Act on Leasing Agricultural Land (No. 2) B.E. 2559 (2016)
صدر في 2016-04-26 · النص بتاريخ 2026-10-01
القانون العام والإرشادات الرسمية منشورة بوصفها أبحاثاً. ليست مشورة قانونية أو ضريبية أو مالية.
البحث نفسه مكتوب بالإنجليزية. العناوين والوسوم مترجمة؛ أما النتائج والاقتباسات فغير مترجمة.
عن هذا القانون
- اللغة
- Thai
- النوع
- قانون
- المنظمة
- Mekong River Commission (MRC)
- الدولة
- تايلاند
- الموضوعات
- Land and soil
- الكلمات المفتاحية
- agricultural land, land tenure, lease, contracts
أين تقرؤه
النص
نص القانون نفسه، مادةً مادة، كما هو محفوظ. لكل مادة رابطها.
หน้า ๘ เล่ม ๑๓๓ ตอนที่ ๓๘ ก ราชกิจจานุเบกษา ๒๙ เมษายน ๒๕๕๙ พระราชบัญญัติ การเช่าที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๕๙ ภูมิพลอดุลยเดช ป.ร. ให้ไว้ ณ วันที่ ๒๖ เมษายน พ.ศ. ๒๕๕๙ เป็นปีที่ ๗๑ ในรัชกาลปัจจุบัน พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศว่า โดยที่เป็นการสมควรแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายว่าด้วยการเช่าที่ดินเพื่อเกษตรกรรม จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตราพระราชบัญญัติขึ้นไว้โดยคําแนะนําและยินยอมของ สภานิติบัญญัติแห่งชาติ ดังต่อไปนี้ มาตรา ๑ พระราชบัญญัตินี้เรียกว่า “พระราชบัญญัติการเช่าที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๕๙” มาตรา ๒ พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษา เป็นต้นไป มาตรา ๓ ให้เพิ่มบทนิยามคําว่า “คชก. อําเภอ” ระหว่างบทนิยามคําว่า “คชก. จังหวัด” กับบทนิยามคําว่า “คชก. ตําบล” ในมาตรา ๕ แห่งพระราชบัญญัติการเช่าที่ดินเพื่อเกษตรกรรม พ.ศ. ๒๕๒๔ ““คชก. อําเภอ” หมายความว่า คณะกรรมการการเช่าที่ดินเพื่อเกษตรกรรมประจําอําเภอ” มาตรา ๔ ให้เพิ่มความต่อไปนี้เป็นมาตรา ๕/๑ และมาตรา ๕/๒ แห่งพระราชบัญญัติ การเช่าที่ดินเพื่อเกษตรกรรม พ.ศ. ๒๕๒๔ หน้า ๙ เล่ม ๑๓๓ ตอนที่ ๓๘ ก ราชกิจจานุเบกษา ๒๙ เมษายน ๒๕๕๙ “มาตรา ๕/๑ พระราชบัญญัตินี้มิให้ใช้บังคับกับการเช่าที่ผู้เช่าเป็นนิติบุคคล เว้นแต่ในกรณีที่มี การกระทําซึ่งฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามพระราชบัญญัตินี้และเป็นการเช่าที่ผู้เช่าเป็นนิติบุคคลให้นําบทบัญญัติ ตามหมวด ๔ บทกําหนดโทษ มาใช้บังคับแก่กรณีดังกล่าวด้วย มาตรา ๕/๒ ห้ามมิให้คนต่างด้าวเช่าที่ดินเพื่อประกอบเกษตรกรรม หรือดําเนินการ ไม่ว่า ด้วยวิธีการใดเพื่อหลีกเลี่ยงมิให้ตกอยู่ภายใต้บังคับแห่งพระราชบัญญัตินี้ คนต่างด้าวตามวรรคหน่ึง ได้แก่ (๑) บุคคลธรรมดาซึ่งไม่มีสัญชาติไทย เว้นแต่ (ก) คนซึ่งไม่มีสัญชาติไทยที่อพยพเข้ามาอาศัยอยู่ในราชอาณาจักรเป็นเวลานาน ซึ่งได้รับ การสํารวจจัดทําทะเบียนตามกฎหมายว่าด้วยการทะเบียนราษฎร และได้รับการผ่อนผันให้อาศัยอยู่ ในราชอาณาจักรเป็นกรณีพิเศษ หรือได้รับสถานะเป็นคนที่เข้าเมืองโดยชอบด้วยกฎหมายตามหลักเกณฑ์ และเง่ือนไขที่คณะรัฐมนตรีกําหนด รวมถึงบุตรของบุคคลดังกล่าวที่เกิดในราชอาณาจักร (ข) คนไทยพลัดถิ่นตามกฎหมายว่าด้วยสัญชาติ และบุตรของบุคคลดังกล่าวที่เกิดในราชอาณาจักร (ค) บุคคลที่นายอําเภอมีหนังสือรับรองว่าอยู่ระหว่างการพิสูจน์สัญชาติไทยเพื่อการเพิ่มชื่อ ในทะเบียนบ้านตามกฎหมายว่าด้วยการทะเบียนราษฎร (๒) นิติบุคคลซึ่งไม่ได้จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย (๓) นิติบุคคลที่จดทะเบียนเป็นนิติบุคคลในประเทศไทย และมีลักษณะดังต่อไปนี้ (ก) บริษัทจํากัดหรือบริษัทมหาชนจํากัดที่มีผู้ถือหุ้นที่ไม่มีสัญชาติไทยถือหุ้นตั้งแต่ร้อยละ ย่ีสิบห้าของทุนจดทะเบียน หรือมีผู้ถือหุ้นที่ไม่มีสัญชาติไทยตั้งแต่ร้อยละย่ีสิบห้าของผู้ถือหุ้น หุ้นชนิดที่ ออกให้แก่ผู้ถือ ให้ถือว่าหุ้นนั้นผู้ไม่มีสัญชาติไทยเป็นผู้ถือ (ข) ห้างหุ้นส่วนจํากัด หรือห้างหุ้นส่วนสามัญที่จดทะเบียนแล้ว ที่มีผู้เป็นหุ้นส่วนที่ไม่มี สัญชาติไทยลงหุ้นมีมูลค่าตั้งแต่ร้อยละย่ีสิบห้าของทุนทั้งหมด หรือผู้เป็นหุ้นส่วนเป็นผู้ไม่มีสัญชาติไทย ตั้งแต่ร้อยละย่ีสิบห้าของผู้เป็นหุ้นส่วน หรือหุ้นส่วนผู้จัดการเป็นผู้ไม่มีสัญชาติไทย (๔) ห้างหุ้นส่วนสามัญที่มีผู้เป็นหุ้นส่วนเป็นผู้ไม่มีสัญชาติไทย (๕) สมาคมรวมทั้งสหกรณ์ที่มีสมาชิกเป็นผู้ไม่มีสัญชาติไทยตั้งแต่ร้อยละย่ีสิบห้าของสมาชิกทั้งหมด หรือดําเนินกิจการเพื่อประโยชน์ของผู้ไม่มีสัญชาติไทยโดยเฉพาะ หรือเป็นส่วนใหญ่ (๖) มูลนิธิที่มีวัตถุประสงค์เพื่อประโยชน์ของผู้ไม่มีสัญชาติไทยโดยเฉพาะ หรือเป็นส่วนใหญ่ บทบัญญัติมาตรานี้ มิให้ใช้บังคับกับบุคคลดังต่อไปนี้ (๑) คนต่างด้าวที่เช่าที่ดินเพื่อประกอบเกษตรกรรมโดยอาศัยสนธิสัญญาที่ประเทศไทยเป็นภาคี หรือมีความผูกพันตามพันธกรณี และให้เป็นไปตามบทบัญญัติและเง่ือนไขของสนธิสัญญานั้น ซึ่งอาจรวมถึง การให้สิทธิคนไทยและวิสาหกิจของคนไทยเข้าไปประกอบธุรกิจในประเทศสัญชาติของคนต่างด้าวนั้น เป็นการต่างตอบแทนด้วย หน้า ๑๐ เล่ม ๑๓๓ ตอนที่ ๓๘ ก ราชกิจจานุเบกษา ๒๙ เมษายน ๒๕๕๙ (๒) คนต่างด้าวซึ่งเป็นผู้ได้รับการส่งเสริมตามกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมการลงทุนสําหรับ การเช่าที่ดินเพื่อประกอบเกษตรกรรมในกิจการที่ได้รับการส่งเสริมการลงทุน” มาตรา ๕ ให้ยกเลิกความในมาตรา ๗ และมาตรา ๘ แห่งพระราชบัญญัติการเช่าที่ดิน เพื่อเกษตรกรรม พ.ศ. ๒๕๒๔ และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน “มาตรา ๗ ในจังหวัดหนึ่ง ๆ ที่มีการเช่า ให้มี คชก. จังหวัด ซึ่งประกอบด้วยบุคคลดังต่อไปนี้ (๑) ในกรุงเทพมหานคร คชก. จังหวัด ประกอบด้วย ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เป็น ประธานกรรมการ ผู้แทนกรมการปกครอง ผู้แทนกรมที่ดิน ผู้แทนกรมประมง ผู้แทนกรมปศุสัตว์ ผู้แทนกรมส่งเสริมการเกษตร ผู้แทนสํานักงานอัยการสูงสุด ประธานสภาเกษตรกรกรุงเทพมหานคร ผู้แทนผู้เช่าสี่คนและผู้แทนผู้ให้เช่าสี่คนซึ่งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครแต่งตั้ง เป็นกรรมการ และให้ผู้ว่า ราชการกรุงเทพมหานครแต่งตั้งข้าราชการกรุงเทพมหานครเป็นกรรมการและเลขานุการหนึ่งคน และ เป็นกรรมการและผู้ช่วยเลขานุการสองคน (๒) ในจังหวัดอื่นนอกจากกรุงเทพมหานคร คชก. จังหวัด ประกอบด้วย ผู้ว่าราชการจังหวัด เป็นประธานกรรมการ อัยการจังหวัด เกษตรจังหวัด ประมงจังหวัด ปศุสัตว์จังหวัด เจ้าพนักงานที่ดินจังหวัด ปฏิรูปที่ดินจังหวัด ประธานสภาเกษตรกรจังหวัด ผู้แทนผู้เช่าสี่คนและผู้แทนผู้ให้เช่าสี่คน ซึ่งผู้ว่าราชการจังหวัด แต่งตั้ง เป็นกรรมการ ปลัดจังหวัดเป็นกรรมการและเลขานุการ และให้ผู้ว่าราชการจังหวัดแต่งตั้งเจ้าหน้าที่ เกษตรของสํานักงานเกษตรจังหวัดคนหนึ่ง และข้าราชการอื่นในจังหวัดอีกคนหนึ่งเป็นกรรมการและผู้ช่วยเลขานุการ ในการแต่งตั้งผู้แทนผู้เช่าและผู้แทนผู้ให้เช่า ให้ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครหรือผู้ว่าราชการจังหวัด แล้วแต่กรณี แต่งตั้งจากผู้เช่า และผู้ให้เช่า ที่ คชก. อําเภอ เสนอแนะ ในกรณีที่ไม่อาจแต่งตั้งผู้แทนผู้เช่าหรือผู้แทนผู้ให้เช่า ไม่ว่าฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งหรือทั้งสองฝ่ายก็ตาม ได้ครบตามจํานวนที่กําหนดไว้ในวรรคหนึ่ง ให้ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครหรือผู้ว่าราชการจังหวัด แล้วแต่กรณี แต่งตั้งผู้แทนผู้เช่าและผู้แทนผู้ให้เช่าตามจํานวนเท่าที่มีอยู่จริง โดยต้องแต่งตั้งฝ่ายละเท่ากัน มาตรา ๘ คชก. จังหวัด มีอํานาจหน้าที่ ดังต่อไปนี้ (๑) กําหนดท้องที่ที่ห้ามประกอบเกษตรกรรมบางประเภท เพื่อประโยชน์ทางเศรษฐกิจ หรือการอนุรักษ์ดินและน้ํา (๒) พิจารณาวินิจฉัยอุทธรณ์ตามพระราชบัญญัตินี้ และมีคําสั่งใด ๆ ให้ผู้เช่าหรือผู้ให้เช่าปฏิบัติ หรือมิให้ปฏิบัติการใดเพื่อให้เกิดผลตามคําวินิจฉัย การกําหนดตาม (๑) ให้กําหนดล่วงหน้าก่อนเร่ิมฤดูการประกอบเกษตรกรรมไม่น้อยกว่าสามเดือน และปิดประกาศไว้ ณ ศาลากลางจังหวัด ที่ว่าการอําเภอ ที่ทําการองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่ ที่เก่ียวข้องทุกแห่ง ที่ทําการกํานัน และที่ทําการผู้ใหญ่บ้านแห่งท้องที่” มาตรา ๖ ให้เพิ่มความต่อไปนี้เป็นมาตรา ๘/๑ และมาตรา ๘/๒ แห่งพระราชบัญญัติ การเช่าที่ดินเพื่อเกษตรกรรม พ.ศ. ๒๕๒๔ หน้า ๑๑ เล่ม ๑๓๓ ตอนที่ ๓๘ ก ราชกิจจานุเบกษา ๒๙ เมษายน ๒๕๕๙ “มาตรา ๘/๑ ในอําเภอหนึ่ง ๆ ที่มีการเช่า ยกเว้นกรุงเทพมหานคร ให้มี คชก. อําเภอ ประกอบด้วย นายอําเภอ เป็นประธานกรรมการ เกษตรอําเภอ เจ้าพนักงานที่ดินอําเภอหรือเจ้าพนักงาน ที่ดินจังหวัด แล้วแต่กรณี ประมงอําเภอ ปศุสัตว์อําเภอ พัฒนาการอําเภอ ผู้แทนผู้บริหารองค์กรปกครอง ส่วนท้องถ่ินซึ่งนายกเทศมนตรีและนายกองค์การบริหารส่วนตําบลซึ่งอยู่ในเขตอําเภอเลือกกันเองหน่ึงคน ผู้แทนผู้เช่าสี่คนและผู้แทนผู้ให้เช่าสี่คนซึ่งนายอําเภอแต่งตั้ง เป็นกรรมการ และให้นายอําเภอแต่งตั้ง ปลัดอําเภอคนหน่ึงเป็นกรรมการและเลขานุการ และเจ้าหน้าที่อื่นในอําเภอ อีกไม่เกินสองคนเป็นกรรมการ และผู้ช่วยเลขานุการ ในกรณีที่ไม่มีประมงอําเภอ หรือปศุสัตว์อําเภอ ให้ผู้ที่ประมงจังหวัดหรือปศุสัตว์จังหวัดมอบหมาย เป็นกรรมการแทน ในการแต่งตั้งผู้แทนผู้เช่าและผู้แทนผู้ให้เช่าตามวรรคหน่ึง ให้นายอําเภอแต่งตั้งจากผู้เช่าและผู้ให้เช่า ที่ คชก. ตําบล เสนอแนะ ในกรณีที่ไม่อาจแต่งตั้งผู้แทนผู้เช่าหรือผู้แทนผู้ให้เช่า ไม่ว่าฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งหรือทั้งสองฝ่ายก็ตาม ได้ครบตามจํานวนที่กําหนดไว้ในวรรคหน่ึง ให้นายอําเภอแต่งตั้งผู้แทนผู้เช่าและผู้แทนผู้ให้เช่าตามจํานวน เท่าที่มีอยู่จริง โดยต้องแต่งตั้งฝ่ายละเท่ากัน ให้ คชก. จังหวัด สําหรับกรุงเทพมหานคร ทําหน้าที่ คชก. อําเภอ สําหรับในเขตกรุงเทพมหานคร มาตรา ๘/๒ ให้ คชก. อําเภอ มีอํานาจหน้าที่ ดังต่อไปนี้ (๑) กํากับและเสนอแนะให้การปฏิบัติงานของ คชก. ตําบล ในเขตพื้นที่ให้เป็นไปโดยชอบ ด้วยกฎหมาย (๒) พิจารณาคําร้องขอทบทวนการกําหนดอัตราค่าเช่าขั้นสูง ผลผลิตขั้นสูงของผลิตผลเกษตรกรรม ซึ่งเป็นพืชหลักที่นิยมปลูกในพื้นที่ และกําหนดเวลาที่ผู้ให้เช่าอาจเรียกเก็บค่าเช่าในแต่ละปีตามความเหมาะสม แห่งท้องที่ตามมาตรา ๑๓ วรรคสาม (๓) ปฏิบัติหน้าที่อื่นตามที่บัญญัติไว้ในพระราชบัญญัตินี้ หรือตามที่ คชก. จังหวัด มอบหมาย” มาตรา ๗ ให้ยกเลิกความในมาตรา ๙ แห่งพระราชบัญญัติการเช่าที่ดินเพื่อเกษตรกรรม พ.ศ. ๒๕๒๔ และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน “มาตรา ๙ ในตําบลหนึ่ง ๆ ที่มีการเช่า ให้มี คชก. ตําบล ซึ่งประกอบด้วยบุคคลดังต่อไปนี้ (๑) ในแขวงของกรุงเทพมหานคร คชก. ตําบล ประกอบด้วย ข้าราชการกรุงเทพมหานคร ซึ่งผู้อํานวยการเขตแต่งตั้งเป็นประธานกรรมการ พนักงานประเมินภาษี ผู้แทนกรมส่งเสริมการเกษตร ผู้แทนกรมประมง ผู้แทนกรมปศุสัตว์ ผู้แทนผู้เช่าสี่คนและผู้แทนผู้ให้เช่าสี่คนซึ่งผู้อํานวยการเขตแต่งตั้ง เป็นกรรมการ และให้เจ้าพนักงานปกครองซึ่งผู้อํานวยการเขตแต่งตั้งเป็นกรรมการและเลขานุการ (๒) คชก. ตําบล ประกอบด้วย ปลัดอําเภอหรือหัวหน้าส่วนราชการซ่ึงนายอําเภอแต่งตั้ง เป็นประธานกรรมการ กํานันท้องที่เป็นรองประธานกรรมการ ผู้แทนเกษตรอําเภอ ผู้แทนเจ้าพนักงาน หน้า ๑๒ เล่ม ๑๓๓ ตอนที่ ๓๘ ก ราชกิจจานุเบกษา ๒๙ เมษายน ๒๕๕๙ ที่ดินอําเภอหรือผู้แทนเจ้าพนักงานที่ดินจังหวัด แล้วแต่กรณี ผู้แทนพัฒนาการอําเภอ ผู้แทนผู้เช่าสี่คน และผู้แทนผู้ให้เช่าสี่คนซึ่งนายอําเภอแต่งตั้ง เป็นกรรมการ และเจ้าหน้าที่อื่นในอําเภอซึ่งนายอําเภอ แต่งตั้งเป็นกรรมการและเลขานุการ ในกรณีท้องที่ใดไม่มีกํานันแต่มีนายกเทศมนตรี ให้นายกเทศมนตรีที่มีการเช่าอยู่ในเขต เป็นรองประธานกรรมการ ในการแต่งตั้งผู้แทนผู้เช่าและผู้แทนผู้ให้เช่า ให้ผู้อํานวยการเขตหรือนายอําเภอ แล้วแต่กรณี ปรึกษาหารือร่วมกันกับกํานัน ผู้ใหญ่บ้าน ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นซึ่งอยู่ในเขตตําบล ผู้เช่า และผู้ให้เช่า ตามสมควร ในกรณีที่ไม่อาจแต่งตั้งผู้แทนผู้เช่าหรือผู้แทนผู้ให้เช่า ไม่ว่าฝ่ายใดฝ่ายหน่ึงหรือทั้งสองฝ่ายก็ตาม ได้ครบตามจํานวนที่กําหนดไว้ในวรรคหน่ึง ให้ผู้อํานวยการเขตหรือนายอําเภอ แล้วแต่กรณี แต่งตั้ง ผู้แทนผู้เช่าและผู้แทนผู้ให้เช่าตามจํานวนที่ปรากฏในทะเบียนตามมาตรา ๑๓ (๒) โดยต้องแต่งตั้งฝ่ายละเท่ากัน ในการพิจารณาเร่ืองอันเก่ียวกับการเช่าในเขตหมู่บ้านใด ให้ผู้ใหญ่บ้านแห่งหมู่บ้านนั้นเป็น กรรมการด้วย” มาตรา ๘ ให้ยกเลิกมาตรา ๑๐ มาตรา ๑๑ และมาตรา ๑๒ แห่งพระราชบัญญัติ การเช่าที่ดินเพื่อเกษตรกรรม พ.ศ. ๒๕๒๔ มาตรา ๙ ให้ยกเลิกความในมาตรา ๑๓ แห่งพระราชบัญญัติการเช่าที่ดินเพื่อเกษตรกรรม พ.ศ. ๒๕๒๔ และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน “มาตรา ๑๓ คชก. ตําบล มีอํานาจหน้าที่ ดังต่อไปนี้ (๑) ประกาศกําหนดตามมาตรา ๔๐ (๒) จัดทําทะเบียนผู้เช่าและผู้ให้เช่าภายในเขตตําบล ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่รัฐมนตรีกําหนด (๓) พิจารณาวินิจฉัยข้อพิพาทเก่ียวกับการเรียกเก็บค่าเช่า การชําระค่าเช่า ระยะเวลาของการเช่า ตลอดจนข้อพิพาทอ่ืน หรือค่าเสียหายอันเกิดจากการเช่าตามคําร้องขอของผู้เช่าหรือผู้ให้เช่า และออก คําสั่งใด ๆ ให้ผู้เช่าหรือผู้ให้เช่าปฏิบัติหรือมิให้ปฏิบัติการใดเพื่อให้เกิดผลตามคําวินิจฉัย และเม่ือวินิจฉัย หรือออกคําสั่งใด ๆ แล้ว ให้รายงาน คชก. อําเภอ ทราบ (๔) ปฏิบัติหน้าที่อื่นตามที่ บัญญัติ ไว้ ในพระราชบัญญัตินี้ หรือตามที่ คชก . จังหวัด หรือ คชก. อําเภอ มอบหมาย การกําหนดอัตราค่าเช่าขั้นสูงตาม (๑) ให้กําหนดล่วงหน้าก่อนเริ่มฤดูการประกอบเกษตรกรรม ของแต่ละปีไม่น้อยกว่าสี่สิบห้าวัน และปิดประกาศไว้ ณ ศาลากลางจังหวัด ที่ว่าการอําเภอ ที่ทําการ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่มีการเช่าอยู่ในเขต ที่ทําการกํานัน และที่ทําการผู้ใหญ่บ้านแห่งท้องที่ ผู้เช่าหรือผู้ให้เช่าผู้ใดเห็นว่า การกําหนดอัตราค่าเช่าขั้นสูงหรือผลผลิตขั้นสูงของผลิตผลเกษตรกรรม ซึ่งเป็นพืชหลักที่นิยมปลูกในพื้นที่นั้น สูงหรือต่ําเกินสมควร หรือการกําหนดเวลาที่ผู้ให้เช่าอาจเรียกเก็บค่าเช่า หน้า ๑๓ เล่ม ๑๓๓ ตอนที่ ๓๘ ก ราชกิจจานุเบกษา ๒๙ เมษายน ๒๕๕๙ ในแต่ละปีไม่เหมาะสมหรือไม่สอดคล้องกับสภาพข้อเท็จจริงแห่งท้องที่ ให้มีสิทธิร้องขอต่อ คชก. อําเภอ ภายในสามสิบวันนับแต่วันที่มีประกาศกําหนด ในการนี้ ให้ คชก. อําเภอ มีอํานาจสั่งให้ คชก. ตําบล พิจารณาทบทวนใหม่ตามที่เห็นสมควรได ้ ในการพิจารณาวินิจฉัยข้อพิพาทตาม (๓) ให้ คชก. ตําบล มีอํานาจหน้าที่ไกล่เกลี่ยให้คู่กรณี ตกลงกันได้ตามที่เห็นสมควร เม่ือ คชก. ตําบล ได้ดําเนินการใด ๆ ตามอํานาจหน้าที่ของตนตามพระราชบัญญัตินี้แล้ว ให้ คชก. ตําบล รายงาน คชก. อําเภอ ทราบ” มาตรา ๑๐ ให้ยกเลิกมาตรา ๑๔ แห่งพระราชบัญญัติการเช่าที่ดินเพื่อเกษตรกรรม พ.ศ. ๒๕๒๔ มาตรา ๑๑ ให้ยกเลิกความในมาตรา ๑๕ แห่งพระราชบัญญัติการเช่าที่ดินเพื่อเกษตรกรรม พ.ศ. ๒๕๒๔ และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน “มาตรา ๑๕ ผู้แทนผู้เช่าและผู้แทนผู้ให้เช่าซึ่งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครหรือผู้ว่าราชการจังหวัด แต่งตั้งเป็นกรรมการตามมาตรา ๗ หรือซึ่งนายอําเภอหรือผู้อํานวยการเขตแต่งตั้งเป็นกรรมการ ตามมาตรา ๘/๑ และมาตรา ๙ อยู่ในตําแหน่งคราวละสามปี กรรมการซึ่งพ้นจากตําแหน่งตามวาระอาจได้รับแต่งตั้งอีกได้” มาตรา ๑๒ ให้ยกเลิกความในมาตรา ๑๘ แห่งพระราชบัญญัติการเช่าที่ดินเพื่อเกษตรกรรม พ.ศ. ๒๕๒๔ และให้ใชค้วามต่อไปนี้แทน “มาตรา ๑๘ การประชุมของ คชก. จังหวัด คชก. อําเภอ หรือ คชก. ตําบล ต้องมีกรรมการ มาประชุมไม่น้อยกว่าก่ึงหนึ่งของจํานวนกรรมการทั้งหมดจึงจะเป็นองค์ประชุม ถ้าประธานกรรมการไม่อยู่ ในที่ประชุมให้รองประธานกรรมการเป็นประธานในที่ประชุม ถ้าไม่มีรองประธานกรรมการหรือ มีแต่ไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ ให้ที่ประชุมเลือกกรรมการคนหนึ่งเป็นประธานในที่ประชุม การวินิจฉัยชี้ขาดของที่ประชุมให้ถือเสียงข้างมาก กรรมการคนหนึ่งให้มีเสียงหนึ่งในการลงคะแนน ถ้าคะแนนเสียงเท่ากัน ให้ประธานในที่ประชุมออกเสียงเพิ่มขึ้นอีกเสียงหน่ึงเป็นเสียงชี้ขาด ห้ามมิให้กรรมการซึ่งเป็นผู้มีส่วนได้เสียในกรณีพิพาทรายใด เข้าร่วมประชุมและใช้สิทธิ ในการพิจารณาและลงมติในกรณีพิพาทรายนั้น” มาตรา ๑๓ ให้เพิ่มความต่อไปนี้เป็นวรรคสามของมาตรา ๒๐ แห่งพระราชบัญญัติการเช่า ที่ดินเพื่อเกษตรกรรม พ.ศ. ๒๕๒๔ “ในการวินิจฉัยข้อพิพาทตามพระราชบัญญัตินี้ คชก. ตําบล ต้องแจ้งผลการวินิจฉัยดังกล่าว ให้คู่กรณีทราบภายในสิบวันนับแต่วันที่มีคําวินิจฉัย” มาตรา ๑๔ ให้ยกเลิกความในมาตรา ๒๖ แห่งพระราชบัญญัติการเช่าที่ดินเพื่อเกษตรกรรม พ.ศ. ๒๕๒๔ และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน หน้า ๑๔ เล่ม ๑๓๓ ตอนที่ ๓๘ ก ราชกิจจานุเบกษา ๒๙ เมษายน ๒๕๕๙ “มาตรา ๒๖ การเช่านาที่ได้ทําหลักฐานการเช่านาไว้เป็นหนังสือ ให้มีระยะเวลาการเช่านา ตามที่กําหนดในหลักฐานการเช่านานั้น แต่ถ้าไม่ได้กําหนดระยะเวลาการเช่านาในหลักฐานการเช่านา หรือกําหนดไว้น้อยกว่าสองปี ให้การเช่านานั้นมีกําหนดสองปี การเช่านาที่มิได้ทําหลักฐานการเช่านาไว้เป็นหนังสือให้ถือว่าการเช่านามีกําหนดคราวละหกปี เม่ือสิ้นระยะเวลาการเช่านาตามวรรคหน่ึงหรือวรรคสอง ถ้าผู้ให้เช่านามิได้บอกเลิกการให้เช่านา ตามมาตรา ๓๗ และมิได้มีการตกลงเช่านากันใหม่ ในกรณีได้ทําหลักฐานการเช่านาไว้เป็นหนังสือให้ถือว่า หลักฐานการเช่านานั้นยังคงมีผลบังคับต่อไปเท่าระยะเวลาที่กําหนดไว้ในหลักฐานการเช่านานั้นหรือมีกําหนด สองปีตามวรรคหนึ่ง แล้วแต่กรณี และในกรณีที่ไม่มีหลักฐานการเช่านาเป็นหนังสือ ให้ถือว่ามีการเช่านานั้น ต่อไปอีกคราวละหกปีตามวรรคสอง บทบัญญัติมาตรานี้ มิให้ใช้บังคับแก่การเช่าช่วงนา” มาตรา ๑๕ ให้ยกเลิกมาตรา ๒๗ แห่งพระราชบัญญัติการเช่าที่ดินเพื่อเกษตรกรรม พ.ศ. ๒๕๒๔ มาตรา ๑๖ ให้ยกเลิกความในมาตรา ๓๗ แห่งพระราชบัญญัติการเช่าที่ดินเพื่อเกษตรกรรม พ.ศ. ๒๕๒๔ และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน “มาตรา ๓๗ ถ้าผู้ให้เช่านาไม่ประสงค์จะให้เช่านาต่อไปเม่ือสิ้นสุดระยะเวลาการเช่านา ตามมาตรา ๒๖ ผู้ให้เช่านาต้องแจ้งเป็นหนังสือต่อผู้เช่านาก่อนสิ้นสุดระยะเวลาการเช่านาไม่น้อยกว่าหกเดือน พร้อมทั้งแจ้งให้ คชก. ตําบล ทราบด้วย และเม่ือ คชก. ตําบล ได้รับแจ้งแล้ว ให้มีหนังสือสอบถามผู้เช่านาว่า ยังประสงค์จะเช่านานั้นต่อไปหรือไม่ ถ้าผู้เช่านายังประสงค์จะเช่านาน้ันต่อไป ให้แจ้งผู้ให้เช่านาและ คชก. ตําบล ทราบภายใน สามสิบวันนับแต่วันได้รับแจ้งจากผู้ให้เช่านา และให้ คชก. ตําบล ดําเนินการไกล่เกลี่ยให้ยุติ ถ้าสามารถ ไกล่เกลี่ยให้ยุติได้ ก็ให้ดําเนินการตามผลของการไกล่เกลี่ย ในกรณีที่ไม่อาจไกล่เกลี่ยให้เป็นที่พอใจของ ทั้งสองฝ่าย ให้ คชก. ตําบล พิจารณาเหตุผลและความจําเป็นของผู้ให้เช่านา ถ้าเห็นว่าผู้ให้เช่านามีความจําเป็น อันไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ที่จะใช้ที่นานั้น ก็ให้สั่งให้การเช่านาสิ้นสุดลง เว้นแต่ในกรณีที่เห็นว่าผู้เช่านาจะเดือดร้อน เกินสมควร จะให้ผู้เช่านาทํานาต่อไปอีกหนึ่งปีก็ได้ ในกรณีที่ คชก. ตําบล เห็นว่าผู้ให้เช่านาไม่มีเหตุผลและความจําเป็นที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ที่จะใช้ ที่นานั้น ให้ คชก. ตําบล วินิจฉัยให้การเช่านานั้นมีผลต่อไปอีกสองปี ผู้มีส่วนได้เสียอาจอุทธรณ์คําวินิจฉัยของ คชก. ตําบล ตามวรรคสองและวรรคสาม ต่อ คชก. จังหวัด ได้ภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ได้รับแจ้งคําวินิจฉัย คําวินิจฉัยของ คชก. ตําบล ที่ให้การเช่านาสิ้นสุดลงตามวรรคสอง ให้มีผลเม่ือพ้นระยะเวลาอุทธรณ์ ตามวรรคสี่และผู้เช่านามิได้อุทธรณ์คําวินิจฉัยของ คชก. ตําบล ในกรณีที่ผู้เช่านาอุทธรณ์ภายในกําหนดเวลา ให้ทุเลาการบังคับตามคําวินิจฉัยของ คชก. ตําบล ไว้ก่อน จนกว่า คชก. จังหวัด จะมีคําวินิจฉัยเป็นอย่างอื่น หน้า ๑๕ เล่ม ๑๓๓ ตอนที่ ๓๘ ก ราชกิจจานุเบกษา ๒๙ เมษายน ๒๕๕๙ คําวินิจฉัยของ คชก. ตําบล ที่ให้การเช่านายังมีผลต่อไปตามวรรคสาม ให้มีผลบังคับได้ทันที จนกว่า คชก. จังหวัด จะมีคําวินิจฉัยเป็นอย่างอื่น” มาตรา ๑๗ ให้ยกเลิกมาตรา ๓๘ แห่งพระราชบัญญัติการเช่าที่ดินเพื่อเกษตรกรรม พ.ศ. ๒๕๒๔ มาตรา ๑๘ ให้ยกเลิกความในมาตรา ๔๐ และมาตรา ๔๑ แห่งพระราชบัญญัติการเช่าที่ดิน เพื่อเกษตรกรรม พ.ศ. ๒๕๒๔ และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน “มาตรา ๔๐ ให้ คชก. ตําบล ประกาศกําหนดอัตราค่าเช่านาขั้นสูง ผลผลิตขั้นสูงของผลิตผล เกษตรกรรมซึ่งเป็นพืชหลักที่นิยมปลูกในพ้ืนที่ กําหนดเวลาที่ผู้ให้เช่านาอาจเรียกเก็บค่าเช่านาในแต่ละปี ตามความเหมาะสมแห่งท้องที่ และประเภทของพืชหลัก ค่าเช่านาให้คิดเป็นรายปี ในการจัดทําประกาศตามวรรคหนึ่งสําหรับตําบลที่มีหมู่บ้าน ให้จัดทําเป็นรายหมู่บ้าน และให้ คชก. ตําบล ปรึกษาหารือและนําข้อเสนอของคณะกรรมการหมู่บ้านของแต่ละหมู่บ้านที่อยู่ในเขตมาพิจารณา ประกอบด้วย ในกรณีที่ คชก. ตําบล กําหนดอัตราค่าเช่านาขั้นสูงขึ้นใหม่ ผู้เช่านาหรือผู้ให้เช่านาอาจขอให้ อีกฝ่ายหนึ่งปรับปรุงอัตราค่าเช่านาได้ ถ้าไม่เป็นที่ตกลงกัน ฝ่ายที่ขอให้ปรับปรุงค่าเช่านาอาจร้องขอต่อ คชก. ตําบล ให้วินิจฉัยได้ แต่ต้องร้องขอภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ไม่สามารถตกลงกันได้ ในกรณีที่มิได้มีข้อตกลงกันไว้ ผู้เช่านาจะชําระค่าเช่านาเป็นผลผลิตก็ได้ ในกรณีที่ค่าเช่านากําหนดเป็นเงิน ทรัพย์สิน หรือประโยชน์อย่างอื่นซึ่งมิใช่ผลผลิต ค่าเช่านา ดังกล่าวต้องไม่เกินอัตราค่าเช่านาข้ันสูงที่ คชก. ตําบล กําหนด ทั้งนี้ ให้คํานวณตามราคาซื้อขายผลผลิต ที่ซื้อขายกันในท้องที่ที่นานั้นตั้งอยู่ในขณะที่ค่าเช่านาถึงกําหนดชําระ การเรียกเก็บค่าเช่านาจะต้องกระทํา ณ ภูมิลําเนาของผู้เช่านา และผู้ให้เช่านาต้องแจ้งเป็นหนังสือ กําหนดวันเรียกเก็บค่าเช่านาให้ผู้เช่านาและประธาน คชก. ตําบล ทราบล่วงหน้าไม่น้อยกว่าสิบห้าวัน ในระหว่างที่ผู้ให้เช่านายังมิได้แจ้งให้ผู้เช่านาทราบถึงการเรียกเก็บค่าเช่านา จะถือว่าผู้เช่านาผิดนัดชําระ ค่าเช่านามิได้ มาตรา ๔๑ ในการกําหนดอัตราค่าเช่านาขั้นสูงของแต่ละท้องที่ในเขตตําบล ให้ คชก. ตําบล กําหนดเป็นผลผลิตของพืชหลักสําหรับท้องที่นั้น ๆ ตามหลักเกณฑ์ ดังต่อไปนี้ (๑) ให้กําหนดพืชหลักสําหรับท้องที่นั้น โดยคํานึงถึงสภาพแห่งท้องที่ตามคุณภาพของที่ดินและน้ํา การทํานาที่นิยมหรือสมควรทํา และการทํางานกับการลงทุนซึ่งเกษตรกรทั่วไปในท้องที่นั้นอาจกระทําได้ โดยไม่เป็นภาระเกินควร โดยในการกําหนดผลผลิตของพืชหลักดังกล่าวให้คํานึงถึงสภาพแห่งที่ดินที่อยู่ใน เขตชลประทานและนอกเขตชลประทานประกอบด้วย หน้า ๑๖ เล่ม ๑๓๓ ตอนที่ ๓๘ ก ราชกิจจานุเบกษา ๒๙ เมษายน ๒๕๕๙ (๒) ให้หักค่าใช้จ่ายเก่ียวกับการลงทุนทํานาของผู้เช่านาตามหลักเกณฑ์ที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ ์ และกระทรวงมหาดไทยร่วมกันกําหนด ทั้งนี้ ไม่น้อยกว่าหนึ่งในสามของผลผลิตขั้นสูงที่ คชก. ตําบล กําหนดโดยให้คํานึงถึงค่าใช้จ่ายในการทํานาของผู้เช่านาในแต่ละท้องที่ (๓) ผลผลิตขั้นสูงภายหลังการหักค่าใช้จ่ายตาม (๒) แล้ว ให้กําหนดเป็นค่าเช่านาข้ันสูงได้ ไม่เกินก่ึงหนึ่ง โดยให้คํานึงถึงราคาผลิตผลนั้นในแต่ละท้องที่” มาตรา ๑๙ ให้ยกเลิกความในมาตรา ๔๓ แห่งพระราชบัญญัติการเช่าที่ดินเพื่อเกษตรกรรม พ.ศ. ๒๕๒๔ และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน “มาตรา ๔๓ ในปีใดการทํานาไม่ได้ผลตามปกติโดยมิใช่ความผิดของผู้เช่านา ถ้าได้ผลผลิต ต่ํากว่าสามในสี่ของผลผลิตขั้นสูงที่ คชก. ตําบล กําหนด ให้ผู้เช่านาเสียค่าเช่านาลดลงตามส่วนของผลผลิต ที่ได้รับต่ํากว่าผลผลิตขั้นสูงดังกล่าว แต่ถ้าได้ผลผลิตต่ํากว่าหนึ่งในสามของผลผลิตขั้นสูง ผู้ให้เช่านา จะเรียกเก็บค่าเช่านามิได้” มาตรา ๒๐ ให้ยกเลิกความในวรรคหนึ่งของมาตรา ๔๕ แห่งพระราชบัญญัติการเช่าที่ดิน เพื่อเกษตรกรรม พ.ศ. ๒๕๒๔ และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน “มาตรา ๔๕ ผู้เช่านามีสิทธิใช้นาที่เช่าปลูกข้าวหรือพืชไร่ได้ แต่จะปลูกพืชไร่ประเภทที่ คชก. จังหวัด ได้ประกาศห้ามตามมาตรา ๘ (๑) มิได้” มาตรา ๒๑ ให้เพิ่มความต่อไปนี้เป็นวรรคห้าของมาตรา ๕๕ แห่งพระราชบัญญัติการเช่าที่ดิน เพื่อเกษตรกรรม พ.ศ. ๒๕๒๔ “ให้นายอําเภอมีหน้าที่ดําเนินการสํารวจว่ามีที่ดินของบุคคลใดในเขตพื้นที่ของตนมีลักษณะ ตามวรรคหน่ึง แล้วแจ้งให้ คชก. ตําบล เพื่อประกาศให้ผู้ประสงค์จะเช่านาได้ทราบทั่วกัน” มาตรา ๒๒ ให้เพิ่มความต่อไปนี้เป็นหมวด ๔ บทกําหนดโทษ มาตรา ๖๕/๑ มาตรา ๖๕/๒ และมาตรา ๖๕/๓ แห่งพระราชบัญญัติการเช่าที่ดินเพื่อเกษตรกรรม พ.ศ. ๒๕๒๔ “หมวด ๔ บทกําหนดโทษ มาตรา ๖๕/๑ เจ้าของที่ดินหรือผู้ครอบครองที่ดินรายใดให้บุคคลอื่นเช่าที่ดินเพื่อประกอบ เกษตรกรรมโดยรู้อยู่แล้วว่าบุคคลดังกล่าวเป็นคนต่างด้าว หรือเป็นผู้แทนของคนต่างด้าว ต้องระวางโทษ จําคุกไม่เกินสามเดือน หรือปรับไม่เกินห้าแสนบาท หรือทั้งจําทั้งปรับ มาตรา ๖๕/๒ คนตา่งด้าวผู้ใดฝ่าฝืนมาตรา ๕/๒ หรือใช้ให้ผู้มีสัญชาติไทยดําเนินการเช่าที่ดิน เพื่อประกอบเกษตรกรรมแทนตน ต้องระวางโทษจําคุกตั้งแต่หกเดือนถึงสามปีและปรับตั้งแต่สองแสนบาท ถึงหนึ่งล้านบาท หน้า ๑๗ เล่ม ๑๓๓ ตอนที่ ๓๘ ก ราชกิจจานุเบกษา ๒๙ เมษายน ๒๕๕๙ ผู้มีสัญชาติไทยหรือนิติบุคคลท่ีไม่ใช่คนต่างด้าวตามพระราชบัญญัตินี้ ให้ความช่วยเหลือ สนับสนุน หรือดําเนินการใด ๆ เพื่อให้คนต่างด้าวได้เช่าที่ดินเพื่อประกอบเกษตรกรรมอันเป็นการฝ่าฝืน มาตรา ๕/๒ ต้องระวางโทษเช่นเดียวกับผู้กระทําความผิดตามวรรคหน่ึง มาตรา ๖๕/๓ ในกรณีที่ผู้กระทําความผิดซึ่งต้องรับโทษตามมาตรา ๖๕/๑ หรือมาตรา ๖๕/๒ เป็นนิติบุคคล ถ้าการกระทําความผิดของนิติบุคคลนั้นเกิดจากการส่ังการ หรือการกระทําของบุคคลใด หรือไม่สั่งการ หรือไม่กระทําการอันเป็นหน้าที่ที่ต้องกระทําของกรรมการผู้จัดการ ผู้จัดการ หรือบุคคลใด ซึ่งรับผิดชอบในการดําเนินงานของนิติบุคคลนั้น ผู้นั้นต้องรับโทษตามที่บัญญัติไว้สําหรับความผิดนั้น ๆ ด้วย” มาตรา ๒๓ ในระหว่างที่ ยั งไม่ มีผู้แทนผู้ เช่าและผู้ แทนผู้ ให้ เช่า ให้ คชก . อําเภอ ประกอบด้วยกรรมการโดยตําแหน่งและผู้แทนของส่วนราชการ ไปพลางก่อน มาตรา ๒๔ ในระหว่างที่ ยั ง มิได้ มีการแต่งตั้ ง คชก . จังหวัด หรือ คชก . ตําบล ตามพระราชบัญญัติการเช่าที่ดินเพื่อเกษตรกรรม พ.ศ. ๒๕๒๔ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัตินี้ ให้ คชก. จังหวัด หรือ คชก. ตําบล ที่ดํารงตําแหน่งอยู่ในวันก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ ปฏิบัติหน้าที่ คชก. จังหวัด หรือ คชก. ตําบล ตามพระราชบัญญัติการเช่าที่ดินเพื่อเกษตรกรรม พ.ศ. ๒๕๒๔ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัตินี้ไปพลางก่อน มาตรา ๒๕ คนต่างด้าวที่เช่าที่ดินเพื่อประกอบเกษตรกรรมอยู่ในวันก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้ ใช้บังคับ และกําหนดเวลาการเช่าที่ดินดังกล่าวยังไม่สิ้นสุดลง ให้สามารถเช่าที่ดินเพื่อประกอบเกษตรกรรม ต่อไปได้จนกว่าจะสิ้นสุดระยะเวลาการเช่า แต่ต้องไม่เกินสามปีนับแต่วันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ มาตรา ๒๖ การเช่านารายใดที่ได้ทําหลกัฐานการเช่านาเป็นหนังสืออยู่ก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้ ใช้บังคับ ให้บังคับใช้ตามหลักฐานการเช่านาที่จัดทําขึ้นภายใต้พระราชบัญญัติการเช่าที่ดินเพื่อเกษตรกรรม พ.ศ. ๒๕๒๔ ก่อนการแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัตินี้ต่อไป เว้นแต่ผู้เช่าและผู้ให้เช่าจะตกลงกัน เป็นหนังสือให้บังคับตามพระราชบัญญัติการเช่าที่ดินเพื่อเกษตรกรรม พ.ศ. ๒๕๒๔ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติม โดยพระราชบัญญัตินี้ มาตรา ๒๗ บรรดาคําร้องหรืออุทธรณ์ที่อยู่ในระหว่างการพิจารณาดําเนินการของ คชก. จังหวัด หรือ คชก. ตําบล ก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ ให้ดําเนินการตามพระราชบัญญัติ การเช่าที่ดินเพื่อเกษตรกรรม พ.ศ. ๒๕๒๔ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัตินี้ มาตรา ๒๘ บรรดาระเบียบและประกาศที่ออกตามพระราชบัญญัติการเช่าที่ดินเพื่อเกษตรกรรม พ.ศ. ๒๕๒๔ ที่ใช้บังคับอยู่ในวันก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ ให้ยังคงใช้บังคับได้ต่อไปเพียงเท่าที่ ไม่ขัดหรือแย้งกับพระราชบัญญัติการเช่าที่ดินเพื่อเกษตรกรรม พ.ศ. ๒๕๒๔ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัตินี้ จนกว่าจะมีระเบียบและประกาศที่ออกตามพระราชบัญญัติการเช่าที่ดินเพื่อเกษตรกรรม พ.ศ. ๒๕๒๔ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ หน้า ๑๘ เล่ม ๑๓๓ ตอนที่ ๓๘ ก ราชกิจจานุเบกษา ๒๙ เมษายน ๒๕๕๙ มาตรา ๒๙ ให้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงมหาดไทยรักษาการตามพระราชบัญญัตินี้ ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี หน้า ๑๙ เล่ม ๑๓๓ ตอนที่ ๓๘ ก ราชกิจจานุเบกษา ๒๙ เมษายน ๒๕๕๙ หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับน้ี คือ โดยที่พระราชบัญญัติการเช่าที่ดินเพ่ือเกษตรกรรม พ.ศ. ๒๕๒๔ ได้ใช้บังคับมาเป็นเวลานาน และมีบทบัญญัติบางประการเก่ียวกับการควบคุมการเช่าที่นาที่ไม่สอดคล้อง กับสภาพเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ สมควรกําหนดมิให้นําพระราชบัญญัติน้ีใช้บังคับกับการเช่าที่ผู้เช่าเป็น นิติบุคคลปรับปรุงโครงสร้างและอํานาจหน้าที่ของคณะกรรมการการเช่าที่ดินเพ่ือเกษตรกรรม และกําหนดระยะเวลา การเช่านาและค่าเช่านาเพ่ือให้เกิดความเป็นธรรมแก่ทั้งผู้เช่าและผู้ให้เช่า ตลอดจนการกําหนดห้ามคนต่างด้าว เช่าที่ดินเพ่ือประกอบเกษตรกรรม และหน้าที่ของนายอําเภอในการสํารวจนาที่ทิ้งว่างไว้โดยไม่ได้ให้เช่าเพ่ือให้เกษตรกร สามารถใช้ประโยชน์จากทรัพยากรท่ีดินได้อย่างมีประสิทธิภาพ จึงจําเป็นต้องตราพระราชบัญญัติน้ี