National Land Policy Commission Act, B.E.2562 (2019)
صدر في 2019-04-14 · النص بتاريخ 2026-10-01
القانون العام والإرشادات الرسمية منشورة بوصفها أبحاثاً. ليست مشورة قانونية أو ضريبية أو مالية.
البحث نفسه مكتوب بالإنجليزية. العناوين والوسوم مترجمة؛ أما النتائج والاقتباسات فغير مترجمة.
عن هذا القانون
- اللغة
- Thai
- النوع
- قانون
- المنظمة
- Mekong River Commission (MRC)
- الدولة
- تايلاند
- الموضوعات
- Land and soil
- الكلمات المفتاحية
- land tenure, land-use planning, policy/planning, institution, inspection, soil conservation/soil improvement, governance
أين تقرؤه
النص
نص القانون نفسه، مادةً مادة، كما هو محفوظ. لكل مادة رابطها.
พระราชบัญญัติ คณะกรรมการนโยบายที่ดนิแห่งชาต ิ พ.ศ. ๒๕๖๒ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร ให้ไว ้ ณ วนัที่ ๑๒ เมษายน พ.ศ. ๒๕๖๒ เป็นปทีี่ ๔ ในรัชกาลปัจจบุัน สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร มีพระราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศว่า โดยที่เป็นการสมควรมีกฎหมายว่าด้วยคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตราพระราชบัญญัติขึ้นไว้โดยค าแนะน าและยินยอมของ สภานิติบัญญัติแห่งชาติท าหน้าที่รัฐสภา ดังต่อไปนี้ มาตรา ๑ พระราชบัญญัตินี้เรียกว่า “พระราชบัญญัติคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๖๒” มาตรา ๒ พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับเมื่อพ้นก าหนดหกสิบวันนับแต่วันประกาศใน ราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป มาตรา ๓ ในพระราชบัญญัตินี้ “การบริหารจัดการที่ดิน” หมายความว่า การบูรณาการในการดูแลรักษา การสงวนหวงห้าม การอนุรักษ์ การฟ้ืนฟูและพัฒนาซึ่งที่ดิน การกระจายการถือครองที่ดิน การใช้ประโยชน์อย่างสมดุล หรือการแก้ไขปัญหาด้านที่ดิน รวมทั้งการอื่นใดที่จ าเป็นเพ่ือให้การใช้ที่ดินมีประสิทธิภาพ เกิดผลสัมฤทธิ์ เป็นธรรม และยั่งยืน ้หนา ๑ ่เลม ๑๓๖ ตอนที่ ๔๙ ก ราชกิจจานุเบกษา ๑๔ เมษายน ๒๕๖๒ “ที่ดิน” หมายความว่า พ้ืนที่ดินทั่วไป และให้หมายความรวมถึง ภูเขา ห้วย หนอง คลอง บึง บาง ล าน้ า ทะเลสาบ เกาะ และที่ชายทะเลด้วย “ทรัพยากรดิน” หมายความว่า ดิน และให้หมายความรวมถึง หิน กรวด ทราย แร่ธาตุ และอินทรียวัตถุต่าง ๆ ที่เจือปนกับเนื้อดินด้วย มาตรา ๔ ให้มีคณะกรรมการคณะหนึ่งเรียกว่า “คณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ” เรียกโดยย่อว่า “คทช.” เพื่อท าหน้าที่ก าหนดนโยบายและแผนการบริหารจัดการที่ดินและทรัพยากรดนิ ของประเทศ ประกอบด้วย (๑) นายกรัฐมนตรี เป็นประธานกรรมการ (๒) รองนายกรัฐมนตรีซึ่งนายกรัฐมนตรีมอบหมาย เป็นรองประธานกรรมการ (๓) กรรมการโดยต าแหน่ง จ านวนแปดคน ได้แก่ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวง ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคม และความมั่นคงของมนุษย์ ปลัดกระทรวงคมนาคม และปลัดกระทรวงดิจิทัลเพ่ือเศรษฐกิจและสังคม (๔) กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ ซึ่งคณะรัฐมนตรีแต่งตั้งจากผู้มีความรู้ความสามารถ ความเชี่ยวชาญ และประสบการณ์ด้านการบริหารจัดการที่ดิน ด้านทรัพยากรดิน ด้านการปฏิรูปที่ดิน ด้านการผังเมือง ด้านการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ด้านกฎหมาย ด้านเทคโนโลยีภูมิสารสนเทศ หรือ ด้านเศรษฐศาสตร์ จ านวนแปดคน เป็นกรรมการ ให้ผู้อ านวยการส านักงานคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ เป็นกรรมการและเลขานุการ และให้ผู้อ านวยการส านักงานคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ แต่งตั้งข้าราชการของส านักงาน คณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ จ านวนไม่เกินสองคน เป็นผู้ช่วยเลขานุการ ให้ส านักงานคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติเป็นผู้รับผิดชอบในการด าเนินงานของ คทช. กรรมการโดยต าแหน่งตาม (๓) จะมอบหมายให้ผู้อื่นมาประชุมแทนกไ็ด้ แต่ผู้ได้รับมอบหมาย ต้องเป็นผู้ด ารงต าแหน่งไม่ต่ ากว่าอธิบดีหรือเทียบเท่าขึ้นไป มาตรา ๕ กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิต้องมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้าม ดังต่อไปนี้ ้หนา ๒ ่เลม ๑๓๖ ตอนที่ ๔๙ ก ราชกิจจานุเบกษา ๑๔ เมษายน ๒๕๖๒ (๑) มีสัญชาติไทย (๒) ไม่เป็นบุคคลล้มละลายหรือเคยเป็นบุคคลล้มละลายทุจริต (๓) ไม่เป็นคนไร้ความสามารถหรือคนเสมือนไร้ความสามารถ (๔) ไม่เป็นข้าราชการซึ่งมีต าแหน่งหรือเงินเดือนประจ า พนักงานหรือลูกจ้างของหน่วยราชการ หน่วยงานของรัฐ รัฐวิสาหกิจ หรือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เว้นแต่เป็นผู้ด ารงต าแหน่งอาจารย์ประจ า ในสถาบันอุดมศึกษาของรัฐ (๕) ไม่เป็นผู้ด ารงต าแหน่งในทางการเมือง สมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น กรรมการ หรือผู้ด ารงต าแหน่งที่รับผิดชอบการบริหารพรรคการเมือง ที่ปรึกษาพรรคการเมือง หรือเจ้าหน้าที่ พรรคการเมือง มาตรา ๖ กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิมีวาระการด ารงต าแหน่งคราวละสี่ปี กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งพ้นจากต าแหน่งตามวาระ อาจได้รับการแต่งตั้งอีกได้ แต่จะ ด ารงต าแหน่งติดต่อกันเกินสองวาระไม่ได้ เมื่อครบก าหนดตามวาระในวรรคหนึ่ง หากยังมิได้มีการแต่งตั้งกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิขึ้นใหม่ ให้กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งพ้นจากต าแหน่งตามวาระนั้นอยู่ในต าแหน่งเพ่ือปฏิบัติหน้าที่ต่อไปจนกว่า กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งได้รับแต่งตั้งใหม่เข้ารับหน้าที่ มาตรา ๗ นอกจากการพ้นจากต าแหน่งตามวาระ กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิพ้นจากต าแหน่ง เมื่อ (๑) ตาย (๒) ลาออก (๓) คณะรัฐมนตรีมีมติให้ออก เพราะบกพร่องต่อหน้าที่ มีความประพฤติเสื่อมเสีย หรือ หย่อนความสามารถ (๔) ได้รับโทษจ าคุกโดยค าพิพากษาถึงที่สุดให้จ าคุก เว้นแต่เป็นโทษส าหรับความผิดที่ได้ กระท าโดยประมาทหรือความผิดลหุโทษ (๕) ขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา ๕ ้หนา ๓ ่เลม ๑๓๖ ตอนที่ ๔๙ ก ราชกิจจานุเบกษา ๑๔ เมษายน ๒๕๖๒ มาตรา ๘ ในกรณีที่กรรมการผู้ทรงคณุวุฒพ้ินจากต าแหนง่ก่อนวาระ ให้ด าเนินการแตง่ตัง้ผูอ้ืน่ ด ารงต าแหน่งแทน เว้นแต่วาระของกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิเหลืออยู่ไม่ถึงเก้าสิบวัน และให้ผู้ได้รับ การแต่งตั้งแทนต าแหน่งที่ว่างอยู่ในต าแหน่งเท่ากับวาระที่เหลืออยู่ของกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งได้รับ การแต่งตั้งไว้แล้ว ในระหว่างที่กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิพ้นจากต าแหน่ง ไม่ว่าด้วยเหตุใด และยังมิได้มีการแต่งตั้ง กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิขึ้นใหม่ ให้ คทช. ประกอบด้วยกรรมการเท่าที่เหลืออยู่ มาตรา ๙ การประชุม คทช. ต้องมีกรรมการมาประชุมไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจ านวน กรรมการทั้งหมด จึงจะเป็นองค์ประชุม ในการประชุม คทช. ถ้าประธานกรรมการไม่มาประชุมหรือไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ได้ ให้รองประธาน กรรมการเป็นประธานในที่ประชุม ถ้ารองประธานกรรมการไม่มาประชุม หรือไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ได้ ให้ที่ประชุมเลือกกรรมการคนหนึ่งเป็นประธานในที่ประชุม การวินิจฉัยชี้ขาดของที่ประชุมให้ถือเสียงข้างมาก กรรมการคนหนึ่งให้มีเสียงหนึ่งใน การลงคะแนน ถ้าคะแนนเสียงเท่ากัน ให้ประธานในที่ประชุมออกเสียงเพ่ิมขึ้นอีกเสียงหนึ่งเป็นเสียงชี้ขาด มาตรา ๑๐ คทช. มีหน้าที่และอ านาจก ากับดูแลการบริหารจัดการที่ดินและทรัพยากรดิน โดยทั่วไป รวมทั้งให้มีหน้าที่และอ านาจ ดังต่อไปนี้ (๑) ก าหนดนโยบายและแผนการบริหารจัดการที่ดินและทรัพยากรดินของประ เทศ เพื่อขอความเห็นชอบต่อคณะรัฐมนตรี (๒) เสนอแนะต่อคณะรัฐมนตรีเพ่ือก าหนดมาตรการในการติดตาม การตรวจสอบ และ การประเมินผลการด าเนนิการตามนโยบายและแผนการบรหิารจัดการที่ดนิและทรัพยากรดนิของประเทศ (๓) ติดตาม ตรวจสอบ และประเมินผลการใช้ที่ดินของประเทศให้เหมาะสมกับสภาพที่ดิน และศักยภาพที่ดิน (๔) ก าหนดมาตรการหรือแนวทางการกระจายการถือครองที่ดินอย่างเป็นธรรม ซึ่งรวมถึง รูปแบบการจัดที่ดินในลักษณะแปลงรวมโดยไม่ให้กรรมสิทธิ์ หรือรูปแบบในลักษณะอื่นตามหลักเกณฑ์ และวิธีการที่ คทช. ก าหนดโดยความเห็นชอบของคณะรัฐมนตรีเพ่ือให้การใช้ที่ดินเกิดประโยชน์สูงสุด ้หนา ๔ ่เลม ๑๓๖ ตอนที่ ๔๙ ก ราชกิจจานุเบกษา ๑๔ เมษายน ๒๕๖๒ (๕) ก าหนดมาตรการหรือแนวทางเพ่ือเสริมสร้างความร่วมมือระหว่างหน่วยงานของรัฐ ภาคเอกชน และประชาชนในการบริหารจัดการที่ดินและทรัพยากรดิน (๖) เสนอแนะต่อคณะรัฐมนตรีให้มีการตรา แก้ไข ปรับปรุง หรือยกเลิกกฎหมายเกี่ยวกับ การบริหารจัดการที่ดินและทรัพยากรดิน รวมทั้งเสนอความเห็นเกี่ยวกับแนวทางการแก้ไขปัญหา กรณีหน้าที่และอ านาจของคณะกรรมการตามกฎหมายอื่นหรือหน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้องกับการบริหาร จัดการที่ดินและทรัพยากรดินซ้ าซ้อนหรือขัดแย้งกัน (๗) เสนอแนะต่อคณะรัฐมนตรีเพ่ือก าหนดแนวทางการแก้ไขปัญหาแนวเขตที่ดินของรัฐ และ มาตรการช่วยเหลือผู้ที่ได้รับผลกระทบจากการก าหนดแนวเขตที่ดินของรัฐ (๘) ติดตาม ประสานงาน สนับสนุน หรือเร่งรัดการด าเนินงานของคณะกรรมการ ตามกฎหมายอื่นหรือหน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้อง ให้มีการด าเนินงานที่สอดคล้องกับนโยบายและ แผนการบริหารจัดการที่ดินและทรัพยากรดินของประเทศ เพ่ือรายงานต่อคณะรัฐมนตรี (๙) ประสานงานและจัดให้มี รวมถึงการเชื่อมต่อระบบเครือข่ายข้อมูลสารสนเทศของที่ดิน และทรัพยากรดินของประเทศเพ่ือการวางแผนพัฒนาการใช้ประโยชน์และการอนุรักษ์ รวบรวม จัดเก็บ วิเคราะห์ และเผยแพร่ข้อมูลเกี่ยวกับที่ดินและทรัพยากรดินของประเทศ (๑๐) จัดท ารายงานผลการด าเนินงานและการประเมินผลการปฏิบัติงานของ คทช. เสนอ คณะรัฐมนตรีเพ่ือเสนอต่อรัฐสภาเพื่อทราบอย่างน้อยปีละหนึ่งครั้ง และให้เผยแพร่ต่อสาธารณชนด้วย (๑๑) ปฏิบัติการอื่นใดตามที่พระราชบัญญัตินี้และกฎหมายอื่นก าหนดให้เป็นหน้าที่และอ านาจ ของ คทช. หรือตามที่คณะรัฐมนตรีมอบหมาย มาตรา ๑๑ นโยบายและแผนการบริหารจัดการที่ดินและทรัพยากรดินของประเทศ ตามมาตรา ๑๐ (๑) ต้องก าหนดเป้าหมาย นโยบาย และทิศทางในการพัฒนาการใช้ประโยชน์ที่ดิน ของประเทศให้เกิดประโยชน์สูงสุด โดยค านึงถึงความสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติ นโยบายการบริหาร ประเทศ แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ นโยบายและแผนการส่งเสริมและรักษาคุณภาพ สิ่งแวดล้อมแห่งชาติ และแผนอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องด้านการบริหารจัดการที่ดินและทรัพยากรดิน สิทธิ ในทรัพย์สินของประชาชน การบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี การรับรู้ข้อมูลข่าวสาร การมีส่วนร่วมของ ประชาชน ชุมชน และหลักภูมิสังคม ้หนา ๕ ่เลม ๑๓๖ ตอนที่ ๔๙ ก ราชกิจจานุเบกษา ๑๔ เมษายน ๒๕๖๒ นโยบายและแผนการบริหารจัดการที่ดินและทรัพยากรดินของประเทศตามวรรคหนึ่ง อย่างน้อย ต้องมีรายละเอียดเกี่ยวกับการบริหารจัดการที่ดินและทรัพยากรดิน เพ่ือรักษาความสมดุลทางธรรมชาติ การอนุรักษ์ที่ดินและทรัพยากรดินอย่างยั่งยืน การกระจายการถือครองที่ดินอย่างเป็นธรรม และ การบูรณาการให้การใช้ประโยชน์ที่ดินเป็นไปอย่างเหมาะสมตามศักยภาพของที่ดิน ร วมทั้งวิธีปฏิบัติ และระยะเวลาในการด าเนินการเพ่ือให้บรรลุเป้าหมายตามที่ก าหนดไว้ในนโยบายและแผนการบริหาร จัดการที่ดินและทรัพยากรดินของประเทศ มาตรา ๑๒ ให้ส านักงานคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ จัดให้มีการทบทวนนโยบาย และแผนการบริหารจัดการที่ดินและทรัพยากรดินของประเทศทุกห้าปี หรือในกรณีที่มีความจ าเป็น เพ่ือให้ สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติ หรือนโยบายการบริหารประเทศ หรือสภาวการณ์ทางเศรษฐกิจและสังคม จะจัดให้มีการทบทวนนโยบายและแผนการบริหารจัดการที่ดินและทรัพยากรดินของประเทศก่อนระยะเวลา ดังกล่าวก็ได้ มาตรา ๑๓ ในการด าเนินการจัดท านโยบายและแผนการบริหารจัดการที่ดินและทรัพยากรดิน ของประเทศต้องจัดให้มีการรับฟังความคิดเห็นและการมีส่วนร่วมของประชาชนตามหลักเกณฑ์และวิธีการ ที่ คทช. ประกาศก าหนด มาตรา ๑๔ เมื่อคณะรัฐมนตรีให้ความเห็นชอบนโยบายและแผนการบรหิารจัดการท่ีดินและ ทรัพยากรดินของประเทศแล้ว ให้ คทช. ประกาศในราชกิจจานุเบกษา และในการนี้ ให้คณะกรรมการ ตามกฎหมายอื่นหรือหน่วยงานของรัฐด าเนินการตามหน้าที่และอ านาจเพ่ือให้เป็นไปตามนโยบายและ แผนการบริหารจัดการที่ดินและทรัพยากรดินของประเทศ ในกรณีที่คณะกรรมการตามกฎหมายอื่นหรือหน่วยงานของรัฐใดไม่อาจด าเนินการให้เป็นไป ตามนโยบายและแผนการบริหารจัดการที่ดินและทรัพยากรดินของประเทศได้ ให้ คทช. เสนอเรื่องต่อ คณะรัฐมนตรีเพ่ือพิจารณาหาแนวทางแก้ไขต่อไป มาตรา ๑๕ คทช. จะแต่งตั้งคณะอนุกรรมการหรือคณะท างานเพ่ือพิจารณาศึกษา เสนอแนะ หรือปฏิบัติการอย่างหนึ่งอย่างใดตามที่ คทช. มอบหมายก็ได้ ้หนา ๖ ่เลม ๑๓๖ ตอนที่ ๔๙ ก ราชกิจจานุเบกษา ๑๔ เมษายน ๒๕๖๒ ให้น าความในมาตรา ๙ มาใช้บังคับกับการประชุมของคณะอนุกรรมการหรือคณะท างานด้วย โดยอนุโลม มาตรา ๑๖ ในการปฏิบัติหน้าที่ตามพระราชบัญญัตินี้ คทช. คณะอนุกรรมการหรือ คณะท างาน อาจเชิญบุคคลใดมาให้ข้อเท็จจริง ความเห็น หรือค าแนะน าทางวิชาการ หรือให้ส่งเอกสาร หรือหลักฐานที่เกี่ยวข้อง เพื่อประกอบการพิจารณาได้ตามที่เห็นสมควร มาตรา ๑๗ ในวาระเริ่มแรก ให้คณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติตามระเบียบ ส านักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๕๗ ปฏิบัติหน้าที่ คณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติตามพระราชบัญญัตินี้ไปพลางก่อนจนกว่าจะมีการแต่งตั้ง คณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติตามพระราชบัญญัตินี้ ทั้งนี้ ต้องไม่เกินหนึ่งร้อยแปดสิบวันนับแต่ วันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ มาตรา ๑๘ ในวาระเริ่มแรก ให้ส านักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและ สิ่งแวดล้อมปฏิบัติหน้าที่ส านักงานคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ และให้เลขาธิการส านักงาน นโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมปฏิบัติหน้าที่ผู้อ านวยการส านักงานคณะกรรมการ นโยบายที่ดินแห่งชาติไปพลางก่อน จนกว่าจะมีการจัดตั้งส านักงานคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ ตามพระราชบัญญัตินี้ ทั้งนี้ ภายในสองปีนับแต่วันที่พระราชบัญญัตินี้มีผลใช้บังคับ มาตรา ๑๙ ให้นายกรัฐมนตรีรักษาการตามพระราชบัญญัตินี้ ผู้รับสนองพระราชโองการ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรฐัมนตร ี ้หนา ๗ ่เลม ๑๓๖ ตอนที่ ๔๙ ก ราชกิจจานุเบกษา ๑๔ เมษายน ๒๕๖๒ หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ โดยที่การก าหนดนโยบายและแผน การบริหารจัดการที่ดินและทรัพยากรดินของประเทศในปัจจุบันมีการก าหนดไว้ในกฎหมายหลายฉบับและ การบังคับใช้กฎหมายจะอยู่ภายใต้กรอบอ านาจหน้าที่และความรับผิดชอบรวมถึงวัตถุประสงค์ของกฎหมายนั้น ๆ โดยไม่มีการท างานร่วมกันท าให้การควบคุมดูแลและการบริหารจัดการที่ดินและทรัพยากรดินของประเทศ ไม่เป็นเอกภาพและไม่มีกรอบแนวทางเพ่ือให้การก าหนดแนวทางการพัฒนา ภารกิจ และการปฏิบัติงาน ของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเป็นไปในทิศทางเดียวกัน สมควรให้มีคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติเพ่ือท าหน้าที่ ก าหนดนโยบายและแผนการบริหารจัดการที่ดินและทรัพยากรดินของประเทศเพ่ือประโยชน์ด้านเศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรม สิ่งแวดล้อม และความมั่นคง โดยการบูรณาการการกระจายอ านาจ การมีส่วนร่วมของ ประชาชน ชุมชน และภูมิสังคม ซึ่งจะท าให้การบริหารจัดการที่ดินและทรัพยากรดินของประเทศที่มีอยู่ อย่างจ ากัดมีประสิทธิภาพ เกิดประโยชน์สูงสุด สมดุล เป็นธรรม และยั่งยืน แก้ไขปัญหาความเดือดร้อน ของประชาชน และลดความเหลื่อมล้ าในสังคม จึงจ าเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้ ้หนา ๘ ่เลม ๑๓๖ ตอนที่ ๔๙ ก ราชกิจจานุเบกษา ๑๔ เมษายน ๒๕๖๒