تخطَّ إلى المحتوى
Nelum
قوانين تايلاند

Animal Slaughter Control Act for Meat Sales, B.E. 2559 (2016)

صدر في 2016-09-26 · النص بتاريخ 2026-10-01

القانون العام والإرشادات الرسمية منشورة بوصفها أبحاثاً. ليست مشورة قانونية أو ضريبية أو مالية.

البحث نفسه مكتوب بالإنجليزية. العناوين والوسوم مترجمة؛ أما النتائج والاقتباسات فغير مترجمة.

عن هذا القانون

اللغة
Thai
النوع
قانون
المنظمة
Mekong River Commission (MRC)
الدولة
تايلاند
الموضوعات
Livestock, Food and nutrition
الكلمات المفتاحية
slaughtering, inspection, authorization/permit, certification, internal trade, transport/storage, hygiene/sanitary procedures, meat, food safety and quality, consumer protection

أين تقرؤه

النص

نص القانون نفسه، مادةً مادة، كما هو محفوظ. لكل مادة رابطها.

  1. หน้า ๙ เล่ม ๑๓๓ ตอนที่ ๘๕ ก ราชกิจจานุเบกษา ๒๖ กันยายน ๒๕๕๙ พระราชบัญญัติ ควบคุมการฆ่าสัตว์เพื่อการจําหน่ายเนื้อสัตว์ พ.ศ. ๒๕๕๙ ภูมิพลอดุลยเดช ป.ร. ให้ไว้ ณ วันที่ ๒๖ กันยายน พ.ศ. ๒๕๕๙ เป็นปีที่ ๗๑ ในรัชกาลปัจจุบัน พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศว่า โดยที่เป็นการสมควรปรับปรุงกฎหมายว่าด้วยการควบคุมการฆ่าสัตว์และจําหน่ายเนื้อสัตว์ จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตราพระราชบัญญัติขึ้นไว้โดยคําแนะนําและยินยอมของ สภานิติบัญญัติแห่งชาติ ดังต่อไปนี้ มาตรา ๑ พระราชบัญญัตินี้เรียกว่า “พระราชบัญญัติควบคุมการฆ่าสัตว์เพื่อการจําหน่าย เนื้อสัตว์ พ.ศ. ๒๕๕๙” มาตรา ๒ พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับเม่ือพ้นกําหนดหกสิบวันนับแต่วันประกาศ ในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป มาตรา ๓ ให้ยกเลิกพระราชบัญญัติควบคุมการฆ่าสัตว์และจําหน่ายเนื้อสัตว์ พ.ศ. ๒๕๓๕ มาตรา ๔ ในพระราชบัญญัตินี้ “สัตว์” หมายความว่า โค กระบือ แพะ แกะ สุกร นกกระจอกเทศ ไก่ เป็ด ห่าน และสัตว์อื่น ตามที่กําหนดในกฎกระทรวง “การประกอบกิจการฆ่าสัตว์” หมายความว่า การดําเนินการฆ่าสัตว์ในโรงฆ่าสัตว์เพื่อการจําหน่าย เนื้อสัตว์ หน้า ๑๐ เล่ม ๑๓๓ ตอนที่ ๘๕ ก ราชกิจจานุเบกษา ๒๖ กันยายน ๒๕๕๙ “เนื้อสัตว์” หมายความว่า เนื้อหรือส่วนอื่นของสัตว์ที่ตายแล้วและยังมิได้ปรุงแต่งให้เป็นอาหาร หรือมิได้ปรุงแต่งเพื่อให้คงอยู่ไม่เน่าเป่ือย ทั้งที่ชําแหละแล้วและยังมิได้ชําแหละ “ชําแหละและตัดแต่งเนื้อสัตว์” หมายความว่า การแยกเนื้อสัตว์ตามขั้นตอนจากสัตว์ที่ตายแล้ว เป็นส่วนต่าง ๆ ที่บริโภคได้และบริโภคไม่ได้ เพื่อการจําหน่ายเนื้อสัตว์ “การจําหน่ายเน้ือสัตว์” หมายความว่า การนําเนื้อสัตว์ออกขาย จ่าย แจก แลกเปลี่ยน ให้ โดยเพื่อประโยชน์ในทางการค้า และให้หมายความรวมถึงการมีไว้ในครอบครองซึ่งเนื้อสัตว์เพื่อการจําหน่ายด้วย “โรงพักสัตว์” หมายความว่า สถานที่พักสัตว์หรือกักสัตวก่์อนทําการฆ่าตามพระราชบัญญัตินี้ “โรงฆ่าสัตว์” หมายความว่า สถานที่ที่กําหนดให้ทําการฆ่าสัตว์ตามพระราชบัญญัตินี้ “คณะกรรมการ” หมายความว่า คณะกรรมการกํากับดูแลการประกอบกิจการฆ่าสัตว์ “คณะกรรมการประจําจังหวัด” หมายความว่า คณะกรรมการพิจารณาแผนงานการประกอบ กิจการฆ่าสัตว์ประจําจังหวัด “จังหวัด” ให้หมายความรวมถึงกรุงเทพมหานครด้วย “องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น” หมายความว่า เทศบาล องค์การบริหารส่วนตําบล กรุงเทพมหานคร เมืองพัทยา และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นอื่นที่มีกฎหมายจัดตั้ง แต่ไม่รวมถึงองค์การบริหารส่วนจังหวัด “พนักงานตรวจโรคสัตว์” หมายความว่า ผู้ซึ่งผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นหรืออธิบดี แต่งตั้งให้มีอํานาจหน้าที่ตรวจโรคสัตว์ หรือตรวจเนื้อสัตว์ตามพระราชบัญญัตินี้ “พนักงานเจ้าหน้าที่” หมายความว่า ผู้ซึ่งอธิบดีแต่งตั้งให้ปฏิบัติการตามพระราชบัญญัตินี้ “พนักงานท้องถิ่น” หมายความว่า ผู้ซึ่งผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นแต่งตั้งให้ปฏิบัติการ ตามพระราชบัญญัตินี้ “นายทะเบียน” หมายความว่า ผู้ซึ่งอธิบดีแต่งตั้งให้เป็นนายทะเบียนประจําจังหวัด “ผู้อนุญาต” หมายความว่า อธิบดีหรือผู้ซึ่งอธิบดีมอบหมาย “ใบอนุญาต” หมายความว่า ใบอนุญาตให้ประกอบกิจการฆ่าสัตว์ “อธิบดี” หมายความว่า อธิบดีกรมปศุสัตว์ “รัฐมนตรี” หมายความว่า รัฐมนตรีผู้รักษาการตามพระราชบัญญัตินี้ มาตรา ๕ ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย รักษาการตามพระราชบัญญัตินี้ ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์มีอํานาจออกกฎกระทรวงและประกาศเพื่อปฏิบัติการ ตามพระราชบัญญัตินี้ เว้นแต่การออกกฎกระทรวงกําหนดอากรและค่าธรรมเนียมไม่เกินอัตราท้ายพระราชบัญญัตินี้ รวมทั้งการลดหรือยกเว้นอากรและค่าธรรมเนียมตามพระราชบัญญัตินี้ ให้เป็นอํานาจของรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย และการออกประกาศตามมาตรา ๔๒ ให้เป็นอํานาจของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย หน้า ๑๑ เล่ม ๑๓๓ ตอนที่ ๘๕ ก ราชกิจจานุเบกษา ๒๖ กันยายน ๒๕๕๙ กฎกระทรวงนั้น เม่ือได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้ว ให้ใช้บังคับได้ หมวด ๑ คณะกรรมการกํากับดูแลการประกอบกิจการฆ่าสัตว์ มาตรา ๖ ให้มีคณะกรรมการคณะหน่ึงเรียกว่า “คณะกรรมการกํากับดูแลการประกอบ กิจการฆ่าสัตว์” ประกอบด้วย ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานกรรมการ อธิบดีกรมการขนส่งทางบก อธิบดีกรมการค้าภายใน อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ อธิบดีกรมควบคุมโรค อธิบดีกรมโยธาธิการและผังเมือง อธิบดีกรมโรงงานอุตสาหกรรม อธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น อธิบดีกรมอนามัย เลขาธิการคณะกรรมการ คุ้มครองผู้บริโภค ประธานสภาหอการค้าแห่งประเทศไทยหรือผู้แทน ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย หรือผู้แทน และนายกสัตวแพทยสภา เป็นกรรมการโดยตําแหน่ง และผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์แต่งตั้งจํานวนไม่เกินห้าคน เป็นกรรมการ ให้อธิบดีเป็นกรรมการและเลขานุการ กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิตามวรรคหนึ่ง ต้องมีความรู้ ความเชี่ยวชาญ หรือประสบการณ์ในด้านการค้า การลงทุน การตลาด การเลี้ยงสัตว์ หรือการประกอบกิจการฆ่าสัตว์ มาตรา ๗ กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิมีวาระการดํารงตําแหน่งคราวละสามปี ในกรณีที่มีการแต่งตั้งกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิแทนกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งพ้นจากตําแหน่ง ก่อนวาระ หรือแต่งตั้งกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิเพิ่มขึ้นในระหว่างที่กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งแต่งตั้งไว้แล้ว ยังมีวาระอยู่ในตําแหน่ง ให้ผู้ได้รับแต่งตั้งแทนตําแหน่งที่ว่างหรือเป็นกรรมการเพิ่มขึ้นอยู่ในตําแหน่งเท่ากับ วาระที่เหลืออยู่ของกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งแต่งตั้งไว้แล้ว เม่ือครบกําหนดตามวาระในวรรคหนึ่ง หากยังมิได้แต่งตั้งกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิขึ้นใหม่ ให้กรรมการ ผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งพ้นจากตําแหน่งตามวาระนั้นอยู่ในตําแหน่งเพื่อดําเนินงานต่อไปจนกว่ากรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ ซึ่งได้รับแต่งตั้งใหม่เข้ารับหน้าที่ กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งพ้นจากตําแหน่งตามวาระ อาจได้รับแต่งตั้งอีกได้ แต่จะดํารงตําแหน่ง ติดต่อกันเกินสองวาระไม่ได้ มาตรา ๘ นอกจากการพ้นจากตําแหน่งตามวาระ กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิพ้นจากตําแหน่งเม่ือ (๑) ตาย (๒) ลาออก (๓) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ให้ออก เพราะบกพร่องต่อหน้าที่ มีความประพฤติ เสื่อมเสีย หรือหย่อนความสามารถ (๔) เป็นคนไร้ความสามารถหรือคนเสมือนไร้ความสามารถ หน้า ๑๒ เล่ม ๑๓๓ ตอนที่ ๘๕ ก ราชกิจจานุเบกษา ๒๖ กันยายน ๒๕๕๙ (๕) ได้รับโทษจําคุกโดยคําพิพากษาถึงที่สุดให้จําคุก เว้นแต่เป็นโทษสําหรับความผิดที่ได้กระทํา โดยประมาทหรือความผิดลหุโทษ มาตรา ๙ คณะกรรมการมีอํานาจหน้าที่ ดังต่อไปนี้ (๑) ให้คําแนะนําต่อรัฐมนตรีในการกําหนดมาตรการเพื่อส่งเสริมและสนับสนุนให้มีการประกอบ กิจการฆ่าสัตว์ที่ได้มาตรฐานตามพระราชบัญญัตินี้ (๒) ให้คําแนะนําต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ในการออกกฎกระทรวง ตามมาตรา ๑๔ (๓) พิจารณาวินิจฉัยอุทธรณ์ตามพระราชบัญญัตินี้ (๔) กํากับดูแลการอนุญาตและการประกอบกิจการฆ่าสัตว์ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่กําหนด ในพระราชบัญญัตินี้ (๕) แต่งตั้งคณะอนุกรรมการเพื่อพิจารณาหรือปฏิบัติการอย่างหนึ่งอย่างใดตามที่คณะกรรมการ มอบหมาย (๖) ปฏิบัติการอื่นใดตามที่พระราชบัญญัตินี้หรือกฎหมายอื่นบัญญัติให้เป็นอํานาจหน้าที่ของ คณะกรรมการ หรือตามที่คณะรัฐมนตรีมอบหมาย มาตรา ๑๐ การประชุมคณะกรรมการต้องมีกรรมการมาประชุมไม่น้อยกว่าก่ึงหนึ่งของ จํานวนกรรมการทั้งหมด จึงจะเป็นองค์ประชุม ในการประชุมคณะกรรมการ ถ้าประธานกรรมการไม่มาประชุมหรือไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ได้ ให้ที่ประชุมเลือกกรรมการคนหนึ่งเป็นประธานในที่ประชุม การวินิจฉัยชี้ขาดของที่ประชุมให้ถือเสียงข้างมาก กรรมการคนหนึ่งให้มีเสียงหนึ่งในการลงคะแนน ถ้าคะแนนเสียงเท่ากัน ให้ประธานในที่ประชุมออกเสียงเพิ่มขึ้นอีกเสียงหน่ึงเป็นเสียงชี้ขาด มาตรา ๑๑ ในการประชุมคณะกรรมการ ถ้ามีการพิจารณาเร่ืองที่กรรมการผู้ใดมีส่วนได้เสีย กรรมการผู้นั้นไม่มีสิทธิเข้าร่วมประชุมและออกเสียงในเรื่องนั้น มาตรา ๑๒ การประชุมคณะอนุกรรมการ ให้นําบทบัญญัติมาตรา ๑๐ และมาตรา ๑๑ มาใช้บังคับโดยอนุโลม มาตรา ๑๓ ในการปฏิบัติหน้าที่ตามพระราชบัญญัตินี้ ให้คณะกรรมการหรือคณะอนุกรรมการ มีอํานาจออกคําสั่งเป็นหนังสือเรียกผู้ซึ่งเก่ียวข้องมาให้ถ้อยคําหรือให้ส่งเอกสารหรือวัตถุใด ๆ มาเพื่อ ประกอบการพิจารณาได้ มาตรา ๑๔ เพื่อประโยชน์ในการกํากับดูแลการประกอบกิจการฆ่าสัตว์และกําหนดมาตรการ เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนให้ผู้ประกอบกิจการฆ่าสัตว์สามารถปฏิบัติตามพระราชบัญญัติฉบับนี้ได้ ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์โดยคําแนะนําของคณะกรรมการมีอํานาจออกกฎกระทรวง ดังต่อไปนี้ หน้า ๑๓ เล่ม ๑๓๓ ตอนที่ ๘๕ ก ราชกิจจานุเบกษา ๒๖ กันยายน ๒๕๕๙ (๑) กําหนดชนิดของสัตว์ (๒) กําหนดประเภทของโรงฆ่าสัตว์ (๓) กําหนดหลักเกณฑ์เก่ียวกับที่ตั้ง เนื้อที่ แผนผัง และการก่อสร้างโรงฆ่าสัตว์ซึ่งต้องมี โรงพักสัตว์ด้วย (๔) กําหนดวันและเวลาฆ่าสัตว์ วันและเวลาเปิดและปิดโรงฆ่าสัตว์และโรงพักสัตว์ (๕) กําหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ เง่ือนไข และมาตรฐานเกี่ยวกับการฆ่าสัตว์หรือการชําแหละ และตัดแต่งเนื้อสัตว์ที่ถูกสุขลักษณะ (๖) กําหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเง่ือนไขเกี่ยวกับการดูแลรักษาความสะอาดเรียบร้อย ภายในโรงฆ่าสัตว์และโรงพักสัตว์ เพื่อให้ถูกต้องตามสุขลักษณะ การจัดให้มีการรวบรวมหรือกําจัดขยะมูลฝอย และสิ่งปฏิกูล การระบายน้ําทิ้ง การระบายอากาศ รวมถึงการจัดให้มีการป้องกันมิให้เกิดเหตุรําคาญ และป้องกันการระบาดของโรคติดต่อหรือโรคระบาดจากสัตว์ และสุขลักษณะของผู้ปฏิบัติงานในโรงฆ่าสัตว์ และโรงพักสัตว์ (๗) กําหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ เง่ือนไข และมาตรฐานการขนส่งสัตว์ไปยังโรงฆ่าสัตว์และ การขนส่งเนื้อสัตว์จากโรงฆ่าสัตว์ไปยังสถานที่ชําแหละและตัดแต่งเนื้อสัตว์หรือจําหน่ายเนื้อสัตว์ (๘) กําหนดหลักเกณฑ์ในการจัดเก็บข้อมูลของสัตว์ที่เข้าสู่โรงฆ่าสัตว์ และเนื้อสัตว์ที่ออกจาก โรงฆ่าสัตว์ เพื่อประโยชน์ในการตรวจสอบย้อนกลับและเรียกคืนเนื้อสัตว์ (๙) กําหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการขึ้นทะเบียน การเพิกถอนการขึ้นทะเบียน และคุณสมบัติของบุคคลซึ่งจะได้รับแต่งตั้งเป็นพนักงานตรวจโรคสัตว์ การออกกฎกระทรวงตามวรรคหน่ึง ให้สามารถกําหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ หรือเง่ือนไข ให้แตกต่างกันได้ตามชนิดของสัตว์และประเภทของโรงฆ่าสัตว์ หมวด ๒ การประกอบกิจการฆ่าสัตว์ มาตรา ๑๕ ห้ามมิให้ผู้ใดประกอบกิจการฆ่าสัตว์ เว้นแต่ได้รับใบอนุญาตจากผู้อนุญาต การออกใบอนุญาตให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเง่ือนไขที่กําหนดในกฎกระทรวง มาตรา ๑๖ ผู้ซึ่งประสงค์จะประกอบกิจการฆ่าสัตว์ ให้ย่ืนคําขอรับใบอนุญาตต่อนายทะเบียน พร้อมด้วยแผนงานการประกอบกิจการฆ่าสัตว์ซึ่งอย่างน้อยต้องมีรายการ ดังต่อไปนี้ (๑) วัน เดือน ปี ที่ประสงค์จะเริ่มประกอบกิจการฆ่าสัตว์ (๒) ชื่อและที่อยู่ของผู้ขอรับใบอนุญาต หากผู้ขอรับใบอนุญาตเป็นนิติบุคคลต้องย่ืนเอกสาร แสดงการเป็นนิติบุคคลด้วย หน้า ๑๔ เล่ม ๑๓๓ ตอนที่ ๘๕ ก ราชกิจจานุเบกษา ๒๖ กันยายน ๒๕๕๙ (๓) สถานที่ตั้งโรงฆ่าสัตว์และโรงพักสัตว์ (๔) รายละเอียดเก่ียวกับโรงฆ่าสัตว์ โรงพักสัตว์ และการดําเนินการฆ่าสัตว์ ตามที่กําหนดใน กฎกระทรวงที่ออกตามมาตรา ๑๔ (๑) (๒) (๓) (๕) และ (๖) มาตรา ๑๗ ในการพิจารณาคําขอรับใบอนุญาตตามมาตรา ๑๖ ให้มีคณะกรรมการ ประจําจังหวัด เพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบแผนงานการประกอบกิจการฆ่าสัตว์ และให้ความเห็นเก่ียวกับ คําขอรับใบอนุญาต ดังต่อไปนี้ (๑) ในกรุงเทพมหานคร ประกอบด้วยผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เป็นประธานกรรมการ ผู้แทนกรมควบคุมมลพิษ ผู้แทนกรมควบคุมโรค ผู้แทนกรมโยธาธิการและผังเมือง ผู้แทนกรมโรงงาน อุตสาหกรรม ผู้แทนกรมอนามัย ผู้แทนสํานักอนามัยกรุงเทพมหานคร และผู้อํานวยการเขตของพ้ืนที่ที่ระบุ ในคําขอรับใบอนุญาต เป็นกรรมการ (๒) ในจังหวัดอื่นนอกจากกรุงเทพมหานคร ประกอบด้วยผู้ว่าราชการจังหวัด เป็นประธานกรรมการ ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัด ท้องถิ่นจังหวัด นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัด โยธาธิการ และผังเมืองจังหวัด อุตสาหกรรมจังหวัด ผู้แทนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นของพื้นที่ที่ระบุในคําขอรับใบอนุญาต และผู้แทนหอการค้าจังหวัด เป็นกรรมการ ให้นายทะเบียนเป็นกรรมการและเลขานุการ ให้นําบทบัญญัติมาตรา ๑๐ มาตรา ๑๑ และมาตรา ๑๓ มาใช้บังคับแก่การปฏิบัติหน้าที่ของ คณะกรรมการประจําจังหวัดโดยอนุโลม มาตรา ๑๘ เม่ือนายทะเบียนได้รับคําขอรับใบอนุญาต และได้ตรวจสอบคําขอรับใบอนุญาต และแผนงานการประกอบกิจการฆ่าสัตว์ตามมาตรา ๑๖ รวมทั้งเอกสารและหลักฐานว่าถูกต้องครบถ้วน ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเง่ือนไขที่กําหนดในกฎกระทรวงที่ออกตามมาตรา ๑๕ แล้ว ให้เสนอคณะกรรมการ ประจําจังหวัดที่โรงฆ่าสัตว์นั้นตั้งอยู่เพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบแผนงานการประกอบกิจการฆ่าสัตว์ การพิจารณาให้ความเห็นชอบแผนงานการประกอบกิจการฆ่าสัตว์ตามวรรคหนึ่ง ให้คณะกรรมการ ประจําจังหวัดพิจารณาแผนงานดังกล่าวว่าเป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเง่ือนไขที่กําหนดในกฎกระทรวง ที่ออกตามมาตรา ๑๕ หรือไม่ โดยต้องพิจารณาให้แล้วเสร็จโดยเร็ว แต่ต้องไม่เกินสี่สิบห้าวันนับแต่วันที่ คณะกรรมการประจําจังหวัดได้รับคําขอรับใบอนุญาตจากนายทะเบียน มาตรา ๑๙ เม่ือดําเนินการก่อสร้างโรงฆ่าสัตว์และโรงพักสัตว์ และติดตั้งเคร่ืองจักร และอุปกรณ์ในการประกอบกิจการฆ่าสัตว์ตามกฎหมายท่ีเก่ียวข้องเรียบร้อยแล้ว ให้ผู้ขอรับใบอนุญาต แจ้งให้คณะกรรมการประจําจังหวัดตรวจสอบว่าการก่อสร้างโรงฆ่าสัตว์และโรงพักสัตว์เป็นไปตามแผนงาน การประกอบกิจการฆ่าสัตว์ที่ได้รับความเห็นชอบหรือไม่ และกรณีที่เห็นว่าโรงฆ่าสัตว์หรือโรงพักสัตว์ ที่ก่อสร้างแล้วเสร็จไม่สามารถแก้ไขหรือปรับปรุงให้เป็นไปตามแผนงานการประกอบกิจการฆ่าสัตว์ที่ได้รับ ความเห็นชอบได้ ให้เสนอความเห็นต่อผู้อนุญาตเพื่อพิจารณาต่อไป หน้า ๑๕ เล่ม ๑๓๓ ตอนที่ ๘๕ ก ราชกิจจานุเบกษา ๒๖ กันยายน ๒๕๕๙ มาตรา ๒๐ ให้ผู้อนุญาตพิจารณาคําขอรับใบอนุญาตให้แล้วเสร็จภายในสามสิบวันนับแต่ วันที่ได้รับความเห็นจากคณะกรรมการประจําจังหวัด มาตรา ๒๑ ใบอนุญาตให้มีอายุห้าปีนับแต่วันที่ออกใบอนุญาต มาตรา ๒๒ ผู้รับใบอนุญาตต้องแสดงใบอนุญาตไว้ในที่เปิดเผยและเห็นได้ง่าย ณ โรงฆ่าสัตว์ ของตน มาตรา ๒๓ การขอต่ออายุใบอนุญาตให้ย่ืนก่อนใบอนุญาตส้ินอายุ และเม่ือได้ย่ืนคําขอแล้ว ให้ถือว่าผู้ย่ืนคําขออยู่ในฐานะผู้รับใบอนุญาต จนกว่าจะมีคําสั่งถึงที่สุดไม่อนุญาตให้ต่ออายุใบอนุญาต หรือพ้นระยะเวลาอุทธรณ์ตามมาตรา ๒๗ การต่ออายุใบอนุญาตให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเง่ือนไขที่กําหนดในกฎกระทรวง มาตรา ๒๔ การโอนใบอนุญาตให้บุคคลอื่น ให้กระทําได้เม่ือได้รับอนุญาตจากผู้อนุญาต การโอนใบอนุญาตให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเง่ือนไขที่กําหนดในกฎกระทรวง มาตรา ๒๕ ในกรณีที่ผู้รับใบอนุญาตซึ่งเป็นบุคคลธรรมดาตาย และทายาทมีความประสงค์ จะประกอบกิจการฆ่าสัตว์ต่อไป ให้ทายาทหรือผู้จัดการมรดกมีหนังสือแสดงความจํานงและแจ้งชื่อของทายาท ที่จะประกอบกิจการแทนให้นายทะเบียนทราบภายในเก้าสิบวันนับแต่วันที่ผู้รับใบอนุญาตตาย ถ้ามิได้แสดง ความจํานงภายในระยะเวลาดังกล่าวให้ถือว่าใบอนุญาตส้ินอายุ ในระหว่างระยะเวลาตามวรรคหนึ่ง ให้ถือเสมือนว่าทายาทหรือผู้จัดการมรดกซึ่งเข้าประกอบ กิจการฆ่าสัตว์ตามใบอนุญาตน้ันเป็นผู้รับใบอนุญาต และเม่ือมีการแสดงความจํานงตามวรรคหน่ึง ให้นายทะเบียนจดแจ้งชื่อของทายาทดังกล่าวเป็นผู้ประกอบกิจการแทนโดยให้ใบอนุญาตใช้ได้ต่อไป จนกว่าจะสิ้นอายุ การแสดงความจํานงตามวรรคหน่ึง ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเง่ือนไขที่อธิบดีกําหนด โดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา ในกรณีที่ทายาทมิได้แสดงความจํานงเป็นผู้ประกอบกิจการฆ่าสัตว์แทนผู้รับใบอนุญาตที่ตาย ตามวรรคหน่ึง ให้ทายาทหรือผู้จัดการมรดกมีหน้าที่ทําความสะอาดเรียบร้อยภายในโรงฆ่าสัตว์และโรงพักสัตว์ ให้อยู่ในสภาพที่ไม่ก่อให้เกิดผลกระทบต่อสุขภาพและอนามัยของประชาชนหรือสิ่งแวดล้อมที่อยู่บริเวณใกล้เคียง ให้แล้วเสร็จภายในสามสิบวันนับแต่วันสิ้นสุดระยะเวลาตามวรรคหนึ่ง และให้นําบทบัญญัติมาตรา ๒๘ วรรคสอง และวรรคสาม มาใช้บังคับโดยอนุโลม มาตรา ๒๖ ในกรณีใบอนุญาตสูญหาย เสียหาย หรือถูกทําลาย ให้ผู้รับใบอนุญาตยื่นคําขอรับ ใบแทนใบอนุญาตต่อนายทะเบียนภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ใบอนุญาตสูญหาย เสียหาย หรือถูกทําลาย การออกใบแทนใบอนุญาตให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเง่ือนไขที่กําหนดในกฎกระทรวง หน้า ๑๖ เล่ม ๑๓๓ ตอนที่ ๘๕ ก ราชกิจจานุเบกษา ๒๖ กันยายน ๒๕๕๙ มาตรา ๒๗ ในกรณีที่ผู้ขอรับใบอนุญาตหรือผู้รับใบอนุญาตไม่เห็นด้วยกับคําสั่งของผู้อนุญาต ตามมาตรา ๒๐ มาตรา ๒๓ หรือมาตรา ๒๔ ให้ผู้นั้นมีสิทธิอุทธรณ์เป็นหนังสือต่อคณะกรรมการภายใน สามสิบวันนับแต่วันที่ได้รับหนังสือแจ้งคําสั่ง ให้คณะกรรมการวินิจฉัยอุทธรณ์ตามวรรคหน่ึงให้แล้วเสร็จภายในหกสิบวันนับแต่วันที่ได้รับอุทธรณ์ คําวินิจฉัยของคณะกรรมการให้เป็นที่สุด มาตรา ๒๘ ผู้รับใบอนุญาตผู้ใดประสงค์จะเลิกประกอบกิจการฆ่าสัตว์ ต้องมีหนังสือแจ้งให้ นายทะเบียนทราบไม่น้อยกว่าหกสิบวันก่อนเลิกประกอบกิจการ และต้องทําความสะอาดเรียบร้อยภายใน โรงฆ่าสัตว์และโรงพักสัตว์ให้อยู่ในสภาพที่ไม่ก่อให้เกิดผลกระทบต่อสุขภาพและอนามัยของประชาชน หรือสิ่งแวดล้อมที่อยู่บริเวณใกล้เคียงให้แล้วเสร็จภายในระยะเวลาที่นายทะเบียนกําหนด ในกรณีที่ผู้รับใบอนุญาตมิได้ดําเนินการหรือดําเนินการไม่แล้วเสร็จภายในระยะเวลาที่นายทะเบียน กําหนดตามวรรคหนึ่ง ให้นายทะเบียนหรือผู้ซึ่งนายทะเบียนมอบหมายเข้าดําเนินการแทน โดยผู้รับใบอนุญาต จะต้องชดใช้ค่าใช้จ่ายที่ใช้ดําเนินการดังกล่าว ให้ผู้รับใบอนุญาตส่งคืนใบอนุญาตแก่นายทะเบียนภายในสามสิบวันนับแต่วันเลิกประกอบกิจการ มาตรา ๒๙ ในกรณีที่ใบอนุญาตสิ้นอายุหรือมิได้รับการต่ออายุใบอนุญาต ให้ผู้รับใบอนุญาต มีหน้าที่ทําความสะอาดเรียบร้อยภายในโรงฆ่าสัตว์และโรงพักสัตว์ให้อยู่ในสภาพที่ไม่ก่อให้เกิดผลกระทบ ต่อสุขภาพและอนามัยของประชาชนหรือสิ่งแวดล้อมที่อยู่บริเวณใกล้เคียงให้แล้วเสร็จภายในสามสิบวัน นับแต่วันที่ใบอนุญาตส้ินอายุหรือนับแต่วันที่มีคําสั่งไม่ต่ออายุใบอนุญาต ให้นําบทบัญญัติมาตรา ๒๘ วรรคสอง มาใช้บังคับโดยอนุโลม หมวด ๓ การฆ่าสัตว์เพื่อการจําหน่ายเนื้อสัตว์ มาตรา ๓๐ ให้ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นแต่งตั้งพนักงานตรวจโรคสัตว์ สําหรับ โรงฆ่าสัตว์เพื่อการจําหน่ายเนื้อสัตว์ที่ตั้งอยู่ภายในเขตองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นนั้น เว้นแต่โรงฆ่าสัตว์ เพื่อการจําหน่ายเนื้อสัตว์เพื่อการส่งออกด้วย ให้อธิบดีเป็นผู้แต่งตั้งพนักงานตรวจโรคสัตว์ การแต่งตั้งพนักงานตรวจโรคสัตว์ตามวรรคหนึ่ง ต้องแต่งตั้งจากบุคคลผู้ประกอบวิชาชีพการสัตวแพทย์ หรือบุคคลซึ่งผ่านการศึกษาอบรมด้านการตรวจโรคสัตว์และการตรวจเนื้อสัตว์ตามหลักสูตรที่กรมปศุสัตว์ หรือสัตวแพทยสภาให้การรับรอง และบุคคลทั้งสองประเภทดังกล่าวต้องได้รับการขึ้นทะเบียนไว้กับกรมปศุสัตว์ มาตรา ๓๑ ผู้ใดประสงค์จะฆ่าสัตว์เพื่อการจําหน่ายเนื้อสัตว์ ให้แจ้งชนิดและจํานวนสัตว์ ที่จะฆ่า แหล่งที่มาของสัตว์ที่จะฆ่า วันและเวลาที่จะฆ่าสัตว์ และชื่อของโรงฆ่าสัตว์ต่อพนักงานท้องถิ่น หน้า ๑๗ เล่ม ๑๓๓ ตอนที่ ๘๕ ก ราชกิจจานุเบกษา ๒๖ กันยายน ๒๕๕๙ และเสียอากรการฆ่าสัตว์ตามอัตราที่กําหนดในกฎกระทรวง และหากเป็นกรณีการฆ่าสัตว์เพื่อการส่งออกด้วย ให้แจ้งต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ เม่ือได้เสียอากรการฆ่าสัตว์ตามวรรคหน่ึงแล้ว ให้พนักงานท้องถิ่นออกหลักฐานการรับแจ้ง เป็นหนังสือให้แก่ผู้ซึ่งแจ้งความประสงค์ตามวรรคหน่ึง โดยต้องกําหนดจํานวนสัตว์ แหล่งที่มาของสัตว์ ที่จะฆ่า วันและเวลาในการฆ่าสัตว์ เว้นแต่การฆ่าสัตว์เพื่อการส่งออกด้วย ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ออกหลักฐาน การรับแจ้ง การแจ้งการฆ่าสัตว์และการออกหลักฐานการรับแจ้งตามวรรคหน่ึงและวรรคสอง ให้เป็นไปตามแบบ หลักเกณฑ์ และวิธีการที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์กําหนดโดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา มาตรา ๓๒ ผู้ที่เสียอากรการฆ่าสัตว์ตามมาตรา ๓๑ วรรคหน่ึงแล้ว ต้องนําสัตว์ไปยัง โรงพักสัตว์ และจะต้องฆ่าสัตว์นั้นตามหลักฐานการรับแจ้งที่พนักงานท้องถิ่นหรือพนักงานเจ้าหน้าที่ออกให้ ตามมาตรา ๓๑ วรรคสอง มาตรา ๓๓ ห้ามมิให้ผู้ใดนําสัตว์ออกจากโรงฆ่าสัตว์หรือโรงพักสัตว์ เว้นแต่จะได้รับอนุญาต จากพนักงานตรวจโรคสัตว์ มาตรา ๓๔ ให้พนักงานตรวจโรคสัตว์ทําการตรวจโรคสัตว์ก่อนการฆ่าสัตว์ และในกรณีที่ พนักงานตรวจโรคสัตว์มีเหตุอันควรสงสัยว่าสัตว์ที่จะฆ่านั้นเป็นโรค หรือมีสารตกค้างที่เป็นอันตราย ต่อผู้บริโภค หรือมีลักษณะไม่เหมาะสมที่จะใช้เนื้อสัตว์นั้นเป็นอาหาร ทั้งนี้ ตามที่อธิบดีกําหนดโดยประกาศ ในราชกิจจานุเบกษา ให้พนักงานตรวจโรคสัตว์มีอํานาจสั่งงดการฆ่าสัตว์และแยกสัตว์นั้นไว้เพื่อตรวจพิสูจน์ได้ ในกรณีที่ได้ทําการตรวจพิสูจน์แล้วพบว่าสัตว์ที่จะฆ่านั้นไม่เป็นโรค ไม่มีสารตกค้างที่เป็นอันตราย ต่อผู้บริโภค หรือมีความเหมาะสมที่จะใช้เนื้อสัตว์นั้นเป็นอาหาร ให้พนักงานตรวจโรคสัตว์มีคําสั่งให้ฆ่าสัตว์นั้นได้ ในกรณีที่ปรากฏว่าสัตว์ที่จะฆ่านั้นเป็นโรค หรือมีสารตกค้างที่ เป็นอันตรายต่อผู้บริโภค หรือมีลักษณะไม่เหมาะสมที่จะใช้เนื้อสัตว์นั้นเป็นอาหาร ให้พนักงานตรวจโรคสัตว์มีคําสั่งงดการฆ่าสัตว์ และแจ้งต่อพนักงานท้องถิ่นหรือพนักงานเจ้าหน้าที่ แล้วแต่กรณี เพื่อคืนเงินอากรการฆ่าสัตว์แก่ผู้ที่ประสงค์ จะฆ่าสัตว์นั้น ในกรณีที่เกิดโรคระบาดหรือมีเหตุอันควรสงสัยว่าสัตว์ที่จะฆ่าเป็นโรคระบาด ให้พนักงาน ตรวจโรคสัตว์ปฏิบัติตามกฎหมายว่าด้วยโรคระบาดสัตว์ การตรวจโรคและการตรวจพิสูจน์ ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเง่ือนไขที่อธิบดี ประกาศกําหนด มาตรา ๓๕ เม่ือได้ฆ่าสัตว์แล้ว ห้ามมิให้ผู้ใดนําเนื้อสัตว์ออกจากโรงฆ่าสัตว์ก่อนที่พนักงาน ตรวจโรคสัตว์จะรับรองให้จําหน่ายเนื้อสัตว์นั้น หน้า ๑๘ เล่ม ๑๓๓ ตอนที่ ๘๕ ก ราชกิจจานุเบกษา ๒๖ กันยายน ๒๕๕๙ ในกรณีที่ปรากฏว่าสัตว์ที่ฆ่านั้นเป็นโรค หรือมีสารตกค้างที่เป็นอันตรายต่อผู้บริโภค หรือมีลักษณะ ไม่เหมาะสมที่จะใช้เนื้อสัตว์นั้นเป็นอาหารตามที่อธิบดีประกาศตามมาตรา ๓๔ วรรคหนึ่ง ให้พนักงาน ตรวจโรคสัตว์มีอํานาจทําลายเนื้อสัตว์นั้นทั้งหมดหรือบางส่วน หรือสั่งให้จัดทําให้เป็นเนื้อสัตว์ที่เหมาะสม สําหรับการบริโภคก่อนได้ การรับรองให้จําหน่ายเน้ือสัตว์ ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเง่ือนไขที่อธิบดีกําหนด โดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา มาตรา ๓๖ ผู้ใดประสงค์จะจําหน่ายเนื้อสัตว์ของสัตว์ที่ตายโดยมิได้ถูกฆ่า ให้นําเนื้อสัตว์นั้น ซึ่งอยู่ในสภาพที่ยังมิได้ชําแหละและตัดแต่งเนื้อสัตว์ไปให้พนักงานตรวจโรคสัตว์ตรวจ หรือในกรณีที่ไม่สามารถ นําเนื้อสัตว์ไปให้พนักงานตรวจโรคสัตว์ตรวจได้ จะขอให้พนักงานตรวจโรคสัตว์ไปตรวจเนื้อสัตว์นั้นก็ได้ ทั้งนี้ ต้องเสียค่าธรรมเนียมการรับรองให้จําหน่ายเนื้อสัตว์ตามอัตราที่กําหนดในกฎกระทรวง การตรวจเนื้อสัตว์ของสัตว์ที่ตายโดยมิได้ถูกฆ่า และการรับรองให้จําหน่ายเน้ือสัตว์ดังกล่าว ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเง่ือนไขที่อธิบดีกําหนดโดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา มาตรา ๓๗ ห้ามมิให้ผู้ใดชําแหละและตัดแต่งเนื้อสัตว์เพื่อการจําหน่ายเนื้อสัตว์ที่มิได้รับ การรับรองให้จําหน่ายเนื้อสัตว์ตามพระราชบัญญัตินี้ มาตรา ๓๘ ห้ามมิให้ผู้ ใดจําหน่ายเน้ือสัตว์ที่ มิได้ รับการรับรองให้จําหน่ายเนื้อสัตว์ ตามพระราชบัญญัตินี้ มาตรา ๓๙ ห้ามมิให้ผู้ใดฆ่าสัตว์นอกโรงฆ่าสัตว์เพื่อการจําหน่ายเนื้อสัตว์ ในกรณีที่ปรากฏว่าท้องที่ใดไม่มีโรงฆ่าสัตว์ หรือกรณีที่มีเหตุผลสมควรเป็นพิเศษ ผู้ว่าราชการจังหวัด โดยความเห็นชอบของคณะกรรมการอาจประกาศกําหนดสถานที่ฆ่าสัตว์เพื่อการจําหน่ายเนื้อสัตว์นอกโรงฆ่าสัตว์ เป็นคร้ังคราว และมิให้นําความในวรรคหน่ึงมาใช้บังคับ ให้นําบทบัญญัติมาตรา ๓๑ และมาตรา ๓๔ มาใช้บังคับกับการฆ่าสัตว์นอกโรงฆ่าสัตว์ เพื่อการจําหน่ายเนื้อสัตว์ตามมาตรานี้โดยอนุโลม มาตรา ๔๐ เม่ือได้ฆ่าสัตว์นอกโรงฆ่าสัตว์ตามมาตรา ๓๙ แล้ว ห้ามมิให้ผู้ใดนําเนื้อสัตว์ ออกจากสถานที่ที่ทําการฆ่าสัตว์ก่อนที่พนักงานตรวจโรคสัตว์จะรับรองให้จําหน่ายเนื้อสัตว์นั้นแล้ว ในกรณีที่ปรากฏว่าสัตว์ที่ฆ่านั้นเป็นโรค หรือมีสารตกค้างที่เป็นอันตรายต่อผู้บริโภค หรือมีลักษณะ ไม่เหมาะสมที่จะใช้เนื้อสัตว์นั้นเป็นอาหารตามที่อธิบดีประกาศตามมาตรา ๓๔ วรรคหนึ่ง ให้พนักงาน ตรวจโรคสัตว์มีอํานาจทําลายเนื้อสัตว์นั้นทั้งหมดหรือบางส่วน หรือสั่งให้จัดทําให้เป็นเนื้อสัตว์ที่เหมาะสม สําหรับการบริโภคก่อนได้ เจ้าของสัตว์ที่แจ้งการฆ่าสัตว์นอกโรงฆ่าสัตว์ต้องเสียค่าธรรมเนียมการรับรองให้จําหน่ายเนื้อสัตว์ ตามอัตราที่กําหนดในกฎกระทรวง หน้า ๑๙ เล่ม ๑๓๓ ตอนที่ ๘๕ ก ราชกิจจานุเบกษา ๒๖ กันยายน ๒๕๕๙ การรับรองให้จําหน่ายเนื้อสัตว์ของสัตว์ที่ฆ่านอกโรงฆ่าสัตว์ ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเง่ือนไขที่อธิบดีกําหนดโดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา มาตรา ๔๑ ให้ผู้ที่แจ้งความประสงค์จะฆ่าสัตว์เพื่อการจําหน่ายเนื้อสัตว์ตามมาตรา ๓๑ วรรคหน่ึง ผู้ที่แจ้งความประสงค์จะจําหน่ายเน้ือสัตว์ของสัตว์ที่ตายโดยมิได้ถูกฆ่าตามมาตรา ๓๖ วรรคหนึ่ง และผู้ที่แจ้งความประสงค์จะฆ่าสัตว์นอกโรงฆ่าสัตว์เพื่อการจําหน่ายเนื้อสัตว์ในท้องที่ตามประกาศที่ออกตาม มาตรา ๓๙ วรรคสอง เสียค่าเบ้ียเลี้ยง ค่าพาหนะ และค่าใช้จ่ายของพนักงานตรวจโรคสัตว์ อัตรา การชําระ และการเบิกจ่ายค่าเบี้ยเลี้ยง ค่าพาหนะ และค่าใช้จ่ายของพนักงานตรวจโรคสัตว์ ตามวรรคหน่ึง ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเง่ือนไขที่อธิบดีกําหนดโดยความเห็นชอบของ กระทรวงการคลังโดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา มาตรา ๔๒ การชําระอากรการฆ่าสัตว์ การคืนเงินอากรการฆ่าสัตว์ และการชําระค่าธรรมเนียม การรับรองให้จําหน่ายเนื้อสัตว์ ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วธิีการ และเง่ือนไขที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กําหนดโดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา มาตรา ๔๓ อากรการฆ่าสัตว์ และค่าธรรมเนียมการรับรองให้จําหน่ายเนื้อสัตว์ ที่เรียกเก็บ ตามพระราชบัญญัตินี้ในเขตขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นใด ให้ตกเป็นรายได้ขององค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่นนั้น หมวด ๔ การพักใช้และการเพิกถอนใบอนุญาต มาตรา ๔๔ เม่ือปรากฏว่าผู้รับใบอนุญาตผู้ใดฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามกฎกระทรวงที่ออกตาม มาตรา ๑๔ (๕) (๖) หรือ (๘) ให้พนักงานเจ้าหน้าที่มีอํานาจออกคําสั่งเป็นหนังสือให้ผู้รับใบอนุญาตปฏิบัติ ให้ถูกต้องภายในเวลาอันสมควร ในกรณีที่การประกอบกิจการตามใบอนุญาตหรือการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามกฎกระทรวง ตามวรรคหน่ึง เป็นเหตุให้หรือมีเหตุอันควรเชื่อได้ว่าจะเกิดผลกระทบต่อสุขภาพและอนามัยของประชาชน หรือสิ่งแวดล้อมที่อยู่บริเวณใกล้เคียง พนักงานเจ้าหน้าที่จะสั่งให้ผู้รับใบอนุญาตหยุดการประกอบกิจการ ฆ่าสัตว์ไว้เป็นการชั่วคราวและให้ผู้รับใบอนุญาตดําเนินการตามความจําเป็นเพื่อแก้ไขหรือระงับเหตุ แห่งอันตรายดังกล่าวภายในระยะเวลาที่กําหนดก็ได้ ในกรณีที่ผู้รับใบอนุญาตไม่ดําเนินการตามคําสั่งของพนักงานเจ้าหน้าที่หรือดําเนินการไม่แล้วเสร็จ ตามระยะเวลาที่พนักงานเจ้าหน้าที่กําหนดตามวรรคสอง ให้พนักงานเจ้าหน้าที่เข้าดําเนินการแทน โดยผู้รับใบอนุญาตต้องชดใช้ค่าใช้จ่ายที่ใช้ดําเนินการดังกล่าว หน้า ๒๐ เล่ม ๑๓๓ ตอนที่ ๘๕ ก ราชกิจจานุเบกษา ๒๖ กันยายน ๒๕๕๙ ในกรณีที่ผู้รับใบอนุญาตไม่ปฏิบัติตามคําสั่งตามวรรคหนึ่งหรือวรรคสอง ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ รายงานต่อผู้อนุญาต มาตรา ๔๕ ให้ผู้อนุญาตมีอํานาจสั่งพักใช้ใบอนุญาต เม่ือปรากฏว่าผู้รับใบอนุญาตไม่ปฏิบัติ ตามที่พนักงานเจ้าหน้าที่มีคําสั่งตามมาตรา ๔๔ คําสั่งพักใช้ใบอนุญาตตามวรรคหนึ่ง ให้มีกําหนดเวลาคร้ังละไม่เกินสามสิบวันนับแต่วันที่แจ้งให้ ผู้รับใบอนุญาตทราบ โดยผู้อนุญาตจะเพิกถอนคําสั่งพักใช้ใบอนุญาตก่อนครบกําหนดก็ได้ เม่ือเหตุใน การออกคําสั่งพักใช้ใบอนุญาตส้ินสุดลง มาตรา ๔๖ ให้ผู้อนุญาตมีอํานาจสั่งเพิกถอนใบอนุญาตได้ เม่ือปรากฏว่าผู้รับใบอนุญาต ฝ่าฝืนคําสั่งพักใช้ใบอนุญาต หรือผู้รับใบอนุญาตเคยถูกสั่งพักใช้ใบอนุญาตและได้กระทําการอันเป็นเหตุ ให้ต้องถูกพักใช้ใบอนุญาตตามมาตรา ๔๕ อีกภายในหน่ึงปี มาตรา ๔๗ ก่อนสั่งพักใช้ใบอนุญาตตามมาตรา ๔๕ หรือเพิกถอนใบอนุญาตตามมาตรา ๔๖ ผู้อนุญาตอาจมีหนังสือเตือนให้ผู้รับใบอนุญาตปฏิบัติให้ถูกต้องภายในเวลาที่กําหนดก่อนก็ได้ การส่งหนังสือเตือนตามวรรคหน่ึงให้ส่งแก่ผู้รับใบอนุญาต ในกรณีที่ไม่พบตัวผู้รับใบอนุญาต ให้ปิดหนังสือเตือนไว้ ณ สถานที่ประกอบกิจการฆ่าสัตว์ที่ระบุไว้ในใบอนุญาตและให้ถือว่าผู้รับใบอนุญาต ได้ทราบคําเตือนนั้นแล้วตั้งแต่วันปิดหนังสือเตือน มาตรา ๔๘ ผู้รับใบอนุญาตซึ่งถูกสั่งพักใช้ใบอนุญาตหรือเพิกถอนใบอนุญาตมีสิทธิอุทธรณ์ เป็นหนังสือต่อคณะกรรมการภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ทราบคําสั่ง และให้นําบทบัญญัติมาตรา ๒๗ วรรคสอง และวรรคสาม มาใช้บังคับโดยอนุโลม มาตรา ๔๙ เม่ือคําสั่งเพิกถอนใบอนุญาตตามมาตรา ๔๖ ยุติเป็นที่สุดแล้ว ให้ผู้รับใบอนุญาต ที่ถูกเพิกถอนใบอนุญาตมีหน้าที่ต้องทําความสะอาดเรียบร้อยภายในโรงฆ่าสัตว์และโรงพักสัตว์ให้อยู่ในสภาพ ที่ไม่ก่อให้เกิดผลกระทบต่อสุขภาพและอนามัยของประชาชนหรือสิ่งแวดล้อมที่อยู่บริเวณใกล้เคียงให้แล้วเสร็จ ภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ได้รับคําสั่งเพิกถอนใบอนุญาต ในกรณีที่ผู้รับใบอนุญาตที่ถูกเพิกถอนใบอนุญาตมิได้ดําเนินการหรือดําเนินการไม่แล้วเสร็จ ภายในระยะเวลาที่นายทะเบียนกําหนดตามวรรคหนึ่ง ให้นายทะเบียนหรือผู้ซึ่งนายทะเบียนมอบหมาย เข้าดําเนินการแทน โดยผู้รับใบอนุญาตที่ถูกเพิกถอนใบอนุญาตจะต้องชดใช้ค่าใช้จ่ายที่ใช้ดําเนินการดังกล่าว ให้ผู้รับใบอนุญาตที่ถูกเพิกถอนใบอนุญาตส่งคืนใบอนุญาตแก่นายทะเบียนภายในสามสิบวัน นับแต่วันที่ได้รับคําสั่งเพิกถอนใบอนุญาต หมวด ๕ พนักงานเจ้าหน้าที่ หน้า ๒๑ เล่ม ๑๓๓ ตอนที่ ๘๕ ก ราชกิจจานุเบกษา ๒๖ กันยายน ๒๕๕๙ มาตรา ๕๐ ในการปฏิบัติหน้าที่ตามพระราชบัญญัตินี้ ให้พนักงานเจ้าหน้าที่มีอํานาจ ดังต่อไปนี้ (๑) เข้าไปในสถานที่ที่มีเหตุอันควรสงสัยว่ามีการฆ่าสัตว์เพื่อการจําหน่ายเน้ือสัตว์โดยไม่ได้รับ อนุญาตตามพระราชบัญญัตินี้ (๒) เข้าไปในโรงฆ่าสัตว์และโรงพักสัตว์ที่ได้รับใบอนุญาตในเวลาระหว่างพระอาทิตย์ขึ้นถึง พระอาทิตย์ตก หรือในเวลาทําการของสถานที่นั้น เพื่อตรวจสอบและควบคุมให้การปฏิบัติเป็นไปตาม พระราชบัญญัตินี้ (๓) เข้าไปในสถานท่ีชําแหละและตัดแต่งเนื้อสัตว์หรือจําหน่ายเนื้อสัตว์ในเวลาทําการของสถานที่นั้น เพื่อตรวจสอบและควบคุมให้การปฏิบัติเป็นไปตามพระราชบัญญัตินี้ (๔) สั่งให้หยุดยานพาหนะเพื่อตรวจสอบในกรณีที่มีเหตุอันควรสงสัยว่ามีการกระทําความผิด ตามพระราชบัญญัตินี้ (๕) เข้าไปในยานพาหนะที่ใช้ในการขนส่งสัตว์หรือเนื้อสัตว์เพื่อตรวจสอบมาตรฐานตามกฎกระทรวง ที่ออกตามมาตรา ๑๔ (๗) หรือเม่ือมีเหตุอันควรสงสัยว่ามีการกระทําความผิดตามพระราชบัญญัตินี้ (๖) ยึดหรืออายัดสัตว์ เนื้อสัตว์ เอกสาร หลักฐาน ยานพาหนะ หรือสิ่งของที่เก่ียวข้องกับ การกระทําความผิดตามพระราชบัญญัตินี้ เพื่อเป็นพยานหลักฐานในการดําเนินคดี (๗) มีหนังสือเรียกผู้รับใบอนุญาต ผู้ชําแหละและตัดแต่งเนื้อสัตว์ ผู้จําหน่ายเนื้อสัตว์ หรือผู้ซึ่ง เก่ียวข้องมาให้ถ้อยคําหรือชี้แจงหรือให้ส่งเอกสารหรือหลักฐานที่เก่ียวกับการกระทําความผิดตามพระราชบัญญัตินี้ เพื่อประโยชน์แก่การดําเนินคดี (๘) จับกุมบุคคลที่กระทําความผิดซึ่งหน้าตามพระราชบัญญัตินี้ การเข้าไปในสถานท่ีตาม (๑) เพื่อทําการค้นต้องมีหมายค้น เว้นแต่มีเหตุอันควรเชื่อว่าหากเนิ่นช้ากว่า จะเอาหมายค้นมาได้จะมีการยักย้าย ซุกซ่อน หรือทําลายหลักฐานที่เก่ียวข้องกับการกระทําความผิด ให้ทําการค้นได้โดยไม่ต้องมีหมายค้น แต่ต้องปฏิบัติตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาว่าด้วยการค้น ให้อธิบดีมีอํานาจวางระเบียบในการปฏิบัติการตาม (๑) (๒) (๓) (๔) (๕) และ (๖) ให้พนักงาน เจ้าหน้าที่ปฏิบัติ ให้อธิบดีมีอํานาจสั่งทําลายหรือปฏิบัติการอย่างหน่ึงอย่างใดตามที่เห็นสมควรต่อเนื้อสัตว์ ที่พนักงานเจ้าหน้าที่ยึดหรืออายัดตาม (๖) โดยให้บันทึกรายละเอียด จํานวน น้ําหนักไว้เพื่อเป็นหลักฐาน ในการดําเนินคดี และให้เจ้าของหรือผู้ครอบครองรับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการทําลาย มาตรา ๕๑ ในการปฏิบัติหน้าที่ของพนักงานเจ้าหน้าที่ตามมาตรา ๕๐ ให้ผู้รับใบอนุญาต ผู้ชําแหละและตัดแต่งเนื้อสัตว์ ผู้จําหน่ายเนื้อสัตว์ หรือผู้ซึ่งเก่ียวข้องอํานวยความสะดวกตามสมควร มาตรา ๕๒ ในการปฏิบัติหน้าที่ตามพระราชบัญญัตินี้ พนักงานเจ้าหน้าที่ต้องแสดง บัตรประจําตัวพนักงานเจ้าหน้าที่ หน้า ๒๒ เล่ม ๑๓๓ ตอนที่ ๘๕ ก ราชกิจจานุเบกษา ๒๖ กันยายน ๒๕๕๙ บัตรประจําตัวพนักงานเจ้าหน้าที่ให้เป็นไปตามแบบที่อธิบดีกําหนดโดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา มาตรา ๕๓ ในการปฏิบัติหน้าที่ตามพระราชบัญญัตินี้ ให้พนักงานเจ้าหน้าที่เป็นเจ้าพนักงาน ตามประมวลกฎหมายอาญา เพื่อประโยชน์ในการจับกุมผู้กระทําความผิดตามพระราชบัญญัตินี้ ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ เป็นพนักงานฝ่ายปกครองหรือตํารวจตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา หมวด ๖ บทกําหนดโทษ มาตรา ๕๔ ผู้ใดไม่ปฏิบัติตามคําสั่งของคณะกรรมการหรือคณะอนุกรรมการตามมาตรา ๑๓ หรือไม่ปฏิบัติตามคําสั่งของคณะกรรมการประจําจังหวัดตามมาตรา ๑๗ วรรคสาม ต้องระวางโทษจําคุก ไม่เกินหนึ่งเดือน หรือปรับไม่เกินหนึ่งหม่ืนบาท หรือทั้งจําทั้งปรับ มาตรา ๕๕ ผู้ใดฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามกฎกระทรวงที่ออกตามมาตรา ๑๔ (๗) ต้องระวางโทษ จําคุกไม่เกินหกเดือน หรือปรับไม่เกินห้าหม่ืนบาท หรือทั้งจําทั้งปรับ มาตรา ๕๖ ผู้ใดฝ่าฝืนมาตรา ๑๕ วรรคหน่ึง มาตรา ๓๗ หรือมาตรา ๓๙ วรรคหน่ึง ต้องระวางโทษจําคุกไม่เกินสามปี หรือปรับไม่เกินสองแสนบาท หรือทั้งจําทั้งปรับ มาตรา ๕๗ ผู้รับใบอนุญาตผู้ใดไม่ปฏิบัติตามมาตรา ๒๒ มาตรา ๒๕ วรรคหนึ่ง มาตรา ๒๖ วรรคหน่ึง มาตรา ๒๘ วรรคสาม หรือมาตรา ๔๙ วรรคสาม ต้องระวางโทษปรับไม่เกินห้าพันบาท มาตรา ๕๘ ผู้รับใบอนุญาตผู้ใดไม่ปฏิบัติตามกฎกระทรวงที่ออกตามมาตรา ๑๔ (๔) หรือไม่แจ้งเลิกประกอบกิจการตามมาตรา ๒๘ วรรคหนึ่ง ต้องระวางโทษจําคุกไม่เกินหนึ่งปี หรือปรับไม่เกิน หนึ่งแสนบาท หรือทั้งจําทั้งปรับ มาตรา ๕๙ ผู้รับใบอนุญาตหรือทายาทหรือผู้จัดการมรดกของผู้รับใบอนุญาตที่มีหน้าที่ ต้องทําความสะอาดเรียบร้อยภายในโรงฆ่าสัตว์และโรงพักสัตว์ตามมาตรา ๒๕ วรรคสี่ มาตรา ๒๘ วรรคหน่ึง มาตรา ๒๙ วรรคหน่ึง หรือมาตรา ๔๙ วรรคหน่ึง ผู้ใดไม่ปฏิบัติตามหน้าที่ดังกล่าวให้แล้วเสร็จภายใน ระยะเวลาที่พระราชบัญญัตินี้หรือที่นายทะเบียนกําหนด แล้วแต่กรณี ต้องระวางโทษจําคุกไม่เกินหกเดือน หรือปรับไม่เกินห้าหม่ืนบาท หรือทั้งจําทั้งปรับ มาตรา ๖๐ ผู้ใดไม่ปฏิบัติตามมาตรา ๓๑ วรรคหน่ึง มาตรา ๓๒ หรือมาตรา ๓๖ วรรคหนึ่ง ต้องระวางโทษปรับเรียงตามรายตัวของสัตว์ ดังต่อไปนี้ (๑) โคหรือกระบือ ตัวละไม่เกินห้าหม่ืนบาท (๒) แพะ แกะ สุกร หรือนกกระจอกเทศ ตัวละไม่เกินสองหม่ืนบาท หน้า ๒๓ เล่ม ๑๓๓ ตอนที่ ๘๕ ก ราชกิจจานุเบกษา ๒๖ กันยายน ๒๕๕๙ (๓) ไก่ เป็ด ห่าน ตัวละไม่เกินหนึ่งพันบาท (๔) สัตว์อื่น ตัวละไม่เกินสองหม่ืนบาท มาตรา ๖๑ ผู้ รับใบอนุญาตผู้ใดฆ่าสัตว์ เ กินจํานวนสัตว์ที่ผู้ประสงค์จะฆ่าได้แจ้งไว้ ตามมาตรา ๓๑ วรรคหน่ึง ต้องระวางโทษปรับตามอัตราที่กําหนดในมาตรา ๖๐ (๑) (๒) (๓) หรือ (๔) แล้วแต่กรณี เรียงตามรายตัวสัตว์ที่ฆ่าเกินจํานวน มาตรา ๖๒ ผู้ใดฝ่าฝืนมาตรา ๓๓ มาตรา ๓๕ วรรคหนึ่ง มาตรา ๓๘ หรือมาตรา ๔๐ วรรคหน่ึง หรือฝ่าฝืนคําสั่งของพนักงานตรวจโรคสัตว์ตามมาตรา ๓๔ วรรคหนึ่ง ต้องระวางโทษจําคุก ไม่เกินหนึ่งปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท หรือทั้งจําทั้งปรับ มาตรา ๖๓ ผู้ใดฆ่าสัตว์นอกโรงฆ่าสัตว์โดยฝ่าฝืนมาตรา ๓๙ ประกอบกับมาตรา ๓๑ และมาตรา ๓๔ ต้องระวางโทษจําคุกไม่เกินหนึ่งปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท หรือทั้งจําทั้งปรับ มาตรา ๖๔ ผู้ใดต่อสู้หรือขัดขวางการปฏิบัติหน้าที่ของพนักงานเจ้าหน้าที่หรือพนักงาน ตรวจโรคสัตว์ซึ่งปฏิบัติการตามพระราชบัญญัตินี้ ต้องระวางโทษจําคุกไม่เกินหนึ่งปี หรือปรับไม่เกิน หนึ่งแสนบาท หรือทั้งจําทั้งปรับ ผู้ใดไม่อํานวยความสะดวกตามสมควรแก่การปฏิบัติหน้าที่ของพนักงานเจ้าหน้าที่ หรือไม่ปฏิบัติ ตามคําสั่งของพนักงานเจ้าหน้าที่ซึ่งปฏิบัติการตามมาตรา ๕๐ ต้องระวางโทษจําคุกไม่เกินหกเดือน หรือปรับไม่เกินห้าหม่ืนบาท หรือทั้งจําทั้งปรับ มาตรา ๖๕ ความผิดตามพระราชบัญญัตินี้ที่มีโทษปรับสถานเดียวหรือโทษจําคุกไม่เกินหนึ่งปี ให้อธิบดีหรือผู้ซึ่งอธิบดีมอบหมายมีอาํนาจเปรียบเทียบได้ เม่ือผู้ต้องหาได้ชําระเงินค่าปรับตามจํานวนที่เปรียบเทียบภายในระยะเวลาที่กําหนดแล้ว ให้ถือว่า คดีเลิกกันตามบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา การเปรียบเทียบตามวรรคหน่ึง ให้เป็นไปตามระเบียบที่อธิบดีกําหนด บทเฉพาะกาล มาตรา ๖๖ ให้พนักงานตรวจโรคสัตว์ซึ่งได้รับแต่งตั้งตามพระราชบัญญัติควบคุมการฆ่าสัตว์ และจําหน่ายเนื้อสัตว์ พ.ศ. ๒๕๓๕ เป็นพนักงานตรวจโรคสัตว์ตามพระราชบัญญัตินี้ต่อไป จนกว่าจะได้มีคําสั่ง แต่งตั้งพนักงานตรวจโรคสัตว์ตามพระราชบัญญัตินี้ มาตรา ๖๗ ใบอนุญาตหรือการอนุญาตใด ๆ ที่ได้ให้ไว้ตามพระราชบัญญัติควบคุมการฆ่าสัตว์ และจําหน่ายเน้ือสัตว์ พ.ศ. ๒๕๓๕ และยังมีผลใช้บังคับอยู่ในวันก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ ให้ถือว่าเป็นใบอนุญาตหรือการอนุญาตที่ได้ออกให้ตามพระราชบัญญัตินี้ หน้า ๒๔ เล่ม ๑๓๓ ตอนที่ ๘๕ ก ราชกิจจานุเบกษา ๒๖ กันยายน ๒๕๕๙ ใบอนุญาตตามวรรคหนึ่งให้มีอายุห้าปีนับแต่วันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ มาตรา ๖๘ บรรดาคําขออนุญาตที่ได้ย่ืนไว้ตามพระราชบัญญัติควบคุมการฆ่าสัตว์และ จําหน่ายเนื้อสัตว์ พ.ศ. ๒๕๓๕ ก่อนหรือในวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ ให้ดําเนินการกับคําขออนุญาต ดังกล่าวตามพระราชบัญญัตินี้ มาตรา ๖๙ บรรดากฎกระทรวง ประกาศ ระเบียบ ข้อบังคับ และคําสั่ งที่ ออกตาม พระราชบัญญัติควบคุมการฆ่าสัตว์และจําหน่ายเนื้อสัตว์ พ.ศ. ๒๕๓๕ และใช้บังคับอยู่ในวันก่อนวันที่ พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ ให้ยังคงใช้บังคับได้ต่อไปเท่าที่ไม่ขัดหรือแย้งกับพระราชบัญญัตินี้ จนกว่าจะมี กฎกระทรวง ประกาศ ระเบียบ และคําสั่งที่ออกตามพระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ การดําเนินการออกกฎกระทรวง ประกาศ ระเบียบ และคําสั่งตามวรรคหน่ึง ให้ดําเนินการ ให้แล้วเสร็จภายในหน่ึงปีนับแต่วันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ หากไม่สามารถดําเนินการได้ ให้รัฐมนตรี รายงานเหตุผลที่ไม่อาจดําเนินการได้ต่อคณะรัฐมนตรีเพื่อทราบ ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี อัตราอากรและค่าธรรมเนียม (๑) อากรการฆ่าสัตว์ (ก) โค ตัวละ ๒๐ บาท (ข) กระบือ ตัวละ ๒๕ บาท (ค) สุกรหรือนกกระจอกเทศ ตัวละ ๑๕ บาท (ง) สุกรท่ีมีน้ําหนักตํ่ากว่า ๒๒.๕ กิโลกรัม ตัวละ ๑๐ บาท (จ) แพะหรือแกะ ตัวละ ๑๐ บาท (ฉ) ไก่ เป็ด หรือห่าน ตัวละ ๒๐ สตางค์ (ช) สัตว์อื่นตามท่ีกําหนดในกฎกระทรวง ตัวละ ๒๐ บาท (๒) ค่าธรรมเนียมการรับรองให้จําหน่ายเน้ือสัตว์ของสัตว์ท่ีตายโดยมิได้ถูกฆ่าหรือฆ่านอกโรงฆ่าสัตว์ (ก) โค ตัวละ ๒๐ บาท (ข) กระบือ ตัวละ ๒๕ บาท (ค) สุกรหรือนกกระจอกเทศ ตัวละ ๑๕ บาท (ง) สุกรท่ีมีน้ําหนักตํ่ากว่า ๒๒.๕ กิโลกรัม ตัวละ ๑๐ บาท (จ) แพะหรือแกะ ตัวละ ๑๐ บาท (ฉ) ไก่ เป็ด หรือห่าน ตัวละ ๒๐ สตางค์ (ช) สัตว์อื่นตามท่ีกําหนดในกฎกระทรวง ตัวละ ๒๐ บาท (๓) ค่าธรรมเนียมใบอนุญาต (ก) ใบอนุญาต ฉบับละ ๕๐๐ บาท (ข) การต่ออายุใบอนุญาต คร้ังละเท่ากับค่าธรรมเนียม ใบอนุญาต (ค) การโอนใบอนุญาต คร้ังละกึ่งหนึ่งของค่าธรรมเนียม ใบอนุญาต (ง) ใบแทนใบอนุญาต ฉบับละ ๑๐๐ บาท หน้า ๒๕ เล่ม ๑๓๓ ตอนที่ ๘๕ ก ราชกิจจานุเบกษา ๒๖ กันยายน ๒๕๕๙ หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับน้ี คือ โดยท่ีกฎหมายว่าด้วยการควบคุมการฆ่าสัตว์ และจําหน่ายเน้ือสัตว์ซึ่งใช้บังคับมาต้ังแต่ พ.ศ. ๒๕๓๕ มีสาระสําคัญและรายละเอียดบางประการไม่เหมาะสม กับสภาพการณ์ในปัจจุบัน โดยเฉพาะหลักเกณฑ์ในการพิจารณาอนุญาตให้ประกอบกิจการฆ่าสัตว์ที่ยังขาดเอกภาพ ระบบการควบคุมและตรวจสอบสุขอนามัยในกระบวนการฆ่าสัตว์ยังไม่ได้มาตรฐานและไม่ครอบคลุมถึงกระบวนการ ขนส่งเน้ือสัตว์ ดังน้ัน เพ่ือกําหนดหลักเกณฑ์การอนุญาตให้มีเอกภาพโดยให้หน่วยงานที่เก่ียวข้องมีส่วนร่วม ในการพิจารณาอนุญาตต้ังแต่ต้น และสร้างระบบการควบคุมตรวจสอบคุณภาพในกระบวนการฆ่าสัตว์และการขนส่งเน้ือสัตว์ รวมถึงการชําแหละและตัดแต่งเน้ือสัตว์เพ่ือการจําหน่ายให้ได้มาตรฐานย่ิงขึ้น และเพ่ือสร้างความปลอดภัยด้านอาหาร อันเป็นการคุ้มครองผู้บริโภคให้ได้บริโภคเน้ือสัตว์ที่ถูกสุขอนามัย จึงจําเป็นต้องตราพระราชบัญญัติน้ี

Animal Slaughter Control Act for Meat Sales, B.E. 2559 (2016) · Nelum