Animal Husbandry Profession Act, B.E. 2565 (2022)
صدر في 2022-08-19 · النص بتاريخ 2026-10-01
القانون العام والإرشادات الرسمية منشورة بوصفها أبحاثاً. ليست مشورة قانونية أو ضريبية أو مالية.
البحث نفسه مكتوب بالإنجليزية. العناوين والوسوم مترجمة؛ أما النتائج والاقتباسات فغير مترجمة.
عن هذا القانون
- اللغة
- Thai
- النوع
- قانون
- المنظمة
- Mekong River Commission (MRC)
- الدولة
- تايلاند
- الموضوعات
- Livestock, Wild species and ecosystems
- الكلمات المفتاحية
- animal production, authorization/permit, registration, institution, education, animal reproduction, inspection, offences/penalties, governance
أين تقرؤه
النص
نص القانون نفسه، مادةً مادة، كما هو محفوظ. لكل مادة رابطها.
พระราชบัญญัติ วิชาชีพการสัตวบาล พ.ศ. ๒๕๖๕ พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ให้ไว ้ ณ วนัที่ ๑๘ สงิหาคม พ.ศ. ๒๕๖๕ เป็นปทีี่ ๗ ในรัชกาลปัจจบุัน พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศว่า โดยที่เป็นการสมควรมีกฎหมายว่าด้วยวิชาชีพการสัตวบาล พระราชบัญญัตินี้มีบทบัญญัติบางประการเกี่ยวกับการจ ากัดสิทธิและเสรีภาพของบุคคล ซึ่งมาตรา ๒๖ ประกอบกับมาตรา ๓๓ มาตรา ๓๗ และมาตรา ๔๐ ของรัฐธรรมนูญ แห่งราชอาณาจักรไทย บัญญัติให้กระท าได้โดยอาศัยอ านาจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมาย เหตุผลและความจ าเป็นในการจ ากัดสิทธิและเสรีภาพของบุคคลตามพระราชบัญญัตินี้ เพ่ือควบคุมการประกอบวิชาชีพการสัตวบาลให้มีมาตรฐานเดียวกันและป้องกันมิให้มีการแสวงหาประโยชน์ โดยมิชอบจากผู้ซึ่งไม่ได้ประกอบวิชาชีพ อันจะท าให้เกิดความเสียหายต่อการเลี้ยงและการดูแลสัตว์เลี้ยง เพ่ือการค้า รวมทั้งส่งผลกระทบต่อระบบเศรษฐกิจของประเทศและสุขภาพของประชาชน ซึ่งการตรา พระราชบัญญัตินี้สอดคล้องกับเงื่อนไขที่บัญญัติไว้ในมาตรา ๒๖ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยแล้ว ้หนา ๑ ่เลม ๑๓๙ ตอนที่ ๕๑ ก ราชกิจจานุเบกษา ๑๙ สิงหาคม ๒๕๖๕ จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตราพระราชบัญญัติขึ้นไว้โดยค าแนะน าและยินยอมของรัฐสภา ดังต่อไปนี้ มาตรา ๑ พระราชบัญญัตินี้เรียกว่า “พระราชบัญญัติวิชาชีพการสัตวบาล พ.ศ. ๒๕๖๕” มาตรา ๒ พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับเมื่อพ้นก าหนดเก้าสิบวันนับแต่วันประกาศใน ราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป มาตรา ๓ ในพระราชบัญญัตินี้ “วิชาชีพการสัตวบาล” หมายความว่า วิชาชีพเกี่ยวกับการผลิตสัตว์เลี้ยง การปรับปรุงและ บ ารุงพันธุ์สัตว์เลี้ยง การจัดการอาหารสัตว์เลี้ยง การจัดการสุขาภิบาลต่อสัตว์เลี้ยง ตลอดจนการจัด การผลิตผลและผลิตภัณฑ์จากสัตว์เลี้ยง เพ่ือท าให้สัตว์เลี้ยงมีสุขภาพแข็งแรง สมบูรณ์ และให้ผลิตผลและ ผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพและมีความปลอดภัย แต่ไม่รวมถงึการประกอบวิชาชีพการสัตวแพทย์ตามกฎหมาย ว่าด้วยวิชาชีพการสัตวแพทย์ “สัตว์เลี้ยง” หมายความว่า สัตว์ที่เลี้ยงเพ่ือการบริโภค การใช้งาน การใช้ผลิตผล หรือ ความพึงพอใจของมนุษย์ และให้หมายความรวมถึงสัตว์ป่าที่ครอบครองได้ตามกฎหมายว่าด้วยการสงวน และคุ้มครองสัตว์ป่า ทั้งนี้ เพ่ือประโยชน์ทางการค้า หรือเศรษฐกิจ แต่ไม่รวมถึงสัตว์ที่เป็นสัตว์น้ า ตามกฎหมายว่าด้วยการประมง และสัตว์เลี้ยงของผู้เลี้ยงหรือเกษตรกรรายย่อย “ผู้ประกอบวิชาชีพการสัตวบาล” หมายความว่า บุคคลซึ่งได้ขึ้นทะเบียนและรับใบอนุญาต เป็นผู้ประกอบวิชาชีพการสัตวบาลจากสภาการสัตวบาล “ใบอนุญาต” หมายความว่า ใบอนุญาตเป็นผู้ประกอบวิชาชีพการสัตวบาลจากสภาการสัตวบาล “ข้อบังคับ” หมายความว่า ข้อบังคับสภาการสัตวบาล “สมาชิก” หมายความว่า สมาชิกสภาการสัตวบาล “กรรมการ” หมายความว่า กรรมการสภาการสัตวบาล “คณะกรรมการ” หมายความว่า คณะกรรมการสภาการสัตวบาล “เลขาธิการ” หมายความว่า เลขาธิการสภาการสัตวบาล “รองเลขาธิการ” หมายความว่า รองเลขาธิการสภาการสัตวบาล “พนักงานเจ้าหน้าที่” หมายความว่า บุคคลซึ่งรัฐมนตรีแต่งตั้งให้ปฏิบัติการตามพระราชบัญญัตินี้ “รัฐมนตรี” หมายความว่า รัฐมนตรีผู้รักษาการตามพระราชบัญญัตินี้ ้หนา ๒ ่เลม ๑๓๙ ตอนที่ ๕๑ ก ราชกิจจานุเบกษา ๑๙ สิงหาคม ๒๕๖๕ มาตรา ๔ ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์รักษาการตามพระราชบัญญัตินี้ และให้มีอ านาจแต่งตั้งพนักงานเจ้าหน้าที่กับออกกฎกระทรวงก าหนดค่าธรรมเนียมไม่เกินอัตรา ท้ายพระราชบัญญัตินี้ ลดหรือยกเว้นค่าธรรมเนียม รวมทั้งออกกฎกระทรวง ระเบียบและประกาศ เพื่อปฏิบัติการตามพระราชบัญญัตินี้ กฎกระทรวง ระเบียบ และประกาศนั้น เมื่อได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้วให้ใช้บังคับได้ หมวด ๑ สภาการสตัวบาล มาตรา ๕ ให้มีสภาการสัตวบาลเป็นนิติบุคคล ซึ่งมีวัตถุประสงค์ และหน้าที่และอ านาจ ตามที่บัญญัติไว้ในพระราชบัญญัตินี้ มาตรา ๖ สภาการสัตวบาลมีวัตถุประสงค์ ดังต่อไปนี้ (๑) ควบคุมและก าหนดมาตรฐานการประกอบวิชาชีพการสัตวบาล (๒) ควบคุมความประพฤติและการด าเนินการของผู้ประกอบวิชาชีพการสัตวบาลให้ถูกต้อง ตามจรรยาบรรณแห่งวิชาชีพการสัตวบาล (๓) ส่งเสริมการศึกษา การวิจัย และการประกอบวิชาชีพการสัตวบาล (๔) ส่งเสริมความสามัคคีและผดุงเกียรติของสมาชิก (๕) ช่วยเหลือ แนะน า เผยแพร่ และให้บริการทางด้านวิชาการแก่สมาชิก รวมทั้งเกษตรกร ประชาชน และองค์กรอื่นในเรื่องเกี่ยวกับวิชาชีพการสัตวบาล (๖) ให้ค าปรึกษาหรือข้อเสนอแนะต่อรัฐบาลเกี่ยวกับวิชาชีพการสัตวบาล (๗) เป็นตัวแทนผู้ประกอบวิชาชีพการสัตวบาลของประเทศไทย (๘) ผดุงความเป็นธรรม และส่งเสริมสวัสดิการให้แก่สมาชิก (๙) ด าเนินการอื่นตามที่ก าหนดในกฎกระทรวง มาตรา ๗ สภาการสัตวบาลมีหน้าที่และอ านาจ ดังต่อไปนี้ (๑) รับขึ้นทะเบียนและออกใบอนุญาตให้แก่ผู้ขอเป็นผู้ประกอบวิชาชีพการสัตวบาล (๒) ออกค าสั่งตามมาตรา ๔๘ วรรคสอง ้หนา ๓ ่เลม ๑๓๙ ตอนที่ ๕๑ ก ราชกิจจานุเบกษา ๑๙ สิงหาคม ๒๕๖๕ (๓) รับรองปริญญา อนุปริญญา ประกาศนียบัตร อนุมัติบัตร วุฒิบัตร หรือหนังสือแสดงวฒุอิืน่ ในวิชาชีพการสัตวบาลของสถาบันต่าง ๆ ที่ผ่านการอนุมัติหลักสูตรจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพ่ือประโยชน์ ในการสมัครเป็นสมาชิก (๔) รับรองสมาคมที่เกี่ยวข้องกับการปศุสัตว์ และสัตว์เลี้ยงเพ่ือประโยชน์ในการเลือก กรรมการตามมาตรา ๑๕ วรรคหนึ่ง (๕) (๕) ออกหนังสืออนุมัติบัตรหรือให้วุฒิบัตรแสดงความรู้ความช านาญในการประกอบวิชาชีพ การสัตวบาลสาขาต่าง ๆ และออกหนังสือแสดงวุฒิอื่นในวิชาชีพการสัตวบาล (๖) จัดท าแผนการด าเนินการและรายงานผลการด าเนินการเสนอต่อสภานายกพิเศษ อย่างน้อยปีละครั้ง (๗) ด าเนินการให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ของสภาการสัตวบาล มาตรา ๘ สภาการสัตวบาลอาจมีรายได้ ดังต่อไปนี้ (๑) เงินอุดหนุนจากงบประมาณแผ่นดิน (๒) ค่าขึ้นทะเบียนสมาชิก ค่าบ ารุง รายได้อื่น และค่าธรรมเนียมตามพระราชบัญญัตินี้ (๓) ผลประโยชน์จากการจัดการทรพัย์สินและกิจกรรมตามวัตถุประสงค์ที่ก าหนดในมาตรา ๖ (๔) เงินและทรัพย์สินที่มีผู้ให้แก่สภาการสัตวบาล (๕) ดอกผลของเงินและทรัพย์สินตาม (๑) (๒) (๓) และ (๔) มาตรา ๙ ให้รัฐมนตรีด ารงต าแหน่งสภานายกพิเศษแห่งสภาการสัตวบาลและมหีน้าที่และ อ านาจตามที่บัญญัติไว้ในพระราชบัญญัตินี้ มาตรา ๑๐ ให้มีส านักงานสภาการสัตวบาลมีหน้าที่ปฏิบัติงานวิชาการและธุรการให้แก่ คณะกรรมการและสภาการสัตวบาล ทั้งนี้ ตามที่คณะกรรมการก าหนด มาตรา ๑๑ การประชุมใหญ่สภาการสัตวบาลให้เป็นไปตามที่ก าหนดไว้ในข้อบังคับ ในการนี้ สมาชิกมีสิทธิซักถามหรือแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับกิจการของสภาการสัตวบาล และออกเสียง ลงคะแนนในการประชุมใหญ่สภาการสัตวบาล หมวด ๒ สมาชิก ้หนา ๔ ่เลม ๑๓๙ ตอนที่ ๕๑ ก ราชกิจจานุเบกษา ๑๙ สิงหาคม ๒๕๖๕ มาตรา ๑๒ ผู้สมัครเป็นสมาชิกต้องมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้าม ดังต่อไปนี้ (๑) มีอายุไม่ต่ ากว่าสิบแปดปีบริบูรณ์ (๒) มีความรู้ในวิชาชีพการสัตวบาลโดยได้รับปริญญา อนุปริญญา ประกาศนียบัตร อนุมัติบัตร วุฒิบัตร หรือหนังสือแสดงวุฒิอื่นในวิชาชีพการสัตวบาล หรือสาขาอื่นตามมาตรา ๓๔ ที่สภาการสัตวบาล รับรอง (๓) ไม่เป็นผู้วิกลจริตหรือจิตฟั่นเฟือนไม่สมประกอบ (๔) ไม่เป็นโรคตามที่ก าหนดไว้ในข้อบังคับ การสมัครเป็นสมาชิกให้เป็นไปตามที่ก าหนดไว้ในข้อบังคับ มาตรา ๑๓ สิทธิและหน้าที่ของสมาชิกมีดังต่อไปนี้ (๑) เลือกตั้งหรือรับเลือกตั้งเป็นกรรมการหรือด ารงต าแหน่งอื่นอันเกี่ยวกับกิจการของ สภาการสัตวบาลตามพระราชบัญญัตินี้ (๒) ช าระค่าขึ้นทะเบียนสมาชิก ค่าบ ารุง และค่าใช้จ่ายตามที่ก าหนดไว้ในข้อบังคับ (๓) ผดุงไว้ซึ่งเกียรติศักดิ์แห่งวิชาชีพและปฏิบัติตนตามพระราชบัญญัตินี้ มาตรา ๑๔ สมาชิกภาพของสมาชิกสิ้นสุดลงเมื่อ (๑) ตาย (๒) ลาออก (๓) ขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา ๑๒ วรรคหนึ่ง (๔) คณะกรรมการมีมติให้พ้นจากสมาชิกภาพเพราะเป็นผู้กระท าการอันเป็นการเสื่อมเสีย แก่เกียรติศักดิ์แห่งวิชาชีพ (๕) ไม่ช าระค่าขึ้นทะเบียนสมาชิก ค่าบ ารุง หรือค่าใช้จ่าย โดยไม่มีเหตุอันสมควร ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่ก าหนดไว้ในข้อบังคับ หมวด ๓ คณะกรรมการสภาการสตัวบาล มาตรา ๑๕ ให้มีคณะกรรมการสภาการสัตวบาล ประกอบด้วย ้หนา ๕ ่เลม ๑๓๙ ตอนที่ ๕๑ ก ราชกิจจานุเบกษา ๑๙ สิงหาคม ๒๕๖๕ (๑) กรรมการโดยต าแหน่ง ได้แก่ อธิบดีกรมปศุสัตว์ และนายกสมาคมสัตวบาลแห่งประเทศไทย ในพระราชูปถัมภ์ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี (๒) กรรมการซึ่งเป็นผู้แทนกระทรวงการอุดมศกึษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ผู้แทน กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ผู้แทนกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ผู้แทนกระทรวงศึกษาธกิาร และผู้แทนกระทรวงสาธารณสุข (๓) กรรมการซึ่งเป็นคณบดี หรือหัวหน้าหน่วยงานที่เรียกชื่ออย่างอื่นที่มีฐานะเทียบเท่าคณะ หรือหัวหน้าภาควิชา หรือหัวหน้าหน่วยงานที่เรียกชื่ออย่างอื่นที่มีฐานะเทียบเท่าภาควิชา ที่ผลิตบัณฑิต ด้านการสัตวบาลในสถาบันอุดมศึกษาของรัฐและสถาบันอุดมศึกษาของเอกชนที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมาย ว่าด้วยสถาบันอุดมศึกษาเอกชน แห่งละหนึ่งคน เลือกกันเองให้เหลือจ านวนสี่คน (๔) กรรมการซึ่งเป็นผู้บริหารสถาบันการอาชีวศึกษาเกษตร หรือวิทยาลัยเกษตรและ เทคโนโลยี หรือผู้ดูแลหลักสูตร หรือหัวหน้าแผนกหรือหัวหน้างานที่เรียกชื่ออย่างอื่นที่มีฐานะเทียบเท่า แผนกวิชาที่ผลิตผู้ส าเร็จการศึกษาในระดับปริญญา สังกัดสถาบันการอาชีวศึกษาเกษตร และที่ผลิต ผู้ส าเร็จการศึกษาในระดับประกาศนียบตัรวชิาชพีชั้นสูง และระดับประกาศนียบตัรวิชาชีพ จากวิทยาลัย เกษตรและเทคโนโลยี สังกัดส านักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา แห่งละหนึ่งคน เลือกกันเอง ให้เหลือจ านวนสองคน (๕) กรรมการซึ่งเป็นนายกสมาคมที่เกี่ยวข้องกับการปศุสัตว์ที่สภาการสัตวบาลรับรอง เลือกกันเองให้เหลือจ านวนสองคน (๖) กรรมการซึ่งได้รบัเลือกตั้งจากสมาชิกดว้ยกันเอง มีจ านวนเท่ากบัจ านวนกรรมการใน (๑) (๒) (๓) (๔) และ (๕) รวมกัน กรรมการตามวรรคหนึ่ง (๖) ต้องเป็นผู้ประกอบวิชาชีพการสัตวบาลประเภท ข. ตามมาตรา ๓๒ ไม่เกินหนึ่งในสามของจ านวนกรรมการดังกล่าว ให้เลขาธิการเป็นเลขานุการ และให้เลขาธิการแต่งตั้งผู้ช่วยเลขานุการได้ตามความจ าเป็น มาตรา ๑๖ ให้คณะกรรมการประชุมภายในสามสิบวันนับจากวั นเลือกกรรมการ ตามมาตรา ๑๕ วรรคหนึ่ง (๓) (๔) และ (๕) และวันเลือกตั้งกรรมการตามมาตรา ๑๕ วรรคหนึ่ง (๖) แล้วเสร็จ เพ่ือเลือกกรรมการให้ด ารงต าแหน่งนายกสภาการสัตวบาล อุปนายกสภาการสัตวบาลคนที่หนึ่ง และอุปนายกสภาการสัตวบาลคนที่สอง ต าแหน่งละหนึ่งคน ้หนา ๖ ่เลม ๑๓๙ ตอนที่ ๕๑ ก ราชกิจจานุเบกษา ๑๙ สิงหาคม ๒๕๖๕ ให้นายกสภาการสัตวบาลเลือกกรรมการเพ่ือด ารงต าแหน่งเลขาธิการ รองเลขาธิการ ประชาสัมพันธ์ และเหรัญญิก ต าแหน่งละหนึ่งคน และอาจเลือกกรรมการเพ่ือด ารงต าแหน่งอื่นได้ ตามความจ าเป็น และมีอ านาจถอดถอนผู้ด ารงต าแหน่งดังกล่าวออกจากต าแหน่งได้ ทั้งนี้ โดยความเห็นชอบของคณะกรรมการ ให้นายกสภาการสัตวบาล อุปนายกสภาการสัตวบาลคนที่หนึ่ง และอุปนายกสภาการสัตวบาล คนที่สอง ด ารงต าแหน่งตามวาระของกรรมการตามมาตรา ๑๕ วรรคหนึ่ง (๓) (๔) (๕) และ (๖) ตามที่ก าหนดไว้ในมาตรา ๑๙ วรรคหนึ่ง ให้นายกสภาการสัตวบาลเป็นผู้แทนสภาการสัตวบาลในกิจการที่เกี่ยวกับบุคคลภายนอก เมื่อผู้ด ารงต าแหน่งนายกสภาการสัตวบาลพ้นจากต าแหน่ง ให้เลขาธิการ รองเลขาธิการ ประชาสัมพันธ์ เหรัญญิก และผู้ด ารงต าแหน่งอื่นตามวรรคสอง พ้นจากต าแหน่งด้วย มาตรา ๑๗ การเลือกกรรมการตามมาตรา ๑๕ วรรคหนึ่ง (๓) (๔) และ (๕) และ มาตรา ๒๒ การเลือกตั้งกรรมการตามมาตรา ๑๕ วรรคหนึ่ง (๖) และมาตรา ๒๓ การเลือก กรรมการเพื่อด ารงต าแหน่งต่าง ๆ ตามมาตรา ๑๖ และการแต่งตั้งและถอดถอนที่ปรึกษาผู้ทรงคุณวุฒิ ตามมาตรา ๒๔ (๕) ให้เป็นไปตามที่ก าหนดไว้ในข้อบังคับ มาตรา ๑๘ กรรมการตามมาตรา ๑๕ วรรคหนึ่ง (๕) และ (๖) ต้องเป็นผู้ประกอบ วิชาชีพการสัตวบาล และไม่มีลักษณะต้องห้าม ดังต่อไปนี้ (๑) เคยถูกสั่งพักใช้ใบอนุญาตหรือเพิกถอนใบอนุญาตตามพระราชบัญญัตินี้ (๒) เป็นบุคคลล้มละลาย มาตรา ๑๙ กรรมการตามมาตรา ๑๕ วรรคหนึ่ง (๓) (๔) (๕) และ (๖) มีวาระการด ารง ต าแหน่งคราวละสามปีนับแต่วันได้รับเลือกหรือได้รับเลือกตั้ง และอาจได้รับเลือกหรือได้รับเลือกตั้งใหม่ได้ แล้วแต่กรณี แต่จะด ารงต าแหน่งเกินสองวาระติดต่อกันไม่ได้ ให้กรรมการที่พ้นจากต าแหน่งตามวาระปฏิบัติหน้าที่ไปพลางก่อนจนกว่ากรรมการที่ได้รับเลือก หรือได้รับเลือกตั้งใหม่จะเข้ารับหน้าที่ ทั้งนี้ คณะกรรมการต้องจัดให้มีการเลือกหรือเลือกตั้งกรรมการ ตามมาตรา ๑๕ วรรคหนึ่ง (๓) (๔) (๕) หรือ (๖) แล้วแต่กรณี ภายในเก้าสิบวันนับแตว่ันที่กรรมการ พ้นจากต าแหน่งตามวรรคหนึ่ง มาตรา ๒๐ นอกจากการพ้นจากต าแหน่งตามวาระ กรรมการตามมาตรา ๑๕ วรรคหนึ่ง (๖) พ้นจากต าแหน่งกรรมการเมื่อ ้หนา ๗ ่เลม ๑๓๙ ตอนที่ ๕๑ ก ราชกิจจานุเบกษา ๑๙ สิงหาคม ๒๕๖๕ (๑) ตาย (๒) ลาออก (๓) สมาชิกภาพสิ้นสุดลงตามมาตรา ๑๔ (๔) ขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา ๑๘ มาตรา ๒๑ นอกจากการพ้นจากต าแหน่งตามวาระ กรรมการตามมาตรา ๑๕ วรรคหนึ่ง (๓) (๔) และ (๕) พ้นจากต าแหน่งเมื่อเป็นกรณีตามมาตรา ๒๐ หรือพ้นจากต าแหน่งคณบดีหรือ หัวหน้าหน่วยงานที่เรยีกชื่ออย่างอื่นท่ีมีฐานะเทียบเท่าคณะ หรือหัวหน้าภาควิชา หรือหัวหน้าหน่วยงาน ที่เรียกชื่ออย่างอื่นที่มีฐานะเทียบเท่าภาควิชา ที่ผลิตบัณฑิตด้านการสัตวบาลในสถาบันอุดมศึกษา ตามมาตรา ๑๕ วรรคหนึ่ง (๓) หรือพ้นจากต าแหน่งผู้บริหารสถาบันการอาชีวศึกษาเกษตร หรือ วิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยี หรือผู้ดูแลหลักสูตร หรือหัวหน้าแผนกหรือหัวหน้างานที่เรียกชื่ อ อย่างอื่นที่มีฐานะเทียบเท่าแผนกวิชาที่ผลิตผู้ส าเร็จการศึกษาในระดับปริญญา สังกัดสถาบันการอาชีวศึกษา เกษตร และที่ผลิตผู้ส าเร็จการศึกษาในระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง และระดับประกาศนียบัตร วิชาชีพ จากวิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยี สังกัดส านักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา ตามมาตรา ๑๕ วรรคหนึ่ง (๔) หรือพ้นจากต าแหน่งนายกสมาคมที่เกี่ยวข้องกับการปศุสัตว์ตามมาตรา ๑๕ วรรคหนึ่ง (๕) แล้วแต่กรณี มาตรา ๒๒ เมื่อต าแหน่งกรรมการตามมาตรา ๑๕ วรรคหนึ่ง (๓) (๔) และ (๕) ว่างลง ก่อนครบวาระ ให้คณะกรรมการด าเนินการเพื่อให้ได้มาซึ่งกรรมการแทนต าแหน่งที่ว่างภายในสามสิบวนั นับแต่วันที่ต าแหน่งกรรมการนั้นว่างลง ในกรณีที่วาระของกรรมการตามวรรคหนึ่งเหลืออยู่ไม่ถึงเก้าสิบวัน คณะกรรมการจะให้มี การเลือกกรรมการแทนหรือไม่ก็ได้ ให้ผู้ซึ่งเป็นกรรมการแทนนั้นอยู่ในต าแหน่งได้เพียงเท่าวาระที่เหลืออยู่ของกรรมการซึ่งตนแทน มาตรา ๒๓ เมื่อต าแหน่งกรรมการตามมาตรา ๑๕ วรรคหนึ่ง (๖) ว่างลงไม่เกินกึ่งหนึ่ง ของจ านวนกรรมการดังกล่าวทั้งหมดก่อนครบวาระ ให้คณะกรรมการจัดการเลือกตั้งจากสมาชิกซึ่งมี คุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา ๑๘ เป็นกรรมการแทนภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ ต าแหน่งกรรมการนั้นว่างลง ้หนา ๘ ่เลม ๑๓๙ ตอนที่ ๕๑ ก ราชกิจจานุเบกษา ๑๙ สิงหาคม ๒๕๖๕ กรณีต าแหน่งกรรมการตามวรรคหนึ่งว่างลงรวมกันเกินกึ่งหนึ่งของจ านวนกรรมการซึ่งได้รับ เลือกตั้ง ให้คณะกรรมการจัดให้มีการเลือกตั้งกรรมการขึ้นแทนภายในเก้าสิบวันนับแต่วันที่กรรมการ ดังกล่าวได้ว่างลงเกินกึ่งหนึ่ง ถ้าวาระของกรรมการตามวรรคหนึ่งเหลืออยู่ไม่ถึงเก้าสิบวัน คณะกรรมการจะจัดให้มี การเลือกตั้งกรรมการแทนหรือไม่ก็ได้ ให้ผู้ซึ่งเป็นกรรมการแทนนั้นอยู่ในต าแหน่งได้เพียงเท่าวาระที่เหลืออยู่ของกรรมการซึ่งตนแทน มาตรา ๒๔ ให้คณะกรรมการมีหน้าที่และอ านาจ ดังต่อไปนี้ (๑) บริหารกิจการสภาการสัตวบาลตามวัตถุประสงค์ และหน้าที่และอ านาจของสภาการสัตวบาล ตามที่ก าหนดไว้ในมาตรา ๖ และมาตรา ๗ (๒) แต่งตั้งคณะอนุกรรมการจรรยาบรรณ คณะอนุกรรมการสอบสวน และคณะอนุกรรมการอื่น เพ่ือท ากิจการหรือพิจารณาเรื่องต่าง ๆ อันอยู่ในขอบเขตแห่งวัตถุประสงค์และหน้าที่และอ านาจของ สภาการสัตวบาล (๓) ออกระเบียบและประกาศตามที่ก าหนดไว้ในพระราชบัญญัตินี้ (๔) ออกข้อบังคับเพ่ือด าเนินการให้เป็นไปตามพระราชบัญญัตินี้ และเพ่ือให้เป็นไป ตามวัตถุประสงค์ของสภาการสัตวบาล (๕) แต่งตั้งและถอดถอนที่ปรึกษาผู้ทรงคุณวุฒิ (๖) ปฏิบัติหน้าที่ตามที่กฎหมายบัญญัติให้เป็นหน้าที่และอ านาจของคณะกรรมการ ภายใต้บังคับมาตรา ๒๘ ข้อบังคับตามวรรคหนึ่ง (๔) เมื่อประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้ว ให้ใช้บังคับได้ มาตรา ๒๕ การปฏิบัติหน้าที่ และหน้าที่และอ านาจของนายกสภาการสัตวบาล อุปนายก สภาการสัตวบาล เลขาธิการ รองเลขาธิการ ประชาสัมพันธ์ เหรัญญิก ผู้ด ารงต าแหน่งอื่น และ ที่ปรึกษาผู้ทรงคุณวุฒิ ให้เป็นไปตามที่ก าหนดไว้ในข้อบังคับ หมวด ๔ การด าเนนิการของคณะกรรมการ มาตรา ๒๖ การประชุมคณะกรรมการต้องมีกรรมการมาประชุมไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของ จ านวนกรรมการทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ จึงจะเป็นองค์ประชุม ้หนา ๙ ่เลม ๑๓๙ ตอนที่ ๕๑ ก ราชกิจจานุเบกษา ๑๙ สิงหาคม ๒๕๖๕ ในการประชุมคณะกรรมการ ให้นายกสภาการสัตวบาลเป็นประธานในที่ประชุม ในกรณี ที่นายกสภาการสัตวบาลไม่มาประชุมหรือไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ได้ ให้อุปนายกสภาการสัตวบาลคนที่หนึ่ง หรือคนที่สองตามล าดับเป็นประธานในที่ประชุม ถ้านายกสภาการสัตวบาลและอุปนายกสภาการสตัวบาล ไม่มาประชุมหรือไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ได้ ให้กรรมการซึ่งมาประชุมเลือกกรรมการคนหนึ่ง เป็นประธาน ในที่ประชุม มติของที่ประชุมให้ถือเสียงข้างมาก กรรมการคนหนึ่งให้มีเสียงหนึ่งในการลงคะแนน ถ้าคะแนนเสียงเท่ากัน ให้ประธานในที่ประชุมออกเสียงเพิ่มขึ้นอีกเสียงหนึ่งเป็นเสียงชี้ขาด มติของที่ประชุมในกรณีให้สมาชิกพ้นจากสมาชิกภาพตามมาตรา ๑๔ (๔) หรือให้พักใช้ ใบอนุญาตหรือเพิกถอนใบอนญุาต ให้ถือคะแนนเสียงไม่น้อยกวา่สองในสามของจ านวนกรรมการทั้งหมด เท่าที่มีอยู ่ การประชุมคณะอนุกรรมการจรรยาบรรณ คณะอนุกรรมการสอบสวน และคณะอนุกรรมการอื่น ตามมาตรา ๒๔ วรรคหนึ่ง (๒) และการประชุมคณะที่ปรึกษาผู้ทรงคุณวุฒิ ให้เป็นไปตามที่ก าหนด ไว้ในข้อบังคับ มาตรา ๒๗ สภานายกพิเศษจะเข้าฟังการประชุมและชี้แจงแสดงความเห็นในที่ประชุม คณะกรรมการหรือจะส่งความเห็นเป็นหนังสือไปยังสภาการสัตวบาลในเรื่องใด ๆ ก็ได้ มาตรา ๒๘ มติของที่ประชุมคณะกรรมการในเรื่องดังต่อไปนี้ ต้องได้รับความเห็นชอบจาก สภานายกพิเศษก่อน จึงจะด าเนินการตามมตินั้นได้ (๑) การออกข้อบังคับ (๒) การก าหนดงบประมาณของสภาการสัตวบาล (๓) การให้สมาชิกพ้นจากสมาชิกภาพตามมาตรา ๑๔ (๔) (๔) การวินิจฉัยชี้ขาดให้พักใช้ใบอนุญาตหรือเพิกถอนใบอนุญาต ให้นายกสภาการสัตวบาลเสนอมติตามวรรคหนึ่งต่อสภานายกพิเศษโดยไม่ชักช้า สภานายกพิเศษ อาจมีค าสั่งยับยั้งมตินั้นได้ ในกรณีที่มิได้ยับยั้งมติตามวรรคหนึ่งภายในสิบห้าวันนับแต่วันที่ได้รับมติ ที่นายกสภาการสัตวบาลเสนอ ให้ถือว่าสภานายกพิเศษให้ความเห็นชอบมตินั้น ้หนา ๑๐ ่เลม ๑๓๙ ตอนที่ ๕๑ ก ราชกิจจานุเบกษา ๑๙ สิงหาคม ๒๕๖๕ ถ้าสภานายกพิเศษยับยั้งมติใด ให้คณะกรรมการประชุมพิจารณาอีกครั้งภายในสามสิบวันนับแต่ วันที่ได้รับแจ้งค าสั่งยับยั้ง ในการประชุมนั้นถ้ามีเสียงยืนยันมติไม่น้อยกว่าสองในสามของจ านวนกรรมการ ทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ ก็ให้ด าเนินการตามมตินั้นได้ หมวด ๕ การควบคมุการประกอบวิชาชีพการสตัวบาล มาตรา ๒๙ ห้ามมิให้ผู้ใดประกอบวิชาชีพการสัตวบาล หรือแสดงด้วยวิธีใด ๆ ให้ผู้อื่น เข้าใจว่าตนเป็นผู้มีสิทธิประกอบวิชาชีพดังกล่าว โดยมิได้ขึ้นทะเบียนและรับใบอนุญาตจากสภาการสัตวบาล เว้นแต่ในกรณีอย่างใดอย่างหนึ่ง ดังต่อไปนี้ (๑) การประกอบวิชาชีพการสัตวบาลที่กระท าต่อสัตว์เลี้ยงของตนเอง และสัตว์เลี้ยงของ ผู้เลี้ยงหรือเกษตรกรรายย่อย ทั้งนี้ โดยมีขนาด ชนิด และจ านวนสัตว์เลี้ยงตามที่คณะกรรมการก าหนด โดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา (๒) นักเรียน นิสิต นักศึกษา หรือผู้รับการฝึกอบรมซึง่ท าการฝึกหดัหรอืฝึกอบรมในความควบคมุ ของสถาบันการศึกษาวิชาการสัตวบาลทั้งที่เป็นของรัฐหรือสถาบันการศึกษาอื่นที่ได้รับอนุญาตจาก ทางราชการให้จัดตั้ง หรือสถาบันการสัตวบาลที่สภาการสัตวบาลรับรอง ทั้งนี้ ภายใต้การควบคุมของ เจ้าหน้าที่ผู้ฝึกหัดหรือผู้ให้การฝึกอบรมซึ่งเป็นผู้ประกอบวิชาชีพการสัตวบาล (๓) ข้าราชการ พนักงาน ลูกจ้าง หรือเจ้าหน้าที่ของกระทรวง ทบวง กรม องค์การบริหาร ส่วนจังหวัด เทศบาล องค์การบริหารส่วนต าบล กรุงเทพมหานคร เมืองพัทยา องค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่นรูปแบบพิเศษอื่นตามที่มีกฎหมายก าหนด ซึ่งท าการประกอบวิชาชีพการสัตวบาลตามหน้าที่ และอ านาจ หรือตามที่ส่วนราชการหรือหน่วยงานดังกล่าวมอบหมายเป็นลายลักษณ์อักษร (๔) บุคคลซึ่งกระทรวง ทบวง กรม องค์การบริหารส่วนจังหวัด เทศบาล องค์การบริหาร ส่วนต าบล กรุงเทพมหานคร เมืองพัทยา องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นรูปแบบพิเศษอื่นตามที่มีกฎหมาย ก าหนด มอบหมายให้ประกอบวิชาชีพการสัตวบาลในความควบคุมของเจ้าหน้าที่ซึ่งเป็นผู้ประกอบ วิชาชีพการสัตวบาล ทั้งนี้ ตามระเบียบที่รัฐมนตรีก าหนด (๕) การประกอบวิชาชีพการสัตวบาลของที่ปรึกษาหรือผู้เชี่ยวชาญของทางราชการหรือ ผู้สอนในสถาบันการศึกษาหรือสถาบันการสัตวบาลที่สภาการสัตวบาลรับรอง ทั้งนี้ โดยอนุมัติ ้หนา ๑๑ ่เลม ๑๓๙ ตอนที่ ๕๑ ก ราชกิจจานุเบกษา ๑๙ สิงหาคม ๒๕๖๕ ของคณะกรรมการตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่คณะกรรมการก าหนดโดยประกาศใน ราชกิจจานุเบกษา มาตรา ๓๐ ห้ามมิให้ผู้ซึ่งมิไดข้ึ้นทะเบียนและรับใบอนุญาตใช้ค าหรือข้อความดว้ยอักษรไทย หรืออักษรต่างประเทศว่า สัตวบาล หรือใช้อักษรย่อของค าดังกล่าวประกอบกับชื่อตัวหรือชื่อสกุลของตน หรือใช้ค าหรือข้อความอื่นใดที่มีความหมายเช่นเดียวกัน หรือแสดงด้วยวิธีใด ๆ ซึ่งท าให้ผู้อื่นเข้าใจว่า ตนเป็นผู้ประกอบวิชาชีพการสัตวบาล รวมถึงการใช้ จ้าง วาน หรือยินยอมให้ผู้อื่นกระท าดังกล่าวให้แก่ตน ทั้งนี้ ให้เป็นไปตามที่ก าหนดไว้ในข้อบังคับ มาตรา ๓๑ แบบและประเภทใบอนุญาต หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการ ขึ้นทะเบียน การออกใบอนุญาต อายุใบอนุญาต การต่ออายุใบอนุญาต การออกหนังสืออนุมัติบัตรหรือ วุฒิบัตรแสดงความรู้ความช านาญในการประกอบวิชาชีพการสัตวบาลสาขาต่าง ๆ และหนังสือแสดงวุฒิอื่น ในวิชาชีพการสัตวบาล รวมทั้งการออกใบแทนใบอนุญาต หนังสืออนุมัติบัตรหรือวุฒิบัตร และหนังสือ แสดงวุฒิอื่น ให้เป็นไปตามที่ก าหนดไว้ในข้อบังคับ มาตรา ๓๒ ผู้ประกอบวิชาชีพการสัตวบาล ให้แบ่งเป็นสองประเภท คือ ผู้ประกอบ วิชาชีพการสัตวบาลประเภท ก. และผู้ประกอบวิชาชีพการสัตวบาลประเภท ข. มาตรา ๓๓ ผู้ขอขึ้นทะเบียนและรับใบอนุญาตเป็นผู้ประกอบวิชาชีพการสัตวบาลประเภท ก. ต้องเป็นสมาชิกและมีคุณสมบัติอื่นตามที่ก าหนดไว้ในข้อบังคับ รวมทั้งต้องมีความรู้อย่างใดอย่างหนึ่ง ดังต่อไปนี้ (๑) ได้รับปริญญาในสาขาวิชาชีพการสัตวบาลจากสถานศึกษาในประเทศไทยที่กระทรวง การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม หรือกระทรวงศึกษาธิการรับรอง และผ่านการสอบความรู้ ตามที่ก าหนดไว้ในข้อบังคับ (๒) ได้รับปริญญาในสาขาวิชาชีพการสัตวบาลจากสถานศึกษาในต่างประเทศที่สภาการสัตวบาล รับรอง ได้รับอนุญาตให้เป็นผู้ประกอบวิชาชีพในประเทศที่ตนได้รับปริญญา และผ่านการสอบความรู้ ตามที่ก าหนดไว้ในข้อบังคับ เว้นแต่เป็นผู้ซึ่งมีสัญชาติไทยอาจไม่ต้องเป็นผู้ได้รับอนุญาตให้เป็น ผู้ประกอบวิชาชีพในประเทศที่ผู้นั้นได้รับปริญญาก็ได้ แต่ต้องผ่านการสอบความรู้ตามที่ก าหนดไว้ใน ข้อบังคับ ้หนา ๑๒ ่เลม ๑๓๙ ตอนที่ ๕๑ ก ราชกิจจานุเบกษา ๑๙ สิงหาคม ๒๕๖๕ มาตรา ๓๔ ผู้ขอขึ้นทะเบียนและรับใบอนุญาตเป็นผู้ประกอบวิชาชีพการสัตวบาลประเภท ข. ต้องเป็นสมาชิกและมีคุณสมบัติอื่นตามที่ก าหนดไว้ในขอ้บังคับ รวมทั้งต้องมีความรู้อย่างใดอย่างหนึง่ ดังต่อไปนี้ (๑) ได้รับปริญญาสาขาอื่นที่มิใช่สาขาวิชาชีพการสัตวบาลหรือได้รับประกาศนียบัตรและ มีความรู้ในวิชาชีพการสัตวบาล ทั้งนี้ จากสถานศึกษาที่กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม หรือกระทรวงศึกษาธิการรับรอง และผ่านการสอบความรู้ตามที่ก าหนดไว้ในข้อบังคับ (๒) ได้รับอนุปริญญาหรือประกาศนียบัตรในวิชาชีพการสัตวบาล หรือได้รับหนังสือแสดงวุฒิอื่น ในวิชาชีพการสัตวบาลขั้นพื้นฐาน ทั้งนี้ จากสถาบันที่สภาการสัตวบาลรับรอง และผ่านการสอบความรู้ ตามที่ก าหนดไว้ในข้อบังคับ มาตรา ๓๕ เมื่อผู้ประกอบวิชาชีพการสัตวบาลผู้ใดพ้นจากสมาชิกภาพ ให้ใบอนุญาตของ ผู้นั้นสิ้นสุดลงนับแต่วันที่พ้นจากสมาชิกภาพ และให้คณะกรรมการประกาศการพ้นจากสมาชิกภาพ และเหตุแห่งการนั้นให้สาธารณชนทราบ ทั้งนี้ ตามที่ก าหนดไว้ในข้อบังคับ มาตรา ๓๖ ผู้ประกอบวิชาชีพการสัตวบาลต้องประกอบวิชาชีพภายใต้บังคับแห่งข้อจ ากัด และเงื่อนไขตามที่ก าหนดไว้ในข้อบังคับ มาตรา ๓๗ ผู้ประกอบวิชาชีพการสัตวบาลต้องรักษาจรรยาบรรณแห่งวิชาชีพการสัตวบาล ตามที่ก าหนดไว้ในข้อบังคับ มาตรา ๓๘ บุคคลผู้ได้รับความเสียหายเพราะผู้ประกอบวิชาชีพการสัตวบาลผู้ใดประพฤติ ผิดข้อจ ากัดหรือเงื่อนไขการประกอบวิชาชีพการสัตวบาลตามมาตรา ๓๖ หรือประพฤติผิดจรรยาบรรณ แห่งวิชาชีพการสัตวบาลตามมาตรา ๓๗ มีสิทธิกล่าวหาผู้ประกอบวิชาชีพการสัตวบาลผู้นั้น โดยท า ค ากล่าวหาเป็นหนังสือหรือโดยวิธีอื่นใดยื่นต่อสภาการสัตวบาล ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไข ที่ก าหนดไว้ในข้อบังคับ กรรมการหรือบุคคลอื่นที่พบหรือทราบว่าผู้ประกอบวิชาชีพการสัตวบาลผู้ใดประพฤติ ผิดข้อจ ากัดและเงื่อนไขการประกอบวิชาชีพการสัตวบาลตามมาตรา ๓๖ หรือประพฤติผิดจรรยาบรรณ แห่งวิชาชีพการสัตวบาลตามมาตรา ๓๗ มีสิทธิกล่าวโทษผู้ประกอบวิชาชีพการสัตวบาลผู้นั้นโดยท า ค ากล่าวโทษเป็นหนังสือหรือโดยวิธีอื่นใดยื่นต่อสภาการสัตวบาล ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และ เงื่อนไขที่ก าหนดไว้ในข้อบังคับ ้หนา ๑๓ ่เลม ๑๓๙ ตอนที่ ๕๑ ก ราชกิจจานุเบกษา ๑๙ สิงหาคม ๒๕๖๕ สิทธิการกล่าวหาตามวรรคหนึ่งหรือสิทธิการกล่าวโทษตามวรรคสองสิ้นสุดลง เมื่อพ้นหนึ่งปี นับแต่วันที่ผู้ได้รับความเสียหายหรือผู้กล่าวโทษรู้เรื่องและรู้ตัวผู้ประพฤติผิด แต่ทั้งนี้ต้องไม่เกินสามปีนับแต่ วันที่มีการประพฤติผิดในเรื่องดังกล่าว การถอนค ากล่าวหาหรือค ากล่าวโทษที่ได้ยื่นไว้แล้วไม่ เป็นเหตุให้ระงับการด าเนินการ ตามพระราชบัญญัตินี้ มาตรา ๓๙ เมื่อสภาการสัตวบาลได้รับเรื่องการกล่าวหาหรือการกล่าวโทษตามมาตรา ๓๘ ให้เลขาธิการเสนอเรื่องดังกล่าวต่อประธานอนุกรรมการจรรยาบรรณโดยไม่ชักช้า มาตรา ๔๐ ให้คณะกรรมการแต่งตั้ งคณะอนุกรรมการจรรยาบรรณจากสม าชิก ประกอบด้วย ประธานคนหนึ่ง และอนุกรรมการอีกจ านวนไม่น้อยกว่าสองคน มีหน้าที่และอ านาจ สืบสวนหาข้อเท็จจริงในเรื่องที่ได้รับตามมาตรา ๓๙ แล้วท ารายงานพร้อมทั้งความเห็นเสนอ คณะกรรมการเพ่ือพิจารณา คณะกรรมการอาจแต่งตั้งคณะอนุกรรมการจรรยาบรรณหลายคณะก็ได้ มาตรา ๔๑ เมื่อคณะกรรมการได้รับรายงานและความเห็นของคณะอนุกรรมการ จรรยาบรรณแล้ว ให้คณะกรรมการพิจารณารายงานและความเห็นดังกล่าว และมีมติอย่างใดอย่างหนึ่ง ดังต่อไปนี้ (๑) ให้คณะอนุกรรมการจรรยาบรรณสืบสวนหาข้อเท็จจริงเพิ่มเติมเพื่อเสนอให้คณะกรรมการ พิจารณา (๒) ให้คณะอนุกรรมการสอบสวนท าการสอบสวนในกรณีที่ เห็นว่าข้อกล่าวหาหรือ ข้อกล่าวโทษนั้นมีมูล (๓) ให้ยกข้อกล่าวหาหรอืข้อกล่าวโทษในกรณีที่เห็นว่าข้อกล่าวหาหรือข้อกล่าวโทษนั้นไม่มีมูล มาตรา ๔๒ การสืบสวนและการสอบสวนให้เป็นไปตามที่ก าหนดไว้ในข้อบังคับ มาตรา ๔๓ ในการด าเนินการสอบสวน ให้คณะกรรมการแตง่ตัง้คณะอนุกรรมการสอบสวน จากสมาชิก ประกอบด้วย ประธานคนหนึ่ง และอนุกรรมการอีกจ านวนไม่น้อยกว่าสองคน มีหน้าที่ และอ านาจสอบสวนและเสนอผลการสอบสวนพร้อมทั้งความเห็นต่อคณะกรรมการเพื่อวินิจฉัยชี้ขาด คณะกรรมการอาจแต่งตั้งคณะอนุกรรมการสอบสวนหลายคณะก็ได้ ้หนา ๑๔ ่เลม ๑๓๙ ตอนที่ ๕๑ ก ราชกิจจานุเบกษา ๑๙ สิงหาคม ๒๕๖๕ มาตรา ๔๔ ให้คณะกรรมการ คณะอนุกรรมการจรรยาบรรณ และคณะอนุกรรมการ สอบสวนมีอ านาจออกหนังสือเรียกบุคคลผู้เกี่ยวข้องมาให้ถ้อยค า หรือส่งเอกสาร หลักฐาน หรือวัตถุใด ๆ เพื่อประโยชน์แก่การด าเนินการของคณะกรรมการและคณะอนุกรรมการดังกล่าว ในการปฏิบัติหน้าที่ของคณะกรรมการ คณะอนุกรรมการจรรยาบรรณ และคณะอนุกรรมการ สอบสวน ให้กรรมการ อนุกรรมการจรรยาบรรณ และอนุกรรมการสอบสวนเป็นเจ้าพนักงาน ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๔๕ ให้ประธานอนุกรรมการสอบสวนมีหนังสือแจ้งข้อกล่าวหาหรือข้อกล่าวโทษ พร้อมทั้งส่งส าเนาเรื่องที่กล่าวหาหรือกล่าวโทษให้ผู้ถูกกล่าวหาหรือผู้ถูกกล่าวโทษไม่น้อยกว่าสิบห้าวัน ก่อนวันเริ่มท าการสอบสวน ผู้ถูกกล่าวหาหรือผู้ถูกกล่าวโทษมีสิทธิท าค าชี้แจงหรือน าพยานหลักฐานใด ๆ มาให้ คณะอนุกรรมการสอบสวน ค าชี้แจงหรือพยานหลักฐาน ให้ยื่นต่อประธานอนุกรรมการสอบสวนภายในสิบห้าวันนับแต่ วันที่ได้รับแจ้งจากประธานอนุกรรมการสอบสวนหรือภายในก าหนดเวลาที่คณะอนุกรรมการสอบสวน จะขยายให้ มาตรา ๔๖ เมื่อคณะอนุกรรมการสอบสวนท าการสอบสวนเสร็จสิ้นแล้ว ให้เสนอส านวน การสอบสวนพร้อมทั้งความเห็นต่อคณะกรรมการภายในสามสิบวัน เพื่อให้คณะกรรมการวินิจฉัยชี้ขาด มาตรา ๔๗ เมื่อคณะกรรมการได้รับส านวนการสอบสวนและความเห็นของคณะอนุกรรมการ สอบสวนแล้ว ให้คณะกรรมการพิจารณาส านวนการสอบสวนและความเห็นดังกล่าวภายในเก้าสิบวัน คณะกรรมการอาจให้คณะอนุกรรมการสอบสวนท าการสอบสวนเพ่ิมเติมก่อนวินิจฉัยชี้ขาดก็ได้ มาตรา ๔๘ คณะกรรมการมีอ านาจวินิจฉัยชี้ขาดอย่างใดอย่างหนึ่ง ดังต่อไปนี้ (๑) ยกข้อกล่าวหาหรือข้อกล่าวโทษ (๒) ว่ากล่าวตักเตือน (๓) ภาคทัณฑ์ (๔) พักใช้ใบอนุญาตมีก าหนดเวลาตามที่เห็นสมควร แต่ไม่เกินสองปี (๕) เพิกถอนใบอนุญาต ้หนา ๑๕ ่เลม ๑๓๙ ตอนที่ ๕๑ ก ราชกิจจานุเบกษา ๑๙ สิงหาคม ๒๕๖๕ ภายใต้บังคับมาตรา ๒๘ ค าวินิจฉัยชี้ขาดของคณะกรรมการตามวรรคหนึ่งให้เป็นไป ตามหลักเกณฑ์ที่ก าหนดไว้ในข้อบังคับ และให้ท าเป็นค าสั่งสภาการสัตวบาลพร้อมด้วยเหตุผลของ ค าวินิจฉัยชี้ขาด โดยให้ถือเป็นที่สุด มาตรา ๔๙ ให้เลขาธิการแจ้งค าสั่งสภาการสัตวบาลตามมาตรา ๔๘ ไปยังผู้ถูกกล่าวหา หรือผู้ถูกกล่าวโทษเพ่ือทราบภายในสิบห้าวันนับแต่วันที่มีค าสั่ง และให้บันทึกข้อความตามค าสั่งนั้นไว้ ในทะเบียนผู้ประกอบวิชาชีพการสัตวบาล พร้อมทั้งแจ้งผลการวินิจฉัยชี้ขาดให้ผู้กล่าวหาหรือผู้กล่าวโทษ ทราบด้วย หลักเกณฑ์และวิธีการแจ้งค าสั่งตามวรรคหนึ่ง ให้เป็นไปตามระเบียบที่คณะกรรมการก าหนด โดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา มาตรา ๕๐ ภายใต้บังคับมาตรา ๒๙ ห้ามมิให้ผู้ประกอบวิชาชีพการสัตวบาลซึ่งอยู่ใน ระหว่างถูกสั่งพักใช้ใบอนุญาตหรือถูกเพิกถอนใบอนุญาตท าการซึ่งเป็นการประกอบวิชาชีพการสัตวบาล หรือแสดงด้วยวิธีใด ๆ ให้ผู้อื่นเข้าใจว่าตนยังคงมีสิทธิประกอบวิชาชีพดังกล่าวนับแต่วันที่ทราบค าสั่ง สภาการสัตวบาลที่สั่งพักใช้ใบอนุญาตหรือสั่งเพิกถอนใบอนุญาตนั้น มาตรา ๕๑ ผู้ประกอบวิชาชีพการสัตวบาลผู้ใดซึ่งอยู่ในระหว่างถูกสั่งพักใช้ใบอนุญาต กระท าการฝ่าฝืนตามมาตรา ๕๐ ให้คณะกรรมการสั่งเพิกถอนใบอนุญาตของผู้นั้น มาตรา ๕๒ ผู้ประกอบวิชาชีพการสัตวบาลซึ่งถูกสั่งเพิกถอนใบอนุญาตอาจขอรับใบอนุญาต อีกได้เมื่อพ้นสองปีนับแต่วันถูกสั่งเพิกถอนใบอนุญาต เมื่อคณะกรรมการได้พิจารณาค าขอรับใบอนุญาต และปฏิเสธการออกใบอนญุาต ผู้นั้นจะยื่นค าขอรบัใบอนุญาตไดอ้ีกตอ่เมื่อสิ้นระยะเวลาหนึง่ปีนบัแตว่นัที่ คณะกรรมการปฏิเสธการออกใบอนุญาต ถ้าคณะกรรมการปฏิเสธการออกใบอนุญาตเป็นครั้งที่สองแล้ว ผู้นั้นเป็นอันหมดสิทธิขอรับใบอนุญาตตลอดไป หมวด ๖ การก ากับดูแล มาตรา ๕๓ ให้รัฐมนตรีมีหน้าที่และอ านาจก ากับดูแลการด าเนินการของสภาการสัตวบาล และการประกอบวิชาชีพการสัตวบาล และสั่งให้พนักงานเจ้าหน้าที่สอบสวนข้อเท็จจริงเกี่ยวกับ การด าเนินการของสภาการสัตวบาลและการประกอบวิชาชีพการสัตวบาล ้หนา ๑๖ ่เลม ๑๓๙ ตอนที่ ๕๑ ก ราชกิจจานุเบกษา ๑๙ สิงหาคม ๒๕๖๕ มาตรา ๕๔ เพ่ือปฏิบัติการให้เป็นไปตามพระราชบัญญัตินี้ ให้พนักงานเจ้าหน้าที่มีอ านาจ ดังต่อไปนี้ (๑) เข้าไปในสถานที่ท าการของผู้ประกอบวิชาชีพการสัตวบาลในเวลาท าการของสถานที่นั้น เพื่อตรวจสอบหรือควบคุมให้เป็นไปตามพระราชบัญญัตินี้ (๒) เข้าไปในสถานที่หรือยานพาหนะใด ๆ ที่มีเหตุอันควรสงสัยว่าจะมีการกระท าความผิด ตามพระราชบัญญัตินี้ในระหว่างเวลาพระอาทิตย์ขึ้นถึงพระอาทิตย์ตกหรือในเวลาท าการของสถานที่นั้น เ พ่ือตรวจค้นเอกสารหรือวัตถุใด ๆ ที่อาจใช้ เป็นหลักฐานในการด าเนินการกระท าความผิด ตามพระราชบัญญัตินี้ โดยมีเหตุอันควรเชื่อได้ว่าหากเนิ่นช้ากว่าจะเอาหมายค้นมาได้ เอกสารหรือวัตถุ ดังกล่าวจะถูกยักย้าย ซุกซ่อน ท าลาย หรือท าให้เปลี่ยนสภาพไปจากเดิม (๓) ยึดหรืออายัดเอกสารหรือวัตถุใด ๆ ที่อาจใช้เป็นหลักฐานในการด าเนินคดีการกระท า ความผิดตามพระราชบัญญัตินี้ (๔) ออกค าสั่งเป็นหนังสือเรียกบุคคลผู้เกี่ยวขอ้งมาให้ถ้อยค า หรือส่งเอกสาร หลักฐาน หรือ วัตถุใด ๆ เพื่อประโยชน์แก่การด าเนินการของพนักงานเจ้าหน้าที่ ในการปฏิบัติหน้าที่ตามวรรคหนึ่ง รัฐมนตรีจะก าหนดให้พนักงานเจ้าหน้าที่ต้องปฏิบัติ ตามหลักเกณฑ์หรือเงื่อนไขใด ๆ ก็ได้ตามที่เห็นสมควร มาตรา ๕๕ ในการปฏิบัติหน้าที่ พนักงานเจ้าหน้าที่ต้องแสดงบัตรประจ าตัว บัตรประจ าตัวพนักงานเจ้าหน้าที่ให้เป็นไปตามแบบที่รัฐมนตรีประกาศก าหนด มาตรา ๕๖ ในการปฏิบัติหน้าที่ ให้พนักงานเจ้าหน้าที่เป็นเจ้าพนักงานตามประมวล กฎหมายอาญา หมวด ๗ บทก าหนดโทษ มาตรา ๕๗ ผู้ใดฝ่าฝืนมาตรา ๒๙ หรือมาตรา ๕๐ ต้องระวางโทษจ าคุกไม่เกินสามปี หรือปรับไม่เกินหกหมื่นบาท หรือทั้งจ าทั้งปรับ มาตรา ๕๘ ผู้ใดฝ่าฝืนมาตรา ๓๐ ต้องระวางโทษจ าคุกไม่เกินหนึ่งปี หรือปรับไม่เกิน สองหมื่นบาท หรือทั้งจ าทั้งปรับ ้หนา ๑๗ ่เลม ๑๓๙ ตอนที่ ๕๑ ก ราชกิจจานุเบกษา ๑๙ สิงหาคม ๒๕๖๕ มาตรา ๕๙ ผู้ใดไม่มาให้ถ้อยค าหรือไม่ส่งเอกสาร หลักฐาน หรือวัตถุใด ๆ ตามที่เรียก หรือให้ส่งตามมาตรา ๔๔ วรรคหนึ่ง หรือมาตรา ๕๔ วรรคหนึ่ง (๔) โดยไม่มีเหตุอันสมควร ต้องระวางโทษจ าคุกไม่เกินหนึ่งเดือน หรือปรับไม่เกินหนึ่งพันบาท หรือทั้งจ าทั้งปรับ มาตรา ๖๐ ความผิดตามมาตรา ๕๘ หรือมาตรา ๕๙ ให้อธิบดีกรมปศุสัตว์หรือผู้ซึ่ง อธิบดีกรมปศุสัตว์มอบหมายมีอ านาจเปรียบเทียบได้ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่รัฐมนตรี ประกาศก าหนด เมื่อผู้ต้องหาได้ช าระเงินค่าปรับตามจ านวนที่เปรียบเทียบภายในระยะเวลาที่ก าหนดแล้ว ให้ถือว่าคดีเลิกกันตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา บทเฉพาะกาล มาตรา ๖๑ ในระยะเริ่มแรกที่ยังมิได้เลือกกรรมการตามมาตรา ๑๕ วรรคหนึ่ง (๓) (๔) และ (๕) และเลือกตั้งกรรมการตามมาตรา ๑๕ วรรคหนึ่ง (๖) ให้คณะกรรมการประกอบด้วย ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นนายกสภาการสัตวบาล และกรรมการตามมาตรา ๑๕ วรรคหนึ่ง (๑) และ (๒) เป็นกรรมการ ปฏิบัติหน้าที่คณะกรรมการตามพระราชบัญญัตินี้ไปพลางก่อน ให้อธิบดีกรมปศุสัตว์ปฏิบัติหน้าที่เลขาธิการและเป็นเลขานุการคณะกรรมการ และให้อธิบดี กรมปศุสัตว์แต่งตั้งข้าราชการกรมปศุสัตว์จ านวนสองคนเป็นผู้ช่วยเลขานุการ ให้คณะกรรมการตามวรรคหนึ่งแต่งตั้งกรรมการปฏิบัติหน้าที่รองเลขาธิการ ประชาสัมพันธ์ เหรัญญิก และผู้ด ารงต าแหน่งอื่นตามความจ าเป็น มาตรา ๖๒ ให้คณะกรรมการตามมาตรา ๖๑ มีหน้าที่และอ านาจ ดังต่อไปนี้ (๑) ออกข้อบังคับเกี่ยวกับการเป็นสมาชิกและการพ้นจากสมาชิกภาพ การได้มาซึ่งกรรมการ และผู้ด ารงต าแหน่งต่าง ๆ การปฏิบัติหน้าที่ และหน้าที่และอ านาจของผู้ด ารงต าแหน่งต่าง ๆ รวมทั้ง การประชุมตามพระราชบัญญัตินี้ ภายในเก้าสิบวันนับแต่วันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ (๒) ด าเนินการให้ได้มาซึ่งกรรมการตามมาตรา ๑๕ วรรคหนึ่ง (๓) (๔) (๕) และ (๖) ภายในหนึ่งร้อยห้าสิบวันนับแต่วันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ (๓) ปฏิบัติการอื่นเท่าที่จ าเป็นเพื่อให้เป็นไปตามพระราชบัญญัตินี้ ้หนา ๑๘ ่เลม ๑๓๙ ตอนที่ ๕๑ ก ราชกิจจานุเบกษา ๑๙ สิงหาคม ๒๕๖๕ ให้คณะกรรมการตามมาตรา ๖๑ พ้นจากหน้าที่ เมื่อได้มาซึ่งกรรมการตามวรรคหนึ่ง (๒) ครบถ้วนแล้ว มาตรา ๖๓ ในวาระเริ่มแรก มิให้น ามาตรา ๑๕ วรรคสอง มาใช้บังคับกับการเลือกตั้ง กรรมการตามมาตรา ๑๕ วรรคหนึ่ง (๖) และมิให้น ามาตรา ๑๘ เว้นแต่การเป็นบุคคลล้มละลาย มาใช้บังคับกับกรรมการตามมาตรา ๑๕ วรรคหนึ่ง (๕) และ (๖) มาตรา ๖๔ ให้ผู้ซึ่งปฏิบัติงานด้านการสัตวบาลอยู่ก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ ประกอบวิชาชีพการสัตวบาลต่อไปได้ และให้ด าเนินการขอขึ้นทะเบียนและรับใบอนุญาตเป็นผู้ประกอบ วิชาชีพการสัตวบาลจากสภาการสัตวบาล โดยให้ยื่นค าขอภายในหนึ่งปีนับแต่วันที่มีข้อบังคับเกี่ยวกับ การขึ้นทะเบียนและการออกใบอนุญาต ทั้งนี้ ในระหว่างระยะเวลาดังกล่าวมิให้น ามาตรา ๒๙ มาใช้บังคับ มาตรา ๖๕ ภายใต้บังคับมาตรา ๖๒ วรรคหนึ่ง (๑) ให้รัฐมนตรีและคณะกรรมการ ด าเนินการออกกฎกระทรวง ระเบียบ ประกาศ หรือข้อบังคับตามพระราชบัญญัตินี้ ให้แล้วเสร็จ ภายในหนึ่งร้อยแปดสิบวันนับแต่วันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ ทั้งนี้ หากไม่สามารถด าเนินการได้ ให้รัฐมนตรีรายงานเหตุผลที่ไม่อาจด าเนินการได้ต่อคณะรัฐมนตรี ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ พลเอก ประยุทธ ์ จนัทรโ์อชา นายกรฐัมนตร ี ้หนา ๑๙ ่เลม ๑๓๙ ตอนที่ ๕๑ ก ราชกิจจานุเบกษา ๑๙ สิงหาคม ๒๕๖๕ pattraporn.y Rectangle pattraporn.y Rectangle pattraporn.y Rectangle หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ โดยที่เป็นการสมควรพัฒนาคุณภาพและ มาตรฐานในการปฏิบัติงานของบุคคลด้านการสัตวบาลให้มีมาตรฐานเดียวกัน เพ่ือประโยชน์ต่อการเลี้ยงและ ดูแลสัตว์เลี้ยง สมควรให้มีการจัดตั้งสภาการสัตวบาลขึ้น เพ่ือส่งเสริมการประกอบวิชาชีพการสัตวบาล ควบคุมและก าหนดมาตรฐานการประกอบวิชาชีพการสัตวบาล และควบคุมมิให้มีการแสวงหาประโยชน์ โดยมิชอบจากบุคคลซึ่งไม่มีความรู้ อันจะก่อให้เกิดความเสียหายต่อการเลี้ยงและดูแลสัตว์เลี้ยงเพ่ือการค้า และส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจของประเทศ จึงจ าเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้ ้หนา ๒๐ ่เลม ๑๓๙ ตอนที่ ๕๑ ก ราชกิจจานุเบกษา ๑๙ สิงหาคม ๒๕๖๕