความมั่นคงเชิงรุกในระดับพื้นท่ี ทั้งภาครัฐและนอกภาครัฐให@มีการแลกเปลี่ยนข@อมูล ประสานการดำเนินการ และสะท@อนความต@องการจากระดับพื้นท่ี สู?ระดับนโยบายอย?างมีประสิทธิภาพ (กองอำนวยการรักษาความม่ันคงภายในราชอาณาจักร เปkนหน?วยงานเจ@าภาพ) แนวทางการขับเคล่ือน ติดตาม ตรวจสอบ และประเมินผล การบูรณาการเพื ่อส?งเสริมความร?วมมือของทุกภาคส?วนตามแนวทางบูรณาการการทำงาน ของหน?วยงานภาครัฐให@เปkนไปในทิศทางเดียวกัน (Whole-of-Government Approach) และแนวทางบูรณาการ การทำงานที ่ทุกภาคส?วนในสังคมมีส?วนร?วม (Whole-of-Society Approach) เพื ่อเสริมสร@างความมั ่นคง แบบองคGรวม จึงกำหนดให@มีการบูรณาการทั้งในเชิงโครงสร@างและกลไก การถ?ายทอดเปZาหมายและตัวชี ้วัด ลงสู ?ระดับหน?วยงาน เพื ่อเชื ่อมโยงให@การดำเนินการมีทิศทางเชิงนโยบายและยุทธศาสตรGร?วมกัน รวมท้ัง ให@มีหน?วยงานเจ@าภาพรับผิดชอบบูรณาการขับเคลื ่อนที ่ชัดเจน โดยกลไกการบริหารจัดการมีความสำคัญ ในการขับเคลื่อนและติดตามประเมินผลนโยบายและแผนระดับชาติว?าด@วยความมั่นคงแห?งชาติ (พ.ศ. ๒๕๖๖ – ๒๕๗๐) ซึ ่งสภาความมั ่นคงแห?งชาติ ถือเปkนกลไกสูงสุดในการกํากับและติดตามการดำเนินการในภาพรวม รวมท้ัง 8 ๙ มีกลไกแผนงานยุทธศาสตรGความมั ่นคงเปkนกลไกหลักสำคัญเพื ่อผลักดันการขับเคลื ่อนให@บรรลุเปZาหมาย ตามหลักการความสัมพันธGเชิงเหตุและผล (Causal Relationship: XYZ) แบ?งออกเปkน ๓ ระดับ ดังน้ี ๑. ระดับนโยบาย กำหนดทิศทางการขับเคลื่อนนโยบายและแผนระดับชาติว?าด@วยความมั่นคงแห?งชาติ (พ.ศ. ๒๕๖๖ – ๒๕๗๐) มีสถานะแผนระดับที ่ ๒ ไปในคราวเดียวกันกับแผนแม?บทภายใต@ย ุทธศาสตรGชาติ ประเด็นความมั่นคง เพื ่อให@บรรลุเปZาหมายยุทธศาสตรGชาติด@านความมั่นคง คือ คณะกรรมการบูรณาการ ขับเคล่ือนยุทธศาสตรRชาติด#านความม่ันคง ๒. ระดับส/วนกลาง อำนวยการ ประสานงาน และกำกับเปZาหมายและตัวชี ้วัดให@สอดคล@องกับ นโยบายและแผนระดับชาติว?าด@วยความมั่นคงแห?งชาติ (พ.ศ. ๒๕๖๖ – ๒๕๗๐) โดยดำเนินการไปในคราวเดียวกัน กับการขับเคลื่อนแผนแม?บทภายใต@ยุทธศาสตรGชาติ ประเด็นความมั่นคง เพื่อรายงานต?อคณะกรรมการบูรณาการ ขับเคลื่อนยุทธศาสตรGชาติด@านความมั่นคง และสภาความมั่นคงแห?งชาติ ตามลำดับ คือ คณะกรรมการขับเคลื่อน แผนแม/บทภายใต#ยุทธศาสตรRชาติ ประเด็นความมั่นคง และนโยบายและแผนระดับชาติว/าด#วยความมั่นคงแห/งชาติ ประกอบด@วย ๕ คณะย?อย ดังน้ี ๒.๑ คณะกรรมการขับเคลื่อนแผนย/อยด#านการรักษาความสงบภายในประเทศ (เลขาธิการ กองอำนวยการรักษาความม่ันคงภายในราชอาณาจักร เปkนประธาน) ๒.๒ คณะกรรมการขับเคลื ่อนแผนย/อยด#านการปWองกันและแก#ไขปaญหาที ่มีผลกระทบต/อ ความม่ันคง (เลขาธิการกองอำนวยการรักษาความม่ันคงภายในราชอาณาจักร เปkนประธาน) ๒.๓ คณะกรรมการขับเคลื่อนแผนย/อยด#านการพัฒนาศักยภาพของประเทศให#พร#อมเผชิญ ภัยคุกคามท่ีกระทบต/อความม่ันคงของชาติ (ปลัดกระทรวงกลาโหม เปkนประธาน) ๒.๔ คณะกรรมการขับเคลื่อนแผนย/อยด#านการบูรณาการความร/วมมือด#านความมั่นคงกับ อาเซียนและนานาชาติ รวมท้ังองคRกรภาครัฐและท่ีมิใช/ภาครัฐ (ปลัดกระทรวงการต?างประเทศ เปkนประธาน) ๒.๕ คณะกรรมการขับเคลื่อนแผนย/อยด#านการพัฒนากลไกการบริหารจัดการความมั่นคง แบบองคRรวม (เลขาธิการสภาความม่ันคงแห?งชาติ เปkนประธาน) ๓. ระดับพื ้นท่ี ให@ความสำคัญกับการขับเคลื ่อนที ่เก ี ่ยวข@องกับกลไกการบริหารแผนพัฒนา ในระดับพื้นที่ ตามกฎหมายว?าด@วยการบริหารงานเชิงพื้นที่แบบบูรณาการ โดยมีหน?วยงาน/กลไกที่รับผิดชอบ ได@แก? กระทรวงมหาดไทย คณะกรรมการบริหารงานจังหวัดแบบบูรณาการ (ก.บ.จ.) และคณะอนุกรรมการ จัดทำแผนงานด@านความม่ันคงจังหวัด หน?วยงานเจ@าภาพบูรณาการขับเคลื่อนจำเปkนต@องติดตามและประเมินผลในขั้นต@น ทั้งรอบ ๖ เดือน และรายปe ตามที่หน?วยงานที่เกี่ยวข@องดำเนินการตามแผน/ภารกิจ ๑๗ นโยบายและแผนความมั่นคง โดยมีกลไก การบริหารจัดการ ทั้งในระดับนโยบาย ระดับส?วนกลาง และระดับพื้นที่ เร?งรัดติดตาม ตรวจสอบ และประเมินผล เพ่ือเสนอสภาความม่ันคงแห?งชาติ เพ่ือกำกับและติดตามการดำเนินการในภาพรวม หรือพิจารณาทบทวน ปรับปรุง และพัฒนากระบวนการดำเนินงานให@เหมาะสมและมีประสิทธิภาพต?อไป 9 ๑๐ ป^จจัยแห?งความสำเร็จขึ้นอยู?กับการที่รัฐบาลให@ความสำคัญและสนับสนุนการดำเนินการ หน?วยงาน ที่เกี่ยวข@องในทุกระดับรับรู@และเข@าใจเกี่ยวกับการดำเนินการและขับเคลื่อน การถ?ายทอดเปZาหมายและตัวชี้วัด ไปสู?การจัดทำแผนระดับที่ ๓ หน?วยงานที่เกี ่ยวข@องมีความพร@อมด@านทรัพยากรสามารถปรับปรุงและพัฒนา การบริหารจัดการตามภารกิจที่รับผิดชอบให@สอดคล@องกับแนวทางที่กำหนด การพิจารณาจัดสรรงบประมาณ ให@หน?วยงานของรัฐ การบูรณาการการทำงานของทุกภาคส?วน ตลอดจนการขับเคลื ่อนไปสู ?การปฏิบัติ ได@อย?างมีประสิทธิภาพ 10 ๑๑ ส"วนที่ ๑ ความสำคัญและสถานะ ของนโยบายและแผนระดับชาติ ว;าด<วยความมั่นคงแห;งชาติ (พ.ศ. ๒๕๖๖ – ๒๕๗๐) 11 ๑๒ 12 ๑๓ ๑. ความนำ นโยบายและแผนระดับชาติว?าด@วยความมั่นคงแห?งชาติ (พ.ศ. ๒๕๖๖ – ๒๕๗๐) เปkนแผนระดับที่ ๒ โดยมีกรอบระยะเวลาดำเนินการ ๕ ปe ครอบคลุมปeงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๖ – ๒๕๗๐ รองรับการถ?ายทอด แผนระดับที่ ๑ ยุทธศาสตรGชาติด@านความมั่นคง และเชื่อมโยงให@มีการขับเคลื่อนไปสู?การปฏิบัติผ?านแผนระดับที่ ๓ เพื่อให@เปkนกรอบทิศทางในการปZองกัน แจ@งเตือน แก@ไข หรือระงับยับยั้งภัยคุกคามเพื่อธำรงไว@ซึ่งความมั่นคงแห?งชาติ และรักษาผลประโยชนGแห?งชาติอันเปkนเปZาหมายสูงสุดของประเทศ ซึ ่งนโยบายและแผนระดับชาติว?าด@วย ความมั่นคงแห?งชาติฉบับนี้ให@ความสำคัญกับการขับเคลื่อนกรอบแนวคิดความมั่นคงแบบองคGรวม มุ?งเน@นการกำหนด นโยบายและแผนการขับเคลื่อนงานด@านความมั่นคงให@สอดคล@องในทิศทางเดียวกัน โดยมิได@จำกัดเฉพาะความมั่นคง ของรัฐ แต?ให@หมายรวมถึงความมั่นคงของมนุษยG และความมั่นคงระหว?างประเทศ จึงจำเปkนต@องมีกรอบทิศทาง ให@สามารถบริหารจัดการความเสี ่ยงภัยคุกคามสำคัญที ่จำเปkนต@องเร?งปZองกันและแก@ไขได@อย?างทันท?วงที โดยใช@กระบวนการเสริมสร@างการมีส?วนร?วมของทุกภาคส?วน เพื่อให@ประเทศมีเสถียรภาพ ประชาชนอยู?ดีมีสุข และมีศักยภาพบริหารจัดการความม่ันคงแบบองคGรวม และรักษาไว@ซ่ึงผลประโยชนGแห?งชาติอย?างย่ังยืน ๒. ผลการดำเนินการขับเคลื่อนนโยบายและแผนระดับชาติว:าด,วยความม่ันคงแห:งชาติในห,วงที่ผ:านมา การขับเคลื่อนภารกิจความมั่นคงของประเทศเปkนการดำเนินการภายใต@แผนระดับที่ ๑ ยุทธศาสตรGชาติ ด@านความมั่นคง โดยมีแผนระดับที่ ๒ แผนแม?บทภายใต@ยุทธศาสตรGชาติ ประเด็นความมั่นคง และ นโยบายและแผน ระดับชาติว?าด@วยความมั่นคงแห?งชาติ เปkนกรอบแนวทางหลักที่ขับเคลื่อนไปในคราวเดียวกัน ทำให@ผลการดำเนินการ ขับเคลื่อนนโยบายและแผนระดับชาติว?าด@วยความมั่นคงแห?งชาติในห@วงที่ผ?านมามีความเชื่อมโยงกับการขับเคลื่อน แผนแม?บทภายใต@ยุทธศาสตรGชาติ ประเด็นความม่ันคง โดยมีผลสัมฤทธ์ิและข@อจำกัด ดังน้ี ๒.๑ ผลสัมฤทธ์ิ ในภาพรวมพบว?าสถานการณGป^ญหาความมั่นคงคลี่คลายไปในทิศทางที่ดีขึ้น โดยหน?วยงาน ของรัฐร?วมกับภาคส?วนที่เกี ่ยวข@องได@ขับเคลื ่อนการดำเนินการให@สอดคล@องกับเปZาหมายของแผนแม?บทภายใต@ ยุทธศาสตรGชาติ ประเด็นความมั่นคง และนโยบายและแผนระดับชาติว?าด@วยความมั่นคงแห?งชาติ (พ.ศ. ๒๕๖๒ – ๒๕๖๕) ซึ่งผลสัมฤทธ์ิการดำเนินการปZองกันและแก@ไขป^ญหาความมั่นคงพิจารณาได@จากประเด็นความมั่นคงที่สะท@อน การเปลี่ยนแปลงอย?างชัดเจนและเปkนไปตามเปZาหมายที่กำหนดไว@ในนโยบายและแผนระดับชาติว?าด@วยความมั่นคง แห?งชาติ (พ.ศ. ๒๕๖๒ – ๒๕๖๕) ดังน้ี ๒.๑.๑ การปWองกันและแก#ไขปaญหาในพื้นที่จังหวัดชายแดนใต# เหตุการณGความรุนแรงมีแนวโน@ม ลดลงอย?างต?อเนื่อง แม@ว?าปe ๒๕๖๔ จะมีเหตุการณGความรุนแรงเพิ่มขึ้นจากปe ๒๕๖๓ แต?ยังคงอยู?ในเปZาหมาย โดยเฉลี่ย คือ ลดลงร@อยละ ๒๐ ต?อปe เมื่อเทียบจากปeฐาน ๒๕๖๑ สถิติการเสียชีวิตมีจำนวน ๔๐ คน ลดลงจาก ปe ๒๕๖๓ (๖๖ คน) คิดเปkนร@อยละ ๔๒.๔๒ ดังนั้นการรักษาความปลอดภัยจึงยังคงเปkนแนวทางหลักที่ต@องให@ ความสำคัญอย?างต?อเน่ือง อย?างไรก็ตาม การดำเนินการระยะต?อไปจำเปkนต@องมุ?งเน@นแนวทางการสร@างความเช่ือม่ัน และลดความหวาดระแวง รวมถึงเร?งฟáàนฟูเศรษฐกิจ และส?งเสริมศักยภาพพ้ืนท่ีจังหวัดชายแดนภาคใต@ เพ่ือยกระดับ ความเปkนอยู?ของประชาชนในพื้นที่ อันจะเปkนรากฐานที่ทำให@พื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต@มีความสันติสุขภายใต@ สังคมพหุวัฒนธรรม 13 ๑๔ ๒.๑.๒ การรักษาความมั่นคงและผลประโยชนRของชาติพื้นที่ชายแดน มีความมั่นคง ปลอดภัย และสามารถ พัฒนาระบบสัญจรข@ามแดน และการจัดการพื้นที่ชายแดนเพื่อรองรับเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษ โดยมีการพิจารณา การเปÜด – ระงับ หรือปÜดจุดผ?านแดนประเภทต?าง ๆ การพัฒนาระบบการแจ@งเตือนภัยความมั่นคงและจัดระเบียบ พื้นที่ที่มีเงื่อนไขของป^ญหาความมั่นคง การเพิ่มประสิทธิภาพบริการออกบัตรผ?านแดนด@วยระบบอิเล็กทรอนิกสG (E-Border Pass) ซึ ่งใช@เพียงบัตรประชาชนหรือเลขประจำตัวประชาชน ๑๓ หลัก ให@สามารถจัดทำหนังสือ ผ?านแดนชั่วคราวได@อย?างรวดเร็ว การพัฒนาด?านเขตเศรษฐกิจพิเศษเพ่ือเพ่ิมมูลค?าการลงทุน ตลอดจนการยกระดับ คุณภาพมาตรฐานสินค@าเกษตรเพ่ือตรวจสอบ ปZองกัน เฝZาระวังการนำเข@าส?งออก และนำผ?านสัตวGน้ำหรือผลิตภัณฑG สัตวGน้ำให@มีคุณภาพมาตรฐานผ?านจุดผ?านแดน ๒.๑.๓ การรักษาความมั่นคงและผลประโยชนRของชาติทางทะเล สามารถปกปZอง รักษา และแสวงหา ผลประโยชนGของชาติทางทะเลได@อย?างสมดุลและยั่งยืน โดยมีการจัดตั้งและพัฒนาประสิทธิภาพการดำเนินงาน ของศูนยGอำนวยการรักษาผลประโยชนGของชาติทางทะเล ตามพระราชบัญญัติการรักษาผลประโยชนGของชาติ ทางทะเล พ.ศ. ๒๕๖๒ การกำหนดและปรับปรุงพื้นที่เขตการปกครองของจังหวัดทางทะเล การอนุวัติกฎหมาย ตามอนุสัญญาสหประชาชาติว?าด@วยกฎหมายทะเล ค.ศ. ๑๙๘๒ ตลอดจนการเสริมสร@างองคGความรู@ทางทะเล และศึกษารูปแบบการจัดต้ังองคGกรจัดการความรู@ทางทะเล ๒.๑.๔ การบริหารจัดการผู#หลบหนีเข#าเมือง มีการขับเคลื่อนผ?านกลไกการหารือเพื่อแก@ไขป^ญหา ผู@หนีภัยการสู@รบจากเมียนมา การศึกษาแนวทางการแก@ไขป^ญหาผู@หลบหนีเข@าเมืองกรณีกลุ?มผู@มีป^ญหาสถานะ และสิทธิของบุคคล การจัดทำหลักเกณฑGสถานะและสิทธิของบุคคลที่เข@ามาและอาศัยอยู?มานาน รวมถึงในปe ๒๕๖๔ จำนวนแรงงานต?างด@าวและแรงงานไทยที่ได@รับการคุ@มครองตามกฎหมายและมาตรฐานสากลเพิ่มขึ้น คิดเปkน ร@อยละ ๕๙.๗๗ ของแรงงานท้ังหมด ๒.๑.๕ การปWองกัน ปราบปราม และแก#ไขปaญหายาเสพติด มีแนวโน@มในระดับที่ดีขึ้นจากการยึด และอายัดทรัพยGสินเครือข?ายยาเสพติดรายสำคัญ การสร@างพื้นที่ปลอดภัยจากยาเสพติดให@มีศักยภาพในการลด อุปสงคGยาเสพติด โดยในปe ๒๕๖๔ เพิ่มขึ้นคิดเปkนร@อยละ ๙๐.๔๙ ของเปZาหมายในพื้นที่ท่ีมีป^ญหาการแพร?ระบาด ของยาเสพติด ผู@ป°วยยาเสพติดที่เข@าสู?กระบวนการบำบัดรักษาได@รับการดูแลอย?างมีคุณภาพอย?างต?อเนื่องจนถึง การติดตาม (Retention Rate) นอกจากน้ี ได@มีการตราประมวลกฎหมายยาเสพติด เพื่อให@การบังคับใช@กฎหมาย มีประสิทธิภาพมากขึ ้น รวมทั้งกำหนดให@มีระบบอนุญาตเพื ่อให@การควบคุมและการใช@ประโยชนGยาเสพติด ในทางการแพทยG วิทยาศาสตรG และอุตสาหกรรม พร@อมทั้งปZองกันการแพร?กระจายยาเสพติดและการใช@ยาเสพติด ในทางที่ไม?ถูกต@องอันจะนำไปสู?การเสพติดยาเสพติด ซึ่งเปkนการบั่นทอนสุขภาพของประชาชน โดยเฉพาะอย?างย่ิง การแพร?กระจายยาเสพติดเข@าสู?กลุ?มเยาวชน ซ่ึงเปkนกำลังสำคัญในการพัฒนาประเทศ ๒.๑.๖ การพัฒนาระบบข/าวกรองแห/งชาติ ได@มีการตราพระราชบัญญัติข?าวกรองแห?งชาติ พ.ศ. ๒๕๖๒ เพื่อเสริมสร@างสภาวะแวดล@อมให@เอื้อต?อการปฏิบัติการข?าวกรองของชาติ เพิ่มขีดความสามารถในการปฏิบัติงาน ของเจ@าหน@าท่ี และทำให@ภารกิจของรัฐด@านกิจการการข?าวกรองมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น สามารถรองรับสถานการณG ภัยคุกคามความมั่นคงทุกรูปแบบได@อย?างเหมาะสมและทันท?วงที เพื่อรักษาความมั่นคงและผลประโยชนGแห?งชาติ นอกจากน้ี หน?วยงานด@านข?าวกรองและประชาคมข?าวกรอง ได@ขยายความเชื่อมโยงระบบฐานข@อมูลด@านการข?าว 14 ๑๕ ในประชาคมข?าวกรอง ระหว?าง ๔ หน?วยงาน ได@แก? ๑) สำนักการข?าว กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร ๒) ศูนยGรักษาความปลอดภัย กองบัญชาการกองทัพไทย ๓) กองบัญชาการตำรวจสันติบาล สำนักงานตำรวจแห?งชาติ และ ๔) หน?วยข?าวกรองทางทหาร กองทัพบก ๒.๒ ข#อจำกัด การขับเคลื่อนนโยบายและแผนระดับชาติว?าด@วยความมั่นคงแห?งชาติในระยะที่ผ?านมา มีข@อจำกัดสำคัญท่ีส?งผลต?อการบรรลุผลสัมฤทธ์ิตามเปZาหมายในภาพรวม ๔ ประการ ดังน้ี ๒.๒.๑ การแปลงนโยบายและแผนระดับชาติว/าด#วยความมั ่นคงแห/งชาติไปสู /การปฏิบัติ พบป^ญหาและข@อจำกัดที่เกิดจากหลายป^จจัย ประกอบด@วย ๑) การรับรู@และความเข@าใจเกี่ยวกับความเชื่อมโยง และความประสานสอดคล@องของนโยบายและแผนระดับชาติว?าด@วยความมั่นคงแห?งชาติภายใต@ระบบยุทธศาสตรGชาติ ๒) กรอบทิศทางและแนวทางการขับเคลื่อนมีความคล@ายคลึงกับแผนแม?บทภายใต@ยุทธศาสตรGชาติ ประเด็นความมั่นคง และประเด็นการต?างประเทศ ๓) การบูรณาการการทำงานระหว?างหน?วยงานที่เกี่ยวข@อง ๔) หน?วยปฏิบัติมีความรู@ ความเข@าใจเฉพาะเปZาหมายตามภารกิจท่ีรับผิดชอบแต?ยังไม?สามารถเช่ือมโยงไปยังเปZาหมายร?วมให@สามารถสะท@อน ความมั่นคงแบบองคGรวมของประเทศได@ ๕) ความไม?ชัดเจนของเปZาหมายและตัวชี้วัดในการวัดผลเชิงค?าเปZาหมาย รายปeและผลสัมฤทธิ์ ๕ ปe จึงทำให@หน?วยงานที่เกี่ยวข@องไม?สามารถถ?ายทอดไปสู?การปฏิบัติผ?านแผนระดับที่ ๓ โดยเฉพาะความเชื่อมโยงแผนด@านความมั่นคงเฉพาะเรื่องตามกรอบทิศทางที่กำหนดไว@ รวมทั้งการจัดทำแผนงาน โครงการ และงบประมาณไม?สะท@อนตามหลักการความสัมพันธGเชิงเหตุและผล (Causal Relationship: XYZ) ๖) การกำหนดกลยุทธGบางประเด็นความมั่นคงมุ?งเน@นเฉพาะการปZองกันและแก@ไขป^ญหาผ?านการบริหารจัดการ ของหน?วยงานส?วนกลางเท?านั้น แต?ยังไม?ลงไปสู?การปฏิบัติในระดับพื้นที่ และ ๗) การใช@ประโยชนGจากการเชื่อมโยง ข@อมูลด@านความมั ่นคงระหว?างหน?วยงานยังมีอย?างจำกัดอันเกิดจากยังไม?มีระบบนวัตกรรมและเทคโนโลยี ในการประมวลผลการดำเนินการ ๒.๒.๒ การกำหนดขอบเขตและจัดลำดับความสำคัญประเด็นความมั่นคง ป^จจุบันภัยคุกคาม มีความซับซ@อนและเชื่อมโยงกับมิติต?าง ๆ ทั้งเศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรม และเทคโนโลยีสารสนเทศ ทำให@ประเด็น ความมั่นคงมีความเหลื่อมซ@อนกับมิติการพัฒนา ส?งผลให@การดำเนินการมีความซ้ำซ@อนในการชี้ชัดเพื่อตีความ ขอบเขตประเด็นความมั่นคงกับมิติการพัฒนาให@เปkนระบบ ประกอบกับการจัดทำนโยบายและแผนระดับชาติ ว?าด@วยความมั่นคงแห?งชาติที่ผ?านมายังไม?มีแนวทางการจัดลำดับความสำคัญของภัยคุกคามที่ส?งผลกระทบต?อ ความมั่นคงตามหลักวิชาการอย?างชัดเจน รวมถึงบริบทความมั่นคงมีแนวโน@มเข@าสู?ภาวะ VUCA ที่มีความผันผวน (Volatility) ความไม?แน?นอน (Uncertainty) ความซับซ@อน (Complexity) และความคลุมเครือ (Ambiguity) ที่ทวีความรุนแรงมากขึ้น จึงทำให@มีความจำเปkนในการกำหนดทิศทางการขับเคลื่อนประเด็นที่มีความสำคัญเร?งด?วน และให@ความสำคัญกับการวัดผลเชิงผลสัมฤทธ์ิท่ีใช@เครื่องมือตามหลักวิชาการ รวมทั้งการอ@างอิงข@อมูลเชิงสถิติ และหลักฐานเชิงประจักษG เพ่ือให@สามารถระบุแนวโน@มและผลกระทบได@อย?างชัดเจน ๒.๒.๓ บทบาทของหน/วยงานเจ#าภาพรับผิดชอบบูรณาการขับเคลื่อน พบป^ญหาความไม?ชัดเจน ของบทบาทและความรับผิดชอบของหน?วยงานเจ@าภาพฯ ในการขับเคลื่อนทิศทางให@เปkนไปตามเปZาหมายที่กำหนด และมองเปZาหมายไปในทิศทางในภาพรวมให@เปkนระบบเดียวกัน รวมถึงการขับเคลื่อนและติดตามประเมินผล 15 ๑๖ ยังไม?สามารถผลักดันให@หน?วยงานเจ@าภาพฯ สามารถบูรณาการขับเคล่ือนในแต?ละประเด็นท่ีรับผิดชอบ และสรุปผล การดำเนินงานตามท่ีกำหนดไว@ในป^จจัยแห?งความสำเร็จ โดยหน?วยงานเจ@าภาพฯ ทำหน@าที่ได@เพียงจัดการประชุม ปรึกษาหารือระหว?างหน?วยงาน เพ่ือประสานภารกิจและบูรณาการการทำงานท่ีคาบเก่ียวกัน ๒.๒.๔ ผลสืบเนื่องจากสถานการณRแพร/ระบาดของโรคโควิด-19 ได@ส?งผลกระทบอย?างรุนแรงทั่วโลก และนำมาซึ่งการเปลี่ยนแปลงฉากทัศนGของการปZองกันและแก@ไขป^ญหาความมั่นคงที่เชื ่อมโยงกับการเผชิญ ภัยคุกคามในรูปแบบผสมผสานมากขึ้น ประเทศไทยจำเปkนต@องรับมือและแก@ไขวิกฤตการณGดังกล?าวที่ส?งผลต?อ การเปลี ่ยนแปลงวิถีชีวิตของประชาชนและการบริหารจัดการภาครัฐ ทำให@การขับเคลื ่อนการดำเนินงาน ในภาพรวมที ่ผ?านมาจำเปkนต@องทุ ?มเททรัพยากรและสรรพกำลังในการแก@ไขวิกฤตการณGดังกล?าวโดยเร็ว ซึ่งย?อมส?งผลต?อเปZาหมายการดำเนินงานประเด็นความมั่นคงอื่น ๆ ที่กำหนดไว@ในนโยบายและแผนระดับชาติ ว?าด@วยความมั่นคงแห?งชาติ (พ.ศ. ๒๕๖๒ – ๒๕๖๕) ทำให@หน?วยงานของรัฐที่รับผิดชอบงานด@านความมั่นคง จำเปkนต@องทบทวน ปรับปรุง และพัฒนาการดำเนินงานให@สอดคล@องกับพลวัตการเปลี่ยนแปลงของบริบทความมั่นคง รวมทั้งการพัฒนาศักยภาพและขีดความสามารถในการพลิกฟáàนจากวิกฤตการณGการแพร?ระบาดของโรคโควิด-19 ภายใต@การบริหารจัดการทรัพยากรท่ีมีอยู?อย?างจำกัดให@เกิดประสิทธิภาพสูงสุด ๓. การกำหนดผลประโยชนTแห:งชาติและความมั่นคงแห:งชาต ิ ๓.๑ ผลประโยชนRแห/งชาติ เปZาหมายสูงสุดของนโยบายและแผนระดับชาติว?าด@วยความมั่นคงแห?งชาติ (พ.ศ. ๒๕๖๖ – ๒๕๗๐) ให@ความสำคัญกับการรักษาไว@ซึ่งผลประโยชนGแห?งชาติที่กำหนดไว@แล@วในยุทธศาสตรGชาติ (พ.ศ. ๒๕๖๑ – ๒๕๘๐) อันได@แก? การมีเอกราช อธิปไตย การดำรงอยู?อย?างมั่นคง และยั่งยืนของสถาบันหลักของชาติและประชาชน จากภัยคุกคามทุกรูปแบบ การอยู?ร?วมกันในชาติอย?างสันติสุขเปkนปãกแผ?น มีความมั่นคงทางสังคมท?ามกลางพหุสังคม และการมีเกียรติและศักดิ์ศรีของความเปkนมนุษยG ความเจริญเติบโตของชาติ ความเปkนธรรมและความอยู?ดีมีสุข ของประชาชน ความยั ่งยืนของฐานทรัพยากรธรรมชาติสิ ่งแวดล@อม ความมั ่นคงทางพลังงานและอาหาร ความสามารถในการรักษาผลประโยชนGของชาติภายใต@การเปลี่ยนแปลงของสภาวะแวดล@อมระหว?างประเทศ และการอยู?ร?วมกันอย?างสันติประสานสอดคล@องกันด@านความมั่นคงในประชาคมอาเซียนและประชาคมโลก อย?างมีเกียรติและศักด์ิศรี ๓.๒ ความม่ันคงแห/งชาติ ๓.๒.๑ นิยาม “ความม่ันคงแห/งชาติ” พระราชบัญญัติสภาความมั่นคงแห/งชาติ พ.ศ. ๒๕๕๙ บัญญัติว?า ภาวะที่ประเทศปลอดจาก ภัยคุกคามต?อเอกราช อธิปไตย บูรณภาพแห?งอาณาเขต สถาบันศาสนา สถาบันพระมหากษัตริยG ความปลอดภัย ของประชาชน การดำรงชีวิตโดยปกติสุขของประชาชน หรือที่กระทบต?อผลประโยชนGแห?งชาติหรือการปกครอง ระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริยGทรงเปkนประมุข รวมทั้งความพร@อมของประเทศที่จะเผชิญสถานการณGต?าง ๆ อันเกิดจากภัยคุกคามทุกรูปแบบ 16 ๑๗ ยุทธศาสตรRชาติ (พ.ศ. ๒๕๖๑ – ๒๕๘๐) ให@ความสำคัญกับการมีความมั่นคงปลอดภัย จากภัยและการเปลี่ยนแปลงทั้งภายในประเทศและภายนอกประเทศในทุกระดับ ทั้งระดับประเทศ สังคม ชุมชน ครัวเรือน และป^จเจกบุคคล และมีความมั่นคงในทุกมิติ ทั ้งมิติทางการทหาร เศรษฐกิจ สังคม สิ ่งแวดล@อม และการเมือง ๓.๒.๒ หลักเกณฑRการพิจารณาขอบเขต “ความม่ันคงแห/งชาติ” ๑) ป̂ญหาหรือสถานการณGท่ีมีความรุนแรงส?งผลต?อการรักษาผลประโยชนGแห?งชาติ ๒) ป^ญหาหรือสถานการณGที่มีความสลับซับซ@อน ยากต?อการแก@ไขจากหน?วยงานใดหน?วยงานหน่ึง และมีแนวโน@มนำไปสู?วิกฤตการณGของประเทศ ๓) ป̂ญหาหรือสถานการณGท่ีส?งผลกระทบต?อความสงบสุขเรียบร@อยของประชาชนในวงกว@าง ๔) ความจำเปkนต@องเพิ่มศักยภาพในการบูรณาการและระดมสรรพกำลังมากกว?า ๑ หน?วยงาน เพื่อบริหารจัดการความเสี่ยงภัยคุกคามที่ส?งผลต?อความมั่นคงแห?งชาติ และเสริมสร@างโอกาสในการพัฒนาขีดความสามารถ เพ่ือเสริมสร@างกำลังอำนาจของชาติ ๔. หลักการ สถานะ และความสำคัญ ๔.๑ กฎหมายท่ีเก่ียวข#อง รัฐธรรมนูญแห/งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. ๒๕๖๐ กำหนดให@รัฐต@องพิทักษGรักษาไว@ซึ่งสถาบันพระมหากษัตริยG เอกราช อธิปไตย บูรณภาพแห?งอาณาเขตและเขตที่ประเทศไทยมีสิทธิอธิปไตย เกียรติภูมิและผลประโยชนGของชาติ ความมั่นคงของรัฐและความสงบเรียบร@อยของประชาชน เพื่อประโยชนGแห?งการนี้ รัฐต@องจัดให@มีการทหาร การทูตและการข?าวกรองที่มีประสิทธิภาพ กําลังทหารให@ใช@เพื่อประโยชนGในการพัฒนาประเทศด@วย ตลอดจน กำหนดให@รัฐพึงจัดให@มียุทธศาสตรGชาติเปkนเปZาหมายการพัฒนาประเทศอย?างย่ังยืนตามหลักธรรมาภิบาล เพื่อใช@เปkนกรอบในการจัดทำแผนต?าง ๆ และกรอบงบประมาณรายจ?ายประจำปeให@สอดคล@องและบูรณาการกัน เพื่อให@เกิดเปkนพลังผลักดันร?วมกัน ไปสู?เปZาหมายการพัฒนาประเทศที่กำหนดไว@ในยุทธศาสตรGชาติ ประกอบกับ พระราชบัญญัติการจัดทำยุทธศาสตรRชาติ พ.ศ. ๒๕๖๐ มีหลักการให@การกำหนดนโยบายและแผนระดับชาติ ว?าด@วยความมั ่นคงแห?งชาติ ต@องสอดคล@องกับยุทธศาสตรGชาติ ซึ ่งการจัดทำนโยบายและแผนระดับชาติ ว/าด#วยความมั่นคงแห/งชาติเปsนไปตามพระราชบัญญัติสภาความมั่นคงแห/งชาติ พ.ศ. ๒๕๕๙ เพื่อให@เปkนกรอบ หรือทิศทางในการดำเนินการปZองกัน แจ@งเตือน แก@ไข หรือระงับยับยั้งภัยคุกคามในการธำรงไว@ซึ่งความมั่นคงแห?งชาติ ซึ่งต@องมีสาระครอบคลุมถึงนโยบายภายในประเทศ นโยบายต?างประเทศ และนโยบายการทหารกับการเศรษฐกิจ และอื่น ๆ อันเกี่ยวกับความมั่นคงแห?งชาติให@สอดคล@องต@องกัน เพื่อให@กิจการของหน?วยงานของรัฐสามารถ ประสานกันได@อย?างใกล@ชิดเปkนผลดีต?อความม่ันคงของชาติ ๔.๒ สถานะ นโยบายและแผนระดับชาติว?าด@วยความมั่นคงแห?งชาติ (พ.ศ. ๒๕๖๖ – ๒๕๗๐) ทำหน@าที่เปkน แผนระดับที่ ๒ ระบุทิศทางและเปZาหมายความมั่นคงที่ประเทศควรให@ความสำคัญและมุ?งดำเนินการให@เห็น ผลสัมฤทธิ์ในห@วงเวลาของแผนระยะ ๕ ปe โดยถ?ายทอดแผนระดับที่ ๑ ยุทธศาสตรRชาติด#านความมั่นคง ให@บรรลุ 17 ๑๘ เปZาหมายในภาพรวม “ประเทศชาติมั่นคง ประชาชนมีความสุข” ควบคู?กับเชื่อมโยงและประสานสอดคล@องกับ แผนระดับที ่ ๒ ที ่เกี ่ยวข@องอันเปkนกลไกสำคัญในการถ?ายทอดแนวทางการขับเคลื ่อนประเทศในมิติต?าง ๆ ของยุทธศาสตรGชาติไปสู?การปฏิบัติ ซึ่งประกอบด@วย แผนแม/บทภายใต#ยุทธศาสตรRชาติ ทำหน@าที่ในการถ?ายทอด เปZาหมายและประเด็นยุทธศาสตรGของยุทธศาสตรGชาติลงสู?แผนระดับต?าง ๆ โดยคำนึงถึงประเด็นร?วมหรือประเด็น ตัดข@ามระหว?างยุทธศาสตรGและการประสานเชื่อมโยงเปZาหมายของแต?ละแผนแม?บทภายใต@ยุทธศาสตรGชาติ ให@มีความสอดคล@องไปในทิศทางเดียวกัน ในที่นี ้มุ ?งเน@นความเชื ่อมโยงกับประเด็นความมั่นคง และประเด็น การต?างประเทศ แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห/งชาติ เปkนแผนระบุทิศทางและเปZาหมายการพัฒนาที่ประเทศ ควรให@ความสำคัญและมุ?งดำเนินการท่ีคำนึงถึงพลวัตและเงื่อนไขการพัฒนาที่ประเทศเผชิญอยู?ในมิติด@านเศรษฐกิจ มิติด@านสังคมและทรัพยากรมนุษยG มิติด@านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล@อม และมิติด@านการบริหารจัดการภาครัฐ ทั ้งน้ี ประเด็นการพัฒนาสำคัญนอกเหนือจากที ่ระบุในนโยบายและแผนระดับชาติว?าด@วยความมั ่นคงแห?งชาติ (พ.ศ. ๒๕๖๖ – ๒๕๗๐) จะยังคงได@รับการเน@นย้ำให@ความสำคัญและดูแลขับเคลื่อนผ?านแผนระดับท่ี ๒ อื่น ๆ ที่อยู?ในระนาบเดียวกัน และร?วมกันถ?ายทอดยุทธศาสตรGชาติไปสู?การปฏิบัติในแผนระดับท่ี ๓ ทำหน@าที่เปkน แผนเชิงปฏิบัติที่ระบุการดำเนินงานภายใต@แผนงาน/โครงการที่มีความชัดเจนตามภารกิจของหน?วยงานของรัฐ เพื่อสนับสนุนให@แผนระดับท่ี ๒ และยุทธศาสตรGชาติบรรลุเปZาหมายที่กำหนดไว@บนความสอดคล@องเชื่อมโยงกัน ของแผนทุกระดับ การกำหนดกรอบทิศทางและการขับเคลื่อนนโยบายและแผนระดับชาติว?าด@วยความมั่นคงแห?งชาติ (พ.ศ. ๒๕๖๖ – ๒๕๗๐) มีความแตกต?างจากแผนแม?บทภายใต@ยุทธศาสตรGชาติ ประเด็นความมั่นคง ซึ่งเปkน แผนระยะยาว ๒๐ ปe ที่มีการกำหนดค?าเปZาหมายทุก ๕ ปe โดยให@ความสำคัญกับการกำหนดจุดเน@นและแนวทาง สำคัญเชิงลึกของเปZาหมาย ตัวชี ้วัด และกลยุทธG ตลอดจนเติมเต็มช?องว?างแนวทางการพัฒนาที่กำหนดไว@ใน แผนแม?บทภายใต@ยุทธศาสตรGชาติ ประเด็นความมั่นคง โดยเริ่มต@นจากการสังเคราะหG วิเคราะหGแนวโน@ม พร@อมท้ัง ผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงของบริบทความมั่นคงที่อาจเกิดขึ้น ทั้งภายในประเทศ ภูมิภาค และระดับโลก ควบคู?ไปกับความสำคัญของภูมิยุทธศาสตรG ภูมิรัฐศาสตรG และภูมิเศรษฐศาสตรGไทย ขีดความสามารถของประเทศ 18 ๑๙ เพื่อเสริมสร@างกำลังอำนาจของชาติ เพื่อประเมินความท@าทายและโอกาสในการเสริมสร@างความมั่นคงของประเทศ ภายใต@บริบทเงื่อนไขข@อจำกัดที่ประเทศไทยต@องเผชิญ อันเนื่องมาจากการเปลี่ยนแปลงดังกล?าว เพื่อให@หน?วยงานของรัฐ มีกรอบการจัดทำแผนระดับท่ี ๓ โดยนำเปZาหมายและตัวช้ีวัดท่ีกำหนดไว@ไปดำเนินการสู?การปฏิบัติได@อย?างสัมฤทธ์ิผล ๔.๓ ความสำคัญ ๔.๓.๑ การปรับเปลี่ยนทิศทางการวางนโยบายและแผนการขับเคลื่อนงานด#านความมั่นคง ให@เร?งปZองกันและแก@ไขเฉพาะป^ญหาความมั่นคงที่สำคัญจากการประเมินสถานการณGและแนวโน@มความเสี่ยง ในระยะ ๕ ปe จึงให@ความสำคัญกับการวางรากฐานความมั่นคงของประเทศ โดยเริ่มต@นจากหน?วยย?อยของสังคม คือ สถาบันครอบครัวและสถาบันการศึกษา รวมทั้งเพิ่มการประเมินขีดความสามารถของประเทศเพื่อเสริมสร@าง กำลังอำนาจของชาติในการกำหนดจุดยืนหรือตำแหน?งของประเทศ ตลอดจนเสริมสร@างแนวทางการพัฒนา ศักยภาพความม่ันคงของประเทศให@สามารถบริหารจัดการความเส่ียงภัยคุกคามทุกรูปแบบได@อย?างทันท?วงที ๔.๓.๒ การจัดลำดับความสำคัญของประเด็นความมั ่นคงที ่มีผลกระทบและความเสี ่ยงสูง จากบริบทและสภาพแวดล@อมทั้งภายในและภายนอกประเทศบนพื้นฐานผลประโยชนGแห?งชาติ โดยกำหนดขอบเขต และหลักเกณฑGพิจารณา “ประเด็นความมั่นคง” เพื่อตอบสนองค?าเปZาหมายที่ต@องเห็นผลสัมฤทธิ์ภายในปe ๒๕๗๐ โดยมีกระบวนการพิจารณา ดังน้ี ๑) การประเมินและวิเคราะหRสถานการณRภัยคุกคาม ท่ีส?งผลกระทบต?อความมั่นคงแห?งชาติ ของประเทศในป̂จจุบัน และแนวโน@มในอนาคตท่ีจะเกิดข้ึนในห@วงระหว?าง พ.ศ. ๒๕๖๖ – ๒๕๗๐ ๒) หลักการบริหารจัดการความเสี่ยง ผ?านวิธีการจัดลำดับจากผู@เชี่ยวชาญด@านความมั่นคง ด@วยเทคนิคเดลฟาย (Delphi Technique) โดยพิจารณาภัยคุกคามสำคัญของประเทศ และนำมาสู?การจัดลำดับ ภัยคุกคามสำคัญท่ีมีผลกระทบและความเส่ียงสูงอันจำเปkนต@องเร?งดำเนินการปZองกันและแก@ไขในระยะ ๕ ปe ๓) หลักเกณฑRการจัดเร ียงลำดับนโยบายและแผนความมั ่นคง ยึดโยงกับเปZาหมาย และแนวทางการดำเนินการในการรักษาความมั่นคงแห?งชาติ ตามพระราชบัญญัติสภาความมั่นคงแห?งชาติ พ.ศ. ๒๕๕๙ ของมาตรา ๑๔ ครอบคลุมถึงนโยบายภายในประเทศ นโยบายต?างประเทศ และนโยบายการทหาร กับการเศรษฐกิจ และอื่น ๆ อันเกี่ยวกับความมั่นคงแห?งชาติให@สอดคล@องต@องกัน เพื่อให@กิจการของหน?วยงานของรัฐ สามารถประสานกันได@อย?างใกล@ชิดเปkนผลดีต?อความม่ันคงแห?งชาติ ดังน้ี ท่ี เปWาหมายและแนวทางการดำเนินการ ในการรักษาความม่ันคงแห/งชาติ นโยบายและแผนความม่ันคง ๑. การเสริมสร#างความม่ันคงของสถาบันหลักของชาติ และการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมี พระมหากษัตริยRทรงเปsนประมุข นโยบายและแผนความม่ันคงท่ี ๑ การเสริมสร@างความม่ันคงของสถาบันหลักของชาติ ๒. การปกปWองและรักษาผลประโยชนRแห/งชาติ โดยเรียงลำดับจากผลประโยชนGแห?งชาติท่ีกำหนด ไว@แล@วในยุทธศาสตรGชาติ (พ.ศ. ๒๕๖๑ – ๒๕๘๐) 19 ๒๐ ท่ี เปWาหมายและแนวทางการดำเนินการ ในการรักษาความม่ันคงแห/งชาติ นโยบายและแผนความม่ันคง • การมีเอกราช อธิปไตย การดำรงอยู?อย?างม่ันคง และย่ังยืนของสถาบันหลักของชาติ และประชาชนจากภัยคุกคามทุกรูปแบบ การอยู?ร?วมกันในชาติอย?างสันติสุขเปkนปãกแผ?น มีความม่ันคงทางสังคมท?ามกลางพหุสังคม • การมีเกียรติและศักด์ิศรีของความเปkนมนุษยG • ความเจริญเติบโตของชาติความเปkนธรรม และความอยู?ดีมีสุขของประชาชน • ความสามารถในการรักษาผลประโยชนGของชาติ ภายใต@การเปล่ียนแปลงของสภาวะแวดล@อม ระหว?างประเทศ และการอยู?ร?วมกันอย?างสันติ ประสานสอดคล@องกันด@านความม่ันคง นโยบายและแผนความม่ันคงท่ี ๒ การปกปZองอธิปไตยและผลประโยชนGของชาติ และการพัฒนาศักยภาพการปZองกันประเทศ นโยบายและแผนความม่ันคงท่ี ๓ การรักษาความม่ันคงและผลประโยชนGของชาติ พ้ืนท่ีชายแดน นโยบายและแผนความม่ันคงท่ี ๔ การรักษาความม่ันคงและผลประโยชนGของชาติทางทะเล นโยบายและแผนความม่ันคงท่ี ๕ การปZองกันและแก@ไขป̂ญหาจังหวัดชายแดนภาคใต@ นโยบายและแผนความม่ันคงท่ี ๖ การบริหารจัดการผู@หลบหนีเข@าเมือง และผู@โยกย@ายถ่ินฐานแบบไม?ปกติ นโยบายและแผนความม่ันคงท่ี ๗ การปZองกันและแก@ไขป̂ญหาการค@ามนุษยG นโยบายและแผนความม่ันคงท่ี ๘ การปZองกัน ปราบปราม และแก@ไขป̂ญหายาเสพติด นโยบายและแผนความม่ันคงท่ี ๙ การปZองกันและบรรเทาสาธารณภัย นโยบายและแผนความม่ันคงท่ี ๑๐ การปZองกันและแก@ไขป̂ญหาความม่ันคงทางไซเบอรG นโยบายและแผนความม่ันคงท่ี ๑๑ การปZองกันและแก@ไขป̂ญหาการก?อการร@าย นโยบายและแผนความม่ันคงท่ี ๑๓ การบริหารจัดการภาวะฉุกเฉินด@านสาธารณสุข และโรคติดต?ออุบัติใหม? นโยบายและแผนความม่ันคงท่ี ๑๒ การสร@างดุลยภาพระหว?างประเทศ 20 ๒๑ ท่ี เปWาหมายและแนวทางการดำเนินการ ในการรักษาความม่ันคงแห/งชาติ นโยบายและแผนความม่ันคง ในประชาคมอาเซียนและประชาคมโลก อย?างมีเกียรติและศักด์ิศรี ๓. การพัฒนาระบบการเตรียมพร#อมแห/งชาติ และศักยภาพการปWองกันประเทศ นโยบายและแผนความม่ันคงท่ี ๑๔ การพัฒนาศักยภาพการเตรียมพร@อมแห?งชาติ และการบริหารจัดการวิกฤตการณGระดับชาติ นโยบายและแผนความม่ันคงท่ี ๑๕ การพัฒนาระบบข?าวกรองแห?งชาติ นโยบายและแผนความม่ันคงท่ี ๑๖ การบูรณาการข@อมูลด@านความม่ันคง ๔. การรักษาความม่ันคงภายในประเทศ และระหว/างประเทศ นโยบายและแผนความม่ันคงท่ี ๑๗ การเสริมสร@างความม่ันคงเชิงพ้ืนท่ี ๔.๓.๓ การยกระดับขีดความสามารถในการปWองกันและแก#ไขปaญหาความมั่นคง พร#อมทั้งพัฒนา ศักยภาพความมั่นคงของประเทศ เพื่อขยายผลกรอบแนวคิดความมั่นคงแบบองคRรวม โดยกำหนดจุดเน@น และแนวทางสำคัญเชิงลึกของเปZาหมาย ตัวชี้วัด และกลยุทธGให@เกิดผลสัมฤทธิ์เปkนรูปธรรมและเฉพาะเจาะจงมากข้ึน ทั้งในเชิงประสิทธิภาพและประสิทธิผล ตลอดจนการจัดหมวดหมู?เพื่อประโยชนGในการกำหนดทิศทางและวางน้ำหนัก การขับเคลื่อนตาม ๑๗ นโยบายและแผนความมั่นคง แบ?งออกเปkน ๒ หมวด ดังน้ี ๑) หมวดประเด็นความมั่นคง เปkนประเด็นภัยคุกคามท่ีมีผลกระทบและแนวโน@มความเสี่ยงสูงต?อความมั่นคงแห?งชาติและผลประโยชนGแห?งชาติ รวม ๑๓ นโยบายและแผนความมั่นคง และ ๒) หมวดประเด็นศักยภาพความมั่นคง เปkนประเด็นเพื่อเสริมสร@าง ศักยภาพและพัฒนาขีดความสามารถของประเทศในการปZองกันและแก@ไขประเด็นความมั่นคงให@มีประสิทธิภาพ มากขึ้น รวม ๔ นโยบายและแผนความมั่นคง เพื่อให@หน?วยงานของรัฐมีกรอบการจัดทำแผนระดับที่ ๓ โดยนำเปZาหมาย และตัวชี้วัดที่กำหนดไว@ไปกำหนดแผนงาน โครงการ หรือการดำเนินการของหน?วยงานต?าง ๆ ไปสู?การปฏิบัติ ได@อย?างชัดเจนและมีประสิทธิภาพมากขึ้น พร@อมทั้งเชื่อมโยงกับระบบติดตามและประเมินผลแห?งชาติ (Electronic Monitoring and Evaluation System of National Strategy and Country Reform: eMENSCR) ๔.๓.๔ กรอบทิศทางกำหนดยุทธศาสตรRการจัดสรรงบประมาณของประเทศ เพื่อให@กลไกงบประมาณ เปkนเครื่องมือสำคัญในการผลักดันนโยบายและแผนระดับชาติว?าด@วยความมั่นคงแห?งชาติ (พ.ศ. ๒๕๖๖ – ๒๕๗๐) สามารถขับเคลื่อนต?อไปได@อย?างมีประสิทธิภาพ เปkนรูปธรรม เกิดผลสัมฤทธิ์ และประโยชนGสูงสุดต?อประชาชน โดยนำเปZาหมาย ตัวชี ้ว ัด และกลยุทธGที ่ต@องการมุ ?งเน@นในแต?ละปeของ ๑๗ นโยบายและแผนความมั ่นคง ผนวกเข@ากับยุทธศาสตรGการจัดสรรงบประมาณรายจ?ายประจำปeงบประมาณ ตลอดจนเพื ่อประโยชนG ในการพิจารณาสนับสนุนงบประมาณสำหรับแผนงานหรือโครงการเกี่ยวกับความมั่นคงแห?งชาติซึ่งเปkนเรื่องสำคัญ ท่ีเก่ียวกับนโยบายและแผนระดับชาติว?าด@วยความม่ันคงแห?งชาติ 21 ๒๒ ๔.๓.๕ การแปลงนโยบายไปสู/การปฏิบัติในพื้นท่ี มุ?งเน@นให@นโยบายและแผนระดับชาติว?าด@วย ความมั่นคงแห?งชาติ (พ.ศ. ๒๕๖๖ – ๒๕๗๐) สามารถนำไปสู?การถ?ายทอดผ?านการดำเนินงานของหน?วยงานในพื้นท่ี โดยมีแผนพัฒนาในระดับพื้นที่ ซึ่งมีสถานะเปkนแผนระดับที่ ๓ เปkนจุดเชื่อมต?อยุทธศาสตรGชาติด@านความมั่นคง และแผนระดับที่ ๒ ต?าง ๆ ไปสู?การปฏิบัติในการปZองกันและแก@ไขป^ญหาความมั่นคงในพื้นที่ โดยเฉพาะการแปลง นโยบายไปสู?การปฏิบัติในพื้นที่ตำบลเปZาหมาย เพื่อขยายแนวคิดการพัฒนาพื้นที่เพื่อเสริมความมั่นคงของชาติ และแผนตำบล มั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน ให@เปkนรูปธรรม โดยมีกลไกการขับเคลื่อนในระดับพื้นท่ีวางแผนและประสาน การปฏิบัติการดำเนินการร?วมกัน ๔.๓.๖ การเข#ามามีส/วนร/วมของทุกภาคส/วนเพื ่อให#เกิดการบูรณาการการทำงานร/วมกัน ตามแนวทางบูรณาการการทำงานของหน?วยงานภาครัฐให @เป kนไปในทิศทางเด ียวกัน (Whole-of-Government Approach) และ แนวทางบูรณาการการทำงานที่ทุกภาคส?วนในสังคมมีส?วนร?วม (Whole-of-Society Approach) ที่ให@ทุกภาคส?วนในสังคม อาทิ ภาครัฐ ภาควิชาการ ภาคเอกชน ภาคประชาสังคม และภาคประชาชน ได@เข@ามา มีส?วนร?วมตลอดกระบวนการจัดทำและขับเคลื่อนนโยบายและแผนความมั่นคงด@านต?าง ๆ ให@ครอบคลุมอย?างรอบด@าน ท้ังเชิงรุกและเชิงรับ ๔.๓.๗ การใช#หลักการและเครื่องมือทางวิชาการตลอดกระบวนการจัดทำนโยบายและแผน ระดับชาติว/าด#วยความมั่นคงแห/งชาติ ประกอบด@วย ๑) การประเมินสถานการณGและบริบทความมั่นคงตามหลัก SWOT Analysis (วิเคราะหGจุดแข็ง จุดอ?อน โอกาส และผลกระทบต?อประเทศไทย) PESTEL+M (การจำแนก บริบทความมั่นคงที ่เกิดขึ ้นในแต?ละด@าน) Foresight Analysis (การประเมินแนวโน@มภัยคุกคามที่จะเกิดข้ึน ในห@วง ๕ ปeข@างหน@า) ๒) การจัดลำดับความสำคัญของประเด็นความมั่นคงที่ใช@เครื่องมือตามหลักการบริหาร ความเสี ่ยง (Risk Matrix) ๓) การตั้งเปZาหมายและวัดความสำเร็จตามหลักเปZาหมายและผลสัมฤทธิ์ที ่สำคัญ (Objectives and Key Results: OKRs) และ ๔) การขับเคลื่อนและติดตามประเมินผลตามหลักการบริหารงาน คุณภาพ (Plan Do Check Act: PDCA) 22 ๒๓ ส"วนที่ ๒ สถานการณL ผลกระทบ และแนวโน<ม การเปลี่ยนแปลงบริบทความมั่นคง ในระยะ ๕ ปR 23 ๒๔ 24 ๒๕ ๑. ความสำคัญภูมิยุทธศาสตรT ภูมิรัฐศาสตรT และภูมิเศรษฐศาสตรTไทยที่ส:งผลต:อความมั่นคงแห:งชาติ ภูมิยุทธศาสตรGของประเทศไทยพิจารณาจากสภาพที่ตั้งที่มีความสำคัญในภูมิภาค โดยอยู?กลางคาบสมุทร อินโดจีนในเอเชียตะวันออกเฉียงใต@ และบนคาบสมุทรมลายู มีความเสี่ยงภัยธรรมชาติค?อนข@างต่ำเมื่อเทียบกับ ประเทศเพื่อนบ@าน และมีพรมแดนติดกับประเทศเพื่อนบ@านมากที่สุดในภูมิภาค โดยประเทศไทยมีแนวเขตแดน ทางบกร?วมกับประเทศเพื่อนบ@าน รวมระยะทางประมาณ ๕,๖๗๑ กิโลเมตร ประกอบด@วย แนวเขตแดนระหว?าง ไทย – สาธารณรัฐแห?งสหภาพเมียนมา ประมาณ ๒,๔๐๑ กิโลเมตร แนวเขตแดนระหว?างไทย – สาธารณรัฐ ประชาธิปไตยประชาชนลาว ประมาณ ๑,๘๑๐ กิโลเมตร แนวเขตแดนระหว?างไทย – ราชอาณาจักรกัมพูชา ประมาณ ๗๙๘ กิโลเมตร และแนวเขตแดนระหว?างไทย – มาเลเซีย ประมาณ ๖๖๒ กิโลเมตร พื้นที่ส?วนใหญ?ของประเทศเปkนเนินเขาและภูเขาสูง จากตำแหน?งที่ตั้งของประเทศ ส?งผลให@ประเทศไทย มีทรัพยากรธรรมชาติที่อุดมสมบูรณG อาทิ ทรัพยากรป°าไม@ ซึ่งมีพื้นที่มากถึง ๒ ใน ๓ ของพื้นที่ประเทศ ทรัพยากรน้ำ ที่มีเพียงพอต?อการเกษตร ทรัพยากรเชื้อเพลิงและแร?ธาตุต?าง ๆ นอกจากน้ี ยังมีความหลากหลายทางชีวภาพ ของพืชและสัตวGอันเปkนรากฐานการผลิตในภาคเกษตรกรรม ทางด@านทะเล ประเทศไทยมีแผ?นดินติดกับทะเล ๒ ด@าน คือ ด@านตะวันตกติดกับทะเลอันดามัน และช?องแคบมะละกา ส?วนด@านตะวันออกติดกับอ?าวไทย โดยมีอาณาเขตทางทะเลประมาณ ๓๒๓,๔๘๘.๓๒๔ ตารางกิโลเมตร มีความยาว ชายฝ^ ≤งทะเล ๓,๐๑๐ กิโลเมตร ด@านอ?าวไทย ๑,๙๗๒.๕ กิโลเมตร และด@านอันดามัน ๑,๐๓๗.๕ กิโลเมตร โดยประกอบด@วยเขตต?าง ๆ ในทะเล ค ือ น ?านน้ำภายใน ทะเลอาณาเขต เขตต?อเน ื ่อง เขตไหล?ทวีป และเขตเศรษฐกิจจำเพาะ และเมื่อพิจารณาที่ตั้งทางภูมิศาสตรGของประเทศไทยแล@วจะเห็นได@ว?า น?านน้ำด@านตะวันออก ของประเทศไทยเปkนส?วนหนึ่งของอ?าวไทย โดยมีลักษณะเปkนทะเลกึ่งปÜด ซึ่งมีเขตทางทะเลที่ประชิดและตรงข@ามกับ กัมพูชา เวียดนาม และมาเลเซีย และเชื่อมต?อกับทะเลจีนใต@ด@านตะวันออก ในส?วนของน?านน้ำด@านตะวันตก ของประเทศไทย ตั้งแต?จังหวัดระนอง ถึงแหลมพรหมเทพ จังหวัดภูเก็ต เปkนส?วนหนึ่งของทะเลอันดามัน และตั้งแต? แหลมพรหมเทพ จังหวัดภูเก็ต ถึงจังหวัดสตูล เปkนส?วนหนึ่งของช?องแคบมะละกา โดยฝ^≤งอันดามัน ประเทศไทย มีเขตทางทะเลประชิดและตรงข@ามกับมาเลเซีย เมียนมา อินโดนีเซีย และอินเดีย แม@พื้นที่ทางทะเลของไทยจะไม?อยู?ในเส@นทางเดินเรือสากล แต?การเปkนรัฐชายฝ̂≤งที่มีทางออกสู?ทะเล ท้ังสองด@านทำให@ไทยได@รับประโยชนG โดยมีแหล?งประมงนอกน?านน้ำไทยครอบคลุมพ้ืนที่ทั้งทะเลจีนใต@ ช?องแคบมะละกา ทะเลอันดามันด@านสาธารณรัฐแห?งสหภาพเมียนมา และ สาธารณรัฐประชาชนบังกลาเทศ นอกจากนี้ การสำรวจ ยังพบว?าใต@ท@องทะเลบริเวณอ?าวไทยมีแหล?งปÜโตรเลียมกระจายอยู?ท่ัวไปท่ีสามารถจะนำมาใช@ในเชิงพาณิชยGได@ ในขณะเดียวกัน ประเทศไทยตั้งอยู?ในบริเวณเส@นทางคมนาคมที่สำคัญของโลก เปkนจุดเชื่อมต?อระหว?าง มหาสมุทรอินเดียและมหาสมุทรแปซิฟÜก มีความสำคัญทางยุทธศาสตรGต?อประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต@และ ต?อประเทศมหาอำนาจ โดยมีความได@เปรียบด@านยุทธศาสตรGการคมนาคมและมีที่ตั้งเอื้อต?อการเปkนศูนยGกลางโลจิสติกสG มีแนวทางพัฒนาเส@นทางระเบียงเศรษฐกิจเหนือ-ใต@ และเส@นทางระเบียงเศรษฐกิจตะวันออก-ตะวันตก ซึ่งได@ส?งผล ให@เกิดความร?วมมือต?าง ๆ หลายด@านจำนวนมาก หลักแห?งอำนาจอธิปไตยและบูรณภาพแห?งดินแดนยังคงเปkนพื้นฐานที่สำคัญยิ่งของกฎหมายระหว?างประเทศ พิจารณาได@จากการสร@างสมดุลอำนาจทางทหารในภูมิภาคยังคงปรากฏเปkนการสะสมสรรพอาวุธในคลัง และการจัดหา 25 ๒๖ อาวุธยุทโธปกรณGใหม? ๆ เพื่อใช@ดำเนินกิจกรรมทางการทหารในภูมิภาค การฝãกซ@อมร?วมกัน หรือเพื่อใช@ในปฏิบัติการ ช?วยเหลือทางมนุษยธรรม ในขณะที่พื้นที่ทางทะเลมีความสำคัญเพิ่มขึ้นจากกิจกรรมเชิงพาณิชยGมีแนวโน@มพัฒนาเปkน กิจกรรมทางการทหารและความมั่นคงด@วย ทั้งในเรื่องการปฏิเสธการใช@ทะเลอันเปkนความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้นจากการใช@ ขีดความสามารถขั้นสูงจากประเทศชายฝ^≤งโดยรอบ การพัฒนาศักยภาพการจัดหาเรือขนาดใหญ?ที่ใช@ปฏิบัติการ ในทะเล การขยายขีดความสามารถตั้งแต?ชายฝ^≤งไปจนถึงอวกาศในด@านการเฝZาระวัง การสื่อสาร และการปZองปราม ตลอดจนระดับน้ำทะเลที่เพิ่มสูงขึ้นจากการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศและภาวะโลกร@อน การเปลี่ยนแปลง ของสภาพแวดล@อมตามธรรมชาติ และการกระทำของมนุษยGที่จะส?งผลต?อสภาพทางด@านอธิปไตยและเขตแดน อันก?อให@เกิดการหดหายของพื้นที่ชายฝ^≤ง การจมตัวของเกาะขนาดเล็กที่มีลักษณะราบต่ำ รวมถึงการเพิ่มข้ึน ของพ้ืนท่ีจากการถมทะเล อย?างไรก็ตาม ผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและภาวะโลกร@อน ความเสื ่อมโทรม ของระบบนิเวศ ความก@าวหน@าทางวิทยาศาสตรGและเทคโนโลยีที่ได@รับการพัฒนาอย?างก@าวกระโดดก?อให@เกิดนวัตกรรม อย?างพลิกผัน รวมถึงผลกระทบจากสถานการณGการแพร?ระบาดของโรคโควิด-19 ทำให@ความสัมพันธGเชิงพื้นท่ี กายภาพลดลง และมีผลต?อการเปลี่ยนแปลงขอบเขตความสัมพันธGทางภูมิยุทธศาสตรGที่เชื่อมโยงกับภูมิรัฐศาสตรG และภูมิเศรษฐศาสตรG โดยบริบทและแนวโน@มมิติความมั่นคงจะเปkนการผสมผสานระหว?างภัยคุกคามรูปแบบเก?า กับภัยคุกคามรูปแบบใหม?ที่เรียกว?า “ภัยคุกคามแบบผสมผสาน” โดยมีป^จจัยเร?งที่สำคัญอันเกิดจากความไม?ชัดเจน ของพื้นที่ทางไซเบอรG การเสริมสร@างศักยภาพและขีดความสามารถในพื้นท่ีทางอวกาศท่ีส?งผลต?อความได@เปรียบ เชิงเปรียบเทียบให@กับประเทศที่มีเทคโนโลยีและยุทธวิธีสูง อาทิ ดาวเทียมที่เพิ่มศักยภาพในการนำทาง การสื่อสาร และการตระหนักรู@สถานการณGในสนามรบตามเวลาจริง จึงจำเปkนต@องพิจารณาในกรณีพื้นที่ทางอวกาศถูกใช@เปkน พื ้นที ่การแข?งขันและขยายอิทธิพลที ่ม ีความเปkนไปได@ในการเกิดการโจมตีทางไซเบอรG สงครามอิเล็กทรอนิกสG หรือการโจมตีแบบปฏิบัติการในอวกาศต?อทรัพยากรสนับสนุนหรือต?อภาคพื้นดิน นอกจากน้ี ประเทศมหาอำนาจ มีการขยายอิทธิพลของการสร@างระบบภูมิรัฐศาสตรGและภูมิเศรษฐศาสตรGในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟÜกมากข้ึน อาทิ การแข?งขันด@านทรัพยากร และการเปkนศูนยGกลางคมนาคม ทำให@แต?ละประเทศจะสร@างความร?วมมือ แบบเฉพาะกิจที ่มีความยืดหยุ ?นกับประเทศอื ่น ๆ ท่ีมีผลประโยชนGสอดคล@องกัน หรือการระดมสรรพกำลัง และสนับสนุนประเทศใดประเทศหนึ่งในการต?อต@านประเทศอื่นในกรณีที่ผลประโยชนGขัดแย@งกัน การใช@เครื่องมือ ทางเศรษฐกิจในการสนับสนุนส?งเสริมและปกปZองผลประโยชนGของประเทศ ตลอดจนการสร@างผลกระทบต?อ การดำเนินการด@านเศรษฐกิจของชาติอ่ืน ๆ และต?อเปZาหมายทางการเมืองของประเทศตนเอง ดังนั้น การมีจุดที่ตั้งทางยุทธศาสตรGที่สำคัญประกอบกับบริบทและสภาพแวดล@อม ทั้งภายในและภายนอก ประเทศมีแนวโน@มที่จะเปลี่ยนแปลงอย?างรวดเร็ว มีพลวัตสูง และมีความซับซ@อนหลากหลายมิติ ทำให@ประเทศไทย จำเปkนต@องมีการเตรียมพร@อมและบริหารจัดการความเสี ่ยงผลกระทบจากกิจกรรมทางการเมือง เศรษฐกิจ และสังคมระหว?างประเทศ อันส?งผลต?อการกำหนดทิศทางเพ่ือปZองกันและแก@ไขป^ญหาความมั่นคงของประเทศ ให@สามารถปรับตัวและแสวงหาโอกาสในการเชื่อมโยงบทบาทที่เหมาะสมระหว?างประเทศสมาชิกอาเซียน ภูมิภาค ประเทศมหาอำนาจ และข้ัวอำนาจต?าง ๆ 26 ๒๗ ๒. การประเมินขีดความสามารถของประเทศเพื่อเสริมสร,างกำลังอำนาจของชาติ การเสริมสร@างกำลังอำนาจของชาติให@ความสำคัญกับการประเมินศักยภาพและขีดความสามารถ ของประเทศ เพื่อให@สามารถกำหนดกรอบทิศทางเชิงนโยบายของป^ญหาความมั่นคงเร?งด?วนที่จะต@องดำเนินการแก@ไข โดยพิจารณาเชิงเปรียบเทียบกับต?างประเทศ เพื่อกำหนดจุดยืนหรือตำแหน?งของประเทศในมุมมองบริบทแวดล@อม ๖ มิติ ดังน้ี ๒.๑ กำลังอำนาจทางการเมือง จำเปkนต@องรักษาเสถียรภาพทางการเมืองภายในประเทศตาม ระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริยGทรงเปkนประมุข โดยมุ ?งลดความขัดแย@งจากทัศนะทางการเมือง การดำเนินกิจกรรมของกลไกทางการเมืองเพื่อให@เกิดการยอมรับและเชื่อมั่นศรัทธาจากประชาชน ในขณะท่ี การเมืองต?างประเทศยังคงสามารถรักษาดุลยภาพความสัมพันธGกับประเทศเพื ่อนบ@าน อาเซียน และประเทศ มหาอำนาจ และคงบทบาทอย?างสร@างสรรคGในเวทีโลก ซึ ่งสถาบัน Lowy Institute ได@รายงานดัชนีช้ีว ัดสากล Asia Power Index ประจำปe ๒๕๖๔ ประเทศไทยมีอำนาจแบบองคGรวม (Comprehensive Power) อยู?อันดับที่ ๑๐ จากท้ังหมด ๒๖ ประเทศในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟÜก ๒.๒ กำลังอำนาจทางเศรษฐกิจ ผลจากภาวะเศรษฐกิจชะลอตัวทั่วโลก การพึ่งพาการลงทุนและการท?องเที่ยว จากต?างประเทศ การขาดแคลนแรงงานในระยะยาว และความสามารถด@านการผลิตและส?งออกในภาวะวิกฤตการณG การแพร?ระบาดของโรคโควิด-19 ส?งผลให@สถาบัน Institute for Management Development (IMD) จัดอันดับ ขีดความสามารถในการแข?งขันของไทยประจำปe ๒๕๖๔ อยู?อันดับท่ี ๒๘ จากท้ังหมด ๖๔ ประเทศท่ัวโลก ๒.๓ กำลังอำนาจทางสังคมจิตวิทยา คนรุ?นใหม?มีแนวโน@มเปkนพลเมืองสากลมากขึ้น มีทัศนคติต?อมุมมอง มิติทางวัฒนธรรมขนบธรรมเนียม ประเพณี จารีต ศาสนา เปkนทางเลือกดำเนินชีวิตมากกว?ากฎระเบียบที่กำหนด วิถีชีวิต ยอมรับความแตกต?างระหว?างบุคคลแต?ก็มีความเปkนป^จเจกบุคคลสูงขึ้น และให@ความสำคัญกับพื้นท่ีส?วนตัว นอกจากนี้ อิทธิพลทางวัฒนธรรมความเปkนไทย อาทิ การท?องเที่ยว อาหาร ดนตรี และผลงานศิลปÜนของไทย ที ่ผสมผสานความเปkนไทยกับความเปkนสากล ได@เปkนป^จจัยสนับสนุนพลังอำนาจแบบอ?อน (Soft Power) ท่ีเชื ่อมโยงและส?งผ?านไปยังสังคมของโลกไร@พรมแดนมากขึ้น โดยรายงานของ US News and World Report ในปe ๒๕๖๔ จัดอันดับให@ไทยอยู?ที ่ ๒๘ จากทั้งหมด ๗๘ ประเทศทั่วโลก โดยเปkนประเทศที่มีการเยี่ยมเยือน ของต?างชาติสูงที่สุด ในขณะเดียวกันรายงานดัชนีชี้วัดสากล Asia Power Index แสดงอันดับที่ดีขึ ้นของไทย ในทิศทางเดียวกันอยู?อันดับท่ี ๖ จากท้ังหมด ๒๖ ประเทศในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟÜก ๒.๔ กำลังอำนาจทางทหาร ยังคงเปkนกำลังอำนาจหลักในการรักษาความมั่นคงแห?งชาติ อธิปไตย และผลประโยชนGแห?งชาติที่จำเปkนต@องมีขีดความสามารถในการจัดเตรียมกำลังพลและศักยภาพของกองทัพ ให@มีความพร@อมสำหรับภารกิจต?าง ๆ ทั ้งยามสงบและสงคราม โดยธนาคารโลกได@อ@างอิงข@อมูลจากสถาบัน Stockholm International Peace Research Institute (SIPRI) พบว?า ไทยมีค?าใช@จ?ายด@านการทหาร (SIPRI Military Expenditure Database) ในปe ๒๕๖๔ คิดเปkนร@อยละ ๑.๕ ของผลิตภัณฑGมวลรวมภายในประเทศ ซ่ึงอยู?ในระดับเกณฑGปานกลางเม่ือเทียบกับประเทศอ่ืน ๒.๕ กำลังอำนาจทางเทคโนโลยีสารสนเทศ การเปลี่ยนผ?านเข@าสู?ยุคดิจิทัลทำให@ไทยต@องเร?งพัฒนา เทคโนโลยีและนวัตกรรมให@ก@าวทันต?อการเปลี่ยนแปลง โดยเชื ่อมโยงและเข@าถึงผ?านระบบข@อมูลขนาดใหญ? 27 ๒๘ ความพร@อมด@านโครงสร@างพื้นฐานดิจิทัล รวมถึงการให@ความรู@ด@านจริยธรรม กฎ และระเบียบที่เกี ่ยวข@อง เพื่อลด ป^ญหาการใช@เทคโนโลยีในทางที่มิชอบและส?งผลต?อความมั่นคงของรัฐ โดยในปe ๒๕๖๔ สถาบัน Institute for Management Development (IMD) จัดอันดับขีดความสามารถในการแข?งขันทางดิจิทัลของไทยอยู?อันดับท่ี ๓๘ จากท้ังหมด ๖๔ ประเทศท่ัวโลก ๒.๖ กำลังอำนาจทางทรัพยากรมนุษยR ข@อมูลของสำนักงานสถิติแห?งชาติในปe ๒๕๖๔ รายงานว?า จำนวนประชากรไทยจากการทะเบียนทั ่วราชอาณาจักรมีประมาณ ๖๖ ล@านคน ประกอบกับการอ@างอิง ตามหลักประชากรศาสตรG (Demographic Segmentation) ทั้งในเรื่องอายุ เพศ รายได@ การศึกษา ครอบครัว ศาสนา สถานะทางสังคมและเศรษฐกิจ พบว?าแนวโน@มในห@วง ๕ ปeถัดไป ประเทศไทยจะเผชิญป^ญหาสัดส?วน ช?วงอายุของประชากรที่ไม?สมดุล โดยในปe ๒๕๖๓ มีจำนวนประชากรผู@สูงอายุรวมกว?า ๑๑.๖ ล@านคน หรือคิดเปkน ร@อยละ ๑๗.๕๗ และมีแนวโน@มเพิ่มขึ้นอย?างต?อเนื่อง โดยคาดว?าภายในปe ๒๕๖๖ ไทยจะกลายเปkนสังคมสูงวัย อย?างสมบูรณGที่มีประชากรอายุมากกว?า ๖๐ ปeขึ้นไปสูงถึงร@อยละ ๒๐.๑ ของประชากรทั้งหมด สวนทางกับประชากร วัยเรียนและวัยแรงงานท่ีมีแนวโน@มลดลง โดยเฉพาะกลุ?มอายุ ๓ – ๒๑ ปe ท่ีจะมีสัดส?วนลดลงอย?างต?อเน่ืองจนเหลือเพียง ร@อยละ ๒๐.๖๖ ของประชากรทั้งหมดในปe ๒๕๗๐ หรือลดลงกว?า ๗๑๕,๐๐๐ คน ด@วยเหตุนี้ การเข@าสู?สังคมสูงวัย ย?อมส?งผลต?อป^ญหาความเหลื่อมล้ำ การขาดแคลนกำลังแรงงานในประเทศที่ตอกย้ำความจำเปkนในการพึ่งพา แรงงานต?างชาติมากขึ้น ภาระทางการคลังในด@านการดูแลสุขภาพของผู@สูงอายุ รวมทั้งป^ญหาความมั่นคงอื่น ๆ ที่จะทวีความรุนแรง มีความซับซ@อน และส?งผลกระทบในวงกว@างมากขึ้น เช?น ผู@หลบหนีเข@าเมืองและผู@โยกย@าย ถิ่นฐานแบบไม?ปกติ การค@ามนุษยG ยาเสพติด เปkนต@น จึงจำเปkนต@องมีการวางแผนเพื่อบริหารจัดการกำลังคนวัยต?าง ๆ ให@สอดคล@องกับบริบทการเปล่ียนแปลงตามโครงสร@างประชากร ดังนั ้น การจัดทำนโยบายและแผนระดับชาติว?าด@วยความมั ่นคงแห?งชาติ (พ.ศ. ๒๕๖๖ – ๒๕๗๐) จึงได@นำองคGประกอบกำลังอำนาจของชาติดังกล?าวมากำหนดทิศทางให@ครอบคลุมการปกปZองความมั่นคงแห?งชาติ และความปลอดภัยของประชาชนจากภัยคุกคามทุกรูปแบบ การเสริมสร@างความมั่นคงทางเศรษฐกิจเพื่อพัฒนา คุณภาพชีวิตของประชาชนและความเข@มแข็งของชุมชนฐานราก ตลอดจนส?งเสริมค?านิยมประชาธิปไตย ความเท?าเทียม เสมอภาค และสิทธิมนุษยชน ๓. ความเปลี่ยนแปลงบริบทความมั่นคง ประเทศไทยยังคงต@องเผชิญความเสี่ยงหลายประการที่มีความเชื่อมโยงระหว?างกัน ซึ่งสามารถส?งผลกระทบ ต?อความมั่นคงในหลายระดับ เนื ่องจากลักษณะของภัยคุกคามมีความผันผวน ความไม?แน?นอน ความสลับซับซ@อน และความคลุมเครือ อันเปkนผลมาจากป^จจัยภายในประเทศและป^จจัยระหว?างประเทศ ส?งผลให@สถานการณG ที่จะเกิดขึ้นมีความรุนแรงและยากจะคาดการณG รูปแบบภัยคุกคามจะมีความหลากหลาย และมีลักษณะผสมผสาน ป^ญหาข@ามพรมแดนแปรผันตามความสัมพันธGระหว?างประเทศที่มีความซับซ@อน ทั้งที ่เปkนผลสืบเนื่องมาจาก สถานการณGแพร?ระบาดของโควิด-19 และแนวโน@มสถานการณGในระดับโลก (Megatrends) ทำให@กรอบการประเมิน สถานการณGและแนวโน@มความมั ่นคงได@ใช@กระบวนการวิเคราะหGด@านการคาดการณGอนาคตเชิงยุทธศาสตรG เพื่อประเมินความเสี่ยงภัยคุกคามท่ีจะส?งผลต?อความมั่นคงของประเทศในห@วง ๕ ปe ระหว?าง พ.ศ. ๒๕๖๖ – ๒๕๗๐ 28 ๒๙ โดยพิจารณาจากมุมมองผลกระทบภายนอกที่ส?งผลต?อไทย และมุมมองสถานการณGภายในประเทศที่ส?งผลต?อ ภายนอก แบ?งออกเปkน ๓ ระดับ ได@แก? ๑) ระดับโลก ๒) ระดับภูมิภาค และ ๓) ระดับประเทศ ๓.๑ ความเปล่ียนแปลงบริบทความม่ันคงในระดับโลก ในห@วงที่ผ?านมามีการแข/งขันระหว/างประเทศมหาอำนาจ และขั้วอำนาจต/าง ๆ ของโลกอย?างเข@มข@น ไม?ว?าจะเปkนการแข?งขันของประเทศมหาอำนาจอย?างสหรัฐอเมริกาเพื่อสกัดกั้นอิทธิพลของจีน ในขณะเดียวกัน หากสถานการณGความขัดแย@งหรือวิกฤตการณGการสู@รบของประเทศมหาอำนาจหนึ่งที่มีต?อประเทศอื่นมีสัญญาณบ?งช้ี ขยายผลกระทบในวงกว@างไปสู?ระดับโลกได@ ทั้งในเรื่องการแสดงท?าทีและการดำเนินการความสัมพันธGระหว?างประเทศ การดำเนินนโยบายรองรับการเปลี่ยนแปลงห?วงโซ?อุปทานโลก ซ่ึงประเทศไทยจำเปkนต@องมีการเตรียมพร@อมรับมือ วิกฤตการณGความมั ่นคงดังกล?าว เพื ่อลดความเสี ่ยงต?อความมั ่นคงแห?งชาติและคุณภาพชีวิตของคนในชาติ นอกจากนี้ แนวโน@มการรวมกลุ?มของขั้วอำนาจต?าง ๆ ได@มีการต?อรองผลประโยชนGร?วมกัน และเร?งรัดกระบวนการแยกตัว (decoupling) ของระบบการเมือง การทหาร เศรษฐกิจ และเทคโนโลยีระหว?างกลุ?มประเทศต?าง ๆ ให@ชัดเจน และรวดเร็วย่ิงข้ึน อย?างไรก็ตามมีแนวโน@มการรวมกลุ?มกันในรายประเด็นผลประโยชนGท่ีมีความเช่ือมโยงทับซ@อนกัน ระหว?างประเทศในแต?ละขั้วอำนาจไม?ได@แยกออกจากกันโดยส้ินเชิงด@วย โดยมีแนวโน@มการแข?งขันเพ่ือขยายอิทธิพล ที่สำคัญ คือ ๑) การสะสมอาวุธและการแพร/ขยายอาวุธ และ ๒) การแสวงประโยชนRจากความก#าวหน#า ทางเทคโนโลยีและนวัตกรรม แม@สถานการณGการแพร?ระบาดของโรคโควิด-19 ตลอดห@วงที ่ผ?านมา จะส?งผลให@การเคลื ่อนไหว ของกลุ ?มก/อการร#ายต?าง ๆ ลดน@อยลง แต?กลุ ?มก?อการร@ายมีแนวโน@มปรับรูปแบบการก?อเหตุในลักษณะ ของปฏิบัติการโดยลำพัง (Lone Actor) รวมถึงมุ?งเน@นการเผยแพร?/บ?มเพาะแนวคิดสุดโต?งที่นิยมความรุนแรงมากข้ึน กลุ?มก?อการร@ายอาจใช@ไทยเปkนสถานที่พักพิงและอำนวยความสะดวกเพื่อตระเตรียมก?อเหตุไปจนถึงขั้นก?อเหตุ อีกท้ัง การก?อการร@ายยังเก่ียวข@องกับอาชญากรรมอ่ืน ๆ ดังน้ัน ไทยจำเปkนต@องมีแนวทางการเตรียมพร@อม เพ่ือรับมือและต?อต@าน การก?อการร@ายทุกรูปแบบ และเสริมสร@างความร?วมมือระหว?างประเทศ การเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีอย/างฉับพลัน ได@เปkนป^จจัยเร?งให@วิถีชีวิตของประชาชนต@องพึ่งพิง ระบบเทคโนโลยีสารสนเทศมากขึ้น ซึ่งมีความเสี่ยงไปสู?การก/ออาชญากรรมทางไซเบอรR โดยไทยมีแนวโน@มเผชิญ กับสถานการณGการโจมตีทางไซเบอรGและอาชญากรรมทางไซเบอรG รวมถึงมีการละเมิดข@อมูล หรือการเข@าถึงข@อมูล โดยไม?ได@รับอนุญาตจะเพิ่มขึ้นและมีขนาดใหญ?ขึ้น ซึ่งจะทำให@องคGกรและรัฐบาลต@องเสียค?าใช@จ?ายในการกู@คืน ในขณะเดียวกันไทยสามารถใช@โอกาสจากความก@าวหน@าทางเทคโนโลยีเพื่อพัฒนาอุตสาหกรรมและเทคโนโลยี การปZองกันประเทศ เพื่อนำไปใช@ในการปZองกันและการสืบสวนอาชญากรรมทางไซเบอรG รวมถึงส?งเสริมความร?วมมือ กับประชาคมระหว?างประเทศในการปZองกันและแก@ไขภัยคุกคามทางไซเบอรG เพื่อปZองกันการโจมตีโครงสร@าง พ้ืนฐานสำคัญ และโครงสร@างพ้ืนฐานสำคัญทางสารสนเทศ รวมถึงอาชญากรรมทางไซเบอรGและการก?อการร@าย ป^จจัยทางชีวภาพของเชื้อโรคที่มีวิวัฒนาการอย?างสม่ำเสมอ การดื้อยาต@านจุลชีพ พฤติกรรมของมนุษยG ที่ไม?ถูกสุขลักษณะ และป^จจัยด@านการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศที่เกิดขึ้นอย?างต?อเนื่อง ส?งผลให@โรคติดต/อ อุบัติใหม/และภัยสุขภาพต/าง ๆ มากขึ ้น โดยเฉพาะโรคติดต?ออุบัติใหม?มีแนวโน@มยกระดับเปkนโรคระบาด 29 ๓๐ ที ่เปkนโรคติดต?อหรือโรคที ่ยังไม?ทราบสาเหตุของการเกิดโรคแน?ชัด ซึ ่งอาจแพร?ไปสู ?ผู @อื ่นได@อย?างรวดเร็ว และกว@างขวาง หรือมีภาวะของการเกิดโรคมากกว?าปกติท่ีเคยเปkนมาท่ีส?งผลต?อวิกฤตการณGความม่ันคงของประเทศ โดยเฉพาะผลกระทบต?อความมั ่นคงทางอาหารและความมั ่นคงทางสุขภาพต?อสุขภาวะของคนในชาติ อาทิ การนำเข@าอาหาร ยารักษาโรค และเครื่องมือทางการแพทยG นอกจากน้ี สถานการณGและผลกระทบดังกล?าวยังเปkน ช?องทางให@ประเทศต?าง ๆ แสวงประโยชนGผ?านความร?วมมือทางด@านการแพทยGและสาธารณสุขเพื่อเสริมบทบาทนำ ในเวทีระหว?างประเทศ สำหรับไทยควรมีการเสริมสร@างศักยภาพและขีดความสามารถการบริหารจัดการภาวะ ฉุกเฉินด@านสาธารณสุขและโรคติดต?ออุบัติใหม? พร@อมทั้งนวัตกรรมและการบริหารจัดการทรัพยากรด@านการแพทยG และสาธารณสุข เพื่อรับมือกับสถานการณGการแพร?ระบาดและภัยสุขภาพในภาวะฉุกเฉินต?าง ๆ ที่มีแนวโน@มเกิดข้ึน ในอนาคต ผลกระทบจากการเปลี ่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและภาวะโลกร#อน มีความเกี ่ยวข@องกับ มิติความมั่นคงหลายประการและเปkนป^จจัยที่เพิ่มความเปราะบางของป^ญหาที่มีอยู?เดิม ดังน้ี ๑) ป^ญหาระดับน้ำทะเล ที่สูงขึ้นส?งผลกระทบต?อการกัดเซาะบริเวณชายฝ^≤งทำให@เส@นฐาน (Baseline) ที่ใช@ในการกำหนดเขตพื้นที่ดังกล?าว ถอยร?นตามแนวน้ำที่สูงขึ้นจากตำแหน?งเดิม ๒) ป̂ญหาการขาดแคลนและแย?งชิงทรัพยากรน้ำ ๓) ป̂ญหาการโยกย@ายถิ่นฐาน ๔) ป̂ญหาความม่ันคงทางอาหารและน้ำ และ ๕) ป̂ญหาความม่ันคงทางพลังงาน คาดการณGว?าจำนวนประชากรโลกจะเพ่ิมข้ึนมากกว?า ๑ พันล@านคนภายในปe ๒๐๓๐ และภายในปe ๒๐๕๐ ร@อยละ ๘๐ ของประชากรโลกที่มีอายุเกิน ๖๐ ปeขึ ้นไปจะอยู ?ในประเทศกำลังพัฒนา โดยการเปลี่ยนแปลง ทางภูมิประชากรศาสตรRได@ส?งผลให@ไทยจะเข@าสู ?สังคมผู @สูงอายุโดยสมบูรณG นำมาซึ ่งความท@าทายต?อความมั ่นคง ของประเทศ ทั ้งในเรื ่องป^ญหาการขาดแคลนแรงงาน ป^ญหาการค@ามนุษยGอันเปkนผลมาจากความต@องการ ด@านแรงงานที่เพิ่มขึ้น การขาดระบบสวัสดิการที่เพียงพอ ป^ญหาสุขภาพจิตใจของผู@สูงวัยจากการถูกแยกออกจาก ภาคเศรษฐกิจและสังคม รวมถึงป̂ญหาช?องว?างระหว?างวัยท่ีนำไปสู?การปะทะกันทางความคิดและความแตกแยกในสังคม ๓.๒ ความเปล่ียนแปลงบริบทความม่ันคงในระดับภูมิภาค สภาพที่ตั ้งของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต@ในการเปkนเส@นทางคมนาคมและแหล?งทรัพยากร พลังงานที่สำคัญส?งผลให@มีแนวโน@มการแข/งขันและขยายอิทธิพลเชิงยุทธศาสตรRระหว/างประเทศมหาอำนาจ และขั ้วอำนาจต/าง ๆ มาอย?างต?อเนื ่อง โดยเฉพาะกรณี ๒ พื ้นที ่สำคัญ คือ ๑) กรณีพิพาทในทะเลจีนใต# แม@ไทยจะไม?ใช?คู ?ขัดแย@งในประเด็นพิพาทโดยตรง แต?เปkนผู@ใช@เส@นทางการเดินเรือพาณิชยGผ?านพื้นที่ดังกล?าว จึงย?อมได@รับผลกระทบหากเกิดการใช@กำลังทหาร หรือเหตุกระทบกระทั ่งแบบไม?เจตนา จนถึงขั ้นกระทบ กับผลประโยชนGของชาติท่ีต@องใช@ทะเลในบริเวณพื้นที ่ความขัดแย@งเปkนเส@นทางในการขนส?งสินค@าทางทะเล เพ่ือเข@าและออกประเทศไทยได@ และ ๒) กรณีอนุภูมิภาคลุ/มน้ำโขง เน่ืองจากเปkนพ้ืนท่ีท่ีนานาประเทศใช@ทรัพยากร ธรรมชาติและสิ่งแวดล@อมร?วมกัน โดยเฉพาะอย?างยิ่งการพัฒนาทรัพยากรน้ำในลุ?มน้ำโขง ผลกระทบด@านสิ่งแวดล@อม และประชาชนที่อาศัยทรัพยากรธรรมชาติในการดำเนินชีวิต รวมถึงความปลอดภัยในการคมนาคมทางน้ำ และการปล?อยสารพิษลงในน้ำ 30 ๓๑ เนื ่องด@วยความแตกต?างด@านค?านิยม วัฒนธรรม ระดับการพัฒนา ระบบการปกครอง จึงเปkน ความท#าทายของอาเซียนในการมีกฎเกณฑGและค?านิยมร?วมกัน ที่อาจส?งผลต?อป^ญหาและความท@าทายที่สำคัญ ไม?ว?าจะเปkนการปZองกันและแก@ไขภัยคุกคามระหว?างประเทศสมาชิกอาเซียน ความมีเอกภาพ ความเปkนแกนกลาง และมุมมองของอาเซียนต?อแนวคิดอินโด-แปซิฟÜก (ASEAN Outlook on Indo-Pacific: AOIP) แนวโน@มประเทศมหาอำนาจจะเข@ามามีบทบาทต?อสถานการณRความมั่นคงในประเทศรอบบ#าน ในมิติด@านการเมือง เศรษฐกิจ และสังคม ในกรณีสถานการณGความขัดแย@งภายในของประเทศรอบบ@านมีการแทรกแซง จากภายนอกอันเปkนผลจากสถานการณGความขัดแย@งทางการเมืองภายใน คาดการณGได@ว?านานาชาติอาจเพ่ิม การกดดันเพื ่อเร ?งให@สถานการณGคลี ่คลาย ซ่ึงไทยจะได@ร ับผลกระทบโดยตรงจากสถานการณGตึงเครียด ตามแนวชายแดนในการเปkนพื ้นที ่รองร ับผู @ ได @ร ับผลกระทบ หรือการใช@ไทยเปkนทางผ?านไปยังประเทศอ่ืน รวมถึงความพยายามที่จะให@ไทยเข@าไปมีส?วนร?วมในประเด็นความขัดแย@ง ตลอดจนผลกระทบทางเศรษฐกิจ และการค@าชายแดนของไทย สถานการณRความมั ่นคงทางชายแดนจะยังคงมีความแตกต?างกันไปตามบริบทของพื ้นท่ี และความสัมพันธGเชื่อมโยงกับมิติต?าง ๆ ซึ่งจะส?งผลกระทบต?อความมั่นคงของประเทศโดยรวม โดยยังคงพบป^ญหา ท่ีสำคัญ ท้ังในเร่ืองอาชญากรรมข@ามชาติในพ้ืนท่ีชายแดน แรงงานผิดกฎหมายและการลักลอบเข@าเมืองผิดกฎหมาย ความไม?ชัดเจนของเส@นเขตแดน และป^ญหาโรคระบาดในพื้นท่ีชายแดน ในขณะท่ีการดำเนินกิจกรรมความมั่นคง ทางทะเลของภูมิภาคจำเปkนต@องเฝZาระวังการแย?งชิงผลประโยชนGและการแข?งขันทางทะเล ความปลอดภัย และอาชญากรรมทางทะเล ป̂ญหาส่ิงแวดล@อมทางทะเล ดังน้ันการดำเนินนโยบายทางทะเลจำเปkนจะต@องเสริมสร@าง องคGความรู@และความตระหนักรู@เกี่ยวกับความสำคัญของทะเลอย?างเปkนระบบ นอกจากนี้ แนวโน@มความมั่นคง ทางอากาศและอวกาศจะกลายเปkนสนามการแข?งขันที่สำคัญยิ่งขึ ้นผ?านการพัฒนานวัตกรรมและเทคโนโลยี กำลังทางอากาศต?าง ๆ โดยไทยสามารถแสวงหาโอกาสจากความร?วมมือเพื ่อรักษาผลประโยชนGแห?งชาติได@ โดยเตรียมพร@อมทรัพยากร การพัฒนาองคGความรู@ ตลอดจนการส?งเสริมและแลกเปลี่ยนงานวิจัยและนวัตกรรม ท้ังภายในประเทศ ประเทศต?าง ๆ และสถาบันหรือองคGการระหว?างประเทศ ปaญหาอาชญากรรมข#ามชาติเปkนป^ญหาความมั่นคงที่สำคัญในภูมิภาคและมีความซับซ@อนเชื่อมโยง ระหว?างประเทศมากขึ้น โดยมีประเด็นสำคัญที่ควรเฝZาระวัง ทั้งในเรื่องการลักลอบค@ายาเสพติด การปลอมแปลง เอกสารและหลักฐานเก่ียวกับตัวบุคคล การลักลอบเข@าเมือง การค@ามนุษยG และการฟอกเงิน ปaญหาการก/อการร#ายและปaญหาจากการบ/มเพาะแนวคิดสุดโต/งที่นิยมความรุนแรงยังเปkนป^ญหา ความมั ่นคงที ่สำคัญของภูมิภาค เพื ่อแสวงหาแนวร?วมในอนาคตโดยเฉพาะผ?านการใช@สื ่อสังคมออนไลนG ในขณะเดียวกันสถานการณGความขัดแย@งทางการเมืองภายในภูมิภาคตะวันออกกลางและในอัฟกานิสถาน ท่ียังไม?แน?นอน มีสัญญาณแนวโน@มส?งผลให@เกิดการเคลื ่อนย@ายของนักรบก?อการร@ายต?างชาติ (Foreign Terrorist Fighters) และการก?อเหตุของผู@ปฏิบัติการโดยลำพัง ทำเลที่ตั้งของไทยซึ่งเปkนศูนยGกลางการเดินทางระหว?างประเทศ ท่ีสำคัญในภูมิภาคอาจถูกใช@เปkนทางผ?าน แหล?งพักพิงและแหล?งจัดหาวัสดุอุปกรณG และมักจะก?อเหตุในพ้ืนท่ีเปราะบาง 31 ๓๒ ๓.๓ ความเปล่ียนแปลงบริบทความม่ันคงในระดับประเทศ ความมั่นคงของสถาบันหลักของชาติ ประกอบด@วย ๓ สถาบันสำคัญ ได@แก? ๑) สถาบันชาติ ไทยเข@าสู?ความเปkนพหุสังคมมากขึ้น และมีการแสดงพลังในการเรียกร@องสิทธิขั้นพื้นฐานที่พึงได@รับตามกรอบของกฎหมาย อย?างไรก็ตามกระแสการเปลี่ยนแปลงท่ีรวดเร็วมีแนวโน@มก?อให@เกิดความไม?เข@าใจในอัตลักษณG และความหลากหลาย ระหว?างกลุ?ม ซึ่งส?งผลกระทบต?อความปรองดองสมานฉันทGของคนในสังคมและความมั่นคงของชาติในภาพรวมได@ ๒) สถาบันศาสนา ความเข@าใจในหลักคำสอนที่แตกต?างออกไปเปkนป^จจัยที ่นำไปสู?ความไม?เข@าใจระหว?างกัน และการบิดเบือนคำสอนของแต?ละศาสนาในประเทศ ดังปรากฏความขัดแย@งที่เห็นต?างระหว?างชนต?างศาสนิก ในบางพื้นที่ แต?ก็ยังอยู?ในระดับที่สามารถแก@ไขร?วมกันตามแนวทางสันติวิธีในพื้นที่ได@ และ ๓) สถาบันพระมหากษัตริยR มีความสำคัญและผูกพันกับสังคมไทยมาตลอดประวัติศาสตรGของประเทศในการเปkนศูนยGรวมจิตใจของคนในชาติ เนื่องมาจากสมเด็จพระบูรพมหากษัตริยาธิราชทุกพระองคGได@ทรงประกอบพระราชกรณียกิจอันเปkนคุณประโยชนG ต?อประเทศชาติและประชาชนชาวไทยอย?างเปkนอเนกประการ ทั้งนี ้ บริบทและสถานการณGของสังคมสมัยใหม? จำเปkนต@องสร@างพื้นที่พูดคุยและการแลกเปลี่ยนมุมมองอย?างสันติ เพื่อเสริมสร@างความรู@ความเข@าใจและความตระหนัก ถึงการธำรงรักษาไว@ซ่ึงสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริยG จ ุดเปลี ่ยนสำคัญของสถานการณRการเมืองภายในประเทศเปkนผลสืบเนื ่องจากประชาชน ที่มีความหลากหลายทางอายุ อาชีพ และสถานะทางสังคมเข@ามามีส?วนร?วมทางการเมืองมากขึ้นในการแสดงทัศนะ ต?อป^ญหาเชิงโครงสร@าง สถาบันทางการเมือง โอกาสและการเข@าถึงสวัสดิการของรัฐ ความยากจน ความเหลื่อมล้ำ สิทธิมนุษยชน และการชุมนุมประท@วง อย?างไรก็ตาม บุคคลหรือกลุ?มบุคคลอาจใช@เครื่องมือเทคโนโลยีผ?านสื่อสังคม ออนไลนGเปkนช?องทางในการปลุกระดมมวลชนด@วยการบิดเบือนข@อมูล หรือการเผยแพร?ข@อมูลข?าวสารเปkนเท็จ ดังนั้น สถาบันครอบครัวและสถาบันการศึกษาจึงมีบทบาทสำคัญในการวางรากฐานเพื่อลดหรือขจัดเงื่อนไขที่ส?งผลต?อ ความม่ันคงของประเทศ เงื่อนไขที่มีความละเอียดอ?อน ซับซ@อน และเช่ือมโยงกันได@ส?งผลต?อความไม/สงบในพื้นที่จังหวัด ชายแดนภาคใต#มาอย?างต?อเน่ือง ท้ังในระดับบุคคล ระดับโครงสร@าง และระดับวัฒนธรรม โดยแนวโน@มสถานการณG ระยะต?อไปการก?อเหตุรุนแรงลดลง แต?จะมีความเคลื่อนไหวทางการเมืองมากยิ่งขึ้น นอกจากนี้ ป^ญหาภัยแทรกซ@อน ป^ญหาทางด@านเศรษฐกิจและสังคม ป^ญหาความหวาดระแวงและความเข@าใจระหว?างกัน ยังคงเปkนป^ญหาที่เชื่อมโยง และส?งผลกระทบในพ้ืนท่ีอย?างมีนัยสำคัญ การโยกย@ายถิ่นฐานเปkนปรากฏการณGที่เกิดขึ้นในทุกภูมิภาคทั่วโลก ซึ่งที่ผ?านมาไทยได@รับผลกระทบ ปaญหาผู#หลบหนีเข#าเมืองจากประเทศเพื่อนบ@านอย?างต?อเนื่อง ไม?ว?าจะเปkนกลุ?มที่อพยพเข@ามานานและไม?สามารถ เดินทางกลับประเทศต@นทางหรือออกไปยังประเทศที่สามได@จึงยังตกค@างอยู?ในประเทศไทย กลุ?มที่อพยพเข@ามา เพื่อแสวงหาโอกาสทางเศรษฐกิจ กลุ?มที่อพยพเข@ามาเนื่องจากสถานการณGความไม?มั่นคงจากประเทศและกลุ?มอื่น ๆ ท่ีเปkนกลุ?มคนต?างด@าวที่เดินทางเข@ามายังประเทศไทยอย?างถูกกฎหมาย แต?มีการลักลอบอาศัยอยู?ในไทยต?อภายหลัง และกลุ?มท่ีปลอมแปลงเอกสารเดินทางเข@ามาในราชอาณาจักรด@วยวัตถุประสงคGต?าง ๆ ประเทศไทยอยู?ในสถานะเปkนทั้งประเทศต@นทาง ทางผ?าน และปลายทางของกระบวนการค#ามนุษยR โดยผู@ค@ามนุษยGเปลี่ยนรูปแบบการกระทำความผิดของตนมาดำเนินการที่ผิดกฎหมายผ?านช?องทางออนไลนGมากข้ึน 32 ๓๓ ผ?านการค@าประเวณี การแสวงหาประโยชนGทางเพศ และการหลอกลวงโฆษณาจัดหางาน อีกทั้งการเคลื่อนย@าย แรงงานโดยผิดกฎหมายยังคงมีอย?างต?อเนื่อง ซึ่งประเทศไทยจำเปkนต@องเพิ่มมาตรการในการคัดแยกผู@เสียหาย ตามชายแดนมากข้ึน และยกระดับมาตรการต?อต@านการค@ามนุษยGท้ังในระดับประเทศและระดับสากล ป^จจัยอุปทานสูงขึ ้นส?งผลต?อความเชื ่อมโยงกับสถานการณGปaญหายาเสพติด โดยสารตั ้งต@น และเคมีภัณฑGยังคงสามารถลำเลียงเข@าสู?แหล?งผลิตได@ และการเปลี่ยนแปลงรูปแบบการผลิตเปkนอุตสาหกรรม ขนาดใหญ?ที่ดำเนินการโดยองคGกรอาชญากรรมข@ามชาติ แม@ว?าจะมีมาตรการปZองกัน แก@ไข และปราบปราม แต?ยังพบว?าผู@เข@าสู?วงจรยาเสพติดรายใหม?มีแนวโน@มสูงขึ้น ทั้งผู@เสพและผู@ค@า ตลอดจนผู@กระทำผิดซ้ำอันเกิดจาก ป̂จจัยมุมมองของสังคมต?อผู@เสพ และผู@ต@องโทษคดียาเสพติดที่เอื้อให@กลุ?มคนเหล?านี้สามารถมีโอกาสใช@ชีวิตในสังคม นอกจากนี ้ ขบวนการค@ายาเสพติดยังคงสรรหาวิธ ีการเพื ่อหลีกเลี ่ยงการจับกุม และแนวโน@มการขยายตัว ของอาชญากรรมทางไซเบอรGมีความเกี่ยวเนื่องกับป^ญหาการค@ายาเสพติดที่ใช@ช?องทางบล็อกเชน (Blockchain) ในการซ้ือและขาย แม@ว?าในห@วงที่ผ?านมาภาครัฐมีความพยายามแก@ไขป^ญหาอย?างจริงจังผ?านการบริหารจัดการบ@านเมืองที่ดี ตามหลักธรรมาภิบาล แต?จากการจัดอันดับความโปร?งใสของไทยและอันดับการรับรู@การทุจริตของประเทศ ได@สะท@อนให@เห็นว?าสถานการณRการทุจริตคอรRรัปชันของประเทศยังอยู?ในระดับที่น?าเปkนห?วง โดยเฉพาะอย?างย่ิง การทุจริตในภาครัฐที่มีการกระจายตัวไปยังทุกระดับของสังคม ซึ่งทำให@สาธารณชนเห็นว?าการทุจริตเปkนเรื่องปกติ อีกทั้งการทุจริตต?อหน@าท่ี หรือการแสวงหาประโยชนGโดยมิชอบของเจ@าหน@าที่รัฐได@เกี่ยวพันกับการปZองกันและแก@ไข ป̂ญหาภัยคุกคามต?าง ๆ โดยเฉพาะป̂ญหาการค@ามนุษยG และป̂ญหายาเสพติด ประเทศไทยยังคงต@องเผชิญกับสาธารณภัยท่ีเกิดจากภัยทางธรรมชาติ ไม?ว?าจะเปkนการเปล่ียนแปลง สภาพภูมิอากาศที่ทำให@เกิดภาวะลมฟZาอากาศแปรปรวน ระดับน้ำทะเลของโลกสูงขึ้น เกิดภาวะแล@งจัด พายุหมุน การกัดเซาะชายฝ^≤งทะเล วาตภัย มหาอุทกภัย น้ำป°าไหลหลาก ดินโคลนถล?ม แผ?นดินไหว สึนามิ ไฟป°าและหมอกควัน และภัยที่เกิดจากกระทำของมนุษยR อาทิ อัคคีภัย ภัยจากสารเคมี ป^ญหาน้ำมันรั่วไหลในทะเล ภัยจากการคมนาคม ที่เปkนอุบัติเหตุจากการจราจรทางบก ทางน้ำ และทางอากาศ การปล?อยของเสียและขยะมูลฝอยจากโรงงาน อุตสาหกรรม ภัยจากมลพิษทางอากาศประเภทฝุ °นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 นอกจากน้ี ยังหมายรวมถึง ภัยซ้ำซ@อนต?าง ๆ การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ภาวะโลกร@อน ภัยพิบัติ ขยะมูลฝอย ความเสื่อมโทรมของดินและน้ำ การเพิ ่มขึ ้นของจำนวนประชากร การแข?งขันทางเศรษฐกิจ ตลอดจนการใช@ทรัพยากรโดยขาดความสมดุล เพื ่อรองรับการเจริญเติบโตของสังคมเมือง เปkนป^จจัยเร?งสำคัญที ่ส ?งผลต?อปaญหาทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล#อม และแนวโน@มของป^ญหาดังกล?าวทวีความรุนแรงขึ้นจากการบุกรุกแผ@วถางป°าและครอบครอง พื้นที่ป°า การลักลอบเผาในพื้นที่ป°าอนุรักษGและป°าสงวน การลักลอบตัดและค@าไม@หวงห@ามและไม@มีค?าต?าง ๆ การออกโฉนดที ่ดินหรือเอกสารสิทธิที ่ไม?ถูกต@อง การกำหนดแนวเขตป°าไม@และที ่ดินของรัฐ รวมทั ้งป^ญหา การอยู?ร?วมกันระหว?างคนกับสัตวGในพ้ืนท่ี นอกจากนี ้ ประเทศต@องมีการเตรียมความพร#อมความมั ่นคงด#านพลังงาน และความมั ่นคง ด#านอาหาร โดยเฉพาะหากอยู?ในภาวะขาดแคลน หรือภาวะวิกฤติ 33 ๓๔ ความมั่นคงทางเศรษฐกิจเปkนผลมาจากความแตกต?างป^จจัยเชิงโครงสร@าง ประกอบกับการแพร?ระบาด ของโรคโควิด-19 และระบบเศรษฐกิจโลกที ่มีความไม?แน?นอนและผันผวนสูงเปkนป^จจัยเร?งที ่ส?งผลให@ไทย ต@องเผชิญกับภาวะการชะลอตัวทางเศรษฐกิจ โดยกลุ?มทุนขนาดใหญ?จะยังคงถือครองกำไรส?วนใหญ?และมีอำนาจ ในการกำหนดราคาสินค@าและบริการ ส?งผลให@วิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย?อม รวมทั้งผู @ประกอบการรายย?อย เกิดความไม?คล?องตัวในการบริหารจัดการ อีกทั้งพฤติกรรมการบริโภคในระดับป^จเจกที่เปลี่ยนแปลงไปได@กลายเปkน ป̂จจัยเส่ียงต?อการก?ออาชญากรรมทางเศรษฐกิจท่ีจะขยายตัวมากข้ึน 34 ๓๕ ส"วนที่ ๓ วิสัยทัศนL กรอบแนวคิด วัตถุประสงคL และเปTาหมาย 35 ๓๖ 36 ๓๗ ๑. วิสัยทัศนT ประเทศชาติมีเสถียรภาพ ประชาชนอยู?ดีมีสุข ปลอดภัยจากภัยคุกคามทุกรูปแบบ มีศักยภาพบริหารจัดการ ความม่ันคงแบบองคGรวม และรักษาไว@ซ่ึงผลประโยชนGแห?งชาติอย?างย่ังยืน ๒. กรอบแนวคิด ๒.๑ ความมั่นคงแบบองคRรวม ให@ความสำคัญกับการเชื่อมโยงมิติทั้งปวง ทั้งทางการเมือง เศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรม การทหาร วิทยาศาสตรGและเทคโนโลยี ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล@อม เพื่อให@เกิดความมั่นคงปลอดภัย และมีความสงบเรียบร@อยในทุกระดับ ดังน้ี ๒.๑.๑ ความมั่นคงของรัฐ การมีอิสรภาพในการปกครองประเทศ ปราศจากภัยคุกคามต?อเอกราช อธิปไตย บูรณภาพแห?งดินแดน และการแทรกแซงการดำเนินกิจการภายในของรัฐ รวมทั้งมีขีดความสามารถ ให@พร@อมเผชิญต?อสถานการณGภัยคุกคามที่กระทบต?อความมั่นคงแห?งชาติเพื่อปกปZองและรักษาความปลอดภัย ให@แก?บุคคลท่ีอาศัยในรัฐ ๒.๑.๒ ความมั ่นคงของมนุษยR ความอยู ?ด ีม ีส ุขของคนในชาติให@ปลอดจากความหวาดกลัว (Freedom from Fear) หลุดพ@นจากความต@องการขั ้นพื ้นฐานในการดำรงชีว ิต (Freedom from Want) อยู?อย?างมีเกียรติและศักด์ิศรี (Freedom to Live in Dignity) บนพ้ืนฐานสิทธิมนุษยชน ๒.๑.๓ ความมั ่นคงระหว/างประเทศ การสร@างความสมดุลและบทบาทที ่สร@างสรรคGของไทย และแสวงความร?วมมือกับมิตรประเทศในระดับทวิภาคี อนุภูมิภาค ภูมิภาค และประชาคมโลก บนพื้นฐาน ความไว@เนื ้อเชื ่อใจและความเปkนหุ @นส?วนทางยุทธศาสตรG ตลอดจนการส?งเสริมและพัฒนาความร?วมมือ ระหว?างประเทศในการปZองกันและแก@ไขป̂ญหาภัยคุกคามด@านความม่ันคง ๒.๒ เปWาหมายการพัฒนาท่ียั ่งยืนของสหประชาชาติ (Sustainable Development Goals: SDGs) ตามวาระการพัฒนาอย?างยั่งยืน ค.ศ. ๒๐๓๐ โดยกำหนดทิศทางการพัฒนาที่อยู?บนพื้นฐานของแนวคิด “ไม?ทิ้งใคร ไว@ข@างหลัง” มุ?งเสริมสร@างคุณภาพชีวิตท่ีดีให@กับประชาชนทุกกลุ?ม มุ?งเน@น ๑๓ เปZาหมายจากทั้งหมด ๑๗ เปZาหมาย ให@สอดคล@องกับเปZาหมาย ตัวชี้วัด และกลยุทธGตามที่ปรากฏใน ๑๗ นโยบายและแผนความมั่นคง ซึ่งคำนึงถึง บริบทการพัฒนาเพ่ือเสริมความม่ันคงของประเทศ ดังน้ี เปWาหมายที่ ๑ ขจัดความยากจนทุกรูปแบบในทุกพื้นท่ี ครอบคลุมคนทุกกลุ?ม ทั้งชาย หญิง เด็ก คนยากจน และกลุ?มคนเปราะบาง โดยให@ความสำคัญกับการใช@ระบบและมาตรการคุ@มครองทางสังคม การสร@าง หลักประกันในเรื่องสิทธิการเข@าถึงทรัพยากรทางเศรษฐกิจ บริการขั้นพื้นฐาน การถือกรรมสิทธิ์และใช@ประโยชนG เหนือที่ดินและทรัพยGสิน ตลอดจนการสร@างภูมิต@านทานให@กับผู@ที่ยากจนและอยู?ในสภาวะเปราะบางต?อเหตุรุนแรง ท่ีเก่ียวข@องกับภูมิอากาศ และภัยพิบัติทางเศรษฐกิจ สังคม และส่ิงแวดล@อม เปWาหมายที ่ ๒ ยุต ิความหิวโหย บรรลุความมั ่นคงทางอาหาร และยกระดับโภชนาการ และส/งเสริมเกษตรกรรมที่ยั ่งยืน ให@ความสำคัญกับความมั่นคงทางอาหารและโภชนาการ การเข@าถึงอาหาร ที ่ปลอดภัย และเพียงพอตลอดทั ้งปe ตลอดจนการสร@างหลักประกันว?าจะมีระบบการผลิตอาหารที ่ยั ่งยืน ซ่ึงมีความจำเปkนต?อการดำรงชีวิตของมนุษยGทุกคน 37 ๓๘ เปWาหมายที่ ๓ สร#างหลักประกันว/าคนมีชีวิตที่มีสุขภาพดีและส/งเสริมสวัสดิภาพสำหรับทุกคน ในทุกวัย ครอบคลุมประเด็นด@านสุขภาพและสวัสดิภาพต?าง ๆ โดยให@ความสำคัญกับการเสริมสร@างการปZองกัน และการรักษาการใช@สารในทางที่ผิด ซึ่งรวมถึงการใช@ยาเสพติดในทางที่ผิดและการใช@แอลกอฮอลGในทางอันตราย ลดจำนวนการตายและบาดเจ็บจากอุบัติเหตุทางถนน การมีหลักประกันสุขภาพถ@วนหน@า รวมถึงการปZองกัน ความเสี ่ยงทางการเงิน การเข@าถึงการบริการสาธารณสุขจำเปkนที่มีคุณภาพ และเข@าถึงยาและวัคซีนจำเปkน ที่ปลอดภัย มีประสิทธิภาพ มีคุณภาพ และมีราคาที่สามารถซื้อหาได@ ตลอดจนลดจำนวนการตายและการป°วย จากสารเคมีอันตรายและจากการปนเปáàอนและมลพิษทางอากาศ น้ำ และดิน เปWาหมายที ่ ๕ บรรลุความเท/าเทียมระหว/างเพศ และเสริมสร#างความเข#มแข็งให#แก/สตรี และเด็กหญิง ให@ความสำคัญกับการยุติการเลือกปฏิบัติ และขจัดความรุนแรงทุกรูปแบบต?อผู@หญิงและเด็กหญิง รวมถึงการค@ามนุษยG การกระทำทางเพศ และการแสวงประโยชนGในรูปแบบอ่ืน เป Wาหมายท่ี ๖ สร #างหล ักประก ันว /าจะม ีการจ ัดให #ม ีน ้ำและส ุขอนามัยสำหร ับท ุกคน และมีการบริหารจัดการที่ยั ่งยืน ให@ความสำคัญกับการบริหารจัดการน้ำแบบองคGรวมในทุกระดับ รวมถึงผ?าน ทางความร?วมมือระหว?างเขตแดนตามความเหมาะสม ตลอดจนการปกปZองและฟáàนฟูระบบนิเวศที่เกี่ยวข@องกับ แหล?งน้ำรวมถึงภูเขา ป°าไม@ พ้ืนท่ีชุ?มน้ำ แม?น้ำ ช้ันหินอุ@มน้ำ และทะเลสาบ เปWาหมายที่ ๗ สร#างหลักประกันว/าทุกคนเข#าถึงพลังงานสมัยใหม/ในราคาที่สามารถซื้อหาได# เชื ่อถือได# และยั ่งยืน ให@ความสำคัญกับพลังงานสะอาดโดยเฉพาะพลังงานหมุนเวียน ซึ ่งเปkนทางเลือก ในการยกระดับประสิทธิภาพการบริหารจัดการพลังงานไปสู ?การพัฒนาที ่ยั ่งยืน โดยคำนึงถึงผลกระทบต?อ สิ่งแวดล@อม ลดการพึ่งพาเชื้อเพลิงฟอสซิล ให@ประชาชนสามารถเข@าถึง และหาซื้อพลังงานหมุนเวียนได@ง?ายข้ึน สามารถยกระดับคุณภาพชีวิต รวมทั้งตอบสนองต?อการเปลี่ยนแปลงพลังงาน การเพิ่มบทบาทของเทคโนโลยีดิจิทัล และการเปล่ียนผ?านยุคแห?งการขับเคล่ือนด@วยไฟฟZา เปWาหมายท่ี ๘ ส/งเสริมการเติบโตทางเศรษฐกิจท่ีต/อเน่ือง ครอบคลุม และย่ังยืน การจ#างงานเต็มท่ี มีผลิตภาพ และการมีงานที่เหมาะสมสำหรับทุกคน ให@ความสำคัญกับการเพิ่มผลิตภาพผ?านการเพิ่มความหลากหลาย การยกระดับเทคโนโลยีและนวัตกรรม การส?งเสริมผู@ประกอบการและวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดเล็ก นอกจากน้ี ยังให@ความสำคัญกับประเด็นด@านแรงงานเปkนการเฉพาะไม?ว ?าจะเปkนการดำเนินมาตรการโดยทันทีและ มีประสิทธิภาพเพื่อขจัดแรงงานบังคับ ยุติความเปkนทาสสมัยใหม?และการค@ามนุษยG ยับยั้งและกำจัดการใช@แรงงานเด็ก ปกปZองสิทธิแรงงาน และส?งเสริมสภาพแวดล@อมในการทำงานที่ปลอดภัยและมั ่นคงสำหรับผู @ทำงานทุกคน รวมถึงผู@ทำงานต?างด@าว โดยเฉพาะหญิงต?างด@าวและผู@ท่ีทำงานเส่ียงอันตราย เปWาหมายที่ ๑๐ ลดความไม/เสมอภาคภายในและระหว/างประเทศ ให@ความสำคัญกับการเข@าถึง โอกาสทางเศรษฐกิจ สังคม และการเมืองโดยไม?เลือกปฏิบัติ การสร@างหลักประกันว?าจะมีโอกาสที่เท?าเทียม และลดความไม?เสมอภาคของผลลัพธG รวมถึงโดยการขจัดกฎหมาย นโยบาย และแนวทางปฏิบัติที่เลือกปฏิบัติ และส?งเสริมการออกกฎหมาย นโยบาย และการกระทำท่ีเหมาะสมในเรื ่องน้ี ตลอดจนการเลือกใช@นโยบาย โดยเฉพาะนโยบายการคลัง ค?าจ@าง และการคุ@มครองทางสังคม และให@บรรลุความเสมอภาคย่ิงข้ึนอย?างต?อเน่ือง 38 ๓๙ เปWาหมายที่ ๑๑ ทำให#เมืองและการตั้งถิ่นฐานของมนุษยRมีความครอบคลุม ปลอดภัย มีภูมิต#านทาน และยั่งยืน ครอบคลุมในหลายประเด็นที่เกี่ยวข@องกับเมืองและชุมชน โดยให@ความสำคัญกับการสร@างหลักประกัน ว?าจะมีการเข@าถึงที่อยู?อาศัยและการบริการพื้นฐาน การลดความเสียหายจากภัยพิบัติ โดยเฉพาะที่เกี่ยวกับน้ำ โดยมุ?งปกปZองคนจนและคนเปราะบาง เปWาหมายที ่ ๑๓ ปฏิบัติการอย/างเร/งด/วนเพื ่อต/อสู #ก ับการเปลี ่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และผลกระทบที่เกิดขึ้น ให@ความสำคัญกับการเสริมภูมิต@านทานและขีดความสามารถในการปรับตัวต?ออันตราย และภัยพิบัติทางธรรมชาติที่เกี ่ยวข@องกับภูมิอากาศในทุกประเทศ บูรณาการมาตรการด@านการเปลี่ยนแปลง สภาพภูมิอากาศในนโยบาย ยุทธศาสตรG และการวางแผนระดับชาติ ตลอดจนพัฒนาการศึกษา การสร@างความตระหนักรู@ และขีดความสามารถของมนุษยGและของสถาบันในเรื่องการลดผลกระทบและการปรับตัวต?อการเปลี่ยนแปลง สภาพภูมิอากาศ และการเตือนภัยล?วงหน@า เปWาหมายที่ ๑๔ อนุรักษRและใช#ประโยชนRจากมหาสมุทร ทะเล และทรัพยากรทางทะเลอย/างยั่งยืน เพื ่อการพัฒนาที่ยั ่งยืน ให@ความสำคัญกับการปZองกันและลดมลพิษทางทะเลโดยเฉพาะที่เกิดจากกิจกรรม บนแผ?นดิน รวมถึงขยะทะเลและมลพิษของสารอาหาร ยุติและขจัดป^จจัยที่อุดหนุนการประมงแบบผิดกฎหมาย การบริหารจัดการเชิงวิทยาศาสตรGมาฟáàนฟูทรัพยากรสัตวGน้ำ การบริหารจัดการ อนุรักษG และฟáàนฟูระบบนิเวศ ทางทะเลและชายฝ̂≤ง ตลอดจนการเพ่ิมพ้ืนท่ีอนุรักษGทางทะเลและชายฝ̂≤ง เปWาหมายที่ ๑๖ ส/งเสริมสังคมที่สงบสุขและครอบคลุมเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน ให#ทุกคนเข#าถึง ความยุติธรรม และสร#างสถาบันที ่มีประสิทธิผล รับผิดชอบ และครอบคลุมในทุกระดับ ให@ความสำคัญ กับการลดความรุนแรงทุกรูปแบบ ยุติการข?มเหง การใช@หาประโยชนGอย?างไม?ถูกต@อง การค@ามนุษยG ความรุนแรง และการทรมานทุกรูปแบบที่มีต?อเด็ก ส?งเสริมนิติธรรมทั้งในระดับชาติและระหว?างประเทศ สร@างหลักประกัน ว?าจะมีการเข@าถึงความยุติธรรมอย?างเท?าเทียมแก?ทุกคน ลดการลักลอบการเคลื่อนย@ายอาวุธและเงิน และต?อสู@ กับองคGกรอาชญากรรม ลดการทุจริตในตำแหน?งหน@าที่และการรับสินบนทุกรูปแบบ พัฒนาสถาบันที่มีประสิทธิผล มีความรับผิดชอบและโปร?งใสในทุกระดับ ตลอดจนสร@างหลักประกันว?าสาธารณชนสามารถเข@าถึงข@อมูล และมีการปกปZองเสรีภาพข้ันพ้ืนฐานโดยเปkนไปตามกฎหมายภายในประเทศและความตกลงระหว?างประเทศ เปWาหมายที่ ๑๗ เสริมความแข็งแกร/งให#แก/กลไกการดำเนินงานและฟáàนฟูหุ#นส/วนความร/วมมือ ระดับโลก เพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน มุ?งยกระดับหุ@นส?วนความร?วมมือระดับโลก โดยเฉพาะความร?วมมือหลายภาคส?วน เพื่อขับเคลื่อนเปZาหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนในทุกประเทศ ทั้งด@านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล@อม โดยไม?ทิ้งใคร ไว@ข@างหลัง ผ?านการระดมทุนที่เปkนตัวเงิน เทคโนโลยีและนวัตกรรม ตลอดจนความรู@และแนวปฏิบัติที่ดี เพื่อสนับสนุน ประเทศกำลังพัฒนาและประเทศพัฒนาน@อยที่สุดในการดำเนินนโยบายและมาตรการต?าง ๆ ตามความต@องการ จนสามารถบรรลุเปZาหมายการพัฒนาท่ีย่ังยืนได@ภายในปe ๒๕๗๓ ๒.๓ การน#อมนำพระราชปณิธานสืบสาน รักษา ต/อยอดเพื่อขับเคลื่อนการพัฒนาตามหลักปรัชญา ของเศรษฐกิจพอเพียง และแนวพระราชดำริ “เข#าใจ เข#าถึง พัฒนา” เปkนการสืบสานโครงการพระราชดำริ ต?อเนื ่อง รักษาความเปkนอยู ?ที ่ดีของประชาชน และต?อยอดปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงเพื ่อชี ้ถึงแนวทาง การดำรงอยู ?และปฏิบัติตนของประชาชนในทุกระดับ ตั ้งแต?ระดับครอบครัว ระดับชุมชน จนถึงระดับรัฐ 39 ๔๐ ทั้งในการพัฒนาและบริหารประเทศให@ดำเนินไปในทางสายกลาง โดยเฉพาะการพัฒนาเศรษฐกิจเพื่อให@ก@าวทัน ต?อโลกยุคโลกาภิวัตนG รวมถึงความจำเปkนที่จะต@องมีระบบภูมิคุ@มกันในตัวที่ดีพอสมควรต?อการกระทบใด ๆ อันเกิด จากการเปลี่ยนแปลงทั้งภายในและภายนอก ในขณะที่แนวพระราชดำริ “เข@าใจ เข@าถึง พัฒนา” เปkนวิธีการ แห?งศาสตรGพระราชทานเพื่อการพัฒนาอย?างยั ่งยืนที่หน?วยงานด@านความมั่นคงน@อมรับปฏิบัติอย?างต?อเนื่อง โดยอาศัยความเข@าใจจุดศูนยGดุลของป̂ญหาและสภาพแวดล@อมในทุกมิติอย?างรอบด@าน ขณะเดียวกันต@องเข@าถึง สภาพป̂ญหาและความต@องการของประชาชนอย?างแท@จริงผ?านกระบวนการมีส?วนร?วม ๒.๔ การบูรณาการเพื่อส/งเสริมความร/วมมือของทุกภาคส/วน ให@ความสำคัญกับ แนวทางบูรณาการ การทำงานของหน/วยงานภาครัฐให#เปsนไปในทิศทางเดียวกัน (Whole-of-Government Approach) มุ?งเน@นให@คนเปkนศูนยGกลางการพัฒนา หน?วยงานของรัฐตระหนักถึงบทบาทหน@าที่ของตนและของหน?วยงานอื่น ๆ ที่เกี่ยวข@อง เพื่อให@สามารถสร@างผลผลิตที่จะผลักดันให@เกิดผลลัพธGที่ต@องการ โดยเฉพาะผลลัพธGที่จะต@องร?วมกันทำ หรือบูรณาการระหว?างหน?วยงาน รวมทั้งส?งเสริมความสัมพันธGและพัฒนา/ขยายความร?วมมือระหว?างหน?วยงาน ของรัฐไทยกับต?างประเทศ ควบคู/กับแนวทางบูรณาการการทำงานที่ทุกภาคส/วนในสังคมมีส/วนร/วม (Whole-of Society Approach) เปkนแนวทางที่ทุกภาคส?วนในสังคม ทั้งภาครัฐ ภาควิชาการ ภาคเอกชน ภาคประชาสังคม และภาคประชาชน ให@เข@ามามีส?วนร?วมตลอดกระบวนการจัดทำและขับเคลื ่อนเชิงนโยบายและเชิงปฏิบัติ ทำให@เกิดองคGความรู@ด@านความมั่นคง ความเข@าใจถึงสาเหตุแท@จริงของป^ญหาที่เปkนป^จจัยผลักดันได@อย?างรอบด@าน และสามารถระบุหรือกำหนดลำดับความสำคัญในการพัฒนาและการปZองกันแก@ไขป̂ญหาท่ีเกิดข้ึน ๒.๕ การบริหารจัดการความเสี่ยง (Risk Management) และการสร#างความสามารถในการกลับคืนสู/ สภาพเดิม หรือ “ล#มแล#ว ลุกไว” (Resilience) เปkนการตระหนักถึงการบริหารจัดการเพื่อลด หลีกเลี่ยง ควบคุม และกระจายความเสี่ยงให@อยู?ในระดับที่รับได@ ในขณะที่ต@องมีการเตรียมการให@ลดความเปราะบางต?อความเปลี่ยนแปลง ของความเส่ียงท่ีจะเกิดข้ึน โดยมุ?งเน@นการสร@างความสามารถของประเทศ ๓ ระดับ ดังน้ี ๒.๕.๑ การพร#อมรับ หรือ ระดับ “อยู/รอด” ในการแก@ไขข@อจำกัดหรือจุดอ?อนที่มีอยู? ซึ่งเปkนผลให@ ประชาชนประสบความยากลำบากในการดำรงชีวิต หรือทำให@ประเทศมีความเปราะบางต?อการเปลี่ยนแปลง จากภายนอกและภายใน รวมถึงการสร@างความพร@อมในทุกระดับในการรับมือกับสภาวะวิกฤติที ่อาจเกิดข้ึน ให@สามารถฟáàนคืนสู?ภาวะปกติได@อย?างรวดเร็ว ๒.๕.๒ การปรับตัว หรือ ระดับ “พอเพียง” ในการปรับเปลี่ยนป^จจัยที่จำเปkนเพื่อเสริมสร@างความมั่นคง ทางเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล@อม ตั้งแต?ในระดับครอบครัว ชุมชน พื้นท่ี และประเทศ รวมถึงปรับทิศทาง รูปแบบ และแนวทางการพัฒนาให@สอดรับกับกระแสการเปล่ียนแปลงของโลกยุคใหม? ๒.๕.๓ การเปลี่ยนแปลงเพื่อพร#อมเติบโตอย/างยั่งยืน หรือ ระดับ “ยั่งยืน” ในการผลักดันให@เกิด การเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร@างในมิติต?าง ๆ เพื่อเสริมสร@างความสามารถของบุคคลและสังคมในการพัฒนาอย?างต?อเนื่อง รวมท้ังเพ่ือสนับสนุนให@ประเทศสามารถเติบโตได@อย?างมีคุณภาพและย่ังยืน ๒.๖ การให#ความสำคัญกับแนวคิดยุทธศาสตรRชาติด#านความมั่นคง ตลอดจนแผนแม/บทภายใต# ยุทธศาสตรRชาติ ประเด็นความมั่นคง ครอบคลุมประเด็นความม่ันคงปลอดภัยในชีวิตและทรัพยGสิน บ@านเมือง 40 ๔๑ มีความสงบเรียบร@อย การปZองกันและแก@ไขป^ญหาที่มีผลกระทบต?อความมั่นคงที่มีอยู?เดิมและปZองกันป^ญหาใหม? การพัฒนาศักยภาพของประเทศให@พร@อมเผชิญภัยคุกคามที่กระทบต?อความมั่นคงของชาติ การบูรณาการความร?วมมือ ด@านความมั่นคงกับอาเซียนและนานาชาติ องคGกรภาครัฐและที่มิใช?ภาครัฐ และ การพัฒนากลไกการบริหารจัดการ ความมั่นคงแบบบูรณาการเพื่อขับเคลื่อนยุทธศาสตรGชาติได@อย?างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผล เพื่อขับเคลื่อน ไปสู?การปฏิบัติ ๒.๗ การพัฒนาเศรษฐกิจชีวภาพ เศรษฐกิจหมุนเวียน เศรษฐกิจสีเขียว (Bio-Circular-Green Economy: BCG Model) ให@ความสำคัญกับการบูรณาการการพัฒนาการขับเคลื่อนประเทศไทยอย?างสมดุล เปkนธรรม และยั่งยืน ตั้งแต?ต@นทางถึงปลายทาง โดยรักษา ต?อยอด ภูมิป^ญญาเดิม และใช@องคGความรู@ทางด@านวิทยาศาสตรG เทคโนโลยีสมัยใหม? นวัตกรรม และความคิดสร@างสรรคG เพื่อสร@างมูลค?าเพิ่มทางเศรษฐกิจควบคู?กับการรักษาความสมดุลระหว?างการอนุรักษG และการใช@ประโยชนGจากฐานทรัพยากรธรรมชาติและความหลากหลายทางชีวภาพ การบริหารจัดการโดยชุมชน ภายใต@หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง อันจะช?วยสนับสนุนการเสริมสร@างความมั่นคงแบบองคGรวม และสอดรับ กับเปZาหมายการพัฒนาท่ีย่ังยืนของสหประชาชาติ ๓. วัตถุประสงคT ๓.๑ เพ่ือเปkนกรอบทิศทางในการดำเนินการปZองกัน แจ@งเตือน แก@ไข หรือระงับยับย้ังภัยคุกคามเพ่ือธำรงไว@ซ่ึง ความม่ันคงแห?งชาติ ๓.๒ เพื่อถ?ายทอดยุทธศาสตรGชาติด@านความมั่นคงไปสู?การปฏิบัติได@อย?างเปkนรูปธรรมและเปkนไปตาม เปZาหมายท่ีกำหนดไว@ ๓.๓ เพ่ือให@หน?วยงานของรัฐใช@เปkนกรอบทิศทางการจัดทำและขับเคล่ือนแผนระดับท่ี ๓ (แผนปฏิบัติการด@านต?าง ๆ แผนปฏิบัติราชการของหน?วยงาน แผนพัฒนาในระดับพื้นที่) ที่เกี่ยวข@องกับด@านความมั่นคงได@อย?างสอดคล@อง และเปkนไปในทิศทางเดียวกัน ๔. เป]าหมาย ตัวชี้วัด และค:าเป]าหมายในภาพรวม ๔.๑ เปWาหมายในภาพรวม ประเทศไทยมีความมั่นคงและมีเสถียรภาพมากขึ้น ประชาชนดำรงชีวิตโดยปกติสุข รวมทั้งมีการพัฒนา ศักยภาพบริหารจัดการ เพ่ือเสริมสร@างความม่ันคงแบบองคGรวมและรักษาไว@ซ่ึงผลประโยชนGแห?งชาติ ๔.๒ ตัวช้ีวัดและค/าเปWาหมายในภาพรวม ความสำเร็จของการบรรลุค?าเปZาหมายที่กำหนดไว@ในแต?ละตัวชี ้วัดย?อยของ ๑๗ นโยบายและแผน ความม่ันคง ภายใต@นโยบายและแผนระดับชาติว?าด@วยความม่ันคงแห?งชาติ (พ.ศ. ๒๕๖๖ – ๒๕๗๐) ทั้งนี้ ตัวชี้วัดย?อยมีทั้งสิ้น ๕๘ ตัวชี้วัด โดยให@มีการประเมินผลรายปeเพื่อติดตามและประเมินผล ให@บรรลุค?าเปZาหมายในแต?ละตัวชี ้วัดย?อยที่กำหนดไว@ให@นำไปสู?ผลสัมฤทธิ์ภายในปe ๒๕๗๐ (สรุปผลสัมฤทธ์ิ ในภาพรวมระยะ ๕ ปe) เพ่ือทบทวน พัฒนา และปรับปรุงการดำเนินการในระยะต?อไป 41 ๔๒ 42 ๔๓ ส"วนที่ ๔ นโยบายและแผนความมั่นคง 43 ๔๔ 44 ๔๕ นโยบายและแผนความมั่นคงที่ ๑ การเสริมสร,างความมั่นคงของสถาบันหลักของชาติ ๑. จุดมุ/งเน#น สังคมไทยอยู ?ร ?วมกันอย?างสันติและเคารพในความแตกต?างหลากหลายบนพื ้นฐานสิทธิมนุษยชน และพร@อมธำรงรักษาไว@ซ่ึงสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริยG ๒. ความเช่ือมโยงกับยุทธศาสตรRชาติ และ แผนแม/บทภายใต#ยุทธศาสตรRชาติ ๒.๑ ยุทธศาสตรRชาติด#านความม่ันคง เปWาหมาย ประชาชนอยู?ดี กินดี และมีความสุข ๒.๒ แผนแม/บทภายใต#ยุทธศาสตรRชาติ • ประเด็นความม่ันคง แผนย/อยการรักษาความสงบภายในประเทศ เปWาหมาย ๑. ประชาชนมีความม่ันคงปลอดภัยในชีวิต และทรัพยGสินเพ่ิมข้ึน ๒. คนไทยมีความจงรักภักดี ซื ่อสัตยG พร@อมธำรงรักษาไว@ซึ ่งสถาบันหลักของชาติ สถาบันศาสนาเปkนท่ีเคารพ ยึดเหน่ียวจิตใจของคนไทยสูงข้ึน ๓. การเมืองมีเสถียรภาพและธรรมาภิบาลสูงข้ึน ๓. เปWาหมาย ผลสัมฤทธ์ิ และตัวช้ีวัด เปWาหมายท่ี ๑ การธำรงรักษาไว@ซ่ึงสถาบันพระมหากษัตริยG ผลสัมฤทธ์ิ การสร@างพื้นที่พูดคุยอย?างสันติ ส?งเสริมการแลกเปลี่ยนมุมมอง และเสริมสร@าง ความรู@ความเข@าใจ เพ่ือให@เกิดความตระหนักถึงความสำคัญของสถาบันพระมหากษัตริยG ตัวชี้วัด การจัดทำชุดข@อมูลองคGความรู@เกี่ยวกับสถาบันพระมหากษัตริยG และเผยแพร?ตามช?องทาง ประชาสัมพันธGต?าง ๆ เพ่ิมข้ึนอย?างน@อยร@อยละ ๕ จากผลการดำเนินงานของปeท่ีผ?านมา เปWาหมายที่ ๒ คนในชาติอยู?ร?วมกันอย?างสันติและเคารพในความแตกต?างหลากหลาย โดยได@รับความคุ@มครอง ตามหลักสิทธิมนุษยชน ซึ่งหมายรวมถึงการให@ความสำคัญกับทุกศาสนา ผู@ที่มีหลักความเชื่อต?าง ๆ และผู@ท่ีไม? นับถือศาสนา ผลสัมฤทธิ์ คนในชาติอยู ?ร?วมกันอย?างมีความเสมอภาคและความเท?าเทียมกันบนพื้นฐาน สิทธิมนุษยชน ตัวช้ีวัดท่ี ๑ การจัดทำ พัฒนา หรือปรับปรุงมาตรการของรัฐ เพ่ือส?งเสริม คุ@มครอง และปกปZอง สิทธิมนุษยชนภายในของไทยให@สอดคล@องกับบริบทภายในประเทศและสนธิสัญญาระหว?างประเทศว?าด@วย สิทธิมนุษยชนท่ีประเทศไทยเปkนภาคี อย?างน@อยปeละ ๒ มาตรการ 45 ๔๖ ตัวชี ้ว ัดที ่ ๒ คำร@องเกี ่ยวกับการถูกละเมิดสิทธิมนุษยชนและการถูกเลือกปฏิบัติได@รับ การพิจารณาและเข@าสู?กระบวนการแก@ไขป^ญหาโดยหน?วยงานที่เกี่ยวข@อง เพิ่มขึ้นอย?างน@อยร@อยละ ๕ เมื่อเทียบกับ ค?าเฉล่ียย@อนหลัง ๕ ปe ตัวชี้วัดที่ ๓ การปฏิบัติตามข@อเสนอแนะที่ไทยตอบรับในรายงานทบทวนสถานการณGสิทธิมนุษยชน ของประเทศตามกระบวนการทบทวนสถานการณGสิทธิมนุษยชน (Universal Periodic Review: UPR) ภายใต@ คณะมนตรีสิทธิมนุษยชนแห?งสหประชาชาติ (Human Rights Council: HRC) ภายในปe ๒๕๗๐ มีผลการปฏิบัติตาม ข@อเสนอแนะท่ีไทยตอบรับในกระบวนการ UPR รอบท่ี ๓ ไม?ต่ำกว?าร@อยละ ๕๐ และรอบท่ี ๔ ไม?ต่ำกว?าร@อยละ ๑๐ ๔. กลยุทธR กลยุทธRหลักท่ี ๑ การปกปWองและเชิดชูสถาบันพระมหากษัตริยR กลยุทธRย/อยที่ ๑.๑ ส?งเสริมการเรียนรู@ และการจัดทำหรือพัฒนาหลักสูตรการศึกษาเกี่ยวกับ สถาบันพระมหากษัตริยGในทุกระดับอย?างเหมาะสมสอดคล@องกับทุกช?วงวัย เพื่อสร@างความรู@ความเข@าใจและ การตระหนักถึงความสำคัญของสถาบันพระมหากษัตริยGในฐานะศูนยGรวมจิตใจของประชาชนในชาติ กลยุทธRย/อยท่ี ๑.๒ ส?งเสริมการจัดทำและเผยแพร?ชุดข@อมูลความรู@เก่ียวกับสถาบันพระมหากษัตริยG พระราชประวัติ พระราชกรณียกิจ โครงการพระราชดำริ หลักการทรงงาน แก?เด็ก เยาวชน และประชาชนทั่วไป โดยมุ?งเน@นการจัดทำสื่อที่มีความทันสมัย มีการเผยแพร?ในหลายช?องทาง รวมถึงมีการจัดทำระบบการบริหารจัดการ ชุดข@อมูลระหว?างส?วนราชการ ภาคเอกชน และภาคประชาชน โดยเฉพาะการเข@ามามีส?วนร?วมของเด็กและเยาวชน กลยุทธRย/อยที่ ๑.๓ เสริมสร@างการพัฒนาประสิทธิภาพในการธำรงรักษาสถาบันพระมหากษัตริยG โดยมุ?งเน@นการประเมินและกลไกการบริหารจัดการที่มีอยู?เดิมให@เกิดประสิทธิภาพ และสอดคล@องกับสภาพแวดล@อม ท่ีเปล่ียนแปลงไป รวมถึงการสร@างเครือข?ายความร?วมมือระหว?างภาครัฐ เอกชน ประชาชน และองคGกรทางสังคม กลยุทธRหลักที่ ๒ การส/งเสริมการอยู/ร/วมกันของคนในชาติอย/างสันติ และเคารพในความแตกต/างหลากหลาย บนพ้ืนฐานสิทธิมนุษยชน กลยุทธRย/อยที่ ๒.๑ ทบทวน ปรับปรุง พัฒนากฎหมาย กฎ ระเบียบ แนวทาง วิธีปฏิบัติ คำส่ัง ทางการบริหาร ข@อบังคับ และมาตรการของรัฐ ในการส?งเสริมและให@ความคุ@มครองบนพื้นฐานสิทธิมนุษยชน การให@บริการสาธารณะโดยไม?เลือกปฏิบัติ ตลอดจนสร@างหลักประกันว?าบุคคลต@องได@รับความคุ@มครองตาม กฎหมายอย?างเท?าเทียมกัน กลยุทธRย/อยที่ ๒.๒ ส?งเสริมการอยู?ร?วมกันของคนในชาติ โดยสร@างความตระหนักรู@ให@แก? ทุกภาคส?วนให@เห็นคุณค?าการอยู?ร?วมกันในสังคมพหุวัฒนธรรม การเคารพสิทธิและศักดิ์ศรีของความเปkนมนุษยG และให@เกียรติซึ่งกันและกัน โดยดำเนินงานภายใต@กรอบการไม?เลือกปฏิบัติต?อบุคคล ไม?ว?าด@วยเหตุความแตกต?าง ในเรื่องถิ่นกำเนิด เชื้อชาติ ชาติพันธุG ภาษา ศาสนา เพศ เพศสภาพและเพศวิถี อายุ ความพิการ สภาพทางกาย หรือจิต สุขภาพ ผู@ติดเชื้อเอชไอวี ผู@ติดยาเสพติด สถานะของบุคคล ฐานะทางเศรษฐกิจหรือสังคม ความเช่ือ ทางศาสนาหรือความเชื่ออื่น การศึกษาอบรม ตลอดจนความคิดเห็นทางการเมืองหรือความคิดเห็นอื่น อันไม?ขัดต?อ บทบัญญัติแห?งรัฐธรรมนูญ หรือเหตุอ่ืนใดจะกระทำมิได@ 46 ๔๗ กลยุทธRย/อยที่ ๒.๓ ใช@แนวทางสันติวิธีในการจัดการความขัดแย@งและส?งเสริมให@เกิดพื้นท่ี สาธารณะในการพูดคุยแลกเปลี่ยนระหว?างภาครัฐ ภาคประชาสังคม และภาคประชาชน โดยเฉพาะประเด็น ทางการเมือง ข@อเรียกร@องที่เกี่ยวข@องกับสิทธิมนุษยชน สิทธิชุมชน และประเด็นที่รัฐเปkนคู?ขัดแย@ง ตามหลักสิทธิมนุษยชน อย?างสันติ กลยุทธRย/อยที่ ๒.๔ สร@างความตระหนักรู@ การเสริมสร@างทัศนคติ และความรู@ความเข@าใจ เกี ่ยวกับหลักสิทธิมนุษยชนในทุกระดับ ตั้งแต?ระดับครอบครัว ชุมชน สถานศึกษา สถานท่ีทำงาน ให@บุคคล ตระหนักและปกปZองสิทธิของตนเอง รวมถึงเคารพและไม?ละเมิดสิทธิของบุคคลอ่ืน กลยุทธRย/อยที่ ๒.๕ เพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการของภาครัฐในการจัดสรรทรัพยากร และการเข@าถึงบริการสาธารณะของรัฐบนพ้ืนฐานของความเสมอภาค ความเท?าเทียม และการไม?เลือกปฏิบัติ กลยุทธRย/อยที่ ๒.๖ เพิ่มประสิทธิภาพการขยายช?องทางการร@องเรียนหรือร@องทุกขGให@สามารถ เข@าถึงได@ทุกระดับ โดยมีการติดตามและรายงานผลให@แก?ผู@ร@องเรียนหรือผู@ร@องทุกขG กลยุทธRย/อยที่ ๒.๗ ส?งเสริมและสนับสนุนการเข@าถึงความยุติธรรมอย?างเสมอภาคและเปkนธรรม โดยเฉพาะการดำเนินการของกองทุนยุติธรรมให@มีงบประมาณเพียงพอต?อการดำเนินการและความต@องการ ของประชาชนในการเข@าถึงการรับบริการ และการกำหนดให@มีมาตรการคุ@มครองและช?วยเหลือเยียวยาแก?ประชาชน ท่ีถูกละเมิดสิทธิอย?างมีประสิทธิภาพ กลยุทธRย/อยท่ี ๒.๘ สนับสนุนและกำกับดูแลเจ@าหน@าท่ีของรัฐให@ปฏิบัติหน@าท่ีด@วยความถูกต@อง โปร?งใส เปkนธรรม และเคารพหลักสิทธิมนุษยชน ไม?ให@เกิดการเลือกปฏิบัติ โดยเฉพาะการปฏิบัติหน@าท่ี และการให@บริการต?อประชาชน และให@ความสำคัญกับความคุ@มครองเจ@าหน@าที่รัฐในการปฏิเสธคำสั่งที่มิชอบ ด@วยกฎหมาย หรือการกระทำอื่นใด ซึ่งเข@าข?ายการเลือกปฏิบัติหรือขัดต?อหลักสิทธิมนุษยชน ตลอดจนดำเนินการ ทางวินัยและ/หรือกฎหมายแก?เจ@าหน@าท่ีรัฐท่ีปฏิบัติหน@าท่ีโดยขัดกับหลักสิทธิมนุษยชนอย?างจริงจัง กลยุทธRย/อยที่ ๒.๙ บูรณาการความร?วมมือของภาคีเครือข?าย ทั้งภายในประเทศและระหว?าง ประเทศในการส?งเสริมและคุ@มครองสิทธิมนุษยชน กลยุทธRย/อยที่ ๒.๑๐ ส?งเสริมให@สถาบันครอบครัวและสถาบันการศึกษาเปkนหน?วยทางสังคม ที่สำคัญในการวางรากฐานความมั่นคงของประเทศ โดยมุ?งเน@นแนวคิดการแบ?งป^นและการทำประโยชนGเพื่อสังคม ส?วนรวม ตลอดจนการอยู?ร?วมกันบนความแตกต?างหลากหลายของคนในชาติ กลยุทธRหลักท่ี ๓ การให#ความสำคัญกับทุกศาสนา ผู#ท่ีมีหลักความเช่ือต/าง ๆ และผู#ท่ีไม/นับถือศาสนา กลยุทธRย/อยที่ ๓.๑ สร@างหลักประกันทางสังคมสำหรับผู@ที่นับถือศาสนาและไม?นับถือศาสนา ในการปZองกันมิให@เกิดความไม?เท?าเทียมในการรับบริการจากรัฐ หรือการกระทำอ่ืนใดของบุคคลซ่ึงอาจถูกเลือกปฏิบัติ กลยุทธRย/อยที่ ๓.๒ ให@ความคุ@มครองและส?งเสริมศาสนาและหลักความเชื่อต?าง ๆ รวมถึง ผู@ท่ีไม?นับถือศาสนาอย?างเท?าเทียมตามหลักสิทธิมนุษยชน 47 ๔๘ กลยุทธRย/อยที่ ๓.๓ เสริมสร@างความเข@าใจ ทัศนคติเชิงบวก และความเคารพในความหลากหลาย ระหว?างศาสนิก ผู@ท่ีมีความเช่ือต?าง ๆ และผู@ท่ีไม?นับถือศาสนา ๕. หน/วยงานเจ#าภาพรับผิดชอบบูรณาการขับเคล่ือน กองอำนวยการรักษาความม่ันคงภายในราชอาณาจักร 48 ๔๙ นโยบายและแผนความมั่นคงที่ ๒ การปกป]องอธิปไตยและผลประโยชนTของชาติ และการพัฒนาศักยภาพการป]องกันประเทศ ๑. จุดมุ/งเน#น การปกปZอง รักษา และแก@ไขป^ญหาที่กระทบต?ออธิปไตยและผลประโยชนGของชาติ ทั้งทางบก ทางทะเล และทางอากาศ รวมทั้งการพัฒนาขีดความสามารถเชิงยุทธศาสตรGของกองทัพและหน?วยงานด@านความมั่นคง ท่ีเก่ียวข@อง เพ่ือการปZองกันประเทศในอนาคต ๒. ความเช่ือมโยงกับยุทธศาสตรRชาติ และ แผนแม/บทภายใต#ยุทธศาสตรRชาติ ๒.๑ ยุทธศาสตรRชาติด#านความม่ันคง เปWาหมาย กองทัพ หน?วยงานด@านความมั ่นคง ภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชน มีความพร@อม ในการปZองกันและแก@ไขป̂ญหาความม่ันคง ๒.๒ แผนแม/บทภายใต#ยุทธศาสตรRชาติ • ประเด็นความม่ันคง แผนย/อยการพัฒนาศักยภาพของประเทศให#พร#อมเผชิญภัยคุกคามท่ีกระทบต/อความม่ันคงของชาติ เปWาหมาย กองทัพและหน?วยงานด@านความมั่นคงมีความพร@อมสูงขึ้นที่จะเผชิญภัยคุกคามทุกรูปแบบ ทุกมิติ และทุกระดับความรุนแรง ๓. เปWาหมาย ผลสัมฤทธ์ิ และตัวช้ีวัด เปWาหมายท่ี ๑ การปกปZอง รักษา และแก@ไขป̂ญหาท่ีกระทบต?ออธิปไตยและผลประโยชนGของชาติ ผลสัมฤทธ์ิ กองทัพและหน?วยงานด@านความม่ันคงท่ีเก่ียวข@อง มีความพร@อมสูงข้ึน สำหรับการปฏิบัติการ ตามแผนปZองกันประเทศ หรือแผนปฏิบัติการอ่ืน ๆ ด@วยระบบการปฏิบัติการร?วม ตัวชี้วัดท่ี ๑ ความพร@อมของกองทัพและหน?วยงานด@านความมั่นคงที่เกี่ยวข@องในการปฏิบัติการ ตามแผนปZองกันประเทศด@วยระบบปฏิบัติการร?วม โดยหน?วยทหารตามแผนปZองกันประเทศผ?านเกณฑGมาตรฐาน การฝãกร?วมกองทัพไทย ภายในปe ๒๕๗๐ ตัวชี ้วัดท่ี ๒ หน?วยปฏิบัติการหลักของเหล?าทัพในการปฏิบัติการตามแผนปZองกันประเทศ มีความพร@อมด@านกำลังพล ยุทโธปกรณG และการฝãก ไม?ต่ำกว?าร@อยละ ๘๐ ภายในปe ๒๕๗๐ เปWาหมายท่ี ๒ การพัฒนาขีดความสามารถเชิงยุทธศาสตรGเพ่ือการปZองกันประเทศในอนาคต ผลสัมฤทธิ ์ กองทัพและหน?วยงานด@านความมั ่นคงที ่เกี ่ยวข@องมีความพร@อมและทันสมัย ทั้งในด@านการจัดหน?วย อาวุธยุทโธปกรณG ระบบการสนับสนุน และการส?งกำลังบำรุง รวมทั้งระบบการควบคุม บังคับบัญชาด@วยการประยุกตGใช@นวัตกรรมและเทคโนโลยีดิจิทัล การปฏิบัติการทางไซเบอรGและอวกาศ ตลอดจน สามารถนำกำลังพลสำรองในบัญชีบรรจุกำลังของหน?วยเข@าร?วมการฝãกหรือปฏิบัติภารกิจกับกองทัพได@ ทั้งในภาวะปกติ วิกฤติ และสงคราม 49 ๕๐ ตัวชี ้วัดที ่ ๑ การพัฒนากองทัพและหน?วยงานด@านความมั ่นคงที ่เกี ่ยวข@องไปสู ?ความทันสมัย ด@วยการประยุกตGใช@เทคโนโลยีดิจิทัลในการเช่ือมโยงระบบงาน ตลอดจนเสริมสร@างความพร@อมเพ่ือให@สามารถรองรับ ปฏิบัติการทางไซเบอรGและอวกาศได@ ภายในปe ๒๕๗๐ ตัวชี้วัดที่ ๒ หน?วยทหารที่มีกำลังพลสำรองบรรจุในอัตราของหน?วยมีการเรียกกำลังพลสำรอง เข@าร?วมการฝãกหรือปฏิบัติภารกิจร?วมกับกองทัพครบทุกหน?วย ภายในปe ๒๕๗๐ ๔. กลยุทธR กลยุทธRหลักท่ี ๑ การปกปWองอธิปไตยและผลประโยชนRของชาติทางบก ทางทะเล และทางอากาศ กลยุทธRย/อยที่ ๑.๑ จัดให@มีระบบการข?าว การลาดตระเวน การเฝZาตรวจ ปZองกัน และรักษา พ้ืนท่ีชายแดน ชายฝ̂≤งทะเล เกาะแก?ง และอาณาเขตทางทะเล เพ่ือปZองกัน ปZองปราม และแก@ไขการละเมิดอธิปไตย ท้ังทางบก ทางทะเล และทางอากาศ กลยุทธRย/อยที่ ๑.๒ พัฒนาขีดความสามารถด@านการปฏิบัติการร?วมระหว?างกองทัพกับหน?วยงาน ด@านความม่ันคงท่ีเก่ียวข@องให@มีความพร@อมต้ังแต?ภาวะปกติ กลยุทธRย /อยที ่ ๑.๓ ปรับปรุงและพัฒนาแผนและระบบการปZองกันประเทศให@ทันสมัย สามารถใช@ได@จริง และมีการฝãกซ@อมการปฏิบัติอยู?เสมอ เพื่อสร@างความพร@อมให@แก?กองทัพและหน?วยงานด@านความมั่นคง ท่ีเก่ียวข@อง กลยุทธRหลักท่ี ๒ การพัฒนาศักยภาพการปWองกันประเทศ กลยุทธRย/อยที่ ๒.๑ เตรียมกำลังเชิงยุทธศาสตรG เพื ่อให@หน?วยขึ้นตรงของกระทรวงกลาโหม กองทัพ และหน?วยงานด@านความมั่นคงที่เกี่ยวข@อง มีความพร@อม ความทันสมัย และความต?อเนื่องในการปฏิบัติ สำหรับใช@สนับสนุนแผนปZองกันประเทศ หรือแผนการปฏิบัติการอ่ืน ๆ กลยุทธRย/อยที่ ๒.๒ พัฒนากองทัพและหน?วยงานด@านความมั่นคงที่เกี่ยวข@องไปสู?ความทันสมัย ด@วยการประยุกตGใช@เทคโนโลยีดิจิทัลในการเชื่อมโยงระบบงาน ทั้งภายในและภายนอก ตลอดจนเสริมสร@าง ความพร@อมเพ่ือให@สามารถรองรับการปฏิบัติการทางไซเบอรGและอวกาศได@ กลยุทธRย/อยที่ ๒.๓ พัฒนาระบบกำลังสำรอง กำลังพลสำรอง และการระดมสรรพกำลัง รวมถึงกิจการมวลชนและกำลังประชาชน เพ่ือการปZองกันประเทศ ๕. หน/วยงานเจ#าภาพรับผิดชอบบูรณาการขับเคล่ือน กระทรวงกลาโหม 50 ๕๑ นโยบายและแผนความมั่นคงที่ ๓ การรักษาความมั่นคงและผลประโยชนTของชาติพื้นที่ชายแดน ๑. จุดมุ/งเน#น พื้นที่ชายแดนและประชาชนในพื้นที่มีการพัฒนา มีความมั่นคงปลอดภัย มีศักยภาพในการปZองกันและแก@ไข ภัยคุกคามทุกรูปแบบ มีสภาพแวดล@อมที่เหมาะสมต?อการพัฒนาทางเศรษฐกิจ สังคม และความมั่นคงของมนุษยG อย?างสมดุล อีกทั้งยังเปkนพื้นที่ความร?วมมือและสร@างความสัมพันธGอันดีกับประเทศรอบบ@าน ทั้งในด@านการร?วมกัน ปZองกันภัยคุกคามและป^ญหาความมั่นคง การแก@ไขป^ญหาคงค@าง รวมถึงการสร@างการเติบโตทางเศรษฐกิจร?วมกัน อย?างย่ังยืน ๒. ความเช่ือมโยงกับยุทธศาสตรRชาติ และ แผนแม/บทภายใต#ยุทธศาสตรRชาติ ๒.๑ ยุทธศาสตรRชาติด#านความม่ันคง เปWาหมาย บ@านเมืองมีความม่ันคงในทุกมิติและทุกระดับ ๒.๒ แผนแม/บทภายใต#ยุทธศาสตรRชาติ • ประเด็นความม่ันคง แผนย/อยการปWองกันและแก#ไขปaญหาท่ีมีผลกระทบต/อความม่ันคง เปWาหมาย ป^ญหาความมั่นคงที่มีอยู?ในป^จจุบัน (เช?น ป^ญหายาเสพติด ความมั่นคงทางไซเบอรG การค@ามนุษยG ฯลฯ) ได@รับการแก@ไขจนไม?ส?งผลกระทบต?อการบริหารและพัฒนาประเทศ ๓. เปWาหมาย ผลสัมฤทธ์ิ และตัวช้ีวัด เปWาหมายที่ ๑ พื้นที่ชายแดนมีความมั่นคง ปลอดภัย มีศักยภาพการปZองกันและแก@ไขภัยคุกคามทุกรูปแบบ และเปkนพ้ืนท่ีเช่ือมโยงทางเศรษฐกิจและสังคมระหว?างไทยกับประเทศรอบบ@าน ผลสัมฤทธ์ิ พื้นที่ชายแดนมีศักยภาพในการปZองกันภัยคุกคามทุกรูปแบบ ประชาชนและชุมชน ตามแนวชายแดนมีความปลอดภัยและมีคุณภาพชีวิตที่ดี รวมถึงเปkนจุดเชื่อมโยงสำคัญทางเศรษฐกิจ การสัญจร และความม่ันคงในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต@ ตัวชี้วัดที่ ๑ การพัฒนาระบบปZองกันตามแนวชายแดนด@วยการใช@เทคโนโลยี อย?างน@อยร@อยละ ๘๕ ของจังหวัดชายแดนท้ังหมด ภายในปe ๒๕๗๐ ตัวช้ีวัดท่ี ๒ มูลค?าการค@าชายแดนเพ่ิมข้ึนอย?างน@อยร@อยละ ๕ ต?อปe เปWาหมายที่ ๒ ป̂ญหาเขตแดนระหว?างไทยกับประเทศรอบบ@านได@รับการแก@ไข และไม?ส?งผลกระทบต?อความสัมพันธG ระหว?างประเทศ ผลสัมฤทธ์ิ ประเทศไทยสามารถแก@ไขป^ญหาเขตแดน โดยมีความสมดุลระหว?างผลประโยชนGแห?งชาติ และความสัมพันธGระหว?างประเทศ ตัวช้ีวัด เปZาหมายในการสำรวจและจัดทำหลักเขตแดนของไทย อยู?ท่ีร@อยละ ๘๐ ภายในปe ๒๕๗๐ 51 ๕๒ ๔. กลยุทธR กลยุทธRหลักที่ ๑ การสร#างสภาพแวดล#อมในพื้นที่ชายแดนให#มีความปลอดภัยและมีศักยภาพในการปWองกัน และแก#ไขภัยคุกคาม กลยุทธRย/อยที่ ๑.๑ สร@างความเข@มแข็งให@กับชุมชนชายแดนไทยและประเทศรอบบ@าน รวมทั้งให@ประชาชนตามแนวชายแดนมีส?วนร?วมกับหน?วยงานความมั่นคงในพื้นที่ชายแดนในการปZองกันภัยคุกคาม ที่อาจผ?านพื้นที่ชายแดนเข@าสู?พื้นที่ของประเทศไทย และเพิ่มกลยุทธGในการสร@างแรงจูงใจให@ประชาชนเข@ามา มีส?วนร?วมมากขึ้น สนับสนุนบทบาทของผู@นำชุมชนในพื้นที่ให@ผลักดันการพัฒนาจากภายในชุมชน ตลอดจน สร@างความสัมพันธGในชุมชนเพ่ือร?วมดำเนินกิจกรรมพัฒนาและปZองกันความม่ันคงปลอดภัยในชุมชนตามแนวชายแดน กลยุทธRย/อยที่ ๑.๒ ปZองกันและแก@ไขภัยคุกคามทุกรูปแบบบริเวณพื้นที่ชายแดน โดยผลักดัน การหารือระหว?างไทยกับประเทศรอบบ@านผ?านกลไกความร?วมมือระหว?างประเทศในทุกระดับ โดยเฉพาะ อาชญากรรมข@ามชาติ ป̂ญหาการลักลอบตัดไม@และทำลายป°า ผู@หลบหนีเข@าเมือง และโรคติดต?ออุบัติใหม? กลยุทธRย/อยที่ ๑.๓ จัดทำระบบปZองกันพื้นที่ชายแดนของจังหวัดชายแดน โดยให@ความสำคัญ กับการนำเทคโนโลยีเข@ามาสนับสนุนการปZองกัน ปราบปราม และแก@ไขการกระทำอันผิดกฎหมายของไทย โดยเฉพาะ บริเวณช?องทางธรรมชาติ กลยุทธRหลักที่ ๒ การยกระดับและพัฒนาจุดผ/านแดนให#มีประสิทธิภาพในการปWองกันภัยคุกคามและ เช่ือมโยงเศรษฐกิจ การค#า และการสัญจรข#ามแดน กลยุทธRย/อยที ่ ๒.๑ พัฒนาระบบโครงสร@างพื ้นฐาน หรือจุดผ?านแดนประเภทต?าง ๆ เพื่ออำนวยความสะดวกด@านเศรษฐกิจ การค@า และการสัญจรข@ามแดน เพื่อเตรียมความพร@อมสำหรับการยกระดับ จุดผ?านแดนถาวรในอนาคต กลยุทธRย/อยที่ ๒.๒ พัฒนาระบบการสัญจรข@ามแดน ประกอบด@วย สินค@า ยานพาหนะ และการเดินทางข@ามแดน โดยเชื่อมโยงฐานข@อมูลระหว?างหน?วยงาน เพื่ออำนวยความสะดวกในการข@ามแดน และสามารถเฝZาระวังภัยคุกคามที่แฝงมากับการข@ามแดน กิจกรรมทางเศรษฐกิจของประชาชน และอาชญากรรม ข@ามชาติได@ กลยุทธRย/อยที่ ๒.๓ หารือร?วมกับประเทศรอบบ@านผ?านกลไกความร?วมมือระหว?างประเทศ ในทุกระดับ เพื่อผลักดันให@มีการยกระดับช?องทางธรรมชาติและจุดผ?านแดน ให@สอดคล@องกับแนวทางการยกระดับ ช?องทางธรรมชาติและจุดผ?านแดนของไทย กลยุทธRหลักที ่ ๓ การแก#ไขปaญหาเขตแดนระหว/างไทยกับประเทศรอบบ#าน โดยให#สมดุลระหว/าง ผลประโยชนRแห/งชาติและความสัมพันธRระหว/างประเทศ กลยุทธRย /อยที ่ ๓.๑ หยิบยกประเด็นการสำรวจและจัดทำหลักเขตแดนระหว?างไทย และประเทศรอบบ@านเข@าสู ?การหารือและพิจารณากำหนดแนวทางการดำเนินการ ภายใต@กลไกความร?วมมือ ระหว?างประเทศในทุกระดับ รวมถึงพิจารณาแนวทางร?วมในการใช@ประโยชนGพ้ืนท่ีชายแดน กลยุทธRย/อยที่ ๓.๒ สำรวจภูมิประเทศในพื้นที่ชายแดนเพื่อสนับสนุนกระบวนการสำรวจ และจัดทำหลักเขตแดน 52 ๕๓ กลยุทธRย/อยที่ ๓.๓ เสริมสร@างความรู@ความเข@าใจในประเด็นเขตแดนท่ีถูกต@องให@กับประชาชน โดยเฉพาะในพื ้นที ่ชายแดน เพื ่อให@ประชาชนใช@ประโยชนGพื ้นที ่ได@อย?างถูกต@อง พร@อมทั ้งปZองกันไม?ให@เกิด การกระทำท่ีอาจละเมิดข@อตกลงระหว?างประเทศ ๕. หน/วยงานเจ#าภาพรับผิดชอบบูรณาการขับเคล่ือน กระทรวงมหาดไทย 53 ๕๔ นโยบายและแผนความมั่นคงที่ ๔ การรักษาความมั่นคงและผลประโยชนTของชาติทางทะเล ๑. จุดมุ/งเน#น การเสริมสร@างความมั่นคงทางทะเลแบบองคGรวม ให@ปZองกันและแก@ไขป^ญหาภัยคุกคามทางทะเลที่สำคัญ อย?างต?อเนื่อง และความร?วมมือระหว?างภาคส?วนต?าง ๆ โดยคำนึงถึงการรักษาความมั่นคงทางทะเลและผลประโยชนG ของชาติทางทะเลให@มีความสมดุลและย่ังยืน และการบริหารจัดการองคGความรู@ทางทะเลท่ีมีประสิทธิภาพ ๒. ความเช่ือมโยงกับยุทธศาสตรRชาติ และ แผนแม/บทภายใต#ยุทธศาสตรRชาติ ๒.๑ ยุทธศาสตรRชาติด#านความม่ันคง เปWาหมาย บ@านเมืองมีความม่ันคงในทุกมิติและทุกระดับ ๒.๒ แผนแม/บทภายใต#ยุทธศาสตรRชาติ • ประเด็นความม่ันคง แผนย/อยการปWองกันและแก#ไขปaญหาท่ีมีผลกระทบต/อความม่ันคง เปWาหมาย ป^ญหาความมั่นคงที่มีอยู?ในป^จจุบัน (เช?น ป^ญหายาเสพติด ความมั่นคงทางไซเบอรG การค@ามนุษยG ฯลฯ) ได@รับการแก@ไขจนไม?ส?งผลกระทบต?อการบริหารและพัฒนาประเทศ ๓. เปWาหมาย ผลสัมฤทธ์ิ และตัวช้ีวัด เปWาหมายที่ ๑ ประเทศไทยสามารถปZองกันและแก@ไขป^ญหาความมั่นคงทางทะเลได@อย?างต?อเนื่องจนไม?ส?งผลกระทบ ต?อความม่ันคงและความปลอดภัยของประเทศ ผลสัมฤทธ์ิ ประเทศไทยมีขีดความสามารถและศักยภาพในการเฝZาระวัง ติดตาม ปZองกัน และแก@ไขป̂ญหาความม่ันคงทางทะเลในภาพรวมของประเทศเพ่ิมข้ึนส?งผลให@ประเทศมีความม่ันคงและปลอดภัย ตัวช้ีวัด ดัชนีความม่ันคงทางทะเลในภาพรวม อยู?ท่ี ๖๙ คะแนน ภายในปe ๒๕๗๐ เปWาหมายที่ ๒ ประเทศไทยมีการบริหารจัดการองคGความรู@ทางทะเลที่ช?วยสนับสนุนการรักษาความมั่นคง และผลประโยชนGของชาติทางทะเล ผลสัมฤทธิ์ ประเทศไทยมีองคGความรู@ทางทะเลที่สำคัญที่สนับสนุนการตัดสินใจเชิงนโยบาย ในการรักษาความมั่นคงและผลประโยชนGของชาติทางทะเล และประชาชนมีความรู@ ความเข@าใจ และความตระหนักรู@ เก่ียวกับทะเล ตัวชี้วัดที่ ๑ จำนวนองคGความรู@ทางทะเลที่สำคัญที่สนับสนุนการตัดสินใจของกลไกระดับ นโยบายของประเทศ อย?างน@อยปeละ ๑ ประเด็น ตัวชี้วัดที่ ๒ การสร@างองคGความรู@และความตระหนักรู@ทางทะเลให@แก?ภาคส?วนที่เกี ่ยวข@อง อย?างน@อยปeละ ๑ ประเด็น 54 ๕๕ ๔. กลยุทธR กลยุทธRหลักท่ี ๑ การส/งเสริมและพัฒนาศักยภาพเก่ียวกับการดำเนินการด#านความม่ันคงทางทะเล กลยุทธRย/อยที่ ๑.๑ พัฒนาขีดความสามารถของหน?วยงานที่เกี่ยวข@องในการปกปZองและรักษา ความมั่นคงทางทะเล ทั้งด@านสมรรถนะของอุปกรณGและเครื่องมือในการปฏิบัติงาน ระบบเทคโนโลยี รวมถึง ศักยภาพของบุคลากร โดยเฉพาะขีดความสามารถด@านการตรวจการณG การลาดตระเวน รวมถึงปฏิบัติการทางทะเล กลยุทธRย/อยที่ ๑.๒ ปZองกัน ปราบปราม และแก@ไขป^ญหาอาชญากรรมทางทะเล โดยเฉพาะ ป^ญหาโจรสลัดและการปล@นเรือโดยใช@อาวุธ การลักลอบค@าและขนส?งสินค@าผิดกฎหมาย รวมถึงการค@ามนุษยG และการโยกย@ายถ่ินฐานทางทะเลแบบไม?ปกติ กลยุทธRย/อยที่ ๑.๓ เสริมสร@างและใช@ประโยชนGจากความร?วมมือระหว?างประเทศเกี่ยวกับ ประเด็นทางทะเล โดยเฉพาะความร?วมมือกับประเทศเพ่ือนบ@าน อาเซียน และประเทศในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟÜก กลยุทธRย /อยที ่ ๑.๔ พัฒนาคุณภาพการบริหารจัดการของภาครัฐตามหลักธรรมาภิบาล โดยเฉพาะการจัดทำ พัฒนา ปรับปรุง กฎหมาย กฎ ระเบียบ หรือมาตรการที่เกี่ยวข@องกับกิจการทางทะเลให@สอดคล@อง กับสถานการณGป^จจุบันและอนุสัญญาระหว?างประเทศว?าด@วยกิจการทางทะเลฉบับต?าง ๆ โดยเฉพาะอนุสัญญา สหประชาชาติว?าด@วยกฎหมายทะเล ค.ศ. ๑๙๘๒ กลยุทธRย/อยที่ ๑.๕ สนับสนุนการเฝZาระวัง และรักษาความปลอดภัยทางทะเล ทั้งน?านน้ำ ภายในและนอกทะเลอาณาเขตของประเทศ โดยเฉพาะเส@นทางการเดินเรือ การขนส?งสินค@า ภัยพิบัติและอุบัติภัย ทางทะเล รวมถึงการดำเนินกิจกรรมอ่ืนท่ีเก่ียวข@องกับการรักษาผลประโยชนGของชาติทางทะเลของไทย กลยุทธRหลักท่ี ๒ การส/งเสริมการใช#ประโยชนRจากทะเลอย/างสมดุลและย่ังยืน ภายใต#แนวคิดเศรษฐกิจสีน้ำเงิน กลยุทธRย/อยที่ ๒.๑ ส?งเสริมการดำเนินกิจกรรมทางเศรษฐกิจภาคทะเลอย?างเปkนมิตรต?อสิ่งแวดล@อม โดยเฉพาะการท?องเท่ียว การประมง การพาณิชยนาวี และการขุดเจาะหรือสำรวจแหล?งพลังงานใต@ทะเล กลยุทธRย/อยท่ี ๒.๒ ส?งเสริมการบริหารจัดการประมงและการเพาะเลี้ยงทางทะเลอย?างถูกกฎหมาย และยั ่งยืน เพื ่อรักษาสมดุลของทรัพยากรสัตวGน้ำ รวมทั้งอนุรักษG ฟá àนฟูและคุ @มครองสิ ่งแวดล@อมทางทะเล โดยเฉพาะการแก@ไขป̂ญหามลพิษทางทะเลและขยะทะเล กลยุทธRย/อยที ่ ๒.๓ ส?งเสริมและพัฒนาแนวทางการปZองกันและแก@ไขป^ญหาการกัดเซาะ ชายฝ̂≤งทะเล เพ่ือรักษาระบบนิเวศทางทะเลและชายฝ̂≤ง รวมท้ังพ้ืนท่ีการใช@ประโยชนGจากทะเลและชายฝ̂≤ง กลยุทธRย/อยที่ ๒.๔ ส?งเสริมการมีส?วนร?วมของผู@มีส?วนได@ส?วนเสียและชุมชนบริเวณชายฝ̂≤ง และเกาะแก?งสามารถใช@ประโยชนGทางเศรษฐกิจจากทะเลได@อย?างยั ่งยืน โดยไม?ส?งผลต?อป^ญหาความมั ่นคง และผลประโยชนGของชาติทางทะเล กลยุทธRหลักท่ี ๓ การบริหารจัดการองคRความรู#ทางทะเล และการสร#างความตระหนักรู#ความสำคัญของทะเล กลยุทธ Rย /อยที ่ ๓.๑ ผล ักด ันการจ ัดต ั ้งองค Gกรจ ัดการความร ู @ทางทะเลในระยะนำร ?อง ภายใต@มหาวิทยาลัยในกำกับดูแลของรัฐ หรือคลังสมองทางทะเล (Maritime Think Tank) เพื่อรวบรวม ศึกษา วิจัย และพัฒนาองคGความรู @ด@านความมั่นคงทางทะเลแบบองคGรวม ตลอดจนมีบทบาทในการกำหนดยุทธศาสตรG หรือแผนในระดับนโยบาย ท้ังในเชิงสมุททานุภาพ (Sea Power) และสมุทราภิบาล (Ocean Governance) 55 ๕๖ กลยุทธRย/อยที่ ๓.๒ พัฒนาและขยายเครือข?ายความร?วมมือทางวิชาการเกี่ยวกับองคGความรู@ ทางทะเล เพื่อให@ทุกภาคส?วน โดยเฉพาะภาคประชาชน มีความรู@ ความเข@าใจ และตระหนักรู@ถึงความสำคัญ ของทะเลในทุกมิติ ๕. หน/วยงานเจ#าภาพรับผิดชอบบูรณาการขับเคล่ือน ศูนยGอำนวยการรักษาผลประโยชนGของชาติทางทะเล 56 ๕๗ นโยบายและแผนความมั่นคงที่ ๕ การป]องกันและแก,ไขป`ญหาจังหวัดชายแดนภาคใต, ๑. จุดมุ/งเน#น การลดการก?อเหตุรุนแรงและความสูญเสีย การพัฒนาทางเศรษฐกิจให@สอดคล@องกับวิถีชีวิตและศักยภาพ ของพ้ืนท่ี รวมท้ังเสริมสร@างความเข@มแข็งของสังคมในพ้ืนท่ีจังหวัดชายแดนภาคใต@ ๒. ความเช่ือมโยงกับยุทธศาสตรRชาติ และ แผนแม/บทภายใต#ยุทธศาสตรRชาติ ๒.๑ ยุทธศาสตรRชาติด#านความม่ันคง เปWาหมาย บ@านเมืองมีความม่ันคงในทุกมิติและทุกระดับ ๒.๒ แผนแม/บทภายใต#ยุทธศาสตรRชาติ • ประเด็นความม่ันคง แผนย/อยการปWองกันและแก#ไขปaญหาท่ีมีผลกระทบต/อความม่ันคง เปWาหมาย ภาคใต@มีความสงบสุข ร?มเย็น ๓. เปWาหมาย ผลสัมฤทธ์ิ และตัวช้ีวัด เปWาหมายท่ี ๑ จังหวัดชายแดนภาคใต@มีการก?อเหตุรุนแรงและความสูญเสียลดลง ผลสัมฤทธ์ิ ความรุนแรงและความสูญเสียจากสถานการณGความมั่นคงในพื้นที่จังหวัดชายแดน ภาคใต@ยุติลงในปe ๒๕๗๐ ตัวชี้วัด สถิติเหตุการณGความรุนแรงและความสูญเสียจากสถานการณGความมั่นคงในพ้ืนท่ีจังหวัด ชายแดนภาคใต@ ลดลงร@อยละ ๑๐๐ จากปeฐาน ๒๕๖๐ ภายในปe ๒๕๗๐ เปWาหมายท่ี ๒ จังหวัดชายแดนภาคใต@มีการพัฒนาทางเศรษฐกิจเพ่ิมข้ึน ผลสัมฤทธิ์ คุณภาพชีวิตของประชาชนดีขึ้น ด@วยการยกระดับการพัฒนาเศรษฐกิจได@อย?างเหมาะสม อันสอดคล@องกับวิถีชีวิตและความต@องการของประชาชน และศักยภาพของพ้ืนท่ีจังหวัดชายแดนภาคใต@ ตัวชี้วัด สถิติผลิตภัณฑGมวลรวมภาค (Gross Regional Product: GRP) ในพื้นที่จังหวัดชายแดน ภาคใต@เพ่ิมข้ึนทุกปe เปWาหมายท่ี ๓ ประชาชนมีความเช่ือม่ันต?อการแก@ไขป̂ญหาจังหวัดชายแดนภาคใต@ ผลสัมฤทธ์ิ การยอมรับและตระหนักถึงคุณค?าของการอยู?ร?วมกันบนความแตกต?างหลากหลาย ตัวชี้วัด การสร@างความเชื่อมั่นต?อการปZองกันและแก@ไขป^ญหาจังหวัดชายแดนภาคใต@ อย?างน@อย ร@อยละ ๘๐ ภายในปe ๒๕๗๐ ๔. กลยุทธR กลยุทธRหลักท่ี ๑ การเสริมสร#างความปลอดภัยและขจัดเง่ือนไขความรุนแรงในพ้ืนท่ีจังหวัดชายแดนภาคใต# กลยุทธRย /อยที ่ ๑.๑ เสร ิมสร@างขีดความสามารถในการรักษาความปลอดภัยในชีวิต และทรัพยGสินของประชาชน โดยเพิ่มประสิทธิภาพการเฝZาระวังความปลอดภัย การเฝZาตรวจพื้นที่เสี่ยง การสร@าง 57 ๕๘ ความเข@มแข็งของชุมชนและหมู?บ@าน ควบคู?กับการพัฒนาระบบงานด@านการข?าวกรองและฐานข@อมูลด@านความมั่นคง จังหวัดชายแดนภาคใต@ รวมทั้งยกระดับขีดความสามารถการบริหารจัดการชายแดนด@านความมั่นคงให@สามารถ ปZองกัน สกัดกั้น และยับยั้งการก?อเหตุรุนแรงและการกระทำความผิดในรูปแบบต?าง ๆ ตลอดจนเร?งรัดการแก@ไข ป̂ญหายาเสพติดและภัยแทรกซ@อนอ่ืน ๆ กลยุทธRย/อยที ่ ๑.๒ ขับเคลื ่อนกระบวนการพูดคุยเพื ่อสันติสุขจังหวัดชายแดนภาคใต@ ภายใต@เจตนารมณGของรัฐธรรมนูญแห?งราชอาณาจักรไทย บนพื้นฐานของความจริงใจ สมัครใจ และให@เกียรติ เพื่อเปkนทางออกของความขัดแย@งตามแนวทางสันติวิธี รวมทั้งเสริมสร@างสภาวะแวดล@อมที่เอื้อต?อกระบวนการพูดคุย เพื่อสันติสุขจังหวัดชายแดนภาคใต@ ควบคู?กับการศึกษาและแลกเปล่ียนความเห็นถึงความเปkนไปได@เกี ่ยวกับ ประเด็นการกระจายอำนาจท่ีเหมาะสมของพ้ืนท่ี กลยุทธRหลักท่ี ๒ การยกระดับการพัฒนาท่ีสอดคล#องกับวิถีชีวิตและบริบทของพ้ืนท่ีจังหวัดชายแดนภาคใต# กลยุทธRย/อยที่ ๒.๑ ยกระดับการพัฒนาเศรษฐกิจให@สอดคล@องกับวิถีชีวิตและความต@องการ ของประชาชน และความเหมาะสมกับศักยภาพของพื้นที ่ โดยพัฒนาและปรับปรุงโครงสร@างพื ้นฐานสำคัญ ให@ครอบคลุมการสร@างโอกาสการพัฒนาทางเศรษฐกิจที่อาศัยการนำความคิดสร@างสรรคGและนวัตกรรมมายกระดับ สินค@าและวัตถุดิบในพื้นที่ การส?งเสริมการเชื่อมโยงเครือข?ายกลุ?มธุรกิจให@เกื้อหนุนซึ่งกันและกัน การสนับสนุน การค@าชายแดนและการลงทุนขนาดใหญ? รวมทั้งการหนุนเสริมการพัฒนาเศรษฐกิจที่สอดรับกับบริบทของพื้นท่ี โดยเฉพาะธุรกิจฮาลาล การประมง และปศุสัตวG กลยุทธRย/อยท่ี ๒.๒ พัฒนาศักยภาพและคุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นท่ี โดยเสริมสร@าง องคGความรู@และทักษะท่ีจำเปkนอย?างทั่วถึงผ?านการพัฒนาคุณภาพการศึกษา การพัฒนาหลักสูตรที่สอดคล@องกับ ความต@องการและวิถีชีวิต การส?งเสริมการเรียนรู@ตลอดชีวิต การขยายโอกาสการเข@าถึงการศึกษาอย?างไม?เลือกปฏิบัติ เพื ่อให@การศึกษาที่เท?าเทียมและทั่วถึง (Inclusive Education) ทั ้งการศึกษาในระบบและนอกระบบของรัฐ และเอกชน การเสริมสร@างบทบาทของครอบครัวและชุมชนให@มีความเปkนปãกแผ?นและสามารถพึ่งพาตนเองได@ การส?งเสริมการเรียนและใช@ภาษาไทยควบคู?กับการใช@ภาษาที่หลากหลาย ตลอดจนการแก@ไขป^ญหาความยากจน และลดความเหล่ือมล้ำในพ้ืนท่ี กลยุทธRหลักท่ี ๓ การเสริมสร#างความเข#มแข็งของสังคมในพ้ืนท่ีจังหวัดชายแดนภาคใต# กลยุทธRย/อยที่ ๓.๑ พัฒนาการอำนวยความยุติธรรมและการเยียวยาผู@ได@รับผลกระทบ รวมท้ัง การลดเงื่อนไขความหวาดระแวงและฟáàนคืนความไว@เนื้อเชื่อใจต?อกัน โดยมุ?งเน@นการส?งเสริมการอำนวยความยุติธรรม และการบังคับใช@กฎหมายที่เปkนธรรมและไม?เลือกปฏิบัติ การส?งเสริมกระบวนการเยียวยาของภาครัฐให@มี ความรวดเร็ว เปkนธรรม และครอบคลุมทั่วถึง การเสริมสร@างประสิทธิภาพของมาตรการคุ@มครองสิทธิและเสรีภาพ ของประชาชน ตลอดจนส?งเสริมกระบวนการยุติธรรมทางเลือกท่ีเก่ียวข@องกับวิถีชีวิตและวัฒนธรรมของพ้ืนท่ี กลยุทธRย/อยที่ ๓.๒ ส?งเสริมการยอมรับและตระหนักถึงคุณค?าของการอยู?ร?วมกันบนความแตกต?าง หลากหลาย โดยสนับสนุนการดำเนินวิถีชีวิตตามหลักศาสนา การสร@างพื้นที่กลางและสภาวะแวดล@อมที่เอื้อต?อ การปฏิสัมพันธG การพัฒนาทักษะทางวัฒนธรรม การเสริมสร@างความไว@เนื้อเชื่อใจระหว?างประชาชนกับประชาชน 58 ๕๙ การฟáàนฟูและสร@างความตระหนักรู@ถึงความเปkนเอกลักษณGร?วมในพื้นที่ที่มีมาตั้งแต?อดีต และไม?มีการแบ?งแยก ตลอดจนขจัดการเลือกปฏิบัติทางวัฒนธรรม เพ่ือให@ประชาชนในพ้ืนท่ีรู@สึกถึงการเปkนส?วนหน่ึงของสังคมไทย กลยุทธRหลักที่ ๔ การเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการของภาครัฐ และการประสานความร/วมมือกับภาคส/วน ท่ีเก่ียวข#องในการปWองกันและแก#ไขปaญหาจังหวัดชายแดนภาคใต# กลยุทธRย/อยที่ ๔.๑ เพิ ่มประสิทธิภาพการแก@ไขป^ญหาจังหวัดชายแดนภาคใต@ให@มีเอกภาพ ประสิทธิภาพ และประสานสอดคล@อง โดยบูรณาการการแก@ไขป^ญหาจังหวัดชายแดนภาคใต@ ทั้งมิติด@านความมั่นคง และด@านการพัฒนาอันเปkนไปตามหลักธรรมาภิบาล การเสริมสร@างความเข@าใจและพัฒนาขีดความสามารถเจ@าหน@าท่ี ของรัฐให@มีความรู@และทักษะที่จำเปkนต?อการปฏิบัติงานในพื้นที่ การส?งเสริมการประยุกตGใช@งานวิจัยทางวิชาการ เพื ่อสนับสนุนการแก@ไขป^ญหาจังหวัดชายแดนภาคใต@ ตลอดจนการติดตามและประเมินผลการขับเคลื ่อนงาน อย?างเปkนระบบ กลยุทธRย/อยที่ ๔.๒ เสริมสร@างความรับรู@ให@กับสังคมภายในและภายนอกพื้นที่จังหวัดชายแดน ภาคใต@ให@มีความเข@าใจต?อสถานการณG โดยมีการประชาสัมพันธGเชิงรุกอย?างบูรณาการด@วยการปZองกันและแก@ไข การนำเสนอข@อมูลที่อาจก?อให@เกิดความขัดแย@งในสังคม การชี้แจงและทำความเข@าใจต?อสถานการณGในพื้นท่ี และแนวนโยบายของภาครัฐแก?ประชาชนในพื้นที่ สังคมนอกพื้นที่ และต?างประเทศ ตลอดจนเร?งรัดการชี้แจง กรณีที่เปkนประเด็นความห?วงกังวลที่เกิดขึ้นทั้งในและต?างประเทศได@อย?างทันท?วงที การเสริมสร@างความตระหนักรู@ ของหน?วยงานภาครัฐต?อประเด็นที่มีนัยละเอียดอ?อนและเปkนที่สนใจของประชาคมระหว?างประเทศ เพื่อหลีกเลี่ยง การส่ือสารท่ีบิดเบือนข@อเท็จจริงและก?อให@เกิดความเข@าใจท่ีคลาดเคล่ือน กลยุทธRย /อยที ่ ๔.๓ เสริมสร@างความร?วมมือเชิงสร@างสรรคGกับภาคส?วนที ่เก ี ่ยวข@อง ทั ้งในและต?างประเทศ เพื ่อแก@ไขป^ญหาและพัฒนาพื้นที ่จังหวัดชายแดนภาคใต@ โดยประสานความร?วมมือ เชิงสร@างสรรคGกับภาคส?วนที่เกี่ยวข@องทั้งภายในประเทศและต?างประเทศ ผ?านกรอบความร?วมมือและกลไกต?าง ๆ รวมทั้งพัฒนาเครือข?ายการทำงานร?วมกันระหว?างภาครัฐกับภาคีเครือข?ายนอกภาครัฐ และการเสริมสร@าง ความไว@วางใจระหว?างภาครัฐกับเครือข?ายองคGการระหว?างประเทศ และองคGกรภาคประชาสังคมต?าง ๆ ท่ีดำเนินกิจกรรม ในพ้ืนท่ีจังหวัดชายแดนภาคใต@ ๕. หน/วยงานเจ#าภาพรับผิดชอบบูรณาการขับเคล่ือน สำนักงานสภาความม่ันคงแห?งชาติ 59 ๖๐ นโยบายและแผนความมั่นคงที่ ๖ การบริหารจัดการผู,หลบหนีเข,าเมืองและผู,โยกย,ายถิ่นฐานแบบไม:ปกติ ๑. จุดมุ/งเน#น การบริหารจัดการผู@มีป^ญหาสถานะและสิทธิบุคคล แรงงานต?างด@าว กลุ?มที่มีความเปราะบางต?อความมั่นคง และความสัมพันธGระหว?างประเทศ ผู@โยกย@ายถิ่นฐานแบบไม?ปกติ รวมถึงผู@ได@รับการคุ@มครองหรือผู@อยู?ระหว?าง คัดกรองสถานะ ท่ีไม?สามารถเดินทางกลับประเทศอันเปkนภูมิลำเนาได@ ให@มีความสมดุลระหว?างมิติความมั่นคง ความสัมพันธGระหว?างประเทศ และหลักสิทธิมนุษยชน ๒. ความเช่ือมโยงกับยุทธศาสตรRชาติ และ แผนแม/บทภายใต#ยุทธศาสตรRชาติ ๒.๑ ยุทธศาสตรRชาติด#านความม่ันคง เปWาหมาย บ@านเมืองมีความม่ันคงในทุกมิติและทุกระดับ ๒.๒ แผนแม/บทภายใต#ยุทธศาสตรRชาติ • ประเด็นความม่ันคง แผนย/อยการปWองกันและแก#ไขปaญหาท่ีมีผลกระทบต/อความม่ันคง เปWาหมาย ป^ญหาความมั่นคงที่มีอยู?ในป^จจุบัน (เช?น ป^ญหายาเสพติด ความมั่นคงทางไซเบอรG การค@ามนุษยG ฯลฯ) ได@รับการแก@ไขจนไม?ส?งผลกระทบต?อการบริหารและพัฒนาประเทศ ๓. เปWาหมาย ผลสัมฤทธ์ิ และตัวช้ีวัด เปWาหมายท่ี ๑ ผู@มีป̂ญหาสถานะและสิทธิบุคคลมีจำนวนลดลง และได@รับการดูแลตามหลักมนุษยธรรม ผลสัมฤทธ์ิ ผู @มีป^ญหาสถานะและสิทธิบุคคลได@รับสถานะอยู?ในราชอาณาจักรอย?างถูกต@อง ตามกฎหมายเพ่ิมข้ึน ตัวชี้วัด จำนวนผู@มีป^ญหาสถานะและสิทธิบุคคลที่ได@รับสถานะอยู?ในราชอาณาจักรอย?างถูกต@อง ตามกฎหมาย เพ่ิมข้ึนร@อยละ ๓๐ ภายในปe ๒๕๗๐ เปWาหมายที่ ๒ แรงงานต?างด@าวสัญชาติกัมพูชา ลาว เมียนมา และเวียดนาม มีจำนวนการลักลอบหลบหนี เข@าเมืองลดลง ผลสัมฤทธิ์ แรงงานต?างด@าวสัญชาติกัมพูชา ลาว เมียนมา และเวียดนาม มีการจดทะเบียนถูกต@อง ตามกฎหมายเพ่ิมข้ึน ตัวชี ้วัด จำนวนแรงงานต?างด@าวสัญชาติกัมพูชา ลาว เมียนมา และเวียดนาม อย?างถูกต@อง ตามกฎหมาย เพ่ิมข้ึนร@อยละ ๓๐ ภายในปe ๒๕๗๐ เปWาหมายที่ ๓ การบริหารจัดการเพื่อปZองกันและแก@ไขป^ญหาผู@หลบหนีเข@าเมืองกลุ?มเปราะบางต?อความมั่นคง และความสัมพันธGระหว?างประเทศ ผู@โยกย@ายถิ่นฐานแบบไม?ปกติ ผู@ได@รับการคุ@มครอง รวมถึงผู@อยู?ระหว?างคัดกรอง สถานะท่ีไม?สามารถเดินทางกลับประเทศอันเปkนภูมิลำเนาได@อย?างเปkนระบบ 60 ๖๑ ผลสัมฤทธิ์ ประเทศไทยมีระบบและมาตรการการบริหารจัดการผู@หลบหนีเข@าเมืองกลุ?มเปราะบาง ต?อความมั่นคงและความสัมพันธGระหว?างประเทศ ผู@โยกย@ายถิ่นฐานแบบไม?ปกติ รวมถึงผู@ได@รับการคุ@มครองหรือ ผู@อยู?ระหว?างคัดกรองสถานะที่ไม?สามารถเดินทางกลับประเทศอันเปkนภูมิลำเนาได@ เพื่อเปkนเครื่องมือในการบริหารจัดการ โดยคำนึงถึงความสมดุลระหว?างมิติความม่ันคง ความสัมพันธGระหว?างประเทศ และหลักสิทธิมนุษยชน ตัวชี้วัด การจัดวางระบบปZองกัน กระบวนการ และหลักเกณฑGบริหารจัดการผู@หลบหนีเข@าเมือง กลุ?มเปราะบางต?อความมั่นคงและความสัมพันธGระหว?างประเทศ ผู@โยกย@ายถิ่นฐานแบบไม?ปกติ รวมถึงผู@ได@รับ การคุ@มครองหรือผู@อยู?ระหว?างคัดกรองสถานะ ท่ีไม?สามารถเดินทางกลับประเทศอันเปkนภูมิลำเนาได@ ภายในปe ๒๕๗๐ ๔. กลยุทธR กลยุทธRหลักท่ี ๑ การปWองกันและแก#ไขปaญหาผู#หลบหนีเข#าเมืองกลุ/มท่ีมีปaญหาสถานะและสิทธิของบุคคล กลยุทธRย/อยที่ ๑.๑ เร?งรัดการจัดทำสถานะบุคคลให@แก?ผู @มีป^ญหาสถานะและสิทธิที ่ได@รับ การสำรวจจัดทำทะเบียนประวัติไว@แล@ว กลยุทธRย/อยที่ ๑.๒ ทบทวน ปรับปรุง และพัฒนากฎหมายที่มีอยู ?เพื ่อขจัดป^ญหาอุปสรรค หรือการขัดกันของกฎ ระเบียบ และหลักเกณฑGที ่เกี ่ยวข@องกับป^ญหาผู@หลบหนีเข@าเมืองกลุ?มที่มีป^ญหาสถานะ และสิทธิของบุคคล กลยุทธRย/อยที่ ๑.๓ คุ@มครองสิทธิและส?งเสริมสวัสดิการ อาทิ ด@านการศึกษา ด@านสาธารณสุข และด@านการทำงานของกลุ ?มที ่มีป^ญหาสถานะและสิทธิของบุคคลให@เข@าถึงและเปkนไปตามกฎหมายภายใน และพันธกรณีระหว?างประเทศที่ไทยเปkนรัฐภาคี รวมทั้งการมีกองทุนสนับสนุนงบประมาณรองรับการดำเนินงาน ท่ีเก่ียวข@อง กลยุทธRย/อยที่ ๑.๔ จัดทำฐานข@อมูลที่เปkนข@อมูลมัธยฐานเกี่ยวกับสถิติผู @หลบหนีเข@าเมือง กลุ?มท่ีมีป̂ญหาสถานะและสิทธิของบุคคล กลยุทธRหลักท่ี ๒ การปWองกันและการแก#ไขปaญหาผู#หลบหนีเข#าเมืองกลุ/มแรงงานต/างด#าวผิดกฎหมาย กลยุทธRย/อยที่ ๒.๑ บังคับใช@กฎหมายที่เกี่ยวข@องในการตรวจสอบและจับกุมแรงงานต?างด@าว ผิดกฎหมาย ผู@ประกอบการ รวมถึงผู@จัดหาแรงงานต?างด@าวผิดกฎหมายอย?างต?อเน่ือง กลยุทธRย/อยที่ ๒.๒ ทบทวนหรือปรับปรุงบันทึกความเข@าใจว?าด@วยการจ@างงานระหว?างรัฐบาล ไทย – กัมพูชา ลาว เมียนมา และเวียดนาม รวมทั้งบันทึกข@อตกลงว?าด@วยการจ@างงานเพื่อส?งเสริมการจ@างงาน อย?างถูกกฎหมาย กลยุทธRย/อยที่ ๒.๓ บูรณาการความร?วมมือระหว?างภาครัฐ ภาคส?วนที่เกี่ยวข@อง และประเทศต@นทาง ในการเร?งรัดกำหนดมาตรการแก@ไขป^ญหากลุ?มผู @ติดตามแรงงานต?างด@าว อาทิ บุตร บิดา มารดา และญาติ ของแรงงานต?างด@าวที่ติดตามเข@ามาในราชอาณาจักรแต?ไม?ได@ทำงาน และกำหนดมาตรการเฉพาะในการจัดการ กับกลุ?มแรงงานต?างด@าวท่ีไม?ผ?านการพิสูจนGสัญชาติจากประเทศต@นทาง กลยุทธRย/อยที่ ๒.๔ ส?งเสริมความร?วมมือกับประเทศต@นทาง เพื่อเร?งรัดการออกหนังสือ เดินทางหรือเอกสารแสดงตน 61 ๖๒ กลยุทธRหลักที่ ๓ การปWองกันและแก#ไขปaญหาผู#หลบหนีเข#าเมืองกลุ/มเปราะบางต/อความมั่นคงและความสัมพันธR ระหว/างประเทศ ผู#โยกย#ายถ่ินฐานแบบไม/ปกติ และกลุ/มอ่ืน ๆ ตามระเบียบท่ีเก่ียวข#อง กลยุทธRย/อยที่ ๓.๑ เพิ่มความเข@มข@นในการสกัดกั้นและปZองกันการหลบหนีเข@าเมืองเปkนพิเศษ ของกลุ?มเปราะบางต?อความม่ันคงและความสัมพันธGระหว?างประเทศ รวมถึงผู@โยกย@ายถ่ินฐานแบบไม?ปกติ กลยุทธRย/อยที่ ๓.๒ จัดระบบการตรวจสอบและติดตามการเคลื่อนไหวของผู@หลบหนีเข@าเมือง และผู@โยกย@ายถิ่นฐานแบบไม?ปกติอันจะมีผลกระทบต?อความมั่นคงและป^ญหาความสัมพันธGระหว?างประเทศ อย?างใกล@ชิด กลยุทธRย/อยที่ ๓.๓ ชี้แจงและทำความเข@าใจกับประเทศที่เกี่ยวข@องและองคGการระหว?างประเทศ เกี่ยวกับการดำเนินการของฝ°ายไทยในประเด็นการบริหารจัดการผู@หลบหนีเข@าเมือง กลุ?มเปราะบางต?อความมั่นคง และความสัมพันธGระหว?างประเทศ และผู@โยกย@ายถิ่นฐานแบบไม?ปกติ เพื่อให@เกิดภาพลักษณGที่ดีต?อประเด็น ด@านสิทธิมนุษยชน กลยุทธRย/อยที่ ๓.๔ แสวงหาความร?วมมือกับประเทศต@นทาง ประเทศทางผ?าน องคGการ ระหว?างประเทศ และองคGกรพัฒนาเอกชน ทั้งในระดับทวิภาคีและพหุภาคี เพื่อสกัดกั้นและปZองกันการเดินทาง เข@าสู?ประเทศไทย รวมถึงเตรียมพร@อมในการเดินทางกลับมาตุภูมิ หรือการส?งไปประเทศที่สาม โดยคำนึงถึง กฎหมายภายในและหลักสิทธิมนุษยชน กลยุทธRย/อยที่ ๓.๕ พัฒนาและเพิ่มประสิทธิภาพระบบตรวจคนเข@าเมืองและฐานข@อมูล คนเข@าเมืองให@ทันสมัยและเชื่อมโยงระหว?างหน?วยงานของรัฐ เพ่ือเพิ่มประสิทธิภาพในการตรวจสอบและติดตาม บุคคลต?างด@าวท่ีเดินทางเข@า – ออก และพำนักในประเทศไทย กลยุทธRย/อยที่ ๓.๖ กำหนดมาตรการที่เหมาะสมต?อกลุ?มเปZาหมายให@สอดคล@องกับกฎหมาย ว?าด@วยการคัดกรองคนต?างด@าวท่ีเข@ามาในราชอาณาจักรและไม?สามารถเดินทางกลับประเทศอันเปkนภูมิลำเนาได@ ๕. หน/วยงานเจ#าภาพรับผิดชอบบูรณาการขับเคล่ือน กองอำนวยการรักษาความม่ันคงภายในราชอาณาจักร 62 ๖๓ นโยบายและแผนความมั่นคงที่ ๗ การป]องกันและแก,ไขป`ญหาการค,ามนุษยT ๑. จุดมุ/งเน#น การยกระดับสถานะและเพิ่มขีดสมรรถนะของประเทศไทยในการปZองกันและแก@ไขป^ญหาการค@ามนุษยG ให@ได@รับการยอมรับจากสากล ๒. ความเช่ือมโยงกับยุทธศาสตรRชาติ และ แผนแม/บทภายใต#ยุทธศาสตรRชาติ ๒.๑ ยุทธศาสตรRชาติด#านความม่ันคง เปWาหมาย บ@านเมืองมีความม่ันคงในทุกมิติและทุกระดับ ๒.๒ แผนแม/บทภายใต#ยุทธศาสตรRชาติ • ประเด็นความม่ันคง แผนย/อยการปWองกันและแก#ไขปaญหาท่ีมีผลกระทบต/อความม่ันคง เปWาหมาย ป^ญหาความมั่นคงที่มีอยู?ในป^จจุบัน (เช?น ป^ญหายาเสพติด ความมั่นคงทางไซเบอรG การค@ามนุษยG ฯลฯ) ได@รับการแก@ไขจนไม?ส?งผลกระทบต?อการบริหารและพัฒนาประเทศ ๓. เปWาหมาย ผลสัมฤทธ์ิ และตัวช้ีวัด เปWาหมายท่ี ๑ การยกระดับสถานะของประเทศไทยในการปZองกันและแก@ไขป̂ญหาการค@ามนุษยG ผลสัมฤทธ์ิ ประเทศไทยแก@ไขป^ญหาการค@ามนุษยGดีขึ้นอย?างต?อเนื่องจนไม?ส?งผลกระทบต?อภาพลักษณG เศรษฐกิจ การบริหาร และการพัฒนาประเทศ ตัวชี ้ว ัด ร@อยละความสำเร็จของประเทศไทยในการปZองกันและแก@ไขป^ญหาการค@ามนุษยG ในระดับนานาชาติ ไม?น@อยกว?าร@อยละ ๘๕ ภายในปe ๒๕๗๐ เปWาหมายท่ี ๒ ประเทศไทยสามารถปZองกันและแก@ไขป̂ญหาการค@ามนุษยGได@อย?างมีประสิทธิภาพและเปkนรูปธรรม ผลสัมฤทธิ์ หน?วยงานที่เกี่ยวข@องและบุคลากรที่ปฏิบัติงานมีศักยภาพในการปZองกันและแก@ไข ป̂ญหาการค@ามนุษยGดีข้ึน รวมท้ังสามารถบูรณาการการทำงานกับทุกภาคส?วนเพ่ือต?อต@านการค@ามนุษยGร?วมกัน ตัวช้ีวัดท่ี ๑ การปราบปรามและดำเนินคดีเก่ียวกับการค@ามนุษยG เพ่ิมข้ึนร@อยละ ๘๕ ภายในปe ๒๕๗๐ ตัวชี้วัดที่ ๒ แรงงานที่ได@รับการคุ@มครองตามกฎหมายและพันธกรณีระหว?างประเทศ เพิ่มข้ึน ร@อยละ ๘๕ ภายในปe ๒๕๗๐ ตัวชี้วัดที่ ๓ ผู@เสียหายจากการค@ามนุษยGและผู@เสียหายจากการบังคับใช@แรงงานหรือบริการที่ได@รับ การคุ@มครองตามกฎหมายและมาตรฐานสากล เพ่ิมข้ึนร@อยละ ๘๕ ภายในปe ๒๕๗๐ ตัวชี้วัดที่ ๔ การพัฒนาศักยภาพภาคีเครือข?ายในการปZองกันและแก@ไขป^ญหาการค@ามนุษยG เพ่ิมข้ึนร@อยละ ๕ จากผลการดำเนินงานของปeท่ีผ?านมา 63 ๖๔ ๔. กลยุทธR กลยุทธRหลักท่ี ๑ การยกระดับความเช่ือม่ันการปWองกันและแก#ไขปaญหาการค#ามนุษยRในระดับสากล กลยุทธRย/อยที่ ๑.๑ เร?งรัดการบริหารจัดการคดีค@ามนุษยG โดยมีการดำเนินคดีทางอาญา กับผู@กระทำความผิดฐานค@ามนุษยG กลยุทธRย/อยที่ ๑.๒ ส?งเสริมความร?วมมือและประสานงานกับภาคประชาสังคมภายในประเทศ และต?างประเทศในการสืบสวนสอบสวนการค@ามนุษยG กลยุทธRย/อยที่ ๑.๓ เพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินการกับเจ@าหน@าที่รัฐที่เกี่ยวข@องกับกระบวนการ ค@ามนุษยGท้ังทางอาญาและวินัย กลยุทธRย/อยที่ ๑.๔ เพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการแรงงานกลุ?มเปราะบางที่เกี่ยวข@องกับ กระบวนการนำเข@าและอนุญาตทำงานของคนต?างด@าวแบบถูกกฎหมาย โดยใช@กลไกการขับเคลื่อนและบูรณาการ การทำงานกับหน?วยงานที่เกี่ยวข@องในการปZองกันและแก@ไขป^ญหาแรงงานบังคับและการค@ามนุษยGของแรงงานไทย และแรงงานต?างด@าว กลยุทธRย/อยที่ ๑.๕ ปZองกัน คุ@มครอง และแก@ไขป^ญหาแรงงานประมงผิดกฎหมาย รวมท้ัง ส?งเสริมการตรวจติดตามเฝZาระวังเรือประมง กลยุทธRย/อยที่ ๑.๖ เสริมสร@างความเข@าใจ การรับรู@และบูรณาการความร?วมมือในการปZองกัน และปราบปรามการค@ามนุษยGของประเทศไทยแก?นานาประเทศ กลยุทธRย/อยที่ ๑.๗ เพิ่มประสิทธิภาพในการคุ@มครองช?วยเหลือผู@เสียหายจากการค@ามนุษยG และกลุ?มเส่ียงอย?างเปkนระบบ กลยุทธRย/อยท่ี ๑.๘ เพ่ิมประสิทธิภาพกระบวนการปZองกันและปราบปรามป̂ญหาการค@าประเวณี และบริการทางเพศในกลุ?มเด็กและเยาวชน กลยุทธRย/อยที่ ๑.๙ เพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินการปZองกัน ปราบปราม และแก@ไขป^ญหา การค@ามนุษยGท่ีเก่ียวข@องกับการกระทำความผิดผ?านแพลตฟอรGมออนไลนG กลยุทธRหลักท่ี ๒ การพัฒนาขีดความสามารถและสมรรถนะในการปWองกันและแก#ไขปaญหาการค#ามนุษยR กลยุทธRย/อยที่ ๒.๑ จัดทำ ปรับปรุง ระเบียบที่เกี่ยวข@อง และพัฒนากฎหมายที่เกี่ยวข@อง ให@มีประสิทธิภาพ เพ่ือการต?อต@านการค@ามนุษยG กลยุทธRย/อยที ่ ๒.๒ เสริมสร@างความรู @ความเข@าใจ ทักษะ และพัฒนาศักยภาพให@แก? คณะสหวิชาชีพ เจ@าหน@าที่รัฐ และผู@ปฏิบัติงานที่เกี่ยวข@อง โดยเฉพาะเจ@าพนักงานตำรวจ และพนักงานฝ°ายปกครอง ในการบังคับใช@กฎหมายที่เกี่ยวข@องกับการดำเนินคดีค@ามนุษยG รวมทั้งเทคนิคการสืบสวนสอบสวนอย?างมีประสิทธิภาพ และทันต?อการเปล่ียนแปลงของสภาวะแวดล@อมและบริบทต?าง ๆ กลยุทธRย/อยที่ ๒.๓ เสริมสร@างความรู@ความเข@าใจของพนักงานอัยการและผู@พิพากษาเกี่ยวกับ ข้ันตอนการดำเนินงาน โดยคำนึงถึงบาดแผลทางใจให@แก?ผู@เสียหายจากการค@ามนุษยG กลยุทธRย/อยที่ ๒.๔ จัดทำและพัฒนาหลักสูตรการเรียนการสอนในสถานศึกษาเพื่อให@เด็ก และเยาวชนสามารถปZองกันตนเองจากการค@ามนุษยG 64 ๖๕ กลยุทธRย/อยที่ ๒.๕ ส?งเสริมความร?วมมือการสร@างภาคีเครือข?ายนอกภาครัฐให@เปkนหุ@นส?วน เชิงยุทธศาสตรGกับภาครัฐ เพื่อให@ตระหนักถึงป̂ญหาการค@ามนุษยGและนำไปสู?การเฝZาระวังและแจ@งเตือนสถานการณG ท่ีเก่ียวข@องกับการค@ามนุษยG กลยุทธRย/อยที่ ๒.๖ ส?งเสริมการดำเนินนโยบายเชิงรุกให@ภาคเอกชนมีการอบรมให@ความรู@ กับพนักงานหรือลูกจ@างเกี ่ยวกับแนวทางการปZองกัน การคุ @มครองความเสียหาย และการรักษาสวัสดิภาพ ในกรณีหากตกเปkนเหย่ือการค@ามนุษยG กลยุทธRย/อยที่ ๒.๗ พัฒนาระบบบูรณาการฐานข@อมูลด@านการค@ามนุษยGระหว?างหน?วยงาน ที่เกี่ยวข@อง เพื่อติดตามการดำเนินงานและนำมาใช@ประกอบการตัดสินใจเชิงนโยบาย โดยเฉพาะการเชื่อมโยง ฐานข@อมูลแรงงานในเรือประมงให@เปkนป̂จจุบัน กลยุทธRย/อยที ่ ๒.๘ ส?งเสริมและพัฒนาการใช@นวัตกรรมและเทคโนโลยีในการปZองกัน และแก@ไขป^ญหาการค@ามนุษยG โดยเฉพาะการปราบปรามการแสวงประโยชนGทางเพศต?อเด็กทางอินเทอรGเน็ต การสืบสวนสอบสวนเพ่ือให@ได@มาซ่ึงเส@นทางการเงินและทรัพยGสิน ๕. หน/วยงานเจ#าภาพรับผิดชอบบูรณาการขับเคล่ือน กระทรวงการพัฒนาสังคมและความม่ันคงของมนุษยG 65 ๖๖ นโยบายและแผนความมั่นคงที่ ๘ การป]องกัน ปราบปราม และแก,ไขป`ญหายาเสพติด ๑. จุดมุ/งเน#น การปZองกันประชากรทุกกลุ?มเปZาหมายไม?ให@เข@าไปเกี่ยวข@องกับยาเสพติด การสกัดกั้นและปราบปราม ขบวนการค@ายาเสพติด ตลอดจนการบำบัด รักษา และฟáàนฟูผู@ติดยาเสพติดให@เกิดการยอมรับจากสังคม ๒. ความเช่ือมโยงกับยุทธศาสตรRชาติ และ แผนแม/บทภายใต#ยุทธศาสตรRชาติ ๒.๑ ยุทธศาสตรRชาติด#านความม่ันคง เปWาหมาย บ@านเมืองมีความม่ันคงในทุกมิติและทุกระดับ ๒.๒ แผนแม/บทภายใต#ยุทธศาสตรRชาติ • ประเด็นความม่ันคง แผนย/อยการปWองกันและแก#ไขปaญหาท่ีมีผลกระทบต/อความม่ันคง เปWาหมาย ป^ญหาความมั่นคงที่มีอยู?ในป^จจุบัน (เช?น ป^ญหายาเสพติด ความมั่นคงทางไซเบอรG การค@ามนุษยG ฯลฯ) ได@รับการแก@ไขจนไม?ส?งผลกระทบต?อการบริหารและพัฒนาประเทศ ๓. เปWาหมาย ผลสัมฤทธ์ิ และตัวช้ีวัด เปWาหมายท่ี ๑ การปZองกันประชากรทุกกลุ?มเปZาหมายไม?ให@เข@าไปเก่ียวข@องกับยาเสพติด ผลสัมฤทธ์ิ ประชากรทุกกลุ?มเปZาหมายได@รับการปZองกันจากยาเสพติด ตัวชี้วัด สัดส?วนของผู@ที่เกี่ยวข@องกับยาเสพติดต?อประชากรลดลง ๘ คน ต?อประชากร ๑,๐๐๐ คน ภายในปe ๒๕๗๐ เปWาหมายท่ี ๒ การสกัดก้ันและปราบปรามเครือข?ายการค@ายาเสพติดในประเทศและอาชญากรรมข@ามชาติ ผลสัมฤทธิ์ ประเทศไทยสามารถสกัดกั้นยาเสพติด ปราบปราม และทำลายเครือข?ายการค@า ยาเสพติดรายสำคัญ ด@วยมาตรการทางทรัพยGสิน ตัวชี้วัดที่ ๑ คดียาเสพติดที่มีการสืบสวนขยายผลจากการจับกุมผู@กระทำความผิดเกี่ยวกับ ยาเสพติดตามประมวลกฎหมายยาเสพติด เพ่ิมข้ึนร@อยละ ๑ จากผลการดำเนินงานของปeท่ีผ?านมา ตัวชี้วัดที่ ๒ การสกัดกั้นยาเสพติดตามแนวชายแดนเปรียบเทียบกับปริมาณที่จับกุมยาเสพติด ท้ังประเทศ เพ่ิมข้ึนร@อยละ ๕ จากผลการดำเนินงานของปeท่ีผ?านมา เปWาหมายที่ ๓ ผู@เสพยาเสพติดมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นสามารถใช@ชีวิตอยู?ในสังคมได@อย?างปกติสุขไม?ส?งผลกระทบ ต?อสังคม และไม?หวนกลับเข@าสู?วงจรยาเสพติด ผลสัมฤทธิ์ ผู@เสพยาเสพติดที่เข@าสู?กระบวนการบำบัดรักษาและปรับเปลี่ยนพฤติกรรมมีคุณภาพชีวิต ท่ีดีข้ึน ตัวชี้วัด ผู@เสพยาเสพติดที่เข@าสู?กระบวนการบำบัดรักษาและปรับเปลี่ยนพฤติกรรมให@มีคุณภาพชีวิต ท่ีดีข้ึนเพ่ิมข้ึนร@อยละ ๒ จากปe ๒๕๖๙ ในปe ๒๕๗๐ 66 ๖๗ ๔. กลยุทธR กลยุทธRหลักท่ี ๑ การเสริมสร#างความเข#มแข็งในระดับปaจเจกบุคคล ครอบครัว ชุมชน และสังคมให#มีภูมิคุ#มกัน และสภาวะแวดล#อมท่ีเอ้ือต/อการสร#างพ้ืนท่ีปลอดภัยและลดความต#องการยาเสพติด กลยุทธRย/อยท่ี ๑.๑ สร@างภูมิคุ @มกันระดับบุคคล ด@วยการเสริมสร@างทัศนคติและความรู@ เท?าทันยาเสพติด ทั้งการเสพและการค@า รวมถึงการพัฒนาคุณภาพชีวิตและส?งเสริมกิจกรรมเชิงสร@างสรรคG ให@สอดคล@องกับแต?ละกลุ?มเปZาหมาย ทั้งรูปแบบ เนื้อหา วิธีการ และช?องทางการสื่อสาร และให@ความสำคัญ กับการมีส?วนร?วมของกลุ?มเปZาหมายในทุกข้ันตอน กลยุทธRย/อยท่ี ๑.๒ สร@างความเข@มแข็งในสถาบันครอบครัวและชุมชน เพื่อเปkนกลไกปZองกัน ยาเสพติด และดูแลประคับประคองกลุ?มเปZาหมายที่มีความเสี่ยง เพื่อลดโอกาสการเข@าไปเกี่ยวข@องกับยาเสพติด ท้ังการเสพและการค@า กลยุทธRย/อยท่ี ๑.๓ สร@างการมีส?วนร?วมจากทุกภาคส?วน พัฒนา เสริมสร@างกลไก เครือข?าย ทางสังคมในการเฝZาระวัง ปZองกัน พัฒนาป^จจัยบวก และควบคุมป^จจัยเสี่ยง เพื่อให@สังคมเกิดสภาวะแวดล@อม ท่ีปลอดภัยจากยาเสพติด กลยุทธRย/อยท่ี ๑.๔ เฝZาระวัง ปZองกัน และสร@างความรู@เท?าทันยาเสพติดบนพื้นที่เสมือน (Cyber Space) กลยุทธRหลักท่ี ๒ การลดอุปทานยาเสพติดและปราบปรามเครือข/ายยาเสพติด/องคRกรอาชญากรรม กลยุทธRย/อยที่ ๒.๑ สกัดกั้นการลักลอบลำเลียงยาเสพติดตั้งแต?พื้นที่ชายแดนไม?ให@เข@าสู? พ้ืนท่ีตอนในของประเทศ และไม?ให@ประเทศไทยเปkนทางผ?านในการลักลอบลำเลียงยาเสพติด กลยุทธRย/อยที่ ๒.๒ ปราบปรามผู@ค@ายาเสพติดและเครือข?ายการค@ายาเสพติดในประเทศ และอาชญากรรมข@ามชาติ ด@วยมาตรการทางทรัพยGสินอย?างมีประสิทธิภาพ กลยุทธRย/อยที่ ๒.๓ เพิ่มประสิทธิภาพการบังคับใช@กฎหมายในกระบวนการยุติธรรมอย?างเปkนธรรม ตลอดจนดำเนินการต?อเจ@าหน@าท่ีของรัฐท่ีเข@าไปเก่ียวข@องกับยาเสพติดอย?างจริงจัง กลยุทธRย/อยที่ ๒.๔ พัฒนาเทคโนโลยีและฐานข@อมูล เพื่อใช@ประโยชนGในการเฝZาระวังการใช@ แพลตฟอรGมออนไลนGในการลักลอบจำหน?ายยาเสพติด และประโยชนGทางเทคโนโลยีในการลักลอบลำเลียงยาเสพติด กลยุทธRย/อยที่ ๒.๕ พัฒนาระบบการข?าวและการแจ@งเตือนข@อมูลเครือข?ายการค@ายาเสพติด เพ่ือให@ทุกภาคส?วนท่ีเก่ียวข@องสามารถดำเนินการจับกุมและสกัดก้ันได@อย?างมีประสิทธิภาพ กลยุทธRย/อยที่ ๒.๖ ลดวงจรค@ายาเสพติดในระดับผู@ค@ายาเสพติดรายย?อย และลงโทษผู@ต@องหา คดียาเสพติดรายย?อยตามลักษณะและพฤติกรรมความผิด กลยุทธRหลักที่ ๓ การสร#างความสมดุลบนพื้นฐานสิทธิมนุษยชนในการบำบัด ฟáàนฟู และการผนวกสู/สังคม ได#อย/างปกติสุข กลยุทธRย/อยที่ ๓.๑ ลดความเปkนอาชญากรรม ปรับเปลี่ยนมุมมองทางสังคมต?อผู@ที่ติดยาเสพติด มองผู@เสพเปkนผู@ป°วยท่ีควรได@รับการบำบัดรักษา และดูแลช?วยเหลือ 67 ๖๘ กลยุทธRย/อยที่ ๓.๒ ยึดหลักทางสาธารณสุขเปkนแนวทางนำในการลดอุปสงคGยาเสพติด โดยใช@ระบบสมัครใจของผู@เสพ รวมถึงการพัฒนาระบบการบำบัด รักษา และฟáàนฟูผู@ท่ีติดยาเสพติดให@มีประสิทธิผล และประสิทธิภาพในทุกกระบวนการ โดยมุ?งเน@นปZองกันการกลับมาติดยาเสพติดซ้ำ กลยุทธRย/อยที่ ๓.๓ เสริมสร@างโอกาสและทางเลือกของผู@เสพยาเสพติด ภายหลังการเข@ารับ การบำบัดให@สามารถใช@ชีวิตในสังคมได@อย?างปกติสุข มีศักดิ์ศรีบนพื้นฐานสิทธิมนุษยชน และไม?ถูกตีตราหรือ เลือกปฏิบัติ กลยุทธRหลักที่ ๔ การเสริมสร#างความร/วมมือระหว/างประเทศในการปWองกัน ปราบปราม และแก#ไขปaญหา ยาเสพติด กลยุทธRย/อยที่ ๔.๑ เสริมสร@างและยกระดับความร?วมมือด@านยาเสพติด ทั้งการปZองกัน ปราบปราม และบำบัดฟáàนฟูร?วมกับองคGการระหว?างประเทศ ประเทศในภูมิภาคอาเซียน และนานาประเทศ กลยุทธRย /อยที ่ ๔.๒ พัฒนาขีดความสามารถให@ประเทศไทยเปkนศูนยGกลางการเร ียนรู@ และการพัฒนาบุคลากรด@านยาเสพติดระหว?างประเทศ กลยุทธRย/อยที่ ๔.๓ เสริมสร@างการใช@กลไกคณะทำงานร?วมด@านความมั่นคง เพื่อส?งเสริม ความร?วมมือระดับทวิภาคีและพหุภาคีในการปราบปรามองคGกรอาชญากรรมข@ามชาติ และการค@ายาเสพติด ระหว?างประเทศ ๕. หน/วยงานเจ#าภาพรับผิดชอบบูรณาการขับเคล่ือน กระทรวงยุติธรรม (สำนักงานคณะกรรมการปZองกันและปราบปรามยาเสพติด) 68 ๖๙ นโยบายและแผนความมั่นคงที่ ๙ การป]องกันและบรรเทาสาธารณภัย ๑. จุดมุ/งเน#น การยกระดับการจัดการความเสี ่ยงสาธารณภัยที ่สำคัญอันเกิดจากภัยธรรมชาติ และภัยที ่เกิดจาก การกระทำของมนุษยG และ/หรือ เปkนภัยซ้ำซ@อน ให@สามารถแก@ไขป̂ญหาท่ีเกิดข้ึนได@รวดเร็ว ทันต?อเหตุการณG และย่ังยืน ๒. ความเช่ือมโยงกับยุทธศาสตรRชาติ และ แผนแม/บทภายใต#ยุทธศาสตรRชาติ ๒.๑ ยุทธศาสตรRชาติด#านความม่ันคง เปWาหมาย บ@านเมืองมีความม่ันคงในทุกมิติและทุกระดับ ๒.๒ แผนแม/บทภายใต#ยุทธศาสตรRชาติ • ประเด็นความม่ันคง แผนย/อยการปWองกันและแก#ไขปaญหาท่ีมีผลกระทบต/อความม่ันคง เปWาหมาย ป^ญหาความมั่นคงที่มีอยู?ในป^จจุบัน (เช?น ป^ญหายาเสพติด ความมั่นคงทางไซเบอรG การค@ามนุษยG ฯลฯ) ได@รับการแก@ไขจนไม?ส?งผลกระทบต?อการบริหารและพัฒนาประเทศ ๓. เปWาหมาย ผลสัมฤทธ์ิ และตัวช้ีวัด เปWาหมาย การยกระดับการจัดการความเสี่ยงสาธารณภัยที่สำคัญอันเกิดจากภัยธรรมชาติ และภัยที่เกิดจาก การกระทำของมนุษยGท่ีเกิดข้ึน และ/หรือ เปkนภัยซ้ำซ@อน (Compound Hazards) ไปสู?มาตรฐานตามหลักสากล ผลสัมฤทธ์ิ ประเทศไทยสามารถจัดการความเสี่ยง พร@อมทั้งรับมือและลดผลกระทบจากสาธารณภัย ได@อย?างมีประสิทธิภาพ ตัวชี้วัดท่ี ๑ อัตราการเสียชีวิตจากภัยธรรมชาติ (อุทกภัย วาตภัย ภัยแล@ง) ต?อประชากร ๑๐๐,๐๐๐ คน ลดลงเม่ือเทียบกับค?าเฉล่ียย@อนหลัง ๕ ปe ตัวชี้วัดท่ี ๒ จำนวนผู@ได@รับผลกระทบจากภัยธรรมชาติ (อุทกภัย วาตภัย ภัยแล@ง) ต?อประชากร ๑๐๐,๐๐๐ คน ลดลงเม่ือเทียบกับค?าเฉล่ียย@อนหลัง ๕ ปe ตัวชี้วัดที่ ๓ อัตราการเสียชีวิตจากภัยที่เกิดจากการกระทำของมนุษยG (อัคคีภัย) ต?อประชากร ๑๐๐,๐๐๐ คน ลดลงเม่ือเทียบกับค?าเฉล่ียย@อนหลัง ๕ ปe ตัวชี ้วัดท่ี ๔ การแจ@งเตือนสาธารณภัยล?วงหน@าได@ทันสถานการณGภายในระยะเวลาที ่กำหนด (เฉพาะภัยธรรมชาติ ๔ ภัย ได@แก? อุทกภัย วาตภัย น้ำป°าไหลหลากและดินโคลนถล?ม สึนามิ) ไม?ต่ำกว?าร@อยละ ๙๘ ของการเกิดภัยดังกล?าวทุกปe ๔. กลยุทธR กลยุทธRหลักท่ี ๑ การลดความเส่ียงจากสาธารณภัยให#มีประสิทธิภาพ กลยุทธRย/อยที่ ๑.๑ พัฒนามาตรการลดความเสี่ยงจากสาธารณภัยที่เกิดขึ้น และปZองกัน ความเสี่ยงใหม?ให@มีประสิทธิภาพ รวมถึงภัยซ้ำซ@อน โดยเฉพาะอุทกภัย วาตภัย น้ำป°าไหลหลากและดินโคลนถล?ม 69 ๗๐ สึนามิ และอัคคีภัย หรือเหตุอื ่นใดซึ ่งก?อให@เกิดอันตรายแก?ชีวิต ร?างกายของประชาชน หรือความเสียหาย แก?ทรัพยGสินของประชาชน หรือของรัฐ อาทิ ภัยจากสารเคมีร่ัวไหล และป̂ญหาน้ำมันร่ัวไหลในทะเล กลยุทธRย/อยที ่ ๑.๒ พัฒนาระบบคลังข@อมูลความเส่ียงสาธารณภัยแห?งชาติให@ทันสมัย มีคุณภาพ และได@มาตรฐาน โดยมีการแบ?งป^นข@อมูลระหว?างหน?วยงาน การประสานแลกเปลี่ยน และบูรณาการ ข@อมูลร?วมกันด@วยเทคโนโลยี เพื่อนำมาวางแผนตัดสินใจเชิงนโยบายและแนวทางปฏิบัติที่เปkนมาตรฐาน รวมถึง การแจ@งเตือนภัย พร@อมท้ังการเข@าถึงและการใช@ประโยชนGของทุกภาคส?วน กลยุทธRย/อยที่ ๑.๓ เสริมสร@างความรู@ความเข@าใจ รวมถึงการรับรู@และตระหนักรู@การจัดการ ความเสี่ยงจากสาธารณภัยที่ถูกต@องให@กับทุกภาคส?วน ทั้งมิติการวิเคราะหGภัยที่อาจเกิดขึ้น ความล?อแหลมในพื้นท่ี และประเมินสภาพความเปราะบางท่ีอาจก?อให@เกิดอันตรายต?อชีวิตและทรัพยGสิน กลยุทธRย/อยที ่ ๑.๔ พัฒนาแนวทางการประเมินความเสี ่ยงจากสาธารณภัยในทุกระดับ ให@สอดคล@องกับมาตรฐานตามหลักสากล โดยให@ความสำคัญกับการระดมทรัพยากรเข@าพื้นที่ประสบภัย การให@ ความช?วยเหลือผู@ประสบภัย การลงทุนในโครงสร@างพื้นฐานและบริการสาธารณะของประเทศ การจัดการพื้นท่ี ตามระบบผังเมือง ระบบประกันภัย การฝãกปZองกันและบรรเทาสาธารณภัย การอพยพและศูนยGพักพิงชั่วคราว การบริหารความต?อเนื ่อง โดยให@องคGกรปกครองส?วนท@องถิ ่น ภาคเอกชน ภาคประชาสังคม และภาคประชาชน เข@ามามีส?วนร?วมตลอดกระบวนการประเมินความเส่ียงด@วย กลยุทธRย/อยที่ ๑.๕ ส?งเสริม สนับสนุนทรัพยากร รวมทั้งการสร@างแรงจูงใจในการดำเนินการ ปZองกันและบรรเทาสาธารณภัยของภาคีเครือข?าย ภาคประชาชน อาสาสมัคร และอ่ืน ๆ กลยุทธRย/อยท่ี ๑.๖ ส?งเสริม พัฒนา ต?อยอดงานวิจัยและองคGความรู@ โดยประยุกตGใช@นวัตกรรม เทคโนโลยี ภูมิป̂ญญาท@องถ่ิน ท้ังภายในและต?างประเทศ รวมถึงการจัดต้ังสถาบันด@านการปZองกันและบรรเทาสาธารณภัย ของประเทศ เพื ่อพัฒนาศักยภาพบุคลากรให@มีความเชี ่ยวชาญและความเปkนมืออาชีพ โดยมีทักษะ ความรู@ และสมรรถนะด@านการจัดการความเสี่ยงสาธารณภัย ตลอดจนยกระดับศักยภาพการจัดการความเสี่ยงจากสาธารณภัย ของประเทศ กลยุทธRย/อยท่ี ๑.๗ ส?งเสริมความเปkนหุ@นส?วนระหว?างประเทศในการจัดการความเสี่ยงสาธารณภัย และการประสานความช?วยเหลือด@านมนุษยธรรมให@ครอบคลุมมิติการพัฒนาทางเศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล@อม และความม่ันคง กลยุทธRหลักท่ี ๒ การจัดการสาธารณภัยให#มีมาตรฐานตามหลักสากล กลยุทธRย/อยที ่ ๒.๑ เสริมสร@างการจัดการในภาวะฉุกเฉินแบบบูรณาการให@เปkนไปตาม มาตรฐานในการปฏิบัติในภาวะฉุกเฉิน โดยเร?งกระบวนการประกาศเขตพื้นที่ประสบสาธารณภัย การใช@ระบบ บัญชาการเหตุการณG (Incident Command System: ICS) และการใช@วงเงินทดรองราชการ เพื ่อช?วยเหลือ ผู@ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน และบรรเทาความเดือดร@อนเฉพาะหน@าของผู@ประสบภัยพิบัติ กลยุทธRย/อยที่ ๒.๒ กำหนดแนวทางการปฏิบัติร?วมของศูนยGปฏิบัติการฉุกเฉิน (Emergency Operation Center: EOC) ให@เปkนระบบมาตรฐานตามหลักสากล และหลักธรรมาภิบาล เพื่อลดความเสี่ยงจากสาธารณภัย การเตรียมพร@อมรับมือกับสาธารณภัย และการฟáàนฟูบนฐานข@อมูลความเสียหายและความต@องการของประชาชน 70 ๗๑ กลยุทธRย/อยที ่ ๒.๓ พัฒนาระบบการสื ่อสารและการแลกเปลี่ยนข@อมูลข?าวสารระหว?าง หน?วยงานในการจัดการความเสี่ยงสาธารณภัยที่มีแนวโน@มขยายขอบเขตไปสู?การจัดการสาธารณภัยขนาดใหญ? ข้ึนไปให@มีประสิทธิภาพ กลยุทธRย/อยท่ี ๒.๔ พัฒนาระบบการแจ@งเตือนภัยล?วงหน@า (Early Warning) โดยใช@เทคโนโลยี สารสนเทศ นวัตกรรม แบบจำลองการวิเคราะหGข@อมูลจำนวนมาก (Data Analytics and Big Data) ป^ญญาประดิษฐG (Artificial Intelligence: AI) รวมถึงเสริมสร@างความตระหนักรู@และการตอบสนองต?อการแจ@งเตือนภัยของชุมชน และประชาชน กลยุทธRย/อยที่ ๒.๕ เสริมสร@างระบบการบริหารจัดการเกี่ยวกับการบรรเทาทุกขGและการช?วยเหลือ ผู@ประสบภัยได@อย?างรวดเร็ว ท่ัวถึง และเปkนธรรม ๕. หน/วยงานเจ#าภาพรับผิดชอบบูรณาการขับเคล่ือน กระทรวงมหาดไทย (กรมปZองกันและบรรเทาสาธารณภัย) 71 ๗๒ นโยบายและแผนความมั่นคงที่ ๑๐ การป]องกันและแก,ไขป`ญหาความมั่นคงทางไซเบอรT ๑. จุดมุ/งเน#น ประเทศไทยสามารถเพิ่มประสิทธิภาพการปZองกันการโจมตีทางไซเบอรG ยกระดับมาตรฐานการรักษา ความม่ันคงปลอดภัยไซเบอรG และลดการก?ออาชญากรรมทางไซเบอรG ๒. ความเช่ือมโยงกับยุทธศาสตรRชาติ และ แผนแม/บทภายใต#ยุทธศาสตรRชาติ ๒.๑ ยุทธศาสตรRชาติด#านความม่ันคง เปWาหมาย บ@านเมืองมีความม่ันคงในทุกมิติและทุกระดับ ๒.๒ แผนแม/บทภายใต#ยุทธศาสตรRชาติ • ประเด็นความม่ันคง แผนย/อยการปWองกันและแก#ไขปaญหาท่ีมีผลกระทบต/อความม่ันคง เปWาหมาย ป^ญหาความมั่นคงที่มีอยู?ในป^จจุบัน (เช?น ป^ญหายาเสพติด ความมั่นคงทางไซเบอรG การค@ามนุษยG ฯลฯ) ได@รับการแก@ไขจนไม?ส?งผลกระทบต?อการบริหารและพัฒนาประเทศ ๓. เปWาหมาย ผลสัมฤทธ์ิ และตัวช้ีวัด เปWาหมาย ประเทศไทยมีความพร@อมต?อการปZองกัน รับมือความเสี่ยงกับภัยคุกคามทางไซเบอรGอย?างมีประสิทธิภาพ ท้ังการปZองกันการโจมตีทางไซเบอรGและอาชญากรรมทางไซเบอรG ผลสัมฤทธิ์ หน?วยงานระดับชาติ กลุ?มภารกิจหรือให@บริการโครงสร@างพื้นฐานสำคัญทางสารสนเทศ และระดับหน?วยงานมีความพร@อมตามมาตรการและแนวทางปฏิบัติในการลดความเสี่ยงจากภัยคุกคามทางไซเบอรG ที ่เท?าทันเหตุการณGสอดคล@องกับมาตรฐานสากล รวมถึงมีกลไกและแนวทางในการปZองกันและปราบปราม อาชญากรรมทางไซเบอรG และการพัฒนาการสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางไซเบอรG ตัวชี้วัดที่ ๑ การพัฒนาระบบการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอรGให@สอดคล@องกับมาตรฐานสากล เพ่ิมข้ึนร@อยละ ๙๐ ภายในปe ๒๕๗๐ ตัวชี้วัดที่ ๒ การแก@ไขเหตุการณGที่เกี่ยวกับความมั่นคงปลอดภัยไซเบอรGต?อโครงสร@างพื้นฐานสำคัญ ทางสารสนเทศท่ีมีประสิทธิภาพ เพ่ิมข้ึนร@อยละ ๙๐ ภายในปe ๒๕๗๐ ตัวชี้วัดที่ ๓ การจัดทำหรือพัฒนากลไก มาตรการ และแนวทางในการปZองกันและปราบปราม อาชญากรรมทางไซเบอรG รวมถึงพัฒนาการสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางไซเบอรG เพ่ิมข้ึนร@อยละ ๖๐ ภายในปe ๒๕๗๐ ตัวช้ีวัดท่ี ๔ สถิติคดีเก่ียวกับอาชญากรรมทางไซเบอรGลดลงร@อยละ ๓๐ เม่ือเทียบกับปeก?อนหน@า 72 ๗๓ ๔. กลยุทธR กลยุทธRหลักที่ ๑ การปWองกัน รับมือ และลดความเสี่ยงกับภัยคุกคามทางไซเบอรRที่กระทบต/อระบบโครงสร#าง พ้ืนฐานสำคัญทางสารสนเทศ กลยุทธRย/อยที่ ๑.๑ เสริมสร@างศักยภาพของกลไกและหน?วยงานระดับชาติ ศูนยGประสานการรักษา ความมั ่นคงปลอดภัยระบบคอมพิวเตอรGแห?งชาติ (National Computer Emergency Response Team: NCERT) และศูนยGประสานการรักษาความมั ่นคงปลอดภัยระบบคอมพิวเตอรGสำหรับหน?วยงานโครงสร@างพื ้นฐานสำคัญ ทางสารสนเทศ (Sectorial CERT) โดยมีการเชื่อมโยงการทำงานระหว?างกันอย?างเปkนระบบ เพื่อให@สามารถรักษา ความม่ันคงปลอดภัยไซเบอรG และแก@ไขเหตุการณGท่ีเก่ียวกับความม่ันคงปลอดภัยไซเบอรGได@อย?างมีประสิทธิภาพ กลยุทธRย/อยที่ ๑.๒ ส?งเสริมให@หน?วยงานโครงสร@างพื้นฐานสำคัญทางสารสนเทศมีมาตรฐาน และแนวทางปฏิบัติในการปZองกัน รับมือ ลดความเสี่ยง รักษา และฟáàนฟูความเสียหายจากภัยคุกคามทางไซเบอรG ท่ีเท?าทันต?อเหตุการณGและสอดคล@องกับมาตรฐานสากล กลยุทธRย/อยที่ ๑.๓ บูรณาการความร?วมมือภายในประเทศระหว?างหน?วยงานภาครัฐ ทั้งฝ°ายทหาร พลเรือน ตำรวจ ภาคเอกชน และภาคส?วนที่เกี่ยวข@อง ให@เปkนเครือข?ายความร?วมมือที่เข@มแข็ง เพื่อปZองกัน รับมือ และลดความเสี่ยงจากภัยคุกคามทางไซเบอรGและเหตุการณGที่เกี่ยวกับความมั่นคงปลอดภัยไซเบอรGต?อโครงสร@าง พ้ืนฐานสำคัญทางสารสนเทศ รวมถึงสงครามไซเบอรG กลยุทธRย/อยที่ ๑.๔ ส?งเสริมความร?วมมือระหว?างประเทศในการรักษาความมั่นคงปลอดภัย ไซเบอรG ทั้งในระดับทวิภาคีและพหุภาคี โดยแลกเปลี่ยนข@อมูลข?าวสาร ข?าวกรอง และความรู@ที่ทันต?อเหตุการณG และเสริมสร@างความสัมพันธGที ่ดีในทุกระดับ เพื ่อให@สามารถปZองกัน ลดความเสี ่ยง รวมถึงรับมือกับภัยคุกคาม ทางไซเบอรGและเหตุการณGที ่เกี ่ยวกับความมั ่นคงปลอดภัยไซเบอรGต?อโครงสร@างพื ้นฐานสำคัญทางสารสนเทศ ได@อย?างทันท?วงที กลยุทธRย/อยที่ ๑.๕ ส?งเสริมให@หน?วยงานของรัฐ หน?วยงานควบคุมหรือกำกับดูแล และหน?วยงาน เอกชนที ่เกี ่ยวข@อง พัฒนาทักษะความรู@และความเชี ่ยวชาญในด@านการรักษาความมั ่นคงปลอดภัยไซเบอรG ให@แก?พนักงานเจ@าหน@าท่ี เจ@าหน@าท่ี หรือบุคลากรของทุกภาคส?วนท่ีเก่ียวข@อง กลยุทธRย/อยที่ ๑.๖ ส?งเสริมการเผยแพร?ความรู@ เพื ่อสร@างความตระหนักถึงความสำคัญ ของภัยคุกคามทางไซเบอรGและเหตุการณGที่เกี่ยวกับความมั่นคงปลอดภัยไซเบอรGแก?องคGกรและบุคลากรภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาสังคมท่ีเก่ียวข@อง กลยุทธRหลักที่ ๒ การเสริมสร#างขีดความสามารถในการปWองกันและแก#ไขปaญหาการใช#ไซเบอรRเปsนช/องทาง ในการก/ออาชญากรรมทางไซเบอรR กลยุทธRย/อยที ่ ๒.๑ พัฒนากลไก มาตรการ และแนวทางที ่เกี ่ยวข@องกับการปZองกัน และปราบปรามที่ครอบคลุมถึงการพัฒนาการเฝZาระวังความเสี่ยงในการก?ออาชญากรรมทางไซเบอรG การแจ@งเตือน เพื่อลดความเสี่ยงการก?ออาชญากรรมทางไซเบอรG รวมถึงการติดตาม วิเคราะหG และประมวลผลข@อมูล ตลอดจน พัฒนาการสืบสวนอาชญากรรมทางไซเบอรGด@วยการนำเทคโนโลยีมาใช@ประโยชนG 73 ๗๔ กลยุทธRย /อยที ่ ๒.๒ ส?งเสริมความร?วมมือหรือให@ความช?วยเหลือระหว?างหน?วยงาน ท้ังภายในประเทศและต?างประเทศ เพ่ือปZองกัน รับมือ และลดความเส่ียงจากการก?ออาชญากรรมทางไซเบอรGร?วมกัน กลยุทธRย/อยที ่ ๒.๓ เสริมสร@างความตระหนักรู @และพัฒนาขีดความสามารถแก?องคGกร และบุคลากรภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาสังคมที่เกี่ยวข@องให@มีความรู@ในการปZองกันตนเองจากอาชญากรรม ทางไซเบอรG ๕. หน/วยงานเจ#าภาพรับผิดชอบบูรณาการขับเคล่ือน สำนักงานคณะกรรมการการรักษาความม่ันคงปลอดภัยไซเบอรGแห?งชาติ 74 ๗๕ นโยบายและแผนความมั่นคงที่ ๑๑ การป]องกันและแก,ไขป`ญหาการก:อการร,าย ๑. จุดมุ/งเน#น ประเทศไทยมีภูมิคุ@มกันในการรับมือกับภัยก?อการร@าย มีขีดความสามารถในการตอบโต@ต?อเหตุวิกฤติ จากการก?อการร@าย และมีศักยภาพในการฟáàนตัวจากภัยก?อการร@ายให@กลับสู?ภาวะปกติ ๒. ความเช่ือมโยงกับยุทธศาสตรRชาติ และ แผนแม/บทภายใต#ยุทธศาสตรRชาติ ๒.๑ ยุทธศาสตรRชาติด#านความม่ันคง เปWาหมาย บ@านเมืองมีความม่ันคงในทุกมิติและทุกระดับ ๒.๒ แผนแม/บทภายใต#ยุทธศาสตรRชาติ • ประเด็นความม่ันคง แผนย/อยการปWองกันและแก#ไขปaญหาท่ีมีผลกระทบต/อความม่ันคง เปWาหมาย ป^ญหาความมั่นคงที่มีอยู?ในป^จจุบัน (เช?น ป^ญหายาเสพติด ความมั่นคงทางไซเบอรG การค@ามนุษยG ฯลฯ) ได@รับการแก@ไขจนไม?ส?งผลกระทบต?อการบริหารและพัฒนาประเทศ ๓. เปWาหมาย ผลสัมฤทธ์ิ และตัวช้ีวัด เปWาหมายท่ี ๑ ประเทศไทยมีภูมิคุ@มกันในการรับมือกับภัยก?อการร@าย ผลสัมฤทธ์ิ หน?วยงานทั้งในระดับนโยบายและระดับปฏิบัติมีขีดความสามารถในการเตรียมพร@อม รับมือกับภัยก?อการร@ายเพ่ิมข้ึน ตัวชี้วัด การดำเนินการมาตรการเฝZาระวังและแจ@งเตือนเชิงปZองกันภัยก?อการร@าย อย?างน@อย ร@อยละ ๘๐ ภายในปe ๒๕๗๐ เปWาหมายท่ี ๒ ประเทศไทยมีขีดความสามารถในการตอบโต@ต?อเหตุวิกฤติจากการก?อการร@าย ผลสัมฤทธ์ิ หน?วยงานสามารถระงับเหตุจากการก?อการร@ายได@ทันการณG และลดความสูญเสียชีวิต และทรัพยGสินของประชาชนท่ีได@รับผลกระทบให@น@อยท่ีสุด ตัวชี้วัด การพัฒนาศักยภาพของระบบที่ตอบสนองต?อการระงับเหตุวิกฤติจากการก?อการร@าย และควบคุมสถานการณGการก?อการร@าย อย?างน@อยร@อยละ ๘๐ ภายในปe ๒๕๗๐ เปWาหมายท่ี ๓ ประเทศไทยมีศักยภาพในการฟáàนตัวจากภัยก?อการร@ายให@กลับสู?สภาวะปกติ ผลสัมฤทธิ ์ เหยื ่อและผู @ได@รับผลกระทบจากการก?อการร@ายได@รับการช?วยเหลือเยียวยา อย?างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ รวมทั้งพื้นที่ประสบภัยจากการก?อการร@ายมีการฟáàนตัวให@กลับคืนสู?สภาวะปกติ โดยเร็ว และปลอดภัยกว?าเดิม ตัวช้ีวัด การวางระบบฟáàนตัวจากภัยก?อการร@าย อย?างน@อยร@อยละ ๘๐ ภายในปe ๒๕๗๐ และสามารถ ฟáàนฟูจากเหตุก?อการร@ายได@ 75 ๗๖ ๔. กลยุทธR กลยุทธRหลักท่ี ๑ การปWองกันและสร#างภูมิคุ#มกันในการรับมือกับภัยก/อการร#าย กลยุทธRย/อยท่ี ๑.๑ แลกเปล่ียนข@อมูลข?าวสารและข?าวกรองด@านการก?อการร@าย ท้ังภายในประเทศ และต?างประเทศ โดยมุ?งเน@นความถูกต@อง รวดเร็ว และความน?าเชื่อถือ เพื่อเอื้ออำนวยให@มีข@อมูลที่เพียงพอ ต?อการตัดสินใจเชิงนโยบาย กลยุทธRย/อยที ่ ๑.๒ ปZองกันการเดินทางผ?านเข@าและออกของนักรบก?อการร@ายต?างชาติ โดยเสริมสร@างการบริหารจัดการระบบการรักษาความมั ่นคงปลอดภัยทั ้งทางบก ทางน้ำ และทางอากาศ ให@มีประสิทธิภาพ กลยุทธRย/อยที่ ๑.๓ รับมือกับการเผยแพร?ลัทธิและแนวคิดที่ยึดหลักความรุนแรงทุกรูปแบบ โดยเฉพาะการปZองกันและยับย้ังแนวคิดสุดโต?งท่ีนิยมความรุนแรง โดยอาศัยการมีส?วนร?วมของทุกภาคส?วน กลยุทธRย/อยที่ ๑.๔ ปกปZองโครงสร@างพื้นฐานสำคัญและพื้นที่เปราะบาง โดยเฉพาะการรักษา ความปลอดภัยสถานท่ีราชการ สถานท่ีสำคัญ และบุคคล กลยุทธRย/อยที่ ๑.๕ ต?อต@านการสนับสนุนทางการเงินแก?การก?อการร@าย โดยเสริมสร@างความรู@ ความเข@าใจ และความร?วมมือระหว?างหน?วยงานเก่ียวกับกระบวนการสืบสวนสอบสวนทางการเงิน กลยุทธRย/อยที่ ๑.๖ จัดทำระบบฐานข@อมูล และเชื่อมโยงข@อมูลที่เกี ่ยวข@องกับการต?อต@าน การก?อการร@ายระหว?างหน?วยงานภายในประเทศ กลยุทธRย/อยที ่ ๑.๗ พัฒนาศักยภาพเจ@าหน@าท่ีของรัฐ ในการสร@างความรู @ความเข@าใจ ในการดำเนินการในกรอบนโยบายและกรอบกฎหมาย พร@อมทั้งสร@างการตระหนักรู@และการมีส?วนร?วมของ ภาคเอกชนและภาคประชาชนในการปZองกันภัยก?อการร@าย กลยุทธRหลักท่ี ๒ การเสริมสร#างการตอบโต#ต/อเหตุวิกฤติจากการก/อการร#าย กลยุทธRย/อยที่ ๒.๑ พัฒนากลไกการรับมือขณะเกิดเหตุก?อการร@ายให@เปkนเอกภาพ โดยเฉพาะ บุคคลแรกหรือหน?วยงานแรก (First Responder) ท่ีต@องเข@าถึงท่ีเกิดเหตุ กลยุทธRย/อยท่ี ๒.๒ ส?งเสริมความร?วมมือกระบวนการยุติธรรมทางอาญาในคดีที่เกี่ยวข@องกับ การก?อการร@ายกับหน?วยงานภายในประเทศและหน?วยงานต?างประเทศท่ีเก่ียวข@อง กลยุทธRย/อยที่ ๒.๓ พัฒนาศักยภาพและขีดความสามารถเจ@าหน@าที่ของรัฐ โดยแลกเปลี่ยน และพัฒนาองคGความรู@และการฝãกซ@อมร?วมกันกับหน?วยงานภายในประเทศหรือต?างประเทศ กลยุทธRย/อยที่ ๒.๔ พัฒนาระบบการแจ@งเตือน การสื่อสาร และการประชาสัมพันธGต?อเหตุวิกฤติ จากการก?อการร@าย เพ่ือสร@างความรับรู@ ความเข@าใจ และความเช่ือม่ันให@แก?ประชาชน กลยุทธRหลักท่ี ๓ การเสริมสร#างการฟáàนตัวภายหลังเกิดเหตุวิกฤติก/อการร#ายให#กลับสู/สภาพปกติโดยเร็ว กลยุทธRย/อยที่ ๓.๑ ฟáàนฟูระบบการทำงานของโครงสร@างพื้นฐานสำคัญที่ได@รับความเสียหาย หรือผลกระทบจากการก?อเหตุก?อการร@าย เพ่ือให@ประชาชนสามารถกลับมาใช@ชีวิตประจำวันปกติได@โดยเร็วท่ีสุด 76 ๗๗ กลยุทธRย/อยที่ ๓.๒ จัดทำ พัฒนา วางระบบกลไก และหลักเกณฑGการประเมินความเสียหาย ความต@องการความช?วยเหลือ และดำเนินการการเยียวยาแก?เหยื่อ ครอบครัวของเหยื่อ และผู@ได@รับผลกระทบ จากการก?อเหตุก?อการร@าย กลยุทธRย/อยที่ ๓.๓ ส?งเสริมการมีส?วนร?วมของชุมชน ท@องถิ่น สถาบันศาสนา สถาบันการศึกษา เพื่อปZองกันการแพร?กระจายแนวคิดสุดโต?งที่นิยมความรุนแรง ผู@ที่เคยได@รับการบ?มเพาะแนวคิดสุดโต?งที่นิยม ความรุนแรง และผู@เคยกระทำผิดฐานการก?อการร@าย ๕. หน/วยงานเจ#าภาพรับผิดชอบบูรณาการขับเคล่ือน สำนักงานสภาความม่ันคงแห?งชาติ 77 ๗๘ นโยบายและแผนความมั่นคงที่ ๑๒ การสร,างดุลยภาพระหว:างประเทศ ๑. จุดมุ/งเน#น ประเทศไทยสามารถรักษาดุลยภาพระหว?างประเทศ เพื่อเสริมสร@างความมั่นคงแห?งชาติ มีบทบาทนำ ในประชาคมการเมืองและความมั ่นคงอาเซียน รวมทั ้งรักษาผลประโยชนGแห?งชาติในอนุภูมิภาคลุ ?มน้ำโขง และความสัมพันธGอันดีกับประเทศรอบบ@าน ๒. ความเช่ือมโยงกับเปWาหมายยุทธศาสตรRชาติด#านความม่ันคง และ แผนแม/บทภายใต#ยุทธศาสตรRชาติ ๒.๑ ยุทธศาสตรRชาติด#านความม่ันคง เปWาหมาย ประเทศไทยมีบทบาทด@านความมั ่นคงเปkนที ่ชื ่นชมและได@รับการยอมรับโดยประชาคม ระหว?างประเทศ ๒.๒ แผนแม/บทภายใต#ยุทธศาสตรRชาติ • ประเด็นความม่ันคง แผนย/อยการบูรณาการความร/วมมือด#านความมั่นคงกับอาเซียนและนานาชาติ รวมทั้งองคRกร ภาครัฐและมิใช/ภาครัฐ เปWาหมาย ๑. ประเทศไทยมีความมั ่นคงและสามารถรับมือกับความท@าทายจากภายนอก ได@ทุกรูปแบบสูงข้ึน ๒. ประเทศไทยมีบทบาทเพิ ่มขึ ้นในการกำหนดทิศทางและส?งเสริมเสถียรภาพ ของภูมิภาคเอเชีย รวมท้ังเปkนประเทศแนวหน@าในภูมิภาคอาเซียน • ประเด็นการต/างประเทศ แผนย/อยความร/วมมือด#านความม่ันคงระหว/างประเทศ เปWาหมาย ๑. ประเทศไทยมีความมั ่นคงและสามารถรับมือกับความท@าทายจากภายนอก ได@ทุกรูปแบบสูงข้ึน ๒. ประเทศไทยมีบทบาทเพิ ่มขึ ้นในการกำหนดทิศทางและส?งเสริมเสถียรภาพ ของภูมิภาคเอเชีย รวมท้ังเปkนประเทศแนวหน@าในภูมิภาคอาเซียน ๓. เปWาหมาย ผลสัมฤทธ์ิ และตัวช้ีวัด เปWาหมายที่ ๑ ประเทศไทยสามารถรักษาความสัมพันธGกับประเทศมหาอำนาจและประเทศที่มีความสำคัญ เชิงยุทธศาสตรGต?อความม่ันคงของไทยอย?างมีดุลยภาพ ผลสัมฤทธ์ิ ประเทศไทยสามารถรักษาผลประโยชนGแห?งชาติ และแสดงท?าทีอย?างเหมาะสม ผ?านกลไกความร?วมมือหรือความสัมพันธGระหว?างประเทศท่ีมีความสำคัญเชิงยุทธศาสตรGต?อความม่ันคงของไทย ตัวชี้วัด ประเทศไทยมีปฏิสัมพันธGอย?างสม่ำเสมอกับ ๔ กลุ?มประเทศเหล?านี้ อย?างน@อยกลุ?มละ ๑ ครั ้งต?อปe ได@แก? กลุ ?มที ่ ๑ ประเทศเพื ่อนบ@าน กลุ ?มที ่ ๒ สหรัฐอเมริกา สหภาพยุโรป สหราชอาณาจักร 78 ๗๙ และออสเตรเลีย กลุ?มที่ ๓ จีนและรัสเซีย กลุ?มที่ ๔ ประเทศอื่น ๆ ที่มีความสำคัญเชิงยุทธศาสตรGกับไทย ได@แก? ญ่ีปุ°น สาธารณรัฐเกาหลี อินเดีย แอฟริกาใต@ บราซิล ตุรกี ซาอุดีอาระเบีย อิหร?าน และอิสราเอล เปWาหมายท่ี ๒ ประเทศไทยมีบทบาทนำในประชาคมการเมืองและความม่ันคงอาเซียน ผลสัมฤทธ์ิ ข@อตกลงหรือข@อปฏิบัติร?วมกันของประชาคมการเมืองและความมั่นคงอาเซียน ในเร่ืองการปZองกันและแก@ไขภัยคุกคามท่ีสำคัญในภูมิภาค ตัวชี ้ว ัด ความสำเร ็จของไทยในการผลักดันให@ข @อเสนอในประเด็นความมั ่นคงท่ีไทย ให@ความสำคัญปรากฏในเอกสารผลลัพธGการประชุมในระดับเจ@าหน@าที่อาวุโสขึ้นไปของกลไกภายใต@ประชาคม การเมืองและความม่ันคงอาเซียน อย?างน@อย ๑ ฉบับต?อปe เปWาหมายที่ ๓ ประเทศไทยสามารถรักษาผลประโยชนGแห?งชาติในอนุภูมิภาคลุ?มน้ำโขง และสามารถรักษา ความสัมพันธGอันดีกับประเทศรอบบ@าน ผลสัมฤทธิ์ การได@รับผลประโยชนGร?วมกันของกลุ?มประเทศอนุภูมิภาคลุ?มน้ำโขง และประเทศ รอบบ@านของไทย ตัวชี ้วัดที ่ ๑ ระดับความสำเร็จในการจัดทำแผนลุ ?มน้ำเชิงรุกระดับภูมิภาค (Proactive Regional Planning) เพ่ือบริหารทรัพยากรน้ำในลุ?มน้ำโขงอย?างย่ังยืน เปkนไปตามเปZาหมายท่ีต้ังไว@ภายในปe ๒๕๗๐ ตัวชี ้วัดที ่ ๒ ไทยสามารถจัดทำผลลัพธGด@านความร?วมมือด@านความมั ่นคงที ่เปkนรูปธรรม (key deliverables) ในกรอบหรือกับประเทศอนุภูมิภาคลุ?มน้ำโขงได@อย?างน@อยปeละ ๓ ประเด็น หรือ ๑๕ ประเด็น ภายในปe ๒๕๗๐ ๔. กลยุทธR กลยุทธRหลักท่ี ๑ การรักษาดุลยภาพระหว/างประเทศสำคัญทางยุทธศาสตรR กลยุทธRย/อยที ่ ๑.๑ ทบทวนและกำหนดแนวทางท?าทีของไทยต?อประเทศมหาอำนาจ ประเทศหรือกลุ?มประเทศที่มีบทบาทสำคัญทางยุทธศาสตรG และประเทศท่ีมีบทบาทด@านการเมือง ความมั่นคง การทหาร และเศรษฐกิจที ่สำคัญในภูมิภาค เพื ่อปกปZองผลประโยชนGแห?งชาติของไทย และรักษาดุลยภาพ ความสัมพันธGด@านความม่ันคงระหว?างประเทศได@อย?างเหมาะสม กลยุทธRย/อยที่ ๑.๒ รักษาความร?วมมือด@านความมั่นคงระหว?างไทยกับประเทศหรือกลุ?มประเทศ ที่มีความสำคัญทางยุทธศาสตรG เพื่อให@ไทยสามารถประเมินการเปลี่ยนแปลงและปรับเปลี่ยนแนวทางการรักษา ดุลยภาพระหว?างประเทศของไทยได@ทันท?วงที กลยุทธRย/อยที่ ๑.๓ ส?งเสริมการจัดตั้งหรือขับเคลื่อนกลไกหารือด@านความมั่นคงระหว?างไทย กับประเทศท่ีมีความสำคัญทางยุทธศาสตรG เพ่ือรักษาผลประโยชนGแห?งชาติของไทย กลยุทธRหลักท่ี ๒ การเสริมสร#างบทบาทนำของไทยในประชาคมการเมืองและความม่ันคงอาเซียน กลยุทธRย/อยที ่ ๒.๑ เสริมสร@างบทบาทนำที ่สร@างสรรคGของไทยในการรักษาสันติภาพ และการแก@ไขข@อพิพาทโดยสันติวิธี เพ่ือเสถียรภาพความม่ันคงของอาเซียน 79 ๘๐ กลยุทธRย/อยที่ ๒.๒ เสริมสร@างบทบาทนำของไทยในประชาคมการเมืองและความมั่นคงอาเซียน เพื่อรักษาผลประโยชนGแห?งชาติของไทย และเพื่อผลประโยชนGร?วมกันของภูมิภาค โดยผลักดันความร?วมมือ ในการป Zองก ันและแก @ไขภ ัยค ุกคามระด ับภ ูม ิภาค อาท ิ ประเด ็นโจรสล ัดและการปล@นเร ือโดยใช @อาวุธ ประเด็นการต?อต@านยาเสพติดและสินค@าผิดกฎหมาย ประเด็นการโยกย@ายถิ่นฐานแบบไม?ปกติ ประเด็นภัยคุกคาม ทางไซเบอรG ประเด็นหมอกควันข@ามแดน และประเด็นโรคติดต?ออุบัติใหม? กลยุทธRย/อยที่ ๒.๓ ดำเนินการสร@างความไว@เนื้อเชื่อใจและการทูตเชิงปZองกันระหว?างไทย กับประเทศสมาชิกอาเซียน เพ่ือสร@างบรรยากาศแห?งสันติภาพ เสถียรภาพ และความเจริญรุ?งเรืองในภูมิภาค กลยุทธRย/อยที่ ๒.๔ เสริมสร@างศักยภาพปฏิบัติการทางทหารร?วมกับอาเซียนในภารกิจที่มิใช? ด@านสงคราม อาทิ การช?วยเหลือด@านมนุษยธรรมและบรรเทาภัยพิบัติ (Humanitarian Assistance and Disaster Relief: HADR) การแพทยGทหาร (Military Medicine: MM) และการต?อต@านการก?อการร@าย (Counter Terrorism: CT) ผ?านการแลกเปล่ียนความร?วมมือและข@อมูลร?วมกัน กลยุทธRหลักที่ ๓ การส/งเสริมความเข#าใจและพัฒนาความร/วมมือด#านความมั่นคงกับประเทศรอบบ#าน และอนุภูมิภาคลุ/มน้ำโขง กลยุทธRย/อยที่ ๓.๑ เสริมสร@างบทบาทนำของไทยในกรอบความร?วมมือด@านความมั่นคง ในอนุภูมิภาคลุ?มน้ำโขง เพื่อกำหนดทิศทางและแนวทางการปฏิบัติที่ส?งเสริมความสัมพันธGอันดี ความร?วมมือ ท่ีสร@างสรรคG และความย่ังยืนร?วมกัน อันส?งผลให@อนุภูมิภาคลุ?มน้ำโขงเปkนอนุภูมิภาคแห?งความร?วมมือ กลยุทธRย/อยที่ ๓.๒ ผลักดันกลไกความร?วมมือด@านความมั่นคงที่มีอยู?ในอนุภูมิภาคลุ?มน้ำโขง เพ่ือปZองกันและแก@ไขประเด็นความม่ันคงท่ีสำคัญ อาทิ ประเด็นการบริหารจัดการน้ำ ทรัพยากรธรรมชาติและส่ิงแวดล@อม และการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ประเด็นยาเสพติด ประเด็นการค@ามนุษยG และประเด็นการบริหารจัดการ ความเส่ียงโรคติดต?ออุบัติใหม?และโรคระบาดข@ามพรมแดน กลยุทธRย/อยที่ ๓.๓ ส?งเสริมความร?วมมือด@านความมั่นคงกับกลุ?มประเทศในอนุภูมิภาค ลุ?มน้ำโขง เพ่ือสร@างดุลยภาพท่ีสร@างสรรคGและรักษาผลประโยชนGแห?งชาติของไทย กลยุทธRย/อยที่ ๓.๔ เสริมสร@างความเข@าใจและพัฒนาความร?วมมือด@านความมั่นคง รวมถึง การแก@ไขป^ญหาความขัดแย@งด@วยสันติวิธีระหว?างไทยกับประเทศรอบบ@าน ภายใต@กลไกความร?วมมือด@านความมั่นคง ทุกระดับ กลยุทธRย/อยท่ี ๓.๕ ส?งเสริม สนับสนุน และใช@ความเข@มแข็งของความร?วมมือระดับประชาชน ชุมชน ท@องถิ่น ภาคเอกชน และสมาคมมิตรภาพ มาใช@ในการดำเนินกิจกรรมที่นำไปสู?การสร@างความสัมพันธGอันดี ระหว?างไทยกับประเทศรอบบ@าน ๕. หน/วยงานเจ#าภาพรับผิดชอบบูรณาการขับเคล่ือน กระทรวงการต?างประเทศ 80 ๘๑ นโยบายและแผนความมั่นคงที่ ๑๓ การบริหารจัดการภาวะฉุกเฉินด,านสาธารณสุขและโรคติดต:ออุบัติใหม: ๑. จุดมุ/งเน#น การเตรียมความพร@อม และเพิ ่มขีดความสามารถการบริหารจัดการภาวะฉุกเฉินด@านสาธารณสุข และโรคติดต?ออุบัติใหม? รวมท้ังการพัฒนานวัตกรรมและการบริหารจัดการทรัพยากรด@านการแพทยGรองรับภาวะวิกฤติ ๒. ความเช่ือมโยงกับยุทธศาสตรRชาติ และ แผนแม/บทภายใต#ยุทธศาสตรRชาติ ๒.๑ ยุทธศาสตรRชาติด#านความม่ันคง เปWาหมาย บ@านเมืองมีความม่ันคงในทุกมิติและทุกระดับ ๒.๒ แผนแม/บทภายใต#ยุทธศาสตรRชาติ • ประเด็นความม่ันคง แผนย/อยการปWองกันและแก#ไขปaญหาท่ีมีผลกระทบต/อความม่ันคง เปWาหมาย ป^ญหาความมั่นคงที่มีอยู?ในป^จจุบัน (เช?น ป^ญหายาเสพติด ความมั่นคงทางไซเบอรG การค@ามนุษยG ฯลฯ) ได@รับการแก@ไขจนไม?ส?งผลกระทบต?อการบริหารและพัฒนาประเทศ ๓. เปWาหมาย ผลสัมฤทธ์ิ และตัวช้ีวัด เปWาหมายที่ ๑ ระบบสาธารณสุขมีความพร@อมในการบริหารจัดการภาวะฉุกเฉินด@านสาธารณสุข ๕ ด@าน ประกอบด@วย ๑) โรคติดต?อและการระบาด ๒) โรคและภัยที่เกิดจากสารเคมี ๓) โรคและภัยสุขภาพที่เกิดจาก กัมมันตภาพรังสีและนิวเคลียรG ๔) โรคที่เกิดจากการบาดเจ็บและอุบัติภัย และ ๕) โรคและภัยสุขภาพอันเกิดจาก ภัยธรรมชาติ ผลสัมฤทธ์ิ ประเทศไทยมีการเตรียมความพร@อมเพื่อบูรณาการความร?วมมือระหว?างหน?วยงาน สาธารณสุขกับทุกภาคส?วน รองรับภาวะฉุกเฉินด@านสาธารณสุขและโรคติดต?ออุบัติใหม? ตัวชี้วัดที่ ๑ หน?วยงานด@านสาธารณสุขทั้งส?วนกลางและระดับภูมิภาค มีแผนเผชิญเหตุเพื่อรองรับ ภาวะฉุกเฉินด@านสาธารณสุขท้ัง ๕ ด@าน ร@อยละ ๘๐ ภายในปe ๒๕๗๐ ตัวช้ีวัดท่ี ๒ การฝãกซ@อมเพ่ือบูรณาการความร?วมมือจากทุกภาคส?วน เปkนประจำทุก ๒ ปe เปWาหมายท่ี ๒ ระบบสาธารณสุขมีศักยภาพการเผชิญเหตุและการบริการด@านการแพทยGในภาวะฉุกเฉิน ผลสัมฤทธิ์ ประเทศไทยสามารถควบคุมการแพร?ระบาดของโรค จัดการภัยคุกคามสุขภาพ และดูแลประชาชนเม่ือเกิดภาวะสาธารณสุขฉุกเฉินและโรคติดต?ออุบัติใหม? ตัวชี้วัดที่ ๑ ความสำเร็จของการมีระบบรองรับการบริหารจัดการเฝZาระวัง คัดกรอง และตรวจ วินิจฉัยโรคติดต?ออุบัติใหม?และภัยสุขภาพ เม่ือเกิดภาวะฉุกเฉินระดับเขตสุขภาพ ร@อยละ ๑๐๐ ภายในปe ๒๕๗๐ ตัวชี้วัดที่ ๒ ระบบบริการทางการแพทยGและสาธารณสุขสามารถให@บริการได@อย?างต?อเนื่อง ในภาวะวิกฤติจากการระบาดของโรคติดต?ออุบัติใหม?และภัยสุขภาพ ได@แก? ๑) เขตสุขภาพมีระบบการบริหารจัดการเตียง เพื่อรองรับผู@ป°วยวิกฤติในภาวะฉุกเฉิน ร@อยละ ๑๐๐ ภายในปe ๒๕๗๐ และ ๒) เขตสุขภาพมีระบบบริหารจัดการ 81 ๘๒ ทรัพยากรทางการแพทยG การสำรองยา และเวชภัณฑGที ่จำเปkนให@สามารถใช@งานได@อย?างน@อย ๒ เดือน เพ่ือให@สามารถเผชิญเหตุได@อย?างรวดเร็ว ร@อยละ ๘๐ ภายในปe ๒๕๗๐ ตัวชี้วัดที่ ๓ เขตสุขภาพมีแนวทางการระดมสรรพกำลังบุคลากรเพื่อดูแลประชาชนยามวิกฤติ ร@อยละ ๑๐๐ ภายในปe ๒๕๗๐ เปWาหมายท่ี ๓ ระบบสาธารณสุขของประเทศสามารถพ่ึงตนเองได@ มีความม่ันคงทางยาและเวชภัณฑG ผลสัมฤทธิ์ ประเทศไทยสามารถผลิตยาและเวชภัณฑGที่เกี่ยวข@องกับการจัดการภาวะฉุกเฉิน ทางการแพทยGและสาธารณสุขได@ท้ังห?วงโซ?อุปทาน ตัวชี้วัดที่ ๑ มูลค?าการสนับสนุนการผลิตยาและอุตสาหกรรมทางการแพทยGภายในประเทศ เพ่ิมข้ึนร@อยละ ๒๐ เม่ือเทียบกับค?าเฉล่ียย@อนหลัง ๕ ปe ตัวชี้วัดที่ ๒ การจัดทำข@อมูลห?วงโซ?อุปทานของการผลิตยาและอุตสาหกรรมทางการแพทยG (Resource Mapping) ท่ีใช@ในภาวะฉุกเฉินเปkนประจำทุก ๒ ปe ๔. กลยุทธR กลยุทธRหลักที่ ๑ การพัฒนาศักยภาพและการเตรียมความพร#อมด#านการแพทยRและสาธารณสุขรองรับ ภาวะสาธารณสุขฉุกเฉินและโรคติดต/ออุบัติใหม/ กลยุทธRย/อยที่ ๑.๑ วางแผนและดำเนินการตามแผนการเตรียมความพร@อมปZองกันและแก@ไข ป̂ญหาโรคติดต?ออุบัติใหม? กลยุทธRย/อยที ่ ๑.๒ พัฒนาการเตรียมความพร@อมและการบริหารจัดการความเสี ่ยง ของโรคติดต?ออุบัติใหม?และภัยสุขภาพท้ัง ๕ ด@านแก?บุคลากร กลยุทธRย/อยที่ ๑.๓ สร@างความเข@มแข็งของศูนยGปฏิบัติการฉุกเฉินทางการแพทยGและสาธารณสุข รองรับภาวะฉุกเฉินทางสาธารณสุขท้ัง ๕ ด@าน กลยุทธRย/อยท่ี ๑.๔ เสริมสร@างสวัสดิภาพและมาตรการคุ@มครองแก?บุคลากรการแพทยGเพ่ือลด ความเส่ียงจากการปฏิบัติงานในภาวะฉุกเฉิน กลยุทธRย/อยที่ ๑.๕ ปรับปรุงกฎหมายท่ีเก่ียวข@องด@านการแพทยGและสาธารณสุขให@สอดคล@อง กับกฎอนามัยระหว?างประเทศ และวาระความม่ันคงด@านสุขภาพโลก กลยุทธRหลักท่ี ๒ การพัฒนาระบบและบริการทางการแพทยRในภาวะฉุกเฉิน กลยุทธRย/อยที ่ ๒.๑ พัฒนาระบบบัญชาการเหตุการณGและการจัดการด@านการแพทยG และสาธารณสุข เพ่ือความเปkนเอกภาพของการปฏิบัติงานในสถานการณGฉุกเฉิน กลยุทธRย/อยที่ ๒.๒ ส?งเสริมศักยภาพของระบบวินิจฉัย การรักษาพยาบาลและการจัดการ ทรัพยากร รวมถึงระบบสำรองเวชภัณฑGให@สามารถเผชิญเหตุได@อย?างรวดเร็ว กลยุทธRย/อยที่ ๒.๓ พัฒนาเครือข?ายและกลไกเพื่อบูรณาการความร?วมมือจากทุกภาคส?วนในสังคม ท้ังระดับประเทศและนานาชาติ 82 ๘๓ กลยุทธRย/อยที่ ๒.๔ ส?งเสริมการฝãกซ@อมแผนเผชิญเหตุและการบริหารจัดการด@านสาธารณสุข ฉุกเฉินและโรคติดต?ออุบัติใหม?บนแนวทางท่ีทุกภาคส?วนในสังคมมีส?วนร?วม กลยุทธRย/อยท่ี ๒.๕ เตรียมแผนฟáàนฟูหลังการเกิดภาวะสาธารณสุขฉุกเฉินและโรคติดต?ออุบัติใหม? ร?วมกับทุกภาคส?วน กลยุทธRหลักที่ ๓ การส/งเสริมการวิจัย พัฒนานวัตกรรมและผลิตยา รวมถึงอุตสาหกรรมทางการแพทยR ภายในประเทศ ลดการพ่ึงพาต/างประเทศ กลยุทธRย/อยที่ ๓.๑ ยกระดับขีดความสามารถในการผลิตยา และอุตสาหกรรมทางการแพทยG ภายในประเทศ กลยุทธRย/อยที ่ ๓.๒ พัฒนาระบบการจัดการห?วงโซ?อุปทานให@มั ่นคงสามารถผลิตยา และเวชภัณฑGในภาวะฉุกเฉินได@ กลยุทธ Rย /อยที ่ ๓.๓ สนับสนุนงบประมาณ เพื ่อการว ิจ ัย พัฒนายาและอุตสาหกรรม ทางการแพทยGครบวงจรในประเทศ กลยุทธRย/อยท่ี ๓.๔ จัดทำระบบฐานข@อมูลและแผนท่ีทรัพยากร เพ่ือการเผชิญเหตุยามฉุกเฉิน กลยุทธRย/อยที่ ๓.๕ ส?งเสริมการวิจัยและพัฒนานวัตกรรมที่เกี่ยวข@องกับด@านสาธารณสุขฉุกเฉิน และโรคติดต?ออุบัติใหม? เพ่ือเผยแพร?และแลกเปล่ียนองคGความรู@สู?ระดับสากล ๕. หน/วยงานเจ#าภาพรับผิดชอบบูรณาการขับเคล่ือน กระทรวงสาธารณสุข 83 ๘๔ นโยบายและแผนความมั่นคงที่ ๑๔ การพัฒนาศักยภาพการเตรียมพร,อมแห:งชาติ และการบริหารจัดการวิกฤตการณTระดับชาติ ๑. จุดมุ/งเน#น การพัฒนาศักยภาพการเตรียมพร@อม เพื่อปZองกันและตอบสนองต?อภัยคุกคาม รวมทั้งการบูรณาการ ทรัพยากรของประเทศ เพ่ือใช@ในการเผชิญกับวิกฤตการณGระดับชาติ ๒. ความเช่ือมโยงกับยุทธศาสตรRชาติ และ แผนแม/บทภายใต#ยุทธศาสตรRชาติ ๒.๑ ยุทธศาสตรRชาติด#านความม่ันคง เปWาหมาย กองทัพ หน?วยงานด@านความมั ่นคง ภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชน มีความพร@อม ในการปZองกันและแก@ไขป̂ญหาความม่ันคง ๒.๒ แผนแม/บทภายใต#ยุทธศาสตรRชาติ • ประเด็นความม่ันคง แผนย/อยการพัฒนาศักยภาพของประเทศให#พร#อมเผชิญภัยคุกคามท่ีกระทบต/อความม่ันคงของชาติ เปWาหมาย กองทัพและหน?วยงานด@านความมั่นคงมีความพร@อมสูงขึ้นที่จะเผชิญภัยคุกคามทุกรูปแบบ ทุกมิติ และทุกระดับความรุนแรง ๓. เปWาหมาย ผลสัมฤทธ์ิ และตัวช้ีวัด เปWาหมายที่ ๑ การพัฒนาศักยภาพการเตรียมพร@อม สำหรับการระดมทรัพยากรที่จำเปkน เพื่อใช@ในกรณี ท่ีประเทศเผชิญกับภัยคุกคามหรือวิกฤตการณGระดับชาติ ผลสัมฤทธ์ิ ประเทศไทยมีความพร@อมในการระดมทรัพยากรที่จำเปkน เพื่อใช@ในกรณีที่ประเทศ เผชิญกับภัยคุกคาม รวมถึงเม่ือประเทศเข@าสู?ภาวะวิกฤตระดับชาติ ตัวชี้วัด การพัฒนาศักยภาพของกลไก การบริหารจัดการ และความพร@อมของทรัพยากร ที่จำเปkน เพื่อใช@สำหรับการระดมทรัพยากรในกรณีที่ประเทศเผชิญกับภัยคุกคามหรือวิกฤตการณGระดับชาติ ร@อยละ ๘๕ ภายในปe ๒๕๗๐ เปWาหมายท่ี ๒ การพัฒนาศักยภาพการบริหารจัดการวิกฤตการณGระดับชาติ ผลสัมฤทธิ์ กลไกและหน?วยงานที่เกี่ยวข@องมีศักยภาพในการตอบสนอง ระงับเหตุ และควบคุม วิกฤตการณGระดับชาติ เพ่ือลดความรุนแรงของผลกระทบและความเสียหายได@อย?างมีประสิทธิภาพ ตัวช้ีวัด การพัฒนาศักยภาพการบริหารจัดการวิกฤตการณGระดับชาติ ร@อยละ ๑๐๐ ภายในปe ๒๕๗๐ ๔. กลยุทธR กลยุทธRหลักท่ี ๑ การเสริมสร#างศักยภาพการเตรียมพร#อม เพ่ือรองรับภัยคุกคามและวิกฤตการณRระดับชาติ กลยุทธRย/อยที่ ๑.๑ จัดทำ ทบทวน และปรับปรุงกฎหมาย กฎ ระเบียบ ข@อบังคับ และประกาศ ที่เกี่ยวกับการบริหารจัดการในด@านที่มีความจำเปkนเร?งด?วน เพื่อให@เอื้อต?อการบริหารจัดการเมื่อประเทศเผชิญกับ ป̂ญหาภัยคุกคาม หรือเข@าสู?ภาวะวิกฤติระดับชาติ ิ 84 ๘๕ กลยุทธRย/อยที่ ๑.๒ ทบทวนและพัฒนากลไกการบริหารจัดการ ทั้งในระดับนโยบาย ระดับอำนวยการ และระดับปฏิบัติการ ให@สามารถปฏิบัติภารกิจร?วมกันได@อย?างประสานสอดคล@องเมื่อประเทศเผชิญกับป^ญหา ภัยคุกคาม หรือเข@าสู?ภาวะวิกฤติระดับชาติ กลยุทธRย/อยที ่ ๑.๓ ส?งเสริมความร?วมมือกับต?างประเทศในระดับทวิภาคีและพหุภาคี เพื่อสร@างความเข@มแข็งในการวิจัยและพัฒนาร?วมกัน ตลอดจนแลกเปลี่ยนองคGความรู@ในระดับมาตรฐานสากล ท่ีเก่ียวข@องกับการเตรียมพร@อมรับมือกับภัยคุกคามและการบริหารวิกฤตการณG กลยุทธRย/อยที่ ๑.๔ ส?งเสริมและสนับสนุนการนำเทคโนโลยีที่ทันสมัยเข@ามาใช@ ทั้งในก?อนเกิดเหตุ ขณะเกิดเหตุ และหลังเกิดเหตุ โดยการพัฒนาเครื่องมือ อุปกรณG ทรัพยากรทุกประเภท เทคโนโลยีสารสนเทศ ที ่สามารถเตรียมพร@อมรับมือได@แบบทันเวลา เพื ่อให@สามารถรองรับภัยคุกคามและวิกฤตการณGระดับชาติ ได@อย?างมีประสิทธิภาพ กลยุทธRย/อยท่ี ๑.๕ ส?งเสริมการบริหารจัดการพลังงาน ด@วยการพัฒนาแหล?งพลังงาน ที่มีการผลิตและใช@พลังงานทดแทนในประเทศ อาทิ พลังงานแสงอาทิตยG พลังงานลม พลังงานชีวมวล พลังงานน้ำ รวมถึงควรมีการศึกษาความเปkนไปได@การใช@พลังงานนิวเคลียรG ตลอดจนสนับสนุนความร?วมมือด@านพลังงาน กับต?างประเทศ และส?งเสริมพัฒนาต?อยอดการวิจัยด@านพลังงาน เพื่อนำไปสู?การสร@างความตระหนักรู@ในการใช@พลังงาน แก?ผู @ประกอบการ ผู@มีส?วนได@เสีย และประชาชน รวมทั้งให@มีการจัดเตรียมแผนเตรียมพร@อมและแผนบริหาร วิกฤตการณGความม่ันคงด@านพลังงาน เพ่ือไม?ส?งผลต?อการขาดแคลนพลังงานในประเทศต้ังแต?ในภาวะปกติ กลยุทธRย/อยท่ี ๑.๖ เสริมสร@างความมั่นคงด@านอาหาร โดยมุ?งเน@นการมีอาหารที่เพียงพอ ปลอดภัย มีคุณค?าทางโภชนาการและสามารถเข@าถึงอาหารได@อย?างทั ่วถึง โดยเฉพาะมีคลังอาหารสำรอง กรณีฉุกเฉิน ตลอดจนส?งเสริมการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีการผลิตทางการเกษตร รวมทั้งให@มีการจัดเตรียม แผนเตรียมพร@อมและแผนบริหารวิกฤตการณGความมั่นคงด@านอาหาร เพื ่อไม?ส?งผลต?อการขาดแคลนอาหาร ในประเทศต้ังแต?ในภาวะปกติ กลยุทธRหลักท่ี ๒ การจัดการทรัพยากร เพ่ือเตรียมพร#อมรองรับภัยคุกคามทุกรูปแบบ กลยุทธRย/อยท่ี ๒.๑ พัฒนาประสิทธิภาพในการประเมินความต@องการใช@ทรัพยากรท่ีมีความจำเปkน รองรับเม่ือประเทศเผชิญกับป̂ญหาภัยคุกคาม หรือเข@าสู?ภาวะวิกฤติระดับชาติ และจัดหาทรัพยากรให@มีความพร@อม ต?อการปฏิบัติภารกิจ รวมถึงรวบรวมข@อมูลแหล?งที่มาและบัญชีทรัพยากร ทั้งในระดับประเทศและระดับท@องถ่ิน อย?างเปkนระบบ กลยุทธRย/อยที ่ ๒.๒ พัฒนากลไก ระบบการสั ่งการ และการบูรณาการในการระดม จัดสรร และถ?ายโอนทรัพยากรที่จำเปkน เพื่อนำมาใช@ในการปฏิบัติภารกิจเมื่อประเทศเผชิญกับป^ญหาภัยคุกคาม หรือเข@าสู? ภาวะวิกฤติระดับชาติได@อย?างทันท?วงที กลยุทธRย/อยที่ ๒.๓ ส?งเสริมและพัฒนาช?องทางการเรียนรู@และฝãกทักษะที่สำคัญและจำเปkน ต?อการปฏิบัติภารกิจเมื่อประเทศเผชิญกับป^ญหาภัยคุกคาม หรือเข@าสู?ภาวะวิกฤติระดับชาติ เพื่อให@บุคลากร ตั้งแต?ระดับนโยบายจนถึงระดับปฏิบัติ ทั้งในภาครัฐและเอกชนให@สามารถเรียนรู@และฝãกฝนได@อย?างสม่ำเสมอ 85 ๘๖ ตลอดจนเสริมสร@างความเข@มแข็งของภาคีเครือข?ายความร?วมมือระหว?างบุคลากรทุกภาคส?วน เพื ่อเปkนพื ้นท่ี ในการแลกเปล่ียนข@อมูล องคGความรู@ และทักษะท่ีสำคัญ กลยุทธRหลักท่ี ๓ การพัฒนาประสิทธิภาพในการบริหารจัดการวิกฤตการณRระดับชาติ กลยุทธRย/อยที่ ๓.๑ กำหนด ทบทวน และพัฒนาหลักเกณฑGหรือแนวทางการวิเคราะหG และประเมินระดับความรุนแรงของภัยคุกคาม รวมถึงการเข@าสู?ภาวะวิกฤติระดับชาติของประเทศ เพื่อใช@เปkน กรอบในการบริหารจัดการได@อย?างเหมาะสมและมีประสิทธิภาพ กลยุทธRย /อยที ่ ๓.๒ จัดทำ ทบทวน และปรับปรุงแผน คู ?ม ือ แนวทาง หรือแนวปฏิบัติ ในการบริหารวิกฤตการณGระดับชาติ พร@อมท้ังประยุกตGใช@เทคโนโลยีในการถ?ายทอดข@อมูลไปสู?ทุกภาคส?วนท่ีเก่ียวข@อง กลยุทธRย/อยที ่ ๓.๓ พัฒนาขีดความสามารถในการประเมินและติดตามสถานการณG ที่มีความเสี่ยงในการเข@าสู?ภาวะวิกฤตการณGระดับชาติ การแจ@งเตือนภัย การประสานงานระหว?างหน?วยงาน และผู@ปฏิบัติภารกิจ ตลอดจนการประชาสัมพันธGข@อมูลข?าวสารเมื ่อประเทศเข@าสู ?ภาวะวิกฤติระดับชาติไปสู? ทุกภาคส?วน ท้ังหน?วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคประชาสังคม และภาคประชาชน กลยุทธRย/อยที่ ๓.๔ ยกระดับการบูรณาการสำหรับการบริหารจัดการภัยคุกคามในทุกภาคส?วน ที่เกี ่ยวข@อง ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคประชาสังคม และภาคประชาชน ผ?านการจัดตั้งภาคีเครือข?ายความร?วมมือ การประชุมปรึกษาหารือร?วมกันอย?างต?อเนื่อง หรือกิจกรรมอื่น ๆ เพื่อให@เกิดความร?วมมือที่เข@มแข็งและสามารถ แก@ไขป̂ญหาได@อย?างเปkนองคGรวม กลยุทธRย/อยที ่ ๓.๕ จัดการฝãกการบริหารวิกฤตการณGทั ้งในระดับชาติ ระดับหน?วยงาน และระดับท@องถิ่นเปkนประจำและต?อเนื่อง เพื่อทดสอบประสิทธิภาพและเปkนการเตรียมความพร@อมของหน?วยงาน ให@สามารถเผชิญกับภัยคุกคามได@ ๕. หน/วยงานเจ#าภาพรับผิดชอบบูรณาการขับเคล่ือน สำนักงานสภาความม่ันคงแห?งชาติ 86 ๘๗ นโยบายและแผนความมั่นคงที่ ๑๕ การพัฒนาระบบข:าวกรองแห:งชาติ ๑. จุดมุ/งเน#น การยกระดับระบบงานข?าวกรองแห?งชาติในการเฝZาระวัง ประเมิน ตอบสนอง และแจ@งเตือนต?อสถานการณG ด@านความมั่นคงเชิงยุทธศาสตรGในระยะยาว พร@อมทั้งขยายเครือข?ายเฝZาระวัง เพื ่อสนับสนุนงานข?าวกรอง และการวางระบบงานข?าวกรองสำหรับปZองกันภัยคุกคามท่ีสำคัญ ๒. ความเช่ือมโยงกับเปWาหมายยุทธศาสตรRชาติด#านความม่ันคง และ แผนแม/บทภายใต#ยุทธศาสตรRชาติ ๒.๑ ยุทธศาสตรRชาติด#านความม่ันคง เปWาหมาย กองทัพ หน?วยงานด@านความมั ่นคง ภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชน มีความพร@อม ในการปZองกันและแก@ไขป̂ญหาความม่ันคง ๒.๒ แผนแม/บทภายใต#ยุทธศาสตรRชาติ • ประเด็นความม่ันคง แผนย/อยการพัฒนาศักยภาพของประเทศให#พร#อมเผชิญภัยคุกคามท่ีกระทบต/อความม่ันคงของชาติ หน?วยงานด@านการข?าวและประชาคมข?าวกรองทำงานอย?างมีประสิทธิภาพเพ่ิมข้ึน ๓. เปWาหมาย ผลสัมฤทธ์ิ และตัวช้ีวัด เปWาหมาย การยกระดับระบบข?าวกรองแห?งชาติในการเฝZาระวัง ประเมิน ตอบสนอง และแจ@งเตือนสถานการณG ท่ีมีความเส่ียงอันจะนำไปสู?ภัยคุกคามต?อความม่ันคงแห?งชาติและผลประโยชนGแห?งชาติ ผลสัมฤทธ์ิ กลไกระดับนโยบายของประเทศ และหน?วยงานที่เกี ่ยวข@องได@นำรายงานข?าวกรอง ที่ประเมินภัยคุกคามด@านความมั่นคงในระยะยาว (๑๐ ปeขึ้นไป) ไปใช@ประโยชนGในการตัดสินใจกำหนดนโยบาย ยุทธศาสตรG และแผน รวมทั้งการใช@ประโยชนGจากข@อมูลข?าวสารและข?าวกรองที่มาจากเครือข?ายความร?วมมือ จากหน?วยงานภายในประเทศและต?างประเทศ ตลอดจนสามารถปZองกันการโจมตีทางไซเบอรGได@ ตัวชี ้วัดที ่ ๑ รายงานข?าวกรองที ่ประเมินภัยคุกคามด@านความมั ่นคงในระยะยาว (๑๐ ปeขึ ้นไป) เพื่อประกอบการตัดสินใจในระดับนโยบายของประเทศ รวมถึงการกำหนดนโยบาย ยุทธศาสตรG และแผนของหน?วยงาน ท่ีเก่ียวข@อง ภายในปe ๒๕๗๐ ตัวชี้วัดที่ ๒ การขยายเครือข?ายเฝZาระวังตามประเด็นความมั่นคงสำคัญ/พื้นที่ความมั่นคงภายในประเทศ เพ่ิมข้ึนร@อยละ ๒๕ ภายในปe ๒๕๗๐ ตัวชี้วัดที่ ๓ การมีระบบเชื่อมโยงและบูรณาการข@อมูลด@านการข?าว เพื่อการแจ@งเตือนภัยคุกคามทางไซเบอรG ภายในปe ๒๕๗๐ 87 ๘๘ ๔. กลยุทธR กลยุทธRหลักท่ี ๑ การพัฒนาการประเมินสถานการณRความม่ันคงเชิงยุทธศาสตรRในระยะยาว กลยุทธRย/อยที่ ๑.๑ พัฒนาขีดความสามารถในการรวบรวมและประเมินสถานการณGด@านการข?าว และจัดทำรายงานข?าวกรองที่ประเมินภัยคุกคามด@านความมั่นคงในระยะยาว (๑๐ ปeขึ ้นไป) ในการประกอบ การตัดสินใจเชิงนโยบายให@เท?าทันพลวัตของบริบทด@านความม่ันคง กลยุทธRย/อยที่ ๑.๒ พัฒนาศักยภาพ เสริมสร@างองคGความรู@ และสร@างความเชี่ยวชาญให@กับ บุคลากรในประชาคมข?าวกรองให@สอดรับกับระบบ วิธีการ และกลไกที่ถูกพัฒนาขึ้น เพื่อใช@ในการประเมินสถานการณG ด@านการข?าวในระยะยาว กลยุทธRหลักที่ ๒ การพัฒนาและขยายเครือข/ายความร/วมมือกับภาคส/วนอื่นนอกภาครัฐให#เข#ามาเปsนหุ#นส/วน ด#านการข/าวกรอง กลยุทธRย/อยที่ ๒.๑ แสวงหาเครือข?ายความร?วมมือกับภาคส?วนอื่นนอกภาครัฐ เพื ่อให@เข@าถึง ข@อมูลข?าวสารเชิงลึกในพ้ืนท่ีเปZาหมาย กลยุทธRย/อยท่ี ๒.๒ พัฒนาและขยายเครือข?ายด@านการข?าวในประเด็นความมั่นคงสำคัญ กับภาคส?วนอื่นนอกภาครัฐ โดยเฉพาะภาคประชาชนในพื้นที่เปZาหมาย เพื่อสนับสนุนภารกิจงานด@านการรักษา ความม่ันคงปลอดภัย กลยุทธRย/อยที่ ๒.๓ เสริมสร@างศักยภาพของเครือข?ายด@านการข?าวนอกภาครัฐให@มีความตระหนักรู@ และนำไปสู?การยกระดับประสิทธิภาพการเฝZาระวังและติดตามสถานการณG กลยุทธRหลักท่ี ๓ การเช่ือมโยง บูรณาการ และแจ#งเตือนข#อมูลด#านการข/าว เพ่ือรักษาความม่ันคงปลอดภัยไซเบอรR กลยุทธRย/อยที่ ๓.๑ พัฒนานวัตกรรมและเทคโนโลยีด@านการข?าวให@สามารถแจ@งเตือน ภัยคุกคาม และปZองกันการโจมตีทางไซเบอรGได@อย?างมีประสิทธิภาพ กลยุทธRย/อยที่ ๓.๒ พัฒนาระบบ กลไก การเชื่อมโยง และการบูรณาการข@อมูลด@านการข?าว เพ่ือรักษาความม่ันคงปลอดภัยไซเบอรG และสามารถแจ@งเตือนภัยคุกคามทางไซเบอรGได@อย?างมีประสิทธิภาพ ๕. หน/วยงานเจ#าภาพรับผิดชอบบูรณาการขับเคล่ือน สำนักข?าวกรองแห?งชาติ 88 ๘๙ นโยบายและแผนความมั่นคงที่ ๑๖ การบูรณาการข,อมูลด,านความมั่นคง ๑. จุดมุ/งเน#น การจัดทำและเชื ่อมโยงบัญชีข@อมูลด@านความมั ่นคงขนาดใหญ?เชิงดิจิทัลให@สามารถนำไปใช@ประกอบ การตัดสินใจเชิงนโยบายในการปZองกันและแก@ไขภัยคุกคามท่ีส?งผลกระทบต?อความม่ันคงแห?งชาติ ๒. ความเช่ือมโยงกับเปWาหมายยุทธศาสตรRชาติด#านความม่ันคง และ แผนแม/บทภายใต#ยุทธศาสตรRชาติ ๒.๑ ยุทธศาสตรRชาติด#านความม่ันคง เปWาหมาย การบริหารจัดการความม่ันคงมีผลสำเร็จท่ีเปkนรูปธรรมอย?างมีประสิทธิภาพ ๒.๒ แผนแม/บทภายใต#ยุทธศาสตรRชาติ • ประเด็นความม่ันคง แผนย/อยการพัฒนากลไกการบริหารจัดการความม่ันคงแบบองคRรวม เปWาหมาย กลไกการบริหารจัดการความม่ันคงมีประสิทธิภาพสูงข้ึน ๓. เปWาหมาย ผลสัมฤทธ์ิ และตัวช้ีวัด เปWาหมาย การมีฐานข@อมูลหรือชุดข@อมูลร?วมกับหน?วยงานที่เกี่ยวข@องสำหรับวิเคราะหGข@อมูลขนาดใหญ?ด@านความมั่นคง สามารถนำไปสนับสนุนการตัดสินใจ เพ่ือแก@ไขป̂ญหาท่ีมีผลกระทบต?อความม่ันคงระดับชาติ ผลสัมฤทธ์ิ ระบบวิเคราะหGข@อมูลขนาดใหญ?ด@านความมั่นคง เพื่อใช@สนับสนุนการแก@ไขป^ญหา ท่ีมีผลกระทบต?อความม่ันคง ตัวชี้วัด จำนวนของประเด็นความมั่นคง และประเด็นศักยภาพความมั่นคง ภายใต@นโยบายและแผน ระดับชาติว?าด@วยความมั่นคงแห?งชาติ (พ.ศ. ๒๕๖๖ – ๒๕๗๐) ที่นำมาเชื่อมโยง วิเคราะหG และประมวลผลด@วยระบบ วิเคราะหGข@อมูลขนาดใหญ? เพ่ิมข้ึนอย?างน@อยปeละ ๒ ประเด็น ๔. กลยุทธR กลยุทธRหลักท่ี ๑ การเช่ือมโยงและบูรณาการข#อมูลด#านความม่ันคง เพ่ือประกอบการตัดสินใจเชิงนโยบาย กลยุทธRย/อยที่ ๑.๑ พัฒนาระบบข@อมูลในรูปแบบดิจิทัลของหน?วยงานของรัฐให@มีประสิทธิภาพ และเปkนไปตามแพลตฟอรGม สำหรับการแลกเปล่ียนระหว?างกัน กลยุทธRย/อยที่ ๑.๒ จัดทำบัญชีข@อมูลด@านความมั่นคงตามประเด็นความมั่นคงและประเด็น ศักยภาพความม่ันคง ภายใต@นโยบายและแผนระดับชาติว?าด@วยความม่ันคงแห?งชาติ (พ.ศ. ๒๕๖๖ – ๒๕๗๐) กลยุทธRย/อยที่ ๑.๓ กำหนดโจทยGประเด็นความมั ่นคงและประเด็นศักยภาพความมั ่นคง ภายใต@นโยบายและแผนระดับชาติว?าด@วยความมั่นคงแห?งชาติ (พ.ศ. ๒๕๖๖ – ๒๕๗๐) เพื่อใช@เปkนประเด็นสำหรับ การวิเคราะหGข@อมูลขนาดใหญ? (Big Data) กลยุทธRย/อยที่ ๑.๔ จัดทำระบบเชื่อมโยงหรือแลกเปลี่ยนข@อมูลที่ได@จากการวิเคราะหGข@อมูล ขนาดใหญ? สำหรับแบ?งป̂นข@อมูลภายในแพลตฟอรGมด@านความม่ันคง 89 ๙๐ กลยุทธRหลักท่ี ๒ การพัฒนากลไกการบริหารจัดการการบูรณาการข#อมูลด#านความม่ันคง กลยุทธRย/อยท่ี ๒.๑ จัดทำแผน หรือแนวทางการขับเคล่ือนการบูรณาการข@อมูลด@านความม่ันคง กลยุทธRย/อยท่ี ๒.๒ สร@างความร?วมมือหรือความตกลงสำหรับการเชื ่อมโยง แลกเปลี่ยน และแบ?งป̂นข@อมูลภายในแพลตฟอรGมด@านความม่ันคงตามหน@าท่ีอำนาจของหน?วยงานท่ีเก่ียวข@อง กลยุทธRย/อยที่ ๒.๓ จัดทำธรรมาภิบาลข@อมูลและต@องดูแลรักษาข@อมูลให@มีความมั่นคงปลอดภัย พร@อมท้ังประมวลแนวทางปฏิบัติและกรอบมาตรฐานด@านการรักษาความม่ันคงปลอดภัยระบบสารสนเทศ กลยุทธRย /อยที ่ ๒.๔ ส?งเสริมและสนับสนุนการพัฒนาศักยภาพของบุคลากรให@มีความรู@ ความสามารถด@านดิจิทัล รวมถึงความเช่ียวชาญเฉพาะด@านการวิเคราะหGข@อมูลขนาดใหญ? ๕. หน/วยงานเจ#าภาพรับผิดชอบบูรณาการขับเคล่ือน กองอำนวยการรักษาความม่ันคงภายในราชอาณาจักร 90 ๙๑ นโยบายและแผนความมั่นคงที่ ๑๗ การเสริมสร,างความมั่นคงเชิงพื้นที่ ๑. จุดมุ/งเน#น การปZองกันและแก@ไขป^ญหาความมั่นคงในพื้นที่เปZาหมายระดับตำบล เพื่อให@เกิดความมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน โดยขยายแนวคิดของการพัฒนาพ้ืนท่ี เพ่ือเสริมความม่ันคงของชาติ และแผนตำบล ม่ันคง ม่ังค่ัง ย่ังยืน ให@เปkนรูปธรรม ๒. ความเช่ือมโยงกับยุทธศาสตรRชาติ และ แผนแม/บทภายใต#ยุทธศาสตรRชาติ ๒.๑ ยุทธศาสตรRชาติด#านความม่ันคง เปWาหมาย บ@านเมืองมีความม่ันคงในทุกมิติและทุกระดับ ๒.๒ แผนแม/บทภายใต#ยุทธศาสตรRชาติ • ประเด็นความม่ันคง แผนย/อยการปWองกันและแก#ไขปaญหาท่ีมีผลกระทบต/อความม่ันคง เปWาหมาย ป^ญหาความมั่นคงที่มีอยู?ในป^จจุบัน (เช?น ป^ญหายาเสพติด ความมั่นคงทางไซเบอรG การค@ามนุษยG ฯลฯ) ได@รับการแก@ไขจนไม?ส?งผลกระทบต?อการบริหารและพัฒนาประเทศ ๓. เปWาหมาย ผลสัมฤทธ์ิ และตัวช้ีวัด เปWาหมาย พ้ืนท่ีเปZาหมายระดับตำบลท่ีมีป̂ญหาความม่ันคงสำคัญเร?งด?วนลดลง ผลสัมฤทธ์ิ พื้นที่เปZาหมายระดับตำบลได@รับการแก@ไขป^ญหาและพัฒนาให@ประชาชนมีคุณภาพชีวิตที่ดี และชุมชนมีความเข@มแข็ง นำไปสู?ความม่ันคง ม่ังค่ัง ย่ังยืน ตัวชี้วัด พื้นที่เปZาหมายระดับตำบลทั้งประเทศตามที่จังหวัดประกาศมีป^ญหาความมั่นคงสำคัญ เร?งด?วนลดลงร@อยละ ๘๐ ภายในปe ๒๕๗๐ ๔. กลยุทธR กลยุทธRหลักท่ี ๑ การปWองกันและแก#ไขปaญหาในพ้ืนท่ีเปWาหมายระดับตำบลให#เกิดความม่ันคง ม่ังค่ัง ย่ังยืน กลยุทธRย/อยที่ ๑.๑ เสริมสร@างศักยภาพและความเข@มแข็งของชุมชน ให@ประชาชนมีภูมิคุ@มกัน ด@านความมั่นคงในเชิงพื้นที่ โดยพัฒนาคุณภาพชีวิตและความเปkนอยู?ของประชาชนให@สามารถเข@าถึงบริการพื้นฐาน และสวัสดิการสังคมอย?างทั่วถึง พร@อมทั้งสร@างสภาพแวดล@อมของชุมชนให@น?าอยู? ร?วมคิดร?วมทำ ช?วยเหลือ เกื้อกูล อันจะนำไปสู?การแก@ไขป̂ญหาความม่ันคงแบบองคGรวม และเกิดการพัฒนาท่ีย่ังยืน กลยุทธRย/อยที่ ๑.๒ ส?งเสริมการปZองกันและแก@ไขป^ญหาความมั่นคงเร?งด?วนในพื้นที่เปZาหมาย ระดับตำบล โดยพิจารณาบนพื้นฐานประเด็นที่กำหนดไว@ในนโยบายและแผนความมั่นคง โดยเฉพาะความมั่นคง ทางชายแดน ความมั่นคงทางทะเล ผู@หลบหนีเข@าเมือง การค@ามนุษยG ยาเสพติด สาธารณภัย ความมั่นคงทางไซเบอรG โรคติดต?ออุบัติใหม? ตลอดจนประเด็นความมั่นคงในระดับพื้นท่ีสำคัญ อาทิ ป^ญหาทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล@อม ป̂ญหาการอยู?ร?วมกันระหว?างคนกับสัตวGในพ้ืนท่ี ป̂ญหาความม่ันคงทางพลังงาน อาหาร และน้ำ 91 ๙๒ กลยุทธRย/อยที่ ๑.๓ ส?งเสริมให@เกิดการบูรณาการในการดำเนินงานของทุกภาคส?วน ทั้งภาครัฐ (ราชการส?วนกลาง ราชการส?วนภูมิภาค ราชการส?วนท@องถิ่น) ภาคเอกชน ภาคประชาสังคม และภาคประชาชน ที่มีความสอดคล@องกับบริบทความมั่นคงเฉพาะพื้นท่ี เพื่อปZองกัน แก@ไข และพัฒนาพื้นที่เปZาหมาย โดยเฉพาะ ในระดับตำบลที่มีขอบเขตของป^ญหาความมั่นคงเชื ่อมโยงหรือทับซ@อนกับจังหวัดใกล@เคียงที ่ปรากฏป^ญหา ความมั่นคงเร?งด?วนและไม?สามารถดำเนินการแก@ไขป^ญหาได@ด@วยกลไกระดับจังหวัดเพียงจังหวัดใดจังหวัดหน่ึง จึงต@องอาศัยความร?วมมือในการขับเคล่ือนร?วมกับภาคส?วนต?าง ๆ อย?างมีประสิทธิภาพ และเปkนเอกภาพ กลยุทธRหลักท่ี ๒ การบริหารจัดการความม่ันคงเชิงพ้ืนท่ี กลยุทธRย/อยที่ ๒.๑ จัดทำแนวทางการบริหารจัดการเพื่อเสริมสร@างความมั่นคงเชิงพื้นที่ตามท่ี สภาความมั่นคงแห?งชาติให@ความเห็นชอบ เพื่อให@เกิดการขยายผลแนวคิดการพัฒนา เพื่อเสริมความมั่นคงของชาติ และแผนตำบลม่ันคง ม่ังค่ัง ย่ังยืน ไปสู?การปฏิบัติอย?างเปkนรูปธรรม กลยุทธRย/อยที่ ๒.๒ ทบทวน ปรับปรุง แก@ไข และพัฒนากฎหมายที่เกี่ยวข@องกับการบริหารจัดการ ความมั่นคงเชิงพื้นท่ีให@เปkนป^จจุบันและสอดคล@องกับการดำเนินงานในพื้นท่ี โดยบูรณาการกลไกให@มีความเปkนเอกภาพ และให@ประสานการดำเนินงาน ทั้งในระดับนโยบายส?วนกลางและระดับจังหวัด เพื่อกำหนดโครงการ/กิจกรรม/ งบประมาณ ท่ีเก้ือกูลกันและกันในพ้ืนท่ีตำบลเปZาหมายเดียวกัน กลย ุทธ Rย /อยท่ี ๒.๓ พัฒนาและเสร ิมสร @างแนวทางการประเม ินระด ับความร ุนแรง ของภัยคุกคามความมั่นคงเชิงพื้นที่ โดยมีหลักเกณฑGกลางตามที่สภาความมั่นคงแห?งชาติกำหนดในการประเมิน สถานการณGและจัดลำดับความสำคัญของป^ญหาความมั่นคงในระดับพื้นที่ รวมทั้งนำเทคโนโลยีและนวัตกรรม มาใช@ในการรวบรวมข@อมูลระดับความรุนแรงของภัยความมั ่นคงดังกล?าว และใช@ประโยชนGในการประมวลผล หาพ้ืนท่ีเปZาหมายเร?งด?วน กลยุทธRย/อยที่ ๒.๔ พัฒนาองคGความรู@และเสริมสร@างความรู@ความเข@าใจงานความมั่นคงเชิงพื้นท่ี โดยมุ ?งเน@นพัฒนาศักยภาพบุคลากรผู @ปฏิบัติงานความมั ่นคงในระดับพื ้นที ่ ให@สามารถดำเนินงานอย?างถูกต@อง และเปkนไปในทิศทางเดียวกัน รวมทั ้งสามารถถ?ายทอดและขยายผลองคGความรู @ไปสู ?ผู @ปฏิบัติงานในองคGกร และภาคส?วนอ่ืนท่ีเก่ียวข@อง กลยุทธRย/อยที่ ๒.๕ พัฒนาเครือข?ายการเสริมสร@างความมั่นคงเชิงรุกในระดับพื้นที่ ทั้งภาครัฐ และนอกภาครัฐ ให@มีการแลกเปลี่ยนข@อมูล ประสานการดำเนินการ และสะท@อนความต@องการจากระดับพื้นท่ี สู?ระดับนโยบายอย?างมีประสิทธิภาพ กลยุทธRย/อยที่ ๒.๖ พัฒนาระบบการติดตามและประเมินผลการดำเนินงานเชิงพื้นที่อย?างมีประสิทธิภาพ โดยนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมมาใช@ในการรวบรวมข@อมูลการดำเนินการ ทั้งผลผลิต ผลลัพธG และป^ญหาอุปสรรค เพื ่อให@การประมวลผลในภาพรวมเปkนไปอย?างรวดเร็ว ครบถ@วน และรอบด@าน ทั ้งในเชิงปริมาณและเชิงคุณภาพ สามารถนำมาใช@ประโยชนGประกอบการตัดสินใจของผู @บริหารทุกระดับ รวมท้ังกำหนดตัวชี ้วัดและค?าเปZาหมาย การดำเนินงานเชิงพ้ืนท่ีแบบมุ?งผลสัมฤทธ์ิอย?างชัดเจน ๕. หน/วยงานเจ#าภาพรับผิดชอบบูรณาการขับเคล่ือน กองอำนวยการรักษาความม่ันคงภายในราชอาณาจักร 92 ๙๓ ส"วนที่ ๕ การขับเคลื่อนและติดตามประเมินผล 93 ๙๔ 94 ๙๕ ๑. ภาพรวมการขับเคลื่อนและติดตามประเมินผล นโยบายและแผนระดับชาติว?าด@วยความมั่นคงแห?งชาติ (พ.ศ. ๒๕๖๖ – ๒๕๗๐) มีสถานะเปkนแผนระดับที่ ๒ รองรับการดำเนินการแผนระดับที่ ๑ ยุทธศาสตรGชาติด@านความมั่นคง โดยเปkนนโยบายและแผนการขับเคลื่อน ของประเทศในมิติด@านความมั่นคงในเชิงลึกให@เห็นผลสัมฤทธิ์การดำเนินการตามท่ีกำหนดไว@ในห@วง ๕ ปe (เปZาหมาย ระยะปานกลาง) และใช@เปkนกรอบทิศทางเชิงนโยบายควบคู?ไปกับการดำเนินการร?วมกับแผนระดับที่ ๒ ที่เกี่ยวข@อง โดยเฉพาะแผนแม?บทภายใต@ยุทธศาสตรGชาติ ประเด็นความมั ่นคง ให@มีการขับเคลื ่อนไปในคราวเดียวกัน โดยให@หน?วยงานของรัฐนำไปจัดทำแผนระดับที่ ๓ โดยจะต@องถ?ายทอดเปZาหมาย ตัวชี้วัด ค?าเปZาหมาย และกลยุทธG ท่ีกำหนดไว@ไปเปkนแนวทางการจัดทำและขับเคล่ือนให@เห็นผลสัมฤทธ์ิเปkนรูปธรรมในห@วงระยะเวลา ๕ ปe การจัดทำแผนระดับที ่ ๓ ให@สอดคล@องกับนโยบายและแผนระดับชาติว ?าด @วยความมั ่นคงแห?งชาติ (พ.ศ. ๒๕๖๖ – ๒๕๗๐) จะเปkนกลไกสำคัญในการแสดงให@เห็นถึงผลการดำเนินงานผ?านโครงการและกิจกรรมต?าง ๆ ของหน?วยงานของรัฐในแต?ละปeงบประมาณ และห@วง ๕ ปe อันจะนำไปสู?การบรรลุเปZาหมายการพัฒนาตามที่กำหนด ตามหลักการความสัมพันธGเชิงเหตุและผล (Causal Relationship: XYZ) แนวทางการขับเคลื่อน ติดตาม ตรวจสอบ และประเมินผลมุ?งเน@นการบูรณาการ เพื่อส?งเสริมความร?วมมือ ของทุกภาคส?วนตามแนวทางบูรณาการการทำงานของหน?วยงานภาครัฐให@เปkนไปในทิศทางเดียวกัน (Whole-of Government Approach) และแนวทางบูรณาการการทำงานที ่ทุกภาคส?วนในสังคมมีส?วนร?วม (Whole-of Society Approach) เพื่อเสริมสร@างความมั่นคงแบบองคGรวม จึงกำหนดให@มีการบูรณาการ ทั้งในเชิงโครงสร@าง และกลไก การถ?ายทอดเปZาหมายและตัวชี ้วัดลงสู ?ระดับหน?วยงาน เพื ่อเชื ่อมโยงให@การดำเนินการมีทิศทาง เชิงนโยบายและยุทธศาสตรGที ่ชัดเจน รวมทั้งให@มีหน?วยงานเจ@าภาพรับผิดชอบบูรณาการขับเคลื่อนที่ชัดเจน ซึ่งจะส?งเสริมให@มีการทำงานร?วมกันในลักษณะประสานเชื่อมโยงแบบเครือข?าย รวมทั้งให@นำนโยบายและแผน ระดับชาติว?าด@วยความมั่นคงแห?งชาติ (พ.ศ. ๒๕๖๖ – ๒๕๗๐) เปkนกรอบทิศทางการจัดสรรงบประมาณภายใต@ ยุทธศาสตรGการจัดสรรงบประมาณรายจ?ายประจำปeของประเทศ ด@วยเหตุน้ี นโยบายและแผนระดับชาติว?าด@วยความมั ่นคงแห?งชาติ (พ.ศ. ๒๕๖๖ – ๒๕๗๐) จึงนำ หลักการบริหารงานคุณภาพ (Plan Do Check Act: PDCA) มาใช@ในกระบวนการทำงานให@เปkนระบบมากข้ึน ตามแนวทางวงจรนโยบายให@สามารถแปลงไปสู?การปฏิบัติได@อย?างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผล ๒. แนวทางการขับเคลื่อนและติดตามประเมินผล ยึดหลักการบริหารงานคุณภาพ (Plan Do Check Act: PDCA) เพื ่อให@เกิดกระบวนการทำงาน “ต้ังเปZา ปฏิบัติ ตรวจสอบ ปรับปรุง” โดยครอบคลุมการดำเนินงาน ๔ ข้ันตอน ดังน้ี ๒.๑ การวางแผนเชิงยุทธศาสตรR (Plan) ให@กลไกการบริหารจัดการ ทั ้งเชิงแผนยุทธศาสตรGและ เชิงภารกิจ วางแผนร?วมกับหน?วยงานของรัฐที่เกี่ยวข@อง โดยให@ภาคส?วนต?าง ๆ อาทิ ภาควิชาการ ภาคประชาสังคม ภาคเอกชน และภาคประชาชน ได@เข@ามามีส?วนร?วมตลอดกระบวนการ เพื่อขับเคลื่อนการดำเนินงานให@เปkนไปตาม หลักการความสัมพันธGเชิงเหตุและผล โดยนำสาระสำคัญของนโยบายและแผนระดับชาติว?าด@วยความมั่นคงแห?งชาติ (พ.ศ. ๒๕๖๖ – ๒๕๗๐) ที่มีการกำหนดเปZาหมาย ตัวชี้วัด ค?าเปZาหมาย กลยุทธG และผลสัมฤทธิ์ของ ๑๗ นโยบาย 95 ๙๖ และแผนความมั่นคง ไปถ?ายทอดในการจัดทำแผนระดับที่ ๓ และวางแผนจัดทำคำของบประมาณตามยุทธศาสตรG การจัดสรรงบประมาณรายจ?ายประจำปeงบประมาณ ๒.๒ การปฏิบัติ (Do) ให@กลไกการบริหารจัดการ ทั้งเชิงแผนยุทธศาสตรGและเชิงภารกิจ ดำเนินการ ตามนโยบายและแผนระดับชาติว?าด@วยความมั่นคงแห?งชาติ (พ.ศ. ๒๕๖๖ – ๒๕๗๐) และหน?วยงานของรัฐ จัดทำแผนระดับที่ ๓ ตามภารกิจที่รับผิดชอบรองรับนโยบายและแผนระดับชาติว?าด@วยความมั่นคงแห?งชาติ (พ.ศ. ๒๕๖๖ – ๒๕๗๐) โดยให@ความสำคัญกับการมุ?งเน@นผลสัมฤทธิ์ที่ต@องมีการวัดผลสำเร็จของการดำเนินงาน ด@วยการถ?ายทอดเปZาหมาย ตัวชี้วัด และค?าเปZาหมายที่เปkนรูปธรรม ทั้งในเชิงประสิทธิภาพและประสิทธิผล ในทุกกระบวนการของวงจรหลักการบริหารงานคุณภาพ โดยมีหน?วยงานเจ@าภาพรับผิดชอบบูรณาการขับเคลื่อน มีบทบาทหน@าที่ในการเปkนหน?วยประสานงานกลาง (Focal Point) เพื่อบูรณาการขับเคลื่อน ๑๗ นโยบายและแผน ความมั่นคง ผ?านการติดตามความก@าวหน@าอย?างต?อเนื่อง และประเมินผลสำเร็จขั้นต@นของการแปลงนโยบายและแผน ระดับชาติว?าด@วยความม่ันคงแห?งชาติ (พ.ศ. ๒๕๖๖ – ๒๕๗๐) ไปสู?การปฏิบัติ ๒.๓ การติดตาม ตรวจสอบ และประเมินผล (Check) ให@สำนักงานสภาความมั่นคงแห?งชาติ ร?วมกับ หน?วยงานเจ@าภาพรับผิดชอบบูรณาการขับเคล่ือน ดำเนินการประมวลข@อมูลการติดตาม ตรวจสอบ และประเมินผล ตามนโยบายและแผนระดับชาติว?าด@วยความมั่นคงแห?งชาติ (พ.ศ. ๒๕๖๖ – ๒๕๗๐) เพ่ือรายงานผลการดำเนินงาน เสนอสภาความมั่นคงแห?งชาติ โดยใช@ประโยชนGจากระบบติดตามและประเมินผลแห?งชาติ (Electronic Monitoring and Evaluation System of National Strategy and Country Reform: eMENSCR) ซึ ่งต @องให@ความสำคัญ กับการติดตามผลการดำเนินการเพื่อแจ@งเตือนล?วงหน@าในกรณีประเด็นที่ต@องเร?งดำเนินการ หรือต@องเร?งแก@ไขให@เท?าทัน ต?อสถานการณG และจำเปkนต@องปรับแผนการดำเนินการประจำปe/แผนงบประมาณ โดยขั้นตอนการติดตาม ตรวจสอบ และประเมินผล แบ?งออกเปkน ๒ ห@วงสำคัญ ดังน้ี ๒.๓.๑ การติดตามความคืบหน#าการดำเนินการรอบ ๖ เดือน เพื่อติดตามประเมินผลในระหว?าง ท่ีแผนงานและโครงการต?าง ๆ อยู ?ระหว?างการดำเนินการ เพื ่อตรวจติดตามว?าการดำเนินการเปkนไปตาม วัตถุประสงคG เปZาหมาย กรอบระยะเวลา และการสำรวจป^ญหาอุปสรรคที่อาจส?งผลให@การดำเนินการล?าช@าหรือไม? สามารถบรรลุผลสัมฤทธ์ิตามท่ีกำหนด ๒.๓.๒ การประเมินผลสัมฤทธิ์การดำเนินงานรายปU และราย ๕ ปU เปkนการประเมินผลว?าแผนงาน และโครงการที่ดำเนินการแล@วเสร็จสามารถบรรลุเปZาหมาย ผลผลิต และผลลัพธGตามที่กำหนดไว@มากน@อยเพียงใด ทั้งในระหว?างและหลังจากสิ้นสุดแผน ตลอดจนประเมินผลกระทบที่เปkนการศึกษาวิเคราะหGถึงการเปลี่ยนแปลง ของบริบทความมั่นคงท่ีเกิดเนื่องมาจากการดำเนินงานที่สำคัญภายใต@นโยบายและแผนระดับชาติว?าด@วยความมั่นคงแห?งชาติ (พ.ศ. ๒๕๖๖ – ๒๕๗๐) ตลอดจนความสามารถในการสนับสนุนการบรรลุเปZาหมายตามยุทธศาสตรGชาติ ทั้งน้ี การรายงานผลสัมฤทธิ์ให@เสนอสภาความมั่นคงแห?งชาติรับทราบ พร@อมทั้งเผยแพร?ผลการดำเนินงานที่สำคัญ ให@สาธารณชนรับทราบ และจัดให@มีช?องทางในการรับฟ^งความคิดเห็นของทุกภาคส?วน เพื ่อเปkนประโยชนG ในการทบทวน ปรับปรุง และพัฒนากระบวนการดำเนินงาน ๒.๔ การทบทวน ปรับปรุง และพัฒนากระบวนการดำเนินงาน (Act) ให@สำนักงานสภาความมั่นคงแห?งชาติ วิเคราะหGและประมวลข@อมูลรายงานให@สภาความมั่นคงแห?งชาติรับทราบ สำหรับกรณีที่สถานการณGของโลก 96 ๙๗ หรือสถานการณGของประเทศเปลี ่ยนแปลงไป จนไม?สามารถหรือไม?เหมาะสมที่จะดำเนินการตามเปZาหมาย นโยบายและแผนระดับชาติว?าด@วยความมั ่นคงแห?งชาติ (พ.ศ. ๒๕๖๖ – ๒๕๗๐) หรือการปรับรายละเอียด ของกลไกการบริหารจัดการ หรือการขับเคลื่อนการดำเนินการที่เกี่ยวข@อง ให@สำนักงานสภาความมั่นคงแห?งชาติ เสนอสภาความม่ันคงแห?งชาติดำเนินการตามหน@าท่ีอำนาจต?อไป ๓. กลไกการบริหารจัดการ กลไกการบริหารจัดการมีความสำคัญในการขับเคลื่อนและติดตามประเมินผลนโยบายและแผนระดับชาติ ว?าด@วยความมั่นคงแห?งชาติ (พ.ศ. ๒๕๖๖ – ๒๕๗๐) ตามหลักการบริหารงานคุณภาพ (Plan Do Check Act: PDCA) ท้ัง ๔ ข้ันตอน เพ่ือให@เกิดกระบวนการทำงาน “ต้ังเปZา ปฏิบัติ ตรวจสอบ ปรับปรุง” 97 ๙๘ ๓.๑ สภาความมั่นคงแห/งชาติ (นายกรัฐมนตรี/ประธานสภาความมั่นคงแห?งชาติ เปkนประธาน) เปkนกลไกหลัก ในการกำกับและติดตามการดำเนินการในภาพรวมของนโยบายและแผนระดับชาติว?าด@วยความมั่นคงแห?งชาติ (พ.ศ. ๒๕๖๖ – ๒๕๗๐) รวมถึงการพิจารณาปรับปรุงกลไกการบริหารจัดการ และการขับเคลื่อนที่เกี่ยวข@องกับ นโยบายและแผนระดับชาติว?าด@วยความม่ันคงแห?งชาติ (พ.ศ. ๒๕๖๖ – ๒๕๗๐) ๓.๒ กลไกแผนงานยุทธศาสตรRความมั่นคง เปkนกลไกหลักสำคัญที่สภาความมั่นคงแห?งชาติจัดตั้งข้ึน เพื่อผลักดันการขับเคลื่อนให@บรรลุเปZาหมายยุทธศาสตรGชาติ (พ.ศ. ๒๕๖๑ – ๒๕๘๐) ตามหลักความสัมพันธG เชิงเหตุและผล โดยถ?ายทอดแผนระดับที ่ ๑ ยุทธศาสตรGชาติด@านความมั ่นคง แผนระดับท่ี ๒ (แผนแม?บท ภายใต@ยุทธศาสตรGชาติ ประเด็นความมั่นคง และ ประเด็นการต?างประเทศ) ไปสู?การปฏิบัติผ?านแผนระดับที่ ๓ (แผนปฏิบัติการด@าน... แผนปฏิบัติราชการ และแผนพัฒนาในระดับพ้ืนท่ี) แบ?งออกเปkน ๓ ระดับ ดังน้ี ๓.๒.๑ ระดับนโยบาย คือ คณะกรรมการบูรณาการขับเคลื่อนยุทธศาสตรRชาติด#านความมั่นคง (รองนายกรัฐมนตรีที่ได@รับมอบหมายจากนายกรัฐมนตรี เปkนประธาน) เปkนกลไกการขับเคลื่อน ติดตาม และตรวจสอบ การดำเนินงานตามยุทธศาสตรGชาติ (พ.ศ. ๒๕๖๑ – ๒๕๘๐) และเช่ือมโยงกับกลไกอ่ืน ๆ ด@านความม่ันคง ๓.๒.๒ ระดับส/วนกลาง คือ คณะกรรมการขับเคลื่อนแผนแม/บทภายใต#ยุทธศาสตรRชาติ ประเด็น ความมั่นคง และนโยบายและแผนระดับชาติว/าด#วยความมั่นคงแห/งชาติ (หัวหน@าส?วนราชการที่รับผิดชอบ ในแต?ละคณะกรรมการขับเคลื่อนแผนย?อย เปkนประธาน) เปkนกลไกการขับเคลื่อน ติดตาม และการรายงาน ผลการดำเนินงานตามยุทธศาสตรGชาติด@านความมั่นคงให@มีความเหมาะสมและเปkนเอกภาพ โดยมีการบูรณาการกลไก การดำเนินการระหว?างแผนแม?บทภายใต@ยุทธศาสตรGชาติ ประเด็นความมั่นคง และนโยบายและแผนระดับชาติ ว?าด@วยความมั่นคงแห?งชาติ โดยรายงานผลเสนอคณะกรรมการบูรณาการขับเคลื่อนยุทธศาสตรGชาติด@านความมั่นคง และสภาความม่ันคงแห?งชาติ ประกอบด@วย ๕ คณะย?อย ดังน้ี ๑) คณะกรรมการขับเคลื่อนแผนย/อยด#านการรักษาความสงบภายในประเทศ (เลขาธิการ กองอำนวยการรักษาความม่ันคงภายในราชอาณาจักร เปkนประธาน) ๒) คณะกรรมการขับเคลื่อนแผนย/อยด#านการปWองกันและแก#ไขปaญหาที่มีผลกระทบต/อ ความม่ันคง (เลขาธิการกองอำนวยการรักษาความม่ันคงภายในราชอาณาจักร เปkนประธาน) ๓) คณะกรรมการขับเคลื่อนแผนย/อยด#านการพัฒนาศักยภาพของประเทศให#พร#อมเผชิญ ภัยคุกคามท่ีกระทบต/อความม่ันคงของชาติ (ปลัดกระทรวงกลาโหม เปkนประธาน) ๔) คณะกรรมการขับเคลื่อนแผนย/อยด#านการบูรณาการความร/วมมือด#านความมั่นคง กับอาเซียนและนานาชาติ รวมท้ังองคRกรภาครัฐและท่ีมิใช/ภาครัฐ (ปลัดกระทรวงการต?างประเทศ เปkนประธาน) ๕) คณะกรรมการขับเคลื่อนแผนย/อยด#านการพัฒนากลไกการบริหารจัดการความมั่นคง แบบองคRรวม (เลขาธิการสภาความม่ันคงแห?งชาติ เปkนประธาน) ๓.๒.๓ ระดับพื้นท่ี ให@ความสำคัญกับการขับเคลื่อนที่เกี่ยวข@องกับกลไกการบริหารแผนพัฒนา ในระดับพ้ืนท่ี ตามกฎหมายว?าด@วยการบริหารงานเชิงพ้ืนท่ีแบบบูรณาการ ๑) กระทรวงมหาดไทย เปkนหน?วยงานบูรณาการสำคัญในการเสนอแผนหรือแนวทางปฏิบัติ ที่เกี่ยวข@องกับงานด@านความมั่นคงในระดับพื้นที่ รองรับนโยบายและแผนระดับชาติว?าด@วยความมั่นคงแห?งชาติ 98 ๙๙ (พ.ศ. ๒๕๖๖ – ๒๕๗๐) ให@กลไกที่เกี่ยวข@องตามกฎหมายว?าด@วยการบริหารงานเชิงพื้นที่แบบบูรณาการ ซึ่งจะส?งผล ต?อการถ?ายทอดไปสู?การจัดทำและประสานแผนพัฒนาในระดับพื้นที่เปkนลักษณะแผนเดียวกัน (One Plan) ตั้งแต?ระดับ หมู?บ@าน/ชุมชน (แผนพัฒนาหมู?บ@าน/ชุมชน) ระดับตำบล (แผนชุมชนระดับตำบล/แผนพัฒนาตำบล) ระดับอำเภอ (แผนพัฒนาอำเภอ) ระดับจังหวัด (แผนพัฒนาจังหวัด/แผนปฏิบัติราชการประจำปeของจังหวัด/การจัดทำ และบริหารงบประมาณจังหวัด) และระดับกลุ?มจังหวัด (แผนพัฒนากลุ?มจังหวัด/แผนปฏิบัติราชการประจำปe ของกลุ?มจังหวัด/การจัดทำและบริหารงบประมาณกลุ?มจังหวัด) รวมถึงประสานกับสำนักงานสภาพัฒนาการ เศรษฐกิจและสังคมแห?งชาติที่รับผิดชอบการจัดทำเปZาหมายและแนวทางการพัฒนาภาค พร@อมทั้งองคGกรปกครอง ส?วนท@องถ่ินท่ีรับผิดชอบจัดทำแผนพัฒนาท@องถ่ิน ๒) คณะกรรมการบริหารงานจังหวัดแบบบูรณาการ (ก.บ.จ.) เปkนกลไกหลักสำคัญที่เปkน แกนกลางในการผลักดันแผนงานด@านความม่ันคงในแผนพัฒนาระดับพ้ืนท่ี ๓) คณะอนุกรรมการจัดทำแผนงานด#านความมั่นคงจังหวัด เปkนกลไกสนับสนุนในการให@ ข@อเสนอแผนและบูรณาการแผนงาน/โครงการ/กิจกรรมต?าง ๆ ให@สนับสนุนและสอดประสานกันในพื้นที่เปZาหมาย ด@านความม่ันคงของจังหวัด โดยทุกจังหวัดมีกลไกคณะอนุกรรมการดังกล?าวท่ีมีองคGประกอบ อาทิ รองผู@ว?าราชการจังหวัด ท่ีได@รับมอบหมาย ผู@แทนกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาคหรือจังหวัด ศูนยGอำนวยการรักษาผลประโยชนG ของชาติทางทะเลภาคหรือจังหวัด ภาคเอกชน ภาคีภาคประชาสังคม ๓.๓ กลไกขับเคลื ่อนการดำเนินงานตามภารกิจความมั ่นคง เปkนกลไกขับเคลื ่อนดำเนินการของ หน?วยงานที่มีภารกิจรับผิดชอบในแต?ละประเด็นความมั่นคงหรือประเด็นศักยภาพความมั่นคงภายใต@นโยบายและแผน ระดับชาติว?าด@วยความมั ่นคงแห?งชาติ (พ.ศ. ๒๕๖๖ – ๒๕๗๐) การจัดทำและขับเคลื ่อนแผนระดับที ่ ๓ รวมท้ังกรณีมีเร่ืองสำคัญท่ีเห็นควรเสนอให@กลไกสภาความม่ันคงแห?งชาติตัดสินใจ แบ?งออกเปkน ๓ ระดับ ดังน้ี ๓.๓.๑ ระดับนโยบาย ประกอบด@วย ๒ กลไก ดังน้ี ๑) คณะกรรมการที่จัดตั้งขึ้นภายใต#คำสั่งสภาความมั่นคงแห/งชาติ อาทิ คณะกรรมการนโยบาย ของสภาความมั่นคงแห?งชาติ คณะกรรมการร@อยกรองงานของสภาความมั่นคงแห?งชาติ คณะกรรมการประสานงาน ของสภาความม่ันคงแห?งชาติ คณะกรรมการเตรียมพร@อมแห?งชาติ และคณะกรรมการนโยบายวิชาการด@านความม่ันคง ๒) คณะกรรมการระดับชาติที ่เกี ่ยวข#องกับประเด็นที่กระทบต/อความมั่นคงแห/งชาติ อาทิ คณะกรรมการนโยบายการรักษาผลประโยชนGของชาติทางทะเล คณะกรรมการขับเคลื่อนการแก@ไขป^ญหา จังหวัดชายแดนภาคใต@ คณะกรรมการปZองกันและปราบปรามการค@ามนุษยG คณะกรรมการปZองกันและปราบปราม ยาเสพติด คณะกรรมการปZองกันและบรรเทาสาธารณภัยแห?งชาติ คณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัย ไซเบอรGแห?งชาติ และคณะกรรมการบูรณาการข@อมูลด@านความม่ันคง ๓.๓.๒ ระดับส/วนกลาง ๑) หน/วยงานของรัฐระดับส/วนกลาง ให@หน?วยงานระดับกระทรวงและกรม แปลงนโยบายและแผน ระดับชาติว?าด@วยความมั่นคงแห?งชาติ (พ.ศ. ๒๕๖๖ – ๒๕๗๐) ไปสู?การปฏิบัติ อาทิ การถ?ายทอดนโยบายและแผน ความม่ันคงท่ีมีภารกิจรับผิดชอบ การจัดทำแผนระดับท่ี ๓ มาตรการ แผนงาน โครงการ และกิจกรรมต?าง ๆ 99 ๑๐๐ ๒) คณะที ่ปรึกษาของสภาความมั ่นคงแห/งชาติที ่จัดตั ้งขึ ้นภายใต#พระราชบัญญัติ สภาความมั ่นคงแห/งชาติ พ.ศ. ๒๕๕๙ เพื ่อติดตาม ประเมิน วิเคราะหGสถานการณGอันเปkนภัยคุกคามต?อ ความมั่นคงแห?งชาติ รวมทั้งให@คำแนะนำ คำปรึกษา และความคิดเห็นในเรื ่องเกี ่ยวกับความมั่นคงแห?งชาติ หรือพิจารณาเร่ืองเก่ียวกับความม่ันคงแห?งชาติตามท่ีสภาความม่ันคงแห?งชาติมอบหมาย ๓.๓.๓ ระดับพื้นท่ี คือ หน?วยงานของรัฐระดับภูมิภาค จังหวัด องคGกรปกครองส?วนท@องถิ่น รวมถึง หน?วยงานและ/หรือกลไกในระดับพ้ืนท่ีอ่ืน ๆ ท่ีมีภารกิจเก่ียวข@อง ๓.๔ กลไกอำนวยการที่มีภารกิจความมั่นคงในพื้นท่ี เปkนกลไกอำนวยการ ประสานงาน และสนับสนุน การปฏิบัติของหน?วยงานของรัฐในภารกิจความมั่นคงในพื้นที่ ประกอบด@วย กองอำนวยการรักษาความมั่นคง ภายในภาค กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัด ศูนยGอำนวยการรักษาผลประโยชนGของชาติทางทะเลภาค ศูนยGอำนวยการรักษาผลประโยชนGของชาติทางทะเลจังหวัด คณะกรรมการอำนวยการรักษาความม่ันคงภายในภาค และคณะกรรมการอำนวยการรักษาความม่ันคงภายในจังหวัด ๓.๕ กลไกสนับสนุนอื่น ๆ ที่เกี่ยวข#องกับการขับเคลื่อนและติดตามประเมินผล เปkนกลไกที่มีหน@าท่ี อำนาจและความรับผิดชอบตามกฎหมายและความเชี ่ยวชาญของหน?วยงาน โดยดำเนินการให@สอดคล@องกับ แนวทางการติดตาม ตรวจสอบ และประเมินผล เพ่ือขับเคล่ือนยุทธศาสตรGชาติไปสู?การปฏิบัติ ๓.๖ หน/วยงานเจ#าภาพรับผิดชอบบูรณาการขับเคล่ือน ๓.๖.๑ หลักเกณฑRพิจารณากำหนดหน/วยงานเจ#าภาพรับผิดชอบบูรณาการขับเคล่ือน ๑) กำหนดให@มีหน?วยงานเจ@าภาพรับผิดชอบบูรณาการขับเคลื่อนในทุกนโยบายและแผน ความมั่นคง จำนวน ๑ หน?วยงาน เพื่อให@เกิดเอกภาพในการดำเนินการตามนโยบายและแผนระดับชาติว?าด@วย ความม่ันคงแห?งชาติ (พ.ศ. ๒๕๖๖ – ๒๕๗๐) ๒) สอดคล@องกับภารกิจและหน@าที่อำนาจของหน?วยงานที่มีบทบาทสำคัญหรือความรับผิดชอบ โดยตรงในแต?ละประเด็นความม่ันคงหรือประเด็นศักยภาพความม่ันคง หรือเปkนไปตามท่ีกฎหมายกำหนดไว@ ๓) เปkนหน?วยงานของรัฐ อันหมายรวมถึงหน?วยงานในกำกับของรัฐ รัฐวิสาหกิจ และองคGการมหาชน กรณีเปkนส?วนราชการให@ระบุเปkนระดับกระทรวง ยกเว@นกรณีที่มีภารกิจเกี่ยวข@องโดยตรงหน?วยเดียว หรือมีส?วนสำคัญ อย?างชัดเจนให@ระบุเปkนระดับกรมหรือเทียบเท?า ๔) เปkนหน?วยงานเดียวกับ “แนวความคิดในการบริหารจัดการยุทธศาสตรGชาติด@านความมั่นคง” ตามที่ปรากฏในแผนแม?บทภายใต@ยุทธศาสตรGชาติ ประเด็นความมั่นคง โดยอาศัยการแบ?งมอบความรับผิดชอบ ให@หน?วยงานในระดับต?าง ๆ เพ่ือให@การดำเนินงานเปkนไปอย?างมีประสิทธิภาพ และประสิทธิผล ทั้งนี้ นโยบายและแผน ความมั่นคงที่ ๑๓ การบริหารจัดการด@านสาธารณสุขฉุกเฉินและโรคติดต?ออุบัติใหม? เปkนประเด็นที่ไม?ได@กำหนดไว@ ในแผนแม?บทภายใต@ยุทธศาสตรGชาติ ประเด็นความมั่นคง จึงพิจารณาหน?วยงานที่มีภารกิจและหน@าที่อำนาจ รับผิดชอบสำคัญต?อความสำเร็จในการขับเคล่ือนอย?างชัดเจน 100 ๑๐๑ ๓.๖.๒ การแบ/งมอบความรับผิดชอบ นโยบายและแผนระดับชาติว/าด#วยความม่ันคงแห/งชาติ (พ.ศ. ๒๕๖๖ – ๒๕๗๐) หน/วยงานเจ#าภาพ รับผิดชอบบูรณาการ คณะท่ี ๑ : คณะกรรมการขับเคล่ือนแผนย/อยด#านการรักษาความสงบภายในประเทศ นโยบายและแผนความม่ันคงท่ี ๑ การเสริมสร@างความม่ันคงของสถาบันหลักของชาติ กองอำนวยการรักษาความมั ่นคง ภายในราชอาณาจักร คณะท่ี ๒ : คณะกรรมการขับเคล่ือนแผนย/อยด#านการปWองกันและแก#ไขปaญหาท่ีมีผลกระทบต/อความม่ันคง นโยบายและแผนความม่ันคงท่ี ๓ การรักษาความม่ันคงและผลประโยชนGของชาติพ้ืนท่ีชายแดน กระทรวงมหาดไทย นโยบายและแผนความม่ันคงท่ี ๔ การรักษาความม่ันคงและผลประโยชนGของชาติทางทะเล ศูนยGอำนวยการรักษาผลประโยชนG ของชาติทางทะเล นโยบายและแผนความม่ันคงท่ี ๕ การปZองกันและแก@ไขป̂ญหาจังหวัดชายแดนภาคใต@ สำนักงานสภาความม่ันคงแห?งชาติ นโยบายและแผนความม่ันคงท่ี ๖ การบริหารจัดการผู@หลบหนีเข@าเมืองและผู@โยกย@ายถ่ินฐานแบบไม?ปกติ กองอำนวยการรักษาความมั ่นคง ภายในราชอาณาจักร นโยบายและแผนความม่ันคงท่ี ๗ การปZองกันและแก@ไขป̂ญหาการค@ามนุษยG กระทรวงการพัฒนาสังคมและ ความม่ันคงของมนุษยG นโยบายและแผนความม่ันคงท่ี ๘ การปZองกัน ปราบปราม และแก@ไขป̂ญหายาเสพติด กระทรวงยุติธรรม (สำนักงานคณะกรรมการปZองกัน และปราบปรามยาเสพติด) นโยบายและแผนความม่ันคงท่ี ๙ การปZองกันและบรรเทาสาธารณภัย กระทรวงมหาดไทย (กรมปZองกันและบรรเทาสาธารณภัย) นโยบายและแผนความม่ันคงท่ี ๑๐ การปZองกันและแก@ไขป̂ญหาความม่ันคงทางไซเบอรG สำนักงานคณะกรรมการการรักษา ความม่ันคงปลอดภัยไซเบอรGแห?งชาติ นโยบายและแผนความม่ันคงท่ี ๑๑ การปZองกันและแก@ไขป̂ญหาการก?อการร@าย สำนักงานสภาความม่ันคงแห?งชาติ นโยบายและแผนความม่ันคงท่ี ๑๓ การบริหารจัดการภาวะฉุกเฉินด@านสาธารณสุขและโรคติดต?ออุบัติใหม? กระทรวงสาธารณสุข นโยบายและแผนความม่ันคงท่ี ๑๗ การเสริมสร@างความม่ันคงเชิงพ้ืนท่ี กองอำนวยการรักษาความมั ่นคง ภายในราชอาณาจักร 101 ๑๐๒ นโยบายและแผนระดับชาติว/าด#วยความม่ันคงแห/งชาติ (พ.ศ. ๒๕๖๖ – ๒๕๗๐) หน/วยงานเจ#าภาพ รับผิดชอบบูรณาการ คณะท่ี ๓ : คณะกรรมการขับเคล่ือนแผนย/อยด#านการพัฒนาศักยภาพของประเทศให#พร#อมเผชิญภัยคุกคาม ท่ีกระทบต/อความม่ันคงของชาติ นโยบายและแผนความม่ันคงท่ี ๒ การปกปZองอธิปไตยและผลประโยชนGของชาติและการพัฒนาศักยภาพ การปZองกันประเทศ กระทรวงกลาโหม นโยบายและแผนความม่ันคงท่ี ๑๔ การพัฒนาศักยภาพการเตรียมพร@อมแห?งชาติ และการบริหารจัดการวิกฤตการณGระดับชาติ สำนักงานสภาความม่ันคงแห?งชาติ นโยบายและแผนความม่ันคงท่ี ๑๕ การพัฒนาระบบข?าวกรองแห?งชาติ สำนักข?าวกรองแห?งชาติ คณะท่ี ๔ : คณะกรรมการขับเคล่ือนแผนย/อยด#านการบูรณาการความร/วมมือด#านความม่ันคงกับอาเซียน และนานาชาติ รวมท้ังองคRกรภาครัฐและมิใช/ภาครัฐ นโยบายและแผนความม่ันคงท่ี ๑๒ การสร@างดุลยภาพระหว?างประเทศ กระทรวงการต?างประเทศ คณะท่ี ๕ : คณะกรรมการขับเคล่ือนแผนย/อยด#านการพัฒนากลไกการบริหารจัดการความม่ันคง แบบองคRรวม นโยบายและแผนความม่ันคงท่ี ๑๖ การบูรณาการข@อมูลด@านความม่ันคง กองอำนวยการรักษาความมั ่นคง ภายในราชอาณาจักร ๓.๖.๓ แนวทางการดำเนินการ ๑) เปkนหน?วยรับผิดชอบประสานงานกลางเพื ่อบูรณาการขับเคลื ่อนติดตามความคืบหน@า การดำเนินการและประเมินผลสัมฤทธ์ิข้ันต@นให@เกิดเอกภาพในการบริหารจัดการ และปรับปรุงการดำเนินงานอย?างต?อเน่ือง ๒) อาจพิจารณาใช@กลไกที่มีหน@าที ่อำนาจสอดคล@องกับประเด็นตามที่ได@รับมอบหมาย เพ่ือให@เปkนกลไกกลางในการประสานขับเคล่ือนภารกิจและบูรณาการการปฏิบัติ ๓) หากมีประเด็นท่ีต@องการรับการสนับสนุนเชิงนโยบายให@หน?วยงานเจ@าภาพรับผิดชอบ บูรณาการขับเคล่ือนประสานสำนักงานสภาความม่ันคงแห?งชาติ เพ่ือเสนอสภาความม่ันคงแห?งชาติพิจารณา ๔) การรายงานผลความคืบหน@าการดำเนินการรอบ ๖ เดือน และรายปe ให@หน?วยงานเจ@าภาพ บูรณาการขับเคลื่อนพิจารณาประมวลและวิเคราะหGข@อมูลตามที่ได@รับมอบหมาย อาทิ ข@อมูลจากหน?วยงานต?าง ๆ กลไกความม่ันคงเฉพาะกรณีที่เกี ่ยวข@อง และระบบติดตามและประเมินผลแห?งชาติ (eMENSCR) โดยแจ@งให@ สำนักงานสภาความม่ันคงแห?งชาติ เพ่ือประมวลผลในภาพรวมเสนอสภาความม่ันคงแห?งชาติต?อไป ๕) การกำหนดหน?วยงานสนับสนุนในระยะต?อไปให@หน?วยงานเจ@าภาพบูรณาการขับเคลื่อน มีส?วนร?วมในการพิจารณาร?วมกับสำนักงานสภาความม่ันคงแห?งชาติ การปกป้องอธิปไตยและผลประโยชน์ของชาติ และการพัฒนาศักยภาพ 102 ๑๐๓ ๔. ป`จจัยแห:งความสำเร็จ ๔.๑ รัฐบาลให#ความสำคัญและสนับสนุนการดำเนินการตามนโยบายและแผนระดับชาติว/าด#วย ความมั่นคงแห/งชาติ (พ.ศ. ๒๕๖๖ – ๒๕๗๐) อย/างต/อเนื่อง โดยให@การสนับสนุนทรัพยากรแก?หน?วยงาน ที่เกี่ยวข@อง เพ่ือดำเนินภารกิจให@สอดคล@องกับนโยบายและแผนระดับชาติว?าด@วยความม่ันคงแห?งชาติ (พ.ศ. ๒๕๖๖ – ๒๕๗๐) ตลอดจนสนับสนุนการแก@ไขป̂ญหาอุปสรรคในการขับเคล่ือนนโยบายและแผนระดับชาติว?าด@วยความม่ันคงแห?งชาติ (พ.ศ. ๒๕๖๖ – ๒๕๗๐) ไปสู?การปฏิบัติ ๔.๒ หน/วยงานที ่เกี ่ยวข#องในทุกระดับรับรู #และเข#าใจเกี ่ยวกับการดำเนินการและขับเคลื ่อน นโยบายและแผนระดับชาติว/าด#วยความมั่นคงแห/งชาติ (พ.ศ. ๒๕๖๖ – ๒๕๗๐) โดยสำนักงานสภาความมั่นคง แห?งชาติมีแนวทางและกลยุทธGสร@างการรับรู@และสร@างความเข@าใจแก?หน?วยงานในระดับนโยบาย กระทรวง กรม และหน?วยงานที่เกี่ยวข@องในระดับปฏิบัติอย?างต?อเนื่องเกี่ยวกับความสำคัญและความมุ?งหมายของนโยบาย จุดเน@น สำคัญที ่ควรเร?งดำเนินการ กลไกการขับเคลื ่อนไปสู ?การปฏิบัติ การติดตาม ตรวจสอบ และประเมินผล เพื ่อให@หน?วยงานที ่เกี ่ยวข@องสนับสนุนการดำเนินการ ทั ้งเชิงนโยบายและเชิงปฏิบัติอย?างมีประสิทธิภาพ และเกิดผลลัพธGอย?างเปkนรูปธรรม ๔.๓ หน/วยงานที่เกี่ยวข#องให#ความสำคัญกับการถ/ายทอดเปWาหมายและตัวชี้วัดของนโยบายและแผน ระดับชาติว/าด#วยความมั่นคงแห/งชาติ (พ.ศ. ๒๕๖๖ – ๒๕๗๐) ไปสู/การจัดทำแผนระดับที่ ๓ เพื่อให@สามารถ สะท@อนการแปลงนโยบายและแผนระดับชาติว?าด@วยความมั่นคงแห?งชาติ (พ.ศ. ๒๕๖๖ – ๒๕๗๐) ไปสู?การปฏิบัติ ตามหลักการความสัมพันธGเชิงเหตุและผลได@อย?างชัดเจน โดยเฉพาะความสอดคล@องกับเปZาหมายของแผนแม?บท ภายใต@ยุทธศาสตรGชาติ และห?วงโซ?คุณค?าประเทศไทย (Value Chain Thailand) รวมทั ้งนำไปเปkนหลักการ จัดลำดับความสำคัญและความเร?งด?วนของโครงการและการดำเนินงานให@สอดคล@องเปkนไปในทิศทางเดียวกัน ๔.๔ หน/วยงานที่เกี่ยวข#องมีความพร#อมด#านทรัพยากร สามารถปรับปรุงและพัฒนาการบริหารจัดการ ตามภารกิจที่รับผิดชอบ ให#สอดคล#องกับแนวทางตามนโยบายและแผนระดับชาติว/าด#วยความมั่นคงแห/งชาติ (พ.ศ. ๒๕๖๖ – ๒๕๗๐) และสถานการณRความมั่นคงที่เปลี่ยนแปลงไปอย/างรวดเร็ว โดยเฉพาะความพร@อม ด#านงบประมาณที่เพียงพอและสามารถดำเนินการให@เกิดผลอย?างคุ@มค?า ด#านบุคลากรท้ังในระดับผู@บริหารและ ผู@ปฏิบัติในการพัฒนาแผนงาน/โครงการของหน?วยงานให@สอดคล@องกับนโยบาย รวมไปถึงการมีบุคลากรที่เข@าใจ บริบทงานความมั่นคง และด#านการบริหารจัดการ โดยพัฒนาปรับปรุงวิธีการปฏิบัติงานให@มีความทันสมัย ยืดหยุ?น คล?องตัว บนพ้ืนฐานของการบูรณาการงานให@เกิดความประสานสอดคล@องในการปฏิบัติ และสร@างภาคีความร?วมมือกับ ทุกภาคส?วนอย?างใกล@ชิด เพื่อมุ?งรับมือกับภัยคุกคามและบริหารจัดการความเสี่ยงด@านความมั่นคงในรูปแบบต?าง ๆ ในเชิงรุก โดยมีการติดตามและประเมินความสำเร็จตามเปZาหมายและตัวช้ีวัดอย?างต?อเน่ือง ๔.๕ การพิจารณาจัดสรรงบประมาณให#หน/วยงานของรัฐให#สอดคล#องกับนโยบายและแผนระดับชาติ ว/าด#วยความมั่นคงแห/งชาติ (พ.ศ. ๒๕๖๖ – ๒๕๗๐) เพื่อประโยชนGในการพิจารณาสนับสนุนงบประมาณสำหรับ แผนงานหรือโครงการเกี่ยวกับความมั่นคงแห?งชาติซึ ่งเปkนเรื ่องสำคัญ ให@หน?วยงานของรัฐเสนอแผนงานหรือ โครงการดังกล?าวต?อสำนักงานสภาความมั่นคงแห?งชาติเพื่อพิจารณาให@ความเห็น และให@หน?วยงานของรัฐที่มีหน@าท่ี 103 ๑๐๔ อำนาจในการจัดทำงบประมาณนำความเห็นดังกล?าวไปประกอบการพิจารณาด@วย โดยแผนงานหรือโครงการใด จะถือเปkนแผนงานหรือโครงการเร่ืองสำคัญให@เปkนไปตามท่ีคณะรัฐมนตรีกำหนด ๔.๖ การบูรณาการการทำงานของทุกภาคส/วนให#เข#ามามีส/วนร/วมและสนับสนุนการดำเนินการ ตามนโยบายและแผนระดับชาติว/าด#วยความมั่นคงแห/งชาติ (พ.ศ. ๒๕๖๖ – ๒๕๗๐) ทั้งภาครัฐ (ราชการส?วนกลาง ราชการส?วนภูมิภาค และราชการส?วนท@องถิ่น) ภาคเอกชน ภาคประชาสังคม และภาคประชาชน ผ?านกลไก คณะกรรมการ คณะอนุกรรมการ คณะทำงาน หรือกลไกรูปแบบอื่นภายใต@สภาความมั่นคงแห?งชาติ หรือหน?วยงานอ่ืน จัดตั้งข้ึน เพื่อเพ่ิมประสิทธิภาพในการติดตาม ตรวจสอบ และประเมินผลการขับเคล่ือนนโยบายและแผนระดับชาติ ว?าด@วยความมั่นคงแห?งชาติ (พ.ศ. ๒๕๖๖ – ๒๕๗๐) ตลอดจนเข@ามามีส?วนร?วมโดยสนับสนุนข@อมูลหรือทรัพยากร ด@านต?าง ๆ ต?อการดำเนินการให@เกิดผลสำเร็จอย?างเปkนรูปธรรมในการแก@ไขป̂ญหาความม่ันคงได@อย?างแท@จริง ๔.๗ การขับเคลื่อนนโยบายและแผนระดับชาติว/าด#วยความมั่นคงแห/งชาติ (พ.ศ. ๒๕๖๖ – ๒๕๗๐) สามารถดำเนินการไปสู/การปฏิบัติได#อย/างมีประสิทธิภาพ สำนักงานสภาความมั่นคงแห?งชาติเปkนหน?วยงานหลัก ในการติดตามผลการดำเนินงานตามนโยบายและแผนระดับชาติว?าด@วยความมั่นคงแห?งชาติ (พ.ศ. ๒๕๖๖ – ๒๕๗๐) แผนด@านความมั่นคงเฉพาะเรื ่อง และแผนงานหรือโครงการเกี ่ยวกับความมั่นคงแห?งชาติซึ ่งเปkนเรื ่องสำคัญ เพ่ือสนับสนุน อำนวยการ หรือประสานการดำเนินการท่ีจำเปkน รวมท้ังให@คำแนะนำเก่ียวกับการเร?งรัดหรือปรับปรุง การดำเนินงานดังกล?าวให@เปkนไปอย?างเหมาะสมและมีประสิทธิภาพ ในกรณีที ่สำนักงานสภาความมั่นคงแห?งชาติ เห็นว?าการดำเนินงานใดของหน?วยงานของรัฐไม?เปkนไปตามนโยบายและแผนระดับชาติว?าด@วยความมั่นคงแห?งชาติ (พ.ศ. ๒๕๖๖ – ๒๕๗๐) หรือแผนด@านความมั่นคงเฉพาะเรื่อง หรือแผนงานหรือโครงการเกี่ยวกับความมั่นคงแห?งชาติ ซึ ่งเปkนเรื ่องสำคัญ ให@เสนอความเห็นต?อสภาความมั่นคงแห?งชาติ เพื ่อพิจารณาเสนอเรื ่องต?อนายกรัฐมนตรี หรือคณะรัฐมนตรี พิจารณาตามท่ีเห็นสมควรต?อไป 104 ๑๐๕ ส"วนที่ ๖ ภาคผนวก 105 ๑๐๖ 106 ๑๐๗ ผนวก ก กระบวนการจัดทำ 107 ๑๐๘ 108 ๑๐๙ กระบวนการจัดทำ (ร/าง) นโยบายและแผนระดับชาติว/าด#วยความมั่นคงแห/งชาติ (พ.ศ. ๒๕๖๖ – ๒๕๗๐) ประกอบด@วย ๕ ข้ันตอน ดังน้ี ๑. การกำหนดเค#าโครงและกรอบทิศทาง ๑.๑ หลักการ ศึกษาเปรียบเทียบนโยบายความมั่นคงแห?งชาติที่ผ?านมา (ฉบับแรกที่มีการเผยแพร? อย?างเปkนทางการ พ.ศ. ๒๕๔๑ – ๒๕๔๔) จนถึงฉบับป^จจุบัน (พ.ศ. ๒๕๖๒ – ๒๕๖๕) แผนแม?บทภายใต@ ยุทธศาสตรGชาติ ประเด็นความม่ันคง และ (ร?าง) ทิศทางแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห?งชาติ ฉบับท่ี ๑๓ รวมท้ัง นโยบายความมั่นคงแห?งชาติของต?างประเทศ เช?น สหรัฐอเมริกาที่มีจุดเด?นการกำหนดขอบเขตและชี้เปZาประเด็น ความมั่นคงที่ต@องดำเนินการภายใน ๔ ปe สหราชอาณาจักรที่มีแนวคิดการจัดลำดับความสำคัญของประเด็น ความม่ันคง เปkนต@น ๑.๒ วิธีการ ดำเนินการโดยสำนักงานสภาความม่ันคงแห?งชาติ โดยมีการหารือภายในหน?วยงาน และนำเสนอคณะอนุกรรมการเฉพาะกิจเพื่อจัดทำร?างนโยบายและแผนระดับชาติว?าด@วยความมั่นคงแห?งชาติ (พ.ศ. ๒๕๖๖ – ๒๕๗๐) พิจารณาเห็นชอบ ๒. การตรวจสอบสภาวะแวดล#อมและผลกระทบด#านความม่ันคง ๒.๑ หลักการ วิเคราะหGความสำคัญของภูมิยุทธศาสตรG ภูมิรัฐศาสตรG และภูมิเศรษฐศาสตรGไทยที่ส?งผล ต?อความมั ่นคงแห?งชาติ การประเมินขีดความสามารถของประเทศเพื ่อเสริมสร@างกำลังอำนาจของชาติ รวมทั้งความเปลี ่ยนแปลงของบริบทความมั ่นคงในระดับโลก ระดับภูมิภาค และระดับประเทศ โดยเฉพาะ ผลสืบเนื่องมาจากสถานการณGแพร?ระบาดของโรคโควิด-19 และแนวโน@มสถานการณGในระดับโลก ทำให@กรอบการประเมิน สถานการณGและแนวโน@มความมั ่นคงได@ใช@กระบวนการวิเคราะหGด@านการคาดการณGอนาคตเชิงยุทธศาสตรG เพ่ือประเมินความเส่ียงภัยคุกคามท่ีจะส?งผลต?อความม่ันคงของประเทศในห@วง ๕ ปe ระหว?าง พ.ศ. ๒๕๖๖ – ๒๕๗๐ ๒.๒ วิธีการ แบ?งออกเปkน ๑) สำรวจเอกสาร ได@แก? แผนระดับชาติที่เกี่ยวข@อง รายงานสถานการณG ความมั่นคงในรอบ ๕ ปeของคณะที่ปรึกษาการข?าวจากการประมวลข@อมูลโดยสำนักข?าวกรองแห?งชาติ และกองประเมิน ภัยคุกคามของสำนักงานสภาความมั่นคงแห?งชาติ งานวิจัยของคณะที่ปรึกษาด@านวิชาการ และบทความทางวิชาการ 109 ๑๑๐ ที่เกี่ยวข@อง ๒) ประชุมหารือและขอรับข#อมูลสนับสนุนร/วมกับภาคส/วนที่เกี่ยวข#อง อาทิ ภาครัฐ ภาควิชาการ ภาคการเมือง ภาคเอกชน ภาคประชาสังคม และภาคประชาชน และ ๓) หารือและแลกเปลี่ยนข#อมูลร/วมกับกลไก และหน/วยงานระดับนโยบายท่ีเก่ียวข#อง อาทิ คณะกรรมการจัดทำยุทธศาสตรGชาติด@านความม่ันคง คณะท่ีปรึกษาของ สภาความมั่นคงแห?งชาติ คณะอนุกรรมการจัดทำข@อเสนอทางวิชาการ เพื ่อเสนอแนะนโยบาย ยุทธศาสตรG และแผนด@านความม่ันคง และสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห?งชาติ ๓. การวิเคราะหRความเส่ียงของภัยคุกคามและจัดลำดับความสำคัญของประเด็นความม่ันคง ๓.๑ หลักการ สังเคราะหGข@อมูลแนวโน@มความเสี่ยงและโอกาส โดยใช@หลักการประเมินความเปkนไปได@ และผลกระทบ จึงกำหนดประเด็นความมั่นคงที่พิจารณาบนพื้นฐานผลประโยชนGแห?งชาติ การประเมินสถานการณG และการศึกษาของคณะที่ปรึกษาด@านวิชาการ ซึ่งประมวลผลและวิเคราะหGข@อมูลอย?างเปkนระบบ พบว?า ความเสี่ยง ของภัยคุกคามในป̂จจุบันและแนวโน@มเปล่ียนผ?านระยะต?อไป มีท้ังส้ิน ๒๘ ประเด็นความม่ันคง ดังน้ี ๑. สถาบันหลักของชาติ ๒. ความขัดแย@งทางการเมือง ๓. ความแตกแยกของคนในชาติ และความรุนแรงในสังคม ๔. ป̂ญหาอาชญากรรม ภายในประเทศ ๕. การปZองกันประเทศ ๖. ความม่ันคงทางชายแดน ๗. ความม่ันคงทางทะเล ๘. ความม่ันคงทางอากาศ และอวกาศ ๙. ความไม?สงบในพ้ืนท่ี จังหวัดชายแดนภาคใต@ ๑๐. สาธารณภัย ๑๑. ทรัพยากรธรรมชาติ และส่ิงแวดล@อม ๑๒. ความม่ันคงทางพลังงาน ๑๓. ความม่ันคงทางอาหาร ๑๔. ความม่ันคงทางน้ำ ๑๕. การเปล่ียนแปลงทาง ภูมิประชากรศาสตรG ๑๖. ผู@หลบหนีเข@าเมือง ๑๗. ยาเสพติด ๑๘. การก?อการร@าย ๑๙. โรคติดต?ออุบัติใหม? ๒๐. ความม่ันคงทางไซเบอรG ๒๑. อาชญากรรม ทางเศรษฐกิจ ๒๒. การฟอกเงิน ๒๓. การค@ามนุษยG และช้ินส?วนมนุษยG ๒๔. ฉ@อโกงข@ามชาติ ๒๕. การปลอมแปลงเอกสารและ หลักฐานเก่ียวกับตัวบุคคล ๒๖. ทุจริตคอรGรัปชัน ๒๗. การแข?งขันขยายอิทธิพล ของมหาอำนาจ และข้ัวอำนาจต?าง ๆ ๒๘. การสะสมและแพร?ขยาย อาวุธ รวมถึงการค@า และการลักลอบค@าอาวุธ ผิดกฎหมาย 110 ๑๑๑ ๓.๒ วิธีการ ๓.๒.๑ เครื่องมือทางวิชาการร?วมกับคณะที่ปรึกษาด@านวิชาการ มุ?งเน@นการประเมินแนวโน@มอนาคต เชิงยุทธศาสตรG และการบริหารจัดการความเส่ียง ๓.๒.๒ จัดทำหลักเกณฑGประเมินภาพรวมระดับความเปkนไปได@และระดับผลกระทบของแนวโน@ม ความเส่ียงและโอกาสประเด็นความม่ันคง แบ?งออกเปkน ๔ ระดับ ดังน้ี ๑) ระดับคะแนนสีแดง เปkนประเด็นท่ีจะส?งผลกระทบและแนวโน@มความเส่ียงสูงอย?างร@ายแรง ๒) ระดับคะแนนสีส@ม เปkนประเด็นท่ีจะส?งผลกระทบและแนวโน@มความเส่ียงสูงอย?างมาก ๓) ระดับคะแนนสีเหลือง เปkนประเด็นท่ีจะส?งผลกระทบและแนวโน@มความเส่ียงสูง ๔) ระดับคะแนนสีเขียว เปkนประเด็นท่ีจะส?งผลกระทบและแนวโน@มความเส่ียงเฝZาระวัง ๓.๒.๓ สำรวจความเห็นและการสัมภาษณGผู @ เช ี ่ยวชาญด@านความมั ่นคงด@วยเทคนิคเดลฟาย เพ่ือจัดลำดับความสำคัญประเด็นความม่ันคงท่ีมีผลกระทบและความเส่ียงตามเกณฑGระดับคะแนนท่ีกำหนดไว@ ๓.๒.๔ กำหนดประเด็นความมั่นคงที่มีความสำคัญในระดับคะแนนสีแดง และระดับคะแนนสีส@ม รวมท้ังส้ิน ๑๓ ประเด็นความม่ันคง ซ่ึงจำเปkนต@องมีเคร่ืองมือสนับสนุนการปZองกันและแก@ไขป̂ญหาดังกล?าวอย?างเร?งด?วน ทำให@จำแนกออกเปkน ๒ หมวด ได@แก? ๑) หมวดประเด็นความมั่นคง และ ๒) หมวดประเด็นศักยภาพความมั่นคง ท้ังน้ี ประเด็นอ่ืนยังคงได@รับความสำคัญไว@ในแผนแม?บทภายใต@ยุทธศาสตรGชาติ (พ.ศ. ๒๕๖๑ – ๒๕๘๐) ๔. การกำหนดประเด็นนโยบายด#านความม่ันคงและแนวทางการขับเคล่ือน ๔.๑ หลักการ กำหนดขอบเขตความมั่นคงแบบองคGรวมและจัดวางทิศทางการขับเคลื่อนให@ชัดเจน ท่ีเล็งเห็นผลความสำเร็จในระยะ ๕ ปe โดยใช@ข@อมูลจากการประเมินแนวโน@มสถานการณGความมั่นคง และการจัดลำดับ ความสำคัญของประเด็นความม่ันคง เพ่ือให@บรรลุเปZาหมายของยุทธศาสตรGชาติด@านความม่ันคง ๔.๒ วิธีการ ดำเนินการตามกระบวนการที่กำหนดไว@ในพระราชบัญญัติสภาความมั่นคงแห?งชาติ พ.ศ. ๒๕๕๙ รวมถึงกลไกอื่น ๆ ที่เกี่ยวข@อง โดยการยกร?างมี ๒ กลไกหลัก ได@แก? ๑) คณะทำงานยกร?างนโยบายและแผนระดับชาติ ว?าด@วยความมั่นคงแห?งชาติ (พ.ศ. ๒๕๖๖ – ๒๕๗๐) และ ๒) คณะอนุกรรมการเฉพาะกิจเพื่อจัดทำร?างนโยบายและแผน ระดับชาติว?าด@วยความม่ันคงแห?งชาติ (พ.ศ. ๒๕๖๖ – ๒๕๗๐) ๕. การเสนอ (ร/าง) นโยบายและแผนระดับชาติว/าด#วยความม่ันคงแห/งชาติ (พ.ศ. ๒๕๖๖ – ๒๕๗๐) ๕.๑ หลักการ เปkนไปตามพระราชบัญญัติสภาความมั่นคงแห?งชาติ พ.ศ. ๒๕๕๙ กำหนดให@สำนักงาน สภาความมั่นคงแห?งชาติ จัดทำนโยบายและแผนระดับชาติว?าด@วยความมั่นคงแห?งชาติ ตามเปZาหมายและแนวทาง ที่สภาความม่ันคงแห?งชาติกำหนด เพื่อเสนอต?อสภาความมั่นคงแห?งชาติ และคณะรัฐมนตรีพิจารณาให@ความเห็นชอบ รวมทั้งให@มีการรับฟ^งความคิดเห็นของหน?วยงานของรัฐที ่เกี ่ยวข@องและของประชาชน และทำเปkนประกาศ พระบรมราชโองการ และประกาศในราชกิจจานุเบกษา ๕.๒ วิธีการ เสนอกลไกพิจารณา ดังนี้ ๑) คณะกรรมการร@อยกรองงานของสภาความมั่นคงแห?งชาติ (เลขาธ ิการสภาความมั ่นคงแห?งชาติ เป kนประธาน) ๒) คณะกรรมการนโยบายของสภาความมั ่นคงแห?งชาติ (รองนายกรัฐมนตรี เปkนประธาน) ๓) สภาความมั่นคงแห?งชาติ (นายกรัฐมนตรี เปkนประธาน) และ ๔) คณะรัฐมนตรี หลังจากนั้นเสนอทูลเกล@าฯ เพื่อประกาศพระบรมราชโองการ และประกาศในราชกิจจานุเบกษา ทั้งนี้ ได@เสนอ คณะกรรมการยุทธศาสตรGชาติ (นายกรัฐมนตรี เปkนประธาน) รับทราบด@วย เพื ่อแสดงความสอดคล@อง และความเช่ือมโยงกับยุทธศาสตรGชาติด@านความม่ันคง 111 ๑๑๒ 112 ๑๑๓ ผนวก ข ความเปลี่ยนแปลง บริบทความมั่นคงในระยะ ๕ ปR 113 ๑๑๔ 114 ๑๑๕ ประเทศไทยยังคงต@องเผชิญความเสี่ยงหลายประการที่มีความเชื่อมโยงระหว?างกัน ซึ่งสามารถส?งผลกระทบ ต?อความมั่นคงในหลายระดับ เนื ่องจากลักษณะของภัยคุกคามมีความผันผวน ความไม?แน?นอน ความสลับซับซ@อน และความคลุมเครือ (VUCA World) อันเปkนผลมาจากป^จจัยภายในประเทศและป^จจัยระหว?างประเทศ ส?งผลให@ สถานการณGที่จะเกิดขึ้นมีความรุนแรงและยากจะคาดการณG รูปแบบภัยคุกคามจะมีความหลากหลาย และมีลักษณะ ผสมผสาน ป^ญหาข@ามพรมแดนแปรผันตามความสัมพันธGระหว?างประเทศที่มีความซับซ@อน ทั้งที่เปkนผลสืบเนื่อง มาจากสถานการณGการแพร?ระบาดของโรคโควิด-19 และแนวโน@มสถานการณGในระดับโลก ทำให@กรอบการประเมิน สถานการณGและแนวโน@มความมั ่นคงได@ใช@กระบวนการวิเคราะหGด@านการคาดการณGอนาคตเชิงยุทธศาสตรG เพ่ือประเมินความเส่ียงภัยคุกคามท่ีจะส?งผลต?อความม่ันคงของประเทศในห@วง ๕ ปe ระหว?าง พ.ศ. ๒๕๖๖ – ๒๕๗๐ แบ?งออกเปkน ๓ ระดับ ได@แก? ๑) ระดับโลก ๒) ระดับภูมิภาค และ ๓) ระดับประเทศ โดยพิจารณาจากมุมมอง ผลกระทบภายนอกท่ีส?งผลต?อไทย และมุมมองสถานการณGภายในประเทศท่ีส?งผลต?อภายนอก ๑. ความเปล่ียนแปลงบริบทความม่ันคงในระดับโลก ๑.๑ การแข/งขันขยายอิทธิพลของประเทศมหาอำนาจและข้ัวอำนาจต/าง ๆ ในห@วงที่ผ?านมามีการแข?งขันระหว?างประเทศมหาอำนาจ และขั้วอำนาจต?าง ๆ ของโลกอย?างเข@มข@น ไม?ว?าจะเปkนการแข?งขันของประเทศมหาอำนาจอย?างสหรัฐอเมริกาผ?านการสานต?อการดำเนินยุทธศาสตรGอินโด-แปซิฟÜก เพ่ือสกัดกั้นอิทธิพลของจีนที่มีต?อโครงการข@อริเร่ิมหน่ึงแถบหน่ึงเส@นทาง และการนำเสนอให@มีการจัดต้ังกรอบความริเร่ิม ความม่ันคงโลก ซ่ึงเปkนแนวคิดความม่ันคงโลกแบบองคGรวมท่ีจีนได@นำเสนอ ในขณะเดียวกัน หากสถานการณGความขัดแย@งหรือวิกฤตการณGการสู@รบของประเทศมหาอำนาจหน่ึง ที ่มีต?อประเทศอื่นมีสัญญาณบ?งชี ้การขยายผลกระทบในวงกว@างไปสู?ระดับโลกได@ ทั ้งในเรื ่องการแสดงท?าที และการดำเนินการความสัมพันธGระหว?างประเทศ การดำเนินนโยบายรองรับการเปลี่ยนแปลงห?วงโซ?อุปทานโลก และป^ญหาทางเศรษฐกิจ หากประเทศคู?ขัดแย@งเปkนผู @ส?งออกสินค@าสำคัญ อาทิ สินค@าทางการเกษตร น้ำมัน และกπาซธรรมชาติ ที่เปkนวัตถุดิบสำคัญในภาคการผลิตด@วยแล@ว ก็อาจนำไปสู?ความผันผวนของราคาพลังงาน อาหาร รวมถึงสินค@าหลายประเภท และส?งผลต?อวิถีชีวิตและความเปkนอยู?ของประชาชนจนเกิดเปkนภาวะวิกฤติได@ ซึ ่งประเทศไทยจำเปkนต@องมีการเตรียมพร@อมรับมือวิกฤตการณGความมั ่นคงดังกล?าว โดยให@ความสำคัญกับ การเสริมสร@างสมดุลความมั่นคงทางอาหารและพลังงาน เพื่อลดความเสี่ยงต?อความมั่นคงแห?งชาติและคุณภาพชีวิต ของคนในชาติ ตลอดจนการพัฒนาระบบปZองกันประเทศและการเตรียมพร@อมแห?งชาติ เพื่อรองรับกับภัยคุกคาม ต?อความม่ันคงด@านต?าง ๆ ท่ีอาจเกิดข้ึน อาทิ อาวุธท่ีมีอานุภาพทำลายล@างสูง และความม่ันคงปลอดภัยไซเบอรG นอกจากนี้ แนวโน@มการรวมกลุ?มของขั ้วอำนาจต?าง ๆ ได@มีการต?อรองผลประโยชนGร?วมกัน และเร?งรัดกระบวนการแยกตัวของระบบการเมือง การทหาร เศรษฐกิจ และเทคโนโลยีระหว?างกลุ?มประเทศต?าง ๆ ให@ชัดเจนและรวดเร็วยิ ่งขึ ้น อาทิ กรอบความร?วมมือด@านความมั่นคงในภูมิภาคอินโด – แปซิฟÜกของพันธมิตร ความมั่นคงสี่ฝ°าย ประกอบด@วย สหรัฐอเมริกา อินเดีย ญี่ปุ°น ออสเตรเลีย (Quadrilateral Security Dialogue: QUAD) และกลุ ?ม AUKUS (Australia – the United Kingdom – the United States) เพื ่อเสริมสร@างกำลังอำนาจของชาติ ผ?านรูปแบบกิจกรรมที่หลากหลาย เช?น การพัฒนาทางเศรษฐกิจและเทคโนโลยี การเสริมสร@างศักยภาพของกองทัพ และยุทโธปกรณG การแสวงหาทรัพยากรและพื ้นที ่อิทธิพลใหม? ๆ การรวมกลุ ?มพันธมิตรที ่มีผลประโยชนG 115 ๑๑๖ สอดคล@องกัน ตลอดจนการปÜดล@อมหรือสกัดกั้นอิทธิพลของประเทศที่เปkนคู?ขัดแย@ง อย?างไรก็ตาม มีแนวโน@ม การรวมกลุ?มกันในรายประเด็นผลประโยชนGที่มีความเชื่อมโยงทับซ@อนกันระหว?างประเทศในแต?ละขั้วอำนาจไม?ได@ แยกออกจากกันโดยส้ินเชิงด@วย การดำเนินการดังกล?าวส?งผลให@รูปแบบความสัมพันธGระหว?างประเทศมีความซับซ@อนมากยิ่งข้ึน และสร@างความท@าทายต?อการดำเนินนโยบายความมั่นคงกับต?างประเทศ อันส?งผลต?อการกำหนดจุดยืนของไทย ในเวทีการเมืองและความม่ันคงระหว?างประเทศ โดยมีแนวโน@มการแข?งขันเพ่ือขยายอิทธิพล ๒ เร่ืองสำคัญ ดังน้ี ๑.๑.๑ การสะสมอาวุธและการแพร/ขยายอาวุธ ข@อบ?งชี้การใช@จ?ายงบประมาณทางทหารทั่วโลกและรายงานสถานการณGการขัดกันทางอาวุธ (Armed conflict) ที่เพิ่มสูงขึ้นได@สร@างบรรยากาศความหวาดระแวงและความไม?ไว@เนื้อเชื่อใจระหว?างกัน ส?งผลให@ แต?ละประเทศและพันธมิตรของขั้วอำนาจเสริมสร@างศักยภาพการปZองกันประเทศให@พร@อมรับมือด@วยการเพ่ิม ปริมาณการสะสมอาวุธ การปรับยุทธศาสตรGเพื่อเตรียมความพร@อมหากเกิดวิกฤตการณGความขัดแย@งระหว?างประเทศ และการพัฒนาแสนยานุภาพและเทคโนโลยีทางการทหาร โดยนำไปสู?การแพร?ขยายของอาวุธตามแบบ (conventional weapons) และอาวุธที่มีอานุภาพทำลายล@างสูง (Weapons of Mass Destruction: WMD) รวมถึงอาวุธไฮเปอรG โซนิกหรืออาวุธความเร็วเหนือเสียง (Hypersonic Weapon) ซึ่งนำไปสู?การละเมิดสิทธิมนุษยชน และการนำไปใช@ ในอาชญากรรม หากอาวุธดังกล?าวอยู?ภายใต@การครอบครองของรัฐที่มีสถานการณGขัดกันทางอาวุธหรือตัวแสดง ที่ไม?ใช?รัฐบางกลุ?ม ทำให@เกิดความพยายามในการจัดระเบียบโลกเพื่อควบคุมและลดอาวุธอันจะส?งผลกระทบต?อ ความสัมพันธGระหว?างประเทศและความม่ันคงของรัฐ ไทยมีความเสี่ยงจากการเปkนพื้นที่แสวงประโยชนGเพื่อการจัดหา จัดซื้อ ลักลอบขนส?ง และลำเลียงสินค@าอาวุธยุทโธปกรณGที่ผิดกฎหมาย ตลอดจนการถูกกดดันให@มีการควบคุมและลดอาวุธที่ส?งผลต?อ การพัฒนาศักยภาพการปZองกันประเทศ ๑.๑.๒ การแสวงประโยชนRจากความก#าวหน#าทางเทคโนโลยีและนวัตกรรม การเปลี ่ยนผ?านเข@าสู ?ยุคดิจิทัลของการปฏิวัติอุตสาหกรรมครั ้งท่ี ๔ ได@สร@างพลวัต ให@ประเทศมหาอำนาจ ประเทศที่มีศักยภาพ และตัวแสดงระหว?างประเทศ เพื่อขยายอิทธิพลในการเสริมสร@าง กำลังอำนาจของชาติ ด@วยการพัฒนาและเสริมสร@างความทันสมัยของเทคโนโลยีและนวัตกรรมแห?งอนาคต ท่ีเน@นการต?อยอดและผสมผสานเทคโนโลยีต?างสาขาเข@าด@วยกัน อาทิ เทคโนโลยีควอนตัม การจัดการระบบ แพลตฟอรGม การวิเคราะหGและเข@าถึงข@อมูลขนาดใหญ? การใช@ประโยชนGจากป^ญญาประดิษฐG หุ ?นยนตG และ ระบบอัตโนมัติ ซึ่งเทคโนโลยีและนวัตกรรมดังกล?าวมีแนวโน@มถูกนำมาใช@เปkนเครื่องมือต?อรองและแสวงประโยชนG ที ่เพิ ่มความหวาดระแวงระหว?างกัน ทั ้งในเรื ่องการโจมตีโครงสร@างพื ้นฐาน การจารกรรมข@อมูล การสอดแนม การก?ออาชญากรรมทางไซเบอรG และอาชญากรรมข@ามชาติรูปแบบอ่ืน ๆ รวมถึงภาวะการพ่ึงพิงจากการใช@เทคโนโลยี และนวัตกรรม อย?างไรก็ตาม ไทยสามารถแสวงหาโอกาสและประโยชนGกับประเทศมหาอำนาจ และขั้วอำนาจต?าง ๆ ผ?านการส?งเสริมความร?วมมือระหว?างประเทศ เพื่อพัฒนาต?อยอดและนำเทคโนโลยีมาประยุกตGใช@ได@อย?างเหมาะสม ให@เท?าทันต?อการเปลี่ยนแปลงแบบก@าวกระโดด และรองรับภัยคุกคามอันเกิดจากความก@าวหน@าทางเทคโนโลยี และนวัตกรรม 116 ๑๑๗ ๑.๒ สถานการณRการก/อการร#าย แม@สถานการณGการแพร?ระบาดของโรคโควิด-19 ตลอดห@วงที่ผ?านมา จะส?งผลให@การเคลื่อนไหว ของกลุ?มก?อการร@ายต?าง ๆ ลดน@อยลง อันเนื่องจากมาตรการจำกัดการเข@าเมือง และการปÜดพรมแดนของนานาประเทศ ตลอดจนการเข@มงวดการเดินทางสัญจรระหว?างประเทศ แต?กลุ?มก?อการร@ายมีแนวโน@มปรับรูปแบบการก?อเหตุ ในลักษณะของปฏิบัติการโดยลำพัง รวมถึงมุ?งเน@นการเผยแพร?/บ?มเพาะแนวคิดสุดโต?งที่นิยมความรุนแรงมากข้ึน โดยเฉพาะการดำเนินการผ?านสื่อสังคมออนไลนGต?อกลุ?มที่มีความเปราะบาง ได@แก? เด็ก เยาวชน และสตรี อีกท้ัง หากสถานการณGของโรคโควิด-19 คลี่คลายลง มีแนวโน@มที่กลุ?มก?อการร@ายต?าง ๆ โดยเฉพาะกลุ?มนักรบก?อการร@าย ต?างประเทศจะกลับมาเคลื่อนไหว/ก?อเหตุรุนแรงอีก โดยมีป^จจัยสนับสนุน เช?น ความขัดแย@งทางการเมือง ศาสนา ชาติพันธุG เปkนต@น รวมท้ังความขัดแย@งในภูมิภาคต?าง ๆ ท่ีมีความอ?อนไหวต?อสถานการณGการก?อการร@าย กลุ?มก?อการร@ายอาจใช@ไทยเปkนสถานที่พักพิงและอำนวยความสะดวกเพื่อตระเตรียมก?อเหตุ ไปจนถึงขั้นก?อเหตุ อีกทั้งการก?อการร@ายยังเกี่ยวข@องกับอาชญากรรมอื่น ๆ อาทิ ยาเสพติด การค@ามนุษยG การค@าอาวุธ อาชญากรรมทางเศรษฐกิจ โดยเฉพาะการฟอกเงินและการให@เง ินอุดหนุนต?อการก?อการร@าย นอกจากน้ี ความก@าวหน@าของนวัตกรรมและเทคโนโลยีจะเปkนป^จจัยเสี่ยงสำคัญที่นำมาใช@พัฒนาอาวุธในการก?อการร@าย อาทิ อากาศยานโจมตีไร@คนขับก?อเหตุ การก?อการร@ายทางไซเบอรG และการใช@อาวุธทางชีวภาพในการก?อการร@าย ดังนั ้น ไทยจำเปkนต@องมีแนวทางการเตรียมพร@อม เพื ่อรับมือและต?อต@านการก?อการร@าย ทุกรูปแบบ และเสริมสร@างความร?วมมือระหว?างประเทศ ๑.๓ การเปล่ียนแปลงทางเทคโนโลยีอย/างฉับพลันท่ีส/งผลต/อภัยคุกคามทางไซเบอรR พัฒนาการความก@าวหน@าทางเทคโนโลยีและนวัตกรรม ทำให@ระบบโครงสร@างพื้นฐานสำคัญ เชื ่อมต?อกับระบบอินเทอรGเน็ต ประกอบกับสถานการณGการแพร?ระบาดของโรคโควิด-19 ได@เปkนป^จจัยเร?ง ให@ว ิถ ีช ีว ิตของประชาชนต@องพึ ่งพิงระบบเทคโนโลยีสารสนเทศมากขึ ้น ซ ึ ่งม ีแนวโน@มความเสี ่ยงไปสู? การก?ออาชญากรรมทางไซเบอรGท่ีมีลักษณะไร@ตัวตน (Invisible) ไร@พรมแดน (Borderless) และนิรนาม (Anonymous) ไทยมีแนวโน@มเผชิญกับสถานการณGการโจมตีทางไซเบอรGและอาชญากรรมทางไซเบอรG อาทิ การทำสงครามไซเบอรGระหว?างรัฐที่เปkนคู?ขัดแย@ง ปฏิบัติการของเครือข?ายอาชญากรรมข@ามชาติ การล?อลวง และฉ@อโกงทางไซเบอรGเพื่อแสวงประโยชนGทางการเงินผ?านมัลแวรGเรียกค?าไถ? (Ransomware) ขบวนการฉ@อโกง การสื ่อสารทางเสียงผ?านโครงข?ายอินเทอรGเน็ต (Voice over Internet Protocol: VoIP) การโจมตีระบบของ สถาบันทางการเงิน ภัยจากการใช@เงินตราเข@ารหัสลับ (Cryptocurrency) ที่นำไปสู?การฟอกเงิน ธุรกิจแชรGลูกโซ? ข@ามชาติ การพนันออนไลนG การถูกครอบงำหรือชี้นำทางความคิดผ?านสื่อสังคมออนไลนGเพื่อวัตถุประสงคGต?าง ๆ การล?อลวงเปZาหมายอ?อนแอด@วยวิธีการหาคู?ทางอินเทอรGเน็ต (Romance scam) การระรานทางไซเบอรG (Cyber bullying) รวมถึงมีการละเมิดข@อมูล หรือการเข@าถึงข@อมูล โดยไม?ได@รับอนุญาตจะเพิ่มขึ้นและมีขนาดใหญ?ขึ้น ซึ่งจะทำให@ องคGกรและรัฐบาลต@องเสียค?าใช@จ?ายมากขึ ้นในการกู @คืน อาชญากรไซเบอรGส?วนใหญ?ยังคงมุ ?งโจมตีเว็บไซตG แลกเปลี่ยน ซื้อ – ขาย และเว็บไซตGที่ให@บริการจัดเก็บสินทรัพยGดิจิทัลในกระเปºาเงินอิเล็กทรอนิกสGออนไลนG อีกท้ัง ใช@เปkนช?องทางฟอกเงิน เน่ืองจากจะไม?ปรากฏเส@นทางการโอนเงินเหมือนกับการชำระด@วยเงินสดหรือบัตรเครดิต 117 ๑๑๘ ในขณะเดียวกัน ไทยสามารถใช@โอกาสจากความก@าวหน@าทางเทคโนโลยีเพื่อพัฒนาอุตสาหกรรมและ เทคโนโลยีการปZองกันประเทศ เพื่อนำไปใช@ในการปZองกันและการสืบสวนอาชญากรรมทางไซเบอรG รวมทั้งเชื่อมโยง ระบบข@อมูลขนาดใหญ?ด@านความมั่นคงของประเทศให@เปkนเอกภาพ รวมถึงส?งเสริมความร?วมมือกับประชาคม ระหว?างประเทศในการปZองกันและแก@ไขภัยคุกคามทางไซเบอรG ทั้งจากรัฐและตัวแสดงที่มิใช?รัฐ ที่ใช@ช?องทาง ของเทคโนโลยีและนวัตกรรมไปใช@ในการโจมตีโครงสร@างพื้นฐานสำคัญ การโจมตีโครงสร@างพื้นฐานสำคัญทางสารสนเทศ รวมถึงอาชญากรรมทางไซเบอรGและการก?อการร@าย ๑.๔ โรคติดต/ออุบัติใหม/และภัยสุขภาพต/าง ๆ ป^จจัยทางชีวภาพของเชื้อโรคที่มีวิวัฒนาการอย?างสม่ำเสมอ การดื้อยาต@านจุลชีพ (Antimicrobial resistance) พฤติกรรมของมนุษยGที่ไม?ถูกสุขลักษณะ และป^จจัยด@านการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศที่เกิดข้ึน อย?างต?อเนื่องส?งผลให@โรคติดต?ออุบัติใหม?และภัยสุขภาพต?าง ๆ มากข้ึน และมีแนวโน@มยกระดับโรคติดต?ออุบัติใหม? และอุบัติซ้ำเปkนโรคระบาดที่เปkนโรคติดต?อหรือโรคที่ยังไม?ทราบสาเหตุของการเกิดโรคแน?ชัด ซึ่งอาจแพร?ไปสู?ผู@อ่ืน ได@อย?างรวดเร็วและกว@างขวาง หรือมีภาวะของการเกิดโรคมากกว?าปกติท่ีเคยเปkนมา กรณีตัวอย?างที ่ช ัดเจนพิจารณาได@จากองคGการอนามัยโลก (World Health Organization: WHO) แถลงการณGเมื่อวันที่ ๑๑ มีนาคม ๒๕๖๓ ยกระดับการแพร?ระบาดของไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ หรือ COVID-19 จากโรคระบาด (Epidemic) เปkนโรคระบาดใหญ? (Pandemic) หลังจากมีการลุกลามไปหลายประเทศในภูมิภาค ต?าง ๆ ได@ส?งผลกระทบในทุกระดับ และเปkนประเด็นระดับโลกที่จำเปkนต@องร?วมมือเพื่อปZองกันและระงับยับย้ัง ร?วมกันในการบริหารจัดการทางด@านสาธารณสุขของประชาคมโลกผ?านกรอบความร?วมมือระหว?างประเทศ วิกฤตการณGโรคติดต?ออุบัติใหม?และภัยสุขภาพต?าง ๆ จึงส?งผลต?อความมั่นคงของประเทศได@ โดยเฉพาะผลกระทบต?อความมั ่นคงทางอาหารและความมั ่นคงทางสุขภาพต?อสุขภาวะของคนในชาติ อาทิ การนำเข@าอาหาร ยารักษาโรค และเครื่องมือทางการแพทยG ดังนั้น การพัฒนานวัตกรรมและการบริหารจัดการ ทรัพยากรด@านการแพทยGและสาธารณสุขจึงมีความจำเปkนในการรับมือกับโรคต?าง ๆ ทั้งเรื่องโรคติดต?อและการระบาด โรคและภัยที่เกิดจากสารเคมี โรคและภัยสุขภาพที่เกิดจากกัมตภาพรังสีและนิวเคลียรG โรคที่เกิดจากการบาดเจ็บ และอุบัติภัย ตลอดจนโรคและภัยสุขภาพท่ีเกิดจากภัยธรรมชาติ อย?างไรก็ตาม สถานการณGของโรคอุบัติใหม?และภัยสุขภาพในภาวะฉุกเฉินจะเปkนช?องทาง ให@ประเทศมหาอำนาจแสวงประโยชนGผ?านความร?วมมือทางด@านสาธารณสุขเพื่อเสริมบทบาทนำในเวทีระหว?าง ประเทศ อาทิ การแลกเปลี ่ยนวิทยาการทางการแพทยG องคGความรู @ในการจัดการ ตลอดจนกำหนดแนวทาง ในการแบ?งป^น/จัดสรร เวชภัณฑGและเทคโนโลยีทางการแพทยGที่เกี่ยวข@องกับการรักษาและปZองกันโรค สำหรับไทย ควรมีการเสริมศักยภาพในการบริหารจัดการด@านสาธารณสุข ทั ้งในด@านงบประมาณ หน?วยงาน บุคลากร และองคGความรู@ เพ่ือรับมือกับสถานการณGการแพร?ระบาดท่ีมีแนวโน@มเกิดข้ึนในอนาคต ๑.๕ การเปล่ียนแปลงสภาพภูมิอากาศและภาวะโลกร#อน ผลกระทบจากการเปลี ่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและภาวะโลกร@อนมีความเกี ่ยวข@องกับ มิติความม่ันคงหลายประการและเปkนป̂จจัยท่ีเพ่ิมความเปราะบางของป̂ญหาท่ีมีอยู?เดิม ดังน้ี 118 ๑๑๙ ๑.๕.๑ ปaญหาระดับน้ำทะเลที่สูงขึ้น ส?งผลกระทบต?อการกัดเซาะบริเวณชายฝ^≤งทำให@เส@นฐาน (Baseline) ที่ใช@ในการกำหนดเขตพื้นที่ดังกล?าวถอยร?นตามแนวน้ำที่สูงขึ้นจากตำแหน?งเดิม อย?างไรก็ตาม ป^จจุบัน ยังไม?มีบรรทัดฐานทางกฎหมายระหว?างประเทศอันเปkนที่ยอมรับอย?างเปkนสากลเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงเส@นฐาน การกำหนดเขตทางทะเลอันเปkนผลจากการเพ่ิมสูงของระดับน้ำทะเล ๑.๕.๒ ปaญหาการขาดแคลนและแย/งชิงทรัพยากรน้ำ อันเปkนผลมาจากประชากรโลกที่เพิ่มข้ึน และการเปลี ่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศเปkนสาเหตุของป^ญหาภัยแล@ง จึงมีแนวโน@มเกิดความขัดแย@งหรือ กรณีพิพาทระหว?างประเทศต?อป̂ญหาการแย?งชิงกรรมสิทธ์ิในบริเวณท่ีมีทรัพยากรน้ำ ๑.๕.๓ ปaญหาการโยกย#ายถิ่นฐาน ผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและภัยพิบัติ ในรูปแบบต?าง ๆ เปkนแรงผลักดันให@กลุ?มประชากรที่ได@รับผลกระทบพิจารณาโยกย@ายถิ่นฐานเพื่อแสวงหาโอกาส ทางเศรษฐกิจที่ดีขึ้น ซึ่งการโยกย@ายถิ่นฐานข@ามประเทศก?อให@เกิดป^ญหาทั้งในมิติด@านความมั่นคง สังคม ทรัพยากร และเศรษฐกิจของประเทศปลายทาง ๑.๕.๔ ปaญหาความมั่นคงทางอาหารและน้ำ ประชากรโลกมีแนวโน@มเผชิญภาวะอดอยาก และการขาดสารอาหารเพิ่มขึ้น ราคาอาหารมีแนวโน@มอยู?ในระดับสูง เนื่องจากผู@ผลิตไม?สามารถผลิตอาหารได@ทันกับ ความต@องการทั่วโลกที่เพิ่มขึ้นอย?างรวดเร็ว ประกอบกับสถานการณGด@านความมั่นคงทางน้ำของโลกในระยะยาว ยังคงน?ากังวล โดยประชากรโลกร@อยละ ๓๐ ไม?สามารถเข@าถึงน้ำสะอาด และขาดแคลนน้ำดื่ม ซึ่งหากประชาชน ไม?สามารถเข@าถึงแหล?งน้ำและอาหารที่ปลอดภัยและเพียงพอต?อความต@องการ ย?อมเพิ่มความรุนแรงของป^ญหา ความเหล่ือมล้ำในสังคมและนำไปสู?ความขัดแย@งท่ีขยายตัวเปkนวงกว@าง ๑.๕.๕ ปaญหาความมั่นคงทางพลังงาน กระบวนการจัดหาพลังงาน การนำเข@าและส?งออก พลังงานฟอสซิลได@รับผลกระทบจากภาวะโลกร@อน ทำให@หลายประเทศเริ่มหันไปใช@พลังงานสะอาด รวมถึงพลังงาน ทดแทนและพลังงานทางเลือก อาทิ พลังงานแสงอาทิตยG พลังงานลม และพลังงานนิวเคลียรGเพื่อสันติ ที่มีสัดส?วน การปลดปล?อยกπาซเรือนกระจกอันเปkนสาเหตุหลักของการเกิดภาวะโลกร@อนในปริมาณที่น@อยกว?าเมื่อเทียบกับ พลังงานฟอสซิล ประกอบกับการถูกกีดกันด@วยบรรทัดฐานทางการค@าและการลงทุนระหว?างประเทศ รวมท้ัง มีสัญญาณบ?งช้ีการหยุดชะงักโครงสร@างพื้นฐานด@านพลังงานสำคัญ เช?น ไฟฟZา น้ำมัน เปkนต@น ที่มีผลต?อการเปลี่ยนแปลง ห?วงโซ?อุปทานโลก ทำให@ประเทศที่ยังคงใช@พลังงานฟอสซิลและพึ่งพาการนำเข@าทรัพยากรพลังงาน โดยเฉพาะ น้ำมันดิบจากต?างประเทศ ต@องเร?งปรับนโยบายสนับสนุนการใช@พลังงานทดแทนและพลังงานทางเลือก ซึ่งรวมถึง การปรับบทบาทและโอกาสของไทยให@สอดคล@องกับแนวโน@มสถานการณGดังกล?าว ลดการพึ่งพาแหล?งพลังงาน จากภายนอกของไทยผ?านการพัฒนาแหล?งพลังงานในประเทศ การสร@างความพร@อมของบุคลากรของประเทศ ตลอดจนการบริหารจัดการพลังงานท่ีมีประสิทธิภาพ ปลอดภัย และคำนึงถึงผลกระทบต?อส่ิงแวดล@อม ๑.๖ การเปล่ียนแปลงทางภูมิประชากรศาสตรR คาดการณ Gว ? าจำนวนประชากรโลกจะเพ ิ ่มข ึ ้นมากกว ?า ๑ พ ันล @านคนภายในป e ๒๐๓๐ และภายในปe ๒๐๕๐ ร@อยละ ๘๐ ของประชากรโลกที ่มีอายุเกิน ๖๐ ปeขึ ้นไปจะอยู ?ในประเทศกำลังพัฒนา ซึ่งการที่ประชากรมีอายุยืนยาวขึ้นส?งผลให@ภาครัฐต@องมีการบริหารจัดการด@านหลักประกันสุขภาพและสาธารณสุข ที่เหมาะสม ในขณะเดียวกัน ความไม?สอดคล@องกันระหว?างแรงงานและความต@องการทางเศรษฐกิจอันเปkนผลมาจาก 119 ๑๒๐ แนวโน@มประชากรวัยทำงานที่ลดลงจะก?อให@เกิดความไม?คล?องตัวต?อการสร@างรายได@ของรัฐบาลในช?วงเวลา ที่ประเทศต@องเผชิญกับความต@องการด@านอื่น ๆ อย?างเร?งด?วน โดยไทยจะเปkนหนึ่งในประเทศที่เผชิญป^ญหาสังคม ผู@สูงวัยไปพร@อมกับสถานการณGในระดับโลก การเข@าสู?สังคมผู @สูงอายุโดยสมบูรณGของไทยจะนำมาซึ ่งความท@าทายทางเศรษฐกิจ สังคม และความมั่นคง ทั้งในเรื่องป^ญหาการขาดแคลนแรงงาน ป^ญหาการค@ามนุษยGอันเปkนผลมาจากความต@องการ ด@านแรงงานที่เพิ่มขึ้น การขาดระบบสวัสดิการที่เพียงพอ ป^ญหาสุขภาพจิตใจของผู@สูงวัยจากการถูกแยกออกจาก ภาคเศรษฐกิจและสังคม รวมไปถึงป^ญหาช?องว?างระหว?างวัยที่นำไปสู?การปะทะกันทางความคิดและความแตกแยก ในสังคม ดังนั้น ภาครัฐต@องปรับเปลี่ยนวิธีการวางนโยบายและการจัดสรรงบประมาณ เพื่อรองรับแนวโน@มสังคมสูงวัย และความท@าทายของตลาดแรงงานไทย ตลอดจนการบริหารจัดการไม?ให@เกิดการอคติระหว?างช?วงวัยจนนำไปสู? การใช@ความรุนแรง ๒. ความเปล่ียนแปลงบริบทความม่ันคงในระดับภูมิภาค ๒.๑ การแข/งขันและขยายอิทธิพลของประเทศมหาอำนาจและขั้วอำนาจต/าง ๆ ในภูมิภาคเอเชีย ตะวันออกเฉียงใต# สภาพที ่ตั ้งของภูมิภาคในการเปkนเส@นทางคมนาคมและแหล?งทรัพยากรพลังงานที ่สำคัญ ส?งผลให@มีแนวโน@มการแข?งขันเชิงยุทธศาสตรGระหว?างประเทศมหาอำนาจและพันธมิตรมาอย?างต?อเนื ่อง ในห@วงหลายปeที่ผ?านมา โดยเฉพาะการขยายอิทธิพลทางเศรษฐกิจการเมืองของจีน การที่สหรัฐอเมริกาพยายาม คานอำนาจและอิทธิพลของจีนในภูมิภาค การแสวงหาพันธมิตรในการเพิ ่มอำนาจต?อรองหรือผลประโยชนG จากพ้ืนท่ีบริเวณช?องแคบไต@หวัน และคาบสมุทรเกาหลี ตลอดจนการดึงดูดให@ประเทศที่มีอิทธิพลในภูมิภาค อาทิ รัสเซีย ญี่ปุ°น เกาหลีใต@ และอินเดีย เข@ามามีบทบาทผ?านกรอบความร?วมมือระหว?างประเทศ ทั้งในระดับทวิภาคีและพหุภาคี โดยการแข?งขันและ ขยายอิทธิพลดังกล?าวส?งผลต?อการกำหนดท?าที และการดำเนินนโยบายต?างประเทศของแต?ละประเทศ อาทิ นโยบายเน@นการพึ่งพาประเทศมหาอำนาจ และนโยบายแสวงหาความร?วมมือด@านอื ่น ๆ จากประเทศ มหาอำนาจใดมหาอำนาจหน่ึง ซ่ึงเปkนอุปสรรคต?อการรักษาดุลยภาพในภูมิภาคในอนาคต อย?างไรก็ตาม บริบทแนวโน@มการแข?งขันและขยายอิทธิพลที่ส?งผลกระทบและโอกาสในระดับ ภูมิภาคปรากฏพ้ืนท่ีสำคัญ ๒ กรณี ดังน้ี ๒.๑.๑ กรณีพิพาทในทะเลจีนใต# สถานการณGความขัดแย@งในทะเลจีนใต@ยังคงเปkนประเด็นท@าทายที่สำคัญของภูมิภาค ซึ่งเดิมพื้นฐานความขัดแย@งดังกล?าวเปkนเรื่องการอ@างสิทธิทับซ@อนเหนือพื้นที่ทะเลจีนใต@ ต?อมาได@ยกระดับเปkน ประเด็นระดับโลก โดยมีประเทศภายนอกภูมิภาคเข@ามารักษาผลประโยชนGจากการใช@สิทธิการเดินเรืออย?างเสรี นอกจากนี้ ยังปรากฏแนวโน@มที่ทะเลจีนใต@จะถูกทำให@เปkนพื้นที่ทางการทหาร (Militarization) ซึ่งมีสัญญาณบ?งช้ี ได@แก? การสะสมกำลังทางทะเลของประเทศที่เกี ่ยวข@องกับการอ@างสิทธิเหนือพื้นที่พิพาท รวมถึงการนำกำลัง ของประเทศนอกภูมิภาคมาปฏิบัติการ อาทิ ปฏิบัติการเดินเรือและบินผ?านอย?างเสรี (Freedom of Navigation 120 ๑๒๑ Operations: FONOPs) การสร@างเครือข?ายความร?วมมือและการฝãกซ@อมทางทหาร ตลอดจนการแข?งขัน เพื่อสร@างอิทธิพลเหนือทะเลจีนใต@ในรูปแบบอื่น อาทิ การให@บริการเกี่ยวกับกิจการทางทะเล โดยเฉพาะการรักษา ความปลอดภัยในการเดินเรือ และการใช@ยุทธวิธีก่ึงทหารก่ึงพลเรือน (Grey zone activities) เพ่ือควบคุมพ้ืนท่ี แม@ไทยจะไม?ใช?คู?ขัดแย@งในประเด็นพิพาทโดยตรง แต?เปkนผู@ใช@เส@นทางการเดินเรือพาณิชยG ผ?านพื้นที่ดังกล?าว จึงย?อมได@รับผลกระทบหากเกิดการใช@กำลังทหาร ไม?ว?าจะเปkนการทำสงครามอย?างเปÜดเผย หรือเหตุกระทบกระทั่งแบบไม?เจตนา หรือสถานการณGความปลอดภัยและความมั่นคงในการขนส?งทางทะเล การกระทำอันเปkนโจรสลัด จนถึงข้ันกระทบกับผลประโยชนGของชาติท่ีต@องใช@ทะเลในบริเวณพื้นที่ความขัดแย@ง เปkนเส@นทางในการขนส?งสินค@าทางทะเลเพ่ือเข@าและออกประเทศไทยได@ นอกจากนี้ หากเส@นทางขนส?งสินค@าทางทะเลในพื้นที่ขัดแย@งปÜดลง ประเทศไทยจะมี ระยะเวลาเตือนภัยเพียง ๔๘ ชั ่วโมง เพื ่อบริหารจัดการแก@ไขป^ญหาดังกล?าวอันจะส?งผลต?อแหล?งเศรษฐกิจ ซึ ่งอยู?ในห?วงโซ?การส?งออกและนำเข@าที่ต@องพึ่งพาการลำเลียงวัตถุดิบและผลิตภัณฑGผ?านการขนส?งทางทะเล โดยมีมูลค?าสูงถึง ๗ ล@านล@านบาทต?อปe อีกทั ้งไทยยังมีแนวโน@มถูกกดดันจากประเทศมหาอำนาจเพื ่อขอรับ การสนับสนุนเกี่ยวกับการแสดงท?าที หรือการดำเนินกิจการในทะเลจีนใต@อีกด@วย ดังนั้น ไทยจึงควรแสดงท?าที ต?อการสนับสนุนในการแก@ไขข@อพิพาทของคู?กรณีต?าง ๆ ผ?านกระบวนการสันติและสร@างสรรคG เพื่อลดความขัดแย@ง ในบริเวณพ้ืนท่ีทะเลจีนใต@ ๒.๑.๒ กรณีอนุภูมิภาคลุ/มน้ำโขง อนุภูมิภาคลุ?มน้ำโขงมีความสำคัญทางยุทธศาสตรGเพิ่มขึ้นในการเปkนอีกพื้นที่แข?งขันอิทธิพล อย?างเข@มข@นของประเทศมหาอำนาจ โดยเฉพาะอย?างยิ่งระหว?างสหรัฐอเมริกาและจีน ผ?านการดำเนินนโยบาย ของประเทศตน โดยใช@ช?องทางทวิภาคีและพหุภาคี เช?น ข@อริเริ่มสายแถบและเส@นทาง (Belt and Road Initiative: BRI) ของจีน และการจัดตั้งกรอบความร?วมมือข@อริเริ่มลุ?มน้ำโขงตอนล?าง (Lower Mekong Initiative - LMI) ซึ่งได@ยกระดับ เปkนกรอบความร?วมมือหุ @นส?วนลุ ?มน้ำโขง (Mekong – U.S. Partnership) ของสหรัฐอเมริกา เปkนต@น รวมถึง ใช@ประโยชนGจากความได@เปรียบของภูมิร ัฐศาสตรG ทรัพยากรธรรมชาติ อำนาจทางเศรษฐกิจ หรือเทคโนโลยี ของประเทศน้ัน ๆ เปkนกลไกสนับสนุนการดำเนินนโยบายและยุทธศาสตรG การแข?งขันเพ่ือช?วงชิงบทบาทนำระหว?างประเทศมหาอำนาจเหล?าน้ีก?อให@เกิดความท@าทาย แก?ประเทศในอนุภูมิภาค โดยเฉพาะการกำหนดท?าทีและดำเนินนโยบายต?างประเทศ ทั้งการรักษาสมดุลความสัมพันธG และหลีกเลี่ยงการเข@าไปมีส?วนเกี่ยวข@อง เนื่องจากลุ?มแม?น้ำโขงเปkนพื้นที่ที่นานาประเทศใช@ทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล@อมร?วมกัน โดยเฉพาะอย?างยิ ่งการพัฒนาทรัพยากรน้ำในลุ?มน้ำโขง ผลกระทบด@านสิ่งแวดล@อม และประชาชนที่อาศัยทรัพยากรธรรมชาติในการดำเนินชีวิต รวมถึงความปลอดภัยในการคมนาคมทางน้ำ และการปล?อยสารพิษลงในน้ำ ดังนั้น การอาศัยกลไกหรือกระบวนการที่มีประสิทธิภาพจะช?วยส?งเสริมการบริหารจัดการ ที่สามารถลดความขัดแย@งหรือความตึงเครียดอันเปkนผลมาจากการแข?งขันทางอิทธิพลดังกล?าวได@ อย?างไรก็ตาม ไทยควรใช@โอกาสดำเนินความสัมพันธGกับประเทศมหาอำนาจอย?างสร@างสรรคGและมีดุลยภาพ เพื ่อรักษา ผลประโยชนGของชาติ 121 ๑๒๒ ๒.๒ บทบาทของอาเซียน เนื่องด@วยความแตกต?างด@านค?านิยม วัฒนธรรม ระดับการพัฒนา ระบบการปกครอง จึงเปkน ความท@าทายของอาเซียนในการมีกฎเกณฑGและค?านิยมร?วมกัน ท่ีอาจส?งผลต?อป̂ญหาและความท@าทายท่ีสำคัญ ดังน้ี ๒.๒.๑ การปWองกันและแก#ไขภัยคุกคามระหว/างประเทศสมาชิกอาเซียน การอำนวยความสะดวก ให@มีการติดต?อแลกเปลี่ยนระหว?างประเทศสมาชิกอาเซียน ผ?านช?องทางชายแดน ระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ และปฏิสัมพันธGระหว?างประชาชน ย?อมส?งผลให@มีการเคลื่อนย@าย ทั้งคนและสินค@ามากขึ้น ซึ่งมีแนวโน@มเชื่อมโยงกับ ป̂ญหาอาชญากรรมข@ามชาติ และภัยข@ามชาติต?าง ๆ ท่ีกระทบต?อเสถียรภาพทางความม่ันคงภายในภูมิภาค ๒.๒.๒ ความมีเอกภาพของอาเซียน อาเซียนจะเผชิญบททดสอบความเปkนเอกภาพของประเทศสมาชิก และการเปkนกลไกที่มีประสิทธิภาพในการแก@ไขป^ญหาความมั่นคงในภูมิภาคอันเนื่องมาจากมุมมองเกี ่ยวกับ ผลประโยชนGด@านความมั่นคงของแต?ละประเทศสมาชิกอาเซียนประกอบกับสภาพที่ตั้งทางภูมิศาสตรG และระดับ การพัฒนาระหว?างประเทศสมาชิกที่แตกต?างกันจะกระทบต?อความเปkนอันหนึ่งอันเดียวกันระหว?างประเทศสมาชิก ในการตอบสนองต?อประเด็นความมั่นคงรูปแบบต?าง ๆ ขณะเดียวกันการมองผลประโยชนGของประเทศสมาชิก ที่แตกต?างกันย?อมเพิ่มแนวโน@มการพัฒนาความสัมพันธGกับประเทศมหาอำนาจ และประเทศนอกภูมิภาคอื่น ๆ ในกรอบทวิภาคีมากกว?าการดำเนินการผ?านกลไกของอาเซียน ซึ่งจะทำให@อาเซียนขาดพลังต?อรองกับประเทศนอกภูมิภาค รวมท้ังในเวทีระหว?างประเทศ ๒.๒.๓ ความเปsนแกนกลางของอาเซียน มีแนวโน@มว?าประเทศมหาอำนาจจะแข?งขันขยายอิทธิพล ในภูมิภาคอย?างเข@มข@นขึ้น ทั้งรูปแบบของการใช@พลังอำนาจทางการเมือง การทหาร เศรษฐกิจ สังคม และเทคโนโลยี เพื่อให@ได@มาซึ่งผลประโยชนGจะส?งผลให@มีการเข@ามาแทรกแซงกิจการภายในของประเทศในภูมิภาค ซึ่งอาเซียน ต@องทบทวนบทบาทเก่ียวกับการคงสถานะความเปkนกลางท่ีจะไม?แทรกแซงกิจการภายในของประเทศสมาชิก ๒.๒.๔ มุมมองของอาเซียนต/อแนวคิดอินโด-แปซิฟöก (ASEAN Outlook on Indo-Pacific: AOIP) ให@ความสำคัญกับความร?วมมือภาคพื ้นมหาสมุทร เพื ่อยืนยันจุดยืนของอาเซียนในเรื ่องการกำหนดให@ มหาสมุทรอินเดียและมหาสมุทรแปซิฟÜกเปkนพื้นที่ที่เปÜดกว@างและปลอดภัยสำหรับทุกฝ°ายที่จะเข@ามาแสวงหา ประโยชนGร?วมกันด@วยการยึดการประชุมสหประชาชาติว?าด@วยกฎหมายทะเล การแสดงบทบาทเปkนตัวกลาง ประสานความร?วมมือและเชื่อมโยงทุกฝ°ายที่เข@ามาแสวงประโยชนGในภูมิภาค รวมถึงการส?งเสริมและขับเคลื่อน ตามเปZาหมายการพัฒนาอย?างย่ังยืนของสหประชาชาติ ด@วยเหตุนี้ ไทยและประเทศสมาชิกในอาเซียนจะได@ประโยชนGจากการแข?งขันทางยุทธศาสตรG ของมหาอำนาจ เพื ่อพัฒนาโครงสร@างพื ้นฐาน กระตุ @นการลงทุนภาคเอกชน ช?องทางการเข@าถึงแหล?งเงินทุน การเติบโตของอุตสาหกรรมการท?องเที่ยว และโอกาสในการดำเนินธุรกิจมีมากขึ้น อย?างไรก็ตาม ประเทศมหาอำนาจ อาจมีอิทธิพลในการกำหนดทิศทางของอาเซียนได@ ป̂ญหาประชากรจีนย@ายถ่ินฐาน และความเส่ียงด@านการชำระหน้ี ซึ ่งไทยควรเพิ ่มอำนาจต?อรองให@เกิดประโยชนGสูงสุดต?อประเทศ รวมทั ้งเพิ ่มบทบาทในการเสนอแนวทาง เพ่ือปZองกันและแก@ไขภัยคุกคามในเวทีการประชุมทุกระดับของอาเซียน 122 ๑๒๓ ๒.๓ สถานการณRความม่ันคงในประเทศรอบบ#าน แนวโน@มประเทศมหาอำนาจจะเข@ามามีบทบาทในมิติด@านการเมือง เศรษฐกิจ และสังคม ของประเทศรอบบ@านเพิ ่มมากขึ ้น ผ?านการปรับปรุงโครงสร@างพื ้นฐาน การสนับสนุนทางการเมือง เศรษฐกิจ และการสนับสนุนเทคโนโลยีด@านการทหารและความมั่นคง ซึ่งทำให@ประเทศรอบบ@านของไทยมีการพ่ึงพามหาอำนาจใด มหาอำนาจหนึ่งสูงขึ ้นจนส?งผลกระทบต?อดุลยภาพและความสัมพันธGระหว?างประเทศได@ นอกจากนี้ ในกรณี สถานการณGความขัดแย@งภายในของประเทศรอบบ@านมีการแทรกแซงจากภายนอกอันเปkนผลจากสถานการณG ความขัดแย@งทางการเมืองภายใน ทำให@การสู@รบระหว?างฝ°ายรัฐกับกลุ?มผู@เห็นต?างรุนแรงขึ้น ซึ่งคาดการณGได@ว?า นานาชาติอาจเพิ่มการกดดัน เพื่อเร?งให@สถานการณGคลี่คลาย ตลอดจนมีความคาดหวังต?อกลไกอาเซียนหรือกลไก ความร?วมมือระหว?างประเทศอ่ืน ๆ ในการเปkนช?องทางหรือตัวกลางในการแก@ไขป̂ญหาดังกล?าว หากสถานการณGความขัดแย@งไม?มีสัญญาณการเจรจาประนีประนอมมีแนวโน@มพบความพยายาม ของประชาชนในการหลบหนีเข@ามาตามแนวชายแดน และความพยายามจัดหาอาวุธจากแหล?งต?าง ๆ ภายในภูมิภาค เพิ่มมากขึ้น ซึ่งไทยจะได@รับผลกระทบโดยตรงจากสถานการณGตึงเครียดตามแนวชายแดนในการเปkนพื้นที่รองรับ ผู@ได@รับผลกระทบ หรือการใช@ไทยเปkนทางผ?านไปยังประเทศอื่น รวมถึงความพยายามที่จะให@ไทยเข@าไปมีส?วนร?วม ในประเด็นความขัดแย@ง ตลอดจนผลกระทบทางเศรษฐกิจและการค@าชายแดนของไทย อย?างไรก็ตาม ไทยสามารถแสดงบทบาทนำในการประสานงานและร?วมมือเพื่อแก@ไขป^ญหา ดังกล?าวบนเวทีประชาคมอาเซียนและผ?านกลไกแบบทวิภาคีและพหุภาคีที่เกี่ยวข@องอื่น ๆ ในการกำหนดท?าที ท่ีเหมาะสม เพ่ือดำเนินความสัมพันธGระหว?างประเทศให@เกิดประโยชนGสูงสุดแก?ทุกฝ°าย ๒.๔ ความม่ันคงทางชายแดน สถานการณGความมั่นคงบริเวณชายแดนจะยังคงมีความแตกต?างกันไปตามบริบทของพื้นที่และ ความสัมพันธGเชื่อมโยงกับมิติต?าง ๆ ซึ่งจะส?งผลกระทบต?อความมั่นคงของประเทศโดยรวม โดยยังคงพบป^ญหา ท่ีสำคัญ ดังน้ี ๒.๔.๑ อาชญากรรมข#ามชาติในพื้นที ่ชายแดน ป^ญหาแหล?งการผลิตยาเสพติดของประเทศ ภายในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต@ โดยเฉพาะในพื้นที่สามเหลี่ยมทองคำ ยังคงเปkนป^ญหาต?อเนื่อง โดยขบวนการ ค@ายาเสพติดอาศัยไทยเปkนทางผ?านในการลำเลียงยาเสพติดไปยังประเทศที่สาม เนื่องด@วยการลำเลียงมีความสะดวกกว?า การลำเลียงภายในประเทศเพื่อนบ@าน รวมถึงยังพบป^ญหาการค@าอาวุธ ซึ่งมีป^จจัยจากสถานการณGทางการเมือง ของประเทศเพื่อนบ@าน การใช@อาวุธสงครามของกลุ?มอาชญากรรมข@ามชาติ เพื่อใช@ปZองกันจากเจ@าหน@าที่ด@านความมั่นคง ในพื้นที่ชายแดน นอกจากนี้ กลุ?มผู@ก?อเหตุใช@พื้นท่ีชายแดนในการกระทำความผิดในการก?อป^ญหาอาชญากรรม ทางไซเบอรG มิจฉาชีพคอลเซ็นเตอรG (Call Center) การฟอกเงิน และการพนันออนไลนG ซึ ่งส?งผลกระทบต?อ ประชาชนภายในประเทศ จึงจำเปkนต@องแก@ไขป^ญหาอาชญากรรมข@ามชาติในพื้นที่ชายแดนผ?านกลไกความร?วมมือ ทวิภาคีในระดับพื้นที ่ โดยเฉพาะด@านการข?าวและการปฏิบัติการทางความมั่นคงร?วมกัน เพื ่อปZองกันไม?ให@ อาชญากรรมข@ามชาติในพ้ืนท่ีชายแดนส?งผลเข@ามายังพ้ืนท่ีช้ันในของประเทศ ๒.๔.๒ แรงงานผิดกฎหมายและการลักลอบเข#าเมืองผิดกฎหมาย เกิดจากป^จจัยทางเศรษฐกิจ ของไทยและประเทศรอบบ@าน ได@แก? ความต@องการแรงงานภายในไทย การแสวงหาโอกาสของประชาชน 123 ๑๒๔ ในประเทศรอบบ@าน รวมถึงสถานการณGทางการเมืองและเศรษฐกิจของประเทศรอบบ@าน ส?งผลให@เกิดขบวนการ นำพาแรงงานผิดกฎหมายโดยลักลอบเข@าเมืองผิดกฎหมายผ?านช?องทางธรรมชาติอย?างต?อเน่ือง รวมถึงในพ้ืนท่ีชายแดน มีการสร@างเครือข?ายในระดับประชาชน เพื่อจัดหาแรงงานผิดกฎหมาย ส?งผลให@แรงงานผิดกฎหมายเข@ามายังในพื้นที่ชั้นใน ของประเทศ รวมถึงเปkนพาหะของโรคระบาดเดิมและโรคติดต?ออุบัติใหม? ซึ ่งไทยควรสร@างความเข@มแข็ง ให@กับชุมชนชายแดน เพื่อเฝZาระวังขบวนการนำพาแรงงานผิดกฎหมาย รวมถึงการลดขั้นตอนและลดค?าธรรมเนียม เพ่ืออำนวยความสะดวกให@แรงงานจากประเทศรอบบ@านเข@าประเทศไทยผ?านช?องทางจุดผ?านแดนให@มากข้ึน ๒.๔.๓ ความไม/ชัดเจนของเส#นเขตแดน สืบเนื่องจากกระบวนการสำรวจและจัดทำหลักเขตแดน ท้ังทางบกและทางทะเล ระหว?างไทยกับประเทศรอบบ@านบางส?วนยังไม?แล@วเสร็จ นอกจากนี้ ยังคงมีป̂ญหาเขตแดน ที่เกิดขึ้นมาใหม?อย?างต?อเนื่องอันเกิดจากป^ญหาความไม?ชัดเจนของเส@นเขตแดนที่อ@างอิงแผนที่คนละฉบับ รวมท้ัง การเปลี่ยนแปลงทางภูมิศาสตรG ทั้งโดยธรรมชาติและการกระทำของมนุษยG จึงส?งผลให@การดำเนินการบริเวณพื้นท่ี ที่มีป^ญหาเขตแดนเปkนไปด@วยความยากลำบาก อย?างไรก็ตาม ไทยควรดำเนินการรักษาผลประโยชนGของไทย อย?างสูงสุด และควรแสดงท?าทีอย?างสร@างสรรคGในการกำหนดนโยบายต?างประเทศในประเด็นเขตแดน เพื่อคงไว@ซ่ึง ความสงบเรียบร@อยและความสัมพันธGอันดีกับประเทศรอบบ@าน ๒.๔.๔ ปaญหาโรคระบาดในพื้นที่ชายแดน เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศส?งผลให@ เกิดโรคระบาดซ้ำและโรคอุบัติใหม?ในหลายภูมิภาคของโรค ทั้งโรคระบาดในสัตวG โรคระบาดในคน โรคระบาด ทั้งคนและสัตวG และโรคระบาดในพืช โดยเฉพาะในพื้นที่ประชากรหนาแน?นอย?างภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต@ ประกอบกับประเทศรอบบ@านมีระดับทางสาธารณสุขที่แตกต?างจากประเทศไทย โดยเฉพาะในพื้นที่ชายแดน มีการแพร?ระบาดของโรคตามแนวชายแดน ทั้งที่เกิดในมนุษยGและสัตวG ซึ่งไทยควรมีการเตรียมพร@อมด@านความรู@ ด@านสาธารณสุขในเบื้องต@นให@กับเจ@าหน@าที่ในพื้นที่ชายแดนทุกระดับ รวมถึงสร@างความรู@ความเข@าใจให@กับผู@นำเข@าสินค@า ประเภทสัตวGและเนื้อสัตวGสด นอกจากน้ี ควรแสวงหาความร?วมมือกับประเทศรอบบ@าน เพื่อพัฒนาระบบสาธารณสุข และสร@างสุขภาวะที่ดีในพื้นที่ชายแดน รวมทั้งปZองกันไม?ให@มีการแพร?ระบาดของโรคในพื้นที่ชายแดนที่จะเข@ามายัง พ้ืนท่ีช้ันใน ๒.๕ ความม่ันคงทางทะเล สถานการณGการเปลี่ยนแปลงในระดับโลก (Megatrends) ประกอบกับการแพร?ระบาดของโรคโควิด-19 ได@ส?งผลกระทบต?อขีดความสามารถในการดำเนินกิจกรรมทางทะเลของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต@ในหลายมิติ ท่ีจำเปkนต@องเฝZาระวังในระยะต?อไป ดังน้ี ๒.๕.๑ การแย/งชิงผลประโยชนRและการแข/งขันทางทะเล มีสัญญาณแนวโน@มเปkนภัยคุกคามสำคัญ ต?อเสถียรภาพและความมั่นคงทางทะเลในภูมิภาค เช?น การแข?งขันด@านอิทธิพลทางทะเลของประเทศมหาอำนาจ การแย?งชิงทรัพยากรธรรมชาติทางทะเล การอ@างสิทธิในพ้ืนที่ทางทะเลในบริเวณทะเลจีนใต@ ป^ญหาพื้นที่อ@างสิทธิทับซ@อน ทางทะเลระหว?างไทยกับประเทศเพ่ือนบ@าน ตลอดจนการรุกล้ำน?านน้ำเพ่ือทำการประมง ซึ่งสถานการณGที่ไม?มีความแน?นอน ดังกล?าวจะสร@างความหวาดระแวง และส?งผลให@ขาดความไว@เนื้อเชื่อใจกันภายในภูมิภาค รวมถึงอาจเปkนป^จจัย ผลักดันให@ประเทศคู?กรณีหรือประเทศอื่น ๆ ในภูมิภาคมีความต@องการเสริมสร@างกำลังทางทหารเพิ่มมากข้ึน โดยอ@างความจำเปkนในการปกปZองผลประโยชนGและอธิปไตยของประเทศ 124 ๑๒๕ ๒.๕.๒ ความปลอดภัยและอาชญากรรมทางทะเล ภาวะเศรษฐกิจชะลอตัวจากสถานการณG การแพร?ระบาดของโรคโควิด-19 ส?งผลให@คนตกงานและมีแรงงานว?างงานเปkนจำนวนมาก เปkนป^จจัยท่ีสามารถ ส?งผลให@มีแนวโน@มการก?อเหตุปล@นเรือและโจรสลัดในภูมิภาคเพิ ่มขึ ้น ตลอดจนการใช@เส@นทางทางทะเล เพื่อลักลอบเข@าเมืองและแสวงหาอาชีพในต?างแดนแทนการเดินทางทางอากาศ เนื่องจากโรคโควิด-19 ส?งผลให@ สายการบินระหว?างประเทศมีมาตรการคัดกรองผู@เดินทางอย?างเข@มงวดและปรับลดการให@บริการ นอกจากน้ี การเพิ่มกำลังเจ@าหน@าที่ในการตรวจตราการกระทำผิดกฎหมายบริเวณชายแดนทางบกอาจส?งผลให@กลุ?มอาชญากร ปรับรูปแบบการก?ออาชญากรรมข@ามชาติ โดยใช@เส@นทางทางทะเลเพิ่มขึ้น อาทิ การค@ามนุษยG การก?อการร@าย การลักลอบขนส?งยาเสพติด สินค@าหนีภาษี น้ำมันเถื่อน และการค@าอาวุธผิดกฎหมาย ประกอบกับการใช@ประโยชนG จากเทคโนโลยีที่หลากหลายในการก?ออาชญากรรมทางทะเลส?งผลให@ภาครัฐจำเปkนต@องมีมาตรการและแนวทาง อย?างเข@มข@นในการเฝZาระวังปZองกันและปราบปรามการก?อเหตุดังกล?าว ๒.๕.๓ ปaญหาสิ่งแวดล#อมทางทะเล เกิดขึ้นจากกระบวนการทางธรรมชาติหรือการกระทำ ของมนุษยG ทั้งในเรื่องป^ญหาการกัดเซาะชายฝ^≤งทะเล ปรากฏการณGขี้ปลาวาฬ หรือแพลงกGตอนบลูม อย?างไรก็ดี แนวโน@มกิจกรรมที่เกิดจากมนุษยGได@ส?งผลกระทบต?อทรัพยากรและสิ่งแวดล@อมทางทะเลอย?างรุนแรงและกว@างขวาง อาทิ การรั ่วไหลของน้ำมันจากการขนส?งทางทะเล นอกจากนี้ ในห@วงที่ผ?านมา สถานการณGการแพร?ระบาด ของโรคโควิด-19 ทำให@หลายประเทศมีมาตรการที่เข@มงวดในการควบคุมการแพร?ระบาด ซึ่งส?งผลกระทบต?อ ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล@อมทางทะเล โดยเฉพาะการเพิ่มขึ้นอย?างรวดเร็วของปริมาณขยะทางการแพทยG หน@ากากอนามัย และการใช@พลาสติกประเภทใช@ครั ้งเดียวทิ ้ง ซึ ่งหากการบริหารจัดการไม?มีประสิทธิภาพ จะกลายเปkนขยะพลาสติกไหลออกสู ?ทะเล นอกจากนี ้ การแสวงหาและใช@ประโยชนGที ่ไม?คำนึงถึงขีดจำกัด และศักยภาพในการฟáàนตัว ย?อมส?งผลกระทบต?อทรัพยากรธรรมชาติและส่ิงแวดล@อมทางทะเลมากข้ึน ดังนั้น การดำเนินนโยบายทางทะเลจำเปkนจะต@องเร?งรัดให@ทุกภาคส?วนที่เกี่ยวข@อง โดยเฉพาะ ภาคประชาชนได@เข@ามามีส?วนร?วมในการปZองกันและแก@ไขป^ญหาดังกล?าว รวมทั้งการเสริมสร@างองคGความรู@ และความตระหนักรู@เกี ่ยวกับความสำคัญของทะเลอย?างเปkนระบบบนพื้นฐานของข@อมูลเชิงวิชาการ ซึ่งหากมี การจัดตั้งองคGกรจัดการความรู@ทางทะเลในอนาคต จะเปkนส?วนเสริมให@การรักษาความมั่นคงและผลประโยชนG ของชาติทางทะเลเปkนไปอย?างมีประสิทธิภาพมากย่ิงข้ึน ๒.๖ ความม่ันคงทางอากาศและอวกาศ แนวโน@มที ่จะกลายเปkนสนามการแข?งข ันที ่สำคัญยิ ่งข ึ ้น โดยหลายประเทศในภูม ิภาค เอเชียตะวันออกเฉียงใต@ม ีความเคลื ่อนไหวในการพัฒนาขีดความสามารถทางอากาศมาอย?างต?อเนื ่อง ผ?านการพัฒนานวัตกรรมและเทคโนโลยีกำลังทางอากาศต?าง ๆ อาทิ การพัฒนาเทคโนโลยีอากาศยานไร@คนขับ เทคโนโลยีด@านการสื่อสารและโทรคมนาคม การพัฒนาท?าอากาศยาน การบริการด@านการบินพลเรือน ตลอดจน การจัดหาอาวุธยุทโธปกรณGเพ่ือเสริมสร@างศักยภาพทางการทหารและปกปZองผลประโยชนGของประเทศ นอกเหนือจากการแข?งขันการพัฒนาขีดความสามารถของกำลังทางอากาศแล@ว มีแนวโน@มที่ประเทศต?าง ๆ จะให@ความสำคัญกับบริบทความมั่นคงทางอวกาศ (Space Security) มากยิ่งขึ้นด@วย โดยประเทศมหาอำนาจ มีแนวทางดำเนินนโยบายเพื่อช?วงชิงการเปkนผู@นำทางอวกาศ โดยการแย?งชิงตำแหน?งวงโคจรดาวเทียมระหว?างประเทศ 125 ๑๒๖ การพัฒนาขีดความสามารถของกลุ?มดาวเทียมในการระบุพิกัดพ้ืนท่ี การพัฒนาเทคโนโลยีกลุ?มดาวเทียม (Constellation Satellites) การแสวงประโยชนGจากกิจการอวกาศเพื ่อเพิ ่มศักยภาพทางการทหารและการปZองกันประเทศ การลงทุนและการให@บริการอินเทอรGเน็ตความเร็วสูง ตลอดจนการสร@างความร?วมมือกับมิตรประเทศต?าง ๆ ในอาเซียน ซึ่งเปkนพื้นที่เปZาหมายสำคัญเชิงยุทธศาสตรGที่อยู?ตรงกลางของภูมิภาคอินโด – แปซิฟÜก เพื่อเสริมสร@างบทบาทผู@นำทางอวกาศ โดยมีการสนับสนุนการแลกเปลี่ยนและถ?ายทอดองคGความรู@ด@านนวัตกรรมและเทคโนโลยีทางอวกาศให@แก?ประเทศ ดังกล?าว ซึ่งจะส?งผลต?อการช?วงชิงพื้นที่ทางยุทธศาสตรGต?อบริบทความมั่นคงทางอวกาศที่เชื่อมโยงทั้งในบริบท โลก ภูมิภาค และกิจการภายในประเทศ ในโอกาสนี้ ไทยสามารถแสวงหาโอกาสจากความร?วมมือด@านความมั่นคงทางอากาศและอวกาศ เพื่อรักษาผลประโยชนGแห?งชาติได@ โดยเตรียมพร@อมทรัพยากร การพัฒนาองคGความรู@และทักษะให@แก?บุคลากร เพื่อให@เปkนผู@เชี ่ยวชาญด@านความมั่นคงทางอากาศและอวกาศ ตลอดจนการส?งเสริมและแลกเปลี่ยนงานวิจัย และนวัตกรรม ท้ังภายในประเทศ ประเทศต?าง ๆ และสถาบันหรือองคGการระหว?างประเทศ ๒.๗ ปaญหาอาชญากรรมข#ามชาติ เปkนป^ญหาความมั่นคงที่สำคัญในภูมิภาคและมีความซับซ@อนเชื่อมโยงระหว?างประเทศมากข้ึน โดยมีประเด็นสำคัญท่ีควรเฝZาระวัง ดังน้ี ๒.๗.๑ การลักลอบค#ายาเสพติด จะมีการขยายตัวในภูมิภาคอย?างต?อเนื่องและนำไปสู?ป^ญหา อาชญากรรมอื่น ๆ โดยมีป^จจัยเร?งจากสถานการณGการแพร?ระบาดของโรคโควิด-19 ที่ส?งผลกระทบทางเศรษฐกิจ ในวงกว@าง และการขยายช?องทางจัดจำหน?ายผ?านสื่อสังคมออนไลนGที่ทำให@สามารถเข@าถึงยาเสพติดได@ง?ายข้ึน รวมถึงมีการปรับเปลี่ยนรูปแบบการขนส?งที่หลากหลายขึ้น สำหรับไทยจะยังประสบป^ญหาการปZองกัน แก@ไข และปราบปรามการค@ายาเสพติด เนื่องจากเส@นเขตแดนระหว?างไทยกับประเทศรอบบ@านมีความทับซ@อนในหลายพื้นท่ี ส?งผลให@เปkนพ้ืนท่ีทางผ?านและพ้ืนท่ีปลายทางของการลักลอบขนส?งยาเสพติด ๒.๗.๒ การปลอมแปลงเอกสารและหลักฐานเกี่ยวกับตัวบุคคล แม@การลักลอบผลิตและจัดหา เอกสารปลอมของประเทศในภูมิภาคได@ลดลงไปอย?างมาก แต?ยังคงพบขบวนการลักลอบการปลอมแปลงเอกสาร เคลื่อนไหวอยู?อีกหลายกลุ?ม โดยมักเกี่ยวข@องกับการปลอมแปลงบัตรอิเล็กทรอนิกสGและธนบัตรปลอม รวมถึง การปลอมแปลงดวงตราประทับวีซ?าและใบอนุญาตทำงาน และมีการปลอมเอกสารที่เกี่ยวข@อง โดยเฉพาะใบรับรอง การไม?ติดเชื ้อหรือรับรองการได@รับวัคซีนปZองกันโรค เพื ่อให@บุคคลสามารถเดินทางข@ามประเทศได@ในห@วง ของการแพร?ระบาดของโรคโควิด-19 ซ่ึงส?งผลกระทบต?อความม่ันคงของประเทศ ๒.๗.๓ การลักลอบเข#าเมืองและการค#ามนุษยR มีป^จจัยผลักดันและป^จจัยดึงดูดของประเทศต@นทาง และปลายทางที่ก?อให@เกิดการเคลื่อนย@ายคนและแรงงานอย?างผิดกฎหมายมากขึ้น โดยมีการแสวงประโยชนG จากประชาชนในพื้นที่ตามแนวชายแดนร?วมกับขบวนการค@ามนุษยGในการอำนวยความสะดวก และจัดหาแรงงาน ผิดกฎหมาย ซึ่งประเทศในภูมิภาครวมถึงไทยจำเปkนต@องมีการบริหารจัดการความเสี่ยงบริเวณพื้นที่ชายแดน ร?วมกับประเทศต@นทาง ๒.๗.๔ การฟอกเงิน การพัฒนาทางเทคโนโลยีและนวัตกรรมทางการเงินที่ทันสมัย รวมถึง การเคลื่อนย@ายอย?างเสรีของคน เงิน และข@อมูลดิจิทัล ได@ส?งผลให@การฟอกเงินมีรูปแบบที่ซับซ@อนมากกว?าในอดีต 126 ๑๒๗ และมักจะมีความเชื่อมโยงกับอาชญากรรมข@ามชาติประเภทอื่น ๆ อาทิ การลักลอบค@ายาเสพติด การค@ามนุษยG การพนันออนไลนG การหลอกลวงผ?านอีเมล และการลักลอบค@าสัตวGป°า โดยเฉพาะการทำธุรกรรมทางการเงิน โดยผ?านช?องทางธุรกิจในพื้นที่จังหวัดชายแดนระหว?างประเทศไทยและประเทศเพื่อนบ@าน ทั้งการเปÜดธุรกิจบังหน@า การรับจ@างเปÜดบัญชี การให@บริการโอนเงินและแลกเปลี่ยนสกุลเงินตราต?างประเทศได@เพิ่มความเสี่ยงให@กับไทย ที่จะถูกใช@เปkนแหล?งฟอกเงินขององคGกรอาชญากรรมข@ามชาติ ขบวนการค@ายาเสพติดข@ามชาติ รวมถึงการสนับสนุน ทางการเงินแก?การก?อการร@ายได@ ด@วยเหตุนี้ ประเทศไทยมีแนวโน@มได@รับผลกระทบและเผชิญกับประเด็นท@าทายการก?ออาชญากรรม ข@ามชาติดังกล?าว เนื่องจากเปkนที่ตั้งและศูนยGกลางด@านการคมนาคมและการสัญจรระหว?างประเทศที่สำคัญของ ภูมิภาค และเปkนแหล?งพักพิงและพ้ืนท่ีปฏิบัติการของเครือข?ายอาชญากรรมข@ามชาติ ๒.๘ การก/อการร#ายในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต# การก?อการร@ายในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต@ ป^ญหาการก?อการร@ายและป^ญหาจาก การบ?มเพาะแนวคิดสุดโต?งที่นิยมความรุนแรงยังเปkนป^ญหาความมั่นคงที่สำคัญของภูมิภาค โดยมีความพยายาม เผยแพร?อุดมการณGและแนวคิดสุดโต?งที่นิยมความรุนแรง เพื่อแสวงหาแนวร?วมในอนาคต โดยเฉพาะผ?านการใช@ ส่ือสังคมออนไลนG นอกจากน้ี สถานการณGความขัดแย@งทางการเม ืองภายในภูม ิภาคตะวันออกกลางและ ในอัฟกานิสถานที่ยังไม?แน?นอน มีสัญญาณแนวโน@มส?งผลให@เกิดการเคลื่อนย@ายของนักรบก?อการร@ายต?างชาติ (Foreign Terrorist Fighters) เดินทางไปรวมกลุ?มในพื้นที่หรือนำอุดมการณGที่นิยมความรุนแรงกลับมาก?อเหตุ ในประเทศมาตุภูมิในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต@ ทำเลที่ตั ้งของไทยซึ่งเปkนศูนยGกลางการเดินทางระหว?างประเทศที่สำคัญในภูมิภาคอาจถูกใช@เปkน ทางผ?าน แหล?งพักพิงและแหล?งจัดหาวัสดุอุปกรณG นอกจากน้ี การก?อเหตุของผู@ปฏิบัติการโดยลำพัง (Lone Actor) มีแนวโน@มเพิ่มมากขึ้น ซึ่งในระยะหลังบ?อยครั้งเปkนปฏิบัติการจากสตรีและเยาวชน เพื่อหลีกเลี่ยงการเฝZาระวังและติดตาม ของเจ@าหน@าท่ี และมักจะก?อเหตุในพ้ืนท่ีเปราะบาง อาทิ ห@างสรรพสินค@า ศาสนสถาน และสถานท่ีท?องเท่ียวสำคัญ ๆ ๓. ความเปล่ียนแปลงบริบทความม่ันคงในระดับประเทศ ๓.๑ ความม่ันคงของสถาบันหลักของชาติ ประกอบด@วย ๓ สถาบันสำคัญ ดังน้ี ๓.๑.๑ สถาบันชาติ ไทยเข@าสู?ความเปkนพหุสังคมมากขึ้น และมีการแสดงพลังในการเรียกร@อง สิทธิขั้นพื้นฐานที่พึงได@รับตามกรอบของกฎหมาย ซึ่งการรวมกลุ?มดังกล?าวถือเปkนจุดเริ่มต@นที่ดีของการอยู?ร?วมกัน ของคนในชาติภายใต@สังคมที่มีความหลากหลาย อย?างไรก็ตาม กระแสการเปลี่ยนแปลงท่ีรวดเร็วมีแนวโน@มก?อให@เกิด ความไม?เข@าใจในอัตลักษณG และความหลากหลายระหว?างกลุ?ม ทั้งในเรื่องเชื้อชาติ ภาษา ศาสนา วิถีชีวิต และวัฒนธรรม ซึ่งส?งผลกระทบต?อความปรองดองสมานฉันทGของคนในสังคมและความมั่นคงของชาติในภาพรวมได@ รวมถึง การปรับเปลี่ยนเชิงความคิดในระดับป^จเจกบุคคลที่จะเพิ่มสูงขึ้นจากผลของความก@าวหน@าทางเทคโนโลยี ประกอบกับ แนวโน@มของพฤติกรรมของคนรุ?นใหม?ที่ต@องการแสดงออกทางความคิดในประเด็นที่เกี่ยวข@องกับสังคมมากข้ึน โดยชุดความคิดดังกล?าวมีความแตกต?างกับแนวความคิดเดิม ซึ่งจะเปkนป^จจัยสำคัญที่ส?งผลต?อการเสริมสร@าง ความมั่นคงสถาบันหลักของชาติ เช?น บทบาทการมีส?วนร?วมและทัศนคติของเด็กและเยาวชนต?อการเสริมสร@าง 127 ๑๒๘ ความมั่นคงให@กับสถาบันหลักของชาติ การสร@างการรับรู@และกระตุ@นให@เกิดความรู@สึกเปkนเจ@าของและหวงแหน ในศิลปวัฒนธรรม ประเพณี และเอกลักษณGของความเปkนไทย เปkนต@น ๓.๑.๒ สถาบันศาสนา สังคมไทยมีความหลากหลายทางด@านการนับถือศาสนา รวมถึง ผู @ที ่มีหลักความเชื ่อต?าง ๆ และผู @ที ่ไม?นับถือศาสนา ส?งผลให@มีวิถีชีวิตที ่แตกต?างกันไปตามความเชื ่อและ ขนบธรรมเนียมประเพณี อย?างไรก็ตาม ด@วยความเข@าใจในหลักคำสอนที่แตกต?างออกไปเปkนป^จจัยที่นำไปสู? ความไม?เข@าใจระหว?างกัน และการบิดเบือนคำสอนของแต?ละศาสนาในประเทศ ดังปรากฏความขัดแย@งที่เห็นต?าง ระหว?างผู@นับถือต?างศาสนาในบางพ้ืนท่ี แต?ก็ยังอยู?ในระดับท่ีสามารถแก@ไขร?วมกันตามแนวทางสันติวิธีในพ้ืนท่ีได@ ๓.๑.๓ สถาบันพระมหากษัตริยR มีความสำคัญและผูกพันกับสังคมไทยมาตลอดประวัติศาสตรG ของประเทศในการเปkนศูนยGรวมจิตใจของคนในชาติ เนื่องมาจากสมเด็จพระบูรพมหากษัตริยาธิราชทุกพระองคG ได@ทรงประกอบพระราชกรณียกิจอันเปkนคุณประโยชนGต?อประเทศชาติและประชาชนชาวไทยอย?างเปkนอเนกประการ โดยเฉพาะโครงการตามแนวพระราชดำริ รวมทั้งการดำเนินการต?าง ๆ ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง และหลักการทรงงาน เพื่อเสริมสร@างภูมิคุ@มกันที่ดีให@แก?ปวงชนชาวไทย ทั้งน้ี บริบทและสถานการณGของสังคม สมัยใหม?จำเปkนต@องสร@างพื้นที่พูดคุยและการแลกเปลี่ยนมุมมองอย?างสันติเพื่อเสริมสร@างความรู@ความเข@าใจ และความตระหนักถึงการธำรงรักษาไว@ซ่ึงสถาบันพระมหากษัตริยG ๓.๒ สถานการณRการเมืองภายในประเทศ จุดเปลี ่ยนสำคัญของสถานการณGการเมืองภายในประเทศเปkนผลสืบเนื ่องจากประชาชน ที่มีความหลากหลายทางอายุ อาชีพ และสถานะทางสังคม เข@ามามีส?วนร?วมทางการเมืองมากขึ้นในการแสดงทัศนะ ต?อป^ญหาเชิงโครงสร@าง สถาบันทางการเมือง โอกาสและการเข@าถึงสวัสดิการของรัฐ ความยากจน ความเหลื่อมล้ำ สิทธิมนุษยชน และการชุมนุมประท@วงเพื ่อเรียกร@องสิทธิจากรัฐบาลในการบรรเทาความเดือดร@อนที่เกิดข้ึน เปkนประจำทุกปe อาทิ ป^ญหาภัยพิบัติทางธรรมชาติ และป^ญหาราคาผลผลิตทางการเกษตรตกต่ำ จึงจำเปkนต@อง มีแนวทางการบริหารจัดการเพื่อเปÜดโอกาสรับฟ^งความคิดเห็นอย?างรอบด@านให@ลดเงื่อนไขที่นำไปสู?ความขัดแย@ง และการใช@ความรุนแรงในสังคม นอกจากนี้ การแพร?ระบาดของโรคโควิด-19 ภายในประเทศส?งผลให@ประชาชนปรับเปลี่ยน วิถีชีวิตใหม? โดยมีการนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมมาใช@เปkนเครื่องมืออำนวยความสะดวกในการดำรงชีวิตและการทำงาน ตลอดจนรูปแบบและวิธีการทางการเมืองได@นำเทคโนโลยีผ?านสื่อสังคมออนไลนGมาใช@เปkนเครื่องมือสำคัญมากข้ึน โดยบุคคลหรือกลุ?มบุคคลอาจใช@เปkนช?องทางในการปลุกระดมมวลชนด@วยการบิดเบือนข@อมูล หรือการเผยแพร? ข@อมูลข?าวสารเปkนเท็จ ดังนั ้น สถาบันครอบครัวและสถาบันการศึกษาจึงมีบทบาทสำคัญในการวางรากฐาน เพ่ือลดหรือขจัดเง่ือนไขท่ีส?งผลต?อความม่ันคงของประเทศ ๓.๓ สถานการณRจังหวัดชายแดนภาคใต# เงื่อนไขที่มีความละเอียดอ?อน ซับซ@อน และเชื่อมโยงกันได@ส?งผลต?อความไม?สงบในพื้นที่จังหวัด ชายแดนภาคใต@มาอย?างต?อเน่ือง ดังน้ี ๓.๓.๑ เงื่อนไขระดับบุคคล โดยเฉพาะกลุ?มคนไทยบางกลุ?มที่เห็นต?างจากรัฐ ได@นำเงื่อนไข ความแตกต?างทางชาติพันธุG ศาสนา และประวัติศาสตรGมาสร@างความชอบธรรมในการต?อสู?ตามเปZาหมาย/อุดมการณG 128 ๑๒๙ ๓.๓.๒ เง่ือนไขระดับโครงสร#าง จากข@อจำกัดของโครงสร@างการบริหารจัดการภาครัฐ ๓.๓.๓ เง่ือนไขระดับวัฒนธรรม ท่ีประชาชนในพ้ืนท่ีบางส?วนยังรู@สึกแปลกแยกจากสังคมไทย แนวโน@มสถานการณGการก?อเหตุรุนแรงระยะต?อไปลดลง แต?จะมีความเคลื่อนไหวทางการเมือง มากย่ิงข้ึน ส?วนหน่ึงเปkนผลสัมฤทธ์ิของการขับเคล่ือนงานและกระบวนการพูดคุยเพ่ือสันติสุขจังหวัดชายแดนภาคใต@ ในห@วงท่ีผ?านมา และการปรับเปล่ียนรูปแบบการเคล่ือนไหวของกลุ?มผู@เห็นต?างจากรัฐ นอกจากนี้ ป^ญหาภัยแทรกซ@อน ป^ญหาทางด@านเศรษฐกิจและสังคม ป^ญหาความหวาดระแวง และความเข@าใจระหว?างกัน ยังคงเปkนป^ญหาที่เชื่อมโยงและส?งผลกระทบในพื้นที่อย?างมีนัยสำคัญ ขณะเดียวกัน สถานการณGการแพร?ระบาดของโรคโควิด-19 ยังส?งผลให@ป̂ญหาเศรษฐกิจมีความรุนแรง และมีความเหล่ือมล้ำมากย่ิงข้ึน ดังนั้น ภาครัฐจึงจำเปkนต@องเสริมสร@างความปลอดภัยและความสันติสุขของประชาชนในพื้นท่ี จังหวัดชายแดนภาคใต@ โดยมุ?งเน@นการลดเงื่อนไขต?าง ๆ โดยเฉพาะความหวาดระแวง ความเสี่ยงต?อการละเมิด สิทธิมนุษยชน ข@อเรียกร@องต?าง ๆ ควบคู?กับการยุติเหตุความรุนแรงในพื้นที่ และขยายผลการพัฒนาให@สอดคล@อง ตามศักยภาพของพ้ืนท่ีต?อไป ๓.๔ ปaญหาผู#หลบหนีเข#าเมือง การโยกย@ายถ่ินฐานเปkนปรากฏการณGท่ีเกิดข้ึนในทุกภูมิภาคท่ัวโลก ซ่ึงท่ีผ?านมาไทยได@รับผลกระทบ จากการโยกย@ายถ่ินฐานของประชากรจากประเทศเพ่ือนบ@านอย?างต?อเน่ือง แบ?งออกเปkน ๔ กลุ?มหลัก ดังน้ี ๓.๔.๑ กลุ/มที่อพยพเข#ามานานและไม/สามารถเดินทางกลับประเทศต#นทางหรือออกไปยัง ประเทศที่สามได#จึงยังตกค#างอยู/ในประเทศไทย ย?อมก?อให@เกิดป^ญหาป^ญหาสถานะและสิทธิของบุคคลต?อ ผู@โยกย@ายถ่ินฐานและบุตรในระยะยาว ๓.๔.๒ กลุ/มที่อพยพเข#ามาเพื่อแสวงหาโอกาสทางเศรษฐกิจ โดยมากเปkนกลุ?มแรงงานต?างด@าว ๓ สัญชาติ (เมียนมา ลาว และกัมพูชา) ลักลอบเข@ามาทำงานอย?างผิดกฎหมายจากประเทศรอบบ@านผ?านช?องทาง ชายแดนธรรมชาติ ๓.๔.๓ กลุ/มที่อพยพเข#ามาเนื่องจากสถานการณRความไม/มั่นคงจากประเทศ ทั้งภายในและ ภายนอกภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต# โดยจำเปkนต@องมีแนวทางการดำเนินการแก@ไขป^ญหาเปkนการเฉพาะ เน่ืองจากเปkนกลุ?มท่ีมีความอ?อนไหวทางการเมืองและส?งผลกระทบต?อความสัมพันธGระหว?างประเทศ ๓.๔.๔ กลุ/มอื ่น ๆ อาทิ กลุ?มคนต?างด@าวที่เดินทางเข@ามายังประเทศไทยอย?างถูกกฎหมาย แต?มีการลักลอบอาศัยอยู?ในไทยต?อภายหลังจากที่การอนุญาตให@อยู?ในราชอาณาจักรได@สิ้นสุดลง และกลุ?มที่ปลอมแปลง เอกสารเดินทางเข@ามาในราชอาณาจักรด@วยวัตถุประสงคGต?าง ๆ ไม?ว?าจะเปkนการท?องเที่ยว การลักลอบทำงาน หรือการแฝงตัวในรูปแบบต?าง ๆ ซึ่งส?งผลให@ไทยมีความเสี่ยงต?อการเปkนแหล?งพักพิงของกลุ?มอาชญากรรมข@ามชาติ หรือกลุ?มผู@ก?อความไม?สงบ ๓.๕ ปaญหาการค#ามนุษยR ประเทศไทยอยู?ในสถานะเปkนทั้งประเทศต@นทาง ทางผ?าน และปลายทางของกระบวนการค@ามนุษยG ตลอดระยะเวลาที่ผ?านมา รัฐบาลไทยได@พยายามดำเนินการปZองกันและปราบปรามการค@ามนุษยGมาอย?างต?อเนื่อง โดยให@ความสำคัญกับการปZองกัน การดำเนินคดี การคุ @มครองและช?วยเหลือ การพัฒนากลไกเชิงนโยบาย 129 ๑๓๐ และการขับเคลื่อน ตลอดจนการพัฒนาและการบริหารจัดการข@อมูล อย?างไรก็ตาม ผลกระทบจากสถานการณG การแพร?ระบาดของโรคโควิด-19 ได@ส?งผลถึงการเปลี่ยนแปลงรูปแบบในการกระทำความผิด เนื่องจากผู@ค@ามนุษยG เปลี ่ยนรูปแบบการกระทำความผิดของตนมาดำเนินการที ่ผ ิดกฎหมาย (to conduct illegal activities) ผ?านช?องทางออนไลนGมากข้ึน รูปแบบการค@ามนุษยGที่พบบ?อย แบ?งออกเปkน ๑) รูปแบบการค@าประเวณีโดยใช@ช?องทางออนไลนG ในการติดต?อสื่อสาร ๒) รูปแบบการแสวงหาประโยชนGทางเพศออนไลนG โดยการหลอกผู@เสียหาย ทั้งเด็กหญิง เด็กชาย และผู @หญิงมาผลิตสื ่อลามกอนาจาร (Child Sexual Abuse Material) และ ๓) รูปแบบการหลอกลวงโฆษณา จัดหางานผ?านช?องทางสื่อสังคมโซเชียล เพื่อชักชวนผู@เสียหายโดยเฉพาะผู@เสียหายคนไทยให@ไปทำงานต?างประเทศ ไม?ว?าจะเปkนประเทศเพื ่อนบ@าน อาทิ ประเทศเมียนมา ประเทศลาว ประเทศกัมพูชา และประเทศในแถบ ประเทศตะวันออกกลางที่ไม?บังคับให@มีมาตรการในการกักตัว จึงทำให@มีจำนวนผู@เสียหายจากการค@ามนุษยGชาวไทย ในประเทศเหล?าน้ีเพ่ิมมากข้ึน อีกทั ้งในส?วนของการเคลื ่อนย@ายแรงงานโดยผิดกฎหมายยังคงมีอย?างต?อเนื ่อง โดยเฉพาะ ในกลุ?มแรงงานหรือประชาชนจากประเทศเมียนมาที่หนีภัยการสู@รบ ทำให@บุคคลกลุ?มนี้ตกเปkนกลุ?มเปราะบาง และมีแนวโน@มถูกแสวงหาประโยชนGจากกลุ?มนายหน@า ซึ่งประเทศไทยจำเปkนต@องตอบสนองต?อป^ญหาดังกล?าว โดยเพิ่มมาตรการในการคัดแยกผู@เสียหายตามชายแดนมากขึ้น นอกจากน้ี จำเปkนต@องมีการดำเนินการเชิงนโยบาย และเชิงปฏิบัติในภาพรวมของประเทศ เพื ่อสร@างความเชื ่อมั ่นและยกระดับมาตรการต?อต@านการค@ามนุษยG ท้ังในระดับประเทศและระดับสากล ๓.๖ ปaญหายาเสพติด ป^จจัยอุปทานสูงขึ้นส?งผลต?อความเชื่อมโยงกับสถานการณGป^ญหายาเสพติด โดยสารตั้งต@นและ เคมีภัณฑGยังคงสามารถลำเลียงเข@าสู?แหล?งผลิตได@ และการเปล่ียนแปลงรูปแบบการผลิตเปkนอุตสาหกรรมขนาดใหญ? ที่ดำเนินการโดยองคGกรอาชญากรรมข@ามชาติ ทำให@การผลิตยาเสพติดในพื้นที่สามเหลี่ยมทองคำขยายตัวมากข้ึน ประกอบกับสถานการณGความไม?สงบภายในประเทศเพื ่อนบ@านเปkนช?องโหว?ให@ผู @ค@ายาเสพติดฉกฉวยโอกาส ในการเร?งผลิตและลักลอบขนส?งยาเสพติดเข@าสู?ประเทศไทย โดยใช@ระบบคมนาคมที่มีความสะดวกในการลำเลียง จากพ้ืนท่ีชายแดนภาคเหนือ และพ้ืนท่ีชายแดนภาคตะวันออกเฉียงเหนือผ?านทางแม?น้ำโขง รวมถึงการลักลอบนำเข@า ยาเสพติดทางทะเลในบางจังหวัดที่มีพื้นที่ติดชายฝ^≤งมายังพื้นที่กรุงเทพฯ ปริมณฑล ตลอดจนการใช@ประเทศไทย เปkนทางผ?านเพ่ือส?งต?อยาเสพติดไปยังประเทศท่ีสาม แม@ว?าจะมีมาตรการปZองกัน แก@ไข และปราบปรามเพ่ือลดอุปทานยาเสพติด การบำบัด และฟáàนฟู สมรรถภาพผู@ติดยาเสพติด และการปZองกันเชิงรุกในกลุ?มเสี่ยง แต?อุปสงคGและอุปทานยาเสพติดยังคงมีเพิ่มมากข้ึน อันเนื่องมาจากกลยุทธGทางการค@าของกลุ?มนักค@ายาเสพติด ราคายาเสพติดถูกลง และป^จจัยความไม?แน?นอน ทางเศรษฐกิจและสังคมในป̂จจุบันส?งผลให@เกิดการกระตุ@นการใช@ยาเสพติดในประเทศเพ่ิมข้ึน โดยพบว?าผู@เข@าสู?วงจร ยาเสพติดรายใหม?มีแนวโน@มสูงข้ึนท้ังผู@เสพและผู@ค@า ผู @กระทำผิดซ้ำมีแนวโน@มสูงขึ ้นทั ้งผู @เสพและผู @ค @าจากป^จจัยมุมมองของสังคมต?อผู @เสพ และผู@ต@องโทษคดียาเสพติดที่เอื้อให@กลุ?มคนเหล?านี้สามารถมีโอกาสใช@ชีวิตในสังคมได@ จึงมีแนวโน@มที่จะกระทำผิดซ้ำ 130 ๑๓๑ จนส?งผลให@เกิดป^ญหานักโทษคดียาเสพติดล@นคุกที่เกี ่ยวเนื่องตามมา ผู@ใช@ยาเสพติดที่มีอาการจิตเวชร?วมด@วย มีแนวโน@มสูงขึ้น การใช@วัตถุออกฤทธิ์ต?อจิตและประสาทมีแนวโน@มและรูปแบบที่หลากหลายมากขึ้น โดยเฉพาะ ในกลุ?มเด็กและเยาวชนที่มีความเสี่ยงสูงในการเสพยาเสพติดที่ผสมกันหลายชนิด (Cocktail Drugs) รูปแบบใหม? ๆ ที่แพร?ระบาดและสร@างผลกระทบมากขึ้น วัยแรงงานซึ่งเปkนกำลังหลักในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจมีแนวโน@ม การใช@ยาเสพติดมากข้ึนอย?างต?อเน่ืองในห@วง ๑๐ ปeท่ีผ?านมา นอกจากนี้ ขบวนการค@ายาเสพติดยังคงสรรหาวิธีการเพื่อหลีกเลี่ยงการจับกุมของเจ@าหน@าท่ี และแสวงหาโอกาสจากรูปแบบการส?งยาเสพติดทางพัสดุไปรษณียG การค@ายาเสพติดผ?านช?องทางออนไลนG ในการสร@างช?องทางจำหน?าย โฆษณา และขยายโครงข?ายการค@ายาเสพติดให@เข@าถึงกลุ?มผู@เสพมีความหลากหลาย รูปแบบและในพื ้นที ่ห?างไกลเพิ ่มมากขึ ้น ในขณะเดียวกันแนวโน@มการขยายตัวของอาชญากรรมทางไซเบอรG มีความเกี ่ยวเนื ่องกับป^ญหาการค@ายาเสพติดที่ใช@ช?องทางบล็อกเชน (Blockchain) ในการซื ้อและขายมากข้ึน โดยเฉพาะในรูปแบบสกุลเงินดิจิทัล (Cryptocurrency) ทำให@การติดตามตรวจสอบเพ่ือระบุตัวตนดำเนินการได@ยากข้ึน ด@วยเหตุนี้ ป^ญหายาเสพติดจึงเปkนตัวการสำคัญที่ก?อให@เกิดป^ญหาสังคมอื่น ๆ ตามมาหลายประการ เช?น ป^ญหาครอบครัว ป^ญหาความอ?อนแอทั้งร?างกายและจิตใจของประชาชน ป^ญหาอาชญากรรมและการกระทำ ผิดกฎหมาย เปkนต@น ซ่ึงส?งผลต?อความสงบเรียบร@อยและความม่ันคงของประชาชนและของชาติโดยรวม ๓.๗ ปaญหาการทุจริตคอรRรัปชัน แม@ว?าในห@วงที่ผ?านมาภาครัฐมีความพยายามแก@ไขป^ญหาอย?างจริงจังผ?านการบริหารจัดการ บ@านเมืองที ่ดีตามหลักธรรมาภิบาล (Good Governance) แต?จากการจัดอันดับความโปร?งใสของไทยและ อันดับการรับรู@การทุจริตของประเทศได@สะท@อนให@เห็นว?าสถานการณGการทุจริตคอรGรัปชันของประเทศยังอยู?ในระดับ ที่มีความน?าเปkนห?วง โดยเฉพาะอย?างยิ่งการทุจริตในภาครัฐที่มีการกระจายตัวไปยังทุกระดับของสังคม ซึ่งทำให@ สาธารณชนเห็นการทุจริตเปkนเรื ่องปกติ อีกทั ้งการทุจริตต?อหน@าท่ี หรือการแสวงหาประโยชนGโดยมิชอบ ของเจ@าหน@าที่รัฐได@เกี่ยวพันกับการปZองกันและแก@ไขป^ญหาภัยคุกคามอื่น ๆ อาทิ ยาเสพติด ผู@หลบหนีเข@าเมือง กลุ?มผู@มีอิทธิพลในพื้นที่ที่ประกอบธุรกิจผิดกฎหมาย และการฟอกเงิน ส?งผลให@ป^ญหาทวีความรุนแรงและซับซ@อน มากยิ่งขึ้น อีกทั้งยังเปkนอุปสรรคสำคัญในการพัฒนาประเทศ ตลอดจนส?งผลต?อความเชื่อมั่นต?อรัฐบาล ภาครัฐ และระบอบประชาธิปไตยตามลำดับ ๓.๘ สาธารณภัย ไทยยังคงต@องเผชิญกับสาธารณภัยท่ีท@าทาย ดังน้ี ๓.๘.๑ ภัยที่เกิดจากทางธรรมชาติ ไม?ว?าจะเปkนการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่ทำให@เกิด ภาวะลมฟZาอากาศแปรปรวน ระดับน้ำทะเลของโลกสูงขึ้น เกิดภาวะแล@งจัด พายุหมุน การกัดเซาะชายฝ^≤งทะเล วาตภัย มหาอุทกภัย น้ำป°าไหลหลาก ดินโคลนถล?ม โรคติดต?ออุบัติใหม? และการเกิดสาธารณภัยขนาดใหญ? นอกจากน้ี ยังมีภัยที่ไม?อาจคาดการณGได@ อาทิ แผ?นดินไหว สึนามิ ไฟป°าและหมอกควัน เปkนสาธารณภัยที่ต@องเผชิญ ในป^จจุบัน และมีแนวโน@มมากขึ้นในอนาคต ตลอดจนป^ญหาสาธารณภัยที่มีแนวโน@มส?งผลกระทบและสร@างความขัดแย@ง ระหว?างประชาชนในพ้ืนท่ี อาทิ ป̂ญหาอุทกภัยจากการผันน้ำออกจากพ้ืนท่ีหน่ึงไปยังอีกพ้ืนท่ีหน่ึง ทำให@หลายหน?วยงาน ต@องบูรณาการการทำงานเพ่ือไกล?เกล่ียข@อพิพาทและลดความขัดแย@งดังกล?าว 131 ๑๓๒ ๓.๘.๒ ภัยที่เกิดจากกระทำของมนุษยR อาทิ อัคคีภัย ภัยจากสารเคมี ป^ญหาน้ำมันรั่วไหลในทะเล ภัยจากการคมนาคมท่ีเปkนอุบัติเหตุจากการจราจรทางบก ทางน้ำ และทางอากาศ การปล?อยของเสียและขยะมูลฝอย จากโรงงานอุตสาหกรรม ภัยจากมลพิษทางอากาศประเภทฝุ°นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 ที่มีสาเหตุหลักจาก การเผาในที่โล?งของภาคเกษตรกรรม โดยส?วนใหญ?เปkนการเผาซังข@าวโพดเลี้ยงสัตวGที ่ขยายพื้นที่ปลูกในที่สูง เผาอ@อยเพื่อเก็บเกี่ยว และเผาตอซังข@าวในพื้นที่ราบเพื่อเตรียมเพาะปลูกรอบต?อไป การบุกรุกและลักลอบเผาป°า และการเผาตามวิถีชีวิตดั ้งเดิม นอกจากน้ี ยังรวมถึงการเผาไหม@เชื ้อเพลิงฟอสซิลจากการคมนาคมขนส?ง และภาคการผลิต ซ่ึงป̂ญหาดังกล?าวส?งผลให@มีจุดความร@อน (Hotspots) เพ่ิมข้ึน และคุณภาพทางอากาศท่ีแย?ลง ดังนั้น ไทยมีความเสี่ยงสูงที่จะเกิดสาธารณภัยที่มีความถี่และความรุนแรงเพิ่มขึ้น ซึ่งย?อมส?งผลกระทบ ต?อคุณภาพชีวิตของประชาชน ภาคธุรกิจ ภาคอุตสาหกรรม และภาคการท?องเที่ยว จึงจำเปkนต@องมีการลงทุน เพื่อการลดความเสี่ยงจากสาธารณภัยที่จะเกิดขึ้นด@วยการประเมินให@เข@าใจความเสี่ยง การปZองกันและลดผลกระทบ การเตรียมความพร@อม และการฟáàนฟูให@ดีกว?าเดิมมากขึ้น เพื่อให@ความสูญเสียด@านชีวิต ทรัพยGสิน เศรษฐกิจ และสังคม ของประชาชนและประเทศลดลงอย?างเปkนรูปธรรม ๓.๙ ปaญหาทรัพยากรธรรมชาติและส่ิงแวดล#อม การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ภาวะโลกร@อน ภัยพิบัติ ขยะมูลฝอย ความเสื่อมโทรมของดิน และน้ำ การเพิ่มขึ้นของจำนวนประชากรและการเติบโตทางเศรษฐกิจ ตลอดจนการใช@ทรัพยากรโดยขาดความสมดุล เพื่อรองรับการเจริญเติบโตของสังคมเมือง เปkนป^จจัยเร?งสำคัญที่ส?งผลต?อป^ญหาทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล@อม และแนวโน@มของป^ญหาดังกล?าวทวีความรุนแรงขึ้นจากการบุกรุกแผ@วถางป°าและครอบครองพื้นที่ป°าเพื่อทำเปkนพื้นท่ี ประกอบอาชีพและอยู?อาศัยของประชาชน การลักลอบเผาในพื้นที่ป°าอนุรักษGและป°าสงวนที่ส?งผลกระทบต?อ คุณภาพของอากาศ และป^ญหาฝุ°นละอองขนาดเล็ก การลักลอบตัดและค@าไม@หวงห@ามและไม@มีค?าต?าง ๆ จำนวนมาก เพื่อนำไปจำหน?ายแก?นายทุนอย?างผิดกฎหมาย การออกโฉนดที่ดินหรือเอกสารสิทธิที ่ไม?ถูกต@อง การกำหนด แนวเขตป°าไม@ และที่ดินของรัฐ เนื่องจากเทคโนโลยีในการจัดทำแผนที่ในอดีตไม?สามารถกำหนดรายละเอียด ขอบเขตพื้นที่ป°าไม@ได@อย?างชัดเจน จึงทำให@ไม?มีการกันพื้นที่ชุมชนและพื้นที่ทำกินของประชาชนท่ีอยู?ก?อนประกาศ เขตพ้ืนท่ีป°าไม@ออกจากพ้ืนท่ีป°าสงวนแห?งชาติ รวมท้ังป̂ญหาการอยู?ร?วมกันระหว?างคนกับสัตวGในพ้ืนท่ี นอกจากน้ี สภาพภูมิอากาศท่ีเปล่ียนแปลงไปจากการทำลายทรัพยากรธรรมชาติและส่ิงแวดล@อม ก?อให@เกิดความคลาดเคลื่อนของฤดูกาล ส?งผลให@การประกอบอาชีพเกษตรกรรมได@รับผลกระทบจากป^ญหาผลผลิต ทางการเกษตรได@รับความเสียหายจากสาธารณภัยนำไปสู?ภัยพิบัติท่ีรุนแรงและสร@างความเสียหายในวงกว@างมากข้ึน ซึ ่งการสร@างความสมดุลในการบริหารจัดการของฐานทรัพยากรธรรมชาติและสิ ่งแวดล@อมอย?างเปkนระบบ จะช?วยปZองกันและแก@ไขป̂ญหาได@อย?างย่ังยืน ๓.๑๐ ความม่ันคงทางเศรษฐกิจ ความแตกต?างทางรายได@ประกอบกับป^ญหาการขาดโอกาสเชิงเศรษฐกิจของประชาชนในบางกลุ?ม และบางพื้นที่อันเปkนผลมาจากป^จจัยเชิงโครงสร@าง และก?อให@เกิดความเหลื่อมล้ำทางสังคมสามารถนำไปสู?ป^ญหา ความมั่นคงอื่น ๆ หรือส?งผลให@ป^ญหาที่มีอยู?เดิมทวีความรุนแรงมากขึ้น เช?น ป^ญหาความยากจน การเข@าถึงป^จจัย ขั้นพื้นฐาน ป^ญหาการก?ออาชญากรรม ป^ญหายาเสพติด เปkนต@น ประกอบกับการแพร?ระบาดของโรคโควิด-19 132 ๑๓๓ และระบบเศรษฐกิจโลกที ่ม ีความไม?แน?นอนและผันผวนสูงเปkนป^จจัยหนึ ่งที ่ส ?งผลให@ไทยต@องเผชิญกับ ภาวะการชะลอตัวทางเศรษฐกิจ อย?างไรก็ตาม กลุ?มทุนขนาดใหญ?จะยังคงถือครองกำไรส?วนใหญ?และมีอำนาจในการกำหนด ราคาสินค@าและบริการ ส?งผลให@ภาควิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย?อม รวมท้ังผู @ประกอบการรายย?อย เกิดความไม?คล?องตัวในการบริหารจัดการ นอกจากนี้ การเข@าสู?ยุคดิจิทัลได@ปรับเปลี่ยนลักษณะการดำเนินกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่มุ?งไปใช@ ประโยชนGจากแพลตฟอรGมออนไลนGมากขึ้น ก?อให@เกิดธุรกิจรายย?อยและแรงงานแพลตฟอรGม (Platform labor/ Gig worker) จำนวนมาก ซึ่งนับว?าเปkนกลุ?มแรงงานในธุรกิจใหม?ที่เข@ามาขับเคล่ือนการดำเนินเศรษฐกิจของสังคมเมือง และยังไม?มีหลักประกันในการทำงานหรือสวัสดิการที่เหมาะสม จึงเปkนเงื่อนไขสำคัญที่นำไปสู?ป^ญหาความขัดแย@ง ระหว?างประชาชน และความขัดแย@งกับหน?วยงานภาครัฐ อีกทั ้งพฤติกรรมการบริโภคในระดับป^จเจกที ่เปลี ่ยนแปลงไปได@กลายเปkนป^จจัยเส่ียงต?อ การก?ออาชญากรรมทางเศรษฐกิจที่จะขยายตัวมากขึ้น อาทิ การลักลอบค@าสินค@าละเมิดทรัพยGสินทางป^ญญา การค@าน้ำมันเถ่ือน การโจรกรรม การลักลอบค@าพาหนะข@ามแดน และการพนันออนไลนG 133 ๑๓๔ 134 ๑๓๕ ผนวก ค แผนที่กลยุทธL 135 ๑๓๖ 136 ๑๓๗ แผนที่กลยุทธ/ (Strategy Map) เปkนเครื่องมือความเชื่อมโยงระหว?างเปZาหมาย กลยุทธG ตัวชี้วัด และค?าเปZาหมายในแต?ละ ๑๗ นโยบายและแผน ความมั่นคง ตามหลักการความสัมพันธGเชิงเหตุและผล โดยมีจุดมุ ?งเน@นเปkนแกนกลางแสดงความสอดคล@อง ในภาพรวมท้ังหมดดังกล?าว ๑. ความมุ/งหมาย ๑.๑ ใช@ในการขับเคล่ือนและติดตามประเมินผลในการแปลงนโยบายและแผนระดับชาติฯ ไปสู?การปฏิบัติ ๑.๒ เช่ือมโยงและประสานสอดคล@องกับระบบติดตามและประเมินผลแห?งชาติ (eMENSCR) และกลไกงบประมาณ ๑.๓ ให@หน?วยงานของรัฐสามารถนำไปสู?การถ?ายทอดในแผนระดับท่ี ๓ รวมท้ังแผนงาน โครงการ ๒. หลักการพิจารณา ๒.๑ ยึดโยงเปZาหมายย?อยในแต?ละ ๑๗ นโยบายและแผนความมั ่นคงเปkนตัวตั ้ง พิจารณาตัวชี ้ว ัดและ ค?าเปZาหมายรองรับ ซ่ึงนำไปสู?การกำหนดกลยุทธGในการขับเคล่ือน ๒.๒ บางกลยุทธGมีความเช่ือมโยงได@หลายตัวช้ีวัด ท้ังทางตรงและทางอ@อม จุดมุ:งเน,น เปWาหมายย/อยของ ๑๗ นโยบายและแผน ความม่ันคง ตัวชี้วัดและค/าเปWาหมาย กลยุทธT กลยุทธRหลัก กลยุทธRหลัก กลยุทธRหลัก กลยุทธRหลัก กลยุทธ)ย*อย กลยุทธ)ย*อย กลยุทธ)ย*อย กลยุทธ)ย*อย กลยุทธ)ย*อย กลยุทธ)ย*อย กลยุทธ)ย*อย กลยุทธ)ย*อย 137 ๑ ๓๘ 138 ๑ ๓๙ 139 ๑ ๔๐ 140 ๑ ๔๑ 141 ๑ ๔๒ 142 ๑ ๔๓ 143 ๑ ๔๔ 144 ๑ ๔๕ 145 ๑ ๔๖ 146 ๑ ๔๗ 147 ๑ ๔๘ 148 ๑ ๔๙ 149 ๑ ๕๐ 150 ๑ ๕๑ 151 ๑ ๕๒ 152 ๑ ๕๓ 153 ๑ ๕๔ 154 ๑๕๕ ผนวก ง ตารางสรุปตัวชี้วัด 155 ๑๕๖ 156 ๑๕๗ นโยบายและแผนความมั่นคงที่ ๑ การเสริมสร,างความมั่นคงของสถาบันหลักของชาต ิ เปWาหมาย ตัวช้ีวัด ค/าเปWาหมาย การธำรงรักษาไว@ซ่ึงสถาบัน พระมหากษัตริยG การจัดทำชุดข@อมูลองคGความรู@เก่ียวกับ สถาบันพระมหากษัตริยG และเผยแพร?ตาม ช?องทางประชาสัมพันธGต?าง ๆ เพ่ิมข้ึนอย?างน@อยร@อยละ ๕ จากผลการดำเนินงานของ ปeท่ีผ?านมา คนในชาติอยู?ร?วมกันอย?างสันติ และเคารพในความแตกต?าง หลากหลาย โดยได@รับ ความคุ@มครองตามหลักสิทธิมนุษยชน ซ่ึงหมายรวมถึงการให@ความสำคัญ กับทุกศาสนา ผู@ท่ีมีหลักความเช่ือ ต?าง ๆ และผู@ท่ีไม?นับถือศาสนา การจัดทำ พัฒนา หรือปรับปรุงมาตรการ ของรัฐเพ่ือส?งเสริม คุ@มครอง และปกปZอง สิทธิมนุษยชนภายในของไทยให@สอดคล@องกับ บริบทภายในประเทศและสนธิสัญญาระหว?าง ประเทศว?าด@วยสิทธิมนุษยชนท่ีประเทศไทย เปkนภาคี อย?างน@อยปeละ ๒ มาตรการ คำร@องเก่ียวกับการถูกละเมิดสิทธิมนุษยชน และการถูกเลือกปฏิบัติได@รับการพิจารณา และเข@าสู?กระบวนการแก@ไขป̂ญหา โดยหน?วยงานท่ีเก่ียวข@อง เพ่ิมข้ึนอย?างน@อยร@อยละ ๕ เม่ือเทียบกับค?าเฉล่ีย ย@อนหลัง ๕ ปe การปฏิบัติตามข@อเสนอแนะท่ีไทยตอบรับ ในรายงานทบทวนสถานการณGสิทธิมนุษยชน ของประเทศตามกระบวนการทบทวน สถานการณGสิทธิมนุษยชน (Universal Periodic Review: UPR) ภายใต@คณะมนตรี สิทธิมนุษยชนแห?งสหประชาชาติ (Human Rights Council: HRC) ภายในปe ๒๕๗๐ มีผลการปฏิบัติตาม ข@อเสนอแนะท่ีไทย ตอบรับในกระบวนการ UPR รอบท่ี ๓ ไม?ต่ำกว?า ร@อยละ ๕๐ และรอบท่ี ๔ ไม?ต่ำกว?าร@อยละ ๑๐ 157 ๑๕๘ นโยบายและแผนความมั่นคงที่ ๒ การปกป]องอธิปไตยและผลประโยชนTของชาติ และการพัฒนาศักยภาพการป]องกันประเทศ เปWาหมาย ตัวช้ีวัด ค/าเปWาหมาย การปกปZอง รักษา และแก@ไขป̂ญหา ท่ีกระทบต?ออธิปไตยของชาติ และผลประโยชนGของชาติ ความพร@อมของกองทัพและหน?วยงาน ความม่ันคงท่ีเก่ียวข@องในการปฏิบัติการ ตามแผนปZองกันประเทศด@วยระบบปฏิบัติการร?วม หน?วยทหารตาม แผนปZองกันประเทศ ผ?านเกณฑGมาตรฐาน การฝãกร?วมกองทัพไทย ภายในปe ๒๕๗๐ หน?วยปฏิบัติการหลักของเหล?าทัพ ในการปฏิบัติการตามแผนปZองกันประเทศ มีความพร@อมด@านกำลังพล ยุทโธปกรณG และการฝãก ไม?ต่ำกว?าร@อยละ ๘๐ ภายในปe ๒๕๗๐ การพัฒนาขีดความสามารถ เชิงยุทธศาสตรGของกองทัพ เพ่ือการปZองกันประเทศในอนาคต การพัฒนากองทัพและหน?วยงานด@าน ความม่ันคงท่ีเก่ียวข@องไปสู?ความทันสมัย การประยุกตGใช@เทคโนโลยี ดิจิทัลในการเช่ือมโยง ระบบงาน ตลอดจน เสริมสร@างความพร@อม เพ่ือให@สามารถรองรับ ปฏิบัติการทางไซเบอรG และอวกาศได@ ภายในปe ๒๕๗๐ หน?วยทหารท่ีมีกำลังพลสำรองบรรจุในอัตรา ของหน?วยมีการเรียกกำลังพลสำรองเข@าร?วม การฝãกหรือปฏิบัติภารกิจร?วมกับของกองทัพ ครบทุกหน?วย ภายในปe ๒๕๗๐ 158 ๑๕๙ นโยบายและแผนความมั่นคงที่ ๓ การรักษาความมั่นคงและผลประโยชนTของชาติพื้นที่ชายแดน เปWาหมาย ตัวช้ีวัด ค/าเปWาหมาย พ้ืนท่ีชายแดนมีความม่ันคง ปลอดภัย มีศักยภาพการปZองกัน และแก@ไขภัยคุกคามทุกรูปแบบ และเปkนพ้ืนท่ีเช่ือมโยง ทางเศรษฐกิจและสังคม ระหว?างไทยกับประเทศรอบบ@าน การพัฒนาระบบปZองกันตามแนวชายแดน ด@วยการใช@เทคโนโลยี อย?างน@อยร@อยละ ๘๕ ของจังหวัดชายแดนท้ังหมด ภายในปe ๒๕๗๐ มูลค?าการค@าชายแดน เพ่ิมข้ึนอย?างน@อย ร@อยละ ๕ ต?อปe ป̂ญหาเขตแดนระหว?างไทยกับ ประเทศรอบบ@านได@รับการแก@ไข และไม?ส?งผลกระทบต?อ ความสัมพันธGระหว?างประเทศ เปZาหมายในการสำรวจและจัดทำ หลักเขตแดนของไทย ร@อยละ ๘๐ ภายในปe ๒๕๗๐ 159 ๑๖๐ นโยบายและแผนความมั่นคงที่ ๔ การรักษาความมั่นคงและผลประโยชนTของชาติทางทะเล เปWาหมาย ตัวช้ีวัด ค/าเปWาหมาย ประเทศไทยสามารถปZองกันและ แก@ไขป̂ญหาความม่ันคงทางทะเล ได@อย?างต?อเน่ือง จนไม?ส?งผล กระทบต?อความม่ันคงและ ความปลอดภัยของประเทศ ดัชนีความม่ันคงทางทะเลในภาพรวม อยู?ท่ี ๖๙ คะแนน ภายในปe ๒๕๗๐ ประเทศไทยมีการบริหารจัดการ องคGความรู@ทางทะเลท่ีช?วยสนับสนุน การรักษาความม่ันคงและ ผลประโยชนGของชาติทางทะเล จำนวนองคGความรู@ทางทะเลท่ีสำคัญท่ีสนับสนุน การตัดสินใจของกลไกระดับนโยบายของประเทศ อย?างน@อยปeละ ๑ ประเด็น การสร@างองคGความรู@และความตระหนักรู@ ทางทะเลให@แก?ภาคส?วนท่ีเก่ียวข@อง อย?างน@อยปeละ ๑ ประเด็น 160 ๑๖๑ นโยบายและแผนความมั่นคงที่ ๕ การป]องกันและแก,ไขป`ญหาจังหวัดชายแดนภาคใต, เปWาหมาย ตัวช้ีวัด ค/าเปWาหมาย จังหวัดชายแดนภาคใต@มีการก?อเหตุ รุนแรงและความสูญเสียลดลง สถิติเหตุการณGความรุนแรงและความสูญเสีย จากสถานการณGความม่ันคงในพ้ืนท่ีจังหวัด ชายแดนภาคใต@ลดลง ร@อยละ ๑๐๐ จากปeฐาน ๒๕๖๐ ภายในปe ๒๕๗๐ จังหวัดชายแดนภาคใต@ มีการพัฒนาทางเศรษฐกิจเพ่ิมข้ึน สถิติผลิตภัณฑGมวลรวมภาค (Gross Regional Product: GRP) ในพ้ืนท่ีจังหวัดชายแดนภาคใต@ เพ่ิมข้ึนทุกปe ประชาชนมีความเช่ือม่ันต?อ การแก@ไขป̂ญหาจังหวัด ชายแดนภาคใต@ การสร@างความเช่ือม่ันต?อการปZองกัน และแก@ไขป̂ญหาจังหวัดชายแดนภาคใต@ อย?างน@อยร@อยละ ๘๐ ภายในปe ๒๕๗๐ 161 ๑๖๒ นโยบายและแผนความมั่นคงที่ ๖ การบริหารจัดการผู,หลบหนีเข,าเมืองและผู,โยกย,ายถิ่นฐานแบบไม:ปกต ิ เปWาหมาย ตัวช้ีวัด ค/าเปWาหมาย ผู@มีป̂ญหาสถานะและสิทธิบุคคล มีจำนวนลดลง และได@รับ การดูแลตามหลักมนุษยธรรม จำนวนผู@มีป̂ญหาสถานะและสิทธิบุคคล ท่ีได@รับสถานะอยู?ในราชอาณาจักรอย?างถูกต@อง ตามกฎหมาย เพ่ิมข้ึนร@อยละ ๓๐ ภายในปe ๒๕๗๐ แรงงานต?างด@าวสัญชาติกัมพูชา ลาว เมียนมา และเวียดนาม มีจำนวนการลักลอบหลบหนี เข@าเมืองลดลง จำนวนแรงงานต?างด@าวสัญชาติกัมพูชา ลาว เมียนมา และเวียดนาม อย?างถูกต@องตาม กฎหมาย เพ่ิมข้ึนร@อยละ ๓๐ ภายในปe ๒๕๗๐ การบริหารจัดการเพ่ือปZองกัน และแก@ไขป̂ญหาผู@หลบหนี เข@าเมืองกลุ?มเปราะบางต?อ ความม่ันคงและความสัมพันธG ระหว?างประเทศ ผู@โยกย@ายถ่ินฐาน แบบไม?ปกติ ผู@ได@รับการคุ@มครอง รวมถึงผู@อยู?ระหว?างคัดกรองสถานะ ท่ีไม?สามารถเดินทางกลับประเทศ อันเปkนภูมิลำเนาได@อย?างเปkนระบบ การจัดวางระบบปZองกัน กระบวนการ และ หลักเกณฑGบริหารจัดการผู@หลบหนีเข@าเมือง กลุ?มเปราะบางต?อความม่ันคงและความสัมพันธG ระหว?างประเทศ ผู@โยกย@ายถ่ินฐานแบบไม?ปกติ รวมถึงผู@ได@รับการคุ@มครองหรือผู@อยู?ระหว?าง คัดกรองสถานะ ท่ีไม?สามารถเดินทางกลับประเทศ อันเปkนภูมิลำเนาได@ การจัดวางระบบ ภายในปe ๒๕๗๐ 162 ๑๖๓ นโยบายและแผนความมั่นคงที่ ๗ การป]องกันและแก,ไขป`ญหาการค,ามนุษยT เปWาหมาย ตัวช้ีวัด ค/าเปWาหมาย การยกระดับสถานะของประเทศไทย ในการปZองกันและแก@ไขป̂ญหา การค@ามนุษยG ร@อยละความสำเร็จของประเทศไทย ในการปZองกันและแก@ไขป̂ญหาการค@ามนุษยG ในระดับนานาชาติ ไม?น@อยกว?าร@อยละ ๘๕ ภายในปe ๒๕๗๐ ประเทศไทยสามารถปZองกัน และแก@ไขป̂ญหาการค@ามนุษยG ได@อย?างมีประสิทธิภาพ และเปkนรูปธรรม การปราบปรามและดำเนินคดีเก่ียวกับ การค@ามนุษยG เพ่ิมข้ึนร@อยละ ๘๕ ภายในปe ๒๕๗๐ แรงงานท่ีได@รับการคุ@มครองตามกฎหมาย และพันธกรณีระหว?างประเทศ เพ่ิมข้ึนร@อยละ ๘๕ ภายในปe ๒๕๗๐ ผู@เสียหายจากการค@ามนุษยGและผู@เสียหาย จากการบังคับใช@แรงงานหรือบริการท่ีได@รับ การคุ@มครองตามกฎหมายและมาตรฐานสากล เพ่ิมข้ึนร@อยละ ๘๕ ภายในปe ๒๕๗๐ การพัฒนาศักยภาพภาคีเครือข?ายในการปZองกัน และแก@ไขป̂ญหาการค@ามนุษยG เพ่ิมข้ึนร@อยละ ๕ จากผลการดำเนินงาน ของปeท่ีผ?านมา 163 ๑๖๔ นโยบายและแผนความมั่นคงที่ ๘ การป]องกัน ปราบปราม และแก,ไขป`ญหายาเสพติด เปWาหมาย ตัวช้ีวัด ค/าเปWาหมาย การปZองกันประชากรทุก กลุ?มเปZาหมายไม?ให@เข@าไป เก่ียวข@องกับยาเสพติด สัดส?วนของผู@ท่ีเก่ียวข@องกับยาเสพติด ต?อประชากร ลดลง ๘ คน ต?อประชากร ๑,๐๐๐ คน ภายในปe ๒๕๗๐ การสกัดก้ันและปราบปราม เครือข?ายการค@ายาเสพติด ในประเทศและอาชญากรรม ข@ามชาติ คดียาเสพติดท่ีมีการสืบสวนขยายผลจาก การจับกุมผู@กระทำความผิดเก่ียวกับยาเสพติด ตามประมวลกฎหมายยาเสพติด เพ่ิมข้ึนร@อยละ ๑ จากผลการดำเนินงาน ของปeท่ีผ?านมา การสกัดก้ันยาเสพติดตามแนวชายแดน เปรียบเทียบกับปริมาณท่ีจับกุมยาเสพติด ท้ังประเทศ เพ่ิมข้ึนร@อยละ ๕ จากผลการดำเนินงาน ของปeท่ีผ?านมา ผู@เสพยาเสพติดมีคุณภาพชีวิต ท่ีดีข้ึนสามารถใช@ชีวิต อยู?ในสังคมได@อย?างปกติสุข ไม?ส?งผลกระทบต?อสังคม และไม?หวนกลับเข@าสู?วงจร ยาเสพติด ผู@เสพยาเสพติดท่ีเข@าสู?กระบวนการ บำบัดรักษาและปรับเปล่ียนพฤติกรรม ให@มีคุณภาพชีวิตท่ีดีข้ึน เพ่ิมข้ึนร@อยละ ๒ จากปe ๒๕๖๙ ในปe ๒๕๗๐ 164 ๑๖๕ นโยบายและแผนความมั่นคงที่ ๙ การป]องกันและบรรเทาสาธารณภัย เปWาหมาย ตัวช้ีวัด ค/าเปWาหมาย การยกระดับการจัดการ ความเส่ียงสาธารณภัย ท่ีสำคัญอันเกิดจากภัยธรรมชาติ และภัยท่ีเกิดจากการกระทำ ของมนุษยGท่ีเกิดข้ึน และ/หรือ เปkนภัยซ้ำซ@อน (Compound Hazards) ไปสู?มาตรฐาน ตามหลักสากล อัตราการเสียชีวิตจากภัยธรรมชาติ (อุทกภัย วาตภัย ภัยแล@ง) ต?อประชากร ๑๐๐,๐๐๐ คน ลดลงเม่ือเทียบกับ ค?าเฉล่ียย@อนหลัง ๕ ปe จำนวนผู@ได@รับผลกระทบจากภัยธรรมชาติ (อุทกภัย วาตภัย ภัยแล@ง) ต?อประชากร ๑๐๐,๐๐๐ คน ลดลงเม่ือเทียบกับ ค?าเฉล่ียย@อนหลัง ๕ ปe อัตราการเสียชีวิตจากภัยท่ีเกิดจาก การกระทำของมนุษยG (อัคคีภัย) ต?อประชากร ๑๐๐,๐๐๐ คน ลดลงเม่ือเทียบกับ ค?าเฉล่ียย@อนหลัง ๕ ปe การแจ@งเตือนสาธารณภัยล?วงหน@าได@ทัน สถานการณGภายในระยะเวลาท่ีกำหนด (เฉพาะภัยธรรมชาติ ๔ ภัย ได@แก? อุทกภัย วาตภัย น้ำป°าไหลหลากและดินโคลนถล?ม และสึนามิ) ไม?ต่ำกว?าร@อยละ ๙๘ ของการเกิดภัยดังกล?าว ทุกปe 165 ๑๖๖ นโยบายและแผนความมั่นคงที่ ๑๐ การป]องกันและแก,ไขป`ญหาความมั่นคงทางไซเบอรT เปWาหมาย ตัวช้ีวัด ค/าเปWาหมาย ประเทศไทยมีความพร@อมต?อ การปZองกัน รับมือความเส่ียงกับ ภัยคุกคามทางไซเบอรGอย?างมี ประสิทธิภาพ ในการปZองกัน การโจมตีทางไซเบอรGและ อาชญากรรมไซเบอรG การพัฒนาระบบการรักษาความม่ันคง ปลอดภัยไซเบอรGให@สอดคล@องมาตรฐานสากล เพ่ิมข้ึนร@อยละ ๙๐ ภายในปe ๒๕๗๐ การแก@ไขเหตุการณGท่ีเก่ียวกับความม่ันคง ปลอดภัยไซเบอรGต?อโครงสร@างพ้ืนฐานสำคัญ ทางสารสนเทศท่ีมีประสิทธิภาพ อย?างน@อยร@อยละ ๙๐ ภายในปe ๒๕๗๐ การจัดทำหรือพัฒนากลไก มาตรการ และแนวทางในการปZองกันและปราบปราม อาชญากรรมทางไซเบอรG รวมถึงการพัฒนา การสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางไซเบอรG เพ่ิมข้ึนร@อยละ ๖๐ ภายในปe ๒๕๗๐ สถิติคดีเก่ียวกับอาชญากรรมทางไซเบอรG ลดลงร@อยละ ๓๐ เม่ือเทียบกับปeก?อนหน@า 166 ๑๖๗ นโยบายและแผนความมั่นคงที่ ๑๑ การป]องกันและแก,ไขป`ญหาการก:อการร,าย เปWาหมาย ตัวช้ีวัด ค/าเปWาหมาย ประเทศไทยมีภูมิคุ@มกัน ในการรับมือกับภัยก?อการร@าย การดำเนินการมาตรการเฝZาระวัง และแจ@งเตือนเชิงปZองกันภัยก?อการร@าย อย?างน@อยร@อยละ ๘๐ ภายในปe ๒๕๗๐ ประเทศไทยมีขีดความสามารถ ในการตอบโต@ต?อเหตุวิกฤติ จากการก?อการร@าย การพัฒนาศักยภาพของระบบท่ีตอบสนอง ต?อการระงับเหตุวิกฤติจากการก?อการร@าย และควบคุมสถานการณGการก?อการร@าย อย?างน@อยร@อยละ ๘๐ ภายในปe ๒๕๗๐ ประเทศไทยมีศักยภาพ ในการฟáàนตัวจากภัยก?อการร@าย ให@กลับสู?สภาวะปกติ การวางระบบฟáàนตัวจากภัยก?อการร@าย ร@อยละ ๘๐ ภายในปe ๒๕๗๐ และสามารถฟáàนฟูจาก เหตุก?อการร@ายได@ 167 ๑๖๘ นโยบายและแผนความมั่นคงที่ ๑๒ การสร,างดุลยภาพระหว:างประเทศ เปWาหมาย ตัวช้ีวัด ค/าเปWาหมาย ประเทศไทยสามารถรักษา ความสัมพันธGกับประเทศ มหาอำนาจและประเทศ ท่ีมีความสำคัญเชิงยุทธศาสตรG ต?อความม่ันคงของไทย อย?างมีดุลยภาพ ประเทศไทยมีปฏิสัมพันธGอย?างสม่ำเสมอกับ ๔ กลุ?มประเทศ กลุ?มท่ี ๑ ประเทศเพ่ือนบ@าน กลุ?มท่ี ๒ สหรัฐฯ สหภาพยุโรป สหราชอาณาจักร และออสเตรเลีย กลุ?มท่ี ๓ จีน และรัสเซีย กลุ?มท่ี ๔ ประเทศอ่ืน ๆ ท่ีมีความสำคัญ เชิงยุทธศาสตรGกับไทย ได@แก? ญ่ีปุ°น สาธารณรัฐเกาหลี อินเดีย แอฟริกาใต@ บราซิล ตุรกี ซาอุดีอาระเบีย อิหร?าน และอิสราเอล อย?างน@อยกลุ?มละ ๑ คร้ังต?อปe ประเทศไทยมีบทบาทนำ ในประชาคมการเมือง และความม่ันคงอาเซียน ความสำเร็จของไทยในการผลักดันให@ข@อเสนอ ในประเด็นความม่ันคงท่ีไทยให@ความสำคัญปรากฏ ในเอกสารผลลัพธGการประชุมในระดับเจ@าหน@าท่ี อาวุโสข้ึนไปของกลไกภายใต@ประชาคมการเมือง และความม่ันคงอาเซียน อย?างน@อย ๑ ฉบับต?อปe ประเทศไทยสามารถรักษา ผลประโยชนGแห?งชาติ ในอนุภูมิภาคลุ?มน้ำโขง และสามารถรักษาความสัมพันธG อันดีกับประเทศรอบบ@าน ระดับความสำเร็จในการจัดทำแผนลุ?มน้ำเชิงรุก ระดับภูมิภาค (Proactive Regional Planning) เพ่ือบริหารทรัพยากรน้ำในลุ?มน้ำโขงอย?างย่ังยืน เปkนไปตามเปZาหมาย ท่ีต้ังไว@ ภายในปe ๒๕๗๐ ไทยสามารถจัดทำผลลัพธGด@านความร?วมมือ ด@านความม่ันคงท่ีเปkนรูปธรรม (key deliverables) ในกรอบหรือกับประเทศอนุภูมิภาคลุ?มน้ำโขงได@ อย?างน@อยปeละ ๓ ประเด็น หรือ ๑๕ ประเด็น ภายในปe ๒๕๗๐ 168 ๑๖๙ นโยบายและแผนความมั่นคงที่ ๑๓ การบริหารจัดการภาวะฉุกเฉินด,านสาธารณสุขและโรคติดต:ออุบัติใหม: เปWาหมาย ตัวช้ีวัด ค/าเปWาหมาย ระบบสาธารณสุขมีความพร@อม ในการบริหารจัดการภาวะฉุกเฉิน ด@านสาธารณสุข ๕ ด@าน ประกอบด@วย ๑) โรคติดต?อและ การระบาด ๒) โรคและภัยท่ีเกิด จากสารเคมี ๓) โรคและภัยสุขภาพ ท่ีเกิดจากกัมมันตภาพรังสี และนิวเคลียรG ๔) โรคท่ีเกิดจาก การบาดเจ็บและอุบัติภัย และ ๕) โรคและภัยสุขภาพอันเกิดจาก ภัยธรรมชาติ หน?วยงานด@านสาธารณสุขท้ังส?วนกลางและระดับ ภูมิภาค มีแผนเผชิญเหตุเพ่ือรองรับภาวะฉุกเฉิน ด@านสาธารณสุขท้ัง ๕ ด@าน ร@อยละ ๘๐ ภายในปe ๒๕๗๐ การฝãกซ@อมเพ่ือบูรณาการความร?วมมือจาก ทุกภาคส?วน ประจำทุก ๒ ปe ระบบสาธารณสุขมีศักยภาพ การเผชิญเหตุและการบริการ ด@านการแพทยGในภาวะฉุกเฉิน ความสำเร็จของการมีระบบรองรับการบริหาร จัดการเฝZาระวัง คัดกรอง และตรวจวินิจฉัย โรคติดต?ออุบัติใหม?และภัยสุขภาพ เม่ือเกิดภาวะฉุกเฉินระดับเขตสุขภาพ ร@อยละ ๑๐๐ ภายในปe ๒๕๗๐ ระบบบริการทางการแพทยGและสาธารณสุข สามารถให@บริการได@อย?างต?อเน่ืองในภาวะวิกฤติ จากการระบาดของโรคติดต?ออุบัติใหม?และภัยสุขภาพ ๑) เขตสุขภาพ มีระบบการบริหาร จัดการเตียงเพ่ือ รองรับผู@ป°วยวิกฤติ ในภาวะฉุกเฉิน ร@อยละ ๑๐๐ ภายในปe ๒๕๗๐ และ ๒) เขตสุขภาพ มีระบบบริหาร จัดการทรัพยากร ทางการแพทยG การสำรองยา และเวชภัณฑG 169 ๑๗๐ เปWาหมาย ตัวช้ีวัด ค/าเปWาหมาย ท่ีจำเปkนให@สามารถ ใช@งานได@อย?างน@อย ๒ เดือน เพ่ือให@ สามารถเผชิญเหตุได@ อย?างรวดเร็ว ร@อยละ ๘๐ ภายในปe ๒๕๗๐ เขตสุขภาพมีแนวทางการระดมสรรพกำลังบุคลากร เพ่ือดูแลประชาชนยามวิกฤติ ร@อยละ ๑๐๐ ภายในปe ๒๕๗๐ ระบบสาธารณสุขของประเทศ สามารถพ่ึงตนเองได@ มีความม่ันคง ทางยาและเวชภัณฑG มูลค?าการสนับสนุนการผลิตยาและอุตสาหกรรม ทางการแพทยGภายในประเทศ เพ่ิมข้ึนร@อยละ ๒๐ เม่ือเทียบกับ ค?าเฉล่ียย@อนหลัง ๕ ปe การจัดทำข@อมูลห?วงโซ?อุปทานของการผลิตยาและ อุตสาหกรรมทางการแพทยG (Resource Mapping) ท่ีใช@ในภาวะฉุกเฉิน ประจำทุก ๒ ปe 170 ๑๗๑ นโยบายและแผนความมั่นคงที่ ๑๔ การพัฒนาศักยภาพการเตรียมพร,อมแห:งชาติ และการบริหารจัดการวิกฤตการณTระดับชาต ิ เปWาหมาย ตัวช้ีวัด ค/าเปWาหมาย การพัฒนาศักยภาพ การเตรียมพร@อม สำหรับ การระดมทรัพยากรท่ีจำเปkน เพ่ือใช@ในกรณีท่ีประเทศเผชิญ กับภัยคุกคามหรือวิกฤตการณG ระดับชาติ การพัฒนาศักยภาพของกลไก การบริหารจัดการ และความพร@อมของทรัพยากรท่ีจำเปkน เพ่ือใช@สำหรับการระดมทรัพยากรในกรณี ท่ีประเทศเผชิญกับภัยคุกคามหรือ วิกฤตการณGระดับชาติ ร@อยละ ๘๕ ภายในปe ๒๕๗๐ การพัฒนาศักยภาพการบริหาร จัดการวิกฤตการณGระดับชาติ การพัฒนาศักยภาพการบริหารจัดการ วิกฤตการณGระดับชาติ ร@อยละ ๑๐๐ ภายในปe ๒๕๗๐ 171 ๑๗๒ นโยบายและแผนความมั่นคงที่ ๑๕ การพัฒนาระบบข:าวกรองแห:งชาต ิ เปWาหมาย ตัวช้ีวัด ค/าเปWาหมาย การยกระดับระบบข?าวกรอง แห?งชาติในการเฝZาระวัง ประเมิน ตอบสนอง และแจ@งเตือน สถานการณGท่ีมีความเส่ียงอันจะ นำไปสู?ภัยคุกคามต?อความม่ันคง แห?งชาติและผลประโยชนGแห?งชาติ รายงานข?าวกรองท่ีประเมินภัยคุกคาม ด@านความม่ันคงในระยะยาว (๑๐ ปeข้ึนไป) เพ่ือประกอบการตัดสินใจในระดับนโยบาย ของประเทศ รวมถึงการกำหนดนโยบาย ยุทธศาสตรG และแผนของหน?วยงาน ท่ีเก่ียวข@อง ภายในปe ๒๕๗๐ การขยายเครือข?ายเฝZาระวังตามประเด็น ความม่ันคงสำคัญ/พ้ืนท่ีความม่ันคง ภายในประเทศ เพ่ิมข้ึนร@อยละ ๒๕ ภายในปe ๒๕๗๐ การมีระบบเช่ือมโยงและบูรณาการข@อมูล ด@านการข?าว เพ่ือการแจ@งเตือนภัยคุกคาม ทางไซเบอรG ภายในปe ๒๕๗๐ 172 ๑๗๓ นโยบายและแผนความมั่นคงที่ ๑๖ การบูรณาการข,อมูลด,านความมั่นคง เปWาหมาย ตัวช้ีวัด ค/าเปWาหมาย การมีฐานข@อมูลหรือชุดข@อมูล ร?วมกับหน?วยงานท่ีเก่ียวข@อง สำหรับวิเคราะหGข@อมูล ขนาดใหญ?ด@านความม่ันคง สามารถนำไปสนับสนุน การตัดสินใจ เพ่ือแก@ไขป̂ญหา ท่ีมีผลกระทบต?อความม่ันคง ระดับชาติ จำนวนของประเด็นความม่ันคง และประเด็น ศักยภาพความม่ันคง ภายใต@นโยบายและแผน ระดับชาติว?าด@วยความม่ันคงแห?งชาติ (พ.ศ. ๒๕๖๖ – ๒๕๗๐) ท่ีนำมาเช่ือมโยง วิเคราะหG และประมวลผลด@วยระบบวิเคราะหG ข@อมูลขนาดใหญ? เพ่ิมข้ึนอย?างน@อย ปeละ ๒ ประเด็น 173 ๑๗๔ นโยบายและแผนความมั่นคงที่ ๑๗ การเสริมสร,างความมั่นคงเชิงพื้นที ่ เปWาหมาย ตัวช้ีวัด ค/าเปWาหมาย พ้ืนท่ีเปZาหมายระดับตำบล ท่ีมีป̂ญหาความม่ันคงสำคัญ เร?งด?วนลดลง พ้ืนท่ีเปZาหมายระดับตำบลท้ังประเทศตามท่ี จังหวัดประกาศมีป̂ญหาความม่ันคงสำคัญ เร?งด?วนลดลง ลดลงร@อยละ ๘๐ ภายในปe ๒๕๗๐ 174 ๑๗๕ ผนวก จ แผนระดับที่ ๓ ขับเคลื่อนนโยบายและแผนระดับชาติ ว;าด<วยความมั่นคงแห;งชาติ (พ.ศ. ๒๕๖๖ – ๒๕๗๐) 175 ๑๗๖ 176 ๑๗๗ แผนระดับที่ ๒ แผนระดับที่ ๓ นโยบายและแผนความม่ันคงท่ี ๑ การเสริมสร@างความม่ันคงของสถาบันหลักของชาติ แผนปฏิบัติการด@านการธำรงรักษาสถาบันหลักของชาติ แผนสิทธิมนุษยชนแห?งชาติ แผนปฏิบัติการด@านการส?งเสริมการอยู?ร?วมกันภายใต@ สังคมพหุวัฒนธรรมในประเทศไทย แผนการอุปถัมภGคุ@มครองศาสนาต?าง ๆ แผนรักษาความม่ันคงภายในราชอาณาจักร แผนปฏิบัติราชการของส?วนราชการท่ีเก่ียวข@อง นโยบายและแผนความม่ันคงท่ี ๒ การปกปZองอธิปไตยและผลประโยชนGของชาติ และการพัฒนาศักยภาพการปZองกันประเทศ แผนปฏิบัติการด@านการปกปZองอธิปไตยและ ผลประโยชนGของชาติในภาพรวม ระยะท่ี ๒ แผนปฏิบัติการด@านการพัฒนาศักยภาพของประเทศ ด@านความม่ันคง แผนปฏิบัติราชการของส?วนราชการท่ีเก่ียวข@อง นโยบายและแผนความม่ันคงท่ี ๓ การรักษาความม่ันคงและผลประโยชนGของชาติ พ้ืนท่ีชายแดน แผนปฏิบัติการด@านบริหารจัดการชายแดน ด@านความม่ันคง แผนปฏิบัติราชการของส?วนราชการท่ีเก่ียวข@อง นโยบายและแผนความม่ันคงท่ี ๔ การรักษาความม่ันคงและผลประโยชนGของชาติทางทะเล แผนความม่ันคงแห?งชาติทางทะเล แผนการรักษาความม่ันคงและผลประโยชนG ของชาติทางทะเล แผนปฏิบัติราชการของส?วนราชการท่ีเก่ียวข@อง นโยบายและแผนความม่ันคงท่ี ๕ การปZองกันและแก@ไขป̂ญหาจังหวัดชายแดนภาคใต@ นโยบายการบริหารและการพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต@ แผนปฏิบัติการด@านการบริหารและการพัฒนาจังหวัด ชายแดนภาคใต@ แผนปฏิบัติราชการของส?วนราชการท่ีเก่ียวข@อง นโยบายและแผนความม่ันคงท่ี ๖ การบริหารจัดการผู@หลบหนีเข@าเมือง และผู@โยกย@ายถ่ินฐานแบบไม?ปกติ แผนรักษาความม่ันคงภายในราชอาณาจักร นโยบายและยุทธศาสตรGการบริหารจัดการ การทำงานของคนต?างด@าว แผนปฏิบัติราชการของส?วนราชการท่ีเก่ียวข@อง นโยบายและแผนความม่ันคงท่ี ๗ การปZองกันและแก@ไขป̂ญหาการค@ามนุษยG แผนการปฏิบัติการด@านการปZองกันและปราบปราม การค@ามนุษยG แผนปฏิบัติราชการของส?วนราชการท่ีเก่ียวข@อง 177 ๑๗๘ แผนระดับที่ ๒ แผนระดับที่ ๓ นโยบายและแผนความม่ันคงท่ี ๘ การปZองกัน ปราบปราม และแก@ไขป̂ญหายาเสพติด นโยบายและแผนระดับชาติว?าด@วยการปZองกัน ปราบปราม และแก@ไขป̂ญหายาเสพติด แผนปฏิบัติราชการของส?วนราชการท่ีเก่ียวข@อง นโยบายและแผนความม่ันคงท่ี ๙ การปZองกันและบรรเทาสาธารณภัย แผนการปZองกันและบรรเทาสาธารณภัยแห?งชาติ แผนปฏิบัติราชการของส?วนราชการท่ีเก่ียวข@อง นโยบายและแผนความม่ันคงท่ี ๑๐ การปZองกันและแก@ไขป̂ญหาความม่ันคงทางไซเบอรG นโยบายและแผนปฏิบัติการว?าด@วยการรักษา ความม่ันคงปลอดภัยไซเบอรG แผนปฏิบัติราชการของส?วนราชการท่ีเก่ียวข@อง นโยบายและแผนความม่ันคงท่ี ๑๑ การปZองกันและแก@ไขป̂ญหาการก?อการร@าย แผนปฏิบัติการด@านการต?อต@านการก?อการร@าย ยุทธศาสตรGด@านการปZองกันและปราบปรามการฟอกเงิน และการต?อต@านการสนับสนุนทางการเงินแก?การก?อการร@าย แผนปฏิบัติราชการของส?วนราชการท่ีเก่ียวข@อง นโยบายและแผนความม่ันคงท่ี ๑๒ การสร@างดุลยภาพระหว?างประเทศ แผนยุทธศาสตรGรายภูมิภาค และแผนปฏิบัติการการทูตพหุภาคี แผนปฏิบัติราชการของส?วนราชการท่ีเก่ียวข@อง นโยบายและแผนความม่ันคงท่ี ๑๓ การบริหารจัดการภาวะฉุกเฉินด@านสาธารณสุข และโรคติดต?ออุบัติใหม? แผนปฏิบัติการเตรียมความพร@อม ปZองกัน และแก@ไขป̂ญหาโรคติดต?ออุบัติใหม? แผนปฏิบัติการด@านการปZองกันและบรรเทาสาธารณภัย ทางการแพทยGและการสาธารณสุข แผนปฏิบัติราชการของส?วนราชการท่ีเก่ียวข@อง นโยบายและแผนความม่ันคงท่ี ๑๔ การพัฒนาศักยภาพการเตรียมพร@อมแห?งชาติ และการบริหารจัดการวิกฤตการณGระดับชาติ แผนเตรียมพร@อมแห?งชาติและแผนบริหารวิกฤตการณG แผนปฏิบัติราชการของส?วนราชการท่ีเก่ียวข@อง นโยบายและแผนความม่ันคงท่ี ๑๕ การพัฒนาระบบข?าวกรองแห?งชาติ แผนปฏิบัติราชการของสำนักข?าวกรองแห?งชาติ แผนปฏิบัติราชการของส?วนราชการท่ีเก่ียวข@อง นโยบายและแผนความม่ันคงท่ี ๑๖ การบูรณาการข@อมูลด@านความม่ันคง แผนรักษาความม่ันคงภายในราชอาณาจักร แผนปฏิบัติราชการของส?วนราชการท่ีเก่ียวข@อง นโยบายและแผนความม่ันคงท่ี ๑๗ การเสริมสร@างความม่ันคงเชิงพ้ืนท่ี แผนรักษาความม่ันคงภายในราชอาณาจักร แผนปฏิบัติราชการของส?วนราชการท่ีเก่ียวข@อง 178 ๑๗๙ ผนวก ฉ มติคณะรัฐมนตรีที่เกี่ยวข<อง 179 ๑๘๐ 180 ๑๘๑ 181 ๑๘๒ 182 cov007 v02 okay.pdf 1 18/4/2566 BE 14:26

National Security Policy and Plan B.E. 2566 – 2570 (2023 - 2027) · Nelum