Ministerial Regulation Prescribing the Tariff of Mineral Royalty Rates B.E. 2561 (2018) (กฎกระทรวง กำหนดพิกัดอัตราค่าภาคหลวงแร่ พ.ศ. ๒๕๖๑)
النص بتاريخ 2026-10-03
القانون العام والإرشادات الرسمية منشورة بوصفها أبحاثاً. ليست مشورة قانونية أو ضريبية أو مالية.
البحث نفسه مكتوب بالإنجليزية. العناوين والوسوم مترجمة؛ أما النتائج والاقتباسات فغير مترجمة.
عن هذا القانون
- النوع
- لائحة
- الرقم
- Royal Gazette Vol. 135, Part 91 Kor, 9 November 2018
- الجهة المصدرة
- Minister of Industry, under ss.5 and 132 of the Minerals Act B.E. 2560
- الدولة
- تايلاند
أين تقرؤه
النص
نص القانون نفسه، مادةً مادة، كما هو محفوظ. لكل مادة رابطها.
#### 1. ข้อ ๑ ให้เรียกเก็บค่ำภำคหลวงแร่ดีบุกตำมรำคำตลำดแร่ที่อธิบดีประกำศกำหนด ในอัตรำ ดังต่อไปนี้ (๑) ร้อยละสองจุดห้ำของรำคำโลหะดีบุกต่อหนึ่งเมตริกตัน สำหรับรำคำส่วนที่เกินห้ำหมื่นบำท แต่ไม่เกินหนึ่งแสนสองหมื่นห้ำพันบำท (๒) ร้อยละห้ำของรำคำโลหะดีบุกต่อหนึ่งเมตริกตัน สำหรับรำคำส่วนที่เกินหนึ่งแสนสองหมื่น ห้ำพันบำท แต่ไม่เกินสองแสนห้ำหมื่นบำท (๓) ร้อยละสิบของรำคำโลหะดีบุกต่อหนึ่งเมตริกตัน สำหรับรำคำส่วนที่เกินสองแสนห้ำหมื่นบำท แต่ไม่เกินห้ำแสนบำท (๔) ร้อยละสิบห้ำของรำคำโลหะดีบุกต่อหนึ่งเมตริกตัน สำหรับรำคำส่วนที่เกินห้ำแสนบำท แต่ไม่เกินเจ็ดแสนห้ำหมื่นบำท (๕) ร้อยละยี่สิบของรำคำโลหะดีบุกต่อหนึ่งเมตริกตัน สำหรับรำคำส่วนที่เกินเจ็ดแสนห้ำหมื่นบำท ขึ้นไป
#### 2. ข้อ ๒ ให้เรียกเก็บค่ำภำคหลวงแร่ชนิดที่มีทังสติกออกไซด์ตำมรำคำตลำดแร่ที่อธิบดี ประกำศกำหนด ในอัตรำดังต่อไปนี้ (๑) ร้อยละสองจุดห้ำของรำคำแร่ชนิดที่มีทังสติกออกไซด์ต่อหนึ่งเมตริกตัน สำหรับรำคำส่วนที่เกิน ห้ำหมื่นบำท แต่ไม่เกินหนึ่งแสนสองหมื่นห้ำพันบำท (๒) ร้อยละห้ำของรำคำแร่ชนิดที่มีทังสติกออกไซด์ต่อหนึ่งเมตริกตัน สำหรับรำคำส่วนที่เกิน หนึ่งแสนสองหมื่นห้ำพันบำท แต่ไม่เกินสองแสนห้ำหมื่นบำท (๓) ร้อยละสิบของรำคำแร่ชนิดที่มีทังสติกออกไซด์ต่อหนึ่งเมตริกตัน สำหรับรำคำส่วนที่เกิน สองแสนห้ำหมื่นบำท แต่ไม่เกินห้ำแสนบำท ้ หนา ๑ ่ เลม ๑๓๕ ตอนที่ ๙๑ ก ราชกิจจานุเบกษา ๙ พฤศจิกายน ๒๕๖๑(๔) ร้อยละสิบห้ำของรำคำแร่ชนิดที่มีทังสติกออกไซด์ต่อหนึ่งเมตริกตัน สำหรับรำคำส่วนที่เกิน ห้ำแสนบำท แต่ไม่เกินเจ็ดแสนห้ำหมื่นบำท (๕) ร้อยละยี่สิบของรำคำแร่ชนิดที่มีทังสติกออกไซด์ต่อหนึ่งเมตริกตัน สำหรับรำคำส่วนที่เกิน เจ็ดแสนห้ำหมื่นบำทขึ้นไป
#### 3. ข้อ ๓ ให้เรียกเก็บค่ำภำคหลวงแร่ตะกั่วตำมรำคำตลำดแร่ที่อธิบดีประกำศกำหนด ในอัตรำ ดังต่อไปนี้ (๑) ร้อยละสองของรำคำแร่ตะกั่วต่อหนึ่งเมตริกตัน สำหรับรำคำที่ไม่เกินแปดพันบำท (๒) ร้อยละห้ำของรำคำแร่ตะกั่วต่อหนึ่งเมตริกตัน สำหรับรำคำส่วนที่เกินแปดพันบำท แต่ไม่เกินหนึ่งหมื่นสองพันบำท (๓) ร้อยละสิบของรำคำแร่ตะกั่วต่อหนึ่งเมตริกตัน สำหรับรำคำส่วนที่เกินหนึ่งหมื่นสองพันบำท แต่ไม่เกินสองหมื่นบำท (๔) ร้อยละสิบห้ำของรำคำแร่ตะกั่วต่อหนึ่งเมตริกตัน สำหรับรำคำส่วนที่เกินสองหมื่นบำทขึ้นไป
#### 4. ข้อ ๔ ให้เรียกเก็บค่ำภำคหลวงแร่ทองคำตำมรำคำตลำดแร่ที่อธิบดีประกำศกำหนด ในอัตรำดังต่อไปนี้ (๑) ร้อยละสองจุดห้ำของรำคำทองคำต่อกรัม สำหรับรำคำที่ไม่เกินสี่ร้อยบำท (๒) ร้อยละห้ำของรำคำทองคำต่อกรัม สำหรับรำคำส่วนที่เกินสี่ร้อยบำท แต่ไม่เกินหกร้อยบำท (๓) ร้อยละสิบของรำคำทองคำต่อกรัม สำหรับรำคำส่วนที่เกินหกร้อยบำท แต่ไม่เกินหนึ่งพันบำท (๔) ร้อยละสิบห้ำของรำคำทองคำต่อกรัม สำหรับรำคำส่วนที่เกินหนึ่งพันบำท แต่ไม่เกิน หนึ่งพันห้ำร้อยบำท (๕) ร้อยละยี่สิบของรำคำทองคำต่อกรัม สำหรับรำคำส่วนที่เกินหนึ่งพันห้ำร้อยบำทขึ้นไป
#### 5. ข้อ ๕ ให้เรียกเก็บค่ำภำคหลวงแร่สังกะสีตำมรำคำตลำดแร่ที่อธิบดีประกำศกำหนด ในอัตรำดังต่อไปนี้ (๑) ร้อยละสองของรำคำแร่สังกะสีต่อหนึ่งเมตริกตัน สำหรับรำคำที่ไม่เกินหนึ่งหมื่นบำท (๒) ร้อยละห้ำของรำคำแร่สังกะสีต่อหนึ่งเมตริกตัน สำหรับรำคำส่วนที่เกินหนึ่งหมื่นบำท แต่ไม่เกินสองหมื่นบำท (๓) ร้อยละสิบของรำคำแร่สังกะสีต่อหนึ่งเมตริกตัน สำหรับรำคำส่วนที่เกินสองหมื่นบำท แต่ไม่เกินสำมหมื่นบำท (๔) ร้อยละสิบห้ำของรำคำแร่สังกะสีต่อหนึ่งเมตริกตัน สำหรับรำคำส่วนที่เกินสำมหมื่นบำท ขึ้นไป
#### 6. ข้อ ๖ ให้เรียกเก็บค่ำภำคหลวงแร่รัตนชำติในอัตรำร้อยละสิบของมูลค่ำแร่ตำมที่รัฐมนตรี ประกำศกำหนดตำมมำตรำ ๑๓๒ วรรคสี่ ้ หนา ๒ ่ เลม ๑๓๕ ตอนที่ ๙๑ ก ราชกิจจานุเบกษา ๙ พฤศจิกายน ๒๕๖๑ข้อ ๗ ให้เรียกเก็บค่ำภำคหลวงแร่สำหรับแร่อื่นนอกจำกกรณีตำมข้อ ๑ ถึงข้อ ๖ ในอัตรำร้อยละของรำคำตลำดแร่ที่อธิบดีประกำศกำหนดตำมบัญชีท้ำยกฎกระทรวงนี้ ให้ไว้ ณ วันที่ 1 ตุลำคม พ.ศ. ๒๕๖๑ อุตตม สำวนำยน รัฐมนตรีว่ำกำรกระทรวงอุตสำหกรรม ้ หนา ๓ ่ เลม ๑๓๕ ตอนที่ ๙๑ ก ราชกิจจานุเบกษา ๙ พฤศจิกายน ๒๕๖๑บัญชีท้ายกฎกระทรวงกําหนดพิกัดอัตราค่าภาคหลวงแร่ พ.ศ. ๒๕๖๑ เลขลําดับ รายการ ร้อยละของอัตราค่าภาคหลวง ที่เรียกเก็บตามราคาตลาดแร่ ที่อธิบดีประกาศกําหนด ๑ แร่ (๑) การ์เนต ๗ (๒) เกลือหิน ๔ (๓) แกรไฟต์ ๔ (๔) ควอตซ์ ๔ (๕) แคลไซต์ ๔ (๖) สตรูเวอไรต์ ๑๐ (๗) เงิน ๑๐ (๘) ซีโนไทม์ ๗ (๙) เซอร์คอน ๗ (๑๐) ดิกไคต์ ๔ (๑๑) ดินอุตสาหกรรม (ก)เพื่อใช้ในอุตสาหกรรมภายในราชอาณาจักร ๔ (ข) เพื่อการส่งออกนอกราชอาณาจักร ๗ (๑๒) โดโลไมต์ (ก)เพื่อใช้ในอุตสาหกรรมภายในราชอาณาจักร ๔ (ข) เพื่อการส่งออกนอกราชอาณาจักร ๗ (๑๓) ถ่านหิน ๔ (๑๔) ทรายอุตสาหกรรม ๔ (๑๕) ทองแดง ๑๐ (๑๖) ทัลก์ ๔ (๑๗) แทนทาไลต์และโคลัมไบต์ที่รวมกันอยู่ ๑๐ (๑๘) เบนทอไนต์ ๔ (๑๙) แบไรต์ (ก) เพื่อใช้ในอุตสาหกรรมภายในราชอาณาจักร ๔ (ข) เพื่อการส่งออกนอกราชอาณาจักร ๗ (๒๐) พลวง ๑๐ (๒๑) โพแทช ๗ (๒๒) ไพโรฟิลไลต์ ๔ (๒๓) ฟลูออไรต์ (ก) เพื่อใช้ในอุตสาหกรรมภายในราชอาณาจักร ๔ (ข) เพื่อการส่งออกนอกราชอาณาจักร ๗๒ เลขลําดับ รายการ ร้อยละของอัตราค่าภาคหลวง ที่เรียกเก็บตามราคาตลาดแร่ ที่อธิบดีประกาศกําหนด (๒๔) ฟอสเฟต ๔ (๒๕) เฟลด์สปาร์ (ก) เพื่อใช้ในอุตสาหกรรมภายในราชอาณาจักร ๔ (ข) เพื่อการส่งออกนอกราชอาณาจักร ๗ (๒๖) แมงกานีส (ก) เพื่อใช้ในอุตสาหกรรมภายในราชอาณาจักร ๔ (ข) เพื่อการส่งออกนอกราชอาณาจักร ๗ (๒๗) โมนาไซต์ ๗ (๒๘) โมลิบดีไนต์ ๑๐ (๒๙) ไมกา ๔ (๓๐) ยิปซัม (ก) เพื่อใช้ในอุตสาหกรรมภายในราชอาณาจักร ๔ (ข) เพื่อการส่งออกนอกราชอาณาจักร ๗ (๓๑) รูไทล์ ๗ (๓๒) ลูโคซีน ๗ (๓๓) หินประดับ ๔ (๓๔) หินอ่อน ๔ (๓๕) หินอุตสาหกรรม (ก) เพื่ออุตสาหกรรมปูนซีเมนต์ ๗ (ข) เพื่อใช้ในอุตสาหกรรมอื่นภายในราชอาณาจักร ๔ (ค) เพื่อการส่งออกนอกราชอาณาจักร ๗ (๓๖) เหล็ก ๗ (๓๗) อิลเมไนต์ ๗ (๓๘) แอนไฮไดรต์ (ก) เพื่อใช้ในอุตสาหกรรมภายในราชอาณาจักร ๔ (ข) เพื่อการส่งออกนอกราชอาณาจักร ๗ ๒ โลหะ (๑) แคดเมียม ๔ (๒) ตะกั่ว ๔ (๓) ทองแดง ๔ (๔) พลวง ๔ (๕) สังกะสี ๔ (๖) เหล็ก ๔ (๗) โคลัมเบียมแทนทาลัม ๔๓ เลขลําดับ รายการ ร้อยละของอัตราค่าภาคหลวง ที่เรียกเก็บตามราคาตลาดแร่ ที่อธิบดีประกาศกําหนด (๘) โลหะอื่นๆ ๔ ๓ ตะกรัน ๑๐ ๔ แร่ชนิดอื่น ๆ ๗หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ โดยที่มาตรา ๑๓๒ วรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติแร่ พ.ศ. ๒๕๖๐ บัญญัติให้พิกัดอัตราค่าภาคหลวงแร่ให้เป็นไปตามที่กาหนด ในกฎกระทรวง จึงจาเป็นต้องออกกฎกระทรวงนี้ ้ หนา ๔ ่ เลม ๑๓๕ ตอนที่ ๙๑ ก ราชกิจจานุเบกษา ๙ พฤศจิกายน ๒๕๖๑