تخطَّ إلى المحتوى
Nelum
قوانين تايلاند

Act on Expropriation and Acquisition of Real Estate, B.E. 2562 (2019)

صدر في 2019-05-29 · النص بتاريخ 2026-10-01

القانون العام والإرشادات الرسمية منشورة بوصفها أبحاثاً. ليست مشورة قانونية أو ضريبية أو مالية.

البحث نفسه مكتوب بالإنجليزية. العناوين والوسوم مترجمة؛ أما النتائج والاقتباسات فغير مترجمة.

عن هذا القانون

اللغة
Thai
النوع
لائحة
المنظمة
Mekong River Commission (MRC)
الدولة
تايلاند
الموضوعات
Land and soil
الكلمات المفتاحية
expropriation, land tenure, liability/compensation, offences/penalties, registration, land valuation

أين تقرؤه

النص

نص القانون نفسه، مادةً مادة، كما هو محفوظ. لكل مادة رابطها.

  1. พระราชบัญญัติ ว่าดว้ยการเวนคนืและการได้มาซึ่งอสงัหาริมทรัพย์ พ.ศ. ๒๕๖๒ พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ให้ไว ้ ณ วนัที่ ๒๔ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๖๒ เป็นปทีี่ ๔ ในรัชกาลปัจจบุัน พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศว่า โดยที่เป็นการสมควรปรับปรุงกฎหมายว่าด้วยการเวนคืนอสังหาริมทรัพย์ พระราชบัญญัตินี้มีบทบัญญัติบางประการเกี่ยวกับการจ ากัดสิทธิและเสรีภาพของบุคคล ซึ่งมาตรา ๒๖ ประกอบกับมาตรา ๓๓ และมาตรา ๓๗ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย บัญญัติให้กระท าได้โดยอาศัยอ านาจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมาย เหตุผลและความจ าเป็นในการจ ากัดสิทธิและเสรีภาพของบุคคลตามพระราชบัญญัตินี้ เพ่ือให้ รัฐได้มาซึ่งอสงัหาริมทรัพย์เพ่ือการอันเป็นสาธารณูปโภค การป้องกนัประเทศ การได้มาซึง่ทรัพยากรธรรมชาติ หรือเพ่ือประโยชน์สาธารณะอย่างอื่น รวมตลอดทั้งเพ่ือน าอสังหาริมทรัพย์ที่เวนคืนไปชดเชยให้เกิด ความเป็นธรรมแก่เจ้าของที่ถูกเวนคืน และให้เจ้าหน้าที่เข้าไปในอสังหาริมทรัพย์เพ่ือประโยชน์ใน การส ารวจและรังวัดได้ ซึ่งการตราพระราชบัญญัตินี้สอดคล้องกับเงื่อนไขที่บัญญัติไว้ในมาตรา ๒๖ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยแล้ว จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตราพระราชบัญญัติขึ้นไว้โดยค าแนะน าและยินยอมของ สภานิติบัญญัติแห่งชาติท าหน้าที่รัฐสภา ดังต่อไปนี้ ้หนา ๑ ่เลม ๑๓๖ ตอนที่ ๗๑ ก ราชกิจจานุเบกษา ๒๙ พฤษภาคม ๒๕๖๒ มาตรา ๑ พระราชบัญญัตินี้เรียกว่า “พระราชบัญญัติว่าด้วยการเวนคืนและการได้มา ซึ่งอสังหาริมทรัพย์ พ.ศ. ๒๕๖๒” มาตรา ๒ พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษา เป็นต้นไป มาตรา ๓ ให้ยกเลิก (๑) พระราชบัญญัติว่าด้วยการเวนคืนอสังหาริมทรัพย์ พ.ศ. ๒๕๓๐ (๒) ประกาศคณะรักษาความสงบเรียบร้อยแห่งชาติ ฉบับที่ ๔๔ เรื่อง การแก้ไขเพ่ิมเติม กฎหมายว่าด้วยการเวนคืนอสังหาริมทรัพย์ ลงวันที่ ๒๘ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๓๔ มาตรา ๔ ในพระราชบัญญัตินี้ “เวนคืน” หมายความว่า การให้ได้มาซึ่งที่ดินหรืออสังหาริมทรัพย์อย่างอื่นที่มิใช่ของรัฐ ตามเงื่อนไขที่ก าหนดในพระราชบัญญัตินี้ แต่ไม่รวมถึงการให้ได้มาโดยวิธีการซื้อขายตามมาตรา ๓๓ วรรคสอง มาตรา ๓๔ มาตรา ๓๕ และหมวด ๔ การได้มาซึ่งอสังหาริมทรัพย์โดยวิธีการซื้อขาย “อสังหาริมทรัพย์” หมายความว่า ที่ดิน โรงเรือน สิ่งปลูกสร้าง ไม้ยืนต้น หรือทรัพย์อย่างอื่น อันติดอยู่กับที่ดินที่มีลักษณะเป็นการถาวรหรือประกอบเป็นอันเดียวกับที่ดินนั้น “เจ้าหน้าที่” หมายความว่า กระทรวง ทบวง กรม องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น รัฐวิสาหกจิ หน่วยงานอื่นของรัฐ หรือบุคคลอื่นใดผู้กระท าการเพ่ือประโยชน์ของรัฐ ซึ่งมีหน้าที่และอ านาจในการเวนคืน หรือควบคุมการเวนคืน “พนักงานเจ้าหน้าที่” หมายความว่า เจ้าหน้าที่และบุคคลซึ่งเจ้าหน้าที่แต่งตั้งให้ด าเนินการ ตามพระราชบัญญัตินี้ “เจ้าของ” หมายความว่า เจ้าของหรือผู้ครอบครองซึ่งอสังหาริมทรัพย์โดยชอบด้วยกฎหมาย “ผู้บริหารท้องถิ่น” หมายความว่า นายกเทศมนตรี นายกองค์การบริหารส่วนต าบล ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร นายกเมืองพัทยา หรือผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นอื่นที่มีกฎหมาย จัดตั้งขึ้น แล้วแต่กรณี “รัฐมนตรี” หมายความว่า รัฐมนตรีผู้รักษาการตามพระราชกฤษฎีกาที่ออกตามมาตรา ๘ หรือพระราชบัญญัติที่ออกตามมาตรา ๒๘ หรือมาตรา ๓๐ มาตรา ๕ ในกรณีที่พระราชบัญญัตินี้มิได้ก าหนดไว้เป็นประการอื่น การใดที่ก าหนดให้แจ้ง ยื่น หรือส่งหนังสือหรือเอกสารให้บุคคลใด ถ้าได้แจ้ง ยื่น หรือส่งหนังสือหรือเอกสารให้บุคคลนั้น ณ ภูมิล าเนาหรือที่อยู่ที่ปรากฏตามหลักฐานทางทะเบียนตามกฎหมายว่าด้วยการทะเบียนราษฎร หรือ ้หนา ๒ ่เลม ๑๓๖ ตอนที่ ๗๑ ก ราชกิจจานุเบกษา ๒๙ พฤษภาคม ๒๕๖๒ ในกรณีที่ไม่ทราบว่าผู้ใดเป็นเจ้าของหรือไม่สามารถส่งหนั งสือแจ้งเจ้าของได้ การแจ้งให้กระท า โดยวิธีการปิดประกาศไว้ในที่เห็นได้ง่าย ณ สถานที่ที่อสังหาริมทรัพย์นั้นตั้งอยู่เป็นเวลาไม่น้อยกว่า สิบห้าวันก่อนวันเข้าด าเนินการใด เมื่อพ้นก าหนดเวลาดังกล่าวแล้ว ให้ถือว่าได้แจ้ง ยื่น หรือส่ง โดยชอบด้วยพระราชบัญญัตินี้แล้ว และในกรณีที่พระราชบัญญัตินี้ก าหนดให้ประกาศหรือเผยแพร่ ให้ประชาชนทราบเป็นการทั่วไป ให้ถือว่าการประกาศหรือเผยแพร่ในระบบเทคโนโลยีสารสนเทศหรือ ระบบหรือวิธีการอื่นใดที่ประชาชนทั่วไปสามารถเข้าถึงได้โดยสะดวก เป็นการด าเนินการโดยชอบด้วย พระราชบัญญัตินี้แล้ว มาตรา ๖ ให้นายกรัฐมนตรีรักษาการตามพระราชบัญญัตินี้ และให้มีอ านาจออกกฎกระทรวง เพื่อปฏิบัติการตามพระราชบัญญัตินี้ กฎกระทรวงนั้น เมื่อได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้วให้ใช้บังคับได้ หมวด ๑ การได้มาซึ่งอสังหาริมทรัพย์โดยการเวนคนื ส่วนที ่ ๑ การตราพระราชกฤษฎีกาก าหนดเขตทีด่ินที่จะเวนคนื มาตรา ๗ เมื่อรัฐมีความจ าเป็นที่จะต้องได้มาซึ่งที่ดินเพ่ือการอันจ าเป็นในกิจการสาธารณูปโภค การป้องกันประเทศ การได้มาซึ่งทรัพยากรธรรมชาติ หรือเพ่ือประโยชน์สาธารณะอย่างอื่น หรือ เพ่ือน าไปชดเชยให้เกิดความเป็นธรรมแก่เจ้าของที่ดินที่ถูกเวนคืนตามพระราชบัญญัตินี้ เมื่อมิได้ตกลง ในเรื่องการโอนไว้เป็นอย่างอื่นให้เวนคืนตามหมวดนี้ ประโยชน์สาธารณะตามวรรคหนึ่ง ให้หมายความรวมถึงการผังเมือง การส่งเสริมและรักษา คุณภาพสิ่งแวดล้อม การพัฒนาการเกษตร การปฏิรูปที่ดิน การจัดรูปที่ดิน การอนุรักษ์โบราณสถาน และแหล่งทางประวัติศาสตร์ การอุตสาหกรรม และการพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษ มาตรา ๘ เมื่อมีความจ าเป็นต้องเวนคืนที่ดินตามมาตรา ๗ และจ าเป็นต้องส ารวจ เพ่ือให้ทราบถึงที่ดินที่ต้องได้มาโดยแน่ชัด ให้ตราพระราชกฤษฎีกาก าหนดเขตที่ดินที่จะเวนคืน โดยใน พระราชกฤษฎีกาดังกล่าวอย่างน้อยต้องก าหนดรายละเอียด ดังต่อไปนี้ (๑) วัตถุประสงค์แห่งการเวนคืน (๒) ระยะเวลาการใช้บังคับพระราชกฤษฎีกา ้หนา ๓ ่เลม ๑๓๖ ตอนที่ ๗๑ ก ราชกิจจานุเบกษา ๒๙ พฤษภาคม ๒๕๖๒ (๓) แนวเขตที่ดินที่จะเวนคืนเท่าที่จ าเป็น (๔) ระยะเวลาการเริ่มต้นเข้าส ารวจ (๕) เจ้าหน้าที่เวนคืน (๖) แผนที่หรือแผนผังแสดงแนวเขตที่ดินที่จะเวนคืน การก าหนดวัตถุประสงค์ตาม (๑) จะก าหนดหลายวัตถุประสงค์ตามความจ าเป็นก็ได้ ในกรณีมีเหตุจ าเป็น จะแก้ไขเพ่ิมเติมวัตถุประสงค์ตาม (๑) ก็ได้ แต่ต้องตราเป็นพระราชกฤษฎกีา แก้ไขเพ่ิมเติม และต้องกระท าภายในก าหนดระยะเวลาตาม (๒) ในการจัดท าแผนที่เพื่อก าหนดแนวเขตที่ดินที่จะเวนคืน ให้กรมที่ดินส่งส าเนาแผนที่ระวางที่ดิน ที่เกี่ยวข้องให้แก่เจ้าหน้าที่ตามที่เจ้าหน้าที่ร้องขอ โดยให้เจ้าหน้าที่ได้รับยกเว้นค่าธรรมเนียมทั้งปวง ที่เรียกเก็บตามประมวลกฎหมายที่ดิน เมื่อมีการตราพระราชกฤษฎีกาตามมาตรานี้แล้ว ให้เป็นหน้าที่ของส านักงบประมาณจัดสรร เงินค่าทดแทนที่จะต้องจ่ายตามพระราชบัญญัตินี้เสนอพร้อมกับการเสนอร่างพระราชกฤษฎีกาต่อ คณะรัฐมนตรี ทั้งนี้ การด าเนินการดังกล่าวจะต้องสอดคล้องกับแผนการด าเนินการที่เจ้าหน้าที่ได้จัดท า ระยะเวลาการใช้จ่ายและตามก าลังเงินของแผ่นดิน โดยให้น าเงินนอกงบประมาณหรือเงินรายได้ มาประกอบการพิจารณาด้วย มาตรา ๙ ระยะเวลาการใช้บังคับพระราชกฤษฎีกาตามมาตรา ๘ (๒) ให้ก าหนดเท่าที่จ าเปน็ เพื่อการส ารวจที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ และการรังวัดที่ดิน แต่จะก าหนดเกินห้าปีมิได้ มาตรา ๑๐ ให้เจ้าหน้าที่ด าเนินการส ารวจเพ่ือให้ทราบถึงอสังหาริมทรัพย์ที่ต้องได้มา โดยแน่ชัดให้แล้วเสร็จภายในระยะเวลาการใช้บังคับพระราชกฤษฎีกาตามมาตรา ๘ (๒) หากเจ้าหน้าที่ด าเนินการไม่แล้วเสร็จตามวรรคหนึ่ง และยังประสงค์จะท าการส ารวจเพ่ือให้ทราบถึง อสังหาริมทรัพย์ที่ต้องได้มาโดยแน่ชัดต่อไป ให้เสนอต่อคณะรัฐมนตรีให้มีการตราพระราชกฤษฎีกา ฉบับใหม่ล่วงหน้าไม่น้อยกว่าหกสิบวันก่อนวันที่พระราชกฤษฎีกานั้นจะสิ้นผลใช้บังคับ หากการด าเนินการตามวรรคหนึ่งไม่แล้วเสร็จและมิได้มีการเสนอให้มีการตราพระราชกฤษฎีกา ขึ้นใหม่ภายในก าหนดเวลา ถ้าเกิดความเสียหายแก่รัฐเป็นจ านวนเท่าใด ให้ด าเนินการตามกฎหมายว่าด้วย ความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ ทั้งนี้ ไม่ตัดอ านาจในการตราพระราชกฤษฎีกาตามมาตรา ๘ ขึ้นใหม่ มาตรา ๑๑ ให้เจ้าหน้าที่เผยแพร่พระราชกฤษฎีกาตามมาตรา ๘ ให้ประชาชนทราบ เป็นการทั่วไป โดยนอกจากต้องด าเนินการตามมาตรา ๕ แล้ว ให้ปิดประกาศไว้โดยเปิดเผย ณ สถานท่ี ดังต่อไปนี้ด้วย ้หนา ๔ ่เลม ๑๓๖ ตอนที่ ๗๑ ก ราชกิจจานุเบกษา ๒๙ พฤษภาคม ๒๕๖๒ (๑) ที่ท าการของเจ้าหน้าที่ (๒) ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร ส านักงานเขต ศาลากลางจังหวัด ที่ว่าการอ าเภอหรือ กิ่งอ าเภอ ที่ท าการก านัน ที่ท าการผู้ใหญ่บ้าน และที่ท าการขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ทั้งนี้ เฉพาะในท้องที่ที่อสังหาริมทรัพย์นั้นตั้งอยู่ (๓) ส านักงานที่ดินจังหวัดและส านักงานที่ดินอ าเภอในท้องที่ที่อสังหาริมทรัพย์นั้นตั้งอยู่ มาตรา ๑๒ ภายในก าหนดระยะเวลาการใช้บังคับพระราชกฤษฎีกา พนักงานเจ้าหน้าที่มีสิทธิ เข้าไปในที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ที่อยู่ภายในแนวเขตที่ดินที่จะเวนคืน และกระท าการเท่าที่จ าเป็น เพื่อท าการส ารวจให้ทราบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์ แต่ต้องแจ้งเป็นหนังสือให้เจ้าของทราบถึง กิจการที่จะกระท าล่วงหน้าไม่น้อยกว่าสิบห้าวันก่อนวันเข้าท าการส ารวจ และต้องระมัดระวังมิให้เกิด ความเสียหายแก่เจ้าของ ในกรณีที่เกิดความเสียหาย เจ้าของชอบที่จะได้รับเงินค่าชดเชยส าหรับ ความเสียหายที่เกิดขึ้นจากกิจการที่กระท านั้น มาตรา ๑๓ การก าหนดระยะเวลาการเริม่ตน้เข้าส ารวจตามมาตรา ๘ (๔) ให้ก าหนดเทา่ที่ จ าเป็นซึ่งต้องไม่เกินหนึ่งร้อยแปดสิบวันนับแต่วันที่พระราชกฤษฎีกาตามมาตรา ๘ ใช้บังคับ ในกรณีจ าเป็นอันไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ รัฐมนตรีอาจอนุมัติให้ขยายระยะเวลาตามวรรคหนึ่ง ได้ไม่เกินเก้าสิบวัน การขยายระยะเวลาตามวรรคสองให้ท าเป็นประกาศและต้องระบุเหตุผลการขยายระยะเวลาไว้ด้วย และให้น าความในมาตรา ๑๑ มาใช้บังคับกับการเผยแพร่ประกาศดังกล่าวด้วยโดยอนุโลม มาตรา ๑๔ ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ที่เขา้ท าการส ารวจตามมาตรา ๑๒ ชี้แจง เผยแพร่ข้อมลู และสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับวัตถุประสงค์แห่งการเวนคืนให้ประชาชนทราบ พร้อมทั้งรับฟังความคิดเห็น ของประชาชนเพ่ือน ามาประกอบการพิจารณาด้วย ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่เจ้าหน้าที่ประกาศ ก าหนด มาตรา ๑๕ ในระหว่างการด าเนินการส ารวจ เมื่อพนักงานเจ้าหน้าที่ทราบถึงที่ดินที่จะเวนคืน แปลงใดแล้ว ในกรณีที่จ าเป็นต้องมีการรังวัดให้พนักงานเจ้าหน้าที่ด าเนินการรังวัดที่ดินแปลงนั้นด้วย แต่ต้องแจ้งก าหนดวันเวลาการรังวัดเป็นหนังสือให้เจ้าของที่ดินที่เกี่ยวข้องทราบและมาชี้หรือระวังแนวเขต โดยต้องแจ้งล่วงหน้าไม่น้อยกว่าสิบห้าวัน ในกรณีที่เจ้าของที่ดินตามวรรคหนึ่งไม่มาชี้หรือระวังแนวเขต หรือมาแต่ไม่ยอมลงชื่อรับรอง แนวเขต ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ด าเนินการรังวัดต่อไปได้โดยไม่ต้องมีการชี้หรือรับรองแนวเขต ้หนา ๕ ่เลม ๑๓๖ ตอนที่ ๗๑ ก ราชกิจจานุเบกษา ๒๙ พฤษภาคม ๒๕๖๒ ในการรังวัดตามวรรคหนึ่ง พนักงานเจ้าหน้าที่จะท าการรังวัดเองหรือขอให้เจ้าพนักงานที่ดิน ท าการรังวัดให้ หรือมอบหมายให้ช่างรังวัดเอกชนตามกฎหมายว่าด้วยช่างรังวัดเอกชนท าการรังวัดก็ได้ และให้ถือว่าการรังวัดดังกล่าว เป็นการรังวัดของเจ้าพนักงานที่ดินตามประมวลกฎหมายที่ดิน เพ่ือประโยชน์แห่งการด าเนินการตามมาตรานี้ ให้เจ้าพนักงานที่ดินอ านวยความสะดวกและ ให้ความร่วมมือตามที่เจ้าหน้าที่หรือพนักงานเจ้าหน้าที่ร้องขอ การรังวัดตามมาตรานี้ ให้น าบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายที่ดินเกี่ยวกับการรังวัดที่ดิน มาใช้บังคับโดยอนุโลม มาตรา ๑๖ เมื่อพระราชกฤษฎีกาตามมาตรา ๘ ใช้บังคับแล้ว ให้เจ้าหน้าที่แจ้งรายละเอียด เกี่ยวกับที่ดินที่อยู่ในแนวเขตที่ดินที่จะเวนคืนให้กรมที่ดินทราบ และให้เป็นหน้าที่ของพนักงานเจ้าหน้าที่ จดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมเกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์ตามประมวลกฎหมายที่ดินที่อยู่ในแนวเขตที่ดิน ตามพระราชกฤษฎีกาดังกล่าว ต้องแจ้งให้ผู้ที่ประสงค์จะท านิติกรรมใด ๆ เกี่ยวกับที่ดินนั้นทราบ โดยให้หมายเหตุไว้ในหนังสือแสดงสิทธิในที่ดินตามวิธีการที่อธิบดีกรมที่ดินก าหนดโดยประกาศใน ราชกิจจานุเบกษา มาตรา ๑๗ เว้นแต่มีกฎหมายเฉพาะก าหนดไวเ้ปน็อย่างอืน่ เมื่อพระราชกฤษฎีกาตามมาตรา ๘ ใช้บังคับแล้ว ถ้าในแนวเขตที่ดินที่จะเวนคืนนั้น (๑) มีที่ดินแปลงใดหรือส่วนใดที่จ าเป็นต้องใช้ตามวัตถุประสงค์แห่งการเวนคืนเป็นสาธารณสมบัติ ของแผ่นดินส าหรับพลเมืองใช้ร่วมกันแต่พลเมืองเลิกใช้ประโยชน์ในที่ดินนั้น หรือได้เปลี่ยนสภาพจาก การเป็นที่ดินส าหรับพลเมืองใช้ร่วมกัน เมื่อกระทรวงมหาดไทยได้ให้ความยินยอมแล้ว หรือพลเมือง ยังใช้ประโยชน์ในที่ดินนั้นอยู่หรือยังไม่เปลี่ยนสภาพจากการเป็นที่ ดินส าหรับพลเมืองใช้ร่วมกัน เมื่อกระทรวงมหาดไทยได้ให้ความยินยอมตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กระทรวงมหาดไทยก าหนด โดยรับฟังความคิดเห็นของประชาชนด้วย และเจ้าหน้าที่ได้จัดที่ดินแปลงอื่นให้พลเมืองใช้ร่วมกันแทน ตามที่กระทรวงมหาดไทยก าหนดแล้ว ให้พระราชกฤษฎีกาตามมาตรา ๘ มีผลเป็นการถอนสภาพ การเป็นสาธารณสมบัตขิองแผ่นดนิส าหรับที่ดนิเฉพาะแปลงหรอืส่วนที่จ าเป็นต้องใช้ตามวตัถปุระสงคแ์หง่ การเวนคืนดังกล่าว โดยมิต้องด าเนินการถอนสภาพหรือโอนตามประมวลกฎหมายที่ดิน และให้เจ้าหน้าที่ มีอ านาจเข้าครอบครอง ดูแล และใช้ประโยชน์ในที่ดินนั้นได้ (๒) มีที่ดินแปลงใดหรือส่วนใดที่จ าเป็นต้องใช้ตามวัตถุประสงค์แห่งการเวนคืนเป็นสาธารณสมบัติ ของแผ่นดินใช้เพ่ือประโยชน์ของแผ่นดินโดยเฉพาะ หรือที่ดินที่ได้สงวนหวงห้ามไว้ตามความต้องการ ของทางราชการ เมื่อกระทรวงการคลังให้ความยินยอมหรือเจ้าหน้าที่ผู้มีอ านาจในการหวงห้าม ให้ความยินยอม และได้รับความยินยอมจากหน่วยงานของรัฐที่ครอบครองหรือใช้ประโยชน์ในที่ดินนั้น อยู่ในวันที่พระราชกฤษฎีกาตามมาตรา ๘ ใช้บังคับ ให้พระราชกฤษฎีกาก าหนดเขตทีด่ินที่จะเวนคนืนัน้ ้หนา ๖ ่เลม ๑๓๖ ตอนที่ ๗๑ ก ราชกิจจานุเบกษา ๒๙ พฤษภาคม ๒๕๖๒ มีผลเป็นการถอนสภาพการเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินหรือถอนการหวงหา้มส าหรับที่ดินเฉพาะแปลง หรือส่วนที่จ าเป็นต้องใช้ตามวัตถุประสงค์แห่งการเวนคืนดังกล่าว โดยมิต้องด าเนินการถอนสภาพหรือ ถอนการหวงห้าม ตามกฎหมายว่าด้วยที่ราชพัสดุหรือตามประมวลกฎหมายที่ดิน แล้วแต่กรณี และ ให้เจ้าหน้าที่มีอ านาจครอบครอง ดูแล และใช้ประโยชน์ที่ดินนั้นได้ (๓) มีที่ดินแปลงใดหรือส่วนใดที่จ าเป็นต้องใช้ตามวัตถุประสงค์แห่งการเวนคืนเป็นที่ดิน รกร้างว่างเปล่า หรือที่ดินซึ่งมีผู้ เวนคืนหรือทอดทิ้งหรือกลับมาเป็นของแผ่นดินโดยประการอื่น ตามประมวลกฎหมายที่ดิน และที่ดินนั้นอยู่นอกเขตป่าไม้ถาวรตามมติคณะรัฐมนตรี เมื่อได้แจ้งให้ กระทรวงมหาดไทยทราบแล้ว ให้เจ้าหน้าที่มีอ านาจเข้าครอบครอง ดูแล และใช้ประโยชน์ที่ดินนั้นได้ (๔) มีที่ดินแปลงใดหรือส่วนใดที่จ าเป็นต้องใช้ตามวัตถุประสงค์แห่งการเวนคืนเป็นป่าสงวน แห่งชาติ ให้เจ้าหน้าที่ขอความเห็นชอบการใช้พ้ืนที่นั้นจากอธิบดีกรมป่าไม้ และเมื่ออธิบดีกรมป่าไม้ ให้ความเห็นชอบแล้ว ให้พระราชกฤษฎีกาตามมาตรา ๘ มีผลเป็นการเพิกถอนป่าสงวนแห่งชาติ เฉพาะแปลงหรือส่วนที่จ าเป็นต้องใช้ตามวัตถุประสงค์แห่งการเวนคืนดังกล่าวตั้งแต่วันที่อธิบดีกรมป่าไม้ ให้ความเห็นชอบ โดยมิต้องด าเนินการเพิกถอนสภาพตามกฎหมายว่าด้วยป่าสงวนแห่งชาติ และให้ เจ้าหน้าที่มีอ านาจเข้าครอบครอง ดูแล และใช้ประโยชน์ที่ดินนั้นได้ ในการด าเนินการตามวรรคหนึ่ง ถ้าเจ้าหน้าที่ได้จ่ายค่าตอบแทนให้แก่กระทรวงการคลัง ตามอัตรา หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่กระทรวงการคลังก าหนดโดยความเห็นชอบของคณะรัฐมนตรีแล้ว ให้กรรมสิทธิ์ในที่ดินนั้นตกเป็นของเจ้าหน้าที่ มาตรา ๑๘ ในกรณีที่หน่วยงานของรัฐประสงค์จะเข้าใช้อสังหาริมทรัพย์ของรัฐหรือที่หน่วยงาน ของรัฐเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ ทั้งนี้ เฉพาะอสังหาริมทรัพย์ที่รัฐหรือหน่วยงานของรัฐไดม้าโดยการเวนคนื และการเข้าใช้อสังหาริมทรัพย์นั้น ไม่ท าให้วัตถุประสงค์ของการเวนคืนเดิมต้องเสียไปโดยสิ้นเชิง และ วัตถุประสงค์ในการใช้นั้นเป็นวัตถุประสงค์ที่ใช้เป็นเหตุในการเวนคืนได้ ให้หน่วยงานของรัฐมีอ านาจเข้าใช้ อสังหาริมทรัพย์ดังกล่าวได้ โดยท าความตกลงกับหน่วยงานของรัฐที่เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์หรือที่มี สิทธิใช้ประโยชน์ในอสังหาริมทรัพย์นั้น ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่คณะรัฐมนตรีก าหนด ส่วนที ่ ๒ การก าหนดราคาอสงัหาริมทรัพย์เบื้องต้น มาตรา ๑๙ เมื่อพระราชกฤษฎีกาตามมาตรา ๘ ใช้บังคับแล้ว ให้เจ้าหน้าที่แต่งตัง้คณะกรรมการ ขึ้นคณะหนึ่ง ประกอบด้วยผู้แทนของเจ้าหน้าที่ ผู้แทนกรมธนารักษ์ ผู้แทนกรมที่ดิน นายอ าเภอหรือ ้หนา ๗ ่เลม ๑๓๖ ตอนที่ ๗๑ ก ราชกิจจานุเบกษา ๒๙ พฤษภาคม ๒๕๖๒ ผู้อ านวยการเขต และผู้บริหารท้องถิ่นที่เกี่ยวข้อง เพ่ือท าหน้าที่ก าหนดราคาอสังหาริมทรัพย์เบื้องต้นและ เงินค่าทดแทน ในกรณีที่มีความจ าเป็น เจ้าหน้าที่อาจพิจารณาแต่งตั้งผู้แทนหน่วยงานอื่นของรัฐเข้าร่วมเป็น กรรมการด้วย ผู้บริหารท้องถิ่นที่เกี่ยวข้องตามวรรคหนึ่ง หมายถึงผู้บริหารท้องถิ่นขององค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่นที่มีอสังหาริมทรัพย์อยู่ในแนวเขตพระราชกฤษฎีกาตามมาตรา ๘ ถ้าแนวเขตที่ดินที่จะเวนคืน ครอบคลุมพ้ืนที่ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมากกว่าหนึ่งแห่ง เมื่อจะพิจารณาก าหนดเงินค่าทดแทน หรือปฏิบัติหน้าที่เกี่ยวกับที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ที่อยู่ในเขตขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นใด ให้ผู้บริหารท้องถิ่นตามวรรคหนึ่ง หมายถึงเฉพาะผู้บริหารท้องถิ่นขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นนั้น ให้น าความในวรรคสามมาใช้บังคับกับกรณีที่แนวเขตที่ดินที่จะเวนคืนครอบคลุมท้องที่มากกว่า หนึ่งอ าเภอด้วยโดยอนุโลม มาตรา ๒๐ การก าหนดราคาเบื้องต้นส าหรับที่ดินที่เวนคืน ให้ค านึงถึงราคา สภาพ เหตุ และวัตถุประสงค์ดังต่อไปนี้ประกอบกัน (๑) ราคาที่ซื้อขายกันตามปกติในท้องตลาดของที่ดินในวันใช้บังคับพระราชกฤษฎีกา ตามมาตรา ๘ (๒) ราคาประเมินที่ดินของทางราชการที่ก าหนดขึ้นเพ่ือประโยชน์ในการจัดเก็บภาษีที่ดินและ สิ่งปลูกสร้าง (๓) ราคาประเมินทุนทรัพย์เพ่ือเรียกเก็บค่าธรรมเนียมในการจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรม ตามประมวลกฎหมายที่ดิน (๔) สภาพและที่ตั้งของที่ดินนั้น และ (๕) เหตุและวัตถุประสงค์แห่งการเวนคืน การก าหนดราคาเบื้องต้นตามวรรคหนึ่ ง ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่ก าหนดใน กฎกระทรวง มาตรา ๒๑ ให้คณะกรรมการตามมาตรา ๑๙ ก าหนดราคาอสังหาริมทรัพย์เบื้องต้นภายใน แนวเขตที่ดินที่จะเวนคืนให้แล้วเสร็จ ภายในหนึ่งร้อยแปดสิบวันนับแต่วันที่ได้รับแต่งตั้ง และประกาศ ให้ประชาชนทราบ ณ สถานที่ที่ก าหนดไว้ตามมาตรา ๑๑ ในกรณีที่มีเหตุจ าเป็นและคณะกรรมการตามมาตรา ๑๙ ไม่อาจก าหนดราคาอสังหาริมทรัพย์ เบื้องต้นให้แล้วเสร็จได้ภายในระยะเวลาที่ก าหนดไว้ รัฐมนตรีอาจอนุมัติให้ขยายระยะเวลาตามวรรคสองได้ ้หนา ๘ ่เลม ๑๓๖ ตอนที่ ๗๑ ก ราชกิจจานุเบกษา ๒๙ พฤษภาคม ๒๕๖๒ ไม่เกินเก้าสิบวนั โดยท าเปน็ประกาศและระบเุหตุผลการขยายระยะเวลาไว้ดว้ย และให้น าความในมาตรา ๑๑ มาใช้บังคับกับการเผยแพร่ประกาศดังกล่าวโดยอนุโลม ในกรณีที่รัฐมนตรีเห็นว่าราคาอสังหาริมทรัพย์เบื้องต้นที่คณะกรรมการตามมาตรา ๑๙ ได้ก าหนดไว้ต่ าหรือสูงเกินไป ก่อให้เกิดความไม่เป็นธรรม รัฐมนตรีจะเสนอคณะรัฐมนตรีเพ่ื อก าหนด ราคาใหม่ให้เกิดความเป็นธรรมขึ้นก็ได้ ราคาที่คณะรัฐมนตรีก าหนดดงักล่าวให้ถือว่าเป็นราคาอสังหาริมทรัพย์ เบื้องต้นที่คณะกรรมการตามมาตรา ๑๙ ก าหนด มาตรา ๒๒ ถ้าการด าเนินกิจการตามวัตถุประสงค์แห่งการเวนคืนได้กระท าให้ที่ดินที่เหลืออยู่ ในแปลงเดียวกันนั้นมีราคาสูงขึ้น ให้เอาราคาที่สูงขึ้นนั้นหักออกจากเงินค่าทดแทน แต่ไม่ว่ากรณีจะเป็น ประการใดจะหักเกินร้อยละห้าสิบของเงินค่าทดแทนมิได้ ความในวรรคหนึ่งมิให้ใช้บังคับ ในกรณีที่เจ้าของมีหน้าที่ต้องเสียภาษีที่เรียกเก็บส าหรับที่ดิน แปลงนั้นจากการได้รับประโยชน์จากการพัฒนาระบบสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่งของรฐั ตามกฎหมายว่าด้วยการนั้น ในกรณีตามวรรคหนึ่ง ถ้าท าให้ที่ดินในแปลงเดียวกันที่เหลืออยู่นั้นมีราคาลดลง ให้ก าหนด เงินค่าทดแทนให้ส าหรับที่ดินส่วนที่เหลืออันมีราคาลดลงนั้น ในกรณีที่ที่ดินแปลงใดที่เจ้าของหรือผู้ครอบครองได้กระท าอย่างใดให้ที่ดินเปลี่ยนสภาพไป ในลักษณะที่จะท าให้เกิดความเสียหายหรือไม่เหมาะสมที่จะใช้ประโยชน์จากที่ดินนั้น ให้เจ้าของ ด าเนินการแก้ไขปรับปรุงที่ดินให้อยู่ในสภาพเดิม หากเจ้าของไม่สามารถด าเนินการดังกล่าวได้ ให้เจ้าหน้าที่ หักค่าใช้จ่ายในการด าเนินการออกจากค่าที่ดิน แต่ต้องไม่เกินราคาเบื้องต้นส าหรับที่ดินที่เวนคืน ตามมาตรา ๒๐ ทั้งนี้ ให้ค านึงถึงความเสียหายหรือค่าใช้จ่ายในการแก้ไขหรือปรับปรุงที่ดินนั้นประกอบด้วย การด าเนินการตามวรรคหนึ่ง วรรคสาม และวรรคสี่ ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และ เงื่อนไขที่ก าหนดในกฎกระทรวง มาตรา ๒๓ ในกรณีที่ราคาที่ดินที่เวนคืนมาสูงขึ้นเพราะทรัพย์สิน โรงเรือน หรือสิ่งปลูกสร้าง ที่ได้สร้างหรือต่อเติมขึ้น การเพาะปลูก การท าให้ที่ดินเจริญขึ้น หรือการเช่า ที่ได้ท าขึ้นก่อนวันที่ พระราชกฤษฎีกาใช้บังคับ โดยอุบายฉ้อฉลเพ่ือประสงค์ที่จะได้รับเงินค่าทดแทน หรือท าขึ้นภายหลัง วันใช้บังคับพระราชกฤษฎีกาตามมาตรา ๘ โดยมิได้รับอนุญาตจากเจ้าหน้าที่ ห้ามมิให้ก าหนดราคา อสังหาริมทรัพย์เบื้องต้นหรือเงินค่าทดแทนส าหรับราคาที่ดินที่สูงขึ้นเพราะทรัพย์สิน โรงเรือน หรือ สิ่งปลูกสร้างดังกล่าว มาตรา ๒๔ ในกรณีที่เจ้าของได้ที่ดินใดมาโดยมิได้ใช้อยู่อาศัยหรือใช้ประกอบการท ามา หาเลี้ยงชีพ หรือท าประโยชนใ์นที่ดนินัน้อย่างแท้จริง ถ้าหากมีการตราพระราชกฤษฎีกาตามมาตรา ๘ ้หนา ๙ ่เลม ๑๓๖ ตอนที่ ๗๑ ก ราชกิจจานุเบกษา ๒๙ พฤษภาคม ๒๕๖๒ ภายในห้าปีนับแต่วันที่เจ้าของได้ที่ดินนั้นมา คณะกรรมการตามมาตรา ๑๙ จะก าหนดราคาต่ ากว่า ที่ก าหนดไว้ตามมาตรา ๒๐ ก็ได้ แต่ต้องไม่ต่ ากว่าราคาที่ดินในขณะที่เจ้าของได้ที่ดินนั้นมา ความในวรรคหนึ่งมิให้ใช้บังคับกับที่ดินที่ได้มาโดยการยกให้หรือทางมรดก ส่วนที ่ ๓ การเจรจาตกลงซื้อขายและการเวนคืน มาตรา ๒๕ ในระหว่างการใช้บังคับพระราชกฤษฎีกาตามมาตรา ๘ เมื่อคณะกรรมการ ตามมาตรา ๑๙ ประกาศก าหนดราคาอสังหาริมทรัพย์เบื้องต้นแล้ว ให้เจ้าหน้าที่ด าเนินการเจรจา ตกลงซื้อขายและก าหนดเงินค่าทดแทนได้ในราคาที่ไม่เกินราคาอสังหาริมทรัพย์เบื้องต้นที่คณะกรรมการ ดังกล่าวก าหนด หากเจ้าของตกลงซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ ให้พนักงานเจ้าหน้าที่จัดท าสัญญาซื้อขายกับเจ้าของ โดยเร็วตามแบบที่เจ้าหน้าที่ก าหนด และให้พนักงานเจ้าหน้าที่จ่ายเงินค่าทดแทนให้แก่เจ้าของภายใน หนึ่งร้อยยี่สิบวันนับแต่วันท าสัญญาซื้อขาย ทั้งนี้ ให้ถือว่าได้มีการโอนกรรมสิทธิ์ในอสังหาริมทรัพย์ดังกล่าว นับแต่วันช าระเงิน มาตรา ๒๖ ในการด าเนินการซื้อขายตามมาตรา ๒๕ ให้น าความในมาตรา ๓๓ มาตรา ๓๔ มาตรา ๓๕ และส่วนที่ ๔ เงินค่าทดแทน มาใช้บังคับโดยอนุโลม ในกรณีที่เจ้าของตกลงซื้อขายตามมาตรา ๒๕ ให้เพ่ิมเงินค่าทดแทนอีกร้อยละสองของราคา อสังหาริมทรัพย์เบื้องต้นที่คณะกรรมการตามมาตรา ๑๙ ก าหนด การจ่ายเงินค่าทดแทนส าหรับที่ดิน โรงเรือน สิ่งปลูกสร้าง หรืออสังหาริมทรัพย์อื่นไม่ตัดสิทธิ ในการอุทธรณ์ตามพระราชบัญญัตินี้ มาตรา ๒๗ การซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ตามมาตรา ๒๕ และการโอนที่ดินที่ได้มาจาก การเวนคืน ให้ได้รับยกเว้นค่าธรรมเนียมการจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมตามประมวลกฎหมายที่ดิน และได้รับการยกเว้นภาษีเงินได้ส าหรับบุคคลธรรมดา ภาษีธุรกิจเฉพาะ และค่าอากรแสตมป์ โดยให้ ด าเนินการตามที่ก าหนดในประมวลรัษฎากร มาตรา ๒๘ ในกรณีที่เจ้าของรายใดไม่ตกลงซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ตามมาตรา ๒๕ ให้ด าเนินการตราพระราชบัญญัติเวนคืนอสังหาริมทรัพย์ต่อไปโดยเร็ว ในระหว่างที่ยังมิได้ตราพระราชบัญญัติเวนคืนอสังหาริมทรัพย์ตามวรรคหนึ่ง และพระราชกฤษฎีกา ตามมาตรา ๘ ยังมีผลใช้บังคับ ถ้ามีเหตุจ าเป็นเร่งด่วนที่ถ้าปล่อยเนิ่นช้าไป จะเป็นอุปสรรคแก่ ้หนา ๑๐ ่เลม ๑๓๖ ตอนที่ ๗๑ ก ราชกิจจานุเบกษา ๒๙ พฤษภาคม ๒๕๖๒ การพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมหรือประโยชน์ของรัฐอันส าคัญอย่างอื่น เจ้าหน้าที่โดยความเห็นชอบของ รัฐมนตรีจะประกาศการเข้าครอบครองและใช้อสังหาริมทรัพย์นั้นก่อนการเวนคืนก็ได้ แต่เจ้าหน้าที่ จะเข้าครอบครองหรือใช้ประโยชน์ในอสังหาริมทรัพย์นั้นได้ เมื่อได้จ่ายเงินค่าทดแทนให้แก่เจ้าของหรือ วางเงินตามมาตรา ๔๖ แล้ว ประกาศตามวรรคสองต้องประกาศให้ประชาชนทราบล่วงหน้าไม่น้อยกว่าสามสิบวัน ในประกาศ ดังกล่าวต้องระบุด้วยว่าเจ้าของมีสิทธิได้รับเงินค่าทดแทน และในกรณีที่เจ้าของไม่มารับเงินค่าทดแทน เจ้าหน้าที่จะวางเงินค่าทดแทนไว้ ณ ที่ใด การประกาศดังกล่าว นอกจากต้องแจ้งให้เจ้าของทราบแล้ว ให้น าความในมาตรา ๑๑ มาใช้บังคับด้วยโดยอนุโลม เมื่อได้จ่ายเงินค่าทดแทนแก่เจ้าของหรือวางเงินตามมาตรา ๔๖ แล้ว ก่อนเข้าครอบครองหรอื ใช้ประโยชน์ในอสังหาริมทรัพย์ ให้เจ้าหน้าที่มีหนังสือแจ้งเจ้าของทราบล่วงหน้าไม่น้อยกว่าเก้าสิบวันนับแต่ วันที่จ่ายเงินค่าทดแทนหรือวางเงิน และกรณีที่มีความจ าเป็นต้องรื้อถอนสิ่งปลูกสร้าง หรือขนย้ายทรัพย์สิน ให้เจ้าของด าเนินการรื้อถอนสิ่งปลูกสร้าง และขนย้ายทรัพย์สินนั้นให้แล้วเสร็จภายในระยะเวลาดังกล่าว ถ้าเจ้าของไม่ด าเนินการภายในเวลาที่ก าหนด ให้เจ้าหน้าที่มีอ านาจด าเนินการเช่นว่านั้นได้เอง โดยให้ เจ้าของเป็นผู้เสียค่าใช้จ่าย ในการเข้าครอบครองตามวรรคสอง ถ้ามีความเสียหายเกิดขึ้นเป็นพิเศษเนื่องจากการเข้า ครอบครองหรือใช้ประโยชน์อสังหาริมทรัพย์นั้น ให้เจ้าหน้าที่ชดใช้เงินค่าทดแทนส าหรับความเสียหาย ส่วนนี้เพ่ิมขึ้นได้ตามหลักเกณฑ์ที่ก าหนดในกฎกระทรวง การประกาศตามวรรคสองไม่เป็นการตัดสิทธิของเจ้าของและอ านาจของเจ้าหน้าที่ที่จะท าสัญญา ซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ตามมาตรา ๒๕ แม้พระราชกฤษฎีกาตามมาตรา ๘ จะสิ้นอายุแล้วก็ตาม แต่ต้องกระท าก่อนที่จะมีการเสนอร่างพระราชบัญญัติเวนคืนที่ดินนั้นต่อสภาผู้แทนราษฎร และให้ถือว่า การท าสัญญาซื้อขายดังกล่าวเป็นการซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ตามมาตรา ๒๕ มาตรา ๒๙ ในการตราพระราชบัญญัติเวนคืนอสังหาริมทรัพย์อย่างน้อยต้องก าหนดรายละเอยีด ดังต่อไปนี้ (๑) วัตถุประสงค์แห่งการเวนคืน (๒) ระยะเวลาการเข้าใช้ที่ดินหรืออสังหาริมทรัพย์ (๓) เจ้าหน้าที่เวนคืน (๔) รายละเอียดเกี่ยวกับที่ดินหรืออสังหาริมทรัพย์ที่ต้องเวนคืน (๕) รายชื่อเจ้าของที่ดินหรืออสังหาริมทรัพย์ ้หนา ๑๑ ่เลม ๑๓๖ ตอนที่ ๗๑ ก ราชกิจจานุเบกษา ๒๙ พฤษภาคม ๒๕๖๒ (๖) แผนที่แสดงแนวเขตที่ดินที่เวนคืนอย่างชัดเจน ในพระราชบัญญัติตามวรรคหนึ่งจะก าหนดจ านวนเงินค่าทดแทนส าหรับอสังหาริมทรัพย์ที่ถูก เวนคืนไว้ด้วยก็ได้ ในกรณีมีเหตุจ าเป็น จะแก้ไขวัตถุประสงค์แห่งการเวนคืนก็ได้ แต่ต้องตราเป็นพระราชบัญญัติ แก้ไขเพ่ิมเติม ทั้งนี้ การแก้ไขดังกล่าวต้องกระท าไม่ช้ากว่าระยะเวลาตามมาตรา ๕๑ มาตรา ๓๐ ในกรณีที่ทราบรายละเอียดตามมาตรา ๒๙ (๔) (๕) และ (๖) แล้ว จะด าเนนิการ ตราพระราชบัญญัติเวนคืนอสังหาริมทรัพย์โดยไม่ตราพระราชกฤษฎีกาตามมาตรา ๘ ก่อนก็ได้ มาตรา ๓๑ เมื่อมีการตราพระราชบัญญัติเวนคืนอสังหาริมทรัพย์ส าหรับอสังหาริมทรัพย์ใดแล้ว ให้กรรมสิทธิ์ในอสังหาริมทรัพย์นั้นตกเป็นของเจ้าหน้าที่นับแต่วันที่พระราชบัญญัติดังกล่าวใช้บังคับ แต่เจ้าหน้าที่จะเข้าครอบครองหรือใช้อสังหาริมทรัพย์นั้นได้ ก็ต่อเมื่อได้จ่ายหรือวางเงินค่าทดแทนตามที่ บัญญัติไว้ในพระราชบัญญัตินี้แล้ว มาตรา ๓๒ ในกรณีที่ดินที่จะเวนคืนเป็นที่วัด ที่ธรณีสงฆ์ หรือที่ศาสนสมบัติกลาง ถ้ามหาเถรสมาคมไม่ขัดข้อง และเจ้าหน้าที่ได้จ่ายค่าผาติกรรมแล้ว ให้ถือว่าพระราชกฤษฎีกาตามมาตรา ๘ เป็นพระราชกฤษฎีกาโอนกรรมสิทธิ์ที่วัด ที่ธรณีสงฆ์ หรือที่ศาสนสมบัติกลางให้แก่ส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ หรือหน่วยงานอื่นของรัฐ ที่ออกตามกฎหมายว่าด้วยคณะสงฆ์ด้วย และให้กรรมสิทธิ์ในอสังหาริมทรัพย์นั้น โอนมาเป็นของเจ้าหน้าที่ มาตรา ๓๓ ถ้าโรงเรือน สิ่งปลูกสร้าง หรืออสังหาริมทรัพย์อื่นที่ถูกเวนคืนนั้นมีบางส่วนอยู่บน ที่ดินที่มิได้เวนคืน และเป็นโรงเรือน สิ่งปลูกสร้าง หรืออสังหาริมทรัพย์อื่นเดียวกันโดยไม่อาจแบ่งแยกได้ เจ้าของจะขอให้เจ้าหน้าที่เวนคืนโรงเรือน สิ่งปลูกสร้าง หรืออสังหาริมทรัพย์อื่นส่วนที่เหลือดังกล่าวด้วยก็ได้ ถ้าเจ้าของที่ดินที่มิได้ถูกเวนคืน แต่ผลแห่งการเวนคืนตามวรรคหนึ่ง ท าให้โรงเรือน สิ่งปลูกสร้าง หรืออสังหาริมทรัพย์อย่างอื่นของตนไม่อาจใช้ประโยชน์ได้ หรือไม่อาจใช้ประโยชน์ได้ตามวัตถุประสงค์ ที่ใช้อยู่เดิม หรืออาจเกิดอันตรายในการอยู่อาศัยหรือใช้ประโยชน์ ถ้าเจ้าของร้องขอให้เจ้าหน้าที่ ซื้อโรงเรือน สิ่งปลูกสร้าง หรืออสังหาริมทรัพย์อื่นนั้น ให้เจ้าหน้าที่มีอ านาจซื้อโรงเรือน สิ่งปลูกสร้าง หรืออสังหาริมทรัพย์ดังกล่าวได้ ภายในเก้าสิบวันนับแต่วันที่ได้รับหนังสือร้องขอ ทั้งนี้ การพิจารณาค าร้อง ขอให้ค านึงถึงสภาพความเป็นอยู่ของผู้อยู่อาศัย วัตถุประสงค์เดิมของการใช้สอยโรงเรือนหรือสิ่งปลูกสร้าง โครงสร้างอาคาร และความปลอดภัยของผู้ใช้อาคาร เพ่ือให้เกิดความเป็นธรรมแก่เจ้าของด้วยโดยให้ น าความในมาตรา ๓๘ วรรคสอง และมาตรา ๖๐ มาใช้บังคับกับราคาซื้อขายดังกล่าวด้วยโดยอนุโลม ้หนา ๑๒ ่เลม ๑๓๖ ตอนที่ ๗๑ ก ราชกิจจานุเบกษา ๒๙ พฤษภาคม ๒๕๖๒ โรงเรือน สิ่งปลูกสร้าง หรืออสังหารมิทรัพย์อื่นที่เวนคืนตามวรรคหนึง่ หรือที่ซื้อตามวรรคสอง เจ้าหน้าที่มีอ านาจรื้อถอนหรือน าไปใช้ประโยชน์ได้ตามที่เห็นสมควรแม้จะไม่อยู่ในวัตถุประสงค์แหง่การเวนคนื ก็ตาม ให้น าความในหมวด ๔ การได้มาซึ่งอสังหาริมทรัพย์โดยวิธีการซื้อขาย มาใช้บังคับกับการซื้อ ตามวรรคสองโดยอนุโลม มาตรา ๓๔ ในกรณีที่ต้องเวนคืนที่ดินแปลงใดแต่เพียงบางส่วน ถ้าเนื้อที่ส่วนที่เหลืออยู่นั้น น้อยกว่ายี่สิบห้าตารางวา หรือที่ดินที่เหลืออยู่ด้านใดด้านหนึ่งมีความยาวน้อยกว่าห้าวา แม้จะมีเนื้อที่ เหลืออยู่มากกว่ายี่สิบห้าตารางวาแต่ไม่สามารถอยู่อาศัยได้อย่างปลอดภัยหรือใช้ประโยชน์ได้ ถ้าเจ้าของ ร้องขอให้เจ้าหน้าที่ซื้อที่ดินส่วนที่เหลือด้วย ความในวรรคหนึ่งมิให้ใช้บังคับกับกรณีที่ที่ดินส่วนที่เหลืออยู่นั้นติดต่อเป็นผืนเดียวกันกับ ที่ดินแปลงอื่นของเจ้าของเดียวกนั และเมื่อรวมกับท่ีดินแปลงอื่นดงักล่าวแล้วท าให้ไม่มีลักษณะอย่างหนึง่ อย่างใดตามวรรคหนึ่ง ในการซื้อที่ดนิตามวรรคหนึง่ ให้เจ้าหน้าที่ซือ้โรงเรือนหรอืสิ่งปลูกสร้างอย่างอื่น รวมทั้งต้นไมย้นืตน้ ที่มีอยู่ก่อนวันใช้บังคับพระราชกฤษฎีกาตามมาตรา ๘ หรือพระราชบัญญัติเวนคืนอสังหาริมทรัพย์ ไปในคราวเดียวกัน เว้นแต่เจ้าของจะแสดงเจตนาเป็นหนังสือต่อเจ้าหน้าที่ว่าไม่ประสงค์จะขาย ในกรณีเช่นนี้ เจ้าของมีหน้าที่ต้องรื้อถอนโรงเรือน สิ่งปลูกสร้าง หรือต้นไม้ยืนต้นนั้นออกไปภายในหกสิบวันนับแต่วันที่ เจ้าของได้รับช าระราคา ให้เจ้าหน้าที่แจ้งสิทธิการร้องขอให้เจ้าของที่ดินทราบเป็นหนังสือ และเจ้าของมีสิทธิยื่นค าร้องขอ ตามวรรคหนึ่งภายในหนึ่งร้อยยี่สิบวันนับแต่วันที่ได้รับหนังสือแจ้งจากเจ้าหน้าที่ ทั้งนี้ ให้เจ้าหน้าที่ พิจารณาค าร้องขอให้แล้วเสร็จภายในหกสิบวันนับจากวันที่ได้รับค าร้องขอ ให้น าความในหมวด ๔ การได้มาซึ่งอสังหาริมทรัพย์โดยวิธีการซื้อขาย มาใช้บังคับกับการซื้อ ตามวรรคหนึ่งหรือวรรคสามโดยอนุโลม มาตรา ๓๕ ในการเวนคืนที่ดิน หากปรากฏว่าเจ้าของที่ดินที่ถูกเวนคืนไม่มีที่ดินเหลืออยู่ หรือมีเหลืออยู่ไม่เพียงพอที่จะใช้เป็นที่อยู่อาศัยหรือประกอบการท ามาหาเลี้ยงชีพได้ เจ้าหน้าที่จะด าเนินการ เวนคืนที่ดินเพ่ิมเติมเพ่ือน าไปชดเชยที่ดินของเจ้าของผู้นั้นทั้งหมดหรือบางส่วนแทนการจ่ายเงินค่าทดแทน ก็ได้ แต่ต้องได้รับความยินยอมจากเจ้าของที่จะได้รับการชดเชยที่ดินดังกล่าว ที่ดินที่จะด าเนินการให้ได้มาเพ่ือการชดเชยตามวรรคหนึ่ง ต้องเป็นที่ดินที่เจ้าของคนเดียวหรือ หลายคนมีกรรมสิทธิ์คนละไม่น้อยกว่ายี่สิบห้าไร่ส าหรับที่ดินที่ใช้เพ่ือเกษตรกรรม และไม่น้อยกว่าห้าไร่ ้หนา ๑๓ ่เลม ๑๓๖ ตอนที่ ๗๑ ก ราชกิจจานุเบกษา ๒๙ พฤษภาคม ๒๕๖๒ ส าหรับที่ดินที่ใช้เพื่อการอื่น และจะเวนคืนเพ่ือการนี้เกินร้อยละสิบของที่ดินที่ผู้นั้นมีอยู่ในแปลงนั้นไม่ได้ เว้นแต่เจ้าของจะยินยอมให้เวนคืนมากกว่านั้น ในการด าเนินการตามวรรคหนึ่งและวรรคสอง ถ้าที่ดินที่อยู่ติดต่อกันเป็นของเจ้าของคนเดียวกัน ให้พิจารณาเสมือนหนึ่งว่าที่ดินนั้นเป็นที่ดินแปลงเดียวกัน ในการเข้าส ารวจตามมาตรา ๑๒ ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงตามวรรคหนึ่งและ สอบถามความยินยอมของเจ้าของและท ารายงานเสนอความเห็นต่อเจ้าหน้าที่เพื่อพิจารณาด้วย การด าเนินการเวนคืนที่ดนิเพ่ิมเติมตามวรรคหนึ่ง ให้กระท าเท่าที่จ าเป็นและเพียงพอให้เจ้าของ สามารถอยู่อาศัย ประกอบการท ามาหาเลี้ยงชีพ หรือท าประโยชน์ในที่ดิน ทั้งนี้ ต้องไม่กระทบเจ้าของ ที่ดินแปลงอื่นที่ถูกเวนคืนเพ่ือการนี้ จนเกิดความเดือดร้อนเกินสมควร ไม่สามารถท ามาหาเลี้ยงชีพได้ หรือท าให้ที่ดินที่เหลืออยู่ด้อยค่าจนเกินสมควร หลักเกณฑ์และวิธีการด าเนินการให้ได้ที่ดินเพ่ิมเติมและการจ่ายเงินค่าทดแทนตามวรรคหนึ่ง ให้เป็นไปตามที่ก าหนดในพระราชกฤษฎีกา มาตรา ๓๖ ให้เจ้าหน้าที่เผยแพร่พระราชบัญญัติเวนคืนอสังหาริมทรัพย์ให้ประชาชนทราบ เป็นการทั่วไป และปิดประกาศส าเนาของพระราชบัญญัติเวนคืนอสังหาริมทรัพย์ แผนที่ท้ายพระราชบัญญัติ และรายชื่อเจ้าของอสังหาริมทรัพย์ที่ถูกเวนคืนโดยเปิดเผย ณ สถานที่ตามมาตรา ๑๑ และสถานที่อื่น ตามควรแก่กรณี ส่วนที ่ ๔ เงินคา่ทดแทน มาตรา ๓๗ เงินค่าทดแทนส าหรับกรณีเวนคืนเฉพาะที่ดินให้ประกอบด้วยค่าที่ดิน ค่ารื้อถอน ค่าขนย้าย ค่าปลูกสร้างโรงเรือนหรือสิ่งปลูกสร้างใหม่และอสังหาริมทรัพย์อื่นอันติดอยู่กับที่ดิน และ ค่าเสียหายอื่นอันเกิดจากการที่เจ้าของต้องออกจากที่ดินที่เวนคืน เงินค่าทดแทนส าหรับกรณีเวนคืนที่ดินและโรงเรือน สิ่งปลูกสร้าง และอสังหาริมทรัพย์อื่น อันติดอยู่กับที่ดิน ให้ประกอบด้วยค่าที่ดิน ค่าโรงเรือนหรือสิ่งปลูกสร้างและอสังหาริมทรัพย์อื่นอันติดอยู่กับ ที่ดิน และค่าเสียหายอื่นอันเกิดจากการที่เจ้าของต้องออกจากที่ดินที่เวนคืน ในการเวนคืนที่ดิน ถ้าเจ้าของประสงค์จะให้เวนคืนโรงเรือน สิ่งปลูกสร้าง และอสังหาริมทรัพย์อื่น อันติดอยู่กับที่ดินด้วย ให้เจ้าหน้าที่ด าเนินการตามความประสงค์ของเจ้าของ ้หนา ๑๔ ่เลม ๑๓๖ ตอนที่ ๗๑ ก ราชกิจจานุเบกษา ๒๙ พฤษภาคม ๒๕๖๒ มาตรา ๓๘ หลักเกณฑ์และวิธีการก าหนดเงินค่าทดแทนตามมาตรา ๓๗ ส าหรับค่าที่ดิน ให้คณะกรรมการตามมาตรา ๑๙ น าหลักเกณฑ์การก าหนดราคาเบื้องต้นตามมาตรา ๒๐ มาใช้บังคับ โดยอนุโลม หลักเกณฑ์และวิธีการก าหนดค่ารื้อถอน ค่าขนย้าย ค่าโรงเรือน สิ่งปลูกสร้าง หรือ อสังหาริมทรัพย์อื่นอันติดอยู่กับที่ดิน ค่าปลูกสร้างโรงเรือนหรือสิ่งปลูกสร้างใหม่และอสังหาริมทรัพย์อื่น อันติดอยู่กับที่ดิน ค่าเสียสิทธิจากการใช้อสังหาริมทรัพย์ และค่าเสียหายอื่นอันเกิดจากการที่เจ้าของ ต้องออกจากที่ดินที่เวนคืนตามมาตรา ๓๗ ให้เป็นไปตามที่ก าหนดในกฎกระทรวง การก าหนดเงินค่าทดแทนไว้ในพระราชบัญญัติตามมาตรา ๒๙ วรรคสอง และมาตรา ๓๐ หรือในกรณีที่มิได้ก าหนดเงินค่าทดแทนไว้ในพระราชบัญญัติ แม้พระราชกฤษฎีกาตามมาตรา ๘ จะสิ้นอายุแล้วก็ตาม การค านวณเงินค่าทดแทนให้น าหลักเกณฑ์ตามมาตรา ๒๐ มาใช้บังคับโดยอนโุลม แต่ต้องค านึงถึงความเป็นธรรมและความทัดเทียมระหว่างผู้ที่ตกลงซื้อขายหรือยินยอมให้ทางราชการ เข้าใช้ที่ดินไปก่อนหน้ามีการตราพระราชบัญญัติเวนคืนอสังหาริมทรัพย์กับเจ้าของที่ดินที่ถูกเวนคืน ตามพระราชบัญญัติเวนคืนอสังหาริมทรัพย์ด้วย มาตรา ๓๙ ในการเวนคืนตามมาตรา ๓๗ วรรคหนึ่ง ให้เป็นหน้าที่ของเจ้าของโรงเรือน สิ่งปลูกสร้าง หรืออสังหาริมทรัพย์อื่นในการรื้อถอนหรือย้ายโรงเรือน สิ่งปลูกสร้าง หรืออสังหาริมทรัพย์อื่น ออกไปจากที่ดินภายในเก้าสิบวันนับแต่วันที่ได้รับเงินค่าทดแทนหรือวันที่เจ้าหน้าที่วางเงินค่าทดแทน โดยให้เจ้าหน้าที่จ่ายเงินค่าทดแทนให้แก่เจ้าของสามในสี่ของจ านวนเงินค่าทดแทนทั้งหมดก่อน ถ้าเจ้าของรื้อถอนหรือย้ายภายในก าหนดเวลา ให้เจ้าหน้าที่จ่ายเงินส่วนที่เหลือให้เจ้าของโดยพลัน ถ้าเจ้าของไม่รื้อถอนออกไปภายในก าหนดเวลาดังกล่าวโดยไม่มีเหตุอันสมควร ให้เจ้าหน้าที่มีอ านาจ เข้ารื้อถอนได้โดยหักค่าใช้จ่ายเพ่ือการนี้ออกจากเงินค่าทดแทนที่ควรจะได้รับ แต่ต้องไม่เกินค่ารื้อถอน และค่าขนย้ายที่ก าหนดให้ และถ้ามีเงินเหลือ ให้เจ้าหน้าที่จ่ายหรือวางเงินส่วนที่เหลือให้แก่เจ้าของ โรงเรือนหรือสิ่งปลูกสร้างนั้น ทั้งนี้ หากการรื้อถอนดังกล่าวเกิดความเสียหายแก่โรงเรือน สิ่งปลูกสร้าง หรืออสังหาริมทรัพย์อื่นโดยมิใช่ความผิดของเจ้าหน้าที่ เจ้าหน้าที่ไม่จ าต้องรับผิดชดใช้ค่าเสียหาย ที่เกิดขึ้นแต่อย่างใด ในการเวนคืนตามมาตรา ๓๗ วรรคสอง ให้โรงเรือน สิ่งปลูกสร้าง หรืออสังหาริมทรัพย์อื่น อันติดอยู่กับที่ดินตกเป็นกรรมสิทธิข์องเจ้าหน้าที่พร้อมกับที่ดนิ และเมื่อเจ้าหน้าที่รื้อถอนแล้วให้มีอ านาจ จ าหน่ายหรือท าลายตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่ก าหนดในกฎกระทรวง ้หนา ๑๕ ่เลม ๑๓๖ ตอนที่ ๗๑ ก ราชกิจจานุเบกษา ๒๙ พฤษภาคม ๒๕๖๒ มาตรา ๔๐ เงินค่าทดแทนนั้น ให้ก าหนดแก่บุคคล ดังต่อไปนี้ (๑) เจ้าของที่ดินที่ต้องเวนคืน (๒) เจ้าของโรงเรือน สิ่งปลูกสร้าง หรืออสังหาริมทรัพย์อื่น ซึ่งมีอยู่ในที่ดินที่ต้อง เวนคืนนั้น ในวันใช้บังคับพระราชบัญญัติเวนคืนอสังหาริมทรัพย์หรือพระราชกฤษฎีกาตามมาตรา ๘ หรือ ได้ปลูกสร้างขึ้นภายหลังโดยได้รับอนุญาตจากเจ้าหน้าที่ (๓) เจ้าของต้นไม้ยืนต้นที่ขึ้นอยู่ในที่ดินในวันที่ใช้บังคับพระราชบัญญัติเวนคืนอสังหาริมทรัพย์ หรือพระราชกฤษฎีกาตามมาตรา ๘ (๔) ผู้เช่าหรือผู้เช่าช่วงที่ดิน โรงเรือน หรือสิ่งปลูกสร้างอื่นในที่ดินที่ต้องเวนคืน (๕) บุคคลผู้เสียสิทธิในการใช้ทาง วางท่อน้ า ท่อระบายน้ า สายไฟฟ้า หรือสิ่งอื่นซึ่งคล้ายกนั ผ่านที่ดินที่ต้องเวนคืนนั้นตามมาตรา ๑๓๔๙ หรือมาตรา ๑๓๕๒ แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ (๖) เจ้าของหรือบุคคลใดซึ่งอยู่อาศัยหรือประกอบการค้าขายหรือการงานอันชอบด้วยกฎหมาย ในอสังหาริมทรัพย์ที่ต้องเวนคืนนั้น และได้รับความเสียหายเนื่องจากการที่ต้องออกจากอสังหาริมทรัพย์นั้น มาตรา ๔๑ ในกรณีที่มีการเช่าที่ดินหรืออสังหาริมทรัพย์ที่ตั้งอยู่บนที่ดินที่เวนคืน หากมี หลักฐานเป็นหนังสือหรือแม้ไม่มีหลักฐานเป็นหนังสือแต่ปรากฏข้อเท็จจริงว่าเป็นผู้เช่าที่ดินหรืออสังหาริมทรัพย์ ดังกล่าวจริง ให้เจ้าหน้าที่จ่ายเงินค่าทดแทนให้แก่ผู้เช่าหรือผู้เช่าช่วงแต่ละรายเป็นค่าขนย้าย และ ค่าเสียหายอื่นที่ต้องออกจากอสังหาริมทรัพย์ แต่ส าหรับผู้เช่าหรือผู้เช่าช่วงที่ไม่มีหลักฐานเป็นหนังสือ ให้จ่ายให้เฉพาะค่าขนย้าย ในกรณีที่มีการเช่าที่ดินและผู้เช่าหรือผู้เช่าช่วงเป็นผู้ลงทุนหรือก่อสร้างอสังหาริมทรัพย์หรือ มีข้อตกลงอื่นใดในลักษณะเดียวกัน หรือได้มีการช าระค่าเช่าหรือค่าตอบแทนล่วงหน้า ให้เจ้าหน้าที่ จ่ายเงินค่าทดแทนเป็นค่าเสียสิทธิการเช่าจากการที่สัญญาเช่าตอ้งระงบัก่อนก าหนด โดยคิดตามส่วนของ ระยะเวลาเช่าที่เหลืออยู่ นับแต่วันที่ตกลงซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ตามมาตรา ๒๕ จนถึงวันที่สัญญาเช่า สิ้นสุดลง ทั้งนี้ ให้หักเงินค่าทดแทนที่จ่ายตามวรรคนี้ออกจากเงินค่าทดแทนที่จ่ายให้แก่เจ้าของด้วย ในกรณีที่เจ้าของโรงเรือน สิ่งปลูกสร้าง หรืออสังหาริมทรัพย์ที่ตั้งอยู่บนท่ีดิน มีสัญญาก าหนด ให้กรรมสิทธิ์ในโรงเรือน สิ่งปลูกสร้าง หรืออสังหาริมทรัพย์ที่ตั้งอยู่บนที่ดินนั้นตกเป็นกรรมสิทธิ์ของ เจ้าของที่ดินเมื่อครบระยะเวลาการเช่าที่ดิน ให้เจ้าของที่ดินมีสิทธิได้รับเงินค่าทดแทนส าหรับโรงเรือน สิ่งปลูกสร้าง หรืออสังหาริมทรัพย์ที่ตั้งอยู่บนที่ดิน โดยผู้เช่าหรือผู้เช่าช่วงมีสิทธิได้รับค่าเสียสิทธิใน การใช้ที่ดินและโรงเรือน สิ่งปลูกสร้าง หรืออสังหาริมทรัพย์ที่ตั้งอยู่บนที่ดินนั้น โดยค านวณตามส่วน ้หนา ๑๖ ่เลม ๑๓๖ ตอนที่ ๗๑ ก ราชกิจจานุเบกษา ๒๙ พฤษภาคม ๒๕๖๒ ของระยะเวลาเช่าที่เหลืออยู่ ค่าขนย้าย และค่าเสียหายอื่น ส าหรับค่าเสียสิทธิในการใช้ที่ดินให้หักออกจาก เงินค่าทดแทนที่เจ้าของได้รับ ความในวรรคหนึ่ง วรรคสอง และวรรคสาม ให้ใช้บังคับกับการเช่าซึ่งได้ท าไว้ก่อนวันที่ พระราชกฤษฎีกาตามมาตรา ๘ หรือพระราชบัญญัติเวนคืนอสังหาริมทรัพย์มีผลใช้บังคับ หรือได้ท าขึ้น ภายหลังโดยได้รับอนุญาตจากเจ้าหน้าที่ และการเช่านั้นยังมิได้ระงับไปในวันที่เจ้าหน้าที่ได้เข้าครอบครอง ที่ดิน โรงเรือน หรือสิ่งปลูกสร้างดังกล่าว ในกรณีตามวรรคสองหรือวรรคสาม หากผู้เช่าหรือผู้เช่าช่วงหรือเจ้าของมีข้อโต้แย้งหรือ ไม่เห็นด้วยกับการก าหนดเงินค่าทดแทนดังกล่าว และคู่กรณีไม่อาจตกลงกันได้ หรือไม่สามารถจ่ายเงิน ค่าทดแทนได้ไม่ว่าด้วยเหตุใด ให้เจ้าหน้าที่วางเงินค่าทดแทนทั้งหมดไว้โดยพลัน และมีหนังสือแจ้ง ให้ คู่กรณีทราบเพ่ือด าเนินการต่อไป ในการวางเงินค่าทดแทนดังกล่าวให้แจ้งให้ศาลหรือส านักงานวางทรัพย์ แล้วแต่กรณี ทราบถึงการเช่าที่มีสัญญาต่อกันด้วย มาตรา ๔๒ ผู้ซึ่งจะมีสิทธิได้รับเงินค่าทดแทนตามมาตรา ๔๐ (๕) จะต้องเป็นผู้ได้รับ ความเสียหายจากการเวนคืน มาตรา ๔๓ ภายใต้บังคับมาตรา ๔๑ และมาตรา ๔๒ ในกรณีที่มีการจ านอง บุริมสิทธิ หรือทรัพยสิทธิอย่างอื่นเหนืออสังหาริมทรัพย์ที่ต้องเวนคืน ให้เจ้าหน้าที่มีหนังสือแจ้งให้ผู้รับจ านอง ผู้ทรงบุริมสิทธิ หรือผู้รับประโยชนจ์ากทรัพยสิทธิดงักล่าวตกลงกันเป็นหนงัสือกับเจ้าของอสังหาริมทรพัย์ เกี่ยวกับสิทธิของแต่ละฝ่ายในเงินค่าทดแทนภายในระยะเวลาที่เจ้าหน้าที่ก าหนด และให้เจ้าหน้าที่จ่ายเงิน ให้แก่คู่กรณีตามที่ตกลงกัน เมื่อพ้นก าหนดเวลาดังกล่าวแล้ว ถ้าคู่กรณียังตกลงกันไม่ได้ ให้เจ้าหน้าที่ วางเงินค่าทดแทนไว้โดยพลัน และมีหนังสือแจ้งให้คู่กรณีทราบเพ่ือด าเนินการต่อไป ในการวางเงิน ค่าทดแทนดังกล่าวให้แจ้งให้ศาลหรือส านักงานวางทรัพย์ แล้วแต่กรณี ทราบถึงการจ านอง บุริมสิทธิ หรือทรัพยสิทธิที่มีอยู่เหนืออสังหาริมทรัพย์นั้นด้วย เมื่อเจ้าหน้าที่ได้จ่ายเงินหรือวางเงินค่าทดแทนตามวรรคหนึ่งแล้ว ให้การจ านอง บุริมสิทธิ หรือทรัพยสิทธิเช่นว่านั้นเป็นอันสิ้นสุดลง แต่ไม่ตัดสิทธิผู้รับจ านอง ผู้ทรงบุริมสิทธิ หรือผู้รับประโยชน์ จากทรัพยสิทธิ ที่จะใช้สิทธิในฐานะผู้รับจ านอง ผู้ทรงบุริมสิทธิ หรือผู้รับประโยชน์จากทรัพยสิทธิ ได้ต่อไป ในกรณีที่ผู้มีสิทธิได้รับเงินค่าทดแทน โอนสิทธิการรับเงินค่าทดแทนนั้นให้แก่บุคคลอื่น ถ้าผู้มีสิทธิ ได้รับเงินค่าทดแทนและผู้รับโอนท าหนังสือร่วมกันแจ้งให้เจ้าหน้าที่ทราบก่อนที่เจ้าหน้าที่จ่ายเงินให้กับ ้หนา ๑๗ ่เลม ๑๓๖ ตอนที่ ๗๑ ก ราชกิจจานุเบกษา ๒๙ พฤษภาคม ๒๕๖๒ ผู้มีสิทธิได้รับเงินค่าทดแทนไม่น้อยกว่าสิบห้าวัน ให้เจ้าหน้าที่จ่ายเงินค่าทดแทนให้แก่ผู้รับโอนได้ และ ให้ถือว่าผู้มีสิทธิได้รับเงินค่าทดแทนได้รับเงินค่าทดแทนแล้ว มาตรา ๔๔ ในการรื้อถอนโรงเรือน สิ่งปลูกสร้าง หรืออสังหาริมทรัพย์อื่นตามมาตรา ๓๙ ให้เจ้าหน้าที่มีอ านาจเก็บรักษาทรัพย์สินไว้ ณ สถานที่ใด ๆ โดยให้เจ้าของโรงเรือน สิ่งปลูกสร้าง หรือ อสังหาริมทรัพย์อื่นนั้นเป็นผู้เสียค่าใช้จ่ายในการเก็บรักษา แต่ถ้าทรัพย์สินเช่นว่านั้นเป็นของเสียง่าย หรือถ้าหน่วงช้าไว้จะเป็นการเสี่ยงความเสียหาย หรือค่าใช้จ่ายจะเกินส่วนแห่งค่าของทรัพย์สินเช่นว่านั้น ให้เจ้าหน้าที่มีอ านาจที่จะขายได้ทันที โดยวิธีการขายทอดตลาดหรือวิธีอื่นตามที่เห็นสมควร แล้วเก็บ เงินสุทธิหลังจากหักค่าใช้จ่ายไว้แทนได้ ในกรณีที่เจ้าของมิได้เรียกเอาทรัพย์สินหรือเงินที่เก็บไว้แทนนั้น แล้วแต่กรณี ภายในห้าปี นับแต่วันที่มีการรื้อถอนหรือขนย้าย ให้ทรัพย์สินหรือเงินดังกล่าวตกเป็นของแผ่นดิน และให้น าความใน มาตรา ๓๙ วรรคสอง มาใช้บังคับกับทรัพย์สินดังกล่าวด้วยโดยอนุโลม มาตรา ๔๕ ในการจ่ายเงินค่าทดแทน ให้เจ้าหน้าที่มีหนังสือแจ้งให้ผู้มีสิทธิได้รับเงิน ค่าทดแทนตามมาตรา ๔๐ ทราบล่วงหน้าไม่น้อยกว่าสิบห้าวัน โดยแจ้งให้เจ้าของน าหนังสือแสดงสิทธิ ในที่ดินฉบับเจ้าของมาส่งมอบให้แก่เจ้าหน้าที่ด้วย พร้อมทั้งแจ้งให้ทราบด้วยว่าหากเจ้าของไม่มารับเงิน ภายในก าหนดเวลา เจ้าหน้าที่จะด าเนินการวางเงินค่าทดแทน การจ่ายเงินหรือวางเงินค่าทดแทนให้กระท าให้แล้วเสร็จภายในหนึ่งร้อยยี่สิบวันนับแต่วันที่ พระราชบัญญัติเวนคืนอสังหาริมทรัพย์นั้นใช้บังคับ มาตรา ๔๖ ในการวางเงินค่าทดแทนตามพระราชบัญญัตินี้ ให้กระท าโดยการน าเงินไปวาง ต่อศาลหรือส านักงานวางทรัพย์ หรือฝากไว้กับธนาคารออมสินในชื่อของผู้มีสิทธิได้รับเงินค่าทดแทน โดยแยกฝากเป็นบัญชีเฉพาะราย ในการฝากดังกล่าวถ้ามีดอกเบี้ยหรือดอกผลใดเกิดขึ้นเนื่องจาก การฝากเงินนั้นให้ตกเป็นสิทธิแก่ผู้มีสิทธิได้รับเงินค่าทดแทนนั้นด้วย เว้นแต่การวางเงินตามมาตรา ๔๑ วรรคห้า หรือมาตรา ๔๓ จะน าไปฝากไว้กับธนาคารออมสินมิได้ เมื่อเจ้าหน้าที่วางเงินตามวรรคหนึ่งแล้ว ให้แจ้งให้ผู้มีสิทธิได้รับเงินค่าทดแทนทราบภายใน สิบห้าวันนับแต่วันที่วางเงิน การขอรับเงินฝากจากธนาคารออมสิน ให้ผู้ซึ่งประสงค์จะขอรับเงินแจ้งให้เจ้าหน้าที่ทราบล่วงหน้า ไม่น้อยกว่าสิบห้าวันเพ่ือเจ้าหน้าที่จะได้ด าเนินการเบิกจ่ายให้ หลักเกณฑ์และวิธีการในการน าเงินค่าทดแทนไปวางต่อศาลหรือส านักงานวางทรัพย์ หรือฝากไว้ กับธนาคารออมสิน ให้เป็นไปตามที่ก าหนดในกฎกระทรวง ้หนา ๑๘ ่เลม ๑๓๖ ตอนที่ ๗๑ ก ราชกิจจานุเบกษา ๒๙ พฤษภาคม ๒๕๖๒ มาตรา ๔๗ ในกรณีที่พนักงานเจ้าหน้าที่ไม่สามารถจ่ายเงินค่าทดแทนให้แก่เจ้าของได้ภายใน ก าหนดเวลาตามมาตรา ๒๕ วรรคสอง หรือไม่สามารถวางเงินค่าทดแทนตามมาตรา ๔๕ วรรคสอง โดยมิใช่ความผิดของผู้มีสิทธิได้รับเงินค่าทดแทน ให้ผู้มีสิทธิได้รับเงินค่าทดแทน มีสิทธิได้รับดอกเบี้ย ในอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีนับแต่วันที่ครบก าหนดต้องจ่ายจนถึงวันที่จ่ายเงินหรือวางเงินค่าทดแทน เงินค่าดอกเบี้ยดังกล่าว เมื่อช าระแล้วให้ด าเนินการตามกฎหมายว่าด้วยความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ มาตรา ๔๘ เงินค่าทดแทนที่วางไว้ ถ้าผู้มีสิทธิไม่ไปขอรับเงินภายในสิบปีนับแต่วันที่มี หนังสือแจ้งหรือวันที่ปิดประกาศ ให้ตกเป็นของแผ่นดิน ส่วนที ่ ๕ การอุทธรณ ์ มาตรา ๔๙ ผู้มีสิทธิได้รับเงินค่าทดแทนตามมาตรา ๔๐ ผู้ใดไม่พอใจเงินค่าทดแทนที่ ก าหนดไว้ในสัญญาซื้อขายตามมาตรา ๒๕ และเงินค่าทดแทนเพ่ิมเติมตามมาตรา ๒๖ วรรคสอง เงินค่าทดแทนที่ได้รับหรือวางเงินค่าทดแทนตามมาตรา ๒๘ วรรคสอง ให้มีสิทธิอุทธรณ์ต่อรัฐมนตรี ภายในเก้าสิบวันนับแต่วันที่ได้รับเงินจากเจ้าหน้าที่หรือรับเงินที่วางไว้ แล้วแต่กรณี การพิจารณาอุทธรณ์ตามวรรคหนึง่ ให้รัฐมนตรีแตง่ตัง้คณะกรรมการขึน้คณะหนึง่ประกอบดว้ย ผู้ทรงคุณวุฒิทางกฎหมาย และผู้มีความรู้ความเชี่ยวชาญในการตรีาคาอสังหารมิทรัพย์จ านวนไมน่้อยกวา่ ห้าคน เป็นผู้พิจารณาและเสนอความเห็นต่อรัฐมนตรีภายในหนึ่งร้อยแปดสิบวัน นับแต่วันที่ได้รับอุทธรณ์ และให้รัฐมนตรีวินิจฉัยอุทธรณ์ให้เสร็จสิ้นภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ได้รับความเห็นจากคณะกรรมการ ดังกล่าว ในกรณีที่มีเหตุจ าเป็น คณะกรรมการไม่สามารถด าเนินการให้แล้วเสร็จภายในก าหนดระยะเวลา ตามวรรคสอง ให้คณะกรรมการเสนอรัฐมนตรีเพ่ือพิจารณาขยายระยะเวลาออกไปอีกก็ได้ แต่ต้องเสนอ ต่อรัฐมนตรีก่อนสิ้นก าหนดระยะเวลาตามวรรคสอง และรัฐมนตรีจะอนุญาตให้ขยายครั้งเดียวหรือ หลายครั้งก็ได้แต่เมื่อรวมเวลาที่ขยายแล้วต้องไม่เกินหนึ่งร้อยแปดสิบวันนับแต่วันสิ้นก าหนดระยะเวลา ตามวรรคสอง ในการด าเนินการตามวรรคสอง รัฐมนตรีจะวางระเบียบก าหนดระยะเวลาการปฏิบัติงานของ พนักงานเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องในแต่ละขั้นตอนก็ได้ มาตรา ๕๐ ในกรณีที่เจ้าของไม่พอใจค าวินิจฉัยของรัฐมนตรีตามมาตรา ๔๙ หรือเมื่อ พ้นก าหนดเวลาตามมาตรา ๔๙ วรรคสอง แล้ว เจ้าของยังไม่ได้รับแจ้งค าวินิจฉัยของรัฐมนตรี ให้มีสิทธิ ้หนา ๑๙ ่เลม ๑๓๖ ตอนที่ ๗๑ ก ราชกิจจานุเบกษา ๒๙ พฤษภาคม ๒๕๖๒ ฟ้องคดีต่อศาลได้ภายในหนึ่งปีนับแต่วนัที่ไดร้ับแจ้งค าวินจิฉัยของรัฐมนตรีหรือนบัแตว่ันที่พ้นก าหนดเวลา ตามมาตรา ๔๙ วรรคสอง แล้วแต่กรณี ในกรณีที่รัฐมนตรีหรือศาลวินิจฉัยให้จ่ายเงินค่าทดแทนเพ่ิมขึ้น ให้เจ้าของมีสิทธิได้รับดอกเบี้ย ในอัตราสูงสุดของดอกเบี้ยเงินฝากประเภทฝากประจ าของธนาคารออมสินในจ านวนเงินที่เพ่ิมขึ้น ทั้งนี้ นับแต่ วันที่จ่ายเงินค่าทดแทนตามมาตรา ๒๕ วรรคสอง หรือวันที่จ่ายหรือวางเงินค่าทดแทนตามมาตรา ๒๘ วรรคสอง จนถึงวันที่จ่ายเงินค่าทดแทนที่ เพ่ิมขึ้น ในกรณีที่เจ้าของไม่มารับเงินค่าทดแทนที่เพ่ิมขึ้น ตามก าหนดเวลาที่ได้รับแจ้งจากเจ้าหน้าที่ ให้เจ้าหน้าที่วางเงินนั้นตามมาตรา ๔๖ ในกรณีเช่นนั้น การค านวณดอกเบี้ยให้คิดถึงวันที่เจ้าหน้าที่ก าหนดให้เจ้าของมารับเงินค่าทดแทนนั้น ดอกเบี้ยที่ต้องช าระตามวรรคสอง ถ้าเป็นกรณีที่คณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์หรือรัฐมนตรี มิได้เสนอความเห็นหรือสั่งการภายในก าหนดเวลาตามมาตรา ๔๙ วรรคสอง หรือเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง มิได้ด าเนินการภายในก าหนดเวลาตามมาตรา ๔๙ วรรคสาม เมื่อช าระให้เจ้าของแล้วให้ด าเนินการ ตามกฎหมายว่าด้วยความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ หมวด ๒ การใช้ประโยชน์ในทีด่ินทีไ่ดจ้ากการเวนคนื มาตรา ๕๑ ที่ดินที่ด าเนินการให้ได้มาโดยวิธีการตามพระราชบัญญัตินี้ นอกจากการได้มา ตามหมวด ๔ การได้มาซึ่งอสังหาริมทรัพย์โดยวิธีการซื้อขาย เจ้าหน้าที่ต้องเริ่มด าเนินการตามวัตถุประสงค์ แห่งการเวนคืนไม่ช้ากว่าห้าปีนับแต่วันพ้นก าหนดระยะเวลาการใช้บังคับพระราชกฤษฎีกาตามมาตรา ๘ (๒) หรือภายในระยะเวลาที่ก าหนดในพระราชบัญญัติเวนคืนอสังหาริมทรัพย์ แล้วแต่กรณี ในกรณีเป็นการเวนคืนเพ่ือประโยชน์ในการสร้างทาง ทางรถไฟ คลอง หรือกิจการสาธารณประโยชน์อื่น ที่ต้องใช้ที่ดินเป็นระยะทางยาวเกินสิบกิโลเมตร การเริ่มด าเนินการโครงการในส่วนหนึ่งส่วนใดแล้ว ให้ถือว่า ได้มีการเริ่มด าเนินการตามวัตถุประสงค์แห่งการเวนคืนตลอดเส้นทางแล้ว ส าหรับกรณีอื่นเมื่อได้เริ่ม ด าเนินการและใช้ประโยชน์ในที่ดินเป็นส่วนใหญ่แล้ว ให้ถือว่าได้เริ่มด าเนินการตามวรรคหนึ่งแล้ว หมวด ๓ การคนือสังหารมิทรัพย์ให้เจา้ของเดิมหรือทายาท มาตรา ๕๒ การคืนอสังหาริมทรัพย์ตามพระราชบัญญัตินี้ไม่ใช้บังคับกับอสังหาริมทรัพย์ที่ได้ จากการซื้อขายตามหมวด ๔ การได้มาซึ่งอสังหาริมทรัพย์โดยวิธีการซื้อขาย ้หนา ๒๐ ่เลม ๑๓๖ ตอนที่ ๗๑ ก ราชกิจจานุเบกษา ๒๙ พฤษภาคม ๒๕๖๒ ความในวรรคหนึ่งให้น ามาใช้บังคับกับที่ดินที่ได้จากการซื้อขายตามมาตรา ๓๔ ด้วยโดยอนุโลม เว้นแต่เป็นกรณีที่บัญญัติไว้ตามมาตรา ๕๓ มาตรา ๕๓ ที่ดินที่ได้มาตามพระราชบัญญัตินี ้ หากไม่ได้น าไปใช้ประโยชน์ตามวัตถปุระสงค์ แห่งการเวนคืนภายในระยะเวลาตามมาตรา ๕๑ หรือเหลือจากการใช้ประโยชน์ ให้เจ้าของเดิมหรือทายาท มีสิทธิขอคืนที่ดินนั้น และในกรณีที่เจ้าของเดิมหรือทายาทมีที่ดินที่มีการซื้อขายตามมาตรา ๓๔ รวมเป็น แปลงเดียวกันกับที่ดินที่ขอคืน และเจ้าหน้าที่ยังมิได้น าที่ดินนั้นไปใช้ประโยชน์ ให้มีสิทธิขอคืนที่ดิน ดังกล่าวได้ด้วย การขอคืนตามวรรคหนึ่ง เจ้าของเดิมหรือทายาทต้องยื่นค าร้องขอคืนต่อเจ้าหนา้ที่ภายในสามปี นับแต่วันพ้นก าหนดเวลาตามมาตรา ๕๑ ตามแบบและวิธีการที่ก าหนดในกฎกระทรวง ในกรณีทีไ่ด้เริ่มด าเนินการตามวัตถุประสงค์แห่งการเวนคืนแล้ว แต่ยังไม่แล้วเสร็จ ไม่ว่าด้วยเหตใุด จนพ้นก าหนดระยะเวลาตามวรรคหนึ่ง มิให้ถือว่ายังไม่ได้น าไปใช้ประโยชน์ตามวรรคหนึ่ง ในกรณีเช่นนั้น ระยะเวลาตามวรรคสองให้นับแต่วันที่การด าเนินการแล้วเสร็จ ที่ดินที่ได้ใช้ตามวัตถุประสงค์แห่งการเวนคืนแล้ว หากในภายหลังหมดความจ าเป็นในการใช้ ตามวัตถุประสงค์ดังกล่าว หรือเมื่อพ้นระยะเวลาตามวรรคสองแล้ว เจ้าของเดิมหรือทายาทไม่มีสิทธิขอคืน มาตรา ๕๔ เจ้าของเดิมหรือทายาทซึ่งร้องขอคืนที่ดิน ต้องคืนเงินค่าทดแทนในส่วนที่เกี่ยวกับ ที่ดินที่เจ้าหน้าที่ได้จ่ายให้แก่ผู้มีสิทธิ รวมทั้งดอกเบี้ยในอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีนับแต่วันที่ได้รับเงิน ค่าทดแทนหรือนับแต่วันที่เจ้าหน้าที่วางเงินค่าทดแทนจนถึงวันที่ยื่นค าร้องขอคืน เว้นแต่เจ้าของเดิมหรอื ทายาทจะพิสูจน์ได้ว่า เงินค่าทดแทนที่จะตอ้งคืนเมื่อรวมกับดอกเบี้ยแล้วจะสูงกว่าราคาในท้องตลาดของทีด่นิ ที่ขอคืน ในกรณีเช่นนั้น ให้เจ้าของเดิมหรือทายาทคืนเงินเท่าที่ไม่เกินราคาในท้องตลาดของที่ดินนั้น ทั้งนี้ โดยใช้ราคา ณ วันที่ยื่นค าร้องขอคืน มาตรา ๕๕ ภายในหกสิบวันนับแต่วันที่ได้รับค าร้องขอคืนที่ดินตามมาตรา ๕๓ ให้เจ้าหน้าที่ แต่งตั้งคณะกรรมการขึ้นคณะหนึ่ง ประกอบด้วย เจ้าหน้าที่เวนคืนเป็นประธานกรรมการ ผู้แทน ส านักงบประมาณ ผู้แทนกรมธนารักษ์ ผู้แทนกรมที่ดิน และผู้แทนส านักงานการตรวจเงินแผ่นดิน เป็นกรรมการ เพ่ือท าหน้าที่พิจารณาการคืนอสังหาริมทรัพย์ให้แก่เจ้าของเดิมหรือทายาท โดยให้ คณะกรรมการพิจารณาให้แล้วเสร็จภายในหนึ่งร้อยยี่สิบวันนับแต่วันที่ได้รับแต่งตั้ง และให้เจ้าหน้าที่ แจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นค าร้องขอทราบภายในสิบห้าวันนับแต่วันที่คณะกรรมการมีมติ ในกรณีมีเหตุจ าเป็นรัฐมนตรีจะขยายระยะเวลาการพิจารณาของคณะกรรมการตามวรรคหนึ่ง ออกไปอีกได้ไม่เกินหกสิบวัน และให้เจ้าหน้าที่แจ้งให้ผู้ยื่นค าร้องขอทราบการขยายระยะเวลาด้วย ้หนา ๒๑ ่เลม ๑๓๖ ตอนที่ ๗๑ ก ราชกิจจานุเบกษา ๒๙ พฤษภาคม ๒๕๖๒ ในกรณีที่จะต้องคืนที่ดินให้แก่เจ้าของเดิมหรือทายาท ให้เจ้าหน้าที่แจ้งให้เจ้าของเดิ มหรือ ทายาททราบถึงจ านวนเงินค่าทดแทนพร้อมด้วยดอกเบี้ยที่จะต้องคืนและแจ้งให้เจ้าของเดิมหรือทายาท ก าหนดวันขอรับโอนที่ดินและแจ้งให้เจ้าหน้าที่ทราบล่วงหน้าไม่น้อยกว่าสิบห้าวัน แต่ต้องไม่ช้ากว่า หนึ่งร้อยแปดสิบวันนับแต่วันที่ได้รับแจ้งจากเจ้าหน้าที่ แต่ในกรณีมีเหตุจ าเป็นเจ้าของเดิมหรือทายาท จะขอขยายระยะเวลาหนึ่งร้อยแปดสิบวันออกไปอีกก็ได้ แต่ต้องแจ้งให้เจ้าหน้าที่ทราบก่อนครบก าหนดเวลา และเมื่อรวมเวลาที่ขอขยายแล้วต้องไม่เกินสามร้อยหกสิบวัน การโอนที่ดินคืนให้แก่เจ้าของเดิมหรือทายาทให้กระท าได้เมื่อเจ้าหน้าที่ได้รับเงินค่าทดแทนและ ดอกเบี้ยแล้ว และให้เจ้าหน้าที่ได้รับยกเว้นค่าธรรมเนียมการจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมตามประมวล กฎหมายที่ดิน และได้รับการยกเว้นค่าอากรแสตมป์โดยให้ด าเนินการตามที่ก าหนดในประมวลรัษฎากร ทั้งนี้ ในกรณีที่ดินที่จะโอนนั้นตกเป็นที่ราชพัสดุแล้ว ให้โอนได้โดยไม่ตอ้งด าเนินการตามกฎหมายว่าดว้ย ที่ราชพัสดุ เจ้าของเดิมหรือทายาทผู้ใดไม่ไปรับโอนพร้อมทั้งช าระคืนเงินค่าทดแทนและดอกเบี้ยตามวันเวลา ที่ตนก าหนดหรือไม่แจ้งก าหนดวันขอรับโอนตามวรรคสาม ให้ถือว่าเจ้าของเดิมหรือทายาทสละสิทธิ ที่จะขอคืนที่ดินนั้น มาตรา ๕๖ เจ้าของเดิมหรือทายาทซึ่งยื่นค าร้องขอคืนที่ดินผู้ใดไม่พอใจค าวินิจฉัยของ คณะกรรมการตามมาตรา ๕๕ หรือในกรณีที่คณะกรรมการมิได้ด าเนินการภายในก าหนดเวลา ตามมาตรา ๕๕ วรรคหนึ่ง หรือระยะเวลาที่ขยายตามมาตรา ๕๕ วรรคสอง ให้เจ้าของเดิมหรือ ทายาทมีสิทธิฟ้องคดีต่อศาลปกครองได้ภายในหนึ่งร้อยยี่สิบวันนับแต่วันที่ได้รับหนังสือแจ้งตามมาตรา ๕๕ วรรคหนึ่ง หรือนับแต่วันที่พ้นก าหนดเวลาที่ต้องด าเนินการ แล้วแต่กรณี มาตรา ๕๗ สิทธิการขอคืนอสังหาริมทรัพย์เป็นสิทธิเฉพาะตัวจะโอนให้แก่บุคคลอื่นมิได้ หมวด ๔ การได้มาซึ่งอสังหาริมทรัพย์โดยวธิีการซื้อขาย มาตรา ๕๘ ความในหมวดนี้ไม่มีผลเป็นการห้ามหน่วยงานของรัฐที่จะด าเนินการซื้อขาย อสังหาริมทรัพย์ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๕๙ ภายในแนวเขตตามแผนที่ท้ายพระราชกฤษฎีกาตามมาตรา ๘ หากเจ้าหน้าที่ มีความจ าเป็นต้องได้มาซึ่งอสังหาริมทรัพย์เพ่ือใช้ประโยชน์อันเกี่ยวเนื่องกับกิจการของเจ้าหน้าที่ แต่กิจการนั้นมิใช่กิจการอันอาจเวนคืนได้ตามมาตรา ๗ ให้เจ้าหน้าที่มีอ านาจด าเนินการซื้อขาย ้หนา ๒๒ ่เลม ๑๓๖ ตอนที่ ๗๑ ก ราชกิจจานุเบกษา ๒๙ พฤษภาคม ๒๕๖๒ อสังหาริมทรัพย์ตามวิธีการที่บัญญัติไว้ในหมวดนี้ได้ โดยมิต้องปฏิบัติตามกฎหมายว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้าง และการบริหารพัสดุภาครัฐ อสังหาริมทรัพย์ที่เจ้าหน้าที่ด าเนินการซื้อขายตามหมวดนี้ ให้ตกเป็นกรรมสิทธิ์ของเจ้าหน้าที่ หรือกระทรวงการคลัง แล้วแต่กรณี และจะน าไปใช้เพื่อการใดอันอยู่ในขอบวัตถุประสงค์หรือหน้าที่และ อ านาจของเจ้าหน้าที่ และภายใต้บังคับแห่งกฎหมายจะโอนให้แก่หน่วยงานอื่นของรัฐก็ได้ มาตรา ๖๐ ก่อนด าเนินการจัดซื้อ ให้เจ้าหน้าที่เสนอต่อคณะกรรมการตามมาตรา ๑๙ เพ่ือก าหนดราคากลางของอสังหาริมทรัพย์ที่จะซื้อโดยค านึงถึงหลักเกณฑ์ตามที่ก าหนดตามมาตรา ๒๐ (๑) (๒) (๓) และ (๔) ในกรณีที่เจ้าของยินยอมขายอสังหาริมทรัพย์ในราคาที่ไม่สูงกว่าราคากลางตามวรรคหนึ่ง ให้เจ้าหน้าที่ ด าเนินการซื้อขายอสังหาริมทรัพย์นั้นและด าเนินการโอนอสังหาริมทรัพย์นั้นมาเป็นของเจ้าหน้าที่หรือ กระทรวงการคลัง แล้วแต่กรณีโดยเร็ว ให้น าความในมาตรา ๒๗ มาใช้บังคับกับการซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ตามวรรคสองด้วย โดยอนุโลม มาตรา ๖๑ ในกรณีที่เจ้าของเสนอราคาอสังหาริมทรัพย์สูงกว่าราคากลางที่ก าหนดตามมาตรา ๖๐ ไม่เกินร้อยละสองของราคากลาง และเจ้าหน้าที่เห็นว่ามีความจ าเป็นเพ่ือประโยชน์ของเจ้าหน้าที่ เจ้าหน้าที่ โดยอนุมัติของรัฐมนตรีจะซื้อตามราคาที่เจ้าของเสนอก็ได้ ในกรณีตามวรรคหนึ่งถ้าเจ้าของเสนอราคาอสังหาริมทรัพย์สูงกว่าราคากลางเกินร้อยละสอง แต่ไม่เกินร้อยละห้า เจ้าหน้าที่จะขออนุมัติคณะรัฐมนตรีเพ่ือซื้อตามราคาที่เจ้าของเสนอก็ได้ การซื้อขายตามวรรคหนึ่งให้ได้รับยกเว้นค่าธรรมเนียมการจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมตามประมวล กฎหมายที่ดิน และได้รับยกเว้นค่าอากรแสตมป์โดยให้ด าเนินการตามที่ก าหนดในประมวลรัษฎากร หมวด ๕ การจดทะเบียนสิทธิและนติกิรรม มาตรา ๖๒ เมื่อกรรมสิทธิ์ในอสังหาริมทรัพย์ตกเป็นของเจ้าหน้าที่ตามมาตรา ๒๕ มาตรา ๓๑ มาตรา ๓๒ มาตรา ๓๔ หรือมาตรา ๕๙ วรรคสอง แล้วแต่กรณี ให้เจ้าหน้าที่มีหนังสือแจ้งการไดม้า ซึ่งอสังหาริมทรัพย์ พร้อมทั้งเอกสารหรือหลักฐานที่เกี่ยวข้อง ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ตามมาตรา ๗๑ แห่งประมวลกฎหมายที่ดิน แก้ไขหลักฐานทางทะเบียนหรือด าเนินการโอนหรือออกหนังสือแสดงสิทธิ ในที่ดินให้ถูกต้องตามที่พนักงานเจ้าหน้าที่ได้รังวัดตามมาตรา ๑๕ ้หนา ๒๓ ่เลม ๑๓๖ ตอนที่ ๗๑ ก ราชกิจจานุเบกษา ๒๙ พฤษภาคม ๒๕๖๒ เพ่ือประโยชน์ในการด าเนินการตามวรรคหนึ่ง ให้ถือว่าหนังสือแจ้งของเจ้าหน้าที่เป็นค าขอ จดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมหรือเพื่อให้ออกหนังสือแสดงสิทธิในที่ดินตามประมวลกฎหมายที่ดิน มาตรา ๖๓ ในกรณีที่ที่ดินไม่มีหนังสือแสดงสิทธิในที่ดิน ให้เจ้าหน้าที่แต่งตั้งคณะกรรมการ ขึ้นคณะหนึ่ง ประกอบด้วย นายอ าเภอหรือผู้อ านวยการเขตแห่งท้องที่ที่ที่ดินนั้นตั้งอยู่ ผู้แทนกรมธนารักษ์ ผู้แทนกรมที่ดิน ผู้ใหญ่บ้านในท้องที่ที่ที่ดินนั้นตั้งอยู่ และผู้แทนของเจ้าหน้าที่เพ่ือด าเนินการสอบสวน ให้ทราบถึงผู้มีสิทธิในที่ดินดังกล่าว หากผลการสอบสวนปรากฏว่า ที่ดินนั้นไม่ใช่ที่ดินของรัฐและทราบถึง ผู้มีสิทธิในที่ดินนั้น ให้ด าเนินการเกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์ตามที่ก าหนดไว้ในหมวด ๑ การได้มาซึ่ง อสังหาริมทรัพย์โดยการเวนคืน ต่อไป หากผลการสอบสวนตามวรรคหนึ่งไม่ปรากฏว่าผู้ใดเป็นผู้มีสิทธิในที่ดินนั้น ให้คณะกรรมการ ตามวรรคหนึ่งพิจารณาสั่งการตามที่เห็นสมควร และให้ปิดประกาศเพื่อให้ผู้มีส่วนได้เสียมีโอกาสคัดค้าน เป็นเวลาเก้าสิบวัน ณ สถานที่ตามมาตรา ๑๑ หากไม่มีผู้คัดค้านภายในระยะเวลาที่ก าหนด ให้น าความ ในมาตรา ๑๗ (๓) และวรรคสอง มาใช้บังคับโดยอนุโลม ในกรณีที่อสังหาริมทรัพย์อยู่ในที่ดินของรัฐ หากเป็นผู้ครอบครองโดยชอบด้วยกฎหมาย ให้คณะกรรมการตามมาตรา ๑๙ ก าหนดเงินค่าทดแทนให้แก่บุคคลดังกล่าว แต่หากบุคคลดังกล่าว ไม่สามารถแสดงได้ว่าตนเป็นผู้ครอบครองโดยชอบด้วยกฎหมาย ให้คณะกรรมการตามมาตรา ๑๙ ก าหนดเงินค่าชดเชย เป็นค่าต้นไม้ยืนต้นและพืชล้มลุก ค่ารื้อย้ายโรงเรือนและสิ่งปลูกสร้าง และค่าขนย้าย ให้แก่ผู้ครอบครองที่ดินดังกล่าวต่อไป แต่ต้องไม่สูงกว่าราคาที่ก าหนดตามมาตรา ๒๐ หมวด ๖ บทก าหนดโทษ มาตรา ๖๔ เมื่อพนักงานเจ้าหน้าที่หรือเจ้าหน้าที่ได้ปฏิบัติตามขั้นตอนตามที่บัญญัติไว้ ในมาตรา ๑๒ มาตรา ๒๘ วรรคสี่ หรือมาตรา ๓๙ แล้วแต่กรณี ผู้ใดขัดขวางการปฏิบัติงานของ พนักงานเจ้าหน้าที่หรือเจ้าหน้าที่ตามมาตราดังกล่าวโดยไม่มีเหตุอันสมควร ต้องระวางโทษจ าคุกไม่เกิน หกเดือน หรือปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท หรือทั้งจ าทั้งปรับ บทเฉพาะกาล มาตรา ๖๕ พระราชกฤษฎีกาก าหนดเขตที่ดินและประกาศส านักนายกรัฐมนตรีที่ออกโดย อาศัยอ านาจตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการเวนคืนอสังหาริมทรัพย์ พ.ศ. ๒๕๓๐ และยังมีผลใช้บังคับอยู่ใน วันก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ ให้คงใช้บังคับได้ตามระยะเวลาการบังคับใช้ของพระราชกฤษฎีกานั้น ้หนา ๒๔ ่เลม ๑๓๖ ตอนที่ ๗๑ ก ราชกิจจานุเบกษา ๒๙ พฤษภาคม ๒๕๖๒ การด าเนินการเวนคืนอสังหาริมทรัพย์ตามพระราชกฤษฎีกาตามวรรคหนึ่งที่ได้ด าเนินการไปแล้ว ก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้ ใช้บังคับ ให้ เป็นอันใช้ได้ ส่วนการด าเนินการต่อไปให้ด าเนินการ ตามพระราชบัญญัตินี้ มาตรา ๖๖ บรรดาระเบียบที่ออกตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการเวนคืนอสังหาริมทรัพย์ พ.ศ. ๒๕๓๐ ที่ใช้บังคับอยู่ในวันก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ ให้ยังคงใช้บังคับได้ต่อไปเพียงเท่าท่ี ไม่ขัดหรือแยง้กับพระราชบัญญัตินี้จนกว่าจะมีกฎกระทรวงตามพระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ การด าเนินการออกกฎกระทรวงตามวรรคหนึ่ง ให้ด าเนินการให้แลว้เสร็จภายในหนึ่งปีนับแต่วันที่ พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ หากไม่สามารถด าเนินการได้ ให้รัฐมนตรีรายงานเหตุผลที่ไม่อาจด าเนินการได ้ ตอ่คณะรัฐมนตรีเพ่ือทราบ มาตรา ๖๗ ให้น าหมวด ๒ การใช้ประโยชน์ในที่ดินที่ได้จากการเวนคืน และหมวด ๓ การคืนอสังหาริมทรัพย์ให้เจ้าของเดิมหรือทายาท มาใช้บังคับกับที่ดินที่ถูกเวนคืนนับแต่วันที่รัฐธรรมนูญ แห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๒๑ ใช้บังคับจนถึงวันก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับด้วย โดยอนุโลม แต่ระยะเวลาห้าปีหรือระยะเวลาที่ก าหนดในพระราชบัญญัติเวนคืนอสังหาริมทรัพย์ที่ก าหนดไว้ ในมาตรา ๕๑ และระยะเวลาสามปีตามมาตรา ๕๓ วรรคสอง เฉพาะกรณีที่เหลือจากการใช้ประโยชน์ ให้นับแต่วันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ มาตรา ๖๘ บทบัญญัติแห่งกฎหมาย กฎ ระเบียบ ข้อบังคับ ประกาศ ค าสั่ง หรือ มติคณะรัฐมนตรีใดอ้างถึงกฎหมายว่าด้วยการเวนคืนอสังหาริมทรัพย์ ให้ถือว่าบทบัญญัติแห่งกฎหมาย กฎ ระเบียบ ข้อบังคับ ประกาศ ค าสั่ง หรือมติคณะรัฐมนตรีนั้นอ้างถึงพระราชบัญญัตินี้ ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรฐัมนตร ี ้หนา ๒๕ ่เลม ๑๓๖ ตอนที่ ๗๑ ก ราชกิจจานุเบกษา ๒๙ พฤษภาคม ๒๕๖๒ หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ โดยที่รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย บัญญัติให้การเวนคืนอสังหาริมทรัพย์ให้กระท าเพียงเท่าที่จ าเป็นต้องใช้เพ่ือการอันเป็นสาธารณูปโภค การป้องกันประเทศ การได้มาซึ่งทรัพยากรธรรมชาติ หรือเพ่ือประโยชน์สาธารณะอย่างอ่ืน รวมตลอดทั้ง เพ่ือน าอสังหาริมทรัพย์ที่เวนคืนไปชดเชยให้เกิดความเป็นธรรมแก่เจ้าของอสังหาริมทรัพย์ที่ถูกเวนคืน ในกรณี ที่หน่วยงานที่เวนคืนไม่ใช้อสังหาริมทรัพย์ตามวัตถุประสงค์ที่เวนคืนภายในก าหนดระยะเวลาหรือมีที่ดินเหลือ จากการใช้ประโยชน์ หากเจ้าของเดิมหรือทายาทประสงค์จะได้คืน ต้องคืนให้แก่บุคคลดังกล่าวโดยระยะเวลา การขอคืน การคืน และการเรียกคืนค่าทดแทนให้เป็นไปตามที่กฎหมายบัญญัติ ซึ่งพระราชบัญญัติว่าด้วย การเวนคืนอสังหาริมทรัพย์ พ.ศ. ๒๕๓๐ ที่ใช้บังคับอยู่ในปัจจุบันยังมีบทบัญญัติไม่ครบถ้วน จึงจ าเป็นต้องตรา พระราชบัญญัตินี้ ้หนา ๒๖ ่เลม ๑๓๖ ตอนที่ ๗๑ ก ราชกิจจานุเบกษา ๒๙ พฤษภาคม ๒๕๖๒

Act on Expropriation and Acquisition of Real Estate, B.E. 2562 (2019) · Nelum