State Property Act, B.E.2562 (2019)
صدر في 2019-03-06 · النص بتاريخ 2026-10-01
القانون العام والإرشادات الرسمية منشورة بوصفها أبحاثاً. ليست مشورة قانونية أو ضريبية أو مالية.
البحث نفسه مكتوب بالإنجليزية. العناوين والوسوم مترجمة؛ أما النتائج والاقتباسات فغير مترجمة.
عن هذا القانون
- اللغة
- Thai
- النوع
- قانون
- المنظمة
- Mekong River Commission (MRC)
- الدولة
- تايلاند
- الموضوعات
- Land and soil
- الكلمات المفتاحية
- land tenure, registration, institution, public land, offences/penalties, governance
أين تقرؤه
النص
نص القانون نفسه، مادةً مادة، كما هو محفوظ. لكل مادة رابطها.
พระราชบัญญัติ ที่ราชพัสด ุ พ.ศ. ๒๕๖๒ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร ให้ไว ้ ณ วนัที่ ๖ มนีาคม พ.ศ. ๒๕๖๒ เป็นปทีี่ ๔ ในรัชกาลปัจจบุัน สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร มีพระราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศว่า โดยที่เป็นการสมควรปรับปรุงกฎหมายว่าด้วยที่ราชพัสดุ จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตราพระราชบัญญัติขึ้นไว้โดยค าแนะน าและยินยอมของ สภานิติบัญญัติแห่งชาติท าหน้าที่รัฐสภา ดังต่อไปนี้ มาตรา ๑ พระราชบัญญัตินี้เรียกว่า “พระราชบัญญัติที่ราชพัสดุ พ.ศ. ๒๕๖๒” มาตรา ๒ พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับเมื่อพ้นก าหนดหนึ่งร้อยยี่สิบวันนับแต่วันประกาศ ในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป มาตรา ๓ ให้ยกเลิกพระราชบัญญัติที่ราชพัสดุ พ.ศ. ๒๕๑๘ มาตรา ๔ ในพระราชบัญญัตินี้ “ส่วนราชการ” หมายความว่า ส่วนราชการตามกฎหมายวา่ด้วยการปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม และหน่วยงานที่รับผิดชอบงานธุรการขององค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญหรือศาลหรือองค์กรอัยการ หรือรัฐสภา ้หนา ๑ ่เลม ๑๓๖ ตอนที่ ๒๘ ก ราชกิจจานุเบกษา ๙ มีนาคม ๒๕๖๒ “หน่วยงานของรัฐ” หมายความว่า รัฐวิสาหกิจ องค์การของรฐับาล องค์การมหาชน องค์กร ปกครองส่วนท้องถิ่น หน่วยงานในก ากับของรัฐ หรือหน่วยงานอื่นที่มีกฎหมายจัดตั้ง แต่ไม่รวมถึง ส่วนราชการ “คณะกรรมการ” หมายความว่า คณะกรรมการที่ราชพัสดุ “รัฐมนตรี” หมายความว่า รัฐมนตรีผู้รักษาการตามพระราชบัญญัตินี้ มาตรา ๕ ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังรักษาการตามพระราชบัญญัตินี้ และ ให้มีอ านาจออกกฎกระทรวงและระเบียบเพื่อปฏิบัติการตามพระราชบัญญัตินี้ กฎกระทรวงและระเบียบนั้น เมื่อได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้วให้ใช้บังคับได้ หมวด ๑ บททั่วไป มาตรา ๖ ที่ราชพัสดุ ได้แก่ (๑) อสังหาริมทรัพย์อันเป็นทรัพย์สินของแผ่นดินทุกชนิด (๒) ที่ดินที่สงวนหรือหวงห้ามไว้เพื่อประโยชน์ของแผ่นดินโดยเฉพาะ (๓) ที่ดินที่สงวนหรือหวงห้ามไว้เพื่อประโยชน์ของทางราชการตามกฎหมาย มาตรา ๗ อสังหาริมทรัพย์ดังต่อไปนี้ ไม่เป็นที่ราชพัสดุ (๑) ที่ดินรกร้างว่างเปล่า และที่ดินซึ่งมีผู้เวนคืนหรือทอดทิ้งหรือกลับมาเป็นของแผ่นดิน โดยประการอื่นตามกฎหมายที่ดิน แต่ไม่รวมถึงที่ดินรกร้างว่างเปล่าที่สงวนหรือหวงห้ามไว้เพื่อประโยชน์ ของแผ่นดินโดยเฉพาะหรือเพ่ือประโยชน์ของทางราชการตามกฎหมาย (๒) อสังหาริมทรัพย์อันเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินส าหรับพลเมืองใช้หรือสงวนไว้ เพื่อประโยชน์ของพลเมืองใช้ร่วมกัน (๓) อสังหาริมทรัพย์ของรัฐวิสาหกิจที่เป็นนิติบุคคลและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (๔) อสังหาริมทรัพย์ขององค์การมหาชน ซึ่งได้มาโดยมีผู้อุทิศให้หรือโดยการซื้อหรือแลกเปลี่ยน จากรายได้หรือทรัพย์สินขององค์การมหาชนนั้น โดยไม่ได้ใช้เงินงบประมาณแผ่นดินหรือเงินอุดหนุน จากรัฐบาล ้หนา ๒ ่เลม ๑๓๖ ตอนที่ ๒๘ ก ราชกิจจานุเบกษา ๙ มีนาคม ๒๕๖๒ (๕) อสังหาริมทรัพย์ของสถานศึกษาของรัฐที่เป็นนิติบุคคล ซึ่งได้มาโดยมีผู้อุทิศให้หรือ โดยการซื้อหรือแลกเปลี่ยนจากรายได้หรือทรัพย์สินของสถานศึกษานั้น โดยไม่ได้ใช้เงินงบประมาณแผ่นดิน หรือเงินอุดหนุนจากรัฐบาล (๖) อสังหาริมทรัพย์ของหน่วยงานของรัฐที่มีกฎหมายจัดตั้ง ซึ่งได้มาโดยมีผู้อุทิศให้หรือ โดยการซื้อหรือแลกเปลี่ยนจากรายได้หรือทรัพย์สินของหน่วยงานของรัฐนั้น โดยไม่ได้ใช้เงินงบประมาณ แผ่นดินหรือเงินอุดหนุนจากรัฐบาล (๗) อสังหาริมทรัพย์ที่มีกฎหมายเฉพาะบัญญัติยกเว้นไว้ไม่ให้ถือเป็นที่ราชพัสดุ มาตรา ๘ ให้กระทรวงการคลังเป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์ในที่ราชพัสดุ ให้กรมธนารักษ์มีหน้าที่ในการปกครอง ดูแล และบ ารุงรักษาที่ราชพัสดุ ส่วนการใช้และ การจัดหาประโยชน์ให้เป็นไปตามที่บัญญัติในพระราชบัญญัตินี้ หมวด ๒ คณะกรรมการทีร่าชพัสด ุ มาตรา ๙ ให้มีคณะกรรมการคณะหนึ่ง เรียกว่า “คณะกรรมการที่ราชพัสดุ” ประกอบด้วย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เป็นประธานกรรมการ ปลัดกระทรวงการคลัง เป็นรองประธานกรรมการ ปลัดกระทรวงกลาโหม ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ปลัดกระทรวงมหาดไทย อธิบดีกรมที่ดิน และอธิบดีกรมโยธาธิการและผังเมือง เป็นกรรมการ โดยต าแหน่ง และผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งรัฐมนตรีแต่งตั้งจากผู้ที่มีความรู้ ความสามารถ ความเชี่ยวชาญ และ ประสบการณ์ด้านเศรษฐศาสตร์ ด้านที่ดิน หรือด้านการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ จ านวนสามคน เป็นกรรมการ และอธิบดีกรมธนารักษ์ เป็นกรรมการและเลขานุการ ให้อธิบดีกรมธนารกัษ์แตง่ตัง้ข้าราชการของกรมธนารักษ์จ านวนไม่เกินสองคน เป็นผูช้่วยเลขานุการ มาตรา ๑๐ กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิต้องมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้าม ดังต่อไปนี้ (๑) มีสัญชาติไทย (๒) มีอายุไม่ต่ ากว่าสามสิบห้าปี (๓) ไม่เป็นบุคคลล้มละลายหรือเคยเป็นบุคคลล้มละลายทุจริต ้หนา ๓ ่เลม ๑๓๖ ตอนที่ ๒๘ ก ราชกิจจานุเบกษา ๙ มีนาคม ๒๕๖๒ (๔) ไม่เป็นคนไร้ความสามารถหรือคนเสมือนไร้ความสามารถ (๕) ไม่เคยได้รับโทษจ าคุกโดยค าพิพากษาถึงที่สุดให้จ าคุก เว้นแต่เป็นโทษส าหรับความผิด ที่ได้กระท าโดยประมาทหรือความผิดลหุโทษ (๖) ไม่เป็นผู้ด ารงต าแหน่งในทางการเมือง สมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น กรรมการ หรือผู้ด ารงต าแหน่งที่รับผิดชอบการบริหารพรรคการเมือง ที่ปรึกษาพรรคการเมือง หรือเจ้าหน้าที่ พรรคการเมือง (๗) ไม่เคยต้องค าพิพากษาหรือค าสั่งของศาลให้ทรัพย์สินตกเป็นของแผ่นดินเพราะร่ ารวยผิดปกติ หรือมีทรัพย์สินเพิ่มขึ้นผิดปกติ (๘) ไม่เคยถูกไล่ออก ปลดออก หรือให้ออกจากงาน เพราะทุจริตต่อหน้าที่ มาตรา ๑๑ กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิมีวาระการด ารงต าแหน่งคราวละสามปี กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งพ้นจากต าแหน่งตามวาระ อาจได้รับการแต่งตัง้อีกได ้ แต่จะด ารงต าแหนง่ ติดต่อกันเกินสองวาระไม่ได้ เมื่อครบก าหนดตามวาระในวรรคหนึ่ง หากยังมิได้มีการแต่งตั้งกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิขึ้นใหม่ ให้กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งพ้นจากต าแหน่งตามวาระนั้นอยู่ในต าแหน่งเพ่ือปฏิบัติหน้าที่ต่อไปจนกว่า กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งได้รับแต่งตั้งใหม่เข้ารับหน้าที่ มาตรา ๑๒ นอกจากการพ้นจากต าแหน่งตามวาระตามมาตรา ๑๑ กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ พ้นจากต าแหน่งเมื่อ (๑) ตาย (๒) ลาออก (๓) รัฐมนตรีให้ออกเพราะบกพร่องต่อหน้าที่ มีความประพฤติเสื่อมเสียหรือหย่อนความสามารถ (๔) ขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา ๑๐ มาตรา ๑๓ ในกรณีที่กรรมการผู้ทรงคุณวฒุพ้ินจากต าแหนง่ก่อนวาระ ให้ด าเนินการแตง่ตัง้ กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิแทนต าแหน่งที่ว่าง เว้นแต่วาระของกรรมการเหลืออยู่ไม่ถึงหนึ่งร้อยยี่สิบวัน จะไม่แต่งตั้งก็ได้ ให้ผู้ได้รับการแต่งตั้งแทนต าแหน่งที่ว่างอยู่ในต าแหน่งเท่ากับวาระที่เหลืออยู่ของผู้ซึ่งตน ด ารงต าแหน่งแทน ้หนา ๔ ่เลม ๑๓๖ ตอนที่ ๒๘ ก ราชกิจจานุเบกษา ๙ มีนาคม ๒๕๖๒ ในระหว่างที่กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิพ้นจากต าแหน่งไม่ว่าด้วยเหตุใด และยังมิได้มีการแต่งตั้ง กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิขึ้นใหม่ ให้คณะกรรมการประกอบด้วยกรรมการเท่าที่เหลืออยู่ มาตรา ๑๔ การประชุมคณะกรรมการ ต้องมีกรรมการมาประชุมไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของ จ านวนกรรมการทั้งหมด จึงจะเป็นองค์ประชุม ในการประชุมคณะกรรมการ ถ้าประธานกรรมการไม่มาประชุมหรือไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ได้ ให้รองประธานกรรมการเป็นประธานในที่ประชุม ในกรณีที่ประธานกรรมการและรองประธานกรรมการ ไม่มาประชุมหรือไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ได้ ให้กรรมการที่มาประชุมเลือกกรรมการคนหนึ่งเป็นประธาน ในที่ประชุม การวินิจฉัยชี้ขาดของที่ประชุมให้ถือเสียงข้างมาก กรรมการคนหนึ่งให้มีเสียงหนึ่งในการลงคะแนน ถ้าคะแนนเสียงเท่ากัน ให้ประธานในที่ประชุมออกเสียงเพิ่มขึ้นอีกเสียงหนึ่งเป็นเสียงชี้ขาด ในการประชุม ถ้ามีการพิจารณาเรื่องที่กรรมการผู้ใดมีส่วนได้เสียไม่ว่าโดยตรงหรือโดยอ้อม ให้กรรมการผู้นั้นแจ้งคณะกรรมการทราบ และไม่มีสิทธิเข้าร่วมประชุมในเรื่องนั้น มาตรา ๑๕ ให้คณะกรรมการมีหน้าที่และอ านาจ ดังต่อไปนี้ (๑) ก าหนดนโยบายเกี่ยวกับการบริหารจัดการที่ราชพัสดุ (๒) ก าหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการจัดท าทะเบียนที่ราชพัสดุ (๓) เสนอแนะรัฐมนตรีในการออกกฎกระทรวงเพ่ือก าหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไข ในการปกครอง ดูแล บ ารุงรักษา ใช้ และจัดหาประโยชน์ที่ราชพัสดุ (๔) ก าหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการจัดท าทะเบียนทรพัย์สินนอกราชอาณาจกัร (๕) ก าหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการจัดท ารายงานเกี่ยวกับการปกครอง ดูแล บ ารุงรักษา และใช้ที่ราชพัสดุ (๖) ปฏิบัติการอื่นใดตามที่พระราชบัญญัตินี้หรือกฎหมายอื่นบัญญัติให้เป็นหน้าที่หรืออ านาจ ของคณะกรรมการ หรือตามที่คณะรัฐมนตรีมอบหมาย มาตรา ๑๖ คณะกรรมการจะแต่งตั้งคณะอนุกรรมการเพ่ือพิจารณาหรือปฏิบัติการตามที่ คณะกรรมการมอบหมายก็ได้ ให้น าบทบัญญัติมาตรา ๑๔ มาใช้บังคับกับการประชุมของคณะอนุกรรมการโดยอนุโลม ้หนา ๕ ่เลม ๑๓๖ ตอนที่ ๒๘ ก ราชกิจจานุเบกษา ๙ มีนาคม ๒๕๖๒ หมวด ๓ การจดัท าและการขึน้ทะเบยีนที่ราชพัสดุ มาตรา ๑๗ ให้กรมธนารักษ์มีหน้าที่จัดท าทะเบียนที่ราชพัสดุ ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และ เงื่อนไขที่คณะกรรมการก าหนด มาตรา ๑๘ เพื่อประโยชน์ในการขึ้นทะเบียนที่ราชพัสดุ ให้ด าเนินการดังต่อไปนี้ (๑) กรณีที่ดินอันเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินส าหรับพลเมืองใช้ร่วมกัน เมื่อได้ม ี การถอนสภาพที่ดินจากการเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินส าหรับพลเมืองใช้หรือสงวนไว้เพ่ือประโยชน์ ของพลเมืองใช้ร่วมกัน เพ่ือมอบหมายให้ส่วนราชการหรือหน่วยงานของรัฐใช้ประโยชน์ ให้กรมที่ดินแจ้ง กรมธนารักษ์ทราบโดยเร็ว เพื่อขึ้นทะเบียนที่ราชพัสดุ (๒) กรณีที่ดินที่สงวนหรือหวงห้ามไว้เพ่ือประโยชน์ของแผ่นดินโดยเฉพาะหรือที่ดินที่สงวน หรือหวงห้ามไว้เพ่ือประโยชน์ของทางราชการตามกฎหมาย ให้ขึ้นทะเบียนที่ราชพัสดุไว้ และเมื่อส่วนราชการ หรือหน่วยงานของรัฐเข้าใช้ประโยชน์ในที่ดินนั้น ให้แจ้งกรมธนารักษ์ทราบโดยเร็ว เพ่ือแก้ไขรายการ ทะเบียนที่ราชพัสดุให้ถูกต้อง (๓) กรณีที่ส่วนราชการหรือหน่วยงานของรัฐได้มาซึ่งที่ราชพัสดุนอกเหนือจากกรณีตาม (๑) และ (๒) ให้จัดส่งต้นฉบับหนังสือส าคัญส าหรับที่ดิน เอกสารที่เกี่ยวข้องกับการได้มาซึ่งที่ราชพัสดุนั้น รวมทั้งรายการเกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์ ให้แก่กรมธนารักษ์โดยเร็ว เพื่อขึ้นทะเบียนที่ราชพัสดุ ก่อนการขึ้นทะเบียนที่ราชพัสดุตามวรรคหนึ่ง ให้กรมธนารักษ์ตรวจสอบการได้มาซึ่งที่ดินและ สถานะของที่ดินให้ถูกต้อง ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่คณะกรรมการก าหนด หมวด ๔ การใช้ การเรียกคืน และการจัดหาประโยชน์ทีร่าชพัสด ุ มาตรา ๑๙ ที่ราชพัสดุให้น าไปใช้เพ่ือประโยชน์ในทางราชการในการปฏิบัติตามหน้าที่และ อ านาจของส่วนราชการและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ้หนา ๖ ่เลม ๑๓๖ ตอนที่ ๒๘ ก ราชกิจจานุเบกษา ๙ มีนาคม ๒๕๖๒ ส่วนราชการและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่มีความประสงค์จะขอใช้ที่ราชพัสดุตามวรรคหนึ่ง ให้แจ้งวัตถุประสงค์ในการใช้ที่ราชพัสดุและขอท าความตกลงกับกรมธนารักษ์ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่ก าหนดในกฎกระทรวง มาตรา ๒๐ ส่วนราชการหรือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นซึ่งใช้ที่ราชพัสดุ มีหน้าที่ใช้ที่ราชพัสดุ ให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์และความตกลงที่ท าไว้กับกรมธนารักษ์ และมีหน้าที่ดังต่อไปนี้ด้วย (๑) ดูแลและบ ารุงรักษาที่ราชพัสดุให้คงอยู่ในสภาพที่เหมาะสมแก่การใช้ประโยชน์อยู่เสมอ และระมัดระวังมิให้เกิดการบุกรุกหรือความเสียหายใด ๆ แก่ที่ราชพัสดุ (๒) จัดท ารายงานเกี่ยวกับการปกครอง ดูแล บ ารุงรักษา และใช้ที่ราชพัสดุเสนอต่อกรมธนารกัษ์ ทั้งนี้ ตามระเบียบที่คณะกรรมการก าหนด มาตรา ๒๑ ในกรณีที่มีการใช้ รื้อถอน หรือดัดแปลงที่ราชพัสดุ หรือกระท าการใด ๆ อันมีผลกระทบต่อสาระส าคัญหรือสถานะของที่ราชพัสดุ โดยยังเป็นการด าเนินการตามวัตถุประสงค์เดิม ให้ส่วนราชการหรือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นแจ้งกรมธนารักษ์ทราบเพ่ือแก้ไขรายการทะเบียนที่ราชพัสดุ ให้ถูกต้อง ในกรณีที่ส่วนราชการหรือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นได้เปลี่ยนแปลงวัตถุประสงค์การใช้ที่ราชพัสดุ ให้แจ้งและขอท าความตกลงกับกรมธนารักษ์ใหม่ มาตรา ๒๒ ให้กรมธนารักษ์เรียกคืนที่ราชพัสดุจากส่วนราชการหรือองค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่นได้ ในกรณีดังต่อไปนี้ (๑) เลิกใช้ที่ราชพัสดุ (๒) ครอบครองที่ราชพัสดุโดยมิได้รับอนุญาต (๓) ไม่ปฏิบัติหน้าที่ตามมาตรา ๒๐ หรือมาตรา ๒๑ (๔) ไม่ใช้ที่ราชพัสดุภายในระยะเวลาสามปีนับแต่วันที่ท าความตกลงกับกรมธนารักษ์ กรณีตาม (๓) ให้กรมธนารักษ์แจ้งใหส้่วนราชการหรือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นปฏิบัติหนา้ที่ ให้ถูกต้องภายในระยะเวลาอันสมควรก่อน ส่วนกรณีตาม (๔) ให้กรมธนารักษ์แจ้งให้ส่วนราชการหรือ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นชี้แจงเหตุผลที่ไม่ใช้ที่ราชพัสดุภายในระยะเวลาที่กรมธนารักษ์ก าหนด ้หนา ๗ ่เลม ๑๓๖ ตอนที่ ๒๘ ก ราชกิจจานุเบกษา ๙ มีนาคม ๒๕๖๒ เมื่อกรมธนารักษ์ได้เรียกคืนที่ราชพัสดุแล้ว แต่ส่วนราชการหรือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นนั้น ไม่ส่งคืนที่ราชพัสดุภายในระยะเวลาที่กรมธนารักษ์ก าหนด ให้กรมธนารักษ์เสนอให้คณะกรรมการ พิจารณาวินิจฉัยชี้ขาดต่อไป มาตรา ๒๓ ในกรณีที่กฎหมายเฉพาะบัญญัติให้ส่วนราชการหรือหน่วยงานของรัฐมีอ านาจ ในการปกครอง ดูแล บ ารุงรักษา และใช้ที่ราชพัสดุ ให้ส่วนราชการหรือหน่วยงานของรัฐนั้นมีหน้าที่ จัดท ารายงานเกี่ยวกับการปกครอง ดูแล บ ารุงรักษา และใช้ที่ราชพัสดุต่อกรมธนารักษ์ ทั้งนี้ ตามระเบียบที่คณะกรรมการก าหนด มาตรา ๒๔ ที่ราชพัสดุที่ยังไม่ได้ใช้เพ่ือประโยชน์ในทางราชการของส่วนราชการหรือ องค์กรปกครองส่วนท้องถิน่ หรือที่ราชพัสดุที่อยู่ในความครอบครองของส่วนราชการหรือองค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่นแต่ส่วนราชการหรือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นนั้นยังไม่ได้ใช้ประโยชน์ กระทรวงการคลัง สามารถน ามาจัดหาประโยชน์ได้ ทั้งนี้ ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่ก าหนดใน กฎกระทรวง มาตรา ๒๕ การจัดหาประโยชน์ที่ราชพัสดุต้องเป็นไปเพ่ือให้เกิดประโยชน์แก่ทางราชการ และให้กระท าได้เพื่อการดังต่อไปนี้ (๑) การสนับสนุนการด าเนินภารกิจของส่วนราชการหรือหน่วยงานของรัฐ (๒) การสาธารณประโยชน์หรือสาธารณกุศล การสงเคราะห์ข้าราชการ หรือสวัสดิการ ของข้าราชการ (๓) กิจการอื่นตามที่คณะกรรมการก าหนด มาตรา ๒๖ การจัดหาประโยชน์ที่ราชพัสดุ ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไข ที่ก าหนดในกฎกระทรวง โดยให้ท าเป็นสัญญาเช่าหรือสัญญาต่างตอบแทนอื่นนอกเหนือจากสัญญาเช่า กับกระทรวงการคลัง มาตรา ๒๗ การจัดหาประโยชน์ที่ราชพัสดุจากบุคคลที่มิใช่ส่วนราชการหรือหน่วยงานของรัฐ ต้องเป็นไปเพื่อให้เกิดประโยชน์แก่ทางราชการ โดยต้องค านึงถึงเรื่องดังต่อไปนี้ด้วย (๑) วัตถุประสงค์ในการจัดหาประโยชน์ (๒) สภาพและที่ตั้งของที่ราชพัสดุนั้น (๓) อัตราค่าเช่าตามปกติในท้องตลาด ้หนา ๘ ่เลม ๑๓๖ ตอนที่ ๒๘ ก ราชกิจจานุเบกษา ๙ มีนาคม ๒๕๖๒ (๔) ผลประโยชน์ตอบแทนอื่นนอกเหนือจากค่าเช่าที่จะได้รับ (๕) มูลค่าอสังหาริมทรัพย์บนที่ดินที่ตกหรือจะตกเป็นของกระทรวงการคลัง อันเป็นมูลค่า ในเวลาที่สัญญาสิ้นสุดลง มาตรา ๒๘ การจัดหาประโยชน์ตามมาตรา ๒๗ ซึ่งมีราคาที่ราชพัสดุเกินกว่าห้าร้อยล้านบาท ต้องได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการ การขอความเห็นชอบจากคณะกรรมการตามวรรคหนึ่ง ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และ เงื่อนไขที่ก าหนดในกฎกระทรวง โดยกฎกระทรวงดังกล่าวอย่างน้อยต้องมีหลักเกณฑ์เกี่ยวกับการเสนอ โครงการ การท าสัญญา การบริหารสัญญา การแก้ไขสัญญา การก ากับดูแลและติ ดตามผล และ การก าหนดค่าเช่าหรือผลประโยชน์ตอบแทนอื่นนอกเหนือจากค่าเช่า ราคาที่ราชพัสดุตามวรรคหนึ่ง ส าหรับกรณีที่ดินให้ถือราคาประเมินทุนทรัพย์ของอสังหาริมทรัพย์ เพื่อเรียกเก็บค่าธรรมเนียมจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมตามประมวลกฎหมายที่ดิน มาตรา ๒๙ การจัดหาประโยชน์ตามมาตรา ๒๗ ที่เริ่มด าเนินการนับแต่วันที่พระราชบัญญัตินี้ ใช้บังคับ ให้ได้รับยกเว้นไม่ต้องปฏิบัติตามกฎหมายว่าด้วยการให้เอกชนร่วมลงทุนในกิจการของรัฐ เว้นแต่การจัดหาประโยชน์ในกิจการเกี่ยวกับโครงสร้างพ้ืนฐานและบริการสาธารณะที่มีมูลค่าโครงการ ตามที่ก าหนดในกฎกระทรวง ให้ปฏิบัติตามกฎหมายว่าด้วยการให้เอกชนร่วมลงทุนในกิจการของรัฐ หมวด ๕ การโอนกรรมสทิธิ์ทีร่าชพัสดุและการถอนสภาพที่ราชพสัดุ มาตรา ๓๐ การโอนกรรมสิทธิ์ที่ราชพัสดุเฉพาะที่ดินที่เป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดิน ที่ใช้เพ่ือประโยชน์ของแผ่นดินโดยเฉพาะ ให้ตราเป็นพระราชบัญญัติ และให้มีแผนที่แสดงเขตที่ดิน แนบท้ายพระราชบัญญัตินั้นด้วย มาตรา ๓๑ การโอนกรรมสิทธิ์ที่ราชพัสดุที่มิใช่ที่ดินที่เป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินที่ใช้ เพ่ือประโยชน์ของแผ่นดินโดยเฉพาะ ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่ก าหนดใน กฎกระทรวง และต้องได้รับความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรี เว้นแต่กรณีตามมาตรา ๓๒ หรือกรณ ี การโอนกรรมสิทธิ์ที่ราชพัสดุเพ่ือประโยชน์ในการด าเนินการตามกฎหมายว่าด้วยการปฏิรูปที่ดิน เพ่ือเกษตรกรรมหรือกฎหมายว่าด้วยการเวนคืนอสังหาริมทรัพย์หรือโครงการของส่วนราชการหรือ ้หนา ๙ ่เลม ๑๓๖ ตอนที่ ๒๘ ก ราชกิจจานุเบกษา ๙ มีนาคม ๒๕๖๒ หน่วยงานของรัฐที่คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบและก าหนดขั้นตอนและวิธีการโอนไว้เป็นการเฉพาะ การโอนกรรมสิทธิ์ที่ราชพัสดุให้เป็นไปตามกฎหมายว่าด้วยการนั้นหรือให้เป็นไปตามที่คณะรัฐมนตรีก าหนด มาตรา ๓๒ ที่ราชพัสดุที่มิใช่ที่ดินที่เป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินที่ใช้เพ่ือประโยชน์ของ แผ่นดินโดยเฉพาะ ซึ่งได้มาจากการบริจาคหรือมีผู้อุทิศให้ หากไม่ได้น าที่ราชพัสดุนั้นไปใช้ประโยชน์ ภายในระยะเวลาที่ผู้บริจาคหรือผู้อุทิศให้ก าหนดหรือภายในห้าปีนับแต่วันที่มีการบริจาคหรืออุทิศให้ ให้ผู้บริจาคหรือผู้อุทิศให้หรือทายาทมีสิทธิขอคืนที่ดินนั้น การขอคืนตามวรรคหนึ่ง ผู้บริจาคหรือผู้อุทิศให้หรือทายาทต้องขอคืนต่อกระทรวงการคลัง ภายในห้าปีนับแต่วันพ้นก าหนดระยะเวลาตามวรรคหนึ่ง โดยยื่นค าร้องขอตามแบบ หลักเกณฑ์ และ วิธีการที่ก าหนดในกฎกระทรวง มาตรา ๓๓ ให้คณะกรรมการพิจารณาค าร้องขอตามมาตรา ๓๒ แล้วเสนอความเห็นต่อ รัฐมนตรีเพื่อพิจารณาวินิจฉัย ทั้งนี้ ต้องแจ้งค าวินิจฉัยให้ผู้ยื่นค าร้องขอทราบภายในหนึ่งร้อยแปดสิบวัน นับแต่วันที่ได้รับค าร้องขอ ค าวินิจฉัยของรัฐมนตรีให้เป็นที่สุด มาตรา ๓๔ การถอนสภาพการเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินของที่ราชพัสดุเฉพาะที่ดิน ที่สงวนหรือหวงห้ามไว้เพ่ือประโยชน์ของแผ่นดินโดยเฉพาะ ให้กระท าได้เมื่อเลิกใช้เพื่อประโยชน์เช่นนั้น หรือเมื่อสิ้นสภาพการเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินแล้ว และกระทรวงการคลังไม่ประสงค์จะสงวนหรือ หวงห้ามไว้ใช้เพ่ือประโยชน์ของแผ่นดินโดยเฉพาะอีกต่อไป โดยให้ตราเป็นพระราชกฤษฎีกา และ ให้มีแผนที่แสดงเขตที่ดินแนบท้ายพระราชกฤษฎีกานั้นด้วย มาตรา ๓๕ การถอนสภาพที่ราชพัสดุที่ทางราชการสงวนหรือหวงห้ามไว้ ให้กระท าได้ เมื่อกระทรวงการคลังไม่ประสงค์จะสงวนหรือหวงห้ามอีกต่อไป โดยให้ตราเป็นพระราชกฤษฎีกา และ ให้มีแผนที่แสดงเขตที่ดินแนบท้ายพระราชกฤษฎีกานั้นด้วย หมวด ๖ ที่ราชพัสดนุอกราชอาณาจักร มาตรา ๓๖ ในหมวดนี้ ้หนา ๑๐ ่เลม ๑๓๖ ตอนที่ ๒๘ ก ราชกิจจานุเบกษา ๙ มีนาคม ๒๕๖๒ “ที่ราชพัสดุ” หมายความว่า อสังหาริมทรัพย์อันเป็นทรัพย์สินของแผ่นดินทุกชนิดที่รัฐบาลไทย ได้มาซึ่งกรรมสิทธิ์และตั้งอยู่นอกราชอาณาจักร มาตรา ๓๗ ให้เอกอัครราชทูต กงสุลใหญ่ หรือผู้ด ารงต าแหน่งที่เรียกชื่ออย่างอื่นที่ได้รับ แต่งตั้งให้มีหน้าที่เช่นเดียวกับเอกอัครราชทูตหรือกงสุลใหญ่ มีหน้าที่ปกครอง ดูแล บ ารุงรักษา และ ใช้ที่ราชพัสดุซึ่งตั้งอยู่ ในประเทศหรือเขตที่อยู่ในความรับผิดชอบของตน เว้นแต่กรณีที่บัญญัติไว้ ในมาตรา ๓๘ มาตรา ๓๘ ในกรณีที่หน่วยงานของส่วนราชการใดตั้งอยู่นอกราชอาณาจักรและใช้ที่ราชพัสดุ ให้หัวหน้าหน่วยงานของส่วนราชการนั้น เป็นผู้มีหน้าที่ปกครอง ดูแล บ ารุงรักษา และใช้ที่ราชพัสดุ ดังกล่าว มาตรา ๓๙ ให้บุคคลตามมาตรา ๓๗ และมาตรา ๓๘ แล้วแต่กรณี จัดท ารายงาน เกี่ยวกับการปกครอง ดูแล บ ารุงรักษา และใช้ที่ราชพัสดุที่อยู่ในความรับผิดชอบเสนอต่อกรมธนารักษ์ ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่คณะกรรมการก าหนด มาตรา ๔๐ ให้กรมธนารักษ์มีหน้าที่จัดท าทะเบียนที่ราชพัสดุตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และ เงื่อนไขที่คณะกรรมการก าหนด มาตรา ๔๑ การโอนกรรมสิทธิ์ที่ราชพัสดุต้องได้รับความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรี ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่ก าหนดในกฎกระทรวง หมวด ๗ ทรัพย์สินนอกราชอาณาจักร มาตรา ๔๒ ในหมวดนี้ “ทรัพย์สินนอกราชอาณาจักร” หมายความว่า สิทธิการครอบครองหรือการใช้ประโยชน์ ในอสังหาริมทรัพย์ซึ่งตั้งอยู่นอกราชอาณาจักร ซึ่งได้มาโดยวิธีการทางการทูตหรือเป็นไปตามความตกลง ที่รัฐบาลไทยท าไว้กับรัฐบาลต่างประเทศที่อสังหาริมทรัพย์ตั้งอยู่ มาตรา ๔๓ ให้กรมธนารักษ์มีหน้าที่จัดท าทะเบียนทรัพย์สินนอกราชอาณาจักรตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่คณะกรรมการก าหนด ้หนา ๑๑ ่เลม ๑๓๖ ตอนที่ ๒๘ ก ราชกิจจานุเบกษา ๙ มีนาคม ๒๕๖๒ มาตรา ๔๔ การปกครอง ดูแล บ ารุงรักษา ใช้ จัดท ารายงาน และโอนทรัพย์สิน นอกราชอาณาจักร ให้ด าเนินการตามที่บัญญัติไว้ในหมวด ๖ โดยอนุโลม หมวด ๘ บทก าหนดโทษ มาตรา ๔๕ ผู้ใดเข้าไปในที่ราชพัสดุเพ่ือยึดถือหรือครอบครองทั้งหมดหรือแต่บางส่วน โดยไม่มีสิทธิโดยชอบด้วยกฎหมาย หรือเข้าไปกระท าการใด ๆ อันเป็นการรบกวนการใช้ประโยชน์ที่ราชพัสดุ โดยปกติสุข หรือท าด้วยประการใด ๆ อันเป็นการท าลายหรือท าให้เสื่อมสภาพแก่ที่ราชพัสดุ ต้องระวางโทษ จ าคุกไม่เกินห้าปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท หรือทั้งจ าทั้งปรับ ในกรณีที่มีค าพิพากษาว่าผู้ใดกระท าความผิดตามมาตรานี้ ศาลมีอ านาจสั่งในค าพิพากษา ให้ผู้กระท าความผิด คนงาน ผู้รับจ้าง ผู้แทน และบริวารของผู้กระท าความผิดออกไปจากที่ราชพัสดุนั้นด้วย บรรดาเครื่องมือ เครื่องใช้ ยานพาหนะ หรือเครื่องจักรกลใด ๆ ซึ่งบุคคลได้ใช้ในการกระท า ความผิด หรือได้ใช้เป็นอุปกรณ์ให้ได้รับผลในการกระท าความผิดดังกล่าว ให้ริบเสียทั้งสิ้น โดยไม่ต้องค านึงว่า เป็นของผู้กระท าความผิดหรือมีผู้ถูกลงโทษตามค าพิพากษาของศาลหรือไม่ มาตรา ๔๖ ในกรณีที่ผู้กระท าความผิดตามมาตรา ๔๕ เป็นนิติบุคคล ถ้าการกระท าความผิด ของนิติบุคคลนั้นเกิดจากการสั่งการหรือการกระท าของกรรมการ หรือผู้จัดการหรือบุคคลใดซึ่งรับผิดชอบ ในการด าเนินงานของนิติบุคคลนั้น หรือในกรณีที่บุคคลดังกล่าวมีหน้าที่ต้องสั่งการหรือกระท าการและ ละเว้นไม่สั่งการหรือไม่กระท าการจนเป็นเหตใุห้นิติบคุคลนั้นกระท าความผิด ผู้นั้นต้องรับโทษตามที่บัญญตัไิว้ ส าหรับความผิดนั้น ๆ ด้วย บทเฉพาะกาล มาตรา ๔๗ บรรดากฎกระทรวงหรือระเบียบที่ใช้บังคับอยู่ในวันก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้ ใช้บังคับ ให้คงใช้บังคับได้ต่อไปเท่าที่ไม่ขัดหรือแย้งกับบทบัญญัติแห่งพระราชบัญญัตินี้ จนกว่าจะมี กฎกระทรวงหรือระเบียบที่ออกตามพระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ ้หนา ๑๒ ่เลม ๑๓๖ ตอนที่ ๒๘ ก ราชกิจจานุเบกษา ๙ มีนาคม ๒๕๖๒ มาตรา ๔๘ ในระหว่างที่ยังไม่มกีารแต่งตั้งกรรมการผู้ทรงคุณวฒุติามมาตรา ๙ ให้คณะกรรมการ ประกอบด้วยกรรมการโดยต าแหน่งตามมาตรา ๙ เพื่อปฏิบัติหน้าที่คณะกรรมการตามพระราชบญัญตันิี้ ไปพลางก่อนจนกว่าจะมีการแต่งตั้งกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ แต่ต้องไม่เกินหนึ่งร้อยยี่สิบวันนับแต่วันที่ พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ มาตรา ๔๙ การจัดหาประโยชน์ที่ราชพัสดุที่ได้ด าเนินการแล้วหรืออยู่ระหว่างการด าเนินการ ตามกฎหมายว่าด้วยการให้เอกชนร่วมลงทุนในกิจการของรัฐ ในวันก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ ให้ด าเนินการต่อไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่ก าหนดในกฎกระทรวงที่ออกตามความใน มาตรา ๒๘ เว้นแต่เป็นกรณีที่ได้มีการประกาศเชิญชวนให้เอกชนร่วมลงทุนแล้ว ให้ด าเนินการต่อไป ตามกฎหมายว่าด้วยการให้เอกชนร่วมลงทุนในกิจการของรัฐ จนกว่าจะได้ลงนามในสัญญาร่วมลงทุนกับ เอกชนที่ได้ท าการคัดเลือกให้ร่วมลงทุนแล้ว จึงให้ด าเนินการต่อไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไข ที่ก าหนดในกฎกระทรวงที่ออกตามความในมาตรา ๒๘ ในกรณีที่มีปัญหาในการปฏิบัติตามวรรคหนึ่ง ให้คณะกรรมการเป็นผู้พิจารณาวินิจฉัยชี้ขาด มาตรา ๕๐ การจัดหาประโยชน์ที่ราชพัสดโุครงการใดที่อยู่ระหวา่งการด าเนินการตามมาตรา ๗๒ แห่งพระราชบัญญัติการให้ เอกชนร่วมลงทุนในกิจการของรัฐ พ.ศ. ๒๕๕๖ ให้คณะกรรมการ ตามพระราชบัญญัตินี้ท าหน้าที่แทนคณะกรรมการตามมาตรา ๗๒ แห่งพระราชบัญญัติการให้เอกชน ร่วมลงทุนในกิจการของรัฐ พ.ศ. ๒๕๕๖ ผู้รับสนองพระราชโองการ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรฐัมนตร ี ้หนา ๑๓ ่เลม ๑๓๖ ตอนที่ ๒๘ ก ราชกิจจานุเบกษา ๙ มีนาคม ๒๕๖๒ หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ โดยที่พระราชบัญญัติที่ราชพัสดุ พ.ศ. ๒๕๑๘ ได้ใช้บังคับมาเป็นเวลานาน มีบทบัญญัติบางประการที่ไม่เหมาะสมกับสถานการณ์ปัจจุบัน ซึ่งท าให้การบริหาร จัดการที่ราชพัสดุไม่สัมฤทธิ์ผลเท่าที่ควร และขาดความคล่องตัวในการจัดหาประโยชน์ที่ราชพัสดุ ประกอบกับ ไม่มีหน่วยงานใดท าหน้าที่ในการปกครอง ดูแล และบ ารุงรักษาที่ดินที่สงวนหรือหวงห้ามไว้เพ่ือประโยชน์ ของแผ่นดินโดยเฉพาะหรือที่ดินที่สงวนหรือหวงห้ามไว้เพ่ือประโยชน์ของทางราชการตามกฎหมาย ท าให้ เกิดปัญหาการบุกรุกที่ดินดังกล่าว และยังขาดหลักเกณฑ์ในการบริหารจัดการที่ราชพัสดุนอกราชอาณาจักร และทรัพย์สินนอกราชอาณาจักร สมควรปรับปรุงพระราชบัญญัติดังกล่าว เพ่ือก าหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการบริหารจัดการที่ราชพัสดุให้เหมาะสมสอดคล้องกับสถานการณ์ทางเศรษฐกิ จ สังคม และ นโยบายของรัฐบาล โดยกรณีจ าเป็นที่ต้องให้มีคณะกรรมการที่ราชพัสดุ เพ่ือท าหน้าที่ในการก าหนดนโยบาย เกี่ยวกับการบริหารจัดการที่ราชพัสดุ เพ่ือให้การใช้ประโยชน์ที่ราชพัสดุเกิดประโยชน์สูงสุดแก่ทางราชการ รวมทั้งก าหนดโทษอาญาส าหรับกรณีที่มีการบุกรุกที่ราชพัสดุ เพ่ือเป็นการรักษาที่ดินของรัฐไว้เพ่ือใช้ประโยชน์ ของทางราชการต่อไป จึงจ าเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้ ้หนา ๑๔ ่เลม ๑๓๖ ตอนที่ ๒๘ ก ราชกิจจานุเบกษา ๙ มีนาคม ๒๕๖๒