Skip to content
Nelum
Laws of Thailand

National Economic and Social Development Council Act, B.E. 2561 (2018)

Made 2018-12-28 · Text as of 2026-10-01

Public law and official guidance, published as research. Not legal, tax or financial advice.

About this law

Language
Thai
Kind
Act
Organisation
Mekong River Commission (MRC)
Country
Thailand
Subjects
General
Keywords
institution, governance, policy/planning

Where to read it

Text

The law's own text, section by section, as held. Each section has its own link.

  1. หนา้ ๓๐ เลม่ ๑๓๕ ตอนที่ ๑๑๒ ก ราชกิจจานุเบกษา ๒๘ ธันวาคม ๒๕๖๑ พระราชบัญญัติ สภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๖๑ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร ให้ไว้ ณ วันที่ ๒๕ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๖๑ เป็นปีที่ ๓ ในรัชกาลปัจจุบัน สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร มีพระราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศว่า โดยที่เป็นการสมควรปรับปรุงกฎหมายว่าด้วยการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ต ราพระราชบัญญัติขึ้นไว้โดยคาแนะนาและยินยอมของ สภานิติบัญญัติแห่งชาติทาหน้าที่รัฐสภา ดังต่อไปนี้ มาตรา ๑ พระราชบั ญ ญั ติ นี้ เ รีย กว่ า “พระราชบั ญ ญั ติ ส ภาพั ฒ นาการเศรษฐกิ จและ สังคมแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๖๑” มาตรา ๒ พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษา เป็นต้นไป มาตรา ๓ ให้ยกเลิกพระราชบัญญัติพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๒๑ มาตรา ๔ ในพระราชบัญญัตินี้ “การพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม” หมายความว่า การขยายกาลังและเพิ่มผลการผลิตของชาติ ทุกระดับทั่วทุกท้องถิ่น โดยการเพิ่มผลิตภาพและการใช้การพัฒนานวัตกรรมในทุกด้านและทุกระดับ หนา้ ๓๑ เลม่ ๑๓๕ ตอนที่ ๑๑๒ ก ราชกิจจานุเบกษา ๒๘ ธันวาคม ๒๕๖๑ จากการใช้ ท รั พ ยากรอย่ า งมี ป ระสิ ท ธิ ภ าพ การขจั ด การผู ก ขาดทางเศรษฐกิ จ ที่ ไ ม่ เ ป็ น ธรรม การกระจายรายได้อย่างเป็นธรรม การรักษาเสถียรภาพทางเศรษฐกิจ การทาให้ดีขึ้นโดยทั่วถึงและ ทัด เทียมกัน ซึ่งภาวะการศึกษา อนามัย ที่อยู่อาศัย โภชนาการ และสวัสดิการอื่นของประชาชน ตลอดจนกิจการที่เกี่ยวเนื่องกับการนั้น โดยมุ่งไปสู่การพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืน “แผน” หมายความว่า รายการเกี่ยวกับการประสานโครงการพัฒนาและแผนงานต่าง ๆ ที่คัดเลือกมาแล้วของประเทศหรือของภาคหรือของกิจการบางสาขาบางประเภทในท้องถิ่นหนึ่งท้องถิ่นใด เพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์และเป้าหมายที่ต้องการ และให้สอดคล้องกับความสามารถทางด้านกาลังเงิน และกาลังทรัพยากรอื่น ๆ “แผนงาน” หมายความว่า ระบบการประสานโครงการพัฒนาที่เกี่ยวข้องกันตั้งแต่สองโครงการขึ้นไป ให้มีขั้นตอนการดาเนินงานที่สอดคล้องสัมพันธ์กันในอันที่จะบรรลุวัตถุประสงค์และเป้าหมายที่ต้องการ “โครงการพัฒนา” หมายความว่า โครงการลงทุนเพื่อพัฒนาเศรษฐกิจหรือสังคมที่มีวัตถุประสงค์ และเป้าหมาย ตลอดจนระยะเวลาการดาเนินงานโดยแน่ชัด ซึ่งจะกระทาโดยหน่วยงานของรัฐหน่วยงานหนึ่ง หน่วยงานใด อันมิใช่เป็นการบริหารงานตามปกติของหน่วยงานนั้น “ยุทธศาสตร์ชาติ” หมายความว่า ยุทธศาสตร์ชาติตามกฎหมายว่าด้วยการจัดทายุทธศาสตร์ชาติ “แผนการปฏิ รู ปประเทศ” หมายความว่า แผนการปฏิ รู ปประเทศตามกฎหมายว่าด้ว ย แผนและขั้นตอนการดาเนินการปฏิรูปประเทศ “หน่วยงานของรัฐ ” หมายความว่า ราชการส่วนกลาง ราชการส่วนภูมิภาค รัฐวิสาหกิจ และหน่วยงานอื่นของรัฐ แต่ไม่รวมถึงราชการส่วนท้องถิ่น “รัฐวิสาหกิจ” หมายความว่า (๑) องค์การของรัฐบาลตามกฎหมายว่าด้วยการจัดตั้งองค์การของรัฐบาล กิจการของรัฐ ซึ่งมีกฎหมายจัดตั้งขึ้น หรือหน่วยงานธุรกิจที่รัฐเป็นเจ้าของ (๒) บริ ษั ท จ ากั ด หรื อ บริ ษั ท มหาชนจ ากั ด ที่ ก ระทรวงการคลั ง หรื อ รั ฐ วิ ส าหกิ จ ตาม (๑) มีทุนรวมอยู่ด้วยเกินร้อยละห้าสิบ ทั้งนี้ ความใน (๑) และ (๒) ไม่รวมถึงหน่วยงานที่ประกอบธุรกิจสถาบันการเงิ น หรื อ ธุรกิจประกันภัย

  2. หนา้ ๓๒ เลม่ ๑๓๕ ตอนที่ ๑๑๒ ก ราชกิจจานุเบกษา ๒๘ ธันวาคม ๒๕๖๑ “สานักงาน” หมายความว่า สานักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ “เลขาธิการ” หมายความว่า เลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ “สภา” หมายความว่า สภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ “ประธานสภา” หมายความว่า ประธานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ “กรรมการสภา” หมายความว่า กรรมการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ มาตรา ๕ ให้นายกรัฐมนตรีรักษาการตามพระราชบัญญัตินี้ หมวด ๑ สภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ มาตรา ๖ ให้มีสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติประกอบด้วยประธานสภาหนึ่งคน และกรรมการสภาผู้ทรงคุณวุฒิอีกไม่เกินสิบห้าคนซึ่งทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งจากบุคคล ซึ่งมีความรู้ความเชี่ยวชาญหรือมีประสบการณ์ในทางเศรษฐกิจและสังคมตามที่คณะรัฐมนตรีเสนอ และ ให้ปลัดกระทรวงการคลัง เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา เลขาธิการคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน เลขาธิการคณะกรรมการพั ฒ นาระบบราชการ เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ ผู้ อ านวยการ สานักงบประมาณ และผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย เป็นกรรมการสภา ให้เลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติเป็นกรรมการสภาและเลขานุการ และ ให้เลขาธิการแต่งตั้งเจ้าหน้าที่สานักงานไม่เกินสองคนเป็นผู้ช่วยเลขานุการ เพื่ อ ประโยชน์ ใ นการด าเนิ น การตามหน้ า ที่ แ ละอ านาจของสภา สภาอาจมี ม ติ ใ ห้ เ ชิ ญ ปลัดกระทรวงหรือหัวหน้าส่วนราชการที่มีหน้าที่และอานาจโดยตรงเกี่ยวกับเรื่องที่จะพิจารณา หรือผู้ซึ่ง มีความรู้ความเชี่ยวชาญหรือมีประสบการณ์ในทางเศรษฐกิจและสังคมให้เข้าร่วมประชุมเป็นครั้งคราว ในฐานะกรรมการสภาด้วยก็ได้ ในกรณีเช่นนี้ ให้ผู้ซึ่งได้รับเชิญและมาประชุมมีฐานะเป็นกรรมการสภา สาหรับการประชุมครั้งที่ได้รับเชิญนั้น มาตรา ๗ สภามีหน้าที่และอานาจ ดังต่อไปนี้ (๑) ก าหนดกรอบทิ ศ ทางการพั ฒ นาเศรษฐกิ จ และสั ง คมของประเทศให้ ส อดคล้ อ งกั บ ยุทธศาสตร์ชาติ และสภาพการณ์ทางเศรษฐกิจและสังคมทั้งของประเทศและของโลก

  3. หนา้ ๓๓ เลม่ ๑๓๕ ตอนที่ ๑๑๒ ก ราชกิจจานุเบกษา ๒๘ ธันวาคม ๒๕๖๑ (๒) จัดทาร่างแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (๓) เสนอแนะ ให้คาปรึกษา และให้ความเห็นเกี่ยวกับการขับเคลื่อนการพัฒนาเศรษฐกิจและ สังคมตามแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ รวมทั้งการแก้ไขเพิ่มเติมหรือปรับปรุงกฎหมาย กฎ หรือระเบียบที่ส่งผลต่อการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมในด้านต่าง ๆ ต่อนายกรัฐมนตรีหรือคณะรัฐมนตรี (๔) เสนอแนะ ให้ ค าปรึ ก ษา และให้ ค วามเห็ น เกี่ ย วกั บ แผนงานและโครงการพั ฒ นา เพื่อเสนอความเห็นประกอบการพิจารณาของคณะรัฐมนตรี (๕) พิจารณาข้อเสนองบประมาณประจาปีของรัฐวิสาหกิจซึ่งมิใช่บริษัทมหาชนจากัด สาหรับ สินทรัพย์ถาวรที่เพิ่มขึ้นเพื่อใช้ในการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม รวมทั้งจานวนเงิ นที่ใช้จ่ายเพื่อการนี้ ไม่ว่าจ่ายจากงบประมาณแผ่นดิน เงินกู้ยืม เงินกาไรที่ได้สะสมไว้ หรือเงินอื่นใดก็ตาม โดยมีขั้นตอน และหลักเกณฑ์ตามประกาศที่สภากาหนด และนาเสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณาให้ความเห็นชอบ (๖) แต่งตั้งคณะอนุกรรมการเพื่อพิจารณาหรือปฏิบัติการอย่างหนึ่งอย่างใดตามที่สภามอบหมาย (๗) เชิ ญ บุ ค คลหนึ่ ง บุ ค คลใดมาให้ ข้อ เท็ จ จริ ง ค าอธิ บ าย ความเห็ น หรื อ ค าแนะนาได้ เมื่อเห็นสมควร (๘) ปฏิบัติการอื่นตามที่กฎหมายกาหนดให้เป็นหน้าที่ของสภา หรือตามที่คณะรัฐมนตรีหรือ นายกรัฐมนตรีมอบหมาย การแต่งตั้ง การปฏิบัติหน้าที่ และการพ้นจากตาแหน่งของคณะอนุกรรมการตาม (๖) ให้เป็นไป ตามที่สภากาหนด และให้นาความในมาตรา ๑๑ มาใช้บังคับแก่การประชุมของคณะอนุกรรมการด้วย โดยอนุโลม มาตรา ๘ ประธานสภาและกรรมการสภาผู้ทรงคุณวุฒิต้องมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะ ต้องห้าม ดังต่อไปนี้ (๑) มีสัญชาติไทยโดยการเกิด (๒) ไม่เป็นบุคคลล้มละลายหรือเคยเป็นบุคคลล้มละลายทุจริต (๓) ไม่เป็นคนไร้ความสามารถหรือคนเสมือนไร้ความสามารถ (๔) ไม่เคยได้รับโทษจาคุกโดยคาพิพากษาถึงที่สุดให้จาคุก เว้นแต่เป็นโทษสาหรับความผิด ที่ได้กระทาโดยประมาทหรือความผิดลหุโทษ

  4. หนา้ ๓๔ เลม่ ๑๓๕ ตอนที่ ๑๑๒ ก ราชกิจจานุเบกษา ๒๘ ธันวาคม ๒๕๖๑ (๕) ไม่เป็นหรือเคยเป็นข้าราชการการเมือง ผู้ดารงตาแหน่งทางการเมือง สมาชิกสภาท้องถิ่น หรือผู้บริหารท้องถิ่น เว้นแต่จะได้พ้นจากตาแหน่งมาแล้วไม่น้อยกว่าสองปี (๖) ไม่เป็นหรือเคยเป็นกรรมการหรือที่ปรึกษาหรือผู้ดารงตาแหน่งอื่นในพรรคการเมืองหรือ เจ้าหน้าที่พรรคการเมือง เว้นแต่จะได้พ้นจากตาแหน่งมาแล้วไม่น้อยกว่าสองปี (๗) ไม่เคยถูกถอดถอนจากตาแหน่งตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ (๘) ไม่เคยถูกไล่ออก ปลดออก หรือให้ออกจากราชการ หน่วยงานของรัฐ หรือจากหน่วยงาน ของเอกชน เพราะทุจริตต่อหน้าที่หรือประพฤติชั่วอย่างร้ายแรง มาตรา ๙ ประธานสภาและกรรมการสภาผู้ทรงคุณวุฒิมีวาระการดารงตาแหน่งคราวละสี่ปี เมื่อครบกาหนดตามวาระในวรรคหนึ่ง หากยังมิได้มีการแต่งตั้งประธานสภาหรือกรรมการ สภาผู้ทรงคุณวุฒิขึ้นใหม่ ให้ประธานสภาหรือกรรมการสภาผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งพ้นจากตาแหน่งตามวาระนั้น อยู่ในตาแหน่งเพื่อปฏิบัติหน้าที่ต่อไปจนกว่าประธานสภาหรือกรรมการสภาผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งได้รับแต่งตั้งใหม่ เข้ารับหน้าที่ ประธานสภาหรือกรรมการสภาผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งพ้นจากตาแหน่งตามวาระอาจได้รับแต่งตั้งอีกได้ แต่จะดารงตาแหน่งติดต่อกันเกินสองวาระไม่ได้ มาตรา ๑๐ นอกจากการพ้ น จากต าแหน่ ง ตามวาระ ประธานสภาและกรรมการ สภาผู้ทรงคุณวุฒิพ้นจากตาแหน่ง เมื่อ (๑) ตาย (๒) ลาออก (๓) ขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา ๘ ในกรณีที่ประธานสภาหรือกรรมการสภาผู้ทรงคุณวุฒิพ้นจากตาแหน่งก่อนครบวาระ ให้ดาเนินการ แต่งตั้งประธานสภาหรือกรรมการสภาผู้ทรงคุณวุฒิแทนตาแหน่งที่ว่าง หรือในกรณีที่มีการแต่งตั้ง กรรมการสภาผู้ทรงคุณวุฒิเพิ่มขึ้น ในระหว่างที่กรรมการสภาผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งแต่งตั้งไว้แล้วยังมีวาระ อยู่ในตาแหน่ง ให้ผู้ได้รับแต่งตั้งให้ดารงตาแหน่งแทนตาแหน่งที่ว่างหรือให้เป็นกรรมการสภาผู้ทรงคุณวุฒิ เพิ่มขึ้นอยู่ในตาแหน่งเท่ากับวาระที่เหลืออยู่ของประธานสภาและกรรมการสภาผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งตนแทน หรือได้รับแต่งตั้งไว้แล้ว เว้นแต่วาระที่เหลืออยู่ของประธานสภาและกรรมการสภาผู้ทรงคุณวุฒิเหลือไม่ถึง

  5. หนา้ ๓๕ เลม่ ๑๓๕ ตอนที่ ๑๑๒ ก ราชกิจจานุเบกษา ๒๘ ธันวาคม ๒๕๖๑ หนึ่งร้อยแปดสิบวันจะไม่ดาเนินการเพื่อแต่งตั้งแทนหรือเพิ่มขึ้นก็ได้ และให้สภาประกอบด้วยกรรมการสภา ทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ การดารงตาแหน่งของประธานสภาหรือกรรมการสภาผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งพ้นจากตาแหน่งก่อน ครบวาระ หรือที่ดารงตาแหน่งแทน หรือที่แต่งตั้งเพิ่มขึ้น หากมีกาหนดเวลาไม่ถึงหนึ่งปี ไม่ให้นับเป็น วาระการดารงตาแหน่งตามมาตรา ๙ มาตรา ๑๑ การประชุ ม ของสภาต้ อ งมี ก รรมการสภามาประชุ ม ไม่ น้ อ ยกว่ า กึ่ ง หนึ่ ง ของ จานวนกรรมการสภาทั้งหมดจึงจะเป็นองค์ประชุม ให้ประธานสภาเป็นประธานในที่ประชุม ถ้าประธานสภาไม่มาประชุมหรือไม่อยู่ในที่ประชุม ให้กรรมการสภาซึ่งมาประชุมเลือกกรรมการสภาคนหนึ่งเป็นประธานในที่ประชุม การวินิ จฉัยชี้ขาดของที่ประชุมให้ถือเสียงข้างมาก กรรมการสภาคนหนึ่งให้มีเสียงหนึ่งใน การลงคะแนน ถ้าคะแนนเสียงเท่ากันให้ประธานในที่ประชุมออกเสียงเพิ่มขึ้นอีกเสียงหนึ่งเป็นเสียงชี้ขาด มาตรา ๑๒ ในการปฏิบัติตามหน้าที่และอานาจของสภาตามมาตรา ๗ ในเรื่องใดที่สภา เห็นว่ามีความจาเป็นที่ต้องพิจารณาดาเนินการตามภารกิจที่ได้รับมอบหมายเป็นพิเศษ หรือมีเหตุอื่น เพื่อประโยชน์ในการปฏิบัติตามหน้าที่และอานาจของสภา ให้สภามีอานาจแต่งตั้งคณะกรรมการพิเศษ เฉพาะเรื่องเพื่อดาเนินการแทนสภาได้ คณะกรรมการพิเศษเฉพาะเรื่องตามวรรคหนึ่ง ประกอบด้วย ประธานกรรมการหนึ่งคนและ กรรมการอื่นอีกไม่เกินห้าคนซึ่งแต่งตั้งจากกรรมการสภา ในกรณีจาเป็น สภาอาจมีมติให้เชิญบุคคล ซึ่งมีความรู้ความเชี่ยวชาญหรือมีประสบการณ์เกี่ยวกับเรื่องที่จะพิจารณา ให้เข้าร่วมประชุมเป็นครั้งคราว ในฐานะกรรมการด้วยก็ได้ ในกรณีเช่นนี้ ให้ผู้ซึ่งได้รับเชิญและมาประชุมมีฐานะเป็นกรรมการสาหรับ การประชุมครั้งที่ได้รับเชิญนั้น และให้เลขาธิการแต่งตั้งเจ้าหน้าที่สานักงานทาหน้าที่เลขานุการและ ผู้ช่วยเลขานุการ วาระการดารงตาแหน่ง การพ้นจากตาแหน่ง หน้าที่และอานาจ ตลอดจนการปฏิบัติหน้าที่ ของคณะกรรมการพิเศษเฉพาะเรื่อง ให้เป็นไปตามที่สภากาหนด เมื่ อ คณะกรรมการพิ เ ศษเฉพาะเรื่ อ งได้มี มติใ นเรื่อ งใดแล้ ว ให้ ถื อ ว่ า เป็ นมติของสภาและ ให้สานักงานดาเนินการตามมตินั้น เว้นแต่สภาจะกาหนดเป็นอย่างอื่นเฉพาะกรณี

  6. หนา้ ๓๖ เลม่ ๑๓๕ ตอนที่ ๑๑๒ ก ราชกิจจานุเบกษา ๒๘ ธันวาคม ๒๕๖๑ มาตรา ๑๓ ให้ประธานสภา กรรมการสภา ประธานกรรมการ กรรมการ ประธานอนุกรรมการ อนุ ก รรมการ เลขานุ ก าร และผู้ ช่ ว ยเลขานุ ก ารในสภา คณะกรรมการพิ เ ศษเฉพาะเรื่ อ ง หรื อ คณะอนุกรรมการ ได้รับค่าตอบแทน ค่าใช้จ่าย และประโยชน์ตอบแทนอื่นใดตามที่คณะรัฐ มนตรี กาหนด หมวด ๒ แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ มาตรา ๑๔ ให้มีแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติเป็นแนวทางในการพัฒนาประเทศ ด้านเศรษฐกิจและสังคมอย่างต่อเนื่องในแต่ละช่วงระยะเวลาห้าปี โดยต้องสอดคล้องกับแนวนโยบายแห่งรัฐ ยุทธศาสตร์ชาติ สภาพการณ์ทางเศรษฐกิจและสังคมทั้งของประเทศและของโลก ทิศทางการพัฒนา ประเทศที่เหมาะสม ซึ่งต้องเป็นไปตามหลักธรรมาภิบาล โดยมีการบูรณาการการดาเนินการร่วมกัน และมุ่งตอบสนองความเป็นอยู่ที่มีความผาสุกและยั่งยืนของประชาชนทั้งในระดับชาติและระดับภูมิภาค การประกาศใช้แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติให้ทาเป็นพระบรมราชโองการ และ เมื่อได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้วให้ใช้บังคับได้ มาตรา ๑๕ ให้สภากาหนดกรอบของแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ซึ่งอย่างน้อย ต้องมีเนื้อหาในด้านเศรษฐกิจ ด้านสังคม ด้านการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ ด้านสิ่งแวดล้อม ด้านการพัฒนา ที่ยั่งยืน ด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม ด้านการพัฒนาเมืองและภูมิภาค และด้านการพัฒนา ความสามารถในการแข่งขันของประเทศ โดยต้องจัดให้มีการรับฟังความคิดเห็นจากประชาชนทุกภาคส่วน การรั บฟั งความคิ ดเห็ นตามวรรคหนึ่ ง ให้ เป็ นไปตามวิ ธี การที่ สภาก าหนด ซึ่ งต้ องใช้ วิ ธี การ ที่ ประชาชนสามารถเข้ า ถึ งและแสดงความคิ ด เห็ นหรื อ ข้ อ เสนอแนะได้ โ ดยสะดวกและทั่ ว ถึ ง และ ต้องมีการแสดงข้อมูลที่เพียงพอแก่การที่ประชาชนจะเข้าใจและสามารถแสดงความคิดเห็นได้ด้วย มาตรา ๑๖ ให้สภาแต่งตั้งคณะกรรมการยกร่างแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่ง ชาติ ในแต่ละด้านตามกรอบของแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติให้ครบถ้วน เพื่อทาหน้าที่ยกร่าง แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติและเสนอสภาพิจารณา ทั้งนี้ ให้นาผลการรับฟังความคิดเห็น ตามมาตรา ๑๕ มาพิจารณาประกอบการยกร่างด้วย

  7. หนา้ ๓๗ เลม่ ๑๓๕ ตอนที่ ๑๑๒ ก ราชกิจจานุเบกษา ๒๘ ธันวาคม ๒๕๖๑ วาระการดารงตาแหน่งของคณะกรรมการยกร่างแผนตามวรรคหนึ่ง ให้เริ่มตั้งแต่วันที่สภาแต่งตั้ง จนถึงวันที่มีประกาศพระบรมราชโองการให้ใช้แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ หลักเกณฑ์และวิธีการแต่งตั้งคณะกรรมการยกร่างแผนตามวรรคหนึ่งในแต่ละด้าน ให้เป็นไป ตามที่สภากาหนด ให้ประธานกรรมการและกรรมการในคณะกรรมการยกร่างแผนตามวรรคหนึ่งได้รับค่าตอบแทน ค่าใช้จ่าย และประโยชน์ตอบแทนอื่นใดตามที่คณะรัฐมนตรีกาหนด มาตรา ๑๗ เมื่อสภาจัดทาร่างแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติเสร็จแล้ว ให้เสนอ คณะกรรมการยุทธศาสตร์ชาติตามกฎหมายว่าด้วยการจัดทายุทธศาสตร์ชาติเพื่อพิจารณาความสอดคล้อง กับยุทธศาสตร์ชาติ ซึ่งต้องพิจารณาให้แล้วเสร็จภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ได้รับร่างแผนพัฒนาเศรษฐกิจ และสังคมแห่งชาติ ให้สภานาร่างแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติที่ผ่านการพิจารณาของคณะกรรมการ ยุ ท ธศาสตร์ ช าติ เ สนอคณะรั ฐ มนตรี พิ จ ารณา ถ้ า คณะรั ฐ มนตรี เ ห็ น ควรแก้ ไ ขเพิ่ ม เติ ม ในเรื่ อ งใด ให้สภาแก้ไขเพิ่มเติมตามที่เห็นควร แล้วส่งให้คณะรัฐมนตรีพิจารณาเห็นชอบ เมื่อได้รับความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรีและรายงานต่อรัฐสภาเพื่อทราบแล้ว ให้นายกรัฐมนตรี น าร่างแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติขึ้นทูลเกล้าฯ ถวาย เพื่อทรงมีพระบรมราชโองการ ให้ใช้แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติต่อไป มาตรา ๑๘ ในกรณีที่สภาพการณ์ทางเศรษฐกิจและสังคมของประเทศและของโลก หรือ ยุทธศาสตร์ชาติเปลี่ยนแปลงไปจนไม่สามารถหรือไม่เหมาะสมที่จะดาเนินการตามแผนพัฒนาเศรษฐกิจ และสั ง คมแห่ ง ชาติ ไ ด้ หากสภาเห็ น สมควรแก้ ไขเพิ่ ม เติ มแผนพั ฒ นาเศรษฐกิ จ และสั ง คมแห่งชาติ เพื่อให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงดังกล่าว ให้สภาขอความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรีก่อนดาเนินการ เมื่อคณะรัฐมนตรีให้ความเห็นชอบให้มีการแก้ไขเพิ่มเติมแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติแล้ว ให้สภาดาเนินการตามกระบวนการจัดทาแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติที่กาหนดไว้ในพระราชบัญญัตินี้ และเมื่อได้แก้ไขเพิ่มเติมแล้วให้ถือเป็นส่วนหนึ่งของแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ มาตรา ๑๙ เมื่อแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติได้ประกาศใช้บังคับแล้ว ให้หน่วยงาน ของรัฐที่เกี่ยวข้องจัดทาแผนปฏิบัติการประจาปีของหน่วยงานของรัฐ และจัดทางบประมาณรายจ่าย ประจาปีงบประมาณ เพื่อให้บรรลุเป้าหมายตามที่กาหนดในแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ

  8. หนา้ ๓๘ เลม่ ๑๓๕ ตอนที่ ๑๑๒ ก ราชกิจจานุเบกษา ๒๘ ธันวาคม ๒๕๖๑ ในกรณีที่แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติกาหนดให้การดาเนินการเรื่องใดต้องมีการบูรณาการร่วมกัน ระหว่างหน่วยงานของรัฐหรือต้องร่วมมือกับองค์กรปกครองส่ว นท้องถิ่น ภาคเอกชน หรือประชาชน การจัดทาแผนปฏิบัติการประจาปีของหน่วยงานของรัฐต้องกาหนดวิธีการเพื่อให้มีการดาเนินการดังกล่าวด้วย เพื่อประโยชน์ในการติดตามและประเมินผลเกี่ยวกับการดาเนินการตามแผนพัฒนาเศรษฐกิจ และสังคมแห่งชาติ หน่ ว ยงานของรัฐตามวรรคหนึ่งมีหน้า ที่รายงานผลการปฏิบัติงานประจาปีและ การประเมิ น ผลการปฏิ บั ติร าชการของหน่ วยงานของรั ฐ ต่อ ส านั กงาน โดยต้ อ งแสดงผลให้ เ ห็น ถึง การบรรลุเป้าหมายตามแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ทั้งโดยตรงและโดยอ้อม ในกรณีที่ สานักงานเห็นว่าการดาเนินการของหน่วยงานของรัฐไม่เป็นไปตามแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ให้รายงานคณะรัฐมนตรีเพื่อพิจารณาต่อไป การรายงานผลตามวรรคสอง ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่สภากาหนด โดยการรายงานผลนั้น ต้องไม่ซ้าซ้อนและไม่เพิ่มขั้นตอนการรายงานผลการดาเนินการของหน่วยงานของรัฐตามยุทธศาสตร์ชาติ และแผนการปฏิรูปประเทศ รวมถึงกฎหมายอื่นใดที่กาหนดให้หน่วยงานของรัฐต้องรายงานผลการปฏิบัติงาน ต่อสานักงาน โดยสานักงานสามารถนาข้อมูลจากการรายงานผลดังกล่าวไปใช้ประโยชน์ได้อย่างบูรณาการ ให้เป็นหน้าที่ของคณะรัฐมนตรีที่จะกากับดูแลและสนับสนุนให้หน่วยงานของรัฐทุกแห่งดาเนินการ ให้เป็นไปตามวรรคหนึ่งและวรรคสอง หมวด ๓ สานักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ

  9. มาตรา ๒๐ ให้มีสานักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ มีหน้าที่และอานาจ ดังต่อไปนี้ (๑) ดาเนินงานในฐานะเจ้าหน้าที่ฝ่ายเลขานุการของสภา (๒) ศึกษา วิเคราะห์ วิจัย และติดตามภาวะเศรษฐกิจและสังคมของประเทศและของโลก รวมทั้งปัญหาและโอกาสทางเศรษฐกิจและสังคม และคาดการณ์แนวโน้ม การเปลี่ยนแปลงที่สาคัญ ทั้งในบริบทประเทศและโลก เพื่อจัดทาข้อเสนอในเชิงนโยบาย และมาตรการการพัฒนาประเทศหรือ รองรับผลกระทบต่อภาวะเศรษฐกิจและสั งคมของประเทศเสนอคณะรัฐมนตรี นายกรัฐมนตรี หรือ สภาพิจารณา หนา้ ๓๙ เลม่ ๑๓๕ ตอนที่ ๑๑๒ ก ราชกิจจานุเบกษา ๒๘ ธันวาคม ๒๕๖๑ (๓) ประสานงานกั บหน่ ว ยงานของรั ฐและประชาชนภาคส่ว นต่า ง ๆ เกี่ ย วกั บ การจัด ทา ร่างแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (๔) ดาเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องกับยุทธศาสตร์ชาติและแผนการปฏิรูปประเทศ (๕) จั ด ท าฐานข้ อ มูล เศรษฐกิ จ และสัง คม บั ญ ชี ป ระชาชาติของประเทศตามระบบสากล เพื่อประกอบการจัดทานโยบายการพัฒนาประเทศ และรายงานภาวะเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ เสนอคณะรัฐมนตรีเพื่อทราบ และเผยแพร่ให้ประชาชนทราบเป็นการทั่วไป (๖) จัดทากรอบการลงทุนประจาปีของรัฐวิสาหกิจในภาพรวม (๗) จัดทาข้อเสนองบประมาณประจาปีของรัฐวิสาหกิจซึ่งมิใช่บริษัทมหาชนจากัด สาหรับ สินทรัพย์ถาวรที่เพิ่มขึ้นเพื่อใช้ในการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม รวมทั้งจานวนเงินที่ใช้จ่ายเพื่อการนี้ ไม่ว่าจ่ายจากงบประมาณแผ่นดิน เงินกู้ยืม เงินกาไรที่ได้สะสมไว้ หรือเงินอื่นใดก็ตาม โดยให้คาแนะนา เกี่ยวกับการแก้ไขรายจ่ายเหล่านั้นเท่าที่จาเป็น เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพในการสร้างและการบารุงรักษา สินทรัพย์ถาวรนั้น ๆ และเสนอสภาเพื่อพิจารณา (๘) พิจารณาแผนงานและโครงการพัฒนาของกระทรวง ทบวง กรม หรือส่วนราชการ ที่เรียกชื่ออย่างอื่นที่มีฐานะเป็นกรม และของรัฐวิสาหกิจที่มีมูลค่าตามที่คณะรัฐมนตรีกาหนด รวมทั้ง ประสานแผนงานและโครงการพัฒนาดังกล่าว เพื่อวางแผนส่วนรวมให้สอดคล้องกับแผนพัฒนาเศรษฐกิจ และสังคมแห่งชาติ (๙) สนับสนุนและประสานงานกับส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ และภาคีที่เกี่ยวข้องในการจัดทาแผน แผนงาน และโครงการพัฒนา และการขับเคลื่อนการปฏิบัติงานตามแผน (๑๐) ติ ด ตามและประเมิ น ผลการด าเนิ น การตามแผนพั ฒ นาเศรษฐกิ จ และสั ง คมแห่ ง ชาติ นโยบาย แผน แผนงาน และโครงการพัฒนาที่มีผลกระทบในวงกว้างต่อการพัฒนาประเทศในภาพรวม รวมทั้งให้คาแนะนาเกี่ยวกับการเร่งรัด ปรับปรุง หรือเลิกล้มโครงการพัฒนาอันหนึ่งอันใดเมื่อเห็นสมควร (๑๑) ขอให้หน่วยงานของรัฐเสนอแผนงานและโครงการพัฒนา ข้อเท็จจริง ตลอดจนรายละเอียด ที่จาเป็นแก่การศึกษาภาวะเศรษฐกิจและสังคมของประเทศหรือการพิจารณาผลงานของโครงการพัฒนา ที่ ก าลั ง ดาเนิ น การอยู่ หรื อ เชิญบุค คลหนึ่งบุ คคลใดมาให้ข้อเท็จ จริง ค าอธิบาย ความเห็น หรือ คาแนะนาได้เมื่อเห็นสมควร

  10. หนา้ ๔๐ เลม่ ๑๓๕ ตอนที่ ๑๑๒ ก ราชกิจจานุเบกษา ๒๘ ธันวาคม ๒๕๖๑ (๑๒) ปฏิบัติการอื่นตามที่บัญญัติไว้ในพระราชบัญญัตินี้ กฎหมายอื่น หรือตามที่คณะรัฐมนตรี นายกรัฐมนตรี หรือสภามอบหมาย รวมทั้งออกระเบียบในส่วนที่เกี่ยวข้องตามความจาเป็น ในกรณีที่มีการขอความเห็นเกี่ยวกับการปฏิบัติหน้าที่ตามความในมาตรานี้ ซึ่งเกี่ยวข้องกับหน้าที่ และอานาจของสภา สานักงานอาจเสนอให้สภาพิจารณาให้ความเห็นก็ได้ และในกรณีที่สานั กงาน เป็นผู้ให้ความเห็น ให้รายงานสภาทราบด้วย มาตรา ๒๑ เพื่อประโยชน์ในการปฏิบัติหน้าที่ของสานักงานตามมาตรา ๒๐ (๔) ให้สภา แต่งตั้งคณะกรรมการประสานการดาเนินงานด้านยุทธศาสตร์ชาติและการปฏิรูปประเทศ ทาหน้าที่ วิเคราะห์ ติดตาม และประเมินผลการปฏิบัติตามยุทธศาสตร์ชาติและแผนการปฏิรูปประเทศ ตลอดจน ปฏิบัติหน้าที่อื่นที่เกี่ยวข้องตามที่สภามอบหมาย คณะกรรมการประสานการดาเนินงานด้านยุทธศาสตร์ชาติและการปฏิรูปประเทศ อาจมีหลายคณะ ตามความจาเป็น โดยในแต่ละคณะให้ประกอบด้วยประธานกรรมการหนึ่งคนและกรรมการอื่นอีกไม่เกินห้าคน ซึ่งสภาแต่งตั้งบุคคลจากภาครัฐและภาคส่วนอื่นที่เกี่ยวข้อง ให้เลขาธิการแต่งตั้งเจ้าหน้าที่สานักงานทาหน้าที่เลขานุการและผู้ช่วยเลขานุการ ให้นาความในมาตรา ๙ มาตรา ๑๐ และมาตรา ๑๑ มาใช้บังคับแก่วาระการดารงตาแหน่ง การพ้นจากตาแหน่ง และการประชุมของคณะกรรมการประสานการดาเนินงานด้านยุทธศาสตร์ชาติ และการปฏิรูปประเทศด้วยโดยอนุโลม ให้ เ ลขาธิ ก ารแต่ ง ตั้ ง คณะท างานเพื่ อ สนั บ สนุ น คณะกรรมการประสานการด าเนิ น งาน ด้านยุทธศาสตร์ชาติและการปฏิรูปประเทศ มาตรา ๒๒ เพื่ อ ประโยชน์ ใ นการระดมความคิ ด เห็ น และประสบการณ์ จ ากผู้ เชี่ ยวชาญ เฉพาะด้านมาร่วมปฏิบัติงานให้เกิดผลดีในการพัฒนาประเทศ ในการปฏิบัติหน้าที่ของสานักงานนอกจาก การปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่สานักงานแล้ว สานักงานอาจดาเนินการโดยวิธีการดังต่อไปนี้ได้ (๑) แต่งตั้งบุคคลจากภาครัฐหรือภาคเอกชนเป็นคณะกรรมการชานาญการในแต่ละด้าน เพื่อทาหน้าที่วิเคราะห์ปัญหาการพัฒนาของประเทศ ติดตามสภาพการณ์ทางการพัฒนาเศรษฐกิจและ สังคมของโลก และเสนอแนะการกาหนดเป้าหมายระดับนโยบาย

  11. หนา้ ๔๑ เลม่ ๑๓๕ ตอนที่ ๑๑๒ ก ราชกิจจานุเบกษา ๒๘ ธันวาคม ๒๕๖๑ องค์ประกอบ จานวน การแต่งตั้ง การปฏิบัติหน้าที่ และการพ้นจากตาแหน่งของ ประธานกรรมการและกรรมการในคณะกรรมการชานาญการ ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และ เงื่ อ นไขที่ส ภาก าหนด ทั้ ง นี้ ให้ เ ลขาธิก ารเป็นประธานกรรมการ ส่ ว นกรรมการอื่นให้ เลขาธิการ เป็น ผู้แ ต่งตั้ งและแจ้งให้ สภาทราบ และให้นาความในมาตรา ๑๑ มาใช้บังคับแก่การประชุมของ คณะกรรมการชานาญการด้วยโดยอนุโลม (๒) เสนอแนะต่อสภาเพื่อขอให้รัฐมนตรีเจ้าสังกัดของหน่วยงานของรัฐมีคาสั่งให้เจ้าหน้าที่ ในหน่วยงานของรัฐแห่งนั้นมาปฏิบัติหน้าที่ในสานักงานเพื่อปฏิบัติหน้าที่ในเรื่องใดเรื่องหนึ่งที่เกี่ยวข้องกับ หน่วยงานของรัฐนั้น ตามระยะเวลาที่กาหนดซึ่งต้องไม่เกินหนึ่งปี โดยให้ถือว่าการปฏิบัติหน้าที่ดังกล่าว เป็นการปฏิบัติราชการหรือปฏิบัติหน้าที่ของหน่วยงานของรัฐนั้นเต็มเวลา (๓) จ้ า งบุ ค คลทั้ ง ในประเทศและต่ า งประเทศ สถาบั น การศึ ก ษา หรื อ สถาบั น แห่ ง ใด โดยได้รับอนุมัติจากสภา เพื่อดาเนินการศึกษา ค้นคว้า วิจัย หรือปฏิบัติงานในเรื่องใดเป็นพิเศษ ที่ต้องการความรวดเร็วและความเชี่ยวชาญเฉพาะตัวของบุคคลหรือสถาบันนั้นมาปฏิบัติงานที่เกี่ยวกับ เศรษฐกิจและสังคมของประเทศเป็นการเฉพาะคราว มาตรา ๒๓ ให้ประธานกรรมการและกรรมการในคณะกรรมการประสานการดาเนินงาน ด้านยุทธศาสตร์ชาติและการปฏิรูปประเทศ และคณะกรรมการชานาญการได้รับค่าตอบแทน ค่าใช้จ่าย และประโยชน์ตอบแทนอื่นใดตามที่คณะรัฐมนตรีกาหนด มาตรา ๒๔ ให้ มีเลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ เป็นข้าราชการ พลเรื อ นสามั ญ มี ห น้ า ที่ บริห ารราชการของส านัก งาน รั บ ผิ ด ชอบขึ้ นตรงต่อนายกรัฐ มนตรี และ เป็นผู้บังคับบัญชาข้าราชการในสานักงาน ให้มีรองเลขาธิการเป็นผู้ช่วยสั่งและปฏิบัติราชการ บทเฉพาะกาล

  12. มาตรา ๒๕ ให้คณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติตามพระราชบัญญัติ พัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๒๑ ซึ่งดารงตาแหน่งอยู่ในวันก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้ ใช้บังคับ ปฏิบัติหน้าที่สภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติตามพระราชบัญญัตินี้ไปพลางก่อน หนา้ ๔๒ เลม่ ๑๓๕ ตอนที่ ๑๑๒ ก ราชกิจจานุเบกษา ๒๘ ธันวาคม ๒๕๖๑ จนกว่าจะได้ มีการแต่งตั้งประธานสภาและกรรมการสภาผู้ทรงคุณวุฒิตามพระราชบัญญัตินี้ แต่ทั้งนี้ ต้องไม่เกินหนึ่งร้อยแปดสิบวันนับแต่วันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ มาตรา ๒๖ ให้ โ อนบรรดากิ จ การ อ านาจหน้ า ที่ ทรั พ ย์ สิ น งบประมาณ สิ ท ธิ หนี้ ภาระผูกพัน ข้าราชการ พนั กงานราชการ ลูกจ้าง และอัต รากาลังของสานักงานคณะกรรมการ พัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ไปเป็นของสานักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ตามพระราชบัญญัตินี้ มาตรา ๒๗ บรรดาบทบัญญัติแห่งกฎหมาย กฎ ระเบียบ ข้อบังคับ ประกาศ คาสั่ง หรือ มติคณะรัฐมนตรีใดที่อ้ างถึงคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ประธานกรรมการ พัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ สานักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ เลขาธิการคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ และข้าราชการ พนักงานราชการ และ ลู ก จ้ า งของส านั ก งานคณะกรรมการพั ฒ นาการเศรษฐกิ จ และสั ง คมแห่ ง ชาติ ให้ ถื อ ว่ า อ้ า งถึ ง สภาพัฒ นาการเศรษฐกิจและสังคมแห่ งชาติ ประธานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่ง ชาติ ส านั ก งานสภาพั ฒ นาการเศรษฐกิ จ และสั ง คมแห่ ง ชาติ เลขาธิ ก ารสภาพั ฒ นาการเศรษฐกิ จ และ สังคมแห่งชาติ และข้าราชการ พนักงานราชการ หรือลูกจ้างของสานักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจ และสังคมแห่งชาติตามพระราชบัญญัตินี้ แล้วแต่กรณี มาตรา ๒๘ แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติตามประกาศพระราชโองการ เรื่อง แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ ๑๒ (พ.ศ. ๒๕๖๐ - ๒๕๖๔) ลงวันที่ ๒๙ ธันวาคม พุทธศักราช ๒๕๕๙ ที่ใช้อยู่ในวันก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ ให้ถือว่าเป็นแผนพัฒนาเศรษฐกิจ และสังคมแห่งชาติตามพระราชบัญญัตินี้ และให้ยังคงใช้ได้ต่อไปจนถึงวันที่ ๓๐ กันยายน พ.ศ. ๒๕๖๕

  13. ผู้รับสนองพระราชโองการ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี หนา้ ๔๓ เลม่ ๑๓๕ ตอนที่ ๑๑๒ ก ราชกิจจานุเบกษา ๒๘ ธันวาคม ๒๕๖๑ หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ โดยที่ปัจจุบันสานักงานคณะกรรมการ พั ฒ นาการเศรษฐกิ จ และสั ง คมแห่ ง ชาติ ไ ด้ มี ภ ารกิ จ ที่ เ พิ่ ม ขึ้ น โดยเฉพาะการด าเนิ น การตามกฎหมาย ว่าด้วยการจัดทายุทธศาสตร์ชาติและกฎหมายว่าด้วยแผนและขั้นตอนการดาเนินการปฏิรูปประเทศ สมควร ปรั บ ปรุ งโครงสร้ าง หน้ าที่ และอานาจของคณะกรรมการพัฒ นาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ และ สานักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ โดยเปลี่ยนชื่อจากคณะกรรมการพัฒ นา การเศรษฐกิ จ และสั ง คมแห่ ง ชาติ เป็ น สภาพั ฒ นาการเศรษฐกิ จ และสั ง คมแห่ ง ชาติ ในท านองเดี ย วกั บ พระราชบัญญัติสภาพัฒนาการเศรษฐกิจแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๐๒ ตามที่คุ้นเคยกัน และเพื่อ ให้สอดคล้องกับ ภารกิจที่เพิ่มขึ้น รวมทั้งได้กาหนดหลักเกณฑ์และวิธีการในการจัดทา ติดตาม และประเมินผลการดาเนินการ ตามแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติเสียใหม่ เพื่อให้สอดคล้ องและบูรณาการกับยุทธศาสตร์ช าติ รวมทั้งแผนการพัฒนาประเทศต่าง ๆ จึงจาเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้

National Economic and Social Development Council Act, B.E. 2561 (2018) · Nelum